๓หนว่ ยการเรยี นรู้ที่
หลกั ธรรมทางพระพทุ ธศาสนา
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
• อธิบายธรรมคุณและขอ้ ธรรมสาคญั ในกรอบอรยิ สจั ๔ หรอื หลกั ธรรมของศาสนาท่ีตนนับถือตามท่ีกาหนด
เหน็ คุณคา่ และนาไปพฒั นาแกป้ ัญหาของชมุ ชนและสงั คม
พระรัตนตรัย
พระพทุ ธศาสนามีองค์ประกอบสาคญั ๓ ประการ คือ พระรัตนตรัย แปลว่า แก้วอนั ประเสริฐ
๓ ดวง ได้แก่ พระพทุ ธ พระธรรม พระสงฆ์
องค์สมเดจ็ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผ้ทู รงเป็ นศาสดาของศาสนา
เป็ นผู้ค้นพบสัจธรรมโดยการตรัสรู้เอง
คาสั่งสอนของพระพุทธเจ้า อธิบายความเป็ นจริงของชีวติ มนุษย์
เป็ น คาสั่งสอนทใี่ ห้มนุษย์ประพฤตดิ ี
หมู่สาวกทป่ี ฏบิ ัตติ ามคาสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เผยแผ่คาสอนให้แก่คนทวั่ ไป
ทุกข์ สมุทัย
- ขนั ธ์ ๕ - หลกั กรรม(สมบตั ิ ๔ วบิ ตั ิ ๔)
- อายตนะ - อกศุ ลกรรมบถ ๑๐
- อบายมขุ ๖
อรยิ สัจ ๔
มรรค
นิโรธ - บพุ พนิมติ ของมชั ฌิมาปฏปิ ทา
- สามสิ สขุ - ดรุณธรรม ๖
-นิรามิสขุ - -กลุ จิรฏั ฐิติธรรม ๔
- กศุ ลกรรมบถ ๑๐
- -สตปิ ัฏฐาน ๔
- มงคล ๓๘
อริยสัจ ๔
ความจริงวา่ ดว้ ย ทกุ ข์ อริยสัจ ๔ สมุทยั ความจรงิ วา่ ดว้ ยเหตเุ กดิ
ความทกุ ข์ แหง่ ทุกข์
ความจริงวา่ ดว้ ย
ความดบั ทกุ ข์ ความจริงอนั ประเสริฐ ๔ ประการ
อนั เป็ นหลกั คาสอนสาคญั
ของพระพุทธศาสนา มรรค ความจริงวา่ ดว้ ยทาง
แหง่ ความดบั ทุกข์
อรยิ สจั ๔ ทุกข์ (ธรรมทคี่ วรรู้)
ความจริงวา่ ดว้ ยความทกุ ข์ ความไม่สบายกาย ไมส่ บายใจ ความทกุ ขน์ นั้ เกดิ ข้นึ กับใคร เมือ่ ไหร่กไ็ ด้ เราจงึ
ไมค่ วรประมาทและพรอ้ มทจี่ ะเผชญิ หนา้ กับความจรงิ
ตน้
อายตนะจัดเป็ นองค์ประกอบของวญิ ญาณ คือการรับรู้ กล่าวคือ ในการรับรู้
จะต้องมผี ู้รู้และส่ิงทถี่ ูกรู้ ขนั ธ์ ๕ คือ ผู้รู้ ซึ่งรับรู้ผ่านอายตนะภายใน ได้แก่
ตา หู จมูก ลนิ้ กาย และใจ ส่วนส่ิงทถ่ี ูกรู้ คือ รูป เสียง กลนิ่ รส การสัมผสั
และการนึกคดิ (ธรรมารมณ์) เรียกว่า อายตนะภายนอก
อายตนะ ตา หู จมกู ล้นิ กาย ใจ
ภายใน
รูป เสยี ง กล่นิ รส สมั ผสั ธรรมารมณ์
จักขุวญิ ญาณ โสตวญิ ญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวญิ ญาณ กายวิญญาณ มโนวญิ ญาณ
การรับรู้ทางตา การรับรู้ทางหู การรับรู้ทางจมูก การรับรู้ทางลนิ้ การรับรู้ทางกาย การรับรู้ทางใจ
สมทุ ัย (ธรรมทคี่ วรละ) ความจริงว่าด้วยเหตุเกดิ แห่งทุกข์ เพราะความทุกข์ทเี่ กดิ ขนึ้ น้ันต้องมี
สาเหตุ ไม่ได้มขี ึน้ ลอย ๆ ในทน่ี ีจ้ ะพดู ถงึ หลกั ธรรมทค่ี วรละ ๓ อย่าง
เพ่ือไม่ให้เกดิ ทุกข์
หลกั กรรม หรือกฎแห่งกรรม เป็ นคาสอนทส่ี าคญั ของพระพุทธศาสนา ผลของกรรมมที ้งั ผลช้ันในและ
ผลช้ันนอก ส่ิงสนับสนุนให้กรรมดใี ห้ผล เรียกว่า สมบัติ ส่ิงสนับสนุนให้กรรมชั่วให้ผล เรียกว่า วบิ ัติ
สมบัติ ๔
วบิ ัติ ๔ หลกั กรรม หรือกฎแห่งกรรม เป็ นคาสอนทส่ี าคญั ของพระพุทธศาสนา ผลของ
กรรมมที ้งั ผลช้ันในและผลช้ันนอก สิ่งสนับสนุนให้กรรมดใี ห้ผล เรียกว่า สมบตั ิ สิ่ง
สนับสนุนให้กรรมช่ัวให้ผล เรียกว่า วบิ ตั ิ
เกดิ ในทเ่ี จริญ มกี ารบริการดี การศึกษาดี ทงั้ ทไ่ี ม่ขยัน
มสี ตปิ ัญญาดี แต่เกดิ เป็ นคนป่ า
มีความรู้ ความสามารถดี แต่ไปอยู่ในทที่ เ่ี ขาไม่เห็นคุณค่า
เป็ นคนซ่ือสัตย์ เกดิ ในยุคผู้ปกครองดี สังคมยกย่องเชิด
ชูคนน้ันกม็ ีเกยี รตมิ ีความเจริญ
อกศุ ลกรรมบถ ๑๐ ทางแห่งอกศุ ลกรรม หรือทางแห่งความช่ัว หรืออาจหมายถึง กรรมชั่วอนั เป็ น
ทางไปสู่ความเส่ือม ความทุกข์กไ็ ด้ กรรมช่ัวนีแ้ บ่งได้เป็ น ๓ ทางใหญ่ๆ ได้แก่
ปาณาตบิ าต คือ การปลงชีวติ การทาให้สัตว์โลกถงึ แก่ความตาย
อทินนาทาน คือ การขโมยของผู้อ่ืน การถือเอาของทเี่ ขาไม่ให้ รวมถงึ การ
ฉ้อโกง ยกั ยอก หลอกลวง คอร์รัปชันด้วย
กาเมสุมิจฉาจาร คือ การประพฤตผิ ดิ ในกาม การละเมิดคู่ครอง ของรัก
ของหวงของผู้อื่น
มุสาวาท คือ การพดู เทจ็ พดู ส่ิงท่ีไม่จริงโดยที่รู้วา่ ไม่จริง การพดู กากวมเพือ่ หลอกลวงผอู้ ื่นดว้ ย
ปิ สุณวาจา คือ พดู ส่อเสียด ทาใหค้ นเกิดแตกสามคั คี พดู กระทบกระเทียบเหน็บแนมใหอ้ ีกฝ่ ายหน่ึงเจบ็ ใจ
การพดู เสียดสีมกั เกิดจากความอิจฉา
ผรุสวาจา คือ พดู คาหยาบ การพดู หยาบก่อใหเ้ กิดความแตกร้าว ทาใหเ้ รื่องเลก็ กลายเป็นเรื่องใหญ่
สัมผปั ปลาปะ คือ พดู เพอ้ เจอ้ ไม่มีแก่นสาร ไม่มีประโยชน์แก่ใครไม่วา่ ตนเองหรือผอู้ ื่น
อบายมุข ๖ คือ ทางแห่งความเสื่อม ซึ่งเป็ นส่ิงท่ีเราควรละ มี ๖ ประการ
ตดิ สุราและของมนึ เมา คบคนชั่วเป็ นมติ ร
ชอบเที่ยวกลางคืน เกยี จคร้านการงาน
ชอบเทย่ี วดูการละเล่น
ชอบเทย่ี วดูการละเล่น
คนเราเม่ืออยใู่ กลช้ ิดกบั ใคร กม็ ีโอกาส เกยี จคร้านการงาน
ท่ีจะมีพฤติกรรมเช่นเดียวกบั เขา เช่น
ความเกียจคร้านมีโทษอยา่ งไร
นกั เลงการพนนั แทบไม่ตอ้ งพดู ถึง ทุกคนรู้อยแู่ ก่
นกั เลงเจา้ ชู้ ใจวา่ ส่ิงท่ีเป็นประโยชนแ์ ละสิ่งดี
นกั เลงสุรายาเสพติด งามท้งั หลายยอ่ มไม่เกิดจากความ
นกั ลวงเขาดว้ ยของปลอม เกียจคร้าน เรียนหนงั สือกส็ ูเ้ ขา
นกั หลอกลวง ไม่ได้ ทามาหากินกส็ ูเ้ ขาไม่ได้
นกั เลงหวั ไม้
ไม่เสียทรัพย์ไปโดยเปล่าประโยชน์ ไม่หมกมุ่นในส่ิงทหี่ าสาระไม่ได้
ประกอบหน้าทก่ี ารงานได้เตม็ ที่ ชีวติ ไม่ตกต่า
เป็ นทร่ี ักใคร่และเป็ นทไี่ ว้ใจของผู้อื่น มพี ลานามยั สมบูรณ์ สตปิ ัญญาไม่เส่ือมถอย
สามารถประกอบหน้าทไ่ี ด้ด้วยความสุจริต
จบการนาเสนอเรอ่ื ง หลกั ธรรม
-ทกุ ข์
-สมุทยั
ทาแบบทดสอบ 15 ข้อในแอฟ QUiZZ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้