ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๕๐
การท่เี ฟลต็ เชอรตองเสียหลกั ตงั้ แตยงั บนิ อยูสูง ทาํ ใหเ ขาโมโหโทโสในความผดิ ของเขา
เขาปลอยตัวหงายไปขา งหลงั แลว พลาดทา ทําใหเ ขา อยูใ นการควงสวางอยา งรวดเรว็ แตเ ขาก็
คนื ตวั ไดและหอบฮกั ๆ อยใู นระดับรอยฟุตตาํ่ กวาระดบั ครขู องเขา
"You're wasting your time with me, Jonathan! I'm too dumb! I'm too stupid! I try
and try, but I'll never get it!"
“ครูเสยี เวลากบั ผมเปลา ๆ ครับ ผมมนั เซอ เกนิ ไป โงเกินไป ผมพยายามแลวพยายามอกี
แตผมคงไมมีวนั เรยี นได! ”
Jonathan Seagull looked down at him and nodded.
จอนะธนั นางนวล มองลงไปดูศษิ ยข องเขาแลว ก็พยักหนา
"You'll never get it for sure as long as you make that pullup so hard. Fletcher,
you lost forty miles an hour in the entry! You have to be smooth! Firm but smooth,
remember?"
“เธอจะไมม ีวนั ทําไดถา เธอถอนขน้ึ แรงขนาดนั้น เธอเสียความเรว็ ไปถึงส่สี ิบไมลตอหน่งึ
ช่ัวโมงเมือ่ ตอนขาเขา เธอตอ งทาํ ใหนิม่ กวานน้ั แน แคนิ่ม จาํ ไดไหม?”
He dropped down to the level of the younger gull.
เขาลดระดับลงไปเทากบั นกนางนวลหนุม
"Let's try it together now, in formation. And pay attention to that pullup. It's a
smooth, easy entry."
“ลองทําดดู ว ยกันอีกที บนิ ฝูง และระวังการถอนตัวข้นึ ทําใหน ิม่ เขา ใหงา ย”
By the end of three months Jonathan had six other students, Outcasts all, yet
curious about this strange new idea of flight for the joy of flying.
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๕๑
พอครบสามเดือน จอนะธัน กม็ ศี ิษยอ ีกหกตวั ถกู ขบั ออกจากฝูงทง้ั นน้ั แตก อ็ ยากรอู ยาก
เห็น ในความคิดแปลกและใหมเรอ่ื งการบิน เพือ่ สนุกในการบิน
Still, it was easier for them to practice high performance than it was to
understand the reason behind it.
แตถึงอยางน้นั นกนางนวลเหลาน้ี ก็หดั บนิ ไดเกง งายกวาทจ่ี ะเขาใจเหตผุ ลแหงการบิน
"Each of us is in truth an idea of the Great Gull, an unlimited idea of freedom,"
“ตามความจริง เราทุกคนเปนธรรมของนกนางนวลใหญ ซงึ่ หมายถึงธรรมอันเปนเสรี ไมมี
ขอบเขตจาํ กัด"
Jonathan would say in the evenings on the beach,
จอนะธนั มักจะพูดในตอนคํ่าบนหาดทราย
"and precision flying is a step toward expressing our real nature.Everything that
limits us we have to put aside. That's why all this high-speed practice, and low speed,
and aerobatics...."
“และการบินแบบเท่ยี งตรงไมผ ดิ พลาด เปน กา วหนึง่ ทแี สดงออกซ่ึงธรรมของเรา อะไรท่ี
เปน ขอบเขตทีจ่ ํากัด หรอื ผกู มดั เราไว เราตองตดั ทงิ้ ใหหมด เพราะเหตุนี้ เราจงึ ตอ งฝกบนิ ดวย
ความเร็วสงู และดวยความเรว็ ต่ํา และการบนิ โลดโผน...”
...and his students would be asleep, exhausted from the day's flying. They liked
the practice, because it was fast and exciting and it fed a hunger for learning that
grew with every lesson. But not one of them, not even Fletcher Lynd Gull, had come
to believe that the flight of ideas could possibly be as real as the flight of wind and
feather.
...และศิษยของเขากม็ ักจะหลับกนั หมด เพราะเหนอื่ ยมาจากการฝกบินท้งั วนั พวกศษิ ย
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๕๒
ชอบฝกเพราะไดบ นิ เร็วตื่นเตนดี และทาํ ใหเ ขากระหายทจ่ี ะเรียนตอทกุ ครัง้ แตไมมีศษิ ยคนไหน
เลย แมแ ต เฟลต็ เชอร ลนิ ด นางนวล ที่เชอ่ื แลววา บินดวยจติ นั้น อาจเปนจริงไดเทา กบั การบนิ
ดวยลมและขนปก
"Your whole body, from wingtip to wingtip," Jonathan would say, other times,
“กายของพวกเธอ ตง้ั แตปลายปกอนั หนง่ึ ถึงปลายปกอีกอันหนึง่ ” จอนะธนั มักจะพูดใน
เวลาอน่ื
"is nothing more than your thought itself, in a form you can see. Break the
chains of your thought, and you break the chains of your body, too..."
“ไมใชอ ะไรนอกจากความคิดของเธอเองเทา น้ัน ความคดิ ท่มี ีรูปใหเหน็ ได ตดั ลูกโซแหง
ความคดิ อนั มีอุปาทานของเธอเสียเธอ ก็จะตัดลูกโซในกายเธอเหมอื นกัน...”
But no matter how he said it, it sounded like pleasant fiction, and they needed
more to sleep.
แตไมว าเขาจะพดู อยางไร คําพดู ของเขากเ็ หมอื นนยิ ายอนั ไพเราะ และศิษยของเขาอยาก
หลบั นอนมากกวา
It was only a month later that Jonathan said the time had come to return to the
Flock.
อีกหนึง่ เดือนตอมา จอนะธนั ก็บอกวา ถึงเวลาแลวทจี่ ะพากนั กลับเขา ฝงู
" We're not ready!" said Henry Calvin Gull. " We're not welcome! We're Outcast!
We can't force ourselves to go where we're not welcome, can we?"
“พวกผมยงั ไมพรอ ม” เฮน็ ร่ี คัลวิน นางนวลพูดข้นึ “เราเปน นกทพี่ ึงรังเกยี จ เราเปนนกจร
จดั เราบังคับตัวเราใหไปยังท่ๆี เราถกู รังเกยี จไมไ ดใชไหมครับ”
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๕๓
" We're free to go where we wish and to be what we are," Jonathan answered,
and he lifted from the sand and turned east, toward the home grounds of the Flock.
“เราเปน เสรที จี่ ะไปทไี่ หนกไ็ ด และเปนเสรีทจี่ ะเปนอะไรก็ได” จอนะธันตอบ แลวเขากบ็ ิน
ขนึ้ จากทราย บายหนา ไปทางตะวนั ออก อันเปนทศิ ทอี่ ยูของฝูงนก
There was brief anguish among his students, for it is the Law of the Flock that
an Outcast never returns, and the Law had not been broken once in ten thousand
years. The Law said stay; Jonathan said go; and by now he was a mile across the
water. If they waited much longer, he would reach a hostile Flock alone.
พวกศิษยมคี วามกังวลอยูค รหู นึง่ เพราะตามกฎของฝูงนนั้ นกที่ถกู ขบั จากฝงู แลว จะกลบั
เขาฝงู ไมได และไมเคยมใี ครเคยผดิ กฎนี้เลยเปน เวลานบั หม่ืนป กฎบอกใหหยดุ อยูก บั ที่ แตจ อ-
นะธัน บอกใหไป และถึงตอนน้เี ขาบนิ ขา มน้ําไปไดไมลหนึง่ แลว ถา พวกศิษยย ังรรี ออยอู กี เขาก็
อาจไปถงึ ฝงู ท่ีเปน ศตั รูดว ยตวั คนเดียว
"Well, we don't have to obey the law if we're not a part of the Flock, do we?"
“เออ! เราไมตอ งทาํ ตามกฎ เม่อื เราเปน คนนอกไมไดอ ยใู นฝงู แลว ใชไ หม?”
Fletcher said, rather selfconsciously.
เฟล็ตเชอรพ ูดขึน้ อยางเหนียมๆ
"Besides, if there's a fight we'll be a lot more help there than here."
“นอกจากนนั้ ถาหากมีเร่ืองราวกันขึ้น เราก็นาจะเปนประโยชนแกค รเู ราทนี่ ่ันมากกวาท่จี ะ
จบั อยูท ีน่ ”่ี
And so they flew in from the west that morning, eight of them in a double-
diamond formation, wingtips almost overlapping.
คร้นั แลว พวกนกศิษยก็พากันบินมาจากทศิ ตะวันตก ในเชา วันนั้นมีอยูแ ปดตวั ดว ยกนั บนิ
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๕๔
ฝูงมาในรูปขา วหลามตดั สองช้ัน ปลายปกเพียงจะกระทบกัน
They came across the Flock's Council Beach at a hundred thirty-five miles per
hour, Jonathan in the lead. Fletcher smoothly at his right wing, Henry Calvin
struggling gamely at his left. Then the whole formation rolled slowly to the right, as
one bird... level... to... inverted... to... level, the wind whipping over them all.
เขาบนิ ผา นหาดทราย ซึง่ เปน ทป่ี ระชมุ ฝูงนกดวยความเร็วหนง่ึ รอ ยสามสิบหา ไมลตอหนง่ึ
ชั่วโมง จอนะธนั บินนํา เฟล็ตเชอรบ ินอยทู างปก ขวาอยางสบาย และเฮน็ รี่ คลั วิน บนิ โขยกเขยก
อยูข างปกซา ยอยางไมยอมแพ แลวท้ังฝูงกโ็ ฉบไปทางขวาเหมอื นกับวา เปนนกตัวเดียวกัน...บิน
ระดบั ...แลวบินหงายทอง...แลวบนิ ระดับอีก กระแสลมเฆีย่ นเขาทง้ั หมดอยตู ลอดทาง
The squawks and grockles of everyday life in the Flock were cut off as though
the formation were a giant knife, and eight thousand gull-eyes watched, without a
single blink.
เสยี งรองเกรยี วกราว จากชีวิตธรรมดาสามัญของฝงู นกนางนวลถูกตัดขาดลงทนั ที ราว
กบั วา การบินเปนฝูงนัน้ เปนมีดเลมใหญ และตาของนางนวลแปดหมน่ื ดวงกจ็ อ งดู ไมม ตี าใด
กระพริบ
One by one, each of the eight birds pulled sharply upward into a full loop and
flew all the way around to a dead-slow stand-up landing on the sand. Then as though
this sort of thing happened every day, Jonathan Seagull began his critique of the
flight. "To begin with," he said with a wry smile, " you were all a bit late on the join-
up..."
นกทีละตวั ในแปดตัวน้ันบนิ วงกลมตั้งกลางหาว แลว บินอยางชา ท่ีสดุ มาจับบนทราย แลว
เหมือนกับวาเหตกุ ารณเชน นเ้ี กิดข้ึนทุกวัน จอนะธันนางนวล ก็เริ่มตชิ มการบินนน้ั “เรม่ิ ตน
ทเี ดียว” เขาพดู ย้ิมๆ อยา งประชด “พวกเธอออกบินชาไปหนอย...”
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๕๕
It went like lightning through the Flock. Those birds are Outcast! And they have
returned! And that... that can't happen! Fletcher's predictions of battle melted in the
Flock's confusion.
ความคดิ น้นั แลนไปท่วั นกทั้งฝงู เหมือนสายฟา ฟาด นกพวกน้ันเปน นกจรจัด แตม ันกย็ งั
กลับมาอกี ! และนั่น...น่ันจะเกดิ ขน้ึ ไมไ ด! ความหวน่ั ของเฟลต็ เชอรทีว่ า จะมเี รอื่ งราวถงึ ตอ สูกนั
ขน้ึ น้ันละลายหายไปในความสบั สนของฝูงนก
" Well sure, O.K. they're Outcast," said some of the younger gulls, "but hey,
man, where did they learn to fly like that?"
“เอาละ ถึงพวกน้ันจะเปนนกจรจดั ก็ตามที” นกหนุม บางตวั พูดข้ึน “แตม ันไปเรียนบิน
แบบนั้นมาจากไหน?”
It took almost an hour for the Word of the Elder to pass through the Flock:
Ignore them. The gull who speaks to an Outcast is himself Outcast. The gull who
looks upon an Outcast breaks the Law of the Flock, Gray-feathered backs were
turned upon Jonathan from that moment onward, but he didn't appear to notice.
กวา บัญชาของนกผูใหญจะผา นฝงู ไปได กเ็ ปน เวลาเกอื บชั่วโมง ทําเปนไมร ูไมเ ห็นเสีย
นกนางนวลตัวไหนที่พดู กับนกจรจัด กต็ องกลายเปนนกจรจดั ไปดวย นกตัวไหนมองดูนกจรจดั
นกนางนวลตัวนั้นทําผิดกฎของฝูง หลังนกทีค่ ลมุ ดวยขนสีเทา พากันหนั ใหแก จอนะธัน
นับตง้ั แตขณะนน้ั เปน ตนไป แตเขากด็ เู หมอื นจะไมสงั เกตเห็น
He held his practice sessions directly over the Council Beach and for the first
time began pressing his students to the limit of their ability.
เขาฝกบนิ กับศิษยข องเขาเหนอื หาดที่ประชมุ นั้นโดยตรง และเรมิ่ บังคบั ใหศษิ ยข องเขาใช
ความสามารถของแตล ะตัวอยางเต็มท่ีเปนครงั้ แรก
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๕๖
"Martin Gull!" he shouted across the sky. "
“มารตนิ นางนวล” เขาตะโกนกองฟา
You say you know low-speed flying. You know nothing till you prove it! FLY!"
“เธอบอกวา เธอรวู ิธบี นิ ดว ยความเรว็ ต่ํา เธอไมร อู ะไรเลย จนกวา เธอจะพิสูจนค วามรูของ
เธอได! บิน!”
So quiet little Martin William Seagull, startled to be caught under his instructor's
fire, surprised himself and became a wizard of low speeds. In the lightest breeze he
could curve his feathers to lift himself without a single flap of wing from sand to cloud
and down again.
ครัน้ แลว มารตินนางนวลผสู งบเสงี่ยม ผซู ่ึงตกใจท่ถี กู ครูดุ กไ็ ดท ําใหตัวของเขาเอง
ประหลาดใจ เพราะเขาบินดวยความเร็วต่ําไดราวกบั เซยี น ดว ยกระแสลมเบาๆ เขาอาจโคงขน
ของเขาข้ึน เพือ่ ยกระดับตัวเองขึน้ สงู โดยไมตอ งกระพือปกแมแ ตครงั้ เดยี ว จากพน้ื ทรายไปจนถงึ
เมฆ แลว กล็ ดตวั กลบั ลงมาอีก
Likewise Charles-Roland Gull flew the Great Mountain Wind to twenty-four
thousand feet, came down blue from the cold thin air, amazed and happy,
determined to go still higher tomorrow.
เชนเดยี วกันกบั ท่ี ชารลส โรแลนด นางนวล บนิ ตดิ ลมที่ตีขึน้ จากภเู ขาใหญไปถึงระดับสงู
สองหมนื่ สพ่ี ันฟตุ หนาเขียวกลบั ลงมา เพราะความหนาวในอากาศเบาเบ้ืองบน ทงั้ แปลกใจและ
ปล้มื ใจ ตกลงใจเดด็ ขาดวา พรงุ นจ้ี ะขนึ้ ไปใหส ูงกวาน้ันอีก
Fletcher Seagull, who loved aerobatics like no one else, conquered his sixteen
point vertical slow roll and the next day topped it off with a triple cartwheel, his
feathers flashing white sunlight to a beach from which more than one furtive eye
watched.
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๕๗
เฟลต็ เชอร นางนวล ผซู ึง่ ชอบการบนิ โลดโผนยง่ิ กวา ใครทัง้ หมดทําการบนิ โคลงตวั นบั สบิ
หกไดเ รยี บรอ ยไมม ีท่ตี ิ และในวนั รุงขึ้นกแ็ สดงเพิม่ ขึ้นอีกดว ยการบินตลี ังกาตดิ ตอ กันสามคร้ัง
ขนสีขาวของเขา สะทอ นแสงอาทติ ยว าบวบั ลงมาบนหาดทราย ซึ่งมตี ามากกวา หนึง่ ดวงคอย
แอบดกู ารบินของเขาอยู
Every hour Jonathan was there at the side of each of his students, demon-
strating, suggesting, pressuring, guiding. He flew with them through night and cloud
and storm, for the sport of it, while the Flock huddled miserably on the ground.
ทกุ ๆ ช่ัวโมง จอนะธนั คอยบินกํากบั อยขู างๆ นกท่เี ปนศษิ ยของเขาทุกตวั แสดงใหศ ิษยด ู
บา ง แนะนาํ บา ง ดุวา บาง ชักนาํ บาง เขาบนิ กบั ศษิ ยตลอดกลางคนื ผานเมฆและพายุ เพ่อื
ความสนกุ ในขณะทฝี่ งู นกยืนเบยี ดกันอยูบนพ้ืนดิน
When the flying was done, the students relaxed in the sand, and in time they
listened more closely to Jonathan. He had some crazy ideas that they couldn't
understand, but then he had some good ones that they could.
เม่ือฝกบนิ เสรจ็ แลว นกศิษยก จ็ ะพกั ผอ นบนทราย และในไมช า กเ็ ริ่มจะฟง โอวาทของจอ-
นะธนั ดวยความสนใจยง่ิ ขึน้ เขามคี วามคดิ บาๆ ทพี่ วกศิษยไ มเ ขา ใจ แตขณะเดียวกนั เขากม็ ี
ความคิดดีๆ ทศ่ี ิษยเ ขา ใจได
Gradually, in the night, another circle formed around the circle of students a
circle of curious gulls listening in the darkness for hours on end, not wishing to see or
be seen of one another, fading away before daybreak.
ในเวลาตอ มา เมอื่ ถึงยามกลางคนื กม็ ีนกนางนวลมาตงั้ วงอยูนอกวงศษิ ย ทีละเลก็ ทีละ
นอ ย วงนกนางนวลที่อยากรูอยากเหน็ มาฟงอยใู นความมืดเปน ชั่วโมงๆ ไมอ ยากเห็นใคร และ
ไมอยากใหใ ครเห็นตวั พอกอนตะวนั ขน้ึ ก็หลบหายไป
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๕๘
It was a month after the Return that the first gull of the Flock crossed the line
and asked to learn how to fly. In his asking, Terrence Lowell Gull became a
condemned bird, labeled Outcast; and the eighth of Jonathan's students.
หลงั จากทมี่ กี ารกลบั เขาฝูงแลวหนึ่งเดือน กม็ นี กนางนวลตวั แรกท่ขี ามเสน เขา มาวงใน
แลว ขอสมคั รเรยี นการบนิ ดวยการขอเขา เรยี นน้ัน เทอเร็นซ โลเวล นางนวล กก็ ลายเปนนก
ตอ งโทษ เรยี กวา นกจรจดั และเปนศษิ ยของ จอนะธนั ตวั ทแ่ี ปด
The next night from the Flock came Kirk Maynard Gull, wobbling across the
sand, dragging his leftwing, to collapse at Jonathan's feet.
คืนตอ มา เคิรก เมนารด นางนวล กเ็ ดินเปะปะขา มหาดทรายมาจากฝงู ลากปกซายมา
แลวมาลมลงแทบเทาของ จอนะธนั
"Help me," he said very quietly, speaking in the way that the dying speak.
“ชว ยผมดวย” เขาพดู เบาๆ พูดอยา งท่ีคนกาํ ลงั จะตายพูด
"I want to fly more than anything else in the world..."
“ผมตอ งการจะบนิ เปน มากกวา อะไรท้ังหมดในโลก...”
"Come along then." said Jonathan. "Climb with me away from the ground, and
we'll begin."
“มาเถิด” จอนะธันพดู “บินข้นึ จากพ้นื ดินไปกบั เรา แลวเราจะเรมิ่ ศกึ ษากนั ”
"You don't understand My wing. I can't move my wing."
“ทา นไมเขา ใจ ปกผม ผมขยับปกไมได”
"Maynard Gull, you have the freedom to be yourself, your true self, here and
now, and nothing can stand in your way.It is the Law of the Great Gull, the Law that
Is."
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๕๙
“เมนารด นางนวล เธอมีเสรีภาพทจ่ี ะเปน ตวั ของเธอเอง ตวั แทของเธอ ทนี่ ีแ่ ละเดี๋ยวนี้ไม
มอี ะไรจะขดั ขวางเธอได นี่คือ กฎของนกนางนวลใหญ กฎทีม่ อี ยแู ละเปนอย”ู
"Are you saying I can fly?"
“ทานบอกวาผมบนิ ไดห รอื ครบั ?”
"I say you are free."
“เราบอกวา เธอเปน เสร”ี
As simply and as quickly as that, Kirk Maynard Gull spread his wings,
effortlessly, and lifted into the dark night air. The Flock was roused from sleep by his
cry, as loud as he could scream it, from five hundred feet up:
โดยงา ยดาย และรวดเรว็ ขนาดน้ัน เคริ ก เมนารด นางนวล กก็ างปก ออก อยาง
สะดวกสบาย แลว บินหายข้นึ ไปบนโอกาสอันมดื มดิ ในยามกลางคืน ฝงู นกตกใจตืน่ เพราะเสยี ง
รอ งของเขา เสยี งดงั ทสี่ ุดเทา ที่เขาจะเปลง ออกมาได ในระดับสูงหารอยฟุต
"I can fly! Listen! I CAN FLY!"
“ผมบนิ ได! ฟงกนั ไว! ผมบินได! ”
By sunrise there were nearly a thousand birds standing outside the circle of
students, looking curiously at Maynard. They didn't care whether they were seen or
not, and they listened, trying to understand Jonathan Seagull.
พอไดอรณุ กม็ ีนกนางนวลเปนพันตวั มายืนอยูรอบๆ วงของนกศษิ ย มองดูเมนารดด ว ย
ความสนเทหใจ นกพวกนีไ้ มสนใจวาใครจะมองเหน็ ตัวหรือไม และพากนั ฟง พยายามท่ีจะ
เขาใจโอวาทของ จอนะธนั นางนวล
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๖๐
He spoke of very simple things - that it is right for a guil to fly, that freedom is
the very nature of his being, that whatever stands against that freedom must be set
aside, be it ritual or superstition or limitation in any form.
เขาพูดในเร่ืองงายๆ – วา การบินเปน กรรมชอบ สาํ หรับนกนางนวล วา เสรีภาพคอื ธรรม
แหงตวั ของเขา วาสงิ่ ใดก็ตามทีเ่ ปน อุปสรรคตอความหลดุ พน จะตอ งขจดั เสียใหหมด ไมว าจะ
เปนพธิ กี รรม หรอื ความเชื่อถือกนั ตอ ๆมา หรอื เครอ่ื งผูกมัดตา งๆ ไมว า จะอยใู นรปู ใด
"Set aside," came a voice from the multitude, "even if it be the Law of the Flock?"
“ขจัดใหหมด” เสียงหนง่ึ ดงั มาจากฝูงนก “แมแ ตก ฎของฝูงทเี ดียวหรือ”
"The only true law is that which leads to freedom," Jonathan said. "There is no
other."
“กฎอนั แทจรงิ คอื กฎทนี่ าํ ไปสูความหลุดพน เปนเสร”ี จอนะธันพูด “ไมม ีกฎอื่น”
"How do you expect us to fly as you fly?" came anothervoice.
“ทา นคิดวาเราจะบินไดเ หมอื นทา นไดอ ยา งไร?” อกี เสยี งหนึง่ ดังมา
"You are special and gifted and divine, above otherbirds."
“ทานเปนนกพเิ ศษ มบี ารมมี าก และเปน นกทพิ ยอ ยเู หนอื กวานกอน่ื ๆ”
"Look at Fletcher! Lowell! Charles-Roland! Judy Lee! Are they also special and
gifted and divine? No more than you are, no more than I am. The only difference, the
very only one, is that they have begun to understand what they really are and have
begun to practice it."
“ดแู ตเฟลต็ เชอร! โลเวล! ชารลส โรแลนด! เขาเปน นกพิเศษ มีบารมมี าก และเปนนก
ทพิ ยเหมือนกนั หรือ? ไมไดวิเศษไปกวา ทานท้งั หลาย ไมไดว เิ ศษไปกวา เรา มีแตกตางกันอยู
เพยี งอยา งเดียว อยา งเดยี วเทานัน้ ในขอทว่ี าเขารูวาตวั ของเขาเปนอะไร แลว ปฏบิ ตั ติ ามน้ัน”
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๖๑
His students, save Fletcher, shifted uneasily. They hadn't realized that this was
what they were doing.
บรรดาศษิ ยท ั้งหลาย นอกจากเฟล็ตเชอรพ ากนั ขยับตวั ดวยความไมสบายใจ พวกเขาไม
เคยรูเ ลยวา เขาไดป ฏบิ ตั ิอยางนั้น
The crowd grew larger every day, coming to question, to idolize, to scorn.
นกทม่ี าฟงน้นั มากขนึ้ ทุกวนั มาถามปญหาก็มี มาบูชาก็มี มาดูหมนิ่ กม็ ี
"They are saying in the Flock that if you are not the Son of the Great Gull
Himself," Fletcher told Jonathan one morning after Advanced Speed Practice, "then
you are a thousand years ahead of your time."
“เขาพดู กันในฝงู วาถา ครไู มใช บุตรของนกนางนวลใหญ” เฟลต็ เชอร บอก จอนะธนั วัน
หนง่ึ หลงั จากทไ่ี ดฝกวิชาการบนิ ชั้นสูงแลว “ครูก็ตองเปนนกทีล่ ้ํายุคถึงพนั ป”
Jonathan sighed. The price of being misunderstood, he thought. They call you
devil or they call you god.
จอนะธัน ถอนใจใหญ นค่ี อื ผลของการทไ่ี มม ีคนเขา ใจในตัวเรา เขานึก เขาเรียกเราวา
ปศาจ ไมอยา งน้ันก็เรยี กวา เทวดา
" What do you think, Fletch? Are we ahead of our time?"
“เธอคดิ อยางไร เฟลต็ ช เราเปนนกลํ้ายคุ จรงิ หรอื เปลา ?”
A long silence. " Well, this kind of flying has always been here to be learned by
anybody who wanted to discover it; that's got nothing to do with time. We're ahead of
the fashion, maybe, Ahead of the way that most gulls fly."
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๖๒
เงียบอยนู าน “ผมวาวิชาการบินแบบนี้มีมาแตไ หนแตไรแลว สาํ หรับใหคนที่คน พบวชิ านี้
ไดศึกษาเรยี นรู ไมใชเ ร่ืองเกย่ี วกบั กาลเวลา บางทีเราจะล้ําสมัยไปหนอย ลา้ํ วิธีทน่ี กนางนวล
สวนใหญเขาบนิ กนั อย”ู
"That's something," Jonathan said rolling to glide inverted for a while.
“สาํ คญั อยู” จอนะธันกลาว โคลงตัวไปบินหงายทอ งอยูพักหน่ึง
"That's not half as bad as being ahead of our time."
“ถาเปนอยางน้ันกด็ ีกวา เปนคนลาํ้ ยคุ ”
It happened just a week later. Fletcher was demonstrating the elements of high-
speed flying to a class of new students. He had just pulled out of his dive from seven
thousand feet, a long gray streak firing a few inches above the beach, when a young
bird on its first flight glided directly into his path, calling for its mother.
เหตเุ กิดขึน้ หนง่ึ สัปดาหหลังจากนน้ั เฟลต็ เชอรก ําลงั แสดงหลักการบนิ ดว ยความเรว็ สูงให
นักเรยี นใหมด ู เขาเพิ่งคืนตัวมาบนิ ระดับจากการดําดง่ิ จากระยะเจด็ พนั ฟตุ ดเู หมือนกบั วา เขา
เปน เสนสเี ทาวง่ิ ผา นเหนอื หาดทรายเพียงสองสามนว้ิ ขณะนั้นมลี ูกนกตัวหนึ่งบนิ เขามาใน
เสน ทางบนิ ของเขา รองหาแม
With a tenth of a second to avoid the youngster, Fletcher Lynd Seagull snapped
hard to the left, at something over two hundred miles per hour, into a cliff of solid
granite.
ดว ยเวลาเพยี งหนงึ่ ในสิบของวนิ าที ทจ่ี ะหลกี ใหพ นลกู นกตวั น้ัน เฟล็ตเชอรน างนวลหัน
ขวับไปทางซาย ดว ยความเร็วสูงกวา สองรอยไมลตอ หนึง่ ชว่ั โมง
It was, for him, as though the rock were a giant hard door into another world. A
burst of fear and shock and black as he hit, and then he was adrift in a strange
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๖๓
strange sky, forgetting, remembering, forgetting; afraid and sad and sorry, terribly
sorry.
สาํ หรบั เขานน้ั หินผาน้ันดูเหมอื นจะเปน บานประตูยกั ษ ทแี่ ข็งสําหรบั เปด ผา นไปยังอีก
โลกหนงึ่ ความกลวั พลุง ขึน้ มา พรอมกบั ช็อคและความมดื เมอ่ื เขาพุงเขา ชนหนา ผาอยางจงั
แลวเขากบ็ ินรอ นอยูบนทองฟา ทเ่ี ขาไมเคยรูจกั ประเด๋ียวก็ลมื ประเด๋ยี วก็จําได แลว ก็กลบั ลืมอีก
ทัง้ กลวั ทงั้ ทุกข ทัง้ เสียใจ เสยี ใจมากท่ีสดุ
The voice came to him as it had in the first day that he had met Jonathan
Livingston Seagull,
เสยี งน้นั มาสตู ัวเขา เชนเดยี วกับเม่ือวนั แรก ทเี่ ขาไดพ บ จอนะธนั ลิวงิ สตนั นางนวล
"The trick Fletcher is that we are trying to overcome our limitations in order,
patiently, We don't tackle flying through rock until a little later in the program."
“เฟล็ตเชอรเ อย ! เคล็ดมนั อยูท่ีวาเราตอ งขจดั สิ่งตางๆ ท่ีผกู มดั เราอยูอ ยางมรี ะเบยี บ และ
ดว ยความพากเพียร เราจะไมค ิดบนิ ผานหิน จนกวาจะไดใ ชเ วลาอกี เล็กนอยตามหลักสูตร”
"Jonathan!".
“จอนะธัน!”
"Also known as the Son of the Great Gull " his instructor said dryly,
“ผซู ึง่ มคี นเรียกวา บตุ รของนกนางนวลใหญนั่นแนะ” ครูของเขากลา วตดิ ตลก
"What are you doing here? The cliff! Haven't I didn't I.., die?"
“ครมู าทาํ อะไรอยทู ่นี ?ี่ หนา ผา ผมไมไ ด. ..ผม... ยังไมต ายดอกหรอื น่ี?”
"Oh, Fletch, come on. Think. If you are talking to me now, then obviously you
didn't die, did you? What you did manage to do was to change your level of
consciousness rather abruptly.
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๖๔
“โธ! เฟล็ตช! เอาอีกแลว รจู ักคิดเสียบา งซี ก็เมอ่ื เธอยงั พูดอยกู ับฉันแทๆ แลวเธอจะตาย
ไดอ ยา งไร ใชไหม? สงิ่ ท่ีเธอไดจัดการกับตัวเองเขา ก็คือ เธอไดเ ปลย่ี นระดับความรบั รอู ยา ง
กะทนั หนั
It's your choice now. You can stay here and learn on this level - which is quite a
bit higher than the one you left, by the way - or you can go back and keep working
with the Flock.
เธอเลอื กเอาเองได เธอจะอยูในระดับนแี้ ละเรียนรตู อไปกไ็ ด ซึ่งความจริงก็เปน ระดับที่
ออกจะสงู กวา ระดับทเ่ี ธอเพิ่งจะละมา - หรือเธอจะกลับไปแลวทาํ งานตอไปกับฝงู ก็ได
The Elders were hoping for some kind of disaster, but they're startled that you
obliged them so well."
พวกนกผใู หญเ ขาแชง ใหเกิดเหตรุ า ยอยา งใดอยางหนง่ึ ข้นึ แตเ ขากต็ อ งตกใจ เมอ่ื เธอทํา
ใหสมกบั ท่เี ขาแชง ไวเปน อยางดถี งึ ขนาดน”้ี
"I want to go back to the Flock, of course. I've barely begun with the new
group!"
“ผมกอ็ ยากจะกลับไปทีฝ่ ูงเปน ธรรมดา ผมเกอื บจะยังไมไ ดเรม่ิ สอนนักเรียนกลุมใหมเลย”
"Very well, Fletcher. Remember what we were saying about one's body being
nothing more than thought itself....?"
“ดีแลว เฟล็ตเชอร จงจาํ ท่ีเราไดพูดกันไวแลว วา กายเราน้นั ไมใชอ ะไรเกนิ ไปกวาความคิด
ของเรา...”
Fletcher shook his head and stretched his wings and opened his eyes at the
base of the cliff, in the center of the whole Flock assembled. There was a great
clamor of squawks and screes from the crowd when first he moved.
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๖๕
เฟลต็ เชอรส นั่ หัวแลว กางปกออก และลืมตาขึ้นที่เชงิ หนา ผา ทา มกลางฝงู นกท่ีเขามารุม
หอ มลอ มอยู มีเสยี งรอ งเกรียวกราวดงั ลัน่ ไปหมด เมอื่ เขาเรม่ิ กระดกิ ตวั ได
"He lives! He that was dead lives!"
“เขามชี วี ติ ! นกท่ีตายแลวกลบั ฟน ข้นึ มาได! ”
"Touched him with a wingtip! Brought him to life! The Son of the Great Gull!"
“เพียงแตท า นเอาปลายปกแตะเขา ไปเทา นน้ั นกตายกก็ ลบั ฟน! ทานผูเปน บุตรของนก
นางนวลใหญ! ”
"No! He denies it! He's a devil! DEVIL! Come to break the Flock!"
“ไมจ รงิ ! เขาเองกไ็ มยอมรับวา เขาเปน บตุ รนกนางนวลใหญ! เขาเปน ปศาจ! ปศาจทีม่ า
ทําลายลา งฝูงนก!”
There were four thousand gulls in the crowd, frightened at what had happened,
and the cry DEVIL! went through them like the wind of an ocean storm. Eyes glazed,
beaks sharp, they closed in to destroy.
มนี กนางนวลมาม่ัวสุมกันอยูท ่ีนั่นถึงสีพ่ ันตวั ตา งก็ตกใจกลัวในเหตุที่เกิดข้นึ และเสยี ง
รอ งวาปศาจ แลน ผานฝูงนกไปเหมอื นกับลมพายุในมหาสมทุ ร ตาคาง ปากคม นกเหลาน้ันกลมุ
รุมเขามาเพอ่ื ทาํ ลาย
" Would you feel better if we left, Fletcher?" asked Jonathan.
“เราไปกันเสียทีจะดไี หม เฟล็ตเชอร? ” จอนะธันถาม
"I certainly wouldn't object too much if we did..."
“ผมกไ็ มข ดั ขอ งเทาไรหรอกครับ...?”
Instantly they stood together a half-mile away, and the flashing beaks of the
mob closed on empty air.
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๖๖
ทนั ใดนน้ั เขาก็ไปยนื กันอยูส องตัวหา งจากทีเ่ ดิมหนึง่ ไมล นกทก่ี ลมุ รมุ เขา มาน้นั ไดแตจ กิ
ลมจกิ แลง กนั เปลา ๆ
" Why is it," Jonathan puzzled, "that the hardest thing in the world is to convince
a bird that he is free, and that he can prove it for himself if he'd just spend a little time
practicing? Why should that be so hard?"
“ทาํ ไมหนอ?” จอนะธนั สงสยั “ทําไมมันจงึ ยากท่ีสดุ ในโลกทจ่ี ะทําใหนกสกั ตวั รวู าเขาเปน
เสรีและเขาจะพิสจู นใ หตัวเขาเองเห็นความจริงขอนี้ได ถา เขาเพยี งแตจะใชเวลาเพียรปฏิบัติแต
เพยี งเล็กนอยเทานนั้ ทําไมจงึ ดูยากเหลือเกิน?”
Fletcher still blinked from the change of scene.
เฟล็ตเชอรย ังตอ งยืนกระพรบิ ตาอยูเพราะการเปลี่ยนสถานที่
" What did you just do? How did we get here?"
“เมือ่ ก๊ีครูทําอะไรครบั ? เรามาอยทู ่ีนี่กนั ไดอยา งไร?”
"You did say you wanted to be out of the mob, didn't you?"
“เธอบอกวาเธออยากจะออกมาใหพ น นกกลมุ น้ันมิใชห รอื ?”
"Yes! But how did you..."
“ครบั ! แตค รทู ําอยา งไร”
"Like everything else, Fletcher. Practice."
“กท็ าํ เหมอื นกับอยางอน่ื นั่นแหละ เฟล็ตเชอร! ตองเพยี รฝก บอยๆ”
By morning the Flock had forgotten its insanity, but Fletcher had not.
พอถงึ ตอนเชาฝูงนกกล็ มื ความบาไปแลว แตเ ฟลต็ เชอรย งั ไมลืม
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๖๗
"Jonathan, remember what you said a long time ago, about loving the Flock
enough to return to it and help it learn?"
“จอนะธนั ครูจาํ ที่ครูพดู ไวน านแลวไดไ หม เรอ่ื งกรณุ าตอฝูงนกมากพอทีจ่ ะกลับเขา ฝงู ได
และชว ยใหน กในฝงู ไดเ รยี นร”ู
"Sure."
“จําได”
"I don't understand how you manage to love a mob of birds that has just tried to
kill you."
“ผมไมเขาใจ วา คณุ ครูสามารถจะกรณุ า ฝูงนกท่ีคิดจะฆาครไู ดอยางไร”
"Oh, Fletch, you don't love that! You don't love hatred and evil, of course. You
have to practice and see the real gull, the good in every one of them, and to help
them see it in themselves. That's what I mean by love. It's fun, when you get the knack
of it.”
“โธ! เฟล็ตช เราไมไ ดกรณุ ากรรมนน้ั เราไมกรุณาความเกลยี ดและความช่วั เปน ธรรมดา
เธอตอ งหมน่ั ฝก ปฏิบตั ิ จนเหน็ นกนางนวลตัวทแ่ี ท เห็นสงิ่ ท่ีดมี อี ยใู นนกนางนวลทุกตัว แลว ชวย
เขาใหแลเหน็ สงิ่ ที่ดีทมี่ ีอยใู นตวั เขาดวยตัวของเขาเอง นน่ั คือสง่ิ ทคี่ รเู รยี กวา กรุณา มนั กส็ นุกดอี ยู
เหมือนกันเม่อื เรารเู คลด็ ของมนั ”
"I remember a fierce young bird for instance, Fletcher Lynd Seagull, his name.
Just been made Outcast, ready to fight the Flock to the death, getting a start on
building his own bitter hell out on the Far Cliffs. And here he is today building his own
heaven instead, and leading the whole Flock in that direction."
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๖๘
“ครูยังจาํ นกหนมุ ทดี่ ุเดอื ดตวั หนึ่งได เขาช่อื เฟล็ตเชอร ลินด นางนวล เขาเพงิ่ ถกู ขับจาก
ฝูงพรอ มท่จี ะสูก ับฝูงจนตายกนั ไปขา งหนง่ึ เร่ิมจะสรา งนรกอันขมขื่นใหแ กต วั เขาเอง บนหนา ผา
อันไกล แตถงึ วนั นี้ เขากลบั มาสรางสวรรคใ หแกตัวเขาเอง และกําลังนํานกทงั้ ฝงู ไปทางน้ัน”
Fletcher turned to his instructor, and there was a moment of fright in his eye.
เฟล็ตเชอรหันไปทางครขู องเขา ตามีแววแหง ความหวาดกลวั อยูบา ง
" Me leading? What do you mean, me leading? You're the instructor here. You
couldn't leave!"
“ผมนะ หรอื ครับนาํ ? ครูหมายความวา กระไร นํา? ครเู ปนครูอยทู ีน่ ่ี ครไู ปไหนไมไ ด! ”
"Couldn't I? Don't you think that there might be other flocks, other Fletchers, that
need an instructor more than this one, that's on its way toward the light?"
“ไมไดจ รงิ ๆ หรอื ?” เธอไมนึกบา งหรอื วา อาจมีนกฝูงนกอน่ื เฟลต็ เชอรตัวอ่ืนๆ ซ่งึ ตองการ
ครูมากกวา นกฝงู นแี้ ละเฟลต็ เชอรตวั นี้ ผูซึ่งกําลังเดนิ เขาหาแสงสวางอยแู ลว?”
" Me? Jon, I'm just a plain seagull and you're... "
“ผมนะหรอื ครบั คร?ู ผมเปนเพยี งนกนางนวลธรรมดา และครูเปน ...”
" ...the only Son of the Great Gull, I suppose?"
“...บุตรคนเดียวของนกนางนวลใหญก ระมงั ?”
Jonathan sighed and looked out to sea.
จอนะธัน ถอนหายใจใหญแ ลว มองออกไปทางทะเล
"You don't need me any longer. You need to keep finding yourself, a little more
each day, that real, unlimited Fletcher Seagull. He's your in structor. You need to
understand him and to practice him."
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๖๙
“เธอไมจาํ เปนตอ งมีครอู กี ตอไปแลว แตเ ธอยงั จําเปน ตองหาตัวเองใหพ บ พบมากขึ้นวัน
ละเลก็ วันละนอย ตวั ของเธอซ่ึงเห็นเฟล็ตเชอรนางนวลตวั จริง ผซู ึ่งไมมีขอบเขตจาํ กดั นกตวั นั้น
แหละจะเปนครูของเธอ เธอตอ งรจู ักเขา และฝกปฏบิ ตั ิอยางเขา”
A moment later Jonathan's body wavered in the air, shimmering, and began to
go transparent.
อกี ครหู นึ่ง กายของ จอนะธัน กเ็ หลอื ใหแลเห็นไดร างๆ อยูในอากาศ เปนประกายระยบิ -
ระยบั และแลดใู สเหมือนแกว
"Don't let them spread silly rumors about me, or make me a god. O.K., Fletch?
I'm a seagull. I like to fly, maybe..."
“อยาใหเ ขาลอื เรอื่ งครูกันอยา งโงๆ หรือทาํ ใหครูเปนเทวดาข้นึ มา เอาอยา งนน้ั นะเฟลต็ ช!
ครูเปนนกนางนวล ครูชอบบิน บางที...”
"JONATHAN!"
“จอนะธัน!”
"Poor Fletch. Don't believe what your eyes are telling you. All they show is
limitation. Look with your understanding, find out what you already know, and you'll
see the way to fly."
“เฟลต็ ชเ อย ! อยาเชอื่ สิง่ ทตี่ ามันบอกเธอ ตานัน้ มนั แสดงไดแ ตขอบเขตอนั จํากัดเทา น้ัน
เธอจงดดู วยจิต ดูใหเห็นวา เธอรอู ะไรบาง แลว เธอจะเหน็ เองวา จะบนิ ไดอ ยางไร”
The shimmering stopped. Jonathan Seagull had vanished into empty air.
แสงระยบิ ระยบั นั้นหายไป จอนะธนั นางนวลไดอนั ตรธานไปเปนอากาศธาตุ
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๗๐
After a time, Fletcher Gull dragged himself into the sky and faced a brand-new
group of students, eager for their first lesson.
เวลาลว งไประยะหนึ่ง เฟล็ตเชอร นางนวล ดึงตัวเขาขนึ้ ไปบนทองฟา แลว ประจันหนา กบั
นกั เรียนกลุมใหมเ อ่ียม กระหายทีจ่ ะเรียนบทเรยี นแรก
"To begin with " he said heavily,
“ประการแรก” เขาพดู อยางหนกั ๆ
" you've got to understand that a seagull is an unlimited idea of freedom, an
image of the Great Gull, and your whole body, from wingtip to wingtip, is nothing
more than your thought itself."
“พวกเธอจะตองเขา ใจวา นกนางนวลเปนธรรมอันไมมีขอบเขตจํากัดแหง เสรีภาพ อยูใ น
รูปเดยี วกนั กับ นกนางนวลใหญ และกายของพวกเธอ จากปลายปก ถงึ ปลายปก ไมใ ชอะไร
นอกเหนอื ไปจากความคดิ ของพวกเธอเองเทานั้น”
The young gulls looked at him quizzically. Hey, man, theythought, this doesn't
sound like a rule for a loop.
นกนางนวลหนมุ ๆ มองดเู ขาอยา งฉงน พูดกนั ดๆี นา เขาพากนั นึก พดู อยางน้นั มันไมไ ด
เปน วธิ ีบินวงกลมตัง้ เสียเลย
Fletcher sighed and started over. "Hm. Ah... very well," he said, and eyed them
critically. "Let's begin with Level Flight."
เฟล็ตเชอรถอนใจใหญแ ละเร่ิมตน “ฮ่ือ! อา ! ดีแลว” เขาพดู แลว มองพวกนักเรยี นอยางจะ
จับผดิ “มาเริ่มดว ยการบนิ ระดับกอน”
And saying that, he understood all at once that his friend had quite honestly
been no more divine than Fletcher himself.
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๗๑
และเมอ่ื ไดพ ดู ออกไปดงั นน้ั แลว เขาก็เขา ใจขน้ึ มาทันทีทนั ใดวา ครูของเขาน้ัน วา กนั ตาม
จริง ก็ไมไดเ ปนเทวดาเกนิ ไปกวา ตวั เขาเลย
No limits, Jonathan? he thought. Well, then, the time's not distant when I'm
going to appear out of thin air on your beach, and show you a thing or two about
flying!
ไมมีขอบเขตเลยหรือ จอนะธนั ? เขานกึ ดีละ อกี ไมนานนกั หรอก ท่ผี มจะปรากฏกายจาก
อากาศธาตขุ ้ึนบนหาดของครู แลวสอนครูสกั อยางหรือสองอยา งเกี่ยวกบั การบิน
And though he tried to look properly severe for his students, Fletcher Seagull
suddenly saw them all as they really were, just for a moment, and he more than liked,
he loved what he saw.
และทัง้ ทีเ่ ขาพยายามจะทาํ ตัวใหเครง สาํ หรับศิษยของเขา เฟลต็ เชอรนางนวล ไดเ ห็นตัว
ของศษิ ยเหลา น้นั ตามความเปนจรงิ ไดชัว่ ขณะหนงึ่ และเขายิ่งกวา ชอบสง่ิ ท่เี ขาไดเ ห็น เขารกั ส่งิ
ท่ีเขาไดเหน็ นัน้
No limits, Jonathan? He thought, and he smiled. His race to learn had begun.
ไมมขี อบเขตเลยหรอื จอนะธัน? และเขากย็ ้มิ เขาเริม่ เดินทางเขาสกู ารเรยี นรูแลว
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๗๒
ความเหน็ ของผแู ปล
เม่อื ไดแปลเรือ่ ง “จอนะธนั ลวิ งิ สตัน นางนวล” ของนายรชิ ารด บาค จบลงไปแลว ผมใน
ฐานะทเ่ี ปนผแู ปล ก็ใครขอแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั เร่ืองนี้ไวบ า งตามสมควร
ในประการแรก นยิ ายเรือ่ งนีเ้ นน หนกั ใหเห็นความสําคญั ของ สิกขา หรือศกึ ษา อันไดแ ก
การเรียนรู การเรยี นในท่ีนี้ มิไดห มายถงึ การเรียนรูว ชิ า เพ่ือจะไดนาํ วชิ านั้นมาประกอบอาชีพ
เปน ประโยชนแ กก ารทํามาหากนิ หรือเพื่อทาํ ใหผ ูมวี ิชาอยูเหนอื คนอนื่ ๆ ในฐานะความเปนอยู
แตเปน การเรียนรเู พอ่ื ถึงความตรสั รู อนั ไดแ กค วามรูและความเขาใจในสภาพความจริง
หรือธรรมแหงตนเอง และเมือ่ ไดตรสั รูธรรมน้ันแลว ผตู รัสรู ก็เปน วิมุติ กลาวคอื หลดุ พน จากขอ
ผกู พนั ตาง ๆ หรือขอบเขตจํากดั ตา งๆ อันมอี ยกู บั ตัวผูน ้นั เพราะความไมร ู และความยดึ เปน เหตุ
เมอ่ื หลุดพนแลวก็เปนเสรโี ดยแท พระพุทธเจาไดเ คยตรสั สอนถงึ เสรีภาพไวแ ลว และเสรีในคําสง่ั
สอนของพระพุทธเจานนั้ หมายถึงเสรีในลักษณะเชน น้ี
วิชา คอื ความรใู นความจรงิ น้ี ในหนังสอื ไดบ อกไวชัดวาเปนธรรมอนั มีมาแตดั้งเดมิ รอ
คอยใหมคี นมารสู จั ธรรมนั้น และนาํ ออกมาเผยแผใ หปรากฏเทา นัน้ ลกั ษณะเชนนี้ ตรงกบั
ลกั ษณะแหง อรยิ สจั ที่พระพทุ ธเจาไดตรัสรู เพราะอรยิ สจั มิใชธรรมทพี่ ระพทุ ธเจาไดทรงแตงต้งั
ขึ้นหรอื คดิ ขึ้นใหม แตเ ปน สจั ธรรมท่มี ีอยเู หนือกาลเวลา และสถานที่
พระพุทธเจา ไดตรสั รูธรรมน้ัน และไดทรงนาํ มาเผยแผใหป รากฏ และทําใหคนอื่นแลเหน็
สจั ธรรมนั้นได ดวยพระปญญาคุณและพระกรณุ าคณุ เพ่อื ท่จี ะใหบ คุ คลแลเหน็ ในธรรมนี้
พระพุทธเจา ไดทรงเนน หนักในสกิ ขา หรือการศกึ ษา เชน เดียวกัน พระสงฆผูเ ปน สาวกของ
พระพุทธเจา นน้ั เรียกวาอยใู นสิกขา ซึ่งเปน การศกึ ษามิใชเ พอ่ื เอาวชิ ามาประกอบอาชพี แตเ ปน
การศึกษาเพื่อใหรคู วามจรงิ ของชีวิต และรูจ ักสภาพอันแทจ ริงแหงตน
เม่ือพระพทุ ธเจา ไดต รัสรแู ลว ก็ไดทรงประกาศพระองคและกําหนดใหพระสงฆส าวกของ
พระองคอยใู นเพศพรหมจรรย คําวา พรหมจรรยนัน้ แทจ รงิ มีความหมายไปในทางการศกึ ษา
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๗๓
มิไดห มายถงึ การละเวนประเวณแี ตอ ยา งเดียวเทานั้น เพราะตามคตนิ ิยมของชาวอริยะในสมัย
พุทธกาลน้ัน ชวี ิตคนแบงออกเปนระยะท่เี รียกวาอาศรม ไดสามระยะหรือสามอาศรม
อาศรมแรก ซึง่ หมายถึงระยะเวลาตัง้ แตเปนเดก็ ไปจนถึงวัยรนุ หนมุ นนั้ เรยี กวาอาศรม
พรหมจรรย ไดแ ก ระยะเวลาแหง ชวี ิตซงึ่ บคุ คลยังไมมลี กู เมยี หรือครอบครวั แตใชเวลาสวนใหญ
ไปในการศกึ ษาแตอ ยางเดียว
อาศรมท่ีสองไดแ กอาศรมคฤหัสถอนั เปนระยะเวลาท่บี ุคคล แตง งานตง้ั ครอบครวั และทํา
มาหากินในฐานะที่เปน ผคู รองเรือนจนลว งเขาปจฉิมวัย
สว นอาศรมทีส่ ามเรยี กวา อาศรมวนปรสั ถ คฤหัสถผมู ีผมหงอกแลวหรือไดเ ห็นบุตรของ
บุตรแลว จะสละโลกคอื ครอบครวั และสงั คม ออกไปอยใู นปาหาเลยี้ งชีพดวยการขออาหาร และ
บาํ เพญ็ ตนอยใู นธรรม เพื่อประโยชนแหง ตนแตผ เู ดยี ว
ดวยเหตุนพี้ ระสงฆซ่งึ อยูในเพศพรหมจรรย เรียกวา พรหมจารีและอยใู นสกิ ขา จงึ เปน
กลุม คนท่ีอุทิศตนอทุ ศิ ชีวติ ใหแกก ารศึกษาแตอยา งเดียวเทานน้ั ไมวาจะอยูในฐานะครอู าจารย
หรือฐานะศิษย จุดหมายปลายทางของผูอยูใ นสกิ ขาก็คอื ธรรมอันเปนเครอ่ื งทําใหหลดุ พนเปน
เสรีแตอ ยา งเดียวเทา น้ัน
นาสังเกตวา นายรชิ ารด บาค ผแู ตงนิยายเรอ่ื งนี้ ไดกลาวถึงอภญิ ญา คอื อิทธฤิ ทธ์ิหรอื
อํานาจเหนือธรรมดาเอาไวดวย เชน การบนิ เร็วเทากระแสจติ หรอื การไปถงึ ท่ีใดทีห่ นงึ่ ไดดว ย
อาํ นาจจติ หรอื การไปถึงทใี่ ดท่ีหนง่ึ ไดด วยอํานาจจิต การสงจิตถึงกนั จนพูดจากันรเู ร่อื ง และการ
ทาํ คนตายใหฟ น ได
นิยายเรือ่ งนี้กลา วในทาํ นองวา อภญิ ญาน้นั เกิดจากการเรยี นรธู รรมถึงขนั้ สงู พระพทุ ธ-
ศาสนาก็ยอมรบั ในเรอื่ งอภิญญา อันเกดิ จากวชิ าเชน เดยี วกัน แตด ูเหมอื นทัง้ ศาสนาพทุ ธและ
นิยายเร่อื งนกนางนวลนจ้ี ะเหน็ พอ งตองกนั วา เรื่องอภิญญาเปน เร่ืองเล็ก เรอ่ื งใหญเ รื่องสําคญั
ท่ีสุดคือความหลุดพน เปน เสรี
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๗๔
นยิ ายเร่ืองนกนางนวลนไี้ ดแสดงทัศนะของผแู ตง คอื นายริชารด บาค ในเร่ืองชาติเร่อื งภพ
ไวเ ปน อกี ทศั นะหนึง่ ท่ีนาสนใจอยูม าก พระพทุ ธศาสนาไดส อนไวว า การเช่ือวาตายแลวเกิดก็
เปนมจิ ฉาทฐิ ิ การเชื่อวาตายแลว สญู ก็เปนมจิ ฉาทฐิ ิ เมือ่ เปนเชนนน้ั แลวจะตองเชอ่ื วาอยางไรจงึ
จะถูก?
นิยายเร่อื งนไ้ี ดเ สนอคําตอบไววา “ตายแลวเปลย่ี น” ซ่งึ นาฟง อยูม าก หมายความวาเมอ่ื
ตายแลว กไ็ มเกดิ และไมสญู แตเปล่ยี นระดับการรับรู ซึ่งในตนฉบบั ภาษาองั กฤษเรียกวา Level
of Consciousness ไปเปนอกี ระดบั หน่งึ ซึง่ หมายความวา เมือ่ ตายแลวก็จะตอ งไปสูอีกภพหนึ่ง
ซ่ึงมีสมมตติ างกบั ภพเดมิ สมมติในทีน่ ีจ้ ะเรียกวา ระดับทีแ่ ตกตางกันในสภาพทั้งปวงก็ได คนท่ี
ยังมีชีวิตอยูนน้ั รไู ดด วยสฬายตนะตางๆ มีหู ตา ปาก จมูก กาย เปนตน และมีใจเปน เครือ่ งรบั รู
แตเ มื่อไปอยูในอีกภพหนง่ึ แลว สฬายตนะเหลานน้ั ก็อาจไมจ าํ เปน และไมมี แตการรบั รกู ค็ งจะ
ยงั มไี ดด วยวธิ อี น่ื หรอื ดว ยสมมติอ่ืน ซึ่งเราทย่ี งั ไมถึงภพนั้นไมมีทางทจี่ ะรไู ด
ในทน่ี ี้ ผม ในฐานะผแู ปล กใ็ ครข อกลาวไวด วยวา เรามกั จะนกึ ถงึ หรอื มองเหน็ สวรรคด ว ย
สมมติของเราเองในโลกนี้ และมักจะสรา งสวรรคนรกขน้ึ ดวยสมมตแิ หง โลก สวรรคจึงมีวมิ านอนั
สวยงาม มีนางฟา และเทวดาผซู งึ่ แตงอาภรณอ นั งดงาม ตามสมมติแหงโลก สว นนรกนั้นก็
ยอมจะนา กลัวและเดือดรอ น ตามสมมตแิ หง โลก เชน เดยี วกัน เชนมกี ระทะทองแดงเอาไวต มคน
ที่มบี าป มีตน งวิ้ อนั มหี นามแหลมไวใ หขนึ้ ไมม ีเหตใุ ดเลยท่เี ทวดาและสัตวน รก ผูอยูในอกี สมมติ
หนงึ่ แตกตา งกบั สมมติของโลก จะเสวยสขุ ในวิมาน หรือเสวยทุกขในกระทะทองแดงและบนตน
ง้ิว
การกาํ หนดหรือมองเห็นนรกสวรรคแ บบน้ี เปนการยึดในสมมตขิ องโลกโดยแท และ
ย่งิ กวานนั้ ยังยึดในอตั ตาของตนอยา งรุนแรงทีส่ ุดอกี ดว ย เพราะผทู ี่เชอื่ หรอื มองเห็นสวรรคนรก
แบบนั้น จะตองเปนผูทเี่ ห็นวา ตนเองในฐานะทเ่ี ปน มนษุ ยนน้ั เปนบุคคลสาํ คญั อยา งย่ิง ถึงกับ
ตองมใี ครมาสรางสวรรคอันสวยงามไวใ หเปนบําเหนจ็ แกต นเมือ่ ทาํ ความดี และมนี รกเอาไว
ลงโทษเมื่อทําความช่ัว
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๗๕
ซ่ึงเม่ือคดิ ดูแลวไมมที างท่ีจะเปนไปได เพราะมนษุ ยกเ็ ปนแตเพียงแตส ัตวโลกชนดิ หน่งึ
มไิ ดว เิ ศษวิโสไปกวา สัตวอ ื่น จะมีแตกตางบางก็ในการววิ ัฒนาการทางดา นสมองเทาน้ัน
ทพ่ี ดู มานม้ี ิใชจ ะแสดงความเหน็ วา นรกสวรรคไมม ี ผมเชือ่ วานรกสวรรคน น้ั มจี ริง แตม ี
ความเห็นวาเปน ภพตา งๆ ที่มีอยูตามธรรมดา มิไดม ีไวเพ่อื บาํ เหน็จใครหรือลงโทษผูใ ด แตเ ปน
ภพท่ีอยูใน “ระดบั แหงความรบั รู” ท่แี ตกตางกนั สงู ตํ่ากวากัน การทจ่ี ะไปสูภพใดนน้ั กข็ น้ึ อยูกับ
ความรูข องแตละคน อาจเปลยี่ นไปทลี ะข้ันก็ได หรอื ขามข้ันกไ็ ด
แตใ นแตละภพนั้นกย็ ังจะตอ งเรียนตองรตู อ ไปอกี รดู กี วา เดมิ ก็ไปอยูในภพใหม ทีม่ ีการ
รบั รแู จม ใสกวา เดิมไปจนถึงวิมุติ คือความหลุดพน บรสิ ทุ ธิ์เปนข้ันสุดทาย ถึงชน้ั น้ันแลวกาลเวลา
และสถานทีก่ ็ไรความหมาย
นายริชารด บาค พูดไวใ นนิยายเรอื่ งน้ีอยา งนาฟงวา ใครท่ยี งั ตดิ อยใู นภพเกา เมอ่ื ถึง
คราวทตี่ อ งเปลย่ี นภพ ก็จะไปเกิดในภพทเ่ี หมือนภพเกา ไมมีอะไรเกิดขนึ้ ถา เปน ดังนจี้ ริง ใครท่ี
ยังตดิ อยใู นภพคือโลกนี้ ยังชอบความทกุ ข ความวนุ วาย ความไมเท่ียง ความเปลี่ยนแปร ชอบ
หวั เราะ ชอบรอ งไห แลว กลับหวั เราะอีก กไ็ มน า จะตอ งกังวล เพียงแตย ึดภพน้ี หรอื โลกนี้ ชวี ิตน้ี
เอาไวใหแ นน ตายแลวก่ีรอยก่พี นั ชาติกค็ งยงั จะกลบั มาเกดิ ในภพน้ีอยูนั่นเอง
พระพุทธศาสนาไดสอนไววา ตณั หาอปุ าทานทําใหเ กิดภพเกิดชาติ นายรชิ ารด บาค มา
อธบิ ายเพม่ิ เตมิ วา ถา ยงั ใครในภพใด และยังยดึ อยใู นภพใด กจ็ ะไดเกิด (ชาติ) ในภพน้ันอีก ถา
เชื่อเสียอยา งนีแ้ ลว ดูก็ออกจะนาสบายใจดีอยูเหมอื นกนั สาํ หรบั คนทย่ี งั ไมเบ่อื โลก และยังสนกุ
ทจี่ ะอยใู นโลก
เมื่อนายรชิ ารด บาค ไดส มมตใิ หนกนางนวลเปน ตัวการในนิยายเร่ืองน้ี การเรียนรขู องนก
ก็จะตองอยูทีก่ ารบนิ เปนธรรมดา ซึง่ ถาเปน มนุษยแลว การเรียนรูก็จะตองเปน ไปอกี แบบหน่งึ
อยางไรก็ตาม พอที่จะจบั เคา ไดวา ปญญาอันแทจรงิ ท่จี ะเกดิ ข้นึ ไดน้ันคือ ปญญาท่ี
ศาสนาพทุ ธเรยี กวา ภาวนามยปญ ญา คือปญ ญาอันเกดิ จาก ความพากเพียรฝกฝนในทาง
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๗๖
ความคิด พูดใหช ัดคือ การพัฒนาความรซู ึง่ อาจไดร ับมาจากผอู ่นื หรอื ทางอน่ื น้นั ใหม มี ากขึ้น
และแนนแฟนย่ิงข้นึ ดว ยตวั ของตัวเองในตัวของตัวเอง ในทางมรรคผลนพิ พานนนั้ ภาวนามย
ปญ ญาจะเกดิ ขึน้ ไดด ว ยการทาํ วิปสสนาสมาธิ แตถ งึ แมวา จะไมไปถึงขั้นน้นั การเรยี นวชิ าตางๆ
อันเปนวิชาโลก ก็นาจะเกิดปญญาแบบนไี้ ดด วยการทาํ วชิ านน้ั ใหเกดิ มากขึน้ และแนนแฟน ขึ้น
ในตวั ของตวั เอง ดวยการใชความคิดของตนเอง
ผมใครจะขอกลา วในทน่ี ้แี ตเพยี งวา ความรทู ี่ไดม าจากการไดยินไดฟ งกด็ ี ดวยการใช
เหตุผลกด็ ี ดวยการอานตํารบั ตาํ ราทองจําเอากด็ ี ความรูเหลา น้ีไมม อี ยา งใดทจ่ี ะแนนอนและ
แนนแฟน เทา ความรูท ไ่ี ดรูเองเห็นเอง ดวยปญญาของตนเอง ผทู ่ีศึกษาวิชาตางๆ ไมว าจะเปน
วชิ าใดนาจะคาํ นึงถงึ ขอ นี้ใหมาก
คตขิ องนายริชารด บาค ในเรือ่ งการตรสั รูน น้ั ออกจะตรงกบั คติของศาสนาพุทธ กลา วคือ
ผูท ่ตี รสั รูส จั ธรรมแลวน้ัน ยอ มเปน ผูท หี่ ลุดพนจากพันธะและขอบเขตอันจํากัดใดๆ โดยสนิ้ เชงิ
แมแตเ วลาและระยะทางกไ็ มเปนขอบเขตอนั จํากดั ใดอีกตอไป ผลทีต่ ดิ ตามความหลุดพน มานั้น
กค็ อื ความกรุณา ไดแ กค วามกรุณาตอ ผอู น่ื ท่ียงั อยใู นวัฏฏะ ยงั มิไดหลุดพน ความกรุณาเชน นีใ้ น
ภาษาอังกฤษใชคาํ วา Love ซึง่ จะแปลวา รัก ในภาษาไทยนัน้ เห็นจะไมตรงนัก เพราะความรัก
ในภาษาไทยนนั้ ออกจะมคี วามจาํ กัดอยวู า เปนความรักแบบผูกพนั ใกลชดิ เทา นัน้
อยางไรกต็ าม พระพทุ ธเจาเมือ่ ตรสั รแู ลว ก็ไดท รงพระกรณุ าตอสัตวโ ลก และก็คงจะได
เกดิ ปญ หาขน้ึ ในพระทัย วา จะควรประกาศธรรมท่ีตรสั รนู ั้น ใหแกบคุ คลอ่ืนไดเห็น หรือไม
ประการใด ตลอดจนปญหาที่วา บคุ คลทีย่ ังผกู พนั แนน อยูก ับโลกนัน้ จะสามารถแลเห็นธรรมอัน
ลมุ ลกึ นน้ั หรือไม
นิยายเรือ่ งนี้ ไดก ลาวถึงปญ หาเหลา นีไ้ วเชนเดียวกัน และความกรณุ ากไ็ ดข จัดปญ หา
เหลาน้เี สยี ได เชนเดียวกบั พระมหากรุณาของพระพทุ ธเจา ไดขจดั ปญหาเชน เดยี วกนั นีไ้ ด เมือ่
สองพนั หา รอ ยกวาปม าแลว
ริ ช า ร ด บ า ค เ ขี ย น จ อ น ะ ธั น ลิ วิ ง ส ตั น น า ง น ว ล ห น า ๗๗
ผมขอจบเรือ่ งน้ลี งดวยพระคาถาตอไปน้ี
มหากรณุ โิ ก นาโถ พระผูท รงพระมหากรุณา
หิตาย สพพฺ ปาณนิ ํ ผูทรงยังพระบารมใี หเต็ม
ปเู รตวฺ า ปารมี สพฺพา เพอ่ื ประโยชนแ หง สัตวท ั้งหลาย
ปตโฺ ต สมโฺ พธมิ ตุ ฺตมํ ทรงถงึ แลวซงึ่ ความรูอ นั อุดม
เอเตน สจั ฺจวชฺเชน ดว ยความสัตยทีก่ ลา วนี้
โหตุ เต ชยมงฺคลํ ขอชัยมงคลจงมีแกทา นท้งั หลาย.