ตารางกาหนดการจัดการเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
ระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๕
หนว่ ยท่ี ๕ คนละไม้ คนละมือ เวลา ๘ ช่ัวโมง
จุดประสงค์การเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา
๘ ช.ม
๑. บอกความสาคญั ของบทรอ้ ยกรองได้ คนละไม้ คนละมอื
๒. อ่านและบอกใจความของบทร้อยกรองได้ - การอ่านบทรอ้ ยกรอง ๘
๓. บอกคาคลอ้ งจองได้ - การอา่ นออกเสยี ง ๑
๔. อา่ นออกเสียงเน้ือหาในบทเรียนได้ - การอา่ นบทอา่ นเสริม ๑
๕. สรปุ เร่อื งราวทอี่ ่านได้ - อ่านเพม่ิ เติมความหมาย ๑
๖. บอกความหมายของคายากในบทอา่ นได้ - คาบพุ บท ๑
๗. อา่ นและเก็บใจความสาคญั ของเรอ่ื งได้ - เคร่อื งหมายวรรคตอน ๑
๘. คิด วเิ คราะห์สรุปเรอื่ งราวท่อี ่าน - ขอ้ ความเชงิ บรรยายและเชงิ ๑
๙. ตัง้ คาถาม – ตอบคาถามเรอ่ื งที่อา่ นได้ พรรณนา ๑
๑๐. อา่ น เขยี นสะกดคาในบทเรียนได้ - ข้อความเชิงอธบิ าย
๑๑. อ่าน เขยี นสะกดคาในบทเรียนได้ ๑
๑๒. บอกความหมายของคาได้
๑๓. นาคาไปใชไ้ ด้ถูกตอ้ งตามสถานการณ์
๑๔. บอกความหมายของคาบุพบทได้
๑๕. ใช้คาบุพบทได้ถกู ตอ้ ง
๑๖. บอกความหมายและใช้วรรคตอนได้ถกู ตอ้ ง
๑๗. บอกลักษณะของข้อความเชงิ บรรยายและ
เชิงพรรณนาได้
๑๘. เขียนบรรยายข้อความในใจถึงเพ่อื นได้
๑๙. อ่านขอ้ ความเชิงอธบิ ายได้
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ๒๔
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๕๑o๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๕ เร่ือง คนละไม้ คนละมือ เวลา ๘ ช่ัวโมง
เรอ่ื ง การอา่ นบทรอ้ ยกรอง เวลา ๑ ชั่วโมง
โรงเรยี นบ้านปงตา ผสู้ อน นางสาวชญาภา สขุ คา
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตดั สินใจแกป้ ัญหา
ในการดาเนินชวี ติ และมนี สิ ยั รกั การอา่ น
๑. สาระสาคัญ
๑.๑ ความคดิ รวบยอด
บทร้อยกรองของไทยได้แทรกซึมไปในทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศโฆษณา การตั้ง
คาขวัญของจังหวัด การบันทึกข้อความ การเขียนคติเตือนใจ สานวน ภาษิต ล้วนใช้บทร้อยกรอง
ทงั้ สิ้น เนือ่ งจากบทร้อยกรองทาให้ผูอ้ ่านหรือผฟู้ ังเกดิ ความซาบซึ้งประทับใจ และสามารถจดจาได้
เรว็
๑.๒ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
๒. ตวั ช้ีวดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕ / ๑ อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองได้ถกู ต้อง
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ นักเรียนบอกความสาคญั ของบทร้อยกรองได้
๓.๒ นกั เรียนอ่านและบอกใจความของบทร้อยกรองได้
๓.๓ นกั เรียนบอกคาคลอ้ งจองได้
๔. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๔.๑ รักความเป็นไทย
๔.๒ ใฝ่เรยี นรู้
๔.๓ มีจิตสาธารณะ
๕. สาระการเรียนรู้
- การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรอง
- การอ่านบทร้อยกรอง
- คาคล้องจอง
๖. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขั้นท่ี ๑ นักเรยี นเขียนตามคาบอก จานวน ๑๐ คา และแลกเปลย่ี นกันตรวจ จากนนั้ คัดคา
ใหมล่ งในสมดุ
ข้ันที่ ๒ ครูชี้แจงความสาคัญของภาษาไทย ลาดับข้ันตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
จดุ ประสงค์ และส่ิงท่นี ักเรยี นต้องเตรยี ม ในช่ัวโมงนีใ้ ห้นักเรยี นรบั ทราบ
ขั้นที่ ๓ นักเรียนอ่านบทร้อยกรองในหนังสือเรียนชุดภาษาพาที บทท่ี ๓ หน้า ๓๕ ด้วย
เสยี งธรรมดาพร้อมกันหลาย ๆ รอบจนคล่อง จากน้ันอ่านบทร้อยกรองทานองเสนาะพร้อมกบั ครู ฝึก
อ่านทานองเสนาะ พร้อมรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั เน้ือหาสาระของบทร้อยกรองในบทนีก้ ล่าวถงึ เรือ่ งใด
ใหน้ กั เรยี นแขง่ ขันกนั ตอบ ครอู ธิบายสรปุ
ขั้นท่ี ๔ นักเรียนเล่นเกมต่อคาคล้องจอง ๒ พยางค์ โยครูกาหนดคาให้ใช้คาศัพท์ใน
บทเรียนที่ ๓ เช่น ครูกาหนดคาว่า “ นุ่มนวล” ให้ คนที่ ๑ ต่อ ว่า “ ชวนมอง” คนท่ี ๒ ต่อ “
จ้องตา” คนต่อไปต่อไปเรื่อย ๆ ให้ทุกคนในแต่ละแถวต่อ คนท่ีต่อไม่ได้ให้ร้องเพลงหรือเดนิ เป็ดให้
เพอื่ นดู
ขนั้ ที่ ๕ นักเรียนทาใบงานท่ี ๑ (ท้ายแผน) จากน้ันนาส่งครู ครูเฉลย และตรวจสอบความ
ถูกตอ้ ง
๗. ชิ้นงาน / หลักฐานร่องรอยแสดงความรู้
๑. เขียนตามคาบอก
๒. ใบงานที่ ๑
๘. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. ใบงาน ชุดที่ ๑
๒. เขยี นตามคาบอก
๓. แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์และผลงานรายบคุ คล
๙. วดั ผลประเมนิ ผล วธิ ีการวดั และประเมนิ ผล เครื่องมอื วดั ผลและประเมินผล
รายการประเมิน - สงั เกต - เขยี นตามคาบอก
- ซกั ถาม - ใบงาน ชุดที่ ๑
• ดา้ นความรู้ความเข้าใจ - ตรวจใบงาน - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
- การตอบคาถาม - สังเกตพฤตกิ รรมขณะรว่ ม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
- การทาใบงาน
• ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พึง กิจกรรม
ประสงค์
• ด้านทักษะกระบวนการคดิ - ประเมินการร่วมสนทนา แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
การร่วมสนทนา
๑๐. เกณฑใ์ นการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑) เกณฑป์ ระเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคร์ ายบคุ คลมคี ะแนน ๓ ระดบั คือ
ระดบั คณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ไดค้ ะแนน ๘ – ๑๐
ระดับคณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๖ – ๗
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑก์ ารผ่านต้องได้ระดับคณุ ภาพ ๒ ขึน้ ไปหรอื ได้คะแนน ๖ ขึ้นไป
๒) เกณฑก์ ารประเมนิ การทาใบงาน มีคะแนน ๓ ระดับ ดังนี้
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาได้ถกู ๘ – ๑๐
ระดับคณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรุง ได้คะแนน ๑ – ๔
เกณฑก์ ารผา่ นตอ้ งไดร้ ะดบั คุณภาพ ๒ ข้ึนไปหรือไดค้ ะแนน ๕ ขน้ึ ไป
๓) เกณฑก์ ารประเมินการเขยี นตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดบั ดงั น้ี
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาไดถ้ ูก ๘ – ๑๐
ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๔
เกณฑก์ ารผา่ นตอ้ งไดร้ ะดบั คุณภาพ ๒ ขึน้ ไปหรือไดค้ ะแนน ๕ ข้นึ ไป
การประเมิน ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารให้ระดับคะแนน
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐)
รักความเปน็ ไทย สนใจและตงั้ ใจร่วม สนใจและตง้ั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจร่วม
กิจกรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน
ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง
สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสุขเกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา
กลา้ ซักถามกลา้ พูด กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู
ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ แสดงความคิดเห็น กล้าแสดงความคิดเห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น
และโตแ้ ยง้ ในส่งิ ทไ่ี ม่ และโตแ้ ยง้ ในส่ิงทไ่ี ม่ และโต้แยง้ ในสง่ิ ทไ่ี ม่
ถูกตอ้ ง กล้าแสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กล้าแสดงออก
มีความเสียสละเพอื่ มคี วามเสียสละเพอื่ ไม่ค่อยเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม ไมเ่ อา ส่วนรวมเป็นบางครง้ั สว่ นรวม ชอบเอา
มีจิตสาธารณะ เปรยี บไมเ่ ห็นแกต่ ัว ไมเ่ อาเปรียบไม่เห็นแก่ เปรียบคนอื่น คอ่ นขา้ ง
ชว่ ยเหลอื หมู่คณะได้ ตวั ไมค่ ่อยชว่ ยเหลือ เห็นแกต่ วั ไมค่ ่อย
เป็นอย่างดี หมูค่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ
มวี ินยั มีการตรวจสอบแก้ไข มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแก้ไข
การกระทาท่ีไม่ถกู ตอ้ ง การกระทาที่ไม่ถูกต้อง การกระทาทไี่ มถ่ ูกตอ้ ง
ทุกครัง้ ทาใบงานได้ เกือบทุกคร้ัง ทาใบ เปน็ บางครงั้ ทาใบงาน
สะอาดเรยี บรอ้ ยและ งานไดส้ ะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทันเวลา เรียบรอ้ ย ไมค่ อ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทันเวลา ทันเวลา
ใช้วัสดอุ ุปกรณ์การ ใช้วัสดุอุปกรณ์การ ใชว้ สั ดุอุปกรณ์การ
อยู่อย่างพอเพียง เรียนที่ราคาถูกและใช้ เรียนท่ีราคาค่อนข้าง เรยี นท่รี าคาค่อนขา้ ง
อยา่ งคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อยา่ งคุ้มคา่ แพงและใช้อย่างคุม้ ค่า
หมดแลว้ ค่อยซือ้ ใหม่ ใช้จนหมด ใชไ้ มห่ มดแล้วซือ้ ใหม่
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ ๒๕
กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑o๑ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๕ เรือ่ ง คนละไม้ คนละมือ เวลา ๘ ชัว่ โมง
เรอื่ ง การอา่ นออกเสยี ง เวลา ๑ ชั่วโมง
โรงเรียนบา้ นปงตา ผู้สอน นางสาวชญาภา สุขคา
สาระที่ ๑ การอา่ น ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปญั หา
มาตรฐาน ท ๑.๑ ในการดาเนินชวี ติ และมนี สิ ัยรกั การอา่ น
๑. สาระสาคัญ
๑.๑ ความคดิ รวบยอด
การอ่านออกเสียงเปน็ การอา่ นท่ีสามารถให้ผู้ฟังเข้าใจในเร่ืองที่อ่านควรอ่านออกเสียงให้
ถูกต้องและชัดเจนและปฏิบัติตนในการอ่านให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์จึงจะทาให้อ่านได้คล่องและมี
ความมนั่ ใจ
๑.๒ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการสอื่ สาร
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
๒. ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕/๑ อ่านออกเสยี งบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองไดถ้ ูกต้อง
๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ นักเรียนอ่านออกเสยี งเนือ้ หาในบทเรยี นได้
๓.๒ นักเรียนสรุปเร่ืองราวท่ีอ่านได้
๓.๓ นกั เรียนบอกความหมายของคายากในบทอ่านได้
๔. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๔.๑ รักความเปน็ ไทย
๔.๒ ใฝเ่ รียนรู้
๔.๓ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ มวี นิ ัย
๔.๕ อยู่อย่างพอเพียง
๕. สาระการเรยี นรู้
- การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรอง
- อ่านออกเสยี งบทเรียนเรอื่ ง คนละไม้ คนละมือ
- คาใหม่ในบทเรียน
๖. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี ๑ ทบทวนเน้ือหาท่ีเรียนในชั่วโมงท่ีแล้วดว้ ยการให้นักเรียนนาใบงานชุดที่ ๑ มาร่วม
กันตรวจสอบและเฉลยอกี ครง้ั
ขั้นที่ ๒ เขียนตามคาบอก จานวน ๑๐ คา และแลกเปลี่ยนกันตรวจ จากนั้นคัดคาใหมล่ งใน
สมดุ อกี ครัง้
ข้ันที่ ๓ ให้นักเรียนเล่นเกมต่อคาคล้องจอง ๒ พยางค์ ครูแบ่งหน้ากระดานเป็นช่องให้มี
จานวนช่องเท่ากับจานวนกลุ่มนักเรียน แล้วครูกาหนดคาให้กลุ่มละ ๑ คา โดยไม่ซ้ากัน ให้แต่ละ
กลุ่มส่งตัวแทนออกไปเขียนคาสัมผัสคลอ้ งจองกับคาที่กาหนดให้ โดยใช้คาสองพยางค์ และใหพ้ ยางค์
ท้ายของคาไปคล้องจองกับพยางค์หน้าของคาต่อไป เช่นไปมา – หาสู่ – รู้คุณ – จุนเจือ เป็นต้น
รว่ มกันตรวจสอบ ครสู รปุ ความหมายของคาสัมผสั คลอ้ งจอง
ขั้นท่ี ๔ นักเรียนแต่ละคนอ่านเรื่องในบทเรียน “ คนละไม้ คนละมือ” โดยอา่ นตอ่ กันคนละ
๑ ย่อหนา้ ถา้ จบเรื่องแลว้ ใหค้ นที่ยังไมไ่ ด้อา่ นเร่ิมต้นอ่านเร่อื งใหม่
ขน้ั ท่ี ๕ ให้แตล่ ะคนหาคาใหม่ในยอ่ ที่ตนเองอา่ นออกมา แล้วหาความหมายของคาน้ันโดย
ค้นหาจากพจนานกุ รม สง่ ตวั แทนอ่านคาใหมแ่ ละความหมายทีห่ น้าชัน้ เรียน
ขั้นท่ี ๖ นักเรียนทาแบบฝึกหัดท้ายบท หน้า ๑๑ – ๑๒ ข้อที่ ๑-๕ ท่ีกาหนดให้ ครูเฉลย
และตรวจสอบความถกู ต้อง
๗. ช้นิ งาน/หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้
๑. เขียนตามคาบอก
๒. แบบฝกึ หดั ท้ายบท หนา้ ๑๑ – ๑๒ ข้อที่ ๑-๕
๓. แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
๘. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
๑. หนังสอื เรียนชดุ ภาษาพาที
๒. บทอ่าน คนละไม้ คนละมอื
๓. แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคแ์ ละผลงานรายบุคคล
๙. วัดผลประเมนิ ผล วิธีการวดั และประเมนิ ผล เครอ่ื งมอื วดั ผลและประเมนิ ผล
รายการประเมนิ - สังเกต - แบบบันทกึ การสงั เกต
• ด้านความร้คู วามเขา้ ใจ - ซักถาม - แบบฝึกหัดท้ายบท หน้า ๑๑ –
- การรว่ มสนทนา - ตรวจใบงาน ๑๒ ข้อที่ ๑-๕
- การตอบคาถาม - เขียนตามคาบออก
- การทาใบงาน - สังเกตพฤตกิ รรมขณะร่วม - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
กิจกรรม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
• ด้านคณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค์
• ดา้ นทกั ษะกระบวนการคดิ - การร่วมสนทนา แบบประเมินผลงานรายบุคคล
การรว่ มสนทนา
๑๐. เกณฑใ์ นการวัดผลและประเมนิ ผล
๑) เกณฑป์ ระเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคร์ ายบุคคลมีคะแนน ๓ ระดับ คือ
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ไดค้ ะแนน ๘ – ๑๐
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๖ – ๗
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผ่านตอ้ งได้ระดับคุณภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรอื ได้คะแนน ๖ ขน้ึ ไป
๒) เกณฑก์ ารประเมนิ การเขยี นตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดบั ดังนี้
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาได้ถกู ๘ – ๑๐
ระดับคณุ ภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑก์ ารผา่ นต้องได้ระดับคณุ ภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรอื ได้คะแนน ๕ ขึ้นไป
๓) เกณฑก์ ารประเมนิ การทาใบงาน มคี ะแนน ๓ ระดับ ดงั น้ี
ระดบั คณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาไดถ้ กู ๘ – ๑๐
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรุง ได้คะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผ่านต้องได้ระดับคุณภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรือไดค้ ะแนน ๕ ข้ึนไป
การประเมิน ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารให้ระดับคะแนน
รกั ความเป็นไทย
ใฝ่เรียนรู้ ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐)
มีจิตสาธารณะ
มีวินยั สนใจและตงั้ ใจร่วม สนใจและตง้ั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจร่วม
อย่อู ย่างพอเพียง กิจกรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน
ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง
สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสุขเกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา
กลา้ ซักถามกลา้ พดู กลา้ ซักถามกลา้ พูด กล้าซกั ถามกล้าพดู
กล้าแสดงความคิดเห็น กล้าแสดงความคิดเห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น
และโตแ้ ย้งในส่งิ ทไ่ี ม่ และโตแ้ ยง้ ในส่ิงทไ่ี ม่ และโต้แยง้ ในสง่ิ ทไ่ี ม่
ถกู ตอ้ ง กล้าแสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กล้าแสดงออก
มีความเสียสละเพอื่ มคี วามเสียสละเพื่อ ไม่ค่อยเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม ไมเ่ อา ส่วนรวมเป็นบางครง้ั สว่ นรวม ชอบเอา
เปรยี บไม่เห็นแกต่ ัว ไมเ่ อาเปรียบไม่เห็นแก่ เปรียบคนอื่น คอ่ นขา้ ง
ช่วยเหลอื หมู่คณะได้ ตวั ไมค่ ่อยชว่ ยเหลือ เห็นแกต่ วั ไมค่ ่อย
เป็นอย่างดี หมูค่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ
มีการตรวจสอบแก้ไข มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแก้ไข
การกระทาท่ีไม่ถกู ตอ้ ง การกระทาที่ไม่ถูกต้อง การกระทาทไี่ มถ่ ูกตอ้ ง
ทุกครัง้ ทาใบงานได้ เกือบทุกคร้ัง ทาใบ เปน็ บางครงั้ ทาใบงาน
สะอาดเรยี บรอ้ ยและ งานไดส้ ะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทันเวลา เรียบรอ้ ย ไมค่ อ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทันเวลา ทันเวลา
ใช้วัสดอุ ุปกรณ์การ ใช้วัสดุอุปกรณ์การ ใชว้ สั ดุอุปกรณ์การ
เรียนที่ราคาถกู และใช้ เรียนท่ีราคาค่อนข้าง เรยี นท่รี าคาค่อนขา้ ง
อย่างคมุ้ ค่าใช้จน แพงและใช้อย่างคุ้มคา่ แพงและใช้อย่างคุม้ ค่า
หมดแลว้ ค่อยซือ้ ใหม่ ใช้จนหมด ใชไ้ มห่ มดแล้วซือ้ ใหม่
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ๒๖
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑o๑ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๕
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๕ เรื่อง คนละไม้ คนละมอื เวลา ๘ ชัว่ โมง
เรอื่ ง การอา่ นบทอา่ นเสริม เวลา ๑ ชั่วโมง
โรงเรียนบา้ นปงตา ผูส้ อน นางสาวชญาภา สุขคา
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนาไปใช้ตดั สินใจแก้ปัญหา
ในการดาเนินชวี ติ และมีนิสัยรักการอา่ น
๑. สาระสาคัญ
๑.๑ ความคิดรวบยอด
การอ่านเสริมบทเรียนเป็นการเพ่ิมประสบการณ์ด้านการอ่าน ปลูกฝังให้ผู้เรียนรักการอ่าน
และศึกษาหาความรู้เพ่ิมเติม ขยายขอบเขตการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เปิดโลกทัศน์ท่ีกว้างไกล รู้จักคิด
วิเคราะหเ์ รือ่ งท่ีอ่านและนามาปรับใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้
๑.๒ สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
๒. ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕ / ๗ อา่ นหนงั สือทมี่ ีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและแสดง
ความคดิ เห็นเกีย่ วกับเร่อื งที่อ่าน
๓. จุดประสงค์การเรยี นรู้
๓.๑ นกั เรียนอา่ นและเกบ็ ใจความสาคญั ของเร่ืองได้
๓.๒ นกั เรียนคิด วเิ คราะหส์ รปุ เร่อื งราวท่อี า่ น
๓.๓ นกั เรียนตงั้ คาถาม – ตอบคาถามเรื่องท่อี า่ นได้
๔. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๔.๑ รกั ความเปน็ ไทย
๔.๒ ใฝ่เรยี นรู้
๔.๓ มจี ิตสาธารณะ
๔.๔ มวี นิ ยั
๔.๕ อยู่อย่างพอเพียง
๕. สาระการเรยี นรู้
- การอ่านหนังสอื ตามความสนใจ เชน่ หนังสือทน่ี ักเรยี นสนใจและเหมาะสมกับวัย หนังสอื ท่ี
ครูและนักเรยี นกาหนดรว่ มกัน
- การอ่านเสรมิ เร่อื ง “ จติ ท่คี วรพฒั นา จิตสาธารณะ”
- การตัง้ คาถาม – ตอบคาถาม
๖. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขั้นท่ี ๑ นักเรยี นเขียนตามคาบอก จานน ๑๐ คาจากสมุดคาศพั ท์พ้ืนฐานช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี
๔ พรอ้ มเฉลยคาศัพท์ และคดั คาใหมล่ งในสมดุ
ขั้นท่ี ๒ ให้แต่ละคนอ่าน บทอ่านเสริม “จิตท่ีควรพัฒนา : จิตสาธารณะ” โดยอ่านในใจ
จากนั้นให้แต่ละกลุ่มจับสลากสรุปเกี่ยวกับบุคคลตัวอย่างท่ีมีจิตสาธารณะด้านต่าง ๆ จาก ๕
ตวั อยา่ ง ส่งตัวแทนพดู รายงานการสรปุ ท่หี น้าชั้นเรียน
ข้ันท่ี ๓ ร่วมกันสนทนาถึงเนอ้ื หาของบทอ่าน “จติ ท่คี วรพัฒนา : จิตสาธารณะ” ให้แต่ละ
คนอธบิ ายความหมายของคาว่า “จติ สาธารณะ” หาบุคคลตัวอย่างในท้องถ่ินของนักเรยี นซ่ึงเป็นผูท้ ี่มี
จิตสาธารณะ ส่งตัวแทนพดู อธิบายที่หน้าชั้นเรยี น ครูพูดอธบิ ายสรุปความหมายของ “จิตสาธารณะ”
และชนี้ าใหน้ กั เรียนเป็นผูท้ ีม่ ีจิตสาธารณะ
ขนั้ ท่ี ๔ นักเรยี นทาแบบฝึกหัดทา้ ยบท หนา้ ๑๓ ข้อท่ี ๒
๗. ชิน้ งาน / หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้
๑. แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์และแบบประเมนิ ผลงาน
๒. การทาแบบฝกึ หดั ท้ายบท หนา้ ที่ ๑๓ ข้อที่ ๒
๓. เขยี นตามคาบอก
๘. สอื่ / แหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สอื เรียนชุด ภาษาพาที
๒. หนงั สอื พมิ พ์ นิตยสาร อินเตอรเ์ นต็
๓. แบบประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์และผลงานรายบคุ คล
๙. วดั ผลประเมนิ ผล วิธีการวดั และประเมินผล เครอ่ื งมือวดั ผลและประเมินผล
รายการประเมนิ - สงั เกต - แบบบันทกึ การสงั เกต
- ซักถาม - แบบฝึกหดั ท้ายบทหน้าท่ี ๑๓
• ด้านความรู้ความเขา้ ใจ - ตรวจใบงาน ขอ้ ท่ี ๒
- การรว่ มสนทนา - เขียนตามคาบอก
- การตอบคาถาม - สงั เกตพฤติกรรมขณะรว่ ม - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
- กจิ กรรม - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
• ด้านคุณลักษณะอนั พงึ
ประสงค์
• ดา้ นทกั ษะกระบวนการคิด - การพูดรายงาน แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
การร่วมสนทนา
๑๐. เกณฑ์ในการวดั ผลและประเมินผล
๑) เกณฑ์ประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์รายบุคคลมคี ะแนน ๓ ระดบั คือ
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ไดค้ ะแนน ๘ – ๑๐
ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๖ – ๗
ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผ่านตอ้ งได้ระดับคณุ ภาพ ๒ ขึน้ ไปหรอื ไดค้ ะแนน ๖ ขน้ึ ไป
๒) เกณฑ์การประเมนิ การทาใบงาน มีคะแนน ๓ ระดับ ดังน้ี
ระดบั คณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ไดค้ ะแนน ๘ – ๑๐
ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๖ – ๗
ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑก์ ารผา่ นตอ้ งไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ข้ึนไปหรอื ได้คะแนน ๕ ข้นึ ไป
๓) เกณฑก์ ารประเมินการเขียนตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดบั ดังน้ี
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาไดถ้ กู ๘ – ๑๐
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑก์ ารผ่านตอ้ งได้ระดับคุณภาพ ๒ ขึน้ ไปหรือได้คะแนน ๕ ข้นึ ไป
การประเมนิ ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ประเดน็ การประเมิน เกณฑ์การให้ระดับคะแนน
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐)
รักความเป็นไทย สนใจและต้ังใจรว่ ม สนใจและตง้ั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจรว่ ม
กิจกรรมการเรยี น กิจกรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน
ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอยา่ ง ภาษาไทยอย่าง
สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี สนุกสนานและมี
ความสุขตลอดเวลา ความสขุ เกอื บ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา
กลา้ ซกั ถามกลา้ พูด กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซักถามกล้าพดู
ใฝเ่ รยี นรู้ กล้าแสดงความคิดเหน็ กลา้ แสดงความคดิ เห็น กลา้ แสดงความคิดเห็น
และโตแ้ ยง้ ในส่งิ ทไ่ี ม่ และโต้แยง้ ในสง่ิ ทไ่ี ม่ และโตแ้ ยง้ ในส่งิ ทไ่ี ม่
ถกู ตอ้ ง กลา้ แสดงออก ถกู ตอ้ ง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กล้าแสดงออก
มคี วามเสยี สละเพอื่ มคี วามเสียสละเพื่อ ไม่ค่อยเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม ไมเ่ อา สว่ นรวมเป็นบางครง้ั สว่ นรวม ชอบเอา
มจี ิตสาธารณะ เปรยี บไม่เหน็ แก่ตัว ไมเ่ อาเปรยี บไม่เห็นแก่ เปรียบคนอื่น คอ่ นขา้ ง
ชว่ ยเหลอื หมู่คณะได้ ตวั ไมค่ ่อยชว่ ยเหลือ เห็นแกต่ วั ไม่ค่อย
เป็นอย่างดี หมูค่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ
มีวนิ ยั มีการตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไี่ ม่ถูกตอ้ ง การกระทาที่ไม่ถูกต้อง การกระทาทไี่ ม่ถกู ตอ้ ง
ทุกครั้งทาใบงานได้ เกือบทุกคร้ัง ทาใบ เปน็ บางครงั้ ทาใบงาน
สะอาดเรยี บรอ้ ยและ งานได้สะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ต้องและทันเวลา เรียบรอ้ ย ไมค่ อ่ ย เรียบร้อยและไม่คอ่ ย
ทันเวลา ทันเวลา
ใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์การ ใช้วัสดุอุปกรณ์การ ใชว้ สั ดุอุปกรณ์การ
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง เรยี นท่ีราคาถกู และใช้ เรียนทีร่ าคาค่อนข้าง เรยี นทรี่ าคาค่อนขา้ ง
อย่างคุ้มค่าใชจ้ น แพงและใช้อย่างคุ้มคา่ แพงและใช้อย่างคุม้ ค่า
หมดแล้วค่อยซอื้ ใหม่ ใช้จนหมด ใชไ้ มห่ มดแล้วซ้ือใหม่
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๒๗ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๕
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑o๑ เวลา ๘ ช่วั โมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๕ เรอื่ ง คนละไม้ คนละมอื เวลา ๑ ชั่วโมง
เรอ่ื ง อ่านเพม่ิ เตมิ ความหมาย
โรงเรยี นบ้านปงตา ผู้สอน นางสาวชญาภา สุขคา
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใช้ตดั สินใจแก้ปัญหา
ในการดาเนนิ ชีวิต และมนี ิสยั รักการอ่าน
๑. สาระสาคญั
๑.๑ ความคดิ รวบยอด
การเรยี นรู้คา นอกจากเรยี นรู้เพอ่ื ส่อื ความหมายแล้วยังต้องเรียนร้ใู นดา้ นประเภท
และชนิดของคา หนา้ ท่ขี องคา และนาคาน้นั ไปใช้ให้ถูกต้องตามบรบิ ท
๑.๒ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
- ความสามารถในการสื่อสาร
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
๒. ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕/๒ อธบิ ายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความที่เปน็ การบรรยาย
และการพรรณนา
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ นกั เรียนอ่าน เขียนสะกดคาในบทเรียนได้
๓.๒ นกั เรยี นบอกความหมายของคาได้
๓.๓ นักเรียนนาคาไปใชไ้ ด้ถูกต้องตามสถานการณ์
๔. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๔.๑ รักความเปน็ ไทย
๔.๒ ใฝเ่ รยี นรู้
๔.๓ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ มีวนิ ัย
๔.๕ อยู่อย่างพอเพียง
๕. สาระการเรียนรู้
- การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรอง
- การอา่ นสะกดคา
- ความหมายของคา และการนาคาไปใช้
๖. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขั้นที่ ๑ นักเรียนเขียนตามคาบอก จานวน ๑๐ คา และคัดคาใหมใ่ นสมดุ พร้อมเฉลยคาศพั ท์
ทถี่ ูกต้อง
ข้ันที่ ๒ นักเรียนอ่านคาในหนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชุดภาษาพาที หน้า ๔๖ –
๔๗
ขั้นท่ี ๓ นักเรียนแต่ละคนร่วมกันคิดแสดงบทบาทสมมุติเป็นบุคคลตัวอย่างท่ีมี
“จติ สาธารณะ” เหตุการณ์ใดเหตุการณห์ นึ่ง ใชเ้ วลาฝึกเตรียมและแสดงบทบาทสมมุตินั้น โดยใช้เวลา
แสดงคนละ ๑ นาที
ขนั้ ท่ี ๔ ให้แตล่ ะคนออกมาวิจารณก์ ารแสดงของเพอื่ นคนอน่ื ๆ พร้อมทง้ั แนะแนวทางแก้ไข
ขอ้ บกพรอ่ ง
ขน้ั ที่ ๕ นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั ท้ายบท หนา้ ที่ ๑๒ –๑๓ ขอ้ ท่ี ๑
๗. ชน้ิ งาน / หลักฐานร่องรอยแสดงความรู้
๑. แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงคแ์ ละแบบประเมนิ ผลงาน
๒. การทาแบบฝึกหัดท้ายบท หนา้ ที่ ๑๒ –๑๓ ข้อท่ี ๑
๓. เขียนตามคาบอก
๘. สอ่ื / แหลง่ การเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรียนชุด ภาษาพาที
๒. รูปภาพ
๓. แบบฝึกหัดทา้ ยบท
๙. วัดผลประเมนิ ผล วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วัดผลและประเมนิ ผล
รายการประเมิน - สังเกต - แบบบันทกึ การสงั เกต
- ซักถาม - การทาแบบฝึกหัดท้ายบท
• ดา้ นความรู้ความเข้าใจ - ตรวจใบงาน หนา้ ที่ ๑๒ –๑๓ ข้อท่ี ๑
- การร่วมสนทนา - เขียนตามคาบอก
- การตอบคาถาม - สังเกตพฤตกิ รรมขณะรว่ ม - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
- การทาใบงาน กจิ กรรม - แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
• ด้านคณุ ลักษณะอันพึง
ประสงค์
• ดา้ นทกั ษะกระบวนการคดิ - การคิดเรอ่ื งและแสดง แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
การร่วมสนทนา บทบาทสมมตุ ิ
๑๐. เกณฑ์ในการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑) เกณฑ์ประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคร์ ายบุคคลมคี ะแนน ๓ ระดับ คอื
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ได้คะแนน ๒๐ – ๒๔
ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๒๓ – ๑๙
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง ได้คะแนน ๑ – ๑๒
เกณฑก์ ารผา่ นต้องไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ขนึ้ ไปหรอื ไดค้ ะแนน ๙ ขนึ้ ไป
๒) เกณฑก์ ารประเมนิ การเขียนตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดับ ดงั น้ี
ระดบั คณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ทาได้ถูก ๘ – ๑๐
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑก์ ารผ่านต้องไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรือได้คะแนน ๒ ข้นึ ไป
๓) เกณฑก์ ารประเมินการทาใบงาน มีคะแนน ๓ ระดบั ดงั นี้
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาไดถ้ กู ๘ – ๑๐
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑก์ ารผ่านตอ้ งได้ระดับคณุ ภาพ ๒ ข้นึ ไปหรือไดค้ ะแนน ๕ ขึ้นไป
การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้ระดับคะแนน
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐)
รกั ความเป็นไทย สนใจและต้งั ใจร่วม สนใจและตง้ั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจร่วม
กจิ กรรมการเรยี น กจิ กรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน
ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง
สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี สนุกสนานและมี
ความสุขตลอดเวลา ความสุขเกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา
กลา้ ซักถามกล้าพดู กล้าซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู
ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ แสดงความคิดเห็น กลา้ แสดงความคิดเห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น
และโต้แย้งในส่งิ ที่ไม่ และโตแ้ ยง้ ในส่ิงทไ่ี ม่ และโต้แยง้ ในสง่ิ ทไ่ี ม่
ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กล้าแสดงออก
มีความเสยี สละเพอื่ มีความเสียสละเพอื่ ไม่ค่อยเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม ไม่เอา สว่ นรวมเป็นบางครง้ั สว่ นรวม ชอบเอา
มจี ิตสาธารณะ เปรยี บไมเ่ หน็ แก่ตัว ไม่เอาเปรียบไม่เห็นแก่ เปรียบคนอื่น คอ่ นขา้ ง
ชว่ ยเหลือหมู่คณะได้ ตวั ไมค่ ่อยชว่ ยเหลือ เห็นแกต่ วั ไมค่ ่อย
เป็นอย่างดี หมูค่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ
มีวนิ ยั มีการตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไ่ี ม่ถกู ต้อง การกระทาที่ไม่ถูกต้อง การกระทาทไี่ มถ่ ูกตอ้ ง
ทกุ ครั้งทาใบงานได้ เกอื บทุกคร้ัง ทาใบ เปน็ บางครงั้ ทาใบงาน
สะอาดเรยี บร้อยและ งานไดส้ ะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถูกตอ้ งและทันเวลา เรยี บรอ้ ย ไมค่ อ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทนั เวลา ทันเวลา
ใช้วัสดุอุปกรณ์การ ใชว้ ัสดุอุปกรณ์การ ใชว้ สั ดุอุปกรณ์การ
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง เรยี นที่ราคาถูกและใช้ เรียนท่ีราคาค่อนข้าง เรยี นท่รี าคาค่อนขา้ ง
อยา่ งคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อยา่ งคุ้มคา่ แพงและใช้อย่างคุม้ ค่า
หมดแล้วคอ่ ยซ้อื ใหม่ ใช้จนหมด ใชไ้ มห่ มดแล้วซือ้ ใหม่
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๒๘ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๕
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๕๑o๑ เวลา ๘ ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี ๕ เรื่อง คนละไม้ คนละมอื เวลา ๑ ชว่ั โมง
เร่อื ง คาบุพบท
โรงเรียนบา้ นปงตา ผสู้ อน นางสาวชญาภา สขุ คา
สาระท่ี ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัตขิ องชาติ
๑. สาระสาคัญ
๑.๑ ความคิดรวบยอด
คาบุพบท คือ คาท่ีเขียนหรือพูดนาหน้าคานาม คาสรรพนาม หรือคากริยา เพื่อเช่ือมคา
หรือขยายคาที่อยู่ข้างหน้า เพื่อบอกสถานที่ บอกความเป็นผู้รับ บอกความเป็นเครื่องใช้หรือกระทา
รว่ มกัน บอกความเป็นเจ้าของ และบอกเวลา
๑.๒ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
- ความสามารถในการส่อื สาร
- ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
๒. ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๕/๑ ระบุชนดิ และหน้าทข่ี องคาในประโยค
๓. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๓.๑ นักเรียนบอกความหมายของคาบุพบทได้
๓.๒ นกั เรยี นใชค้ าบุพบทไดถ้ กู ตอ้ ง
๔. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๔.๑ รกั ความเป็นไทย
๔.๒ ใฝ่เรยี นรู้
๔.๓ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ มวี ินยั
๔.๕ อยู่อย่างพอเพียง
๕. สาระการเรยี นรู้
- ชนิดของคา
- ความหมายของคาบุพบท
- การใช้คาบุพบท
๖. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ข้นั ที่ ๑ นักเรียนเขียนตามคาบอก จานวน ๑๐ คา และคัดคาใหม่ในสมดุ พรอ้ มเฉลยคาศัพท์
ที่ถูกตอ้ ง
ขนั้ ที่ ๒ ครยู กตวั อย่าง ประโยค เชน่
- เขาอยบู่ นบ้าน
- แมใ่ หเ้ งนิ ฉันสาหรับซ้ือหนังสอื
จากน้ันครู อธิบายว่าคาว่า บน และ สาหรับ เป็นคาบุพบท ครูอธิบายคาจากัดความของ
คาบุพบท และประเภทของคาบุพบท พร้อมกบั ยกตวั อย่างประกอบ
ข้ันท่ี ๓ ใหแ้ ตล่ ะคนศกึ ษาประเภทของคาบพุ บทจากใบความรู้ (ทา้ ยแผน) พร้อมกับ
ยกตวั อย่างคาบพุ บท ๕ คา แล้วนาคามาแตง่ ประโยค จัดทาเปน็ แผนภมู ิ ดังน้ี
กลุ่มที่ ๑ ศกึ ษาเรอ่ื ง คาบุพบทบอกสถานท่ี
กล่มุ ที่ ๒ ศกึ ษาเรอ่ื ง คาบุพบทบอกความเปน็ ผู้รับ
กลุ่มที่ ๓ ศึกษาเรอ่ื ง คาบพุ บทบอกความเปน็ เครือ่ งใช้ หรอื บอกความเกีย่ วขอ้ ง
กลมุ่ ที่ ๔ ศกึ ษาเรอื่ ง คาบุพบทบอกความเปน็ เจ้าของ
กลุ่มท่ี ๕ ศึกษาเร่อื ง คาบพุ บทบอกเวลา
ขัน้ ที่ ๔ ครแู ละนักเรยี นช่วยกันสรปุ ความรเู้ รอื่ ง คาบุพบท ดงั นี้
คาบุพบท คือ คาทีเ่ ขยี นหรือพดู นาหนา้ คานาม คาสรรพนาม หรือคากรยิ า เพอื่ เช่อื มคาหรอื
ขยายคาที่อยขู่ ้างหนา้
คาบพุ บท แบง่ ออกเป็น ๕ ชนดิ ดังน้ี
- คาบพุ บทบอกสถานที่
- คาบุพบทบอกความเปน็ ผรู้ ับ
- คาบุพบทบอกความเป็นเคร่ืองใช้หรอื บอกความเก่ียวข้อง
- คาบพุ บทบอกความเปน็ เจ้าของ
- คาบพุ บทบอกเวลา
ข้นั ที่ ๕ นกั เรยี นอ่านใบความรู้และทาใบงานที่ ๒
๗. ชน้ิ งาน / หลกั ฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๑. แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละแบบประเมินผลงาน
๒. การทาใบงานที่ ๒
๓. เขียนตามคาบอก
๘. สื่อ / แหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรยี นชดุ ภาษาพาที
๒. ใบความรู้
๓. ใบงาน
๔. แบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์และผลงานรายบุคคล
๙. วดั ผลประเมนิ ผล วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมอื วัดผลและประเมนิ ผล
รายการประเมนิ - สงั เกต - แบบบนั ทึกการสังเกต
- ซักถาม - ใบงานที่ ๒
• ดา้ นความรู้ความเข้าใจ - ตรวจใบงาน - เขยี นตามคาบอก
- การรว่ มสนทนา - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
- การตอบคาถาม - สงั เกตพฤติกรรมขณะรว่ ม - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
- การทาใบงาน กจิ กรรม
• ดา้ นคุณลักษณะอันพึง - การใชค้ าบพุ บท แบบประเมินผลงานรายบุคคล
ประสงค์
• ด้านทกั ษะกระบวนการคิด
การร่วมสนทนา
๑๐. เกณฑ์ในการวัดผลและประเมนิ ผล
๑) เกณฑป์ ระเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์รายบคุ คลมีคะแนน ๓ ระดับ คอื
ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ได้คะแนน ๒๐ – ๒๔
ระดับคณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๒๓ – ๑๙
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรงุ ได้คะแนน ๑ – ๑๒
เกณฑก์ ารผา่ นต้องไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๒ ขึ้นไปหรือไดค้ ะแนน ๙ ข้นึ ไป
๒) เกณฑ์การประเมนิ การเขยี นตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดบั ดงั น้ี
ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ไดค้ ะแนน ๘ – ๑๐
ระดับคณุ ภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผ่านตอ้ งได้ระดับคณุ ภาพ ๒ ขึน้ ไปหรือไดค้ ะแนน ๒ ขึน้ ไป
๓) เกณฑก์ ารประเมินการทาใบงาน มีคะแนน ๓ ระดบั ดงั นี้
ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาไดถ้ ูก ๘ – ๑๐
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผ่านต้องไดร้ ะดบั คณุ ภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรือไดค้ ะแนน ๕ ขน้ึ ไป
การประเมิน ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารให้ระดับคะแนน
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐)
รักความเปน็ ไทย สนใจและตงั้ ใจร่วม สนใจและตง้ั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจร่วม
กิจกรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน
ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง
สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสุขเกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา
กลา้ ซักถามกลา้ พดู กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู
ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ แสดงความคิดเห็น กล้าแสดงความคิดเห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น
และโตแ้ ยง้ ในสง่ิ ทไ่ี ม่ และโตแ้ ยง้ ในส่ิงทไ่ี ม่ และโต้แยง้ ในสง่ิ ทไ่ี ม่
ถกู ตอ้ ง กล้าแสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กล้าแสดงออก
มีความเสียสละเพอื่ มคี วามเสียสละเพอื่ ไม่ค่อยเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม ไมเ่ อา ส่วนรวมเป็นบางครง้ั สว่ นรวม ชอบเอา
มีจิตสาธารณะ เปรยี บไมเ่ ห็นแกต่ ัว ไมเ่ อาเปรียบไม่เห็นแก่ เปรียบคนอื่น คอ่ นขา้ ง
ช่วยเหลอื หมู่คณะได้ ตวั ไมค่ ่อยชว่ ยเหลือ เห็นแกต่ วั ไมค่ ่อย
เป็นอย่างดี หมูค่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ
มวี ินยั มีการตรวจสอบแก้ไข มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแก้ไข
การกระทาท่ีไม่ถกู ตอ้ ง การกระทาที่ไม่ถูกต้อง การกระทาทไี่ มถ่ ูกตอ้ ง
ทุกครัง้ ทาใบงานได้ เกือบทุกคร้ัง ทาใบ เปน็ บางครงั้ ทาใบงาน
สะอาดเรยี บรอ้ ยและ งานไดส้ ะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทันเวลา เรียบรอ้ ย ไมค่ อ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทันเวลา ทันเวลา
ใช้วัสดอุ ุปกรณ์การ ใช้วัสดุอุปกรณ์การ ใชว้ สั ดุอุปกรณ์การ
อยู่อย่างพอเพียง เรียนที่ราคาถกู และใช้ เรียนท่ีราคาค่อนข้าง เรยี นท่รี าคาค่อนขา้ ง
อยา่ งคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อยา่ งคุ้มคา่ แพงและใช้อย่างคุม้ ค่า
หมดแลว้ ค่อยซือ้ ใหม่ ใช้จนหมด ใชไ้ มห่ มดแล้วซือ้ ใหม่
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๒๙
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑o๑ ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๕
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๕ เรอ่ื ง คนละไม้ คนละมือ เวลา ๘ ชว่ั โมง
เรือ่ ง เครื่องหมายวรรคตอน เวลา ๑ ชวั่ โมง
โรงเรียนบ้านปงตา ผู้สอน นางสาวชญาภา สขุ คา
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคดิ เพอื่ นาไปใช้ตดั สนิ ใจ แกป้ ัญหา
ในการดาเนนิ ชวี ิต และมนี สิ ยั รักการอ่าน
๑. สาระสาคญั
๑.๑ ความคิดรวบยอด
เครอ่ื งหมายวรรคตอนคือสญั ลกั ษณท์ ี่ใชเ้ พือ่ เนน้ เชื่อม ละเว้น ขอ้ ความหรือประโยค
ในภาษาไทยให้เกิดความเขา้ ใจตามเจตนารมณ์ของผู้ใช้ ในภาษาไทยของเรามีเคร่ืองหมายต่าง ๆ ใช้
เขยี นกากับขอ้ ความประโยคมากมาย ผเู้ รยี นตอ้ งศกึ ษาหลกั และวธิ กี ารนาไปใช้ให้ถกู ตอ้ งตามบริบท
๑.๒ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
- ความสามารถในการส่ือสาร
- ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
๒. ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕/๒ อธิบายความหมายของคา ประโยคและข้อความทีเ่ ป็นการบรรยาย
และการพรรณนา
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ นักเรียนบอกความหมายวรรคตอนได้ถูกต้อง
๓.๒ นกั เรยี นใช้เครอ่ื งหมายวรรคตอนไดถ้ ูกต้อง
๓.๓ นกั เรียนเขียนประโยคโดยใช้เครือ่ งหมายวรรคตอนได้
๔. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๔.๑ รักความเปน็ ไทย
๔.๒ ใฝเ่ รียนรู้
๔.๓ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ มวี ินยั
๔.๕ อยู่อย่างพอเพียง
๕. สาระการเรียนรู้
- การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองท่ี
ประกอบดว้ ย อกั ษรยอ่ และเครือ่ งหมายวรรคตอน
- ความหมายของเครื่องหมายวรรคตอน
- การใช้เครอ่ื งหมายวรรคตอน
๖. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ข้ันที่ ๑ นักเรียนเขียนตามคาบอก จานวน ๑๐ คา และคัดคาใหม่ในสมุด พร้อมเฉลย
คาศัพทท์ ีถ่ ูกตอ้ ง
ขั้นที่ ๒ อ่านความร้ทู างภาษาเรอ่ื งการเขยี นเครือ่ งหมายวรรคตอนจากหนังสือเรยี น
ภาษาไทย ป. ๕ ชดุ ภาษาพาที หนา้ ๔๙ – ๕๐ แลว้ ช่วยกันสร้างองค์ความรู้ และสรปุ เคร่อื งหมาย
วรรคตอน
แต่ละอย่างว่าใชอ้ ย่างไร
ขัน้ ท่ี ๓ นกั เรียนอา่ นแถบประโยคทมี่ เี ครือ่ งหมายวรรคตอนท่ีครนู ามาตดิ บนกระดานดาและ
ฟงั ครูอธบิ ายให้ฟัง
- เคร่อื งหมายคาพูด “………..”
- เครื่องหมายวงเลบ็ (………)
- เคร่ืองหมายตกใจ ………….!...........
- เคร่อื งหมายคาถาม .........?.........
- ขีดเสน้ ใต้
จากน้นั ให้แตล่ ะคนแต่งประโยคทมี่ ีเคร่อื งหมายวรรคตอนตามขัน้ ท่ี ๒ มาคนละ ๓ ประโยค
โดยมาเขียนบนกระดาน พร้อมอ่านประโยคนัน้ ใหเ้ พ่อื น ๆ ฟงั
ขัน้ ที่ ๔ นกั เรียนศกึ ษาใบความรเู้ ร่อื ง “ เครื่องหมายวรรคตอน”
ข้ันที่ ๕ นกั เรยี นอา่ นใบความรแู้ ละทาใบงานท่ี ๓ เสร็จแลว้ รว่ มกันเฉลยและตรวจสอบความ
ถูกต้องเหมาะสม
๗. ช้นิ งาน / หลักฐานรอ่ งรอยแสดงความรู้
๑. แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละแบบประเมนิ ผลงาน
๒. การทาใบงานท่ี ๓
๓. เขียนตามคาบอก
๘. สอื่ / แหลง่ การเรียนรู้
๑. หนงั สือเรยี นชุด ภาษาพาที
๒. ใบความรเู้ รอ่ื ง เครอ่ื งหมายวรรคตอน
๓. ใบงานท่ี ๓
๔. แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์และผลงานรายบุคคล
๙. วัดผลประเมนิ ผล วธิ ีการวดั และประเมินผล เครอ่ื งมอื วดั ผลและประเมินผล
รายการประเมนิ - สังเกต - แบบบนั ทึกการสังเกต
- ซกั ถาม - ใบงานท่ี ๓
• ด้านความรู้ความเข้าใจ - ตรวจใบงาน - เขียนตามคาบอก
- การร่วมสนทนา - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
- การตอบคาถาม - สังเกตพฤติกรรมขณะรว่ ม - แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
- การทาใบงาน กจิ กรรม
• ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ
ประสงค์
• ดา้ นทกั ษะกระบวนการคิด - การใชเ้ คร่อื งหมายวรรคตอน แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
การร่วมสนทนา
๑๐. เกณฑ์ในการวดั ผลและประเมนิ ผล
๑) เกณฑป์ ระเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์รายบคุ คลมีคะแนน ๓ ระดับ คอื
ระดับคุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ไดค้ ะแนน ๒๐ – ๒๔
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๒๓ – ๑๙
ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๑๒
เกณฑ์การผ่านตอ้ งไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ข้นึ ไปหรอื ได้คะแนน ๙ ขน้ึ ไป
๒) เกณฑก์ ารประเมนิ การเขียนตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดับ ดงั น้ี
ระดบั คณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาได้ถูก ๘ – ๑๐
ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑ์การผา่ นตอ้ งไดร้ ะดบั คุณภาพ ๒ ข้ึนไปหรอื ได้คะแนน ๒ ขนึ้ ไป
๓) เกณฑก์ ารประเมินการทาใบงาน มคี ะแนน ๓ ระดบั ดังนี้
ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาได้ถูก ๘ – ๑๐
ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑก์ ารผา่ นต้องได้ระดบั คณุ ภาพ ๒ ขนึ้ ไปหรือไดค้ ะแนน ๕ ข้ึนไป
การประเมิน ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารให้ระดับคะแนน
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐)
รักความเปน็ ไทย สนใจและตงั้ ใจร่วม สนใจและตง้ั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจร่วม
กิจกรรมการเรยี น กิจกรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน
ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง
สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี สนุกสนานและมี
ความสขุ ตลอดเวลา ความสุขเกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา
กลา้ ซักถามกลา้ พดู กลา้ ซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู
ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ แสดงความคิดเห็น กล้าแสดงความคิดเห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น
และโตแ้ ยง้ ในส่งิ ทไ่ี ม่ และโตแ้ ยง้ ในส่ิงทไ่ี ม่ และโต้แยง้ ในสง่ิ ที่ไม่
ถกู ตอ้ ง กล้าแสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กล้าแสดงออก
มีความเสียสละเพอื่ มคี วามเสียสละเพอื่ ไม่ค่อยเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม ไมเ่ อา ส่วนรวมเป็นบางครง้ั สว่ นรวม ชอบเอา
มีจิตสาธารณะ เปรยี บไมเ่ ห็นแกต่ ัว ไมเ่ อาเปรียบไม่เห็นแก่ เปรียบคนอื่น คอ่ นขา้ ง
ช่วยเหลอื หมู่คณะได้ ตวั ไมค่ ่อยชว่ ยเหลือ เห็นแกต่ วั ไมค่ ่อย
เป็นอย่างดี หมูค่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ
มวี ินยั มีการตรวจสอบแก้ไข มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแกไ้ ข
การกระทาท่ีไม่ถกู ตอ้ ง การกระทาที่ไม่ถูกต้อง การกระทาทไี่ มถ่ ูกตอ้ ง
ทุกครัง้ ทาใบงานได้ เกือบทุกคร้ัง ทาใบ เปน็ บางครงั้ ทาใบงาน
สะอาดเรยี บรอ้ ยและ งานไดส้ ะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถกู ตอ้ งและทันเวลา เรียบรอ้ ย ไมค่ อ่ ย เรียบร้อยและไมค่ ่อย
ทันเวลา ทันเวลา
ใช้วัสดอุ ุปกรณ์การ ใช้วัสดุอุปกรณ์การ ใชว้ สั ดุอุปกรณ์การ
อยู่อย่างพอเพียง เรียนที่ราคาถกู และใช้ เรียนท่ีราคาค่อนข้าง เรยี นท่รี าคาค่อนข้าง
อยา่ งคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อยา่ งคุ้มคา่ แพงและใช้อย่างค้มุ ค่า
หมดแลว้ ค่อยซือ้ ใหม่ ใช้จนหมด ใชไ้ มห่ มดแล้วซือ้ ใหม่
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๓๐
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๕๑o๑ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๕
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๕ เรื่อง คนละไม้ คนละมอื เวลา ๘ ชัว่ โมง
เร่อื ง ขอ้ ความเชิงบรรยายและเชิงพรรณนา เวลา ๑ ชัว่ โมง
โรงเรียนบ้านปงตา ผสู้ อน นางสาวชญาภา สขุ คา
สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพอ่ื นาไปใชต้ ัดสินใจ แกป้ ัญหา
ในการดาเนนิ ชวี ติ และมีนสิ ยั รกั การอ่าน
๑. สาระสาคญั
๑.๑ ความคิดรวบยอด
ข้อความเชิงบรรยายคือลักษณะการเรียบเรียงภาษาพูดหรือภาษาเขียนเพื่อเล่าเร่ืองหรือ
เหตุการณ์ท่ีเกดิ ข้ึน โวหารบรรยายมี ๒ รูปแบบ คือ การบรรยายแบบธรรมดา มีลกั ษณะเปน็ การเล่า
เรื่องหรอื เหตุการณ์ไปตามลาดับเวลาท่ีเกิดข้ึน และการบรรยายแบบมโี ครงเร่อื งซ่ึงไม่จาเป็นต้องเล่า
เร่ืองหรือเหตุการณต์ ามลาดับเวลา แต่ลาดับเน้ือเร่ือง โดยใช้หลักวรรณศลิ ป์ใหส้ อดคล้องกับลักษณะ
ของโครงเรอื่ ง (plot) และประเภทของเนอื้ เร่ืองตามท่ีผู้เขียนกาหนดไว้
๑.๒ สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการคิดวิเคราะห์
- ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
๒. ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕/๒ อธบิ ายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความท่ีเปน็ การบรรยาย
และการพรรณนา
๓. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๓.๑ นกั เรียนบอกข้อความเชิงบรรยายและเชิงพรรณนาได้
๓.๒ นกั เรยี นบอกลักษณะของขอ้ ความเชงิ บรรยายและเชิงพรรณนาได้
๓.๓ นักเรียนเขียนบรรยายข้อความในใจถึงเพ่อื นได้
๔. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๔.๑ รกั ความเปน็ ไทย
๔.๒ ใฝเ่ รยี นรู้
๔.๓ มจี ิตสาธารณะ
๔.๔ มีวินยั
๔.๕ อยู่อย่างพอเพียง
๕. สาระการเรยี นรู้
- การอา่ นออกเสยี งและการบอกความหมายของบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองทป่ี ระกอบด้วย
ข้อความทเ่ี ปน็ การบรรยายและพรรณนา
- ขอ้ ความเชิงบรรยาย
- ข้อความเชงิ พรรณนา
๖. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขนั้ ท่ี ๑ นักเรียนเขียนตามคาบอก จานวน ๑๐ คา และคัดคาใหม่ในสมดุ พร้อมเฉลยคาศพั ท์
ที่ถูกต้อง
ขั้นท่ี ๒ ครูแจกกระดาษขาวและกระดาษแข็งให้นักเรียน ให้นักเรียนติดกระดาษขาวบน
กระดาษแข็งท้ังสองด้าน แล้วใช้ดินสอและไม้บรรทัดลากเส้นให้เป็นรูปส่ีเหล่ียมตามที่ครูกาหนดให้
จากนน้ั ใชก้ รรไกรตดั ตามเส้นที่วาดไว้ ทาเคร่ืองหมายเพื่อเจาะรตู รงก่ึงกลางของขอบกระดาษ จากน้ัน
ใช้ที่เจาะรูกระดาษเจาะรตู รงเครอ่ื งหมายที่ทาไว้ ร้อยไหมพรมสอดไว้ที่รูทีเ่ จาะ
ขั้นท่ี ๓ ให้นักเรียนวาดลวดลายสีสันตามใจชอบลงในแต่ละด้าน เขียนข้อความส้ัน ๆ
เพอื่ ใหเ้ พ่ือนพันธุ์แทไ้ ด้รับแล้วมีความสุข หรือสนุกสนานครน้ื เครง ส่งครตู รวจสอบแนะนาแลว้ ลอกลง
ในที่ค่ันหนังสือน้ัน จากนั้นครูแนะนาให้นักเรียนนาไปวางให้เพื่อนพันธุ์แท้โดยไม่ให้เจ้าตัวเห็น ครู
กาชบั ใหน้ ักเรียนปิดเป็นความลับอย่าให้ใครรู้ว่าที่ค่นั หนังสอื น้ันเป็นของใครมอบให้ใคร จนกว่าจะถึง
เวลาทุกคนจะไดพ้ บและร้จู กั เพือ่ นพนั ธแ์ุ ทข้ องตนเอง
ขน้ั ท่ี ๔ ครูชูรูปภาพ (ครูจัดเตรียมล่วงหน้า) ๓ รูปภาพ ใหน้ ักเรียนทกุ คนฝึกเขียนประโยค
บรรยายภาพทีละภาพ โดยเขียนลงในแผ่นกระดาษท่ีครูจัดเตรียมไว้เสร็จแล้วนามาใส่ในกล่องที่ครู
จัดเตรียมไว้ ครูขออาสาสมัครมาอ่านข้อความบรรยายภาพของเพื่อนท้ังหมดแล้วร่วมกันพิจารณา
ตัดสินว่าในแตล่ ะภาพข้อความใดของบคุ คลใดบรรยายไดด้ ีทีส่ ุด รว่ มกันช่นื ชม
ขั้นท่ี ๕ นักเรียนศึกษาเรื่องการอ่านร้อยแก้ว การอ่านข้อความเชิงบรรยายและการอ่าน
ข้อความเชงิ พรรณนา ในหนังสือเรียนชุดภาษาพาที ชั้น ป.๕ หน้า ๕๐ – ๕๑ แล้วร่วมกันสนทนา
เก่ียวกับข้อความในเร่ือง คนละไม้ คนละมือ มีข้อความตอนใดที่เป็นข้อความเชิงบรรยายและ
ข้อความตอนใดทเ่ี ปน็ ข้อความเชงิ พรรณนา
ข้ันที่ ๖ นักเรียนทาใบงานที่ ๔ เติมคาในประโยคที่กาหนดให้ เสร็จแล้วร่วมกันเฉลยและ
ตรวจสอบความถกู ตอ้ งเหมาะสม
๗. ชนิ้ งาน / หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้
๑. แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์และแบบประเมินผลงาน
๒. การทาใบงานที่ ๔
๓. ทคี่ ่นั หนังสือ ท่ีมีขอ้ ความถงึ แฟนพนั ธแ์ุ ท้
๔. เขียนตามคาบอก
๘. ส่ือ / แหลง่ การเรียนรู้
๑. หนังสือเรียนชุด ภาษาพาที
๒. ใบความรู้เรอื่ ง ข้อความเชงิ บรรยาย
๓. ใบงานที่ ๔
๔. กระดาษแขง็ กรรไกร ไหมพรม ท่เี จาะรกู ระดาษ
๕. แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์และผลงานรายบคุ คล
๙. วัดผลประเมนิ ผล วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล เคร่ืองมอื วัดผลและประเมนิ ผล
รายการประเมิน - สงั เกต - แบบบนั ทึกการสังเกต
- ซกั ถาม - ใบงานท่ี ๔
• ด้านความรู้ความเข้าใจ - ตรวจใบงาน - เขียนตามคาบอก
- การรว่ มสนทนา - แบบประเมินผลงานรายบุคคล
- การตอบคาถาม - สังเกตพฤตกิ รรมขณะร่วม - แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
- การทาใบงาน กจิ กรรม
• ด้านคณุ ลักษณะอนั พึง แบบประเมนิ ผลงานรายบุคคล
- การเขียนบรรยาย
ประสงค์
• ดา้ นทกั ษะกระบวนการคดิ
การเขียนบรรยาย
๑๐. เกณฑ์ในการวัดผลและประเมนิ ผล
๑) เกณฑ์ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์รายบคุ คลมคี ะแนน ๓ ระดับ คอื
ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถึง ดี ไดค้ ะแนน ๒๐ – ๒๔
ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๒๓ – ๑๙
ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรุง ได้คะแนน ๑ – ๑๒
เกณฑก์ ารผ่านต้องไดร้ ะดับคณุ ภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรือได้คะแนน ๙ ขน้ึ ไป
๒) เกณฑ์การประเมินการเขียนตามคาบอก มีคะแนน ๓ ระดับ ดงั นี้
ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาได้ถูก ๘ – ๑๐
ระดับคณุ ภาพ ๒ หมายถงึ พอใช้ ได้คะแนน ๕ – ๗
ระดบั คณุ ภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรบั ปรุง ไดค้ ะแนน ๑ – ๕
เกณฑก์ ารผ่านตอ้ งได้ระดบั คุณภาพ ๒ ข้นึ ไปหรอื ไดค้ ะแนน ๒ ขึ้นไป
๓) เกณฑก์ ารประเมินการทาใบงาน มีคะแนน ๓ ระดบั ดังนี้
ระดบั คณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาไดถ้ ูก ๘ – ๑๐
ระดบั คณุ ภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗
ระดับคุณภาพ ๑ หมายถึง ควรปรับปรุง ได้คะแนน ๑ – ๕
เกณฑก์ ารผา่ นต้องได้ระดับคณุ ภาพ ๒ ขึ้นไปหรือได้คะแนน ๕ ขึ้นไป
การประเมนิ ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ประเด็นการประเมิน เกณฑก์ ารให้ระดับคะแนน
ดี (๒) พอใช้ (๑) ปรับปรงุ (๐)
รกั ความเป็นไทย สนใจและต้งั ใจร่วม สนใจและตง้ั ใจรว่ ม สนใจและตัง้ ใจร่วม
กจิ กรรมการเรยี น กจิ กรรมการเรียน กิจกรรมการเรียน
ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง ภาษาไทยอย่าง
สนุกสนานและมี สนกุ สนานและมี สนุกสนานและมี
ความสุขตลอดเวลา ความสุขเกือบ ความสขุ เป็นบางครั้ง
ตลอดเวลา
กลา้ ซักถามกล้าพดู กล้าซักถามกล้าพูด กล้าซกั ถามกล้าพดู
ใฝเ่ รยี นรู้ กลา้ แสดงความคิดเห็น กลา้ แสดงความคิดเห็น กลา้ แสดงความคดิ เห็น
และโต้แย้งในส่งิ ทไี่ ม่ และโตแ้ ยง้ ในส่ิงทไ่ี ม่ และโต้แยง้ ในสง่ิ ทไ่ี ม่
ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถูกต้อง กลา้ แสดงออก ถกู ต้อง กล้าแสดงออก
มีความเสยี สละเพอื่ มีความเสียสละเพอื่ ไม่ค่อยเสียสละเพื่อ
ส่วนรวม ไม่เอา สว่ นรวมเป็นบางครง้ั สว่ นรวม ชอบเอา
มจี ิตสาธารณะ เปรยี บไมเ่ หน็ แก่ตัว ไม่เอาเปรียบไม่เห็นแก่ เปรียบคนอื่น คอ่ นขา้ ง
ชว่ ยเหลือหมู่คณะได้ ตวั ไมค่ ่อยชว่ ยเหลือ เห็นแกต่ วั ไมค่ ่อย
เป็นอย่างดี หมูค่ ณะ ชว่ ยเหลือหมู่คณะ
มีวนิ ยั มีการตรวจสอบแกไ้ ข มีการตรวจสอบแกไ้ ข มกี ารตรวจสอบแก้ไข
การกระทาทไ่ี ม่ถกู ต้อง การกระทาที่ไม่ถูกต้อง การกระทาทไี่ มถ่ ูกตอ้ ง
ทกุ ครั้งทาใบงานได้ เกอื บทุกคร้ัง ทาใบ เปน็ บางครงั้ ทาใบงาน
สะอาดเรยี บร้อยและ งานไดส้ ะอาด ไม่คอ่ ยสะอาด
ถูกตอ้ งและทันเวลา เรยี บรอ้ ย ไมค่ อ่ ย เรียบร้อยและไมค่ อ่ ย
ทนั เวลา ทันเวลา
ใช้วัสดุอุปกรณ์การ ใชว้ ัสดุอุปกรณ์การ ใชว้ สั ดุอุปกรณ์การ
อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง เรยี นที่ราคาถูกและใช้ เรียนท่ีราคาค่อนข้าง เรยี นท่รี าคาค่อนขา้ ง
อยา่ งคมุ้ คา่ ใช้จน แพงและใช้อยา่ งคุ้มคา่ แพงและใช้อย่างคุม้ ค่า
หมดแล้วคอ่ ยซ้อื ใหม่ ใช้จนหมด ใชไ้ มห่ มดแล้วซือ้ ใหม่
ใบงานท่ี ๔
คำชแ้ี จง ให้นกั เรยี นเลือกคำในวงเล็บ เตมิ ในประโยคให้ถูกต้อง
ตวั อย่าง สมศรเี ป็นคนกนิ จบุ จบิ ชอบกนิ พร่าเพรอ่ื ( จกุ จิก จุบจิบ )
๑. ชงิ ชยั ถกู ต่อยเลือด………ปาก ( กบ กลบ )
๒. สดี าลงมือทำงานอย่าง……………(กระฉับกระเฉง กระช่มุ กระชวย)
๓. เขามจี ิตใจท…ี่ …………………จริงๆ ( เขม้ แข็ง แข็งแกร่ง )
๔. หัวหน้า…………คุณแดงจงึ มอบหน้าท่ีการเงินให้ (วางใจ ไว้ใจ )
๕. สมศกั ดิ์ประสบอบุ ตั เิ หตเุ ลก็ น้อย พยาบาลช่วย…………..บาดแผล
ให้ ( ตกแต่ง ตบแต่ง )
๖. ประชาชนมสี ทิ ธิเสรภี าพ…………กันตามกฎหมาย (เท่าเทียม
ทัดเทยี ม )
๗. เพื่อนของฉนั ………มากท่มี าไม่ตรงเวลานัด (น้อยใจ เสียใจ )
๘. มาลีอายุครบ ๑๘ ปี ………วนั พรุ่งน้ี (สมบรู ณ์ บรบิ ูรณ์ )
๙. มันทนาต้ัง………. ไว้ว่าจะต้องเป็นพยาบาลให้ได้ (ปณธิ าน
ปฏิญาณ )
๑๐. ชายคนนนั้ รู้สึก……..ที่ทำงานประสบความสำเรจ็ (ภูมใิ จ ภมู ฐิ าน )
ชื่อ..................................... นามสกลุ ...........................
ชน้ั ...............เลขท่.ี ......
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๓๑
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รหัสวิชา ท๑๕๑o๑ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๕
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๕ เรือ่ ง คนละไม้ คนละมอื เวลา ๘ ช่วั โมง
เรื่อง ข้อความเชงิ อธบิ าย มารยาทในการอา่ น เวลา ๑ ชั่วโมง
โรงเรยี นบา้ นปงตา ผสู้ อน นางสาวชญาภา สขุ คา
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคิดเพื่อนาไปใชต้ ดั สนิ ใจ แก้ปัญหา
ในการดาเนินชีวิต และมีนสิ ัยรักการอา่ น
๑. สาระสาคัญ
๑.๑ ความคิดรวบยอด
การอ่านข้อความเชิงอธิบาย อ่านโดยใช้เสียงธรรมดาเว้นจังหวะเป็นข้อ ๆ เน้นการทา
ความเข้าใจขน้ั ตอนตา่ งๆในชวี ิตประจาวัน การอ่านข้อความเชิงอธิบายเกีย่ วข้องกับชีวิตประจาวนั ของ
คนเราเป็นอย่าง เช่น การอ่านฉลากยา อ่านคู่มือการใช้ วิธีใช้ส่ิงของต่าง ๆ การอ่านต้องอ่านอย่าง
ละเอียดทกุ ข้ันตอนเพ่อื การปฏบิ ตั ใิ ห้ถกู ตอ้ ง
๑.๒ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
- ความสามารถในการสอ่ื สาร
- ความสามารถในการคิดวเิ คราะห์
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
๒. ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ท ๑.๑ ป.๕/๒ อธบิ ายความหมายของคา ประโยคและขอ้ ความท่ีเป็นการ
บรรยายและการพรรณนา
๓. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๓.๑ นกั เรยี นอ่านขอ้ ความเชงิ อธิบายไดเ้ ข้าใจ
๓.๒ นกั เรียนปฏิบัติตามขัน้ ตอนของการอธบิ ายได้
๓.๓ นักเรียนมีมารยาทในการอา่ น
๔. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
๔.๑ รักความเปน็ ไทย
๔.๒ ใฝเ่ รยี นรู้
๔.๓ มีจิตสาธารณะ
๔.๔ มวี นิ ัย
๔.๕ อยู่อยา่ งพอเพียง
๕. สาระการเรียนรู้
- การอา่ นออกเสียงและการบอกความหมายของบทรอ้ ยแกว้ และบทรอ้ ยกรองท่ีประกอบดว้ ย
ขอ้ ความที่เปน็ การบรรยายและพรรณนา
- ข้อความเชิงอธบิ าย
- มารยาทในการอา่ น
๖. กระบวนการเรียนรู้
ขนั้ ที่ ๑ นักเรียนเขียนตามคาบอก จานวน ๑๐ คา และคัดคาใหม่ในสมดุ พรอ้ มเฉลยคาศัพท์
ท่ีถกู ต้อง
ขั้นท่ี ๒ ครูนากล่องที่ใช้เก็บที่ค่ันหนังสือท่ีแฟนพันธ์ุแท้ทาให้แก่กันในชั่วโมงที่แล้วมามอบ
ให้กบั เจา้ ตวั ให้ทุกคนอ่านและไปเขียนคาขอบคุณเพื่อนพันธุแ์ ท้ทไี่ ด้ทาท่คี ั่นหนังสือมอบให้แก่ตนเอง
โดยให้วาดภาพประกอบพร้อมทั้งเขียนบรรยายความรู้สึกเม่ือได้รับส่ิงดีๆท่ีเพ่ือนพันธ์ุแท้มอบให้ นา
กลบั มาไว้ทก่ี ลอ่ ง เพื่อใหค้ รูส่งมอบต่อไป
ขั้นที่ ๓ ครูคัดเลือกคาขอบคุณ ของคนท่ีเขียนได้ดีท่ีสุด ๒–๓ บัตรมาอ่านให้นักเรียนฟัง
ร่วมกันชมเชย
ขัน้ ที่ ๔ นักเรียนศึกษาใบความรู้เรอ่ื ง การอ่านเชิงอธิบายและมารยาทในการอา่ นในหนงั สือ
เรยี นชุดภาษาพาที ชั้น ป.๕ หนา้ ๕๒ ครูอธิบายสรปุ
ขั้นที่ ๕ นกั เรียนทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบท หนา้ ๑๔ ขอ้ ๓ และหนา้ ๑๙ ข้อ ๔ เสร็จแลว้ รว่ มกัน
เฉลยและตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสม
๗. ช้นิ งาน / หลกั ฐานร่องรอยแสดงความรู้
๑. แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์และแบบประเมินผลงาน
๒. การทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบท หนา้ ๑๔ ขอ้ ๓ และหน้า ๑๙ ข้อ ๔
๓. เขียนตามคาบอก
๘. สื่อ / แหล่งการเรยี นรู้
๑. หนงั สือเรียนชุด ภาษาพาที
๒. แบบฝึกหดั ท้าบบท
๓. กระดาษแข็ง กรรไกร เชือกไหมพรม
๔. แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์และผลงานรายบคุ คล
๙. วัดผลประเมนิ ผล วิธกี ารวัดและประเมินผล เคร่อื งมอื วัดผลและประเมนิ ผล
รายการประเมิน - สงั เกต - แบบบันทกึ การสงั เกต
- ซกั ถาม - แบบฝกึ หัดท้ายบท หน้า ๑๔
• ดา้ นความรู้ความเขา้ ใจ - ตรวจใบงาน ขอ้ ๓ และหน้า ๑๙ ข้อ ๔
- การร่วมสนทนา - เขยี นตามคาบอก
- การตอบคาถาม - สังเกตพฤติกรรมขณะรว่ ม - แบบประเมินผลงานรายบคุ คล
- การทาใบงาน กิจกรรม - แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
• ด้านคณุ ลกั ษณะอันพงึ
ประสงค์
• ด้านทกั ษะกระบวนการคิด - การเขียนอธบิ าย แบบประเมนิ ผลงานรายบคุ คล
การเขยี นอธิบาย
๑๐. เกณฑใ์ นการวัดผลและประเมนิ ผล
๑) เกณฑป์ ระเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคร์ ายบุคคลมีคะแนน ๓ ระดับ คอื
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถึง ดี ได้คะแนน ๒๐ – ๒๔
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ได้คะแนน ๒๓ – ๑๙
ระดบั คุณภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๑๒
เกณฑ์การผ่านตอ้ งไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ขน้ึ ไปหรือได้คะแนน ๙ ขึน้ ไป
๒) เกณฑ์การประเมินการเขยี นตามคาบอก มคี ะแนน ๓ ระดับ ดังนี้
ระดบั คุณภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาได้ถูก ๘ – ๑๐
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗
ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรงุ ไดค้ ะแนน ๑ – ๔
เกณฑก์ ารผา่ นตอ้ งไดร้ ะดับคุณภาพ ๒ ข้นึ ไปหรือได้คะแนน ๒ ขนึ้ ไป
๓) เกณฑ์การประเมนิ การทาใบงาน มีคะแนน ๓ ระดบั ดังนี้
ระดับคณุ ภาพ ๓ หมายถงึ ดี ทาไดถ้ กู ๘ – ๑๐
ระดับคุณภาพ ๒ หมายถึง พอใช้ ไดค้ ะแนน ๕ – ๗
ระดับคณุ ภาพ ๑ หมายถงึ ควรปรับปรุง ได้คะแนน ๑ – ๔
เกณฑ์การผา่ นต้องได้ระดบั คณุ ภาพ ๒ ขึน้ ไปหรอื ไดค้ ะแนน ๕ ข้ึนไป