The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นวัตกรรมไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้า วิชา591

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anuwat_12, 2021-09-25 09:24:27

บทเรียนสำเร็จรูปไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้า

นวัตกรรมไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้า วิชา591

บทเรียนสำเร็จรู ป



ไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้า

( Electricity)

นายอนุวัตร ศรีจันทร์

นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา2564
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เขตดุสิต

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย



คำนำ

บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง ไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้า วิทยาศาสตร์
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เล่มนี้ สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อการ
เรียนการสอน และใช้ ประกอบ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา
วิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ระดับชั้น
มัธยมศึกษาตอนปลาย ที่มีเนื้อหาสาระสอดคล้องตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้ออกแบบ
การนำเสนอเนื้อหา รูปแบบที่มีสีสันสวยงามตรงตามความสนใจ
ของผู้เรียน สร้างและพัฒนาขึ้นตามหลักการทางวิชาการ โดยมีผู้
ที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญเป็นผู้ให้คำชี้แนะ ตรวจ
สอบความถูกต้อง บทเรียนสำเร็จรูปเล่มนี้มีความถูกต้องและ
สมบูรณ์ ซึ่งมุ่งเน้นให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ ด้วย
ตนเองเป็นรายบุคคล สามารถนำไปเรียนนอกเวลาหรือนอก
สถานที่ได้ ส่วนวิธีการใช้บทเรียน สำเร็จรูปเล่มนี้ ได้เสนอแนะไว้
ในคำชี้แจงอย่างละเอียดแล้ว

อนุวัตร ศรีจันทร์
นิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู

สารบัญ ข

เรื่อง หน้า

คำนำ ก
สารบัญ ข
คำแนะนำการใช้บทเรียนสำเร็จรู ป ค
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและจุดประสงค์ จ
แบบทดสอบก่อนเรียน ฉ
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน ญ
เข้าสู่บทเรียน เรื่องไฟฟ้า 1
กรอบที่ 1 แหล่งกำเนิดไฟฟ้า 3
คำถามสำคัญกรอบที่ 1 11
กรอบที่ 2 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไฟฟ้าในไทย 12
คำถามสำคัญกรอยที่ 2 18
กรอบที่ 3 เชื้อเพลิงในการผลิตพลังงาน 20
คำถามสำคัญกรอบที่ 3 29
กรอบที่ 4 อุปกรณ์และวงจรไฟฟ้า 30
คำถามสำคัญกรอบที่ 4 42
แบบทดสอบหลังเรียน 46
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน 48
บรรณานุกรม 49



คำแนะนำการใช้บทเรียนสำเร็จรู ป

คำแนะนำสำหรับครู
เมื่อครูผู้สอนได้นำบทเรียนสำเร็จรูปไปใช้ควรปฏิบัติ ดังนี้
1. ครูชี้แจงและอธิบายวิธีการศึกษาบทเรียนสำเร็จรูปให้นักเรียนเข้าใจ
และ พร้อมที่จะศึกษาโดยให้เรียนไปทีละกรอบ
2. ครูแจกบทเรียนสำเร็จรูปให้นักเรียนศึกษาวิธีการใช้บทเรียน
สำเร็จรูป จนเข้าใจดีแล้ว ให้นักเรียนเริ่มศึกษาบทเรียนด้วยตนเองได้
3. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน ก่อนที่จะศึกษาบทเรียน
สำเร็จรู ป
4. ให้นักเรียนทำกิจกรรมตามบทเรียนสำเร็จรูปอย่างอิสระ
5. ให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนอีกหนึ่งครั้ง หลังจากศึกษาบท
เรียนจบแล้ว
6. การประเมินผลการเรียนของนักเรียนหลังจากเรียนบทเรียนนี้แล้ว
ถ้านักเรียนทำแบบทดสอบ หลังเรียนได้เกินร้อยละ 80 ถือว่าผ่าน/ถ้า
ได้ ไม่ถึงร้อยละ 80 ท าการสอนซ่อมเสริม
7. บทเรียนสำเร็จรูปเล่มนี้ใช้เวลา 2 ชั่วโมง



คำแนะนำการใช้บทเรียนสำเร็จรู ป

คำแนะนำสำหรับนักศึกษา กศน.
บทเรียนสำเร็จรูปเล่มนี้ สร้างขึ้นเพื่อให้นักศึกษา กศน. ใช้เรียนด้วย
ตนเอง นักเรียน จะได้รับประโยชน์มาก ถ้าหากปฏิบัติตามคำแนะนำ
อย่างเคร่งครัด วิธีการใช้บทเรียนสำเร็จรูป มีดังนี้
1. นักศึกษาต้องทำแบบทดสอบก่อนเรียนจำนวน 15 ข้อ เป็นแบบ
ทดสอบแบบเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ใช้เวลาทำ 15 นาที
2. นักศึกษาอ่านบทเรียนสำเร็จรูปไปทีละกรอบ ห้ามนักเรียนอ่านข้าม
ไปกรอบอื่นเป็นอันขาด
3. เมื่อนักศึกษาอ่านแล้วถ้ามีคำถามในกรอบใดให้นักศึกษาตอบ
คำถาม ลงในกรอบนั้น และนักศึกษาสามารถตรวจคำตอบได้ในกรอบ
หน้าถัดไป
4. นักศึกษาตรวจคำตอบแล้วคำตอบถูกก็อ่านหน้าต่อไปได้แต่ถ้าตอบ
ไม่ถูกให้นักศึกษาย้อนกลับไปอ่านใหม่
5. นักศึกษาอย่าเปิดดูคำตอบก่อนล่วงหน้าและอย่าแก้คำตอบที่ตอบ
ผิด นักเรียนต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง
6. เมื่อนักศึกษาอ่านบทเรียนสำเร็จรูปเสร็จแล้ว ให้นักเรียนทำแบบ
ทดสอบหลังเรียน จำนวน 15 ข้อ ใช้เวลาทำ 15 นาทีและตรวจคำตอบ
จากเฉลย คำตอบหน้าถัดไป นักศึกษาทำแบบทดสอบได้เกินร้อยละ 80
ถือว่าผ่าน



ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

1.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวการเกิดพลังงานไฟฟ้าและแหล่งผลิต
พลังงานไฟฟ้า

2.มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและวงจรไฟฟ้าในชีวิต
ประจำวัน

3.มีความรู้ความเข้าเกี่ยวกับโยชน์ของไฟฟ้า

จุดประสงค์

1.สามารถอธิบายความหมายและความสำคัญของไฟฟ้าและการใช้
ไฟฟ้าได้

2.สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้
ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน

3.อธิบายการต่อวงจรไฟฟ้าในแต่ละแบบได้



แบบทดสอบก่อนเรียน

1. เครื่อง FGD (Flue Gas Desulfurization) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการ
ลดก๊าซพิษชนิดใด
ก. ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์
ข. ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ค. ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ง. ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด

2. วงจรไฟฟ้าภายในครัวเรือนเป็นการต่อวงจรแบบใด
ก. แบบผสม
ข. แบบรวม
ค. แบบขนาน
ง. แบบอนุกรม

3. อุปกรณ์ชนิดใดใช้ในการป้องกันกระแสไฟฟ้าไหลเกิน
ก. ฟิวส์
ข. สายไฟ
ค. เครื่องตัดไฟรั่ว
ง. อุปกรณ์ตัดตอน

4. ข้อใดเป็นการกดสวิตช์เปิดไฟ
ก. การทำให้วงจรปิด มีกระแสไฟฟ้าไหล
ข. การทำให้วงจรไฟฟ้าเปิด มีกระแสไฟฟ้าไหล
ค. การทำให้วงจรปิด ไม่มีกระแสไฟฟ้าไหล
ง. การทำให้วงจรเปิด ไม่มีกระแสไฟฟ้าไหล



แบบทดสอบก่อนเรียน

5. เครื่องใช้ไฟฟ้าใดที่ต้องต่อสายดินเพื่อความปลอดภัย
ก. เครื่องทำน้ำอุ่นนไฟฟ้า
ข. กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า
ค. เตารีดไฟฟ้า
ง. พัดลม

6.ข้อใดคือกลยุทธ์การประหยัดพลังงาน 3 อ.
ก. อาหาร อาคาร อุปนิสัย
ข. อปกรณ์ อาคาร อาหาร
ค. อุปกรณ์ อาหาร อุปนิสัย
ง. อุปกรณ์ อาคาร อุปนิสัย

7.ไฟฟ้าที่ใช้ในครัวเรือนของประเทศไทยเป็นกระแสสลับที่มีความต่าง
ศักย์เท่าใด
ก. 50 โวลต์
ข. 110 โวลต์
ค. 200 โวลต์
ง. 220 โวลต์

8. ข้อใดคืออุปกรณ์ที่ทําหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ
ก. แผงเซลล์แสงอาทิตย์
ข. กังหันน้ำและเครื่องกําเนิดไฟฟ้า
ค. กังหันลมและเครื่องกําเนิดไฟฟ้า
ง. กังหันไอน้ำและเครื่องกําเนิดไฟฟ้า



แบบทดสอบก่อนเรียน

9. ข้อใดคือข้อจํากัดของโรงไฟฟ้าพลังงานลม
ก. เป็นแหล่งพลังงานสะอาด
ข. สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอดเวลา
ค. ผลิตไฟฟ้าได้เฉพาะตอนมีแสงอาทิตย์เท่านั้น
ง. สามารถใช้ได้ในพื้นที่ที่มีกระแสลมพัดสม่ำเสมอ

10. ข้อใดคือข้อดีของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์
ก. ไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ข. มีปริมาณเชื้อเพลิงเพียงพอ
ค. ใช้เชื้อเพลิงน้อย
ง. ถูกทุกข้อ

11. โรงไฟฟ้าในข้อใดมีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าต่อหน่วยต่ำที่สุด
ก. โรงไฟฟ้าชีวมวล
ข. โรงไฟฟ้ากังหันลม
ค. โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์
ง. โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

12. ข้อใดคือไฟฟ้าที่เกิดจากพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า
ก. แบตเตอรี่
ข. ถ่านไฟฉาย
ค. มอเตอร์ไฟฟ้า
ง. เซลล์แสงอาทิตย์



แบบทดสอบก่อนเรียน

13. เชื้อเพลิงหรือแหล่งพลังงานใดที่นํามาผลิตไฟฟ้ามากที่สุดในโลก
ก. ถ่านหิน
ข. ก๊าซธรรมชาติ
ค. พลังงานนิวเคลียร์
ง. พลังงานแสงอาทิตย์

14.โรงไฟฟ้าประเภทใดที่เหมาะนํามาผลิตไฟฟ้าตามความต้องการ
ไฟฟ้าพื้นฐาน
ก. โรงไฟฟ้าถ่านหิน
ข. โรงไฟฟ้ากังหันลม
ค. โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
ง. โรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพ

15. หน่วยงานใดที่มีหน้าที่กําหนดอัตราค่าไฟฟ้า
ก. การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
ข. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
ค. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
ง. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)



1.ข เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
2.ค
3.ก 14 . ก
4.ก
5. ก 15 . ค
6.ง
7.ง
8.ข
9.ง
10 . ง
11 . ก
12 . ค
13 . ก

1

เข้าสู่บทเรียน

ประวัติของไฟฟ้า

เบนจามิน แฟรงคลินได้ทำการทดลองติดลูกกุญแจ
โลหะไว้ที่หางว่าว แล้วปล่อยลอยขึ้นในวันที่ท้องฟ้ามีลม
พายุรุนแรง เขาพบว่าประกายไฟกระโดดจากลูกกุญแจ
โลหะสู่หลังมือของเขา ซึ่งประโยชน์ของการทดลอง
ของแฟรงคลินที่เราพบเห็นได้ในปัจจุบันคือ สายล่อฟ้า
ที่ช่วยชีวิตมนุษย์จากการถูกฟ้าผ่ามาจนถึงทุกวันนี้

2

เข้าสู่บทเรียน

ไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร



สสารที่มีในโลกนี้ประกอบด้วยอนุภาคเล็ก ๆ ซึ่งเรา
เรียกว่า อะตอม (Atoms) ภายในอะตอมจะประกอบไป
ด้วยอนุภาคไฟฟ้าเล็กๆ 3 ชนิด คือ อิเล็กตรอน
โปรตอนและนิวตรอน โดยที่อิเล็กตรอนจะมี
ประจุไฟฟ้าเป็นลบ โปรตอนมีประจุไฟฟ้าเป็นบวก
และในนิวตรอนมีประจุไฟฟ้าเป็นกลาง

การอยู่ร่วมกันของอนุภาคทั้งสามในอะตอม
เป็นลักษณะที่โปรตอนและนิวตรอนรวมกัน
อยู่ตรงกลาง เรียกว่า นิวเคลียส และมี
อิเล็กตรอนโคจรอยู่รอบ ๆ ภายในอะตอมจะ
มีอิเล็กตรอนโคจรอยู่รอบ ๆ นิวเคลียส เป็น
วง ๆ

3

แหล่งกำเนิดไฟฟ้า กรอบที่ 1

1 เกิดจากการเสียดสี (Friction)
2 เกิดจากการทาปฏิกิริยาทางเคมี (Chemicals)
3 เกิดจากความร้อน (Heat)
4 เกิดจากแสงสว่าง (Light)
5 เกิดจากแรงกดดัน (Pressure
6 เกิดจากสนามแม่เหล็ก (Magnetism

4

1 เกิดจากการเสียดสี กรอบที่ 1
(Friction)

ไฟฟ้าเกิดจากการเสียดสี เป็นไฟฟ้าที่ถูกค้นพบมานาน
กว่า 2,000 ปีแล้ว เกิดขึ้นได้จากการนาวัตถุต่างกัน 2
ชนิดมาขัดสีกัน เช่น จากแท่งยางกับผ้าขนสัตว์ แท่งแก้ว
กับผ้าแพร แผ่นพลาสติกกับผ้าและหวีกับผม ผลของการ
ขัดสีดังกล่าวทาให้เกิดความไม่สมดุลขึ้นของประจุไฟฟ้า
ในวัตถุทั้งสอง เนื่องจากเกิดการถ่ายเทประจุไฟฟ้า วัตถุ
ทั้งสองจะแสดงศักย์ไฟฟ้าออกมาต่างกัน วัตถุชนิดหนึ่ง
แสดงศักย์ไฟฟ้าบวก ( + ) ออกมา วัตถุอีกชนิดหนึ่งแสดง
ศักย์ไฟฟ้าวัตถุอีกชนิดหนึ่งแสดงศักย์ไฟฟ้าลบ (-) ออก
มา

5

กรอบที่ 1

2 เกิดจากการทาปฏิกิริยาทางเคมี (Chemicals)

เมื่อนำโลหะ 2 ชนิดที่แตกต่างกันเช่นสังกะสีกับทองแดง
จุ่มลงในสารละลายอิเล็กโทรไลท์ โลหะทั้งสองจะทำ
ปฏิกิริยาเคมี กับสารละลายอิเล็กโทรไลท์ โดย
อิเล็กตรอน(ประจุลบ)จากทองแดงจะถูกดูดเข้าไปยังขั้ว
ของสังกะสี เมื่อทองแดงขาดประจุลบจะเปลี่ยนความ
ต่างศักย์ไฟฟ้าเป็นบวกทันทีเรียกว่าขั้วบวก ส่วนสังกะสี
จะเป็นขั้วลบตามความต่างศักย์ ส่วนประกอบของไฟฟ้า
เกิดจากการทาปฏิกิริยาทางเคมีแบบเบื้องต้นนี้ ถูกเรียก
ว่า โวลตาอิกเซลล์ (Voltaic Cell)

6

กรอบที่ 1

3 เกิดจากความร้อน (Heat)



ไฟฟ้าเกิดจากความร้อน เกิดขึ้นได้โดยนำแท่งโลหะ
หรือแผ่นโลหะต่างชนิดกันมา 2 แท่ง หรือ 2 แผ่น เช่น
ทองแดง และเหล็ก นำปลายข้างหนึ่งของโลหะทั้งสอง
ต่อติดกันโดยการเชื่อมหรือยึดด้วยหมุด ปลายที่เหลือ
อีกด้านนาไปต่อกับเข้ามิเตอร์วัดแรงดันไฟฟ้า ไฟฟ้า
เกิดจากความร้อนที่ถูกสร้างขึ้นมาใช้งานจริง เป็น
อุปกรณ์ที่มีชื่อเรียกว่า เทอร์โมคัปเปิล
(Thermocouple) ใช้เพื่อวัดเกี่ยวกับอุณหภูมิ จึงมัก
เรียกว่า ไพโรมิเตอร์ (Pyrometers) คือเป็นมิเตอร์สาห
รับวัดอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง

7

กรอบที่ 1

4 เกิดจากแสงสว่าง (Light)



สารบางชนิดเมื่ออยู่ในที่มืดจะแสดงปฏิกิริยาใด ๆ
ออกมา แต่เมื่อถูกแสงแดดแล้วสารนั้นสามารถที่จะ
ปล่อยอิเล็กตรอนได้ เป็นเวลาหลายสิบปีนัก
วิทยาศาสตร์พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงพลังงาน
ไฟฟ้าแต่ยังนาแสงสว่างมาใช้ประโยชน์ได้น้อยมาก
เช่น อุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า โฟโตวอลเทอิก
เซลล์ ซึ่งประกอบด้วยวัตถุวางเป็นชั้น ๆ เมื่อถูกกับ
แสงสว่างอิเล็กตรอนที่เกิดขึ้นจะวิ่งจากด้านบนไปสู่
โวลต์มิเตอร์แล้วไหลกลับมาชั้นล่างเมื่อดูที่เข็มของ
โวลต์โฟโต้เซลล์มิเตอร์ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามี
กระแสไฟฟ้าเกิดขึ้น ยังมีหลอดอีกชนิดหนึ่งที่เรียก
ว่า โฟโตวอลเทอิก

8

กรอบที่ 1

5 เกิดจากแรงกดดัน (Pressure)



เมื่อเราพูดใส่ไมโครโฟนหรือโทรศัพท์แบบต่าง ๆ
คลื่นของความแรงกดดันของพลังงานเสียงจะทาให้
แผ่นไดอะแฟรมเคลื่อนไหว ซึ่งแผ่นไดอะแฟรมจะ
ทาให้ขดลวดเคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็กจึงทาให้
เกิดพลังงานไฟฟ้าซึ่งถูกส่งไปตามสายจนถึงเครื่อง
รับ ไมโครโฟนที่ใช้กับเครื่องขยายเสียงหรือเครื่อง
ส่งวิทยุก็ใช้หลักการเช่นนี้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม
ไมโครโฟนทุกชนิดมีหลักการทางานที่เหมือนกัน
คือใช้เปลี่ยนคลื่นแรงกดของเสียงให้เป็นไฟฟ้า
โดยตรงนั่นเอง ผลึกของวัตถุบางอย่างถ้าถูกกดจะ
ทาให้เกิดประจุไฟฟ้าขึ้นได้ เช่น หินเขี้ยวหนุมาน
หินทูมาลีน และเกลือโรเลล์ ซึ่งแสดงให้เห็นได้อย่าง
ดีว่าแรงกดเป็นต้นกาเนิดไฟฟ้า

9

กรอบที่ 1

6 เกิดจากสนามแม่เหล็ก (Magnetism)



จากการทดลองของไมเคิล ฟาราเดย์นักวิทยาศาสตร์
ชาวอังกฤษพบว่าเมื่อนำแท่งแม่เหล็กเคลื่อนที่ผ่าน
ขดลวดหรือนำขดลวดเคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็ก จะ
เกิดแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำขึ้นในขดลวดนั้นและยัง
สรุปต่อไปได้อีกว่ากระแสไฟฟ้า จะเกิดได้มากหรือ
น้อยขึ้นอยู่กับ

1) จำนวนขดลวด ถ้าขดลวดมีจานวนมากก็จะเกิด
แรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำมากด้วย

2) จำนวนเส้นแรงแม่เหล็ก ถ้าเส้นแรงแม่มีจาน
วนมากก็จะเกิดแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำมากด้วย

3) ความเร็วในการเคลื่อนที่ของแม่เหล็ก ถ้า
เคลื่อนที่ผ่านสนามแม่เหล็กเร็วขึ้นก็จะเกิดแรงดัน
ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

10

คำถามสำคัญกรอบที่ 1

1 .โวลตาอิกเซลล์ (Voltaic Cell) เกิดจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าประเภท
ใด
ก. แหล่งกำเนิดไฟฟ้าประเภทการเสียดสี
ข. แหล่งกำเนิดไฟฟ้าประเภทปฏิกิริยาเคมี
ค. แหล่งกำเนิดไฟฟ้าประเภทพลังงานความร้อน
ง. แหล่งกำเนิดไฟฟ้าประเภทความร้อน

2. รูปนี้คือการเกิดแหลางกำเนิดไฟฟ้าประเภทใด

ก. แหล่งกำเนิดไฟฟ้าประเภทปฏิกิริยาเคมี
ข. แหล่งกำเนิดไฟฟ้าประเภทการเสียดสี
ค. แหล่งกำเนิดไฟฟ้าประเภทแรงกดดัน
ง. แหล่งกำเนิดไฟฟ้าประเภทความร้อน

3. ไมเคิล ฟาราเดย์ ค้นพบอะไร
ก. ไฟฟ้าเกิดจากสนามแม่เหล็ก
ข. เซลล์ปฐมภูมิ
ค. แรงกดดันในไฟฟ้า
ง. ไฟฟ้าเกิดจากปฏิกิริยาเคมี

เฉลยคำตอบ 11

คำถามสำคัญกรอบที่ 1

1. ข
2. ค
3. ก

แนวคำตอบ

ข้อที่1
เมื่อนำโลหะ 2 ชนิดที่แตกต่างกันเช่นสังกะสีกับทองแดงจุ่มลงใน
สารละลายอิเล็กโทรไลท์ โลหะทั้งสองจะทำปฏิกิริยาเคมี กับสารละ
ลายอิเล็กโทรไลท์ เกิดจากการทาปฏิกิริยาทางเคมีแบบเบื้องต้นนี้
ถูกเรียกว่า โวลตาอิกเซลล์ (Voltaic Cell)

ข้อที่2
คลื่นของความแรงกดดันของพลังงานเสียง คือใช้เปลี่ยนคลื่นแรง
กดของเสียงให้เป็นไฟฟ้าโดยตรงนั่นเอง ผลึกของวัตถุบางอย่างถ้า
ถูกกดจะทาให้เกิดประจุไฟฟ้าขึ้นได้

ข้อที่3
การทดลองของไมเคิล ฟาราเดย์นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษพบว่า
เมื่อนำแท่งแม่เหล็กเคลื่อนที่ผ่านขดลวดหรือนำขดลวดเคลื่อนที่
ผ่านสนามแม่เหล็ก จะเกิดแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำ

12

กรอบที่ 2

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย



การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)
คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

13

กรอบที่ 2

1.การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

เป็นรัฐวิสาหกิจด้านกิจการพลังงานภายใต้การกำกับดูแล
ของกระทรวงพลังงาน และกระทรวงการคลัง มีภารกิจใน
การจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประชาชน โดยการผลิต จัด
ส่ง และ จำหน่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้านครหลวง
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่นๆ ตามที่
กฎหมายกำหนด รวมทั้งประเทศใกล้เคียง พร้อมทั้งธุรกิจ
อื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการไฟฟ้า ภายใต้กรอบพระราช
บัญญัติ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยระบบ
ผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.

14

กรอบที่ 2

2.การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นรัฐวิสาหกิจด้าน
สาธารณูปโภค สังกัดกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้าส่วน
ภูมิภาคมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานคร มีหน้าที่
กำหนดนโยบาย และแผนงาน ให้คำแนะนำ ตลอดจน
จัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้หน่วยงานในส่วนภูมิภาค
สำหรับในส่วนภูมิภาค แบ่งการบริหารงานออกเป็น 4
ภาค คือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง
และภาคใต้ แต่ละภาคแบ่งออกเป็นเขต รวมเป็น 12 การ
ไฟฟ้าเขต มีหน้าที่ควบคุมและให้คำแนะนำแก่สำนักงาน
การไฟฟ้าต่าง ๆ ในสังกัดรวม 894 แห่ง ในความรับผิด
ชอบ 74 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ การไฟฟ้าจังหวัด 74
แห่ง การไฟฟ้าอำเภอ 732 แห่ง การไฟฟ้าตำบล

15

กรอบที่ 2

3.การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)

สังกัดกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจในการจัดให้ได้มา
จำหน่าย ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า และธุรกิจ
เกี่ยวเนื่องหรือที่เป็นประโยชน์แก่การไฟฟ้านครหลวง
โดยมีพื้นที่เขตจำหน่ายใน 3 จังหวัด ได้แก่
กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ
หากประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และ
สมุทรปราการ ได้รับความขัดข้องเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า
เช่น หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด เสาไฟฟ้าล้ม ไฟฟ้าดับ ไฟฟ้า
ตก บิลค่าไฟฟ้าไม่ถูกต้อง เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมไปถึง
การขอใช้ไฟฟ้า เปลี่ยนขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า สามารถติดต่อ
ได้ที่การไฟฟ้านครหลวงที่อยู่ในแต่ละพื้นที่

16

กรอบที่ 2

4.คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)

ในการดำเนินงานของ กกพ. มีเป้าหมายสูงสุด คือ การกำกับ
ดูแลกิจการพลังงานไทยให้เกิดความมั่นคง และสร้างความ
มั่นใจให้แก่ประชาชน โดยมีการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่
การจัดทำแผนยุทธศาสตร์การกำกับกิจการพลังงาน การจัด
ทำร่างกฎหมายลำดับรองตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบ
กิจการพลังงาน การออกใบอนุญาตการประกอบกิจการ
พลังงานและการอนุญาตผลิตพลังงานควบคุม กำหนด
โครงสร้างค่าไฟฟ้า

17

คำถามสำคัญกรอบที่ 2

1 . คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ตัวย่อคือข้อใด
ก. กกพ.
ข. กฟผ.
ค. กฟน.
ง. กฟภ.

2. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทำหน้าที่อะไร
ก. การกำกับดูแลกิจการพลังงานไทยให้เกิดความมั่นคง
ข. การจัดหาพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประชาชน
ค. มีหน้าที่กำหนดนโยบาย และแผนงาน ใน 4 ภูมิภาค
ง. จัดหาพลังงานไฟฟ้าให้แก่ประชาชน

3. กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ไฟฟ้าอยู่ในการดูเูแล
ของหน่วยงานใด
ก. กฟภ.
ข. กกพ.
ค. กกย.
ง. กฟน.

เฉลยคำตอบ 18

คำถามสำคัญกรอบที่ 2

1. ก
2. ค
3. ง

แนวคำตอบ

ข้อที่1
กกพ. มีเป้าหมายสูงสุด คือ การกำกับดูแลกิจการพลังงานไทยให้
เกิดความมั่นคง และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน

ข้อที่2
คำแนะนำ ตลอดจนจัดหาวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้หน่วยงานในส่วน
ภูมิภาค สำหรับในส่วนภูมิภาค แบ่งการบริหารงานออกเป็น 4 ภาค
คือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคใต้
ข้อที่3
มีภารกิจในการจัดให้ได้มา จำหน่าย ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพลังงาน
ไฟฟ้า และธุรกิจเกี่ยวเนื่องหรือที่เป็นประโยชน์แก่การไฟฟ้า
นครหลวง โดยมีพื้นที่เขตจำหน่ายใน 3 จังหวัด ได้แก่
กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ

19

กรอบที่ 3

เชื้อเพลิงและพลังงานที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า

1.เชื้อเพลิงฟอสซิล
เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil Fuel) หมายถึง เชื้อเพลิงที่เกิดจากซาก
พืช ซากสัตว์ที่ทับถม จมอยู่ใต้พื้นพิภพเป็นเวลานานหลายร้อยล้าน
ปีโดยอาศัยแรงอัดของเปลือกโลกและความร้อนใต้ผิว โลกมีทั้ง
ของแข็ง ของเหลวและก๊าซ เช่น ถ่านหินน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ
เป็นต้น แหล่งพลังงานนี้เป็น แหล่งพลังงานที่สำคัญในการผลิต
ไฟฟ้าในปัจจุบันสำหรับประเทศไทยได้มีการนำเอาพลังงาน
ฟอสซิลมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าประมาณร้อยละ 90

2.พลังงานทดแทน
พลังงานที่นำมาใช้แทนน้ำมันเชื้อเพลิง สามารถแบ่งตามแหล่งที่ได้
มากเป็น 2 ประเภท คือ พลังงานทดแทนจากแหล่งที่ใช้แล้วหมดไป
อาจเรียกว่า พลังงานสิ้นเปลือง ได้แก่ ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ
นิวเคลียร์ หินน้ำมัน และทรายน้ำมัน เป็นต้นและพลังงานทดแทน
อีกประเภทหนึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้แล้วสามารถหมุนเวียนมา
ใช้ได้อีก เรียกว่า พลังงานหมุนเวียน ได้แก่ แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล
น้ำ และไฮโดรเจน เป็นต้น ซึ่งในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะศักยภาพ
และสถานภาพการใช้ประโยชน์ของพลังงานทดแทน

เชื้อเพลิงฟอสซิล 20

ถ่านหิน (Coal) กรอบที่ 3

ถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิงประเภทฟอสซิลที่อยู่ในสถานะของแข็ง เกิด
จากการทับถมกัน ของซากพืชในยุคดึกดำบรรพ์ ถ่านหินมีปริมาณ
มากกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลชนิดอื่น ๆ และมีแหล่ง กระจายอยู่
ประมาณ 70 ประเทศทั่วโลก เช่น อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย
แอฟริกา เป็นต้น จากการ คาดการณ์ปริมาณถ่านหินที่พิสูจน์แล้ว
ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2557 จาก BP Statistical Review of World
Energy คาดว่า ถ่านหินในโลกจะมีเพียงพอต่อการใช้งานไปอีก
110 ปี และถ่านหินใน ประเทศไทยมีเหลือใช้อีก 69 ปีซึ่งถ่านหินที่น
ามาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้า ได้แก่ ลิกไนต์ซับบิทู
มินัส บิทูมินัส 28 ถ่านหินส่วนใหญ่ที่พบในประเทศไทยเป็นลิกไนต์
ที่มีคุณภาพต่ำ ปริมาณสำรองส่วน ใหญ่ที่นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงใน
การผลิตกระแสไฟฟ้าอยู่ที่เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง

เชื้อเพลิงฟอสซิล 21

น้ำมัน (Petroleum Oil) กรอบที่ 3

น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงประเภทฟอสซิลที่มีสถานะเป็นของเหลว เกิด
จากซากสัตว์และ ซากพืชทับถมเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี พบมาก
ในภูมิภาคตะวันออกกลาง สำหรับประเทศไทย มีแหล่งน้ำมันดิบ
จากแหล่งกลางอ่าวไทย เช่น แหล่งเบญจมาศ แหล่งยูโนแคล แหล่ง
จัสมิน เป็นต้น และแหล่งบนบก ได้แก่ แหล่งสิริกิติ์ อำเภอลาน
กระบือ จังหวัดกำแพงเพชร จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำมันที่
พิสูจน์แล้ว ข้อมูล ณ ปี พ.ศ. 2557 จาก BP Statistical Review
of World Energy คาดว่าน้ำมันในโลกจะมีเพียงพอต่อการใช้งาน
ไปอีก 52.5 ปี และน้ำมันในประเทศ ไทยมีเหลือใช้อีก 2.8 ปี น้ำมัน
ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้ามี 2 ประเภท คือ น้ำมันเตาและน้ำมันดีเซล

เชื้อเพลิงฟอสซิล 22

ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas) กรอบที่ 3

ก๊าซธรรมชาติ เป็นเชื้อเพลิงประเภทฟอสซิลที่มีสถานะเป็นก๊าซ ซึ่ง
เกิดจากการทับถม ของซากสัตว์และซากพืชมานานนับล้านปี พบ
มากในภูมิภาคตะวันออกกลาง กระบวนการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซ
ธรรมชาติ เริ่มต้นด้วยกระบวนการเผาไหม้ก๊าซธรรมชาติ ในห้อง
สันดาปของกังหันก๊าซที่มี ความร้อนสูงมาก เพื่อให้ได้ก๊าซร้อนมา
ขับกังหัน ซึ่งจะไปหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จากนั้นจะนำก๊าซ ร้อน
ส่วนที่เหลือไปผลิตไอน้ำสำหรับใช้ขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบ
กังหันไอน้ำ สำหรับไอน้ำส่วนที่ 31 เหลือจะมีแรงดันต่ำก็จะผ่านเข้า
สู่กระบวนการลดอุณหภูมิ เพื่อให้ไอน้ำควบแน่นเป็นน้ำและ นำ
กลับมาป้อนเข้าระบบผลิตใหม่อย่างต่อเนื่อง

พลังงานทดแทน 23


กรอบที่ 3

พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy)

โซลาร์เซลล์ (Solar Cells / Photovoltaic (PV) Cells) คือ
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำมาจากซิลิคอน หรือสารอื่น ที่ทำหน้าที่
เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยการผลิตไฟฟ้า
จากโซลาร์เซลล์มีได้หลากหลายรูปแบบ จากสเกลใหญ่ด้วย โรง
ผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม : Solar Farm)
จนถึงสเกลเล็กแบบติดตั้งบนหลังคาอาคารบ้านเรือน หรือ โซลาร์
รูฟ (Solar Roof) หรือแม้กระทั่งโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ เพื่อผลิต
พลังงานไฟฟ้า และยังช่วยลดการระเหยของน้ำในบ่ออีกด้วย โดย
การใช้ระบบโซลาร์เซลล์ ไม่มีการปล่อยมลพิษหรือแก๊สเรือน
กระจกแต่อย่างใด และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก มีเพียง
แค่ผลกระทบขณะอยู่ในกระบวนการผลิตแผงโซลาร์เซลล์

พลังงานทดแทน 24


กรอบที่ 3
พลังงานลม (Wind Power)



พลังงานลมก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งของพลังงานที่สะอาด และไม่หมดไป
โดยใช้กังหันลมในการเปลี่ยนพลังงานจลน์ (Kinetic Energy) จาก
ลมที่เคลื่อนที่ ให้กลายเป็นพลังงานกล (Mechanical Energy) ใน
การหมุนเครื่องเจเนอร์เรเตอร์ หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า
(Generator) เพื่อเปลี่ยนพลังงานเป็นพลังงานไฟฟ้าต่อไป แต่ทั้งนี้
ในประเทศไทย มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากพลังงานลมค่อน
ข้างน้อย เนื่องจากปัญหาในด้านของความเร็วลมที่ค่อนข้างน้อย

พลังงานทดแทน 25


กรอบที่ 3

พลังงานน้ำ (Hydroelectric Power)



การผลิตพลังงานจากน้ำ อาศัยหลักการการเคลื่อนที่ของน้ำจากที่
สูงลงสู่ที่ต่ำ ในรูปแบบที่คุ้นเคยกันก็คือ การกักเก็บน้ำไว้ในเขื่อน
แล้วเปิดประตูน้ำให้น้ำไหลออกมาเพื่อนหมุนใบพัด และเครื่อง
ปั่ นไฟฟ้า เพื่อผลิตไฟฟ้า โดยน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ในเขื่อนมีพลังงาน
สะสมอยู่ในรูปของพลังงานศักย์ (Potential Energy) และถูก
เปลี่ยนเป็นพลังงานจลน์ (Kinetic Energy) เมื่อน้ำไหลลงมา โดย
พลังงานน้ำจากเขื่อนเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ถูกผลิตมากที่สุดใน
ประเทศไทย

พลังงานทดแทน 26


กรอบที่ 3

พลังงานชีวมวล (Biomass Energy)



มวลชีวภาพ หรือ ชีวมวล คือ วัสดุที่เกิดมาจากธรรมชาติ เช่น พืช
และสัตว์ ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต เมื่อนำเอาชีวมวลไปเผา จะมีการ
ปล่อยพลังงานทางเคมีออกมา ในรูปของความร้อน โดยความร้อน
นี้สามารถนำไปใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้โดยผ่านกังหันไอน้ำ
(Steam Turbine) โดยหลายๆคนอาจมีความเข้าใจผิดไปได้ว่า
พลังงานชีวมวลเป็นพลังงานที่สะอาด สะอาดกว่าการผลิตไฟฟ้า
ด้วยน้ำมันและถ่านหิน แต่การผลิตพลังงานชีวมวลบางชนิด เช่น
จากการเผาต้นไม้ ทั้งเป็นการส่งเสริมให้มีการตัดไม้ทำลายป่า แล้ว
ยังมีการปล่อยแก๊สเรือนกระจกออกมา (Carbon Emission)
มากกว่าการใช้น้ำมัน และถ่านหิน แต่ก็มีพลังงานชีวมวลบาง
ประเภทที่มีอัตราการปล่อยแก๊สเรือนกระจกต่ำมาก

พลังงานทดแทน 27


กรอบที่ 3

5 พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal Energy)



พลังงานความร้อนใต้พิภพ เป็นพลังงานทดแทนที่เกิดจากความ
ร้อนใต้พื้นโลก โดยเกิดจากการที่น้ำไหลซึมเข้าไปอยู่ที่ชั้นหินอุ้มน้ำ
และความร้อนใต้ผิวโลกทำให้น้ำระเหยเป็นไอ โดยไอน้ำบางส่วน
ไม่สามารถลอดออกมาได้ จึงทำให้มีไอน้ำบางส่วนถูกกักเก็บไว้ใต้
ชั้นหิน เกิดเป็นความร้อนใต้พิภพ จากนั้นเจาะหลุมลงไป เพื่อนำเอา
ไอน้ำแรงดันสูงไปหมุนกังหัน เพื่อให้พลังงานกับเครื่องกำเนิด
ไฟฟ้า

28

คำถามสำคัญกรอบที่ 3

1 . ข้อใด คือ เชื้อเพลิงจากฟอสซิล
ก. พลังงานลม
ข. แก๊สชีวมวล
ค. ถ่านหิน
ง. พลังงานแสงอาทิตย์

2. ข้อใดคือพลังงาทดแทน
ก. ถ่านหิน
ข. น้ำมันดิบ
ค. แก๊สธรรมชาติ
ง. พลังงานน้ำ

3. การทับถมของซากพืชซากสัตว์ คือข้อใด
ก. ฟอสซิล
ข. พลังงานทดแทน
ค. พลังงานจลล์
ง. พลังงานศักย์

เฉลยคำตอบ 29

คำถามสำคัญกรอบที่ 3

1. ค
2. ง
3. ก

แนวคำตอบ

ข้อที่1
เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil fuel) คืออินทรีย์สารใต้พื้นโลกที่เกิดจาก
การทับถมกันของซากพืชซากสัตว์ใต้ทะเลลึกเมื่อหลายพันล้านปี
ก่อนพร้อมกับได้รับความร้อนจากใต้พื้นพิภพ ทำให้ซากพืชซาก
สัตว์ที่ทับถมกันหนาแน่นใต้ชั้นหินตะกอนเกิดการย่อยสลายกลาย
เป็นแหล่งสะสมของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon)

ข้อที่2
พลังงานทดแทนอีกประเภทหนึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้แล้ว
สามารถหมุนเวียนมาใช้ได้อีก เรียกว่า พลังงานหมุนเวียน ได้แก่
แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล น้ำ และไฮโดรเจน เป็นต้น

ข้อที่3
เชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil fuel) คืออินทรีย์สารใต้พื้นโลกที่เกิดจาก
การทับถมกันของซากพืชซากสัตว์ใต้ทะเลลึกเมื่อหลายพันล้านปี
ก่อนพร้อมกับได้รับความร้อนจากใต้พื้นพิภพ ทำให้ซากพืชซาก
สัตว์ที่ทับถมกันหนาแน่นใต้ชั้นหินตะกอนเกิดการย่อยสลายกลาย
เป็นแหล่งสะสมของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon)

30

กรอบที่ 4

1.อุปกรณ์ไฟฟ้า



มารตรฐานการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้า มี
ความสำคัญยิ่ง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย คงทน
ถาวร และเพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์
ไฟฟ้าต่างๆ ที่ใช้อยู่ในระบบให้ยาวนานยิ่งขึ้น การ
ติดตั้งระบบไฟฟ้า มีมาตรฐานกำหนดที่แน่นอน
และมีหลายหน่วยงาน ชื่อ มอก.

2.วงจรไฟฟ้า



การนำแหล่งจ่ายไฟฟ้าจ่ายแรงดันและกระแสให้กับ
โหลดโดยใช้ลวดตัวนำ เป็นการนำเอาสายไฟฟ้าหรือ
ตัวนำไฟฟ้าที่เป็นเส้นทางเดินให้กระแสไฟฟ้า สามารถ
ไหลผ่านต่อถึงกันได้นั้น เราเรียกว่า วงจรไฟฟ้า
(Electrical circuit)

31

กรอบที่ 4

อุปกรณ์ไฟฟ้า

1.อุปกรณ์ไฟฟ้า

สายไฟ (Cable) สายไฟเป็นอุปกรณ์สำหรับส่งกระแสไฟฟ้าจากที่
หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง โดยกระแสไฟฟ้าจะผ่านไปตามสายไฟจนถึง
เครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟทำด้วยสารที่มีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้า
(ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้ดี) เช่น ทองแดง เป็นต้น โดยจะ
ถูกหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ไฟฟ้า

32

กรอบที่ 4

อุปกรณ์ไฟฟ้า

2.ฟิวส์ (Fuse)

ฟิวส์เป็นอุปกรณ์ป้องกันกระแสไฟฟ้าไหลเกินจนเกิดอันตรายต่อ
เครื่องใช้ไฟฟ้า ถ้ามีกระแสไฟฟ้าไหลเกิน ฟิวส์จะหลอมละลายจน
ขาด ทำให้ตัดวงจรไฟฟ้าในครัวเรือนโดยอัตโนมัติ ฟิวส์ทำด้วย
โลหะผสมระหว่างตะกั่วกับดีบุก มีจุดหลอมเหลวต่ำและมีรูปร่าง
แตกต่างกันไป ตามวัตถุประสงค์ของการใช้งาน

33

กรอบที่ 4

อุปกรณ์ไฟฟ้า

3.อุปกรณ์ตัดตอน หรือ เบรกเกอร์ (Breaker)

อุปกรณ์ตัดต่อวงจรโดยอัตโนมัติ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลเกินค่าที่
กำหนด ปุ่มหรือคันโยกที่เบรกเกอร์จะดีดมาอยู่ในตำแหน่งตัด
วงจรอย่างอัตโนมัติ โดยอาศัยหลักการทำงานของแม่เหล็กไฟฟ้า
เบรกเกอร์มีจำหน่ายตามท้องตลาดหลายแบบ

34

กรอบที่ 4

อุปกรณ์ไฟฟ้า

4. สวิตช์ (Switch)

สวิตช์ เป็นอุปกรณ์ปิดหรือเปิดวงจรไฟฟ้า เพื่อควบคุมการจ่าย
กระแสไฟฟ้าให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
ประกอบด้วย สวิตช์ทางเดียว และสวิตช์สองทาง

35

กรอบที่ 4

อุปกรณ์ไฟฟ้า

5. สะพานไฟ (Cut-out)

สะพานไฟ หรือ คัทเอาท์ เป็นอุปกรณ์สำหรับตัดต่อวงจรไฟฟ้า
ทั้งหมดภายในครัวเรือน ประกอบด้วยฐานและคันโยกที่มี
ลักษณะเป็นขาโลหะ 2 ขา มีที่จับเป็นฉนวน เมื่อสับคันโยกขึ้น
กระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าสู่วงจรไฟฟ้าในครัวเรือน และเมื่อสับคัน
โยกลงกระแสไฟฟ้าจะหยุดไหล ซึ่งเป็นการตัดวงจร

36

กรอบที่ 4

อุปกรณ์ไฟฟ้า

6. เครื่องตัดไฟรั่ว (Earth Leak Circuit Breaker : ELCB)

เครื่องตัดไฟรั่ว เป็นอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง ที่
สามารถตัดวงจรไฟฟ้ากรณีเกิดไฟรั่ว โดยกำหนดความไวของ
การตัดวงจรไฟฟ้าตามปริมาณกระแสไฟฟ้าที่รั่วลงดินเพื่อให้มี
การตัดไฟรั่วก่อนที่จะเป็นอันตรายกับระบบไฟฟ้า

37

กรอบที่ 4

อุปกรณ์ไฟฟ้า

7. เต้ารับ (Socket) และเต้าเสียบ (Plug)



เต้ารับและเต้าเสียบ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อวงจรไฟฟ้า ทำให้
กระแสไฟฟ้าไหลเข้าสู่อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

1) เต้ารับหรือปลั๊กตัวเมีย คือ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับวงจรไฟฟ้า
ในครัวเรือน เช่น เต้ารับที่ติดตั้งบนผนังบ้านหรืออาคาร เป็นต้น
เพื่อรองรับการต่อกับเต้าเสียบของเครื่องใช้ไฟฟ้า

2) เต้าเสียบหรือปลั๊กตัวผู้ คือ อุปกรณ์ส่วนที่ติดอยู่กับปลาย
สายไฟของเครื่องใช้ไฟฟ้า เต้าเสียบที่ใช้กันอยู่มี 2 แบบ คือ
(1) เต้าเสียบ 2 ขา ใช้กับเต้ารับที่มี 2 ช่อง
(2) เต้าเสียบ 3 ขา ใช้กับเต้ารับที่มี 3 ช่อง โดยขากลางจะต่อกับ
สายดิน

38

กรอบที่ 4

วงจรไฟฟ้า

1.จงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม

39

กรอบที่ 4

วงจรไฟฟ้า

1.จงจรไฟฟ้าแบบขนาน


Click to View FlipBook Version