THE ANIMAL BEHAVIOR
สารบัญ
รายชื่อสมาชิกกลุ่ม---------------------------------------กก
Fixed action pattern------------------------------1
Orientation------------------------------------------2
Reflex--------------------------------------------------3
Chain of reflex-------------------------------------5
เเหล่งอ้างอิง--------------------------------------------6
รายชื่อสมาชิกกลุ่ม
1.ปุณณภา แสงจันทร์ ม.5/3 เลขที่ 15
2.รัตนา โชคพรทวีสุข ม.5/3 เลขที่ 34
3.พัชรวลัย ชิ้นอนันตระกูล ม.5/3 เลขที่ 36
4.พิมพ์ภาอร ว่องวัฒนาสกุล ม.5/3 เลขที่ 37
5.อุษณา โชติล้ำวงศ์ ม.5/3 เลขที่ 40
ก
Fixed action pattern
(FAP)
เมื่อสัตว์ถูกกระตุ้นโดยสิ่งเร้าจากภายนอกที่เรียกว่า Sign stimulus จะทำ ให้เกิด
พฤติกรรมที่มีแบบแผนแน่นอน
Example :
การตะล่อมไข่กลับเข้ารังของห่าน โดยถ้านําไข่ของตัวเมียที่กกไข่ในรังออกมานอกรัง
มันจะใช้ปากเขี้ยจนไข่กลิ้งเข้ามาในรังเหมือนเดิม
นกอีเสือ รู้จักดึงเหล็กในออกจากตัวผึ้ง ต่อ แตน ก่อนที่จะกินเป็นอาหาร
การที่นกพิราบเลี้ยงลูกนกในลักษณะที่เหมือนกันทุกตัว
การสร้างปลอกหุ้มไข่ของแมงมุม
การป้อนอาการของเเม่นกนางนวล โดยจะอ้าปากให้อาหารก็ต่อเมื่อได้ยินเสียงลูกนก
พร้อมกับได้รับเเรงจิกของลูกบริเวณเเต้มเเดงที่ปาก
การตะล่อมไข่กลับเข้ารังของห่าน นกอีเสือ รู้จักดึงเหล็กในออกจาก
ตัวผึ้ง
การป้อนอาหารของเเม่นกนางนวล
Orientation
พฤติกรรมแบบโอเรียนเทชัน เป็นพฤติกรรมที่สิ่งมีชีวิตตอบสนองต่อปัจจัยทาง
กายภาพ ทำให้เกิดการวางตัวที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต
Example : การว่ายน้ำตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ของปลา ทำให้ศัตรูระดับต่ำกว่ามองไม่เห็น
การที่กิ้งก่าพองตัวขึ้นตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวให้ได้รับความร้อนอย่างเพียง
พอ ซึ่งเป็นการตอบสนองต่ออุณหภูมิของกิ่งก่าในเขตหนาว
พฤติกรรมแบบโอเรียนเทชันแบ่งได้ 2 รูปแบบ ได้แก่
1.ไคนีซิส (kinesis) เป็นพฤติกรรมที่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าด้วยการเคลื่อนที่ทั้งตัวแบบ
มีทิศทางไม่แน่นอน คือ มีทิศทางที่ไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า พฤติกรรมแบบนี้มักพบใน
สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชั้นต่ำ และพวกโพรติสต์ เช่น
การเคลื่อนที่ออกจากบริเวณที่อุณหภูมิสูงของพารามีเซียม
การเคลื่อนที่ของแมลงสาบเมื่ออยู่ตามที่แคบที่มีผิวสัมผัสใกล้กับตัวมันมาก เช่น ตาม
ซอกบ้านมันจะอยู่นิ่งกับที่แต่เมื่ออยู่ในที่โล่งมันจะเคลื่อนที่รวดเร็วและไม่มีทิศทาง
แน่นอน เพราะตัวมันไม่สามารถรับความรู้สึกจากผิวสัมผัสที่ห่างไกล
2.แทกซิส (Taxis) เป็นพฤติกรรมการเคลื่อนที่เข้าหาหรือหนีจากสิ่งเร้าอย่างมี
ทิศทางที่แน่นอน เช่น
การเคลื่อนที่เข้าหาแสงสว่างของพลานาเรีย
การเคลื่อนที่เข้าหาและหนีจากแรงดึงดูดของโลกของสัตว์ เช่น ตัวอ่อนผีเสื้อ เมื่อมี
การเจริญไปเป็นดักแด้จะมีการเคลื่อนตัวลงจากต้นไม้ แต่เมื่อเจริญเต็มวัยจะเคลื่อนตัว
ขึ้นบนสวนกับแรงดึงดูดของโลกเพื่อตากปีกให้แห้ง
การเคลื่อนที่ออกจากบริเวณที่ การเคลื่อนที่ออกจากบริเวณที่ การว่ายน้ำตั้งฉากกับดวงอาทิตย์
อุณหภูมิสูงของพารามีเซียม อุณหภูมิสูงของพลานาเรีย ของปลา
Reflex
รีเฟล็กซ์ คือการตอบสนองที่อยู่นอกอำนาจจิตใจ รีเฟล็กซ์ เป็นตัวอย่างการทำงานอีก
ชั้นหนึ่งของระบบประสาทที่ต้องอาศัย การทำงานร่วมกันของเซลล์ประสาท เช่น เมื่อปลายนิ้ว
มือไปแตะ ถูกวัตถุที่มีความร้อนเข้า ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นคือ ดึงแขนเข้าหาตัว หนีออกมาจากวัตถุ
นั้น หรืออาจขยับตัวหนีออกมาด้วย ต่อมาจึง เกิดความรู้สึก ปวด ร้อน ที่นิ้วมือและนึกลำดับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การงอแขนหรือขยับตัวหนีออกมาเป็นการสนองของรีเฟล็กซ์ ซึ่งไม่อยู่ใน
อำนาจจิตใจ แต่ความรู้สึก ปวด ร้อน และการลำดับ เหตุการณ์ เป็นการทำงานของสมองที่อยู่
ในอำนาจจิตใจไม่ใช่รีเฟล็กซ์
ชนิดของรีเฟล็กซ์ ซึ่งอาจแบ่งออกเป็นชนิดต่างๆ ได้หลายวิธี ดังนี้
1. ตามระยะเวลาของการเกิด
มีมาแต่กำเนิด (inborn reflex) รีเฟล็กซ์ที่ดึง แขนหนีมาจากการที่นิ้วมือสัมผัสกับ
วัตถุที่ร้อน หรือรีเฟล็กซ์ ที่ช่วยปรับความดันเลือดให้ปกติ ทั้ง ๒ ชนิดนี้ทำงานได้ตั้งแต่
เกิด ไม่ต้องฝึกหัด
เกิดจากการเรียนรู้ (acquired หรือ conditioned reflex) ตัวอย่างในเรื่องนี้ ได้แก่
การเหยียบห้ามล้อ เมื่อมีสิ่ง กีดขวางอยู่ข้างหน้า (สำหรับผู้ที่ขับรถเป็น) การที่สุนัข
ได้ยินเสียงกระดิ่งเเล้วน้ำลายไหลเเม้จะไม่มีอาหารอย่างที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็น
2. ตามจำนวนของเซลล์ประสาทในวงจร
รีเฟล็กซ์ที่มีจุดประสานจุดเดียว (monosynap- tic reflex) รีเฟล็กซ์ชนิดนี้ประกอบ
ด้วยเซลล์ประสาทเพียงสอง ตัวมาต่อกัน ได้แก่ รีเฟล็กซ์ที่ช่วยปรับการทรงตัวของ
ร่างกาย เมื่อกล้ามเนื้อถูกยึด (stretch reflex)
รีเฟล็กซ์มีจุดประสาน ๒ จุด (disynaptic reflex) ได้แก่ รีเฟล็กซ์ที่เกิดจากเอ็นของ
กล้ามเนื้อถูกยึด (Golgi tendon reflex)
รีเฟล็กซ์ที่มีจุดประสานหลายจุด (polysynaptic reflex) ได้แก่ รีเฟล็กซ์ที่เกิดจากเอ็น
ของกล้ามเนื้อถูกยึด
3. ตามชนิดของประสาท
รีเฟล็กซ์กาย (somatic reflex) วงจรรีเฟล็กซ์ ประกอบด้วยระบบประสาทกาย เช่น
รีเฟล็กซ์ดึงเท้าหนีออกมา
รีเฟล็กซ์อัตบาล (autonomic reflex) วงจรใช้ ระบบประสาทอัตบาล โดยมาก
เกี่ยวข้องกับการทำงานภายใน ร่างกาย เช่น รีเฟล็กซ์ปรับความดันเลือดให้ปกติ
*รีเฟล็กซ์ที่แบ่งตามชนิดของประสาทนี้อาจแบ่ง ตามชนิดของประสาทได้คือ รีเฟล็กซ์
ที่ใช้ประสาทสมองเป็น รีเฟล็กซ์สมอง (cranial reflex) รีเฟล็กซ์ที่ใช้ประสาทไขสันหลัง เป็น
รีเฟล็กซ์ไขสันหลัง (spinal reflex) เป็นต้น
4. ตามตำแหน่งของเครื่องรับ การแบ่งแบบนี้นำไป ใช้เป็นประโยชน์ในทางคลินิก
ซึ่งแบ่งเป็นดังนี้
รีเฟล็กซ์ตื้น (superficial reflex) คือ รีเฟล็กซ์ ที่มีเครื่องรับอยู่ภายนอก เช่น ผิวหนัง
ตัวอย่างที่ดีของรีเฟล็กซ์ ตื้น ได้แก่ รีเฟล็กซ์เมื่อเหยียบหนาม
รีเฟล็กซ์ลึก (deep reflex) รีเฟล็กซ์พวกนี้มี เครื่องรับรู้ลึกเข้าไป เช่น รีเฟล็กซ์เมื่อ
กล้ามเนื้อถูกยึด เครื่องรับ อยู่ในกล้ามเนื้อ
รีเฟล็กซ์อวัยวะภายใน (visceral reflex) เครื่องรับอยู่ในอวัยวะภายใน เช่น รีเฟล็กซ์
ปรับความดันเลือดมี เครื่องรับอยู่ในผนังหลอดเลือดแดงคาโรติด
หน้าที่ของรีเฟล็กซ์
เป็นขั้นต้นและขั้นกลางของระบบประสาท ช่วยแบ่งเบาภาระหน้าที่ของระบบ
ประสาท
ช่วยให้งานนั้นๆ สำเร็จโดยเร็ว ทันท่วงที เช่น รีเฟล็กซ์เกี่ยวกับการเหยียบหนาม ถ้า
ทำได้ช้าก็อาจเกิดอันตราย มากขึ้นได้ หรือรีเฟล็กซ์ที่เกี่ยวกับการทรงตัวของกล้าม
เนื้อที่ ถูกยึด ถ้าทำช้าไปตัวอาจล้มไปเสียก่อน
การชักเเขนหนีเมื่อสัมผัสวัตถุร้อน สุนัขได้ยินเสียงกระดิ่งเเล้วน้ำลาย
ไหลเเม้จะไม่มีอาหารอย่างที่ก่อน
หน้านี้ไม่เคยเป็น
การชักขาออก
Chain of reflex
Chain of reflex หรือ รีเฟล็กซ์แบบต่อเนื่อง เป็นพฤติกรรมที่กระตุ้นพฤติกรรม
ย่อยหลายพฤติกรรมจนกว่าจะได้ความต้องการที่ครบถ้วนหรือตามเป้าหมายที่ต้องการจึงจะ
หยุด
รีเฟล็กแบบต่อเนื่องมีแบบแผนเฉพาะตัวในสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด โดยสััตว์จะแสดง
พฤติกรรมรีเฟล็กแบบต่อเนื่องเองอัตโนมัติเพื่อความอยู่รอด มีตั้งแต่การสืบพันธุ์ไปจนถึงการ
สร้างที่อยู่ การหาอาหาร การอพยพย้ายถิ่นฐาน
อย่างไรก็ตามแม้พฤติกรรมนี้จะจัดเป็นพฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิดและแสดงออกได้
โดยไม่ต้องมีการเรียนรู้ แต่พฤติกรรมบางอย่างจะแสดงออกมาเมื่อมีความพร้อมของร่างกาย
อย่างเต็มที่และฮอร์โมนในการควบคุม
Example :
การบินของนก ลูกนกแรกเกิดจะยังไม่สามารถบินได้ จนกว่าขนปีกจะงอกเต็มที่ ขา
และปีกแข็งแรงดีแล้วจึงบินได้
การเกี้ยวพาราสีของสัตว์ที่ต้องมีร่างกายโตเต็มที่และมีการหลั่งของฮอร์โมนจึงจะเริ่ม
เกี้ยวพาราสีตัวเมีย
การที่ทารกดูดนมมารดา พฤติกรรมรีเฟล็กซ์ของทารกคือการดูดนมและจะดูดอย่าง
ต่อเนื่องจนกว่าจะรู้สึกอิ่มถ้าหากยังไม่รู้สึกอิ่มก็จะดูดไปเรื่อยๆ
การชักใยของเเมงมุม โดยแมงมุมจะชักใยไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้รูปแบบที่ต้องการถึง
หยุดชัก
ลูกนกเเรกเกิด การชักไยของแมงมุม
เเหล่งอ้างอิง
เว็ปไซต์ข้อมูล Fixed action pattern
https://www.scimath.org/lesson-biology/item/7042-
animal-behavior
เว็ปไซต์ข้อมูลโอเรียนเทชั่น
https://kawisara56110.wordpress.com/2015/05/22/
เว็ปไซต์ข้อมูลรีเฟล็กซ์
https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8
%B5%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B9
%87%E0%B8%8
https://www.saranukromthai.or.th/sub/book/book.php
?book=8&chap=2&page=t8-2-infodetail17.html
เว็ปไซต์ข้อมูลรีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง
https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/3393
6
https://sites.google.com/site/phvtikrrmsatw4/home/klk
i-kar-keid-phvtikrrm
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/parichartjournal