The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การสำรวจความคิดเห็น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่จัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ปีการศึกษา 2560

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ครรชิต แซ่โฮ่, 2022-06-26 11:02:11

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การสำรวจความคิดเห็น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่จัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ปีการศึกษา 2560

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์และเจตคติต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การสำรวจความคิดเห็น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่จัดการเรียนรู้แบบโครงงาน ปีการศึกษา 2560

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก
รายชอื่ ผู้เช่ยี วชาญตรวจสอบเครื่องมอื

46

รายชอื่ ผ้เู ชย่ี วชาญตรวจสอบเครอ่ื งมือ

ผ้เู ช่ียวชาญในการตรวจสอบแผนการจดั การเรียนรู้แบบโครงงาน
1. นางภทั รา ตนั นลิ กุล ครชู านาญการ โรงเรียนคณะราษฎรบารุง จงั หวดั ยะลา
2. นางรจุ ริ า เอี่ยวสกลุ ครชู านาญการ โรงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา
3. นางสาวภูศิริ ภทั รพงศ์พันธ์ ครชู านาญการ โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จงั หวัดยะลา

ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบแบบวัดผลสมั ฤทธิ์
1. นางภทั รา ตันนิลกลุ ครูชานาญการ โรงเรยี นคณะราษฎรบารงุ จังหวดั ยะลา
2. นางรจุ ิรา เอ่ียวสกลุ ครชู านาญการ โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวัดยะลา
3. นางสาวภูศริ ิ ภัทรพงศ์พนั ธ์ ครูชานาญการ โรงเรียนคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา

ภาคผนวก ข
เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการวจิ ยั

48

หน่วยการเรียนรู้/แผนการจัดการเรยี นรู้

กลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ รายวิชา คณิตศาสตร์ 6 รหสั วชิ า 33102

หนว่ ยการเรียนรู้ การสารวจความคดิ เห็น ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 6 เวลาเรียน 10 คาบ

ครูผู้สอน นายครรชิต แซโ่ ฮ่ โรงเรียนคณะราษฎรบารุง จงั หวัดยะลา

มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด

สาระที่ 5 การวิเคราะห์ขอ้ มูลและความนา่ จะเป็น

มาตรฐาน ค 5.1 เขา้ ใจและใช้วธิ ีการทางสถิติในการวิเคราะห์ขอ้ มลู

ตัวชี้วดั เขา้ ใจวิธีการสารวจความคิดเหน็ อย่างงา่ ย

มาตรฐาน ค 5.2 ใช้วิธีการทางสถติ แิ ละความรูเ้ กี่ยวกับความน่าจะเปน็ ในการคาดการณ์

ได้อยา่ งสมเหตสุ มผล

ตวั ชี้วดั นาผลทีไ่ ดจ้ ากการสารวจความคดิ เหน็ ไปใชค้ าดการณ์ ในสถานการณ์ท่ี

กาหนดให้

สาระที่ 6 ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์

มาตรฐาน ค 6.1 มคี วามสามารถในการแกป้ ญั หา การใหเ้ หตผุ ล การส่อื สาร การสอื่

ความหมาย ทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์และ

เชอ่ื มโยงคณิตศาสตรก์ บั ศาสตร์อืน่ ๆ และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

ตัวชว้ี ดั ใชว้ ธิ ีการท่ีหลากหลายแก้ปญั หา

ตัวชี้วดั ใช้ความรู้ ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ และเทคโนโลยใี น

การแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม

ตวั ชีว้ ดั ใหเ้ หตุผลประกอบการตัดสนิ ใจ และสรปุ ผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

ตัวชว้ี ัด ใช้ภาษาและสญั ลักษณท์ างคณติ ศาสตร์ในการสอ่ื สาร การสือ่

ความหมาย และการนาเสนอ ไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง และชัดเจน

ตวั ชวี้ ดั เชือ่ มโยงความร้ตู ่างๆ ในคณิตศาสตร์ และนาความรู้ หลกั การ

กระบวนการทางคณิตศาสตร์ไปเช่อื มโยงกบั ศาสตร์อน่ื ๆ

ตวั ชีว้ ดั มคี วามคิดริเริ่มสร้างสรรค์

จุดเน้นการพฒั นาผเู้ รยี น
1) แสวงหาความรู้เพื่อแก้ไขปัญหา
2) ทักษะการคดิ ข้ันสงู
3) ทกั ษะการส่ือสารอยา่ งสร้างสรรค์ตามชว่ งวยั

สาระสาคัญ
วิธีสารวจความคิดเห็น ขอบเขตของการสารวจ วิธีเลือกตัวอย่าง การสร้างแบบสารวจ

ความคิดเห็น การประมวลผลและวิเคราะห์ความคิดเห็น ตัวอย่างเรื่องท่ีเคยมีการสารวจความ
คิดเหน็ จากหน่วยงานต่าง ๆ และการนาผลสารวจความคิดเห็นไปใชป้ ระโยชน์

49

สาระการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ความสามารถ (K)
1) บอกความหมายของการสารวจความคดิ เหน็ ได้
2) บอกข้ันตอนและวิธกี ารทส่ี าคัญในการสารวจความคิดเห็นได้
3) เลือกกลุ่มตวั อย่างจากแบบต่างๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
4) ออกแบบการสารวจได้
5) นาเสนอข้อมลู ท่ีไดจ้ ากการสารวจและนาไปใช้ประโยชน์ได้
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1) ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล
2) ทักษะการแกป้ ัญหา
3) ทกั ษะการส่ือความหมายและการนาเสนอ
4) ทกั ษะการเชื่อมโยงความรู้ทางคณิตศาสตรเ์ พ่ือใหเ้ กิดความคิดรวบยอด
5) ทกั ษะการคดิ สรา้ งสรรค์
ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
1) มกี ารทางานเป็นระบบรอบคอบ
2) มรี ะเบียบวนิ ยั
3) มคี วามรบั ผิดชอบ
4) มคี วามเช่ือมัน่ ในตนเอง
5) มคี วามตระหนักในคณุ ค่าและเจตคติทด่ี ตี ่อคณติ ศาสตร์

สมรรถนะสาคัญ
1) ความสามารถในการสื่อสาร
2) ความสามารถในการคดิ
3) ความสามารถในการแก้ปัญหา

สอื่ /แหล่งเรยี นรู้
สือ่ การเรยี นรู้
1) ชุดหนงั สอื เรยี นสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์พื้นฐาน เล่ม 3 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6
2) เอกสารประกอบการเรยี นการสอน เรอื่ ง การสารวจความคิดเห็น
3) บทเรียน PowerPoint เรือ่ ง การสารวจความคิดเห็น
4) วดี ที ัศน์เก่ยี วกับการสารวจความคิดเห็น
แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมดุ โรงเรียน
2) ห้องสมดุ ประชาชน
3) การสืบค้นขอ้ มลู จากอนิ เตอรเ์ น็ต

50

หลกั ฐานการเรยี นรู้
ช้ินงาน
1) รายงานผลการสารวจความคิดเห็น
ภาระงาน
1) การสารวจความคิดเห็น

การวัดและประเมินผล

ด้าน รายการประเมนิ วิธกี าร เครือ่ งมอื เกณฑก์ าร
ประเมนิ
1. ความรู้ (K) ผูเ้ รียนสามารถ 1. ประเมนิ การตอบคาถาม - ใบงาน
1) บอกข้ันตอนการสารวจ และมสี ว่ นร่วมในการ - แบบฝึกหดั - การผ่านเกณฑ์
2. ทักษะ จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ - แบบประเมิน ตอ้ งได้คะแนน
กระบวนการ ความคิดเหน็ ได้ ตง้ั แต่ 2 ขึน้ ไป
(P) 2) บอกความหมายของการ 2. ประเมินจากการทา - ทาใบงาน/
ใบงาน/แบบฝึกหดั แบบฝึกหดั
สารวจความคดิ เหน็ ได้ ไดถ้ กู ต้อง
3) เลอื กกลุ่มตัวอย่างจาก 3. ตรวจแบบฝกึ หัด อยา่ งนอ้ ย 60%
ของคะแนน
แบบตา่ งๆ ไดอ้ ย่าง ทงั้ หมด
เหมาะสม
4) ออกแบบการสารวจได้ 1. สงั เกตจากการตอบ แบบสงั เกต การผา่ นเกณฑ์
5) นาเสนอข้อมูลท่ีได้จาก คาถามในหอ้ งเรียน
การสารวจและนาไปใช้ พฤติกรรม ต้องไดร้ ะดับ
ประโยชนไ์ ด้ 2. สงั เกตพฤติกรรม
นกั เรยี น นักเรยี น คณุ ภาพโดย
ดูจากแบบสังเกตพฤตกิ รรม
นักเรียนด้านทักษะ 1. สังเกตจากการตอบ
กระบวนการ คาถามในหอ้ งเรียน

2. สงั เกตพฤติกรรม ด้านทักษะ ภาพรวมตัง้ แต่ 10
นกั เรยี น
กระบวนการ คะแนนขึน้ ไป

3. คณุ ลกั ษณะ ดจู ากแบบสังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกต การผา่ นเกณฑ์
อันพงึ ประสงค์ นกั เรียนดา้ นคุณลักษณะอนั
(A) พงึ ประสงค์ พฤติกรรม ต้องไดร้ ะดบั

นักเรียน คณุ ภาพโดย

ด้านคุณลกั ษณะ ภาพรวมตง้ั แต่ 10

อันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นไป

51

เกณฑ์การประเมนิ
ด้านความรคู้ วามสามารถ (K) การมีสว่ นร่วมในการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้

รายการประเมิน พฤตกิ รรมของผ้เู รียน ระดับคุณภาพ
4321
1. ความสนใจ สนใจเรยี น เต็มใจรว่ มทากจิ กรรม และเรียนรอู้ ยา่ งมีความสขุ
2. การแสดงความคดิ เห็น มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคิดเหน็ ในชน้ั เรยี น
3. การตอบคาถาม มีส่วนร่วมในการตอบคาถามในชัน้ เรยี นสามารถตอบคาถามได้
ถกู ต้อง และใช้ภาษาไดถ้ ูกต้อง
4. การยอมรบั ฟังผ้อู ืน่ ยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของผอู้ น่ื
5. ทางานตามทไ่ี ดร้ บั ตัง้ ใจทางานทไี่ ดร้ บั มอบหมายจนงานเสร็จทันตามเวลาทก่ี าหนด

มอบหมาย 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรบั ปรุง
ระดับคุณภาพ การผ่านเกณฑต์ ้องไดร้ ะดบั คุณภาพโดยรวมตั้งแต่ 10 คะแนนข้ึนไป

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ด้านทกั ษะกระบวนการ (P)

รายการประเมนิ พฤตกิ รรมของผ้เู รียน ระดบั คณุ ภาพ
4321
1. การแก้ปญั หา ใช้วธิ กี ารทีเ่ หมาะสมในการแกป้ ญั หาและคานวณคาตอบ
2. การให้เหตผุ ล สรุปผลและบอกเหตผุ ลการสรปุ ได้
3. การส่อื ความหมาย ใชภ้ าษาสัญลักษณท์ างคณิตศาสตรแ์ สดงความหมายและนา
เสนอได้ถูกตอ้ ง
และการนาเสนอ นาความรไู้ ปใช้ในการเรียนวิชาอ่ืนและในชวี ิตจรงิ
4. การเช่ือมโยง มแี นวความคิดใหม่ ๆ ในการทากจิ กรรมคณติ ศาสตร์
5. การคิดรเิ ร่มิ สร้างสรรค์ 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรบั ปรงุ
การผา่ นเกณฑต์ อ้ งได้ระดบั คุณภาพโดยรวมตง้ั แต่ 10 คะแนนขนึ้ ไป
ระดับคุณภาพ
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)

รายการประเมิน พฤติกรรมของผเู้ รียน ระดบั คุณภาพ
4321
1. การทางานเป็นระบบรอบคอบ มีลาดับและขั้นตอนในการทางาน
2. มีระเบียบวนิ ยั ทางานสะอาด เปน็ ระเบยี บเรียบร้อย
3. มีความรับผิดชอบ สง่ งานตามกาหนดเวลา
4. มคี วามเชอ่ื มนั่ ในตนเอง รว่ มคาตอบและทากจิ กรรมคณติ ศาสตร์ด้วยตนเอง
5. มคี วามตระหนักในคณุ คา่ และ สนใจเรยี น เตม็ ใจรว่ มทากิจกรรม และเรียนรอู้ ยา่ งมคี วามสขุ

เจตคติทด่ี ตี ่อคณติ ศาสตร์ 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรงุ
ระดับคณุ ภาพ การผา่ นเกณฑ์ต้องได้ระดบั คณุ ภาพโดยรวมตงั้ แต่ 10 คะแนนขึ้นไป

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

52

การใหค้ ะแนนการทางานกลมุ่

รายการประเมนิ พฤติกรรมของผู้เรียน ระดบั คณุ ภาพ
1. ความร่วมมอื 4321

2. การแสดงความคิดเห็น รว่ มมอื กันทางาน มีการประสานงาน เปิดโอกาสใหเ้ พ่ือน
3. ความรบั ผิดชอบ
มีส่วนรว่ มในการทางาน
4. ขัน้ ตอนการทางาน
ร่วมมอื กนั แสดงความคิดเห็นในการทางาน
5. การรว่ มปรับปรุงผลงานกลุ่ม
ระดบั คุณภาพ ขยัน รบั ผดิ ชอบ ต้งั ใจเตม็ ใจทางานท่ไี ด้รับมอบหมายจน

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ งานเสรจ็ ทันตามเวลาท่ีกาหนด

มีการกาหนดขั้นตอนการทางานทช่ี ัดเจนตั้งแต่เริม่ ทางาน

จนกระท่ังเหน็ ผลงานสมบูรณ์

รว่ มมือปรับปรุงผลงานกล่มุ ให้ดขี ้นึ

4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรุง

การผา่ นเกณฑต์ ้องได้ระดบั คุณภาพโดยรวมต้ังแต่ 10 คะแนนขึ้นไป

การให้คะแนนชิน้ งาน

รายการประเมนิ รายละเอียดการประเมิน ระดับคุณภาพ
4321
1. ความถกู ต้องของเนื้อหา
2. ความสมบรู ณ์ของชิน้ งาน ตรงตามเน้ือหาทีก่ าหนดและครอบคลุมเนอ้ื หาอย่างสมบูรณ์

3. ความคิดริเร่มิ สรา้ งสรรค์ ความถกู ตอ้ งชัดเจนในการเขียนหรอื พิมพ์ จัดรปู แบบได้
4. ความประณีต สวยงาม
5. เวลา เหมาะสม

ระดับคณุ ภาพ เป็นชิ้นงานท่ีแปลกใหม่ นา่ สนใจ
เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ตกแตง่ สวยงาม ประณีต มาก

ส่งชน้ิ งานภายในเวลาทก่ี าหนด

4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรงุ

การผา่ นเกณฑ์ต้องได้ระดบั คุณภาพโดยรวมตง้ั แต่ 10 คะแนนข้ึนไป

การใหค้ ะแนนการนาเสนอผลงาน

รายการประเมนิ พฤตกิ รรมของผูเ้ รียน ระดับคุณภาพ
4321
1. ความถกู ต้องของเน้ือหา
2. ความนา่ สนใจ นาเสนอเนือ้ หาในผลงานได้ถูกตอ้ ง
3. ความกล้าแสดงออก
4. บคุ ลกิ ภาพ นาเสนอผลงานมคี วามน่าสนใจ
5. เวลา
กล้าแสดงออก
ระดับคณุ ภาพ
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ บุคลกิ ภาพ นา้ เสียงชดั เจนเหมาะสม

ความเหมาะสมกับเวลา

4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรบั ปรงุ

การผา่ นเกณฑต์ ้องได้ระดบั คุณภาพโดยรวมต้ังแต่ 10 คะแนนขน้ึ ไป

53

การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
คาบ 1
ข้นั นา
ครชู แี้ จงข้อตกลงและเกณฑ์การประเมินผลในรายวชิ านี้
ขน้ั สอน
1) ครนู าเสนอแผนผงั ลาดับเนื้อหาภาพรวมในหนว่ ยการเรยี นรู้เรอื่ ง การสารวจความคดิ เหน็
2) ชี้แจงรปู แบบการจดั การเรยี นการสอนแบบโครงงาน โดยเป็นโครงงานประเภทสารวจ
รวบรวมข้อมูล ซงึ่ ต่างจากโครงงานประเภทการทดลองและการสร้างสิง่ ประดิษฐอ์ ยา่ งที่
นกั เรียนเคยทามา
ขนั้ สรุป
ครเู นน้ ยา้ ใหน้ กั เรยี นทบทวนความรู้ท่ไี ด้เรยี นผา่ นมาแลว้

คาบ 2
ขั้นนา
ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั ทบทวนเกี่ยวกบั การจดั การเรียนการสอนแบบโครงงาน
ข้ันสอน
1) ก่อนการทาโครงงานการสารวจความคิดเหน็ นกั เรยี นจะต้องศึกษาตัวอยา่ งการสารวจความ

คิดเห็นก่อน ครใู หน้ กั เรยี นจบั คู่ศึกษาค้นคว้าเก่ยี วกับ ตวั อย่างการการสารวจความคดิ เหน็ คู่
ละ 1 หวั ข้อ และนามาสง่ ในคาบถดั ไป
2) ครูแจกแบบทดสอบก่อนเรียน เกี่ยวกบั การสารวจความคิดเห็น โดยใหเ้ วลาทาแบบทดสอบ
50 นาที
ขนั้ สรุป
ครแู ละนักเรยี นร่วมกันสรุปงานท่นี กั เรยี นต้องทา และเนน้ ย้าเก่ียวกับการทบทวนความรู้ทีไ่ ด้เรียน
ผา่ นมาแลว้

คาบ 3
ขน้ั นา
ครทู บทวนงานทีน่ ักเรียนได้รับมอบหมาย และร่วมกันพดู คุย ซักถาม เก่ยี วกับตัวอย่างการสารวจ
ความคดิ เห็นของแต่ละคู่
ขั้นสอน
1) ครูให้นกั เรียนดวู ีดีทัศนเ์ กีย่ วกับการสารวจความคิดเหน็ และร่วมกนั อภิปรายเกีย่ วกับข้ันตอน

และวธิ ีการทสี่ าคัญในการสารวจความคิดเหน็ มีดงั นี้
1. ขอบเขตของการสารวจ
2. วธิ ีเลอื กตวั อยา่ ง
3. การสร้างแบบสารวจความคิดเหน็
4. การประมวลผลและการวเิ คราะหค์ วามคิดเหน็

54

2) ครูแจกเอกสารประกอบการเรยี นการสอนท่ี 1 ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคตู่ อบคาถามเกยี่ วกบั
ข้นั ตอนและวธิ กี ารท่สี าคัญในการสารวจความคดิ เห็น โดยศึกษาจากตวั อยา่ งการสารวจความ
คดิ เห็นที่นักเรียนได้ศึกษาคน้ คว้า

3) ใหน้ กั เรยี นแต่ละคู่นาเสนอรายละเอียดเก่ียวกบั ตวั อย่างการสารวจความคดิ เหน็ พรอ้ ม
ร่วมกันอภิปรายในชั้นเรยี น

ขนั้ สรุป
ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปเกี่ยวกับขนั้ ตอนและวธิ กี ารท่ีสาคัญในการสารวจความคดิ เหน็ และให้
นักเรียนศึกษาเอกสารประกอบการเรยี นที่ 1 พร้อมนาเสนอหน้าช้นั เรียน ในคาบต่อไป

คาบ 4
ขนั้ นา
ครทู บทวนเร่ือง “ข้ันตอนและวธิ กี ารท่ีสาคญั ในการสารวจความคดิ เหน็ ” ที่ได้ศึกษาจากคาบที่
แล้ว โดยการพูดคุย ซักถามกับนักเรียน
ขั้นสอน
หลงั จากท่นี กั เรยี นได้ศึกษาตวั อยา่ งการสารวจความคดิ เห็น ครูให้นักเรียนแบ่งกลุม่ กลุ่มละ 3 –
4 คน พรอ้ มแจกเอกสารประกอบการเรยี นการสอนท่ี 2 โดยให้นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ระดมความคดิ เลือก
หวั ขอ้ การสารวจความคดิ เหน็ ในเรือ่ งท่นี ักเรยี นสนใจ พร้อมวางแผนการทาโครงงานการสารวจความ
คดิ เห็น โดยกาหนดใหท้ าการสารวจภายในโรงเรียน
ขั้นสรปุ
ครใู ห้นักเรยี นศึกษาสว่ นประกอบของแบบสารวจความคิดเหน็ เพ่อื สรา้ งแบบสารวจของแต่ละ
กลมุ่ ในคาบถดั ไป

คาบ 5
ขั้นนา
ครูทบทวนการสรา้ งแบบสารวจความคิดเหน็ โดยการพูดคุย ซกั ถามกับนกั เรยี น
ขัน้ สอน
ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มลงมอื ปฏบิ ตั งิ าน โดยการระดมความคิดภายในกลุ่มเพ่ือสรา้ งแบบสารวจ
ความคดิ เห็นตามจุดประสงค์ของโครงงาน โดยครคู อยให้คาแนะนาเกี่ยวกับรปู แบบของแบบสารวจ
ความคิดเห็น
ขน้ั สรุป
ครูให้นกั เรยี นส่งแบบสารวจความคดิ เหน็ เพ่ือทาการตรวจสอบ และใหน้ ักเรยี นปรบั ปรงุ ก่อนการ
นาไปสารวจในคาบถดั ไป

คาบ 6
ขั้นนา
ครูทาการตรวจสอบแบบสารวจความคดิ เห็นของนกั เรยี นแตล่ ะกลุม่

55

ขัน้ สอน
ครใู หน้ กั เรียนลงมือปฏิบัตงิ านตามขั้นตอนการดาเนนิ การสารวจความคดิ เห็น และระหว่างการ
ปฏบิ ัตงิ าน นกั เรียนตอ้ งปฏบิ ัติงานดว้ ยความรอบคอบ คานึงถึงความประหยดั ความปลอดภัยในการ
ทางาน ต้องมกี ารจดบันทึกขอ้ มลู ตา่ งๆ ไว้อย่างละเอยี ด วา่ ทาอะไร ได้ผลอย่างไร ปัญหา อปุ สรรค
และแนวทางในการแก้ไข
ขั้นสรปุ
ครใู หน้ ักเรียนนาแบบสารวจความคดิ เหน็ ทผ่ี ่านการสารวจแล้ว นามาในคาบถดั ไปเพอ่ื ทาการ
ประมวลผลและวิเคราะหค์ วามคดิ เห็น

คาบ 7
ขั้นนา
ครสู อบถามปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไขของนักเรยี นแตล่ ะคน
ขน้ั สอน
จากการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล และจดั การกับข้อมลู อย่างเปน็ ระบบ โดยจาแนกตามวัตถปุ ระสงค์ของ
การสารวจของนักเรยี นแต่ละกล่มุ ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทาการประมวลผลและวเิ คราะหค์ วาม
คดิ เหน็ ได้แก่

- หารอ้ ยละของผู้ตอบแบบสารวจความคิดเหน็ ในแตล่ ะด้านทเ่ี ก่ียวข้อง
- หาค่าเฉลยี่ ระดับความคิดเห็น ตามมาตรประเมินค่า
- หาความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งคา่ เฉลย่ี ระดับความคิดเหน็ กับลกั ษณะต่างๆ ของผูต้ อบ
จะทาให้ทราบว่าลักษณะใดของผูต้ อบทม่ี ีผลทาให้ระดบั ความคิดเหน็ แตกต่างกนั และลกั ษณะใด
ทีส่ ่งผลกระทบต่อระดบั ความคิดเห็นเกยี่ วกบั เรื่องที่ทาการสารวจมากน้อยกว่ากนั
ขน้ั สรปุ
ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรปุ เกี่ยวกับการประมวลผลและวเิ คราะหค์ วามคิดเห็น โดยการสุ่มถาม
นักเรียน

คาบ 8
ขน้ั นา
ครูทบทวนเกย่ี วกับข้นั ตอนและวธิ กี ารทสี่ าคญั ในการสารวจความคิดเหน็ ท้ัง 4 ขั้นตอนทนี่ ักเรียน
ไดป้ ฏบิ ตั มิ าแลว้ ตอ่ ไปจะเป็นการเขยี นรายงาน
ขน้ั สอน
1) ครูช้ีแจงเกี่ยวกบั การเขียนรายงานเป็นการสรุปรายงานผล เพอ่ื ใหผ้ ู้อืน่ ได้ทราบถึงแนวคดิ

วิธีการดาเนินงาน ผลทไี่ ดร้ ับ ตลอดจนข้อสรุป ขอ้ เสนอแนะตา่ งๆ เกยี่ วกบั โครงงานการ
สารวจความคิดเหน็ ซงึ่ ประกอบด้วยหวั ข้อต่างๆ ดังน้ี

1. กติ ติกรรมประกาศ
2. บทคัดย่อ ประกอบดว้ ย ท่มี า วตั ถุประสงค์ ผลการศกึ ษา
3. บทที่ 1 บทนา

- ความเป็นมาและความสาคัญของปญั หา
- วัตถปุ ระสงค์

56

- ขอบเขตของการศกึ ษาคน้ ควา้ ประกอบดว้ ย วธิ ีการเลอื กตวั อยา่ งและ
ขนาดของกลุ่มตัวอยา่ ง สถานที่ ระยะเวลา

- ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะได้รับ
4. บทท่ี 2 หลักการ แนวคดิ และทฤษฎีทเ่ี กย่ี วข้อง
5. บทท่ี 3 วธิ ดี าเนนิ การ

- เครอื่ งมอื ท่ีใช้ในการศึกษา
- วธิ ีดาเนินการศกึ ษา ประกอบด้วยข้ันตอนการดาเนินงาน และวธิ ีการเก็บ

รวบรวมขอ้ มลู
6. บทที่ 4 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
7. บทที่ 5 การสรปุ ผลและอภิปรายผล

- สรปุ ผลการศกึ ษา
- อภปิ รายผล
- ข้อเสนอแนะ
8. ภาคผนวก
- แบบสารวจความคดิ เห็น
- ภาพกิจกรรมการออกสารวจความคดิ เห็น
2) ครูใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มเขยี นรายงานตามหวั ข้อที่ไดช้ ้ีแจง และนาเสนอผลงานหนา้ ชนั้ เรียน
โดยกาหนดสง่ ในคาบถดั ไป
ขนั้ สรุป
ครูและนักเรียนรว่ มกันสรุปงานทีน่ ักเรยี นต้องทา และช้ีแจงเกณฑ์การให้คะแนนการนาเสนองาน

คาบ 9
ขั้นนา
ครูทบทวนงานทีน่ ักเรียนได้รับมอบหมาย และชี้แจงเกณฑ์การให้คะแนนการนาเสนองาน
ขน้ั สอน
ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ส่งเลม่ รายงาน และนาเสนอผลการศึกษาของโครงงานการสารวจความ
คิดเห็น กลุ่มละ 5 – 7 นาที พรอ้ มรว่ มกันอภปิ รายเก่ยี วกับปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไข
ขนั้ สรุป
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ เกี่ยวกบั ขนั้ ตอนและวธิ กี ารที่สาคัญในการสารวจความคิดเหน็ พร้อม
ช้แี จงการสอบหลังเรยี นในคาบถัดไป

คาบ 10
ขั้นนา
ครูชีแ้ จงรายละเอียดการทาแบบทดสอบหลังเรยี นเร่ืองการสารวจความคิดเห็น
ขน้ั สอน
ครใู หน้ ักเรยี นทาแบบทดสอบหลังเรยี นเรอื่ งการสารวจความคดิ เหน็ ส่งท้ายคาบ
ขน้ั สรปุ
ครเู กบ็ รวบรวมแบบทดสอบ พร้อมช้แี จงรายละเอยี ดการเรียนคาบต่อไป

ภาคผนวก ค
เคร่อื งมอื หาคุณภาพแผนการจดั การเรยี นร้แู บบโครงงาน

58

คา่ ความสอดคล้องทางด้านเน้ือหาของแผนการจัดการเรียนรแู้ บบโครงงาน
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 6

รายละเอียดการประเมิน คนท่ี 1 คนที่ 2 คนท่ี 3 คา่ เฉล่ีย สรุปผล

1. สาระสาคญั จดุ ประสงค์และสาระการเรยี นรู้ 1 1 1 1 ใชไ้ ด้
มีความสอดคลอ้ งกนั

2. สาระสาคัญ จดุ ประสงค์และสาระการเรียนรู้ 1 1 1 1 ใชไ้ ด้
มีความสอดคล้องกบั กิจกรรมการเรยี นรู้

3. การใชภ้ าษาในการเขยี นแผนกิจกรรม 1 1 1 1 ใช้ได้
การเรียนร้มู ีความเหมาะสมและกะทัดรัด

4. รปู แบบกจิ กรรมเปน็ การจัดการเรยี นรู้แบบ 1 1 1 1 ใช้ได้
โครงงาน ประเภทการสารวจขอ้ มูล

5. วิธีการจัดกิจกรรมแตล่ ะขั้นตอน มีความ 1 1 1 1 ใช้ได้
เหมาะสม

6. กจิ กรรมการเรยี นรบู้ รรลตุ ามจุดประสงค์ 1 1 1 1 ใช้ได้
และสาระการเรยี นรู้

7. สอ่ื และแหลง่ การเรยี นรู้มีความเหมาะสม 1 1 1 1 ใช้ได้

8. การประเมินผลสอดคล้องกับจุดประสงค์ 1 1 1 1 ใช้ได้
การเรยี นรู้

9. เนอื้ หาและข้อคาถามใบงานมีความ 1 1 1 1 ใช้ได้
เหมาะสม

10. เวลาทีจ่ ดั กจิ กรรมมีความเหมาะสม 1 1 1 1 ใชไ้ ด้

ภาคผนวก ง
แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น

60

กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ แบบทดสอบ รหสั 33102
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6 รายวิชา คณติ ศาสตร์ 6 ปีการศกึ ษา 2556
เรื่อง การสารวจความคดิ เหน็ ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 50 นาที
คะแนนเตม็ 30 คะแนน

คาชแี้ จง ข้อสอบมที งั้ หมด 30 ขอ้ ให้นกั เรียนเลอื กคาตอบทีถ่ กู ต้องที่สดุ เพียงคาตอบเดยี ว
1. ขอ้ ใดเปน็ ข้นั ตอนแรกของการสารวจความคิดเหน็

ก. การประมวลผลการวเิ คราะห์
ข. การกาหนดขอบเขตการสารวจ
ค. การสร้างแบบสารวจ
ง. การเลือกกล่มุ ตัวอยา่ ง

2. ขอ้ ใดมคี วามสาคญั น้อยทส่ี ุดในการคานงึ ถึงการกาหนดขอบเขตของการสารวจความคดิ เห็น
ก. ลกั ษณะสว่ นตวั ของผู้ตอบแบบสารวจ
ข. พืน้ ที่ในการสารวจ
ค. ผมู้ สี ว่ นได้เสยี เร่ืองทจี่ ะสารวจ
ง. จานวนประชากร

3. ลกั ษณะใดท่ีควรคานงึ ในการเลอื กกลมุ่ ตัวอย่าง
ก. พ้นื ท่ีที่อยู่อาศยั
ข. ลกั ษณะส่วนตวั ของผ้ตู อบ
ค. มีจานวนตัวอย่างสอดคลอ้ งกับจานวนที่มอี ยู่จรงิ
ง. ถูกทุกข้อ

4. ถา้ นกั เรียนต้องการสารวจความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั การบริการหอ้ งสมดุ ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัด
ยะลา นักเรยี นควรเลือกใช้วิธเี ลอื กตัวอยา่ งแบบใด จงึ จะมีความเชื่อถือและเหมาะสมทีส่ ุด
ก. การส่มุ ตัวอย่าง
ข. การกาหนดโควตา
ค. การกาหนดแบบหลายช้นั
ง. การกาหนดแบบชนั้ ภูมิ

5. วิธกี ารสุ่มตวั อย่างใดเหมาะสมทสี่ ดุ เม่อื หน่วยตวั อย่างทุกๆ หนว่ ย มโี อกาสถกู เลือกมาเปน็ ตัวอยา่ ง
เท่าๆ กนั และมจี านวนหน่วยตัวอยา่ งอยา่ งมาก
ก. การสุ่มโดยวธิ ีจับฉลาก
ข. การสมุ่ โดยใช้ตารางเลขสมุ่
ค. การสมุ่ อย่างเป็นระบบ
ง. ก และ ข ถูก

61

6. วธิ ีเลอื กตวั อย่างในข้อใด เหมาะสมกบั การวิจยั ทตี่ ้องการศกึ ษากลุม่ ประชากรท่ีมีลกั ษณะตา่ งกัน
ก. การสมุ่ ตวั อยา่ ง
ข. การกาหนดโควตา
ค. การกาหนดแบบหลายชนั้
ง. การกาหนดแบบชัน้ ภมู ิ

7. วธิ ีการสุ่มตัวอย่างใดเหมาะสมที่สดุ เม่ือประชากรจดั เรียงไวอ้ ย่างสุ่ม ซง่ึ วิธีนจี้ ะมีประสทิ ธภิ าพสงู กว่า
วิธสี ุ่มแบบง่าย
ก. การสุม่ โดยวธิ จี บั ฉลาก
ข. การส่มุ โดยใชต้ ารางเลขสุม่
ค. การสุ่มอย่างเป็นระบบ
ง. ก และ ข ถูก

8. วธิ ีเลือกตวั อย่างในข้อใด ทป่ี ระชากรที่อยู่ในกลุ่มเดียวกนั มีความคล้ายคลงึ กันมากท่ีสดุ และประชากร
ท่อี ยตู่ ่างกลมุ่ มีความแตกต่างกันมากที่สุด
ก. การสมุ่ ตวั อยา่ ง
ข. การกาหนดโควตา
ค. การกาหนดแบบหลายชนั้
ง. การกาหนดแบบชนั้ ภมู ิ

9. ขอ้ ดีของวธิ เี ลือกตัวอย่างในข้อใด ท่ีประหยดั เวลาและค่าใช้จ่ายในการเก็บรวบรวมขอ้ มลู
ก. การสุ่มตัวอย่าง
ข. การกาหนดโควตา
ค. การกาหนดแบบหลายช้ัน
ง. การกาหนดแบบชัน้ ภมู ิ

10. ปจั จัยท่ีควรคานึงในการกาหนดขนาดของตัวอย่าง
ก. จานวนกลมุ่ บุคคลที่จะสารวจความคิดเหน็
ข. ความแตกตา่ งระหว่างระดบั การศกึ ษา
ค. ความแตกตา่ งระหว่างการไดเ้ สียประโยชน์
ง. ถูกทุกข้อ

11. แบบสารวจความคิดเหน็ ควรมสี ่วนประกอบอย่างนอ้ ยกสี่ ่วน
ก. 2 ส่วน
ข. 3 สว่ น
ค. 4 ส่วน
ง. 5 สว่ น

62

12. ข้อใดไม่ใช่สว่ นประกอบของแบบสารวจความคดิ เห็น
ก. ข้อเสนอแนะ
ข. คาถามในการสารวจความคิดเห็นของผสู้ ารวจ
ค. มาตรประเมินคา่
ง. ลักษณะทั่วไปของผู้ตอบ

13. ขอ้ ใดไม่ใช่ลกั ษณะของแบบสารวจความคิดเห็นท่ดี ี
ก. สว่ นแรกของแบบสารวจความคดิ เห็นคือลกั ษณะของผูต้ อบ
ข. จานวนคาถามไม่ควรมีมากเกินไป
ค. คาถามในแบบสารวจต้องไมเ่ ปน็ คาถามนา
ง. ผ้ตู อบแบบสารวจความคิดเห็นต้องมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรอ่ื งที่สารวจ

14. ขอ้ ใดไม่ใชก่ ารประมวลผลและวเิ คราะห์ความคิดเหน็
ก. หาจานวนตวั อยา่ งทเ่ี ก็บรวบรวมข้อมูล
ข. หาคา่ ร้อยละและจาแนกตามเรอ่ื งที่ศึกษา
ค. หาค่าเฉล่ยี ระดับความคิดเห็นในแตล่ ะเรื่อง
ง. หาความสมั พันธ์ระหว่างระดับ/คาตอบท่ีแสดงความคิดเห็นกับลักษณะต่างๆของผู้ตอบ

15. วิธกี ารใด ทาให้ทราบว่าลกั ษณะใดของผู้ตอบทมี่ ีผลทาให้ระดบั ความคดิ เหน็ แตกต่างกนั
ก. หาจานวนตัวอยา่ งท่เี ก็บรวบรวมขอ้ มูล
ข. หาคา่ ร้อยละและจาแนกตามเรือ่ งทีศ่ ึกษา
ค. หาคา่ เฉลย่ี ระดับความคิดเหน็ ในแต่ละเรื่อง
ง. หาความสมั พันธ์ระหว่างระดับ/คาตอบท่ีแสดงความคิดเห็นกับลักษณะตา่ งๆของผ้ตู อบ

16. ขอ้ ใดเป็นข้นั ตอนสุดท้ายของการสารวจความคิดเหน็
ก. การเลอื กตวั อยา่ ง
ข. การสร้างแบบสารวจ
ค. การประมวลผลความคิดเห็น
ง. การกาหนดขอบเขตการสารวจ

17. ขอ้ ใดไม่ใช่ประโยชน์ทไี่ ด้จากการสารวจความคิดเห็น
ก. เพอ่ื สรา้ งแบบสารวจความคดิ เหน็
ข. ใช้ในการตดั สนิ ใจเพื่อดาเนินโครงการทเ่ี ก่ียวข้องต่อไป
ค. เพือ่ แกป้ ัญหาหรือกาหนดแนวทางหรอื นโยบาย
ง. เพอ่ื ต้องการให้กลุ่มบคุ คลที่มีสว่ นไดเ้ สียในเรอื่ งนนั้ ๆ ได้มสี ่วนรว่ มในการตดั สนิ ใจ

63

18. พิจารณาขอ้ ความตอ่ ไปนี้
1) ภายหลังการสารวจความคิดเหน็ ควรมเี กณฑ์ทีน่ ามาใช้ในการตัดสนิ ใจเก่ยี วกบั เรื่องตา่ งๆ
2) การสารวจความคดิ เหน็ เพอ่ื ประเมนิ ผลการทางาน เพ่ือนาผลการสารวจมากาหนดยทุ ธศาสตร์
ของโครงการ
ข้อใดตอ่ ไปนีถ้ ูกตอ้ ง
ก. 1) ถกู และ 2) ผดิ
ข. 1) ผิด และ 2) ถูก
ค. 1) และ 2) ผิด
ง. 1) และ 2) ถกู

19. ขอ้ ใดกล่าวไม่ถกู ต้อง
ก. การสารวจความคิดเห็นคือการเก็บรวบรวมขอ้ มูล
ข. ข้อมูลที่ไดจ้ ากความคดิ เห็นของแตล่ ะบคุ คลในเรื่องใดๆ มิใช่ขอ้ เท็จจรงิ ของเรื่องนัน้ ๆ ท้ังหมด
ค. ข้อมลู ที่ได้จากการสารวจความคดิ เหน็ ในเรื่องเดียวกนั อาจแตกตา่ งกนั เนือ่ งจากลักษณะของผู้ทา
การสารวจ
ง. การสรปุ ผลการสารวจความคิดเหน็ นิยมสรปุ ผลจาแนกตามลักษณะตา่ งๆ ของผู้ตอบ

ใหน้ ักเรยี นใช้ตารางการสารวจความคดิ เห็นข้างลา่ งตอบคาถามข้อ 20 - 24
ตาราง แสดงความคิดเห็นของนักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 6 เกย่ี วกบั การจดั ประเภทแฟ้มสะสมงานวิชา
คณติ ศาสตร์ จานวน 30 คน

ขอ้ รายการ ระดบั ความคิดเหน็
5432 1

1 สถานท่ีทีใ่ ชใ้ นการจัดกจิ กรรม 18 5 5 2 0

2 กิจกรรมมีความเหมาะสมกับนกั เรยี น 15 10 3 2 0

3 ระยะเวลาทใี่ ชใ้ นการจัดกจิ กรรม 20 4 5 1 0

4 เน้อื หาสาระความรูท้ ่ีได้รบั 12 7 5 5 1

5 กิจกรรมช่วงสง่ เสริมคุณธรรม จรยิ ธรรมของนกั เรียน 16 12 2 0 0

20. ค่าเฉลย่ี ความคดิ เห็นของนักเรยี นเกยี่ วกบั สถานท่ีท่ใี ชใ้ นการจัดกิจกรรมมีคา่ เท่าใด

ก. 3.80 ข. 4.25 ค. 4.30 ง. 4.43

21. คา่ เฉลี่ยความคดิ เห็นของนกั เรียนเกยี่ วกบั เนื้อหาสาระความรทู้ ไี่ ดร้ บั มคี ่าเทา่ ใด

ก. 3.80 ข. 4.25 ค. 4.30 ง. 4.43

22. คา่ เฉลยี่ ความคดิ เหน็ ของนกั เรยี นเกยี่ วกบั ระยะเวลาท่ใี ช้ในการจดั กจิ กรรมมีค่าเท่าใด

ก. 3.80 ข. 4.25 ค. 4.30 ง. 4.43

64

23. ค่าเฉล่ียความคดิ เห็นของนักเรียนเกีย่ วกบั กจิ กรรมชว่ งส่งเสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรมของนักเรียนมคี ่า

เทา่ ใด

ก. 3.80 ข. 4.25 ค. 4.35 ง. 4.47

24. ค่าเฉล่ยี ความคดิ เห็นของนักเรียนเก่ียวกบั การจัดกจิ กรรมการประกวดแฟม้ สะสมงานมีค่าเทา่ ใด

ก. 3.80 ข. 4.25 ค. 4.30 ง. 4.43

ใหน้ กั เรยี นใช้ตารางการสารวจความคิดเหน็ ข้างลา่ งตอบคาถามข้อ 25 - 30
ตาราง แสดงความคดิ เห็นของนกั เรียนช้ันม.4 - 6 เกย่ี วกบั การจัดกิจกรรมกีฬาสขี องโรงเรียนคณะราษฎร
บารงุ จงั หวดั ยะลา จานวน 40 คน

ขอ้ รายการ ระดับความคดิ เห็น
5432 1

1 ระยะเวลาท่ใี ชใ้ นการ 27 6 5 2 0

แข่งขนั

2 ความร่วมมือของครู 33 4 3 0 0

และนักเรยี น

3 อุปกรณ์ทีใ่ ชใ้ นการ 25 10 5 1 0

แขง่ ขันทนั สมยั และมี

คุณภาพ

4 งบประมาณท่ีใชใ้ น 31 7 1 1 0

การแขง่ ขนั

5 คณะกรรมการตัดสิน 24 8 5 3 0

การแข่งขนั มีความ

ยตุ ธิ รรม

ค่าเฉลีย่ ของความคิดเห็น ความหมาย
4.51 – 5.00 เหน็ ด้วยอย่างย่งิ
3.51 – 4.50 เหน็ ด้วยมาก
2.51 – 3.50 เหน็ ด้วยปานกลาง
1.51 – 2.50 เห็นดว้ ยน้อย
1.00 – 1.50 เห็นดว้ ยนอ้ ยทสี่ ดุ

25. ค่าเฉลี่ยความคดิ เห็นเกี่ยวกับระยะเวลาท่ใี ชใ้ นการจกั กจิ กรรมอยู่ในระดบั ใด
ก. เหน็ ดว้ ยอย่างยงิ่
ข. เห็นด้วยมาก
ค. เหน็ ดว้ ยปานกลาง
ง. เห็นดว้ ยนอ้ ย

65

26. ค่าเฉล่ียความคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือของครูและนักเรียนอยู่ในระดบั ใด
ก. เห็นด้วยอยา่ งยง่ิ
ข. เหน็ ด้วยมาก
ค. เหน็ ดว้ ยปานกลาง
ง. เหน็ ดว้ ยน้อย

27. คา่ เฉลย่ี ความคดิ เหน็ เกี่ยวกับอุปกรณ์ทีใ่ ช้ในการแข่งขันทันสมยั และมีคณุ ภาพอยใู่ นระดับใด
ก. เห็นด้วยอยา่ งยิ่ง
ข. เหน็ ดว้ ยมาก
ค. เหน็ ดว้ ยนอ้ ย
ง. เหน็ ดว้ ยนอ้ ยที่สดุ

28. ค่าเฉลีย่ ความคดิ เห็นเก่ียวกับงบประมาณท่ีใช้ในการแข่งขันอยใู่ นระดับใด
ก. เหน็ ด้วยน้อยทส่ี ุด
ข. เห็นดว้ ยปานกลาง
ค. เห็นดว้ ยมาก
ง. เหน็ ดว้ ยอย่างยิ่ง

29. คา่ เฉล่ียความคิดเห็นเกย่ี วกับคณะกรรมการตดั สนิ การแข่งขนั กฬี ามคี วามยุติธรรมอยใู่ นระดับใด
ก. เหน็ ด้วยน้อย
ข. เหน็ ดว้ ยปานกลาง
ค. เหน็ ดว้ ยมาก
ง. เห็นด้วยอยา่ งยิ่ง

30. ค่าเฉลี่ยความคดิ เหน็ เกยี่ วกับการแข่งขนั กีฬาสีของโรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จงั หวดั ยะลาอยู่ในระดบั
ใด
ก. เหน็ ด้วยน้อยที่สุด
ข. เหน็ ดว้ ยนอ้ ย
ค. เห็นด้วยมาก
ง. เห็นดว้ ยอยา่ งยิ่ง

ภาคผนวก จ
เครือ่ งมือหาคณุ ภาพแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น

67

ค่าความสอดคล้องทางดา้ นเนือ้ หาของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ คะแนนความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญ สรุปผล
แบบทดสอบ คนท่ี 1 คนที่ 2 คนท่ี 3 คา่ เฉล่ีย
ใช้ได้
1. บอกความหมายของการสารวจ ข้อ 24 1 1 1 1.00
ความคิดเหน็ ได้ ใช้ได้
ใช้ได้
2. บอกขนั้ ตอนและวิธีการที่ ขอ้ 1 1 1 1 1.00 ใช้ได้
สาคญั ในการสารวจความ ใช้ได้
คดิ เห็นได้ ขอ้ 2 1 1 1 1.00 ใช้ได้
ข้อ 3 1 1 1 1.00 ใช้ได้
ใช้ได้
ขอ้ 12 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

ข้อ 13 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้
ใชไ้ ด้
ข้อ 14 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้
ใช้ได้
ข้อ 15 1 1 1 1.00 ใช้ได้
ใช้ได้
ข้อ 16 1 1 1 1.00 ใช้ได้
ใชไ้ ด้
ข้อ 17 1 1 1 1.00 ใช้ได้
ใชไ้ ด้
3. เลอื กกลุ่มตัวอย่างจาก ข้อ 4 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้
ใช้ได้
แบบตา่ งๆ ได้อย่างเหมาะสม ข้อ 5 1 1 1 1.00 ใช้ได้
ใช้ได้
ขอ้ 6 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้
ใช้ได้
ข้อ 7 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้

4. ออกแบบการสารวจได้ ข้อ 8 1 1 1 1.00
ข้อ 9 1 1 1 1.00

ขอ้ 10 1 1 0 0.67

ขอ้ 11 1 1 1 1.00
5. นาเสนอข้อมูลที่ไดจ้ ากการ ข้อ 18 1 1 1 1.00

สารวจและนาไปใช้ประโยชน์ได้ ข้อ 19 1 1 1 1.00

ขอ้ 20 1 1 1 1.00

ข้อ 21 1 1 1 1.00

ข้อ 22 1 1 1 1.00

ขอ้ 23 1 1 1 1.00

ขอ้ 24 1 1 1 1.00

ขอ้ 25 1 1 1 1.00

68

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ คะแนนความคดิ เหน็ ผ้เู ชย่ี วชาญ
แบบทดสอบ คนท่ี 1 คนที่ 2 คนที่ 3 คา่ เฉลยี่ สรุปผล

ขอ้ 26 1 1 1 1.00 ใช้ได้
ข้อ 27 1 1 1 1.00 ใช้ได้
ขอ้ 28 1 1 1 1.00 ใชไ้ ด้
ขอ้ 29 1 1 1 1.00 ใช้ได้
ขอ้ 30 1 1 1 1.00 ใช้ได้

ภาคผนวก ฉ

คา่ ความยากงา่ ย(p) และคา่ อานาจจาแนก(r)
ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น

70

คา่ ความยากงา่ ย(p) และคา่ อานาจจาแนก(r) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน

แบบทดสอบ p r สรุปผล แบบทดสอบ p r สรุปผล

ขอ้ 1 0.50 0.20 ใช้ได้ ขอ้ 16 0.35 0.30 ใชไ้ ด้
ขอ้ 2 0.30 0.40 ใช้ได้ ข้อ 17 0.80 0.20 ใช้ได้
ข้อ 3 0.70 0.40 ใชไ้ ด้ ขอ้ 18 0.80 0.40 ใช้ได้
ข้อ 4 0.30 0.20 ใช้ได้ ขอ้ 19 0.40 0.20 ใช้ได้
ข้อ 5 0.20 0.20 ใช้ได้ ขอ้ 20 0.50 0.20 ใชไ้ ด้
ขอ้ 6 0.30 0.20 ใช้ได้ ข้อ 21 0.20 0.20 ใช้ได้
ข้อ 7 0.35 0.50 ใช้ได้ ขอ้ 22 0.55 0.30 ใชไ้ ด้
ข้อ 8 0.30 0.60 ใช้ได้ ขอ้ 23 0.45 0.30 ใชไ้ ด้
ข้อ 9 0.20 0.20 ใชไ้ ด้ ข้อ 24 0.30 0.20 ใช้ได้
ขอ้ 10 0.70 0.20 ใชไ้ ด้ ขอ้ 25 0.40 0.20 ใช้ได้
ข้อ 11 0.75 0.30 ใชไ้ ด้ ข้อ 26 0.40 0.20 ใช้ได้
ข้อ 12 0.20 0.20 ใช้ได้ ขอ้ 27 0.80 0.20 ใช้ได้
ข้อ 13 0.30 0.20 ใชไ้ ด้ ขอ้ 28 0.55 0.30 ใชไ้ ด้
ขอ้ 14 0.45 0.50 ใช้ได้ ข้อ 29 0.55 0.30 ใชไ้ ด้
ขอ้ 15 0.35 0.30 ใช้ได้ ขอ้ 30 0.20 0.20 ใช้ได้

ภาคผนวก ช
แบบประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์

72

แบบประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์

ช่อื .............................................................สกุล...........................................ช้ันมัธยมศึกษาปีที่………..…

คาชี้แจง โปรดทาเครือ่ งหมาย () ลงในช่องวา่ งท่ีตรงกับระดบั คุณภาพของนักเรยี นตามหัวข้อต่อไปน้ี

เกณฑ์การประเมนิ หมายถงึ มีทกั ษะมากทสี่ ดุ
ระดับ 4 หมายถงึ มีทกั ษะมาก
ระดบั 3 หมายถึง มที กั ษะพอใช้
ระดบั 2 หมายถงึ ทกั ษะปรับปรงุ
ระดับ 1

ทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ระดบั คะแนนการประเมนิ
4 3 21
1. การแกป้ ัญหา
2. การให้เหตุผล
3. การสอ่ื สาร การสือ่ ความหมายทาง
คณติ ศาสตร์และการนาเสนอ
4. การเชอ่ื มโยงความรูต้ ่างๆ ทางคณิตศาสตร์
และเช่ือมโยงคณติ ศาสตร์กับศาสตรอ์ ่ืนๆ
5. ความคิดรเิ รมิ่ สร้างสรรค์

ขอ้ เสนอแนะ
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..........................................
............................................................................................................................. ..........................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

73

เกณฑก์ ารให้คะแนน (โชติมา หนูพริก : 2553)
1) ทกั ษะการแก้ปัญหา หมายถึง ความสามารถในการดาเนินการแก้ปัญหาได้สาเรจ็ ด้วย
วธิ ีการหลากหลาย และมีความเหมาะสมกับปญั หา การอธิบายเหตุผลในการใชว้ ิธีการ
แก้ปญั หาไดเ้ ข้าใจชัดเจน ตลอดจนดาเนินการตรวจสอบและสะท้อนผลการแก้ปญั หา
อยา่ งมีประสิทธิภาพและเกิดความรูใ้ หม่จากการแก้ปญั หา โดยมเี กณฑ์การให้คะแนน
ดังนี้

ระดับคะแนน ความสามารถทปี่ รากฏ
4
- ดาเนินการแก้ปญั หาใหส้ าเรจ็ ด้วยวิธกี ารทห่ี ลากหลาย
3 และมคี วามเหมาะสมกบั ปัญหา

2 - อธิบายเหตุผลในการใชว้ ิธกี ารแกป้ ญั หาได้เข้าใจ
1 ชัดเจน

- ดาเนนิ การตรวจสอบและสะท้อนผลการแก้ปญั หา
อย่างมีประสทิ ธิภาพ

- เกิดความรู้ให้จากการดาเนินการแกป้ ญั หา

- ดาเนินการแก้ปญั หาได้สาเร็จ
- อธิบายเหตผุ ลในการใชว้ ธิ กี ารแก้ปญั หาได้เขา้ ใจ

ชดั เจน
- ดาเนนิ การตรวจสอบและสะท้อนผลการแก้ปัญหา

อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

- ดาเนนิ การแกป้ ัญหาได้บางสว่ น
- อธบิ ายเหตุผลในการใช้วิธีการแก้ปัญหาไดเ้ ข้าใจได้

บ้าง

- ดาเนนิ การแกป้ ัญหาไดบ้ างสว่ น

2) ทักษะการใหเ้ หตผุ ล หมายถึง ความสามารถในการคาดคะเนคาตอบท่ีน่าจะเป็นไปได้

อย่างสมเหตุสมผล อธิบายเหตุผลประกอบการตดั สนิ ใจได้อยา่ งเหมาะสม และสรุปผล

ของการตัดสนิ ใจได้อยา่ งเหมาะสม โดยมเี กณฑ์การใหค้ ะแนน ดังนี้

ระดบั คะแนน ความสามารถท่ีปรากฏ

4 - คาดคะเนคาตอบทีน่ ่าจะเป็นไปได้อย่างสมเหตุสมผล

- อธิบายเหตผุ ลประกอบการตัดสนิ ใจไดอ้ ย่างเหมาะสม

- สรุปผลของการตดั สินใจได้อย่างเหมาะสม

3 - คาดคะเนคาตอบท่นี ่าจะเปน็ ไปไดอ้ ย่างสมเหตุสมผล

- ระบเุ หตุผลประกอบการตดั สินใจได้

2 - คาดคะเนคาตอบท่ีน่าจะเป็นไปไดโ้ ดยมเี หตุผล

ประกอบ

1 - คาดคะเนคาตอบทน่ี ่าจะเป็นไปได้แต่ไมม่ เี หตผุ ล

ประกอบ

74

3) ทกั ษะการสื่อสาร การสือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์และการนาเสนอ หมายถงึ
ความสามารถในการใชภ้ าษาและสญั ลกั ษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการส่อื สาร สอ่ื
ความหมายและนาเสนอได้อย่างถูกต้องเหมาะสม จดั ระบบและเชื่อมโยงความคิดผ่าน
กระบวนการส่ือสาร และส่ือสารความคิดดา้ นคณติ ศาสตรไ์ ด้อยา่ งต่อเนือ่ งและชดั เจน
โดยมเี กณฑ์การให้คะแนน ดงั นี้

ระดบั คะแนน ความสามารถท่ปี รากฏ
4
- ใชภ้ าษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสอ่ื สาร
3 ส่ือความหมายและนาเสนอได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

2 - จัดระบบและเช่ือมโยงความคิดผ่านกระบวนการ
1 สื่อสารได้อย่างชัดเจน

- สื่อสารความคิดด้านคณิตศาสตรอ์ ยา่ งต่อเนอื่ งและ
ชัดเจน

- ใชภ้ าษาและสญั ลักษณ์ทางคณติ ศาสตร์ในการสื่อสาร
สอ่ื ความหมายและนาเสนอได้อยา่ งถูกต้อง

- จัดระบบและเชื่อมโยงความคิดผ่านกระบวนการ
สื่อสารได้

- สอ่ื สารความคิดดา้ นคณิตศาสตร์อย่างต่อเนอ่ื ง

- ใช้ภาษาและสัญลกั ษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสอื่ สาร
สื่อความหมายและนาเสนอได้

- จดั ระบบและเชื่อมโยงความคิดผา่ นกระบวนการ
สื่อสารได้

- ใชภ้ าษาและสญั ลักษณท์ างคณิตศาสตร์ในการสอื่ สาร
สอ่ื ความหมายและนาเสนอยงั ไมถ่ ูกต้อง

- จัดระบบและเช่ือมโยงความคิดยงั ไม่ชัดเจน

4) ทกั ษะการเช่ือมโยงความรตู้ ่างๆ ทางคณติ ศาสตร์และเช่ือมโยงคณิตศาสตรก์ ับ
ศาสตรอ์ นื่ ๆ หมายถึง ความสามารถในการนาความรู้ตา่ งๆ ทางคณิตศาสตร์มาใช้ในการ
เรยี นรเู้ น้ือหาใหม่ไดด้ ้วยตนเอง และนาความรู้ทางคณิตศาสตรไ์ ปใช้ในชีวิตประจาวนั
อย่างเหมาะสมกบั สถานการณ์ต่างๆ โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดงั นี้

ระดับคะแนน ความสามารถทปี่ รากฏ
4
- นาความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตรม์ าใช้ในการเรียนรู้
3 เน้ือหาใหม่ได้ดว้ ยตนเอง

- นาความรทู้ างคณิตศาสตร์ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั อย่าง
เหมาะสมกับสถานการณต์ า่ งๆ ได้ด้วยตนเอง

- นาความรู้ต่างๆ ทางคณิตศาสตรม์ าใชใ้ นการเรียนรู้
เนอื้ หาใหม่ไดด้ ้วยตนเองเมื่อได้รบั คาชีแ้ นะจากครู

- นาความรทู้ างคณติ ศาสตร์ไปใชใ้ นชวี ิตประจาวันอย่าง

75

เหมาะสมกบั สถานการณ์ต่างๆ ไดด้ ้วยตนเองเมื่อได้
รบั คาชแ้ี นะจากครู

2 - นาความรู้ตา่ งๆ ทางคณิตศาสตร์มาใช้ในการเรียนรู้
เนอ้ื หาใหม่ได้ดว้ ยตนเองเมื่อไดร้ ับคาช้นี าจากครู

- นาความรูท้ างคณติ ศาสตร์ไปใช้ในชีวติ ประจาวนั อยา่ ง
เหมาะสมกบั สถานการณ์ต่างๆ ได้ดว้ ยตนเองเมื่อได้
รบั คาช้ีนาจากครู

1 - นาความรู้ตา่ งๆ ทางคณติ ศาสตร์มาใช้ในการเรียนรู้
เน้ือหาใหม่ไดด้ ว้ ยตนเองเม่ือได้เห็นตัวอยา่ งจากครู

- นาความรทู้ างคณิตศาสตรไ์ ปใช้ในชวี ิตประจาวนั อยา่ ง
เหมาะสมกับสถานการณ์ตา่ งๆ ไดด้ ้วยตนเองเมื่อได้
เหน็ ตัวอยา่ งจากครู

5) ทกั ษะความคิดริเรม่ิ สรา้ งสรรค์ หมายถึง สามารถแสดงความคดิ รเิ ริม่ ใหม่ๆ โดยมี
ความคดิ คล่องแคล่วในการคิด มีความยดื หยุ่นในการคดิ และมีความละเอยี ดลออในการ
คดิ โดยมีเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ดงั นี้

ระดบั คะแนน ความสามารถที่ปรากฏ
4
สามารถแสดงความคดิ รเิ ร่ิมใหมๆ่ ความคดิ คล่องแคลว่
3 ในการคิด ความยืดหย่นุ ในการคดิ และมีความ
ละเอียดลออในการคิดได้ด้วยตนเอง
2
สามารถแสดงความคดิ ริเริ่มใหมๆ่ ความคดิ คล่องแคลว่
1 ในการคดิ ความยืดหยนุ่ ในการคดิ และมีความ
ละเอยี ดลออในการคิดไดเ้ มือ่ ได้รับการกระต้นุ

สามารถแสดงความคดิ ริเริ่มใหมๆ่ ความคดิ คลอ่ งแคล่ว
ในการคิด ความยดื หย่นุ ในการคดิ และมีความ
ละเอียดลออในการคิดไดเ้ มื่อได้รับการยกย่อง

สามารถแสดงความคดิ รเิ ริ่มใหม่ๆ ความคิดคล่องแคลว่
ในการคิด ความยืดหยนุ่ ในการคดิ และมีความ
ละเอยี ดลออในการคิดไดโ้ ดยตอ้ งให้คาแนะนาอยา่ ง
ใกล้ชดิ

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
โดยนาคา่ เฉลย่ี เทียบกบั เกณฑ์ทีก่ าหนด ดังน้ี (พิมพพ์ ร ไชยฤกษ์ : 2552)
คะแนนเฉลยี่ 3.51 – 4.00 หมายถึง มีทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ระดบั ดมี าก
คะแนนเฉล่ีย 2.51 – 3.50 หมายถงึ มีทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ระดบั ดี
คะแนนเฉลย่ี 1.51 – 2.50 หมายถึง มีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ระดับพอใช้
คะแนนเฉล่ีย 1.00 – 1.50 หมายถึง มีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ระดับต้องปรับปรงุ

ภาคผนวก ซ
แบบวัดเจตคตติ อ่ การเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์

77

แบบวัดเจตคติต่อการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์

คาช้ีแจง
1. แบบสอบถามฉบบั น้ีต้องการใหน้ ักเรียนแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ความรูส้ กึ นึกคดิ หรือความเห็น
ท่มี ตี อ่ การเรยี นวิชาคณติ ศาสตร์ ซ่งึ ความเห็นดงั กลา่ วนนั้ เป็นความรู้สึกหรือหรือความคิดเห็น
เฉพาะบคุ คล ไม่มีถกู หรือผิด ของใหน้ ักเรียนตอบให้ตรงกบั ความรสู้ ึกของนกั เรียนให้มากท่ีสดุ
2. ให้นกั เรียนอ่านขอ้ ความที่กาหนดใหใ้ นแตล่ ะข้อให้เขา้ ใจ แล้วแสดงความรสู้ กึ นกึ คิดหรอื ความเห็น
ของนักเรยี นโดยเขยี นเคร่ืองหมาย  ลงในช่องระดับความคิดเห็นท่ีตรงกบั ความรู้สกึ หรือ
ความเหน็ ของนักเรยี น ดงั นี้
5 หมายความวา่ มีความเหน็ ด้วยกับขอ้ ความนั้นอยู่ในระดับ มากทสี่ ุด
4 หมายความว่า มคี วามเหน็ ดว้ ยกบั ขอ้ ความนั้นอยูใ่ นระดับ มาก
3 หมายความว่า มคี วามเห็นด้วยกบั ขอ้ ความน้ันอยู่ในระดบั ปานกลาง
2 หมายความวา่ มีความเห็นด้วยกบั ขอ้ ความน้ันอยใู่ นระดบั นอ้ ย
1 หมายความว่า มีความเห็นดว้ ยกบั ข้อความน้ันอย่ใู นระดบั น้อยที่สุด

ตัวอยา่ งเชน่

ข้อท่ี ขอ้ ความ ระดบั ความคิดเห็น
00 คณติ ศาสตร์ยิ่งเรยี นย่งิ นา่ สนใจ 54321



แสดงว่า นักเรียนมคี วามเหน็ ด้วยอยูใ่ นระดับมาก กบั ข้อความท่ีกล่าววา่ “คณติ ศาสตร์ยิง่ เรียนย่งิ น่าสนใจ”

78

ข้อท่ี ขอ้ ความ ระดับความคดิ เห็น
54321
1 คณิตศาสตร์เป็นวชิ าทเี่ รียนแล้วสนกุ
2 คณติ ศาสตรเ์ ป็นวิชาท่ียากสาหรบั ข้าพเจ้า
3 ข้าพเจ้าสนใจเรยี นคณิตศาสตร์ทกุ ครง้ั ไมว่ า่ จะยากหรอื ง่าย
4 คณติ ศาสตรเ์ ป็นวิชาทน่ี า่ เบื่อ
5 ขา้ พเจ้าชอบเขา้ รว่ มกิจกรรมท่เี กยี่ วข้องกบั คณิตศาสตร์
6 คณิตศาสตร์ทาให้ข้าพเจา้ รู้สึกเครยี ด
7 ข้าพเจา้ รู้สึกอยากทาแบบฝึกหัดวิชาคณิตศาสตรม์ ากกวา่ วิชาอ่นื ๆ
8 กิจกรรมการเรียนในชั่วโมงคณติ ศาสตรไ์ ม่นา่ สนใจ
9 ข้าพเจ้าทาการบ้านวิชาคณติ ศาสตรด์ ้วยตนเอง
10 คณิตศาสตร์ถึงแมจ้ ะค่อนข้างยากแต่ข้าพเจา้ กอ็ ยากเรียน
11 ข้าพเจา้ อยากให้ชวั่ โมงคณิตศาสตรผ์ ่านพ้นไปเร็วๆ
12 คณติ ศาสตรส์ ร้างความทา้ ทายใหค้ นกลา้ คิดกล้าทา
13 ขา้ พเจา้ มีความสขุ อย่างมากในช่ัวโมงทเ่ี รียนวชิ าคณติ ศาสตร์
14 ขา้ พเจ้าอยากใหล้ ดชวั่ โมงวิชาคณิตศาสตร์ลง
15 ขา้ พเจา้ ชอบเรียนวชิ าคณิตศาสตร์มากกวา่ วชิ าอนื่ ๆ
16 ข้าพเจา้ คดิ ท่ีจะหนเี รยี นในชวั่ โมงวชิ าคณติ ศาสตร์
17 คณติ ศาสตร์เป็นวิชาที่ทาให้ข้าพเจ้าเกิดความกระตือรือร้นในการ

คน้ คว้าหาความรู้อยเู่ สมอ
18 ถา้ ข้าพเจ้ารสู้ กึ ว่ายงั มีขอ้ สงสัยหรอื ยังไม่เขา้ ใจในวิชาคณิตศาสตร์

ขา้ พเจ้าจะใชค้ วามพยายามมากขนึ้
19 ขา้ พเจา้ รสู้ กึ เสยี เวลาในการทาการบา้ นวชิ าคณติ ศาสตร์มาก
20 ขา้ พเจา้ มคี วามสุขและภมู ิใจที่ได้มสี ว่ นร่วมในการอธบิ ายบทเรียน

คณิตศาสตรห์ รือทากจิ กรรมทางคณติ ศาสตร์
21 ข้าพเจ้ารสู้ กึ ไม่มคี วามม่นั ใจ เมอ่ื ต้องเรยี นวชิ าคณติ ศาสตร์
22 คณิตศาสตรเ์ ป็นวชิ าท่สี ่งเสรมิ ความคิดรเิ ร่มิ สร้างสรรค์
23 ในการเรยี นคณติ ศาสตร์ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้ชา้ กวา่ เพอ่ื นคนอ่ืนๆ
24 ข้าพเจา้ รู้สกึ ทอ้ แท้ ไมอ่ ยากทาเม่อื เจอโจทยป์ ญั หาคณติ ศาสตร์
25 เนอ้ื หาต่างๆ ในวิชาคณิตศาสตรม์ แี ตเ่ รอื่ งยากๆ ไมน่ า่ สนใจ
26 คณติ ศาสตร์มีประโยชน์ต่อการดารงชวี ติ
27 ข้าพเจ้ารูส้ กึ วติ กกังวลกับการสอบวิชาคณติ ศาสตร์
28 ขา้ พเจา้ อยากทางานเกี่ยวข้องกับวชิ าคณติ ศาสตร์
29 ข้าพเจา้ ไม่คอ่ ยประสบความสาเรจ็ ในการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์

เกอื บทกุ ชั่วโมง
30 ถ้าเลอื กได้ ข้าพเจา้ ขอเลือกที่จะไมเ่ รียนวิชาคณิตศาสตร์

ภาคผนวก ฌ
ประมวลภาพกจิ กรรมการจดั การเรียนร้แู บบโครงงาน

80

ภาพกจิ กรรมการจดั การเรียนรแู้ บบโครงงาน

ประวตั ิผ้วู จิ ยั

82

ประวตั ผิ ู้วจิ ัย

ชอ่ื – สกลุ นายครรชติ แซโ่ ฮ่

วัน เดือน ปเี กิด 1 ธันวาคม 2525

ตำแหนง่ งำนในปัจจุบัน ครู อันดบั คศ.2 วทิ ยฐานะ ครชู านาญการ

สถำนท่ที ำงำนปจั จุบนั โรงเรียนคณะราษฎรบารงุ จังหวดั ยะลา สพม. เขต 15

สถำนท่ีอยูป่ จั จุบนั 30/9 ถนนผงั เมอื ง 4 ซอย 5 ตาบลสะเตง อาเออเมอื งยะลา

จงั หวัดยะลา 95000

วุฒกิ ำรศึกษำ

หลกั สตู รวิทยาศาสตรบณั ฑิต (วท.บ.) สาขาคณิตศาสตร์

มหาวิทยาลัยทักษณิ จงั หวดั สงขลา

หลกั สูตรประกาศนียบัตรบัณฑติ วิชาชีพครู สาขาการสอน

มหาวิทยาลยั ทักษณิ จงั หวดั สงขลา

หลกั สตู รวทิ ยาศาสตรมหาบณั ฑิต (วท.ม.) สาขาคณิตศาสตร์

มหาวิทยาลัยทักษิณ วทิ ยาเขตพัทลุง

ประวตั ิกำรรับรำชกำร

ปี พ.ศ.2549 – 2555 ครโู รงเรยี นจันทร์ประอสั สรอ์ นสุ รณ์ สพม. เขต 15

ปี พ.ศ.2555 – ปัจจุบนั ครโู รงเรยี นคณะราษฎรบารุง จังหวัดยะลา สพม. เขต 15


Click to View FlipBook Version