1
พระราชบญั ญตั ิ
การจดั สรรท่ีดิน
พ.ศ. 2543
ภมู พิ ลอดลุ ยเดช ป.ร.
ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2543
เป็นปีท่ี 55 ในรชั กาลปจั จบุ นั
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศวา่
โดยทเ่ี ป็นการสมควรปรบั ปรงุ กฎหมายวา่ ดว้ ยการจดั สรรทด่ี นิ
พระราชบญั ญตั นิ ้ีมบี ทบญั ญตั บิ างประการเก่ยี วกบั การจํากดั สทิ ธแิ ละเสรภี าพของบุคคล ซ่งึ มาตรา 29 ประกอบกบั
มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย บญั ญตั ใิ หก้ ระทําไดโ้ ดยอาศยั อํานาจตามบทบญั ญตั แิ ห่ง
กฎหมาย
จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ขิ น้ึ ไวโ้ ดยคาํ แนะนําและยนิ ยอมของรฐั สภาดงั ต่อไปน้ี
มาตรา 1 พระราชบญั ญตั นิ ้ีเรยี กวา่ “พระราชบญั ญตั กิ ารจดั สรรทด่ี นิ พ.ศ. 2543”
มาตรา 2 พระราชบญั ญตั นิ ้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั เมอ่ื พน้ กาํ หนดหกสบิ วนั นบั แตว่ นั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นตน้ ไป
มาตรา 3 ใหย้ กเลกิ ประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี 286 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2515
มาตรา 4 ในพระราชบญั ญตั นิ ้ี
“การจดั สรรทดี่ นิ ” หมายความวา่ การจาํ หน่ายทด่ี นิ ทไ่ี ดแ้ บง่ เป็นแปลงยอ่ ยรวมกนั ตงั้ แต่สบิ แปลงขน้ึ ไป ไมว่ า่ จะเป็น
การแบง่ จากทด่ี นิ แปลงเดยี วหรอื แบง่ จากทด่ี นิ หลายแปลงทม่ี พี น้ื ทต่ี ดิ ต่อกนั โดยไดร้ บั ทรพั ยส์ นิ หรอื ประโยชน์เป็นคา่ ตอบแทน
และใหห้ มายความรวมถงึ การดาํ เนินการดงั กลา่ วทไ่ี ดม้ กี ารแบ่งทด่ี นิ เป็นแปลงยอ่ ยไวไ้ มถ่ งึ สบิ แปลงและต่อมาไดแ้ บ่งทด่ี นิ แปลง
เดมิ เพม่ิ เตมิ ภายในสามปี เมอ่ื รวมกนั แลว้ มจี าํ นวนตงั้ แตส่ บิ แปลงขน้ึ ไปดว้ ย
“สทิ ธใิ นทดี่ นิ ” หมายความวา่ กรรมสทิ ธแิ ์ ละใหห้ มายความรวมถงึ สทิ ธคิ รอบครองดว้ ย
“ใบอนุญาต” หมายความวา่ ใบอนุญาตใหท้ าํ การจดั สรรทด่ี นิ
“ผูจ้ ดั สรรทดี่ นิ ” หมายความว่า ผูไ้ ดร้ บั ใบอนุญาตใหท้ ําการจดั สรรท่ดี นิ และใหห้ มายความรวมถงึ ผูร้ บั โอนใบอนุญาต
ดว้ ย
“ผซู้ ้อื ทดี่ นิ จดั สรร” หมายความวา่ ผทู้ าํ สญั ญากบั ผจู้ ดั สรรทด่ี นิ เพอ่ื ใหไ้ ดม้ าซง่ึ ทด่ี นิ จดั สรร และใหห้ มายความรวมถงึ
ผรู้ บั โอนสทิ ธใิ นทด่ี นิ คนต่อไปดว้ ย
1 “สาธารณูปโภค” หมายความวา่ สงิ่ อาํ นวยประโยชน์ทผ่ี จู้ ดั สรรทด่ี นิ ไดจ้ ดั ใหม้ ขี น้ึ เพอ่ื ใหผ้ ซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรใชป้ ระโยชน์
รว่ มกนั ตามสญั ญาหรอื แผนผงั โครงการทไ่ี ดร้ บั อนุญาต
“บรกิ ารสาธารณะ” หมายความว่า การใหบ้ รกิ ารหรอื สงิ่ อํานวยความสะดวกในโครงการจดั สรรท่ดี นิ ทก่ี ําหนดไวใ้ น
โครงการทข่ี ออนุญาตจดั สรรทด่ี นิ ตามมาตรา 23(4)
“คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กรงุ เทพมหานครและคณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ จงั หวดั
“พนักงานเจา้ หน้าท”ี่ หมายความวา่ เจา้ พนกั งานทด่ี นิ ซง่ึ เป็นผูป้ ฏบิ ตั กิ ารในการจดทะเบยี นสทิ ธิ และนิตกิ รรมตาม
ประมวลกฎหมายทด่ี นิ
“รฐั มนตร”ี หมายความวา่ รฐั มนตรผี รู้ กั ษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
1 บทนิยาม บญั ญตั เิ พม่ิ โดย มาตรา 3 แหง่ พระราชบญั ญตั กิ ารจดั สรรทด่ี นิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2558
2
มาตรา 5 พระราชบญั ญตั นิ ้ีมใิ หใ้ ชบ้ งั คบั แก่
(1) การจดั สรรท่ดี นิ ของหน่วยราชการ หน่วยงานของรฐั รฐั วสิ าหกจิ ราชการสว่ นทอ้ งถนิ่ หรอื องคก์ รอ่นื
ของรฐั ทม่ี อี าํ นาจหน้าทท่ี าํ การจดั สรรทด่ี นิ ตามกฎหมาย
(2) การจดั สรรทด่ี นิ ทไ่ี ดร้ บั อนุญาตตามกฎหมายอ่นื
มาตรา 6 ใหร้ ฐั มนตรวี า่ การกระทรวงมหาดไทยรกั ษาการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี และใหม้ อี ํานาจออกกฎกระทรวง
กาํ หนดคา่ ธรรมเนียมไมเ่ กนิ อตั ราทา้ ยพระราชบญั ญตั นิ ้ี และกาํ หนดกจิ การอ่นื เพอ่ื ปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
กฎกระทรวงนนั้ เมอ่ื ไดป้ ระกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ชบ้ งั คบั ได้
หมวด 1
คณะกรรมการจดั สรรท่ีดิน
2 มาตรา 7 ใหม้ คี ณะกรรมการจดั สรรท่ดี นิ กลาง ประกอบดว้ ย ปลดั กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ
อยั การสงู สดุ อธบิ ดกี รมการปกครอง อธบิ ดกี รมชลประทาน อธบิ ดกี รมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง เลขาธกิ ารคณะกรรมการคุม้ ครอง
ผบู้ รโิ ภค เลขาธกิ ารสาํ นกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม และผทู้ รงคุณวุฒจิ าํ นวนหกคนซ่งึ รฐั มนตรี
แต่งตงั้ จากผูม้ คี วามรู้ ความสามารถ หรอื ประสบการณ์ในดา้ นการพฒั นาอสงั หารมิ ทรพั ย์ การผงั เมอื ง การบรหิ ารชุมชน หรอื
กฎหมาย เป็นกรรมการ
ให้อธิบดีกรมท่ีดินเป็นกรรมการและเลขานุการ และแต่งตัง้ ข้าราชการกรมท่ีดินจํานวนไม่เกินสองคนเป็น
ผชู้ ว่ ยเลขานุการ
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒติ ามวรรคหน่ึง ให้แต่งตงั้ จากผู้แทนภาคเอกชนซ่งึ เป็นผู้ดําเนินกจิ การเก่ยี วกบั การพฒั นา
อสงั หารมิ ทรพั ยไ์ มน่ ้อยกวา่ กง่ึ หน่ึง
มาตรา 8 คณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางมอี ํานาจหน้าทก่ี ํากบั ดแู ลการจดั สรรทด่ี นิ โดยทวั่ ไป รวมทงั้ ใหม้ อี ํานาจ
หน้าทด่ี งั ตอ่ ไปน้ี
(1) กาํ หนดนโยบายการจดั สรรทด่ี นิ
(2) วางระเบยี บเกย่ี วกบั การจดั สรรทด่ี นิ
(3) ใหค้ วามเหน็ ชอบขอ้ กาํ หนดเกย่ี วกบั การจดั สรรทด่ี นิ ทค่ี ณะกรรมการเสนอตามมาตรา 14(1)
(4) กําหนดแบบมาตรฐานของสญั ญาจะซอ้ื จะขายทด่ี นิ จดั สรรเพ่อื ใหผ้ ขู้ อใบอนุญาตทําการจดั สรรทด่ี นิ ใช้
ในการประกอบกจิ การตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
(5) วนิ ิจฉัยช้ีขาดปญั หาเก่ียวกบั การจดั สรรท่ีดินตามคําร้องหรอื คําอุทธรณ์ของผู้ขอใบอนุญาตทําการ
จดั สรรทด่ี นิ หรอื ผจู้ ดั สรรทด่ี นิ
(6) ปฏบิ ตั กิ ารอ่นื ตามทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ้ นพระราชบญั ญตั นิ ้ีหรอื กฎหมายอ่นื
ระเบยี บตาม (2) เมอ่ื ไดป้ ระกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ชบ้ งั คบั ได้
มาตรา 9 กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ มิ วี าระการดาํ รงตาํ แหน่งคราวละสองปี
กรรมการซง่ึ พน้ จากตาํ แหน่งอาจไดร้ บั แต่งตงั้ อกี ได้ แตจ่ ะดาํ รงตาํ แหน่งเกนิ สองวาระตดิ ตอ่ กนั มไิ ด้
มาตรา 10 นอกจากการพน้ จากตาํ แหน่งตามวาระตามมาตรา 9 กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ พิ น้ จากตาํ แหน่งเมอ่ื
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) รัฐมนตรีให้ออกเพราะมีความประพฤติเส่ือมเสีย บกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าท่ี หรือหย่อน
ความสามารถ
(4) เป็นบุคคลลม้ ละลาย
2 มาตรา 7 ความเดมิ ถกู ยกเลกิ โดย มาตรา 4 แหง่ พระราชบญั ญตั กิ ารจดั สรรทด่ี นิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2558 และใหใ้ ชค้ วามใหมแ่ ทนดงั ทพ่ี มิ พไ์ วแ้ ลว้
3
(5) เป็นคนไรค้ วามสามารถหรอื คนเสมอื นไรค้ วามสามารถ
(6) ได้รบั โทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงท่ีสุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรบั ความผิดท่ีได้กระทําโดย
ประมาทหรอื ความผดิ ลหโุ ทษ
มาตรา 11 ในกรณีทก่ี รรมการผูท้ รงคุณวุฒพิ น้ จากตําแหน่งก่อนวาระ รฐั มนตรอี าจแต่งตงั้ ผอู้ ่นื เป็นกรรมการแทน
ได้ และใหผ้ ไู้ ดร้ บั แต่งตงั้ ดาํ รงตาํ แหน่งแทนอยใู่ นตาํ แหน่งเทา่ กบั วาระทเ่ี หลอื อยขู่ องผซู้ ง่ึ ตนแทน
มาตรา 12 การประชุมคณะกรรมการจดั สรรท่ดี นิ กลางต้องมกี รรมการมาประชุมไม่น้อยกว่าก่งึ หน่ึงของจํานวน
กรรมการทงั้ หมด จงึ จะเป็นองคป์ ระชมุ
ในการประชุมของคณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลาง ถา้ ประธานกรรมการไม่มาประชุมหรอื ไมอ่ าจปฏบิ ตั หิ น้าทไ่ี ด้ ให้
กรรมการทม่ี าประชุมเลอื กกรรมการคนหน่ึงเป็นประธานในทป่ี ระชมุ
การวนิ ิจฉัยช้ขี าดของท่ปี ระชุมใหถ้ อื เสยี งขา้ งมาก กรรมการคนหน่ึงมเี สยี งหน่ึงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสยี ง
เทา่ กนั ใหป้ ระธานในทป่ี ระชุมออกเสยี งเพม่ิ ขน้ึ อกี เสยี งหน่ึงเป็นเสยี งชข้ี าด
3 มาตรา 13 ใหม้ คี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ จงั หวดั ทุกจงั หวดั ดงั น้ี
(1) ในกรงุ เทพมหานคร ใหม้ คี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กรงุ เทพมหานคร ประกอบดว้ ย อธบิ ดกี รมทด่ี นิ หรอื
รองอธบิ ดกี รมทด่ี นิ ซ่งึ อธบิ ดกี รมท่ดี นิ มอบหมาย เป็นประธานกรรมการ ผูแ้ ทนกรมชลประทาน ผูแ้ ทนกรมโยธาธกิ ารและผงั
เมือง ผู้แทนสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ผู้แทนสํานักงานอัยการสูงสุด ผู้แทน
กรุงเทพมหานคร และผูท้ รงคุณวุฒจิ ํานวนสค่ี นซ่งึ ปลดั กระทรวงมหาดไทยแต่งตงั้ เป็นกรรมการ และใหผ้ ูแ้ ทนกรมทด่ี นิ เป็น
กรรมการและเลขานุการ
(2) ในจงั หวดั อ่นื ให้มคี ณะกรรมการจดั สรรท่ดี นิ จงั หวดั ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจงั หวดั หรอื รองผูว้ ่า
ราชการจงั หวดั ซ่งึ ผูว้ ่าราชการจงั หวดั มอบหมาย เป็นประธานกรรมการ ผูแ้ ทนกรมชลประทาน อยั การจงั หวดั ซ่งึ เป็นหวั หน้า
สาํ นกั งานอยั การจงั หวดั โยธาธกิ ารและผงั เมอื งจงั หวดั ปลดั จงั หวดั นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั และผทู้ รงคุณวฒุ จิ าํ นวนส่ี
คน ซง่ึ ปลดั กระทรวงมหาดไทยแตง่ ตงั้ เป็นกรรมการ และใหเ้ จา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั เป็นกรรมการและเลขานุการ
ในกรณีท่เี ป็นการพจิ ารณาหรอื อนุมตั ิเก่ียวกบั การจดั สรรท่ดี นิ ท่ตี งั้ อยู่ในเขตองค์การปกครองส่วนท้องถนิ่ ใด ให้
ผแู้ ทนผบู้ รหิ ารองคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ แหง่ นนั้ เป็นกรรมการรว่ มดว้ ยแหง่ ละหน่ึงคน
การแต่งตงั้ กรรมการผทู้ รงคุณวุฒติ าม (1) และ (2) ใหป้ ลดั กระทรวงมหาดไทยแต่งตงั้ จากภาคเอกชนซง่ึ ไมไ่ ดเ้ ป็นผู้
จดั สรรท่ดี นิ และเป็นผูม้ คี วามรู้ ความสามารถ หรอื ประสบการณ์ในดา้ นการพฒั นาอสงั หารมิ ทรพั ย์ การผงั เมอื ง การบรหิ าร
ชุมชน หรอื กฎหมาย
มาตรา 14 คณะกรรมการมอี ํานาจหน้าทก่ี ํากบั ดูแลการจดั สรรทด่ี นิ ภายในจงั หวดั ใหเ้ ป็นไปตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
รวมทงั้ ใหม้ อี าํ นาจหน้าทด่ี งั ต่อไปน้ี
(1) ออกขอ้ กาํ หนดเกย่ี วกบั การจดั สรรทด่ี นิ โดยความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลาง
(2) พจิ ารณาเก่ียวกบั คําขออนุญาต การออกใบอนุญาต การโอนใบอนุญาตหรอื การเพกิ ถอนการโอน
ใบอนุญาตใหจ้ ดั สรรทด่ี นิ
(3) ตรวจสอบการจดั สรรทด่ี นิ เพอ่ื ใหเ้ ป็นไปตามแผนผงั โครงการ หรอื วธิ กี ารทไ่ี ดร้ บั อนุญาต
(4) ปฏบิ ตั กิ ารอ่นื ตามทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ้ นพระราชบญั ญตั นิ ้ีหรอื กฎหมายอ่นื
ขอ้ กาํ หนดตาม (1) เมอ่ื ไดป้ ระกาศในราชกจิ จานุเบกษาแลว้ ใหใ้ ชบ้ งั คบั ได้
มาตรา 15 ในการปฏิบตั ิหน้าท่ตี ามพระราชบญั ญตั ิน้ีให้คณะกรรมการจดั สรรท่ีดนิ กลางและคณะกรรมการ มี
อํานาจเรยี กเป็นหนงั สอื ใหบ้ ุคคลใดมาใหข้ อ้ เทจ็ จรงิ คาํ อธบิ าย ความเหน็ คําแนะนําทางวชิ าการ หรอื ใหส้ ง่ เอกสารหรอื ขอ้ มลู
เกย่ี วกบั การจดั สรรทด่ี นิ หรอื กจิ การอ่นื ทเ่ี กย่ี วเน่ืองกบั การจดั สรรทด่ี นิ ตามทเ่ี หน็ สมควร
3 วรรคหน่งึ ของมาตรา 13 ความเดมิ ถูกยกเลกิ โดย มาตรา 5 แหง่ พระราชบญั ญตั กิ ารจดั สรรทด่ี นิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2558 และใหใ้ ชค้ วามใหมแ่ ทนดงั ทพ่ี มิ พไ์ วแ้ ลว้
4
มาตรา 16 การออกขอ้ กําหนดเกย่ี วกบั การจดั สรรทด่ี นิ ตามมาตรา 14(1) ใหค้ ณะกรรมการกําหนดหลกั เกณฑก์ าร
จดั ทาํ แผนผงั โครงการ และวธิ กี ารในการจดั สรรทด่ี นิ เพอ่ื ประโยชน์เกย่ี วกบั การสาธารณสขุ การรกั ษาคุณภาพสงิ่ แวดลอ้ ม การ
คมนาคม การจราจร ความปลอดภยั การสาธารณูปโภค และการผงั เมอื ง ตลอดจนการอ่ืนท่จี ําเป็นในการจดั สรรท่ีดินให้
เหมาะสมกบั สภาพทอ้ งทข่ี องจงั หวดั นนั้ โดยใหก้ าํ หนดเงอ่ื นไขในสง่ิ ตอ่ ไปน้ีดว้ ย คอื
(1) ขนาดความกวา้ งและความยาวต่าํ สดุ หรอื เน้ือทจ่ี าํ นวนน้อยทส่ี ดุ ของทด่ี นิ แปลงยอ่ ยทจ่ี ะจดั สรรได้
(2) ระบบและมาตรฐานของถนนประเภทต่างๆ ทางเดนิ และทางเท้าในท่ดี นิ จดั สรรทงั้ หมด รวมทงั้ การ
ตอ่ เช่อื มกบั ถนนหรอื ทางสายนอกทด่ี นิ จดั สรร
(3) ระบบการระบายน้ํา การบาํ บดั น้ําเสยี และการกาํ จดั ขยะสงิ่ ปฏกิ ลู
(4) ระบบและมาตรฐานของสาธารณูปโภคและบรกิ ารสาธารณะทจ่ี าํ เป็นต่อการรกั ษาสภาพแวดลอ้ ม การ
สง่ เสรมิ สภาพความเป็นอยู่ และการบรหิ ารชุมชน
มาตรา 17 ใหน้ ํามาตรา 9 มาตรา 10 มาตรา 11 และมาตรา 12 มาใชบ้ งั คบั แก่คณะกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา 18 ในการปฏบิ ตั หิ น้าทต่ี ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี คณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางและคณะกรรมการมอี ํานาจ
แต่งตงั้ คณะอนุกรรมการหรอื บุคคลหน่ึงบุคคลใดเพ่อื ใหพ้ จิ ารณาหรอื กระทําการอยา่ งใดตามทค่ี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลาง
หรอื คณะกรรมการมอบหมายได้ เวน้ แต่การดาํ เนินการตามมาตรา 14(1) และ (2)
คณะอนุกรรมการและบุคคลซ่ึงคณะกรรมการจัดสรรท่ีดินกลางหรือคณะกรรมการแต่งตัง้ มีอํานาจหน้าท่ี
เชน่ เดยี วกบั คณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางหรอื คณะกรรมการในกจิ การทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
มาตรา 19 ใหน้ ํามาตรา 12 มาใชบ้ งั คบั แกก่ ารประชมุ ของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา 20 ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี ให้คณะกรรมการจัดสรรท่ีดินกลางคณะกรรมการ
คณะอนุกรรมการ และบุคคลซง่ึ ไดร้ บั แตง่ ตงั้ ตามมาตรา 18 เป็นเจา้ พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา
หมวด 2
การขออนุญาตจดั สรรที่ดิน
มาตรา 21 หา้ มมใิ หผ้ ใู้ ดทาํ การจดั สรรทด่ี นิ เวน้ แตจ่ ะไดร้ บั อนุญาตจากคณะกรรมการ
การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง
มาตรา 22 ผูใ้ ดขอแบ่งแยกทด่ี นิ เป็นแปลงย่อยมจี ํานวนตงั้ แต่สบิ แปลงขน้ึ ไป และไม่อาจแสดงใหเ้ ป็นทเ่ี ช่อื ไดว้ ่า
มใิ ช่เป็นการแบ่งแยกทด่ี นิ เพ่อื การจดั สรรทด่ี นิ ใหพ้ นกั งานเจา้ หน้าทแ่ี จง้ ใหผ้ ูข้ อดาํ เนินการย่นื คาํ ขอทําการจดั สรรทด่ี นิ และรอ
การดําเนินการเร่อื งการแบ่งแยกทด่ี นิ ไวก้ ่อน หากผูข้ อไม่เหน็ ดว้ ยใหม้ สี ทิ ธอิ ุทธรณ์ต่อคณะกรรมการภายในกําหนดสามสบิ วนั
นบั แต่วนั ทไ่ี ดร้ บั แจง้
ใหค้ ณะกรรมการวนิ ิจฉยั อุทธรณ์ภายในกาํ หนดสส่ี บิ หา้ วนั นบั แต่วนั ทค่ี ณะกรรมการไดร้ บั อุทธรณ์ ถา้ คณะกรรมการ
มไิ ดม้ คี าํ วนิ ิจฉยั ภายในกาํ หนดเวลาดงั กลา่ วใหพ้ นกั งานเจา้ หน้าทด่ี าํ เนินการเรอ่ื งการแบง่ แยกทด่ี นิ นนั้ ต่อไป
เมอ่ื คณะกรรมการมคี าํ วนิ ิจฉยั อุทธรณ์เป็นประการใดแลว้ ใหแ้ จง้ คาํ วนิ ิจฉยั เป็นหนงั สอื ใหผ้ อู้ ุทธรณ์ทราบภายในเจด็
วนั นบั แตว่ นั ทค่ี ณะกรรมการมคี าํ วนิ ิจฉยั คาํ วนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการใหเ้ ป็นทส่ี ดุ
มาตรา 23 ผใู้ ดประสงคจ์ ะทาํ การจดั สรรทด่ี นิ ใหย้ น่ื คาํ ขอต่อเจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั
สาขาแหง่ ทอ้ งทซ่ี ง่ึ ทด่ี นิ นนั้ ตงั้ อยู่ พรอ้ มหลกั ฐานและรายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) โฉนดทด่ี นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน์ทม่ี ชี ่อื ผูข้ อใบอนุญาตทาํ การจดั สรรทด่ี นิ เป็นผมู้ สี ทิ ธใิ น
ทด่ี นิ โดยทด่ี นิ นนั้ ตอ้ งปลอดจากบุรมิ สทิ ธใิ ดๆ เวน้ แตบ่ รุ มิ สทิ ธใิ นมลู ซอ้ื ขายอสงั หารมิ ทรพั ย์
(2) ในกรณีทท่ี ด่ี นิ ทข่ี อทาํ การจดั สรรทด่ี นิ มบี ุรมิ สทิ ธใิ นมลู ซอ้ื ขายอสงั หารมิ ทรพั ย์ หรอื ภาระการจาํ นอง ให้
แสดงบนั ทกึ ความยนิ ยอมให้ทําการจดั สรรท่ดี นิ ของผู้ทรงบุรมิ สทิ ธหิ รอื ผู้รบั จํานองและจํานวนเงนิ ท่ผี ู้ทรงบุรมิ สทิ ธหิ รอื ผู้รบั
5
จํานองจะไดร้ บั ชําระหน้ีจากทด่ี นิ แปลงย่อยแต่ละแปลง และตอ้ งระบุดว้ ยวา่ ทด่ี นิ ทเ่ี ป็นสาธารณูปโภคหรอื ท่ดี นิ ทใ่ี ชเ้ พ่อื บรกิ าร
สาธารณะไมต่ อ้ งรบั ภาระหน้ีบรุ มิ สทิ ธหิ รอื จาํ นองดงั กลา่ ว
(3) แผนผงั แสดงจาํ นวนทด่ี นิ แปลงยอ่ ยทจ่ี ะขอจดั สรรและเน้ือทโ่ี ดยประมาณของแต่ละแปลง
(4) โครงการปรบั ปรงุ ทด่ี นิ ทข่ี อจดั สรร การจดั ใหม้ สี าธารณูปโภคและบรกิ ารสาธารณะ รวมทงั้ การปรบั ปรงุ
อ่นื ตามควรแก่สภาพของทอ้ งถน่ิ โดยแสดงแผนผงั รายละเอยี ด และรายการกอ่ สรา้ ง ประมาณการคา่ ก่อสรา้ ง และกาํ หนดเวลา
ทจ่ี ะจดั ทําใหแ้ ลว้ เสรจ็ ในกรณีทไ่ี ดม้ กี ารปรบั ปรุงท่ดี นิ ท่ขี อจดั สรรหรอื ไดจ้ ดั ทําสาธารณูปโภคหรอื บรกิ ารสาธารณะแลว้ เสรจ็
ทงั้ หมดหรอื บางสว่ นกอ่ นขอทาํ การจดั สรรทด่ี นิ ใหแ้ สดงแผนผงั รายละเอยี ดและรายการก่อสรา้ งทไ่ี ดจ้ ดั ทาํ แลว้ เสรจ็ นนั้ ดว้ ย
(5) แผนงาน โครงการ และระยะเวลาการบาํ รงุ รกั ษาสาธารณูปโภค
(6) วธิ กี ารจาํ หน่ายทด่ี นิ จดั สรรและการชาํ ระราคาหรอื คา่ ตอบแทน
(7) ภาระผกู พนั ตา่ ง ๆ ทบ่ี คุ คลอ่นื มสี ว่ นไดเ้ สยี เกย่ี วกบั ทด่ี นิ ทข่ี อจดั สรรนนั้
(8) แบบสญั ญาจะซอ้ื จะขายทด่ี นิ จดั สรร
(9) ทต่ี งั้ สาํ นกั งานของผขู้ อใบอนุญาตทาํ การจดั สรรทด่ี นิ
(10) ช่อื ธนาคาร หรอื สถาบนั การเงนิ ทค่ี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางกําหนด ซง่ึ จะเป็นผคู้ ้าํ ประกนั การจดั
ให้มีสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะหรือการปรบั ปรุงท่ีดิน และค้ําประกนั การบํารุงรกั ษาสาธารณูปโภคและบริการ
สาธารณะ
มาตรา 24 ในกรณีท่ีคณะกรรมการเห็นสมควรอนุญาตให้ผู้ใดทําการจัดสรรท่ีดินและผู้นัน้ ยังมิได้จัดให้มี
สาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะหรือการปรับปรุงท่ีดินหรือดําเนินการยังไม่แล้วเสร็จตามแผนผังและโครงการ
คณะกรรมการจะตอ้ งใหผ้ ขู้ อใบอนุญาตทําการจดั สรรทด่ี นิ จดั หาธนาคารหรอื สถาบนั การเงนิ ทค่ี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลาง
กําหนดมาทาํ สญั ญาค้าํ ประกนั กบั คณะกรรมการว่า ถา้ ผขู้ อใบอนุญาตทําการจดั สรรทด่ี นิ ไมจ่ ดั ใหม้ สี าธารณูปโภคหรอื บรกิ าร
สาธารณะ หรอื การปรบั ปรงุ ทด่ี นิ ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ตามแผนผงั โครงการ และกาํ หนดเวลาทไ่ี ดร้ บั อนุญาตไว้ หรอื มกี รณีทเ่ี ช่อื ไดว้ า่ จะ
ไม่แลว้ เสรจ็ ภายในกําหนดเวลาตามทไ่ี ดร้ บั อนุญาต ธนาคารหรอื สถาบนั การเงนิ ผคู้ ้าํ ประกนั ตอ้ งชําระเงนิ ใหแ้ ก่คณะกรรมการ
ตามจํานวนทค่ี ณะกรรมการกําหนดไวใ้ นสญั ญาค้าํ ประกนั ภายในเวลาทค่ี ณะกรรมการกําหนด เพ่อื คณะกรรมการจะไดใ้ ชเ้ งนิ
นัน้ ในการดําเนินการจดั ใหม้ สี าธารณูปโภคหรอื บรกิ ารสาธารณะหรอื ปรบั ปรุงทด่ี นิ นัน้ ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ตามแผนผงั และโครงการท่ี
ไดร้ บั อนุญาต และถา้ มเี งนิ เหลอื ใหค้ นื แก่ผคู้ ้าํ ประกนั โดยไมช่ กั ชา้
คณะกรรมการอาจมอบหมายให้ผู้ค้ําประกนั รบั ไปดําเนินการจดั ให้มีสาธารณูปโภคหรอื บรกิ ารสาธารณะ หรอื
ปรบั ปรงุ ทด่ี นิ ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในเวลาทค่ี ณะกรรมการกําหนดแทนการเรยี กใหผ้ คู้ ้าํ ประกนั ชาํ ระเงนิ กไ็ ด้ ถา้ ผคู้ ้าํ ประกนั ไมเ่ รมิ่ ทาํ
การในเวลาอนั ควรหรอื ไม่ทาํ ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในกาํ หนด คณะกรรมการมอี ํานาจเรยี กใหผ้ คู้ ้าํ ประกนั ชาํ ระเงนิ ดงั กลา่ วตามวรรค
หน่ึงได้
ในกรณีท่คี ณะกรรมการให้ผู้ขอใบอนุญาตทําการจดั สรรท่ดี ินจดั หาธนาคารหรอื สถาบนั การเงนิ มาทําสญั ญาค้ํา
ประกนั ตามวรรคหน่ึง คณะกรรมการตอ้ งใหผ้ ูข้ อใบอนุญาตทําการจดั สรรทด่ี นิ ทําหนังสอื รบั รองกบั คณะกรรมการดว้ ยว่า ถ้า
จาํ นวนเงนิ ทผ่ี คู้ า้ํ ประกนั ไดค้ า้ํ ประกนั ไวไ้ มเ่ พยี งพอแกก่ ารดาํ เนินการตามวรรคหน่ึงกด็ ี หรอื ผคู้ ้าํ ประกนั ไมจ่ า่ ยเงนิ ตามทป่ี ระกนั
ไวท้ งั้ หมดหรอื บางสว่ นกด็ ี ผขู้ อใบอนุญาตทาํ การจดั สรรทด่ี นิ จะเป็นผจู้ า่ ยเงนิ ตามจาํ นวนทข่ี าดใหค้ ณะกรรมการเพ่อื ดาํ เนินการ
ใหแ้ ลว้ เสรจ็
ในกรณีท่ีมีการผิดสญั ญาท่ีทํากับคณะกรรมการ ให้ประธานคณะกรรมการมีอํานาจฟ้ องและต่อสู้คดีในนาม
คณะกรรมการ
การเก็บรกั ษาเงนิ การนําส่งเงนิ และการเบกิ จ่ายเงนิ ให้เป็นไปตามระเบยี บท่คี ณะกรรมการจดั สรรท่ดี นิ กลาง
กาํ หนด
มาตรา 25 การพจิ ารณาแผนผงั โครงการ และวธิ ีการในการจดั สรรท่ีดินให้คณะกรรมการกระทําให้แล้วเสร็จ
ภายในสส่ี บิ หา้ วนั นับแต่วนั ทเ่ี จา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื เจา้ พนกั งานท่ดี นิ จงั หวดั สาขาไดร้ บั คําขอ ถา้ คณะกรรมการไม่อาจ
พจิ ารณาใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในกําหนดเวลาดงั กล่าวโดยไมม่ เี หตุผลอนั สมควร ใหถ้ อื วา่ คณะกรรมการไดใ้ หค้ วามเหน็ ชอบแผนผงั
6
โครงการ และวธิ กี ารในการจดั สรรทด่ี นิ นนั้ แลว้
การพจิ ารณาแผนผงั โครงการ และวธิ กี ารในการจดั สรรทด่ี นิ ตามวรรคหน่ึง ใหเ้ ป็นไปตามขนั้ ตอน หลกั เกณฑ์ และ
วธิ กี ารทค่ี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางกาํ หนด
มาตรา 26 ในกรณีทค่ี ณะกรรมการไมเ่ หน็ ชอบหรอื มคี าํ สงั่ ไมอ่ นุญาตใหท้ าํ การจดั สรรทด่ี นิ ผขู้ อใบอนุญาตทาํ การ
จดั สรรท่ดี นิ มสี ทิ ธอิ ุทธรณ์ต่อคณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางภายในสามสบิ วนั นับแต่วนั ทท่ี ราบคําสงั่ และใหค้ ณะกรรมการ
จดั สรรทด่ี นิ กลางวนิ ิจฉยั อุทธรณ์ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในหกสบิ วนั นบั แต่วนั ทไ่ี ดร้ บั อุทธรณ์ หากคณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางไม่
วนิ ิจฉยั ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ภายในกาํ หนดเวลาดงั กลา่ ว ใหถ้ อื วา่ ผอู้ ุทธรณ์ไดร้ บั ความเหน็ ชอบหรอื ไดร้ บั อนุญาตใหท้ าํ การจดั สรรทด่ี นิ
คาํ วนิ ิจฉยั อุทธรณ์ของคณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางใหเ้ ป็นทส่ี ดุ
มาตรา 27 การออกใบอนุญาตใหท้ าํ การจดั สรรทด่ี นิ ใหค้ ณะกรรมการออกใบอนุญาตภายในกาํ หนดเจด็ วนั นบั แต่
(1) วนั ทค่ี ณะกรรมการใหค้ วามเหน็ ชอบหรอื ถอื วา่ ไดใ้ หค้ วามเหน็ ชอบ แผนผงั โครงการ และวธิ กี ารในการ
จดั สรรทด่ี นิ ตามมาตรา 25 หรอื
(2) วนั ทไ่ี ดร้ บั ทราบคําวนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางกรณีทค่ี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลาง
เหน็ ควรอนุญาตใหท้ าํ การจดั สรรทด่ี นิ หรอื นบั แต่วนั ทถ่ี อื วา่ ผอู้ ุทธรณ์ไดร้ บั อนุญาตใหท้ าํ การจดั สรรทด่ี นิ ตามมาตรา 26
เม่อื คณะกรรมการออกใบอนุญาตใหผ้ ใู้ ดทาํ การจดั สรรทด่ี นิ แลว้ ใหค้ ณะกรรมการแจง้ ใหผ้ ทู้ าํ การจดั สรรทด่ี นิ ทราบ
ภายในเจด็ วนั นบั แตว่ นั ทอ่ี อกใบอนุญาต
4 มาตรา 28 เมอ่ื ไดอ้ อกใบอนุญาตใหผ้ ใู้ ดทาํ การจดั สรรทด่ี นิ แลว้ ใหค้ ณะกรรมการจดั สง่ ใบอนุญาต พรอ้ มทงั้ แผนผงั
โครงการ และวธิ กี ารทค่ี ณะกรรมการอนุญาตไปยงั พนักงานเจา้ หน้าทแ่ี ห่งทอ้ งทซ่ี ่งึ ทด่ี นิ จดั สรรนนั้ ตงั้ อย่โู ดยเรว็ เพ่อื ใหจ้ ดแจง้
ในโฉนดทด่ี นิ หรอื หนังสอื รบั รองการทําประโยชน์ภายในสบิ หา้ วนั นับแต่วนั ทไ่ี ดร้ บั ใบอนุญาตจากคณะกรรมการว่าทด่ี นิ นัน้ อยู่
ภายใตก้ ารจดั สรรทด่ี นิ และเมอ่ื ไดอ้ อกโฉนดทด่ี นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน์ทแ่ี บง่ แยกเป็นแปลงยอ่ ยแลว้ ใหจ้ ดแจง้ ไว้
ในโฉนดทด่ี นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน์ทแ่ี บ่งแยกทุกฉบบั สาํ หรบั ทด่ี นิ อนั เป็นสาธารณูปโภคหรอื ทด่ี นิ ทใ่ี ชเ้ พอ่ื บรกิ าร
สาธารณะใหจ้ ดแจง้ ดว้ ยวา่ ทด่ี นิ แปลงดงั กลา่ วเป็นทด่ี นิ อนั เป็นสาธารณูปโภคหรอื ทด่ี นิ ทใ่ี ชเ้ พอ่ื บรกิ ารสาธารณะตามแผนผงั และ
โครงการทไ่ี ดร้ บั อนุญาตใหท้ าํ การจดั สรรทด่ี นิ แลว้ แตก่ รณี
มาตรา 29 การโฆษณาโครงการจดั สรรท่ีดินในส่วนท่ีเก่ียวกบั รายการท่ีกําหนดไว้ในมาตรา 23 ข้อความใน
โฆษณาจะตอ้ งตรงกบั หลกั ฐานและรายละเอยี ดทก่ี าํ หนดไวใ้ นคาํ ขออนุญาตดว้ ย
มาตรา 30 ในกรณีทท่ี ด่ี นิ จดั สรรมบี ุรมิ สทิ ธใิ นมลู ซ้อื ขายอสงั หารมิ ทรพั ย์ หรอื การจาํ นองตดิ อยู่ เม่อื ไดอ้ อกโฉนด
ท่ดี นิ หรอื หนังสอื รบั รองการทําประโยชน์ท่ดี นิ ท่แี บ่งแยกเป็นแปลงย่อยแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าท่จี ดแจ้งบุรมิ สทิ ธหิ รอื การ
จาํ นองนัน้ ในโฉนดทด่ี นิ หรอื หนังสอื รบั รองการทําประโยชน์ทแ่ี บ่งแยกเป็นแปลงย่อยทุกฉบบั พรอ้ มทงั้ ระบุจาํ นวนเงนิ ทผ่ี ู้ทรง
บุรมิ สทิ ธหิ รอื ผูร้ บั จํานองจะไดร้ บั ชําระหน้ีจากทด่ี นิ แปลงย่อยแต่ละแปลงในสารบญั สาํ หรบั จดทะเบยี นดว้ ย และใหถ้ อื ว่าท่ดี นิ
แปลงยอ่ ยแต่ละแปลงเป็นประกนั หน้ีบรุ มิ สทิ ธหิ รอื หน้ีจาํ นองตามจาํ นวนเงนิ ทร่ี ะบไุ วน้ นั้
ใหท้ ่ดี นิ อนั เป็นสาธารณูปโภคและท่ดี นิ ทใ่ี ชเ้ พ่อื บรกิ ารสาธารณะปลอดจากบุรมิ สทิ ธใิ นมูลซ้อื ขายอสงั หารมิ ทรพั ย์
และภาระการจาํ นอง
หมวด 3
การดาํ เนินการจดั สรรที่ดิน
มาตรา 31 ให้ผู้จดั สรรท่ดี นิ แสดงใบอนุญาต แผนผงั โครงการ และวธิ กี ารตามท่คี ณะกรรมการอนุญาตไว้ในท่ี
เปิดเผยเหน็ ไดง้ า่ ย ณ สาํ นกั งานทท่ี าํ การจดั สรรทด่ี นิ
ถา้ ใบอนุญาตสญู หายหรอื ชํารุดในสาระสาํ คญั ใหผ้ ูจ้ ดั สรรทด่ี นิ ย่นื คําขอรบั ใบแทนตามแบบทค่ี ณะกรรมการจดั สรร
ทด่ี นิ กลางกาํ หนดต่อคณะกรรมการภายในสบิ หา้ วนั นบั แต่วนั ทท่ี ราบการสญู หายหรอื ชาํ รดุ
4 มาตรา 28 ความเดมิ ถกู ยกเลกิ โดย มาตรา 6 แหง่ พระราชบญั ญตั กิ ารจดั สรรทด่ี นิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2558 และใหใ้ ชค้ วามใหมแ่ ทนดงั ทพ่ี มิ พไ์ วแ้ ลว้
7
มาตรา 32 ถา้ ผจู้ ดั สรรทด่ี นิ ประสงคจ์ ะแกไ้ ขเปลย่ี นแปลงแผนผงั โครงการ หรอื วธิ กี ารทไ่ี ดร้ บั อนุญาต ใหผ้ จู้ ดั สรร
ทด่ี นิ ยน่ื คาํ ขอต่อเจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาตามแบบทค่ี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางกําหนด
พรอ้ มทงั้ แผนผงั โครงการ หรอื วธิ กี ารท่จี ะแก้ไขเปล่ยี นแปลงพรอ้ มกบั หนังสอื ยนิ ยอมของธนาคารหรอื สถาบนั การเงนิ ผู้ค้ํา
ประกนั เพอ่ื เสนอใหค้ ณะกรรมการพจิ ารณา
ในการพจิ ารณาแกไ้ ขเปลย่ี นแปลงแผนผงั โครงการ หรอื วธิ กี ารทไ่ี ดย้ น่ื ไวต้ ามวรรคหน่ึง ใหน้ ํามาตรา 25 มาตรา 26
มาตรา 27 มาตรา 28 และมาตรา 30 มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
มาตรา 33 เมอ่ื ไดร้ บั ใบอนุญาตแลว้ หา้ มมใิ หผ้ จู้ ดั สรรทด่ี นิ ทาํ นิตกิ รรมกบั บุคคลใดอนั ก่อใหเ้ กดิ ภาระผกู พนั แก่ทด่ี นิ
อนั เป็นสาธารณูปโภคและทด่ี นิ ทใ่ี ชเ้ พ่อื บรกิ ารสาธารณะ เวน้ แต่จะไดร้ บั อนุญาตเป็นหนงั สอื จากคณะกรรมการ ทงั้ น้ี ใหเ้ ป็นไป
ตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทค่ี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางกาํ หนด
การก่อให้เกิดภาระผูกพนั แก่ท่ีดนิ อ่ืนนอกจากท่ีดนิ อนั เป็นสาธารณูปโภคและท่ดี นิ ท่ใี ช้เพ่อื บรกิ ารสาธารณะ ให้
เป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทค่ี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางกาํ หนด
มาตรา 34 สัญญาจะซ้ือจะขายท่ีดินจัดสรรระหว่างผู้จัดสรรท่ีดินกับผู้ซ้ือท่ีดินจัดสรร ต้องทําตามแบบท่ี
คณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางกาํ หนด
สญั ญาจะซอ้ื จะขายทด่ี นิ ตามวรรคหน่ึงสว่ นใด หากมไิ ดท้ าํ ตามแบบทค่ี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางกาํ หนดและไม่
เป็นคุณตอ่ ผซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรร สญั ญาสว่ นนนั้ ไมม่ ผี ลใชบ้ งั คบั
มาตรา 35 ในการชาํ ระราคาทด่ี นิ หรอื การชาํ ระหน้ีบุรมิ สทิ ธใิ นมลู ซอ้ื ขายอสงั หารมิ ทรพั ย์ หรอื หน้ีจาํ นองจากผซู้ อ้ื
ทด่ี นิ จดั สรร ใหผ้ รู้ บั เงนิ ออกหลกั ฐานเป็นหนงั สอื ลงลายมอื ช่อื ผรู้ บั เงนิ ใหแ้ ก่ผซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรร และใหถ้ อื วา่ หลกั ฐานการชาํ ระเงนิ
ดงั กลา่ วเป็นหลกั ฐานแสดงการชาํ ระราคาทด่ี นิ จดั สรร
มาตรา 36 ในการจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิตกิ รรมโอนทด่ี นิ ทท่ี าํ การจดั สรรใหแ้ ก่ผูซ้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรตามสญั ญาจะซ้อื จะ
ขายท่ดี นิ จดั สรร ผู้จดั สรรท่ดี นิ ต้องโอนท่ดี นิ ให้แก่ผูซ้ ้อื ท่ดี นิ จดั สรรโดยปลอดจากบุรมิ สทิ ธใิ นมูลซ้อื ขายอสงั หารมิ ทรพั ย์และ
ภาระการจาํ นองในทด่ี นิ นนั้
ถา้ ผูจ้ ดั สรรท่ดี นิ ไม่ปฏบิ ตั ติ ามวรรคหน่ึง ใหผ้ ูซ้ ้อื ท่ดี นิ จดั สรรมสี ทิ ธชิ ําระหน้ีบุรมิ สทิ ธใิ นมลู ซ้อื ขายอสงั หารมิ ทรพั ย์
หรอื หน้ีจาํ นองต่อผทู้ รงบรุ มิ สทิ ธหิ รอื ผรู้ บั จาํ นองได้ โดยใหถ้ อื วา่ เป็นการชาํ ระราคาทด่ี นิ แก่ผจู้ ดั สรรทด่ี นิ สว่ นหน่ึงดว้ ย
มาตรา 37 เม่อื ผูซ้ ้อื ทด่ี นิ จดั สรรไดช้ าํ ระราคาทด่ี นิ ครบถว้ นตามสญั ญาจะซ้อื จะขายแลว้ ใหถ้ อื วา่ ทด่ี นิ นัน้ พน้ จาก
การยดึ หรอื อายดั ทงั้ ปวง ใหผ้ ซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรนําหลกั ฐานเป็นหนงั สอื ทแ่ี สดงวา่ ไดช้ าํ ระราคาดงั กลา่ วพรอ้ มดว้ ยหนงั สอื แสดงสทิ ธิ
ในท่ดี นิ มาขอจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิตกิ รรมตามสญั ญาจะซ้อื จะขายท่ดี นิ จดั สรรต่อพนักงานเจา้ หน้าท่ี เม่อื ไดร้ บั เอกสารและ
หลกั ฐานดงั กลา่ วแลว้ ใหพ้ นกั งานเจา้ หน้าทด่ี าํ เนินการจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิตกิ รรมใหแ้ กผ่ ซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรตอ่ ไป
ถา้ ทด่ี นิ จดั สรรตามวรรคหน่ึงมกี ารจดทะเบยี นบุรมิ สทิ ธใิ นมลู ซอ้ื ขายอสงั หารมิ ทรพั ยห์ รอื การจาํ นอง และมหี ลกั ฐาน
การชาํ ระหน้ีบุรมิ สทิ ธหิ รอื จาํ นองครบถว้ นแลว้ ใหท้ ด่ี นิ นนั้ ปลดจากบุรมิ สทิ ธใิ นมลู ซอ้ื ขายอสงั หารมิ ทรพั ยห์ รอื ภาระการจํานอง
และใหพ้ นกั งานเจา้ หน้าทจ่ี ดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิตกิ รรมใหแ้ ก่ผซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรร
ในกรณีทผ่ี ซู้ ้อื ทด่ี นิ จดั สรรไมส่ ามารถนําหนังสอื แสดงสทิ ธใิ นทด่ี นิ มาแสดงต่อพนักงานเจา้ หน้าทไ่ี ดเ้ พราะบุคคลอ่นื
ยดึ ถอื หรอื ครอบครองไว้ เม่อื ผซู้ ้อื ทด่ี นิ จดั สรรรอ้ งขอใหพ้ นกั งานเจา้ หน้าทม่ี อี ํานาจเรยี กหนังสอื แสดงสทิ ธใิ นทด่ี นิ จากบุคคลท่ี
ยดึ ถอื หรอื ครอบครองไวม้ าดาํ เนินการจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิตกิ รรมใหแ้ ก่ผซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรได้
เม่อื พน้ กําหนดสามสบิ วนั นับแต่วนั ท่บี ุคคลท่ยี ดึ ถอื หรอื ครอบครองหนังสอื แสดงสทิ ธใิ นท่ดี นิ ไดร้ บั แจง้ หรอื ถือว่า
ไดร้ บั แจง้ คําสงั่ พนักงานเจา้ หน้าทต่ี ามวรรคสาม ถ้ายงั ไม่มกี ารส่งมอบหนังสอื แสดงสทิ ธใิ นทด่ี นิ ใหแ้ ก่พนักงานเจา้ หน้าท่ี ให้
พนักงานเจา้ หน้าทม่ี อี ํานาจออกใบแทนหนงั สอื แสดงสทิ ธใิ นทด่ี นิ เพ่อื ดาํ เนินการจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิตกิ รรมใหแ้ ก่ผซู้ ้อื ทด่ี นิ
จดั สรรได้
มาตรา 38 ถ้าผู้จดั สรรท่ีดนิ ประสงค์จะโอนใบอนุญาต ให้ย่นื คําขอต่อคณะกรรมการตามแบบท่คี ณะกรรมการ
จดั สรรทด่ี นิ กลางกาํ หนด
8
เม่อื คณะกรรมการเหน็ วา่ การโอนนัน้ ไมเ่ ป็นท่เี สยี หายแก่ผซู้ ้อื ทด่ี นิ จดั สรรและธนาคารหรอื สถาบนั การเงนิ ซ่งึ เป็นผู้
ค้ําประกนั ตามมาตรา 24 หรอื มาตรา 43 วรรคสอง ไดย้ นิ ยอมดว้ ยแลว้ ใหค้ ณะกรรมการอนุญาตใหโ้ อนใบอนุญาตใหแ้ ก่ผูร้ บั
โอน
คา่ ธรรมเนียมการโอนใบอนุญาต ใหเ้ ป็นไปตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง
มาตรา 39 เมอ่ื ไดโ้ อนใบอนุญาตใหแ้ ก่ผรู้ บั โอนแลว้ ใหบ้ รรดาสทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องผโู้ อนซง่ึ มตี ่อผซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรตก
ไปยงั ผรู้ บั โอน
มาตรา 40 ในกรณีท่ีผู้จดั สรรท่ีดินตาย ให้ผู้จดั การมรดกหรือทายาทย่ืนคําขอรบั โอนใบอนุญาตตามแบบท่ี
คณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางกาํ หนดต่อคณะกรรมการภายในหกสบิ วนั นบั แต่วนั ทผ่ี จู้ ดั สรรทด่ี นิ ตาย หรอื ภายในกาํ หนดเวลา
ทค่ี ณะกรรมการเหน็ สมควรขยายให้ เม่อื คณะกรรมการสอบสวนแลว้ เหน็ วา่ ผยู้ น่ื คาํ ขอมสี ทิ ธใิ นทด่ี นิ ทจ่ี ดั สรร ใหค้ ณะกรรมการ
โอนใบอนุญาตใหแ้ กผ่ ยู้ น่ื คาํ ขอรบั โอน และใหค้ ณะกรรมการแจง้ ใหธ้ นาคารหรอื สถาบนั การเงนิ และผซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรทราบ
ถ้าผู้จัดสรรท่ีดินท่ีตายไม่มีผู้จัดการมรดกหรือทายาท หรือมีแต่ผู้จัดการมรดกหรือทายาทมิได้ย่ืนคําขอต่อ
คณะกรรมการภายในกําหนดเวลาตามวรรคหน่ึง ใหผ้ ซู้ ้อื ทด่ี นิ จดั สรรชําระราคาทด่ี นิ ตามสญั ญาจะซ้อื จะขายต่อสาํ นกั งานวาง
ทรพั ย์ และใหน้ ํามาตรา 24 วรรคหน่ึง มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
เมอ่ื ผซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรไดช้ าํ ระราคาทด่ี นิ ครบถว้ นตามสญั ญาจะซอ้ื จะขายแลว้ ใหน้ ํามาตรา 37 มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
ในกรณีท่ผี ูจ้ ดั สรรทด่ี นิ ตาย ไม่ว่าจะมผี ูจ้ ดั การมรดกหรอื ทายาทผูร้ บั โอนใบอนุญาตต่อไปหรอื ไม่ ใหถ้ อื ว่าธนาคาร
หรอื สถาบนั การเงนิ ทเ่ี ป็นผคู้ ้าํ ประกนั ตามมาตรา 24 หรอื มาตรา 43 วรรคสอง ยงั คงผกู พนั อยตู่ ามสญั ญาคา้ํ ประกนั นนั้
มาตรา 41 เมอ่ื มกี ารบงั คบั คดที ด่ี นิ ทท่ี าํ การจดั สรรของผจู้ ดั สรรทด่ี นิ ใหผ้ ซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรชาํ ระราคาทด่ี นิ ตามสญั ญา
จะซอ้ื จะขายต่อเจา้ พนักงานบงั คบั คดหี รอื เจา้ พนักงานพทิ กั ษ์ทรพั ย์ แลว้ แต่กรณีแทนการชาํ ระต่อบุคคลทก่ี ําหนดไวใ้ นสญั ญา
และในระหวา่ งทผ่ี ซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรมไิ ดป้ ฏบิ ตั ผิ ดิ สญั ญาจะซอ้ื จะขาย ใหง้ ดการขายทอดตลาดหรอื จาํ หน่ายทด่ี นิ จดั สรรนนั้ ไวก้ อ่ น
เวน้ แตจ่ ะเป็นการขายทอดตลาดทด่ี นิ จดั สรรทงั้ โครงการตามวรรคส่ี
เม่อื ผูซ้ ้อื ทด่ี นิ จดั สรรชําระราคาทด่ี นิ ครบถ้วนตามสญั ญาจะซ้อื จะขายแลว้ ใหท้ ด่ี นิ จดั สรรนัน้ พน้ จากการยดึ อายดั
หรอื การบงั คบั คดี การจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิตกิ รรม ใหน้ ําความในมาตรา 37 มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
เม่อื ไดจ้ ดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิตกิ รรมใหแ้ ก่ผูซ้ ้อื ทด่ี นิ จดั สรรแลว้ ใหพ้ นักงานเจา้ หน้าท่แี จง้ ใหเ้ จา้ พนักงานบงั คบั คดี
หรอื เจา้ พนกั งานพทิ กั ษ์ทรพั ยท์ ราบถงึ การจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิตกิ รรม และการพน้ จากการยดึ อายดั หรอื การบงั คบั คดขี อง
ทด่ี นิ แปลงนนั้ ภายในเจด็ วนั นบั แต่วนั ทไ่ี ดจ้ ดทะเบยี น
ในการขายทอดตลาดทด่ี นิ จดั สรรทงั้ โครงการ ผูซ้ อ้ื จะตอ้ งรบั โอนใบอนุญาตใหท้ ําการจดั สรรทด่ี นิ และรบั ไปทงั้ สทิ ธิ
และหน้าทท่ี ผ่ี จู้ ดั สรรทด่ี นิ มตี ่อผซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรร
มาตรา 42 ในกรณีนิตบิ ุคคลเป็นผูด้ ําเนินการจดั สรรทด่ี นิ และนิตบิ ุคคลนัน้ ต้องเลกิ ไปโดยยงั มไิ ด้ดําเนินการตาม
แผนผงั และโครงการทไ่ี ดร้ บั อนุญาตหรอื ดาํ เนินการยงั ไมค่ รบถว้ น ใหน้ ํามาตรา 40 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสม่ี าใชบ้ งั คบั
โดยอนุโลม
หมวด 4
การบาํ รงุ รกั ษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ
มาตรา 43 สาธารณูปโภคทผ่ี จู้ ดั สรรทด่ี นิ ไดจ้ ดั ใหม้ ขี น้ึ เพอ่ื การจดั สรรทด่ี นิ ตามแผนผงั และโครงการทไ่ี ดร้ บั อนุญาต
เช่น ถนน สวน สนามเดก็ เล่น ใหต้ กอย่ใู นภาระจํายอมเพ่อื ประโยชน์แก่ทด่ี นิ จดั สรร และใหเ้ ป็นหน้าท่ขี องผูจ้ ดั สรรท่ดี นิ ท่จี ะ
บํารุงรกั ษาสาธารณูปโภคดงั กล่าวใหค้ งสภาพดงั เช่นทไ่ี ดจ้ ดั ทาํ ขน้ึ นัน้ ต่อไป และจะกระทําการใดอนั เป็นเหตุใหป้ ระโยชน์แห่ง
ภาระจาํ ยอมลดไปหรอื เสอ่ื มความสะดวกมไิ ด้
ใหผ้ จู้ ดั สรรทด่ี นิ จดั หาธนาคารหรอื สถาบนั การเงนิ มาทาํ สญั ญาค้าํ ประกนั การบาํ รุงรกั ษาสาธารณูปโภค ซง่ึ ผจู้ ดั สรร
ทด่ี นิ ไดจ้ ดั ใหม้ ขี น้ึ และยงั อยใู่ นความรบั ผดิ ชอบในการบาํ รุงรกั ษาของผจู้ ดั สรรทด่ี นิ ตามวรรคหน่ึงกบั คณะกรรมการ และใหน้ ํา
มาตรา 24 มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
9
5 มาตรา 43/1 หา้ มโอนทด่ี นิ อนั เป็นสาธารณูปโภค เวน้ แต่เป็นการโอนตามพระราชบญั ญตั นิ ้ีหรอื กฎหมายว่าด้วย
การเวนคนื อสงั หารมิ ทรพั ย์
6 มาตรา 44 ผูจ้ ดั สรรท่ดี นิ จะพน้ จากหน้าท่บี ํารุงรกั ษาสาธารณูปโภค ตามมาตรา 43 เม่อื ไดด้ ําเนินการอย่างหน่ึง
อย่างใด ภายหลงั จากครบกําหนดระยะเวลาท่ผี ู้จดั สรรท่ดี นิ รบั ผดิ ชอบการบํารุงรกั ษาสาธารณูปโภคตามมาตรา 23(5) แล้ว
ตามลาํ ดบั ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) ผซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรจดั ตงั้ นิตบิ คุ คลหมบู่ า้ นจดั สรรตามพระราชบญั ญตั นิ ้ีหรอื นิตบิ ุคคลตามกฎหมายอ่นื เพ่อื
รบั โอนทรพั ยส์ นิ ดงั กล่าวไปจดั การและดูแลบาํ รุงรกั ษาภายในเวลาทผ่ี จู้ ดั สรรทด่ี นิ กําหนด ซง่ึ ตอ้ งไมน่ ้อยกว่าหน่ึงรอ้ ยแปดสบิ
วนั นบั แตว่ นั ทไ่ี ดร้ บั แจง้ จากผจู้ ดั สรรทด่ี นิ
(2) ผู้จดั สรรท่ีดินได้รบั อนุมตั ิจากคณะกรรมการให้ดําเนินการอย่างหน่ึงอย่างใดเพ่ือการบํารุงรกั ษา
สาธารณูปโภค หรอื ดาํ เนินการจดทะเบยี นโอนทรพั ยส์ นิ ดงั กลา่ วใหเ้ ป็นสาธารณประโยชน์
การดําเนินการตามความในวรรคหน่ึงให้เป็นไปตามระเบยี บท่คี ณะกรรมการจดั สรรท่ดี นิ กลางกําหนด ทงั้ น้ี ต้อง
กาํ หนดใหผ้ จู้ ดั สรรทด่ี นิ รบั ผดิ ชอบจาํ นวนเงนิ คา่ บาํ รงุ รกั ษาสาธารณูปโภคสว่ นหน่ึงดว้ ย
เม่อื เจา้ พนักงานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื เจา้ พนักงานท่ดี นิ จงั หวดั สาขาจดทะเบยี นจดั ตงั้ นิตบิ ุคคลหม่บู า้ นจดั สรรตาม (1)
แลว้ ใหท้ รพั ยส์ นิ อนั เป็นสาธารณูปโภคตกเป็นของนิตบิ ุคคลหมบู่ า้ นจดั สรร โดยใหพ้ นกั งานเจา้ หน้าทจ่ี ดแจง้ ในโฉนดทด่ี นิ หรอื
หนังสอื รบั รองการทาํ ประโยชน์ หากไม่ไดโ้ ฉนดทด่ี นิ หรอื หนังสอื รบั รองการทําประโยชน์มา ใหถ้ อื ว่าสญู หาย และใหพ้ นกั งาน
เจา้ หน้าทอ่ี อกใบแทนเพอ่ื ดาํ เนินการดงั กลา่ วต่อไป
มาตรา 45 การจดั ตงั้ นิตบิ ุคคลหม่บู า้ นจดั สรร ใหผ้ ซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรจาํ นวนไมน่ ้อยกวา่ ก่งึ หน่ึงของจํานวนแปลงย่อย
ตามแผนผงั โครงการมมี ตใิ หจ้ ดั ตงั้ และแต่งตงั้ ตวั แทนย่นื คําขอจดทะเบยี นต่อเจา้ พนักงานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื เจา้ พนักงานท่ดี นิ
จงั หวดั สาขาพรอ้ มดว้ ยขอ้ บงั คบั ทม่ี รี ายการตามทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง ซง่ึ อยา่ งน้อยตอ้ งมรี ายการดงั ตอ่ ไปน้ี
(1) ช่อื นิตบิ คุ คลหมบู่ า้ นจดั สรร
(2) วตั ถุประสงค์
(3) ทต่ี งั้ สาํ นกั งาน
(4) ขอ้ กาํ หนดเกย่ี วกบั จาํ นวนกรรมการ การเลอื กตงั้ วาระการดาํ รงตาํ แหน่ง การพน้ จากตาํ แหน่ง และการ
ประชุมของคณะกรรมการหมบู่ า้ นจดั สรร
(5) ขอ้ กาํ หนดเกย่ี วกบั การดาํ เนินงาน การบญั ชี และการเงนิ
(6) ขอ้ กาํ หนดเกย่ี วกบั สทิ ธแิ ละหน้าทข่ี องสมาชกิ
(7) ขอ้ กาํ หนดเกย่ี วกบั การประชมุ ใหญ่
การขอจดทะเบยี นจดั ตงั้ การควบ การยกเลกิ และการบรหิ ารนิตบิ ุคคลหมบู่ า้ นจดั สรร ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละ
วธิ กี ารทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง
มาตรา 46 ใหน้ ิตบิ ุคคลหมบู่ า้ นจดั สรรทจ่ี ดทะเบยี นแลว้ มฐี านะเป็นนิตบิ คุ คล
ให้นิตบิ ุคคลหมู่บ้านจดั สรรมคี ณะกรรมการหมู่บ้านจดั สรรเป็นผู้ดําเนินกิจการของนิตบิ ุคคลหมู่บ้านจดั สรรตาม
กฎหมายและขอ้ บงั คบั ของนิตบิ คุ คลหมบู่ า้ นจดั สรรภายใตก้ ารควบคุมดแู ลของทป่ี ระชมุ ใหญ่ของสมาชกิ
คณะกรรมการหมบู่ า้ นจดั สรรเป็นผแู้ ทนของนิตบิ ุคคลหมบู่ า้ นจดั สรรในกจิ การอนั เกย่ี วกบั บุคคลภายนอก
มาตรา 47 เม่อื จดั ตงั้ นิตบิ ุคคลหมบู่ า้ นจดั สรรตามมาตรา 45 แลว้ ใหผ้ ซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรทุกรายเป็นสมาชกิ นิตบิ ุคคล
หมบู่ า้ นจดั สรร
ในกรณีท่มี ที ่ดี นิ จดั สรรแปลงย่อยท่ยี งั ไม่มผี ู้ใดซ้อื หรอื ได้โอนกลบั มาเป็นของผู้จดั สรรท่ีดนิ ให้ผู้จดั สรรท่ดี นิ เป็น
สมาชกิ นิตบิ คุ คลหมบู่ า้ นจดั สรร
5 มาตรา 43/1 เพมิ่ โดย มาตรา 7 แหง่ พระราชบญั ญตั กิ ารจดั สรรทด่ี นิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2558
6 มาตรา 44 ความเดมิ ถูกยกเลกิ โดย มาตรา 8 แหง่ พระราชบญั ญตั กิ ารจดั สรรทด่ี นิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2558 และใหใ้ ชค้ วามใหมแ่ ทนดงั ทพ่ี มิ พไ์ วแ้ ลว้
10
มาตรา 48 เพอ่ื ประโยชน์ของผซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรร ใหน้ ิตบิ ุคคลหมบู่ า้ นจดั สรรมอี าํ นาจหน้าทด่ี งั ต่อไปน้ี
(1) กาํ หนดระเบยี บเกย่ี วกบั การใชป้ ระโยชน์สาธารณูปโภค
(2) กาํ หนดระเบยี บเกย่ี วกบั การอยอู่ าศยั และการจราจรภายในทด่ี นิ จดั สรร
(3) เรยี กเกบ็ เงนิ คา่ ใชจ้ า่ ยในการบาํ รงุ รกั ษาและการจดั การสาธารณูปโภคในสว่ นทน่ี ิตบิ ุคคลหมบู่ า้ นจดั สรร
มหี น้าทบ่ี าํ รงุ รกั ษาจากสมาชกิ
(4) ย่นื คํารอ้ งทุกขห์ รอื เป็นโจทก์ฟ้องแทนสมาชกิ เก่ยี วกบั กรณีท่กี ระทบสทิ ธหิ รอื ประโยชน์ของสมาชกิ
จาํ นวนตงั้ แตส่ บิ รายขน้ึ ไป
(5) จดั ใหม้ บี รกิ ารสาธารณะเพอ่ื สวสั ดกิ ารของสมาชกิ หรอื จดั สรรเงนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ เพอ่ื สาธารณประโยชน์
(6) ดาํ เนินการอ่นื ใดใหเ้ ป็นไปตามกฎกระทรวง ระเบยี บของคณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลาง หรอื ขอ้ บงั คบั
ของคณะกรรมการทอ่ี อกโดยอาศยั อาํ นาจตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
การดาํ เนินการตาม (1) (2) และ (5) จะตอ้ งไดร้ บั ความเหน็ ชอบจากมตทิ ป่ี ระชุมใหญ่ของสมาชกิ
มาตรา 49 คา่ ใชจ้ า่ ยในการบาํ รงุ รกั ษาและการจดั การสาธารณูปโภค ใหจ้ ดั เกบ็ เป็นรายเดอื นจากทด่ี นิ แปลงยอ่ ยใน
โครงการจดั สรรทด่ี นิ ทุกแปลง ทงั้ น้ี อาจกําหนดค่าใชจ้ ่ายในอตั ราทแ่ี ตกต่างกนั ตามประเภทการใชป้ ระโยชน์ท่ดี นิ หรอื ขนาด
พน้ื ทไ่ี ดต้ ามระเบยี บทค่ี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางกาํ หนด
ใหผ้ ซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรออกคา่ ใชจ้ ่ายในการบาํ รุงรกั ษาและการจดั การสาธารณูปโภคสาํ หรบั ทด่ี นิ จดั สรรทต่ี นซอ้ื และให้
ผจู้ ดั สรรทด่ี นิ ออกคา่ ใชจ้ า่ ยในการบาํ รงุ รกั ษาและการจดั การสาธารณูปโภคสาํ หรบั ทด่ี นิ แปลงยอ่ ยทย่ี งั ไมม่ ผี ซู้ อ้ื
การกาํ หนดและการแกไ้ ขอตั ราคา่ ใชจ้ า่ ยในการบาํ รงุ รกั ษาและการจดั การสาธารณูปโภค จะตอ้ งไดร้ บั ความเหน็ ชอบ
จากมตทิ ป่ี ระชุมใหญ่ของสมาชกิ ตามมาตรา 44(1) หรอื คณะกรรมการตามมาตรา 44(2)
ใหเ้ รมิ่ เกบ็ ค่าใชจ้ ่ายในการบํารุงรกั ษาและการจดั การสาธารณูปโภคเม่อื เรม่ิ จดั ตงั้ นิตบิ ุคคลตามมาตรา 44(1) หรอื
เม่อื ไดร้ บั อนุมตั จิ ากคณะกรรมการตามมาตรา 44(2) โดยใหน้ ิตบิ ุคคลตามมาตรา 44(1) หรอื ผซู้ ง่ึ ดาํ เนินการเพอ่ื การบาํ รงุ รกั ษา
สาธารณูปโภคตามทไ่ี ดร้ บั อนุมตั จิ ากคณะกรรมการตามมาตรา 44(2) ทม่ี หี น้าทใ่ี นการบาํ รงุ รกั ษาและการจดั การสาธารณูปโภค
มอี าํ นาจในการจดั เกบ็
หลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารจดั เกบ็ คา่ ใชจ้ ่ายในการบาํ รุงรกั ษาและการจดั การสาธารณูปโภคและการจดั ทาํ บญั ชี ใหเ้ ป็นไป
ตามระเบยี บทค่ี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางกาํ หนด
มาตรา 50 ผูม้ หี น้าท่ชี ําระเงนิ ค่าบํารุงรกั ษาและการจดั การสาธารณูปโภคตามมาตรา 49 วรรคสอง ท่ชี ําระเงนิ
ดงั กลา่ วลา่ ชา้ กวา่ เวลาทก่ี าํ หนด จะตอ้ งจา่ ยคา่ ปรบั สาํ หรบั การจา่ ยเงนิ ลา่ ชา้ ตามอตั ราทค่ี ณะกรรมการกาํ หนด
7 ผูท้ ่คี า้ งชําระเงนิ ค่าบํารุงรกั ษาและการจดั การสาธารณูปโภคตงั้ แต่สามเดอื นขน้ึ ไป อาจถูกระงบั การใหบ้ รกิ ารหรอื
การใชส้ ทิ ธใิ นสาธารณูปโภค และในกรณีทค่ี า้ งชาํ ระตงั้ แต่หกเดอื นขน้ึ ไป พนกั งานเจา้ หน้าทม่ี อี าํ นาจระงบั การจดทะเบยี นสทิ ธิ
และนิตกิ รรมในทด่ี นิ จดั สรรของผคู้ า้ งชาํ ระจนกวา่ จะชาํ ระใหค้ รบถว้ น ทงั้ น้ี ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารทค่ี ณะกรรมการ
จดั สรรทด่ี นิ กลางกาํ หนด
ให้ถอื ว่าหน้ีค่าบํารุงรกั ษาและการจดั การสาธารณูปโภคเป็นหน้ีบุรมิ สทิ ธใิ นมูลรกั ษาอสงั หารมิ ทรพั ย์เหนือท่ีดิน
จดั สรรของผคู้ า้ งชาํ ระ
มาตรา 51 การจดทะเบยี นสทิ ธแิ ละนิตกิ รรมเก่ยี วกบั การโอนทรพั ยส์ นิ ทเ่ี ป็นสาธารณูปโภค และบรกิ ารสาธารณะ
ใหแ้ ก่นิตบิ คุ คลตามมาตรา 44(1) ใหไ้ ดร้ บั ยกเวน้ คา่ ธรรมเนียมและภาษอี ากร
เงนิ ทน่ี ิตบิ ุคคลตามมาตรา 44(1) ไดร้ บั จากผจู้ ดั สรรทด่ี นิ หรอื ผซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรเพอ่ื นําไปใชจ้ ่ายในการบาํ รงุ รกั ษาและ
การจดั การสาธารณูปโภค ใหไ้ ดร้ บั ยกเวน้ ภาษอี ากร
การยกเวน้ ภาษอี ากรตามวรรคหน่ึงและวรรคสอง ใหต้ ราเป็นพระราชกฤษฎกี าตามประมวลรษั ฎากร โดยจะกาํ หนด
หลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขดว้ ยกไ็ ด้
7 วรรคสองของมาตรา 50 ความเดมิ ถูกยกเลกิ โดย มาตรา 9 แหง่ พระราชบญั ญตั กิ ารจดั สรรทด่ี นิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2558 และใหใ้ ชค้ วามใหมแ่ ทนดงั ทพ่ี มิ พไ์ วแ้ ลว้
11
มาตรา 52 ในกรณีทผ่ี ูจ้ ดั สรรทด่ี นิ กระทําการใดๆ อนั เป็นเหตุใหป้ ระโยชน์แห่งภาระจํายอมตามมาตรา 43 ลดไป
หรอื เสอ่ื มความสะดวก หรอื กระทําการอย่างหน่ึงอย่างใดใหผ้ ดิ ไปจากแผนผงั โครงการ หรอื วธิ กี ารจดั สรรทด่ี นิ ทไ่ี ดร้ บั อนุญาต
จากคณะกรรมการ ใหค้ ณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรอื ผซู้ ง่ึ คณะกรรมการมอบหมาย มอี าํ นาจสงั่ ใหผ้ จู้ ดั สรรทด่ี นิ ระงบั การ
กระทํานัน้ และบํารุงรกั ษาสาธารณูปโภคใหค้ งสภาพดงั เช่นท่ไี ดจ้ ดั ทําขน้ึ หรอื ดําเนินการตามแผนผงั โครงการ หรอื วธิ กี าร
จดั สรรทด่ี นิ ทไ่ี ดร้ บั อนุญาตจากคณะกรรมการภายในระยะเวลาทก่ี าํ หนด
มาตรา 53 การจดั ใหม้ แี ละการบํารุงรกั ษาบรกิ ารสาธารณะใหน้ ําความในมาตรา 50 มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม ทงั้ น้ี
ใหเ้ รยี กเกบ็ คา่ ใชบ้ รกิ ารและคา่ บาํ รงุ รกั ษาบรกิ ารสาธารณะไดต้ ามอตั ราทค่ี ณะกรรมการใหค้ วามเหน็ ชอบ
หมวด 5
การยกเลิกการจดั สรรที่ดิน
มาตรา 54 ในกรณีทผ่ี จู้ ดั สรรทด่ี นิ ประสงคจ์ ะยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ ใหย้ ่นื คําขอต่อเจา้ พนักงานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื
เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาแหง่ ทอ้ งทซ่ี ง่ึ ทด่ี นิ นนั้ ตงั้ อยู่
การขอยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ ใหเ้ ป็นไปตามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร และเงอ่ื นไขทก่ี าํ หนดในกฎกระทรวง
มาตรา 55 ใหเ้ จา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาปิดประกาศคาํ ขอยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ ไว้
ในทเ่ี ปิดเผย ณ สาํ นกั งานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื สาํ นกั งานทด่ี นิ สาขา สาํ นักงานของผจู้ ดั สรรทด่ี นิ บรเิ วณทด่ี นิ ทท่ี าํ การจดั สรร ทว่ี า่
การอําเภอ ทท่ี าํ การองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตําบล มกี าํ หนดหกสบิ วนั และใหผ้ จู้ ดั สรรทด่ี นิ ประกาศในหนงั สอื พมิ พซ์ ง่ึ แพรห่ ลายใน
ทอ้ งถน่ิ นนั้ ไมน่ ้อยกวา่ เจด็ วนั และแจง้ เป็นหนงั สอื ใหผ้ ซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรทราบ
มาตรา 56 ใหผ้ ซู้ ง่ึ มปี ระโยชน์เกย่ี วขอ้ งกบั การจดั สรรทด่ี นิ ทป่ี ระสงคจ์ ะคดั คา้ นคาํ ขอยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ ย่นื คาํ
คดั คา้ นต่อเจา้ พนักงานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาภายในสามสบิ วนั นบั แต่วนั ครบกําหนดปิดประกาศตาม
มาตรา 55
ถา้ ไมม่ ผี ใู้ ดคดั คา้ นภายในกาํ หนดเวลาตามวรรคหน่ึง ใหเ้ จา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขา
เสนอเรอ่ื งใหค้ ณะกรรมการสงั่ ยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ
ในกรณีท่ผี ู้ซ้อื ท่ดี นิ จดั สรรคดั ค้าน ให้เจ้าพนักงานท่ดี นิ จงั หวดั หรอื เจ้าพนักงานท่ดี นิ จงั หวดั สาขายกเลกิ เร่อื งขอ
ยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ แต่ถา้ มผี คู้ ดั คา้ นแต่มใิ ช่ผซู้ อ้ื ทด่ี นิ จดั สรรใหเ้ จา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั หรอื เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขา
เสนอคาํ ขอยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ และคาํ คดั คา้ นใหค้ ณะกรรมการพจิ ารณา
คําวนิ ิจฉัยของคณะกรรมการตามวรรคสาม ผูจ้ ดั สรรท่ดี นิ หรอื ผูค้ ดั คา้ นอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการจดั สรรท่ดี นิ
กลางไดภ้ ายในสามสบิ วนั นบั แตว่ นั ทไ่ี ดร้ บั แจง้ คาํ วนิ ิจฉยั
มาตรา 57 เมอ่ื คณะกรรมการสงั่ ยกเลกิ การจดั สรรทด่ี นิ แลว้ ใบอนุญาตทไ่ี ดอ้ อกตามมาตรา 27 ใหเ้ ป็นอนั ยกเลกิ
หมวด 6
บทกาํ หนดโทษ
มาตรา 58 ผูจ้ ดั สรรทด่ี นิ หรอื บุคคลซ่งึ เกย่ี วขอ้ งผใู้ ดไม่มาใหถ้ อ้ ยคาํ หรอื ไม่สง่ เอกสารตามทค่ี ณะกรรมการจดั สรร
ทด่ี นิ กลางหรอื คณะกรรมการเรยี กหรอื สงั่ ตามมาตรา 15 หรอื ผจู้ ดั สรรทด่ี นิ หรอื ผคู้ รอบครองทด่ี นิ จดั สรรผใู้ ดไมใ่ หค้ วามสะดวก
แก่คณะกรรมการจดั สรรท่ดี นิ กลาง คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรอื บุคคลซ่งึ คณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางแต่งตงั้ ใน
การปฏบิ ตั งิ านตามมาตรา 18 ตอ้ งระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ หน่ึงหมน่ื บาท
มาตรา 59 ผใู้ ดฝา่ ฝืนมาตรา 21 ตอ้ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ่ กนิ สองปีและปรบั ตงั้ แตส่ ห่ี มน่ื บาทถงึ หน่ึงแสนบาท
มาตรา 60 ผใู้ ดแจง้ ขอ้ ความหรอื แสดงหลกั ฐานหรอื รายละเอยี ดตามมาตรา 23(7) อนั เป็นเทจ็ หรอื ปกปิดขอ้ ความ
จรงิ ซง่ึ ควรบอกใหแ้ จง้ ตอ้ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ่ กนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หน่ึงหมน่ื บาท หรอื ทงั้ จาํ ทงั้ ปรบั
12
มาตรา 61 ผู้ใดโฆษณาโครงการจดั สรรท่ดี นิ โดยฝ่าฝืนมาตรา 29 ต้องระวางโทษปรบั ตงั้ แต่หา้ หม่นื บาทถงึ หน่ึง
แสนบาท
มาตรา 62 ผจู้ ดั สรรทด่ี นิ ผใู้ ดไมป่ ฏบิ ตั ติ ามมาตรา 31 ตอ้ งระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ หน่ึงหมน่ื บาท
มาตรา 63 ผจู้ ดั สรรทด่ี นิ ผใู้ ดฝา่ ฝืนมาตรา 34 ตอ้ งระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ หา้ พนั บาท
มาตรา 64 ผใู้ ดฝา่ ฝืนมาตรา 35 ตอ้ งระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ หา้ พนั บาท
มาตรา 65 ผใู้ ดฝา่ ฝืนคาํ สงั่ ของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรอื ผซู้ ง่ึ คณะกรรมการมอบหมายตามมาตรา 52
นอกจากตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามคาํ สงั่ ดงั กลา่ วแลว้ ตอ้ งระวางโทษปรบั อกี วนั ละหน่ึงพนั บาทตลอดเวลาทย่ี งั ฝา่ ฝืน
มาตรา 66 ในกรณีทผ่ี กู้ ระทาํ ความผดิ ซง่ึ จะตอ้ งรบั โทษตามพระราชบญั ญตั นิ ้ีเป็นนิตบิ ุคคล กรรมการ ผจู้ ดั การของ
นิตบิ ุคคล และบุคคลใดซง่ึ รบั ผดิ ชอบในการดาํ เนินงานของนิตบิ ุคคลนนั้ ตอ้ งรบั โทษตามทบ่ี ญั ญตั ไิ วส้ าํ หรบั ความผดิ นนั้ ๆ ดว้ ย
เวน้ แต่จะพสิ จู น์ไดว้ า่ ตนมไิ ดม้ สี ว่ นในการกระทาํ ผดิ นนั้
บทเฉพาะกาล
มาตรา 67 บรรดากฎกระทรวงและข้อกําหนดท่ีออกตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี 286 ลงวันท่ี 24
พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2515 ใหค้ งมผี ลใชบ้ งั คบั ไดต้ อ่ ไปเทา่ ทไ่ี มข่ ดั หรอื แยง้ กบั บทแหง่ พระราชบญั ญตั นิ ้ี จนกวา่ จะไดม้ กี ฎกระทรวง
และขอ้ กาํ หนดทอ่ี อกตามพระราชบญั ญตั นิ ้ีใชบ้ งั คบั
มาตรา 68 ให้คณะกรรมการควบคุมการจัดสรรท่ีดินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี 286 ลงวันท่ี 24
พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2515 ปฏบิ ตั ิหน้าท่ขี องคณะกรรมการจดั สรรท่ดี ินกลางและคณะกรรมการจดั สรรท่ดี นิ กรุงเทพมหานคร
จนกวา่ จะไดม้ กี ารแต่งตงั้ คณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลาง และคณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กรงุ เทพมหานครตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
ใหค้ ณะอนุกรรมการควบคมุ การจดั สรรทด่ี นิ จงั หวดั ตามประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี 286 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน
พ.ศ. 2515 ปฏบิ ตั หิ น้าทข่ี องคณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ จงั หวดั จนกวา่ จะไดม้ กี ารแต่งตงั้ คณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ จงั หวดั ตาม
พระราชบญั ญตั นิ ้ี
มาตรา 69 ใบอนุญาตหรือการอนุญาตใดๆ ท่ีได้ให้ไว้ตามประกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบับท่ี 286 ลงวนั ท่ี 24
พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2515 ท่ยี งั มผี ลใชบ้ งั คบั อยู่ในวนั ท่พี ระราชบญั ญตั นิ ้ีใชบ้ งั คบั ใหถ้ อื ว่าเป็นใบอนุญาตและการอนุญาตตาม
พระราชบญั ญตั นิ ้ี
มาตรา 70 การบาํ รงุ รกั ษาสาธารณูปโภค ใหน้ ํามาตรา 45 มาตรา 46 มาตรา 47 มาตรา 48 มาตรา 49 มาตรา 50
มาตรา 51 และมาตรา 52 มาใชบ้ งั คบั แก่การจดั สรรทด่ี นิ ตามประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี 286 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน พ.ศ.
2515 ดว้ ยโดยอนุโลม
การบาํ รุงรกั ษาบรกิ ารสาธารณะ ใหน้ ํามาตรา 53 มาใชบ้ งั คบั แก่การจดั สรรทด่ี นิ ตามประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี
286 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2515 ดว้ ยโดยอนุโลม
การพน้ จากความรบั ผดิ ชอบในการบํารุงรกั ษาสาธารณูปโภคของผูไ้ ด้รบั ใบอนุญาตหรอื ผู้รบั โอนใบอนุญาตตาม
ประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี 286 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2515 หรอื ผรู้ บั โอนกรรมสทิ ธทิ ์ ด่ี นิ อนั เป็นสาธารณูปโภค ให้
นํามาตรา 44 มาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม
ในกรณีทผ่ี ไู้ ดร้ บั ใบอนุญาตหรอื ผรู้ บั โอนใบอนุญาตตามประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี 286 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน
พ.ศ. 2515 หรอื ผรู้ บั โอนกรรมสทิ ธทิ ์ ด่ี นิ อนั เป็นสาธารณูปโภค มไิ ดป้ ฏบิ ตั หิ น้าทใ่ี นการบาํ รงุ รกั ษากจิ การอนั เป็นสาธารณูปโภค
ผูซ้ ้อื ทด่ี นิ จดั สรรจํานวนไม่น้อยกว่าก่งึ หน่ึงของจํานวนทด่ี นิ แปลงย่อยตามแผนผงั โครงการ อาจย่นื คําขอต่อเจา้ พนักงานทด่ี นิ
จงั หวดั หรอื เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขา เพอ่ื จดั ตงั้ นิตบิ ุคคลหมบู่ า้ นจดั สรรได้
เม่อื เจา้ พนักงานท่ดี นิ จงั หวดั หรอื เจ้าพนักงานท่ดี นิ จงั หวดั สาขาได้รบั คําขอจดั ตงั้ นิติบุคคลหมู่บา้ นจดั สรร ให้ปิด
ประกาศคําขอไวใ้ นทเ่ี ปิดเผย ณ สาํ นักงานทด่ี นิ เขตหรอื ทว่ี ่าการอําเภอหรอื กง่ิ อําเภอ ทท่ี ําการแขวงหรอื ท่ที ําการกํานันแห่ง
13
ทอ้ งทซ่ี ่งึ ทด่ี นิ นัน้ ตงั้ อยแู่ ละบรเิ วณทด่ี นิ ทท่ี ําการจดั สรร มกี ําหนดสามสบิ วนั และแจง้ เป็นหนังสอื ใหผ้ ูไ้ ดร้ บั ใบอนุญาตหรอื ผรู้ บั
โอนใบอนุญาตตามประกาศของคณะปฏวิ ตั ฉิ บบั ท่ี 286 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2515 หรอื ผรู้ บั โอนกรรมสทิ ธทิ ์ ด่ี นิ อนั เป็น
สาธารณูปโภคทราบตามทอ่ี ยทู่ ไ่ี ดใ้ หไ้ วก้ บั พนกั งานเจา้ หน้าท่ี
เมอ่ื ผไู้ ดร้ บั ใบอนุญาตหรอื ผรู้ บั โอนใบอนุญาตตามประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี 286 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน พ.ศ.
2515 หรอื ผรู้ บั โอนกรรมสทิ ธทิ ์ ด่ี นิ อนั เป็นสาธารณูปโภค คดั คา้ นการจดั ตงั้ นิตบิ ุคคลหมบู่ า้ นจดั สรร ใหเ้ จา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั
หรอื เจา้ พนกั งานทด่ี นิ จงั หวดั สาขาสง่ เร่อื งใหค้ ณะกรรมการพจิ ารณา หากคณะกรรมการพจิ ารณาแลว้ เหน็ วา่ ผไู้ ดร้ บั ใบอนุญาต
หรอื ผรู้ บั โอนใบอนุญาตตามประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี 286 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2515 หรอื ผรู้ บั โอนกรรมสทิ ธิ ์
ทด่ี นิ อนั เป็นสาธารณูปโภค มไิ ดป้ ฏบิ ตั หิ น้าทใ่ี นการบาํ รงุ รกั ษากจิ การอนั เป็นสาธารณูปโภคจรงิ ใหน้ ําความในมาตรา 43 วรรค
สองมาใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม หากคณะกรรมการเหน็ ว่าผไู้ ดร้ บั ใบอนุญาต หรอื ผูร้ บั โอนใบอนุญาตตามประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ
ฉบบั ท่ี 286 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2515 หรอื ผู้รบั โอนกรรมสทิ ธิท์ ่ีดินอนั เป็นสาธารณูปโภคได้ปฏบิ ตั ิหน้าท่ใี นการ
บาํ รงุ รกั ษากจิ การอนั เป็นสาธารณูปโภค ใหย้ กเลกิ การดาํ เนินการจดทะเบยี นนิตบิ ุคคลหมบู่ า้ นจดั สรร
ในกรณที ผ่ี ไู้ ดร้ บั ใบอนุญาตหรอื ผรู้ บั โอนใบอนุญาตตามประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี 286 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน
พ.ศ. 2515 หรอื ผรู้ บั โอนกรรมสทิ ธทิ ์ ด่ี นิ อนั เป็นสาธารณูปโภคไมค่ ดั คา้ น หรอื ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามมตขิ องคณะกรรมการตามวรรคหก
ให้เจา้ พนักงานท่ดี นิ จงั หวดั หรอื เจ้าพนักงานท่ดี นิ จงั หวดั สาขาจดทะเบยี นจดั ตงั้ นิตบิ ุคคลหมู่บา้ นจดั สรร และให้มอี ํานาจจด
ทะเบยี นโอนทรพั ยส์ นิ ทเ่ี ป็นสาธารณูปโภคใหแ้ กน่ ิตบิ คุ คลหมบู่ า้ นจดั สรรตอ่ ไป
มาตรา 71 ในระหว่างทค่ี ณะกรรมการจดั สรรทด่ี นิ กลางยงั มไิ ดก้ ําหนดแบบมาตรฐานของสญั ญา ตามมาตรา 8(4)
มใิ หน้ ําความในมาตรา 34 และมาตรา 63 มาใชบ้ งั คบั
มาตรา 72 บรรดาคําขออนุญาต การออกหรอื โอนใบอนุญาตใหจ้ ดั สรรท่ดี นิ ทอ่ี ย่รู ะหว่างการพจิ ารณาดําเนินการ
ของคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรท่ีดิน คณะอนุกรรมการในวันท่ีพระราชบัญญัติน้ีใช้บังคับ ให้ดําเนินการตาม
พระราชบญั ญตั นิ ้ี เวน้ แต่การอุทธรณ์ ให้ดําเนินการตามประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี 286 ลงวนั ท่ี 24 พฤศจกิ ายน พ.ศ.
2515
ผรู้ บั สนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลกี ภยั
นายกรฐั มนตรี
อตั ราค่าธรรมเนียม
1. ใบอนุญาตใหท้ าํ การจดั สรรทด่ี นิ ไรล่ ะ 500 บาท
เศษของไรใ่ หค้ ดิ เป็นหน่ึงไร่ รายละ 5,000 บาท
2. การโอนใบอนุญาตใหท้ าํ การจดั สรรทด่ี นิ
หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบญั ญตั ิฉบบั น้ี คอื เนือ่ งจากประกาศของคณะปฏิวตั ิ ฉบบั ที่ 286 ลงวนั ที่ 24
พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2515 ซงึ่ เป็นกฎหมายวา่ ดว้ ยการควบคมุ การจดั สรรทดี่ นิ ไดป้ ระกาศใชบ้ งั คบั มาเป็นเวลานานแลว้ มหี ลกั การ
และรายละเอียดไม่เหมาะสมหลายประการ สมควรแก้ไขปรบั ปรุงเพือ่ กําหนดมาตรการในการคุ้มครองผู้ซ้ือทีด่ ินจดั สรร
โดยเฉพาะการได้สิทธิในทีด่ ินจดั สรรและการกําหนดให้มีผู้รับผิดชอบบํารุงรกั ษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ
นอกจากนนั้ เพอื่ ใหเ้ กดิ ความคลอ่ งตวั ในการดาํ เนินธุรกจิ การจดั สรรทดี่ นิ ไดก้ ระจายอํานาจการอนุญาตและการควบคุมดแู ลการ
จดั สรรทดี่ นิ ไปสรู่ ะดบั จงั หวดั และกาํ หนดเวลาในการพจิ ารณาอนุญาตใหแ้ น่นอน จงึ จาํ เป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญตั นิ ้ี
ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เลม่ 117 ตอนที่45ก วนั ที่23 พฤษภาคม 2543
14
พระราชบญั ญตั ิการจดั สรรท่ีดิน (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2558
หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ฉิ บบั น้ี คอื โดยทกี่ ารจดั สรรทดี่ นิ ในปจั จุบนั ไมไ่ ดก้ ําหนดใหจ้ ดแจง้ ในโฉนด
ทดี่ นิ หรอื หนงั สอื รบั รองการทาํ ประโยชน์วา่ ทดี่ นิ แปลงนนั้ เป็นทดี่ นิ อนั เป็นสาธารณูปโภคหรอื ทดี่ นิ ทใี่ ชเ้ พอื่ บรกิ ารสาธารณะ เป็น
ผลใหไ้ มอ่ าจทราบชดั เจนวา่ ทดี่ นิ แปลงใดเป็นทดี่ นิ อนั เป็นสาธารณูปโภคหรอื ทดี่ นิ ทใี่ ชเ้ พอื่ บรกิ ารสาธารณะ และมกี ารโอนทดี่ นิ
ดงั กล่าวไปยงั บุคคลอนื่ ซงึ่ ส่งผลกระทบต่อการใชป้ ระโยชน์ในทรพั ยส์ นิ อนั เป็นสาธารณูปโภคของผซู้ ้อื ทดี่ นิ จดั สรรโดยรวม จงึ
สมควรให้มีการจดแจ้งดงั กล่าวและห้ามการโอนทีด่ ินอนั เป็นสาธารณูปโภค รวมทงั้ กําหนดหลกั เกณฑ์การพ้นจากหน้าที่
บํารุงรกั ษาสาธารณูปโภคของผูจ้ ดั สรรทดี่ นิ และการใหท้ รพั ยส์ นิ อนั เป็นสาธารณูปโภคตกเป็นของนิตบิ ุคคลหม่บู า้ นจดั สรรให้
เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ประกอบกบั สมควรแก้ไขบทบญั ญัติทีก่ ําหนดชือ่ ตําแหน่งในคณะกรรมการตาม
พระราชบญั ญตั นิ ้ีใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายทใี่ ชบ้ งั คบั ในปจั จุบนั รวมทงั้ แกไ้ ขระยะเวลาการคา้ งชาํ ระค่าบาํ รุงรกั ษาและการจดั การ
สาธารณูปโภคใหเ้ หมาะสมยงิ่ ขน้ึ จงึ จาํ เป็นตอ้ งตราพระราชบญั ญตั นิ ้ี
ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เลม่ 132 ตอนที่92ก วนั ที่25 กนั ยายน 2558