The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เบญจพร โชติกมาศ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สโรชา ชนะกุล, 2023-02-13 22:01:39

กฎหมาย

เบญจพร โชติกมาศ

รวมมาตรา กฎหมายพาณิชย์


มาตรา 16 ประมวลกฎหมายเเพ่งเเละพาณิชย์ การนับอายุของบุคคลให้เริ่มนับตั้งแต่วันเกิดในกรณีที่รู้ว่าเกิดเดือน ใดแต่ไม่รู้วันเกิดให้นับวันที่ 1 แห่งเดือนนั้นเป็นวันเกิดแต่ถ้าพ้นวิสัยที่ หยั่งรู้เดือนและวันเกิดของบุคคลใดให้นับอายุของบุคคลนั้นตั้งแต่วัน ต้นปีปฏิทินซึ่งเป็นปีที่บุคคลนั้นเกิด มาตรา 15 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารกและสิ้นสุดลง เมื่อตายทารกในการมารดาก็สามารถมีสิทธิ์ต่างๆได้หากว่าภายหลังค ลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก มาตรา 15 วรรคแรกประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การตายคือการตายของบุคคลธรรมดาหรือการตายที่บุคคลนั้นไม่มี สัญญาณชีพดังที่กฎหมายบัญญัติและศึกษามาแล้วว่าสภาพบุคคล ย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่ด้วยเป็นทารกเเละสิ้นสุดลงเมื่อตาย บทที่ 1 บุคคล มาตรา 62 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การตายอาจมีการ ตายของบุคคลธรรมดาที่ตายพร้อมกันหลายคนในเหตุภยันตรายร่วม กันเช่น เรืออับปาง เครื่องบินตก ไม่อาจทราบได้ว่าคนไหนตายก่อน หลังและเวลาใดกฎหมายวางหลักว่าในกรณีบุคคลหลายคนตายใน เหตุไปร่วมกันถ้าเป็นการพ้นวิสัยที่จะกำ หนดได้ว่าคนใดตายก่อนหลัง ให้ถือว่าตายพร้อมกัน


มาตรา 17 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สาบสูญคือตายตามข้อสันนิษฐานของกฎหมายดังที่กฎหมาย บัญญัติไว้ว่าบุคคลซึ่งศาลได้มีคำ สั่งให้เป็นคนสาบสูญให้ถือว่า ถึงแก่ความตายเมื่อครบกำ หนดระยะเวลาตามที่ระบุไว้ใน กฎหมายมาตรา 61 มาตรา 1564 และมาตรา 21 ประมวลกฎหมายเเพ่งเเละ พาณิชย์ สิ่งที่ประกอบเป็นสภาพบุคคลทำ ให้ทราบว่าเป็น ใคร ชื่ออะไร สัญชาติอะไรมีถิ่นที่อยู่ที่ใด สถานะตามกฎหมายดำ รงอยู่ใน สังคมเป็นอย่างไร เป็นบุคคลที่มีความสามารถเพียงใด เช่น กฎหมายกำ หนดให้บิดา มารดาจำ ต้องอุปการะเลี้ยงดูและ ให้การศึกษาทางสมควรแก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์หรือ กรณีผู้เยาว์ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน มาตรา 48 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ไม่อยู่ หมายถึง เวลาที่บุคคลนั้นได้หายไปจากภูมิลำ เนา หรือถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครรู้กล่าวยังมีชีวิตอยู่หรือไม่และการ หายไปก็ไม่ได้ได้ตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำ นาจไว้ยังถือว่าผู้ไม่ อยู่ยังมีชีวิตและยังไม่ตาย


มาตรา 61 และมาตรา 62 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จนปรากฏว่าระยะเวลาที่ผู้นั้นจากภูมิลำ เนาหรือถิ่นที่อยู่แล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรเป็นระยะเวลา 5 ปีในกรณี ธรรมดาหรือระยะเวลา 2 ปีนับแต่เหตุการณ์พิเศษสิ้นสุดลง มาตรา 19 และมาตรา 21 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้เยาว์คือบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะคือมีอายุยังไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์หรือยังไม่สมดุลตามที่กฎหมายกำ หนดกฎหมาย ถือว่า ความรู้ ความคิด สติปัญญา ความชำ นาญ และไหว พริบยังไม่สมบูรณ์พอที่จะใช้สิทธิปฏิบัติหน้าที่ได้ดูตามลำ พัง อาจจะเสียเปรียบจึงต้องให้ผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นผู้ทำ แทน ตามที่กฎหมายวางหลักไว้ว่าผู้เยาว์จะกระทำ นิติกรรมใดๆต้อง ได้รับความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมก่อนการ มาตรา 22 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กการกระทำ ไปเพื่อให้ได้สิทธิอันใดอันหนึ่งหรือเป็นการเพื่อให้ หลุดพ้นจากหน้าที่อันใด มาตรา 23 และมาตรา 1547 ประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์การกระทำ ใดๆที่ต้องทำ เองเป็นการเฉพาะตัว มาตรา 24 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การกระทำ อันเป็นการส่งแก่ฐานานุรูปแห่งตนและเป็นการอัน จำ เป็นในการดำ รงชีพตามสมควร


มาตรา 32 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คนเสมือนไร้ความสามารถคือบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทาง ร่างกายหรือจิตฟั่น ฟั่ เฟือ ฟื นไม่สมประกอบหรือมีความประพฤติ สุรุ่ยสุร่ายหรือติดสุรายาเมาหรือมีเหตุอื่นทำ นองเดียวกันนั้น จนไม่สามารถจัดการงานหรือทำ งานด้วยตนเองได้ มาตรา 1476 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คู่สมรสคือ สามีภรรยาสามารถจัดการทรัพย์สินของตนเองได้ทุกอย่าง ทั่วไปเว้นแต่การจัดการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับสินสมรสต้อง อาศัยการจัดการร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย หนึ่งในเรื่องเกี่ยวกับการจัดการอสังหาริมทรัพย์และนิติกรรม บางอย่างตามที่กฎหมายกำ หนดไว้ มาตรา 65 และมาตรา 66 ประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ นิติบุคคลเป็นบุคคลประเภท 1 เกิดขึ้นโดยอาศัยอำ นาจ บทบัญญัติแห่งกฎหมายสมมติขึ้นรับรองให้มีสิทธิและหน้าที่ ดังเช่นบุคคลธรรมดาไปในกรอบวัตถุประสงค์ตามข้อบังคับ ของตราสารจัดตั้งเว้นแต่สิทธิและนิติบุคคลคือบุคคลที่ กฎหมายสมมติขึ้นให้เป็นบุคคลมีสิทธิและหน้าที่ตามที่ กฎหมายกำ หนดไว้เช่นเดียวกันบุคคลธรรมดาเฉพาะในส่วนที่ นิติบุคคลพึงมีพึงเป็นได้ดังที่กฎหมายบัญญัติไว้


มาตรา 83,122 และมาตรา 1015 ประมวลกฎหมายเเพ่งเเละ พาณิชย์ นิติบุคคลที่ก่อตั้งโดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลได้รวมตัวกันตามจำ นวนที่ กฎหมายในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำ หนดไว้ทำ การ ก่อตั้งแนวนำ ไปจดทะเบียนต่อรายทะเบียนเช่น สมาคม มูลนิธิ ห้าง มาตรา 66 และมาตรา 67 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวล กฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นภายในกรอบอำ นาจหน้าที่หรือ วัตถุประสงค์ดังใต้บัญญัติหรือกำ หนดไว้ในกฎหมายข้อบังคับ หรือตราสารจัดตั้ง นิติบุคคลย่อมมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับ บุคคลธรรมดาเว้นแต่สิทธิและหน้าที่ซึ่งโดยสภาพจะพึงมีพึง เป็นได้เฉพาะแก่บุคคลธรรมดาเท่านั้น มาตรา 68 และมาตรา 69 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หลักกฎหมายบัญญัติไว้ว่าภูมิลำ เนาของนิติบุคคลได้แก่ถิ่น อันเป็นที่ตั้งสำ นักงานใหญ่หรือถิ่นที่ได้เลือกถูกเลือกเอา ภูมิลำ เนาเฉพาะการตามข้อบังคับเกิดตราสารจัดตั้งในกรณี นิติบุคคลมีที่ตั้งทำ การหลายแห่งหรือมีสำ นักงานสาขาให้ ถือว่าเป็นถิ่นอันเป็นที่ตั้งของที่ทำ การหรือของสำ นักงานสาขา เป็นภูมิลำ เนาในส่วนกิจการอันได้กระทำ ณ ที่นั้นด้วย


มาตรา 70 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นิติบุคคลต้องมีผู้แทนคนหนึ่งหรือหลายคนทั้งนี้ตามที่ กฎหมายหรือข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้งจะได้กำ หนดไว้ความ ประสงค์ของนิติบุคคลย่อมแสดงออกโดยผู้แทนของ นิติบุคคล มาตรา 71 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อำ นาจของผู้แทนนิติบุคคลซึ่งจะกำ หนดไว้ในข้อบังคับหรือใน ตราสารจัดตั้งของนิติบุคคลนั้นกรณีมีผู้แทนนิติบุคคลหลาย คนดำ เนินการของนิติบุคคลให้เป็นไปตามเสียงข้างมากเว้น แต่มีข้อกำ หนดไว้เป็นประการอื่นในกฎหมายข้อบังคับหรือ ตราสารจัดตั้ง มาตรา 76 ประมวลกฎหมายเเพ่งเเละพาณิชย์ ความรับผิดชอบของผู้แทนนิติบุคคลถ้าความเสียหายแก่ บุคคลอื่นเกิดจากการกระทำ ที่ไม่อยู่ในกรอบวัตถุประสงค์หรือ อำ นาจหน้าที่ของนิติบุคคลผู้แทนนิติบุคคลและบรรดาผู้ให้ ความเห็นชอบในการกระทำ นั้นต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่า สินไหมทดแทนแก่ผู้ได้รับความเสียหายนั้น


มาตรา 193/14 และมาตรา 193/15 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สงวนสิทธิเช่นนี้ใกล้จะขาดอายุความเจ้าหนี้ให้ลูกหนี้ทำ หนังสือรับสภาพ หนี้ไว้ทำ ให้อายุความสะดุดหยุดลงต้องเริ่มนับอายุความใหม่จึงเป็นการ สงวนสิทธิมิให้ขาดอายุความหรือขอใช้สิทธินั้นต่อไปโดยไม่ยอมสละสิทธิ มาตรา 149 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นิติกรรม หมายความว่า การใดๆอันกระทำ ลงโดยชอบด้วย กฎหมายและด้วยใจสมัครมุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้น ระหว่างบุคคล เพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่ง สิทธิ มาตรา 175,176,340 และมาตรา 386ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมาตรา 39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ระงับสิทธิ เช่น การบอกล้างโมฆียกรรม การปลดหนี้ให้ลูกหนี้ การบอก เลิกสัญญา การถอนคำ ร้องทุกข์ในคดีอาญาความผิดอันยอมความกันได้ ทำ ให้หนี้นั้นหรือคดีนั้นสิ้นสุดลงอันเป็นการระงับสิทธิเป็นต้น บทที่ 2 นิติกรรม มาตรา 21 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้เยาว์ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม เช่น บิดา มารดา เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น มาตรา 28 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คนไร้ความสามารถต้องให้ผู้อนุบาลทำ นิติกรรมเเทน


มาตรา 32 และมาตรา 34 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คนเสมือนไร้ความสามารถต้องได้รับความยินยอมจากผู้ พิทักษ์ในกรณีกระทำ นิติกรรมตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ มาตรา 1476 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คู่สมรสในเรื่องการจัดการสินสมรสบางประการตามที่กฎหมาย กำ หนดไว้สามีภรรยาต้องจัดการสินสมรสร่วมกันหรือได้รับความ ยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง มาตรา 150 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ วัตถุประสงค์ของนิติกรรมคือประโยชน์อันเป็นผลสุดท้ายที่ผู้แสดง เจตนาออกทำ นิติกรรมมุ่งประสงค์ก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวในสิทธิมี กฎหมายบัญญัติว่าการใดมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดเเจ้งโดย กฎหมาย เป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชนการนั้นเป็น โมฆะ มาตรา 154 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เจตนาซ่อนเร้น คือเจตนาที่แท้จริงในใจกับเจตนาที่แสดงออกไม่ตรง กันซึ่งหลักกฎหมายกำ หนดว่าการแสดงเจตนาแม้ในใจจริงผู้แสดงจะ มิได้เจตนาให้ตนต้องผูกพันตามที่ได้แสดงออกมาก็ตามหาเป็นมูลเหตุ ให้การแสดงเจตนานั้นเป็นโมฆะไม่เว้นแต่คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งจะได้รู้ถึง เจตนาอันซ่อนอยู่ในใจของผู้แสดงนั้น มาตรา 155 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เจตนาลวงหลักกฎหมายกำ หนดว่าการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กับ คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะแต่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้บุคคลภายนอกผู้ กระทำ การโดยสุจริตและต้องเสียหายจากการแสดงเจตนาลวงนั้น มิได้


มาตรา 155 วรรคท้าย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ นิติกรรมอำ พรางหลักกฎหมายกำ หนดไว้ว่าถ้าการแสดงเจตนาลวง ตามวรรค 1 ทำ ขึ้นเพื่ออำ พรางนิติกรรมอื่นให้นำ บทบัญญัติของ กฎหมายอันเกี่ยวกับนิติกรรมอำ พรางมาใช้บังคับ มาตรา 156 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สำ คัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำ คัญแห่งนิติกรรมหลักกฎหมายกำ หนด ว่าการแสดงเจตนาโดยสำ คัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำ คัญเอง นิติกรรมเป็นโมฆะได้แก่ ความสำ คัญผิดในลักษณะของนิติกรรม ความสำ คัญผิดในตัวบุคคลซึ่งเป็นคู่กรณีแห่งนิติกรรมและความ สำ คัญผิดในทรัพย์สินซึ่งเป็นวัตถุแห่งนิติกรรม มาตรา 157 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สำ คัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือทรัพย์สินหลักกฎหมายกำ หนด ว่าการแสดงเจตนาโดยสำ คัญผิดในคุณสมบัติของบุคคลหรือ ทรัพย์สินเป็นโมฆียะ มาตรา 159 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การแสดงเจตนาเพราะถูกกลฉ้อฉลมีผลทำ ให้นิติกรรมตกเป็น โมฆียะ มาตรา 164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การแสดงเจตนาเพราะถูกข่มขู่หลักกฎหมายกำ หนดว่าการแสดง เจตนาเพราะถูกข่มขู่เป็น โมฆียะ การข่มขู่ที่จะทำ ให้การใดตกเป็น โมฆียะนั้นจะต้องเป็นการข่มขู่ที่จะทำ ให้เกิดภัยอันใดใกล้จะถึงและร้าย แรงถึงขนาดที่จะจูงใจให้ผู้ถูกข่มขู่มีมูลต้องกลัว


มาตรา 172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (โมฆะ) โมฆะกรรม หมายถึงความเสียเปล่าใช้บังคับกันไม่ได้ กฎหมายไม่ยอมรับรองการกระทำ ใดๆทั้งสิ้นไม่มีความผูกพันใดๆ ในทางกฎหมายและไม่อาจให้สัตยาบันแก่กันได้เลย มาตรา 175 มาตรา 176 และมาตรา 177 ประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ (โมฆียะ) โมฆียะกรรม หมายถึงนิติกรรมที่สมบูรณ์จนกว่าจะถูกบอก ล้างให้สิ้นผลถ้าบอกล้างโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วจะทำ ให้นิติกรรม นั้นตกเป็นโมฆะแล้วทำ ให้ผู้เป็นคู่กรณีกลับคืนสู่สถานะเดิมแต่ถ้า นิติกรรมอันเป็นโมฆียะได้มีการให้สัตยาบันแล้วนิติกรรมที่สมบูรณ์อยู่ แล้วก็จะสมบูรณ์ตลอดไปนับตั้งแต่แรก มาตรา 193/9 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อายุความ หมายถึงระยะเวลาที่กฎหมายกำ หนดไว้ให้ใช้สิทธิเรียกร้อง ทางศาลภายในกำ หนดเวลาที่กฎหมายกำ หนดไว้อย่าปล่อยทิ้งไว้เป็น เวลานานจนเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำ หนดแล้วจะนำ มาฟ้อ ฟ้ งร้องให้ ศาลบังคับคดีหาได้ไม่เรียกว่าคดีการอายุความดังที่หลักกฎหมาย บัญญัติว่าสิทธิเรียกร้องใดๆถ้ามิได้ใช้บังคับภายในระยะเวลาที่ กำ หนดสิทธิเรียกร้องนั้นเป็นอันขาดอายุความ


มาตรา 357 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผลของคำ เสนอ คำ เสนอที่จะกระทำ ต่อบุคคลอยู่เฉพาะหน้าและมิได้ กำ หนดระยะเวลา มาตรา 354 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำ เสนอที่กำ หนดระยะเวลา เมื่อกำ หนดระยะเวลาไว้ให้ผู้รับคำ เสนอทำ สนองผู้เสนอจะต้องผูกพันต่อการเสนอนั้นจนกว่าจะหมดระยะเวลาจะ ถอนคำ เสนอก่อนหมดระยะเวลาไม่ได้ เช่น นายปราโมทย์เสนอขาย รถยนต์ให้นายปรีดาว่าถ้าสนใจให้ตอบภายใน 7 วันกำ หนดระยะเวลาไว้ แน่นอนดังนี้คำ เสนอของนายปราโมทย์จะต้องคงมีอยู่ตลอด 7 วันจะ สอนคำ เสนอได้ก็ต่อเมื่อครบ 7 วันแล้วคำ เสนอที่กำ หนดระยะเวลาให้ ตอบคำ สนองนี้หากใช้อยู่กับผู้อยู่ห่างโดยระยะทางผู้เสนอต้องกำ หนด ระยะเวลาให้ตอบคำ สนองยาวมากขึ้นเป็น 15 วันหรือ 30 วันส่วนหลัก การคงยึดหลักเดียวกันว่ากำ หนดระยะเวลาไว้แล้วจะถอนคำ เสนอก่อน กำ หนดไม่ได้เมื่อครบกำ หนดระยะเวลาแล้วไม่มีคำ สนองกับมาคำ เสนอ ข้อสิ้นผลผูกพัน มาตรา 355 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำ เสนออยู่ห่างโดยระยะทาง อาจจะกระทำ ได้ด้วยการส่งคำ เสนอไปยัง ต่างจังหวัดหรือต่างสำ นักงานคำ เสนอต้องใช้เวลาเดินทาง เช่น ส่งคำ เสนอไปทางไปรษณีย์ผู้เสนอต้องกำ หนดระยะเวลาพอสมควรในการที่ จะให้ผู้รับคำ เสนอตอบรับเป็นคำ สนองกลับมา บทที่ 3 สัญญา


มาตรา 359 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำ สนอง คือการแสดงเจตนาของอีกฝ่ายหนึ่งตอบมายังผู้เสนอเรียก ว่าคำ สนองถ้าคำ สนองตรงกับคำ เสนอสัญญาเกิดขึ้นและมีผลในทาง กฎหมายเมื่อได้ทำ ถูกต้องตามแบบแต่ถ้าคำ สนองส่งกลับมายังผู้เสนอ แล้วปรากฏว่าคำ สนองนั้นไม่ตรงกับคำ เสนอหรือตรงกับคำ เสนอแต่มา ถึงล่วงเวลาที่กำ หนดมีผลตามกฎหมาย มาตรา 360 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้เสนอตายหรือไร้ความสามารถก่อนมีคำ สนองตอบผู้ตอบสนองได้ ทราบแล้วว่าผู้ให้คำ เสนอได้ถึงแก่ความตายหรือกลายเป็นผู้ไร้ความ สามารถวิกลจริตคนเสมือนไร้ความสามารถคนไร้ความสามารถเสีย แล้วคำ เสนอนั้นก็สิ้นผลผูกพันแม้มีคำ สนองกลับมาภายในระยะเวลาที่ กำ หนดสัญญาก็ไม่เกิดขึ้น มาตรา 355 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำ เสนอที่เสนอไปยังผู้อยู่ห่างระยะโดยระยะทางแต่มิได้กำ หนดระยะเวลา ไว้ผู้ให้คำ เสนอจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรกล่าวคือจะถอนคำ เสนอ ของตนเสียภายในเวลาก่อนคาดหมายว่าจะได้รับคำ บอกกล่าวตอบ สนองนั้นไม่ได้เช่นนายปราโมทย์เสนอขายรถยนต์ให้นายอินทร์คำ ซึ่งอยู่ ในจังหวัดเชียงใหม่ราคา 2 แสนบาทโดยไม่ได้กำ หนดระยะเวลาให้ตอบ คำ สนองกับนายปราโมทย์ต้องพึงคาดหมายว่าตนได้ส่งคำ เสนอไปจะใช้ เวลาเดินทางกี่วันเช่น 5 วันเมื่อนายอินคำ รับคำ เสนอแล้วคงต้องใช้ เวลาคิดพิจารณาตัดสินใจอีก 5 วันและจึงตามคำ สนองตอบกลับส่ง ทางไปรษณีย์ใช้เวลาเดินทางอีก 5 วันรวมเป็น 15 วันนี้คือระยะเวลาอัน บึงกาฬหมายว่าจะได้รับคำ บอกกล่าวตอบสนองนั้นฉะนั้นภายในระยะ เวลา 15 วันนับแต่วันส่งคำ เสนอนายปราโมชจะถอนคำ เสนอไม่ได้แต่ถ้า ตามระยะเวลาอันพึงความคาดหมายว่าจะได้รับคำ ตอบสนองผ่านพ้นไป แล้วคำ เสนอนั้นก็สิ้นผลผูกพัน


มาตรา 193/27 มาตรา 741 (1) มาตรา 745 และมาตรา 769 ประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อนึ่งสัญญาณจำ นองสัญญาจำ นำ ต่างก็เป็นสัญญาอุปกรณ์ซึ่งจะต้อง มีสัญญาประธานเกิดขึ้นก่อน เช่น สัญญากู้ยืมเงินด้วยการนำ ที่ดินมา จดทะเบียนจำ นองค้ำ ประกันเงินกู้หรือนำ สร้อยคอทองคำ มาจำ นำ เป็น ประกันเงินกู้เป็นต้นเมื่อสัญญาประธานระงับขึ้นไปสัญญาจำ นอง สัญญาจำ นำ ระงับไปด้วยแสดงมีข้อกฎหมายยกเว้นไว้เกี่ยวกับเรื่อง อายุความวัยผู้รับจำ นองผู้รับจำ นำ ซึ่งเป็นยังคงมีสิทธิบังคับชำ ระหนี้เอา จากทรัพย์สินที่จำ นองจำ นำ แม้ว่าสิทธิเรียกร้องจากสัญญาประธานจะ ขาดอายุความแล้วแต่จะบังคับเอาดอกเบี้ยย้อนหลังเกินกว่า 5 ปีไม่ได้ มาตรา 387 388 และ 389 ประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์บอกเลิกด้วยบทบัญญัติของกฎหมายสิทธิบอกเลิก สัญญาโดยบทบัญญัติของกฎหมาย มาตรา 386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สิทธิในการบอกเลิกสัญญามี 2 ประการคือสิทธิบอกเลิกสัญญาตามที่ ได้มีข้อตกลงกันไว้ในสัญญาและสิทธิบอกเลิกสัญญาโดยบัญญัติของ กฎหมายอันหนึ่งเมื่อได้มีการแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาและจะถอนคืน ไม่ได้การบอกเลิกสัญญามีรายละเอียดดังนี้ มาตรา 218 วรรคสอง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีบัญญัติไว้ใน ปพพ. ลักษณะต่างๆกันได้แก่ ลักษณะหนี้ มาตรา 466 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะซื้อขาย มาตรา 548,554,556,560 วรรคหนึ่ง และมาตรา 568 ประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะเช่าทรัพย์


มาตรา 378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การเลิกสัญญาเพราะลูกหนี้ไม่ชำ ระหนี้ถ้าคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่ชำ ระหนี้ อีกฝ่ายหนึ่งจะกำ หนดระยะเวลาพอสมควรแล้วบอกกล่าวให้ฝ่ายนั้น ชำ ระหนี้ภายในระยะเวลานั้นก็ได้แล้วถ้าฝ่ายนั้นไม่ชำ ระหนี้ภายในระยะ เวลาที่กำ หนดอีกฝ่ายหนึ่งจะเลิกสัญญาเสียก็ได้ มาตรา 577 และมาตรา 578 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะจ้างแรงงาน มาตรา 574 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะเช่าซื้อ มาตรา 388 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การเลิกสัญญาเพราะกำ หนดเวลาไว้และเวลาเป็นวัตถุประสงค์แห่ง สัญญาถ้าวัตถุประสงค์แห่งสัญญานั้นโดยว่าโดยสภาพหรือโดย เจตนาที่คู่สัญญาได้แสดงไว้จะเป็นผลสำ เร็จได้ก็แต่ด้วยการชำ ระหนี้ ณเวลาที่กำ หนดหรือภายในระยะเวลาอันใดอันหนึ่งซึ่งกำ หนดไว้ถ้า กำ หนดเวลาหรือระยะเวลานั้นได้ล่วงพ้นไปโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ ชำ ระหนี้อีกฝ่ายจะเลิกสัญญาเสียก็ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าว มาตรา 389 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การเลิกสัญญาเพราะการชำ ระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยถ้าการชำ ระหนี้ ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนกลายเป็นพ้นวิสัยเพราะเหตุอย่างใดอย่าง หนึ่งอันจะโทษลูกหนี้ได้เจ้าหนี้จะเลิกสัญญานั้นเสียก็ได้ มาตรา 150 151 และมาตรา 153 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ วัตถุประสงค์แห่งสัญญาหรือวัตถุประสงค์แห่งหนี้ว่าคืออะไรเช่นให้ กระทำ การใดหรืองดเว้นการกระทำ อันใดหรือให้มีการโอนกรรมสิทธิ์ส่ง มอบทรัพย์สินมีจำ นวนปริมาณมากน้อยเพียงใดวัตถุประสงค์นั้นเป็นการ ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายหรือไม่เป็นการพ้นวิสัยหรือเป็นการขัดต่อ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือไม่


มาตรา 152 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อให้ข้อตกลงในสัญญานั้นมีผลบังคับได้ตามกฎหมายเช่นต้องทำ ตามแบบที่กฎหมายกำ หนดไว้เป็นต้น มาตรา 55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง การเขียนสัญญาสัญญามีไว้ก็ด้วยวัตถุประสงค์หลักคือเป็นกรอบ และเป็นแนวทางให้คู่สัญญาปฏิบัติตามที่ทำ สัญญาหรือแสดง จินตนาการไว้หากไม่ปฏิบัติตามฝ่ายที่เสียหายก็ไม่ก็สามารถนำ สัญญาณนั้นเป็นหลักฐานในการใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลต่อไปได้ หลักกฎหมายกำ หนดไว้ว่าเมื่อมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือ หน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมายแพ่งหรือบุคคลใดจะต้องใช้สิทธิ ทางศาลบุคคลนั้นชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลส่วนเร่งที่มีเขต อำ นาจได้ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่งและประมวลกฎหมายนี้


มาตรา 194 ประมวลกฎหมายแพ่พ่ง พ่ ง พ่ และพาณิณิชณิณิย์ย์ ย์ย์ คำคำ คำคำ ว่ว่า ว่ า ว่ หนี้นี้ก นี้ ก นี้ ฎหมายกำกำ กำกำ หนดว่ว่า ว่ า ว่ ต้ต้ ต้ อ ต้ องมีมีมู มี มู มี มู ล มู ลหนี้นี้ซึ่ นี้ ซึ่ นี้ ซึ่ ง ซึ่ ง ซึ่ซึ่ เกิกิกิดกิขึ้ขึ้ ขึ้ขึ้ น ขึ้ น ขึ้ ระหว่ว่า ว่ า ว่ งเจ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้กั นี้ กั นี้ กั บ กั บลูลูก ลู ก ลู หนี้นี้เ นี้ เ นี้ จ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้มี นี้ มี นี้ สิ มี สิ มี ทสิสิธิ์ธิ์ที่ธิ์ที่ธิ์ ที่ จ ที่ จะเรีรีย รีรี กให้ห้ลูลู ห้ห้ ก ลู ก ลู หนี้นี้ชำ นี้ ชำ นี้ ชำชำระหนี้นี้ไนี้นี้ ด้ด้ ด้ด้ มาตรา 406 ประมวลกฎหมายแพ่พ่ง พ่ ง พ่ และพาณิณิชณิณิย์ย์ ย์ย์ ลาบมิมิคมิมิวรได้ด้ ด้ด้ การที่ที่ ที่ บุ ที่ บุ บุ ค บุ คคลใดได้ด้ม ด้ ม ด้ าซึ่ซึ่ ซึ่ ง ซึ่ ง ซึ่ซึ่ ทรัรัพ รัรั ย์ย์สิ่ ย์ สิ่ ย์ งสิ่สิ่ใดเพราะการที่ที่ ที่ที่ บุบุ บุ ค บุ คคลอีอี อี ก อี กคนหนึ่นึ่ นึ่นึ่ ง นึ่ ง นึ่ กระทำทำ ทำทำ เพื่พื่ พื่พื่ อ พื่ อ พื่ ชำชำชำชำระหนี้นี้ก็ นี้ ก็ นี้ ก็ ดี ก็ ดีห ดี ห ดี รืรือ รืรืได้ด้ม ด้ ม ด้ าด้ด้ว ด้ ว ด้ ยประการ อื่อื่ อื่อื่ อื่ น อื่ นก็ก็ ก็ ดี ก็ ดีโดีดี ดยปราศจากมูมู มู ล มู ลอัอั อั น อั นจะอ้อ้ อ้ า อ้ างกฎหมายได้ด้แ ด้ แ ด้ ละเป็ป็น ป็ น ป็ ทางให้ห้ ห้ห้ บุบุ บุ ค บุ คคลอีอี อี ก อี กคนหนึ่นึ่ นึ่นึ่ ง นึ่ ง นึ่ นั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ เสีสีย สี ย สี เปรีรีย รีรี บท่ท่ ท่ า ท่ านว่ว่า ว่ า ว่ บุบุ บุ ค บุ คคลนั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ จำจำจำจำต้ต้ ต้ อ ต้ องคืคื คื น คื น ทรัรัพ รัรั ย์ย์สิ ย์ สิ ย์ นสิสิ ให้ห้แ ห้ห้ ก่ก่ ก่ เ ก่ เขา มาตรา 395 ประมวลกฎหมายแพ่พ่ง พ่ ง พ่ และพาณิณิชณิณิย์ย์ ย์ย์ จัจัด จั ด จั การงานนอกสั่สั่ง สั่ ง สั่ สั่สั่ คืคื คื อ คื อการที่ที่ ที่ บุ ที่ บุ บุ ค บุ คคลหนึ่นึ่ นึ่นึ่ ง นึ่ ง นึ่ได้ด้เ ด้ เ ด้ ข้ข้า ข้ า ข้ไปทำทำ ทำทำ งานแทนบุบุ บุ ค บุ คคล อีอี อี ก อี กฝ่ฝ่ฝ่ฝ่ ายหนึ่นึ่ นึ่นึ่ ง นึ่ ง นึ่โดยที่ที่ ที่ เ ที่ เขาไม่ม่ไม่ม่ ด้ด้ฐ ด้ ฐ ด้ านว่ว่า ว่ า ว่ ใช้ช้ใช้ช้ ห้ห้ทำทำ ห้ห้ ทำทำ หรืรือ รืรืโดยที่ที่ ที่ ต ที่ ตนไม่ม่มี ม่ มี ม่ ห มี ห มี น้น้า น้ า น้ ที่ที่ ที่ที่ จะกระทำทำ ทำทำ งานนั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ แทนผู้ผู้อื่ผู้อื่ผู้ อื่อื่ อื่ น อื่ นแต่ต่ ต่ไต่ ด้ด้เ ด้ เ ด้ ข้ข้า ข้ า ข้ไปทำทำ ทำทำ การงานนั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ หากได้ด้จั ด้ จั ด้ ด จั ด จั การ งานไปในทางที่ที่ ที่ ส ที่ สมประโยชน์น์แ น์ แ น์ ก่ก่ ก่ บุ ก่ บุ บุ ค บุ คคลนั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ หรืรือ รืรื เจ้จ้า จ้ า จ้ ของกิกิกิจกิการนั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ ก็ก็ ก็ก็ ย่ย่อ ย่ อ ย่ มมีมีสิ มี สิ มี ทสิสิธิธิที่ธิที่ธิ ที่ จ ที่ จะเรีรีย รีรี กร้ร้อ ร้ร้ งค่ค่ ค่ า ค่ าใช้ช้จ่ ช้ จ่ ช้ า จ่ า จ่ ยที่ที่ ที่ ต ที่ ตนได้ด้เ ด้ เ ด้ สีสีย สี ย สี ไปคืคื คื น คื นมาคืคื คื อ คื อมีมีสิ มี สิ มี ทสิสิธิ์ธิ์ธิ์ธิ์ เป็ ป็นเจ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้ไนี้นี้ ด้ด้แ ด้ แ ด้ ละเจ้จ้า จ้ า จ้ ของกิกิกิจกิการฝ่ฝ่ฝ่ฝ่ ายนั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ ก็ก็ ก็ มี ก็ มีฐ มี ฐ มี านะเป็ป็น ป็ น ป็ ลูลูก ลู ก ลู หนี้นี้ไนี้นี้ ด้ด้ต้ ด้ ต้ ด้ ต้ อ ต้ อง จ่จ่า จ่ า จ่ ยค่ค่ ค่ า ค่ าใช้ช้จ่ ช้ จ่ ช้ า จ่ า จ่ ยคืคื คื น คื นให้ห้เ ห้ห้ จ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้คื นี้ คื นี้ คื อ คื อผู้ผู้จัผู้จัผู้ ด จั ด จั การงานให้ห้ ห้ห้


มาตรา 213 วรรคแรกประมวลกฎหมายแพ่พ่ง พ่ ง พ่ และพาณิณิชณิณิย์ย์ ย์ย์ โดยปกติติติเติมื่มื่ มื่มื่ อ มื่ อ มื่ บุบุ บุ ค บุ คคลมีมีห มี ห มี นี้นี้ก็ นี้ ก็ นี้ ก็ พึ ก็ พึง พึ ง พึ จะต้ต้ ต้ อ ต้ องชำชำชำชำระหนี้นี้ม นี้ ม นี้ องในมุมุ มุ ม มุ มลูลูก ลู ก ลู หนี้นี้ลู นี้ ลู นี้ ก ลู ก ลู หนี้นี้ต้ นี้ ต้ นี้ ต้ อ ต้ องชำชำชำชำระหนี้นี้ในี้นี้ ห้ห้แ ห้ห้ ก่ก่ ก่ เ ก่ เจ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้ในี้นี้ นขณะเดีดีย ดี ย ดี วกักั กั น กั นมองในมุมุ มุ ม มุ มเจ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้เ นี้ เ นี้ จ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้มี นี้ มี นี้ สิ มี สิ มี ทสิสิธิ์ธิ์เธิ์ธิ์รีรีย รีรี กร้ร้อ ร้ร้ งให้ห้ลูลู ห้ห้ ก ลู ก ลู หนี้นี้ชำ นี้ ชำ นี้ ชำชำระหนี้นี้ห นี้ ห นี้ ากปรากฏว่ว่า ว่ า ว่ ลูลูก ลู ก ลู หนี้นี้ไนี้นี้ ม่ม่ย ม่ ย ม่ อม ชำชำชำชำระหนี้นี้ห นี้ ห นี้ รืรือ รืรื ยอมชำชำชำชำระแต่ต่ ต่ ชำ ต่ ชำชำชำระล่ล่ ล่ า ล่ าช้ช้า ช้ า ช้ ล่ล่ ล่ ว ล่ วงเลยเวลาที่ที่ ที่ กำ ที่ กำ กำกำ หนดไว้ว้ห ว้ ห ว้ รืรือ รืรื ชำชำชำชำระผิผิดผิผิวัวัต วั ต วั ถุถุป ถุ ป ถุ ระสงค์ค์ ค์ แ ค์ แห่ห่ง ห่ห่ หนี้นี้เ นี้ เ นี้ จ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้มี นี้ มี นี้ สิ มี สิ มี ทสิสิธิ์ธิ์เธิ์ธิ์รีรีย รีรี กร้ร้อ ร้ร้ งให้ห้ลูลู ห้ห้ ก ลู ก ลู หนี้นี้ชำ นี้ ชำ นี้ ชำชำระ หนี้นี้ไนี้นี้ ด้ด้ด้ ด้ ด้ ด้ ว ด้ ว ด้ ยใช้ช้สิ ช้ สิ ช้ ทสิสิธิธิทธิธิางศาลสั่สั่ง สั่ ง สั่ สั่สั่ ให้ห้ลูลู ห้ห้ ก ลู ก ลู หนี้นี้ห นี้ ห นี้ รืรือ รืรื บับัง บั ง บั คัคั คั บ คั บให้ห้ลูลู ห้ห้ ก ลู ก ลู หนี้นี้ชำ นี้ ชำ นี้ ชำชำระหนี้นี้ นี้นี้ นั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ เว้ว้น ว้ น ว้ แต่ต่ ต่ ส ต่ สภาพแห่ห่ง ห่ห่ หนี้นี้ไนี้นี้ ม่ม่เ ม่ เ ม่ ปิ ปิดช่ช่อ ช่ อ ช่ งให้ห้ทำทำ ห้ห้ ทำทำ เช่ช่น ช่ น ช่ นั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ ได้ด้ ด้ด้ มาตรา 73 รัรัฐ รัรั ธรรมนูนูญนูนู แห่ห่ง ห่ห่ การอาณาจัจัก จั ก จั รไทยพ.ศ 2550 โดยบทบับัญ บั ญ บั ญัญัติ ญั ติ ญั ติแติห่ห่ง ห่ห่ กฎหมายนี่นี่อ นี่ อ นี่ าจเกิกิกิดกิขึ้ขึ้ ขึ้ขึ้ น ขึ้ น ขึ้ ได้ด้โด้ด้ ดยบทบับัญ บั ญ บั ญัญัติ ญั ติ ญั ติติ ของกฎหมายเช่ช่น ช่ น ช่ รัรัฐ รัรั ธรรมนูนูญนูนู แห่ห่ง ห่ห่ ราชอาณาจัจัก จั ก จั รไทยบับัญ บั ญ บั ญัญัติ ญั ติ ญั ติติ ไว้ว้ว่ ว้ ว่ ว้ า ว่ า ว่ บุบุ บุ ค บุ คคลมีมีห มี ห มี น้น้า น้ า น้ ที่ที่ ที่ รั ที่ รับ รัรั ราชการทหารช่ช่ว ช่ ว ช่ ยเหลืลื ลื อ ลื อในการป้ป้อ ป้ อ ป้ งกักั กั น กั น และบรรเทาภัภั ภั ย ภั ยพิพิบัพิบัพิติ บั ติ บั ติสติาธารณะเสีสีย สี ย สี ภาษีษี ษี อ ษี อากรช่ช่ว ช่ ว ช่ ยเหลืลื ลื อ ลื อราชการ มาตรา 39 และมาตรา 49 และมาตรา 65 ประมวลรัรัษ รัรั ฎากร ประมวลรัรัษ รัรั ฎากร กำกำ กำกำ เนินิดนินิ ให้ห้นินิ ห้ห้ ตินิตินิ ติบุติบุ บุ ค บุ คคลต่ต่ ต่ า ต่ างๆและบุบุ บุ ค บุ คคลธรรมดาจะ ต้ต้ ต้ อ ต้ องเสีสีย สี ย สี ภาษีษี ษี นิ ษี นิตินิตินิ ติบุติบุ บุ ค บุ คคลและภาษีษี ษี บุ ษี บุ บุ ค บุ คคลธรรมดาให้ห้กักั ห้ห้ กั บ กั บรัรัฐ รัรั ทุทุก ทุ ก ทุ สิ้สิ้นสิ้สิ้ ปี ปี


มาตรา 206 และมาตรา 420 ประมวลกฎหมายแพ่พ่ง พ่ ง พ่ และพาณิณิชณิณิย์ย์ ย์ย์ ผิผิดผิผินันัด นั ด นั เพราะทำทำ ทำทำ ละเมิมิดมิมิการทำทำ ทำทำ ละเมิมิดมิมิคืคื คื อ คื อการกระทำทำ ทำทำ โดยจงใจหรืรือ รืรื ประมาทเลิลิลินลิเล่ล่ ล่ อ ล่ อทำทำ ทำทำ ให้ห้บุบุ ห้ห้ บุ ค บุ คคลอื่อื่ อื่อื่ อื่ น อื่ นเสีสีย สี ย สี หายโดยผิผิดผิผิกฎบับัญ บั ญ บั กฎหมายผู้ผู้ผู้ผู้ ทำทำ ทำทำ ละเมิมิดมิมิต้ต้ ต้ อ ต้ องชดใช้ช้ค่ ช้ ค่ ช้ ค่ า ค่ าสิสินสิสิ ไหมทดแทนเพื่พื่ พื่พื่ อ พื่ อ พื่ การนั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ ให้ห้แ ห้ห้ ก่ก่ ก่ ผู้ ก่ ผู้เผู้ผู้สีสีย สี ย สี หาย และนี่นี่อั นี่ อั นี่ อั น อั นเกิกิกิดกิจากมูมู มู ล มู ลและละเมิมิดมิมินี้นี้ก นี้ ก นี้ ฎหมายถืถื ถื อ ถื อว่ว่า ว่ า ว่ ลูลูก ลู ก ลู หนี้นี้ไนี้นี้ ด้ด้ชื่ ด้ ชื่ ด้ ชื่ชื่ อ ชื่ อ ชื่ ว่ว่า ว่ า ว่ เป็ ป็น ผู้ผู้ผิผู้ผิผู้ ดผิผินันัด นั ด นั มาตั้ตั้ ตั้ ง ตั้ ง ตั้ตั้ แต่ต่ ต่ เ ต่ เวลาที่ที่ ที่ ทำ ที่ ทำ ทำทำ ละเมิมิดมิมิ มาตรา 203 ประมวลกฎหมายแพ่พ่ง พ่ ง พ่ และพาณิณิชณิณิย์ย์ ย์ย์ หนี้นี้ถึ นี้ ถึ นี้ ถึ ง ถึ งกำกำ กำกำ หนดชำชำชำชำระหลัลั ลั ก ลั กกฎหมายกำกำ กำกำ หนดไว้ว้ว่ ว้ ว่ ว้ า ว่ า ว่ ถ้ถ้ ถ้ า ถ้ าเวลาอัอั อั น อั นจะพึพึง พึ ง พึ ชำชำชำชำระ หนี้นี้มิ นี้ มิ นี้ ไมิมิด้ด้กำ ด้ กำ ด้ กำกำ หนดไว้ว้ห ว้ ห ว้ รืรือ รืรื อนุนุบ นุ บ นุ าลจากพฤติติติกติารณ์ณ์ทั้ ณ์ ทั้ ณ์ ทั้ ง ทั้ ง ทั้ทั้ ปวงก็ก็ ก็ไก็ ม่ม่ไม่ม่ ด้ด้เ ด้ เ ด้ จ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้ นี้นี้ ย่ย่อ ย่ อ ย่ มจะเรีรีย รีรี กให้ห้ชำชำ ห้ห้ ชำชำระหนี้นี้ไนี้นี้ ด้ด้โด้ด้ ดยพลัลั ลั น ลั นและฝ่ฝ่ฝ่ฝ่ ายลูลูก ลู ก ลู หนี้นี้ก็ นี้ ก็ นี้ ก็ ย่ ก็ ย่อ ย่ อ ย่ มจะชำชำชำชำระ หนี้นี้ข นี้ ข นี้ องตนได้ด้โด้ด้ ดยพัพัน พั น พั ดุดุจ ดุ จ ดุ กักั กั น กั นแต่ต่ ต่ ถ้ ต่ ถ้ ถ้ า ถ้ ากำกำ กำกำ หนดเวลากักั กั น กั นไว้ว้เ ว้ เ ว้ จ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้จ นี้ จ นี้ ะเรีรีย รีรี ก ให้ห้ลูลู ห้ห้ ก ลู ก ลู หนี้นี้ชำ นี้ ชำ นี้ ชำชำระหนี้นี้ก่ นี้ ก่ นี้ ก่ อ ก่ อนถึถึ ถึ ง ถึ งกำกำ กำกำ หนดเวลานั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ ไม่ม่ไม่ม่ ด้ด้แ ด้ แ ด้ ต่ต่ ต่ฝ่ต่ฝ่ฝ่ฝ่ ายลูลูก ลู ก ลู หนี้นี้จ นี้ จ นี้ ะ ชำชำชำชำระหนี้นี้นั้ นี้ นั้ นี้ น นั้ น นั้ นั้นั้ ก่ก่ ก่ อ ก่ อนกำกำ กำกำ หนดก็ก็ ก็ไก็ ด้ด้ ด้ด้ มาตรา 215 ถึถึ ถึ ง ถึ งมาตรา 225 ประมวลกฎหมายแพ่พ่ง พ่ ง พ่ และพาณิณิชณิณิย์ย์ ย์ย์ การฟ้ฟ้อ ฟ้ฟ้ งร้ร้อ ร้ร้ งต่ต่ ต่ อ ต่ อศาลบับัง บั ง บั คัคั คั บ คั บลูลูก ลู ก ลู หนี้นี้ในี้นี้ ห้ห้ชำชำ ห้ห้ ชำชำระหนี้นี้ผ นี้ ผ นี้ ลแห่ห่ง ห่ห่ การผิผิดผิผินันัด นั ด นั ของ ลูลูก ลู ก ลู หนี้นี้ลู นี้ ลู นี้ ก ลู ก ลู หนี้นี้จ นี้ จ นี้ ะต้ต้ ต้ อ ต้ องชำชำชำชำระหนี้นี้ในี้นี้ ห้ห้กักั ห้ห้ กั บ กั บเจ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้ห นี้ ห นี้ ากไม่ม่ชำ ม่ ชำ ม่ ชำชำระเจ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้จ นี้ จ นี้ ะต้ต้ ต้ อ ต้ อง ร้ร้อ ร้ร้ งขอต่ต่ ต่ อ ต่ อศาลให้ห้ศ ห้ห้ าลบับัง บั ง บั คัคั คั บ คั บให้ห้ลูลู ห้ห้ ก ลู ก ลู หนี้นี้ชำ นี้ ชำ นี้ ชำชำระหนี้นี้ก็ นี้ ก็ นี้ ก็ไก็ ด้ด้แ ด้ แ ด้ ต่ต่ ต่ ก่ ต่ ก่ ก่ อ ก่ อนที่ที่ ที่ จ ที่ จะ ร้ร้อ ร้ร้ งขอต่ต่ ต่ อ ต่ อศาลลูลูก ลู ก ลู หนี้นี้ต้ นี้ ต้ นี้ ต้ อ ต้ องได้ด้ชื่ ด้ ชื่ ด้ ชื่ชื่ อ ชื่ อ ชื่ ว่ว่า ว่ า ว่ เป็ ป็นผู้ผู้ผผู้ผู้ ลิลิลิตลินั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ มาก่ก่ ก่ อ ก่ อนแล้ล้ ล้ ว ล้ วในการ ผิผิดผิผินันัด นั ด นั นี้นี้ก นี้ ก นี้ ฎหมายกำกำ กำกำ หนดให้ห้ลูลู ห้ห้ ก ลู ก ลู หนี้นี้ต้ นี้ ต้ นี้ ต้ อ ต้ องรัรับ รัรั ผิผิดผิผิชอบต่ต่ ต่ อ ต่ อเจ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้ร นี้ ร นี้ วม 5 ประการ


มาตรา 314 ถึถึ ถึ ง ถึ งมาตรา 316 ประมวลกฎหมายและแพ่พ่ง พ่ ง พ่ และ พาณิณิชณิณิย์ย์ก ย์ ก ย์ ารชำชำชำชำระหนี้นี้เ นี้ เ นี้ มื่มื่ มื่มื่ อ มื่ อ มื่ ลูลูก ลู ก ลู หนี้นี้ชำ นี้ ชำ นี้ ชำชำระหนี้นี้ในี้นี้ ห้ห้เ ห้ห้ จ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้แ นี้ แ นี้ ล้ล้ ล้ ว ล้ วหนี้นี้ก็ นี้ ก็ นี้ ก็ จ ก็ จะระงังั งั บ งั บ หมดสิ้สิ้นสิ้สิ้ ไปก็ก็ ก็ สำ ก็ สำสำสำคัคั คั ญ คั ญการชำชำชำชำระหนี้นี้นั้ นี้ นั้ นี้ น นั้ น นั้ นั้นั้ จะต้ต้ ต้ อ ต้ องชำชำชำชำระแก่ก่ ก่ ตั ก่ ตั ตั ว ตั วเจ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้ห นี้ ห นี้ รืรือ รืรื แก่ก่ ก่ ตั ก่ ตั ตั ว ตั วบุบุ บุ ค บุ คคลผู้ผู้มีผู้มีผู้ อำ มี อำ มี อำอำ นาจรัรับ รัรั ชำชำชำชำระหนี้นี้แ นี้ แ นี้ ทนเจ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้ก นี้ ก นี้ ารชำชำชำชำระหนี้นี้อ นี้ อ นี้ าจเป็ ป็น สิ่สิ่งสิ่สิ่ของที่ที่ ที่ ต ที่ ตกลงกักั กั น กั นหรืรือ รืรื เป็ ป็นเงิงิงินงิหรืรือ รืรื เป็ ป็นสิ่สิ่งสิ่สิ่ของอย่ย่า ย่ า ย่ งอื่อื่ อื่อื่ อื่ น อื่ นแทนการ ชำชำชำชำระหนี้นี้ต นี้ ต นี้ ามที่ที่ ที่ ต ที่ ตกลงกักั กั น กั นหนี้นี้ก็ นี้ ก็ นี้ ก็ ร ก็ ระงังั งั บ งั บ มาตรา 340 ประมวลกฎหมายแพ่พ่ง พ่ ง พ่ และพาณิณิชณิณิย์ย์ ย์ย์ ปลดหนี้นี้ถ้ นี้ ถ้ นี้ ถ้ า ถ้ าเจ้จ้า จ้ า จ้ หนี้นี้แ นี้ แ นี้ สดงเจตนาต่ต่ ต่ อ ต่ อลูลูก ลู ก ลู หนี้นี้ว่ นี้ ว่ นี้ า ว่ า ว่ จะปลดหนี้นี้ในี้นี้ ห้ห้ห ห้ห้ นี้นี้นั้ นี้ นั้ นี้ น นั้ น นั้ นั้นั้ ก็ก็ ก็ก็ เป็ ป็นอัอั อั น อั นระงังั งั บ งั บไปด้ด้ว ด้ ว ด้ ยการยกหนี้นี้ในี้นี้ ห้ห้ลูลู ห้ห้ ก ลู ก ลู หนี้นี้นั้ นี้ นั้ นี้ น นั้ น นั้ นั้นั้ เองถ้ถ้ ถ้ า ถ้ านี่นี่มี นี่ มี นี่ ห มี ห มี ลัลั ลั ก ลั กฐานเป็ ป็น หนันัง นั ง นั สืสือ สื อ สื การปลดหนี้นี้ก็ นี้ ก็ นี้ ก็ ต้ ก็ ต้ ต้ อ ต้ องทำทำ ทำทำ เป็ ป็นหนันัง นั ง นั สืสือ สื อ สื ด้ด้ว ด้ ว ด้ ยหรืรือ รืรื เวนคืคื คื น คื นเอกสาร อัอั อั น อั นเป็ ป็นหลัลั ลั ก ลั กฐานหนันัง นั ง นั สืสือ สื อ สื นั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ ให้ห้ลูลู ห้ห้ ก ลู ก ลู หนี้นี้ห นี้ ห นี้ รืรือ รืรื ขีขีด ขี ด ขี ฆ่ฆ่า ฆ่ า ฆ่ เอกสารนั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ เสีสีย สี ย สี มาตรา 341 ประมวลกฎหมายแพ่พ่ง พ่ ง พ่ และพาณิณิชณิณิย์ย์ ย์ย์ หัหัก หัหั กลบลบหนี้นี้ถ้ นี้ ถ้ นี้ ถ้ า ถ้ าบุบุ บุ ค บุ คคล 2 คนต่ต่ ต่ า ต่ างมีมีค มี ค มี วามผูผูก ผู ก ผู พัพัน พั น พั ซึ่ซึ่ ซึ่ ง ซึ่ ง ซึ่ซึ่ กักั กั น กั นและกักั กั น กั น โดยมูมู มู ล มู ลหนี้นี้อั นี้ อั นี้ อั น อั นมีมีวั มี วั มี ต วั ต วั ถุถุป ถุ ป ถุ ระสงค์ค์ ค์ เ ค์ เป็ป็น ป็ น ป็ อย่ย่า ย่ า ย่ งเดีดีย ดี ย ดี วกักั กั น กั นและหนี้นี้ทั้ นี้ ทั้ นี้ ทั้ ง ทั้ ง ทั้ทั้ สอง นั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ ถึถึ ถึ ง ถึ งกำกำ กำกำ หนดชำชำชำชำระแล้ล้ ล้ ว ล้ วลูลูก ลู ก ลู หนี้นี้ฝ่นี้ฝ่นี้ ฝ่ฝ่ ายใดฝ่ฝ่ฝ่ฝ่ ายหนึ่นึ่ นึ่นึ่ ง นึ่ ง นึ่ ย่ย่อ ย่ อ ย่ มหยุยุ ยุ ด ยุ ดพ้พ้น พ้ น พ้ จากหนี้นี้ข นี้ ข นี้ องตนด้ด้ว ด้ ว ด้ ยการหัหัก หัหั กลบลบหนี้นี้กั นี้ กั นี้ กั น กั นได้ด้เ ด้ เ ด้ พีพีย พี ย พี งเท่ท่ ท่ า ท่ าจำจำจำจำนวนที่ที่ ที่ที่ ตรงในมูมู มู ล มู ลหนี้นี้ทั้ นี้ ทั้ นี้ ทั้ ง ทั้ ง ทั้ทั้ สองฝ่ฝ่ฝ่ฝ่ ายนั้นั้น นั้ น นั้ นั้นั้ เว้ว้น ว้ น ว้ แต่ต่ ต่ ส ต่ สภาพหนี้นี้ฝ่นี้ฝ่นี้ ฝ่ฝ่ ายหนึ่นึ่ นึ่นึ่ ง นึ่ ง นึ่ จะไม่ม่ ม่ม่ เปิ ปิดช่ช่อ ช่ อ ช่ งให้ห้หัหั ห้ห้ ก หัหั กลบลบกักั กั น กั นได้ด้ ด้ด้ มาตรา 353 ประมวลกฎหมายแพ่พ่ง พ่ ง พ่ และพาณิณิชณิณิย์ย์ ย์ย์ หนี้นี้เ นี้ เ นี้ กลื่ลื่ ลื่ลื่ ลื่ อ ลื่ อนกลืลื ลื น ลื นกักั กั น กั นหากกฎหมายกำกำ กำกำ หนดว่ว่า ว่ า ว่ ถ้ถ้ ถ้ า ถ้ าสิสิทสิสิธิธิแธิธิละความรัรับ รัรั ผิผิดผิผิชอบในหนี้นี้ร นี้ ร นี้ ายได้ด้ต ด้ ต ด้ กอยู่ยู่ ยู่ แ ยู่ ยู่ แ ยู่ ก่ก่ ก่ บุ ก่ บุ บุ ค บุ คคลคนเดีดีย ดี ย ดี วกักั กั น กั นท่ท่ ท่ า ท่ านว่ว่า ว่ า ว่ หนี้นี้นั้ นี้ นั้ นี้ น นั้ น นั้ นั้นั้ ระงังั งั บ งั บสิ้สิ้นสิ้สิ้ ไป


มาตรา 453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซื้อขายเป็นสัญญาที่บุคคลตกลงซื้อขายทรัพย์สินกันโดยฝ่ายหนึ่ง เป็นผู้ขายจะต้องโอนกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินของตนให้แก่อีกฝ่าย หนึ่งเรียกว่าผู้ซื้อซึ่งผู้ซื้อก็มีหน้าที่ต้องใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ ขายกล่าวคือต้องมีคู่สัญญาเรียกว่าผู้ซื้อและผู้ขายอันเป็นสัญญา ต่างตอบแทนซึ่งกันและกัน มาตรา 1305 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ห้ามโอนโดยบทบัญญัติของกฎหมายทรัพย์สินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติ ของแผ่นดินอันได้แก่ทรัพย์สินทุกชนิดของแผ่นดินซึ่งมีไว้เพื่อ สาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันเช่น ที่ดินรกร้าง ว่างเปล่า ที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้ง ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ ที่ธรณีสงฆ์จะโอนแก่การมิได้เว้นแต่อาศัยอำ นาจของกฎหมาย หรือออกเป็นพระราชกฤษฎีกาเพื่อประโยชน์ของส่วนร่วม มาตรา 143 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทรัพย์นอกพาณิชย์ ป็นทรัพย์ที่ไม่อาจถือเอาได้และไม่อาจนำ มาทำ เป็นทรัพย์สินโอนให้แก่กัน ได้เพราะเป็นการพ้นวิสัยที่บุคคลจะนำ มายึดถือเป็นทรัพย์หรือทรัพย์สิน ได้เช่น ดวงอาทิตย์หรือดวงดาวเป็นต้น มาตรา 456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยปกติสัญญาซื้อขายเป็นสัญญาที่ไม่มีแบบลำ พังเพียงแค่คำ เสนอ ต้องตรงกับคำ สนองสัญญาซื้อขายก็เกิดขึ้นแต่ทั้งนี้กฎหมายได้ กำ หนดหลักเกณฑ์การซื้อขายบางประการที่ต้องทำ ตามแบบหรือมี เอกสารหลักฐานบางประการเพื่อใช้ในการฟ้อ ฟ้ งร้องบังคับคดี


มาตรา 456 วรรค 1 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์ได้แก่ ที่ดิน บ้านเรือนหรือสิ่งก่อสร้างอย่างอื่นอันติด อยู่กับที่ดินเป็นการถาวรหรือการประกอบเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับที่ดิน รวมทั้งทรัพย์สิทธิในทรัพย์นั้นๆด้วยส่วนอสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษ คือสังหาริมทรัพย์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้จะเคลื่อนที่ได้ด้วยตนเองหรือ ถูกแรงภายนอกมากระทําให้เคลื่อนที่ก็ได้สังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษนี้ ต้องเป็นชนิดที่กฎหมายกำ หนดไว้ 3 ประการได้แก่เดือนมีระวาง บรรทุกตั้งแต่ 5 ตันขึ้นไปแพซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยซึ่งเรียกว่าเรือนแพและ สัตว์พาหนะได้แก่ ช้าง ม้า วัว ควาย ที่ขึ้นทะเบียนไว้จดทะเบียนรูป พรรณ มาตรา 456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยปกติสัญญาซื้อขายเป็นสัญญาที่ไม่มีแบบลำ พังเพียงแค่คำ เสนอ ต้องตรงกับคำ สนองสัญญาซื้อขายก็เกิดขึ้นแต่ทั้งนี้กฎหมายได้ กำ หนดหลักเกณฑ์การซื้อขายบางประการที่ต้องทำ ตามแบบหรือมี เอกสารหลักฐานบางประการเพื่อใช้ในการฟ้อ ฟ้ งร้องบังคับคดี มาตรา 456 วรรค 2 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สัญญาจะซื้อจะขายคำ มั่นจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์ชนิด พิเศษสัญญาจะซื้อจะขายหรือกำ ไรจะซื้อจะขายยังไม่ใช่การซื้อขาย เสพติดขาดคู่สัญญาจะต้องปฏิบัติต่อกันและกันอีกต่อไปในอนาคต และหากปรากฏว่าคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือ ตามที่ตกลงกันไว้อาจจะนำ มาฟ้อ ฟ้ งร้องต่อศาลคู่สัญญาฝ่ายที่จะนำ คดีมาฟ้อ ฟ้ งจะต้องมีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้มาแสดงต่อ ศาลมิฉะนั้นศาลจะไม่รับบังคับคดีให้หลักฐานนั้นจะต้องมีอย่างใด อย่างหนึ่ง


มาตรา 456 วรรคท้ายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สัญญาซื้อขายสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป สังหาริมทรัพย์ได้แก่ทรัพย์สินทั่วๆไปที่เคลื่อนย้ายได้ยกเว้น อสังหาริมทรัพย์ชนิดพิเศษที่ตกลงซื้อขายกันเป็นราคา 20,000 บาท หรือกว่านั้นขึ้นไปให้นำ หลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลง ลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดการวางมัดจำ หรือได้ชำ ระหนี้บางส่วนมา แสดงต่อศาลถ้าไม่มีหลักฐานดังกล่าวศาลจะไม่รับฟ้อ ฟ้ ง มาตรา 454 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อมีการบอกกล่าวคำ จำ นวนจะซื้อจะขายได้กำ หนดเวลาไว้โดยแน่นอน ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งได้ตอบสนองมาในกำ หนดตรงกับคำ มั่นสัญญาซื้อขายก็ เกิดขึ้นแต่ถ้าคำ มั่นมิได้กำ หนดเวลาไว้ให้บอกกล่าวคำ มั่นประเภทนี้จะมีผล ผูกพันตลอดต่อให้ผู้ให้คำ มั่นกฎหมายจึงให้โอกาสผู้ให้คำ มั่นมีสิทธิ์ที่จะ กำ หนดเวลาพอสมควรให้อีกฝ่ายบอกกล่าวตอบมาถ้าไม่บอกกล่าวตอบ มาภายในเวลาที่กำ หนดคำ มั่นนั้นก็ไร้ผล มาตรา 460 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การซื้อขายทรัพย์สินซึ่งมิได้กำ หนดลงไว้แน่นอนกรรมสิทธิ์ยังไม่โอนไป จนกว่าจะได้หมายหรือ นับ ชั่งตวง วัด หรือคัดเลือกหรือทำ โดยวิธีอื่น เพื่อให้วงหรือระบุตัวทรัพย์สินนั้นออกเป็นการแน่นอนแล้ว มาตรา 1299 วรรคหนึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับ อสังหาริมทรัพย์


มาตรา 461 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำ หนดเวลาที่ส่งมอบถ้าในสัญญาซื้อขายกำ หนดให้มีการส่งมอบวัน เวลาใดก็คงเป็นไปตามกำ หนดในสัญญาแต่ถ้าไม่มีกำ หนดไว้หรือไม่อาจ คาดคะเนจากพฤติกรรมอื่นๆได้ผู้ขายต้องส่งมอบทันที มาตรา 370 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การที่กฎหมายกำ หนดเรื่องกรรมสิทธิ์โอนไปเมื่อใดนี้ก็เพื่อผลในเรื่อง ความรับผิดถ้าทรัพย์สินที่ซื้อขายนั้นเกิดความเสียหายหรือสูญหายฝ่าย ใดจะเป็นผู้รับผิดและตามหลักกฎหมายยังกำ หนดไว้ว่าถ้าการชำ ระหนี้ กลายเป็นพ้นวิสัยภายในภายหลังก่อหนี้และลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบลูก หนี้เป็นอันหลุดพ้นจากการชำ ระหนี้นั้นและถ้าตามสัญญากำ หนดไว้ว่า สัญญาต่างตอบแทนมีวัตถุประสงค์ขอให้เกิดหรือโอนทรัพย์สิทธิใน ทรัพย์เฉพาะสิ่งและทรัพย์นั้นได้สูญหายหรือเสียหายไปอันจะโทษลูกหนี้ ไม่ได้แล้วการสูญหายหรือเสียหายนั้นตกเป็นพรรคแก่เจ้าหนี้ มาตรา 463 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สถานที่ส่งมอบท่าทรัพย์สินที่ซื้อระบุไว้โดยแน่ชัดเช่นซื้อรถยนต์ หมายเลขทะเบียนกำ หนดไว้ดูแน่นอนก็ต้องส่งมอบกัน ณ ที่รถยนต์ อยู่ขณะทำ การซื้อขายถ้าเป็นทรัพย์สินที่ยังไม่ได้กำ หนดหรือระบุตัว ทรัพย์สินที่ขายแน่นอนเช่นซื้อลิ้นจี่ 500 กิโลกรัมซึ่งลิ้นจี่อยู่ยังสุขอยู่ คาต้นกำ หนดส่งอาทิตย์หน้าเช่นนี้ผู้ขายต้องส่งลิ้นจี่ 500 กิโลกรัมนั้น ไปยังภูมิลำ เนาของผู้ซื้อหรือผู้ที่กำ หนดไว้ให้และการส่งมอบย่อมเป็น ผลสำ เร็จเมื่อได้ส่งมอบลิ้นจี่นั้นให้แก่ผู้ขนส่งแล้ว มาตรา 464 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ค่าใช้จ่ายในการส่งมอบถ้าไม่ได้ระบุในสัญญาว่าฝ่ายใดเป็นผู้ออกค่า ใช้จ่ายผู้ขายต้องเป็นผู้ออกค่าขนส่งเว้นแต่มีการส่งมอบทรัพย์สินที่ ซื้อผิดไปจากสถานที่ตามที่ตกลงในสัญญาซื้อขายผู้ซื้อต้องเป็นผู้ ออกค่าขนส่ง


มาตรา 483 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีข้อตกลงในสัญญาว่าผู้ขายจะไม่ต้องรับผิดในความชำ รุดบกพร่อง หรือการรอนสิทธิ มาตรา 475 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ความรับผิดในการรอนสิทธิ การรอนสิทธิคือการที่ผู้ซื้อทรัพย์สินถูก บุคคลภายนอกมารบกวนการใช้สิทธิ์ของผู้ซื้อเพราะบุคคลภายนอก มีจิตเหนือทรัพย์สินที่ซื้อนั้นหรือเป็นเพราะความผิดของผู้ขายก็ดีผู้ ขายจะต้องรับผิดต่อผู้ซื้อ มาตรา 473 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ความรับผิดชอบในความชำ รุดบกพร่องถ้าทรัพย์สินที่ผู้ขายทำ เสียหาย จนเป็นเหตุให้เสื่อมราคาหรือเสียประโยชน์ในการใช้ตามปกติวิสัยของ การใช้ทรัพย์หรือตามข้อกำ หนดในสัญญาความบกพร่องดังกล่าวนี้ผู้ ขายจะรู้หรือไม่ก็ตามผู้ขายจะต้องรับผิดชอบในความชำ รุดบกพร่องต่อ ผู้ซื้อหรือผู้ซื้อมีสิทธิที่จะยึดหน่วงราคาที่ยังไม่ได้ชำ ระไว้ทั้งหมดหรือ บางส่วนแต่มีข้อยกเว้นให้ผู้ขายไม่ต้องรับผิดในความชำ รุดบกพร่อง ของทรัพย์สินที่ขาย มาตรา 476 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยผู้ซื้อมีสิทธิ์ที่จะรวมราคาที่ยังไม่ได้ชำ ระหนี้หรือชำ ระไว้บางส่วนได้ มาตรา 489 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ซื้อรู้อยู่แล้วในเวลาซื้อขายว่าทรัพย์สินนั้นมีการรวนผิดจากบุคคล ภายนอก


มาตรา 480 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทรัพย์สินที่ขายเป็นอสังหาริมทรัพย์และถูกศาลพิพากษาให้อยู่ในภาระ จำ ยอมเว้นแต่ผู้ขายจะสัญญาต่อผู้ซื้อว่าทรัพย์สินนั้นปลอดจากภาระ จำ ยอมผู้ขายจึงต้องรับผิด มาตรา 483 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มีข้อตกลงใน สัญญาว่าผู้ขายไม่ต้องรับผิดในการรอนสิทธิ มาตรา 482 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ซื้อต้องสูญเสียทรัพย์สินไปเพราะความผิดของผู้ซื้อเองมี 3 กรณี มาตรา 486 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ซื้อมีหน้าที่รับมอบทรัพย์สินและใช้ ราคากล่าวคือผู้ซื้อจะต้องรับมอบทรัพย์สินที่ตนได้ซื้อและต้องใช้ราคา ตามที่สัญญาซื้อขาย มาตรา 490 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข้อสันนิษฐานของกฎหมายกำ หนดไว้ว่าผู้ซื้อจะต้องชำ ระหรือใช้ราคา ทรัพย์สินที่ซื้อในเวลาเดียวกันกับการที่ผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินที่ขาย นั้น มาตรา 491 ถึงมาตรา 502 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ขายฝากเป็นสัญญาซื้อขายชนิดหนึ่งซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ ขายตกไปยังผู้ซื้อนับตั้งแต่ทำ สัญญาขายฝากกันโดยมีข้อตกลง กันว่าให้ผู้ขายอ่านไทยคืนทรัพย์สินที่ขายฝากได้ภายในเวลาที่ กำ หนดลักษณะสำ คัญของสัญญาขายฝาก


มาตรา 53 ถึงมาตรา 58 ประมวลกฎหมายเเพ่งเเละพาณิชย์ ขายตามตัวอย่างขายตามการพัฒนาและขายเผื่อชอบขายตามตัวอย่าง เป็นการขายสินค้าที่ยังไม่ส่งทรัพย์สินที่จะขายกันจริงเพียงแต่มีแบบ อย่างให้ผู้ซื้อดูเป็นตัวอย่างซึ่งสามารถมองเห็นรูปคำ อาจเป็นแบบ 3 มิติ จับต้องได้คลายตามคำ พรรณนาเป็นการขายสินค้าในลักษณะเดียวกับ การขายสินค้าตามตัวอย่างเพียงแต่ไม่มีตัวจริงให้เห็นแต่อาจเป็นเพียง ภาพถ่ายหรือแบบเเปรน พร้อมมีคำ อธิบายใต้ภาพได้แบบแผนพัฒนา คุณภาพปริมาณของสินค้าที่จะขายแบบมีเงื่อนไขบังคับให้ผู้ซื้อได้ตรวจ ดูทดลองใช้ทรัพย์สินหรือสินค้าที่จะซื้อก่อนจนพอใจที่จะตัดสินใจซื้อ มาตรา 499 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สินไถ่ คือเงินที่จะไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากคืนให้ไถ่ตามราคาที่กำ หนดไว้ ถ้าไม่ได้กำ หนดราคาสินไทยไว้ก็ให้ไถ่ตามราคาที่ขายฝากถ้าปรากฏว่า สินไทยสูงกว่าราคาขายฝากที่แท้จริงเกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปีให้ ไทยตามราคาขายฝากที่แท้จริงรวมประโยชน์ตอบแทนร้อยละ 15 ต่อ ปี มาตรา 509 ถึงมาตรา 517 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ขายทอดตลาดเป็นการขายในลักษณะประมูลสู้ราคาแต่การขายจะต้องมี การประกาศแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์ที่จะขายกำ หนดวันเวลา สถานที่จะขายทอดตลาดให้ประชาชนทั่วไปทราบล่วงหน้าหลักเกณฑ์การ ขายทอดตลาด มาตรา 474 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ซื้อฟ้อ ฟ้ งผู้ขายให้รับผิดเพราะผู้ขายส่งสินค้าชำ รุดบกพร่องให้ฟ้อ ฟ้ ง ภายในเวลา 1 ปีนับแต่วันและเวลาได้พบเห็นความชำ รุดบกพร่อง


มาตรา 504 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ซื้อฟ้อ ฟ้ งผู้ขายให้รับผิดเพราะผู้ขายส่งของไม่ตรงตามตัวอย่างหรือคำ พรรณนาให้ฟ้อ ฟ้ งภายในเวลา 1 ปีนับแต่วันและเวลาส่งมอบของ มาตรา 193/34 (1) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อายุความ 2 ปีได้แก่ผู้ประกอบการ (พ่อค้า) ผู้ประกอบการ อุตสาหกรรม ผู้ประกอบการหัตถกรรมและผู้ประกอบการศิลปะ อุตสาหกรรมหรือช่างฝีมือเรียกเอาค่าของที่ส่งมอบให้นับแต่วันและ เวลาส่งมอบ


มาตรา 573 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื่องจากราคาของทรัพย์สินที่เจ้าที่เช่าซื้อเมื่อรวมยอด เต็มของราคาแล้วจะเป็นยอดเงินราคาทรัพย์สินที่ขาย บวกด้วยค่าเช่ารายเดือนอยู่ในตัวฉะนั้นระหว่างสัญญา เช่าซื้อยังมีผลบังคับอยู่นั้นผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเช่า ซื้อในเวลาใดเวลาหนึ่งก็ได้ด้วยการนำ ทรัพย์สินที่เช่าซื้อ นั้นส่งคืนให้เจ้าของสัญญาเช่าซื้อก็ระงับตามหลัก กฎหมายที่กำ หนดว่าผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาในเวลาใด เวลาหนึ่งก็ได้ด้วยส่งมอบทรัพย์สินกลับคืนให้แก่ เจ้าของโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง บทที่ 6 เช่าซื้อ มาตรา 574 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผลการผิดรับสัญญาเช่าซื้อ อนึ่งกรณีผิดสัญญา เพราะผิดนัดไม่ใช้เงินซึ่งเป็นคราวที่สุดนั้นท่านว่า เจ้าของทรัพย์ชอบที่จะริบบันดาเงินที่ได้ใช้มาก่อน แล้วและกลับเข้าครอบครองทรัพย์สินนั้นได้ต่อ เมื่อระยะเวลาใช้เงินได้พ้นกำ หนดไปอีกงวดหนึ่ง


มาตรา 590 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ สิทสิธิขธิองผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งมีสิ มี ทสิธิเธิอาสัม สั ภาระที่เหลือจากการทำ งานคืนการว่า ว่ จ้า จ้ งทำ ของสัม สั ภาระที่ใช้ใช้ นการทำ งานคู่สั คู่ ญ สั ญาตกลงกันได้ว่า ว่ ฉันว่า ว่ ฝ่ายใดจะเป็นผู้จัด จั หาถ้าให้ผู้ ห้ ผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งจัด จั หาให้เ ห้ มื่อ มื่ เสร็จ ร็ งานและมีสั มี ม สั ภาระ เหลือต้องนำ ส่ง ส่ คืนให้ผู้ ห้ ผู้ว่า ว่ จ้า จ้ ง มาตรา 592 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ มีสิ มี ทสิธิส่ธิว ส่ นตราการงานได้ตลอดเวลาที่ทำ งานอยู่ร ยู่ ะหว่า ว่ งสัญ สั ญาที่มี การรับ รั จ้า จ้ งทำ ของยัง ยั ดำ เนินการอยู่แ ยู่ ละยัง ยัไม่มี ม่ ก มี ารส่ง ส่ มอบของผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งมีสิ มี ทสิธิ์ตธิ์รวจอาการงานที่ว่า ว่ จ้า จ้ งได้ตลอดเวลาว่า ว่ ผู้รับ รั จ้า จ้ งปฏิบัติ บั ติ ตามสัญ สั ญาหรือ รื ไม่ก ม่ ารตรวจนี้เป็นเพีย พี งรู้ว่ รู้ า ว่ ผู้รับ รั จ้า จ้ งปฏิบัติ บั ติาม สัญ สั ญาหรือ รื คาดว่า ว่ จะติดตามทางกำ หนดในสัญ สั ญาหรือ รื ไม่ห ม่ ากเห็น ห็ ว่า ว่ น่าจะมีปัมี ปั ญหาอาจให้คำ ห้ คำ แนะนำ ให้ผู้ ห้ ผู้รับ รั จ้า จ้ งแก้ไขสิ่งสิ่บกพร่อ ร่ งให้ คืนดีได้แต่ไม่อ ม่ าจเข้า ข้ไปก้าวก่ายบัง บั คับบัญ บั ชาสั่ง สั่ การคือก้าวล่วง เข้า ข้ไปในด้านบริหริารงานของผู้รับ รั จ้า จ้ งแต่อย่า ย่ งใด บทที่ 7 จ้างทำ ของ มาตรา 593 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ มีสิ มี ทสิธิบธิอกเลิกสัญ สั ญาได้เมื่อ มื่ มีสั มี ญ สั ญาว่า ว่ จ้า จ้ งทำ ของกันแล้วผู้รับ รั จ้า จ้ ง ไม่เ ม่ ริ่มริ่ทำ งานหรือ รื ทำ งานชัก ชั ช้า ช้ฝ่าฝืนก็กำ หนดของสัญ สั ญาผู้ว่า ว่ จ้า จ้ ง บอกเลิกสัญ สั ญาได้


มาตรา 596 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ สาระสำ คัญอยู่ที่ ยู่ ที่ เวลาผู้รับ รั จ้า จ้ งส่ง ส่ มอบของที่ทำ หรือ รื งานที่ทำ ไม่ทั ม่ ทั นตาม กำ หนดเวลาผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งบอกเลิกสัญ สั ญาได้ มาตรา 605 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ งานที่จ้า จ้ งยัง ยั ทำ ไม่เ ม่ สร็จ ร็ แล้วแต่ผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งประสงค์จะบอกเลิกสัญ สั ญาก็ ย่อ ย่ มบอกเลิกได้ด้วยการเสีย สี ค่าสินสิ ไหมทดแทนเพื่อ พื่ ความเสีย สี หายให้ ผู้รับ รั จ้า จ้ ง มาตรา 594 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ มีสิ มี ทสิธิ์เธิ์อางานให้บุ ห้ บุ คคลภายนอกทำ หากเป็นที่คาดการณ์ได้แน่นอนว่า ว่ งานที่ทำ จะสัม สั ฤทธิ์อธิ์ย่า ย่ งบกพร่อ ร่ งหรือ รื ไม่เ ม่ ป็นไปตามสัญ สั ญาผู้ว่า ว่ จ้า จ้ ง ต้องบอกกล่าวให้ผู้ ห้ ผู้รับ รั จ้า จ้ งแก้ไขหากไม่แ ม่ ก้ไขผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งชอบที่จะเอางาน นั้น นั้ ให้บุ ห้ บุ คคลภายนอกทำ แทนโดยผู้รับ รั จ้า จ้ งจะต้องเสีย สี ความเสีย สี หาย และออกค่าใช้จ่ ช้ า จ่ ยเอง มาตรา 594 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ มีสิ มี ทสิธิ์ลธิ์ดสินสิจ้า จ้ งผู้รับ รั จ้า จ้ งส่ง ส่ มอบงานล่าช้า ช้ไม่ทั ม่ ทั นเวลาที่กำ หนดไว้ใว้ น สัญ สั ญาผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งย่อ ย่ มลดสินสิจ้า จ้ งลงได้ มาตรา 599 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ มีสิ มี ทสิธิ์ยึธิ์ด ยึ หน่วงติดตั้ง ตั้ ไว้ไว้ ด้ถ้าผู้รับ รั จ้า จ้ งส่ง ส่ มอบงานเงินช้า ช้ หรือ รื งานที่ทำ ชำ รุดบกพร่อ ร่ งผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งชอบที่จะยึด ยึ ดวงจึง จึ จ้า จ้ งไว้ไว้ ด้


มาตรา 603 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ มีสิ มี ทสิธิ์ไธิ์ม่ใม่ ห้สิ ห้ นสิจ้า จ้ งถ้าผู้รับ รั จ้า จ้ งจัด จั หาสัม สั ภาระเองและการที่จ้า จ้ งทำ นั้น นั้ พัง พั ทลายก่อนส่ง ส่ มอบงานโดยมิใมิช่เ ช่ ป็นเพราะการกระทำ ของผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งความ วินวิาศนั้น นั้ ย่อ ย่ มเป็นภาพแก่ผู้รับ รั จ้า จ้ งและผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งก็ไม่ต้ ม่ ต้ องให้สิ ห้ นสิจ้า จ้ ง มาตรา 607 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ มีสิ มี ทสิธิห้ธิา ห้ มมีผู้ มี ผู้รับ รั จ้า จ้ งช่ว ช่ งถ้าสาระสำ คัญแห่ง ห่ สัญ สั ญาอยู่ที่ ยู่ ที่ ความรู้ค รู้ วาม สามารถของผู้รับ รั จ้า จ้ งผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งมีสิ มี ทสิธิ์ห้ธิ์า ห้ มมิใมิห้เ ห้ อางานที่จ้า จ้ งนั้น นั้ ไปให้ ผู้รับ รั จ้า จ้ งช่ว ช่ งทำ อีกทอดหนึ่งก็ได้ มาตรา 591 และมาตรา 604 วรรคท้าย ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และ พาณิชย์ มีห มี น้าที่รับ รั ผิดในความเสีย สี หายความเสีย สี หายที่ผู้รับ รั จ้า จ้ งก่อขึ้น ขึ้ เพราะได้ ปฏิบัติ บั ติไปตามคำ สั่ง สั่ ของผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งหรือ รื เกิดขึ้น ขึ้ เพราะสภาพแห่ง ห่ สัม สั ภาระ ที่ผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งจะหาให้เ ห้ ช่น ช่ จัด จั หาเหล็กเส้น ส้ ไม่ไม่ ด้ขนาดให้ให้ ช้วั ช้ ส วั ดุก่ ดุ ก่ อสร้า ร้ งเป็น เหตุใ ตุ ห้โห้ ครงสร้า ร้ งอาคารรับ รั น้ำ หนักไม่ไม่ หวพัง พั ทลายลงมาผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งต้อง รับ รั ผิดและต้องใช้สิ ช้ นสิจ้า จ้ งแก่ผู้รับ รั จ้า จ้ งด้วย มาตรา 597 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ผู้ ย์ ผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งยอมรับ รั มอบ การที่จ้า จ้ งให้ทำ ห้ ทำ การโดยมิไมิด้อิดเอื้อนต้องรับ รั ในผลงานนั้น นั้ แม้ว่ ม้ า ว่ ผู้รับ รั จ้า จ้ งจะส่ง ส่ มอบเนิ่นช้า ช้ ก็ตาม


มาตรา 602 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ มีห มี น้าที่ต้องจ่า จ่ ยสินสิจ้า จ้ งซึ่ง ซึ่ อาจจ่า จ่ ยเป็น 2 ลักษณะคือจ่า จ่ ยสินสิจ้า จ้ งเมื่อ มื่ รับ รั มอบการงานที่จ้า จ้ งให้ทำ ห้ ทำ หรือ รื จ่า จ่ ยตามข้อ ข้ ตกลงในสัญ สั ญาที่กำ หนด ว่า ว่ จะส่ง ส่ รับ รั การเป็นส่ว ส่ นๆทีมจ้า จ้ งก็ต้องจ่า จ่ ยเมื่อ มื่ รับ รั เอางานเป็นส่ว ส่ น นั้น นั้ ๆ มาตรา 64 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ ไม่ต้ ม่ ต้ องรับ รั ผิดถ้าผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งจัด จั หาสัม สั ภาระในการทำ งานให้แ ห้ ละงานนั้น นั้ พัง พั ทลายบุบสลายก่อนส่ง ส่ มอบโดยมิใมิช่ค ช่ วามผิดของผู้รับ รั จ้า จ้ งความ พินพิาศนั้น นั้ ย่อ ย่ มตกเป็นพรรคแก่ผู้ว่า ว่ จ้า จ้ ง มาตรา 591 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ สิทสิธิขธิองผู้รับ รั จ้า จ้ งไม่ต้ ม่ ต้ องรับ รั ผิดในความชำ รุดบกพร่อ ร่ งหรือ รื ความ ล่าช้า ช้ ของงานถ้าผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งจัด จั หาสัม สั ภาระในการก่อสร้า ร้ งให้ล่ ห้ ล่ าช้า ช้ สัม สั ภาระ ไม่ดี ม่ ดี หรือ รื ไม่เ ม่ หมาะสมหรือ รื ต้องปฏิบัติ บั ติามคำ สั่ง สั่ ของผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งเพราะโดย ปกติการจ้า จ้ งทำ ของผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งไม่มี ม่ สิ มี ทสิธิ์มธิ์าสั่ง สั่ งานหรือ รื บัง บั คับบัญ บั ชาผู้รับ รั จ้า จ้ ง มาตรา 597 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ ไม่ต้ ม่ ต้ องรับ รั ผิดในการส่ง ส่ มอบชิ้นชิ้งานที่ล่าช้า ช้ หากผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งยอมรับ รั งานที่ มอบโดยมิไมิด้อิดเอือน


มาตรา 598 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ ไม่ต้ ม่ ต้ องรับ รั ผิดในการส่ง ส่ มอบงานที่ชำ รุดบกพร่อ ร่ งหากผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งยอมรับ รั งานที่มอบโดยมิไมิด้อิดเอื้อนเว้น ว้ แต่ความชำ รุดนั้น นั้ จะไม่ส ม่ ามารถมอง เห็น ห็ ขณะส่ง ส่ มอบหรือ รื ผู้รับ รั จ้า จ้ งปิดบัง บัไว้จึ ว้ ง จึ ต้องรับ รั ผิด มาตรา 602 และมาตรา 604 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ มีสิ มี ทสิธิไธิด้รับ รั ทีมจ้า จ้ งจากงานที่ทำ เมื่อ มื่ ทรงมอบงานนั้น นั้ หรือ รื ตามที่ตกลง กันในสัญ สั ญาและถ้างานนั้น นั้ พัง พั ทลายก่อนส่ง ส่ มอบเพราะความผิดของ ผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งผู้รับ รั จ้า จ้ งก็มีผิ มี ผิดได้รับ รั สินสิจ้า จ้ งด้วย มาตรา 607 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ มีสิ มี ทสิธิ์ใธิ์ห้บุ ห้ บุ คคลภายนอกรับ รั ช่ว ช่ งทำ งานอีกทอดหนึ่งได้เว้น ว้ แต่จะมีข้ มี อ ข้ ห้า ห้ มไว้ มาตรา 587 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ มีห มี น้าที่ต้องทำ งานที่ว่า ว่ จ้า จ้ งให้แ ห้ ล้วเสร็จ ร็ สัญ สั ญา มาตรา 588 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ มีห มี น้าที่ต้องจัด จั หาเครื่อ รื่ งมือ มื ต่างๆสำ หรับ รั ใช้ทำ ช้ ทำ การงานให้ติ ห้ ติดตาม สัญ สั ญา


มาตรา 589 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ หากมีข้ มี อ ข้ ตกลงให้ผู้ ห้ ผู้รับ รั จ้า จ้ งจัด จั หาสัม สั ภาระในการทำ งานที่จ้า จ้ งผู้รับ รั จ้า จ้ ง ต้องจัด จั หาสัม สั ภาระชนิดที่ดี มาตรา 592 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ ต้องยินยิยอมให้ผู้ ห้ ผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งหรือ รื ตัวแทนของผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งตรวจตราการงานที่ ทำ ได้ตลอดเวลาขณะเวลาทำ งาน มาตรา 590 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ ถ้าผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งจัด จั หาสัม สั ภาระในการทำ งานให้ผู้ ห้ ผู้รับ รั จ้า จ้ งจะต้องใช้สั ช้ ม สั ภาระ นั้น นั้ ด้วยความระมัด มั ระวัง วั และประหยัด ยั และถ้าเสร็จ ร็ งานแล้วยัง ยั มีเ มี หลือ อีกต้องนำ ส่ง ส่ ให้ผู้ ห้ ผู้ว่า ว่ จ้า จ้ ง มาตรา 600 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ ถ้ามิไมิด้กำ หนดไว้เ ว้ป็นอย่า ย่ งอื่นในสัญ สั ญาผู้รับ รั จ้า จ้ งจะต้องรับ รั ผิดในความ ชำ รุดบกพร่อ ร่ งต่องานที่ทำ หากปรากฏขึ้น ขึ้ ภายใน 1 ปีนับแต่วัน วั ส่ง ส่ มอบหรือ รื ภายใน 5 ปีต่ำ กับสิ่งสิ่ปลูก ลู สร้า ร้ งที่ติดกับพื้น พื้ ดินนับแต่วัน วั ส่ง ส่ มอบยกเว้น ว้ เรีย รี นโรงที่ทำ ด้วยไม้ มาตรา 64 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ ถ้าผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งเป็นผู้จัด จั หาทำ ภาระให้ให้ นการทำ งานปรากฏว่า ว่ งานนั้น นั้ พัง พั ทลายหรือ รื บุบสลายลงก่อนส่ง ส่ มอบเพราะความผิดของผู้รับ รั จ้า จ้ งผู้รับ รั จ้า จ้ งมีห มี น้าที่ต้องรับ รั ผิดในความวินวิาศนั้น นั้


มาตรา 594 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ ให้แ ห้ ก้ไขก่อนส่ง ส่ มอบถ้าในระยะเวลาที่ทำ การอยู่นั้ ยู่ นั้ น นั้ พอจะคาดหมาย ล่วงหน้าได้แน่นอนว่า ว่ การงานที่จ้า จ้ งให้ทำ ห้ ทำ จะสำ เร็จ ร็ อย่า ย่ งไม่ส ม่ มบูรณ์ หรือ รื ไม่ถู ม่ ก ถู ต้องตามสัญ สั ญาเพราะความผิดของผู้รับ รั จ้า จ้ งแล้วผู้ว่า ว่ จ้า จ้ ง อาจบอกกล่าวให้ผู้ ห้ ผู้รับ รั จ้า จ้ งแก้ไขสิ่งสิ่ที่บกพร่อ ร่ งให้คื ห้ คื นดีหรือ รื ทำ การให้เ ห้ป็น ไปตามสัญ สั ญาภายในเวลาอันสมควรที่ผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งกำ หนดให้ให้ นคำ บอก กล่าวนั้น นั้ เมื่อ มื่ บอกกล่าวแล้วหรือ รืปฏิบัติ บั ติไม่ต ม่ รงตามที่กำ หนดผู้ว่า ว่ จ้า จ้ ง ชอบที่จะเอาการงานนั้น นั้ ให้บุ ห้ บุ คคลภายนอกทำ หรือ รื ซ่อ ซ่ มแซมต่อไปได้ ผู้รับ รั จ้า จ้ งคนเดิมจะต้องเตรีย รี มความเสีย สี หายและออกค่าใช้จ่ ช้ า จ่ ยงานที่ ทำ ไปบ้า บ้ งแล้วทั้ง ทั้ สิ้นสิ้ มาตรา 600 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ ถ้าไม่มี ม่ ข้ มี อ ข้ ตกลงในสัญ สั ญาก็ต้องเป็นไปตามบทบัญ บั ญัติของกฎหมาย มาตรา 601 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ อายุความฟ้อ ฟ้ งร้อ ร้ งมิใมิห้ฟ้ห้ อ ฟ้ งผู้รับ รั จ้า จ้ งเมื่อ มื่ พ้น พ้ ปี 1 นับแต่วัน วั การชำ รุด บกพร่อ ร่ งได้ปรากฏขึ้น ขึ้ เช่น ช่ นายดำ ว่า ว่ จ้า จ้ งนายแดงก่อสร้า ร้ งบ้า บ้ นพัก พั หนึ่งซึ่ง ซึ่ เป็นเดือนไม้เ ม้ มื่อ มื่ ทรงมอบงานกันแล้วอยู่ม ยู่ า 6 เดือนปรากฏว่า ว่ เสาบ้า บ้ นมุมหนึ่งของบ้า บ้ นพุทธทำ ให้บ้ ห้ า บ้ นเอียงลงเช่น ช่ นี้หากนายดำ ได้ ติดต่อกับนายแดงให้ม ห้ าซ่อ ซ่ มและแก้ไขแล้วนายแรงก็ไม่ดำ ม่ ดำเนินการให้ จึง จึ จำ เป็นต้องนำ คดีมาฟ้อ ฟ้ งร้อ ร้ งต่อศาลนายดำ จะต้องฟ้อ ฟ้ งร้อ ร้ งภายใน 1 ปีนับแต่วัน วั ที่ได้พบเห็น ห็ อาการทรุดตัวของเขานั้น นั้


มาตรา 606 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ สาระสำ คัญแห่ง ห่ สัญ สั ญาจ้า จ้ งอยู่ที่ ยู่ ที่ ความรู้ค รู้ วามสามารถของผู้รับ รั จ้า จ้ ง หากผู้รับ รั จ้า จ้ งตายหรือ รื ตกเป็นผู้ไม่ส ม่ ามารถทำ การงานที่สร้า ร้ งนั้น นั้ ได้อัน มิใมิช่ค ช่ วามผิดของผู้รับ รั จ้า จ้ งสัญ สั ญาจ้า จ้ งก็ระงับเช่น ช่ นายดำ จ้า จ้ งนายแดง ซึ่ง ซึ่ เป็นจิตจิรกรวาดรูปของตนปรากฏว่า ว่ วาดรูปยัง ยัไม่ทั ม่ ทั นเสร็จ ร็ นายแดง ตายเสีย สี ก่อนเช่น ช่ นี้สัญ สั ญาจ้า จ้ งว่า ว่ รูปย่อ ย่ มระงับและถ้าภาพที่ได้วาดไว้ ว่า ว่ งแล้วเป็นประโยชน์แก่นายดำ นายดำ ต้องรับ รั ไว้แ ว้ ละให้ค่ ห้ ค่ าจ้า จ้ งแก่ ญาติของนายแดงผู้ตามตามสมควร มาตรา 593 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ ผู้รับ รั จ้า จ้ งไม่เ ม่ ริ่มริ่ทำ การงานที่จ้า จ้ งในเวลาอันสมควรหรือ รื ทำ ชัก ชั ช้า ช้ฝ่าฝืน ก็กำ หนดในสัญ สั ญาหรือ รื ทำ การชัก ชั ช้า ช้ปราศจากความรับ รั ผิดจนอาฆาต หมายได้ว่า ว่ งานนั้น นั้ จะไม่สำ ม่ สำเร็จ ร็ ผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งบอกเลิกสัญ สั ญาได้ มาตรา 596 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ สาระสำ คัญของสัญ สั ญาจ้า จ้ งอยู่ที่ ยู่ ที่ เวลาว่า ว่ การนั้น นั้ จะต้องเสร็จ ร็ ภายใน เวลาที่กำ หนดในสัญ สั ญาแต่ผู้รับ รั จ้า จ้ งส่ง ส่ มอบไม่ทั ม่ ทั นเวลาผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งบอก เลิกสัญ สั ญาได้


มาตรา 33 และมาตรา 34 พรบประกันสัง สั คม สวัส วั ดิการผู้รับ รั จ้า จ้ งดูแ ดู ลตนเองนายจ้า จ้ งรับ รั ผิดชอบและคุ้ม คุ้ ครอง ลูก ลู จ้า จ้ งตามพรบ มาตรา 65 ประมวลกฎหมายแพ่ง พ่ และพาณิชย์ ตราบใดที่งานยัง ยั ทำ ไม่เ ม่ สร็จ ร็ และผู้รับ รั จ้า จ้ งก็ไม่ไม่ ด้ทำ ผิดสัญ สั ญาแต่อย่า ย่ ง ใดแต่กฎหมายบัญ บั ญัติให้ผู้ ห้ ผู้ว่า ว่ จ้า จ้ งมีสิ มี ทสิธิ์บธิ์อกเลิกสัญ สั ญาได้โดยยอม จ่า จ่ ยค่าสินสิ ไหมทดแทนเพื่อ พื่ ความเสีย สี หายอันเกิดจากการเลิกจ้า จ้ งกลาง การให้แ ห้ ก่ผู้รับ รั จ้า จ้ งและสัญ สั ญาจ้า จ้ งก็ระงับ


มาตรา 610 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะมฟการรับขนของ 1.เป็นลักษณะสองฝ่ายคือฝ่ายผู้ขนส่ง ผู้รับดำ เนินการขนส่งให้กับผู้ฝ่ายผู้ส่งหรือผู้ตราส่ง มาตรา 608 และมาตรา 69 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์รับผล เป็นเอกเทศสัญญาลักษณะหนึ่งคือสัญญาที่คู่สัญญาลักษณะหนึ่งคือ สัญญาที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเรียกว่าผู้ขนส่งตกลงว่าจะทำ การให้อีก ฝ่ายหนึ่งด้วยการรับขนของและรับขนคนโดยสารจากที่หนึ่งไปยังอีกที่ หนึ่งเพื่อบำ เหน็จทางการค้าปกติของตนดังนั้นเอกเทศสัญญาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ลักษณะรับขนของได้ระบุไว้มี ภารกิจ 2 ประการคือ มาตรา 611 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การรับผลของมิได้ทำ ให้เปล่าหากแก่ผู้ขนส่งจะได้รับค่าตอบแทนเป็น ทางการค้าปกติของตนในการขนของนั้นๆเรียกว่าค่าระวางพาหนะและ คำ ว่าค่าตอบแทนทางการค้าปกติหมายความว่าค่าตอบแทนที่เรียกว่า ค่าระวางพาณิชย์โดยคิดจากสิ่งของที่ส่งจะมีกำ หนดไว้แล้วแน่นอน โดยอาจใช้มาตรฐานน้ำ หนักของวัสดุสิ่งของที่ส่งหรือปริมาณสิ่งของ ที่ส่งเป็นเกณฑ์คิดตั้งราคาไว้เป็นปกติอยู่แล้ว บทที่ 8 รับขน:รับขนของ/สินค้า


มาตรา 612 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ถ้าผู้ขนส่งเรียกเอาใบกำ กับของผู้ส่งต้องทำ ให้ถ้าผู้ขนส่งไม่ขอผู้ส่ง ไม่ต้องทำ ก็ได้ใบกำ กับของต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้ มาตรา 622 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ต้องบอกกล่าวแก่ผู้รับการส่งเมื่อของที่ส่งไปถึงปลายทางผู้ส่งต้อง บอกกล่าวแก่ผู้รับดาวส่งคือผู้รับของอยู่ปลายทางจะเป็นผู้รับของ หลังจากได้รับการติดต่อจากผู้ขนส่งแล้ว มาตรา 613 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ออกใบตราส่งถ้าผู้ส่งเรียกเอาใบตราส่งผู้ขนส่งต้องทำ ใบตราส่งให้ กับผู้ส่งถ้าผู้ส่งไม่ขอผู้ขนส่งไม่ทำ ให้ก็ได้ มาตรา 616 มาตรา 213 และมาตรา 222 ประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ หน้าที่ต้องประกันความสูญหายและบุบสลายที่อาจเกิดขึ้นแก่ของที่ รับขนส่งนั้นผู้ขนส่งต้องรับผิดในความสุนารีหรือบุบสลายที่เกิดแก่ ของที่ตนรับของดังกล่าวมาแล้วการที่กฎหมายกำ หนดให้ผู้ขนส่ง ต้องรับผิดแก่ของที่รับผลเช่นนี้เพราะผู้ขนส่งมีอาชีพในด้านนี้จำ เป็น ต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษการที่สาธารณะชนนำ ของมาให้ผู้ ขนส่งจัดการส่งให้ย่อมต้องหวังถึงความปลอดภัยกับของที่ส่งนั้น โดยมั่นใจว่าผู้ขนส่งมีหน้าที่และความชำ นาญในการขนส่งโดยเฉพาะ ผู้ขนส่งจะต้องรับประกันในความสูญหายและบุบสลายแก่ของที่รับ ผลดังนี้


มาตรา 616 มาตรา 213 และมาตรา 222 ประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ หน้าที่ต้องประกันความสูญหายและบุบสลายที่อาจเกิดขึ้นแก่ของที่ รับขนส่งนั้นผู้ขนส่งต้องรับผิดในความสุนารีหรือบุบสลายที่เกิดแก่ ของที่ตนรับของดังกล่าวมาแล้วการที่กฎหมายกำ หนดให้ผู้ขนส่ง ต้องรับผิดแก่ของที่รับผลเช่นนี้เพราะผู้ขนส่งมีอาชีพในด้านนี้จำ เป็น ต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษการที่สาธารณะชนนำ ของมาให้ผู้ ขนส่งจัดการส่งให้ย่อมต้องหวังถึงความปลอดภัยกับของที่ส่งนั้น โดยมั่นใจว่าผู้ขนส่งมีหน้าที่และความชำ นาญในการขนส่งโดยเฉพาะ ผู้ขนส่งจะต้องรับประกันในความสูญหายและบุบสลายแก่ของที่รับ ผลดังนี้ มาตรา 623 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้กล่าวถึงความรับผิดกอบผู้ขนส่งที่มีต่อผู้ส่งหรือผู้ตามส่งมาแล้ว กฎหมายกำ หนดให้ความรับผิดของผู้ขนส่งสิ้นสุดลงดังนี้


จัด จั ทำ โดย นางสาวรัญ รั ญา หมุดหมัด เเผนก เลขานุการ รหัส.015


Click to View FlipBook Version