The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวบรวมคำพิพากษาศาลฎีกาจาก Facebook เพจ "สาระน่ารู้กฎหมายชาวบ้าน" ในปี 2566 โดยกลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สาระน่ารู้กฎหมายชาวบ้านปี 2566

รวบรวมคำพิพากษาศาลฎีกาจาก Facebook เพจ "สาระน่ารู้กฎหมายชาวบ้าน" ในปี 2566 โดยกลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี

สารบัญ บั คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 2085/2566 ข้อความปลดหนี้ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 4471/2565 เจ้าของที่ดินอนุญาตให้บุคคลอื่นสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง แล้วต่อมาประสงค์จะให้ออกไป จะต้องทำ อย่างไร คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2565 เงินกู้ดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อสัปดาห์ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 1148/2565 ทำ ยอมในคดีก่อนว่าหากชำ ระหนี้แล้วให้โจทก์ไปไถ่ถอนจำ นอง ถ้าโจทก์ไม่ไถ่ถอนมาฟ้องให้ ดำ เนินการเป็นคดีใหม่ได้หรือไม่ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2566 ข้อความแชททางไลน์จะถือเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือในการฟ้องร้องในทุกกรณีได้ หรือไม่ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 3150/2565 ครอบครองปรปักษ์ที่ดินของบุคคลอื่นที่ซื้อจากการขายทอดตลาดและมีการปิดประกาศขับไล่ จะได้กรรมสิทธิ์หรือไม่ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 158/2565 สินเชื่อบุคคลอายุความกี่ปี คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 1997/2563 เอารถที่รับจำ นำ ไว้ไปขายโดยไม่บอกกล่าวมีความผิดหรือไม่ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 5452/2564 ยึดรถเช่าซื้อตามคำ พิพากษาแล้วขายทอดตลาดได้ราคาต่ำ ผู้ค้ำ ประกันยังต้องรับผิดส่วนที่ เหลือหากบอกกล่าวเกินกำ หนดหรือไม่ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 4236/2564 ใช้บัตรเบิกถอนเงินสดกดเงินจากตู้ ถือว่ามีหลักฐานการกู้ยืมแล้วหรือไม่ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 8375/2563 ทวงหนี้ผ่านสื่อโซเชียลผิดกฎหมายการทวงถามหนี้หรือไม่ คำ พิพากษาฎีกาที่ 3813/2563 ผู้จัดการมรดกของผู้ตายที่เป็นคู่สัญญาประกันภัยมีอำ นาจฟ้องให้จำ เลยปฏิบัติตามสัญญา ประกันภัยได้หรือไม่ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 2406/2564 การคิดค่าทนายความเป็นร้อยละของยอดหนี้โดยตกลงจ่ายเมื่อได้รับชำ ระเป็นข้อตกลงที่ ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2566 ลงลายมือชื่อรับรองการแก้ไขข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่ไม่ได้ลงลายมือ ชื่อในตอนท้ายของสัญญา คำ พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความจะชอบหรือไม่ 1 2 3 4 5 6 8 9 10 12 14 16 17 19


โจทก์ส่ก์ ส่งข้อข้ความถึงจำ เลยผ่านทางแอปพลิเคชันชัวีแชต ซึ่งข้อข้ความที่โจทก์ส่ก์ ส่งถึงจำ เลยมีเนื้อความว่า “ตัวตัเองไม่ต้อต้งคืนเงินงิพี่ แล้วล้นะ แล้วล้พี่ก็จะไม่ทวงไม่ทำ ให้ตัห้วตัเองลำ บากใจอีกอีพี่ขอโทษกับกัเรื่องราวที่ผ่านมา และอยากให้รู้ห้รู้ว่รู้ว่าพี่ยังยัรักรัตัวตัเองอยู่” ข้อข้ความการสนทนาดังดักล่าวแสดงให้เห้ห็นว่า โจทก์ไก์ ม่ประสงค์จ ค์ ะทวงเงินงิที่จำ เลยยืมไปอีกอีเป็นการแสดงเจตนาปลดหนี้ให้แห้ก่จำ เลย ส่วนที่โจทก์อ้ ก์ าอ้งว่าเป็นการปลดหนี้จำ นวนอื่นอื่ ไม่ใช่หนี้จำ นวน 105,000 บาท จำ เลยยืมไปแล้วล้ยังยัไม่ชำ ระคืนให้โห้จทก์ต ก์ ามฟ้อง เห็นว่า โจทก์ส่ก์ ส่งข้อข้ความทางแอปพลิเคชันชั ไลน์ทวงเงินงิคืนจากจำ เลย และส่งข้อข้ความถึงจำ เลยให้เห้วลาจำ เลยคืนเงินงิภายใน เวลา 1 เดือน เมื่อจำ เลยมีพยานหลักลัฐานคือข้อข้ความที่โจทก์ส่ก์ ส่งถึงจำ เลยทางแอปพลิเคชันชัวีแชต ซึ่งเป็นเวลาภายหลังลัจากที่โจทก์ ทวงเงินงิคืนจากจำ เลยว่าโจทก์ปก์ ลดหนี้ตามฟ้องให้จำห้จำเลยแล้วล้แม้ข้ม้อข้ความจะไม่ได้รด้ะบุชัดชัว่ามูลหนี้ใดและโจทก์อ้ ก์ าอ้งว่าหมายถึง หนี้จำ นวนเล็ก ๆ น้อย ๆ อื่นอื่แต่มูลหนี้ที่โจทก์ฟ้ก์ฟ้องว่าจำ เลยยืมจากโจทก์ก็ ก์ก็ คงมีเพียงมูลหนี้ 105,000 บาท เพียงอย่างเดียว เมื่อพิเคราะห์ปห์ ระกอบกับกัที่โจทก์เ ก์ บิกความตอบทนายโจทก์ถ ก์ ามเพิ่มว่าโจทก์ค ก์ บหากับกัจำ เลย ระหว่างที่คบหาก็มีการให้ยืห้ยืมเงินงิ เล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าบ้งประมาณ 1,000 - 2,000 บาท และให้ทั้ห้งทั้ที่เป็นเงินงิสดและโอนเข้าข้บัญบัชีการให้ดัห้งดักล่าวเป็นการให้โห้ดยเสน่หา ยิ่งสนับสนุนให้เห้ห็นว่าเงินงิจำ นวนเล็กน้อยที่โจทก์อ้ ก์ าอ้งนั้นเป็นการให้โห้ดยเสน่หาเฉกเช่นคนรักรัที่คบหากันกั ไม่ใช่มูลหนี้อื่นอื่ตามที่ โจทก์อ้ ก์ าอ้ง และไม่ปรากฏว่าโจทก์นำ ก์ นำพยานหลักลัฐานที่แสดงให้เห้ห็นว่ามีมูลหนี้ที่จำ เลยยืมจากโจทก์จำ ก์ จำนวนอื่นอื่อีกอี แม้กม้ารแสดงเจตนาปลดหนี้จะใช้วิช้วิธีการส่งข้อข้ความผ่านทางแอปพลิเคชันชัวีแชต ซึ่งมิใช่การส่งผ่านทางแอปพลิเคชันชั ไลน์ตามที่ โจทก์เ ก์ คยใช้ติช้ติดต่อกับกัจำ เลย ก็ได้คด้วามจากคำ ฟ้องอุทอุธรณ์ของโจทก์เ ก์ องว่า จำ เลยตัดตัช่องทางการติดต่อกับกัโจทก์ โจทก์ไก์ ด้ติด้ติดต่อ จำ เลยทางโทรศัพศัท์แ ท์ ต่จำ เลยไม่รับรัจึงติดต่อไปทางแอปพลิเคชันชัวีแชต จึงเชื่อว่าหนี้ที่โจทก์แ ก์สดงเจตนาปลดหนี้เป็นหนี้จำ นวน เดียวกันกักับกัที่โจทก์ใก์ ห้จำห้จำเลยกู้ยืกู้ยืมตามฟ้อง กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน สาระน่า น่ รู้ 044599839-40 ศาลจังหวัดรัตนบุรี กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี [email protected] www.rtbc.coj.go.th ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี ตัวเองไม่ต้องคืนเงินพี่แล้วนะ แล้วพี่ก็จะไม่ทวงไม่ทำให้ตัวเองลำบากใจอีก พี่ขอโทษกับเรื่องราวที่ผ่านมา และอยากให้รู้ว่าพี่ยังรักตัวเองอยู่” ข้อความแบบนี้ ...ปลดหนี้นะจ๊ะ การส่งข้อความผ่านทางแอปพลิเคชันวีแชตเป็นการสนทนาผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ถือเป็นการส่งข้อมูล ทางอิเล็กทรอนิกส์จึงต้องนำ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาใช้บังคับด้วย เมื่อโจทก์ยอมรับว่าโจทก์ส่งข้อความดังกล่าวให้จำ เลยผ่านทางแอปพลิเคชันวีแชต ซึ่งสามารถยืนยันตัวตนโจทก์ได้ ข้อความการสนทนาดังกล่าวจึงรับฟังได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาปลดหนี้ ให้แก่จำ เลยโดยมีหลักฐานเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา 340 วรรคสอง ประกอบ พ.ร.บ.ว่าด้วย ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7, 8 พยานหลักฐานของจำ เลยมีน้ำ หนักให้รับฟังได้ มากกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำ เลยได้รับการปลดหนี้จากการกู้ยืมเงินตามฟ้องโจทก์ แล้วจำ เลยจึงไม่ต้องรับผิดชำ ระหนี้แก่โจทก์ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 2085/2566 1


กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน สาระน่า น่ รู้ 044599839-40 ศาลจังหวัดรัตนบุรี กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี [email protected] www.rtbc.coj.go.th ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี เจ้าของที่ดินอนุญาตให้บุคคลอื่น อื่ สร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง แล้วต่อมาประสงค์จะให้ออกไป จะต้องทำ อย่างไรจึงจึจะถูกต้องตามกฎหมาย? ตามปกติการสร้างบ้านบนที่ดินย่อมทำ ให้บ้านหลังนั้นกลายเป็น “ส่วนควบ” ของที่ดินผืนนั้น และเป็นกรรมสิทธิของเจ้าของที่ดินด้วยตามป.พ.พ. มาตรา 144 แต่หากเจา้ของที่ดินอนุญาตให้ ผู้อื่นสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง จะทำ ให้บ้านที่สร้างขึ้นนั้นไม่กลายเป็นส่วนควบของที่ดิน เพราะ เป็นกรณีที่ผู้สร้างบ้านใช้สิทธิในที่ดินของคนอื่นตามที่ได้รับอนุญาตมา บ้านจึงยังเป็นกรรมสิทธิ์ของ ผู้สร้างบ้านตามมาตรา 146 การเจ้าของที่ดินอนุญาตให้ผู้อื่นสร้างบ้านบนที่ดินของตน ทำ ให้บ้านเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้สร้าง บ้านถือเป็นการให้ “สิทธิเหนือพื้นดิน” ของเจ้าของที่ดินด้วยลักษณะหนึ่ง หากไม่ได้กำ หนดระยะ เวลาไว้ว่าสิทธิที่ให้นี้มีกำ หนดเวลามากน้อยเพียงใด จึงถือเป็นสิทธิเหนือพื้นดินที่ไม่มีกำ หนดระยะ เวลา การที่เจ้าของที่ดินจะยกเลิกสิทธิเหนือพื้นดินที่ให้ไปโดยไม่มีกำ หนดเวลา มาตรา 1413 กำ หนดไว้ว่าจะต้องบอกเลิกโดยมีกำ หนดเวลาพอสมควรด้วย เพื่อให้อีกฝ่ายได้มีเวลาตระเตรียม และขนย้ายข้าวของออกจากที่ดินได้ โดยอาจทำ หนังสือบอกกล่าวให้ผู้สร้างบ้านขนย้ายทรัพย์สิน ออกจากบ้านและที่ดิน โดยหนังสือบอกกล่าวต้องมีข้อความที่แสดงให้เห็นเจตนาที่จะบอกเลิกสิทธิ เหนือพื้นดินที่ผู้สร้างบ้านมีอยู่ นอกจากนี้กำ หนดเวลาให้ขนย้ายข้าวของออกไปต้องกำ หนดเวลาพอ สมควร มิฉะนั้นจะเป็นการบอกเลิกสิทธิเหนือพื้นดินโดยมิชอบ ดังนั้น หากเจ้าของที่ดินอนุญาตให้บุคคลอื่นสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองอันทำ ให้ผู้ที่สร้างบ้าน นั้นมีสิทธิเหนือพื้นดิน หากไม่มีกำ หนดเวลาของการอนุญาตไว้ การจะยกเลิกสิทธิเหนือพื้นดินนี้จะ ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าโดยกำ หนดเวลาพอสมควรให้ผู้มีสิทธิเหนือพื้นดินทราบก่อนด้วย มิฉะนั้น การบอกเลิกย่อมไม่ชอบและไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ได้ (คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 4471/2565) 2


กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน สาระน่า น่ รู้ 044599839-40 ศาลจังหวัดรัตนบุรี กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี [email protected] www.rtbc.coj.go.th ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี เงินงิกู้ ดอกเบี้ย บี้ ร้อยละ 3 ต่ เงินงิกู้ อสัปสัดาห์!!! กู้ ดอกเบี้ย บี้ ร้อยละ 3 ต่อสัปสัดาห์!!! กรณีที่มีผู้มาหลอกว่าจะเอาเงินไปปล่อยกู้ได้ดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อสัปดาห์ จนทำ ให้มอบเงินให้ไป คนที่ให้เงินไปจะฟ้องคนที่มาหลอกในข้อหาฉ้อฉ้ โกงได้หรือไม่? นายไก่เป็นคนที่ทำ ธุรกิจที่มีทรัพย์สินเงินทองมากพอสมควร อยู่มาวันหนึ่ง นายเสือซึ่งเป็นคนที่นายไก่รู้จักได้ไปพูดคุยกับนายไก่บอกว่าตนมีช่องทางในการ ปล่อยกู้ได้ดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 3 ต่อสัปดาห์ หากนายไก่ให้เงินไปก็จะเอาไปปล่อยกู้ ให้โดยนายเสือจะคิดตอบแทนเพียงไม่มาก นายไก่หลงเชื่อจึงได้มอบเงินให้ไป 3 แสนบาท นายเสือไม่ได้นำ เงินดังกล่าวไปปล่อยกู้แต่อย่างใด แต่ใช้เงินที่ได้รับจาก นายไก่นำ กลับไปจ่ายคืนโดยบอกว่าเป็นค่าดอกเบี้ยที่ได้รับจากคนกู้ แต่นายเสือนำ เงินที่อ้างว่าเป็นดอกเบี้ยไปให้เพียงไม่กี่งวดแล้วก็หยุดนำ เงินไปให้ นายไก่ไปทวงถาม ก็ไม่ได้รับการคืนเงิน จนภายหลังสืบทราบว่านายเสือไม่ได้เอาเงินไปให้ใครกู้ จึงได้ไป แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน แล้วให้ทนายความยื่นฟ้องนายเสือในข้อหา ฉ้อฉ้ โกง และขอให้ชดใช้เงินคืนตามจำ นวนที่รับไป การกระทำ ของนายเสือคงเข้าข่าย เป็นการฉ้อฉ้ โกง เพราะนายเสือหลอกลวงว่าจะเอาเงินไปลงทุนด้วยการปล่อยกู้ ทั้ง ๆ ที่ ในความเป็นจริงนายเสือไม่เคยคิดจะเอาเงินไปให้ใครกู้เลย เพียงแต่เอาเงินที่นายไก่ ให้มากลับไปคืนนายไก่เล็กน้อน้ย โดยบอกว่าเป็นค่าดอกเบี้ย แต่ปัญหาในกรณีนี้คงอยู่ที่ว่า การที่นายไก่ให้เงินนายเสือไปนั้น นายไก่มีเจตนา ที่จะให้นายเสือนำ เงินไปให้บุคคลอื่นกู้แล้วคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อสัปดาห์ หรือมากกว่า 150% ต่อปี ทั้ง ๆ ที่ตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 กำ หนดห้ามไม่ให้คิดดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปีเท่านั้น การกระทำ ของนายไก่จึงกลายเป็นการมุ่งแสวงหาผลประโยชน์จากการกระทำ ที่ผิดกฎหมาย แม้ว่าในความเป็นจริง นายเสือจะไม่ได้นำ เงินนั้นไปให้ใครกู้เลยก็ตาม แต่ก็ถือได้ว่า นายไก่ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีอำ นาจฟ้องนายเสือในข้อหาฉ้อฉ้ โกงได้ ดังนั้น กรณีที่ถูกหลอกลวงโดยให้เงินไปโดยเจตนาจะให้ไปปล่อยกู้โดยคิดดอกเบี้ย เกินอัตราที่กฎหมายห้ามไว้ ผู้ที่ให้เงินไปเพื่อหาประโยชน์จากการกระทำ ที่ผิด กฎหมายนี้ไม่ถือเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีอำ นาจฟ้องได้ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 748/2565 3


กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน สาระน่า น่ รู้ 044599839-40 ศาลจังหวัดรัตนบุรี กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี [email protected] www.rtbc.coj.go.th ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี ทำ ยอมในคดีก่ดี ก่อนว่าหากชำ ระหนี้แล้วให้โจทก์ไปไถ่ถอนจำ นอง ถ้าโจทก์ไม่ไถ่ถอนมาฟ้องให้ดำ เนินการเป็น ป็ คดีใดีหม่ได้หรือรื ไม่ การบังบัคับคัคดีใดีห้เป็นป็ ไปตามคำ พิพพิากษาเป็นป็สิทสิธิขธิองเจ้าหนี้ตามคำ พิพพิากษาที่จที่ะร้องขอให้ศาลบังบัคับคัคดีไดีด้ แต่กรณีที่ณีมีที่กมีารทำ สัญสัญาประนีประนอมยอมความที่กำที่ กำหนดเงื่องื่นไขการชำ ระหนี้และการดำ เนินการไว้หลายประการอาจมีปัมีญปัหาที่คู่ที่ คู่วามไม่แน่ใจว่าจะ ต้องดำ เนินการอย่างไรเพื่อพื่บังบัคับคั ให้เป็นป็ ไปตามข้อตกลงนั้นนั้ ปัญปัหากรณีที่ณี ใที่นคดีก่ดี ก่อนศาลพิพพิากษาตามยอมว่าหากชำ ระหนี้ตามที่กำที่ กำหนดโจทก์ในคดีก่ดี ก่อนจะไถ่ถอนจำ นองที่ดิที่นดิหากโจทก์ใน คดีก่ดี ก่อนไม่ดำ เนินการให้จำ เลยที่ชำที่ ชำระหนี้ไปจะฟ้องเป็นป็คดีใดีหม่เพื่อพื่บังบัคับคั ให้โจทก์ไปไถ่ถอนจำ นองให้ได้หรือรื ไม่ นายมีนมีาจดทะเบียบีนจำ นองที่ดิที่นดิแปลงหนึ่งไว้เป็นป็ ประกันกัหนี้ที่บุที่ตบุรชายของตนเป็นป็หนี้นายเมษาไว้ในวงเงินงิ600,000บาท เมื่อมื่บุตบุรชายนายมีนมีาไม่ชำ ระหนี้นายเมษาจึงจึ ฟ้องทั้งทั้นายมีนมีาและบุตบุรชายเป็นป็จำ เลย ในคดีที่ดีนที่ายเมษาเป็นป็ โจทก์ฟ้องคู่ความตกลงทำ สัญสัญาประนีประนอมยอมความกันกัว่าหากนายมีนมีานำ เงินงิจำ นวน600,000 บาทไปชำ ระหนี้ให้แก่นายเมษานายเมษาจะไปดำ เนินการจดทะเบียบีนไถ่ถอนจำ นองให้ศาลได้พิด้พพิากษาตามสัญสัญาประนีประนอม ยอมความดังดักล่าวต่อมานายมีนมีาได้นำ เงินงิ ไปชำ ระให้แก่นายเมษาจำ นวน600,000บาทแต่นายเมษาไม่ยอมไปจดทะเบียบีนไถ่ถอน จำ นองให้นายมีนมีาจึงจึมาฟ้องเป็นป็คดีนี้ดี นี้ขอให้ศาลมีคำมี คำสั่งสั่ให้นายเมษาไปดำ เนินการจดทะเบียบีนไถ่ถอนจำ นองให้ การที่ทั้ที่ ทั้งทั้นายมีนมีาและนายเมษาเคยมีคมีดีคดีวามฟ้องร้องกันกัมาแล้วในคดีก่ดี ก่อนซึ่งซึ่มีกมีารทำ สัญสัญาประนีประนอมยอมความกันกั เมื่อมื่ศาลพิพพิากษาตามยอมแล้วสัญสัญาประนีประนอมยอมความนั้นนั้เป็นป็ส่วนหนึ่งของคำ พิพพิากษาในคดีก่ดี ก่อนไปด้วยการที่นที่ายมีนมีา มาฟ้องเป็นป็คดีหดีลังลันี้อาจจะเข้าใจว่าในคดีก่ดี ก่อนตนถูกถูฟ้องเป็นป็จำ เลยดังดันั้นนั้การที่จที่ะไปบังบัคับคัคดีใดีนคดีก่ดี ก่อนจะไม่สามารถทำ ได้ด้วย เหตุที่ตุคิที่ดคิว่าเป็นป็สิทสิธิขธิองทางฝ่ายโจทก์ในคดีนั้ดีนั้นนั้เท่านั้นนั้ ความจริงริแล้วการบังบัคับคัคดีผู้ที่จที่ะมีสิมีทสิธิบัธิงบัคับคัคดีไดีด้คือคืผู้ที่มีที่ฐมีานะเป็นป็ “เจ้าหนี้ตามคำ พิพพิากษา”ตามที่กำที่ กำหนดไว้ในประมวล กฎหมายวิธีวิพิธีจพิารณาความแพ่งมาตรา 274วรรคหนึ่งว่าคู่ความหรือรืบุคบุคลที่แที่พ้คพ้ดีหดีรือรืผู้ที่ศที่าลมีคำมี คำพิพพิากษาหรือรืคำ สั่งสั่ให้ชำ ระหนี้ ถือถืเป็นป็ “ลูกลูหนี้ตามคำ พิพพิากษา”หากบุคบุคลเหล่านี้ไม่ปฏิบัติบัตติามคำ บังบัคับคัคู่ความหรือรืบุคบุคลที่ชที่นะคดีหดีรือรืที่ศที่าลมีคำมี คำพิพพิากษาให้ได้ รับรัชำ ระหนี้มีสิมีทสิธิที่ธิจที่ะร้องขอให้บังบัคับคัคดีไดีด้บุคบุคลที่ชที่นะคดีหดีรือรืมีคำมี คำพิพพิากษาให้ได้รับรัชำ ระหนี้นี้ถือถืเป็นป็ “เจ้าหนี้ตามคำ พิพพิากษา” เมื่อมื่สัญสัญาประนีประนอมยอมความมีกมีารพิพพิากษาตามยอมมีกมีารกำ หนดว่าหากนายมีนมีาชำ ระเงินงิ600,000บาทแล้วนายเมษา จะไปไถ่ถอนจำ นองให้เมื่อมื่นายมีนมีาชำ ระเงินงิจำ นวนดังดักล่าวไปตามข้อตกลงแล้วนายมีนมีาย่อมมีสิมีทสิธิตธิามคำ พิพพิากษาตามยอมนั้นนั้ ที่จที่ะเรียรีกร้องให้ฝ่ายนายเมษาไปไถ่ถอนจำ นองตามข้อตกลงการที่นที่ายมีนมีามีสิมีทสิธิตธิามคำ พิพพิากษายอมนั้นนั้ทำ ให้นายมีนมีามีฐมีานะ เป็นป็ “เจ้าหนี้ตามคำ พิพพิากษา” ในส่วนที่เที่กี่ยกี่วกับกัการไถ่ถอนจำ นองไปเพราะถือถืว่าเป็นป็ผู้ที่คำที่ คำพิพพิากษาตามยอมให้ได้รับรัชำ ระหนี้ซึ่งซึ่ ในที่นี้ที่นี้คือคืการไถ่ถอนจำ นองนั่นเอง เมื่อมื่นายมีนมีามีสิมีทสิธิบัธิงบัคับคั ให้เป็นป็ ไปตามคำ พิพพิากษาตามยอมในคดีดัดีงดักล่าวแล้วการบังบัคับคัก็จก็ะ ต้องเป็นป็เรื่อรื่งของการบังบัคับคัคดีที่ดีต้ที่ ต้องไปดำ เนินการในคดีก่ดี ก่อนนั้นนั้ โดยการยื่นยื่คำ ร้องขอต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีวิพิธีจพิารณา ความแพ่งมาตรา 7(2)เพื่อพื่ให้ศาลไต่สวนเสียสีก่อนหากข้อเท็จท็จริงริเป็นป็อย่างที่นที่ายมีนมีาอ้างศาลย่อมมีอำมี อำนาจกำ หนดวิธีวิกธีารบังบัคับคั คดีใดีนหนี้กระทำ การได้ตามมาตรา 357และ 358แต่นายมีนมีาไม่มีอำมี อำนาจมาฟ้องเป็นป็คดีใดีหม่ได้ ดังดันั้นนั้หากมีกมีารทำ สัญสัญาประนีประนอมยอมความและศาลได้พิด้พพิากษาตามยอมแล้วถ้ามีเมีหตุที่ตุไที่ม่ปฏิบัติบัตติามสัญสัญาผู้ที่มีที่สิมีทสิธิ ได้รับรัชำ ระหนี้ตามสัญสัญาประนีประนอมยอมความนั้นนั้ถือถืเป็นป็เจ้าหนี้ตามคำ พิพพิากษาที่มีที่สิมีทสิธิขธิอให้บังบัคับคัคดีใดีนคดีก่ดี ก่อนได้แต่จะมา ฟ้องเป็นป็คดีใดีหม่ไม่ได้ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 1148/2565 4


โจทก์ก์ก์จก์ะต้ต้ต้อต้งส่ส่ส่งส่มอบเงิงิงินงิ ให้ห้ห้จำห้จำจำจำเลย/สลิลิลิปลิ โอนเงิงิงินงิ ให้ห้ห้จำห้จำจำจำเลย ในแชทสนทนาต้ต้ต้อต้งมีมีมีมี ข้ข้ข้อข้ความที่ที่ที่แที่สดงให้ห้ห้เห้ห็ห็ห็ น ห็ นว่ว่ว่าว่มีมีมีกมีารรัรัรับรัเงิงิงินงิ ไปและจะใช้ช้ช้เช้งิงิงินงิคืคืคืนคืและได้ด้ด้มีด้มีมีกมีารระบุบุบุจำบุจำจำจำนวนเงิงิงินงิ ไว้ว้ว้ว้ หากใช้ช้ช้คำช้คำคำคำว่ว่ว่าว่ “กู้กู้กู้ยืกู้ยืยืมยืเงิงิงินงิ ” จำจำจำจำเลยกู้กู้กู้ยืกู้ยืยืมยืเงิงิงินงิ ไปจากโจทก์ก์ก์ก์และมีมีมีกมีารระบุบุบุจำบุจำจำจำนวนเงิงิงินงิ อย่ย่ย่าย่งชัชัชัดชัเจน ก็ก็ก็ใก็ ช้ช้ช้เช้ป็ป็ป็ป็ นหลัลัลักลัฐานฟ้ฟ้อฟ้ฟ้งร้ร้ร้อร้งได้ด้ด้ด้ แต่ต่ต่ใต่นบางกรณีณีณีณีก็ก็ก็ไก็ ม่ม่ม่จำม่จำจำจำเป็ป็ป็ป็ นต้ต้ต้อต้งมีมีมีคำมีคำคำคำว่ว่ว่าว่ “กู้กู้กู้ยืกู้ยืยืมยื ” ตรง ๆ ก็ก็ก็ไก็ ด้ด้ด้ด้เพีพีพียพีงแต่ต่ต่จต่ะต้ต้ต้อต้งมีมีมีข้มีข้ข้อข้ความ แสดงให้ห้ห้เห้ห็ห็ห็ น ห็ นว่ว่ว่าว่ “จำจำจำจำเลยมีมีมีหมีนี้นี้นี้นี้อัอัอันอัจะพึพึพึงพึต้ต้ต้อต้งชำชำชำชำระแก่ก่ก่โก่จทก์ก์ก์ก์หรืรืรือรืจำจำจำจำเลยรัรัรับรัเงิงิงินงิ ไปและจะใช้ช้ช้เช้งิงิงินงิ คืคืคืนคื โจทก์ก์ก์ก์หรืรืรือรืจำจำจำจำเลยเป็ป็ป็ป็ นหนี้นี้นี้นี้โจทก์ก์ก์แก์ล้ล้ล้วล้จะใช้ช้ช้คืช้คืคืนคื ให้ห้ห้ให้นภายหลัลัลังลั” เช่ช่ช่นช่นี้นี้นี้นี้ก็ก็ก็ใก็ ช้ช้ช้เช้ป็ป็ป็ป็ นหลัลัลักลัฐาน ฟ้ฟ้อฟ้ฟ้งร้ร้ร้อร้งได้ด้ด้เด้ช่ช่ช่นช่กักักันกัและกรณีณีณีณีนี้นี้นี้นี้โจทก์ก์ก์อก์าจนำนำนำนำนำนำสืสืสืบสืพยานบุบุบุคบุคลอธิธิธิบธิายว่ว่ว่าว่หนี้นี้นี้นี้ตามเอกสาร ดัดัดังดักล่ล่ล่าล่วเป็ป็ป็ป็ นหนี้นี้นี้นี้กู้กู้กู้ยืกู้ยืยืมยื ได้ด้ด้ด้(เทีทีทียทีบฎีฎีฎีกฎีา 6183/2556) #แต่ต่ต่ถ้ต่ถ้ถ้าถ้หากไม่ม่ม่มีม่มีมีข้มีข้ข้อข้ความใดที่ที่ที่ทำที่ทำทำทำให้ห้ห้เห้ข้ข้ข้าข้ใจได้ด้ด้ว่ด้ว่ว่าว่ “จำจำจำจำเลยยืยืยืมยืเงิงิงินงิ โจทก์ก์ก์แก์ละตกลงจะใช้ช้ช้คืช้คืคืนคื หรืรืรือรืเป็ป็ป็ป็ นหนี้นี้นี้นี้โจทก์ก์ก์แก์ล้ล้ล้วล้จะใช้ช้ช้คืช้คืคืนคื ให้ห้ห้ให้นภายหลัลัลังลั” ก็ก็ก็ นำ ก็ นำนำนำนำนำสืสืสืบสื ไม่ม่ม่ไม่ด้ด้ด้ด้และไม่ม่ม่อม่าจใช้ช้ช้เช้ป็ป็ป็ป็ นหลัลัลักลัฐาน ฟ้ฟ้อฟ้ฟ้งร้ร้ร้อร้งได้ด้ด้ด้(เทีทีทียทีบฎีฎีฎีกฎีา 3817/2563, 4306/2565) กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน สาระน่า น่ รู้ 044599839-40 กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี [email protected] www.rtbc.coj.go.th ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี จะถืถืถือถืเป็ป็ป็ป็ นหลัลัลักลัฐานการกู้กู้กู้ยืกู้ยืยืมยืเงิงิงินงิเป็ป็ป็ป็ นหนันันังนัสืสืสือสืในการฟ้ฟ้อฟ้ฟ้งร้ร้ร้อร้งในทุทุทุกทุ กรณีณีณีณีได้ด้ด้หด้รืรืรือรืไม่ม่ม่ ม่ ? แม้ม้ม้ข้ม้ข้ข้อข้ความสนทนาผ่ผ่ผ่าผ่น LINE ระหว่ว่ว่าว่งโจทก์ก์ก์ แ ก์ และจํจํจําจํเลย จะถืถืถือถืเป็ป็ป็ป็ นหลัลัลักลัฐาน เป็ป็ป็ป็ นหนันันังนัสืสืสือสืลงลายมืมืมือมืชื่ชื่ชื่ ชื่ชื่อชื่จำจำจำจำเลยตาม พ.ร.บ.อิอิอิเอิล็ล็ล็ ก ล็ กทรอนินินินิกส์ส์ส์ส์ ฯ ก็ก็ก็ ต ก็ ตาม แต่ต่ต่ที่ต่ที่โจทก์ก์ก์ นำ ก์ นำนำนำนำนำสืสืสืบสืมายัยัยังยัไม่ม่ม่พม่อมีมีมีน้ำมีน้ำน้ำน้ำน้ำน้ำน้ำน้ำหนันันักนั ฟัฟัฟัฟังได้ด้ด้ว่ด้ว่ว่าว่เงิงิงินงิจำจำจำจำนวน 7,800,000 บาท ที่ที่ที่โที่จทก์ก์ก์ ม ก์ มอบให้ห้ห้แห้ก่ก่ก่จํก่จํจําจํเลยไปเป็ป็ป็ป็ นเงิงิงินงิกู้กู้กู้ยืกู้ยืยืมยืจึจึจึงจึไม่ม่ม่อม่าจถืถืถือถืเป็ป็ป็ป็ นหลัลัลักลัฐานกู้กู้กู้ยืกู้ยืยืมยืเงิงิงินงิ เป็ป็ป็ป็ นหนันันังนัสืสืสือสืที่ที่ที่จํที่จํจําจํเลยลงลายมืมืมือมืชื่ชื่ชื่ ชื่ชื่อชื่ไว้ว้ว้แว้ล้ล้ล้วล้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่นึ่นึ่ นึ่นึ่นึ่ง ตอบ!!! ไม่เสมอไป ทั้งนี้ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นเรื่อง ๆ ไป ในกรณีณีณีณีที่ที่ที่ถืที่ถืถือถืว่ว่ว่าว่การสนทนาทางแชทที่ที่ที่สที่ามารถนำนำนำนำนำนำมาเป็ป็ป็ป็ นหลัลัลักลัฐานการกู้กู้กู้ยืกู้ยืยืมยื ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่นึ่นึ่ นึ่นึ่นึ่ง ได้ด้ด้ใด้ห้ห้ห้พิห้พิพิจพิารณาดัดัดังดันี้นี้นี้นี้ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2566 5


ที่ดิที่นดิผืนผืหนึ่งนึ่มีชื่มีอชื่นายไก่เก่ป็นป็เจ้าจ้ของกรรมสิทธิ์ นายไก่ไก่ด้นำด้นำที่ดิที่นดิแปลงดังดักล่าวไปจดทะเบียบีน จำ นองเพื่อพื่เป็นป็ ประกันกัเงินงิกู้ที่กู้ บที่ริษัริ ษัทกู้จกู้ ากธนาคารแห่งห่หนึ่งนึ่ที่ดิที่นดิผืนผืดังดักล่าวมีนมีายนกครอบครอง ทำ มาหากินกิอยู่ที่ยู่ ดิที่นดิส่วนหนึ่งนึ่ด้วด้ยตั้งแต่ปี 2540 ต่อมานายไก่ผิก่ดผินัดนัชำ ระหนี้เนี้งินงิกู้ ธนาคารจึงจึฟ้อฟ้งบังบัคับคดีเดีอากับกัที่ดิที่นดิแปลงดังดักล่าว จนมีกมีาร ยึดยึและขายทอดตลาด ในการขายทอดตลาดของเจ้าจ้พนักนังานบังบัคับคดี นายเป็ดป็ ประมูลซื้อซื้ที่ดิที่นดิ ได้ และจดทะเบียบีนมาเป็นป็ชื่อชื่ตนเมื่อมื่ ปี 2551 ภายหลังจากที่นที่ายเป็ดป็ซื้อซื้ที่ดิที่นดิ ได้ ในปี 2554 นายเป็ดป็ ได้นำด้นำ เจ้าจ้พนักนังานบังบัคับคดีไดีปปิดปิ ประกาศขับขั ไล่ผู้อผู้ ยู่อยู่ าศัยให้อห้อกไปจากที่ดิที่นดิแปลงดังดักล่าวเสีย ต่อมาใน ปี 2562 นายนกได้ยื่ด้นยื่คำ ร้อร้งต่อศาลขอให้มีห้คำมี คำสั่งว่าว่ตนเองมีกมีรรมสิทธิ์ใธิ์นที่ดิที่นดิแปลง ดังดักล่าวโดยการครอบครองปรปักปัษ์ นายเป็ดป็จึงจึ ได้โด้ต้แย้งย้คัดค้านว่าว่นายนกไม่ไม่ด้กด้รรมสิทธิ์ที่ธิ์ดิที่นดิ แปลงนั้นนั้แต่อย่าย่งใด เห็นห็ ได้ว่ด้าว่ขณะที่นที่ายเป็ดป็ ประมูลมูซื้อซื้ที่ดิที่นดิมา นายนกได้คด้รอบครองที่ดิที่นดิแปลงพิพพิาทนี้มนี้าเกินกิกว่าว่ 10 ปีแปีล้ว ทำ ให้นห้ายนกอาจเป็นป็ผู้ไผู้ด้กด้รรมสิทธิ์ไธิ์ปโดยการครอบครองปรปักปัษ์ แต่สำ หรับรัสิทธิขธิองนายเป็ดป็ผู้ปผู้ ระมูลนี้ ป.พ.พ. มาตรา 1330 กำ หนดว่าว่ “สิทธิขธิองบุคคลผู้ซื้ผู้ อซื้ ทรัพย์สิย์ สินโดยสุจริต ในการขายทอดตลาดตามคำ สั่งศาลมิเสียไป แม้ภายหลังลัจะพิสูพิสูจน์ไน์ด้ว่ด้าว่ ทรัพย์สิย์ สินนั้นนั้ มิใช่ขช่องจำ เลย” การที่นที่ายเป็ดป็จะได้รัด้บรัความคุ้มครอง นายเป็ดป็จะต้องได้กด้ระทำ การ โดยสุจริตริ ในการซื้อซื้ทรัพรัย์นั้ย์นนั้ด้วด้ย คือนายเป็ดป็ซื้อซื้ที่ดิที่นดิมาโดยไม่รู้ม่ว่รู้ าว่ความจริงริที่ดิที่นดิแปลงพิพพิาทได้ ถูกนายนกครอบครองปรปักปัษ์จนได้กด้รรมสิทธิ์ไธิ์ปแล้ว ข้อข้เท็จท็จริง ก่อก่นที่นที่ายเป็ดป็จะซื้อซื้ที่ดิที่นดินายเป็ดป็ ได้เด้ข้าข้ไปสำ รวจดูแดูละพบว่าว่ ในที่ดิที่นดิมีบุมีบุคคล ภายนอกไปพักพัอาศัยอยู่ แต่การที่มีที่ผู้มีอผู้ ยู่อยู่ าศัยก็ไก็ม่ไม่ด้หด้มายความว่าว่นายเป็ดป็จะทราบว่าว่มีผู้มีคผู้ รอบ ครองปรปักปัษ์จนได้กด้รรมสิทธิ์ไธิ์ปแล้ว และเมื่อมื่มีการปิดปิ ประกาศเพื่อพื่บังบัคับคัคดีแดีละจะนำ ที่ดิที่นดิออก ขายก็ไก็ม่มีผู้ใผู้ดคัดคัค้าค้นว่าว่ตนเองเป็นป็ผู้มี ผู้ กรรมสิทธิ์ จึงจึมีเหตุใตุห้นห้ายเป็ดป็อาจเชื่อชื่ ได้ว่ด้าว่คนที่อที่ยู่เยู่ป็นป็ เพียพีงคนบุกรุก ที่ยัที่งยั ไม่ได้กด้รรมสิทธิ์ การซื้อซื้ของนายเป็ดป็จึงจึยังยัเป็นป็การซื้อซื้ โดยสุจริตที่จที่ะทำ ให้ไห้ด้รัด้ รับความคุ้มคุ้ครองตามมาตรา 1330 แม้ขณะที่มี ที่การขายทอดตลาด นายนกอาจจะครอบครองปรปักปัษ์จนได้กด้รรมสิทธิ์ แต่เต่มื่อมื่ยังยั ไม่ได้จด้ดทะเบียบีนจึงจึจะไปยกขึ้นขึ้ต่อต่สู้นายเป็ดป็ที่ซื้ที่อซื้ทรัพย์จย์ากการขายทอดตลาด ตามคำ สั่งศาลโดยสุจริตไม่ได้ กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน สาระน่า น่ รู้ ศาลจังหวัดรัตนบุรี [email protected] www.rtbc.coj.go.th 044599839-40 กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี ครอบครองปรปักษ์ที่ดินของบุคคลอื่นที่ซื้อจากการขายทอดตลาด และมีการปิดประกาศขับไล่ จะได้กรรมสิทธิ์หรือไม่? 6


ปัญปัหาต่อต่มาของนายนก คือหลังจากที่นที่ายเป็ดป็ซื้อซื้ทรัพรัย์มย์า นายนกก็ยัก็งยัครอบครองต่อมาอีกอี เกินกิกว่าว่ 10 ปี นายนกจึงจึต่อสู้ว่าว่แม้กม้ารครอบครองก่อก่นการขายทอดตลาดจะไม่สม่ามารถยกขึ้นขึ้ต่อสู้ นายเป็ดป็ ได้ แต่การครอบครองหลังจากการซื้อซื้ก็ยัก็งยัเกินกิ 10 ปีที่ปีจที่ะทำ ให้ตห้นเองได้กด้รรมสิทธิ์อธิ์ยู่ ในกรณีนี้ณี นี้แม้นม้ายนกจะครอบครองต่อมาอีกอี 10 ปีหปีลังการขายทอดตลาด แต่นายเป็ดป็เองก็ไก็ด้ ดำ เนินนิการบังบัคับคัคดีเดีพื่อพื่ขับขั ไล่คล่นที่บุที่กบุรุกซึ่งซึ่รวมถึงถึนายนกเองด้วด้ย โดยได้มีด้กมีารนำ เจ้าจ้พนักนังานบังบัคับคดีไดีปปิดปิ ประกาศขับขั ไล่เมื่อมื่ ปี 2554 จึงจึถือถื ไม่ไม่ด้ว่ด้าว่การครอบครองของนายนกเป็นป็การครอบครองที่ดิที่นดิ โดยสงบที่จที่ะทำ ให้ไห้ด้กด้รรมสิทธิ์ ด้วด้ยการครอบครองปรปักปัษ์ เพราะมีกมีารโต้แย้งย้กรรมสิทธิ์กัธิ์นกั แม้จม้ะครอบครองนานเพียพีงใดก็ไก็ม่อม่าจนำ มายกอ้าอ้งเพื่อพื่ ให้ไห้ด้กด้รรมสิทธิ์ไธิ์ด้ ดังดันั้นนั้การที่คที่รอบครองที่ดิที่นดิของผู้อื่ผู้ นอื่อยู่ แต่ผู้ต่ที่ผู้ ถืที่อถืกรรมสิทธิ์ไธิ์ด้โด้ต้แต้ย้งย้การครอบครองนั้นนั้ เช่นช่การปิดปิ ประกาศขับขั ไล่ ย่อย่มไม่อม่าจถือถื ได้ว่ด้าว่เป็นป็การครอบครองโดยสงบที่จที่ะทำ ได้กด้รรมสิทธิ์ โดยการครอบครองปรปักปัษ์แม้จม้ะครอบครองเกินกิกว่าว่ 10 ปีก็ปีตก็าม กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน สาระน่า น่ รู้ 044599839-40 ศาลจังหวัดรัตนบุรี กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี [email protected] www.rtbc.coj.go.th ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี ครอบครองปรปักษ์ที่ดินของบุคคลอื่นที่ซื้อจากการขายทอดตลาด และมีการปิดประกาศขับไล่ จะได้กรรมสิทธิ์หรือไม่? (ต่อ) คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 3150/2565 7


กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน สาระน่า น่ รู้ 044599839-40 ศาลจังหวัดรัตนบุรี กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี [email protected] www.rtbc.coj.go.th ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี สิสิสิสิ น สิ น สิ นเเชื่ชื่ชื่ชื่ อ ชื่ อ ชื่ อบุบุบุ บุ ค บุ ค บุ คคคลล!! ออาายุยุยุ ยุ ค ยุ ค ยุ คววาามมกี่กี่กี่กี่ปีกี่ปีกี่ปีปี?ปีปี? สินเชื่อส่วนบุคคล ที่มีข้อตกลงในสัญญากำ หนดว่าต้องชำ ระคืนหนี้ ต้นเงินและดอกเบี้ยในแต่ละเดือนตามจำ นวนที่ระบุในใบแจ้งยอดบัญชี และจะต้องชำ ระค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินเป็นรายเดือนในอัตรา ขั้นต่ำ ของยอดหนี้แต่ละเดือนด้วย ข้อตกลงเช่นนี้ ไม่ได้มีการกำ หนดว่าต้องผ่อนชำ ระทุนคืนเป็นงวด ๆ แต่อย่างใด จึงไม่สามารถใช้อายุความ 5 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (2) ได้ กรณีเณีช่น ช่ นี้ไนี้ ม่ถื ม่ อถืว่า ว่ เป็น ป็ หนี้ที่ นี้ ก ที่ ฎหมายกำ หนดอายุค ยุ วามไว้โว้ ดยเฉพาะ จึงจึต้อ ต้ งใช้อ ช้ ายุค ยุ วามทั่ว ทั่ ไปคือคื 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ข้อ ข้ น่า น่ สนใจอีกอีประการคือคื แม้ห ม้ นี้เ นี้ งินงิต้น ต้ ของสินสิเชื่อ ชื่ ส่ว ส่ นบุค บุ คลจะไม่ข ม่ าดอายุค ยุ วาม 10 ปี ก็ต ก็ าม แต่ก ต่ ารยกข้อ ข้ ต่อ ต่ สู้ว่สู้า ว่ หนี้ข นี้ าดอายุค ยุ วาม 5 ปีนั้ปีน นั้ ตามมาตรา 193/33 (1) ได้กำ ด้กำหนดให้ด ห้ อกเบี้ย บี้ ที่ค้ ที่ า ค้ งชำ ระมีกำมีกำหนดอายุค ยุ วาม 5 ปีด้ปีว ด้ ย การยกข้อ ข้ ต่อ ต่ สู้เสู้รื่อ รื่ งอายุค ยุ วามนี้จึ นี้ งจึทำ ให้ไห้ ม่ต้ ม่ อ ต้ งรับรัผิดผิในหนี้ด นี้ อกเบี้ย บี้ ที่เ ที่ กิดกิขึ้น ขึ้ ก่อ ก่ นฟ้อ ฟ้ งคดีที่ดีค้ ที่ า ค้ งชำ ระมาเกินกิกว่า ว่ 5 ปี สรุป รุ ได้ว่ ด้ า ว่ หนี้เ นี้ งินงิเชื่อ ชื่ ส่ว ส่ นบุค บุ คลไม่ใม่ ช่ห ช่ นี้ที่ นี้ กำ ที่ กำหนดให้ต้ ห้ อ ต้ งผ่อ ผ่ นคืนคืทุน ทุ เป็น ป็ งวด ๆ จึงจึมีกำมีกำหนดอายุค ยุ วาม 10 ปี ตามมาตรา 193/30 แต่ห ต่ ากลูก ลู หนี้ย นี้ กอายุค ยุ วามขึ้น ขึ้ ต่อ ต่ สู้แสู้ล้ว ล้ เจ้า จ้ หนี้ย่ นี้ อ ย่ มไม่มี ม่ สิมีทสิธิเธิรียรีกดอกเบี้ย บี้ ที่ค้ ที่ า ค้ งชำ ระเกินกิกว่า ว่ 5 ปีไปีด้ คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 158/2565 8


044599839-40 ดังนั้น ในกรณีที่ผู้รับจำ นำ ไม่ได้ดำ เนินการบอกกล่าวบังคับจำ นำ ให้ถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อน แล้วนำ ทรัพย์ที่จำ นำ ไปขาย ย่อมถือว่าเป็นการเบียดบังทรัพย์ไปโดยทุจริต อันจะเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตัวอย่าง นายแดงขอกู้ยืมเงินจากนายดำ จำ นวน 200,000 บาท โดยนำ รถยนต์ของตนไปจำ นำ ให้ไว้เป็น หลักประกัน ต่อมานายแดงผิดนัดชำ ระหนี้ นายดำ ทวงถามแล้วแต่นายแดงอ้างว่ากำ ลังพยายาม หาเงินมาชำ ระหนี้ให้ ต่อมานายแดงไปติดต่อขอไถ่ถอนรถยนต์ นายดำ แจ้งว่าตนได้ขายรถยนต์ คันดังกล่าวไปแล้วเพราะนายแดงผิดนัดชำ ระหนี้ นายแดงไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำ รวจ ต่อมาพนักงานอัยการได้มีคำ สั่งฟ้อฟ้งนายดำ ต่อศาล เเออาารรถถที่ที่ที่ที่รัรัรัรับบจำจำจำจำนำนำนำนำไไว้ว้ ว้ว้ไไปปขขาายยโโดดยยไไม่ม่ ม่ม่ บบออกกกกล่ล่ ล่ล่ าาวว มีมีมีมีคคววาามมผิผิผิผิดดหหรืรื รืรื ออไไม่ม่ ม่ม่? ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี สาระน่า น่ รู้ กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน [email protected] www.rtbc.coj.go.th กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 1997/2563 มีปัญหาว่า การที่ผู้รับจำ นำ เอาทรัพย์จำ นำ ไปขาย จะทำ ให้เป็นความผิดอาญาหรือไม่ หรือเป็น เพียงการใช้สิทธิบังคับจำ นำ ตามปกติของเจ้าหนี้ผู้รับจำ นำ ในการบังคับจำ นำ นั้น ป.พ.พ. มาตรา 764 กำ หนดให้ผู้รับจำ นำ ต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือไป ยังลูกหนี้ก่อน โดยต้องบอกกล่าวให้ชำ ระหนี้ภายในเวลาอันสมควรที่ระบุไว้ในคำ บอกกล่าวนั้น และหากลูกหนี้ไม่ชำ ระหนี้ ผู้รับจำ นำ มีสิทธินำ ทรัพย์จำ นำ ออก ขายทอดตลาดได้ และก่อนจะขายทอดตลาด ผู้รับจำ นำ ต้องแจ้งเวลาและสถานที่ ขายทอดตลาดให้ผู้จำ นำ ทราบด้วย เพื่อให้ผู้จำ นำ ได้มีโอกาสไปดูแลรักษาผลประโยชน์ ของตนในการขายทอดตลาด เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายแดงผิดนัดชำ ระหนี้ แต่ไม่ปรากฏว่านายดำ ได้บอกกล่าวให้นายแดง ชำ ระหนี้เป็นหนังสือและกำ หนดเวลาพอสมควรให้นายแดงชำ ระหนี้ และไม่ปรากฏว่าการขายรถที่ จำ นำ นั้นเป็นการขายทอดตลาด หรือมีการแจ้งให้นายแดงทราบว่ามีการขายทอดตลาดรถที่จำ นำ ไว้ ดังนั้นการที่นายดำ ขายรถจึงไม่ได้เป็นการบังคับจำ นำ ตามขั้นตอนที่กฎหมายกำ หนดไว้โดยชอบ การขายดังกล่าวจึงไม่ถือเป็นการบังคับจำ นำ ตามกฎหมาย รถที่นายแดงนำ ไปจำ นำ ไว้เป็นหลักประกันการชำ ระหนี้ ยังถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของนายแดงอยู่ และ เมื่อการขายรถไปนั้นไม่เป็นการบังคับจำ นำ โดยชอบตามกฎหมาย การที่นายดำ นำ รถไปขายจึง เป็นการเบียดบังเอารถของนายแดงไปโดยทุจริต นายดำ จึงมีความผิดฐานยักยอก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 การนำ ทรัพรัย์ไย์ ปจำ นำ ให้ไว้เป็น ป็ ประกันกั ย่อ ย่ มเพื่อ พื่ ให้เจ้าหนี้บันี้งบัคับคัชำ ระหนี้เนี้อากับกั หลักลัประกันกัได้เมื่อ มื่ มีก มี ารผิดผิ นัดนัชำ ระหนี้ การนำ ทรัพรัย์ไย์ ปจำ นำ ให้ไว้เป็น ป็ ประกันกั ย่อ ย่ มเพื่อ พื่ ให้เจ้าหนี้บันี้งบัคับคัชำ ระหนี้เนี้อากับกั หลักลัประกันกัได้เมื่อ มื่ มีก มี ารผิดผิ นัดนัชำ ระหนี้ 9


044599839-40 นายมีนาได้เช่าซื้อรถยนต์คันหนึ่ง โดยมีนายเมษาเป็นผู้ค้ำ ประกันหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ ต่อมานายมีนาผิดนัดชำ ระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ บริษัริ ษัทผู้ให้เช่าซื้อจึงฟ้องนายมีนาและนายเมษาให้ รับรัผิด ศาลพิพากษาให้นายมีนาและนายเมษาต้องรับรัผิดคืนรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืน หากส่งมอบรถ คืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงินจำ นวน 390,000 บาท ต่อมาบริษัริ ษัทได้ติดตามยึดรถยนต์คืนได้ และนำ ออกขายทอดตลาดแล้วได้เงิน 200,000 บาท บริษัริ ษัทจึงได้บอกกล่าวให้นายมีนาและ นายเมษาชำ ระค่าขาดราคา แต่ทั้งสองคนไม่ชำ ระ บริษัริ ษัทจึงฟ้องให้ทั้งสองคนรับรัผิดชดใช้เงินที่ขาด จำ นวน 190,000 บาท นายเมษาจึงได้ต่อสู้ว่าบริษัริ ษัทบอกกล่าวให้ตนชำ ระหนี้เมื่อพ้นกำ หนด 60 วัน นับแต่วันที่ลูกหนี้คือนายมีนาผิดนัดชำ ระหนี้ ตนเองจึงไม่ต้องรับรัผิดชดใช้ค่าขาดราคาดังกล่าว เพราะถือเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้ที่เกิดขึ้นเมื่อพ้นกำ หนด 60 วันดังกล่าว ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี สาระน่า น่ รู้ กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน [email protected] www.rtbc.coj.go.th กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี ยึดรถเช่าซื้อตามคำ พิพากษาแล้วขายทอดตลาดได้ราคาต่ำ ... ผู้ค้ำ ประกันยังต้องรับผิดส่วนที่เหลือหากบอกกล่าวเกินกำ หนดหรือไม่? ตัวอย่าง!! ตาม ป.พ.พ. มาตรา 686 กำ หนดไว้ว่าเมื่อลูกหนี้ผิดนัด เจ้าหนี้ต้องบอกกล่าวให้ผู้ค้ำ ประกันทราบ ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด หากเจ้าหนี้บอกกล่าวเมื่อพ้นกำ หนดดังกล่าว ผู้ค้ำ ประกันจะ หลุดพ้นจากความรับรัผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์ แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำ หนดเวลานั้น ในกรณีนี้ บริษัริ ษัทให้เช่าซื้อได้มีการฟ้องให้นายมีนาและนายเมษารับรัผิดตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญา ค้ำ ประกันมาแล้วในคดีก่อน ซึ่งศาลได้พิพากษาให้นายมีนาและนายเมษามีหน้าที่ต้องส่งมอบ รถยนต์คันที่เช่าซื้อคืน หากส่งมอบไม่ได้ให้ชดใช้ราคาแทนเป็นเงิน 390,000 บาท ซึ่งหนี้ในการ ส่งมอบรถคืนดังกล่าวเป็นหนี้ประธานที่แม้จะมีการบอกกล่าวให้ผู้ค้ำ ประกันชำ ระหนี้เมื่อพ้นกำ หนด 60 วัน ก็ไม่ทำ ให้ผู้ค้ำ ประกันหลุดพ้นจากความรับรัผิดในส่วนที่เป็นหนี้ประธาน ทำ ให้ในคดีก่อนศาล จึงได้พิพากษาให้ทั้งนายมีนาและนายเมษารับรัผิดส่งมอบรถคืนดังกล่าว เงินที่บริษัริ ษัทมาฟ้องในคดีนี้เป็นค่าสินไหมทดแทนที่เกิดจากการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำ พิพากษา ในคดีก่อนที่กำ หนดให้ต้องส่งมอบรถคืนในสภาพเรียรีบร้อร้ยในการได้ดีด้วย ซึ่งในขณะนั้นประเมินว่า หากส่งมอบคืนรถควรจะมีราคา 390,000 บาท หนี้จำ นวน 190,000 บาท จึงไม่ใช่หนี้ตามสัญญา เช่าซื้อที่เป็นเรื่อ รื่ งในคดีเดิมโดยตรง แต่เป็นหนี้ตามคำ พิพากษาที่นายมีนาและนายเมษาต้องส่งมอบ รถคืนดังกล่าว แต่เมื่อทั้งสองคน “ไม่ชำ ระหนี้ให้ถูกต้องตามความประสงค์อันแท้จริงริแห่งมูลหนี้” ที่มีอยู่เป็นเหตุให้เจ้าหนี้ซึ่งก็คือบริษัริ ษัทผู้ให้เช่าซื้อได้รับรัความเสียหาย บริษัริ ษัทจึงมีสิทธิเรียรีกร้อร้งเงิน ส่วนนี้ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 215 10


044599839-40 ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี สาระน่า น่ รู้ กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน [email protected] www.rtbc.coj.go.th กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี กรณีนี้จึงสรุปรุได้ว่าหากมีการฟ้องและศาลพิพากษาให้ผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำ ประกันต้องส่งมอบรถคืน ไปแล้วต่อมายึดรถและขายทอดตลาดได้เงินน้อยกว่าราคารถตามคำ พิพากษา ค่าสินไหมทดแทน สำ หรับรัราคาที่ขาดไม่ใช่อุปกรณ์แห่งหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อที่ผู้ค้ำ ประกันจะหลุดพ้นความรับรัผิดหาก เจ้าหนี้บอกกล่าวเกินกำ หนดเวลา หนี้ค่าสินไหมทดแทนจากค่าขาดราคารถในกรณีนี้ไม่ใช่ “อุปกรณ์แห่งหนี้” ของสัญญาเช่าซื้อเดิม จึงไม่ใช่หนี้ที่ผู้ค้ำ ประกันจะหลุดพ้นความรับรัผิดไปหากเจ้าหนี้บอกกล่าวให้ผู้ค้ำ ประกันทราบเกิน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด (คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 5452/2564) ยึดรถเช่าซื้อตามคำ พิพากษาแล้วขายทอดตลาดได้ราคาต่ำ ... ผู้ค้ำ ประกันยังต้องรับผิดส่วนที่เหลือหากบอกกล่าวเกินกำ หนดหรือไม่? (ต่อ) 11


044599839-40 ใช้บัตรเบิกถอนเงินสดกดเงินจากตู้ ถือว่ามีหลักฐานการกู้ยืมแล้วหรือไม่? นายขาวได้ไปสมัครขอวงเงินกู้และใช้บช้ริการบัตรเบิกถอนเงินสดจากธนาคาร ธนาคารได้อนุมัติวงเงินกู้ให้แก่นายขาวและออกบัตรเบิกถอนเงินสดพร้อมรหัส ส่วนตัวให้ นายขาวนำ บัตรเบิกถอนเงินสดพร้อมรหัสส่วนตัวไปใช้เช้บิกถอนเงินจาก ตู้ A.T.M. หลายครั้ง แต่นายขาวไม่ได้นำ เงินไปชำ ระคืนให้แก่ธนาคารตามกำ หนด ธนาคารจึงได้ฟ้องนายขาวต่อศาล นายขาวต่อสู้ว่าธนาคารไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ แสดงการกู้ยืมเงินตามที่กฎหมายกำ หนดมาแสดงจึงไม่สามารถฟ้องนายขาวได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 กำ หนดไว้ว่า “การกู้ยืมเงินเกินกว่าสองพันบาท ต้องมี หลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อชื่ผู้ยืมจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้” ในกรณีของนายขาวไปกดเงินออกจากตู้แต่ละครั้ง นายขาวไม่ได้ลงลายมือชื่อชื่ ใด ๆ เป็นหลักฐานไว้เหมือนกรณีไปกู้ยืมเงินปกติ ซึ่งซึ่ก็เป็นไปตามสภาพของการทำ ธุรธุกรรมผ่านเครื่องที่ย่อมไม่สามารถลงลายมือชื่อชื่ ให้ไว้ ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี สาระน่า น่ รู้ กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน [email protected] www.rtbc.coj.go.th กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี แต่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรธุกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 7 กำ หนดไว้ว่า “ห้ามไม่ให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทช้างกฎหมายเพียงเพราะเหตุที่ ข้อความอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” ซึ่งซึ่เป็นกรณีที่กฎหมายกำ หนดเพื่อ ให้การทำ ธุรธุกรรมต่าง ๆ ที่ทำ ในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการรับรองผลทาง กฎหมายในระดับเดียวกับการทำ ด้วยกระดาษ และในมาตรา 8 กำ หนดไว้ว่า “หาก ได้มีการทำ ข้อความในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำ กลับมาใช้โช้ดย ความหมายไม่เปลี่ยนแปลงไปแล้วให้ถือว่าข้อความนั้นเป็นหลักฐานเป็นหนังสือ สำ หรับกรณีที่กฎหมายกำ หนดให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือด้วย” ในกรณีของนายขาวกับธนาคารนั้น เมื่อการเบิกถอนเงินสดของนายขาวที่ทำ ที่ตู้ A.T.M. เป็นการแสดงเจตนาของนายขาวที่จะเบิกถอนเงินกู้ไป ข้อมูลการทำ รายการในระบบของธนาคารจึงอาจใช้เช้ป็นหลักฐานเป็นหนังสือตามที่กฎหมาย กำ หนดได้ด้วย 12


044599839-40 ใช้บัตรเบิกถอนเงินสดกดเงินจากตู้ ถือว่ามีหลักฐานการกู้ยืมแล้วหรือไม่ (ต่อ) ประเด็นปัญหาของลายมือชื่อชื่ผู้ยืมตามที่ ป.พ.พ. กำ หนด ใน พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรธุกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 9 (1) กำ หนดว่า “ถ้าใช้วิช้ วิธีกธีารที่สามารถระบุตัวเจ้าของลายมือชื่อชื่และสามารถแสดงเจตนาของ เจ้าของลายมือชื่อชื่เกี่ยวกับข้อความในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และใช้วิช้ วิธีกธีารที่เชื่อชื่ถือได้ หรือวิธีกธีารที่อาจยืนยันเจ้าของลายมือชื่อชื่แล้วให้ถือว่ามีลายมือชื่อชื่ตามที่กฎหมาย กำ หนดแล้ว” การที่นายขาวใช้รช้หัสส่วนตัวที่กำ หนดไว้เฉพาะสำ หรับบัตรและบัญชีขชีองนายขาว ย่อมถือว่าเป็นการลงลายมือชื่อชื่ด้วยวิธีกธีารทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ทำ ให้ธุรธุกรรม ต่าง ๆ ของนายขาวมีหลักฐานเป็นหนังสือของสัญญากู้ตามที่กฎหมายกำ หนด ธนาคารจึงอาจฟ้องร้องบังคับคดีได้ ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี สาระน่า น่ รู้ กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน [email protected] www.rtbc.coj.go.th กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี ปัญหาทำ นองนี้ในอนาคตน่าจะมีความสำ คัญมากขึ้นตามลำ ดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่จะมีธนาคารไร้สาขา ที่การทำ รายการและธุรธุกรรมต่าง ๆ ต้องทำ ผ่านอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์ เช่นช่ โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นหลัก แต่แม้จะทำ ด้วยวิธีกธีารดังกล่าวก็อาจ มีผลบังคับตามกฎหมายได้เช่นช่กันหากทำ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำ หนดไว้นั้น ดังนั้น การทำ รายการเบิกถอนเงินสดจากตู้ด้วยรหัสส่วนตัว จึงถือว่ามีหลักฐาน การกู้ยืมเป็นหนังสือที่อาจใช้ฟ้ช้ ฟ้องร้องบังคับคดีได้ตามกฎหมายแล้ว (คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 4236/2564) 13


044599839-40 ทวงหนี้ผ่านสื่อโซเชียล... ผิดกฎหมายการทวงถามหนี้หรือไม่? ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี สาระน่า น่ รู้ กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน [email protected] www.rtbc.coj.go.th กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี นางหนูแนูละนางนกเป็นป็เพื่อพื่นกันกันางหนูประกอบอาชีพชีขายวัสวัดุก่อก่สร้าร้งและ เป็นป็นายหน้าน้ขายที่ดิ ที่น นางนกจึงจึขอยืมเงินจากนางหนูนางหนูให้นางนกยืมเงินงิ จำ นวน 100,000 บาท เมื่อมื่ถึงกำ หนดชำ ระ นางนกไม่ไม่ ด้คืนเงินงิ ให้แก่นก่างหนู นางหนูพนูยายามติดต่อหลายครั้งรั้แต่นางนกคืนเงินมาให้เพียพีง 10,000 บาท ทำ ให้นห้างหนูโนูกรธมาก จึงจึได้ลด้งข้อข้ความในเพจเฟสบุ๊ก บุ๊ (Facebook) ของ ตนเองในทำ นองต่อ ต่ ว่า ว่ และข่ม ข่ ขู่นขู่ างนกที่ไที่ม่คื ม่ นคืเงินงิ ให้ตห้นเอง นางนกจึงจึ ได้ แจ้งจ้ความร้อร้งทุกข์แข์ละมีกมีารฟ้อฟ้งร้อร้งดำ เนินนิคดีต่อศาล นางหนูแนูละนางนกเป็นป็เพื่อพื่นกันกันางหนูประกอบอาชีพชีขายวัสวัดุก่อก่สร้าร้งและ เป็นป็นายหน้าน้ขายที่ดิ ที่น นางนกจึงจึขอยืมเงินจากนางหนูนางหนูให้นางนกยืมเงินงิ จำ นวน 100,000 บาท เมื่อมื่ถึงกำ หนดชำ ระ นางนกไม่ไม่ ด้คืนเงินงิ ให้แก่นก่างหนู นางหนูพนูยายามติดต่อหลายครั้งรั้แต่นางนกคืนเงินมาให้เพียพีง 10,000 บาท ทำ ให้นห้างหนูโนูกรธมาก จึงจึได้ลด้งข้อข้ความในเพจเฟสบุ๊ก บุ๊ (Facebook) ของ ตนเองในทำ นองต่อ ต่ ว่า ว่ และข่ม ข่ ขู่นขู่ างนกที่ไที่ม่คื ม่ นคืเงินงิ ให้ตห้นเอง นางนกจึงจึ ได้ แจ้งจ้ความร้อร้งทุกข์แข์ละมีกมีารฟ้อฟ้งร้อร้งดำ เนินนิคดีต่อศาล ตาม พ.ร.บ.การทวงหนี้ พ.ศ. 2558 ได้กำ หนดมาตรการเพื่อพื่คุ้มครองผู้ที่ ผู้ เที่ป็นป็ ลูกหนี้ไนี้ม่ใม่ห้ไห้ด้รับรัความเดือดร้อร้นและอับอัอายจากการถูกทวงถามหนี้ ได้แก่ การห้าห้มการข่มข่ขู่ การใช้คช้วามรุนแรงหรือรืกระทำ การอื่นอื่ ใดที่จที่ะทำ ให้เกิดกิ ความเสียหายแก่ร่ก่าร่งกาย ชื่อชื่เสียง หรือรืทรัพรั ย์สินของลูกหนี้การใช้วช้าจาหรือรื คำ พูดพูที่เที่ป็นป็การดูหมิ่นมิ่ลูกหนี้การเปิดปิเผยความเป็นป็หนี้ในี้ห้แก่ผู้ก่ ที่ ผู้ ไที่ม่เม่กี่ยกี่วข้อข้ง ทราบ หรือรืการติดต่อทางสื่อใด ๆ ที่เที่ป็นป็การสื่อให้ทราบว่าว่เป็นป็การทวงถามหนี้ อย่างชัดชัแจ้งจ้การฝ่าฝ่ ฝืนฝืข้อข้ ห้ามเหล่านี้อนี้าจมีผมีลทำ ให้ต้องรับรั โทษทางอาญาได้ เห็นห็ ได้ว่าว่ข้อข้ความที่นที่างหนูโนูพสต์ไว้บว้นเพจเฟสบุ๊กบุ๊ของตนเองอาจมีลัมี ลักษณะที่ เข้าข้ข่าข่ยการกระทำ ที่ต้ที่ ต้องห้าห้มอยู่ เพราะการลงข้อข้ความในทำ นองทวงหนี้บนี้น สื่อโซเชียชีลย่อมทำ ให้คห้นอื่นอื่ที่ไที่ม่เม่กี่ยกี่วข้อข้งได้รู้ไรู้ด้ทราบเกี่ยกี่วกับกัความเป็นป็หนี้ ของนางนกด้วยอันอัอาจทำ ให้นห้างนกได้รับรัความเสียหายได้ เห็นห็ ได้ว่าว่ข้อข้ความที่นที่างหนูโนูพสต์ไว้บว้นเพจเฟสบุ๊กบุ๊ของตนเองอาจมีลัมี ลักษณะที่ เข้าข้ข่าข่ยการกระทำ ที่ต้ที่ ต้องห้าห้มอยู่ เพราะการลงข้อข้ความในทำ นองทวงหนี้บนี้น สื่อโซเชียชีลย่อมทำ ให้คห้นอื่นอื่ที่ไที่ม่เม่กี่ยกี่วข้อข้งได้รู้ไรู้ด้ทราบเกี่ยกี่วกับกัความเป็นป็หนี้ ของนางนกด้วยอันอัอาจทำ ให้นห้างนกได้รับรัความเสียหายได้ กรณีณี ณีณี ตัตั ตัตั วอย่ย่ ย่ย่ าง! ! ! 14


ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี สาระน่า น่ รู้ กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี [email protected] www.rtbc.coj.go.th 044599839-40 อย่างไรก็ตก็าม ข้อข้ห้าห้มของกฎหมายนี้มุ่นี้งมุ่ประสงค์ที่จที่ะใช้บั ช้งคับกับกัเจ้าจ้หนี้ที่นี้เที่ป็นป็ ผู้ใผู้ห้สิห้ สินเชื่อชื่เจ้าจ้หนี้ที่นี้เที่ป็นป็ผู้ปผู้ ระกอบธุรธุกิจกิตามกฎหมายคุ้มครองผู้บผู้ ริโริภค ผู้จัผู้ ดจั ให้มีห้กมีารเล่นการพนันนัตามกฎหมายว่าว่ ด้วยการพนันนัและเจ้าจ้หนี้อื่นี้นอื่ ที่มีที่สิมี สิทธิ ได้รับรัชำ ระหนี้จนี้ากทางการค้าปกติหรือรื ที่เที่ป็นป็ ปกติธุรธุะของเจ้าจ้หนี้นั้นี้นนั้ ในส่วนของผู้ใผู้ห้สิห้ สินเชื่อชื่ก็จำก็จำกัดกัเฉพาะผู้ใผู้ห้สินเชื่อชื่เป็นป็ทางการค้าปกติหรือรื ผู้ที่ผู้ รัที่บรัซื้อซื้หรือรืรับรั โอนสินเชื่อชื่ ไปเท่าท่นั้นนั้ อย่างไรก็ตก็าม ข้อข้ห้าห้มของกฎหมายนี้มุ่นี้งมุ่ประสงค์ที่จที่ะใช้บั ช้งคับกับกัเจ้าจ้หนี้ที่นี้เที่ป็นป็ ผู้ใผู้ห้สิห้ สินเชื่อชื่เจ้าจ้หนี้ที่นี้เที่ป็นป็ผู้ปผู้ ระกอบธุรธุกิจกิตามกฎหมายคุ้มครองผู้บผู้ ริโริภค ผู้จัผู้ ดจั ให้มีห้กมีารเล่นการพนันนัตามกฎหมายว่าว่ ด้วยการพนันนัและเจ้าจ้หนี้อื่นี้นอื่ ที่มีที่สิมี สิทธิ ได้รับรัชำ ระหนี้จนี้ากทางการค้าปกติหรือรื ที่เที่ป็นป็ ปกติธุรธุะของเจ้าจ้หนี้นั้นี้นนั้ ในส่วนของผู้ใผู้ห้สิห้ สินเชื่อชื่ก็จำก็จำกัดกัเฉพาะผู้ใผู้ห้สินเชื่อชื่เป็นป็ทางการค้าปกติหรือรื ผู้ที่ผู้ รัที่บรัซื้อซื้หรือรืรับรั โอนสินเชื่อชื่ ไปเท่าท่นั้นนั้ เมื่อมื่ ปรากฏว่าว่นางหนูไนูม่ไม่ ด้เป็นป็ ประกอบอาชีพชีหรือรื ให้สินเชื่อชื่เป็นป็ทางการค้า ปกติหรือรืเป็นป็ ปกติธุรธุะของตน อีกอี ทั้งทั้นางหนูให้นางนกยืมเงินงิ ไปโดยไม่ไม่ ด้คิด ดอกเบี้ยบี้ ด้วย ทำ ให้นห้างหนูไนูม่เม่ข้าข้ลักษณะของผู้ใผู้ห้สินเชื่อชื่ตามที่กที่ฎหมายนี้ กำ หนด การกระทำ ของนางหนูจึงจึ ไม่เม่ป็นป็ความผิดผิตามกฎหมายนี้ เมื่อมื่ ปรากฏว่าว่นางหนูไนูม่ไม่ ด้เป็นป็ ประกอบอาชีพชีหรือรื ให้สินเชื่อชื่เป็นป็ทางการค้า ปกติหรือรืเป็นป็ ปกติธุรธุะของตน อีกอี ทั้งทั้นางหนูให้นางนกยืมเงินงิ ไปโดยไม่ไม่ ด้คิด ดอกเบี้ยบี้ ด้วย ทำ ให้นห้างหนูไนูม่เม่ข้าข้ลักษณะของผู้ใผู้ห้สินเชื่อชื่ตามที่กที่ฎหมายนี้ กำ หนด การกระทำ ของนางหนูจึงจึ ไม่เม่ป็นป็ความผิดผิตามกฎหมายนี้ แม้กม้ารกระทำ ของนางหนูไนูม่เม่ป็นป็ความผิดผิตามกฎหมายนี้แต่ข้อข้ความที่โที่พสต์ ทางสื่อโซเชียชีลหากเข้าข้ลักษณะของการหมิ่นมิ่ ประมาทหรือรืดูหมิ่นมิ่แล้วอาจจะ กลายเป็นป็ความผิดผิฐานอื่นอื่ ได้เช่นช่กันกั แม้กม้ารกระทำ ของนางหนูไนูม่เม่ป็นป็ความผิดผิตามกฎหมายนี้แต่ข้อข้ความที่โที่พสต์ ทางสื่อโซเชียชีลหากเข้าข้ลักษณะของการหมิ่นมิ่ ประมาทหรือรืดูหมิ่นมิ่แล้วอาจจะ กลายเป็นป็ความผิดผิฐานอื่นอื่ ได้เช่นช่กันกั ดังดันั้นนั้การทวงหนี้ขนี้องผู้ใผู้ห้สิห้ สินเชื่อชื่ที่ใที่ห้สิห้ สินเชื่อชื่เป็น ป็ ทางการค้าค้ปกติขติองตน จะต้อต้งไม่ก ม่ ระทำ การที่เที่ป็น ป็ ข้อข้ห้าห้มของกฎหมาย เช่น ช่ การข่ม ข่ ขู่ การเปิดปิเผย ความเป็น ป็ หนี้ต่นี้อ ต่ บุค บุ คลอื่นอื่มิฉมิะนั้นนั้อาจเป็น ป็ ความผิดผิอาญาได้ แต่ห ต่ ากผู้ที่ผู้ ทที่วงหนี้นั้นี้นนั้ ไม่ไม่ ด้ใด้ห้สิห้ สินเชื่อชื่เป็น ป็ ปกติธุติร ธุ ะก็ไก็ ม่อ ม่ ยู่ใยู่ นข่า ข่ ยที่ต้ที่อต้งรับผิดผิ ตามกฎหมายนี้ (คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 8375/2563) ทวงหนี้ผ่านสื่อโซเชียล... ผิดกฎหมายการทวงถามหนี้หรือไม่? (ต่อ) 15


โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกและภริยาชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ได้เข้ารับภาระหนี้แทนผู้ตายผู้เอาประกันภัยและทำ สัญญากู้ฉบับใหม่กับ ธนาคารผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประกันภัย โดยนำ หนี้ของผู้ตายรวมกับ หนี้ที่โจทก์กู้จากธนาคารคิดเป็นเงินกู้ทั้งสิ้นจำ นวน ๗๖๙,๐๐๐ บาท ถือได้ว่า หนี้ตามสัญญากู้ระหว่างธนาคารกับผู้ตายเป็นอันระงับสิ้นไปด้วยการแปลง หนี้ใหม่โดยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๓๕๐ อันจะพอแปลได้ว่า ธนาคารสละประโยชน์จากที่ได้แสดงเจตนาเข้ารับไว้ตามสัญญาประกันภัย และทำ ให้ธนาคารไม่อาจเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามข้อตกลงในสัญญา ประกันภัยอันเป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอกที่เป็นประกันแห่ง หนี้ซึ่งระงับไปแล้วได้ ผู้จัดการมรดกของผู้ตายที่เป็นคู่สัญญาประกันภัย มีอำ นาจฟ้องให้จำ เลยปฏิบัติตามสัญญาประกันภัยได้หรือ รื ไม่ ผู้จัดการมรดกของผู้ตายที่เป็นคู่สัญญาประกันภัย มีอำ นาจฟ้องให้จำ เลยปฏิบัติตามสัญญาประกันภัยได้หรือ รื ไม่ ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี สาระน่า น่ รู้ กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน [email protected] www.rtbc.coj.go.th 044599839-40 กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี ส่วน ส. ผู้รับประโยชน์อีกรายไม่ปรากฏว่าได้เข้าถือเอาประโยชน์ตาม สัญญาประกันภัย สิทธิของ ส. ตามสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอก จึงยังไม่เกิดขึ้น โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายคู่สัญญาประกันภัย ย่อมมีอำ นาจ ฟ้องให้จำ เลยปฏิบัติตามสัญญาประกันภัยใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ได้ แม้โจทก์ไม่ใช่ผู้รับประโยชน์ตามสัญญา และค่าสินไหมทดแทนที่จะได้รับตาม สัญญาประกันภัยดังกล่าวไม่ใช่ทรัพย์มรดกที่ผู้ตายมีอยู่ขณะถึงแก่ความ ตายเพราะได้มาภายหลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายแล้วก็ตาม คำ พิพากษาฎีกาที่ 3813/2563 16


ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี สาระน่า น่ รู้ กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน [email protected] www.rtbc.coj.go.th 044599839-40 กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี การคิดค่าทนายความเป็นร้อยละของยอดหนี้โดยตกลงจ่ายเมื่อได้รับชำ ระ เป็นข้อตกลงที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่? การค้าค้ความ หมายถึงถึการส่งเสริมให้คห้นมีคมีดีคดีวามกันกัมากขึ้นขึ้ โดยมีเมีป้าป้หมาย เพื่อพื่แสวงหาผลประโยชน์จน์ากการเป็น ป็ คดีคดีวามกันกั ประเด็น ด็ ที่อที่าจเกิดกิขึ้นขึ้ต่อ ต่ มา คือคืการคิดคิค่า ค่ ตอบแทนของทนายความในบางลักลัษณะที่อที่าจทำ ให้เห้กิดกิข้อข้สงสัย ว่า ว่ จะมีส่มี ส่ วนของการค้าค้ความหรือไม่ นาง ก. ชักชัชวนนาง ข. และเพื่อพื่นให้ร่ห้ ร่วมลงทุนในกิจกิการแห่งห่หนึ่งนึ่ ให้ผห้ลประโยชน์ใน์น อัตอัราร้อยละ 2 ต่อต่เดือดืน นาง ข. และเพื่อพื่นจึงจึได้ลด้งทุนเป็นป็เงินงิรวม 20 ล้าล้นบาท นาง ก. ได้หด้ยุดจ่าจ่ยในเวลาต่อต่มาโดยอ้าอ้งว่าว่กระแสเงินงิสดขาดช่วช่ง นาง ข. และเพื่อพื่น ทวงถามนาง ก. ก็บ่ก็าบ่ยเบี่ยบี่งโดยตลอด นาง ข. และเพื่อพื่นจึงจึได้ติด้ดติต่อต่นาย ค. ให้เห้ป็นป็ ทนายความให้ โดยตกลงจ่าจ่ยค่าค่ ใช้จ่ช้าจ่ยเบื้อบื้งต้นต้คนละ 30,000 บาท และคิดคิค่าค่วิชวิาชีพชี อีกอี ในอัตอัราร้อยละ 10 ของจำ นวนยอดหนี้ที่นี้เที่ป็นป็ทุนทรัพย์ขย์องแต่ลต่ะคน แต่ตต่กลงให้ ชำ ระเงินงิดังดักล่าล่วเมื่อมื่นาง ข. กับกัเพื่อพื่นได้รัด้ รับชำ ระเงินงิจากนาง ก. เสียก่อก่น นาย ค. ได้ รวบรวมข้อข้มูลมูและพยานหลักลัฐานต่าต่ง ๆ และนำ นาง ข. กับกัเพื่อพื่นไปแจ้งจ้ความร้อง ทุกข์ต่ข์อต่เจ้าจ้พนักนังานตำ รวจ และพนักนังานอัยอัการยื่นยื่ ฟ้อฟ้งคดีต่ดีอต่ศาล ต่อต่มานาง ก.ตกลงจ่าจ่ยเงินงิคืนคื ให้คห้นละ 10 ล้าล้นบาท และชำ ระได้ชำด้ชำระเงินงิครบถ้วถ้น แล้วล้นาย ค. ทวงถามค่าค่ทนายความกับกันาง ข. กับกัเพื่อพื่น แต่ไต่ม่ยม่อมจ่าจ่ย นาย ค. จึงจึ ได้ฟ้ด้อฟ้งนาง ข. กับกัเพื่อพื่นเป็นป็คดีเดีพื่อพื่เรียกเงินงิค่าค่วิชวิาชีพชีที่ค้ที่าค้งอยู่จำยู่ จำนวน 1 ล้าล้นบาท นาง ข. กับกัเพื่อพื่นเป็นป็จำ เลยจึงจึต่อต่สู้ว่าว่ข้อข้ตกลงดังดักล่าล่วที่ใที่ห้คิห้ดคิค่าค่วิชวิาชีพชีทนายความ เป็นป็อัตอัราส่วนของยอดหนี้ที่นี้เที่รียกร้องโดยตกลงให้ชำห้ชำระเมื่อมื่ ได้รัด้ รับเงินงิจากนาง ก. เป็นป็ข้อข้ตกลงที่ขัที่ดขัต่อต่กฎหมายและใช้บัช้งบัคับคั ไม่ไม่ด้ เนื่อนื่งจากมีลัมีกลัษณะที่ทำที่ทำให้ ทนายความเข้าข้ไปมีส่มี ส่วนได้เด้สียในทางทรัพย์สิย์ สินกับกัผลของคดี ซึ่งซึ่เป็นป็สัญญาที่ขัที่ดขัต่อต่ ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันอัดีขดีองประชาชนตามป.พ.พ. มาตรา 150 17


ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี สาระน่า น่ รู้ กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน [email protected] www.rtbc.coj.go.th 044599839-40 กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี การคิดค่าทนายความเป็นร้อยละของยอดหนี้โดยตกลงจ่ายเมื่อได้รับชำ ระ เป็นข้อตกลงที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่? (ต่อ) แม้จม้ะมีกมีารคิดคิค่าค่ทนายความเป็นป็อัตอัราส่วน แต่กต่ารคิดคิ ไม่ไม่ด้คิด้ดคิจากผลของคดีที่ดีจที่ะ เกิดกิขึ้นขึ้ภายหลังลัเข้าข้ไปทำ หน้าน้ที่ทที่นายความ และจะมีผมีลทำ ให้ทห้นายความได้รัด้ รับค่าค่ ตอบแทนเมื่อมื่ผลของคดีเดีป็นป็อย่าย่งใดอย่าย่งหนึ่งนึ่ตามที่ตที่กลงกันกัเพราะเป็นป็การคิดคิจาก ยอดหนี้หนี้รือทุนทรัพย์ที่ย์เที่รียกร้องแต่ต้ต่นต้ซึ่งซึ่ยอดหนี้แนี้ละทุนทรัพย์ดัย์งดักล่าล่วไม่ไม่ด้ ผันผัแปรไปตามผลของคดีที่ดีจที่ะเกิดกิขึ้นขึ้ ปัญปัหาคงเป็นป็ ในส่วนของข้อข้ตกลงที่ใที่ห้จ่ห้าจ่ยเมื่อมื่ ได้รัด้ รับชำ ระจากฝ่าฝ่ยของนาง ก. แต่เต่มื่อมื่ปรากฏจากข้อข้เท็จท็จริงว่าว่การตกลงกันกัของนาย ค. กับกันาง ข. และเพื่อพื่นนั้นนั้ ต้อต้งการให้นห้าย ค. ว่าว่ความให้แห้ละต้อต้งการให้ช่ห้วช่ยติดติตามให้ไห้ด้เด้งินงิกลับลัคืนคืมาให้มห้าก ที่สุที่สุดด้วด้ย จึงจึได้ตด้กลงกันกั ให้ชำห้ชำระค่าค่ทนายความเมื่อมื่ ได้รัด้ รับชำ ระจากนาง ก. ข้อข้ตกลงดังดักล่าล่วจึงจึเป็นป็เพียพีงเงื่องื่นไขของการชำ ระเงินงิเท่าท่นั้นนั้ ไม่ไม่ด้ทำด้ทำให้ข้ห้อข้ตกลง นั้นนั้กลายเป็นป็การค้าค้ความไป เพราะจำ นวนเงินงิที่จที่ะได้รัด้ รับยังยัเป็นป็จำ นวนเท่าท่อัตอัราเดิมดิ ไม่ไม่ด้ผัด้นผัแปรไปตามจำ นวนเงินงิที่เที่รียกเก็บก็ ได้โด้ดยตรง สรุปได้ว่ด้าว่กรณีที่ณีมีที่กมีารตกลงกำ หนดค่าค่ทนายความเป็นป็อัตอัราร้อยละของยอดหนี้ ที่เที่รียกร้อง ไม่ถืม่อถืเป็นป็การกำ หนดค่าค่ทนายความที่ฝ่ที่าฝ่ ฝืนฝืต่อต่กฎหมาย แม้จม้ะมีข้มีอข้กำ หนดให้ชำห้ชำระเงินงิเมื่อมื่ ได้รัด้ รับชำ ระหนี้จนี้ากฝ่าฝ่ยที่ถูที่กถูเรียกร้องเสียก่อก่นก็ตก็าม (คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 2406/2564) 18


ศาลจังหวัดรัตนบุรี ศ รี าลจังหวัดรัตนบุรี สาระน่า น่ รู้ กฎหมายชาวบ้บ้ บ้บ้ าน [email protected] www.rtbc.coj.go.th 044599839-40 กลุ่มงานเจ้าพนักงานคดี ศาลจังหวัดรัตนบุรี ลงลายมือชื่อรับรองการแก้ไขข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่ไม่ได้ลงลายมือชื่อในตอนท้ายของสัญญา ศาลตรวจสัญญายอมและจดบันทึกในรายงานกระบวนพิจารณาแล้ว มีคำ พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ดังนี้ คำ พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความจะชอบหรือไม่? ลงลายมือชื่อรับรองการแก้ไขข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่ไม่ได้ลงลายมือชื่อในตอนท้ายของสัญญา ศาลตรวจสัญญายอมและจดบันทึกในรายงานกระบวนพิจารณาแล้ว มีคำ พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ดังนี้ คำ พิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความจะชอบหรือไม่? จำ เลยลงลายมือชื่อไว้ในหน้า 1 ของสัญญาประนีประนอมยอมความ ร่วมกับทนายโจทก์ เพื่อรับรองการแก้ไขข้อความจำ นวนเงินที่ผ่อน ชำ ระต่อเดือน ย่อมเพียงพอที่จะถือได้ว่าสัญญาประนีประนอมยอม ความได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ ต้องรับผิดอันได้แก่ตัวจำ เลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 851 แล้ว แม้จำ เลยจะไม่ลงลายมือชื่อในช่องลายมือชื่อจำ เลยในหน้า 2 ของสัญญาก็ตาม ทั้งก่อนที่จะมีคำ พิพากษาตามยอม ศาลได้ตรวจ สัญญาประนีประนอมยอมความและจดบันทึกในรายงานกระบวน พิจารณาว่า สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวเป็นรายละเอียด ข้อตกลงของคู่สัญญาและมีคำ พิพากษาให้บังคับไปตามสัญญา ประนีประนอมยอมความ โดยศาลอ่านสัญญาและคำ บังคับให้จำ เลย ฟัง และจำ เลยได้ลงลายมือชื่อรับทราบในรายงานกระบวนพิจารณา ไว้แล้ว คำ พิพากษาตามยอมและสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 138 โจทก์มีสิทธิบังคับคดีกับจำ เลยตามคำ พิพากษาตามยอม จำ เลยลงลายมือชื่อไว้ในหน้า 1 ของสัญญาประนีประนอมยอมความ ร่วมกับทนายโจทก์ เพื่อรับรองการแก้ไขข้อความจำ นวนเงินที่ผ่อน ชำ ระต่อเดือน ย่อมเพียงพอที่จะถือได้ว่าสัญญาประนีประนอมยอม ความได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ ต้องรับผิดอันได้แก่ตัวจำ เลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 851 แล้ว แม้จำ เลยจะไม่ลงลายมือชื่อในช่องลายมือชื่อจำ เลยในหน้า 2 ของสัญญาก็ตาม ทั้งก่อนที่จะมีคำ พิพากษาตามยอม ศาลได้ตรวจ สัญญาประนีประนอมยอมความและจดบันทึกในรายงานกระบวน พิจารณาว่า สัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวเป็นรายละเอียด ข้อตกลงของคู่สัญญาและมีคำ พิพากษาให้บังคับไปตามสัญญา ประนีประนอมยอมความ โดยศาลอ่านสัญญาและคำ บังคับให้จำ เลย ฟัง และจำ เลยได้ลงลายมือชื่อรับทราบในรายงานกระบวนพิจารณา ไว้แล้ว คำ พิพากษาตามยอมและสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงชอบตาม ป.วิ.พ. มาตรา 138 โจทก์มีสิทธิบังคับคดีกับจำ เลยตามคำ พิพากษาตามยอม คำ พิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2566 19


Click to View FlipBook Version