Cultural Attraction
แหลง ทอ งเทยี่ วทางอารยธรรม
มรดกโลก ที่มีอายมุ ากกวา 5,000 ป รอ งรอยของมนษุ ยในประเทศไทยสมัยดังกลาว
แสดงใหเห็นถึงวฒั นธรรม โดยเฉพาะดานความรคู วามสามารถหรือภมู ิปญญา
Ban Chiang
แหลง่ โบราณคดีบา้ นเชยี ง
เสริมความรรู้ อบตวั เกี่ยวกบั ประวัติศาสตร แหลง โบราณคดีบานเชยี ง
วัฒนธรรมทม่ี ีการพัฒนาจนไดรับการยกยอ งจากองคก าร UNESCO
คาํ นาํ
หนังสือเสรมิ ความรเู้ ลม่ น� เกย� วกบั แหลง่ ทอ่ งเท�ยวทางอารยธรรม เร�อง แหลง่ โบราณคดบี า้ นเชยี ง
จดั ทําขน� เพอ� เสรมิ ความรใู้ นระดบั ช�นประถมศกึ ษาทุกชว่ งชน�
ภายในหนงั สอื ประกอบดว้ ย ความหมายของอารยธรรม แหลง่ โบราณคดีบา้ นเชียงคืออะไร
ต�งอยทู ่ �ไหน มเี น�อหาโบราณวัตถุทพ� บในแหลง่ โบราณคดีบา้ นเชียง
ขอ้ มูลพิพิธภณั ฑส์ ถานแหง่ ชาติ บา้ นเชยี ง และ 7 สง� มหศั จรรยท์ �จดั แสดงในพพิ ธิ ภณั ฑส์ ถานแหง่ ชาติ
บา้ นเชียง รวมทง� มแี บบ�กหัดใหท้ าํ พรอ้ มเฉลย ซง� ผจู ้ ัดทําไดจ้ ัดรูปแบบใหอ้ า่ นงา่ ยและมีรูปภาพประกอบ
เพอ� ใหผ้ ศู ้ ึกษาเกดิ ความเขา้ ใจไดง้ า่ ย
ผจู ้ ัดทําหวงั วา่ หนังสือเสรมิ ความรเู้ ลม่ น� จะชว่ ยพัฒนาทักษะการอา่ น ความรรู้ อบตวั และสามารถนํา
ความรทู้ ไ� ดจ้ ากหนงั สือไปใชป้ ระโยชน์ไดใ้ นภายภาคหน้า
สธุ าสินี สุกรรม
ผูจ้ ดั ทาํ
1
ÍÒøÃÃÁ¤×ÍÍÐäÃ?
ความหมายของอารยธรรม
อารยธรรม (Civilization) หมายถึงความเจรญิ -
ทางวฒั นธรรม ชว� ัดจากสง� เหลา่ น�
การเมอื งการปกครอง สงั คม เศรษฐกจิ ศลิ ปะ
ปั ญญาความคดิ
¡íÒá¾§àÁ×ͧ¨Õ¹ ʶһµ˜ ¡ÃÃÁ¨Õ¹
ÇËÔ ÒþÒÃู͹
ʶһ˜µÂ¡ÃÃÁ¡ÃÕ¡âºÃÒ³
2
เกรด็ ความรู้
อุดรธานมี ีมาสคอตประจําจงั หวดั ช�อวา่
คณุ ทองโบราณ
คุณทองโบราณ คือ โครงกระดูกสุนขั อาย-ุ
ประมาณ 3,000 � สภาพสมบูรณเ์ ต็มตัวทข� ุด
คน้ พบจากแหลง่ โบราณคดบี า้ นเชียง โดย
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ย
เดชทรงพระราชทานนามวา่ “คุณทองโบราณ”
ผอู ้ อกแบบมาสคอต คือ นายอนริ ทุ ธ์ เอมอ�ม
3
áËÅ‹§âºÃÒ³¤´ÕºŒÒ¹àªÕ§
แหลง่ โบราณคดบี า้ นเชยี ง
แหลง่ โบราณคดีบา้ นเชยี ง ตง� อยูท่ �ตําบลบา้ นเชียง
อําเภอหนองหาน จังหวดั อุดรธานี ทแ� หง่ น�เป็นแหลง่ -
ทรพั ยส์ ินทางวฒั นธรรมท�สําคญั ของประเทศไทย มีอายรุ าว
5,000 � มีโบราณวัตถุและหลักฐานทางโบราณคดี
ประเภทตา่ ง ๆ ซ�งแสดงถึงวัฒนธรรมสมัยกอ่ ประวตั ิศาสตร์
ท�มพี ัฒนาการท�งดา้ นเศรษฐกจิ วทิ ยาการและศลิ ปะอยา่ ง
แทจ้ รงิ และพัฒนาการเหลา่ นน� ไดเ้ จรญิ รุง่ เรืองสืบตอ่ กันมา
นับพนั ๆ �
ประกาศข�นทะเบยี นมรดกโลก Ἃ¹¨ÒÃÖ¡áËÅ‹§Áô¡âÅ¡
ã¹áËÅ‹§âºÃÒ³¤´ÕºÒŒ ¹àªÕ§
แหลง่ โบราณคดบี า้ นเชยี ง ไดร้ ับการประกาศขน� ทะเบียน
เป็น-มรดกโลกเม�อ� พทุ ธศักราช ๒๕๓๕ จากการประชุม
คณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ คร�งท� ๑๖ ท�เมืองแซน
ตาเฟ ประเทศสหรัฐอเมรกิ า โดยวัฒนธรรมทม� ีพัฒนาการ
แลว้ ในหลายๆ ดา้ น โดยเฉพาะดา้ นความรูค้ วามสามารถ
หรอื ภูมิปั ญญาท�สามารถทําใหด้ าํ รงชวี ิตและสรา้ งสังคม
วฒั นธรรมของมนษุ ยไ์ ดส้ บื เน�องตอ่ กนั มาเป็นระยะเวลา
ยาวนาน วัฒนธรรมบา้ นเชยี งไดค้ รอบคลุมถึงแหลง่ -
โบราณคดใี นภาคตะวันออกเฉียงเหนืออกี กวา่ รอ้ ยแหง่ เป็น
บรเิ วณพ�นทท� �มีมนุษยอ์ ยูอ่ าศัยหนาแน่นมาต�งแตห่ ลายพนั �
ดว้ ยเหตุน�เององคก์ ารยูเนสโกของสหประชาชาติจงึ ได้
ยอมรับข�นบัญชีแหลง่ วัฒนธรรมบา้ นเชยี งไวเ้ ป็นแหง่ หนง� ใน
บรรดามรดกโลก
4
áËÅ‹§âºÃÒ³¤´ÕºŒÒ¹àªÕ§
โบราณวตั ถุ
ส�งของท�เป็นโบราณวัตถุ ซ�งไดจ้ ากการสํารวจ
รวบรวมและขุดคน้ ทบ� า้ นเชยี งรวมแหลง่ ใกลเ้ คียง
เชน่ ขวาน ใบหอก มดี ภาชนะดินเผาทง� ทเ� ขียนสี
และไมเ่ ขียนสี สามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 3 ยคุ
ไดแ้ ก่ 1.ภาชนะดินเผาสมัยตน้
2.ภาชนะดินเผาสมัยกลาง
3.ภาชนะดินเผาสมัยปลาย
นอกจากน� ชาวบา้ นเชยี งโบราณเป็นชุมชน
ยุคโลหะทน� ิยมทาํ เคร�องมอื เคร�องใชแ้ ละ
เครอ� งประดบั จากสาํ รดิ ในระยะแรกและรูจ้ ักใช้
เหล็กในระยะตอ่ มาแตก่ ็ยงั คงใชส้ าํ ริดควบคูก่ ันไป
ยคุ ท� 1 ภาชนะดินเผาสมัยตน้ อายุ 5,600–3,000 � ภาชนะดนิ เผาสีดําถึงเทาเขม้ แบบมเี ชิงหรือ
ฐานเตย� ๆ ตกแตง่ ดว้ ยลายขีดเป็นเส้นโคง้ และลายกดหรือลายขูด อยูร่ ะหวา่ งชว่ งลา่ งของภาชนะดนิ เผา มี
การตกแตง่ ดว้ ยลายเชือกทาบ มภี าชนะดินเผาขนาดใหญท่ �ใชบ้ รรจุศพเดก็ กอ่ นนาํ ไปฝังภาชนะดินเผา
ตกแตง่ ดว้ ยลายขีดเป็นเส้นคดโคง้ ลายกา้ นขด ซง� มกี ารการตกแตง่ ลวดลายหนาแน่นกวา่ ในสมัยเร�มแรก
Â¤Ø ·èÕ 1 ÀÒª¹Ð´¹Ô à¼ÒÊÁÂÑ µ¹Œ
5
áËÅ‹§âºÃÒ³¤´ÕºŒÒ¹àªÕ§
ยุคท� 2 ภาชนะดนิ เผาสมัยกลาง อายุ 2,300-3,000 �
การตกแตง่ ลวดลายจะเป็นลกั ษณะใชเ้ ชือกทาบเพ�อใหเ้ ป็น
ลวดลาย รวมทง� มกี ารใชว้ สั ดกุ ดทับใหเ้ กดิ ลวดลายและการนํา
ดนิ มาตกแตง่ ใหเ้ กดิ ลายนนู มสี ดี า้ นนอกสีขาวท�บริเวณไหล่
ทาํ เป็นสนั หักมุมคอ่ นขา้ งชัดเจนมที �งแบบประเภทกน้ กลมและ
กน้ แหลม บางรายการมีการตกแตง่ ดว้ ยลายขดี และเขยี นสที �
บรเิ วณใกลป้ ากภาชนะ
Â¤Ø ·Õè 2 ÀÒª¹Ð´¹Ô à¼ÒÊÁÑ¡ÅÒ§
ยุคท� 3 ภาชนะดินเผาสมัยปลาย อายุ 1,800- 2,300 � เร�มมีการตกแตง่ ภาชนะ
ดว้ ยการทาตกแตง่ สีแดงซ�งจะเรียกภาชนะดนิ เผานว� า่ ภาชนะแบบบา้ นออ้ มแกว้ ภาชนะดินเผา
ในสมัยกลางเป็นผูช้ ายทท� าํ ข�นดว้ ยความประณีตมากกวา่ ทุกสมัย มักตกแตง่ ผิวดา้ นนอก
โดยทําเป็นลวดลายเชือกทาบเป็นเส้นเลก็ ๆ อยา่ งมีระเบียบแสดงใหเ้ ห็นถงึ ความสงบสุข
ในชว่ งเวลาน�น เป็นภาชนะดินเผาท�โดดเดน่ มกี ารเขยี นลายสแี ดงบนพน� สนี วลเร�มปรากฏ
บนภาชนะดินเผา มกี ารเขียนลายสีแดงบนพ�นสแี ดง
ÂØ¤·èÕ 3 ÀÒª¹Ð´¹Ô à¼ÒÊÁÑ»ÅÒÂ
6
áËÅ‹§âºÃÒ³¤´ÕºŒÒ¹àªÕ§
ยุคสํารดิ อายุประมาณ ๔,๐๐๐ สําริดเป็นโลหะ
ผสมระหวา่ งทองแดงกบั ดบี ุก ซง� เป็นโลหะท�ไมม่ ีอยูต่ าม
ธรรมชาติ ในบรเิ วณบา้ นเชยี ง จึงเช�อวา่ มกี ารนํามาจาก
ชมุ ชนอ�น วัตถุโบราณเคร�องสํารดิ ไดแ้ ก่ หอก ขวาน
ทัพพี กาํ ไลขอ้ มอื กําไลขอ้ เทา้ ปลอ้ งแขน เบ็ดตกปลา
หว่ งคอ ลกู กระพรวนและกระดง�
เคร�องเหล็ก ทําจากเหลก็ ทไ� ดจ้ ากการถลงุ เหลก็
เครอ� งเหล็กส่วนใหญจ่ ะเป็นใบหอก หวั ขวานและหวั
ลกู ศร นอกจากน�นก็มีเคียวและมีด
ในชว่ งแรกทม� ีการใชเ้ หลก็ พบวา่ มีวัตถหุ ลายช�นทาํ
จากท�งเหลก็ และสํารดิ เชน่ กําไลสาํ รดิ ทม� ีเหลก็ เส้นพนั
ประดับโดยรอบตัวกาํ ไล ใบหอกทป� ลายทําดว้ ยเหล็ก
และปลอ้ งแขนทําดว้ ยสํารดิ
¡Òí äÅ¢ŒÍÁ×ÍÅÙ¡¡ÃоÃǹáÅСÃдÔè§
7
áËÅ‹§âºÃÒ³¤´ÕºŒÒ¹àªÕ§
ขอ้ มูลพิพิธภัณฑ์
พพิ ิธภัณฑสถานแหง่ ชาติ บา้ นเชียง กอ่ ต�งข�นหลังการเสด็จประพาส
เย�ยมชมหลุมขุดคน้ ทางโบราณคดีของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู ่ ัว-
ภมู พิ ลอดุลยเดช รัชกาลท� 9 และสมเด็จพระนางเจา้ สริ ิกิต�
พระบรมราชนิ ีนาถ เมอ� วันท� 20 มนี าคม พ.ศ.2515 การเสด็จประพาส
ดังกลา่ วไดก้ ระตุน้ และความตระหนักถงึ ความสําคญั ของแหลง่ โบราณคดี
บา้ นเชียง ซ�งกาํ ลังประสบปั ญหาการลักลอบคา้ โบราณวัตถุในขณะน�น
บริหารจัดการ : กรมศิลปากร
ประเภทพิพิธภัณฑ์ : ชีวประวตั ิ, ประวัติศาสตรแ์ ละโบราณคดี
วตั ถจุ ดั แสดงท�มคี วามสําคญั / ส�งทน� ่าสนใจ : ภาชนะดนิ เผาเขยี นสี
ลวดลายตา่ งๆ
ท�อยูแ่ ละเบอรต์ ดิ ตอ่ : หมูท่ � 13 ถนนสทุ ธิพงษ์ ตาํ บลบา้ นเชียง อาํ เภอ
หนองหาน จังหวดั อดุ รธานี 41320
โทรศพั ท์ : 042-235 040-1
เวบ็ ไซต์ :
http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/banchiang/
วันและเวลาทาํ การ : วนั พธุ - วนั อาทิตย ์
เวลา 09.00 น. – 16.00 น
คา่ เขา้ ชม : ชาวไทย 30 บาท , ชาวตา่ งชาติ 150 บาท
ยกเวน้ นักเรียน นักศกึ ษาในเครอ� งแบบ ผูพ้ ิการ ผูส้ งู อายุ (ชาวไทย)
ภิกษุ สามเณร และนักบวชในศาสนาตา่ งๆ
¾¾Ô Ô¸À³Ñ ±Ê ¶Ò¹áË‹§ªÒµÔ ºŒÒ¹àªÕ§
ÀÒÂã¹¾Ô¾Ô¸À³Ñ ±Ê¶Ò¹áË‹§ªÒµÔ ºÒŒ ¹àªÕ§ ÀÒÂã¹¾¾Ô Ô¸Àѳ±Ê ¶Ò¹á˧‹ ªÒµÔ ºŒÒ¹àªÂÕ §
8
ช�นท� 1 กระบวยสาํ ริด เป็นชน� เดยี วท�พบในไทย
มคี วามสมบรู ณท์ ส� ดุ มลี วดลายปรากฏอยู ่ เป็นลาย
คลา้ ย ๆ กน้ หอย ทแ� สดงออกถงึ ความเป็นเอกลักษณ์
เฉพาะของบา้ นเชยี ง หากยอ้ นหลบั ไปเม�อ 1,000-
2,000 �กอ่ น ชา่ งท�ทาํ จะตอ้ งมคี วามรูแ้ ละ
ความสามารถดา้ นการหลอ่ โลหะคอ่ นขา้ งสงู
จงึ สามารถหลอ่ กระบวยออกมาเป็นรปู ทรงทส� วยงามได ้
¡ÃкÇÂÊíÒÃÔ´
ช�นท� 2 ใบหอก แสดงใหเ้ ห็นถงึ วิวฒั นาการของการใชโ้ ลหะของแหลง่ โบราณคดบี า้ นเชยี ง
หากสังเกตใกลๆ้ จะเห็นวา่ ใบหอกจะมคี วามขรุขระเนอ� งจากสนมิ เหลก็ แตส่ ่วนท�เป็นดา้ มหอกจะไม-่
ขรุขระแตเ่ ป็นสเี ขียว ซ�งเกดิ จากสนมิ สําริด แสดงวา่ เป็นโลหะสองชนิดทเ� ช�อมเขา้ ดว้ ยกันคือ เหล็กกบั
สาํ รดิ โดยยคุ ของสํารดิ มากอ่ นยุคเหลก็ เม�อคนนยิ มใชเ้ หล็กมากข�น สําริดกไ็ ดร้ บั ความนยิ มน้อยลง
เน�องจากเหลก็ มคี วามแข็งแรงมากกวา่ ฉะนน� การเจอโลหะสองชนิดเช�อมเขา้ ดว้ ยกนั แสดงวา่ มกี าร
เช�อมตอ่ ของวฒั นธรรมในการใชเ้ หล็กกับสาํ ริด
ãºËÍ¡
9
ช�นท� 3 เคร�องมอื เกษตรกรรม เป็นเครอ� งมือทท� าํ
จากเหลก็ สาํ หรบั ชน� นพ� บหลักฐานทางเกษตรกรรม-
ท�สําคัญมาก นน� คอื เปลอื กขา้ ว ทฝ� ังอยใู ่ นเนอ� ของสนิม
โลหะชน� น� การทแ� หลง่ โบราณคดบี า้ นเชยี ง ไดร้ บั การ
ประกาศใหเ้ ป็นมรดกโลกเนอ� งจากมีหลักฐานการอยอู ่ าศัย
ของมนษุ ย ์ มีอารยธรรมและวฒั นธรรม โดยเฉพาะเรอ� ง-
การเพาะปลกู การทพ� บเครอ� งมือเหลก็ ซง� อาจจะใชใ้ น
การเกษตรกรรมและพบเปลือกขา้ วท�ติดอยู ่ แสดงใหเ้ หน็ ถึง
หลกั ฐานทช� ดั เจนวา่ เรามกี ารทําเกษตรกรรมตง� แตย่ คุ
หลายพนั �ท�แลว้
ช�นท� 4 ภาชนะดินเผา เอกลักษณท์ ส� ําคัญของ à¤ÃèÍ× §ÁÍ× à¡ÉµÃ¡ÃÃÁ
บา้ นเชยี งคอื ภาชนะดินเผา แตล่ ะชน� กม็ ีความสาํ คญั ท�
แตกตา่ งกนั ไป สําหรบั ชน� น�มคี วามพเิ ศษอยทู ่ ม� คี วาม
สมบูรณเ์ กอื บ 100% มีลวดลายวจิ ติ รพิศดาร ลายท�เหน็ อยู ่
บนเนอ� ดินเผาเรยี กวา่ ลายกา้ นขด ท�สําคญั กวา่ นน� มลี าย
คลา้ ย ๆ ผูห้ ญิงแตง่ กายใส่กระโปรง มีหมวก เป็นลาย
อยบู ่ รเิ วณขอบ คาดวา่ เป็นการแตง่ กายในพธิ กี รรม
ฉะนน� เมอ� มีการแตง่ กายกจ็ ะมเี รอ� งของวฒั นธรรมการทอ
ผา้ และเป็นลกั ษณะของวัฒนธรรมทเ� จรญิ แลว้ อายขุ อง
วัตถุโบราณชน� นอ� ยูท่ ป� ระมาณ 1,800-2,300 �
ÀÒª¹Ð´¹Ô à¼Ò
10
ช�นท� 5 ภาชนะดนิ เผา เป็นช�นทไ� มม่ ที อ� �น ลวดลาย
ท�เห็นเป็นลวดลายสมัยกอ่ นประวตั ศิ าสตร์ ทต� อ้ งตคี วาม
ดว้ ยจนิ ตนาการผสมกบั ความเช�อ ลวดลายชน� นเ� ขียน
เกย� วกบั ความอดุ มสมบูรณ์ เรอ� งเกย� วกับเพศ ซ�งตอ้ งใช้
จินตนาการของผูช้ ม ส่วนคณะกรรมการไดต้ ัดสนิ ออกมา
วา่ เป็นลวดลายทแ� สดงสัญลกั ษณข์ องเพศชาย
ÀÒª¹Ð´Ô¹à¼Ò ÀÒª¹Ð´Ô¹à¼Ò
ÀÒª¹Ð´¹Ô à¼Ò
ช�นท� 6 ภาชนะดินเผา ความสาํ คญั ของชน� น�อยทู ่ �
ลวดลายของสตั วเ์ ลย� งลกู ดว้ ยนม คาดวา่ เป็นลูกววั
มีความสาํ คญั เพราะการท�พบวัวเป็นความสอดคลอ้ ง
ถงึ อารยธรรมของบา้ นเชยี งก็คือการเกษตรกรรม นอกจากน�
การขุดคน้ ในแหลง่ โบราณคดีบานเชยี งกพ็ บกระดกู ของสัตว์
ใชแ้ รงงานดว้ ย แสดงวา่ มีการใชส้ ตั วเ์ หลา่ น�แทนแรงงานคน
รวมถึงมกี ารเลย� งสตั วท์ แ� สดงถงึ ความเจริญของวฒั นธรรม
ช�นท� 7 ภาชนะดนิ เผา ลวดลายเป็น
สัตวเ์ ล�อยคลานประเภทหนง� จะเป็นชนดิ ไหนก็ขน� อยู ่
กบั จนิ ตนาการของแตล่ ะคน แสดงถงึ การมศี ลิ ปะและ
เป็นศลิ �นของคนในยคุ กอ่ น มองเหน็ อะไรรอบตัวก็
นํามาทําเป็นลวดลาย สะทอ้ นใหเ้ หน็ ความนิยมทเ� อา
ส�งแวดลอ้ มรอบขา้ งมาบอกเลา่ เร�องราว และลวดลายนก� ็
ไมพ่ บในแหลง่ อน� จงึ ถูกคดั เลือกใหเ้ ป็นสง� มหัศจรรย ์
11
บรรณานกุ รม
กระทรวงวฒั นธรรม./(ไมป่ รากฏ).//ศนู ยข์ อ้ มลู มรดกโลก./สบื คน้ 1 กนั ยายน 2564,//จาก หรือ
http://164.115.22.96/heritage_culture3.aspx?fbclid=IwAR0sD_h9CbHeXHj2iiqkfEmZRbXCPUj
cyBYwHeAZapGhkjCgAVKCj22P1eQ
วิกพิ ีเดยี สารานุกรมเสร.ี /(2564).//อารยธรรม./สบื คน้ 1 กนั ยายน 2564,//จาก หรือ
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%98
%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1
Gossman Pottery./(2561).//เคร�องป�นดนิ เผา บา้ นเชยี ง วัฒนธรรมทม� าอายกุ วา่ 3500 �./สืบคน้ 1
กนั ยายน 2564,//จาก หรือ https://gossmanpottery.com/ban-chiang-
pottery/?fbclid=IwAR0EG4vKs7OQDs3l5VGDJ5C7CmBQP91l-yCgjbSRi6zzl6DMK67iuLamWnE
MGR ONLINE./(2562).// ชมของเกา่ ลาคณุ คา่ 7 มหัศจรรยไ์ ทย ท� “บา้ นเชยี ง”./สบื คน้ 1 กันยายน
2564,//จาก หรือ
https://mgronline.com/travel/detail/9620000101681?fbclid=IwAR1YKVw8sI1ugoS-
Y2HIT2gxOB8u6RdN8mcKyq29cVQpw0u0QO9i5ZdxVKo
Museumthailand./(ไมป่ รากฏ).// พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ บา้ นเชยี ง./สืบคน้ 1 กนั ยายน 2564,//จาก
หรือ https://www.museumthailand.com/th/museum/Ban-Chiang-National-
Museum?fbclid=IwAR3BZ5sTlZ4JhyEBg30zcaAvp-TPb3IiFDvqiEDeSckUEn1Jki6rfuT5WVw
12
แบบฝกหัดทายบท
มาเติมคําในชองวา งใหถูกตองกนั เถอะ
1.แหลงโบราณคดบี านเชียง เปน แหลง โบราณคดสี ําคญั แหงหนง่ึ อยูท ี่อาํ เภอหนองหาน
จังหวัด …………………………………………...
2. …………………………………… ประกาศข้ึนทะเบียนใหแ หลง โบราณคดีบานเชยี ง
เปน มรดกโลก เมือ่ ป พ.ศ.2535
3.ส่งิ ของท่ีเปน โบราณวัตถุ ซึง่ ไดจ ากการสํารวจรวบรวมและขดุ คน ทีบ่ านเชยี งรวมแหลง
ใกลเคียง เชน ขวาน ……………… มดี ภาชนะดนิ เผาทัง้ ทเี่ ขยี นสีและไมเขียนสี
4.ชาวบานเชียงโบราณเปน ชมุ ชนยุคโลหะท่นี ิยมทําเคร่ืองมอื เครอื่ งใชแ ละ
……………………………… จากสาํ ริดในระยะแรกและรูจักใชเหล็กในระยะตอ มาแตกย็ งั คง
ใชสาํ ริดควบคูกันไป
5.บานเชยี งเปน แหลง โบราณคดที ่ีสําคัญท่ีสุดแหง หนงึ่ ของประเทศไทย
มีอายุราว ………………………………
มาจับคูคาํ กับรปู ภาพใหถูกตอ งกันเถอะ
1.ใบหอก
2.กระบวยสําริด
3.เครื่องมอื เกษตรกรรม
4.ภาชนะดินเผา
13
เฉลยแบบฝก หัดทา ยบท
มาเตมิ คําในชองวา งใหถูกตอ งกนั เถอะ
1.แหลง โบราณคดบี า นเชียง เปน แหลง โบราณคดสี ําคญั แหงหนึ่ง อยูทอ่ี ําเภอหนองหาน
จงั หวัด อุดรธานี
2.องคการยเู นสโก ประกาศขนึ้ ทะเบยี นใหแหลง โบราณคดบี า นเชียง
เปนมรดกโลก เมื่อป พ.ศ.2535
3.ส่ิงของทีเ่ ปนโบราณวัตถุ ซงึ่ ไดจากการสํารวจรวบรวมและขุดคน ทีบ่ านเชียงรวมแหลง
ใกลเ คียง เชน ขวาน ใบหอก มดี ภาชนะดนิ เผาท้ังท่เี ขียนสแี ละไมเขียนสี
4.ชาวบานเชยี งโบราณเปนชมุ ชนยุคโลหะท่นี ิยมทําเคร่ืองมอื เคร่อื งใชแ ละ
เครอื่ งประดบั จากสํารดิ ในระยะแรกและรูจกั ใชเหล็กในระยะตอมาแตกย็ ังคงใชส าํ ริดควบคูกัน
ไป
5.บานเชยี งเปนแหลงโบราณคดที ่ีสําคญั ที่สุดแหง หนึ่งของประเทศไทย
มีอายุราว 5,000 ป
มาจบั คูค ํากับรปู ภาพใหถกู ตอ งกันเถอะ
1.ใบหอก
2.กระบวยสําริด
3.เครอ่ื งมือเกษตรกรรม
4.ภาชนะดนิ เผา
แหลงโบราณคดีบานเชยี งเปนแหลง โบราณคดีสําคญั แหงหน่งึ อยูท่ีตาํ บลบา นเชียง
อําเภอหนองหาน จังหวัดอดุ รธานี ท่ีทําใหรบั รถู งึ การดํารงชีวิตในสมัยกอนประวัติศาสตรยอนหลงั ไปกวา 5,000
ป รอ งรอยของมนษุ ยใ นสมัยดังกลาว แสดงใหเหน็ ถงึ วัฒนธรรมท่มี ีพฒั นาการแลวในหลาย ๆ ดา น โดยเฉพาะ
ดา นความรูค วามสามารถหรือภมู ิปญญา อนั เปนเครอื่ งมอื สาํ หรับชวยใหผคู นเหลานั้นสามารถดาํ รงชีวิตและสราง
สังคมวฒั นธรรมของมนุษยไ ดส บื เนื่องตอกนั มาเปนระยะเวลายาวนาน
วัฒนธรรมบานเชยี งไดค รอบคลุมถึงแหลงโบราณคดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออกี กวา รอยแหง ซึ่งเปน บรเิ วณ
พ้นื ท่ีท่ีมีมนุษยอยอู าศัยหนาแนนมาตง้ั แตหลายพันปแ ลว ดวยเหตุน้ีองคการยูเนสโกจงึ ไดย อมรับ
ขนึ้ บัญชแี หลงวฒั นธรรมบานเชยี งไวเ ปน แหง หน่ึงในบรรดามรดกโลก
เสนอ
อาจารย ทรงศักด์ิ สุรโิ ยธิน
จัดทําโดย
นางสาว สธุ าสินี สุกรรม รหสั 6410121250010
สาขาการประถมศกึ ษา วทิ ยาลัยการฝก หัดครู
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร