The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เป็นหนังสือเสริมความรู้แหล่งท่องเที่ยวทางอารยธรรม เรื่อง แหล่งโบราณดีบ้านเชียง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pp951206, 2021-10-04 01:14:21

แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง

เป็นหนังสือเสริมความรู้แหล่งท่องเที่ยวทางอารยธรรม เรื่อง แหล่งโบราณดีบ้านเชียง

Cultural Attraction

แหลง ทอ งเทยี่ วทางอารยธรรม

มรดกโลก ที่มีอายมุ ากกวา 5,000 ป รอ งรอยของมนษุ ยในประเทศไทยสมัยดังกลาว

แสดงใหเห็นถึงวฒั นธรรม โดยเฉพาะดานความรคู วามสามารถหรือภมู ิปญญา

Ban Chiang
แหลง่ โบราณคดีบา้ นเชยี ง

เสริมความรรู้ อบตวั เกี่ยวกบั ประวัติศาสตร แหลง โบราณคดีบานเชยี ง

วัฒนธรรมทม่ี ีการพัฒนาจนไดรับการยกยอ งจากองคก าร UNESCO

คาํ นาํ

หนังสือเสรมิ ความรเู้ ลม่ น� เกย� วกบั แหลง่ ทอ่ งเท�ยวทางอารยธรรม เร�อง แหลง่ โบราณคดบี า้ นเชยี ง
จดั ทําขน� เพอ� เสรมิ ความรใู้ นระดบั ช�นประถมศกึ ษาทุกชว่ งชน�

ภายในหนงั สอื ประกอบดว้ ย ความหมายของอารยธรรม แหลง่ โบราณคดีบา้ นเชียงคืออะไร
ต�งอยทู ่ �ไหน มเี น�อหาโบราณวัตถุทพ� บในแหลง่ โบราณคดีบา้ นเชียง
ขอ้ มูลพิพิธภณั ฑส์ ถานแหง่ ชาติ บา้ นเชยี ง และ 7 สง� มหศั จรรยท์ �จดั แสดงในพพิ ธิ ภณั ฑส์ ถานแหง่ ชาติ
บา้ นเชียง รวมทง� มแี บบ�กหัดใหท้ าํ พรอ้ มเฉลย ซง� ผจู ้ ัดทําไดจ้ ัดรูปแบบใหอ้ า่ นงา่ ยและมีรูปภาพประกอบ
เพอ� ใหผ้ ศู ้ ึกษาเกดิ ความเขา้ ใจไดง้ า่ ย

ผจู ้ ัดทําหวงั วา่ หนังสือเสรมิ ความรเู้ ลม่ น� จะชว่ ยพัฒนาทักษะการอา่ น ความรรู้ อบตวั และสามารถนํา
ความรทู้ ไ� ดจ้ ากหนงั สือไปใชป้ ระโยชน์ไดใ้ นภายภาคหน้า

สธุ าสินี สุกรรม
ผูจ้ ดั ทาํ

1

ÍÒøÃÃÁ¤×ÍÍÐäÃ?

ความหมายของอารยธรรม

อารยธรรม (Civilization) หมายถึงความเจรญิ -
ทางวฒั นธรรม ชว� ัดจากสง� เหลา่ น�
การเมอื งการปกครอง สงั คม เศรษฐกจิ ศลิ ปะ

ปั ญญาความคดิ

¡íÒá¾§àÁ×ͧ¨Õ¹ ʶһµ˜ ¡ÃÃÁ¨Õ¹

ÇËÔ ÒþÒÏู͹
ʶһ˜µÂ¡ÃÃÁ¡ÃÕ¡âºÃÒ³

2

เกรด็ ความรู้
อุดรธานมี ีมาสคอตประจําจงั หวดั ช�อวา่
คณุ ทองโบราณ
คุณทองโบราณ คือ โครงกระดูกสุนขั อาย-ุ

ประมาณ 3,000 � สภาพสมบูรณเ์ ต็มตัวทข� ุด
คน้ พบจากแหลง่ โบราณคดบี า้ นเชียง โดย
พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ย
เดชทรงพระราชทานนามวา่ “คุณทองโบราณ”

ผอู ้ อกแบบมาสคอต คือ นายอนริ ทุ ธ์ เอมอ�ม

3

áËÅ‹§âºÃÒ³¤´ÕºŒÒ¹àªÕ§

แหลง่ โบราณคดบี า้ นเชยี ง
แหลง่ โบราณคดีบา้ นเชยี ง ตง� อยูท่ �ตําบลบา้ นเชียง
อําเภอหนองหาน จังหวดั อุดรธานี ทแ� หง่ น�เป็นแหลง่ -
ทรพั ยส์ ินทางวฒั นธรรมท�สําคญั ของประเทศไทย มีอายรุ าว
5,000 � มีโบราณวัตถุและหลักฐานทางโบราณคดี

ประเภทตา่ ง ๆ ซ�งแสดงถึงวัฒนธรรมสมัยกอ่ ประวตั ิศาสตร์
ท�มพี ัฒนาการท�งดา้ นเศรษฐกจิ วทิ ยาการและศลิ ปะอยา่ ง
แทจ้ รงิ และพัฒนาการเหลา่ นน� ไดเ้ จรญิ รุง่ เรืองสืบตอ่ กันมา
นับพนั ๆ �

ประกาศข�นทะเบยี นมรดกโลก Ἃ¹¨ÒÃÖ¡áËÅ‹§Áô¡âÅ¡
ã¹áËÅ‹§âºÃÒ³¤´ÕºÒŒ ¹àªÕ§
แหลง่ โบราณคดบี า้ นเชยี ง ไดร้ ับการประกาศขน� ทะเบียน
เป็น-มรดกโลกเม�อ� พทุ ธศักราช ๒๕๓๕ จากการประชุม

คณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ คร�งท� ๑๖ ท�เมืองแซน

ตาเฟ ประเทศสหรัฐอเมรกิ า โดยวัฒนธรรมทม� ีพัฒนาการ

แลว้ ในหลายๆ ดา้ น โดยเฉพาะดา้ นความรูค้ วามสามารถ
หรอื ภูมิปั ญญาท�สามารถทําใหด้ าํ รงชวี ิตและสรา้ งสังคม
วฒั นธรรมของมนษุ ยไ์ ดส้ บื เน�องตอ่ กนั มาเป็นระยะเวลา
ยาวนาน วัฒนธรรมบา้ นเชยี งไดค้ รอบคลุมถึงแหลง่ -
โบราณคดใี นภาคตะวันออกเฉียงเหนืออกี กวา่ รอ้ ยแหง่ เป็น
บรเิ วณพ�นทท� �มีมนุษยอ์ ยูอ่ าศัยหนาแน่นมาต�งแตห่ ลายพนั �
ดว้ ยเหตุน�เององคก์ ารยูเนสโกของสหประชาชาติจงึ ได้
ยอมรับข�นบัญชีแหลง่ วัฒนธรรมบา้ นเชยี งไวเ้ ป็นแหง่ หนง� ใน
บรรดามรดกโลก

4

áËÅ‹§âºÃÒ³¤´ÕºŒÒ¹àªÕ§

โบราณวตั ถุ
ส�งของท�เป็นโบราณวัตถุ ซ�งไดจ้ ากการสํารวจ
รวบรวมและขุดคน้ ทบ� า้ นเชยี งรวมแหลง่ ใกลเ้ คียง
เชน่ ขวาน ใบหอก มดี ภาชนะดินเผาทง� ทเ� ขียนสี
และไมเ่ ขียนสี สามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 3 ยคุ
ไดแ้ ก่ 1.ภาชนะดินเผาสมัยตน้

2.ภาชนะดินเผาสมัยกลาง
3.ภาชนะดินเผาสมัยปลาย
นอกจากน� ชาวบา้ นเชยี งโบราณเป็นชุมชน
ยุคโลหะทน� ิยมทาํ เคร�องมอื เคร�องใชแ้ ละ
เครอ� งประดบั จากสาํ รดิ ในระยะแรกและรูจ้ ักใช้
เหล็กในระยะตอ่ มาแตก่ ็ยงั คงใชส้ าํ ริดควบคูก่ ันไป

ยคุ ท� 1 ภาชนะดินเผาสมัยตน้ อายุ 5,600–3,000 � ภาชนะดนิ เผาสีดําถึงเทาเขม้ แบบมเี ชิงหรือ
ฐานเตย� ๆ ตกแตง่ ดว้ ยลายขีดเป็นเส้นโคง้ และลายกดหรือลายขูด อยูร่ ะหวา่ งชว่ งลา่ งของภาชนะดนิ เผา มี
การตกแตง่ ดว้ ยลายเชือกทาบ มภี าชนะดินเผาขนาดใหญท่ �ใชบ้ รรจุศพเดก็ กอ่ นนาํ ไปฝังภาชนะดินเผา
ตกแตง่ ดว้ ยลายขีดเป็นเส้นคดโคง้ ลายกา้ นขด ซง� มกี ารการตกแตง่ ลวดลายหนาแน่นกวา่ ในสมัยเร�มแรก

Â¤Ø ·èÕ 1 ÀÒª¹Ð´¹Ô à¼ÒÊÁÂÑ µ¹Œ

5

áËÅ‹§âºÃÒ³¤´ÕºŒÒ¹àªÕ§

ยุคท� 2 ภาชนะดนิ เผาสมัยกลาง อายุ 2,300-3,000 �

การตกแตง่ ลวดลายจะเป็นลกั ษณะใชเ้ ชือกทาบเพ�อใหเ้ ป็น
ลวดลาย รวมทง� มกี ารใชว้ สั ดกุ ดทับใหเ้ กดิ ลวดลายและการนํา
ดนิ มาตกแตง่ ใหเ้ กดิ ลายนนู มสี ดี า้ นนอกสีขาวท�บริเวณไหล่
ทาํ เป็นสนั หักมุมคอ่ นขา้ งชัดเจนมที �งแบบประเภทกน้ กลมและ
กน้ แหลม บางรายการมีการตกแตง่ ดว้ ยลายขดี และเขยี นสที �
บรเิ วณใกลป้ ากภาชนะ

Â¤Ø ·Õè 2 ÀÒª¹Ð´¹Ô à¼ÒÊÁÑ¡ÅÒ§

ยุคท� 3 ภาชนะดินเผาสมัยปลาย อายุ 1,800- 2,300 � เร�มมีการตกแตง่ ภาชนะ
ดว้ ยการทาตกแตง่ สีแดงซ�งจะเรียกภาชนะดนิ เผานว� า่ ภาชนะแบบบา้ นออ้ มแกว้ ภาชนะดินเผา
ในสมัยกลางเป็นผูช้ ายทท� าํ ข�นดว้ ยความประณีตมากกวา่ ทุกสมัย มักตกแตง่ ผิวดา้ นนอก
โดยทําเป็นลวดลายเชือกทาบเป็นเส้นเลก็ ๆ อยา่ งมีระเบียบแสดงใหเ้ ห็นถงึ ความสงบสุข
ในชว่ งเวลาน�น เป็นภาชนะดินเผาท�โดดเดน่ มกี ารเขยี นลายสแี ดงบนพน� สนี วลเร�มปรากฏ
บนภาชนะดินเผา มกี ารเขียนลายสีแดงบนพ�นสแี ดง

ÂØ¤·èÕ 3 ÀÒª¹Ð´¹Ô à¼ÒÊÁÑ»ÅÒÂ

6

áËÅ‹§âºÃÒ³¤´ÕºŒÒ¹àªÕ§

ยุคสํารดิ อายุประมาณ ๔,๐๐๐ สําริดเป็นโลหะ

ผสมระหวา่ งทองแดงกบั ดบี ุก ซง� เป็นโลหะท�ไมม่ ีอยูต่ าม
ธรรมชาติ ในบรเิ วณบา้ นเชยี ง จึงเช�อวา่ มกี ารนํามาจาก
ชมุ ชนอ�น วัตถุโบราณเคร�องสํารดิ ไดแ้ ก่ หอก ขวาน
ทัพพี กาํ ไลขอ้ มอื กําไลขอ้ เทา้ ปลอ้ งแขน เบ็ดตกปลา
หว่ งคอ ลกู กระพรวนและกระดง�

เคร�องเหล็ก ทําจากเหลก็ ทไ� ดจ้ ากการถลงุ เหลก็
เครอ� งเหล็กส่วนใหญจ่ ะเป็นใบหอก หวั ขวานและหวั
ลกู ศร นอกจากน�นก็มีเคียวและมีด

ในชว่ งแรกทม� ีการใชเ้ หลก็ พบวา่ มีวัตถหุ ลายช�นทาํ
จากท�งเหลก็ และสํารดิ เชน่ กําไลสาํ รดิ ทม� ีเหลก็ เส้นพนั
ประดับโดยรอบตัวกาํ ไล ใบหอกทป� ลายทําดว้ ยเหล็ก
และปลอ้ งแขนทําดว้ ยสํารดิ

¡Òí äÅ¢ŒÍÁ×ÍÅÙ¡¡ÃоÃǹáÅСÃдÔè§

7

áËÅ‹§âºÃÒ³¤´ÕºŒÒ¹àªÕ§

ขอ้ มูลพิพิธภัณฑ์
พพิ ิธภัณฑสถานแหง่ ชาติ บา้ นเชียง กอ่ ต�งข�นหลังการเสด็จประพาส
เย�ยมชมหลุมขุดคน้ ทางโบราณคดีของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู ่ ัว-
ภมู พิ ลอดุลยเดช รัชกาลท� 9 และสมเด็จพระนางเจา้ สริ ิกิต�
พระบรมราชนิ ีนาถ เมอ� วันท� 20 มนี าคม พ.ศ.2515 การเสด็จประพาส

ดังกลา่ วไดก้ ระตุน้ และความตระหนักถงึ ความสําคญั ของแหลง่ โบราณคดี
บา้ นเชียง ซ�งกาํ ลังประสบปั ญหาการลักลอบคา้ โบราณวัตถุในขณะน�น

บริหารจัดการ : กรมศิลปากร

ประเภทพิพิธภัณฑ์ : ชีวประวตั ิ, ประวัติศาสตรแ์ ละโบราณคดี
วตั ถจุ ดั แสดงท�มคี วามสําคญั / ส�งทน� ่าสนใจ : ภาชนะดนิ เผาเขยี นสี
ลวดลายตา่ งๆ
ท�อยูแ่ ละเบอรต์ ดิ ตอ่ : หมูท่ � 13 ถนนสทุ ธิพงษ์ ตาํ บลบา้ นเชียง อาํ เภอ
หนองหาน จังหวดั อดุ รธานี 41320

โทรศพั ท์ : 042-235 040-1
เวบ็ ไซต์ :
http://www.virtualmuseum.finearts.go.th/banchiang/

วันและเวลาทาํ การ : วนั พธุ - วนั อาทิตย ์
เวลา 09.00 น. – 16.00 น

คา่ เขา้ ชม : ชาวไทย 30 บาท , ชาวตา่ งชาติ 150 บาท
ยกเวน้ นักเรียน นักศกึ ษาในเครอ� งแบบ ผูพ้ ิการ ผูส้ งู อายุ (ชาวไทย)
ภิกษุ สามเณร และนักบวชในศาสนาตา่ งๆ

¾¾Ô Ô¸À³Ñ ±Ê ¶Ò¹áË‹§ªÒµÔ ºŒÒ¹àªÕ§

ÀÒÂã¹¾Ô¾Ô¸À³Ñ ±Ê¶Ò¹áË‹§ªÒµÔ ºÒŒ ¹àªÕ§ ÀÒÂã¹¾¾Ô Ô¸Àѳ±Ê ¶Ò¹á˧‹ ªÒµÔ ºŒÒ¹àªÂÕ §

8

ช�นท� 1 กระบวยสาํ ริด เป็นชน� เดยี วท�พบในไทย
มคี วามสมบรู ณท์ ส� ดุ มลี วดลายปรากฏอยู ่ เป็นลาย
คลา้ ย ๆ กน้ หอย ทแ� สดงออกถงึ ความเป็นเอกลักษณ์
เฉพาะของบา้ นเชยี ง หากยอ้ นหลบั ไปเม�อ 1,000-
2,000 �กอ่ น ชา่ งท�ทาํ จะตอ้ งมคี วามรูแ้ ละ
ความสามารถดา้ นการหลอ่ โลหะคอ่ นขา้ งสงู
จงึ สามารถหลอ่ กระบวยออกมาเป็นรปู ทรงทส� วยงามได ้

¡ÃкÇÂÊíÒÃÔ´

ช�นท� 2 ใบหอก แสดงใหเ้ ห็นถงึ วิวฒั นาการของการใชโ้ ลหะของแหลง่ โบราณคดบี า้ นเชยี ง
หากสังเกตใกลๆ้ จะเห็นวา่ ใบหอกจะมคี วามขรุขระเนอ� งจากสนมิ เหลก็ แตส่ ่วนท�เป็นดา้ มหอกจะไม-่
ขรุขระแตเ่ ป็นสเี ขียว ซ�งเกดิ จากสนมิ สําริด แสดงวา่ เป็นโลหะสองชนิดทเ� ช�อมเขา้ ดว้ ยกันคือ เหล็กกบั
สาํ รดิ โดยยคุ ของสํารดิ มากอ่ นยุคเหลก็ เม�อคนนยิ มใชเ้ หล็กมากข�น สําริดกไ็ ดร้ บั ความนยิ มน้อยลง
เน�องจากเหลก็ มคี วามแข็งแรงมากกวา่ ฉะนน� การเจอโลหะสองชนิดเช�อมเขา้ ดว้ ยกนั แสดงวา่ มกี าร
เช�อมตอ่ ของวฒั นธรรมในการใชเ้ หล็กกับสาํ ริด

ãºËÍ¡

9

ช�นท� 3 เคร�องมอื เกษตรกรรม เป็นเครอ� งมือทท� าํ

จากเหลก็ สาํ หรบั ชน� นพ� บหลักฐานทางเกษตรกรรม-

ท�สําคัญมาก นน� คอื เปลอื กขา้ ว ทฝ� ังอยใู ่ นเนอ� ของสนิม
โลหะชน� น� การทแ� หลง่ โบราณคดบี า้ นเชยี ง ไดร้ บั การ
ประกาศใหเ้ ป็นมรดกโลกเนอ� งจากมีหลักฐานการอยอู ่ าศัย
ของมนษุ ย ์ มีอารยธรรมและวฒั นธรรม โดยเฉพาะเรอ� ง-
การเพาะปลกู การทพ� บเครอ� งมือเหลก็ ซง� อาจจะใชใ้ น
การเกษตรกรรมและพบเปลือกขา้ วท�ติดอยู ่ แสดงใหเ้ หน็ ถึง
หลกั ฐานทช� ดั เจนวา่ เรามกี ารทําเกษตรกรรมตง� แตย่ คุ
หลายพนั �ท�แลว้

ช�นท� 4 ภาชนะดินเผา เอกลักษณท์ ส� ําคัญของ à¤ÃèÍ× §ÁÍ× à¡ÉµÃ¡ÃÃÁ

บา้ นเชยี งคอื ภาชนะดินเผา แตล่ ะชน� กม็ ีความสาํ คญั ท�
แตกตา่ งกนั ไป สําหรบั ชน� น�มคี วามพเิ ศษอยทู ่ ม� คี วาม
สมบูรณเ์ กอื บ 100% มีลวดลายวจิ ติ รพิศดาร ลายท�เหน็ อยู ่
บนเนอ� ดินเผาเรยี กวา่ ลายกา้ นขด ท�สําคญั กวา่ นน� มลี าย
คลา้ ย ๆ ผูห้ ญิงแตง่ กายใส่กระโปรง มีหมวก เป็นลาย

อยบู ่ รเิ วณขอบ คาดวา่ เป็นการแตง่ กายในพธิ กี รรม
ฉะนน� เมอ� มีการแตง่ กายกจ็ ะมเี รอ� งของวฒั นธรรมการทอ
ผา้ และเป็นลกั ษณะของวัฒนธรรมทเ� จรญิ แลว้ อายขุ อง
วัตถุโบราณชน� นอ� ยูท่ ป� ระมาณ 1,800-2,300 �

ÀÒª¹Ð´¹Ô à¼Ò

10

ช�นท� 5 ภาชนะดนิ เผา เป็นช�นทไ� มม่ ที อ� �น ลวดลาย
ท�เห็นเป็นลวดลายสมัยกอ่ นประวตั ศิ าสตร์ ทต� อ้ งตคี วาม
ดว้ ยจนิ ตนาการผสมกบั ความเช�อ ลวดลายชน� นเ� ขียน
เกย� วกบั ความอดุ มสมบูรณ์ เรอ� งเกย� วกับเพศ ซ�งตอ้ งใช้
จินตนาการของผูช้ ม ส่วนคณะกรรมการไดต้ ัดสนิ ออกมา
วา่ เป็นลวดลายทแ� สดงสัญลกั ษณข์ องเพศชาย

ÀÒª¹Ð´Ô¹à¼Ò ÀÒª¹Ð´Ô¹à¼Ò
ÀÒª¹Ð´¹Ô à¼Ò
ช�นท� 6 ภาชนะดินเผา ความสาํ คญั ของชน� น�อยทู ่ �
ลวดลายของสตั วเ์ ลย� งลกู ดว้ ยนม คาดวา่ เป็นลูกววั
มีความสาํ คญั เพราะการท�พบวัวเป็นความสอดคลอ้ ง
ถงึ อารยธรรมของบา้ นเชยี งก็คือการเกษตรกรรม นอกจากน�
การขุดคน้ ในแหลง่ โบราณคดีบานเชยี งกพ็ บกระดกู ของสัตว์
ใชแ้ รงงานดว้ ย แสดงวา่ มีการใชส้ ตั วเ์ หลา่ น�แทนแรงงานคน
รวมถึงมกี ารเลย� งสตั วท์ แ� สดงถงึ ความเจริญของวฒั นธรรม

ช�นท� 7 ภาชนะดนิ เผา ลวดลายเป็น
สัตวเ์ ล�อยคลานประเภทหนง� จะเป็นชนดิ ไหนก็ขน� อยู ่
กบั จนิ ตนาการของแตล่ ะคน แสดงถงึ การมศี ลิ ปะและ
เป็นศลิ �นของคนในยคุ กอ่ น มองเหน็ อะไรรอบตัวก็
นํามาทําเป็นลวดลาย สะทอ้ นใหเ้ หน็ ความนิยมทเ� อา
ส�งแวดลอ้ มรอบขา้ งมาบอกเลา่ เร�องราว และลวดลายนก� ็
ไมพ่ บในแหลง่ อน� จงึ ถูกคดั เลือกใหเ้ ป็นสง� มหัศจรรย ์

11

บรรณานกุ รม

กระทรวงวฒั นธรรม./(ไมป่ รากฏ).//ศนู ยข์ อ้ มลู มรดกโลก./สบื คน้ 1 กนั ยายน 2564,//จาก หรือ
http://164.115.22.96/heritage_culture3.aspx?fbclid=IwAR0sD_h9CbHeXHj2iiqkfEmZRbXCPUj

cyBYwHeAZapGhkjCgAVKCj22P1eQ

วิกพิ ีเดยี สารานุกรมเสร.ี /(2564).//อารยธรรม./สบื คน้ 1 กนั ยายน 2564,//จาก หรือ
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%98

%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1

Gossman Pottery./(2561).//เคร�องป�นดนิ เผา บา้ นเชยี ง วัฒนธรรมทม� าอายกุ วา่ 3500 �./สืบคน้ 1
กนั ยายน 2564,//จาก หรือ https://gossmanpottery.com/ban-chiang-

pottery/?fbclid=IwAR0EG4vKs7OQDs3l5VGDJ5C7CmBQP91l-yCgjbSRi6zzl6DMK67iuLamWnE

MGR ONLINE./(2562).// ชมของเกา่ ลาคณุ คา่ 7 มหัศจรรยไ์ ทย ท� “บา้ นเชยี ง”./สบื คน้ 1 กันยายน
2564,//จาก หรือ

https://mgronline.com/travel/detail/9620000101681?fbclid=IwAR1YKVw8sI1ugoS-

Y2HIT2gxOB8u6RdN8mcKyq29cVQpw0u0QO9i5ZdxVKo

Museumthailand./(ไมป่ รากฏ).// พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาติ บา้ นเชยี ง./สืบคน้ 1 กนั ยายน 2564,//จาก
หรือ https://www.museumthailand.com/th/museum/Ban-Chiang-National-

Museum?fbclid=IwAR3BZ5sTlZ4JhyEBg30zcaAvp-TPb3IiFDvqiEDeSckUEn1Jki6rfuT5WVw

12

แบบฝกหัดทายบท

มาเติมคําในชองวา งใหถูกตองกนั เถอะ
1.แหลงโบราณคดบี านเชียง เปน แหลง โบราณคดสี ําคญั แหงหนง่ึ อยูท ี่อาํ เภอหนองหาน

จังหวัด …………………………………………...
2. …………………………………… ประกาศข้ึนทะเบียนใหแ หลง โบราณคดีบานเชยี ง
เปน มรดกโลก เมือ่ ป พ.ศ.2535
3.ส่งิ ของท่ีเปน โบราณวัตถุ ซึง่ ไดจ ากการสํารวจรวบรวมและขดุ คน ทีบ่ านเชยี งรวมแหลง
ใกลเคียง เชน ขวาน ……………… มดี ภาชนะดนิ เผาทัง้ ทเี่ ขยี นสีและไมเขียนสี
4.ชาวบานเชียงโบราณเปน ชมุ ชนยุคโลหะท่นี ิยมทําเคร่ืองมอื เครอื่ งใชแ ละ
……………………………… จากสาํ ริดในระยะแรกและรูจักใชเหล็กในระยะตอ มาแตกย็ งั คง
ใชสาํ ริดควบคูกันไป
5.บานเชยี งเปน แหลง โบราณคดที ่ีสําคัญท่ีสุดแหง หนงึ่ ของประเทศไทย
มีอายุราว ………………………………

มาจับคูคาํ กับรปู ภาพใหถูกตอ งกันเถอะ

1.ใบหอก

2.กระบวยสําริด

3.เครื่องมอื เกษตรกรรม

4.ภาชนะดินเผา

13

เฉลยแบบฝก หัดทา ยบท

มาเตมิ คําในชองวา งใหถูกตอ งกนั เถอะ

1.แหลง โบราณคดบี า นเชียง เปน แหลง โบราณคดสี ําคญั แหงหนึ่ง อยูทอ่ี ําเภอหนองหาน
จงั หวัด อุดรธานี
2.องคการยเู นสโก ประกาศขนึ้ ทะเบยี นใหแหลง โบราณคดบี า นเชียง
เปนมรดกโลก เมื่อป พ.ศ.2535
3.ส่ิงของทีเ่ ปนโบราณวัตถุ ซงึ่ ไดจากการสํารวจรวบรวมและขุดคน ทีบ่ านเชียงรวมแหลง
ใกลเ คียง เชน ขวาน ใบหอก มดี ภาชนะดนิ เผาท้ังท่เี ขียนสแี ละไมเขียนสี
4.ชาวบานเชยี งโบราณเปนชมุ ชนยุคโลหะท่นี ิยมทําเคร่ืองมอื เคร่อื งใชแ ละ
เครอื่ งประดบั จากสํารดิ ในระยะแรกและรูจกั ใชเหล็กในระยะตอมาแตกย็ ังคงใชส าํ ริดควบคูกัน
ไป
5.บานเชยี งเปนแหลงโบราณคดที ่ีสําคญั ที่สุดแหง หนึ่งของประเทศไทย
มีอายุราว 5,000 ป

มาจบั คูค ํากับรปู ภาพใหถกู ตอ งกันเถอะ

1.ใบหอก

2.กระบวยสําริด

3.เครอ่ื งมือเกษตรกรรม

4.ภาชนะดนิ เผา

แหลงโบราณคดีบานเชยี งเปนแหลง โบราณคดีสําคญั แหงหน่งึ อยูท่ีตาํ บลบา นเชียง
อําเภอหนองหาน จังหวัดอดุ รธานี ท่ีทําใหรบั รถู งึ การดํารงชีวิตในสมัยกอนประวัติศาสตรยอนหลงั ไปกวา 5,000
ป รอ งรอยของมนษุ ยใ นสมัยดังกลาว แสดงใหเหน็ ถงึ วัฒนธรรมท่มี ีพฒั นาการแลวในหลาย ๆ ดา น โดยเฉพาะ
ดา นความรูค วามสามารถหรือภมู ิปญญา อนั เปนเครอื่ งมอื สาํ หรับชวยใหผคู นเหลานั้นสามารถดาํ รงชีวิตและสราง
สังคมวฒั นธรรมของมนุษยไ ดส บื เนื่องตอกนั มาเปนระยะเวลายาวนาน
วัฒนธรรมบานเชยี งไดค รอบคลุมถึงแหลงโบราณคดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออกี กวา รอยแหง ซึ่งเปน บรเิ วณ
พ้นื ท่ีท่ีมีมนุษยอยอู าศัยหนาแนนมาตง้ั แตหลายพันปแ ลว ดวยเหตุน้ีองคการยูเนสโกจงึ ไดย อมรับ
ขนึ้ บัญชแี หลงวฒั นธรรมบานเชยี งไวเ ปน แหง หน่ึงในบรรดามรดกโลก

เสนอ
อาจารย ทรงศักด์ิ สุรโิ ยธิน

จัดทําโดย
นางสาว สธุ าสินี สุกรรม รหสั 6410121250010
สาขาการประถมศกึ ษา วทิ ยาลัยการฝก หัดครู
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร


Click to View FlipBook Version