เมืองไทย ผู้จัดทำ : นางสาวกุลปริยา ศรีสมุทร โโรรงงเเรีรี รี ยรี ยนนซซาางงตตาาคครู้รู้รู้สรู้สคคออนนแแววนนท์ท์ ท์ท์ SSaannttaa CCrruuzz CCoonnvveenntt SScchhooooll PPhhii ttssaannuullookk จัจั จั งจั งหหวัวั วั ดวั ดพิพิพิพิษษณุณุณุ โ ณุ โลลกก โรงเรียนซางตาครู้สคอนแวนท์ 02-465-0954 [email protected]
คำ นำ รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาวิทยาการคำ นวณ ( ว 31102 ) ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยมีจุด ประสงค์เพื่อศึกษาถึงประวัติและข้อมูลที่สำ คัญต่างๆของจังหวัดพิษณุโลกทั้งนี้ในรายงานฉบับนี้มีเนื้อหา ซึ่งประกอบไปด้วยไปด้วยข้อมูลของจังหวัดพิษณุโลก ผู้จัดทำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานที่จัดทำ ขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษาไม่มากก็น้อย ผู้จัดทำ ขอ ขอบพระคุณผู้ที่มีส่วนช่วยให้รายงานฉบับนี้สำ เร็จ หากรายงานเล่มนี้ผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำ ต้อง ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย นางสาวกุลปริยา ศรีสมุทร
สารบัญ 0106 คำ นำสารบัญสัญลักษณ์ประจำ จังหวัดธงและตราประจำ จังหวัดประวัติศาสตร์ประวัติศาสตร์ของจังหวัดพิษณุโลกคำ ขวัญ 0203 สัตว์ประจำ จังหวัด 04ดอกไม้ 0507ภูมิศาสตร์ 08อาณาเขตและที่ตั้ง ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ 09ทรัพยากรป่าไม้และอุทยานทรัพยากรป่าไม้1011อุทยานแห่งชาติ 12 - 13การเมืองการปกครอง 14การแบ่งเขตการปกครอง 15การปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดพิษณุโลก 16สถานที่ท่องเที่ยว 17การแบ่งเขตการปกครอง 18 - 19วัฒนธรรมและประเพณี 20วัฒนธรรมประเพณี2122 - 23ของฝาก 24ของฝากประจำ จังหวัดพิษณุโลก 25บรรณานุกรม
สัญลักษณ์ประจำ จังหวัด จังหวัดพิษณุโลกมีความสำ คัญทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ เป็นเมืองเก่าแก่ที่มี โบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรกรรมที่สำ คัญ และเป็น ศูนย์กลางการคมนาคม การศึกษา และการท่องเที่ยว
สีม่วง : เป็นสีประจำ วันเกิดของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้ทรงก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ พระพุทธชินราช : เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพิษณุโลก เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเคารพ ศรัทธา ป ระจำ จัง ห วัด พิ ษ ณุ โล ก ธงประจำ จังหวัด ธงประจำ จังหวัดพิษณุโลกประกาศใช้เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2499 ตราประจำ จังหวัด พระพุทธชินราช : เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพิษณุโลก เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเคารพศรัทธา กรอบวงกลมประดับลวดลายไทยสีทอง : แสดงถึงศิลปวัฒนธรรมอันล้ำ ค่าของจังหวัดพิษณุโลก ข้อความ "พิษณุโลก" และ "พระพุทธชินราช" : แสดงชื่อจังหวัดและพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง ตราประจำ จังหวัดพิษณุโลกประกาศใช้เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2499
ป ระจำ จัง ห วัด พิ ษ ณุ โล ก คำ ขวัญ “ พระพุทธชินราชงามเลิศ ถิ่นกำ เนิดพระนเรศวร สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ หวานฉ่ำ แท้กล้วย ตาก ถ้ำ และน้ำ ตกหลากตระการตา ” พระพุทธชินราชงามเลิศ หมายถึง พระพุทธชินราช พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพิษณุโลก ถิ่นกำ เนิดพระนเรศวร หมายถึง จังหวัดพิษณุโลกเป็นบ้านเกิดของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของไทย สองฝั่งน่านล้วนเรือนแพ หมายถึง ในอดีตจังหวัดพิษณุโลกมีวิถีชีวิตริมน้ำ ผู้คนอาศัยอยู่บนเรือนแพริมแม่น้ำ น่าน หวานฉ่ำ แท้กล้วยตาก หมายถึง กล้วยตากเป็นสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดพิษณุโลก มีรสชาติหวานฉ่ำ อร่อย ถ้ำ และน้ำ ตกหลากตระการตา หมายถึง จังหวัดพิษณุโลกมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม สัตว์ประจำ จังหวัด ไก่ชนนเรศวร เป็นไก่ชนตามประวัติศาสตร์ซึ่งปรากฏอยู่ในพงศาวดาร เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพำ นักอยู่ในกรุงหงสาวดี ประเทศพม่า ทรงนำ ไก่เหลืองหางขาวไปจากเมืองพิษณุโลก เพื่อนำ ไปชนกับไก่ของ พระมหาอุปราชา เป็นไก่ชนที่มีลักษณะพิเศษมีความเฉลียวฉลาดในการต่อสู้ จึงชนชนะ จนได้รับสมญานามว่า “เหลืองหางขาว ไก่เจ้าเลี้ยง” เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ อดทน และความมุ่งมั่น สัตว์ประจำ จังหวัดประกาศใช้เมื่อปี พ.ศ. 2533
ป ระจำ จัง ห วัด พิ ษ ณุ โล ก สัตว์ประจำ จังหวัด สุนัขพันธุ์บางแก้ว ต้นกำ เนิดของสุนัขพันธุ์บางแก้ว อยู่ที่ วัดบางแก้ว ต.บางแก้ว อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก สุนัข พันธุ์บางแก้ว เป็นสายเลือดผสมระหว่าง สุนัขพันธุ์ไทยพื้นบ้านกับสุนัขป่า เนื่องจากภูมิประเทศสมัยก่อนค่อนข้างมี ลักษณะเป็นป่ามีต้นไม้หนาแน่น เป็นที่อาศัยของสุนัขจิ้งจอกและสุนัขไน หรือที่เรียกว่า หมาไน ทำ ให้เกิดผสมพันธุ์ กันระหว่างสุนัขทั้ง 3 สายพันธุ์ จนในที่สุดก็ได้เป็น "สุนัขพันธุ์บางแก้ว" เป็นสุนัขพันธุ์พื้นเมืองของไทย มีนิสัยฉลาด กล้าหาญ ดุร้าย หวงถิ่น รักเด็ก เชื่อฟังเจ้าของ เป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ ภักดี และความมั่นคง สัตว์ประจำ จังหวัดประกาศใช้เมื่อปี พ.ศ. 2542
ป ระจำ จัง ห วัด พิ ษ ณุ โล ก ดอกไม้ ดอกนนทรี เป็นไม้ยืนต้นในวงศ์ถั่ว ทรงพุ่มสูงได้ถึง 25 เมตร กึ่งผลัดใบ เรือนยอดรูปร่ม แผ่กว้าง ใบเป็นใบ ประกอบขนนกสองชั้นรูปไข่ ออกดอกเป็นช่อตั้งขนาดใหญ่ที่ปลายกิ่ง สีเหลือง มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ออกดอกใน ฤดูแล้งช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน ความหมายของดอกนนทรีคือ สีเหลือง สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง ทรงพุ่ม กว้างใหญ่สื่อถึงความร่มเย็น และกลิ่นหอมสื่อถึงความสดชื่น ที่มาของการเป็นดอกไม้ประจำ จังหวัดพิษณุโลก โดยในปี พ.ศ. 2499 กรมศิลปากรได้ประกาศใช้ธงประจำ จังหวัดพิษณุโลก พิจารณาจากความสวยงาม กลิ่น หอม และความหมายที่ดี ดอกนนทรีเป็นไม้ที่พบได้ทั่วไปในจังหวัดพิษณุโลก เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยของคนใน ท้องถิ่น จึงเหมาะสมที่จะเป็นสัญลักษณ์ประจำ จังหวัด โดยมีรูปดอกนนทรีอยู่บนธง ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 จังหวัดพิษณุโลกจึงได้ประกาศให้ดอกนนทรีเป็นดอกไม้ประจำ จังหวัด แม้ว่าดอกปีบจะเป็นไม้มงคล พระราชทานประจำ จังหวัดพิษณุโลก มีการปลูกและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย แต่ดอกนนทรีนั้นได้รับการ ประกาศให้เป็นดอกไม้ประจำ จังหวัดพิษณุโลกอย่างเป็นทางการ ทำ ให้ดอกปีบเป็นไม้มงคลพระราชทาน ประจำ จังหวัดพิษณุโลก มีบทบาทสำ คัญทางวัฒนธรรม แต่ไม่ใช่ดอกไม้ประจำ จังหวัด ดอกนนทรี (Peltophorum pterocarpum)
ประวัติศาสตร์ ชื่อของจังหวัดมาจากคำ ว่า พิษณุ หมายถึง " พระวิษณุ " เทพตามความเชื่อของชาวฮินดูกับ คำ ว่า โลก ทำ ให้มีความหมายเป็น " โลกแห่งพระวิษณุ " และชื่อ เมืองสองแคว เป็นชื่อ เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดพิษณุโลก พบในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยหลักที่ ๑ และศิลาจารึกสมัย สุโขทัยหลักที่ ๘
ป ระวัติศาสตร์ สมัยสุโขทัย เมืองพิษณุโลกเดิมมีชื่อว่า "เมืองสองแคว" ชื่อเมืองสองแควหมายถึงเมืองซึ่งอยู่ระหว่าง แม่น้ำ น่าน และ แม่น้ำ แควน้อย เมืองสองแควตั้งอยู่บริเวณวัดจุฬามณีในปัจจุบัน ในสมัยสุโขทัย เมืองสองแควเป็นเมืองลูกหลวงที่สำ คัญ สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท (พระมหาธรรมราชาที่ 1) ทรงย้ายเมืองสองแควมาตั้งอยู่ ณ บริเวณตัวเมืองพิษณุโลก ในปัจจุบัน และทรงสร้างวัดต่างๆ ขึ้นมากมาย เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) วัดเจดีย์ยอดทอง วัดอรัญญิก และบูรณะวัดราชบูรณะ นอกจากนี้ พระมหาธรรมราชาลิไท ยังทรงสร้างพระราชวังจันทน์ เมืองสองแคว จึงพัฒนาขึ้นกลายเป็นเมืองสำ คัญของอาณาจักรสุโขทัยทางทิศตะวันออก สมัยกรุงศรีอยุธยา ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เมืองพิษณุโลกมีบทบาทสำ คัญในฐานะเมืองลูกหลวง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ทรง ปฏิรูปการปกครองและได้เสด็จมาประทับที่เมืองพิษณุโลกตั้งแต่ พ.ศ. 2006 จนสิ้นรัชกาลในปี พ.ศ. 2031 พิษณุโลก จึงเป็นราชธานีแทนกรุงศรีอยุธยาถึง 25 ปี หลังรัชสมัยของพระองค์ พิษณุโลกมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง เป็นหน้า ด่านสำ คัญที่ใช้สกัดกั้นกองทัพพม่า ในสมัยพระนเรศวรมหาราช ทรงรวบรวมชายฉกรรจ์ชาวพิษณุโลกกอบกู้อิสรภาพ ชาติไทยได้สำ เร็จ สมัยรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงให้รื้อกำ แพงเมืองพิษณุโลกเพื่อไม่ให้ ข้าศึกใช้เป็นที่มั่นต่อมาในปี พ.ศ. 2437 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเมือง พิษณุโลกขึ้นเป็นมณฑล เรียกว่า มณฑลพิษณุโลก ต่อมาเมื่อยกเลิกการปกครองแบบมณฑลแล้ว พิษณุโลกจึงมี ฐานะเป็นจังหวัดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ภูมิศาสตร์ “ แม่น้ำ น่าน “ ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลก เป็นแม่น้ำ สายสำ คัญที่ใช้ในการเกษตร การประมง และการท่องเที่ยว
ภู มิ ศาสตร์ ที่ตั้งและอาณาเขต จังหวัดพิษณุโลกมีที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคที่แตกต่างกัน หากแบ่งเขตตามการพยากรณ์อากาศ และสำ นักงานสภา พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะจัดอยู่ในภาคเหนือตอนล่าง สำ หรับเกณฑ์การแบ่งภาคอย่างเป็นทางการของ ราชบัณฑิตยสถาน จะจัดอยู่ในภาคกลาง โดยอยู่ทางตอนบนของภาค มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 10,815 ตารางกิโลเมตร หรือ 6,759,909 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้ ทิศเหนือ : ติดต่อกับอำ เภอพิชัย อำ เภอทองแสนขัน และอำ เภอน้ำ ปาด จังหวัดอุตรดิตถ์, แขวงไชยบุรี ประเทศลาว ทิศตะวันออก : ติดต่อกับอำ เภอหล่มสัก อำ เภอเขาค้อ อำ เภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์, อำ เภอด่านซ้าย และอำ เภอ นาแห้ว จังหวัดเลย ทิศใต้ : ติดต่อกับอำ เภอเมืองพิจิตร อำ เภอวชิรบารมี อำ เภอสามง่าม และอำ เภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ทิศตะวันตก : ติดต่อกับอำ เภอกงไกรลาศ อำ เภอศรีสำ โรง จังหวัดสุโขทัย, อำ เภอลานกระบือ จังหวัดกำ แพงเพชร ภูมิประเทศ จังหวัดพิษณุโลกมีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลาย แบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ ดังนี้ เทือกเขาสูง : ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด เป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาเพชรบูรณ์ มีจุดสูงสุดคือภู สอยดาว สูง 2,102 เมตร เป็นยอดเขาปันเขตแดนไทย-ลาว ที่ราบสูง : ตั้งอยู่ทางตอนเหนือและตอนกลางของจังหวัด เป็นพื้นที่เกษตรกรรมที่สำ คัญ ที่ราบลุ่ม : ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัด เป็นพื้นที่ลุ่มแม่น้ำ น่านและแม่น้ำ ยม เหมาะแก่การทำ นา ภูมิอากาศ จังหวัดพิษณุโลกมีสภาพอากาศร้อนชื้น แบ่งออกเป็น 3 ฤดู ดังนี้ ฤดูร้อน : เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม อากาศร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย 38 องศาเซลเซียส ฤดูฝน : เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม มีฝนตกชุก อุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส ฤดูหนาว : เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิต่ำ สุดเฉลี่ย 15 องศาเซลเซียส
ทรัพยากรป่าไม้และอุทยาน อนาคตของทรัพยากรป่าไม้ในจังหวัดพิษณุโลก ขึ้นอยู่กับการร่วมมือและความทุ่มเท ส่งเสริม การมีส่วนร่วมของประชาชน บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และพัฒนาเศรษฐกิจป่าไม้ เพื่อให้ ทรัพยากรป่าไม้ของจังหวัดพิษณุโลก คงอยู่และสร้างประโยชน์ให้กับคนรุ่นต่อไป
ท รั พ ยา ก ร ป่ าไ ม้ ทรัพยากรป่าไม้ จังหวัดพิษณุโลกมีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ 2,487,800 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 42.37 ของพื้นที่ทั้งหมด ป่าไม้เหล่านี้มี ความสำ คัญต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคมของจังหวัดเป็นอย่างยิ่ง มีประเภทของป่าไม้ดังนี้ ป่าดิบชื้น พบมากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ หลากหลายชนิด และเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ป่าหายาก ป่าเบญจพรรณ พบมากทางตอนเหนือและตอนกลางของจังหวัด เป็นป่าที่มีไม้เนื้อแข็งหลายชนิด เช่น ไม้แดง ไม้ตะเคียน ไม้มะค่าโมง ป่าสนเขา พบมากบนยอดเขาสูง เป็นป่าที่มีต้นสนหลายชนิด เช่น สนสองใบ สนสามใบ ป่าชายเลน พบตามชายฝั่งแม่น้ำ น่าน เป็นป่าที่มีต้นไม้ทนน้ำ เค็ม เช่น ต้นโกงกาง ต้นแสม ความสำ คัญของป่าไม้ เช่น ระบบนิเวศ ป่าไม้ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ปล่อยก๊าซออกซิเจน ป้องกันน้ำ ท่วม น้ำ แล้ง และดินถล่ม , ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้เป็นแหล่งไม้สำ หรับใช้สอย แหล่งอาหาร แหล่งยาสมุนไพร และแหล่งวัตถุดิบสำ หรับอุตสาหกรรมต่างๆ , การท่องเที่ยว ป่าไม้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ แหล่งศึกษา ธรรมชาติ และแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ทรัพยากรป่าไม้ในจังหวัดพิษณุโลกกำ ลังเผชิญกับปัญหาหลายประการ เช่น การลักลอบตัดไม้ทำ ลายป่า ปัญหา นี้ส่งผลต่อความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ทำ ลายแหล่งอาศัยสัตว์ป่า และก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม , การบุกรุก พื้นที่ป่า ปัญหานี้ทำ ให้พื้นที่ป่าไม้ลดลง ส่งผลต่อระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ , ปัญหาไฟป่า ปัญหานี้สร้างความเสียหายต่อป่าไม้ ทรัพย์สิน และชีวิตผู้คน
อุ ท ยา น แ ห่ งชาติ อุทยานแห่งชาติ ภูหินร่องกล้า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของสามจังหวัด คือ อำ เภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ อำ เภอ ด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำ เภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 48 ของประเทศไทยมีเนื้อที่ประมาณ 307 ตารางกิโลเมตร หรือ 191,875 ไร่และประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2527 อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ปกคลุมไปด้วยป่าไม้ 3 ชนิด คือ ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าสนเขา 1. ป่าเต็งรัง เป็นป่าที่ขึ้นในพื้นที่ระดับต่ำ บริเวณเชิงเขา พื้นที่เป็นดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์และค่อนข้างแห้ง แล้ง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง พยอม เหียง ตะคร้อ พลวง ฯลฯ 2. ป่าดิบเขา จะขึ้นในบริเวณเขาสูง ซึ่งมีปริมาณน้ำ ฝนค่อนข้างมาก อากาศชื้น เป็นป่ารกทึบ พันธุ์ไม้ที่พบเห็น ทั่วไป ได้แก่ ก่อเดือย ก่อหัวหมู อบเชย ทะโล้ ฯลฯ ส่วนพืชพื้นล่าง ได้แก่ หวาย ปาล์มชนิดต่างๆ 3. ป่าสนเขา เป็นป่าบนที่ราบหลังภู มีสนสองใบและสนสามใบขึ้นปะปนกัน ส่วนใหญ่เป็นสนสองใบ บางแห่งอยู่ รวมกันเป็นป่าสนกว้างใหญ่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่ที่ตำ บล เนินเพิ่ม อำ เภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก นอกจากนี้ยังพบกล้วยไม้ป่าดอกไม้ป่าหลายชนิดขึ้นอยู่ตามลานหิน เช่น ม้าวิ่ง เอื้องตาหิน เอื้องคำ หิน เอื้องสาย สามสี ช้องนางคลี่ เหง้าน้ำ ทิพย์ กุหลาบขาว กุหลาบแดง ฟองหิน รวมทั้งมอส เฟิน ไลเคนล์ และตะไคร่ชนิดต่างๆ ซึ่งในช่วงปลายฤดูฝนต่อฤดูหนาวดอกไม้ป่าเหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งมีสีสันงดงาม ในอดีตภูหินร่องกล้า เคยมีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น เสือ กวางป่า เก้ง กระจง นกชนิดต่าง ๆ ครั้นต่อมาเมื่อกลาย เป็นแหล่งอาศัยของคนจำ นวนมาก และยังเคยเป็นสมรภูมิแห่งการสู้รบมาก่อน สัตว์ป่าต่างๆ จึงถูกล่าเป็นอาหาร ในปัจจุบันเหตุการณ์ต่าง ๆ สงบลง
อุ ท ยา น แ ห่ งชาติ อุทยานแห่งชาติตระการ อุทยานแห่งชาติชาติตระการ ตั้งอยู่ที่อำ เภอ ชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ตั้งอยู่ท้องที่อำ เภอชาติตระการ มีเทือกเขาสูงชัน ประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าเต็งรัง มีน้ำ ตกหลายแห่ง เช่น น้ำ ตกชาติตระการ น้ำ ตกนาจาน น้ำ ตกผาสูง สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นเทือกเขาและภูเขาสูงสลับซับซ้อน เป็น แหล่งต้นน้ำ ลำ ธารที่สำ คัญของแม่น้ำ หลายสาย เช่น แม่น้ำ ภาค แม่น้ำ แควน้อย ภูเขาหินทรายโดยเฉพาะหน้าผา บริเวณ น้ำ ตกเพราะเกิดจากการเรียงตัวของชั้นหินประเภทหินทรายที่ทับถมกันมาเป็นเวลานาน ดินเป็นดินทราย เพราะต้นกำ เนิดของดินบริเวณนี้คือ หินทราย สภาพป่าประกอบด้วย ป่าเต็งรัง อยู่ในบริเวณสภาพดินค่อนข้างต่ำ เป็นดินลูกรัง พรรณไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง เหียง แดง ประดู่ พะยอม เป็นต้น และป่าดิบเขา ขึ้นอยู่ในบริเวณริม ลำ ธารและพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้นสูง ดินมีความอุดมสมบูรณ์ พันธุ์ไม้ที่สำ คัญได้แก่ ไม้ยาง กระบาก ก่อ มะม่วงป่า มะค่าโมง ตะแบก เป็นต้น ไม้พื้นล่าง ได้แก่ ปาล์ม หวาย และไผ่ต่าง ๆ สัตว์ป่าส่วนใหญ่ จะเข้าไปอยู่ในเขตรักษา พันธุ์สัตว์ป่าภูเมี่ยง - ภูทอง ซึ่งอยู่ใกล้กัน สัตว์ป่าที่พบส่วนใหญ่จะเป็นสัตว์ขนาดเล็ก ได้แก่ เก้ง หมูป่า ไก่ป่า กระจง กระรอก กระแต และนกชนิดต่างๆ
การเมืองการปกครอง "เมืองที่มีภูมิทัศน์สวยงาม ประชาชนมีความสุข"
ก ารเ มื อง ก าร ป ก ครอง การแบ่งเขตการปกครอง จังหวัดพิษณุโลกแบ่งการปกครองออกเป็น 9 อำ เภอ 93 ตำ บล 1,032 หมู่บ้าน ซึ่งอำ เภอทั้ง 9 อำ เภอมีดังนี้ 1.อำ เภอเมืองพิษณุโลก 2.อำ เภอนครไทย 3.อำ เภอชาติตระการ 4.อำ เภอบางระกำ 5.อำ เภอบางกระทุ่ม 6.อำ เภอพรหมพิราม 7.อำ เภอวัดโบสถ์ 8.อำ เภอวังทอง 9.อำ เภอเนินมะปราง แผนที่อำ เภอในจังหวัดพิษณุโลก
ก ารเ มื อง ก าร ป ก ครอง การปกครองส่วนท้องถิ่นของจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลกมี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวม 103 แห่ง ประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง คือ เทศบาลนครพิษณุโลก เทศบาลเมือง 1 แห่ง คือ เทศบาลเมืองอรัญญิก เทศบาล ตำ บล 24 แห่ง และ องค์การบริหารส่วนตำ บล 76 แห่ง โดยเทศบาลสามารถจำ แนกได้ตามอำ เภอต่าง ๆ ใน จังหวัดพิษณุโลก ดังนี้ อำ เภอเมืองพิษณุโลก เทศบาลนครพิษณุโลก เทศบาลเมืองอรัญญิก เทศบาลตำ บลบ้านใหม่ เทศบาลตำ บลพลายชุมพล เทศบาลตำ บลหัวรอ เทศบาลตำ บลท่าทอง เทศบาลตำ บลบ้านคลอง อำ เภอนครไทย เทศบาลตำ บลนครไทย เทศบาลตำ บลบ้านแยง อำ เภอชาติตระการ เทศบาลตำ บลป่าแดง อำ เภอบางระกำ เทศบาลตำ บลบางระกำ เทศบาลตำ บลปลักแรด เทศบาลตำ บลพันเสา เทศบาลตำ บลบึงระมาณ เทศบาลตำ บลบางระกำ เมืองใหม่ อำ เภอบางกระทุ่ม เทศบาลตำ บลเนินกุ่ม เทศบาลตำ บลบางกระทุ่ม เทศบาลตำ บลห้วยแก้ว เทศบาลตำ บลสนามคลี อำ เภอพรหมพิราม เทศบาลตำ บลพรหมพิราม เทศบาลตำ บลวงฆ้อง อำ เภอวัดโบสถ์ เทศบาลตำ บลวัดโบสถ์ อำ เภอวังทอง เทศบาลตำ บลวังทอง อำ เภอเนินมะปราง เทศบาลตำ บลเนินมะปราง เทศบาลตำ บลไทรย้อย เทศบาลตำ บลบ้านมุง
สถานที่ท่องเที่ยว ดอกนนทรีเป็นสัญลักษณ์ที่สำ คัญของจังหวัดพิษณุโลก เป็นดอกไม้ที่สวยงาม มีกลิ่น หอม และมีความหมายที่ดี สะท้อนถึง “ เอกลักษณ์และวัฒนธรรมของจังหวัด ”
ส ถ า น ที่ ท่ องเ ที่ ยว วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ตั้งอยู่ตำ บล ในเมือง อำ เภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า "วัดใหญ่" เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิด วรมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่ถนนพุทธบูชา ริมฝั่งแม่น้ำ น่านด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย วัดพระศรีรัตน มหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นวัดที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย มีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรมและ ประติมากรรมที่งดงามยิ่ง ถือได้ว่าเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันล้ำ ค่าของเมืองพิษณุโลก พระราชวังจันทร์ พระราชวังจันทน์ ตั้งอยู่ติดกับ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองทัพภาคที่ 3 ถนนวังจันทน์ เป็นที่ตั้งศาล สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในอดีตยังเคยเป็นที่ตั้งของ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ปัจจุบัน กรมศิลปากร ได้ เข้ามาทำ การบูรณะค้นหาแนวเขตพระราชวังจันทน์ ระยะที่ 1 เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พระราชวังจันทร์ ตำ บลในเมือง อำ เภอเมือง พิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
ส ถ า น ที่ ท่ องเ ที่ ยว หอนาฬิกาพิษณุโลก ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ถนนพุทธบูชา ตำ บลในเมือง อำ เภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก หอนาฬิกาพิษณุโลก ที่ตั้งอยู่กลางเมือง เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีมาแล้วกว่า 60 ปีได้ ถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คที่ สำ คัญของตัวเมืองพิษณุโลกเลยเพราะเป็นจุดนัดพบพิกัดใจกลางเมืองและยังเป็นศูนย์รวมของทั้งธุรกิจ ร้านค้า ร้านอาหาร เส้นทางคมนาคม มาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน หอนาฬิกาพิษณุโลกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 มี ลักษณะเป็นหอคอยแปดเหลี่ยม สูงประมาณ 15 เมตร ยอดเป็นโดม บนยอดโดมมีรูปพระมงกุฎเก้ายอดประดับอยู่ บนหน้าปัดนาฬิกามีตัวเลขโรมัน บอกเวลาทั้ง 4 ด้าน ใต้หอนาฬิกาก็มีน้ำ พุพวยน้ำ ประดับไฟสวยงาม หอนาฬิกา พิษณุโลกถูกระบุไว้ในแผนที่ประเทศไทยฉบับแรก แสดงให้เห็นถึงความสำ คัญของเมืองพิษณุโลกในสมัยนั้น และ หอนาฬิกาพิษณุโลกเคยได้รับการบูรณะมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งล่าสุดคือในปี พ.ศ. 2557 เพื่อคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และ ความสวยงาม
วัฒนธรรมและประเพณี จังหวัดพิษณุโลกมีประเพณีท้องถิ่นที่หลากหลาย สืบทอดมายาวนาน สะท้อนถึงความเชื่อ วิถี ชีวิต และวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ของชาวพิษณุโลก
วั ฒ น ธรร ม การหัตถกรรม การทอผ้าของจังหวัดพิษณุโลก เป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ตกทอดมายาวนาน สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ ท้องถิ่น วิถีชีวิต และความเชื่อของชาวพิษณุโลก การทอผ้าของจังหวัดพิษณุโลกมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เช่น ผ้ามัด หมี่ลายดอกปีบ เป็นผ้าทอประจำ จังหวัด ลวดลายดอกปีบมาจากดอกปีบพันธุ์ไม้มงคลพระราชทาน สีสันสดใส นิยมนำ มาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้า ของใช้ ของตกแต่งบ้าน ผ้าขิด ทอด้วยกี่กระตุก ลวดลายเรขาคณิต นิยมใช้สีสุภาพ เช่น สีน้ำ ตาล สีคราม สีกรมท่า ตัดเย็บเป็นผ้าซิ่น ผ้าจอง ผ้าขาวม้า และผ้าจก ที่ทอด้วยกี่กระตุก ลวดลาย เรขาคณิต นิยมใช้สีสดใส เช่น สีแดง สีเหลือง สีเขียว ตัดเย็บเป็นผ้าซิ่น ผ้าจอง ผ้าขาวม้า เป็นต้น การจักสานถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเก่าแก่ของจังหวัดพิษณุโลก ที่สืบทอดมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น โดยมี เอกลักษณ์ที่โดดเด่น ที่เกี่ยวข้องทั้งกับ วัตถุดิบหลักที่ใช้ในการจักสานของจังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากมีอยู่มากใน ท้องถิ่นจึงใช้วัตถุดิบตามธรรมชาติ การจักสานของจังหวัดพิษณุโลกนอกจากจะเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอันล้ำ ค่า แล้ว ยังเป็นแหล่งสร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่ชุมชนอีกด้วย การทำ เครื่องปั้นดินเผา จังหวัดพิษณุโลกมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องการทำ เครื่องปั้นดินเผามายาวนานกว่า 700 ปี ย้อนกลับไปในสมัยโบราณ พิษณุโลกเคยเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่สำ คัญ มีเตาเผาและ ช่างปั้นดินเผาที่มีฝีมือมากมาย เครื่องปั้นดินเผาจากพิษณุโลกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นในเรื่องของเนื้อดิน รูปทรง ลวดลาย และสีสัน เป็นที่นิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ การทอผ้า การจักรสาน เครื่องปั้นดินเผา
ป ระเ พ ณี ประเพณีทรงน้ำ พระพุทธ ชินราช ประเพณีทรงน้ำ พระพุทธชินราช เป็นประเพณีอันเก่าแก่ของจังหวัดพิษณุโลก จัดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยชาวพิษณุโลกและนักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นจะพากันมาสรงน้ำ พระพุทธชินราช พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ ศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยประชาชนจะนำ น้ำ อบ น้ำ หอม ดอกไม้ ธูปเทียน ไปสรงน้ำ พระพุทธชินราชที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารหลวงวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก ประเพณีแห่ผ้าห่มหลวงพ่อพุทธ ชินราช ประเพณีแห่ผ้าห่มหลวงพ่อพุทธชินราชไม่ใช่ประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำ แต่เป็นพิธีพิเศษที่จัดขึ้นเฉพาะในบาง โอกาสเท่านั้น โดยประชาชนจะร่วมใจกันอัญเชิญผ้าห่มที่ทอขึ้นใหม่หรือผ้าห่มเก่าที่ผ่านการบูรณะแห่รอบพระ วิหารวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) ก่อนนำ ไปถวายแด่หลวงพ่อพุทธชินราชภายในวิหาร และจัด ขึ้นในช่วงเดือนเมษายน
ป ระเ พ ณี ประเพณีแห่เจ้าพ่อขุนทอง ประเพณีแห่เจ้าพ่อขุนทอง เป็นประเพณีท้องถิ่นที่สำ คัญของอำ เภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก จัดขึ้นในช่วง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี เป็นการแสดงออกถึงความศรัทธาเคารพต่อเจ้าพ่อขุนทอง วีรบุรุษผู้กอบกู้เมืองพิษณุโลก จากข้าศึก เชื่อกันว่า เจ้าพ่อขุนทอง เป็นวีรบุรุษผู้กอบกู้เมืองพิษณุโลกจากข้าศึกพม่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา ประชาชนจึงร่วมกันสร้างศาลเจ้าพ่อขุนทองขึ้นเพื่อเป็นที่เคารพสักการะ ขบวนแห่เจ้าพ่อขุนทองจะเริ่มต้นจาก วัด ใหญ่ ล่องไปตามแม่น้ำ น่าน ผ่านวัดต่างๆ ในตัวเมืองพิษณุโลก เป็นการแสดงออกถึง ความศรัทธา ต่อเจ้าพ่อขุน ทองและรำ ลึกถึงวีรกรรม ของเจ้าพ่อขุนทอง ประเพณีปักธงชัย ประเพณีปักธงชัย หรือ บุญปักธง จัดขึ้นในช่วง วันขึ้น 14-15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี เป็นการแสดงออกถึงความ สามัคคี ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวนครไทย และสืบทอดต่อกันมาช้านานหลายชั่วอายุคน มีหลายตำ นาน เล่าถึงที่มาของประเพณีปักธงชัย บางตำ นานกล่าวว่า เป็นการรำ ลึกถึงวีรกรรมของพ่อขุนบางกลางหาว บางตำ นาน กล่าวว่า เป็นการขอขมาลาพญานาคที่ปกป้องคุ้มครองเมือง บางตำ นานกล่าวว่า เป็นการระลึกถึงเหตุการณ์ที่ชาว บ้านร่วมกันป้องกันเมืองจากข้าศึก ในวันงานชาวบ้านจะนำ ธงไปปักบนยอดเขาช้างล้วง ซึ่งเป็นเทือกเขาที่ทอดยาว ขนานไปกับถนนสายนครไทย - ชาติตระการ ก่อนปักธงจะมีพิธีกรรมรำ วง ร้องเพลง และสวดมนต์ หลังจากปักธง แล้ว ชาวบ้านจะร่วมกันทำ บุญเลี้ยงพระ และร่วมกันทำ กิจกรรมต่างๆ เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคี ความเป็น อันหนึ่งอันเดียวกันของชาวนครไทยและเป็นการขอพรให้บ้านเมืองอยู่เย็นเป็นสุข ประเพณีปักธงชัย ประเพณีท้องถิ่นที่สำ คัญ ของอำ เภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก
ของฝาก ของฝากจากจังหวัดพิษณุโลกมีหลากหลายชนิด ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้รับ
ของ ฝ า ก กล้วยตาก กล้วยตากกลายเป็นของฝากขึ้นชื่อจากจังหวัดพิษณุโลก มีหลายปัจจัยที่สนับสนุนให้กล้วยตากมีบทบาทสำ คัญใน วัฒนธรรมและเศรษฐกิจของจังหวัด ดังนี้ สภาพภูมิอากาศ สายพันธุ์กล้วย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความนิยมของ กล้วยตาก กล้วยตากเป็นของว่างยอดนิยม ทานง่าย เก็บไว้ได้นาน พกพาสะดวก เหมาะแก่การเป็นของฝาก นัก ท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังพิษณุโลคมักจะซื้อกล้วยตากกลับไปเป็นของฝาก ปัจจุบันกล้วยตากกลายเป็นสินค้าเกษตร แปรรูปที่สำ คัญของจังหวัดพิษณุโลก สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น ขนมอาลัว สาเหตุหลักๆ ที่ทำ ให้ขนมอาลัวกลายเป็นของฝากยอดนิยมของจังหวัดพิษณุโลก มีดังนี้ มีตำ นานเล่าขานว่า ขนม อาลัวมีต้นกำ เนิดมาจากเมืองพิษณุโลก ในสมัยกรุงศรีอยุธยา นางสาวอาลัว หญิงสาวชาวพิษณุโลก ได้คิดค้นสูตร ขนมอาลัวขึ้นมาเพื่อถวายพระนางศรีสุริโยทัย ราชินีแห่งกรุงศรีอยุธยา พระนางศรีสุริโยทัยทรงโปรดปรานรสชาติ ของขนมอาลัวมาก จึงพระราชทานนามขนมนี้ว่า "ขนมอาลัว" และตั้งแต่นั้นมา ขนมอาลัวก็กลายเป็นขนมมงคลของ ชาวพิษณุโลก นิยมนำ ไปใช้ในงานมงคลต่างๆ และขนมอาลัวพิษณุโลกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ มีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม หอมมัน ทานง่าย ไม่เลี่ยน รสชาติกลมกล่อม และหาซื้อได้ง่าย หัตถกรรมท้องถิ่น พิษณุโลกยังขึ้นชื่อในด้านหัตถกรรมท้องถิ่นหลากหลายประเภท ซึ่งทำ ให้เป็นของฝากพิษณุโลกที่มีเอกลักษณ์ และมีความหมาย ตั้งแต่งานประติมากรรมไม้แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงไปจนถึงตะกร้าสานมือ ช่างฝีมือท้องถิ่น แสดงทักษะและความคิดสร้างสรรค์ในชิ้นงานทุกชิ้น งานหัตถกรรมยอดนิยมอย่างหนึ่งคือ “ผ้าขาวม้า” ซึ่งเป็นผ้า ทอมือแบบดั้งเดิมที่ประดับด้วยการปักที่สวยงาม
บ รรณา นุ ก ร ม https://gemini.google.com/app/4d5f61b783d3caa6?hl=th https://th.wikipedia.org/wiki/จังหวัดพิษณุโลก http://www2.phitsanulok.go.th/animal http://www2.phitsanulok.go.th/flower https://th.tripadvisor.com/Attractions-g2098566-Activities-c57-Phitsanulok_Province.html https://th.wikipedia.org/wiki/อำ เภอเมืองพิษณุโลก https://www.wongnai.com/listings/attractions-phitsanulok https://travel.trueid.net/detail/GX5APV3r5jxX http://www2.phitsanulok.go.th/tradition https://www.csdi.or.th/2016/08/ประเพณี-วิถีพื้นบ้าน-สืบ/ https://bestreview.asia/best-phitsanulok-souvenirs/ https://th.my-best.com/50898 https://www.xn--l3cb2cwa9ac.com/articles/phitsanulok-souvenirs/ http://www2.phitsanulok.go.th/map https://th.wikipedia.org/wiki/เทศบาลนครพิษณุโลก http://www2.phitsanulok.go.th/province
114466 ถถนนนนเเททศศบบาาลลสสาายย11แแขขววงงวัวัวัดวัดกักักัลกัลยยาาณ์ณ์ณ์ ณ์เเขขตตธธนนบุบุบุรีบุรีรีรี กกรุรุรุงรุงเเททพพมมหหาานนคครร1100660000