The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2 1 รายงานการบริหารจัดการชั้นเรียน 2563

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by fasainn7948, 2022-07-29 01:40:02

รายงานการบริหารจัดการชั้นเรียน ปีการศึกษา 2563

2 1 รายงานการบริหารจัดการชั้นเรียน 2563

รายงานการบรหิ ารจัดการช้นั เรียน

ปีการศกึ ษา 2563

นายยุทธนันต์ งามนา

โรงเรียนเดอ่ื ศรีไพรวัลย์ อาเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร
สังกดั องค์การบริหารส่วนจังหวดั สกลนคร

กระทรวงศึกษาธิการ

คานา

รายงานฉบบั นี้ จัดทาขึน้ เพ่ือเก็บรวบรวมการบริหารจดั การช้นั เรยี น เพอ่ื การจดั การเรียนการสอนให้
สอดคล้องกบั ความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล ให้ผูเ้ รียนมีการเรยี นรูอ้ ย่างเตม็ ตามศักยภาพจากกระบวนการจดั การ
เรยี นรู้

การบริหารจัดการชนั้ เรียน เป็นวธิ กี ารดาเนินการให้ชัน้ เรียนไดอ้ ยู่ในสภาพความพร้อมท่จี ะดาเนนิ การ
เรยี นการสอนใหเ้ ป็นไปอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ เพื่อใหเ้ กิดประสิทธิผลในการเรยี นร้ขู องผ้เู รียนอย่างแท้จรงิ เนือ่ งดว้ ย
ช้ันเรียนเปน็ แหล่งการเรยี นรู้พน้ื ฐานในรายวิชาต่างๆ ทั้งภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ัติ ทั้งประกอบดว้ ยผเู้ รยี นทม่ี ี
ความแตกตา่ งกนั ในดา้ นต่างๆอย่างชัดเจน ชัน้ เรียนท่มี ีการบริหารจัดการดีเปน็ ความสามารถของผสู้ อนที่สง่ ผลต่อ
บรรยากาศการเรยี นรู้ของผ้เู รียนเป็นปัจจยั สาคญั ของการเรียนการสอน และผเู้ รยี นมคี วามสขุ ในขณะทอี่ ยู่ในช้ัน
เรียน ความสขุ ของผู้เรียนเป็นสิ่งท่ีสดุ ยอดปรารถนาของผสู้ อน พร้อมท้งั ก่อใหเ้ กิดแรงจงู ใจให้ผู้เรยี นได้มาโรงเรียน
ทกุ วันอยา่ งมคี วามสุข

เพอ่ื คณุ ภาพที่ดีในการจัดการเรียนการสอนใหต้ อบสนองความแตกต่างของผู้เรียน และสนับสนนุ ใหผ้ เู้ รยี น
มกี ารพัฒนาได้อยา่ งเหมาะสม เต็มศักยภาพของแต่ละบคุ คลจงึ ได้จัดทารายงานการจดั ทาขน้ึ เพื่อเก็บรวบรวมการ
การบริหารจัดการช้นั เรียน ท่เี กิดผลทด่ี ตี ่อการจดั การเรยี นการสอน

.......................................
( นายยทุ ธนันต์ งามนา )

ครผู สู้ อน

รายงานการบรหิ ารจดั การชน้ั เรียน
ปกี ารศึกษา 2563

_____________________________________________________________________

การบรหิ ารจดั การชัน้ เรยี น

การบรหิ ารจดั การชั้นเรียน เปน็ วิธกี ารดาเนินการใหช้ น้ั เรียนได้อยใู่ นสภาพความพร้อมทจ่ี ะ
ดาเนนิ การเรียนการสอนใหเ้ ป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกดิ ประสิทธผิ ลในการเรยี นรู้ของผู้เรียนอย่างแท้จรงิ
เน่อื งดว้ ยช้นั เรียนเปน็ แหล่งการเรยี นรพู้ ืน้ ฐานในรายวชิ าต่างๆ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏบิ ตั ิ ทั้งประกอบดว้ ย
ผเู้ รยี นท่ีมคี วามแตกต่างกันในดา้ นตา่ งๆอยา่ งชัดเจน หรอื อาจเรยี กวา่ “ความแตกตา่ งระหว่างบุคคล” (Individual
Difference) ชั้นเรียนท่มี ีการบริหารจัดการดีเป็นความสามารถของผสู้ อนท่ีสง่ ผลต่อบรรยากาศการเรยี นรู้ของ
ผู้เรยี นเป็นปจั จยั สาคัญของการเรยี นการสอน และหมายความรวมถงึ ผเู้ รยี นมีความสขุ ในขณะทอี่ ยู่ในชน้ั เรยี น
ความสุขของผู้เรยี นเป็นสิง่ ท่ีสุดยอดปรารถนาของผสู้ อน และผรู้ บั ผิดชอบทางการศึกษาต้องพยายามจดั ให้มีขน้ึ โดย
ทัว่ กัน การบริหารจัดการชน้ั เรียนเป็นองคร์ วมของการบรู ณาการความรู้ ความสามารถของครูผสู้ อน พร้อมทั้ง
ก่อใหเ้ กดิ แรงจงู ใจใหผ้ เู้ รยี นได้มาโรงเรียนทกุ วันอย่างมีความสุข

ความสาคัญของการบริหารจัดการช้นั เรยี น

ความสาคญั ของการบรหิ ารจัดการช้นั เรียน (Importance of Classroom Management) ที่มตี อ่
ผู้เรยี น ดังต่อไปน้ี

1. ชว่ ยใหผ้ เู้ รยี นเกิดความอบอนุ่ ในขณะอยใู่ นช้นั เรยี น และมีความสขุ ในขณะทมี่ ีการเรียนการสอน
2. ช่วยให้ส่งเสริมสนบั สนนุ บรรยากาศแห่งการเรยี นรู้ใหเ้ กิดประโยชน์สงู สุด ท้ังในเวลาเรียนปกติและ
นอกเวลาเรียน
3. ช่วยให้ผเู้ รียนและผูส้ อนได้มปี ฏสิ ัมพนั ธร์ ะหว่างกันตามธรรมชาติของรายวชิ านั้นๆ
4. ชว่ ยส่งเสรมิ ให้ผเู้ รียนไดต้ ระหนักในเรือ่ งของวนิ ัยในชน้ั เรียน
5. ชว่ ยป้องกันส่ิงรบกวนท่เี ป็นสภาพแวดล้อมภายนอกที่มีต่อการเรยี นการสอนและการทากิจกรรม
ต่างๆของผู้เรียน

องคป์ ระกอบของการบริหารจดั การช้ันเรียน

1. องคป์ ระกอบด้านกายภาพ หมายถงึ สิง่ อานวยความสะดวกภายในช้นั เรียนจัดให้มไี ว้อย่าง
เพยี งพอ พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา ซ่ึงประกอบดว้ ย โตะ๊ เก้าอี้ ทั้งของผู้เรยี นและผู้สอน กระดานดา บอร์ดสาหรบั
จดั นิทรรศการ หรืออาจกล่าวอีกนัยหนง่ึ วา่ การจัดเตรียมการในดา้ นวัสดุอปุ กรณ์ สิ่งอานวยความสะดวกอืน่ ไว้
อยา่ งครบถ้วน และมีคณุ ภาพดีพรอ้ มใชง้ านตลอดเวลา

2. องคป์ ระกอบดา้ นสงั คม หมายถงึ การมีปฏิสัมพันธ์ระหวา่ งผู้เรียนกับผู้สอนในรูปแบบต่างๆ ตาม
กิจกรรมประกอบการเรยี นการสอนในแตล่ ะรายวชิ า ผู้สอนกับผูเ้ รยี นไดช้ ่วยกันทางาน ผู้เรยี นทางานกันเปน็ กลมุ่
ผสู้ อนสาธิตใหผ้ ู้เรยี นไดศ้ ึกษาสังเกต

3. องคป์ ระกอบดา้ นการศกึ ษา หมายถงึ การจัดลาดบั เน้อื หาสาระ ความรู้ใหเ้ หมาะสมกับวุฒิภาวะ
ของผเู้ รียน พร้อมทง้ั ใหผ้ ู้เรียนมกี าสวางแผนการเรียนร่วมกับผู้สอน และให้ผูเ้ รียนได้ตระหนักในคุณค่าของความรู้
ความสามารถท่ไี ด้รับจากผูส้ อน หรือการศึกษาคน้ คว้าตามทไี่ ดร้ ับมอบหมายให้เตม็ ตามอตั ภาพ ทงั้ นี้ เนื่องด้วยการ
จดั การศึกษาในส่วนของการจัดการชน้ั เรียนเป็นเปา้ หมายสูงสุดในการเรยี นรู้ คือ ให้ผู้เรียนไดร้ บั ความรู้
ความสามารถ และประสบการณ์ใหเ้ ป็นไปตามอตั ภาพและผู้เรยี นสามารถพัฒนาได้โดยให้ความสาคัญไปทกี่ าร
บรหิ ารจดั การชั้นเรยี น เน่ืองจากชั้นเรยี นเปน็ สถานที่อยขู่ องผเู้ รยี นตลอดระยะเวลาของการมาเรยี นที่โรงเรียน
สาหรบั องค์ประกอบดา้ นกายภาพและด้านสังคม เป็นสว่ นส่งเสริม สนับสนุนใหอ้ งค์ประกอบดา้ นการศึกษาของ
ผูเ้ รยี นไดม้ คี วามสมบูรณ์ครบถว้ น

การจดั การช้ันเรยี นเพอื่ สง่ เสริมบรรยากาศการเรยี นรู้

บรรยากาศที่พงึ ปรารถนาในชน้ั เรยี น

ในการจัดการเรียนการสอน ผู้สอนต่างปรารถนาให้จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนดาเนินไปอยา่ งราบรื่น
และผู้เรยี นเกดิ พฤติกรรมตามจดุ ประสงค์ที่กาหนดไวใ้ นหลักสูตร บรรยากาศในช้นั เรียนมีส่วนสาคัญในการส่งเสริม
ใหค้ วามปรารถนานเ้ี ป็นจริง บรรยากาศในชนั้ เรยี นท่ีจะนาไปส่คู วามสาเร็จในการสอน จัดแบ่งได้ 6 ลกั ษณะ สรุป
ได้ ดังน้ี

1. บรรยากาศที่ท้าทาย (Challenge) เปน็ บรรยากาศทค่ี รกู ระต้นุ ให้กาลงั ใจนักเรียน เพ่อื ให้ประสบ
ผลสาเรจ็ ในการทางาน นกั เรียนจะเกดิ ความเช่ือม่นั ในตนเองและพยายามทางานใหส้ าเรจ็

2. บรรยากาศทม่ี ีอสิ ระ (Freedom) เป็นบรรยากาศทีน่ ักเรียนมโี อกาสไดค้ ิด ได้ตดั สนิ ใจเลอื กส่ิงท่ีมี
ความหมายและมคี ุณค่า รวมถงึ โอกาสที่จะทาผดิ ดว้ ย โดยปราศจากความกลัวและวติ กกงั วล บรรยากาศเชน่ น้จี ะ
สง่ เสรมิ การเรียนรู้ ผู้เรียนจะปฏบิ ัติกจิ กรรมดว้ ยความตัง้ ใจโดยไมร่ ูส้ กึ ตงึ เครียด

3. บรรยากาศทม่ี ีการยอมรบั นบั ถอื (Respect) เป็นบรรยากาศที่ครรู สู้ ึกวา่ นักเรียนเปน็ บุคคลสาคัญ มี
คณุ คา่ และสามารถเรียนได้ อันส่งผลให้นกั เรียนเกดิ ความเช่อื มนั่ ในตนเองและเกิดความยอมรบั นับถือตนเอง

4. บรรยากาศทม่ี ีความอบอุ่น (Warmth) เป็นบรรยากาศทางด้านจติ ใจ ซง่ึ มผี ลต่อความสาเรจ็ ในการเรยี น
การทีค่ รูมีความเข้าใจนักเรียน เปน็ มติ ร ยอมรับให้ความชว่ ยเหลอื จะทาให้นักเรยี นเกิดความอบอนุ่ สบายใจ รกั ครู
รกั โรงเรยี น และรกั การมาเรยี น

5. บรรยากาศแหง่ การควบคุม (Control) การควบคุมในท่ีน้ี หมายถึง การฝึกให้นกั เรยี นมีระเบียบวนิ ยั
มใิ ช่การควบคุม ไม่ให้มีอสิ ระ ครูต้องมีเทคนิคในการปกครองช้ันเรยี นและฝกึ ให้นักเรยี นรู้จักใชส้ ิทธหิ นา้ ท่ขี อง
ตนเองอยา่ งมีขอบเขต

6. บรรยากาศแหง่ ความสาเร็จ (Success) เป็นบรรยากาศที่ผู้เรียนเกิดความรู้สึกประสบความสาเร็จใน
งานที่ทา ซึ่งสง่ ผลใหผ้ ้เู รียนเกิดการเรยี นรูไ้ ด้ดีขึน้ ผสู้ อนจงึ ควรพูดถึงสงิ่ ทผี่ เู้ รียนประสบความสาเรจ็ ให้มากกวา่ การ
พูดถงึ ความลม้ เหลว เพราะการทีค่ นเราคานึงถงึ แตส่ งิ่ ท่ีล้มเหลวจะมผี ลทาให้ความคาดหวังต่า ซ่ึงไม่ส่งเสริมให้การ
เรียนรดู้ ีขนึ้ บรรยากาศท้งั 6 ลกั ษณะน้ี มีผลต่อความสาเร็จของผสู้ อนและความสาเร็จของผูเ้ รยี น ผู้สอนควรสร้าง
ใหเ้ กิดในช้ันเรยี น

ประเภทของบรรยากาศการเรียนรู้

บรรยากาศการเรยี นรูส้ ามารถจาแนกออกได้ดังนี้

1. บรรยากาศทางจิตวิทยา เป็นลักษณะของบรรยากาศทเ่ี กิดขึน้ โดยการกระทาของ ผเู้ รียนท่สี ง่ ผลตอ่
ความรู้สกึ นกึ คิดและพฤตกิ รรมของผู้เรียน ถา้ ลักษณะบรรยากาศทางจิตวิทยาเป็นไปในทางบวก ผเู้ รียนจะเกดิ
ความรู้สกึ อบอนุ่ ใจ ผ่อนคลาย ทาให้เกดิ การเรียนรไู้ ด้โดยง่าย และมผี ลทาให้รู้สึกมคี วามสุขในการเรียนรู้ ทาใหเ้ ปน็
ผทู้ ่ีรกั และใฝ่ในการเรยี นรู้

2. บรรยากาศทางกายภาพ เป็นลักษณะของบรรยากาศทเ่ี กดิ จากการจัดอาคารสถานที่ ส่ือวัสดุอปุ กรณ์ ที่
สอดคลอ้ งกบั กิจกรรมการเรียนรู้ และสภาพของผูเ้ รียน การจัดบรรยากาศทางกายภาพท่ีตอบสนองผเู้ รียนและการ
ทากจิ กรรมต่าง ๆ จะทาให้ผเู้ รียนไดร้ ับความสะดวก และดาเนินกิจกรรมดว้ ยความราบรื่น สง่ ผลใหก้ ารเรียนรู้
ดาเนนิ ไปดว้ ยดี ไมต่ ดิ ขัดไม่รสู้ ึกว่ามีความยงุ่ ยาก ทาให้ผเู้ รียนรักที่จะเรียนและเป็นผู้เรยี นทกี่ ระตือรือรน้ มีความ
สนใจตอ่ สง่ิ แวดล้อมรอบตัว

3. บรรยากาศทางสังคม เป็นบรรยากาศทเ่ี กิดจากผลการปฏสิ มั พันธข์ องกลุ่มที่อยู่ รว่ มกันและทากจิ กรรม
ร่วมกัน การมีบรรยากาศทางสงั คมทีเ่ ป็นมติ รต่อกัน จะทาให้ผู้เรยี นร้สู กึ อบอุ่นใจเกิดความรู้สกึ ทีด่ ีต่อกนั และกนั มี
การอยู่ร่วมกันฉนั ท์มติ ร ซงึ่ สง่ ผลตอ่ การเรียนรทู้ ักษะทางสังคมและการเรยี นรูร้ ่วมกัน ซ่ึงเป็นเปา้ หมายประการหน่ึง
ของการจดั การศึกษา

การจดั บรรยากาศทสี่ ่งเสรมิ การเรียนรู้

1. บรรยากาศทางจิตวทิ ยา เป็นการเรยี นรู้ทีผ่ เู้ รยี นสาคัญทส่ี ุด ควรเร่ิมต้นจากส่งิ ใกล้ตัวผเู้ รยี นรูม้ ากทส่ี ดุ
คอื ความรูส้ กึ ภายใน ท้งั นีจ้ ะต้องไม่มีบรรยากาศของความกลวั ความหวาดระแวง ความดูหม่ินเหยยี ดหยาม ติเตียน
บรรยากาศของการเรียนรทู้ ีเ่ น้นตัวผู้เรยี นเป็นสาคัญจะต้องให้อสิ รภาพแกผ่ ู้เรยี น โดยเฉพาะอสิ รภาพจากความ
หวาดกลวั ซ่งึ จากความเห็นดังกล่าวแสดงให้เหน็ ถึงความสาคัญของบรรยากาศทาง จิตวิทยาทมี่ ีผลตอ่ ความรู้สึก
และการกระทาของผูเ้ รยี น บรรยากาศทางจติ วทิ ยาที่ช่วยสนับสนุนการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นสามารถดาเนินการได้ดังนี้

1.1 การสรา้ งบรรยากาศที่ท้าทายกระตุน้ และสนับสนุนให้ผู้เรียนมีความอยากรู้อยากเหน็ อยาก
แกป้ ัญหา อยากแสวงหาคาตอบ ซึ่งบรรยากาศดังกล่าวเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรยี นมคี วามรู้สึกว่าตนเองมี
ความสามารถที่จะแกป้ ัญหาหรือทากิจกรรมนน้ั ๆ ได้ และให้กาลงั ใจ เม่ือผเู้ รยี นได้ลงมือทาหรอื
ตอบสนอง รวมทัง้ การยกตวั อย่างความสาเรจ็ หรือสิ่งที่ผเู้ รียนเคยทามากอ่ นทาให้ผู้เรยี นเกดิ ความมนั่ ใจ
ในความสามารถ และเกิดความภมู ใิ จทาให้ไมม่ ีความกลัวท่ีจะทากิจกรรมอ่ืน ๆ ต่อไป

1.2 การสร้างบรรยากาศที่อบอนุ่ ปลอดภยั มคี วามเปน็ มิตร ปราศจากความหวาดกลวั ท่จี ะ
แสดงออก ซึ่งบรรยากาศดงั กลา่ วจะทาใหเ้ ดก็ เป็นคนกล้าคิด กลา้ ตัดสินใจ กล้าที่จะคิดลองทาสิง่ ต่าง ๆ ไม่
ว่าผลท่ีได้นั้นจะเป็นไปตามที่คดิ หรอื ไมก่ ็ตาม การสรา้ งบรรยากาศดงั กล่าวสามารถทาได้โดยครทู าหนา้ ที่
ในการชว่ ยเหลอื ผเู้ รียนใหเ้ กิดความราบร่ืนในการทากจิ กรรมตา่ ง ๆโดยอาจเข้าไปชว่ ยเป็นผรู้ ่วมคิดในการ

ทาปัญหาทย่ี ากใหง้ า่ ยหรือลดความซบั ซ้อนลง แต่ยังคงใหเ้ ดก็ ได้ใช้ความสามารถของเขาในการเรียนรู้ โดย
มกี ารสนบั สนนุ เสริมแรง และใหค้ าปรึกษาจากครู

1.3 บรรยากาศทเ่ี ป็นอิสระในการทาส่ิงตา่ ง ๆ ดว้ ยตนเอง บรรยากาศดงั กล่าวน้จี ะทาให้เด็ก
พัฒนาความเปน็ ตัวของตัวเอง ลดการพง่ึ พงิ ผอู้ นื่ กล้าคิด กลา้ แสดงออก มีความม่ันใจในตนเอง กล้ารเิ ริ่ม
มีความคิดสร้างสรรค์ มีภาวะผู้นา และกลา้ ที่จะเรยี นร้สู ่ิงใหม่ ๆ บรรยากาศที่เปน็ อิสระน้ีทาได้โดยครใู ห้
โอกาส และสนบั สนุนใหเ้ ด็กไดท้ าส่ิงตา่ ง ๆ ด้วยตวั เอง ครเู ป็นเพยี งผใู้ ห้คาปรึกษา ให้การช่วยเหลือเมอ่ื
เด็กต้องการเท่าน้ัน ขณะเดียวกนั ตอ้ งใหโ้ อกาสแกเ่ ด็กแตล่ ะคนในการที่จะเลือกวธิ ีการเรียนรูท้ เ่ี หมาะสม
กบั ตน และให้เวลาอย่างพอเพียงตามความสนใจของผู้เรียนเนอื่ งจากเด็กแต่ละคนมีวิธีการเรียนรู้และใช้
เวลาในการเรียนรูท้ ่แี ตกต่างกัน แตแ่ ม้วา่ เด็กจะไดร้ บั อสิ ระดงั กล่าว ครกู ็ต้องสอนให้เดก็ คานึงถงึ การอยู่
รว่ มกนั ความเป็นอิสระของแต่ละคนจะตอ้ งไม่รบกวนหรือทาใหผ้ อู้ ่นื มีความสะดวกน้อยลง

1.4 บรรยากาศที่ใหไ้ ดร้ บั ความสาเร็จและเรียนรผู้ ลทีเ่ กดิ จากการทาสิง่ ต่าง ๆบรรยากาศดงั กล่าว
จะทาใหผ้ ู้เรยี นเปน็ ผู้ที่มีกาลังใจเขม้ แขง็ มคี วามม่ันใจในการทาสิ่งต่าง ๆ อย่างมเี หตุผล มกี ารกาหนด
จุดมุ่งหมายของการทาสงิ่ ต่าง ๆ และยอมรบั ผลจากการกระทาทั้งความสาเร็จและผลทไ่ี มเ่ ป็นไปตามที่
คาดหวงั ไว้ ครูสามารถสร้างบรรยากาศดังกล่าวไดโ้ ดยการให้เดก็ กาหนดจดุ มงุ่ หมายและวางแผนท่ีจะทา
กจิ กรรมต่าง ๆ และลงมือปฏิบตั ติ ามทีว่ างแผนไว้ ใหเ้ วลาอยา่ งเพยี งพอทจ่ี ะทาตามแผนงาน ครคู อย
สนับสนุนให้กาลงั ใจ คอยแก้ปัญหาเมอ่ื เด็กต้องการ ใหไ้ ด้รบั ข้อมูลย้อนกลับหลังการปฏิบตั ิ ให้การ
เสรมิ แรงช่ืนชมยนิ ดตี ่อผลสาเรจ็ แต่ถ้าหากผลไมเ่ ปน็ ไปตามทคี่ าดหวงั ไว้ กอ็ ธบิ ายให้ผ้เู รียนเข้าใจถงึ การ
หาความรจู้ ากความลม้ เหลว ให้กาลังใจและให้ทดลองแก้ปัญหาด้วยวธิ ีทต่ี ่างออกไป

1.5 บรรยากาศแห่งการยอมรับนบั ถอื ซึ่งกนั และกัน โดยการเรม่ิ จากการท่คี รยู อมรับผเู้ รียนให้
ความสาคญั ต่อการคดิ และการกระทาของผ้เู รยี น รบั ฟังและให้มีส่วนร่วมในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ จดั
ใหผ้ เู้ รยี นไดท้ ากิจกรรมร่วมกันเปน็ กลุ่มยอ่ ย มีการแลกเปลี่ยนเรียนร้ภู ายในกลมุ่ และระหว่างกลมุ่ ให้ได้รบั
ความสาเรจ็ จากการทากจิ กรรมรว่ มกัน ทาใหเ้ กิดการยอมรับระหวา่ งเดก็ กับเพื่อน และเกิดความรู้สึกว่า
ได้รบั การยอมรับจากครู เห็นความสาคญั ของกลมุ่ บรรยากาศดังกลา่ วทาใหเ้ กิดการพัฒนาวุฒภิ าวะ ได้รบั
ประสบการณ์ทางบวกในการพฒั นาตนเอง เกดิ การ นับถือระหวา่ งกนั ทาให้เกิดความเป็นอสิ ระ ไมต่ ้อง
พงึ่ พาผอู้ น่ื สามารถทจ่ี ะคดิ เลือกและตดั สินใจเข้าใจถึงความสามารถของตนเอง ยอมรับผลการกระทาท้ัง
ที่สาเร็จและทาความเข้าใจไดเ้ มอื่ ทาผิดหรือลม้ เหลว ร้จู กั นาอุปสรรคหรอื ความล้มเหลวมาเป็น
ประสบการณ์การเรียนรูแ้ ละแนวทางแกป้ ญั หา เน่ืองจากเชอื่ ว่าตนมีความสามารถที่จะทาสงิ่ ตา่ ง ๆ ได้
หลากหลายวธิ เี พอื่ ให้ได้ผลตามท่ตี ้องการ

1.6 บรรยากาศแห่งความใกล้ชดิ สนิทสนมและมีความรักใคร่กลมเกลียวกนั เน่อื งจากเด็กทกุ คน
ต้องการความรูส้ กึ มน่ั คง ปลอดภยั ทางจติ ใจ ตอ้ งการการเอาใจใส่ และความรักใคร่ การจัดใหผ้ ู้เรียนอยู่
รว่ มกัน ได้เล่น ได้ทากิจกรรมรว่ มกนั โดยขจดั หรอื ลดความขดั แยง้ ลงให้มากที่สุด หรือไม่ใหเ้ กดิ ขน้ึ เลย
การสอนใหร้ ้จู ักเอาใจเขามาใสใ่ จเรา รู้จักการให้อภยั และชว่ ยเหลือกนั ทาใหเ้ กดิ ความรู้สึกรักใคร่ กลม
เกลียวกัน นอกจากนค้ี รูต้องแสดงความรูส้ กึ ท่ีดีตอ่ ผู้เรียน แสดงใหผ้ ้เู รียนรบั รู้วา่ ตนเปน็ ท่ียอมรบั ของครู
ทง้ั การคิดและการกระทา การแสดงออกของครู ได้แก่ การแสดงทา่ ทีทแ่ี สดงถึงการเอาใจใส่ทางบวกต่อ
ผู้เรยี นอยา่ งจริงใจทสี่ อดคล้องกับการแสดงออกทางบวกของผู้เรียน เชน่ การสมั ผสั ทางกาย การมอง การ

สบตา การใชค้ าพูด การแสดงสีหนา้ ท่าทาง การได้รับการเอาใจใส่ดงั กลา่ ว ทาให้ผูเ้ รียนรู้สกึ ว่าเป็นท่ี
ต้องการของครู มีความสาคญั เป็นคนหน่งึ ท่มี ีความหมาย ทาใหเ้ กดิ ความร้สู ึกทด่ี ีต่อตนเอง และตอ่ ผู้อนื่
บรรยากาศการอย่รู ่วมกันอยา่ งรกั ใคร่ ทาใหเ้ กิดความสขุ ในการทาส่งิ ต่าง ๆ และเกดิ การเรียนรโู้ ดยง่าย

2. การจัดบรรยากาศทางกายภาพ เป็นการสร้างสภาพแวดลอ้ มดา้ นอาคาร สถานท่ี สอ่ื วสั ดุอปุ กรณ์
และแหล่งความรู้ท่ีเกื้อกลู ต่อการเรยี นรู้และการปฏบิ ัติกิจกรรมตา่ ง ๆ ของผเู้ รยี น โดยเนน้ ความสะดวกสบาย
สามารถเคล่ือนไหวได้อยา่ งอิสระ มเี ครอ่ื งมือและแหลง่ ความรู้ สอดคล้องกับกจิ กรรมและความต้องการ สาหรับ
การจัดบรรยากาศทางกายภาพทีส่ ง่ เสริมการเรียนรสู้ ามารถดาเนนิ การได้ ดงั น้ี

2.1 การจดั สถานที่และบริเวณในหอ้ งเรยี นท่อี านวยความสะดวกและตอบสนองการทากจิ กรรม
ต่าง ๆ โดยมีการกาหนดพืน้ ที่ในการจัดเก็บอปุ กรณ์ เคร่ืองเลน่ ทีเ่ ด็กต้องการใช้อยา่ งเป็นระบบสะดวกใน
การนามาใช้ การทาความสะอาดและการจัดเกบ็ จดั บรเิ วณการทากจิ กรรมท่สี ะดวกต่อการทากจิ กรรมเปน็
กลุ่ม มบี ริเวณท่วี ่างพอทจี่ ะเคลอ่ื นไหวได้อย่างอิสระ สามารถเตรยี มย้ายไปสู่การทากจิ กรรมอื่นได้โดยไม่
รบกวนทากจิ กรรมของผอู้ น่ื มกี ารจดั บรเิ วณสาหรบั การจดั แสดงหรือเกบ็ ผลงานทเ่ี กิดจากการทากจิ กรรม
ของเด็ก

2.2 การจัดสอื่ วัสดุ อุปกรณท์ ี่สอดคลอ้ งกับกจิ กรรม ทั้งนเี้ น่ืองจากเดก็ ปฐมวัยเรยี นร้จู ากการ
กระทา การมีปฏิสัมพนั ธ์กบั สื่อ วัสดุต่าง ๆ ทาใหเ้ กิดความเขา้ ใจและแสดงผลการเรยี นรู้ผ่านการ
แสดงออกและจากผลงาน ดังนน้ั จะต้องจัดหาสื่อ อุปกรณ์ท่ีสอดคล้องกับรูปแบบกิจกรรมทไ่ี ด้ออกแบบไว้
การมีสื่อ วสั ดุอย่างหลากหลาย พอเพยี ง สะดวกในการนามาใช้ จะชว่ ยสนบั สนุนให้ผเู้ รยี นเกดิ การเรยี นรู้
ตามทกี่ าหนดวตั ถุประสงค์ไว้

2.3 การจดั แหลง่ ความรู้ท่สี อดคล้องกับกจิ กรรมและความสนใจของผู้เรียน ซ่ึงแหล่งความรู้
เหลา่ นี้ ไดแ้ ก่ วสั ดุอปุ กรณต์ ่าง ๆ ทง้ั ทสี่ อดคล้องกับหน่วยประสบการณ์ที่ผเู้ รียนเลือกเรียน และแหล่ง
ความร้ทู ี่จัดประจาไว้ เพ่ือตอบสนองความสนใจท่ีหลากหลาย การจัดแหลง่ ความรู้ควรคานงึ ถึงลกั ษณะ
การเรยี นรู้ของเดก็ ปฐมวัยและใช้ได้อยา่ งสะดวก ขณะเดียวกันแหลง่ ความรู้กต็ อ้ งน่าสนใจ เป็นเคร่อื งเร้า
กระต้นุ สนับสนุนและส่งเสรมิ ให้ผู้เรยี นอยากสบื เสาะ ค้นหา และลงมอื

3. บรรยากาศทางสังคม เป็นบรรยากาศท่เี กิดจากการปฏสิ ัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่อยรู่ ว่ มกัน การอยู่
ร่วมกนั อยา่ งมีความสขุ จะทาใหผ้ เู้ รียนรู้สกึ รักที่จะเรยี นรู้และเกดิ การเรียนร้ไู ด้โดยงา่ ย การเรียนรดู้ ังกลา่ ว ได้แก่
การเรียนรดู้ ้านความรู้ และการเรยี นรู้ทางสังคม ทั้งน้เี นอื่ งจากเป้าหมายสาคัญของการจัดการศึกษา คือ การให้
ผเู้ รียนมคี วามรู้ และสามารถนาความรู้นน้ั ไปใชใ้ นการอยู่ร่วมกันในสงั คมได้อย่างราบรืน่ มีความสุข สาหรับการจดั
บรรยากาศทางสังคมที่สนับสนุนการเรียนรู้ สามารถดาเนินการได้ดังน้ี

3.1 การสร้างบรรยากาศประชาธิปไตย ใหผ้ ูเ้ รยี นรสู้ ึกวา่ มคี วามเทา่ เทยี มกนั โดยครตู ้อง
กาหนดให้มีอทิ ธิพลในหอ้ งใหน้ ้อยท่ีสุด สร้างระบบการอยู่ร่วมกนั แบบประชาธปิ ไตย ให้ไดท้ ากิจกรรม
ร่วมกนั มีการสร้างความสัมพันธ์เชงิ บวกระหวา่ งครกู บั ผเู้ รยี นดว้ ยกนั ฝึกการเป็นสมาชิกทดี่ ีของสังคม

3.2 การสร้างบรรยากาศแห่งความรว่ มมือร่วมใจ โดยจัดกิจกรรมให้เกิดการปฏิสมั พันธ์กับกลมุ่
สนบั สนนุ ให้ผเู้ รียนไดเ้ ลน่ ทางานและเรยี นรูจ้ ากกลุ่มเพ่อื น ครคู อยปรบั ปรงุ การใชภ้ าษา มารยาทและ

พฒั นาพฤตกิ รรมทพี่ ึงประสงค์ เพื่อให้เด็กสามารถทางานกับกลุ่มเพ่ือนได้อย่างดี เป็นท่ียอมรบั ของกลุ่ม มี
การจดั กจิ กรรมเพื่อให้ผู้เรยี นไดท้ าส่ิงต่าง ๆ ในบรรยากาศร่วมมือรว่ มใจกัน ซึ่งแมจ้ ะมีการแขง่ ขันกนั บา้ ง
แตค่ วรเป็นการแข่งขันกนั อย่างเปน็ มติ ร ได้มีโอกาสได้รบั ผลแหง่ การทางานร่วมกัน การปฏสิ ัมพันธก์ บั
กลุม่ จะทาให้เกดิ การแลกเปล่ียนเรียนรู้ซ่ึงกันและกันท้ังดา้ นความคิด และการกระทาอันสง่ ผลต่อการ
เรียนรู้ทักษะทางสังคม ซ่ึงจะเกดิ ประโยชน์ต่อผ้เู รียนทีจ่ ะนาไปใชใ้ นการอยรู่ ่วมกับผู้อ่นื ต่อไป

3.3 สร้างบรรยากาศแห่งการมีสัมพนั ธภาพที่ดรี ะหว่างกันทงั้ ครูกับผูเ้ รียน ในหมู่ผูเ้ รียนดว้ ยกัน
และกับบุคคลอ่ืน ๆ การมีมนุษยสัมพนั ธท์ ดี่ ี เรมิ่ ด้วยการส่ือสารที่ดี ซึง่ การสอื่ สารระหว่างกนั นั้นสามารถ
ทาไดท้ ้ังการใชว้ าจา ภาษาท่าทาง และการปฏบิ ัติต่อกนั ครูมีหน้าท่ใี นการกระตนุ้ ใหผ้ เู้ รียนปฏบิ ัติตอ่ กนั
ด้วยดี ไมม่ ีการทะเลาะเบาะแวง้ ครมู หี น้าทใ่ี นการลดความขดั แย้งที่เกดิ ขึ้น และจะตอ้ งเปน็ แบบฉบบั ของ
การมปี ฏิสัมพนั ธ์ท่ีดีระหว่างตนเองกับผู้อื่น

3.4 สรา้ งบรรยากาศที่ไม่กดดัน โดยลดกิจกรรมท่ตี ้องมีการแขง่ ขัน เพื่อให้เกิดผลแพ้ ชนะหรอื
การเปน็ ท่ีหนงึ่ เหนือผ้อู นื่ ให้ทุกคนมีโอกาสได้แสดงออกเทา่ เทียมกันและไดร้ ับการยกยอ่ งเหมือนกัน
สาหรบั การประเมินผลการเรียนรู้ ควรประเมนิ ผลท่ีแสดงถึงพัฒนาการแห่งความเป็นคนเกง่ คนดี และมี
ความสุข ใหผ้ เู้ รยี นได้รู้ผลของการกระทาของตนเอง และมีการพัฒนาตนเองโดยไมต่ ้องแข่งขนั กับผอู้ ื่น

ลกั ษณะของการจัดชนั้ เรยี นทางกายภาพทด่ี ี

1. มีการจัดทีว่ า่ งในชน้ั เรยี นอย่างชัดเจน เพื่อใช้อเนกประสงค์แลละเพ่อื ให้นกั เรยี นม่นั ใจในการใช้ท่ีว่าง
ของตน ตัวอยา่ งเช่น ชน้ั เรียนจะประกอบด้วยพ้นื ทท่ี ั้งในส่วนทีม่ ีการเคล่ือนไหวอยา่ งพลกุ พลา่ นได้แก่ บริเวณที่มี
การใชว้ สั ดุอปุ กรณร์ ่วมกัน และที่วา่ งส่วนตัวทีน่ กั เรยี นจะทางานได้โดยลาพงั เช่น โต๊ะในแถวของนักเรียนแต่ละคน
เป็นตน้

2. ในชัน้ เรยี นท่มี นี ักเรียนมีปัญหาท้ังทางดา้ นการเรียนและด้านพฤติกรรมอาจแก้ปญั หาไดด้ ้วยการแยก
ออกมาอยใู่ นท่ีวา่ งมากขน้ึ เพ่ือใหน้ ักเรียนสงบ มีสมาธใิ นการทางานไดอ้ ย่างอิสระตามลาพงั

3. มที ว่ี ่างส่วนตัวของนักเรยี นแตล่ ะคน และมีพืน้ ที่ของนักเรยี นทงั้ กลมุ่ ใหญ่ กลมุ่ เล็กสาหรบั ทากิจกรรม
ต่างๆ จึงควรจดั สถานทีเ่ ฉพาะเพื่อให้มปี ฏสิ ัมพันธร์ ะหว่างนกั เรยี นหรือระหวา่ งนักเรยี นกบั ครู และอาจจะมที ่วี า่ ง
สาหรับจดั เกบ็ อปุ กรณ์ต่างๆ เชน่ คอมพิวเตอร์ สื่ออปุ กรณ์เทคโนโลยตี า่ งๆ

4. ลักษณะทนี่ ่งั ของนักเรียนเป็นแถวเพ่ือสะดวกในการทากิจกรรมการเรยี นรู้ในเนื้อหาวิชาการ ในขณะท่ี
การจัดทนี่ ง่ั แบบกลุ่ม จะทาให้นักเรียนมปี ฏิสัมพันธ์ทางสงั คม

5. การจดั ชนั้ เรียนในบรเิ วณท่ีจากัดและมีการใช้อยา่ งหนาแน่น เชน่ บรเิ วณท่เี หลาดินสอ ทวี่ างถังขยะ
หลังหอ้ ง หรอื บรเิ วณท่ีมีการเรียนการสอน ตลอดจนส่วนท่ีจะทาใหน้ ักเรยี นถูกรบกวนโดยงา่ ย ครคู วรจดั ให้
นกั เรยี นน่ังหา่ งออกไป

6. ครแู ละนักเรียนทั้งชนั้ ควรมองเหน็ กนั และกนั อยา่ งชดั เจน นอกจากน้ลี ักษณะของการเคล่ือนไหวในชัน้
เรยี นนนั้ ควรใหค้ รมู ีโอกาสใกล้ชิดนกั เรียนไดม้ ากทสี่ ุด

7. ควรจากัดสงิ่ เรา้ ทางการมองเห็นและการไดย้ ินท่ีจะมารบกวนความสนใจ และพฤติกรรมของนักเรียนซึ่ง
จะทาให้เกดิ ผลดตี ่อการดาเนินในชนั้ เรยี น

8. การจัดทวี่ า่ งสาหรับนักเรียนที่มีความต้องการพเิ ศษควรใหน้ ั่งอยู่ใกล้กับครูจะทาให้เกดิ ผลดี เพราะการ
ทาเชน่ น้ไี มเ่ พียงแตจ่ ะทาใหค้ รสู ามารถจัดการกับพฤตกิ รรมทเ่ี ปน็ ปัญหาสาหรับนักเรยี นเทา่ นนั้ หากแต่ยังจะชว่ ย
ครูใหส้ ามารถพดู สง่ เสรมิ นักเรียนในทางบวก โดยอนุโลมหรือยินยอมทาใหน้ ักเรียนแสดงพฤติกรรมท่ีไม่เหมาะสม
ออกมาบา้ ง

9. การจดั ชนั้ เรยี นทางกายภาพทีเ่ ปน็ ระเบียบเรยี บรอ้ ยจะมีประโยชน์และทาใหเ้ กดิ พลงั เพ่อื ใหน้ ักเรียน
สามารถเรยี นรไู้ ด้อย่างประสิทธิภาพ อย่างไรกต็ ามสภาพทางกายภาพในชั้นเรียนควรจะเปลย่ี นแปลงได้ตาม
ลกั ษณะทางวัฒนธรรม และทางภาษาของนักเรยี น ซ่ึงควรจะเปน็ ไปตามความต้องการเฉพาะของนักเรียน

ขา้ พเจา้ จัดสภาพแวดล้อมของหอ้ งเรยี นให้มีความปลอดภยั เออ้ื ต่อการเรยี นรู้ของผเู้ รยี น บริหารจัดการ
ชน้ั เรยี นโดยการมีส่วนร่วมของผเู้ กย่ี วขอ้ งและผเู้ รยี นมีความสุข อกี ทง้ั สง่ เสริมผู้เรยี นให้เกิดกระบวนการคดิ มี
ทกั ษะชีวติ และการทางาน มีคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

ภาพประกอบ (ภาพบรรยากาศในชั้นเรยี น และการจดั การเรียนการสอน)




Click to View FlipBook Version