จรรยาบรรณวชิ าชีพบุคลากรทางการศึกษา
ความหมายของคาว่าจรรยาบรรณวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษา
จรรยาบรรณ
-จรรยาบรรณ หมายถึง ประมวลความประพฤติ ท่ีผปู้ ระกอบวิชาชีพ การงานแตล่ ะอยา่ ง
กาหนดข้ึน เพอื่ รักษา และสร้างเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และฐานะของสมาชิก อาจเขยี นเป็น ลายลกั ษณ์อกั ษร
หรือไมก่ ็ได้ (ราชบณั ฑิตยสถาน. 2546 : 289)
-จรรยาบรรณ หมายถึง จริยาวิชาชีพ หรือจรรยาวชิ าชีพ หรือจริยธรรมวิชาชีพ ซ่ึงครอบคลุม
ในทกุ เร่ือง ทกุ ประการ ท่ีเป็นขอ้ ควรปฏิบตั ิ สาหรับกลมุ่ วชิ าชีพ (พระราชวรมนุ ี. 2541 : 39-40)
วชิ าชีพ
วชิ าชีพหรือ Profession หมายถึง งานที่ตนไดป้ ฏิญาณวา่ จะอทุ ิศตวั ทาไปตลอดชีวิต เป็นงานที่
ตอ้ งไดร้ ับการอบรมสั่งสอนมานาน เป็นงานท่ีมีขนบธรรมเนียมและจรรยาของหมคู่ ณะโดยเฉพาะ
ไดร้ ับคา่ ตอบแทนในลกั ษณะคา่ ธรรมเนียม หรือ ค่ายกครู มิใช่คา่ จา้ ง
(http://sammachivonline.com/index.php/occupation-article/item/29-)
จรรยาบรรณของวชิ าชีพ
จรรยาบรรณวิชาชีพ หมายถึง มาตรฐานของคุณคา่ แห่งความดีงาม ของการกระทา หน่ึง ๆ
หรือพฤติกรรมโดยรวม ของผปู้ ระกอบวชิ าชีพใดวิชาชีพหน่ึง ( มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. 2549 : 300)
บุคลากรทางการศึกษา
บคุ ลากรทางการศึกษา” หมายความวา่ ผบู้ ริหารสถานศึกษา ผบู้ ริหารการศึกษา รวมท้งั
ผสู้ นบั สนุนการศึกษาซ่ึงเป็นผทู้ าหนา้ ท่ีใหบ้ ริการ หรือปฏิบตั ิงานเก่ียวเนื่องกบั การจดั กระบวนการเรียนการสอน
การนิเทศ การบริหารการศึกษา และปฏิบตั ิงานอ่ืนในหน่วยงานการศึกษา(พระราชบญั ญตั ิระเบียบขา้ ราชการครู
และบคุ ลากรทางการศึกษาพ.ศ. ๒๕๔๗)
ลกั ษณะของวิชาชีพช้ันสูง
1. วชิ าชีพช้นั สูงจะตอ้ งมีบริการที่ใหแ้ ก่สงั คมท่ีมีลกั ษณะเฉพาะเจาะจงและจาเป็น
2. สมาชิกของวิชาชีพช้นั สูงจะตอ้ งใชว้ ธิ ีการแห่งปัญญาในการใหบ้ ริการ
3. สมาชิกของวชิ าชีพช้นั สูงจะตอ้ งไดร้ ับการศึกษาอบรมใหม้ ีความรู้กวา้ งขวางลึกซ้ึงโดยใช้
ระยะเวลานานพอสมควร
4. สมาชิกของวชิ าชีพช้นั สูงจะตอ้ งมีเสรีภาพในการใชว้ ชิ าชีพน้นั ๆตามมาตรฐานวชิ าชีพ
5. วชิ าชีพช้นั สูงจะตอ้ งมีจรรยาบรรณ
6. วิชาชีพช้นั สูงจะตอ้ งมีสถาบนั วิชาชีพเป็นแหลง่ กลางในการสร้างสรรคจ์ รรโลงมาตรฐาน
ของวชิ าชีพ (วิจิตร ศรีสอา้ น :2535)
ความสาคญั ของจรรยาบรรณวชิ าชีพ
1) ช่วยควบคมุ มาตรฐาน รับประกนั คุณภาพท่ีถูกตอ้ งในการประกอบอาชีพ ในการผลิตและการคา้
2) ช่วยควบคมุ จริยธรรมของผปู้ ระกอบอาชีพ
3) ช่วยส่งเสริมมาตรฐาน คุณภาพและปริมาณท่ีดี มีคณุ ค่าและเผยแพร่ใหร้ ู้จกั เป็นท่ีนิยมเช่ือถือ
4) ช่วยส่งเสริมจริยธรรมของผปู้ ระกอบอาชีพ
5) ช่วยลดปัญหาอาชญากรรม ลดปัญหาการกดโกง เอารัดเอาเปรียบ เห็นแก่ตวั
6) ช่วยเนน้ ใหเ้ ห็นชดั เจนยง่ิ ข้ึนในภาพพจน์ท่ีดีของผมู้ ีจริยธรรม
7) ช่วยทาหนา้ ท่ีพิทกั ษส์ ิทธิตามกฎหมายสาหรับผปู้ ระกอบอาชีพใหเ้ ป็นไปถูกตอ้ งตามทานองคลอง
ธรรม (รัตนวดี โชติกพนิช :2550:1)
คุณธรรม จริยธรรมจรรยาบรรณวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษา
การประเมินวินยั คณุ ธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวชิ าชีพบคุ ลากรทางทางการศึกษามีและเลื่อน
วทิ ยฐานะ(ชานาญการพเิ ศษ) จะประเมินใน 6 เรื่อง ไดแ้ ก่
1.พฤติกรรมการรักษาระเบียบวนิ ยั ไดแ้ ก่ การควบคุมการประพฤติปฏิบตั ิของตนเองใหอ้ ยใู่ น
กฎระเบียบของหน่วยงานและสงั คมในกรณีมีความรับผิดชอบและซ่ือตรงตอ่ การปฏิบตั ิหนา้ ท่ี โดยยดึ ถือ
ประโยชนท์ ่ีจะเกิดข้นึ ต่อส่วนรวมเป็นสาคญั
2.การประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดี ไดแ้ ก่ พฤติกรรมการปฏิบตั ิท้งั พฤติกรรมส่วนตนและพฤติกรรม
การปฏิบตั ิงาน ท้งั ในเร่ืองความสามคั คีและวิถีประชาธิปไตยในการดาเนินชีวิต
3.การดารงชีวติ อยา่ งเหมาะสม ไดแ้ ก่ การประพฤติปฎิบตั ิตนในการดารงชีวติ ท่ียดึ หลกั ความพอเพียง
การหลีกเลี่ยงอบายมขุ การรู้รักสามคั คีและวถิ ีประชาธิปไตยในการดาเนินชีวิต
4.ความรักและศรัทธาในวิชาชีพ ไดแ้ ก่ ความพึงพอใจและอทุ ิศเวลาในการปฏิบตั ิงานในหนา้ ท่ีดว้ ย
ความวริ ิยะ อุตสาหะ โดยม่งุ ผลสาเร็จที่เป็นความเจริญกา้ วหนา้ ของการจดั การศึกษา
5.ความรับผดิ ชอบในวิชาชีพ ไดแ้ ก่ การปฏิบตั ิงานในหนา้ ท่ีโดยคานึงถึงความถูกตอ้ ง ความซื่อสัตย์
สุจริต และผลประโยชนข์ องหน่วยงานและผรู้ ับบริการเป็ นสาคญั
6.ค่านิยม และอุดมการณ์ของความเป็นครู และบคุ ลากรทางการศึกษา ไดแ้ ก่ ค่านิยมพ้นื ฐาน 5
ประการ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ
ด้านผู้บริหารสถานศึกษา
จรรยาบรรณผู้บริหารสถานศึกษา 9 ประการ
จรรยาบรรณต่อตนเอง
1. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งมีวินยั ในตนเอง พฒั นาตนเองดา้ นวชิ าชีพ บคุ ลิกภาพ และวิสัยทศั น์ ใหท้ นั ต่อ
การพฒั นาทางวทิ ยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยเู่ สมอ
จรรยาบรรณต่อวชิ าชีพ
2. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งรัก ศรัทธา ซื่อสตั ยส์ ุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององคก์ ร
วชิ าชีพ
จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
3. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ใหก้ าลงั ใจแก่ศิษยแ์ ละผรู้ ับบริการตาม
บทบาทหนา้ ท่ีโดยเสมอหนา้
4. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งส่งเสริมใหเ้ กิดการเรียนรู้ ทกั ษะ และนิสยั ทถ่ี ูกตอ้ งดีงามแก่ศิษยแ์ ละผรู้ ับบริการ
ตามบทบาทหนา้ ที่อยา่ งเตม็ ความสามารถดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ
5. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งประพฤติตนเป็นแบบอย่างท่ีดี ท้งั ทางกาย วาจา และจิตใจ
6. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งไมก่ ระทาตนเป็นปฏิปักษต์ ่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และ
สงั คมของศิษยแ์ ละผรู้ ับบริการ
7. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งใหบ้ ริการดว้ ยความจริงใจและเสมอภาค โดยไมเ่ รียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์
จากการใชต้ าแหน่งหนา้ ท่ีโดยมิชอบ
จรรยาบรรณต่อผรู้ ่วมประกอบวิชาชีพ
8. ผบู้ ริหารสถานศึกษา พงึ ช่วยเหลือเก้ือกูลซ่ึงกนั และกนั อยา่ งสร้างสรรค์ โดยยดึ มนั่ ในระบบคณุ ธรรม สร้าง
ความสามคั คใี นหมคู่ ณะ
จรรยาบรรณต่อสังคม
9. ผบู้ ริหารสถานศึกษา พึงประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นผนู้ าในการอนุรักษแ์ ละพฒั นาเศรษฐกิจ สงั คม ศาสนา
ศิลปวฒั นธรรม ภูมิปัญญา ส่ิงแวดลอ้ ม รักษาผลประโยชนข์ องส่วนรวมและยดึ มนั่ ในการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ
ที่มา : http://www.ksp.or.th/ksp2013/content/view.php?mid=136&did=255&tid=3&pid=6
ความหมายของผ้บู ริหารสถานศึกษา
ตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ[1] เลม่ 116 ตอนท่ี 74 ก ไดบ้ ญั ญตั ิไว้ 2 ความหมาย คอื
“ผบู้ ริหารสถานศึกษา” หมายความวา่ บคุ ลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารสถานศึกษาแตล่ ะแห่งของรัฐและ
เอกชน
“ผบู้ ริหารการศึกษา” หมายความวา่ บคุ ลากรวิชาชีพที่รับผิดชอบการบริหารการศึกษานอกสถานศึกษาต้งั แต่
ระดบั เขตพ้ืนที่การศึกษาข้ึนไป
มาตรฐานวชิ าชีพผู้บริหารสถานศึกษา
คุณธรรมและจริยธรรมสาหรับผู้บริหารสถานศึกษา
สาระความรู้
1) คณุ ธรรมและจริยธรรมสาหรับผบู้ ริหาร
2) จรรยาบรรณของวิชาชีพผบู้ ริหารสถานศึกษา
3) การพฒั นาจริยธรรมผบู้ ริหารใหป้ ฏิบตั ิตนในกรอบคุณธรรม
4) การบริหารจดั การบา้ นเมืองที่ดี (Good Governance)
สมรรถนะ
1) เป็นผนู้ าเชิงคณุ ธรรม จริยธรรม และปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดี
2) ปฏิบตั ิตนตามจรรยาบรรณของวชิ าชีพผบู้ ริหารสถานศึกษา
3) ส่งเสริมและพฒั นาใหผ้ รู้ ่วมงานมีคุณธรรมและจริยธรรมท่ีเหมาะสม
มาตรฐานการปฏบิ ัติตน
จรรยาบรรณต่อตนเอง
1. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งมีวินยั ในตนเอง พฒั นาตนเองดา้ นวชิ าชีพ
บุคลิกภาพ และวสิ ยั ทศั น์ ใหท้ นั ตอ่ การพฒั นาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สงั คม และการเมืองอยเู่ สมอ
จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
2. ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งรัก ศรัทธา ซ่ือสตั ยส์ ุจริต และ
รับผดิ ชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกท่ีดีขององคก์ รวิชาชีพ
จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
3. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม
ใหก้ าลงั ใจแก่ศิษยแ์ ละผรู้ ับบริการตามบทบาทหนา้ ที่โดยเสมอหนา้
4. ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งส่งเสริมใหเ้ กิดการเรียนรู้ ทกั ษะ และนิสยั
ท่ีถกู ตอ้ งดีงามแก่ศิษย์ และผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหนา้ ท่ีอยา่ งเตม็ ความสามารถดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ
5. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษาตอ้ งประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดี ท้งั
ทางกาย วาจา และจิตใจ
6. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งไมก่ ระทาตนเป็นปฏิปักษต์ อ่ ความเจริญ
ทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสงั คมของศิษย์ และผรู้ ับบริการ
7. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งใหบ้ ริการดว้ ยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่
เรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์จากการใชต้ าแหน่งหนา้ ท่ีโดยมิชอบ
จรรยาบรรณต่อผรู้ ่วมประกอบวชิ าชีพ
8. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษาพงึ ช่วยเหลือเก้ือกลู ซ่ึงกนั และกนั อยา่ งสร้างสรรค์
โดยยดึ มนั่ ในระบบคณุ ธรรม สร้างความสามคั คใี นหมู่คณะ
จรรยาบรรณต่อสังคม
9. ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา พงึ ประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นผนู้ าในการอนุรักษ์
และพฒั นาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวฒั นธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดลอ้ ม รักษาผลประโยชน์ ของส่วนรวม
และยดึ มนั่ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
ผ้บู ริหารการศึกษา(เขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา)
ความหมายของผู้บริหารการศึกษา
คาวา่ “ผบู้ ริหาร” ตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ มี 2 ความหมาย คอื
ผ้บู ริหารการศึกษา หมายถึง บุคลากรวชิ าชีพที่รับผิดชอบการบริหารการศึกษานอกสถานศึกษาต้งั แต่
ระดบั เขตพ้นื ที่การศึกษาข้ึนไป
ผ้บู ริหารการศึกษา หมายถึง บคุ ลากรวิชาชีพท่ีรับผดิ ชอบการบริหารสถานศึกษาแตล่ ะแห่งท้งั ของรัฐ
และเอกชน
“ผู้บริหารมืออาชีพ” ยงั เป็นคาที่คอ่ นขา้ งใหม่สาหรับวงการศึกษาเพิม่ จะเริ่มเป็นที่กล่าวถึงมากข้ึนก็
เม่ือมีการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ซ่ึงในหมวด 7 ไดก้ าหนดไวว้ า่ ท้งั
ผบู้ ริหารสถานศึกษา และผบู้ ริหารการศึกษา ตอ้ งมีใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพตามกฎหมายกาหนด
เกณฑม์ าตรฐานผบู้ ริหารการศึกษาของครุ ุสภา
เกณฑ์มาตรฐานผู้บริหารการศึกษา
ครุ ุสภา (2540) ไดอ้ อกประกาศเกณฑม์ าตรฐานการบริหารการศึกษาของคุรุสภา 12 เกณฑ์ ดงั น้ี
1.ปฏิบตั ิกิจกรรมทางวิชาการเก่ียวกบั การพฒั นาวชิ าชีพการบริหารการศึกษา
2.ตอ้ งตดั สินใจปฏิบตั ิกิจกรรมต่าง ๆ โดยคานึงถึงผลที่จะเกิดข้นึ กบั การพฒั นาของบคุ ลากร ผเู้ รียน และชุมชน
3.มุ่งมนั่ พฒั นาผรู้ ่วมงานใหส้ ามารถปฏิบตั ิตาม ไดเ้ ตม็ ศกั ยภาพ
4.พฒั นาแผนงานขององค์ กรใหส้ ามารถปฏิบตั ิไดเ้ กิดผลจริง
5.พฒั นาและใชน้ วตั กรรมการบริหารจนเกิดผลงานท่ีมีคุณภาพสูงข้ึนเป็นลาดบั
6.ปฏิบตั ิงานขององคก์ รโดยเนน้ ผลถาวร
7.รายงานผลการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาไดอ้ ยา่ งเป็นระบบ
8.ปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งที่ดี
9.ร่วมมือกบั ชุมชนและหน่วยงานอื่นอยา่ งสร้างสรรค์
10. แสวงหาและใชข้ อ้ มูลข่าวสารในการพฒั นา
11. เป็นผนู้ าและสร้างผา้ นา
12. สร้างโอกาสในการพฒั นาไดท้ ุกสถานการณ์
ลกั ษณะผู้บริหารการศึกษามืออาชีพ
นกั บริหารการศึกษามืออาชีพที่จะนาไปสู่ความสาเร็จในการบริหารและการจดั การศึกษาตามแนวทางท่ี
กาหนดไวใ้ นพ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ลกั ษณะดงั กลา่ วประกอบดว้ ย
ลกั ษณะพ้ืนฐานทางธรรมชาติเป็นเดิมทนุ
การศึกษา
บคุ ลิกภาพ
คณุ ธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
ความสามารถ/ทกั ษะ
ความรู้ลึกและรู้รอบ
การมีอนุญาตประกอบวชิ าชีพการบริหาร
จรรยาบรรณผู้บริหารารศึกษา 9 ประการ
จรรยาบรรณต่อตนเอง
1. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งมีวินยั ในตนเอง พฒั นาตนเองดา้ นวิชาชีพ บคุ ลิกภาพ และวิสัยทศั น์ ใหท้ นั ต่อ
การพฒั นาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สงั คม และการเมืองอยเู่ สมอ
จรรยาบรรณต่อวชิ าชีพ
2. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งรัก ศรัทธา ซ่ือสตั ยส์ ุจริต รับผิดชอบต่อวชิ าชีพ และเป็นสมาชิกท่ีดีขององคก์ ร
วิชาชีพ
จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
3. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ใหก้ าลงั ใจแก่ศิษยแ์ ละผรู้ ับบริการตาม
บทบาทหนา้ ท่ีโดยเสมอหนา้
4. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งส่งเสริมใหเ้ กิดการเรียนรู้ ทกั ษะ และนิสัยทีถ่ ูกตอ้ งดีงามแก่ศิษยแ์ ละผรู้ ับบริการ
ตามบทบาทหนา้ ที่อยา่ งเตม็ ความสามารถดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ
5. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดี ท้งั ทางกาย วาจา และจิตใจ
6. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งไมก่ ระทาตนเป็นปฏิปักษต์ อ่ ความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และ
สังคมของศิษยแ์ ละผรู้ ับบริการ
7. ผบู้ ริหารสถานศึกษา ตอ้ งใหบ้ ริการดว้ ยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่เรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์
จากการใชต้ าแหน่งหนา้ ท่ีโดยมิชอบ
จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวชิ าชีพ
8. ผบู้ ริหารสถานศึกษา พงึ ช่วยเหลือเก้ือกูลซ่ึงกนั และกนั อยา่ งสร้างสรรค์ โดยยดึ มนั่ ในระบบคณุ ธรรม สร้าง
ความสามคั คีในหมคู่ ณะ
จรรยาบรรณต่อสังคม
9. ผบู้ ริหารสถานศึกษา พงึ ประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นผนู้ าในการอนุรักษแ์ ละพฒั นา
เศรษฐกิจ สงั คม ศาสนา ศิลปะวฒั นธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดลอ้ ม รักษาผลประโยชนข์ องส่วนรวมและยึดมนั่
ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
ท่ีมา : http://www.ksp.or.th/ksp2013/content/view.php?mid=136&did=255&tid=3&pid=6
บุคลากรทางการศึกษาอื่น(ศึกษานิเทศก์)
หน้าที่ของ ศึกษานเิ ทศก์
แนะนา ช้ีนา กระตุน้ ใหค้ รูและผบู้ ริหารสถานศึกษา ใหเ้ กิดความรู้ ความตระหนกั
และมีทกั ษะในการบริหารจดั การและการจดั การเรียนการสอน รวมท้งั สามารถเป็นที่ปรึกษาทางวชิ าการสาหรับ
นกั บริหารระดบั สูง
ในองคก์ รที่สังกดั เช่น ผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษา รองผอู้ านวยการสานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
ผอู้ านวยการ
กลุม่ งานตา่ ง ๆ เป็นตน้
ศึกษานิเทศก์ ตอ้ งเก่งในเชิงวิชาการเป็นอยา่ งมาก จะตอ้ งไดร้ ับการพฒั นาสมรรถนะให้มีความเป็นเลิศอยา่ ง
ตอ่ เน่ือง
โดยศึกษานิเทศก์ จะตอ้ งมี
1) มีความรู้-แตกฉาน ลึกซ้ึงในเน้ือหาสาระ เรื่องที่จะทาการนิเทศ
2) มีทกั ษะในการศึกษา คน้ ควา้ วิจยั เพอ่ื สร้างองคค์ วามรู้ใหม่ ๆ สาหรับครู ผบู้ ริหารสถานศึกษา หรือ
องคก์ รเครือขา่ ย
3) มีทกั ษะในการวจิ ยั เชิงประเมินนโยบาย แผนงาน หรือโครงการตา่ ง ๆ สามารถใชก้ ารประเมินเป็น
เคร่ืองมือในการวิเคราะห์และช้ีแนะ
จุดเด่น จุดอ่อน หรือสิ่งที่ควรปรับปรุงในโครงการหรือปฏิบตั ิการใด ๆ ของหน่วยงานที่สงั กดั
4) มีทกั ษะดา้ นปฏิสัมพนั ธร์ ะหวา่ งบคุ คล และทกั ษะ ไอ ซีที เพ่อื สนบั สนุนหรือใหเ้ อ้ือตอ่ การทางานใน
ยคุ ปัจจุบนั
5) มีทกั ษะในการใชก้ ลไกเครือขา่ ยหรือส่งเสริมเครือขา่ ย ใหเ้ กิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวงวชิ าชีพ
มาตรฐานการปฏิบตั ิงานของศึกษานิเทศก์
มาตรฐานวชิ าชีพศึกษานิเทศก์
จรรยาบรรณวิชาชีพศึกษานิเทศก์
มาตรฐานการปฏิบตั ิงานศึกษานิเทศก์
๑. ปฏิบตั ิกิจกรรมทางวชิ าการเกี่ยวกบั การพฒั นาการนิเทศการศึกษา เพ่อื ใหเ้ กิดการพฒั นาวิชาชีพทาง
การศึกษา
คุณสมบตั ิเบ้ืองตน้ ที่สาคญั ประการหน่ึงของศึกษานิเทศกม์ ืออาชีพ คือ การเขา้ ร่วมเป็นสมาชิกท่ีดีขององคก์ ร
วิชาชีพ ดว้ ยการมีส่วนร่วมในกิจกรรมตา่ ง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การพฒั นาวิชาชีพ ไดแ้ ก่ การเป็นผรู้ ่วมงาน การเป็น
ผจู้ ดั งานหรือกิจกรรม รวมท้งั การเป็นผเู้ สนอผลงานและเผยแพร่ผลงาน เพื่อใหส้ มาชิกยอมรับและเห็น
คณุ ประโยชนข์ องศึกษานิเทศกท์ ่ีมีต่อการพฒั นาองคก์ ร ตลอดจนการนาองคก์ รใหเ้ ป็นท่ียอมรับของสังคมโดย
ส่วนรวม
๒. ตดั สินใจปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศการศึกษา โดยคานึงถึงผลท่ีจะเกิดแก่ผรู้ ับการนิเทศ
ศึกษานิเทศกม์ ืออาชีพ แสดงความรัก ความเมตตา และความปรารถนาดีต่อผรู้ ับการนิเทศดว้ ยการตดั สินใจใน
การทางานต่าง ๆ เพ่ือผลการพฒั นาที่จะเกิดข้ึนกบั ผรู้ ับการนิเทศ ศึกษานิเทศกต์ อ้ งวิเคราะห์ความสมั พนั ธ์
ระหวา่ งพฤติกรรมของตนกบั ผลท่ีจะเกิดแก่ผรู้ ับการนิเทศแลว้ เลือกเฉพาะกิจกรรมท่ีจะนาไปสู่ ผลทางบวก
เสมอ อีกท้งั ระมดั ระวงั ไมใ่ ห้เกิดกิจกรรมที่มีผลทางลบโดยมิไดต้ ้งั ใจเพอ่ื นาไปสู่ความไวว้ างใจ ความศรัทธา
ของผรู้ ับการนิเทศที่มีต่อการนิเทศและเห็นประโยชนข์ องการนิเทศ
๓. มงุ่ มนั่ พฒั นาผูร้ ับการนิเทศใหล้ งมือปฏิบตั ิกิจกรรมจนเกิดผลต่อการพฒั นาอยา่ งเตม็ ศกั ยภาพ
คุณประโยชนส์ าคญั ของการนิเทศอยทู่ ่ีผรู้ ับการนิเทศไดล้ งมือปฏิบตั ิกิจกรรมการพฒั นา จนเป็นผลให้เกิดการ
พฒั นาเตม็ ศกั ยภาพ ศึกษานิเทศกม์ ืออาชีพตอ้ งกาหนด ปรับเปลี่ยนแนวทางการนิเทศ เพื่อนาไปสู่การพฒั นา
ผรู้ ับการนิเทศอยา่ งเตม็ ศกั ยภาพ โดยศึกษาจุดเด่น จุดดอ้ ยของผรู้ ับการนิเทศกาหนดจุดท่ีจะพฒั นาเลือกใชว้ ิธีที่
เหมาะสมกบั การพฒั นาดา้ นน้นั ๆ แลว้ ใชเ้ ทคนิคการนิเทศใหผ้ รู้ ับการนิเทศไดล้ งมือปฏิบตั ิจริง ประเมิน
ปรับปรุง ใหผ้ รู้ ับการนิเทศรู้ศกั ยภาพ เลือกแนวทางที่เหมาะสมกบั งาน และลงมือปฏิบตั ิจนเป็นผลให้ศกั ยภาพ
ของผรู้ ับการนิเทศและศึกษานิเทศกเ์ พิ่มพูนพฒั นา กา้ วหนา้ อยา่ งไมห่ ยดุ ย้งั นาไปสู่การเป็นบคุ คลแห่งการ
เรียนรู้
๔. พฒั นาแผนการนิเทศใหส้ ามารถปฏิบตั ิไดเ้ กิดผลจริง
ศึกษานิเทศกม์ ืออาชีพวางแผนการนิเทศไดอ้ ยา่ งมียทุ ธศาสตร์ เหมาะสมกบั เง่ือนไข ขอ้ จากดั ของผูร้ ับการ
นิเทศ สอดคลอ้ งกบั นโยบาย แนวทาง และเป้าหมายของการพฒั นา เมื่อนาไปปฏิบตั ิจะเกิดผลตอ่ การพฒั นาอยา่ ง
แทจ้ ริง แผนการนิเทศตอ้ งมีกิจกรรมสาคญั ท่ีนาไปสู่ผลของการพฒั นา ความสอดคลอ้ งระหวา่ งกิจกรรมกบั
ผลงานถือเป็นคณุ ภาพสาคญั ที่นาไปสู่การปฏิบตั ิงานท่ีมีประสิทธิภาพสูง มีความคุม้ คา่ และเกิดผลจริง
๕. พฒั นาและใชน้ วตั กรรมการนิเทศการศึกษาจนเกิดผลงานที่มีคณุ ภาพสูงข้นึ เป็นลาดบั
นวตั กรรมการนิเทศเป็นเครื่องมือสาคญั ของศึกษานิเทศกใ์ นการนาไปสู่ผลงานที่มีคุณภาพสูงข้ึนเป็นลาดบั
ศึกษานิเทศกม์ ืออาชีพตอ้ งมีความรู้ในการนิเทศแนวใหม่ ๆ เลือกและปรับปรุงใชน้ วตั กรรมไดห้ ลากหลาย ตรง
กบั สภาพการณ์ เง่ือนไข ขอ้ จากดั ของงานและผรู้ ับการนิเทศจนนาไปสู่ผลไดจ้ ริง เพื่อใหผ้ รู้ ับการนิเทศ ใช้
ศกั ยภาพของตนอยา่ งเตม็ ที่ มีความภาคภมู ิใจในผลงานร่วมกนั และกา้ วหนา้ พฒั นาอยา่ งไมห่ ยดุ ย้งั
๖. จดั กิจกรรมการนิเทศการศึกษาโดยเนน้ ผลถาวรที่เกิดแก่ผรู้ ับการนิเทศ
ศึกษานิเทศกม์ ืออาชีพเลือกและใชก้ ิจกรรมการนิเทศที่จะนาไปสู่การเปล่ียนแปลงท่ีดีข้ึนของผูร้ ับการนิเทศ
จนผรู้ ับการนิเทศมีนิสัยในการพฒั นาตนเองอยเู่ สมอ ศึกษานิเทศกต์ อ้ งรู้จกั เส้นพฒั นาของผรู้ ับการนิเทศและ
เพยี รพยายามกระตุน้ ยว่ั ยทุ า้ ทายใหผ้ รู้ ับการนิเทศลงมือปฏิบตั ิกิจกรรมเพ่ือการพฒั นา ดว้ ยความรู้สึกประสบ
ผลสาเร็จเป็นระยะๆ โดยพยามยามใหผ้ ูร้ ับการนิเทศมีความรู้สึกเป็นเจา้ ของการทากิจกรรมและการพฒั นาของ
ผรู้ ับการนิเทศเอง ข้นั ตอนในการนิเทศควรเริ่มจาก การริเริ่ม การร่วมพฒั นา และการสนบั สนุนขอ้ มลู ใหก้ าลงั ใจ
ใหผ้ รู้ ับการนิเทศคน้ หาปฏิบตั ิ ประเมิน และปรับปรุงงานต่าง ๆไดด้ ว้ ยตนเอง เพ่อื ให้เกิดค่านิยมและนิสัยในการ
ปฏิบตั ิ เกิดเป็นการพฒั นางานในภาวะปกติ เป็นบุคลิกภาพถาวรของผรู้ ับการนิเทศตลอดไป รวมท้งั เกิดความ
ชื่นชมและศรัทธาความสามารถของตน
๗. รายงานผลการนิเทศการศึกษาไดอ้ ยา่ งเป็นระบบศึกษานิเทศกม์ ืออาชีพสามารถนาเสนอผลงานที่ได้
ทาสาเร็จแลว้ ดว้ ยการรายงานผลที่แสดงถึงการวิเคราะห์อยา่ งรอบคอบ ซ่ึงครอบคลมุ การกาหนดงานท่ีจะ
นาไปสู่ผลแห่งการพฒั นา การลงมือปฏิบตั ิจริง และผลที่ปรากฏมีหลกั ฐานยนื ยนั ชดั เจน การจดั ทารายงานเป็น
โอกาสที่จะไดค้ ิดทบทวนถึงงานที่ทาแลว้ วา่ มีขอ้ จากดั ผลดี ผลเสีย ผลกระทบท่ีมิไดร้ ะวงั ไวอ้ ยา่ งไร ถา้
ผลงานเป็นผลดีจะช่ืนชม ภาคภูมิใจไดใ้ นส่วนใด นาเสนอใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ ผอู้ ่ืนไดอ้ ยา่ งไร ถา้ ผลงานยงั ไม่
สมบรู ณ์ จะปรับปรุงเพิม่ เติมไดอ้ ยา่ งไร และจะนาประสบการณ์ท่ีไดร้ ับไปใชป้ ระโยชนใ์ นการทางานต่อไป
อยา่ งไร คุณประโยชนข์ องรายงานท่ีดียอ่ มนาไปสู่การประเมินตนเอง การช่ืนชมความสามารถของผปู้ ฏิบตั ิ
การเรียนรู้เกี่ยวกบั ความสามารถ และศกั ยภาพของ ผปู้ ฏิบตั ิที่จะก่อใหเ้ กิดการยอมรับและช่ืนชมใน
ความสามารถของตน
๘. ปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดีศึกษานิเทศกม์ ีภารกิจในการพฒั นาผรู้ ับการนิเทศโดยการใหค้ าปรึกษา
แนะนา หรือจดั กิจกรรม เพ่ือใหผ้ รู้ ับการนิเทศปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมสาคญั ตามเงื่อนไขที่ผนู้ ิเทศเสนอแนะ
ดงั น้นั ผนู้ ิเทศตอ้ งประพฤติปฏิบตั ิใหเ้ ป็นที่ประจกั ษเ์ สียก่อน เพอ่ื ใหค้ าปรึกษา คาแนะนา หรือกิจกรรมน้นั ๆ มี
น้าหนกั มีความสาคญั น่าเช่ือถือ ผนู้ ิเทศกจ์ าเป็นตอ้ งเป็นแบบอยา่ งท่ีดีท้งั บุคลิกภาพ การปฏิบตั ิตน มีคุณธรรม
จริยธรรม จะช่วยใหผ้ รู้ ับการนิเทศเชื่อถือศรัทธาต่อการนิเทศการศึกษา และปฏิบตั ิตามดว้ ยความพงึ พอใจ
๙. ร่วมพฒั นางานกบั ผอู้ ่ืนอยา่ งสร้างสรรคศ์ ึกษานิเทศกม์ ืออาชีพร่วมพฒั นางานกบั ผอู้ ื่นอยา่ งสร้างสรรค์
เสนอแนวทางปรับปรุงที่ดีกว่าเดิม แนะนาการปฏิบตั ิที่เป็นผลดีกวา่ เดิม ไม่หยดุ อยเู่ พยี งการวิพากษว์ ิจารณ์ แต่
จะช้ีนาแนวทางการแกป้ ัญหา ที่นาไปสู่ผลดี เป็นผสู้ ามารถร่วมคิด ร่วมวางแผน และร่วมปฏิบตั ิ เพ่ือพฒั นางาน
ขององคก์ ร เพื่อนร่วมวิชาชีพและชุมชน ดว้ ยความเตม็ ใจ เตม็ ความรู้ความสามารถและคาดหวงั ผลท่ีดีที่สุดที่จะ
เกิดข้ึน โดยตระหนกั ถึงความสาคญั ยอมรับในความรู้ความสามารถและรับฟังความคิดเห็นของผอู้ ่ืน รวมท้งั เปิ ด
โอกาสใหผ้ อู้ ื่นไดใ้ ชค้ วามสามารถของตนอยา่ งเตม็ ศกั ยภาพ ท้งั น้ีเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศประชาธิปไตยในการ
ทางาน ท่ีจะนาไปสู่ผลงานท่ีดีที่สุดอยเู่ สมอ เป็นท่ียอมรับของผรู้ ับการนิเทศและผรู้ ่วมงาน จนผรู้ ับการนิเทศเกิด
ศรัทธาตอ่ การนิเทศ การปรับปรุงงานและการร่วมงานกบั ผอู้ ่ืน
๑๐. แสวงหาและใชข้ อ้ มลู ขา่ วสารในการพฒั นาความประทบั ใจของผรู้ ับการนิเทศที่มีต่อผนู้ ิเทศอยา่ ง
หน่ึง คอื ความเป็นผรู้ อบรู้ ทนั สมยั และทนั โลก ศึกษานิเทศกม์ ืออาชีพตอ้ งติดตามการเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้ึนใน
โลกทุกดา้ นจนสามารถสนทนากบั ผอู้ ่ืนดว้ ยขอ้ มูลข่าวสารที่ทนั สมยั และนาขอ้ มลู ข่าวสารตา่ ง ๆ ไปใชใ้ นการ
พฒั นางานและพฒั นาผูร้ ับการนิเทศ การตื่นตวั การรับรู้ และการมีขอ้ มูลสารสนเทศเหล่าน้ี นอกจากเป็น
ประโยชนต์ ่องานนิเทศแลว้ ยงั นามาซ่ึงการยอมรับและความรู้สึกเชื่อถือของผรู้ ับการนิเทศ อนั เป็นเง่ือนไข
เบ้ืองตน้ ท่ีจะนาไปสู่การพฒั นาที่ลึกซ้ึงตอ่ เน่ืองต่อไป
๑๑. เป็นผนู้ าและสร้างผนู้ าทางวิชาศึกษานิเทศกม์ ืออาชีพสร้างวฒั นธรรมในการพฒั นางานวชิ าการ ดว้ ย
การพดู นา ปฏิบตั ินา และจดั ระบบงานใหส้ อดคลอ้ งกบั วฒั นธรรมการพฒั นาวิชาการ โดยการใหร้ างวลั แก่ผรู้ ับ
การนิเทศที่ปฏิบตั ิงานสาเร็จแลว้ จนนาไปสู่การพฒั นาตนเอง คิดไดเ้ อง ตดั สินใจไดเ้ อง พฒั นางานไดเ้ องของ
ผรู้ ับการนิเทศ ศึกษานิเทศกจ์ ึงตอ้ งแสดงออกอยา่ งชดั เจนและสม่าเสมอเกี่ยวกบั วฒั นธรรมในการพฒั นางาน
วิชาการดว้ ยความกระตือรือร้น เพียรพยายามท่ีจะบริการอยา่ งเตม็ ท่ี ตามขีดสูงสุดของความสามารถ เพ่ือให้
ผรู้ ับการนิเทศ เกิดความมนั่ ใจในการปฏิบตั ิ สามารถเลือกการกระทาท่ีสอดคลอ้ งกบั วฒั นธรรม แสดงออกและ
ชื่นชมไดด้ ว้ ยตนเอง ศึกษานิเทศกม์ ืออาชีพจึงตอ้ งสร้างศรัทธาความไวว้ างใจและความรู้สึกประสบผลสาเร็จ
ใหแ้ ก่ผรู้ ับการนิเทศแตล่ ะคนและทกุ คนจนเกิดภาพความเป็นผนู้ าทางวชิ าการ นาไปสู่การเป็นบคุ คลแห่งการ
เรียนรู้อยา่ งแทจ้ ริง
๑๒. สร้างโอกาสในการพฒั นางานไดท้ ุกสถานการณ์การพฒั นาวชิ าชีพการนิเทศการศึกษาใหพ้ ฒั นาอยา่ งยงั่ ยนื
สอดคลอ้ งกบั ความกา้ วหนา้ ของโลกอยา่ งไมห่ ยดุ ย้งั ศึกษานิเทศกจ์ าเป็นตอ้ งรู้เท่าทนั การเปล่ียนแปลงและ
สามารถจดั การต่อการเปลี่ยนแปลงให้สอดคลอ้ งสมดุลและเสริมสร้างซ่ึงกนั และกนั ศึกษานิเทศกม์ ืออาชีพจึง
ตอ้ งต่ืนตวั อยเู่ สมอ มองเห็นการเปลี่ยนแปลงอยา่ งรอบดา้ น ท้งั ในปัจจุบนั และอนาคต กลา้ ที่จะตดั สินใจ
ดาเนินการเพ่ือผลต่อวิชาชีพ การนิเทศการศึกษาในอนาคต อยา่ งไรก็ตามการรู้เท่าทนั การเปลี่ยนแปลงน้ีจะเป็น
การประกนั ไดว้ า่ การพฒั นาวิชาชีพ การนิเทศการศึกษาจะปรับเปลี่ยนไดท้ นั กบั การเปลี่ยนแปลงอยเู่ สมอ ส่งผล
ใหว้ ชิ าชีพการนิเทศการศึกษาพฒั นาไดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื ผนั แปรตามความกา้ วหนา้ ตลอดไป
จรรยาบรรณวิชาชีพศึกษานิเทศก์
จรรยาบรรณต่อตนเอง
๑. ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งมีวินยั ในตนเอง พฒั นาตนเองดา้ นวิชาชีพ บคุ ลิกภาพ และวสิ ัยทศั น์ ให้
ทนั ตอ่ การพฒั นาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยเู่ สมอ
จรรยาบรรณต่อวชิ าชีพ
๑. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งรัก ศรัทธา ซ่ือสัตยส์ ุจริต รับผดิ ชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีของ
องคก์ รวชิ าชีพจรรยาบรรณต่อผรู้ ับบริการ
๑. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ใหก้ าลงั ใจแก่ศิษยแ์ ละ
ผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหนา้ ที่โดยเสมอหนา้
๒. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งส่งเสริมใหเ้ กิดการเรียนรู้ ทกั ษะ และนิสัยท่ีถกู ตอ้ งดีงามแก่ศิษยแ์ ละ
ผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหนา้ ท่ีอยา่ งเตม็ ความสามารถดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ
๓. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดี ท้งั ทางกาย าจา และจิตใจ
๔. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งไมก่ ระทาตนเป็นปฏิปักษต์ อ่ ความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ
อารมณ์ และสงั คมของศิษยแ์ ละผรู้ ับบริการ
๕. ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งใหบ้ ริการดว้ ยความจริงใจและเสมอภาคโดยไม่เรียกรับหรือยอมรับ
ผลประโยชน์จากการใชต้ าแหน่งหนา้ ท่ีโดยมิชอบ
จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวชิ าชีพ
๑. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงช่วยเหลือเก้ือกูลซ่ึงกนั และกนั อยา่ งสร้างสรรค์ โดยยดึ มน่ั ในระบบ
คณุ ธรรม สร้างความสามคั คีในหม่คู ณะ
จรรยาบรรณต่อสงั คม
๑. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นผนู้ าในการอนุรักษแ์ ละพฒั นาเศรษฐกิจ สังคม
ศาสนา ศิลปวฒั นธรรม ภูมิปัญญา ส่ิงแวดลอ้ ม รักษาผลประโยชนข์ องส่วนรวมและยดึ มนั่ ในการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุข
ประวตั ิความมาของศึกษานิเทศก์
ปี พ.ศ.2491 องคก์ ารการศึกษาศิลปวฒั นธรรมสหประชาชาติ ซ่ึงดาเนินโครงการช่วยเหลือพฒั นาการศึกษา
ของประเทศไทย เสนอรัฐบาลไทยใหจ้ ดั ต้งั หน่วยศึกษานิเทศก์ (Supervisor ) ข้นึ เพือ่ ทาหนา้ ท่ีสนบั สนุนงาน
ดา้ นวชิ าการของโรงเรียนโดยตรง
ปี พ.ศ. 2495 กรมวสิ ามญั ศึกษาจึงจดั ต้งั หน่วยศึกษานิเทศกข์ ้นึ เป็นคร้ังแรกของประเทศตามคาแนะนา
ขององคก์ ารการศึกษาศิลปวฒั นธรรมตามท่ีกลา่ วไวใ้ นเบ้ืองตน้ วตั ถุประสงคห์ ลกั ของการมีหน่วยศึกษานิเทศก์
คือเพอ่ื ใหศ้ ึกษานิเทศกท์ าหนา้ ที่ช่วยเหลือแนะนาและปรับปรุงการเรียนการสอนของสถานศึกษาใหม้ ี
ประสิทธิภาพ ซ่ึงเป็นการปรับเปลี่ยนบทบาทหนา้ ท่ีจากเดิมท่ีเนน้ การตรวจตรา มาเป็นเนน้ การช่วยเหลือเพื่อทา
ใหส้ ถานศึกษาผลิตผเู้ รียนที่มีคณุ ภาพสู่สังคม
ปี พ.ศ. 2497 กรมสามญั ศึกษาไดจ้ ดั ต้งั หน่วยศึกษานิเทศก์ ข้นึ เพื่อทาหนา้ ท่ีปรับปรุงคณุ ภาพการศึกษาท้งั
ระดบั อนุบาล ประถมศึกษาตอนตน้ และตอนปลาย และปฏิบตั ิงานดา้ นการศึกษาคน้ ควา้ อบรมแนะนา ทา
อปุ กรณ์การสอน สาธิตการสอน จดั ทาค่มู ือครู ใหค้ วามช่วยเหลือครูในส่วนภูมิภาค
ปี พ.ศ. 2498 กรมต่างๆมีการจดั ต้งั หน่วยศึกษานิเทศกป์ ระจากรมของตนเองข้ึนไดแ้ ก่ กรมการฝึกหัดครู
กรมอาชีวศึกษา กรมพลศึกษา เพอ่ื ทาหนา้ ท่ีดงั กล่าว
ปี พ.ศ. 2500 ประเทศไทยไดข้ ยายงานดา้ นการนิเทศการศึกษาไปทวั่ ราชอาณาจกั ร มีการต้งั ศึกษานิเทศก์
ฝ่ายสามญั ประจาจงั หวดั เพ่ือทาหนา้ ที่ช่วยดูแล และช่วยเหลืองานดา้ นการศึกษาของจงั หวดั
ปี พ.ศ. 2503 จดั ต้งั หน่วยศึกษานิเทศกป์ ระจาภาคข้ึน 12 ภาค และขยายไปอีก 73 จงั หวดั ทวั่ ประเทศโดย
ศึกษานิเทศกก์ รมวสิ ามญั ศึกษาดูแลโรงเรียนมธั ยมศึกษาและศึกษานิเทศก์ กรมสามญั ศึกษา ดูแลโรงเรียน
ประถมศึกษา
ปี พ.ศ. 2509 มีการโอนโรงเรียนประถมศึกษาไปสังกดั องคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั แต่ศึกษานิเทศกไ์ ม่ได้
โอนตาม แตจ่ ดั ต้งั เป็นหน่วยศึกษานิเทศกจ์ งั หวดั ข้ึน ในช่วงน้ีถือวา่ เป็นวกิ ฤตของหน่วยศึกษานิเทศกจ์ งั หวดั
เพราะไม่มีโรงเรียนใหน้ ิเทศ ทางองคก์ ารบริหารส่วนจงั หวดั เองก็จดั ต้งั ฝ่ายวชิ าการข้ึนมาทาหนา้ ท่ีดูแลงาน
วชิ าการของโรงเรียนในสงั กดั แทนงานท่ีศึกษานิเทศกเ์ คยทา
ปี พ.ศ. 2510 กรมวิสามญั ศึกษา ไดจ้ ดั ต้งั ศูนยฝ์ ึกอบรมครูข้ึนภายในบริเวณโรงเรียนสามเสนวิทยาลยั
หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมวิสามญั ศึกษาจึงยา้ ยไปประจาท่ีศูนยฝ์ ึกอบรมแห่งน้ีในปี ต่อมาโดยมี
ศาสตราจารยฐ์ ะปะนีย์ นาครทรรพ เป็นหวั หนา้ หน่วย
ปี พ.ศ.2515 มีการยบุ รวมกรมสามญั ศึกษากบั วิสามญั ศึกษาเป็นกรมเดียวกนั ตามประกาศคณะปฏิวตั ิ ฉบบั
ท่ี 217 และต้งั ช่ือหน่วยศึกษานิเทศกใ์ หมว่ า่ หน่วยศึกษานิเทศกก์ รมสามญั ศึกษารับผิดชอบการนิเทศโรงเรียน
มธั ยมศึกษาและประถมศึกษา มีการออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ด้วยศึกษานิเทศกก์ รมสามญั ศึกษา พ.ศ.
2515 ข้นึ มารองรับและปฏิบตั ิงานท้งั ในส่วนกลาง เขตการศึกษา และจงั หวดั โดยมีฐานะ เป็นกองในสังกดั กรม
สามญั ศึกษา
ปี พ.ศ. 2517 ไดม้ ีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ดว้ ยศึกษานิเทศก์ พ.ศ. 2517 กาหนดใหม้ ีสานกั งาน
หน่วยศึกษานิเทศก์ ประจาเขตการศึกษาและจงั หวดั ข้ึน จึงทาใหม้ ีศึกษานิเทศกท์ ้งั ในส่วนกลาง เขตการศึกษา
และจงั หวดั
ปี พ.ศ. 2519 กระทรวงศึกษาธิการออกระเบียบการเปลี่ยนแปลงและการพฒั นาหน่วยศึกษานิเทศก์
กรมสามญั ศึกษาข้ึน เพอ่ื ใหก้ ารนิเทศสอดคลอ้ งกบั การเปล่ียนแปลงและการพฒั นาหน่วยศึกษานิเทศก์
กรมสามญั ศึกษา โดยไดก้ าหนดความม่งุ หมายของงานนิเทศการศึกษา หนา้ ที่ของศึกษานิเทศก์ การบริหารงาน
ของหน่วยศึกษานิเทศก์ รวมท้งั ไดก้ าหนดคุณสมบตั ิ และอตั รากาลงั ของหน่วยศึกษานิเทศกไ์ วอ้ ยา่ งชดั เจน ท้งั
ศึกษานิเทศกก์ รม ศึกษานิเทศกเ์ ขต และศึกษานิเทศกจ์ งั หวดั
ปี พ.ศ. 2523 มีการเปล่ียนแปลงระบบการบริหารการศึกษาในระดบั ประถมศึกษา โดยโอนโรงเรียน
ประถมศึกษาไปรวมกนั ท่ีสานกั งานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) ซ่ึงจดั ต้งั ข้ึนใหมม่ ีฐานะ
เป็นกรม ในกระทรวงศึกษาธิการทาใหศ้ ึกษานิเทศกท์ ี่ปฏิบตั ิหนา้ ที่ในจงั หวดั ตา่ ง ๆ ถูกเปล่ียนสงั กดั ไปสังกดั
สานกั งานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2524 มีระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวา่ ดว้ ย
ศึกษานิเทศก์ สังกดั สานกั งานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2524 ใหจ้ ดั แบ่งหน่วยปฏิบตั ิงาน
ของศึกษานิเทศก์ ออกเป็น 3 หน่วย คือหน่วยศึกษานิเทศก์สานกั งานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
หน่วยศึกษานิเทศก์ สานกั งานการประถมศึกษาจงั หวดั และกรุงเทพมหานคร และหน่วยศึกษานิเทศก์ สานกั งาน
การประถมศึกษาอาเภอหรือกิ่งอาเภอ
ปี พ.ศ.2530 กระทรวงศึกษาธิการไดอ้ อกระเบียบ การบริหารงานศึกษานิเทศก์ กรมสามญั ศึกษา
ซ่ึงประกอบดว้ ยศึกษานิเทศกส์ ่วนกลาง ส่วนเขต และส่วนจงั หวดั
ปี พ.ศ. 2546 กระทรวงศึกษาธิการมีการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2542 ยบุ รวมกรมตา่ ง ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการมารวมกนั ยกเวน้ กรมอาชีวศึกษา และกรมการศึกษานอก
โรงเรียน (แต่เปล่ียนชื่อใหม่มาเป็นสานกั งานการอาชีวศึกษาและสานกั งานการศึกษานอกระบบและตาม
อธั ยาศยั ) ศึกษานิเทศกท์ กุ สังกดั ยา้ ยมาอยรู่ วมกนั ที่สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษา ออกระเบียบบริหารราชการ
กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ปรับเปล่ียนหน่วยศึกษานิเทศกเ์ ป็นกลุม่ นิเทศติดตามและประเมินผลการ จดั
การศึกษา มีการกาหนดมาตรฐานตาแหน่งศึกษานิเทศก์ ลกั ษณะงานที่ปฏิบตั ิชดั เจน แต่ตอ้ งปฏิบตั ิงานภายใต้
เงื่อนไข บริบทของสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา ดูแลรับผดิ ชอบงานนิเทศการศึกษาท้งั ระดบั ประถมและ
มธั ยมศึกษาภายในเขตพ้ืนที่การศึกษา
ปี พ.ศ. 2553 กระทรวงศึกษาธิการไดม้ ีประกาศลงวนั ท่ี 17 สิงหาคม พ.ศ. 2553 เรื่องการกาหนด เขต
พ้นื ท่ีการศึกษามธั ยมศึกษา โดยจดั ต้งั เขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศึกษาข้ึนมาใหมแ่ ยกภารกิจที่กรมสามญั เดิม
เคยบริหารจดั การอย่อู อกมาจากสานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และกาหนดท่ีต้งั ของสานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษา
มธั ยมศึกษาข้ึน จานวน 42 เขตพ้ืนท่ีทว่ั ประเทศ มีการกาหนดใหส้ ถานศึกษาข้นั พ้นื ฐานระดบั มธั ยมศึกษา อยู่
ภายใตส้ ังกดั ศึกษานิเทศกท์ ี่แต่เดิมมาอยรู่ วมกนั ท่ีสานกั งานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา จึงไดแ้ ยกออกไปอยภู่ ายใตส้ งั กดั
สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษามธั ยมศึกษาในเขตน้นั ๆ อยา่ งไรกต็ ามมีขอ้ สงั เกตวา่ ศึกษานิเทศกท์ ี่แต่เดิมเคยมี
สถานภาพเป็นหน่วยงานทางการศึกษา มีความเป็นอิสระทางวชิ าการ คลอ่ งตวั ในการบริหารจดั การภายใน
หน่วย เมื่อยบุ รวมเขา้ มาอยภู่ ายใตส้ านกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษา ไมว่ า่ ประถมศึกษาหรือมธั ยมศึกษาไดถ้ กู ลด
สถานภาพลง มีสถานภาพเป็นกลมุ่ ภารกิจหน่ึงในสานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาเท่าน้นั
ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ มีคาส่ัง ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ลงวนั ท่ี ๓ เมษายน ๒๕๖๐
เร่ือง การปฏิรูปการศึกษาในภมู ิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ โดยต้งั คณะกรรมการขบั เคล่ือนการปฏิรูป
การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภมู ิภาค พร้อมต้งั สานกั งานศึกษาธิการภาค ๑๘ ภาค และสานกั งาน
ศึกษาธิการจงั หวดั สงั กดั สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปฏิบตั ิภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการใน
ระดบั พ้ืนที่ โดยใชบ้ งั คบั ต้งั แตว่ นั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป ผลจากคาสั่งดงั กลา่ ว ทาใหม้ ีกลุม่
นิเทศติดตามและประเมินผลการจดั การศึกษาข้นึ ในสานกั งานศึกษาธิการจงั หวดั ทุกแห่ง โดยทาหนา้ ท่ีในการ
นิเทศ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการจดั การศึกษาของสถานศึกษาสังกดั กระทรวงศึกษาธิการในจงั หวดั
ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ กระทรวงศึกษาธิการ มีประกาศ เร่ือง จดั ต้งั หน่วยศึกษานิเทศก์ สานกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน เป็นหน่วยงานการศึกษา ลงวนั ที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เพ่ือใหม้ ีหน่วยศึกษานิเทศก์
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน (อกั ษรยอ่ ศนฐ.) เป็นหน่วยงานท่ีรับผิดชอบงานดา้ นนิเทศ
การศึกษา ในส่วนกลาง ทาหนา้ ท่ีวางแผน พฒั นา ระบบและมาตรฐานการนิเทศในระดบั ปฐมวยั ประถมศึกษา
มธั ยมศึกษา และการศึกษาพเิ ศษ ส่งเสริม สนบั สนุน และประสานงานการนาระบบการนิเทศไปพฒั นาคุณภาพ
การศึกษา ศึกษา วิเคราะห์ วจิ ยั รูปแบบและนวตั กรรมการนิเทศ ประสานงานกบั หน่วยงานและองคก์ รอ่ืนเพ่ือ
บรู ณาการกระบวนการนิเทศและพฒั นาการนิเทศ
ที่มา https://sites.google.com/a/hi-supervisory5.net/npt2/m-wichachiph
ครู
ครู
มาจากคาวา่ "ครู" มาจากศพั ทภ์ าษาสนั สกฤต "ครุ ุ" และภาษาบาลี "ครุ, ครุ ุ"
หมายถึง ผทู้ ี่มีความสามารถใหค้ าแนะนา เพื่อใหเ้ กิดประโยชน์ทางการเรียน สาหรับนกั เรียน หรือ
นกั ศึกษาในสถาบนั การศึกษาต่าง ๆ ท้งั ของรัฐและเอกชน มีหนา้ ท่ี หรือมีอาชีพในการสอนกบั วชิ าความรู้
หลกั การคดิ การอา่ น รวมถึงการปฏิบตั ิและแนวทางในการทางาน โดยวิธีในการสอนจะแตกต่างกนั ออกไปโดย
คานึงถึงพ้ืนฐานความรู้ ความสามารถ และเป้าหมายของนกั เรียนแตล่ ะคน และนอกจากการสอนแลว้ ครูยงั เป็นผู้
ยกระดบั วญิ ญาณมนุษย์ ใหร้ ู้จกั ผิดชอบชว่ั ดี สอนในคุณงามความดีเพ่อื เป็นแม่แบบให้เดก็ ไดป้ ฏิบตั ิตามท้งั ต่อ
หนา้ และลบั หลงั (กระทรวงศึกษาธิการ :2556).
จากขอ้ บงั คบั ครุ ุสภา วา่ ดว้ ย มาตรฐานวิชาชีพ และจรรยาบรรณ ของวิชาชีพ พ.ศ. 2548 (สานกั งาน
เลขาธิการของครุ ุสภา. 2549 : 73-79) ในส่วนท่ีเกี่ยวขอ้ ง กบั จรรยาบรรณ วชิ าชีพครู สามารถสรุปไดด้ งั น้ี
ความหมายของ จรรยาบรรณวชิ าชีพครู หมายถึง มาตรฐานการปฏิบตั ิตน ท่ีกาหนด เป็นแบบแผนในการ
ประพฤติตน ท่ีผปู้ ระกอบวิชาชีพครู ตอ้ งปฏิบตั ิตามจุดประสงคข์ องจรรยาบรรณวชิ าชีพครู เพ่ือรักษา และ
ส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และฐานะ ของผปู้ ระกอบวชิ าชีพครู ใหเ้ ป็น ท่ีเช่ือถือศรัทธา แก่ผรู้ ับบริการ แก่สงั คม
อนั จะนามาซ่ึง เกียรติ และศกั ด์ิศรีแห่งวชิ าชีพ
ลกั ษณะของจรรยาบรรณวชิ าชีพครู
จรรยาบรรณวชิ าชีพครู จะตอ้ งมีลกั ษณะ 4 ประการ คือ
1) เป็นคามนั่ สัญญาหรือพนั ธะผกู พนั ต่อผเู้ รียน (Commitment to the student)
2) เป็นคามนั่ สัญญาหรือพนั ธะผกู พนั ต่อสังคม (Commitment to the society)
3) เป็นคามน่ั สัญญาหรือพนั ธะผกู พนั ตอ่ วิชาชีพ (Commitment to the profession)
4) เป็นคามนั่ สัญญาหรือพนั ธะผกู พนั ต่อสถานปฏิบตั ิงาน (Commitment to the employment practice)
ความสาคญั ของวิชาชีพครู
การสอนเป็นภารกิจหลกั ของครู ครูมืออาชีพจึงตอ้ งเนน้ การสอนใหม้ ีคุณภาพ เพราะวา่ คุณภาพการสอน
ของครูย่อมส่งผลดีต่อนกั เรียนและเยาวชนของชาติ การประเมินคุณภาพของครูจึงสมควรอยา่ งยงิ่ ที่จะตอ้ ง
ประเมินจากตวั เดก็ และเยาวชนของชาติ ดงั คากล่าวท่ีวา่ “คุณภาพของเด็ก” สะทอ้ น “คุณภาพของครู” ดงั น้นั ครู
มืออาชีพควรมีและควรเป็นก็คือ ตอ้ งเนน้ คุณลกั ษณะพ้ืนฐานนนั่ คือ ฉนั ทะ เมตตาและกลั ยาณมิตร ซ่ึงถือวา่ เป็น
คณุ ภาพพ้นื ฐานท่ีสาคญั ของครูและพฒั นาการสอนของครูซ่ึงเป็นภารกิจหลกั โดยเฉพาะการสอนอยา่ งมีคุณภาพ
นน่ั คอื ครูมืออาชีพ จึงตอ้ งมีคุณธรรมโนม้ นาทาการสอนอยา่ งมีคณุ ภาพมีภาพลกั ษณ์ของความเป็นครูดี เพอ่ื
พฒั นาศกั ด์ิศรีของอาชีพครูสืบไป
ราชบณั ฑิตยสถาน[๓] ไดก้ ลา่ ววา่ วชิ าชีพ คือ อาชีพท่ีตอ้ งอาศยั วิชาความรู้ ความชานาญ และไปดู
ขอ้ บงั คบั คุรุสภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวชิ าชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
"วชิ าชีพช้นั สูง" ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย คอื จะตอ้ งเป็นผทู้ ่ีมีความรู้สูง มีมาตรฐานในการปฏิบตั ิงาน
สูงข้นึ มีการติดตาม ศึกษา คน้ หาความรู้ที่เกิดข้นึ ใหม่ ท้งั ความรู้ทางคณิตศาสตร์ ภาษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
คอมพวิ เตอร์ คุณธรรม จริยธรรม เศรษฐศาสตร์ ดนตรี สุขภาพ อนามยั ฯลฯ ท้งั ความรู้ท่ีเกิดข้ึนในและ
ตา่ งประเทศ
ครูกบั การเป็ นวชิ าชีพช้นั สูง คือ การทาใหค้ รูมีจิตวิญญาณความเป็นครูอยา่ งแทจ้ ริง โดยมีพนั ธะหนา้ ที่ใน
การสงั่ สอนลูกศิษยใ์ หเ้ ป็นคนดีและมีความรู้ ซ่ึงถือเป็นภาระหนา้ ท่ีหนกั หนากวา่ คนธรรมดาทวั่ ไป ดงั น้นั จึงตอ้ ง
ทาใหค้ รูยนื อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งสง่างาม และไมเ่ ดือดร้อนเรื่องฐานะความเป็นอยู่ เพือ่ ใหพ้ วกเขาทุ่มเทพลงั
ท้งั หมดในการสร้างเยาวชนท่ีมีคุณภาพและคุณธรรม
ทศั นีย์ บวั คา[๔] ไดก้ ลา่ ววา่ ครูเป็นวิชาชีพช้นั สูง (profession) ท่ีไดร้ ับการยอมรับมาชา้ นานกวา่ ร้อยปี
อยา่ งเป็นทางการโดย เฉพาะประเทศไทย ความเป็นวชิ าชีพของอาชีพครู มีองคป์ ระกอบท่ีสาคญั อยู่ ๖ ประการ
คือ
๑. วิชาชีพที่ใหก้ ารบริหารแก่สงั คมในลกั ษณะท่ีมีความจาเป็นและเจาะจง (social service)
๒.สมาชิกในวงการวิชาชีพครูจะตอ้ งใชว้ ธิ ีการแห่งปัญญาในการใหบ้ ริหาร (intellectual method)
๓. สมาชิกในวงการวิชาชีพครูจกั ตอ้ งไดร้ ับการศึกษาอบรมใหม้ ีความรู้ กวา้ งขวางลึกซ้ึง โดยใชร้ ะยะเวลา
ยาวนานพอสมควร (long period training )
๔. สมาชิกในวงการวชิ าชีพครูจกั ตอ้ งมีเสรีภาพในการใชว้ ชิ าชีพน้นั ๆ ตามมาตรฐานของวชิ าชีพ
(Professional autonomy)
๕. วชิ าชีพครูจะตอ้ งมีจรรยาบรรณ (professional ethics)
๖.วชิ าชีพครูจะตอ้ งมีสถาบนั วชิ าชีพเป็นแหลง่ กลางในการสร้างสรรค์ จรรโลงความเป็นมาตรฐานวชิ าชีพ
(professional institute)
พระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒[๕] มีการกาหนดเก่ียวกบั วิชาชีพไวว้ า่ กระบวนการผลิต
และพฒั นาครู คณาจารย์ และบคุ ลากรทางการศึกษาใหม้ ีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกบั การเป็นวิชาชีพ
ช้นั สูง โดยรัฐจดั สรรงบประมาณและกองทนุ พฒั นาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาอยา่ งเพียงพอ มี
กฎหมายวา่ ดว้ ยเงินเดือน คา่ ตอบแทน สวสั ดิการ ฯลฯ ใหม้ ีองคก์ รวชิ าชีพครู ผบู้ ริหารสถานศึกษา และผบู้ ริหาร
การศึกษา เป็นองคก์ รอิสระมีอานาจหนา้ ที่กาหนดมาตรฐานวิชาชีพ ออกและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบ
วิชาชีพ รวมท้งั กากบั ดูแลการปฏิบตั ิตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวชิ าชีพครู ตอ้ งมีใบอนุญาตประกอบ
วชิ าชีพ ครู เป็นวิชาชีพท่ีทุกประเทศตอ้ งมี โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ประเทศท่ีกาลงั พฒั นาอยา่ งประเทศไทย วิชาชีพครู
จึงมีความสาคญั เป็นอยา่ งมากในการช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้แก่เดก็ นกั เรียนใหม้ ีศกั ยภาพในการพฒั นาประเทศ
ผทู้ ี่เขา้ เรียนหลกั สูตรการผลิตครู จะไดร้ ับใบประกอบวชิ าชีพครู เพ่ือใชท้ าการสอน ดงั น้นั ผทู้ ่ีไม่ไดเ้ รียนมาใน
หลกั สูตรการผลิตครู ก็จะไมไ่ ดร้ ับใบประกอบวิชาชีพครู ซ่ึงนน่ั หมายความวา่ ถา้ ใครในประเทศไทยที่ทาการ
สอนโดยไม่มีใบวิชาชีพครู ถือวา่ เป็น"ครู"ที่ผิดกฎหมาย
ความเป็ นมาของจรรยาบรรณวิชาชีพครู
เม่ือพิจารณาถึงประวตั ิความเป็นมาของจรรยาบรรณสาหรับครูไทยแลว้ จะเห็นวา่ ต้งั แต่แรกต้งั โรงเรียน
ข้ึนในสมยั รัชกาลท่ี 5 อาชีพครูยงั ไม่มีจรรยาบรรณอยา่ งเป็นทางการ หรือยงั ไม่มีจรรยาบรรณท่ีเป็นลายลกั ษณ์
อกั ษร ครูในสมยั แรก ๆ จนกระทงั่ ถึง พ.ศ. 2506 มแี ต่ จรรยาบรรณครูในหัวใจ ครูทกุ คนทาหนา้ ที่ครูดว้ ยวิญญาณ
ครูหรือดว้ ยความสานึกในความเป็นครู
จรรยาบรรณครูท่เี ป็ นลายลกั ษณ์อักษร
กาเนิดข้ึนคร้ังแรกเม่ือ พ.ศ. 2506 โดยหม่อมหลวงปิ่ น มาลากลุ ซ่ึงเป็นรัฐมนตรีวา่ การ
กระทรวงศึกษาธิการและประธานกรรมการอานวยการคุรุสภา ทา่ นไดอ้ อกระเบียบจรรยาบรรณสาหรับครูไทย
ข้ึนพร้อม ๆ กนั 2 ฉบบั
คณุ ธรรมสาหรับครู
ความหมายของคุณธรรมพจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พุทธศกั ราช 2525 ใหค้ วามหมายของ
คุณธรรมไวว้ า่ เป็นสภาพคณุ งามความดี (ราชบณั ฑิตยสถาน 2525 : 187) และในหนงั สือ Dictionary of Education
ใหค้ วามหมายของ “คณุ ธรรม” (Virtue) ไวด้ งั น้ี
1. คณุ ธรรม หมายถึง ความดีงามของลกั ษณะนิสัย หรือพฤติกรรรมที่ไดก้ ระทาจนเคยชิน
2. คณุ ธรรม หมายถึง คุณภาพท่ีบุคคลไดก้ ระทาตามความคิดและมาตรฐานของสงั คม ซ่ึงเกี่ยวขอ้ งกบั
ความประพฤติและศีลธรรม (Good. 1973 : 641)
จากขอ้ คดิ ความเห็นตา่ ง ๆ ขา้ งตน้ สรุปความไดว้ า่ คุณธรรม หมายถึงคุณสมบตั ิท่ีเป็นความดี
ความถูกตอ้ งซ่ึงมีอยภู่ ายในจิตใจของบุคคล ซ่ึงพร้อมท่ีจะกระทาพฤติกรรม ต่าง ๆ อนั เป็นประโยชน์ตอ่
ตนเอง ต่อผูอ้ ่ืนหรือท้งั ตนเองและผอู้ ื่น ดงั น้นั คุณธรรมของครู ก็คอื คุณสมบตั ิที่เป็นความดีความถกู ตอ้ ง
เหมาะสม ซ่ึงมีอยภู่ ายในจิตใจของครู และเป็นแรงผลกั ดนั ใหค้ รูกระทาหนา้ ท่ีของครูอยา่ งถกู ตอ้ ง
เหมาะสมและดียง่ิ
ความสาคญั ของคณุ ธรรมท่ีมีต่อครู
คุณธรรมของครูเป็นสิ่งสาคญั ยง่ิ เพราะคุณธรรมเป็นเครื่องประกนั คุณภาพของครูศิษยจ์ ะเคารพยาเกรง
เช่ือถือ ผปู้ กครองจะมีความเคารพและศรัทธา สถาบนั วิชาชีพครูจะมีความเจริญกา้ วหนา้ สังคมและประเทศชาติ
จะรุ่งเรืองและมนั่ คง ยอ่ มตอ้ งอาศยั คณุ ธรรมของครูเป็นปัจจยั สาคญั ฉะน้นั ครูกบั คุณธรรมจึงเป็นของคกู่ นั หาก
ครูขาดคณุ ธรรมเม่ือใด ก็ไมผ่ ิดอะไรกบั นกั บวชท่ีไร้ศีลเมื่อน้นั
กลา่ วโดยสรุป ครูท่ีมีคุณธรรม ยอ่ มก่อใหเ้ กิดประโยชน์หลายประการ ดงั น้ี
1. ดา้ นตวั ครู
1.1 ทาใหค้ รูมีความเจริญกา้ วหนา้ และมนั่ คงในอาชีพ
1.2 ไดร้ ับคายกยอ่ งสรรเสริญจากบุคคลทว่ั ไป เป็นที่เคารพเช่ือฟังของศิษย์
1.3 มีชีวิตอยใู่ นสงั คมอยา่ งมีความสุข ไร้ภยนั ตรายใด ๆ เพราะแวดลอ้ มไปดว้ ยความรักความนบั ถือจาก
ศิษยแ์ ละปวงชนทวั่ ไป
1.4 ครอบครัวมีความมนั่ คงและสงบสุข ฐานะทางเศรษฐกิจไม่ฝืดเคือง
2. ดา้ นสถาบนั วชิ าชีพ
2.1 ทาใหช้ ื่อเสียงของคณะครู เป็นที่ศรัทธาเล่ือมใสของปวงชน
2.2 งานวิชาชีพครูมีความเจริญกา้ วหนา้ เพราะครูอาจารยท์ างานเตม็ กาลงั ความสามารถ มีความคิดริเร่ิม
สร้างสรรค์
2.3 สถาบนั การศึกษาไดร้ ับการพฒั นาอยา่ งเตม็ ที่ เพราะไดร้ ับความร่วมมือช่วยเหลือจากประชาชนดว้ ย
ความจริงใจ
3. ดา้ นสงั คมหรือชุมชน
3.1 พลเมืองของสังคมเป็นคนดีมีคณุ ธรรมสูง รู้จกั สิทธิและหนา้ ท่ี
3.2 สังคมมีสันติภาพเพราะประชาชนมีสนั ติสุข
3.3 สังคมไดร้ ับการพฒั นาให้เจริญอยา่ งรวดเร็วในทกุ ๆ ดา้ น
4. ดา้ นความมนั่ คงของชาติ
4.1 สถาบนั ชาติ ศาสนาและพระมหากษตั ริย์ มีความมน่ั คง
4.2 ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวฒั นธรรมของชาติ มีความมน่ั คง เพราะครูอาจารยไ์ ดอ้ บรมสั่งสอน
ศิษยใ์ หม้ ีความรู้ความเขา้ ใจและปฏิบตั ิไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
อา้ งอิง http://tn-sumittano6.blogspot.com/2015/10/2525-210-213.html
ข้อบงั คบั คุรุสภา
ว่าด้วยจรรยาบรรณวชิ าชีพ
โดยจรรยาบรรณวิชาชีพท่ีครุ ุสภากาหนด มีท้งั หมด 4 ฉบบั เร่ิมจาก พ.ศ.2506 ถึง พ.ศ.2562 ซ่ึงในปี พ.ศ
2506-2548 เป็นจรรยาบรรณในวชิ าชีพครูเพยี งอยา่ งเดียว ตอ่ มาในปี พ.ศ.2556 ไดย้ กเลิกขอ้ บงั คบั ครุ ุสภาปี พ.ศ.
2548 จากวชิ าชีพครูเป็นบุคลากรทางการศึกษาท้งั หมด ซ่ึงประกอบดว้ ย ครู ผบู้ ริหารสถานศึกษา ผบู้ ริหาร
การศึกษาและบุคลากรทางการศึกษา
ฉบบั ท่ี 1 เรียกว่า ระเบียบครุ ุสภาว่าด้วยวินยั ตามระเบยี บประเพณีของครู พ.ศ. 2506
1. ครูตอ้ งสนบั สนุนและปฏิบตั ิตามนโยบายของรัฐบาลดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ
2.ครูตอ้ งต้งั ใจปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของครูใหเ้ กิดผลดีดว้ ยความเอาใจใส่ระมดั ระวงั รักษาผลประโยชน์ของ
สถานศึกษา
3. ครูตอ้ งสุภาพเรียบร้อย เชื่อฟัง และไม่แสดงความกระดา้ งกระเดื่องตอ่ ผบู้ งั คบั บญั ชา ผอู้ ยใู่ ตบ้ งั คบั
บญั ชาตอ้ งปฏิบตั ิตามคาส่ังผบู้ งั คบั บญั ชา ซ่ึงส่ังในหนา้ ที่การงานโดยชอบดว้ ยกฎหมายและระเบียบแบบแผน
ของการศึกษา
ในการปฏิบตั ิหนา้ ท่ีการงาน หา้ มมิใหก้ ระทาขา้ มบงั คบั บญั ชาเหนือตน เวน้ แต่ผบู้ งั คบั บญั ชาเหนือข้ึนไป
เป็นผสู้ ่งั ใหก้ ระทา หรือไดร้ ับอนุญาตเป็นพเิ ศษชวั่ คร้ังชว่ั คราว
4. ครูตอ้ งอทุ ิศเวลาของตนใหส้ ถานศึกษา จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหนา้ ท่ีการงานมิได้
5. ครูตอ้ งประพฤติตนอยใู่ นความสุจริตและปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของตนดว้ ยความซ่ือสัตย์ เท่ียงธรรม
6. ครูตอ้ งรักษาช่ือเสียงของครูมิใหข้ ้นึ ชื่อวา่ เป็นผปู้ ระพฤติชว่ั หา้ มมิใหป้ ระพฤติการใด ๆ อนั อาจทาให้
เส่ือมเสียเกียรติศกั ด์ิและชื่อเสียงของครู เช่น ประพฤติตนเป็นคนเสเพล เสพเคร่ืองดองของเมาจนไม่อาจครองสติ
ได้ มีหน้ีสินรุงรังหมกมนุ่ ในการพนนั กระทาผิดอาญา ประพฤติผิดในทางประเวณีตอ่ บคุ คลหรือคู่สมรสของ
ผอู้ ื่น กระทาหรือยอมใหผ้ อู้ ่ืนกระทาการอื่นใด อนั อาจทาใหเ้ สื่อมเสียเกียรติศกั ด์ิของตาแหน่งหนา้ ท่ีของตน
7. ครูตอ้ งประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดีแก่ศิษย์ และไมด่ ูหมิ่นเหยยี ดหยามบคุ คลใด
8. ครูตอ้ งถือและปฏิบตั ิตามแบบธรรมเนียมของสถานศึกษา
9. ครูตอ้ งรักษาความสามคั คีระหวา่ งครู และช่วยเหลือซ่ึงกนั และกนั ในหนา้ ท่ีการงาน
10. ครูตอ้ งรักษาความลบั ของศิษย์ ผรู้ ่วมงาน และสถานศึกษา
ฉบับท่ี 2 เรียกว่าระเบียบครุ ุสภาว่าด้วยจรรยามรรยาทตามระเบยี บประเพณีของครู พ.ศ. 2506
1. ครูควรมีศรัทธาในอาชีพครูและใหเ้ กียรติแก่ครูดว้ ยกนั
2. ครูควรบาเพญ็ ตนใหส้ มกบั ที่ไดช้ ่ือวา่ เป็นครู
3. ครูควรใฝ่ใจศึกษาหาความรู้ความชานาญอยเู่ สมอ
4. ครูควรต้งั ใจฝึกสอนศิษย์ ใหเ้ ป็นพลเมืองดีของชาติ
5. ครูควรร่วมมือกบั ผปู้ กครอง ในการอบรมส่งั สอนเด็กอยา่ งใกลช้ ิด
6. ครูควรรู้จกั เสียสละและรับผิดชอบในหนา้ ท่ีการงานท้งั ปวง
7. ครูควรรักษาช่ือเสียงของคณะครู
8. ครูควรรู้จกั มธั ยสั ถแ์ ละพยายามสร้างฐานะของตนเอง
9. ครูควรยดึ มนั่ ในศาสนาท่ีตนนบั ถือ และไม่ลบหลูศ่ าสนาอ่ืน
10. ครูควรบาเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชนแ์ ก่สงั คม
จรรยาบรรณท้งั สองฉบบั ดงั กลา่ ว ไดย้ กเลิกหลงั จากไดม้ ีการประกาศใชร้ ะเบียบคุรุสภา ดว้ ยจรรยา
มรรยาทและวนิ ยั ตามระเบียบประเพณีของครู พ.ศ. 2526
ในปี พ.ศ. 2523 สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ ไดจ้ ดั ประชุมสมั มนาเก่ียวกบั จรรยาบรรณ
ครู มีขอ้ สรุปใหม้ ีจรรยาบรรณครูข้นึ มาอีกฉบบั หน่ึงเรียกวา่ “จรรยาบรรณครู สานกั งานคณะกรรมการการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ. 2523” แบ่งจรรยาบรรณออกเป็น 4 หมวดคือ หมวดอุดมการณ์ของครู หมวดเอกลกั ษณ์ครู หมวด
วินยั แห่งวิชาชีพครู และหมวดบทบาทของครูต่อบุคคลและสงั คม แต่เน่ืองจากจรรยาบรรณครูฉบบั น้ีมิได้ มีการ
ประกาศใชเ้ ป็นทางการ จึงไม่มีผลในทางปฏิบตั ิมากนกั
ต่อมาคณะกรรมการอานวยการคุรุสภามีมติใหต้ ้งั คณะอนุกรรมการเพอื่ ปรับปรุงจรรยาบรรณครูข้นึ ใหม่
โดยหลอมรวมระเบียบคุรุสภาท้งั สองฉบบั กบั จรรยาครูของคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติเขา้ ดว้ ยกนั เป็น
ระเบียบครุ ุสภาวา่ ดว้ ยจรรยามารยาทและวินยั ตามระเบียบประเพณีของครู พ.ศ. 2526 ประกาศใชเ้ ม่ือวนั ท่ี 23 สิง
กาคม 2526 มีรายละเอียดดงั น้ี
ระเบยี บคุรุสภาว่าด้วยจรรยามรรยาทและวินัยตามระเบยี บประเพณขี องครู พ.ศ. 2526
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบคุรุสภา วา่ ดว้ ยจรรยามรรยาทตามระเบียบประเพณีของครู และ
ระเบียบคุรุสภาวา่ ดว้ ยวนิ ยั ตามระเบียบประเพณีของครูเสียใหมใ่ ห้ เหมาะสม
คณะกรรมการอานวยการคุรุสภา โดยอาศยั อานาจตามความในมาตรา 28 แห่ง พระราชบญั ญตั ิครู
พุทธศกั ราช 2488 จึงวางระเบียบไวด้ งั ตอ่ ไปน้ี
ขอ้ 1 ระเบียบน้ีเรียกวา่ “ระเบียบคุรุสภาวา่ ดว้ ยจรรยามารยาทและวนิ ยั ตามระเบียบประเพณีของครู พ.ศ.
2526”
ขอ้ 2 ระเบียบน้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั ต้งั แต่ 1 ตุลาคม 2526 เป็นตน้ ไป
ขอ้ 3 ใหย้ กเลิกระเบียบคุรุสภาวา่ ดว้ ยจรรยามรรยาท ตามระเบียบประเพณีของครู พ.ศ. 2506 ระเบียบคุรุ
สภาวา่ ดว้ ยวนิ ยั ตามระเบียบประเพณีของครู และระเบียบหรือคาสง่ั อื่นใด ซ่ึงขดั หรือแยง้ กบั ระเบียบน้ี
ขอ้ 4 ครูตอ้ งมีจรรยามรรยาทอนั ดีงามและตอ้ งอยใู่ นวินยั ตามระเบียบประเพณีของครูดงั ต่อไปน้ี
4.1 เลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นประมุขดว้ ยความ
บริ สุทธ์ ิใจ
4.2 ยดึ มนั่ ในศาสนาท่ีตนนบั ถือ ไม่ลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาอื่น
4.3 ต้งั ใจสั่งสอนศิษยแ์ ละปฏิบตั ิหนา้ ที่ของตนใหเ้ กิดผลดีดว้ ยความเอาใจใส่อทุ ิศเวลาของตน
ใหแ้ ก่ศิษย์ จะละทิง้ หรือทอดทิง้ หนา้ ท่ีการงานมิได้
4.4 รักษาชื่อเสียงของตนมิใหข้ ้นึ ช่ือวา่ เป็นผปู้ ระพฤติชว่ั หา้ มประพฤติการใด ๆ อนั อาจทาให้
เสื่อมเสียเกียรติและช่ือเสียงของของครู
4.5 ถือปฏิบตั ิตามระเบียบและแบบธรรมเนียมอนั ดีงามของสถานศึกษา และปฏิบตั ิตามคาสงั่
ของผบู้ งั คบั บญั ชา ซ่ึงสั่งในหนา้ ท่ีการงาน โดยชอบดว้ ยกฎหมายและระเบียบแบบแผนของสถานศึกษา
4.6 ถา่ ยทอดวชิ าความรู้โดยไมบ่ ิดเบือน และปิ ดบงั อาพราง ไม่นาหรือยอมใหน้ าผลงานทาง
วชิ าการของตนไปใชใ้ นทางทจุ ริต หรือเป็นภยั ต่อมนุษยช์ าติ
4.7 ใหเ้ กียรติแก่ผอู้ ื่นทางวิชาการโดยไมน่ าผลงานของผูใ้ ดมาแอบอา้ งเป็นผลงานของตนและ
ไมเ่ บียดบงั ใชแ้ รงงานหรือนาผลงานของผอู้ ่ืนไปเพือ่ ประโยชนส์ ่วนตน
4.8 ประพฤติตนอยใู่ นความซ่ือสตั ยส์ ุจริต และปฏิบตั ิหนา้ ท่ีของตนดว้ ยความเท่ียงธรรม ไม่
แสวงหาประโยชนส์ าหรับตนเองหรือผอู้ ่ืนโดยมิชอบ
4.9 สุภาพเรียบร้อย ประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดีแก่ศิษย์ รักษาความลบั ของศิษย์ ของ
ผรู้ ่วมงานและของสถานศึกษา
4.10 รักษาความสามคั คีระหวา่ งครู และช่วยเหลือกนั ในหนา้ ท่ีการงาน
ขอ้ 5 ใหเ้ ลขาธิการคุรุสภาเป็นผรู้ ักษาการตามระเบียบน้ี
ประกาศ ณ วนั ท่ี 23 สิงกาคม 2526
ชวน หลีกภยั
(นายชวน หลีกภยั )
รัฐมนตรีการกระทรวงศึกษาธิการ
ประธานกรรมการอานวยการครุ ุสภา
ระเบียบคุรุสภาว่าด้วยจรยาบรรณครูพ.ศ. 2539
โดยท่ีเห็นเป็นการสมควรให้มีการปรับปรุงระเบียบคุรุสภา วา่ ดว้ ยจรรยา มารยาท และวนิ ยั ตามระเบียบ
ประเพณีครู พ.ศ. 2526 อาศยั อานาจตามความในมาตรา 6(2) และมาตรา 28 แห่งพระราชบญั ญตั ิครู พุทธศกั ราช
2488 คณะกรรมการอานวยการครุ ุสภาจึงวางระเบียบไวเ้ ป็นจรรยาบรรณครู เพ่ือเป็นหลกั ปฏิบตั ิในการประกอบ
วชิ าชีพครู
ขอ้ 1 ระเบียบน้ีเรียกวา่ “ระเบียบครุ ุสภาวา่ ดว้ ยจรรยาบรรณครู พ.ศ. 2539”
ขอ้ 2 ระเบียบใหใ้ ชบ้ งั คบั ต้งั แตว่ นั ถดั จากวนั ประกาศเป็นตน้ ไป
ขอ้ 3 ใหย้ กเลิกระเบียบคุรุสภาวา่ ดว้ ยจรรยามารยาทและวนิ ยั ตามระเบียบประเพณีของครู พ.ศ. 2526
และใหใ้ ชร้ ะเบียบน้ีแทน
ขอ้ 4 กาหนดใหค้ รูมีจรรยาบรรณดงั ต่อไปน้ี
(1) ครูตอ้ งรักและเมตตาศิษย์ โดยใหค้ วามเอาใจใส่ช่วยเหลือส่งเสริมใหก้ าลงั ใจในการศึกษา
เล่าเรียนแก่ศิษยโ์ ดยเสมอหนา้
(2) ครูตอ้ งอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทกั ษะและนิสยั ท่ีถูกตอ้ งดีงามใหเ้ กิดแก่ศิษย์
อยา่ งเตม็ ความสามารถดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ
(3) ครูตอ้ งไมก่ ระทาตนเป็นปฏิปักษต์ ่อความเจริญทางกาย สิติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคม
ของศิษย์
(4) ครูตอ้ งไม่แสวงหาผลประโยชน์อนั เป็นอามิสสินจา้ งจากศิษยใ์ นการปฏิบตั ิหนา้ ที่ตามปกติ
และไม่ใชใ้ หศ้ ิษยก์ ระทาการใด ๆ อนั เป็นการหาประโยชนใ์ หแ้ ก่ตนโดยมิชอบ
(5) ครูตอ้ งพฒั นาตนเองท้งั ในดา้ นวิชาชีพ ดา้ นบุคลิกภาพและวสิ ัยทศั นใ์ หท้ นั ต่อการพฒั นาทาง
วทิ ยาการ เศรษฐกิจสงั คมและการเมืองอยเู่ สมอ
(6) ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นสมาชิกท่ีดีขององคก์ ร วิชาชีพครู
(7) ครูพึงช่วยเหลือเก้ือกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์
(8) ครูพงึ ประพฤติ ปฏิบตั ิตนเป็นผนู้ าในการอนุรักษแ์ ละพฒั นาภมู ิปัญญาและวฒั นธรรมไทย
ขอ้ 5. ใหเ้ ลขาธิการคุรุสภารักษาการใหเ้ ป็นไปตามระเบียบน้ี
ประกาศ ณ วนั ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2539
สุขวชิ รังสิตพล
(นายสุวิช รังสิตพล)
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ
ประธานกรรมการอานวยการครุ ุสภา
ข้อบังคบั คุรุสภา ว่าด้วย มาตรฐานวิชาชีพ และจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2548
(สานกั งานเลขาธิการของคุรุสภา. 2549 : 73-79) ในส่วนที่เกี่ยวขอ้ ง กบั จรรยาบรรณ วิชาชีพครู สามารถ
สรุปไดด้ งั น้ี
ความหมายของ จรรยาบรรณวิชาชีพครู หมายถึง มาตรฐานการปฏิบตั ิตน ท่ีกาหนด เป็นแบบแผนในการ
ประพฤติตน ท่ีผปู้ ระกอบวิชาชีพครู ตอ้ งปฏิบตั ิตาม
จุดประสงคข์ องจรรยาบรรณวิชาชีพครู
เพ่ือรักษา และส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และฐานะ ของผปู้ ระกอบวิชาชีพครู ใหเ้ ป็น ท่ีเชื่อถือศรัทธา แก่
ผรู้ ับบริการ แก่สังคม อนั จะนามาซ่ึง เกียรติ และศกั ด์ิศรีแห่งวิชาชีพ ลกั ษณะสาคญั ของจรรยาบรรณวชิ าชีพครู
ถือเป็นคามน่ั สัญญา ท่ีกาหนดเป็นขอ้ บงั คบั ใหผ้ ปู้ ระกอบวชิ าชีพครู ตอ้ งปฏิบตั ิกบั ผทู้ ่ีเกี่ยวขอ้ ง 5 ส่วน ไดแ้ ก่
จรรยาบรรณต่อตนเอง ต่อวชิ าชีพ ตอ่ ผรู้ ับบริการ ต่อผูร้ ่วมประกอบวชิ าชีพ และต่อสังคม โดย สาระสาคญั ของ
จรรยาบรรณ วิชาชีพครู ตามขอ้ บงั คบั ของคุรุสภา วา่ ดว้ ยมาตรฐานวชิ าชีพ และจรรยาบรรณวิชาชีพ พ.ศ. 2548 ที่
เก่ียวกบั มาตรฐาน การปฏิบตั ิงาน และจรรยาบรรณ วิชาชีพ สรุปได้ ดงั น้ี
ดา้ นการปฏิบตั ิงานเกี่ยวกบั การเรียนการสอน และการส่งเสริม การเรียนรู้ของผเู้ รียน
1) ปฏิบตั ิกิจกรรมทางวชิ าการ เกี่ยวกบั การพฒั นาวิชาชีพครูอยเู่ สมอ
2) ตดั สินใจปฏิบตั ิกิจกรรมต่าง ๆ โดยคานึงถึงผล ท่ีจะเกิดแก่ผเู้ รียน
3) มุ่งมน่ั พฒั นาผูเ้ รียนใหเ้ ต็มศกั ยภาพ
4) พฒั นาแผนการสอน ใหส้ ามารถปฏิบตั ิไดเ้ กิดผลจริง
5) พฒั นาสื่อการเรียนการสอน ใหม้ ีประสิทธิภาพอยเู่ สมอ
6) จดั กิจกรรมการเรียนการสอน โดยเนน้ ผลถาวร ท่ีเกิดแก่ผเู้ รียน
7) รายงานผลการพฒั นาคณุ ภาพ ของผเู้ รียนไดอ้ ยา่ งมีระบบ
8) ปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งที่ดี แก่ผเู้ รียน
9) ร่วมมือกบั ผอู้ ่ืนในสถานศึกษา อยา่ งสร้างสรรค์
10) ร่วมมือกบั ผอู้ ื่นในชุมชน อยา่ งสร้างสรรค์
11) แสวงหา และใชข้ อ้ มลู ข่าวสาร ในการพฒั นา
12) สร้างโอกาสใหผ้ เู้ รียน ไดเ้ รียนรู้ในทุกสถานการณ์
ดา้ นจรรยาบรรณของวิชาชีพครู แบ่งเป็น 5 ดา้ น
1) จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง : ครูตอ้ งมีวินยั ในตนเอง พฒั นาตนเองดา้ น วิชาชีพบุคลิกภาพ วสิ ัยทศั น์ใหท้ นั ต่อการ
พฒั นาทางวิชาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยเู่ สมอ
2) จรรยาบรรณต่อวชิ าชีพ : ครูตอ้ งรัก ศรัทธา ซื่อสัตยส์ ุจริต รับผดิ ชอบต่อวชิ าชีพ และเป็นสมาชิกที่ดี ของ
องคก์ รวิชาชีพ
3) จรรยาบรรณต่อผรู้ ับบริการ :
3.1) ครูตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ช่วยเหลือ ส่งเสริม ใหก้ าลงั ใจแก่ศิษย์ และผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหนา้ ที่ โดย
เสมอหนา้
3.2) ครูตอ้ งส่งเสริม ให้เกิดการเรียนรู้ ทกั ษะ และนิสยั ท่ีถูกตอ้ งดีงาม แก่ศิษย์ และผรู้ ับบริการ
3.3) ครูตอ้ งประพฤติปฏิบตั ิตน เป็นแบบอยา่ งท่ีดี ท้งั ทางกาย วาจา และใจ
3.4) ครูตอ้ งไม่กระทาตน เป็นปฏิปักษต์ อ่ ความเจริญ ทางกายสติปัญญา จิตใจอารมณ์ และสงั คมของศิษย์ และ
ผรู้ ับบริการ
3.5) ครูตอ้ งใหบ้ ริการดว้ ยความจริงใจ และเสมอภาค โดยไม่เรียกรับ หรือยอมรับผลประโยชน์ จากการใช้
ตาแหน่งหนา้ ที่
โดยมิชอบ
4) จรรยาบรรณต่อผรู้ ่วมประกอบวชิ าชีพ : ครูพึงช่วยเหลือเก้ือกลู ซ่ึงกนั และกนั อยา่ งสร้างสรรค์ โดยยดึ มนั่ ใน
ระบบคณุ ธรรม สร้างความสามคั คี ในหม่คู ณะ
5) จรรยาบรรณต่อสงั คม : ครูพงึ ประพฤติปฏิบตั ิตน เป็นผนู้ าในการอนุรักษ์ และพฒั นา เศรษฐกิจ สงั คม ศาสนา
ศิลปวฒั นธรรม ภูมิปัญญา ส่ิงแวดลอ้ ม รักษาผลประโยชน์ ของส่วนรวม และยดึ มนั่ ใน การปกครองระบอบ
ประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษตั ริย์ ทรงเป็นประมขุ
ข้อบงั คับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวชิ าชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖
โดยที่เป็นการสมควรยกเลิกขอ้ บงั คบั คุรุสภา วา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณ
ของวชิ าชีพ พ.ศ. ๒๕๔๘
อาศยั อานาจตามความในมาตรา ๙ วรรคหน่ึง (๑) (๑๑) (จ) และมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบญั ญตั ิ
สภาครูและบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกบั มติคณะกรรมการครุ ุสภา ในการประชุม
คร้ังที่ ๕/๒๕๕๖ วนั ท่ี ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ
คณะกรรมการคุรุสภาจึงออกขอ้ บงั คบั ครุ ุสภา วา่ ดว้ ยจรรยาบรรณของวิชาชีพ ดงั ตอ่ ไปน้ี
ขอ้ ๑ ขอ้ บงั คบั น้ีเรียกวา่ “ขอ้ บงั คบั ครุ ุสภา วา่ ดว้ ยจรรยาบรรณของวชิ าชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖”
ขอ้ ๒ ขอ้ บงั คบั น้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั ต้งั แตว่ นั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป
ขอ้ ๓ ใหย้ กเลิกขอ้ บงั คบั คุรุสภา วา่ ดว้ ยมาตรฐานวชิ าชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.
๒๕๔๘
ขอ้ บงั คบั ครุ ุสภาฉบบั ใดอา้ งอิงขอ้ บงั คบั คุรุสภาฉบบั ท่ียกเลิกแลว้ ตามวรรคหน่ึง รวมท้งั ระเบียบ
หรือประกาศใดท่ีออกภายใตข้ อ้ บงั คบั ดงั กลา่ ว ใหถ้ ือวา่ อา้ งอิงขอ้ บงั คบั คุรุสภา วา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชีพ
พ.ศ. ๒๕๕๖ หรือขอ้ บงั คบั คุรุสภา วา่ ดว้ ยจรรยาบรรณของวชิ าชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ แลว้ แต่กรณี
ขอ้ ๔ ในขอ้ บงั คบั น้ี
“วชิ าชีพ” หมายความวา่ วิชาชีพทางการศึกษาท่ีทาหนา้ ที่หลกั ทางดา้ นการเรียนการสอน
และการส่งเสริมการเรียนรู้ของผเู้ รียนดว้ ยวิธีการตา่ ง ๆ รวมท้งั การรับผิดชอบการบริหารสถานศึกษา
ในสถานศึกษาปฐมวยั ข้นั พ้ืนฐาน และอุดมศึกษาที่ต่ากวา่ ปริญญาท้งั ของรัฐและเอกชน และการบริหาร
การศึกษานอกสถานศึกษาในระดบั เขตพ้นื ที่การศึกษา ตลอดจนการสนบั สนุนการศึกษาใหบ้ ริการ
หรือปฏิบตั ิงานเกี่ยวเน่ืองกบั การจดั กระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการบริหารการศึกษา
ในหน่วยงานการศึกษาตา่ ง ๆ
“ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา” หมายความวา่ ครู ผบู้ ริหารสถานศึกษา ผบู้ ริหารการศึกษา
และบคุ ลากรทางการศึกษาอ่ืน ซ่ึงไดร้ ับใบอนุญาตเป็นผปู้ ระกอบวชิ าชีพตามพระราชบญั ญตั ิสภาครู
และบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖
“ครู” หมายความวา่ บคุ คลซ่ึงประกอบวิชาชีพหลกั ทางดา้ นการเรียนการสอนและการส่งเสริม
การเรียนรู้ของผเู้ รียนดว้ ยวธิ ีการตา่ งๆ ในสถานศึกษาปฐมวยั ข้นั พ้ืนฐาน และอุดมศึกษาท่ีต่ากวา่ ปริญญา
ท้งั ของรัฐและเอกชน
หนา้ ๗๓
เล่ม ๑๓๐ ตอนพเิ ศษ ๑๓๐ ง ราชกิจจานุเบกษา ๔ ตุลาคม ๒๕๕๖
“ผ้บู ริหารสถานศึกษา” หมายความวา่ บคุ คลซ่ึงปฏิบตั ิงานในตาแหน่งผบู้ ริหารสถานศึกษา
ภายในเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และสถานศึกษาอ่ืนที่จดั การศึกษาปฐมวยั ข้นั พ้ืนฐาน และอุดมศึกษาท่ีต่ากวา่ ปริญญา
ท้งั ของรัฐและเอกชน
“ผ้บู ริหารการศึกษา” หมายความวา่ บคุ คลซ่ึงปฏิบตั ิงานในตาแหน่งผบู้ ริหารนอกสถานศึกษา
ในระดบั เขตพ้นื ท่ีการศึกษา
“บคุ ลากรทางการศึกษาอื่น” หมายความวา่ บุคคลซ่ึงทาหนา้ ท่ีสนบั สนุนการศึกษา ใหบ้ ริการ
หรือปฏิบตั ิงานเกี่ยวเนื่องกบั การจดั กระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการบริหารการศึกษา
ในหน่วยงานการศึกษาตา่ ง ๆ ซ่ึงหน่วยงานการศึกษากาหนดตาแหน่งให้ตอ้ งมีคุณวุฒิทางการศึกษา
“จรรยาบรรณของวชิ าชีพ” หมายความวา่ มาตรฐานการปฏิบตั ิตนท่ีกาหนดข้นึ เป็นแบบแผน
ในการประพฤติตน ซ่ึงผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษาตอ้ งปฏิบตั ิตาม เพ่ือรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียง
และฐานะของผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษาใหเ้ ป็นท่ีเช่ือถือศรัทธาแก่ผรู้ ับบริการและสงั คม อนั จะนามา
ซ่ึงเกียรติและศกั ด์ิศรีแห่งวชิ าชีพ
ขอ้ ๕ ใหป้ ระธานกรรมการคุรุสภารักษาการตามขอ้ บงั คบั น้ี และใหม้ ีอานาจออกระเบียบ
ประกาศ หรือคาสั่งเพ่อื ปฏิบตั ิตามขอ้ บงั คบั น้ี รวมท้งั ใหม้ ีอานาจตีความและวินิจฉยั ช้ีขาดปัญหา
เก่ียวกบั การปฏิบตั ิตามท่ีกาหนดไวใ้ นขอ้ บงั คบั
ขอ้ ๖ ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวชิ าชีพ
และแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวชิ าชีพ
หมวด ๑จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง
ขอ้ ๗ ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งมีวินยั ในตนเอง พฒั นาตนเองดา้ นวิชาชีพ
บุคลิกภาพ และวสิ ัยทศั น์ ใหท้ นั ต่อการพฒั นาทางวทิ ยาการ เศรษฐกิจ สงั คม และการเมืองอยเู่ สมอ
หมวด ๒จรรยาบรรณตอ่ วิชาชีพ
ขอ้ ๘ ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งรัก ศรัทธา ซ่ือสัตยส์ ุจริต รับผดิ ชอบต่อวชิ าชีพ
และเป็นสมาชิกที่ดีขององคก์ รวชิ าชีพ
หมวด ๓จรรยาบรรณต่อผรู้ ับบริการ
ขอ้ ๙ ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม
ใหก้ าลงั ใจแก่ศิษย์ และผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหนา้ ท่ีโดยเสมอหนา้
ขอ้ ๑๐ ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งส่งเสริมใหเ้ กิดการเรียนรู้ ทกั ษะ และนิสยั
ที่ถูกตอ้ งดีงามแก่ศิษย์ และผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหนา้ ที่อยา่ งเตม็ ความสามารถ ดว้ ยความบริสุทธ์ิใจ
ขอ้ ๑๑ ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นแบบอยา่ งท่ีดี ท้งั ทางกาย
วาจา และจิตใจ
ขอ้ ๑๒ ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งไม่กระทาตนเป็นปฏิปักษต์ ่อความเจริญทางกาย
สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ และผรู้ ับบริการ
ขอ้ ๑๓ ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งใหบ้ ริการดว้ ยความจริงใจและเสมอภาค โดยไมเ่ รียกรับ
หรือยอมรับผลประโยชน์จากการใชต้ าแหน่งหนา้ ที่โดยมิชอบ
หมวด ๔จรรยาบรรณต่อผรู้ ่วมประกอบวชิ าชีพ
ขอ้ ๑๔ ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงช่วยเหลือเก้ือกูลซ่ึงกนั และกนั อยา่ งสร้างสรรค์
โดยยดึ มนั่ ในระบบคุณธรรม สร้างความสามคั คีในหมู่คณะ
หมวด ๕ จรรยาบรรณต่อสงั คม
ขอ้ ๑๕ ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา พงึ ประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นผนู้ าในการอนุรักษ์
และพฒั นาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวฒั นธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดลอ้ ม รักษาผลประโยชน์
ของส่วนรวม และยดึ มน่ั ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ
ข้อบังคบั คุรุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ(ฉบับท่๓ี ) พ.ศ. ๒๕๖๑
โดยท่ีเป็นการสมควรแกไ้ ขเพมิ่ เติมขอ้ บงั คบั คุรุสภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชีพ(ฉบบั ที่๒) พ.ศ. ๒๕๖๑
อาศยั อานาจตามความในมาตรา๙ (๑) และ (๑๑) (ฉ) และมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบญั ญตั ิ สภาครูและบคุ ลากร
ทางการศึกษาพ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกบั มติคณะกรรมการครุ ุสภาในการประชุม คร้ังที่๑๑/๒๕๖๑ วนั ท่ี๓๐
ตุลาคม๒๕๖๑โดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการคณะกรรมการคุรุสภาจึงออกขอ้ บงั คบั
ครุ ุสภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชีพไวด้ งั ตอ่ ไปน้ี
ขอ้ ๑ขอ้ บงั คบั น้ีเรียกวา่ “ขอ้ บงั คบั ครุ ุสภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชีพ(ฉบบั ที่๓) พ.ศ. ๒๕๖๑”
ขอ้ ๒ ขอ้ บงั คบั น้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั ต้งั แตว่ นั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป ขอ้ ๓ ใหย้ กเลิกความในขอ้ ๑๗
แห่งขอ้ บงั คบั คุรุสภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวชิ าชีพ.ศ.๒๕๕๖ซ่ึงแกไ้ ขเพม่ิ เติมโดยขอ้ บงั คบั คุรุสภาวา่ ดว้ ยมาตรฐาน
วชิ าชีพ(ฉบบั ท่ี๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ และใหใ้ ช้ ความต่อไปน้ีแทน
“ขอ้ ๑๗ ผทู้ ่ีสาเร็จการศึกษาตามหลกั สูตรท่ีใชม้ าตรฐานวิชาชีพตามขอ้ บงั คบั คุรุสวา่ ดว้ ย มาตรฐานวชิ าชีพและ
จรรยาบรรณของวชิ าชีพ.ศ. ๒๕๔๘ ที่ตอ้ งการขอรับใบอนุญาตใหม้ าขอรับ ใบอนุญาตไดผ้ มู้ ีคณุ วุฒิไมต่ ่ากวา่
ปริญญาตรีและผา่ นการรับรองความรู้และประสบการณ์วิชาชีพครูครุ ุสภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชีพและ
จรรยาบรรณของวิชาชีพ.ศ.๒๕๔๘ สามารถใชเ้ ป็นคณุ วุฒิ ในการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูไดภ้ ายใน
หา้ ปี ตามที่ก าหนดในขอ้ บงั คบั ครุ ุสภาวา่ ดว้ ย มาตรฐานวชิ าชีพ.ศ. ๒๕๕๖ หากพน้ ก าหนดแลว้ ไม่สามารถ
ขอรับใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพครูได้
กรณีผมู้ ีคณุ วุฒิไมต่ ่ากวา่ ปริญญาตและผา่ นการรับรองมาตรฐานความรู้ครบเกา้ มาตรฐานแตย่ งั ขาดประสบการณ์
วชิ าชีพครูตามที่ก าหนดในขอ้ บงั คบั คุรุสภาวา่ ดว้ ยการรับรองความรู้ และประสบการณ์วชิ าชีพเพ่อื การประกอบ
วชิ าชีพทางการ.ศึกษา.๒๕๕๐ เมื่อไดผ้ า่ นการรับรอง ประสบการณ์วชิ าชีพครูแลใหส้ ามารถใชเ้ ป็นคุณวุฒิใน
การขอรับใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพครูได้ ภายในวนั ท่ี๓ ตุลาคม๒๕๖๓ หากพน้ ก าหนดแลว้ ไม่สามารถขอรับ
ใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพครูได้
ผมู้ ีคณุ วฒุ ิไม่ต่ากวา่ ปริญญาตรีทางการบริหารการศึกษาหรือเทียบเทา่ หรือคุณวฒุ ิอื่นที่คุรุสภาใหก้ ารรับรองตาม
ขอ้ บงั คบั ครุ ุสภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวชิ าชีพพ.ศ. ๒๕๔๘ สามารถใชเ้ ป็นคุณวุฒิใน
การขอรับใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพผบู้ ริหารสถานศึกและผบู้ ริหารการศึกษาได้
ผมู้ ีคณุ วฒุ ิไมต่ ่ากวา่ ปริญญาโททางการศึกษาหรือเทียบเทา่ หรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภาใหก้ ารร ตามขอ้ บงั คบั คุรุสภา
วา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพพ.ศ. ๒๕๔๘ สามารถ ใชเ้ ป็นคุณวฒุ ิในการขอรับ
ใบอนุญาตประกอบวชิ าชีพศึกษานิเทศกไ์ ด”้
ประกาศ ณ วนั ท่ี๗ พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๕๖๑
ธีระเกียรติเจริญเศรษฐศิลป์
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ
ประธานกรรมการครุ ุสภา
ข้อบงั คบั ครุ ุสภาว่าด้วยมาตรฐานวชิ าชีพ (ฉบบั ท่ี๔)พ.ศ. ๒๕๖๒
โดยที่เป็นการสมควรแกไ้ ขเพ่ิมเติมขอ้ บงั คบั คุรุสภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวชิ าชีพ พ.ศ.๒๕๕๖ในส่วนของ
วิชาชีพครูเพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกบั การเปลี่ยนแปลงและทิศทางการศึกษาของชาติ อาศยั อานาจตามความในมาตรา๙
(๑) และ (๑๑) (ฉ) และมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบญั ญตั ิ สภาครูและบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖ประกอบ
กบั มติคณะกรรมการครุ ุสภา ในการประชุม คร้ังที่๑๓/๒๕๖๑ เมื่อวนั ที่ ๑๗ ธนั วาคม๒๕๖๑ ครุ ุสภาโดยไดร้ ับ
ความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ จึงออกขอ้ บงั คบั คุรุสภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวชิ าชีพไว้
ดงั ตอ่ ไปน้ี
ขอ้ ๑ ขอ้ บงั คบั น้ีเรียกวา่ “ขอ้ บงั คบั คุรุสภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวชิ าชีพ (ฉบบั ที่๔)พ.ศ.๒๕๖๒”
ขอ้ ๒ ขอ้ บงั คบั น้ีใหใ้ ชบ้ งั คบั ต้งั แตว่ นั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตน้ ไป ขอ้ ๓ ใหย้ กเลิกความใน
บทนิยามค าวา่ “มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วชิ าชีพ” “มาตรฐานการปฏิบตั ิงาน” และ “มาตรฐานการ
ปฏิบตั ิตน” ในขอ้ ๔ แห่งขอ้ บงั คบั ครุ ุสภา วา่ ดว้ ย มาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ และใหใ้ ชค้ วามต่อไปน้ีแทน
“มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วชิ าชีพ หมายความวา่ ขอ้ กาหนดเก่ียวกบั ความรู้และประสบการณ์
ในการจดั การเรียนรู้ หรือการจดั การศึกษา ซ่ึงผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา รวมท้งั ผตู้ อ้ งการประกอบวชิ าชีพ
ทางการศึกษายงั พอที่สามารถนาไปใชใ้ นการประกอบวชิ าชีพได”้
“มาตรฐานการปฏิบตั ิงาน หมายความวา่ ขอ้ กาหนดเกี่ยวกบั คุณลกั ษณะ หรือการแสด พฤติกรรมการ
ปฏิบตั ิงานและการพฒั นางาน ซ่ึงผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา รวมท้งั ผตู้ ประกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ ง
ปฏิบตั ิตามเพอื่ ให้เกิดผลตามวตั ถปุ ระสงค์ และเป้าหมายการเรียนรู้ หรือการจดั การศึกษา รวมท้งั ตอ้ งฝึกฝน
พฒั นาตนเองใหม้ ีทกั ษะ หรือความชานาญสูงข้นึ อยา่ ง”
“มาตรฐานการปฏิบตั ิตน หมายความวา่ จรรยาบรรณของวชิ าชีพท่ีกาหนดข้ึนเป็นแบบแผน ในการ
ประพฤติปฏิบตั ิตนซ่ึงผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา รวมท้งั ผตู้ อ้ งการประกอบวิชาชีพทางการศ ตอ้ งยดึ ถือ
ปฏิบตั ิตาม เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคณุ ชื่อเสียง และฐานะของผปู้ ระกอบวชิ าชี ให้เป็นท่ีเช่ือถือศรัทธาแก่
ผรู้ ับบริการและสงั คม อนั จะน ามาซ่ึงเกียรติศรีแห่งวชิ าชีพ” และศกั ด์ิ
ขอ้ ๔ ใหย้ กเลิกความในขอ้ ๖ แห่งขอ้ บงั คบั คุรุสภา วา่ ดว้ ยมาตรฐานวชิ าชีพ๒๕56 พ.ศ. และใหใ้ ชค้ วาม
ตอ่ ไปน้ีแทน
“ขอ้ ๖ ผปู้ ระกอบวิชาชีพครู ตอ้ งมีคณุ วุฒิไม่ต่ากวา่ ปริญญาตรีทางกา หรือเทียบเทา่ หรือมีคุณวฒุ ิอื่นที่คุรุสภา
รับรองโดยมีมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ดงั ต่อไปน้ี
(ก)มาตรฐานความรู้ ตอ้ งมีความรอบรู้และเขา้ ใจในเร่ือง ดงั ตอ่ ไปน้ี
(1)การเปลี่ยนแปลงบริบทของโลก สงั คม และแนวคดิ ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
(2) จิตวทิ ยาพฒั นาการ จิตวทิ ยาการศึกษาและจิตวิทยาใหค้ าปรึกษา ในการวิเคราะห์และพฒั นา
ผเู้ รียนตามศกั ยภาพ
(3) เน้ือหาวชิ าท่ีสอน หลกั สูตร ศาสตร์การสอน และเทคโนโลยดี ิจิทลั
ในการจดั การเรียนรู้
(4) การวดั ประเมินผลการเรียนรู้ และการวิจยั เพ่ือแกป้ ัญหาและพฒั นาผเู้ รียน
(5) การใชภ้ าษาไทย ภาษาองั กฤษเพ่อื การสื่อสาร และการใชเ้ ทคโนโลยดี ิจิทลั
เพ่อื การศึกษา
(6) การออกแบบและการด าเนินการเก่ียวกบั งานประกนั คณุ ภาพการศึกษา
(ข)มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ ผา่ นการปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา ตามหลกั สูตรปริญญาทางการศึกษา
เป็นเวลาไมน่ อ้ ยกวา่ หน่ึงปี และผา่ นเกณฑ์การประเมินปฏิบตั ิ การสอน ตามหลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเง่ือนไขที่
คณะกรรมการคุรุสภาก าหนด ดงั ต่อไปน้ี
(1)การฝึกปฏิบตั ิวชิ าชีพระหวา่ งเรียน
(2)การปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษาในสาขาวชิ าเฉพาะ
ขอ้ ๕ ใหย้ กเลิกความในขอ้ 10 แห่งขอ้ บงั คบั คุรุสภาวา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2556 และใหใ้ ชค้ วาม
ตอ่ ไปน้ีแทน
“ขอ้ 10 รายละเอียดของมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพใหเ้ ป็นไปตามท่ี คณะกรรมการคุรุสภา
กาหนด”
ขอ้ ๖ ใหย้ กเลิกความในขอ้ 11 แห่งขอ้ บงั คบั คุรุสภา วา่ ดว้ ยมาตรฐานวชิ าชีพ2556 พ.ศ. และใหใ้ ชค้ วาม
ตอ่ ไปน้ีแทน
“ขอ้ 11 ผปู้ ระกอบวชิ าชีพครู ตอ้ งมีมาตรฐานการปฏิบตั ิงาน ดงั น้ี
(ก)การปฏิบตั ิหนา้ ที่ครู
(1)มุ่งมนั่ พฒั นาผเู้ รียน ดว้ ยจิตวิญญาณความเป็นครู
(2)ประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความเป็นพลเมืองท่ีเขม้ แขง็
(3) ส่งเสริมการเรียนรู้ เอาใจใส่ และยอมรับความแตกตา่ งของผเู้ รียนแต่ละบคุ ค
(4) สร้างแรงบนั ดาลใจผเู้ รียนให้เป็นผใู้ ฝ่เรียนรู้ และผสู้ ร้างนวตั กรรม
(5) พฒั นาตนเองใหม้ ีความรอบรู้ ทนั สมยั และทนั ตอ่ การเปล่ียนแปลง
(ข)การจดั การเรียนรู้
(1)พฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษา การจดั การเรียนรู้ ส่ือ การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
(2)บรู ณาการความรู้และศาสตร์การสอนในการวางแผนและจดั การเรียนรู้ ท่ีสามารถพฒั นาผูเ้ รียนใหม้ ี
ปัญญารู้คิด และมีความเป็นนวตั กรรม
(3)ดูแล ช่วยเหลือ และพฒั นาผเู้ รียนบคุ คลตามศกั ยภาพ รายงานผลการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียนไดอ้ ยา่ งเป็น
ระบบ
(4)จดั กิจกรรมและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ใหผ้ เู้ รียนมีความสุขในการเรียนโดยตระหนกั ถึงสุขภาวะ
ของผเู้ รียน
(5)วิจยั สร้างนวตั กรรม และประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยดี ิจิทลั ใหเ้ กิดประโยน์ ต่อการเรียนรู้ของผเู้ รียน
(6)ปฏิบตั ิงานร่วมกบั ผอู้ ื่นอยา่ งสร้างสรรคแ์ ละมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพฒั นา
(ค)ความสมั พนั ธก์ บั ผปู้ กครองและชุมชน
(๑) ร่วมมือกบั ผปู้ กครองในการพฒั นาและแกป้ ัญหาผเู้ รียนให้มีคณุ ลกั
ท่ีพึงประสงค์
(๒)สร้างเครือขา่ ยความร่วมมือกบั ผปู้ กครองและชุมชน เพ่อื สนบั สนุนการเรียน ที่มีคุณภาพของผเู้ รียน
(๓) ศึกษา เขา้ ถึงบริบทของชุมชน และสามารถอยรู่ ่วมกนั บนพ้นื ฐาน ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม
(๔) ส่งเสริม อนุรักษว์ ฒั นธรรม และภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน ขอ้ 7 ขอ้ บงั คบั ฉบบั น้ีไม่กระทบสิทธิและหนา้ ที่
ของผไู้ ดร้ ับและผขู้ อรับใบอนุญาต
วิชาชีพครูที่ใชม้ าตรฐานวิชาชีพตามขอ้ บงั คบั คุรุสภา วา่ ดว้ ยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. 2556 ที่แกไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบบั
ท่ี2)พ.ศ.2561 และ (ฉบบั ท่ี 3) พ.ศ. 2561
ประกาศ ณ วนั ที่13 กุมภาพนั ธ.์ ศ. 2562
ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ
ประธานกรรมการคุรุสภา