ชุดใบความร้กู ลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6
ภาษาไทย
คำนำมและคำสรรพนำม
Nouns And Pronouns
นางสาวนภาพร วงษ์โท
ก
คานา
ชดุ ใบความรู้ เร่ืองคานามและคาสรรพนาม รายวชิ า ท16101 ภาษาไทย
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ซงึ่ ภายในเล่มจะประกอบไปด้วย
แนวทางการสอน แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ใบความร้เู กยี่ วกับเรื่องคานาม
และคาสรรพนาม แบบทดสอบหลงั เรยี นและเฉลยแบบทดสอบ
จัดทาข้ึนเพ่อื เป็นส่อื กลางในการจดั การเรยี นการสอน โดยยึดหลักการ
และสาระการเรยี นรตู้ ามหลักสูตรการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560 ) กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
นภาพร วงษ์โท
ผู้จัดทา
สารบญั ข
เรือ่ ง หนา้
คานา ก
สารบญั ข
แนวทางการสอน ค
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 1
ใบความรู้
2
คานาม 6
คาสรรพนาม 10
แบบทดสอบหลงั เรียน
เฉลยแบบทดสอบ 13
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน 14
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น 16
ประโยชน์ทีค่ าดวา่ จะไดร้ บั
ค
แนวทางการสอน
หนงั สือเลม่ น้ีมีเนือ้ หาเก่ยี วกบั คานามและคาสรรพนาม (Nouns
And Pronouns) สาหระบชั้นประถมศึกษาปที ่ี 6 ผู้อา่ นสามารถอา่ น
หนงั สือเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book ได้ด้วยการสแกน QR-CORD ที่ปกหลัง
ทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน
ศึกษาใบความรูเ้ รอื่ งคานามและคาสรรพนาม
ทาแบบทดสอบหลังเรียน
ตรวจสอบความถูกต้องของแบบทดสอบ ก่อน-หลังเรียน
1
แบบทดสอบกอ่ นเรียน
เร่อื ง คานามและคาสรรพนาม (Nouns And Pronouns)
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นเลือกขอ้ ความประเภทของคานามและคาสรรพนาม
ลงในตารางใหถ้ ูกต้อง
นยิ มนาม เอกพจน์นาม วสิ ามานยนาม ลักษณะนาม
สมหุ นาม บุรษุ สรรพนาม ประพนั ธสรรพนาม อาการนาม
วภิ าคสรรพนาม อุปนัยสรรพนาม นยิ มสรรพนาม
ปฤจฉาสรรพนาม สามมานยนาม อนิยมสรรพนาม
คานาม คาสรรพนาม
ชุดใบความรู้กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 6
2
คานาม (Nouns)
คานาม (Nouns)
คอื คาทใ่ี ชเ้ รียกชอื่ คน สตั ว์ สิง่ ของ สถานที่ รวมท้ังส่งิ ท่ีมีชวี ติ และไมม่ ีชีวิต
ทงั้ ท่เี ปน็ รูปธรรม และนามธรรม เช่น เด็ก (Child) พอ่ (Father) แม่ (Mother)
นก (Bird) ช้าง (Elephant) บา้ น (Home) โรงเรียน (School)
ความดี (Goodness) ความรกั (Love) ฯลฯ
เด็ก (Child) พ่อ (Father) แม่ (Mother)
นก (Bird) ชา้ ง (Elephant)
บ้าน (Home) โรงเรยี น (School)
ชุดใบความรู้กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
3
คานามแบ่งเปน็ 5 ชนดิ ดงั น้ี
1. สามมานยนาม คอื คานามท่ีใช้เรยี กชือ่ ทวั่ ไปไมช่ เ้ี ฉพาะเจาะจง เช่น
พ่อ (Father) แม่ (Mother) รถยนต์ (Car) ขนม (Candy) ทหาร (Soldier)
ตารวจ (Police) ครู (Teacher) คน (People) ประเทศ (Country)
รัฐบาล (Government) ฯลฯ
ตัวอย่าง (Example)
- นักเรยี นอา่ นหนงั สอื (Students read books.)
-แม่ซือ้ ผลไม้ในตลาด (Mother buys fruit in the market.)
2. วสิ ามานยนาม คอื นามที่เปน็ ชือ่ เฉพาะของคน สัตว์ ส่ิงของ สถานท่ี
เชน่ ครสู มศรี (Teacher Somsri) ประเทศไทย (Thailand) วันจนั ทร์
(Monday) จงั หวดั ปัตตานี (Pattani Province)
โรงเรยี นเดชะปัตตนยานุกูล (Dechapattanayanukul School) ฯลฯ
ตัวอยา่ ง (Example)
- โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกลู ต้งั อยใู่ นจงั หวดั ปตั ตานี
(Dejapatthanayanukul School is located in Pattani Province.)
- เด็กชายวุฒิชยั ได้รับรางวลั เรยี นดเี ยย่ี ม
(Wuttichai received an excellent academic award.)
ชดุ บความรกู้ ลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6
4
3. ลกั ษณะนาม คือ คานามท่ีใช้บอกลกั ษณะของนามหรือกริยา
เพื่อบอกขนาด (Size) รปู รา่ งสณั ฐาน (Morphological shape)
ปรมิ าณ (Amount) เชน่ ตัว (Body) ด้าม (Handle) เมด็ (Grain) ฯลฯ
ตัวอยา่ ง (Example)
- ฟนั นา้ นมน้องหกั ๒ ซ่ี
(2 broken baby milk teeth.)
- บา้ นหลงั นีท้ าสีสวยมาก
(This is house painted very beautiful.)
4. สมหุ นาม คือ คานามที่บอกหมวดหมขู่ องนามทวั่ ไปและนามเฉพาะ
เพอื่ บอกถงึ ลกั ษณะท่ีรวมกนั เปน็ หมู่ เป็นพวก เชน่ ฝงู (Masses) โขลง (Herd)
กอง (Pile) กลุ่ม (Group) คณะ (Board) ฯลฯ
ตวั อย่าง (Example)
- กองทหารรักษาการณ์อยตู่ ลอดเวลา
(The garrison at all times)
-ฝงู นกบินออกหาอาหารในเวลาเช้าตรู่
(The birds flew out for food in the early morning.)
ชดุ ใบความรกู้ ลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
5
5. อาการนาม คอื คานามท่ีบอกกริ ิยาอาการหรอื ความปรากฏเปน็ ต่าง
ซ่งึ มคี า "การ" "ความ"นาหน้า
ตวั อยา่ ง (Example)
- การเดนิ ทางในครัง้ นป้ี ลอดภัยเปน็ อยา่ งยิง่ (This trip is extremely safe.)
- ความรกั ทาใหค้ นตาบอด (Love is blind.)
การ ใช้นาหนา้ คากรยิ า เชน่ การเดนิ (The walk) การวิ่ง (Running)
การพูด (Speaking) การเจรจา (Negotiation) การอา่ น (Read)
การทางาน (Operation) การกิน (Eating) ฯลฯ
ความ ใช้นาหนา้ คาวเิ ศษณ์และคากริยาเกีย่ วกบั จติ ใจ เชน่ ความดี
(Goodness) ความรัก (Love) ความสวย (Beauty) ความเจริญ
(Prosperity) ความสุข (Happiness) ความคิด (The idea)
ความฝนั (The idea) ความเข้าใจ (Understanding) ฯลฯ
ชุดใบความรูก้ ลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 6
6
คาสรรพนาม (Pronouns)
คาสรรพนาม (Pronouns) คอื คาทีใ่ ช้แทนคานามทผี่ ้พู ูดหรอื ผเู้ ขยี นได้กล่าวแล้ว
หรอื เป็นทเี่ ข้าใจกนั ระหว่างผูฟ้ ังและผพู้ ดู เพ่อื ไมต่ อ้ งกลา่ วคานามซ้า
คาสรรพนามแบง่ เป็น 6 ชนิด ดงั น้ี
1. บรุ ุษสรรพนาม คอื คาสรรพนามที่ใช้แทนในการพูดจา แบ่งเปน็ 3 พวก คือ
- สรรพนามบรุ ุษที่ 1 หมายถงึ คาสรรพนามทีใ่ ช้แทนตัวผู้พดู เช่น ฉัน
ผม กระผม ข้าพเจ้า กู เราอาตมา ขา้ พระพุทธเจ้า (I, Me) ฯลฯ
- สรรพนามบรุ ุษที่ 2 หมายถงึ คาสรรพนามที่ใช้แทนชอื่ ผ้ฟู งั เชน่ เธอ
ทา่ น คุณ มึง เอ็ง ลื้อ แกใตเ้ ทา้ พระองค์ (You)
- สรรพนามบรุ ุษที่ 3 หมายถงึ คาสรรพนามทีใ่ ชแ้ ทนชื่อผทู้ ่ีพดู ถึง หรอื
สงิ่ ทกี่ ลา่ วถงึ เช่น เขา มนั แกท่าน หลอ่ น พระองค์ (He,She,It) ฯลฯ
ชดุ ใบความรกู้ ลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 6
7
2. ประพันธสรรพนาม คอื คาสรรพนามทใี่ ชแ้ ทนคานามหรือคาสรรพนามทอ่ี ยู่
ข้างหนา้ และประโยค ทาหน้าที่เชอ่ื มประโยค 2 ประโยคใหม้ ีความสมั พนั ธก์ นั
ไดแ้ ก่ คา ท่ี ซ่ึง อนั ผู้ เชน่
ตัวอยา่ ง (Example)
- ฉันชอบคนทีม่ ีมารยาทดี (I like well-mannered people.)
- นกั เรียนซง่ึ นัง่ อยใู่ นหอ้ งพักครมู ีมารยาทดี
(The students sitting in the
teachers' room are well mannered.)
- บทเพลงอนั ไพเราะย่อมเป็นท่ีประทับใจผฟู้ ัง
(The beautiful song is sure to impress
the audience.)
- ครผู เู้ สียสละเพอื่ นกั เรยี นสมควรไดร้ บั การยกยอ่ ง
(Teachers who make sacrifices for their students deserve to be
honored.)
ชดุ ใบความรู้กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
8
3. วภิ าคสรรพนาม คือ คาสรรพนามทีใ่ ชแ้ ทนคานามเพ่ือแบ่งพวก หรือรวม
พวก ได้แก่ คา บา้ ง ต่าง กัน
ตัวอยา่ ง (Example)
- นักเรียนบา้ งก็เล่นบา้ งกค็ ุยในชน้ั เรียน
(Some students play and talk in class.)
- ชาวบา้ นตา่ งชว่ ยกันเกบ็ ขยะในบรเิ วณวดั
(The villagers helped collect garbage
in the temple area.)
-ญาติพ่ีน้องนง่ั คุยกนั (Relatives sit and talk.)
4. นยิ มสรรพนาม คือ คาสรรพนามทีใ่ ช้แทนคานามทีแ่ สดงความชี้
เฉพาะเจาะจง ได้แก่ คา นี่ นนั่ โน่น เชน่
ตวั อยา่ ง (Example)
- นี่คอื โรงเรยี นของฉัน (This is my school.)
- น่นั เขากาลงั เดนิ มา (That he is walking.)
- โน่นคือบา้ นของเขาู (That is his home.)
ชุดใบความรกู้ ลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
9
5. อนยิ มสรรพนาม คอื คาสรรพนามท่ใี ชแ้ ทนคานามที่บอกความไม่เจาะจง
ไดแ้ ก่ คา ใคร (Who) อะไร (What) ไหน (where) อยา่ งไร (How) อะไร ๆ
ผูใ้ ด ๆ ใด ๆ ซง่ึ ไม่ใชค่ าถาม
ตวั อย่าง (Example)
- เขาชอบพดู โกหกจนไมม่ ีใครเชื่อเขาอกี แลว้
(He likes to lie until no one believes him anymore.)
- อะไรก็ไม่สาคัญเท่ากับการได้พักผอ่ น
(Anything is not as important as taking a rest.)
- ผู้ใดไม่ต้องการกไ็ ม่เป็นไร (Anyone who doesn't want is fine.)
6. ปฤจฉาสรรพนาม คือ คาสรรพนามที่ใช้แทนคานามที่มีความหมายเป็น
คาถาม ได้แก่ คา อะไร ใคร อย่างไร ทาไม ผู้ใด
ตวั อย่าง (Example)
- เธอชอบเรียนอะไรมากทีส่ ดุ (What do you like to study the most?)
- ใครน่งั อยูใ่ นหอ้ งเรียนตอนพักกลางวนั (Who sits in the classroom
during lunch? )
- ทาไมไมเ่ ข้าห้องเรียน (Why don't you go to class? )
10
แบบทดสอบหลงั เรียน
คาชแี้ จง ใหน้ ักเรียนบอกประเภทคานามของประโยคดงั ตอ่ ไปน้ี
บา้ นหลังน้ีทาสีสวยมาก (This is house painted very beautiful.)
นักเรียนอา่ นหนงั สือ (Students read books.)
กองทหารรักษาการณ์อย่ตู ลอดเวลา (The garrison at all times)
เดก็ ชายวฒุ ชิ ยั ได้รับรางวลั เรยี นดเี ย่ยี ม (Wuttichai received an
excellent academic award.)
ความรักทาให้คนตาบอด (Love is blind.)
11
แบบทดสอบหลังเรยี น
คาชี้แจง ให้นักเรยี นบอกประเภทคาสรรพนามนามของประโยคดงั ตอ่ ไปน้ี
ผู้ใดไม่ตอ้ งการก็ไมเ่ ปน็ ไร (Anyone who doesn't want is fine.)
เธอชอบเรียนอะไรมากท่ีสุด (What do you like to study the most?)
ฉันชอบคนท่มี ีมารยาทดี (I like well-mannered people.)
ญาติพีน่ ้องน่ังคุยกัน (Relatives sit and talk.)
นคี่ อื โรงเรยี นของฉัน (This is my school.)
12
เฉลยแบบทดสอบ
13
เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น
เร่ือง คานามและคาสรรพนาม (Nouns And Pronouns)
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นเลอื กขอ้ ความประเภทของคานามและคาสรรพนาม
ลงในตารางใหถ้ ูกตอ้ ง
นิยมนาม เอกพจนน์ าม วสิ ามานยนาม ลกั ษณะนาม
สมุหนาม บรุ ษุ สรรพนาม ประพันธสรรพนาม อาการนาม
วิภาคสรรพนาม อปุ นัยสรรพนาม นิยมสรรพนาม
ปฤจฉาสรรพนาม สามมานยนาม อนิยมสรรพนาม
คานาม คาสรรพนาม
สามมานยนาม บรุ ษุ สรรพนาม
วสิ ามานยนาม ประพันธสรรพนาม
ลกั ษณะนาม วภิ าคสรรพนาม
สมหุ นาม
อาการนาม นยิ มสรรพนาม
อนิยมสรรพนาม
ปฤจฉาสรรพนาม
14
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นบอกประเภทคานามของประโยคดังต่อไปนี้
บ้านหลังนีท้ าสีสวยมาก (This is house painted very beautiful.)
ลักษณะนาม
นกั เรยี นอา่ นหนงั สอื (Students read books.)
สามมานยนาม
กองทหารรักษาการณ์อย่ตู ลอดเวลา (The garrison at all times)
สมุหนาม
เด็กชายวุฒิชัยไดร้ ับรางวลั เรยี นดีเย่ยี ม (Wuttichai received an
excellent academic award.)
วิสามานยนาม
ความรกั ทาให้คนตาบอด (Love is blind.)
อาการนาม
15
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
คาชีแ้ จง ให้นกั เรียนบอกประเภทคาสรรพนามนามของประโยคดงั ตอ่ ไปนี้
ผใู้ ดไม่ต้องการกไ็ มเ่ ป็นไร (Anyone who doesn't want is fine.)
อนยิ มสรรพนาม
เธอชอบเรยี นอะไรมากที่สุด (What do you like to study the most?)
ปฤจฉาสรรพนาม
ฉนั ชอบคนท่มี ีมารยาทดี (I like well-mannered people.)
ประพันธสรรพนาม
ญาตพิ ีน่ อ้ งนั่งคุยกัน (Relatives sit and talk.)
วภิ าคสรรพนาม
นคี่ ือโรงเรยี นของฉัน (This is my school.)
นยิ มสรรพนาม
16
ประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะไดร้ ับ
1. นักเรียนสามารถวเิ คราะหแ์ ละอธิบายเก่ียวกับ
คานามและคาสรรพนามได้
2. นักเรยี นสามารถจาแนกประเภทคานามและ
คาสรรพนามได้
3. นกั เรยี นสามารถสือ่ สารภาษาไทยโดยการใช้
คานามและคาสรรพนามได้