The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเลี้ยงไก่ครั้งที่2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วีรยา ภูทองเงิน, 2020-10-19 22:53:21

การเลี้ยงไก่ครั้งที่2

การเลี้ยงไก่ครั้งที่2

การเล้ียงไก่

ผ้จู ดั ทำ
ด.ญ.วรี ยา ภูทองเงิน

ชนั้ ม.3
ครูท่ีปรึกษำ นำยอเุ ทน สมบตั ิศรี

รายงานเรอื่ งนเ้ี ปน็ สว่ นหน่ึงของรายวิชาการสื่อสารและการนาเสนอ (IS2)
โรงเรียนหนั ห้วยทรายพิทยาคม อาเภอประทาย จงั หวัดนครราชสมี า

สานักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 31
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2563

การเล้ียงไก่

ผ้จู ดั ทำ
ด.ญ.วรี ยา ภูทองเงิน

ชนั้ ม.3
ครูท่ีปรึกษำ นำยอเุ ทน สมบตั ิศรี

รายงานเรอื่ งนเ้ี ปน็ สว่ นหน่ึงของรายวิชาการสื่อสารและการนาเสนอ (IS2)
โรงเรียนหนั ห้วยทรายพิทยาคม อาเภอประทาย จงั หวัดนครราชสมี า

สานักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เขต 31
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2563

บทคัดย่อ

ความสาคญั ไก่พ้นื เมืองตามประวตั ิศาสตร์ มีรายงานไวว้ า่ เป็นไก่ที่มีตน้ กาเนิดมาจากไก่ป่ าในทวีปเอเชีย

โดยเฉพาะในแถบประเทศเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ เช่นไทย มาเลเซีย และจีนตอนใต้ ซ่ึงมนุษยไ์ ดน้ ามาเป็นสตั วเ์ ล้ียง

เมื่อประมาณ 3,000 ปี ก่อน หลงั จากท่ีมนุษยน์ าไก่มาเล้ียง ไก่และมนุษยด์ ารงชีวิตแบบพ่ึงพาอาศยั ซ่ึงกนั และคน

ไก่อาศยั การเล้ียงดูและการป้ องกนั อนั ตรายจากมนุษย์ ในขณะท่ีมนุษยอ์ าศยั ไก่และไขเ่ ป็นอาหาร เป็นการพ่ึงพาอาศยั

ซ่ึงกนั และกนั เรียกวา่ เป็นขบวนการวิวฒั นาการของสตั วแ์ ละมนุษยใ์ หอ้ ยรู่ ่วมกนั อยา่ งต่อเน่ือง การวิวฒั นาการของไก่

เป็นไปตามวถิ ีชีวิตของมนุษยเ์ จา้ ของซ่ึงกข็ ้นึ อยกู่ บั ธรรมชาติ บางปี เกิดภยั ธรรมชาติรุนแรง สตั วเ์ ล้ียงตายลง หรือมีโรค

ระบาดรุนแรง ไก่จะตายมากแต่ไม่ตายหมด จะมีเหลือใหข้ ยายพนั ธุจ์ านวนหน่ึง ซ่ึงโดยปกติแลว้ จะเหลือต่ากวา่

10% ซ่ึงจานวนน้ีจะขยายพนั ธุเ์ พม่ิ จานวน ตวั ท่ีแขง็ แรงทนทานเท่าน้นั จึงจะอยรู่ อดจึงเป็นการคดั เลือกโดย

ธรรมชาติจนเป็นไก่พ้นื เมืองสืบทอดมาใหเ้ ราไดใ้ ชป้ ระโยชน์ถึงทุกวนั น้ี ดงั น้นั ไก่พ้ืนเมืองจึงเป็นมรดกวฒั นธรรม

และเทคโนโลยชี ีวภาพท่ีหลากหลาย เป็นทรัพยส์ ินภมู ิปัญญาของชาวบา้ นโดยแท้ ชาวบา้ นจดจาและเขา้ ใจการอยู่

ร่วมกนั ระหวา่ งคนและไก่พ้นื เมืองควบคู่กนั ตลอดมา ส่วนใหญแ่ ลว้ คนจะอาศยั ไก่มากกวา่ ไก่อาศยั คน คือ ไก่สามารถ

คุย้ เขี่ยหากินเองไดต้ ามธรรมชาติ ส่วนคนเมื่อไม่มีอาหารและไม่มีเงินใชเ้ ลก็ ๆ นอ้ ยๆ กจ็ ะตอ้ งอาศยั ไก่เป็น

ผใู้ ห้ ดงั น้นั ไก่พ้นื เมืองจึงเป็นไก่ที่ววิ ฒั นาการเปล่ียนแปลงปรับปรุงพนั ธุม์ าโดยอาศยั พ้นื ฐานของธรรมชาติ

เป็นหลกั จึงทาใหไ้ ก่พ้นื เมืองมีหลากหลายสายพนั ธุ์ แต่ละพนั ธุ์กจ็ ะมีจุดเด่นเป็นคุณสมบตั ิเฉพาะตวั เขน่ ความ

ตา้ นทานโรคและแมลง สามารถเติบโตและขยายพนั ธุ์ภายใตส้ ภาพแวดลอ้ มการเล้ียงดูของเกษตรกรในชนบท

โดยเฉพาะรายยอ่ ย จึงเหมาะท่ีจะทาการอนุรักษแ์ ละพฒั นาใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งยง่ั ยนื

คำนำ

นับเป็ นเวลาหลายพนั ปีมาแลว้ ทม่ี นุษยไ์ ดจ้ ับ ไกป่ ่ าเพอ่ื นามาเลย้ี งเป็ น ไก่
บา้ น ในประเทศจนี มกี ารเลย้ี งไกก่ นั มาประมาณกวา่ 3,000 ปี ไกท่ เ่ี ลยี้ ง ณ
กรงุ บาบโิ ลน ไดถ้ กู นาไปจากอนิ เดยี เมอื่ 2,500 ปี หลงั จากนัน้ อกี ราว 100 ปี
ตอ่ มากข็ ยายพันธไุ์ ปทปี่ ระเทศกรซี ทกี่ รงุ โรมพบวา่ มกี ารเลย้ี งไกม่ าตงั้ แตก่ อ่ น
ครสิ ตศ์ ตวรรษ แตก่ ารเลยี้ งไกก่ นั อยา่ งจรงิ จังนัน้ เรม่ิ มาเมอื่ ประมาณกวา่ 100 ปี
นเ้ี อง และสง่ิ ทชี่ ว่ ยใหก้ ารเลย้ี งไกแ่ พรห่ ลายในอดตี กค็ อื การชนไก่ ซง่ึ เป็ นได ้
ทงั้ เกมกฬี าและการพนัน ทนี่ ับวา่ เป็ นสงิ่ จงู ใจของนักเลย้ี งไกท่ ว่ั ไป ตอ่ มา
มนุษยม์ คี วามตอ้ งการอาหารเพมิ่ มากขนึ้ เนอ้ื และไขข่ องไกซ่ งึ่ มรี สชาตอิ รอ่ ย
ใหค้ ณุ คา่ ทางอาหารสงู จงึ ไดร้ ับความนยิ มเป็ นอยา่ งยง่ิ ทาใหม้ กี ารพัฒนาสาย
พันธไุ์ กเ่ รอื่ ยมา จนกระท่งั มกี ารเลย้ี งขยายพันธไุ์ ปทัว่ โลก

ไก่ เป็ นสตั วป์ ีกประเภทนก ตน้ ตระกลู มาจากสตั วเ์ ลอื้ ยคลาน ดงั ปรากฏพบ
หลกั ฐานจากซากดกึ ดาบรรพข์ องนกชนดิ แรกในโลก ทแี่ ควน้ บาวาเรยี ประเทศ
เยอรมนั เมอ่ื ปี ค.ศ. 1861 ซากดงั กลา่ วมอี ายปุ ระมาณ 130 ลา้ นปี มลี ักษณะ
กง่ึ นกกง่ึ สตั วเ์ ลอื้ ยคลาน คอื ทปี่ ากมฟี ัน มเี ล็บยนื่ ออกมาจากปลายปีกและมี
กระดกู หางยาว ซงึ่ เป็ นลักษณะของสตั วเ์ ลอ้ื ยคลาน ในขณะเดยี วกนั กม็ ขี นปก
คลมุ ลาตวั เชน่ เดยี วกบั นก ในปัจจบุ นั นักวทิ ยาศาสตรเ์ รยี กซากนวี้ า่ “ อารค์ ี
ออพเทอรกิ ซ์ ”
จาก “ อารค์ อี อพเทอรกิ ซ์ ” ไดพ้ ัฒนาการสบื ทอดตอ่ กนั มาจนกระทง่ั กลายเป็ น
นกทมี่ ขี นาดของรปู รา่ ง สี และอปุ นสิ ยั ทแี่ ตกตา่ งกนั ออกไปกวา่ 9,000 ชนดิ
สามารถจัดเป็ นกลมุ่ ใหญๆ่ ได ้ 27 อนั ดับ และ 1 ใน 27 อนั ดับ คอื Galliformes
ซงึ่ เป็ นอนั ดบั ของ ไกป่ ่ า ไกง่ วง ไกต่ อ๊ ก ไกฟ่ ้า ฯลฯ และถา้ แยก ไก่ เหลา่ น้ี
ออกเป็ นวงศ์ ไกป่ ่ าและไกฟ่ ้าจัดอยใู่ นวงศ์ Phasianidae ไกต่ ็อกอยใู่ นวงศ์
Numididdae และไกง่ วงอยใู่ นวงศ์ Meleagrididae

สารบัญ หนา้
เร่อื ง

ขัน้ ตอนการดาเนินงาน

วธิ ีการเลย้ี งไก่

[ดึงดูดความสนใจของผอู้ ่านของคุณดว้ ยคา
อา้ งอิงท่ียอดเยยี่ มจากเอกสาร หรือใชพ้ ้นื ท่ีน้ีเพอ่ื
เนน้ จุดสาคญั เม่ือตอ้ งการวางกล่องขอ้ ความที่
ส่วนใดกต็ ามของหนา้ น้ี กเ็ พยี งแค่ลากกล่อง
ขอ้ ความน้นั มา]

วธิ ีการเลย้ี งไก่

12 ข้นั ตอน เลยี้ งไก่

ไก่เนือ้ ในปัจจุบนั มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและมอี ตั ราการเปลย่ี นอาหาร (Feed conversion ratio :
FCR) ดขี ึน้ ตามลาดับ ดงั น้ันข้ันตอนการเลยี้ งและการบริหารจดั การฟาร์มไก่เนือ้ ให้ได้ผลผลติ ดแี ละมีคุณภาพ ตาม
มาตรฐานฟาร์มของบริษทั ใหญ่ทเ่ี ลยี้ งแบบเข้าออกพร้อมกนั ท้งั หมด (All in – all out) มอี ะไรบ้าง พอจะสรุป
ให้เข้าใจได้ดังนี้
โดยเริ่มจากการเข้าสู่การพกั โรงเรือน (Down time) หรือทีเ่ ราเรียกกนั ว่า “พกั เล้า” อย่างน้อย 7-14 วนั หรือ
อาจใช้ระยะเวลามากกว่าน้ัน ซึ่งขนึ้ อยู่กบั บริษทั ทเี่ ป็ นคอนแทรคฟาร์มด้วย
สาหรับวธิ ีการนีส้ ่งผลดีกบั ผู้บริโภคเป็ นอย่างมาก แต่สาหรับผู้เลยี้ งหรือผู้ดูแลฟาร์มอาจต้องเหน่ือยมากหน่อย…แต่
คุ้ม
1. จดั การนาวสั ดุรองพ้ืนเก่า (มลู ไก่ท่ีผสมแกลบ) ออกจากโรงเรือน
2. ทาความสะอาดฆ่าเช้ือโรคภายในและภายนอกโรงเรือน อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใชใ้ หส้ ะอาด เช่น อุปกรณ์ใหน้ ้า ให้
อาหาร ผา้ ม่าน ฯลฯ พร้อมเกบ็ ตวั อยา่ งไปตรวจวเิ คราะห์หาเช้ือโรค เพอื่ ป้ องกนั และควบคุมการเกิดโรคระบาด
3. จดั การนาวสั ดุรองพ้นื (แกลบ) ท่ีสะอาดเขา้ โรงเรือน โดยปวู สั ดุรองพ้ืนใหม้ ีความหนาประมาณ 3-4 นิ้ว (8-10
เซนติเมตร) ข้นั ตอนน้ีตอ้ งมีการตรวจวเิ คราะห์ความสะอาดของแกลบทุกคร้ัง
4. เกลี่ยแกลบใหเ้ ตม็ พ้นื ท่ีโรงเรือน และเตรียมอุปกรณ์การเล้ียงใหพ้ ร้อม รวมถึงการทาใบขออนุญาตลงไก่ที่
สานกั งานปศสุ ตั วใ์ นพ้นื ท่ีดว้ ย
5. เล้ียงไก่ตามโปรแกรมพร้อมติดตามผล 24 ชม. จนครบระยะเวลาการเล้ียงหรือตามน้าหนกั ท่ีบริษทั กาหนด ซ่ึงจะ
มีน้าหนกั ต้งั แต่ 1.3-2.8 กิโลกรัม หรือเล้ียง 28-60 วนั

6. ก่อนจบั ไก่ออกจากโรงเรือนตอ้ งเกบ็ ตวั อยา่ งไปตรวจ เพ่ือหาเช้ือไขห้ วดั นก (สานกั งานปศุสตั วใ์ นพ้ืนท่ี) รอผล
แลปประมาณ 7-10 วนั ก่อนจบั เพือ่ นาไปประกอบกบั ใบอนุญาตเคล่ือนยา้ ย
7. มีการตรวจงานฟาร์ม (ออดิท) ตามมาตรฐานของบริษทั ใหญ่ คิดเป็นคะแนน 10%
8. เกบ็ ตวั อยา่ งมลู ไก่ตรวจหาเช้ือซลั โมเนลลาก่อน เพื่อจดั คิวเขา้ โรงเชือด
9. สุ่มชง่ั น้าหนกั หาคา่ เฉลี่ยของตวั ไก่ก่อนเขา้ เชือด เพอื่ การประมาณรถบรรทุกไก่ใหญ่ มีคา่ วเิ คราะห์ความแม่นยา คิด
เป็นคะแนน 20%
10. ทาใบเคล่ือนยา้ ยสตั ว์ ร.1 และรอใบอนุญาต ร.4 จากสานกั งานปศุสตั วใ์ นพ้นื ที่
11. จบั ไก่ออกจากโรงเรือนแลว้ รอผลน้าหนกั หนา้ โรงงาน สรุปการ์ดหนา้ เลา้ โดยค่า pi (ประสิทธิภาพการเล้ียง) มี
น้าหนกั การนาไปจดั เกรดฟาร์ม อีก 35% และบวกกบั คะแนนการตกราวอีก 25% อีก 10% คือ คะแนน bio 2
= การสุ่มตรวจฟาร์มแบบไม่มีการนดั หมายล่วงหนา้
12. รอสรุปบญั ชี ภายใน 14 วนั หลงั จบั ไก่
นอกจากนีย้ งั มกี ารเจาะเลอื ดไก่ ตรวจแรงงานภายในฟาร์ม และตรวจคุณภาพนา้ ประจาปี ด้วย

เทคนิคกำรเลีย้ งไก่ไข่อย่ำงง่ำย

• กำรเลยี ้ งไก่ไขอ่ ยำ่ งงำ่ ย มหี ลำยแบบ ซง่ึ แตล่ ะแบบก็มีข้อดี ข้อเสียท่ีแตกตำ่ งกนั กำรเลยี ้ งเป็นอำชีพหรือทำเป็น
ฟำร์มใหญ่ๆ นยิ มเลยี ้ งแบบขงั กรงตบั สว่ นกำรเลยี ้ งเพอื่ เป็นอำชีพเสริมทำท่ีบ้ำนหรือกำรเลยี ้ งไก่ไขแ่ บบพอเพยี งท่ี

นำมำแนะนำ เป็ น วธิ ีกำรเลยี ้ งแบบขงั กรงเหมอื นกนั แตเ่ ป็นกรงตบั แบบไทยประดษิ ฐ์ท่ีสำมำรถนำมำประยกุ ต์ใช้ใน

ครัวเรือนคำ่ ใช้จำ่ ยน้อย วตั ถดุ ิบหำได้ตำมข้ำงบ้ำน • กำรเลยี ้ งไกว่ ยั สำว ถ้ำหำกเกษตรกรมีเงินลงทนุ เพรำะควำม

เสยี งตำ่ ให้ผลตอบแทนเร็ว ต้นทนุ โดยเฉลี่ยอยทู่ ่ีประมำณ 100-190 บำทตอ่ ตวั • โดยทว่ั ไปจะเริ่มให้ไข่เมื่อ
ประมำณ 21-22 สปั ดำห์ และมีแนวโน้มวำ่ อำยกุ ำรให้ไขจ่ ะให้ไขท่ ่ีอำยนุ ้อยลง อนำคตคำดวำ่ ไก่ไข่ จะเร่ิมให้ไขท่ ่ี
อำยุ 19-20 สปั ดำห์ ทงั้ นีเ้พรำะควำมสำมำรถของนกั ปรับปรุงพนั ธ์ุ เพื่อต้องกำรให้ต้นทนุ กำรผลติ ท่ีตำ่ สดุ และ ให้

ผลผลติ เร็วที่สดุ โดยทวั่ ไปไก่ไขจ่ ะให้ไขส่ งู สดุ หลงั จำกอำยกุ ำรไขป่ ระมำณ 8-12 สปั ดำห์ หรือ 2-3 เดือน • 1.
พนั ธ์ุไก่ไข่ • พนั ธ์ไก่ไขท่ ่ีนิยมเลยี ้ งในประเทศไทยคอื ไก่โร๊ดไอส์แลนด์แดง หรือท่ีเรียกสนั้ วำ่ ไก่โร๊ด เป็นไก่พนั ธ์ุเกำ่ แก่

พนั ธ์หุ นงึ่ มีอำยุ กวำ่ 100 ปี โดยกำรผสมและคดั เลือกพนั ธ์มุ ำจำกพนั ธ์ุมำเลย์แดง ไก่เซยี งไฮ้แดง ไก่เลก็ ฮอร์น

สีนำ้ ตำล ไก่ไวยนั ดอทท์และ ไก่บรำห์มำส์ไก่พนั ธ์โุ ร๊ดไอส์แลนด์แดงมี 2 ชนดิ คอื ชนดิ หงอนกหุ ลำบและชนิดหงอน
จกั ร แตท่ ี่นยิ มเลยี ้ งกนั แพร่หลำยเป็น ชนดิ หงอนจกั ร หำได้จำก เกษตรกรตำมท้องท่ีอำเภอใกล้เคยี ง จำกร้ำนขำย
สตั ว์ในพจิ ิตร เช่น ร้ำนเพือ่ นสตั ว์เลยี ้ ง จงั หวดั ใกล้เคยี งหรือสง่ั จำกกรมที่มีศนู ย์ผลติ ไกไ่ ข

อุปปกรณ์กำรทำกรงอย่ำงง่ำย

• 1.ไม้ยคู ำ 10 ท่อน ยำว 3 เมตร รำคำ เมตรละ 4 บำท หรือหำได้ตำม บ้ำน
• 2. ไม้ไผ่ 5 ล ำ ไผใ่ หญ่หรือไผ่สสี ขุ ล ำละ 30 บำท หรือหำได้ตำมบ้ำน
• 3. ตะปู 1 นิว้ คร่ึง กบั ตะปู 2 นิว้ อยำ่ งละ 25 บำท
• 4. ลวดเบอร์ 16 รำคำ 35 บำท • 1 กรงตบั 5 ช่องใสต่ วั ไก่ไขไ่ ด้ชอ่ งละ 1-2 ตวั
• รวมรำคำ 355 บำท

2.ขนั้ ตอนกำรประกอบท ำกรงอย่ำงง่ำย

1.ใช้อปุ กรณ์งำ่ ยๆในท้องที่ เพ่ือลดต้นทนุ และหำได้งำ่ ย
2.นำไม้ยคู ำมำประกอบเป็นเสำ และไม้ไผ่ ผำ่ ทำเป็นระแนงช่ีเพือ่ เป็นพืน้ ฝำและ หลงั คำเพื่อกนั สตั ว์อื่นมำทำร้ำย
3. ทำเป็ นชอ่ งขนำดกว้ำง50 ซม.ยำว 66 ซม.ตีไม้ไผ่ท่ีผำ่ ทกุ ด้ำนตำมชอ่ ง
4. ประกอบเป็ นชอ่ งกว้ำงชอ่ งละ 50 ซม.ยำว 60 ซม.ระยะหำ่ ง ชว่ งลำ่ งด้ำนหลงั หำงจำกพืน้ 66 ซม. ด้ำนหน้ำ
ห่ำงจำกพนื ้ 50 ซม.เพื่อกำรเทไข่ให้กลงิ ้ ออกจำกกรงตำมภำพ
5. นำไม้มำตดั ช่วงข้อต้อข้อเพือ่ ทำรำงอำหำร และตดั ครึ่งเพ่ือ เป็นกระบอกนำ้
6.ประกอบเกือบสมบรู ณ์แล้วจะได้รูปร่ำงอยำ่ ง นี ้ คอื สงู จำกพนื ้ 66 ซม. ระหวำ่ งชว่ งบน 50ซม
7.นำรำงอำหำรมำตดิ ผกู มดั กบั กรงตำม ภำพ กระบอกนำ้ ใช้ขวดนำ้ อดั ลมใสน่ ำ้ เพือ่ ทำควำมสะอำดได้งำ่ ย
8. วสั ดรุ องพนื ้ ควรใช้ฟำงรองป้ อง กำรกำรกระแทกของไขแ่ ละควร เปลี่ยนฟำงรองบอ่ ยเพอ่ื กนั กำรสก ปกและเก็บ
กวำดงำ่ ย

กำรให้นำ้ และอำหำร

• 1. ไก่ไขท่ ่ีอำยุ 5 เดอื นขนึ ้ ไป ต้องกำรนำ้ ประมำณ 0.5 ลติ รตอ่ วนั ตอ่ ตวั หำกขวดนำ้ ในชว่ งให้กำลงั ไข่ เพยี ง 3-
4 ชวั่ โมง จะทำให้ไขฟ่ องเลก็ นำ้ ที่ใช้ควรเป็ นนำ้ สะอำด ไมม่ ีเชือ้ โรคปนเปื อ้ นโดยใช้ ไคโตซำน มกิ ซ์ฟี ด วติ ำมิน
ละลำยนำ้ ในกระบอกหรือถงั ให้ไก่กิน โดยใช้ อตั รำ 0.5 ซซี ี.นำ้ 1 ลติ ร ป้ องกนั เชือ้ โรคท่ีปนเปื อ้ นมำกบั นำ้ กระต้นุ
กำรกินอำหำร

• 2. อำหำรไก่ไข่ ในช่วงเริ่มให้ไข่ เปอร์เซน็ ต์โปรตีน ประมำณ 13-15 % ซง่ึ มที งั้ อำหำรป่ น อำหำรอดั เมด็
หวั อำหำรสำหรับผสมเอง ควำมต้องกำรอำหำรของไก่ อำยุ 5 เดอื นขนึ ้ ไป อำหำร 150-200 กรัม ตอ่ ตวั หรือ 2
ขีด ละเพม่ิ ขนึ ้ ที่ละน้อย เพ่ือให้ไข่ สม่ำเสมอ • รำคำกำระสอบละ 500 บำท กิโลกรัมละ 20 บำท

กำรสุขำภบิ ำล

• 1. กำรกำจดั กล่ินเหมน็ จำกมลู สตั ว์ตำมพนื ้ คอก ซง่ึ เป็นปัญหำสำคญั ท่ีทำให้ไกม่ ี อำกำรหำยใจลำบำก หน้ำบวม
ร้อนแดง ตำอกั เสบ นำ้ มกู นำ้ ตำไหลและมีอำกำรคนั เกำจนเป็นแผลทำให้เกิดกำรติดเชือ้ และตำยในท่ีสดุ หำกเป็นไก่
ไขแ่ บบเลยี ้ งรวมบนพนื ้ สำมำรถใช้ สเม็คไทต์ ผง หวำ่ นลงบนวสั ดรุ องพืน้ โดยในระยะไก่โตอำจหวำ่ นโรย ทกุ 5- 7
วนั ช่วงเช้ำ-เยน็ ไก่ไขแ่ บบกรงตบั ให้ใช้สเม็คไทต์ผง หวำ่ น โรยบำงๆ ทบั ลงบนมลู ไก่ ที่พนื ้ คอก กลนิ่ เหม็นจะถกู ดดู ซบั
จำกนนั้ ประมำณ 5-10 นำทีกลนิ่ เหมน็ จะหำยไป

• 2. กำรหวำ่ นโรยสเม็คไทต์ผง บนมลู ไกบ่ นลำนตำกแห้ง หรือหว่ำนโรยบำงๆ ในเล้ำไก่ ช่วยลดปัญหำไรไก่ พยำธิ
รวมทงั้ แมลงวนั ให้น้อยลง เน่ืองจำกสเมค็ ไทต์ เป็ นสำรจำก กำรระเบดิ ตวั ของหนิ ภเู ขำไฟ ซง่ึ สำมำรถรบกวนผวิ ไรไก่
และพยำธิ ทำให้ไรไก่และ พยำธิไมส่ ำมำรถระบำดได้และลดลง จนหมดไป รำคำ 160 บำท

** หมำยเหตุ หำกนำมลู ไกท่ ี่หวำ่ นโรยด้วยสเม็คไทต์ไปใช้เป็นป๋ ยุ อนิ ทรีย์ จะเป็นป๋ ยุ ละลำยช้ำที่มีซลิ กิ ้ำ ชว่ ยให้พืช
แขง็ แกร่ง ต้ำนทำน โรค แมลงได้ดีขนึ ้

ปัจจัยสำคัญ

• อณุ หภมู ิ ไก่เป็ นสตั ว์ที่ไมม่ ีตอ่ มเหงื่อ กำรระบำยควำมร้อนออกจำกร่ำงกำยไมส่ ำมำรถระบำยออก ทำงผิวหนงั
เหมือนคนเรำ ดงั นนั้ กำรระบำยควำมร้อนออกจำกร่ำงกำยโดยหำยใจเอำอำกำศเข้ำไป ในปอด เข้ำถงุ ลม สว่ นนำ้ ที่ไก่
กินเข้ำไปบำงสว่ นจะระเหยรวมออกมำกบั อำกำศท่ีไก่หำยใจออก เน่ืองจำกร่ำงกำยไก่ไมม่ ีควำมร้อน (กำรระเหยของ
นำ้ เกิดขนึ ้ ได้ต้องอำศยั ควำมร้อน) ดงั นนั้ กำร หำยใจก็จะนำควำมร้อนออกมำด้วย ซงึ่ กำรควบคมุ อณุ หภมู ใิ นร่ำงกำย
ของไก่ โดยมีตอ่ ม ไฮโปทำ รำมสั ตอ่ มใต้สมอง ท ำหน้ำที่เสมือนศนู ย์ควบคมุ กำรปรับอณุ หภมู ขิ องร่ำงกำยไก่ใน
ระดบั ท่ีคอ่ นข้ำง คงท่ี

• กำรถ่ำยเทหรือกำรระบำยอำกำศ โรงเรือนไก่ไขส่ มควรอย่ำงย่งิ ท่ีจะต้องคำนงึ ถึงกำรระบำย อำกำศ หำกสร้ำง
โปร่ง กำรหมนุ เวียนถ่ำยเทอำกำศดี อำกำศเสียจะถกู ขบั ออกนอกโรงเรือนและ อำกำศบริสทุ ธ์ิจำกภำยนอกจะเข้ำไป
แทนที่ โดยนำควำมร้อนจำกภำยในโรงเรือนออกไปด้วย นอกจำกนนั้ จะเป็นกำรลดปริมำณเชือ้ โรคตำ่ ง ๆ ได้ในระดบั
หนงึ่

• โปรแกรมแสงสวำ่ ง กำรเลยี ้ งไกไ่ ขแ่ สงสว่ำงมีควำมจำเป็นที่จะต้องเพ่ิมเม่ือไกม่ ีอำยุ 6-22 สปั ดำห์ โดยคอ่ ย ๆ
เพิม่ แสงให้สปั ดำห์ละ 1/2-1 ชวั่ โมง จนครบ 4 ชวั่ โมง รวมแสงธรรมชำตอิ ีก 12 ชวั่ โมง ตอ่ วนั รวมเป็น 16
ชว่ั โมง จงึ จะเพียงพอตอ่ ควำมต้องกำร เพื่อท่ีจะให้ได้ผลผลิตสงู หรืออำยกุ ำรให้ ไขน่ ำนและจะใช้แสงเช่นนีไ้ ปจนกวำ่
ไก่จะหมดไข่

• ควำมชืน้ สมั พทั ธ์ ควำมชืน้ สมั พทั ธ์ท่ีเหมำะสมประมำณ 50-80 % ซง่ึ ถ้ำควำมชืน้ ในอำกำศตำ่ กำร ระบำย
ควำมร้อนออกจำกร่ำงกำยจะระบำยได้ดขี นึ ้ ซงึ่ ประเทศไทยมกั จะเจอปัญหำเร่ืองควำมชืน้ ในฤดฝู น (ร้อน-ชืน้ )

• กำรให้อำหำรไก่ไข่ เป้ ำหมำยสำคญั ของอำหำรที่ใช้เลยี ้ งไกไ่ ข่ต้องคำนงึ ถงึ ต้นทนุ กำรผลิตให้ตำ่ ที่สดุ และมี
ประสิทธิภำพกำรผลติ เพอื่ ให้ได้ไข่ 1 ฟองตำ่ ท่ีสดุ อยำ่ งไรก็ตำมต้นทนุ กำรผลิตไข่ 1 ฟอง เป็น คำ่ อำหำรประมำณ
60% ดงั นนั้ จะมีผลเก่ียวข้องไปถงึ เร่ืองอตั รำกำรให้ไข่ และขนำดตวั ของไก่ด้วย ซงึ่ ผ้เู ลยี ้ งจะต้องเลือกสำยพนั ธ์ไุ ก่ที่
มีอตั รำกำรให้ไขด่ กและขนำดตวั เลก็ เพ่อื ประหยดั คำ่ อำหำร นอกจำกนีย้ งั ขนึ ้ อยกู่ บั สภำพอำกำศ ฤดกู ำลก็เป็นปัจจยั
สำคญั

โรคและกำรป้ องกัน

• 1. โรคนิวคำสเซลิ เป็นโรคตดิ ตอ่ ท่ีร้ำยแรงที่สดุ ของไก่ในประเทศไทย เกิดจำกเชือ้ ไวรัสชนดิ หนง่ึ กำรแพร่ระบำด
เป็นไปอยำ่ ง รวดเร็ว โดยกำรหำยใจเอำเชือ้ และส่งิ ขบั ถำ่ ยอ่นื ๆ ของไก่ป่ วย ไก่ที่ป่ วยจะมีอำกำรทำงระบบหำยใจและ
ระบบประสำท เช่น หำยใจ ลำบำก มีเสียงดงั เวลำสำหรับแม่ไก่ท่ีกำลงั ให้ไขจ่ ะไขล่ ดลงทนั ที่ และมกั จะตำยภำยใน
3-4 วนั หลงั จำกแสดงอำกำรป่ วย กำรป้ องกนั โดยกำรท ำวคั ซนี นิวคำสเชิล

• 2. โรคหลอดลมอกั เสบตดิ ตอ่ เป็ นโรคทำงเดนิ หำยใจที่แพร่หลำยท่ีสดุ เกิดจำกเชือ้ ไวรัส สำมำรถเกิดขนึ ้ ได้กบั ไก่
ทกุ อำยุ แต่ มกั จะมีควำมรุนแรงในลกู ไก่ มีอตั รำกำรตำยสงู มำก ไกท่ ่ีเป็นโรคนีจ้ ะมีอำกำร อ้ำปำกและโก่งคอเวลำ
หำยใจ หำยใจลำบำก เวลำ หำยใจมีเสียงครืดครำดใน เบ่ืออำหำร ในไก่ไขจ่ ะไข่ลดลงอยำ่ งกะทนั หนั กำรป้ องกนั
โดยกำรท ำวคั ซนี ป้ องกนั โรคหลอดลมอกั เสบ

• 3. โรคอหิวำต์ไก่ เป็นโรคตดิ ตอ่ ท่ีร้ำยแรงชนดิ หนงึ่ เกิดจำกเชือ้ แบคทีเรีย เข้ำสรู่ ่ำงกำยทำงอำหำรและนำ้ ไกท่ ี่
เป็นโรคนีจ้ ะมี อำกำรหงอย ซมึ เบื่ออำหำร กระหำยนำ้ จดั ท้องร่วง อจุ จำระมีสเี หลือง เหนียงมสี ีคลำ้ กวำ่ ปกติ ถ้ำไก่
เป็นโรคนีอ้ ยำ่ งร้ำยแรง ไก่อำจ ตำยโดยไมแ่ สดงอำกำรป่ วยให้เห็น กำรรักษำ ใช้ยำปฏิชีวนะ คลอเตตร้ำซยั คลิน หรือ
ออกซเี ตตร้ำซยั คลิน หรือใช้ยำประเภทซลั ฟำ เช่น ซลั ฟำเมอรำซีน หรือซลั ฟำเมทธำรีน กำรป้ องกนั โดยกำรให้วคั ซนี
ป้ องกนั โรคอหิวำต์

• 4. โรคฝี ดำษไก่ เป็นโรคท่ีมกั เป็นกบั ลกู ไก่และไก่รุ่น ซง่ึ เกิดจำกเชือ้ ไวรัสตดิ ตอ่ กนั โดยกำรสมั ผสั เชน่ อยรู่ วมฝงู กนั
และยงุ เป็น พำหะของโรคกดั โรคนีไ้ มแ่ สดงอำกำรป่ วยถึงตำย ไก่ที่เป็นโรคนีจ้ ะแสดงอำกำรมีจดุ สเี ทำพองตำม
บริเวณใบหน้ำ หงอน เหนียง และ ผิวหนงั และเม่ือจดุ พองขยำยตวั และแตกออกเป็นสะเก็ดลกู ไก่จะหงอยซมึ ไมก่ ิน
อำหำรและตำยในที่สดุ กำรป้ องกนั โดยกำรท ำวคั ซนี ป้ องกนั โรคฝี ดำษไก

สรุปกำรดแู ลไก่อย่ำงง่ำย

• 1. ท ำกรงตบั ใสไ่ ก่ช่องละ 1-2 ตวั ขนำด กว้ำง 50 ซม.สงู 66 ซม.โดยใช้ไม้ที่เรำมีอยู่ เชน่ ไม้ไผ่ ไม้ยคู ำ พร้อม
ท่ีวำงกรงตบั มคี วำมสงู 50 ซม.อปุ กรณ์ให้อำหำรใช้ไผ่ผ่ำครึ่ง ท่ีให้นำ้ ใช้ขวดนำ้ ท่ีใช้แล้ว แบบง่ำย ๆ ประหยดั ต้นทนุ
ตำ่

• 2 .ใช้ตำขำ่ ยคลมุ เพ่อื กนั ยงุ ให้กบั ไก่ในเวลำกลำงคนื ให้อำหำรไก่ไขร่ ะยะไก่รุ่นโปรตีน 13-15 เปอร์เซน็ ต์ วนั ละ
80-100 กรัม/วนั ให้เช้ำ และบำ่ ย สงั เกตกำรกินอำหำรของไก่ ล้ำงรำงนำ้ วนั ละ 1 ครัง้

• 3. ถ่ำยพยำธิภำยนอกภำยในไก่ ก่อนไกจ่ ะให้ไข่ และทำวคั ซีนนวิ คลำสเซลิ อหิวำต์ไก่ • คอยสงั เกตสขุ ภำพชอง
ไก่ ช่วงอำกำศเปลยี่ นให้วติ ำมนิ ละลำยนำ้ กบั ไก่ช่วงไก่เริ่มให้ไข(่ 20-22สปั ดำห์ ) ให้ เปลี่ยนอำหำรเป็นอำหำรไก่ไข่
ระยะให้ไขโ่ ปรตีน 14- 15 เปอร์เซน็ ต์ ให้วนั ละ 150-200 กรัม
• 4. ชว่ งสปั ดำห์ที่ 28-31 สปั ดำห์ ให้อำหำรไก่เพม่ิ ขนึ ้ ตำมจำนวนไข่ที่ให้ เก็บไข่ไก่อยำ่ งน้อยวนั ละ 2 ครัง้
กลำงวนั และก่อนเลกิ งำน หมนั่ ดแู ลตรวจสขุ ภำพไกเ่ ป็นประจำทกุ วนั ทำควำมสะอำดรำงอำหำรถ้ำมี อำหำรเปี ยก
ตดิ รำง
• 5. ถ้ำบริเวณใกล้เคยี งมศี ตั รูทำลำยไก่ เชน่ สนุ ขั งู ตวั เงนิ ตวั ทองให้ทำกำรป้ องกนั เชน่ ทำคอก หรือป้ องกนั ไม่ให้
เข้ำไปทำลำยไก่ได้

ปัญหำและอุปสรรค์

• 1.ไมท่ รำบอำยไุ ก่ไขท่ ี่แท้จริงเน่ืองจำกได้รับมำจำกคนกลำงข้อมลู จงึ ไมส่ มบรู ณ์
• 2. สถำนที่เลยี ้ งยงั ไมค่ อ่ ยพร้อมเพรำะไมไ่ ด้เป็นฟำร์ม
• 3. อำหำรไก่ไขร่ ำคำแพง
• 4. แม่ไก่เป็ นโรคได้งำ่ ย

แนวทำงแก้ไขปัญหำ
• 1. สงั เกตลกั ษณะรูปร่ำงตวั แมไ่ ก่วำ่ ประมำณไหนตวั ใหญ่ระยะไหนโดยประมำณ
• 2. สถำนที่ยงั ไมพ่ ร้อมก็นำไปไว้ตำมร่มที่อำกำศถำ่ ยเทสะดวกห้ำมตำกแดด
• 3. น ำอำหำรหรือพชื ผกั ตำมท้องถ่ินมีมำผสมตำมคณุ คำ่ อำหำรเชน่ รำผสมหยวก
• 4. ท ำวคั ซนี อยำ่ งสมำ่ เสมอ


Click to View FlipBook Version