คำนำ
ประวตั ศิ าสตรค์ วามเปน็ มาของตำบลทุง่ เตาใหม่ ตำบลทุ่งเตาใหม่แยกออกจากตำบลทงุ่ เตา เมื่อปี พ.ศ.
2536 มจี ำนวนหมู่บา้ น 8 หม่บู ้าน เปน็ หมู่บา้ นซง่ึ อยใู่ นเขตองค์การบรหิ ารส่วนตำบลทุ่งเตาใหม่ครบทุก
หมู่บ้าน ได้ยกฐานะจากสภาตำบลทุ่งเตาใหม่ เปน็ องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งเตาใหม่ ตามประกาศ
กระทรวงมหาดไทย เรอื่ งการจัดต้งั องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบล ลงวนั ที่ 16 ธันวาคม 2539 และมผี ลยกฐานะ
เปน็ องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งเตาใหม่ ตั้งแตว่ นั ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2540 เป็นตน้ มา
โครงสรา้ งประชากร พนื้ ทต่ี ำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบา้ นนาสาร จงั วัดสุราษฏร์ธานี ประชากรรวมทัง้ สนิ้
5,694 คน เพศชาย จำนวน 2,838 คน เพศหญิง จำนวน 2,856 คน ลกั ษณะครอบครวั และเครอื ญาติ พบว่า
พนื้ ท่ีตำบลทุ่งเตาใหม่มีการตง้ั ถิน่ ฐานของประชาชนจากหลายพื้นที่ ท่ีอพยพมาต้งั ถน่ิ ฐานในตำบล ทงุ่ เตาใหม่
เช่น จากจงั หวัดนครศรีธรรมราช จึงทำใหม้ ลี ักษณะของครอบครัวและเครือญาติแบ่งเป็นกลุม่ ตามพน้ื ท่ีจงั หวดั
ทีย่ ้ายมา ซึ่งจะเชอ่ื มโยงกับลักษณะของการต้ังบา้ นเรือนที่มรี ะยะห่างกัน บ้านท่ีอยใู่ กล้กนั หรอื ในละแวกเดยี่ ว
กันจะมาจากครอบครัวหรือเครอื ญาติเดยี่ วกนั
การประกอบอาชพี ประชาชนสว่ นใหญ่ในตำบลทุ่งเตาใหม่ ทั้ง 8 หมูบ่ า้ น ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
คือทำสวนยางพารา สวนปาลม์ น้ำมนั เปน็ อาชีพหลกั ฐานะความเปน็ อยูข่ องคนในชุมชน เปน็ ชุมชนชนบท
เปน็ เขตพืน้ ท่ที ี่พ้นจากตวั เมืองออกไป เป็นเขตที่มีความเจริญทางด้านวตั ถุน้อย มีการรวมกลุ่มอย่างไม่เป็น
ทางการ ประชากรสว่ นใหญป่ ระกอบอาชีพทางการเกษตร เช่น ทำสวน เลย้ี งสัตว์ ขนาดของชมุ ชน โดยทว่ั ไป
สงั คมชนบทจะมขี นาดกว้าง ความหนาแนน่ ของประชาการน้อย อยู่รว่ มกนั เปน็ กล่มุ ตามขนาดไรน่ า ลกั ษณะ
หมู่บ้านเปน็ แบบดง้ั เดมิ กล่มุ ของสงั คมหรือสถาบันมีขนาดเลก็ ระบบเครือญาติ เปน็ ระบบพ้นื ฐานของสังคม
ชนบทซ่ึงมีความผูกพันต่อกันในลกั ษณะครอบครัวและเครอื ญาติ บรรยากาศของความสัมพนั ธ์จะเตม็ ไปดว้ ย
ความเป็นกนั เองและม่นั คง
คณะผจู้ ัดทำ
วิศวกรสังคมตำบลทุ่งเตาใหม่
สารบัญ หน้า
1
เรอ่ื ง 1
ขนาดทต่ี ั้ง 2
ลกั ษณะภมู ิประเทศ 2
แม่น้ำสำคญั 2
ภมู ิอากาศ 4
ทรพั ยากรธรรมชาติตำบลท่งุ เตาใหม่ 5
การคมนาคมตำบลทุง่ เตาใหม่ 13
ประวตั ิความเปน็ มาของชุมชน 18
โครงสรา้ งชุมชน 18
โครงสร้างด้านเศรษฐกิจและอาชพี 21
ความเช่ือ ประเพณีและวัฒนธรรม 22
สถานทีส่ ำคญั 23
การเปลยี่ นแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม 23
การดำเนนิ งานโครงการยกระดับเศรษฐกจิ และสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ 23
การพฒั นาสมั มาชีพและสร้างอาชีพใหม่ (การยกระดบั สินค้าOTOP/อาชีพอ่ืน) 24
การสรา้ งและพฒั นา Creative Economy (การยกระดับการทอ่ งเทย่ี ว) 24
การนำองค์ความรู้ไปช่วยบริการชุมชน (Health Care/เทคโนโลยดี า้ นต่างๆ)
การส่งเสรมิ ด้านส่งิ แวดลอ้ ม/Circular Economy (การเพิ่มรายได้หมนุ เวยี นให้แกช่ มุ ชน
1
1. ขนาดท่ตี ง้ั
ท่ีต้ัง ตำบลทงุ่ เตาใหม่เปน็ ตำบลหนึง่ ของอำเภอนาสารจงั หวดั สุราษฎรธ์ านซี งึ่ อยูท่ างตอนเหนือของวา่ ท่ี
การอำเภอบา้ นนาสารห่างจากท่ีว่าการอำเภอบา้ นนาสาร ประมาณ15กิโลเมตรมีอาณาเขตดงั นี้
ทิศเหนือ จดตำบลขนุ ทะเล อำเภอเมืองสรุ าษฎร์ธานี
ทิศใต้ จดตำบลทงุ่ เตา อำเภอนาสาร
ทิศตะวันออก จดตำบลชา้ งซา้ ย อำเภอกาญจนดิษฐ์
ทศิ ตะวันตก จดตำบลนาใต้ อำเภอบา้ นนาสาร
เนอ้ื ที่ พ้ืนท่อี งคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลทงุ่ เตาใหม่ มีพ้ืนทปี่ ระมาณ71.32 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ
44,575 ไร่ พื้นทีเ่ กษตร 29,737 ไร่
2. ลักษณะภูมิประเทศ
ภมู ปิ ระเทศ:สภาพภมู ิประเทศของตำบลทางตอนเหนือมลี ักษณะพื้นทค่ี ่อนข้างเรียบ ทางตอนใต้และทาง
ตะวันตกมีสภาพพน้ื ท่ีเป็นลูกคล่นื ลาดชัน มคี วามลาดชัน2-10%สว่ นทางดา้ นตะวันออก มีพน้ื ที่ลาดชนั เปน็
เทอื กเขาซ่งึ เป็นแหลง่ ต้นน้ำ
ลำธาร แหล่งแร่ มีคลองนำ้ ไหลผา่ นแบง่ อาณาเขตสองตำบลพ้นื ทีท่ ้ังหมดเหมาะสำหรับทำสวน
ยางพารา ปลูกผลไม้ เลีย้ งสัตว์ภายในตำบลมลี ำหว้ ยไหลผา่ นคือ หว้ ยชัน ห้วยเรยี น หว้ ยเถือหมู ห้วย
ลึก หว้ ยลูกระนาด
2
3. แมน่ ้ำสำคัญ
➢ แหล่งนำ้ ธรรรมชาติ
-ลำห้วย จำนวน 7 สาย
-บึง หนองนำ้ และอนื่ ๆ จำนวน 3 แห่ง
➢ แหล่งน้ำที่สร้างขน้ึ
-สระเก็บนำ้ จำนวน 10 แหง่
-ปะปาหมบู่ ้าน (กรมอนามัย) จำนวน 2 แหง่
-ปะปา (กรมทรพั ยากรธรณี) จำนวน 4 แหง่
-ฝาย จำนวน 2 แหง่
-บอ่ น้ำตน้ื สาธารณะ จำนวน 49 แห่ง
-บอ่ นำ้ สว่ นตวั จำนวน 959 แหง่
-บ่อบาดาน จำนวน 15 แหง่
-ถังคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 1 แหง่
4. ภมู อิ ากาศ
สภาพภมู อิ ากาศ : ได้รบั อิทธิพลจากมรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใต้ ซง่ึ ทำให้มีชว่ งฤดูฝนยาวนานและมรสมุ
ตะวันออกเฉียงเหนือพัดผา่ นทำให้ฤดรู ้อนและฝนระยะเวลาใกลเ้ คียงกนั ทำให้ฤดฝู นมีน้ำมากเกินไปและฤดู
ร้อนเกดิ การขาดแคลนน้ำด่ืมนำ้ ใช้ในช่วงฤดแู ล้ง
5. ทรพั ยากรธรรมชาติตำบลทงุ่ เตาใหม่
นำ้ ตกหูหนาน
ตงั้ อยู่ หมู่ที่ 5 ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร มสี ภาพป่าอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีสภาพทางธรมมชาตทิ ี่
เปน็ จดุ เดน่ และเปน็ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วสำคญั สำหรับประชาชนในท้องถนิ่ และประชาชนทั่วไป เป็นน้ำตกท่ีมี
ขนาดไมส่ ูงมาก ในฤดฝู นนำ้ ตกจะมีน้ำมากไหลพรง่ั พรูเต็มหนา้ ผา ในช่วงฤดูรอ้ นจะมีนำ้ น้อยเนอื่ งจากอากาศ
ร้อน
3
โครงการป่าชมชนบา้ นหว้ ยชัน
ปีที่เร่มิ โครงการปา่ ชมชนบา้ นหว้ ยชนั พ.ศ.2543 ตั้งอยู่หมทู่ ี่ 5 ตำบลทงุ่ เตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัด
สรุ าษฎร์ธานี มีเนือ้ ท่ี 17 ไร่ เปน็ ประเภทป่าตามพ.ร.บ.ปา่ ไม้ พ.ศ.2484
แหล่งแร่ธาตุ
ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร มีพ้นื ท่ีทเี่ ปน็ แหล่งของแรห่ ลายชนดิ เชน่ แร่ดีบุก แรว่ ลุ แฟรม แร่มอล
เคย์ และแรย่ ิปซัม โดยเฉพาะแร่ยิปซัมเป็นแร่ท่ีมมี ากในท้องท่ตี ำบลท่งุ เตาใหม่ ทำรายได้มากมายจากการ
ส่งออก นบั เป็นทรัพย์ในดนิ ที่สำคัญอย่างหนึ่งของตำบล
4
6. การคมนาคมตำบลทุ่งเตาใหม่
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจจะมาเที่ยวในอำเภอบ้านนาสารสามารถมาได้ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรถ
สว่ นตัว หรอื รถไฟ แมก้ ระท่งั เครือ่ งบิน เพราะจงั หวดั สุราษฎร์ธานมี ีการคมนาคมท่ีเจรญิ สามารถเดินทางด้วย
ตนเองได้ง่ายและสะดวก
➢ รถสว่ นตวั จากตวั เมอื งสุราษฎร์ ใชท้ างหลวงหมายเลข 4009 เขา้ อ.บา้ นนาสาร
➢ รถไฟ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใด ก็สามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานีนาสารได้ เพราะอำเภอบ้านนาสารก็มี
เส้นทางรถไฟ
➢ เครื่องบิน เมื่อคุณลงเครื่องจากสนามบินนานาชาติสุราษฏร์ธานีแล้ว นั่งรถเข้าสู้ตัวเมือง จากนั้นก็นั่ง
รถบสั หรอื รถตู้ สุราษฎร์ - นาสาร เขา้ มาในเมอื งนาสารไดโ้ ดยอาศัยเส้นทางหลวงหมายเลข 4009
การคมนาคมขนส่งของตำบลทุง่ เตาใหม่นนั้ จะจำแนกได้ดังตอ่ ไปนี้
➢ ทางหลวงแผน่ ดนิ จำนวน ๑ สายคดิ เปน็ ร้อยละ ๑.๐๐
➢ ถนนภายในหมบู่ า้ นเป็นถนนลูกรัง/หนิ ผุคิดเป็นรอ้ ยละ ๘๒.๑๐
➢ ถนนภายในหมบู่ า้ นลาดยางคดิ เป็นร้อยละ ๒.๘๐
➢ ถนนคอนกรีตเสริมเหลก็ คิดเป็นร้อยละ ๒.๑๐
➢ ถนนลำลอง(ถนนดินเดิม)คิดเป็นร้อยละ ๑๐
➢ ทางหลวงชนบทจำนวน ๒
5
7. ประวตั คิ วามเป็นมาของชุมชน
ในสมยั กอ่ น พมา่ เคยยกทพั เขา้ มารุกรานประเทศไทยโดยผ่ายเขา้ มาในพ้ืนทแี่ ห่งน้ี ทหารฝา่ ยไทยได้
เกณฑ์พลไปสรู้ บ ระหวา่ งทางไดพ้ บเหล็กจำนวนมากตง้ั อยู่บรเิ วณใกล้แหลง่ นำ้ จึงไดห้ ยุดทพั และสร้างเตา
หลอมเหล็กขึน้ มาเพื่อนำเหล็กเหลา่ น้นั มาหลอมเปน็ อาวุธสู้รบกับศตั รู
ต่อมา ชาวบ้านแถบน้กี ไ็ ด้ยดึ อาชพี ตเี หล็ก ตามบ้านเรือนตา่ งๆสรา้ งเตาหลอมเหลก็ ขน้ึ มกี ารไปหาบ
หินจากเขาเหล็กซงึ่ อยบู่ รเิ วณตำบลลำพูน อำเภอบ้านนาสาร มาหลอมจนกลายเปน็ น้ำเหล็ก แล้วตีเปน็
เครอื่ งมือเคร่อื งใช้ตา่ ง ๆ เช่น มดี จอบ พรา้ เป็นตน้ ตอ่ มาชาวบา้ นจึงเรยี กพ้นื ท่ีแหง่ นี้ว่า “ทุ่งเตา” อัน
เนื่องมาจากการสรา้ งเตาหลอมเหลก็ ในสมัยโบราณ
ตำบลทุง่ เตาใหมแ่ ยกออกจากตำบลทุ่งเตา เมื่อปี พ.ศ. 2536 มีจำนวนหมู่บา้ น 4 หมู่บา้ น เปน็ หมู่บา้ น
ซงึ่ อยใู่ น เขตองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลท่งุ เตาใหม่ครบทกุ หมบู่ า้ น ไดย้ กฐานะจากสภาตำบลทงุ่ เตาใหม่ เป็น
องค์การบริหารส่วนตำบลทงุ่ เตาใหม่ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรือ่ ง จดั ต้ังองค์การบริหารสว่ นตำบล
ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2534 และมผี ลยก ฐานะเปน็ องค์การบริหารส่วนตำบลทงุ่ เตาใหม่ ตัง้ แตว่ นั ท่ี 23
กุมภาพนั ธ์ 2540 เป็นตน้ มา ปัจจบุ ันทุ่งเตาใหม่มี 8 หมู่บ้าน
7.1 ประวัตคิ วามเป็นมา ม.1 บา้ นขนุ ราษฎร์
แต่เดิมบา้ นขนุ ราษฎร์เปน็ ปา่ ดงดบิ เม่อื พ.ศ. 2492 มรี าษฎรประมาณ 15 ครัวเรอื น ได้เขา้ ไปบุกร้าง
ถางป่า สรา้ งบ้านเรือนอยู่อาศัย โดยอาศยั อยู่ท่ีใกล้แหลง่ น้ำเปน็ หลกั ถางปา่ ทำไร่เลอ่ื นลอย เพ่ือปลกู ข้าวไรไ่ ว้
กินเอง ท่ีอยอู่ าศัยกส็ ร้างแบบชั่วคราว อาหารการกินก็เอามาจากแหลง่ ธรรมชาตเิ ปน็ สว่ นใหญ่ หลังจากการ
เกบ็ เกี่ยวขา้ วเสร็จแลว้ ชาวบา้ นก็ปลูกยางพาราเป็นพืชทดแทน
จากการบอกเลา่ ของคนเฒ่าคนแกใ่ นสมยั โบราณ เขาเล่าวา่ จากเดมิ นน้ั มีท่านขุนช่อื ขนุ ราษฎร์
เดินทางมาจากเมืองศรีวิชยั (เมืองไชยาในปจั จุบัน) ได้นำเครอ่ื งราชบรรณาการไปถวายให้กบั พระยานคร
(จงั หวัดนครศรธี รรมราชในปัจจบุ นั ) เพราะเมอื งศรวี ชิ ยั ในขณะน้ันตกเปน็ เมืองขึน้ ของเมืองนครทา่ นขนุ ราษฎร์
ได้นำกองกำลังทหารพร้อมด้วยไพร่พล เดินทางออกจากเมืองศรวี ชิ ยั พักผอ่ นรอนแรมเรื่อยมาเมื่อเดนิ ทางมาถึง
ท่ีห้วยขนุ ราษฎร์ ท่านไดส้ ่งั ไพร่พลทหารใหห้ ยุดพักแรมท่ีหว้ ยขนุ ราษฎร์ ทา่ นได้เกิดอาพาธเปน็ โรคไขป้ ่าอยา่ ง
รุน่ แรง จนในท่ีสุดทา่ นได้เสียชีวติ ทห่ี ว้ ยขุนราษฎร์น้ันเอง ชาวบ้านในสมยั น้นั เลยต้งั ช่ือห้วยนัน้ วา่ ห้วยขุน
ราษฎร์ เรยี กกนั ตดิ ปากมาจนถงึ สมยั ปัจจบุ ัน
การต้ังชื่อหมูบ่ ้านขุนราษฎร์มาจากการเขา้ มาทำการหากนิ ของราษฎรในยคุ แรกที่อาศัยอย่บู รเิ วณ
แหลง่ นำ้ เป็นหลกั และมาจากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแกใ่ นสมยั โบราณรวมกัน
จากอดตี จนถงึ ปัจจุบนั บ้านขุนราษฎร์ มีผใู้ หญบ่ า้ น จำนวน 5 คน คอื
1. นายจบ คงทรพั ย์
2. นายเขนิ สร้างทองดี
6
3. นายใย โกละกะ
4. นายศิริ ทองกูล
5. นายขวัญชยั ชมู ณี
6.นายนพนยั ทองปลอด
7. นายณรงค์ชยั รักษาจันทร์ ผู้ใหญ่บา้ นคนปจั จุบนั
7.2 ประวัติความเป็นมา ม.2 บ้านหว้ ยตอ
บ้านหว้ ยตอ เปน็ หมบู่ ้านต้ังเดิม ต้ังมาประมาณ 200 ปี ซงึ่ อยู่ในเขตป่าสงวนแหง่ ชาติ ซึ่งราษฎรสว่ น
ใหญเ่ ป็นคนถิน่ เดิม ซึ่งอาศยั อย่ทู ่ีบ้านหาญเคีย่ ม ตอ่ มาไดย้ า้ ยถ่ินฐานจากบ้านหาญเคี่ยมมาอยูท่ ่ีบา้ นห้วยตอ
มปี ระชากรประมาณ 50 กวา่ คนมี 13 ครัวเรือน 9 ตระกูล คอื
1. นายแก้ว ไม่ทราบนามสกุล
2. นายคุณ หนกั แก้ว
3. นายขาว อนิ ทรกั ษ์
4. นายใส อนิ ทรักษ์
5. นายสุข คงย่ิง
6. นายพรหม ไม่ทราบนามสกุล
7. นายน่วม โกละกะ
8. นายฉาบ คงมณี
9. นายเริก โกละกะ
7
10. นายชว่ ย สวุ รรณรตั น์
11. นายชู เพชรขน
12. นายน่มุ คงทรพั ย์
จากการบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่สภาพพ้นื ท่ีของหมู่บ้าน เปน็ ดงดบิ มีตน้ สะตอป่า ซง่ึ ขึ้นเองตาม
ธรรมชาติจำนวนมาก และมลี ำห้วยเล็ก ๆ กลางหมบู่ ้าน พ้ืนท่รี าบลมุ่ ราษฎรมอี าชีพทำไร่ ทำนา สวนผสม ทำ
นำ้ มนั ชนั หาของป่า
การต้ังชื่อหม่บู า้ นห้วยตอมาจากการเขา้ มาทำการหากินของราษฎรในยุคแรกและจากสภาพพน้ื ท่ี
ที่มีตน้ สะตอปา่ มาก เปน็ สัญลักษณ์ในการตงั้ ชื้อบ้าน
จากอดีต จนถึงปัจจุบนั บา้ นหว้ ยตอ มผี ู้ใหญบ่ า้ น จำนวน 5 คน คอื
1. นายเขียน อินทรกั ษ์
2. นายชมุ่ แย้มแก้
3. นายเหือบ คงยิ่ง
4. นายสามารถ คงทรัพย์
5. นายบุญชยั คงย่งิ ผใู้ หญ่บ้านคนปัจจบุ นั
7.3 ประวตั ิความเป็นมา ม.3 บา้ นควนกองเมือง
กอ่ นปี พ.ศ. 2495 หมู่บา้ นควนกองเมือง เปน็ ท่ีดอนสงู มีป่าไม้อดุ มสมบรู ณ์ มสี ัตว์ปา่ มากมายหลาย
ชนิดมหี วายปา่ มชี าวบ้านใกล้เคียงมาล่าสัตว์ป่าไปกนิ และขาย ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2497 มีการสมั ปทานปา่ ไม้
บรษิ ทั ของนายสมั พันธ์ ได้รับการสมั ปทานป่าไม้ ได้พาคนงานไม้ตัดไม้เพอ่ื เอาไปแปรรปู ในหมูบ่ า้ นควนกอง
เมอื งและหมู่บ้านใกลเ้ คยี ง เม่ือมีการโคน่ เกิดขึน้ ก็ไดม้ ีทัพนายแว มาจากจังหวัดนครปฐมมาทำอาชีพเผาถ่าน
ขาย โดยไปตดั ไมท้ ่เี หลือจากไมซ้ ุง ต่อมาชาวบ้านจากบา้ นทุ่งในไร่ ตำบลทงุ่ เตามารบั จ้างตตี ราไม้ซุง มองเห็น
การทำมาหากินของแผนดินที่บรษิ ัทโคน่ ไมซ้ งุ ออกไปแล้ว พอจะมีหนทางให้ลูกหลานมาทำมาหากินในพื้นที่
ตอ่ ไป จึงได้เดินทางกลับไปบา้ นเดมิ ไปชวนญาติพีน่ ้องและเพอื่ น ๆ มาจบั จ้องท่ดี ินท่บี ริษัทโค่นไมแ้ ลว้ ต่อมาปี
8
2550 ได้เกดิ วาตภยั ข้ึนที่แหลมตะลุมพกุ อ.ปากพนงั จ.นครศรีธรรมราช มีความเดือดรอ้ นตอ้ งท้งิ ถ่ินฐานมา
อำเภอบ้านนาสาร เขา้ มาจบั จองหมู่บ้านควนกองเมือง
จากคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผแู้ ก่ คำวา่ ควนกองเมืองน่าจะมาจาก เมอ่ื สมยั ประเทศไทยทำสงครามกบั
พมา่ พมา่ เข้ามาตหี วั เมืองทางภาคใตข้ องประเทศไทย ทหารสว่ นหนง่ึ ทถี่ กู ตีหวั เมืองแตกก็อพยพมาตง้ั ตวั ใน
พนื้ ท่แี ห่งน้ี
มกี ารถลงั เหล็กกล้าเพอ่ื ตีมีดตีพร้า ตีดาบเพอื่ ส่งไปใหท้ หารทกี่ ำลังรบอย่กู ับพม่าเลยเรยี กท่ีแหง่ นั้นว่าบา้ นทงุ่
เตา การทมี่ าอยตู่ ีมีดตีดาบน้ันมหี วั หน้าทหาร ได้แตง่ ตั้งทหารนายหนง่ึ ชอ่ื นายเมือง ให้ดำรงตำแหน่งนายกอง
ได้หาทีดอนสงู ทำอาชีพเลี้ยงหมู เล้ยี งไก่ เพื่อมาทำเปน็ อาหารให้กบั ทหารที่เป็นชา่ งตี นายกองเมืองนำทหาร
ส่วนหนง่ึ เดนิ ทางมาทางเหนอื ของเตาถลงุ เหลก็ มาได้ท่ดี อนแห่งหนง่ึ เลยทำการเล้ยี งสตั ว์ เชน่ หมู ไก่ เป็ด
ชาวบา้ นในละแวกน้ันเลยตั้งชื่อดนิ แห่งน้นั ให้เปน็ เกียรตปิ ระวัตขิ องนายกอง เลยต้ังช่ือดอนแห่งน้ันวา่ บา้ นควน
กองเมืองจากอดีต จนถึงปจั จุบนั บา้ นควนกองเมือง มีผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 3 คน คอื
1. นายนวล นาคเดช
2. นายโสภณ คงปาน
3. นายวศิ ษิ ย์ พฒั นประดิษฐ์
7.4 ประวัตคิ วามเป็นมา ม.4 บา้ นไสดง
แต่เดิมบา้ นไสดงเปน็ ป่าปา่ ดงดบิ เม่ือ พ.ศ. 2505 ได้เกิดวาตภยั ต้นไม้ใหญล่ ้มเปน็ จำนวนมาก บรษิ ัท
สัมพนั ธ์ไดข้ อสมั ปทานป่าไม้ เพอ่ื ตัดไม้ออกไป ทำใหป้ ่าดงดิบเปลีย่ นเปน็ ปา่ เส่อื มสภาพ
ชาวบา้ นเรยี กว่า “ป่าไส” จึงเรียกตดิ ปากกนั มาเป็นป่าไสดง ตอ่ มาราษฎรจากจงั หวดั นครศรีธรรมราช อพยพ
มาอยู่ได้ก่อสรา้ งบา้ นเรือนขน้ึ และมีการจับจองที่ดินและมรี าษฎรจากอำเภอกาญจนดิษฐ์
อำเภอเกาะสมยุ อำเภอบ้านนาเดมิ และจงั หวัดนครปฐม ทำใหเ้ กดิ ชุมชนขน้ึ จำนวน 27 ครัวเรอื น โดยมี
ตระกลู เดมิ 5 ตระกลู ดังนี้
1. ตระกลู ฉิมกลอ่ ม มาจาก จังหวดั นครปฐม
9
2. ตระกุลสุทธเิ นยี ม มาจาก อำเภอกาญจนดิษฐ์
3. ตระกลู สุขกิจ มาจาก จงั หวัดนครศรีธรรมราช
4. ตระกลู ใจม่นั มาจาก อำเภอเกาะสมุย
5. ตระกูลเกษบุรี มาจาก อำเภอบา้ นนาเดิม
จากปี 2515 จนถงึ ปัจจุบนั บา้ นไสดง มผี ใู้ หญบ่ า้ น จำนวน 5 คน คือ
1. นายแจง้ นิลนวงษ์
2. นายยก โพธ์ิโพ้น
3. นายสาคร ฤทธิพรดั
4. นายเวยี น สขุ กจิ
5. นายวริ ตั น์ เสือลอ่ ง ผูใ้ หญ่บา้ นคนปัจจบุ ัน
บา้ นไสดงไดย้ กฐานะเปน็ หมทู่ ่ี 2 ของตำบลทุ่งเตา ต่อมากระทรวงมหาดไทยไดป้ ระกาศแยกตำบล
เมื่อวนั ท่ี 27 กันยายน 2535 ทำใหบ้ ้านไสดงเปน็ หมู่ที่ 4 ของตำบลทุ่งเตาใหมจ่ นถึงปัจจุบนั
7.5 ประวตั คิ วามเป็นมา ม.5 บา้ นห้วยชนั
บ้านหว้ ยชัน หมู่ที่ 5 ตำบลทงุ่ เตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดต้ังขึน้ ตาม
พระราชบญั ญัติลักษณ์ปกครองท้องท่ี พ.ศ. 2475 โดยแยกมาจากหม่ทู ่ี 2 บ้านหว้ ยตอ เมื่อปี 2514 ในอดีต
ขนึ้ กับตำบลทุ่งเตา ราษฎรสว่ นหนึง่ เขา้ มาหาของปา่ และทำน้ำมนั ยางขายและได้จำจองที่ดินทำกินในแถบน้ี
และไดย้ า้ ยครอบครัวเขา้ มาอย่เู พ่มิ ขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นชุมชนใหญ่ ตอ่ มา นายเหือบ คงยง่ิ ซึง่ เป็นผใู้ หญ่บา้ นหม่ทู ่ี 2
บา้ นห้วยตอ ไดเ้ สนอแยกหมู่บ้านออกเปน็ 2 หมบู่ ้าน โดยให้ต้ังชือ่ ว่าบา้ นหว้ ยชัน
จากคำบอกเลา่ ของคนเฒา่ คนแกเ่ ล่าว่า เดมิ บรเิ วณแถบนี้เป็นปา่ ไม้ยาง ราษฎรไดเ้ ข้ามาหาของป่าและ
ทำน้ำมนั ยางขาย มลี ำหว้ ยทม่ี ีตลิง่ สูงชนั มาก ราษฎรต้องเดินทางผ่านลำห้วยนี้ดว้ ยความลำบาก จงึ เรียกลำห้วย
10
นวี้ า่ หว้ ยชนั ต่อมาเมอื่ แยกหมบู่ า้ น ราษฎรจึงได้เอาชือ่ ลำห้วยนเี้ ปน็ ชือ่ หมูบ่ ้าน เรยี กว่า บ้านห้วยชนั ต้ังแตบ่ ดั
นั้นจนถงึ ปจั จบุ นั
จากอดีต จนถึงปัจจบุ นั บ้านห้วยชนั มผี ูใ้ หญบ่ ้าน จำนวน 4 คน คอื
1. นายอนนั ต์ อินทรักษ์
2. นายนวิ ฒั น์ อินทรักษต์
3. นายวรรณโชค เกลย้ี งเกลา
4. นายสพุ ร รักษาศรี ผใู้ หญบ่ า้ นคนปจั จบุ ันและเปน็ กำนันตำบลทงุ่ เตาใหม่
7.6 ประวตั ิความเป็นมา ม.6 บา้ นสะพานสอง
บา้ นสะพานสอง เดมิ อยูร่ วมกบั หมทู่ ี่ 4 บา้ นไสดง ตำบลทุ่งเตา อำเภอบา้ นนาสาร
จังหวดั สุราษฎรธ์ านี ราษฎรสว่ นใหญ่มาจากจงั หวดั นครศรีธรรมราช และเมือ่ วนั ที่ 15 ตุลาคม 2535 ได้แยก
หมู่บ้านออกเป็นหมู่ที่ 11 บา้ นสะพานสอง ตำบลทงุ่ เตา อำเภอบ้านาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ต่อมาในปี
2536 ได้แยกตำบลเปน็ สองตำบล จึงไดเ้ ปลย่ี นหมู่บ้านจากหมู่ที่ 11 เป็นหมู่ท่ี 6 บ้านสะพานสอง
จากการบอกเลา่ ของคนเฒา่ คนแก่ในหมู่บา้ น คำวา่ บา้ นสะพานสองมาจากหม่บู ้านต้งั อยู่ระหวา่ ง
สะพานที่ใชแ้ บ่งเขตหม่บู ้านทั้งสองแหง่ คือระหวา่ งหมบู่ ้านกับตำบลขุนทะเล และระหว่างหมู่บา้ นกบั อำเภอ
กาญจนดษิ ฐ์
จากอดตี จนถึงปัจจบุ นั บา้ นสะพานสองมผี ู้ใหญบ่ า้ น ดงั น้ี
1. นายสทุ ิน ช่วยสถิตย์
2. นายจเร สงั ขท์ อง ผ้ใู หญ่บา้ นคนปจั จบุ นั
11
7.7 ประวัติความเป็นมา ม.7 บ้านหนองศิลป์ชยั
บา้ นหนองศลิ ปช์ ยั หมู่ท่ี 7 ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี เดิมเปน็ หมทู่ ่ี 2
บ้านห้วยตอ ต่อมาเม่ือมีประชากรและครัวเรือนเพิ่มมากขึน้ กไ็ ดแ้ ยกหมู่บา้ นเปน็ หมู่ท่ี 12 และเมือ่ วนั ท่ี 15
พฤษภาคม 2536 กระทรวงมหาดไทย ไดป้ ระกาศแยกตำบลทงุ่ เตาออกเป็น 2 ตำบล โดยใช้คลองยาเป็นเสน้
แบ่งเขตและใหช้ ือ่ ว่าตำบลท่งุ เตาใหม่ บา้ นหนองศิลปช์ ยั จงึ เปน็ หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งเตาใหม่
จากคำบอกเลา่ ของคนเฒ่าคนแกเ่ ล่าวา่ เดมิ บา้ นหนองศลิ ป์ชยั เรียกว่า “บ้านหนองศลี -ชัย” อันเป็น
ชือ่ ของ “ยายศีล” กับ “ตาชัย”สองตายายซง่ึ อพยพมาพร้อมกับการสร้างบา้ น ซึ่งอย่ทู างทิศตะวนั ตกใน
ปจั จบุ ัน ได้มาบกุ เบิกบริเวณหนองน้ำ สร้างที่ทำกิน และท่ีอย่อู าศัยบริเวณริมหนองน้ำดังกล่าว ปัจจุบนั อยู่ทาง
ทศิ ตะวันออกเฉยี งเหนือของศาลาหม่บู ้าน ประมาณ 500 เมตร ชาวบ้านได้เรยี กบริเวณดังกล่าวว่า หนองศลี ตา
ชัยและได้กลายมาเป็นบา้ นหนองศลิ ปช์ ัยในปัจจบุ นั
จากอดีต จนถงึ ปจั จบุ ันบ้านหนองศลิ ป์ชัย มีผูใ้ หญบ่ ้าน จำนวน 2 คน คอื
1. นายสมบัติ นมุ่ นวล
2. นายสุบรรณ์ สุวรรณรัตน์ ผใู้ หญ่บา้ นคนปัจจุบนั
12
7.8 ประวตั คิ วามเปน็ มา ม.8 บา้ นไสดงใน
แต่เดิมบ้านไสดงในอยู่รวมกบั หมทู่ ี่ 4 บา้ นไสดง ต่อมาเมอ่ื ปี พ.ศ. 2541 ได้แยกหมบู่ ้านจากหมบู่ ้าน ไส
ดง เลยตง้ั ชอื่ ว่าบา้ นไสดงใน เน่อื งจากพน้ื ที่หมบู่ ้านทแี่ ยกอยู่ด้านในของหมู่บา้ นไสดงจากอดตี
จนถงึ ปัจจุบนั บา้ นไสดงใน มผี ู้ใหญบ่ ้าน จำนวน 3 คน คือ
1. นายมงกฎุ ชว่ ยสงเคราะห์
2. นายณรงค์ นาคเช่ยี ว
3. นายอารีย์ สุทธิเนียม
4. นายสมภาส สุทธเิ นียม ผใู้ หญ่บา้ นคนปจั จบุ ัน
13
8. โครงสร้างชมุ ชน
8.1ด้านการปกครอง
-องค์การบรหิ ารส่วนตำบลท่งุ เตาใหม่
ประวัติความเป็นมา
ในสมยั กอ่ น พมา่ เคยยกทัพเข้ามารกุ รานประเทศไทยโดยผ่ายเขา้ มาในพน้ื ท่ีแห่งน้ี ทหารฝ่ายไทยได้
เกณฑ์พลไปสรู้ บ ระหวา่ งทางไดพ้ บเหล็กจำนวนมากต้งั อยู่บริเวณใกลแ้ หลง่ น้ำ จึงได้หยุดทัพและสร้างเตา
หลอมเหลก็ ขนึ้ มาเพื่อนำเหล็กเหลา่ น้ันมาหลอมเป็นอาวธุ สู้รบกบั ศตั รู
ตอ่ มา ชาวบ้านแถบนีก้ ไ็ ด้ยึดอาชพี ตีเหล็ก ตามบา้ นเรือนต่างๆสรา้ งเตาหลอมเหล็กขนึ้ มกี ารไปหาบหนิ
จากเขาเหลก็ ซงึ่ อยู่บรเิ วณตำบลลำพูน อำเภอบา้ นนาสาร มาหลอมจนกลายเป็นน้ำเหล็ก แลว้ ตีเปน็ เคร่ืองมอื
เครือ่ งใชต้ ่าง ๆ เชน่ มีด จอบ พรา้ เป็นต้น ต่อมาชาวบ้านจงึ เรียกพื้นทแี่ ห่งน้วี า่ “ทุ่งเตา” อันเน่ืองมาจาก
การสร้างเตาหลอมเหลก็ ในสมัยโบราณ
ตำบลทุ่งเตาในอดีต มีพื้นท่กี ว้างใหญ่ ต่อมาในปี 2536 ได้แบ่งแยกพน้ื ที่บางส่วนเปน็ ตำบลทุ่งเตา
ใหม่ และตำบลควนสุบรรณ ในปจั จบุ นั โดยคงเหลือพ้ืนที่ 5 หมบู่ ้าน
-กำนนั ผใู้ หญ่บ้าน คณะกรรมการหม่บู า้ น
14
8.2 ดา้ นประชากร
พื้นทต่ี ำบลท่งุ เตาใหม่ อำเภอบา้ นนาสาร จังวดั สุราษฏรธ์ านี ประชากรรวมทั้งสิ้น 5,694 คน เพศชาย
จำนวน 2,838 คน เพศหญิง จำนวน 2,856 คน
15
8.3 ดา้ นการศึกษา
-โรงเรียนประถมศึกษา จำนวน 5 แหง่
1. โรงเรียนบ้านห้วยชัน
ประวัติ โรงเรยี นบา้ นหว้ ยชัน
โรงเรยี นบา้ นห้วยชันไดเ้ รมิ่ กอ่ สร้างเมื่อวันที่ 4 มนี าคม 2515 โดย นายบรรดา กลุ น้อย นาย
สรรเสรญิ ธรรมสาราภริ มย์ นายสรุ ินทร์ โกละกะ ไดร้ ว่ มกันบริจาคทด่ี นิ ให้ เปน็ เนอื้ ที่ท้ังหมด 12ไร่ 3 งาน
92 ตารางวา การดำเนนิ การก่อสา้ งอาคารเรยี นในครง้ั แรกไดก้ อ่ สรา้ งอาคารเรียนแบบชว่ั คราว ขนาด 8×9
เมตร โดยราษฎรบ้านห้วยชนั ร่วมกันสละกำลังกายและทรัพย์ช่วยเหลอื ในการกอ่ สรา้ ง โดยมิได้ใชง้ บประมาณ
ของทางราชการเลย
โรงเรียนได้ เร่มิ เปิดทำการสอน เมื่อวนั ท่ี 9 พฤษภาคม 2515 โดยไดเ้ ปิดทำการสอนตง้ั แตช่ น้ั ป.1-ป.
4 มีนักเรยี นทั้งหมด 34 คน ครู 1 คน คือนายมงคล พัฒนประดษิ ฐ์ เปน็ ครใู หญ่ และไดข้ ยายชนั้ เรียน ถงึ ชน้ั
ป.5 ในปีการศึกษา 2525 ถงึ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6 ในปีการศึกษา 2526 ปีการศึกษา 2538 ทางโรงเรียนได้
ขยายชน้ั เรียน ขนั้ อนบุ าลปีที่ 1 และขยายถึงชน้ั อนบุ าลปีที่ 2 ในปกี ารศึกษา
2539
ปจั จบุ ัน โรงเรียนบ้านหว้ ยชนั เปดิ ทำการสอนตั้งแตช่ ้ันอนุบาล 1 ถึงชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 8
หอ้ งเรยี น มีขา้ ราชการครจู ำนวน 3 คน และมคี รจู า้ งสอนในระดบั ก่อนประถม 1 คน โดยผปู้ กครองนักเรียนได้
ช่วยเหลือในการจัดการจ้างครู โดยมีนายอนรุ ตั น์ โอชา ปฏิบัติหน้าทผี่ อู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นห้วยชัน พันธกิจ
1) จดั การเรียนรู้เน้นผูเ้ รียนเป็นสำคัญอยา่ งมีคุณภาพ
2) จดั การเรียนรูท้ ้ังทเี่ ป็นสากลและประเพณีวฒั นธรรมท้องถิน่
3) จัดสภาพแวดลอ้ มท้ังในและนอกห้องเรียนใหเ้ ป็นแหล่งเรยี นรู้
4) จัดระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนักเรียนอยา่ งทัว่ ถึง
5) จดั ใหม้ กี ารพัฒนาบุคลากรอยา่ งต่อเน่ือง
6) จดั การบรหิ ารองค์กรครอบคลุมภารกิจงาน
7) สรา้ งความสมั พันธก์ ับชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ และหน่วยงานอ่นื ให้มีสว่ นรว่ มในการจัดการศึกษา
เปา้ ประสงค์
1) นกั เรียนทุกคนมีการพฒั นาตามศักยภาพและสามารถแสวงหาความรู้ทง้ั ในและนอกห้องเรยี น ท้ังนำความรู้
ท่ีได้มาประยุกต์ใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
2) นักเรียนมผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระดับดีทุกกลมุ่ สาระการเรียนรู้
3) นกั เรียนมีจิตสาธารณะและยดึ มั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษัตรยิ เ์ ปน็ ประมขุ
4) การบริหารจัดการองคก์ รมีประสิทธิภาพ
5) ชุมชน องค์กรท้องถนิ่ เขา้ มามีส่วนร่วมในการจัดการศกึ ษา
6) มีการแหล่งการเรยี นรู้ภมู ิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการเรยี นการสอน
16
7) บคุ ลากรไดร้ ับการพัฒนาและปฏิบตั งิ านอย่างมีประสทิ ธิภาพมขี วัญและกำลงั ใจ
วิสยั ทัศน์
มุ่งให้ผู้เรยี นมีความรูค้ วามสามารถเป็นมนษุ ยท์ ี่สมดลุ ทั้งรา่ งกาย จิตใจ สติปญั ญา อารมณ์ สงั คม มี
ความรคู้ คู่ ุณธรรม จรยิ ธรรม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ เจตคตใิ นการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี
การดำเนินชวี ิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง ทุกฝา่ ยมสี ่วนร่วมในการจัดการศึกษา เนน้ ผูเ้ รียนเปน็ สำคัญ
สรา้ งจิตสำนกึ ในการอนุรกั ษธ์ รรมชาตสิ ิ่งแวดลอ้ มวัฒนธรรมประเพณภี ูมิปัญญาท้องถ่นิ ยดึ มั่นในการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริยเ์ ป็นประมขุ
ปรชั ญา
ประพฤตดิ ี มีวนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ คคู่ ณุ ธรรม
2.โรงเรียนบา้ นควนกองเมือง
ประวัติ โรงเรยี นบ้านควนกองเมือง
โรงเรยี นบ้านควนกองเมอื ง ก่อตงั้ เมื่อวันท่ี ๑๐ มิถุนายน ๒๕๐๙ โดยการนำของนายอุดม ชลประเสริฐ นาย
เขิน สร้างทองดี ร่วมกบั ราษฎรบา้ นควนกองเมือง สร้างข้นึ เพื่อแก้ปัญหาลูกหลานไม่มที ่เี รียนโดยครงั้ แรก
กอ่ สร้างเป็นอาคารชว่ั คราว ๑ หลงั ๒ ห้องเรียน คิดเปน็ เงินประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท
ปี ๒๕๑๑ ได้รับงบประมาณสรา้ งอาคาร แนบ ป.๑ก ๑ หลัง ๓ หอ้ งเรียน
ปี ๒๕๑๕ ได้รบั เงินงบประมาณสร้างอาคารแบบ ป.๐๐๒ ๑ หลัง ๒ ห้องเรยี น
ปี ๒๕๒๑ ได้รับเงินงบประมาณสร้างอาคารแบบ ป.๑ก ๑ หลัง ๔ หอ้ งเรียน และบา้ นพักครู ๑ หลงั โรงฝกึ งาน
๑ หลงั ส้วม ๒ หลัง
ปี ๒๕๔๗ ไดร้ ับงบประมาณซ่อมแซมอาคาร แบบ ป.๑ก ๑ หลงั ๔ หอ้ งเรยี น
ปี ๒๕๔๘ ได้รับเงินงบประมาณสรา้ งอาคารแบบ ส.ป.ช. ๑๐๕/๒๕ จำนวน ๑ หลัง ๔ หอ้ งเรียน เปน็ เงิน
๒,๑๙๔,๘๐๐ บาท
17
คำขวัญ
โรงเรยี นบา้ นควนกองเมอื ง
ร้หู น้าท่ี มีวินัย ใฝ่เรยี นรู้ เชิดชูคุณธรรม
สปี ระจำโรงเรยี น สแี ดง – ขาว
3. โรงเรยี นบา้ นขุนราษฎร์
เขตการศกึ ษา : สพป.สรุ าษฎร์ธานี เขต 3
ระดับช้นั ที่เปดิ สอน : ระดับอนุบาล 1 – ระดับประถมศกึ ษาชัน้ ปที ่ี 6
ทอี่ ยู่ : ม.1 ทุ่งเตาใหม่ บ้านนาสาร สุราษฎรธ์ านี 84120
โทรศัพท์ : 077380275
18
4.โรงเรยี นบ้านห้วยตอ
หมทู่ ี่ 2 บา้ นหว้ ยตอ ตำบลท่งุ เตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวดั สุราษฎรธ์ านี 84120
-ศนู ยพ์ ฒั นาเด็ก จำนวน 2 แห่ง
8.4 ดา้ นศาสนา
-ส่วนใหญ่ประชาชนในตำบลทุ่งเตาใหม่นับถือศาสนาพุทธ
19
9. โครงสร้างดา้ นเศรษฐกิจและอาชพี
ประชาชนส่วนใหญ่ในตำบลทงุ่ เตาใหม่ ทัง้ 8 หม่บู ้าน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม คอื ทำสวนยางพารา
สวนปาล์มนำ้ มนั เป็นอาชีพหลัก
➢ หน่วยธุรกจิ ในเขตอบต.
-เหมอื งแร่ จำนวน 2 แห่ง
-อ่ซู อ่ มรถยนต์,สบิ ล้อ จำนวน 4 แห่ง
-อู่ซ่อมรถจักรยานยนต์ จำนวน 6 แหง่
-สถานท่ีรับซือ้ นำ้ ยางพารา จำนวน 28 แห่ง
-สหกรณ์รับซอื้ ยางแผ่น จำนวน 1 แห่ง
-สถานที่รบั ซ้อื ยางพารา จำนวน 3 แหง่
-รา้ นขายของชำ จำนวน 66 แห่ง
-บ้านเชา่ จำนวน 6 แหง่
-ปั้มน้ำมัน จำนวน 1 แหง่
-รา้ นเสริมสวย จำนวน 5 แหง่
-ร้านซอ่ มคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 แหง่
-รา้ นซัก อบ รีด จำนวน 2 แห่ง
10. ความเชอ่ื ประเพณแี ละวฒั นธรรม
➢ ความเชอื่
ชาวบา้ นสว่ นใหญ่มีความเชอ่ื ในสง่ิ ศักดสิ์ ิทธิ์ที่เคารพบชู ากันภายในบ้านหรือภายในชมุ ชน
➢ ประเพณีวฒั นธรรม
20
ทำบญุ ตักบาตรวนั ขึ้นปใี หม่
➢ จะจดั ขนึ้ ในวนั ที่ 1 มกราคม ของทกุ ปี เปน็ การทำบญุ ตักบาตรในวนั ขึ้นปใี หม่ เพอ่ื ความ
เป็นศริ ิมงคลแก่ตนเองและครอบครัวในการเริม่ ต้นในปีใหม่น้ี
รดน้ำผู้สูงอายุในวันสงกรานต์ (วันสงกรานต์)
➢ รดน้ำผู้สูงอายจุ ะจัดข้นึ ในวนั ท่ี 13 เมษายน (วนั สงกรานต์) ของทุกปี เป็นการไปรดน้ำขอขมา
และขอพรจากผ้สู งู อายุทเี่ คารพนับถือ
21
ถวายหมับ (จดั ข้ึนในเดอื นหก)
➢ เปน็ การถวายความเคารพพ่อทา่ นบญุ และเปน็ การขอขมาลาโทษ ทช่ี าวบ้านในต.ท่งุ เตาใหม่
ทำไม่ดีกบั พอ่ ท่านบญุ ตลอด1ปีท่ผี ่านมาในแตล่ ะปจี ะมกี ารรำมโนราห์ถวายเน่อื งจากทา่ นบุญ
ชอบ และชาวบา้ นคนใดบนบานศาลกล่าวไวก้ ็จะมาแกบ้ นกันในวนั น้ี
ทำบญุ วันรบั ตายายส่งตายาย (สารทเดือนสบิ )
➢ วันรบั ตายายจะตรงกับวนั แรม 1 คำ่ เดือน 10 วันสง่ ตายายจะตรงกับวนั แรม 15 คำ่ เดือน 10
ของทกุ ปี เพื่อเปน็ การอุทศิ สว่ นกศุ ลใหแ้ กด่ วงวญิ ญาณของบรรพชนและญาติทล่ี ว่ งลบั และ
แสดงความกตญั ญูกตเวทีต่อผู้ลว่ งลับ
22
ชกั พระ ทอดผ้าป่า
➢ ประเพณชี กั พระ ทอดผ้าป่า จะตรงกับวันออกพรรษาแรม 1 ค่ำเดอื น 11 ของทุกปี วัดใน
ตำบลท่งุ เตาใหม่ จะมีการจดั ทำเรอื พนมพระและจะไปร่วมกันลากในวนั ออกพรรษา ช่วงเชา้
ของวนั เดียวจะมีพระสงฆ์มาทำการชักพุ่มผา้ ปา่ ตามบ้านที่ต้ังพมุ่ ผา้ ปา่
11. สถานทส่ี ำคัญ
- วัด
วดั ไสดงวสิ ุทธร์ิ งั สติ
23
- สำนกั สงฆ์
สำนกั สงฆถ์ ำ้ พระ
สำนกั สงฆศ์ รสี มนึก
12. การเปล่ยี นแปลงทางสังคมและวัฒนธรรม
ลักษณะครอบครวั และเครือญาติ พบวา่ พืน้ ที่ตำบลทงุ่ เตาใหม่มกี ารตั้งถนิ่ ฐานของประชาชนจากหลาย
พืน้ ที่ ที่อพยพมาต้ังถิน่ ฐานในตำบล ทุ่งเตาใหม่ เช่น จากจังหวดั นครศรีธรรมราช จึงทำให้มลี กั ษณะของ
ครอบครวั และเครือญาติแบง่ เป็นกลมุ่ ตามพื้นทจ่ี ังหวดั ที่ย้ายมาซง่ึ จะเชื่อมโยงกับลักษณะของการต้ังบา้ นเรือน
ทมี่ ีระยะห่างกัน บ้านทอี่ ยู่ใกล้กนั หรอื ในละแวกเดยี่ วกันจะมาจากครอบครัวหรือเครือญาตเิ ดย่ี วกนั
24
13. การดำเนินงานโครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบรู ณาการ
มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับเศรษฐกิจโดยการนำเครื่องมือมาใช้ในชุมชน เช่น การจัดทำนาฬิกาชีวิต
จัดทำไทม์ไลน์ชวี ติ สำรวจข้อมูลพ้ืนฐาน จปฐ. วิถีชีวติ ได้เขา้ ถงึ ชวี ติ ประจำวนั ของชาวบา้ นเพื่อการแก้ปัญหาให้
ตรงจดุ และรู้จักความเป็นอยู่ของชาวบ้านตำบลทุ่งเตาใหม่
ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมตามศาสตร์ที่มีอยู่สร้างสัมมาชีพช่วยบริการชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาความ
ยากจน 15 ครวั เรือนในพืน้ ที่
สร้างหลกั สตู รสมั มาชพี จากสาขาวชิ าต่างๆเพอ่ื แก้ไขปัญหาความยากจนในตำบลท่งุ เตาใหม่
ตำบลทุ่งเตาใหม่ได้สำรวจความต้องการของครัวเรือนยากจน 15 ครัวเรือน ให้สอดคล้องกับระบบ
กลไกเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ตามจุดประสงค์และเป้าหมายสู่ตำบลความพอเพียงและยั่งยื น
ต่อไป
14. การพฒั นาสัมมาชพี และสรา้ งอาชีพใหม่ (การยกระดับสินคา้ OTOP/อาชีพอนื่ )
ยกระดบั สนิ คา้ OTOP ของตำบลทงุ่ เตาใหมอ่ ำเภอบ้านนาสาร จงั หวัดสรุ าษฎร์ธานี
➢ พัฒนาชมุ ชนให้มสี มรรถนะในการจัดการสูง
➢ ช่วยใหเ้ กิดการจดั การทรพั ยากรอยา่ งเปน็ ระบบ
➢ ชว่ ยในการสรา้ งสมั มาชพี ในพน้ื ที่
➢ ชว่ ยจัดการวิสาหกจิ ขมุ ชน
➢ ฝึกอบรมทกั ษะอาชีพ
➢ พฒั นาคณุ ภาพกลมุ่ เปราะบาง
15. การสร้างและพัฒนา Creative Economy (การยกระดบั การทอ่ งเทยี่ ว)
ส่งเสรมิ การทอ่ งเท่ียวเชงิ อนุรกั ษส์ งิ่ แวดลอ้ มชมุ ชน โดยชุมชน เพอ่ื ชมุ ชน ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้าน
นาสาร จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี
➢ พฒั นาชุมชนใหม้ ีสมรรถนะในการจดั การสงู
➢ ชว่ ยใหเ้ กดิ การจัดการทรพั ยากรอยา่ งเปน็ ระบบ
➢ ชว่ ยในการสร้างสมั มาชพี ในพืน้ ที่
➢ ฝึกอบรมทักษะอาชพี
➢ มกี ารจัดการโครงสร้างพืน้ ฐาน กายภาพส่งิ แวดลอ้ ม พลังงาน
➢ ส่งเสรมิ ศูนยเ์ รยี นรู้ตำบล
➢ ส่งเสริมระบบการส่ือสารชุมชน
➢ ส่งเสรมิ ตำบลทำความดี
25
16. การนำองคค์ วามรไู้ ปช่วยบริการชมุ ชน (Health Care/เทคโนโลยดี ้านต่างๆ)
➢ การขายสินคา้ ออนไลน์
➢ การพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเที่ยว
17. การสง่ เสริมด้านสงิ่ แวดลอ้ ม/Circular Economy (การเพ่ิมรายไดห้ มุนเวียนใหแ้ ก่ชมุ ชน
พฒั นาสมั มาชพี ใหม่ เพิ่มรายได้หมนุ เวยี นให้แก่ชุมชน ตำบลทงุ่ เตาใหม่ อำเภอบา้ นนาสาร
จังหวดั สรุ าษฎร์ธานี
➢ พฒั นาชุมชนใหม้ สี มรรถนะในการจดั การสงู
➢ ช่วยให้เกดิ การจัดการทรพั ยากรอยา่ งเป็นระบบ
➢ ช่วยในการสร้างสัมมาชพี ในพนื้ ท่ี
➢ ช่วยจดั การวสิ าหกิจขมุ ชน
➢ ฝึกอบรมทักษะอาชีพ
➢ พัฒนาคณุ ภาพกลุ่มเปราะบาง
➢ ส่งเสรมิ ตำบลทำความดี