ก
ก คำนำ โครงงาน เรื่อง ความลับของผักคะน้าแสนอร่อย เป็นโครงงานแบบวัฏจักรสืบเสาะ 3 รอบ ในโครงการ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย เด็กได้เรียนรู้การทดลองวิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการแสวงหาความรู้ การค้นคว้าหาคำตอบในสิ่งที่เด็กอยากเรียนรู้หรือสงสัยด้วยวิธีการต่างๆเป็นวิธีการเรียนรู้ที่เด็กๆได้เลือกศึกษา ตามความสนใจของตนเอง มีการรับฟังความคิดเห็นผู้อื่นเกิดกระบวนการกลุ่ม ฝึกการสังเกต ฝึกการคิด การแก้ปัญหา เด็กได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ ขอขอบพระคุณผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านซำภูทอง คณะครู ผู้ปกครองและชุมชนที่สนับสนุนกิจกรรม การทดลองโครงงานวิทยาศาสตร์ ให้กำลังใจและคำปรึกษาที่ดีตลอดมา หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงงานวิทยาศาสตร์จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจหากท่านผู้รู้มีคำแนะนำเพื่อจะ พัฒนาโครงงานวิทยาศาสตร์ ผู้จัดทำน้อมรับเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป นางสาวพีรชยา แท่งเหล็ก ผู้จัดทำ
ข สารบัญ เรื่อง หน้า Learning Spiral 1 ชื่อโครงงาน ครูที่ปรึกษา 3 ระยะเวลาในการจัดทำ 3 ที่มาของโครงงาน 3 ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้ 4 คำถามที่ 1 ผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร จุดประสงค์ 5 ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและคาดคะเนคำตอบ 5 ขั้นที่ 3 ดำเนินการสำรวจตรวจสอบ 6 ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย 7 ขั้นที่ 5 บันทึกผล 10 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 11 ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน 12 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 12 คำถามที่ 2 ผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้ 13 จุดประสงค์ 13 ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและคาดคะเนคำตอบ 14 ขั้นที่ 3 ดำเนินการสำรวจตรวจสอบ 14 ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย 15 ขั้นที่ 5 บันทึกผล 15 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 17 ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน 18 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 18
ค คำถามที่ 3 ต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้ 19 จุดประสงค์ 19 ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและคาดคะเนคำตอบ 19 ขั้นที่ 3 ดำเนินการสำรวจตรวจสอบ 20 ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย 24 ขั้นที่ 5 บันทึกผล 25 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล 26 ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน 27 ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 27 ภาคผนวก - เกียรติบัตรการอบรมการจัดกิจกรรมตามแนวทางโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย - แบบสอบถามแนวทางการดำเนินโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย สำหรับผู้บริหารโรงเรียน - แบบประเมินเพื่อขอรับตรา”บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย”
1 Learning Spiral ระยะที่ 1 กำหนดหัวข้อโครงงาน โครงงาน : ความลับของผักคะน้าแสนอร่อย ความรู้เดิม คำถามที่ 1 ผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร คำถามที่ 3 ต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน ความรู้ใหม่ ผักคะน้า - มีสีเขียว - ลำต้นสีเขียวอ่อน - ใบใหญ่ กลม คะน้าเป็นผักที่เจริญเติบโตได้ง่าย ลำต้นมี ลักษณะกลม ต้นมีสีเขียวนวล มีก้านใบ ยาว ใบกว้างใหญ่แบบกลมและแบบ แหลมมีสีเขียวนวล มีดอกสีเขียวหรือ สีเขียวปนเหลือง มีรากฝอยสีน้ำตาล ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือและน้ำมันลงไป อย่างละ 1 ช้อนชา ลวกผัก 3-4 นาที ในน้ำ เดือดจัด แล้วแช่ผักในน้ำเย็นจัดทันที ทิ้งไว้1 นาทีหรือจนกว่าผักจะเย็นตัวลง ผักจะสีสวยสดใสและกรอบอร่อย จากนั้น นำไปประกอบอาหาร หรือจัดบนจานอาหาร ให้น่ารับประทาน คำถามที่ 2 ผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร มีวิตามินช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้าง ความแข็งแรงของกระดูก บำรุงเลือด บำรุงผิวพรรณ ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย เป็นต้น
2 Learning Spiral ระยะที่ 2 การวางแผน โครงงาน : ความลับของผักคะน้า แสนอร่อย ความรู้เดิม สำรวจ ผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือและน้ำมันลงไป อย่างละ 1 ช้อนชา ลวกผัก 2-4 นาที ในน้ำเดือดจัด แล้วแช่ผักในน้ำเย็นจัดทันที ทิ้งไว้1 นาทีหรือจนกว่าผักจะเย็นตัวลง ผักจะสีสวยสดใสและกรอบอร่อย ผักคะน้า - มีสีเขียว - ลำต้นสีเขียวอ่อน - ใบใหญ่กลม ทดลอง ต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน วิธีต้มผักคะน้า ให้ผักคงสี สดใส กรอบ น่ารับประทาน - ชุมชนในท้องถิ่น - ค้นหาจากอินเตอร์เน็ต แหล่งเรียนรู้ สืบค้น ผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร
3 ชื่อโครงงาน ความลับของผักคะน้าแสนอร่อย ผู้จัดทำโครงงาน นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 2 - 3 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านซำภูทอง ครูที่ปรึกษา นางสาวพีรชยา แท่งเหล็ก ระยะเวลาในการจัดทำ ระหว่างวันที่ 12-26 กุมภาพันธ์ 2567 ที่มาของโครงงาน (12 กุมภาพันธ์ 2567) จากการที่ครูพานักเรียนไปรับประทานอาหารกลางวันที่โรงอาหาร ปรากฏว่ามีนักเรียนสงสัยขณะ กำลังรับประทานอาหารกลางวันอยู่นั้น จึงเกิดคำถามว่า ทำไมผักคะน้าในราดหน้า ถึงมีสีดำ สีไม่สดใส และครูก็สังเกตเห็นเด็กบางคนเขี่ยผักออกจากอาหาร “น้องมีนาจึงพูดขึ้นว่า ทำอย่างไรคะผักคะน้าในอาหารถึง จะมีสีสวย” จึงนำไปสู่กิจกรรมการเรียนรู้ในห้องเรียน เกิดคำถามในสิ่งที่เด็กสงสัย เช่น ผักคะน้ามีลักษณะ อย่างไร ผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร ต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน ครูจึงสนทนา ร่วมกับเด็กๆ ดังนี้ ครู : ผักคะน้าที่เด็กสังเกตเห็นในราดหน้ามีลักษณะอย่างไร น้องดีน่า : ใบมีสีเขียวและดำค่ะ น้องมีนา : มีใบสีเขียวและสีน้ำตาลค่ะ น้องไทตัล : เหี่ยวๆ สีไม่สวยงามครับ น้องออจูน : ลำต้นแข็งๆ ค่ะ ครู : เด็กๆมีข้อสงสัย หรือมีคำถามที่อยากรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องผักคะน้า น้องสกาย : ผักคะน้ามีลักษณะอย่างไรครับ (ครูบันทึก ) น้องมิวสิค : ผักคะน้าทำอะไรได้บ้าง (ครูบันทึก ) น้องไนท์ : ผักคะน้าปลูกอย่างไร (ครูบันทึก ) น้องน้ำขิง : ผักคะน้าทำขนมได้ไหมคะ (ครูบันทึก ) น้องปาร์มมี่ : ผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร (ครูบันทึก ) น้องออกัส : ต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทานครับ (ครูบันทึก) ครู : เด็กๆ มีคำถามอะไรอีกไหมที่อยากรู้ เด็กตอบไม่มี ครูจึงสนทนาร่วมกับ เด็กๆ และสรุปคำถามที่เด็กอยากรู้ โดยใช้กระดาษปรุ๊ฟที่ครูจดบันทึก ซึ่งได้คำถามที่เด็กอยากรู้ 6 คำถาม
4 ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่อยากรู้ จากการที่เด็กไปสำรวจต้นผักคะน้าในบริเวณหมู่บ้านและชุมชน เด็กหลายคนสังเกตรูปร่างลักษณะ ของต้นผักคะน้า เมื่อกลับเข้าห้องเรียนครูจึงสนทนาร่วมกับเด็ก ๆ และมีคำถามที่เด็ก ๆ สงสัยเกี่ยวกับต้น ผักคะน้า ดังนี้ คำถามที่ 1 ผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร คำถามที่ 2 ผักคะน้าปลูกอย่างไร คำถามที่ 3 ผักคะน้าทำขนมได้ไหม คำถามที่ 4 ผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร คำถามที่ 5 ผักคะน้าทำอาหารอะไรได้บ้าง คำถามที่ 6 ต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน จากคำถามที่เด็กอยากรู้มีหลายคำถาม เด็กและครูสนทนาเพื่อเลือกคำถามที่จะนำมาสำรวจ ตรวจสอบ โดยการให้เหตุผลประกอบ คำถามที่ต้องการนำมาหาคำตอบ คือ 1. ผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร 2. ผักคะน้าประโยชน์อย่างไร 3. ต้มผักคะน้าอย่างไรให้ผักคงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน โดยจะทำการสำรวจตรวจสอบ คำถามที่ 1 คือ ผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร เด็กสังเกตต้นผักคะน้าบริเวณในบ้าน และชุมชน เด็กตั้งคำถามที่อยากรู้
5 จุดประสงค์ เพื่อเรียนรู้ต้นผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิฐาน (13 กุมภาพันธ์ 2567) เด็กและครูสนทนาร่วมกัน โดยครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กเล่าประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับต้นผักคะน้า ครู : เด็กๆเคยเห็นต้นผักคะน้าที่ไหนบ้าง และมีลักษณะอย่างไร น้องอันดา : เห็นที่สวนคุณยายหนูค่ะๆ มีใบใหญ่ๆค่ะ น้องฮานอย : ที่บ้านหนูก็ปลูกต้นคะน้าค่ะ มีใบสีเขียวค่ะ น้องอบอุ่น : ต้นสีเขียวอ่อน มีใบใหญ่ๆกลมๆ ค่ะ น้องเกรซ : หนูเคยกินผักคะน้าในข้าวผัด และราดหน้าค่ะ ครูจึงชวนเด็กๆสนทนา และให้เด็กคาดคะเนคำตอบ โดยเด็กแบ่งกลุ่ม 2 กลุ่ม โดยให้เด็กๆศึกษา ส่วนประกอบของผักคะน้า เพื่อสังเกตรูปร่างลักษณะของผักคะน้าเป็นอย่างไร และให้เด็กนำเสนอ ครูเขียน การคาดคะเนลงในกระดาษปรุ๊ฟ ครูจดคำถามของเด็กในกระดาษปรุ๊ฟ คำถามที่เด็กอยากรู้ คำถามที่ 1 ผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร
6 ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ ครูสนทนากับเด็ก โดยใช้คำถาม “ เด็กๆมีวิธีการหาคำตอบโดยวิธีใดบ้าง ถึงจะทราบว่า ผักคะน้ามี ลักษณะอย่างไร ” กลุ่ม A บอกว่า กลับไปถามผู้ปกครองที่บ้านแล้วมาเล่าให้เพื่อนฟัง ครู : ถ้าเด็กๆจำเรื่องที่พ่อแม่เล่าให้ฟังไม่ได้ จะทำอย่างไร น้องสกาย : ให้ผู้ปกครองหารูปภาพมาให้ดู น้องดีน่า : หนูจะให้พ่อแม่เอารูปภาพมาจากโทรศัพท์ ครูเขียนบันทึกที่กระดาษ กลุ่ม B บอกว่า ดูอินเตอร์เน็ตก็ได้หนูดูรูปภาพ ครู : หนูดูรูปภาพแต่อ่านหนังสือไม่ออกจะทำอย่างไร น้องอันดา : ให้ครูอ่านให้ฟังครูเขียนบันทึกที่ที่กระดาษค่ะ น้องพิมพ์ : น่าจะนำต้นผักคะน้าจากที่บ้านมาสังเกตที่โรงเรียนครูเขียนบันทึกที่กระดาษ เด็กและครูร่วมกันสรุปวิธีการหาคำตอบ ดังนี้ 1.ถามผู้ปกครองแล้วมาเล่าให้เพื่อนฟัง 2.ดูจากอินเตอร์เน็ต 3.นำต้นผักคะน้ามาสังเกต ครูให้เด็กออกแบบวิธีบันทึกผลและนำเสนองาน โดยถามเด็กว่า “ เมื่อเด็กๆได้สังเกตผักคะน้ามี ลักษณะอย่างไร และจะนำงานไปให้คนอื่นมีความรู้ด้วย จะทำอย่างไร” เด็กๆเสนอความคิดเห็น/การคาดคะเนคำตอบ การคาดคะเนคำตอบของแต่ละกลุ่ม
7 น้องพิมพ์ : เมื่อสังเกตต้นผักคะน้าแล้วก็นำความรู้ที่ได้มาวาดรูป น้องเก็บตังค์ : เล่าให้ครูฟัง แล้วให้ครูจดบันทึกตามที่หนูเล่า น้องวิว : นำผลงานไปเล่าให้เพื่อนฟัง น้องปลา : เอางานไปติดแสดงหน้าห้องเรียน เด็กและครูสรุปตามวิธีการที่เด็กๆร่วมกันออกแบบ โดยครูเขียนบันทึกที่กระดาษบรุ๊ฟ ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย (14 กุมภาพันธ์ 2567) ครูให้เด็กที่ไปถามผู้ปกครอง หรือมีเอกสารจากผู้ปกครองมาเล่าให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน จากการที่เด็กไปถามพ่อแม่ เด็ก ๆ ร่วมกันสรุปได้ว่า ต้นผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร คือ ราก : รากฝอยสีน้ำตาล ลำต้น : มีสีเขียวอ่อน ใบ : มีทั้งใบกลมและใบแหลม ใบสีเขียว ดอก : มีสีเขียวปนเหลือง โดยครูเขียนบันทึกที่กระดาษปรุ๊ฟ
8 เด็กและครูไปหาคำตอบโดยหาดูในอินเตอร์เน็ต โดยมีคุณครูช่วยอ่านให้ฟัง จากการหาคำตอบโดย วิธีดูอินเตอร์เน็ต เด็กร่วมกันสรุปว่า ผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร ราก : รากฝอยสีน้ำตาลอ่อน ลำต้น : ลำต้นค่อนข้างแข็งแรง มีสีเขียวนวล เมื่อแก่ลำต้นจะแข็ง ใบ : มีทั้งใบกลมและใบแหลมขึ้นอยู่กับสายพันธ์ ใบมีความหนา สีเขียวนวล ดอก : กลีบเลี้ยงมีสีเขียว หรือเขียวปนเหลือง เด็กนำความรู้จากผู้ปกครองเล่าให้เพื่อนฟัง สรุปความรู้จากการถามผู้ปกครอง สรุปความรู้จากการดูอินเตอร์เน็ต
9 (15 กุมภาพันธ์ 2567) เด็กแบ่งกลุ่ม 2 กลุ่ม แต่ละกลุ่มสังเกตส่วนประกอบของต้นผักคะน้า ที่นำมาจากบ้าน ซึ่งจากการ หาคำตอบโดยนำผักคะน้ามาสังเกต โดยครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัสต่าง ๆ พร้อม ทั้งให้เด็กบรรยายสิ่งที่พบ และเด็กร่วมกันสรุปว่า ผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร ราก : รากฝอยสีน้ำตาลอ่อน ลำต้น : ลำต้นค่อนข้างแข็งแรง มีสีเขียวนวล เมื่อแก่ลำต้นจะแข็ง ใบ : มีทั้งใบกลมและใบแหลมขึ้นอยู่กับสายพันธ์ ใบมีความหนา สีเขียวนวล ดอก : กลีบเลี้ยงมีสีเขียว หรือเขียวปนเหลือง เด็กหาคำตอบจากการสังเกตต้นผักคะน้า สรุปความรู้จากการสังเกตต้นผักคะน้า
10 ขั้นที่ 5 บันทึกผล เด็กแต่ละกลุ่มบันทึกผลตามวิธีการที่ออกแบบไว้ คือ วาดรูปลักษณะของผักคะน้า ครูจดบันทึก ตามที่เด็กบอก และนำไปเล่าให้เพื่อนฟัง นำผลงานไปแสดงหน้าห้องเรียน เด็กวาดภาพลักษณะผักคะน้าที่สังเกต ครูบันทึกคำพูดเด็ก นำเสนอผลงานให้เพื่อนฟัง เด็ก ๆนำผลงานติดไว้หน้าห้องเรียน
11 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล (16 กุมภาพันธ์ 2567) เด็กและครูร่วมสนทนาถึงคำถามที่เด็กอยากรู้ “ผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร” ครูให้เด็กทบทวนโดย การให้เด็กออกมาเล่าว่า “เด็ก ๆ หาคำตอบได้โดยวิธีการอย่างไร” และได้ผลการศึกษาอย่างไร โดยครูใช้ กระดาษปรุ๊ฟประกอบการสนทนากับเด็ก ๆ ครูจึงให้เด็ก ๆ สรุปร่วมกัน คือ ผักคะน้า มีรากฝอยสีน้ำตาลอ่อน มีลำต้นค่อนข้างแข็งแรง สีเขียวนวล เมื่อแก่ลำต้นจะแข็ง มีทั้งใบกลมและใบแหลมขึ้นอยู่กับสายพันธ์ ใบมี ความหนา สีเขียวนวล และดอกมีกลีบเลี้ยงมีสีเขียว หรือเขียวปนเหลือง นอกจากนี้ครูได้ถามเด็ก ๆ เพิ่มเติมว่า จากการที่ทำกิจกรรมจนได้คำตอบว่า “ผักคะน้ามีลักษณะ อย่างไร” เด็ก ๆ ยังมีคำถามที่อยากรู้อีกหรือไม่ เด็ก ๆ หลายคนยกมือ ครูจึงให้เด็ก ๆ ถามว่าอยากรู้อะไร น้องดีน่า : ผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไรบ้างคะ ครูจดบันทึกคำพูดของเด็กลงในกระดาษปรุ๊ฟ/เด็กนำเสนอผลงาน
12 ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย 1. ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน 1.1 ด้านการเรียนรู้ - เด็ก ๆ สามารถเล่า/บอก วิธีการหาคำตอบของตนเองได้ - เด็กได้เรียนรู้รูปร่างลักษณะของผักคะน้าได้ 1.2 ด้านภาษา -เด็กมีพัฒนาการด้านภาษาจากการสนทนาโต้ตอบแสดงความคิดเห็น -ทักษะด้านภาษาจากการพูด บรรยาย เล่า สิ่งที่สังเกตต้นผักคะน้า 1.3 ด้านสังคม -เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ -เด็กแสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น -เด็กเคารพกฎกติกาและปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียน 1.4 ด้านการเคลื่อนไหวและทักษะการรับรู้ประสาทสัมผัส -เด็กเคลื่อนไหวหยิบจับต้นผักคะน้า และอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว -เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการสังเกตด้วยตัวเองจนได้ข้อมูลที่ชัดเจน 2. ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2.1 ทักษะการสังเกต -การบอกลักษณะสิ่งที่สังเกตด้วยประสาทสัมผัสต่าง ๆ เช่น หยิบ จับ สัมผัสต้น ผักคะน้า ชนิดต่างๆ 2.2 ทักษะการจำแนกประเภท -เปรียบเทียบลักษณะของต้นผักคะน้าแต่ละชนิด -จำแนกประเภทของต้นผักคะน้าโดยใช้เกณฑ์ของตัวเอง -เปรียบเทียบสิ่งที่คาดคะเนกับผลการศึกษา 2.3 ทักษะการพยากรณ์หรือการคาดคะเนคำตอบ -เด็กสามารถคาดคะเนคำตอบที่คิดว่าต้นผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร 2.4 ทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล -เด็กสามารถสรุปผลสิ่งที่สังเกตโดยการวาดภาพต้นผักคะน้า เล่าให้ครูฟัง นำเสนอหน้าชั้นเรียน ให้เพื่อน ๆ เข้าใจได้
13 2.5 ทักษะการลงความคิดเห็นจากข้อมูล -เด็กสามารถให้เหตุผลเพิ่มเติมโดยใช้ความคิดเห็นส่วนตัว และประสบการณ์เดิม แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ ได้ ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่เด็กอยากรู้ จุดประสงค์ เพื่อเรียนรู้ผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร เด็ก ๆ อยากรู้และให้ความสนใจผักคะน้าอย่างต่อเนื่อง เด็กตั้งคำถาม “ถ้าเราอยากรู้ว่าผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร” ครูถามคำถาม “เด็ก ๆ คิดว่าต้นผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร” 1. เด็กร่วมกันตั้งข้อสันนิษฐาน น้องมีนา : ทำให้ร่างกายแข็งแรงค่ะ น้องไทตัล : เรียนหนังสือเก่งครับ น้องเก็บตังค์ : บำรุงสายตาครับ น้องพิมพ์ : ท้องไม่ผูกค่ะ คำถามที่ 2 ผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร
14 สรุปผล ต้นผักคะน้ามีประโยชน์หลายอย่าง เด็กๆ : ผักคะน้ามีประโยชน์อะไรอีกบ้าง ครู : เด็ก ๆ อยากรู้ไหมว่าต้นผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร เด็ก ๆและครูจึงหาวิธีมา มาศึกษาดู ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน(19 กุมภาพันธ์ 2567) ครู : เด็กๆคิดว่าต้นผักคะน้ามีประโยชน์หลายอย่าง ได้แก่ อะไรบ้าง น้องมีนา : ทำให้ร่างกายแข็งแรงค่ะ น้องไทตัล : เรียนหนังสือเก่งครับ น้องเก็บตังค์ : บำรุงสายตาครับ น้องพิมพ์ : ท้องไม่ผูกค่ะ น้องสกาย : มีวิตามิน น้องไนท์ : ผิวสวยครับ เด็ก ๆ จึงอยากรู้วิธีการหาข้อมูลประโยชน์ของต้นผักคะน้า ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ ครูสนทนากับเด็ก โดยใช้คำถาม “เด็ก ๆ คิดว่ามีวิธีค้นหาคำตอบด้วยวิธีใดบ้างที่จะทราบถึงวิธีการหา ข้อมูลประโยชน์ของผักคะน้า” น้องอบอุ่น : กลับบ้านไปถามแม่ค้าแล้วมาเล่าให้เพื่อนฟัง น้องออกัส : ถามผู้ปกครองแล้วให้มาบอกคำตอบกับครูตอนเช้าครับ น้องมิวสิค : สอบถามคุณครูในโรงเรียน น้องดีน่า : ดูจากอินเทอร์เน็ตค่ะ น้องไกด์ : ค้นหาในโทศัทพ์ครับ เด็กและครูร่วมกันสรุปวิธีการหาข้อมูล และครูถามคำถาม “ผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร” แล้วครูบันทึกไว้ 1. สอบถามแม่ค้า 2. สอบถามผู้ปกครอง 3. สอบถามคุณครู 4. ค้นหาในอินเตอร์เน็ต 5. ดูในโทรศัทพ์
15 ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย (20 กุมภาพันธ์ 2567) เด็กค้นหาคำตอบ ซึ่งได้ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ครูและเด็กจึงร่วมกันสรุปดังนี้ 1.มีวิตามินช่วยบำรุงสายตา 2.เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก 3.บำรุงเลือด ป้องกันโลหิตจาง 4.บำรุงผิวพรรณ เพิ่มคลอลาเจนให้ผิว 5.ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย 6.ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง ขั้นที่ 5 บันทึกผล (21 กุมภาพันธ์ 2567) ครูให้เด็กออกแบบวิธีบันทึกผลและนำเสนอผลงาน โดยถามเด็กๆว่า “เด็ก ๆ คิดว่ามีวิธีบันทึกผล อย่างไรบ้าง เมื่อได้รับความรู้เกี่ยวกับ“ผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร” น้องปาร์มมี่ : วาดภาพระบายสีค่ะ น้องออจูน : นำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนค่ะ น้องเกรซ : เล่าให้คุณครูฟัง แล้วให้ครูเขียนให้ค่ะ เด็ก ๆ ร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้วาดภาพในกระดาษ และครูจดบันทึกคำอธิบายผลงานของเด็กในกระดาษ และเด็กช่วยกันระบายสีให้สวยงาม
16 ครูบันทึกคำพูดเด็ก นำเสนอผลงานให้เพื่อนฟัง เด็กๆ นำผลงานติดไว้หน้าห้องเรียน เด็กๆ ช่วยกันวาดภาพระบายสี
17 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล หลังจากครูให้เด็กออกแบบวิธีบันทึกผลและนำเสนอผลงาน เด็กและครูร่วมกันสรุป จากความรู้เกี่ยวกับ “ผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร” สรุป ได้ดังนี้ 1.มีวิตามินช่วยบำรุงสายตา 2.เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก 3.บำรุงเลือด ป้องกันโลหิตจาง 4.บำรุงผิวพรรณ เพิ่มคลอลาเจนให้ผิว 5.ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย 6.ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง เด็กและครูร่วมกันสรุป”ผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร”
18 ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย 1. ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน 1.1 ด้านการเรียนรู้ - เด็กได้คิดและคาดเดาคำตอบบอกวิธีหาคำตอบของตนเองและเพื่อนได้ - เด็กได้ศึกษาแหล่งเรียนรู้มากมาย - เด็กได้เรียนรู้ประโยชน์ของผักคะน้า 1.2 ด้านภาษา - เด็กได้สนทนาโต้ตอบ แสดงความคิดเห็น การตอบคำถาม การถามคำตอบ - เด็กได้เล่าสิ่งที่ได้พบเห็น ได้อธิบาย ให้ครูและเพื่อนฟัง 1.3 ด้านสังคม - เด็กแสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น - เด็กปฏิบัติตามกฎของข้อตกลงร่วมกัน - เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน 1.4 ด้านการเคลื่อนไหวและทักษะการรับรู้ประสาทสัมผัส - เด็กหยิบ จับ สัมผัส อุปกรณ์ที่เตรียมไว้ - เด็กใช้ประสาทสัมผัส ตา กาย ในการเรียนรู้เพื่อให้ได้ข้อมูล ผลของความเป็น จริงที่ชัดเจนและถูกต้อง 2. ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2.1 ทักษะการสังเกต - การหยิบ จับ สัมผัส สังเกตผักคะน้า 2.2 ทักษะการคำนวณ - นับจำนวนประโยชน์หัวข้อประโยชน์ของผักคะน้า 2.3 ทักษะการทดลอง - เด็กสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดได้
19 ขั้นที่ 1 ตั้งคำถามที่เด็กอยากรู้ จุดประสงค์ เพื่อเรียนรู้วิธีต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน จากการที่เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เรื่อง ผักคะน้ามีลักษณะอย่างไร และผักคะน้ามีประโยชน์อย่างไร ทำให้ เด็กสนใจและมีคำถามต่อเนื่องว่า น้องออจูน : ผักคะน้านำไปทำอาหารอะไรได้บ้าง น้องไกด์ : ทำไมผักในอาหารถึงเหี่ยว มีสีดำๆ น้องมีนา : ต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน ครูจึงถามเด็ก ๆ ว่า เด็กๆอยากรู้อะไรอีกไหมคะ เด็ก ๆ ส่วนใหญ่บอกว่า หนูอยากรู้ว่า วิธีต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน ขั้นที่ 2 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน (22 กุมภาพันธ์ 2567) เด็กและครูสนทนาร่วมกัน โดยครูใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กเล่าประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับลักษณะของ ผักคะน้าที่อยู่ในเมนูอาหาร ครู : เด็กๆเคยเห็นผักคะน้าที่อยู่ในอาหารที่เรารับประทานมีลักษณะอย่างไรคะ น้องอบอุ่น : เคยเห็นค่ะ เหี่ยวๆค่ะ น้องพิมพ์ : สีไม่สวยสดค่ะ น้องปาร์มมี่ : สีไม่สดใส เหนียวติดฟันค่ะ ครู : ทำอย่างไรคะผักคะน้าถึงจะสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน น้องเกรซ : ลองเอาไปต้มค่ะ น้องน้ำขิง : หนูเห็นคุณแม่ต้มใส่เกลือค่ะ น้องอันดา : หนูเห็นยายเทน้ำมันพืชใส่ตอนต้มค่ะ น้องขิง : หนูคิดว่าต้มใส่เกลือ และน้ำมันพืชทั้ง 2 อย่างเลยค่ะ คำถามที่ 3 ต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน น่ารับประทาน
20 ครูให้เด็กคาดคะเนคำตอบ โดยเด็กแบ่งกลุ่ม 2 กลุ่มๆ และให้แต่ละกลุ่มคาดคะเนคำตอบ โดยครูใช้ คำถาม “ต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน” เด็กแต่ละกลุ่มนำเสนอความคิดเห็นและครูบันทึกคำพูดของเด็กลงบนกระดาษปรุ๊ฟ ดังนี้ กลุ่มที่ A ต้มน้ำให้เดือด นำผักลงไปต้มแล้วรีบตักผักขึ้นมา ผักน่าจะไม่เหนียว สีน่าจะสวย กลุ่มที่ B ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือและน้ำมันลงไปในน้ำเดือดจัด แล้วแช่ผักในน้ำเย็นจัดทันที จนกว่า ผักจะเย็นตัวลง สีผักน่าจะสวยและกรอบอร่อย ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ (23 กุมภาพันธ์ 2567) ครูสนทนากับเด็ก โดยใช้คำถาม “ต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน” น้องดีน่า : เอาผักคะน้าไปต้มในน้ำเดือดค่ะ น้องปลา : ตั้งเวลาขณะต้มผักค่ะ น้องวิว : ใส่เกลือลงไปด้วยค่ะ น้องเกรซ : นำผักคะน้าไปแช่ในน้ำเย็นค่ะ น้องขิง : ใส่น้ำมันพืชลงไปด้วยค่ะ ครู : ทำอย่างไรผักคะน้าถึงจะกรอบน่ารับประทานคะ เด็กเสนอการคาดคะเนคำตอบ
21 น้องออจูน : อย่าต้มนานค่ะ น้องโบว์ : นำไปแช่ในน้ำเย็นค่ะ หนูเคยเห็นคุณแม่ทำค่ะ น้องสกาย : จับเวลาตอนต้มครับ เด็กและครูร่วมกันสรุปขั้นตอนการนำผักคะน้าไปต้ม เพื่อให้ได้สีสันสดใสและมีความกรอบ โดยครูเขียนบันทึกที่แผ่นกระดาษปรุ๊ฟ ดังนี้ 1. ต้มน้ำให้เดือดนำผักคะน้าลงไปลวกผัก 4 นาที แล้วตักพักไว้ใส่จานก่อนนำไปทำอาหาร 2. ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือและน้ำมันลงไปอย่างละ 1 ช้อนชา ลวกผัก 4 นาที ในน้ำเดือดจัด แล้วแช่ผักในน้ำเย็นจัดทันทีทิ้งไว้1 นาทีหรือจนกว่าผักจะเย็นตัวลง ก่อนนำไปทำอาหาร เด็กๆ ร่วมกันออกแบบวิธีบันทึกผลและนำเสนองาน โดยครูถามเด็กว่า เด็กๆทราบได้อย่างไร ว่าต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน โดยครูเขียนบันทึกที่แผ่นกระดาษปรุ๊ฟ น้องสกาย : นำผักคะน้า มาหั่นเป็นชิ้นแล้วต้มครับ น้องปลา : สังเกต สีของผัก และชิมผักว่ากรอบไหมค่ะ น้องวิว : วาดรูปขั้นตอนวิธีการต้มผักค่ะ น้องเก็บตังค์ : เล่าให้ครูและเพื่อนฟัง น้องไนท์ : เอางานไปแสดงหน้าห้องเรียน เด็กเสนอวิธีการหาคำตอบ วิธีการหาคำตอบและวิธีการบันทึกผล นำเสนองานของเด็ก
22 เด็กแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม จัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์วิธีต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน โดยปฏิบัติตามขั้นตอนที่ออกแบบไว้ กลุ่ม A เด็กๆลงมือปฏิบัติและสังเกต
23 กลุ่ม B เด็กๆลงมือปฏิบัติและสังเกต
24 ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย เด็กแต่ละกลุ่มสังเกตผักคะน้า เด็กๆร่วมกันสรุปได้ว่า วิธีต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน กลุ่มที่ A เด็กๆทดลองการต้มผักคะน้า เริ่มจากหั่นผัก ต้มน้ำให้เดือดนำผักคะน้าลงไปลวก 4 นาที แล้วตักพักไว้ใส่จานสังเกตและชิมผัก เด็กๆสรุปได้ว่า ใบผักคะน้าสีไม่สดและลำต้นและก้านแข็ง กลุ่มที่ B เด็กๆทดลองการต้มผักคะน้า เริ่มจากหั่นผัก ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือและน้ำมันลงไปอย่าง ละ 1 ช้อนชา ลวกผัก 4 นาที ในน้ำเดือดจัด แล้วแช่ผักในน้ำเย็นจัดทันทีทิ้งไว้1 นาที หรือจนกว่าผักจะเย็นตัว ลง ตักพักไว้ใส่จานสังเกตและชิมผัก เด็กๆสรุปได้ว่า ใบผักและลำต้นมีสีเขียวสวยเงา น่ารับประทาน ลำต้น และก้านไม่แข็ง เด็กๆสังเกต และชิมผัก
25 ขั้นที่ 5 บันทึกข้อมูล เด็กแต่ละกลุ่มบันทึกผลงาน วิธีการที่ออกแบบไว้ คือวาดรูปขั้นตอนต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน แล้วนำมาเล่าให้เพื่อนและครูฟัง จากนั้นนำผลงานไปจัดแสดงหน้าชั้นเรียน เด็กๆวาดรูปขั้นตอนการต้มผัก ครูบันทึกคำพูดเด็ก เล่าผลงานให้เพื่อนและครูฟัง เด็กๆนำผลงานมาแสดงหน้าห้องเรียน
26 ขั้นที่ 6 สรุปและอภิปรายผล (26 กุมภาพันธ์ 2567) เด็กและครูร่วมสนทนาถึงคำถามที่เด็กอยากรู้ “ต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน” ครูให้เด็กทบทวนโดยการให้เด็กออกมาเล่าวิธีการหาคำตอบว่าได้มาอย่างไร และผล การศึกษาเป็นอย่างไร โดยใช้แผ่นกระดาษปรุ๊ฟที่เขียนไว้ประกอบการนำเสนอ และครูร่วมกับเด็กสรุปต่อไป โดยใช้คำถามว่า ครู : เด็กๆต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน และวิธีใดทำให้ผักสีสวยและมี ความกรอบ ครูและเด็กสรุปร่วมกัน ดังนี้ กลุ่ม ผักคะน้าหลังจากการต้ม บรรยาย กลุ่ม A เด็กๆต้มผักคะน้า เริ่มจากหั่นผัก ต้มน้ำให้เดือดนำผักคะน้า ลงไปลวก 4 นาที แล้วตักพักไว้ใส่จานสังเกตและชิมผัก สรุปได้ว่า ใบผักคะน้าสีไม่สดและลำต้นและก้านแข็ง กลุ่ม B เด็กๆต้มผักคะน้า เริ่มจากหั่นผัก ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือ และน้ำมันลงไปอย่างละ 1 ช้อนชา ลวกผัก 4 นาที ในน้ำ เดือดจัด แล้วแช่ผักในน้ำเย็นจัดทันทีทิ้งไว้1 นาที หรือ จนกว่าผักจะเย็นตัวลง ตักพักไว้ใส่จานสังเกตและชิมผัก สรุปได้ว่า ใบผักและลำต้นมีสีเขียวสวยเงา น่ารับประทาน ลำต้นและก้านไม่แข็ง มีความกรอบ ครูจึงถามเด็กต่อเนื่องว่า “วิธีต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน” เด็ก ๆ บอก ว่า ต้มแบบ กลุ่ม B ต้มน้ำให้เดือด ใส่เกลือและน้ำมันลงไปอย่างละ 1 ช้อนชา ลวกผัก 4 นาที ในน้ำเดือดจัด แล้วแช่ผักในน้ำเย็นจัดทันทีทิ้งไว้1 นาที หรือจนกว่าผักจะเย็นตัวลง ตักพักไว้ ผักจะคงสีสวยสด เงา กรอบ น่ารับประทาน ครูจึงถามเด็กๆต่อว่า แล้วเด็ก ๆ มีคำถามอะไรอีกไหมที่อยากรู้ ซึ่งพบว่า เด็กมีคำถามต่อเนื่องอีก เช่น ผักคะน้าทำอาหารอะไรได้บ้าง และผักคะน้าปลูกใช้เมล็ดหรือใช้ต้น จึงเป็นคำถามที่ครูต้องนำมาพูดคุย กับเด็กต่อไป
27 ผลการพัฒนาความสามารถของเด็กปฐมวัย 1. ผลการพัฒนาความสามารถพื้นฐาน 4 ด้าน 1.1 ด้านการเรียนรู้ - เด็ก ๆ สามารถเล่า/บอกวิธีการหาคำตอบของตนเองได้ คือ สังเกตวิธีต้มผักคะน้า อย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน - เด็กได้เรียนรู้วิธีต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส 1.2 ด้านภาษา -เด็กมีพัฒนาการด้านภาษาจากการสนทนาโต้ตอบแสดงความคิดเห็น -ทักษะด้านภาษาจากการอ่านคำง่ายๆ เช่น ผักคะน้า ใบ ก้าน ลำต้น -เด็กได้พูด เล่า สิ่งที่พบ ด้วยคำพูดของตนเอง 1.3 ด้านสังคม -เด็กสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ -เด็กแสดงความคิดเห็นของตนเองและยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น -เด็กเคารพกฎกติกาและปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียน 1.4 ด้านการเคลื่อนไหวและทักษะการรับรู้ประสาทสัมผัส -เด็กเคลื่อนไหวหยิบจับ ต้นผักคะน้า หั่นผักและอุปกรณ์ ได้อย่างคล่องแคล่ว -เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการสังเกตด้วยตัวเองจนได้ข้อมูลที่ชัดเจน 2. ผลการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 2.1 ทักษะการสังเกต -การ หยิบ จับ สัมผัส สังเกตการเปลี่ยนแปลงของต้นผักคะน้า 2.2 ทักษะการวัดและการตวง -ใช้ไม้บรรทัดวัดความสูงของผักคะน้า - วัดปริมาณน้ำที่ใส่ขณะต้ม 2.3 ทักษะการคำนวณ - นับจำนวนชิ้นของผักคะน้า ใบ ลำต้น และจำนวนเวลาที่ใช้ในการต้ม 2.4 ทักษะการจำแนกประเภท -เปรียบเทียบสิ่งที่คาดคะเนกับผลการศึกษาว่าเหมือนหรือต่างกัน 2.5 ทักษะการพยากรณ์หรือการคาดคะเนคำตอบ
28 -เด็กสามารถคาดคะเนคำตอบที่คิดว่าวิธีใดที่ต้มผักคะน้าให้คงสีสดใส กรอบ น่า รับประทาน 2.6 ทักษะการกำหนด และควบคุมตัวแปร -เด็กสามารถบอกได้ว่าต้องใส่เกลือ น้ำมันพืช น้ำเปล่าเท่าไร 2.7 ทักษะการทดลอง - เด็กสามารถออกแบบร่วมกันกำหนดขั้นตอนวิธีต้มผักคะน้าอย่างไรให้คงสีสดใส กรอบ น่ารับประทาน ใช้วัสดุอะไรบ้าง - เด็กสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดได้ - เด็กสามารถบันทึกผลการทดลองได้
29 ภาคผนวก
30 เกียรติบัตรการอบรมการจัดกิจกรรมตามแนวทาง โครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย
31
32
33
34 โรงเรียนบ้านซำภูทอง สพป.ขก.๕ ๒๕๑ - ห้วยม่วง ภูผาม่าน ขอนแก่น ๔๐๓๕๐ นายวรานันท์ เหลาทอง นางสาวพีรชยา แท่งเหล็ก - ๐๙๕-๒๑๒-๓๔๕๙ ๐๙๕-๕๐๓-๖๗๕๗ [email protected] ๒๓ ๑ ๑ ๑ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ สพป.ขก.๕ ขอนแก่น ๒ ๑๘ ม.ค.. ๖๗ และ ๘ มี.ค ๖๗ นายวรานันท์ เหลาทอง ๐๙๕-๒๑๒-๓๔๕๙ นางสาวพีรชยา แท่งเหล็ก นายวรานันท์ เหลาทอง - ๑๓ มี.ค. ๒๕๖๗
35 ความลับของผักคะน้าแสนอร่อย ขอความร่วมมือจากบุคลากรจากทุกๆฝ่าย เช่น คณะครูและผู้ปกครอง ประทับใจในการลงมือทำ ปฏิบัติจริงในสิ่งที่ตนเองสนใจ เรียนรู้อย่างมีความสุข และสนุกสนานกับกิจกรรมการ ทดลอง จัดอบรมอย่างต่อเนื่อง และงบประมาณสนับสนุน การนิเทศติดตาม และงบประมาณสนับสนุน
36