The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วPa รายงานประเด็นท้าท้าย ครูถนอม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanorm, 2022-09-04 11:01:36

วPa รายงานประเด็นท้าท้าย ครูถนอม ทมถา

วPa รายงานประเด็นท้าท้าย ครูถนอม

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตรด์ ้วยการเรียนรเู้ ชงิ รุก
(Active learning)ร่วมกับการใชส้ ่ือประสม
เพือ่ พัฒนาสมรรถนะสาคญั ด้านผู้เรียน

เรือ่ ง แผนภาพกล่อง ของผเู้ รียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3

นางสาวถนอม ทมถา
ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ

โรงเรียนสตรรี าชนิ ทู ศิ อาเภอเมอื ง จงั หวดั อุดรธานี
สานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษาอดุ รธานี

ประเด็นทา้ ทาย เรื่อง การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ด้วยการเรยี นรู้เชงิ รุก(Active
learning) รว่ มกบั การใชส้ ือ่ ประสมเพ่อื พฒั นาสมรรถนะสาคัญดา้ นผ้เู รยี น เร่ือง แผนภาพกลอ่ ง
ของผ้เู รยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

1. สภาพปัญหาการจดั การเรียนรู้และคณุ ภาพการเรียนร้ขู องผูเ้ รยี น

คณติ ศาสตร์มบี ทบาทสาคัญย่ิงในการเรยี นรูใ้ นศตวรรษที่ 21 เนอ่ื งจากคณิตศาสตรช์ ว่ ยให้
มนษุ ย์มีความคิดริเร่มิ สรา้ งสรรค์ คิดอยา่ งมีเหตุผล เป็นระบบ มแี บบแผน สามารถวเิ คราะหป์ ัญหาหรือ
สถานการณไ์ ด้อยา่ งรอบคอบถถี่ ว้ น ช่วยใหค้ าดการณ์ วางแผน ตัดสนิ ใจ แก้ปัญหาไดอ้ ย่างถูกต้องเหมาะสมและ
สามารถนาไปใช้ในชีวติ จริงได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รวมถงึ คณิตศาสตรย์ งั เป็นเครอื่ งมือในการศึกษาดา้ น
วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีและศาสตร์อื่นๆ อันเปน็ รากฐานในการพัฒนาทรพั ยากรบคุ คลของชาตใิ ห้มคี ุณภาพ
(กระทรวงศกึ ษาธกิ าร,2560:1)

คณิตศาสตร์มีลกั ษณะเป็นนามธรรม ประกอบด้วยสญั ลกั ษณ์ต่าง ๆ เป็นวิชาทีว่ ่าดว้ ยความคิด
มีระเบยี บแบบแผน มีลาดับข้นั ตอนในการคดิ ตอ้ งอาศยั การคดิ อยา่ งมเี หตผุ ล สง่ิ ที่เรียนก่อนจะเปน็ พ้ืนฐานใน
การเรียนเรอ่ื งตอ่ ไป ผู้เรียนสว่ นมากไม่ประสบความสาเร็จในการเรียน เรียนไมเ่ ข้าใจ ขาดความรคู้ วามเข้าใจ
และทกั ษะพ้นื ฐานท่ีดีพอ ไมช่ อบคิด ไมช่ อบทาแบบฝึกทักษะด้วยตนเอง สบั สนในวิธีการ หลกั การคดิ และการใช้
สูตรตา่ ง ๆ ถนดั ทาตามแบบหรอื ตามตัวอยา่ ง ดดั แปลงแต่งเตมิ วธิ คี ิดไม่เป็น ไม่สามารถเชอ่ื มโยงความรูเ้ ก่ากบั
ความร้ใู หม่ ไมส่ ามารถประยุกต์ความรไู้ ปใช้แกป้ ญั หาได้ ตอ้ งอาศัยการช้แี นะตลอดเวลา ทาให้ผู้เรยี นเกดิ ความ
เบอ่ื หน่าย ไมช่ อบ ไม่อยากเรยี น ไมใ่ ห้ความสนใจและไมเ่ หน็ คุณค่าของคณติ ศาสตร์ ส่งผลทาให้ผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรยี นคณิตศาสตร์ไม่ดเี ทา่ ทคี่ วร จากการสังเกตพฤตกิ รรมผู้เรียนในการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ พบว่า
ผู้เรยี นขาดการฝึกฝนความสามารถในการใชค้ วามรู้ ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ เจตคติและคณุ ลกั ษณะ
อนั พึงประสงค์ตา่ งๆ ทตี่ นเองมมี าประยกุ ตใ์ ชก้ ับการทางานหรือการแก้ปัญหาตา่ งๆ จงึ ตอ้ งสรา้ งโอกาสใหผ้ ู้เรยี น
ได้ฝกึ ฝน สง่ เสรมิ และพัฒนาทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตรใ์ หผ้ เู้ รยี นจนเป็นนสิ ัย

จากปญั หาทีก่ ล่าวมาข้างต้นมีสาเหตุมาจากหลายปจั จยั ด้วยกัน และหน่ึงในหลายปจั จยั น้ัน
ไดแ้ ก่การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนของครู ซึง่ ในหลากหลายวธิ ีสอนนน้ั กจ็ ะมที ้งั ขอ้ ดแี ละข้อจากดั
การจะคดั สรร วธิ ีสอนใดจะต้องพิจารณาใหเ้ หมาะสมกับวยั ความรู้ ความสามารถของผ้เู รียน สอดคล้องกบั
เนือ้ หาทจี่ ะเรยี น สอื่ และอุปกรณ์ที่สามารถจดั หาจัดทาได้ ครูผู้สอนจึงได้จดั การเรยี นรทู้ เ่ี น้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญ
โดยเนน้ ทักษะการคดิ วิเคราะห์และการแกป้ ัญหา เปดี โอกาสให้ผูเ้ รียนไดศ้ กึ ษาหาความร้จู ากแหลง่ การเรยี นรู้
ท่หี ลากหลาย และใชส้ อ่ื และเทคโนโลยี มาช่วยพฒั นาทักษะกระบวนการตา่ งๆ ของผ้เู รยี น ส่งผลให้ผเู้ รยี นมี
ความสามารถในการประยกุ ตใ์ ช้ความรู้ ทักษะ เจตคติ และการใช้ชีวติ การเรียนที่เชอื่ มโยงชวี ติ ประจาวนั
ใชป้ ระโยชนไ์ ดจ้ รงิ ในสถานการณต์ ่างๆ ในชวี ิตประจาวนั เพอ่ื นาไปสสู่ มรรถะท่ีสาคญั ของผู้เรยี น และครผู ู้สอน
เห็นความสาคญั ของการใช้ส่ือประสมท่ีหลากหลายมาช่วยในการพฒั นาสมรรถนะผเู้ รียนที่เนน้ การปฏิบัติ

ผศู้ กึ ษาไดว้ เิ คราะห์เน้อื หาของเร่ือง แผนภาพกล่อง ในชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 แล้วเหน็ ว่า
เนื้อหาเรอ่ื ง แผนภาพกล่อง เปน็ เรือ่ งทีไ่ มย่ ากจนเกนิ ไป สามารถหาขอ้ สรุปจากการปฏิบตั ิหรืออาศยั วธิ ีอปุ มานได้
โดยผ่านกระบวนการจัดกิจกรรม ให้ผู้เรยี นได้ลงมอื ปฏบิ ัตจิ ริงด้วยตนเอง มกี ารอภปิ ราย สรปุ ผลการปฏบิ ตั ิ

แตล่ ะกิจกรรมนาไปสูอ่ งค์ความรู้ ของแตล่ ะเรอื่ งแต่ละปฏบิ ัตกิ าร การจดั การเรียนรดู้ ้วยการเรียนรู้เชงิ รุก (Active
learning) รว่ มกบั การใชส้ อ่ื ประสมทห่ี ลากหลาย เป็นรปู ธรรมเพอ่ื ให้ผเู้ รียนได้เรียนรจู้ ากประสบการณ์ตรง
ทาให้เข้าใจบทเรียนไดช้ ัดเจนมากยง่ิ ข้ึน ไมเ่ กดิ ความเบอ่ื หน่ายและทาให้เกดิ ความสามารถในการถา่ ยโยง
การเรียนรู้ และมีความสามารถในทักษะการแสวงหาความรู้ ใช้เทคโนโลยีมาชว่ ยในการแกไ้ ขปัญหา

จากเหตผุ ลดังกล่าวจงึ ทาใหผ้ ศู้ ึกษามีความสนใจที่จะใหผ้ ู้เรียนได้คน้ ควา้ หาความรูจ้ ากการ
ใช้เปน็ สือ่ ประสม ที่หลากหลายทัง้ สอ่ื การเรยี นรใู้ นหอ้ งเรียน นอกห้องเรียน และสือ่ ออนไลน์ทีห่ ลากหลาย

ประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ดว้ ยการเรยี นรูเ้ ชิงรุก (Active learning)

เรื่อง แผนภาพกลอ่ ง สาหรับผ้เู รยี นชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรยี นสตรรี าชินทู ิศ จงั หวดั อดุ รธานี

2. ผลลัพธ์การพฒั นาท่คี าดหวัง

2.1 เชิงปริมาณ
2.1.1 ผ้เู รยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 โรงเรียนสตรรี าชินทู ศิ จานวน 46 คน ได้รบั การพัฒนา

สมรรถนะสาคัญดา้ นผู้เรียนโดยจดั กจิ กรรมการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตรด์ ว้ ยการเรยี นรเู้ ชิงรกุ (Active learning)
รว่ มกบั การใชส้ อ่ื ประสม รายวิขาคณติ ศาสตร์ เรอื่ ง แผนภาพกล่อง ของผเู้ รียนช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี น
ท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 โดยผ่านการประเมนิ สมรรถนะสาคัญด้านผ้เู รียนท้ัง 5 ดา้ น รอ้ ยละ 80 ของจานวน
ผเู้ รียนทัง้ หมด

2.1.2 ผ้เู รยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3โรงเรียนสตรรี าชินทู ิศ จานวน 46 คน มีความพงึ พอใจ
ตอ่ การจดั กิจกรรมการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ดว้ ยการเรยี นรู้เชงิ รุก (Active learning) รว่ มกบั การใชส้ ่ือประสม
เพ่ือพฒั นาสมรรถนะสาคัญด้านผ้เู รียน เรอ่ื ง แผนภาพกลอ่ ง ของผ้เู รียนชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 3 มคี ่าเฉลย่ี อยู่ใน
ระดบั มากขนึ้ ไป

2.2 เชงิ คณุ ภาพ
2.2.1 ผเู้ รยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 3 โรงเรียนสตรีราชนิ ทู ิศ จานวน 46 คน ไดร้ บั การพัฒนา

สมรรถนะสาคัญดา้ นผเู้ รียนทั้ง 5 ด้าน เกิดการสรา้ งองคค์ วามรดู้ ว้ ยตนเอง และนาความสามารถในการส่อื สาร

ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต ความสามารถในการ

ใชเ้ ทคโนโลยี ท่ไี ดจ้ ากทกั ษะการเรยี นรู้มาเชอ่ื มโยงในสถานการณ์ตา่ งๆ ในชวี ติ ประจาวนั

2.2.2 มีแผนการจดั การเรยี นรู้ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ด้วยการเรียนรู้
เชงิ รุก(Active learning)รว่ มกบั การใช้ส่ือประสมเพอ่ื พัฒนาสมรรถนะสาคญั ดา้ นผู้เรียน เร่อื ง แผนภาพกล่อง
ของผเู้ รียนชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 3

3. วิธีการดาเนนิ การให้บรรลผุ ล

3.1 วเิ คราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง
พทุ ธศักราช 2561) และหลกั สตู รสถานศกึ ษา โรงเรยี นสตรรี าชนิ ูทศิ ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศักราช 2563 ในเรอ่ื ง
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชีว้ ดั เร่อื ง แผนภาพกลอ่ ง

3.2 จดั ทาโครงรา่ งเนอ้ื หาในรปู ไฟลน์ าเสนอ (PowerPoint) และแผนการจดั การเรยี นรู้
ในการจัดกจิ กรรมการเรียนรูค้ ณิตศาสตรด์ ้วยการเรยี นรเู้ ชิงรกุ (Active learning) ร่วมกับการใชส้ ่ือประสม
เพ่อื พฒั นาสมรรถนะสาคญั ด้านผู้เรียน เรอ่ื ง แผนภาพกล่อง ของผู้เรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3

3.3 นาสือ่ การสอน และแผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินสมรรถนะสาคญั ดา้ นผู้เรยี น
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกล่มุ และแบบสอบถามความพงึ พอใจ ไปใหผ้ ้เู ชี่ยวชาญจานวน 3 ทา่ น

และครูในกลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตรช์ ่วยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง ในเนอ้ื หา กจิ กรรม และส่ือการสอน
พร้อมทง้ั ขอ้ เสนอแนะและปรับปรุงแกไ้ ข

3.4 ครูผสู้ อนนาสอ่ื การสอน และแผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมนิ สมรรถนะสาคัญด้าน
ผเู้ รยี น แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม และแบบสอบถามความพึงพอใจ มาปรับปรุง แกไ้ ขตาม
คาแนะนาของผู้เชี่ยวชาญ คณะครใู นกลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์

3.5 นาสือ่ การสอน และแผนการจัดการเรียนรู้ แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ด้านผูเ้ รยี น
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม และแบบสอบถามความพงึ พอใจเป็นไปทดลองใชก้ บั ผ้เู รยี นชั้น
มัธยมศึกษาที่ 3 ท่ีเคยเรยี นเนือ้ หา เรอื่ ง แผนภาพกลอ่ ง และให้ผู้เรียนเสนอแนะขอ้ คิดเหน็ เพอ่ื ปรับปรงุ แก้ไข
หรอื ผู้เรียนมีความสับสนในข้อใด ให้ดาเนินการปรับภาษาใหเ้ ข้าใจงา่ ยข้ึน

3.6 นาส่อื การสอน และแผนการจัดการเรียนรู้ ไปจัดกจิ กรรมการเรียนรกู้ บั ผูเ้ รียนชน้ั
มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 โดยปรบั กิจกรรมใหเ้ หมาะสมกบั บริบท

3.7 ผู้เรยี นเรยี นรู้จากการจัดกิจกรรมการเรียนคณิตศาสตรด์ ว้ ยการเรียนรเู้ ชงิ รุก (Active
learning) ครูสังเกตพฤติกรรมผู้เรียน และสงั เกตทักษะกระบวนการต่างๆ ของผ้เู รียน ทาแบบประเมินสมรรถนะ
สาคัญของผู้เรียน

3.8 ให้ผเู้ รียนทาแบบสอบถามความพงึ พอใจท่ีมตี อ่ การจัดกิจกรรมการเรียนรูค้ ณติ ศาสตรด์ ้วย
การเรยี นรู้เชิงรกุ (Active learning) ร่วมกบั การใชส้ อ่ื ประสมเพ่ือพัฒนาสมรรถนะสาคัญด้านผู้เรียน เร่ือง
แผนภาพกล่อง ของผเู้ รยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3

3.9 บนั ทึกผลการประเมนิ สมรรถนะของผ้เู รยี นทเ่ี กดิ จากการการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
คณิตศาสตรด์ ว้ ยการเรยี นรู้เชิงรกุ (Active learning) ร่วมกบั การใชส้ อื่ ประสมเพือ่ พัฒนาสมรรถนะสาคัญ
ด้านผู้เรียน เรอื่ ง แผนภาพกลอ่ ง ของผเู้ รียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ในโปรแกรม Microsoft Excel หรือ Google
form หากมีผ้เู รยี นท่ไี ม่ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ สมรรถนะในด้านใด ให้ใช้กิจกรรมเพอ่ื นช่วยเพ่อื น และกิจกรรม
กลุ่มทเี่ น้นทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์

3.10 เผยแพรก่ ารการจดั กจิ กรรมการเรียนรคู้ ณิตศาสตรด์ ้วยการเรียนรเู้ ชิงรุก (Active
learning ) รว่ มกบั การใช้ส่อื ประสมเพื่อพฒั นาสมรรถนะสาคญั ด้านผู้เรยี น เร่อื ง แผนภาพกลอ่ ง ของผู้เรยี นช้ัน
มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565 ทางเว็บไซตโ์ รงเรียนสตรรี าชนิ ทู ิศและเครอื ข่ายกลุ่มเพจ
ทางการศกึ ษาและแลกเปล่ียนเรยี นรู้กลมุ่ PLC

4. ผลลพั ธ์การพฒั นา

4.1 เชงิ ปริมาณ
4.1.1 ผูเ้ รียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรยี นสตรรี าชนิ ูทศิ จานวน 46 คน ไดร้ ับการพฒั นา

สมรรถนะสาคญั ด้านผู้เรยี นโดยจดั กจิ กรรมการเรียนรคู้ ณิตศาสตรด์ ว้ ยการเรียนรู้เชงิ รุก(Active learning)

ร่วมกบั การใช้สื่อประสม รายวิขาคณิตศาสตร์ เรอื่ ง แผนภาพกล่อง ของผ้เู รียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี น

ท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ผา่ นการประเมินสมรรถนะสาคญั ดา้ นผเู้ รยี นทั้ง 5 ดา้ น ร้อยละ 80 ของจานวนผู้เรียน
ท้งั หมด

4.1.2 ผเู้ รียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 3โรงเรยี นสตรีราชินูทิศ จานวน 45 คน มคี วามพึงพอใจ
ตอ่ การจัดกจิ กรรมการเรียนร้คู ณิตศาสตร์ดว้ ยการเรียนรเู้ ชิงรกุ (Active learning)รว่ มกับการใชส้ ่อื ประสม
เพือ่ พฒั นาสมรรถนะสาคัญด้านผเู้ รยี น เรือ่ ง แผนภาพกลอ่ ง ของผเู้ รยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 3 มีคา่ เฉลยี่ อย่ใู น
ระดบั มาก

4.2 เชงิ คณุ ภาพ
4.2.1 ผูเ้ รยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 โรงเรยี นสตรรี าชินูทศิ จานวน 46 คน มีการพฒั นา

สมรรถนะสาคญั ดา้ นผเู้ รยี นทั้ง 5 ดา้ น เกิดการสร้างองคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง และนาความสามารถในการสอ่ื สาร
ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ความสามารถในการ
ใช้เทคโนโลยี ทไ่ี ดจ้ ากทักษะการเรยี นรมู้ าเชอ่ื มโยงในสถานการณ์ตา่ งๆ ในชีวติ ประจาวัน

4.2.2 มีแผนการจดั การเรยี นรใู้ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ดว้ ยการเรยี นรู้
เชงิ รกุ (Active learning) ร่วมกับการใชส้ ่ือประสมเพอ่ื พัฒนาสมรรถนะสาคญั ดา้ นผู้เรียน เร่อื ง แผนภาพกลอ่ ง
ของผเู้ รยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3

ลงชื่อ.............ถนอม ทมถา..............

(นางสาวถนอม ทมถา)
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะครูชานาญการพเิ ศษ

ผูร้ ายงานผลการพัฒนาผเู้ รียน

ภาคผนวก

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 50

รหสั วิชา ค 23101 รายวิชา คณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน 5 ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 6 สถติ ิ (3) ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565

เร่ือง แผนภาพกล่องกับการกระจายข้อมลู เวลา 1 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ค 3.1 เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ แิ ละใชค้ วามรทู้ างสถติ ิในการแกป้ ัญหา
ตวั ชว้ี ัด
ค 3.1 ม.3/1 เขา้ ใจและใช้ความรู้ทางสถติ ใิ นการนาเสนอและวเิ คราะหข์ ้อมลู จากแผนภาพกลอ่ ง

และแปลความหมายผลลัพธร์ วมท้งั นาสถิติไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ โดยใช้เทคโนโลยีท่เี หมาะสม
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

2.1 ด้านความรู้ (K)
1) บอกค่าต่าสุด คา่ สงู สุดของขอ้ มูล และหาคา่ ควอรไ์ ทลท์ ั้งสามของขอ้ มลู โดยใชม้ ัธยฐานได้
2) อธบิ ายการกระจายข้อมลู ของแผนภาพกลอ่ งจากการสังเกตความยาวของแตล่ ะชว่ งได้

2.2 ทักษะกระบวนการ (P)
1) เขยี นแผนภาพกลอ่ งได้
2) ใชเ้ ทคโนโลยีมานาเสนอขอ้ มูลในรปู แผนภาพกล่องได้

2.3 ดา้ นคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ (A)
มคี วามรับผดิ ชอบและมีความมงุ่ มน่ั ในการทางานจนสาเรจ็ ได้

3. สาระสาคญั
3.1 การหาควอร์ไทล์
1) เรียงข้อมลู จากน้อยไปหามาก
2) หามัธยฐานของขอ้ มูลจะได้ควอรไ์ ทลท์ ี่ 2
3) หามัธยฐานของข้อมลู เฉพาะข้อมูลทอี่ ย่ใู นลาดับท่ตี า่ กว่า ควอรไ์ ทล์ท่ี 2 จะไดม้ ธั ยฐานดังกลา่ ว

เป็นควอรไ์ ทล์ที่ 1
4) หามัธยฐานของข้อมูลเฉพาะข้อมูลทอี่ ยู่ในลาดบั ที่สูงกว่า ควอร์ไทลท์ ี่ 2 จะไดม้ ัธยฐานดงั กลา่ ว

เป็นควอร์ไทลท์ ่ี 3
3.2 วิธีการเขียนแผนภาพกล่อง
1) เรียงขอ้ มลู จากน้อยไปหามาก
2) หาค่าตา่ สุดของขอ้ มลู ค่าสงู สุดของขอ้ มูล ควอรไ์ ทล์ที่ 2 (Q2) ควอร์ไทล์ที่ 1 (Q1)

และควอร์ไทล์ที่ 3 (Q3) ตามลาดับ
3) นาค่าทีห่ าไดใ้ นข้อที่ 2 มาลงจดุ เหนือเส้นในแนวนอนท่ีมสี เกล
4) สรา้ งกลอ่ งรูปสีเ่ หล่ียมมุมฉากโดยใชข้ อบด้านซา้ ยและดา้ นขวาของกล่องตรงกบั ตาแหนง่

ทีเ่ ป็น Q1 และ Q3 ตามลาดับ จากนั้นลากเส้นภายในกล่องทต่ี รงกบั ตาแหนง่ ทเี่ ป็น Q2
5) สร้างวสิ เกอร์ โดยลากเสน้ จากจดุ ทต่ี รงกับ Q1 ไปยังจุดที่ตรงกับคา่ ต่าสดุ ของขอ้ มลู

และลากเส้นจากจุดท่ีตรงกับ Q3 ไปยังจดุ ทตี่ รงกบั คา่ สงู สุดของข้อมลู

3.3 การกระจายตัวของขอ้ มูล
แผนภาพกลอ่ งในตัวกล่องแตล่ ะชว่ งยาวไมเ่ ท่ากัน แต่จะมขี อ้ มูล 25% เทา่ ๆ กัน

การกระจายตัวของข้อมูลดไู ด้จากความยาวของแตล่ ะช่วง

4. สาระการเรียนรู้
- ควอร์ไทล์
- แผนภาพกลอ่ งและการกระจายข้อมลู

5. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน

 5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
 5.2 ความสามารถในการคดิ
 5.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
 5.4 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. จุดเน้นสกู่ ารพฒั นาผูเ้ รยี น
ความสามารถและทกั ษะของผเู้ รียนศตวรรษท่ี 21 (3R 8C 2L)

 R1-Reading(อา่ นออก) R2-(W)Riting(เขยี นได)้
R3-(A)Rithmetics(คิดเลขเปน็ )
 C-1 Critical thinking and problem solving คอื มีทักษะการคดิ วิเคราะห์ การคดิ อยา่ งมี
วิจารณญาณและสามารถแก้ไขปญั หาได้
 C-2 Creativity and innovation คือ การคิดอยา่ งสร้างสรรคแ์ ละคดิ เชงิ นวตั กรรม
 C-3 Cross-cultural understanding คือ ความเขา้ ใจในความแตกตา่ งของวัฒนธรรมและ
กระบวนการคดิ ข้ามวัฒนธรรม
 C-4 Collaboration teamwork and leadership คือ ความรว่ มมือ การทางานเป็นทมี
และภาวะความเปน็ ผนู้ า
 C-5 Communication information and media literacy คือ มที ักษะในการส่อื สารและการ
รู้เทา่ ทันส่อื
 C-6 Computing and IT literacy คอื มีทักษะการใช้คอมพิวเตอรแ์ ละรู้เท่าทนั เทคโนโลยี
 C-7 Career and learning skills คือ มที ักษะอาชีพและการเรียนรู้
 C-8 Compassion คอื มคี วามเมตตากรณุ า มีคณุ ธรรม และมรี ะเบียบวินยั
 L-1 Learning (ทกั ษะการเรียนรู้)
 L-2 Leadership (ทกั ษะความเปน็ ผูน้ า)
7. การบรู ณาการตามพระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแห่งชาติ
 บรู ณาการหลกั สตู รโรงเรียนมาตรฐานสากล (World class Standard School)

 IS 1 การศึกษาค้นควา้ สรา้ งองคค์ วามรู้(Research and Knowledge Formation)
 IS 2 การสอื่ สารและการนาเสนอ (Communication and Presentation)

 IS 3 การนาความรูไ้ ปใชบ้ รกิ ารสังคม (Social Service Activity)
 บรู ณาการกับหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
 บรู ณาการกับประชาคมอาเซยี น
 บูรณาการกับค่านิยม 12 ประการ

 มคี วามรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์
 ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอดุ มการณใ์ นสิ่งที่ดงี ามเพ่อื สว่ นรวม
 กตัญญูตอ่ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์
 ใฝ่หาความรู้ หมัน่ ศึกษาเล่าเรียนทั้งทางตรงและทางออ้ ม
 รักษาวฒั นธรรมประเพณไี ทยอนั ดงี าม
 มศี ลี ธรรม รักษาความสัตย์ หวังดตี อ่ ผอู้ ่ืน เผือ่ แผ่และแบ่งปนั
 เข้าใจ เรยี นรู้การเป็นประชาธิปไตย อันมีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข

ท่ีถูกต้อง
 มรี ะเบยี บวินัย เคารพกฎหมาย ผนู้ อ้ ยรจู้ ักการเคารพผูใ้ หญ่
 มสี ตริ ู้ตวั ร้คู ดิ รทู้ า รปู้ ฏิบัติตามพระราชดารสั ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว
 รจู้ กั ดารงตนอยู่โดยใชห้ ลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งตามพระราชดารัสของ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัวรจู้ ักอดออมไว้ใช้เม่อื ยามจาเป็น มีไวพ้ อกนิ พอใช้
ถา้ เหลอื กแ็ จกจ่ายจาหนา่ ยและพรอ้ มทจี่ ะขยายกจิ การเมอ่ื มีความพร้อม
เมอื่ มีภูมคิ ุ้มกันท่ดี ี
 มีความแขง็ แรงทง้ั ร่างกายและจติ ใจ ไม่ยอมแพต้ อ่ อานาจฝ่ายตา่ หรอื กเิ ลส
มคี วามละอายเกรงกลวั ตอ่ บาปตามหลักของศาสนา
 คานึงถึงประโยชน์ของสว่ นรวมและของชาติมากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง
 บรู ณาการโรงเรยี นวิถพี ทุ ธ
 บรู ณาการขา้ มกลุ่มสาระการเรยี นรู้(ระบ)ุ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 อื่น ๆ (ระบ)ุ ................................................................................................

8. ชิน้ งานหรอื ภาระงาน
การสร้างแผนภาพกลอ่ ง

9. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นา

1) ครแู จ้งจุดประสงค์การเรียนรู้

2) ครูทบทวนความรู้การหาควอรไ์ ทลโ์ ดยใช้ความรู้เรื่องมัธยฐานของขอ้ มลู ทไ่ี มไ่ ดแ้ จกแจงความถ่ี

3) ครูกาหนดข้อมูลแล้วสมุ่ นักเรียนออกมาหาควอรไ์ ทล์ท่ี 1 ควอรไ์ ทล์ท่ี 2 และควอร์ไทล์

ท่ี 3 เพื่อทบทวนความรกู้ อ่ นทีน่ กั เรียนจะเขียนแผนภาพกลอ่ ง

ข้ันสอน
1) ครูแนะนาใหน้ กั เรียนรูจ้ กั กับแผนภาพกล่อง และบอกวิธีการเขียนแผนภาพกล่องทีต่ อ้ งหาค่าตา่ สุด

ของข้อมูล คา่ สูงสุดของขอ้ มูล ควอรไ์ ทลท์ ่ี 2 (Q2) ควอรไ์ ทล์ที่ 1 (Q1) และควอรไ์ ทลท์ ่ี 3 (Q3) ตามลาดับ โดย
ใช้ความรเู้ รอื่ งมธั ยฐาน พร้อมทง้ั ยกตวั อยา่ งวิธกี ารเขยี นแผนภาพกล่อง และสังเกตลักษณะการกระจายของ
ข้อมูลโดยดไู ดจ้ ากความยาวของแต่ละชว่ ง กลอ่ งท่ยี าวมากแสดงว่าขอ้ มลู มีการกระจายมาก

2) ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4-5 คน ให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ ค้นคว้าหาความรเู้ พิม่ เติมเกีย่ วกบั การ
หาควอรไ์ ทล์ การสรา้ งแผนภาพกลอ่ งโดยใช้วิธกี ารหรอื เทคโนโลยีที่เหมาะสม(โปรแกรมทีส่ ามารถสร้างแผนภาพ
กล่อง)

3) ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันจดั ทาขอ้ มลู สถติ ทิ น่ี กั เรียนสนใจ ต้งั หวั ขอ้ ทีไ่ ด้จากการสารวจข้อมูล
เขยี นแสดงข้อมูล จากนนั้ นาข้อมลู ท่ไี ด้มาเรียงลาดับข้อมลู แล้วหาควอร์ไทลท์ ้งั สาม(Q1, Q2 และ, Q3) โดยใช้
ความรู้เรอื่ งมธั ยฐาน แล้วเขยี นแผนภาพกล่องของกลุ่มตนเอง และร่วมกันอภิปรายลกั ษณะแผนภาพกลอ่ ง

4) ให้ตวั แทนของกลมุ่ ออกมานาเสนอผลงานการสร้างแผนภาพกลอ่ ง โดยครแู ละนักเรียนร่วมกนั
ตรวจสอบความถกู ต้อง

5) ครูแนะนาการใช้เทคโนโลยที ่ีชว่ ยในการสรา้ งแผนภาพกลอ่ งไดอ้ ยา่ งสะดวกและรวดเรว็ เชน่
โปรแกรม Microsoft Excel, แอปพลิเคชนั GeoGebra หรอื https://www.geogebra.org หรือซอฟตแ์ วรอ์ น่ื ๆ
และเว็บไซตท์ ่เี กย่ี วข้องกบั สรา้ งแผนภาพกล่องอย่างงา่ ย เพ่อื ใหน้ ักเรยี นฝึกใชเ้ ทคโนโลยีมาชว่ ยตรวจสอบคาตอบ
ทางสถติ ติ ่างๆ และการนาเสนอขอ้ มูลในรูปแบบต่างๆ จะทาให้นกั เรยี นเกิดการสรา้ งองคค์ วามรดู้ ้วยตนเอง

ขนั้ สรุป
1) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันสรุปแนวคิดท่ีเกดิ ข้ึนในช้นั เรียนเกย่ี วกบั การสรา้ งแผนภาพกลอ่ งที่ตอ้ ง

หาควอร์ไทล์โดยใช้ความรู้เรอื่ งมธั ยฐาน
2) ครใู หน้ กั เรียนทาการบา้ น โดยให้นกั เรียนกาหนดข้อมลู จาลองหรือขอ้ มลู จรงิ ในสถานการณ์ที่

เกีย่ วขอ้ งกบั ชีวิตประจาวัน จดั ทาข้อมลู สถิตแิ ลว้ สรา้ งแผนภาพกล่องโดยใช้เทคโนโลยที นี่ ักเรยี นทาไดจ้ ากการ
คน้ คว้าทางอนิ เตอรเ์ นต็ มาชว่ ยสร้างแผนภาพกล่อง แลว้ ส่งการบา้ นออนไลน์โดยการอบั โหลดช้ินงานทางออนไลน์
ด้วย Google form

QR Code ส่งการบ้านการสร้างแผนภาพกล่อง หรือ https://forms.gle/QVJK81h6bJz7thim6

10. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้
สอ่ื การเรยี นรู้
1) สือ่ การนาเสนองาน เรื่อง แผนภาพกลอ่ งและการกระจายขอ้ มลู
2) กระดาษเขียนแผนภาพกลอ่ ง
3) หนังสอื เรียนคณติ ศาสตร์ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3
แหล่งการเรียนรู้
แหล่งการเรยี นรบู้ นอนิ เตอรเ์ น็ต ไดแ้ ก่ www.google.com , www.youtube.com, เวบ็ ไซตต์ ่างๆ

ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับการสร้างแผนภาพกล่อง เปน็ ต้น

11. การวัดและประเมินผล วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ตรวจผลงานจาก แบบบันทึกผลงาน ระดบั คณุ ภาพ 1
ด้านความรู้ (K) กจิ กรรมการสรา้ ง จากกิจกรรมการ ขน้ึ ไป ถือวา่ ผ่าน
1) บอกค่าตา่ สดุ คา่ สงู สุดของขอ้ มูล และหา แผนภาพกล่อง สร้างแผนภาพกลอ่ ง
คา่ ควอรไ์ ทลท์ ง้ั สามของขอ้ มูลโดยใช้มัธยฐาน ระดบั คุณภาพ 1
ได้ ตรวจผลงาน แบบบันทกึ ผลงาน ข้ึนไป ถือวา่ ผ่าน
2) อธิบายการกระจายข้อมูลของแผนภาพ นักเรยี น นักเรียนเปน็ กลมุ่ และ
กลอ่ งจากการสังเกตความยาวของแตล่ ะชว่ งได้ รายบุคคล
ทกั ษะกระบวนการ (P)
1) เขยี นแผนภาพกล่องได้
2) ใช้เทคโนโลยีมานาเสนอข้อมลู ในรปู
แผนภาพกลอ่ งได้

ดา้ นคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ (A) สงั เกตพฤตกิ รรม แบบบันทึก ระดับคณุ ภาพ 2
มคี วามรบั ผดิ ชอบและมคี วามมุ่งมน่ั ในการ การทางานกลุม่ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ข้ึนไป ถือวา่ ผา่ น
ทางานจนสาเรจ็ ได้
ประสงค์ ไป

12. ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของผู้ทไี่ ด้รบั มอบหมายจากหวั หน้าสถานศกึ ษา

12.1 ความคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

1) ได้ทาการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่
 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรบั ปรุง

2) การจดั กิจกรรมไดน้ าเอากระบวนการเรียนรู้
 เนน้ ผูเ้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
 ยังไม่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาต่อไป

3) เป็นแผนการจดั การเรียนร้ทู ี่
 นาไปใชไ้ ดจ้ รงิ
ควรปรบั ปรงุ ก่อนนาไปใช้

4) ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ

.................................................................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

ลงช่ือ...............................................
(นายสเุ ทพ ตะไกแ่ กว้ )

หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

12.2 ความคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ สถานศกึ ษา/ผู้ทีไ่ ด้รับมอบหมาย

1) ไดท้ าการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้แลว้ เป็นแผนการจดั การเรียนรูท้ ี่

 ดมี าก  ดี  พอใช้  ควรปรับปรงุ

2) การจดั กิจกรรมไดน้ าเอากระบวนการเรยี นรู้

 เนน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั มาใชใ้ นการสอนได้อยา่ งเหมาะสม

 ยงั ไมเ่ นน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ่ ไป

3) เปน็ แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี

 นาไปใชไ้ ด้จริง

 ควรปรบั ปรงุ ก่อนนาไปใช้

4) ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ

.................................................................................................................................................................................

...............................................................................................................................................

ลงช่ือ...............................................
(นายสรุ เชษฐ์ ภาคา)

ตาแหน่ง รองผอู้ านวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ

13. บนั ทกึ ผลหลังการสอน
13.1 สรุปผลการเรยี นการสอน
1) นักเรยี นจานวน.....................คน
ผ่านจดุ ประสงค์การเรียนรู้......................คน คดิ เปน็ ร้อยละ.....................
ไม่ผ่านจุดประสงค์...................................คน คิดเปน็ ร้อยละ.................... .
2) นกั เรียนมีความร้คู วามเข้าใจ(K)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3) นกั เรียนมคี วามร้เู กิดทักษะ(P)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4) นกั เรียนมีเจตคติ/คุณลักษณะอนั พึงประสงค์(A)
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
13.2 ปญั หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ้ ข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

13.3 ข้อเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่ือ...............................................
(นางสาวถนอม ทมถา)
ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ

เกณฑก์ ารให้คะแนนด้านความร(ู้ K)

ตังบ่งชี้ ข้อ 2: ดี ระดับคุณภาพ 0 :ปรบั ปรงุ
กิจกรรม 1:พอใช้ ไม่มีร่องรอย
หมายเหตุ
1 นักเรยี นบอกคา่ ต่าสุด นักเรียนบอกค่าต่าสุด ไมม่ ีร่องรอย

คา่ สงู สุดของข้อมูล และ ค่าสูงสดุ ของขอ้ มูล และ 0 :ปรับปรุง
ไม่มีร่องรอย
หาคา่ ควอรไ์ ทล์ทัง้ สาม หาค่าควอร์ไทลท์ งั้ สาม ไมม่ รี อ่ งรอย

ของข้อมลู โดยใช้มัธยฐาน ของขอ้ มูลโดยใชม้ ัธยฐาน

ไดถ้ กู ตอ้ งและครบถว้ น ไดถ้ ูกตอ้ งและไดบ้ างส่วน

นกั เรยี นสามารถอธิบาย นกั เรียนสามารถอธบิ าย

การกระจายขอ้ มลู ของ การกระจายข้อมลู ของ

2 แผนภาพกลอ่ งจากการ แผนภาพกล่องจากการ
สังเกตความยาวของแต่ละ สังเกตความยาวของแตล่ ะ

ชว่ งไดถ้ กู ต้องและ ชว่ งได้ถูกต้องและได้

ครบถ้วน บางส่วน

ผ่าน หมายถงึ นักเรยี นมรี ะดบั คุณภาพ 1 ขนึ้ ไป

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนด้านทักษะกระบวนการ(P)

ตงั บง่ ช้ี ขอ้ 2: ดี ระดับคณุ ภาพ
1:พอใช้

1 นกั เรียนเขียนแผนภาพ นักเรียนเขยี นแผนภาพ
กล่องได้ถูกต้องและ กลอ่ งไดถ้ กู ตอ้ งบางสว่ น

ครบถว้ น

ผลงาน/ชนิ้ งาน นักเรยี นสามารถใช้ นักเรียนสามารถใช้

2 เทคโนโลยีมานาเสนอ เทคโนโลยมี านาเสนอ
ขอ้ มลู ในรปู แผนภาพ ขอ้ มลู ท่ีไมอ่ ยใู่ นรปู

กล่องได้ แผนภาพกล่อง

หมายเหตุ ผา่ น หมายถึง นกั เรยี นมรี ะดับคณุ ภาพ 1 ข้นึ ไป

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)

ตัวบงช้ี ระดับคุณภาพ

3 : ระดับดี 2 : ระดบั ปานกลาง 1 : พอใช้ 0 : ต่ากวา่
เกณฑ์

การมีสว่ นร่วมใน

มคี วาม การมีส่วนร่วมในการแบง่ การมีส่วนร่วมในการแบ่ง การแบ่งงาน แบ่ง
รับผดิ ชอบ งาน แบ่งหน้าท่ี ทางาน งาน แบง่ หน้าท่ี ทางาน หนา้ ทที่ างานกลุ่ม
กลมุ่ ตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
และมุ่งม่นั ในการ นาความร้มู านาเสนอใน กลุ่มตามท่ีไดร้ ับ ตามท่ีได้รบั
ทางาน มอบหมาย นาความรมู้ า มอบหมาย นา
กล่มุ ความร้มู านาเสนอ
มสี ว่ นรว่ มตรวจสอบข้อมูล นาเสนอในกลุ่ม ในกลุ่ม มีส่วนรว่ ม ไม่มี
มคี วามต้ังใจในการทางาน มีส่วนรว่ มตรวจสอบ ตรวจสอบข้อมลู มี รอ่ งรอย
อดทน และพยายามจน ข้อมลู มีความต้งั ใจในการ ความตงั้ ใจในการ
ทางาน อดทน และ ทางาน อดทน และ
งานสาเรจ็ ลุล่วง มี พยายามจนงานสาเรจ็ พยายามจนงาน
พฤตกิ รรมท่ีปฏิบตั ชิ ดั เจน ลุล่วง มีพฤติกรรมที่ สาเรจ็ ลุล่วง
ปฏบิ ัติชดั เจนบางอยา่ ง มพี ฤติกรรมที่ปฏิบัติ
และสม่าเสมอ ไมช่ ัดเจน และทา
และทาบอ่ ยคร้งั

เปน็ บางครง้ั

หมายเหตุ ผา่ น หมายถึง นกั เรยี นมรี ะดบั คณุ ภาพ 2 ขึน้ ไป

แบบบนั ทึกการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 / .............

ระดับคณุ ภาพ/ผลการประเมิน

ด้านความรู้(K) ด้านทกั ษะ ดา้ นคณุ ลกั ษณะ
กระบวนการ(P) อันพึงประสงค์
เลขที่ รายชือ่ นกั เรยี น
(A)

ระดับ ผ/ ระดับ ผ/ ระดับ ผ/

คณุ ภาพ มผ. คุณภาพ มผ. คุณภาพ มผ.

หมายเหต ผ หมายถึง ผ่าน มผ หมายถงึ ไมผ่ ่าน
ผูบ้ นั ทึก ........................................................ ครูผ้สู อน

แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมกลุ่ม

คาชี้แจง ให้ทาเคร่ืองหมาย / ลงในช่องรายการสังเกตพฤติกรรมทีน่ ักเรียนปฏบิ ตั ิ

รายการ

รบั ผดิ ชอบ รับฟัง นาเสนอ มีความคิด ทางานเสรจ็
งาน ความ ผลงาน รเิ ร่ิม ตามเวลาที่
เลขที่ ช่อื - สกลุ ท่ีไดร้ บั คิดเห็น ไดน้ ่าสนใจ สรา้ งสรรค์ กาหนด

มอบหมาย ของผู้อื่น (2 คะแนน) (2 คะแนน) (2 คะแนน)
(2 คะแนน) (2 คะแนน)

เกณฑก์ ารประเมนิ คะแนน 9-10 ระดับ ดีมาก
คะแนน 7-8 ระดบั ดี
คะแนน 5-6 ระดบั พอใช้
คะแนน 0-4 ระดับ ควรปรบั ปรุง

แบบประเมนิ ความพงึ พอใจของนักเรียนต่อการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนของครู

โรงเรียนสตรีราชนิ ูทิศ จงั หวดั อุดรธานี สานักงานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษามธั ยมศกึ ษาอุดรธานี

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ช่ือครูผ้สู อน ....................................................................... กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ................................................

รายวิชา ....................................................... รหสั วิชา ........................ชนั้ ............... ปี การศกึ ษา ......................

คาชแี้ จง ให้ทาเครื่องหมาย ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั ระดบั ความพงึ พอใจดงั นี ้

5 : มากทส่ี ดุ 4 : มาก 3 : ปานกลาง 2 : น้อย 1 : น้อยทีส่ ดุ

กิจกรรม ความพงึ พอใจ 1
5432

1. ครูมกี ารเตรียมการสอน

2. การจดั บรรยากาศห้องเรียนเออื ้ ตอ่ การเรียนการสอน

3. เนอื ้ หาที่สอนทนั สมยั นาไปใช้ได้จริง

4. ครูแจ้งจดุ ประสงค์การเรียนรู้ชดั เจน

5. กิจกรรมการเรียนการสอนสอดคล้องกบั จดุ ประสงค์การเรียนการสอน

6. ครูสง่ เสริมให้นกั เรียนทางานร่วมกนั เป็ นกลมุ่ และรายบคุ คล

7. ครูสง่ เสริมให้นกั เรียนมีความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์และร่วมกนั อภปิ ราย

8. ครูสง่ เสริมให้นกั เรียนใช้เทคโนโลยใี นการสบื ค้นข้อมลู และสร้างสรรค์ผลงาน

9. ครูให้โอกาสนกั เรียนซกั ถามปัญหา

10. ครูใช้วธิ ีการสอนและใช้สอื่ อยา่ งหลากหลาย

11. ครูยอมรับความคิดเหน็ ของนกั เรียน

12. ครูให้ความสนใจแก่นกั เรียนอยา่ งทวั่ ถึงขณะสอน

13. ครูสง่ เสริมให้นกั เรียนค้นคว้าหาความรู้จากห้องสมดุ อินเทอร์เน็ตหรือแหลง่ เรียนรู้อนื่ ๆ

14. ครูตงั้ ใจสอน ให้คาแนะนา ช่วยเหลอื อานวยความสะดวกแกน่ กั เรียนในการทากิจกรรม

รวมคะแนน

รวมคะแนนร้ อยละ

สรุปผลการประเมนิ  80- 100 ระดบั ความพงึ พอใจมากที่สดุ
 70-79 ระดบั ความพงึ พอใจมาก
 60 -69 ระดบั ความพงึ พอใจปานกลาง
 50-59 ระดบั ความพงึ พอใจน้อย
น้อยกวา่ 50 ระดบั ความพงึ พอใจน้อยทีส่ ดุ

g

เคร่ืองมือประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน





แบบประเมนิ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น

คาชี้แจง : ให้ ผสู้ อน สงั เกตพฤตกิ รรมของผเู้ รยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี  ลงใน
ชอ่ ง ทต่ี รงกบั ระดบั คุณภาพ

สมรรถนะสาคญั ตวั ชี้วดั /พฤติกรรมบ่งชี้ ระดบั คณุ ภาพ
ของผเู้ รียน 3210
1.1 ใชภ้ าษาถ่ายทอดความรู้ ความเขา้ ใจ ความคดิ ความรสู้ กึ
1. ความสามารถใน และทศั นะของตนเองดว้ ยการพดู และการเขยี น
การสื่อสาร
1) พดู ถ่ายทอดความรู้ ความเขา้ ใจจากสารทอ่ี า่ น ฟงั หรอื ดู
2. ความสามารถใน ดว้ ยภาษาของตนเองได้
การคิด
2) พดู ถ่ายทอดความคดิ ความรสู้ กึ และทศั นะของตนเองจาก
สารทอ่ี ่าน ฟงั หรอื ดดู ว้ ยภาษาของตนเองได้

3) เขยี นถ่ายทอดความรู้ ความเขา้ ใจจากสารทอ่ี า่ น ฟงั หรอื ดู
ดว้ ยภาษาของตนเองได้

4) เขยี นถ่ายทอดความคดิ ความรสู้ กึ และทศั นะของตนเอง
จากสารทอ่ี ่าน ฟงั หรอื ดดู ว้ ยภาษาของตนเองได้

1.2 พดู เจรจาต่อรอง

1) พดู เจรจาโน้มน้าวไดอ้ ยา่ งเหมาะสมตามสถานการณ์เพอ่ื
ประโยชน์ต่อตนเองและสงั คม

2) พดู เจรจาต่อรองไดอ้ ย่างเหมาะสมตามสถานการณ์เพ่อื
ประโยชน์ต่อตนเองและสงั คม

1.3 เลอื กรบั หรอื ไม่รบั ขอ้ มลู ขา่ วสาร

1) รบั รขู้ อ้ มลู ขา่ วสารทเ่ี ป็นประโยชน์

2) ตดั สนิ ใจเลอื กรบั หรอื ไม่รบั ขอ้ มลู ขา่ วสารไดอ้ ย่างมเี หตุผล

1.4 เลอื กใชว้ ธิ กี ารสอ่ื สาร

1) เลอื กใชว้ ธิ กี ารสอ่ื สารทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ โดยคานงึ ถงึ
ผลกระทบทม่ี ตี ่อตนเองและสงั คม

2.1 คดิ พน้ื ฐาน (การคดิ วเิ คราะห)์

1) จาแนก จดั หมวดหมู่ จดั ลาดบั ความสาคญั และเปรยี บเทยี บ
ขอ้ มลู ในบรบิ ทของการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวนั

2) หาความสมั พนั ธข์ องสว่ นประกอบต่างๆ ของขอ้ มลู ทพ่ี บเหน็
ในบรบิ ทของการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวนั

3) สามารถระบหุ ลกั การสาคญั แนวคดิ หรอื ความรทู้ ป่ี รากฏใน
ขอ้ มลู ทพ่ี บเหน็ ในบรบิ ทของการดาเนินชวี ติ ประจาวนั

สมรรถนะสาคญั ตวั ชี้วดั /พฤติกรรมบง่ ชี้ ระดบั คณุ ภาพ
ของผเู้ รยี น 3210
2.2 คดิ ขนั้ สงู (การคดิ สงั เคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ คดิ อย่างมี
2. ความสามารถใน วจิ ารณญาณ)
การคิด (ต่อ)
1) คดิ สงั เคราะหเ์ พ่อื นาไปสกู่ ารวางแผน ออกแบบ คาดการณ์
3. ความสามารถใน กาหนดเป็นเป้าหมายในอนาคต เพอ่ื ประกอบการตดั สนิ ใจ
การแก้ปัญหา ต่อตนเองและสงั คม

2) คดิ สรา้ งสรรค์ มจี นิ ตนาการ คดิ ในทางบวก และสามารถ
ประยุกตส์ รา้ งสรรคส์ ง่ิ ใหม่ เพอ่ื ประโยชน์ต่อตนเองและสงั คม

3) คดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ เพ่อื ตดั สนิ ใจเลอื กทางเลอื กท่ี
หลากหลายโดยใชเ้ กณฑท์ เ่ี หมาะสม

3.1 ใชก้ ระบวนการแกป้ ญั หาโดยวเิ คราะหป์ ญั หา วางแผนในการ
แกป้ ญั หา ดาเนนิ การแกป้ ญั หา ตรวจสอบและสรปุ ผล

1) วเิ คราะหป์ ญั หา
(1) ระบปุ ญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั ตนเอง
(2) ระบุปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั บุคคลใกลต้ วั
(3) ระบสุ าเหตุของปญั หา
(4) จดั ระบบขอ้ มลู
- การจาแนก
- การจดั ลาดบั
- การเชอ่ื มโยง
(5) การตงั้ สมมตุ ฐิ าน
(6) การกาหนดทางเลอื ก

(7) การตดั สนิ ใจเลอื กวธิ กี าร
2) การวางแผนในการแกป้ ญั หา
3) การดาเนินการในการแกป้ ญั หา
(1) การปฏบิ ตั ติ ามแผน
(2) การตรวจสอบทบทวนแผน
(3) การบนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั ิ

4) สรุปผลและรายงาน
3.2 ผลลพั ธท์ เ่ี กดิ จากการแกป้ ญั หา

1) คุณภาพของผลงาน/การแกป้ ญั หา

2) นาไปประยุกตใ์ ช้

สมรรถนะสาคญั ตวั ชี้วดั /พฤติกรรมบ่งชี้ ระดบั คณุ ภาพ
ของผเู้ รียน 3210
4.1 นากระบวนการเรยี นรทู้ ห่ี ลากหลายไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
4. ความสามารถใน
การใช้ทกั ษะชีวิต 1) นาความรู้ ทกั ษะ และกระบวนการทห่ี ลากหลายมาสรา้ ง
ผลงาน/โครงงานทเ่ี ป็นระบบ มขี นั้ ตอนชดั เจน และมี
ประสทิ ธภิ าพไปใชใ้ นการดาเนินชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม

4.2 เรยี นรดู้ ว้ ยตนเองและเรยี นรอู้ ย่างต่อเน่อื ง

1) มที กั ษะในการแสวงหาความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร

2) สามารถเช่อื มโยงความรู้

3) มวี ธิ กี ารในการศกึ ษาความรเู้ พม่ิ เตมิ เพอ่ื ขยายประสบการณ์
ไปสกู่ ารเรยี นรสู้ งิ่ ใหม่ และสรา้ งองคค์ วามรตู้ ามความสนใจ
อย่างต่อเน่อื ง

4.3 ทางานและอยรู่ ่วมกนั ในสงั คมอย่างมคี วามสขุ

1) ทางานร่วมกบั ผอู้ ่นื อย่างสรา้ งสรรค์ สามารถแสดงความ
คดิ เหน็ ของตน ยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื

2) ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กตกิ า หน้าท่ี ความรบั ผดิ ชอบ

3) เขา้ ร่วมกจิ กรรมกบั ผอู้ ่นื อยา่ งสรา้ งสรรค์

4) เหน็ คุณคา่ ของการมชี วี ติ

5) เขา้ ใจ ยอมรบั ปรบั ตวั ต่อการเปลย่ี นแปลงทางรา่ งกาย
ความเสมอภาคทางเพศ

6) ใชภ้ าษา กริ ยิ า ทา่ ทางเหมาะสมกบั บุคคลและโอกาส
ตามมารยาทสงั คม

7) ปฏบิ ตั งิ านในสว่ นรวมอยา่ งมคี วามสขุ
4.4 จดั การกบั ปญั หาและความขดั แยง้ ในสถานการณ์ต่างๆ ไดอ้ ยา่ ง

เหมาะสม
1) วเิ คราะหส์ ถานการณ์ ปญั หา และมกี ารจดั การไดเ้ หมาะสม

4.5 ปรบั ตวั ต่อการเปลย่ี นแปลงทางสงั คมและสภาพแวดลอ้ ม
1) ตดิ ตามขา่ วสาร เหตุการณ์ปจั จุบนั ของสงั คมโลก

2) ปรบั ตวั ต่อการเปลย่ี นแปลงทางสงั คม สภาพแวดลอ้ ม

4.6 หลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ส่ี ง่ ผลกระทบต่อตนเอง
และผอู้ ่นื

1) รจู้ กั ป้องกนั หลกี เลย่ี งพฤตกิ รรมเสย่ี งต่อสขุ ภาพ การลว่ ง
ละเมดิ ทางเพศ อุบตั เิ หตุ สารเสพตดิ และความรนุ แรง

2) จดั การกบั อารมณ์และความเครยี ดไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและ
เหมาะสม

สมรรถนะสาคญั ตวั ชี้วดั /พฤติกรรมบง่ ชี้ ระดบั คณุ ภาพ
ของผเู้ รยี น 3210
5.1 เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยเี พอ่ื พฒั นาตนเองและสงั คม
5. ความสามารถใน 1) เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยใี นการเรยี นรอู้ ยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละ
การใช้เทคโนโลยี
มคี ุณธรรม
2) เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยใี นการสอ่ื สารอย่างสรา้ งสรรคแ์ ละ

มคี ุณธรรม
3) เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยใี นการทางานอยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละ

มคี ณุ ธรรม
4) เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยใี นการแกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรคแ์ ละ

มคี ุณธรรม
5.2 มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
1) การกาหนดปญั หา หรอื ความตอ้ งการ
2) การรวบรวมขอ้ มลู
3) การเลอื กวธิ กี าร

4) การออกแบบและปฏบิ ตั กิ าร
5) การทดสอบ
6) การปรบั ปรุงแกไ้ ขงาน
7) การประเมนิ ผล

ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
............../.................../................

หมายเหตุ

การวิเคราะหข์ อ้ มลู

 วิเคราะหข์ อ้ มลู ในแต่ละสมรรถนะ ผลการประเมนิ ทไ่ี ดจ้ ากแหลง่ ประเมนิ ต่างๆ ในแต่ละสมรรถนะ จะมคี ะแนนอยรู่ ะหวา่ ง

ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ดีมาก/ผา่ นขนั้ สงู มคี ะแนนตงั้ แต่รอ้ ยละ 75 ขน้ึ ไป

ดี/ผา่ น มคี ะแนนระหว่างรอ้ ยละ 40-74

ปรบั ปรงุ มคี ะแนนต่ากว่ารอ้ ยละ 40

 วิเคราะหข์ อ้ มลู ของสมรรถนะในภาพรวม นาคะแนนทไ่ี ดใ้ นแต่ละสมรรถนะมาคานวณหาคะแนนเฉลย่ี ในภาพรวมของทกุ

สมรรถนะ (ผลรวมของคะแนนในทุกสมรรถนะหารดว้ ยจานวนสมรรถนะ) และนาไปเทยี บกบั เกณฑใ์ นการตดั สนิ ดงั ต่อไปน้ี

ระดบั คณุ ภาพ เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ดีเยี่ยม มผี ลการประเมนิ ในระดบั ด/ี ผ่าน ครบทงั้ 5 สมรรถนะ

ดี มผี ลการประเมนิ ในระดบั ด/ี ผ่าน 4 สมรรถนะ

พอใช้ มผี ลการประเมนิ ในระดบั ด/ี ผ่าน 3 สมรรถนะ

ปรบั ปรงุ มผี ลการประเมนิ ในระดบั ด/ี ผา่ น 1-2 สมรรถนะ

การประเมินสมแรบรบถบนนั ะทสากึ คผญัลกขาอรงปผรเู้ ะ(Rเมuนิbrสicม)รรถนะผู้เรียน





ภาพกิจกรรมการทางานกล่มุ













ผลงานนักเรยี น เร่อื ง แผนภาพกลอ่ งและการกระจายขอ้ มลู







นกั เรยี นสามารถใชเ้ ทคโนโลยใี นการสร้างแผนภาพกลอ่ ง และสามารถสืบคน้ ขอ้ มลู จาก
เว็บไซตต์ า่ งๆ ท่ีเกย่ี วข้องในการสร้างแผนภาพกล่อง



การนาเสนอผลงานการสร้างและเปรยี บเทยี บแผนภาพกล่อง 2 ชดุ


Click to View FlipBook Version