กล่มุ สานักงาน กศน. จงั หวัดชายแดนใต้
สานักงาน กศน.
กระทรวงศกึ ษาธิการ
คำนำ
ชุดการเรียนรู้โปรแกรมวิชาเลือกอิสลามศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 มี 3 หมวดวิชา ประกอบด้วย 1) หมวดวิชาศาสนา ได้แก่รายวิชาอัลกุรอาน
อลั ฮะดษิ อัลอะกีดะฮฺ 2) หมวดวิชาสังคม ได้แก่ อัตตารีด อัลอัคลาก 3) หมวดวิชาภาษา ได้แก่ ภาษามลายู
ภาษาอาหรับ รายวิชาดังกล่าวจัดทาข้ึนเพ่ือให้ผู้สอนและผู้นาไปใช้เป็นแนวทางในการ จัดกระบวนการเรียนรู้
สาหรับผ้เู รียนทล่ี งทะเบียนเรียนรายวิชาดังกล่าว ในลักษณะการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยการศึกษาในความรู้
ด้วยตนเอง สอบถามผู้รทู้ างดา้ นศาสนา และเรยี นรจู้ ากโตะ๊ ครูในเนอื้ หายาก
ชุดการเรียนรู้ดังกล่าวพัฒนามาจากโครงสร้างหลักสูตรโปรแกรมวิชาเลือกอิสลามศึกษา โดยคณะ
ผู้จัดทาได้พยายามศึกษา รวบรวมสาระจากผู้ทรงคุณวุฒิ และแหล่งเรียนรู้ต่างๆ โดยคานึงถึงความสอดคล้อง
ของผู้เรียนในสถาบันศึกษาปอเนาะในกลุ่มสานักงาน กศน.จังหวัดชายแดนใต้เป็นหลัก ได้แก่จังหวัดปัตตานี
ยะลา นราธิวาส สตูล และ 4 อาเภอของจังหวัดสงขลา (อาเภอจะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย) เป็นสาคัญ
อยา่ งไรก็ตามชดุ การเรยี นรดู้ ังกล่าวอาจจะยังไม่สมบูรณ์ จาเป็นต้องได้รับการปรับแก้หลังจากการนาไปทดลอง
ใช้เป็นระยะ ๆ กลุ่มสานักงาน กศน.จังหวัดชายแดนใต้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับคาแนะนาในการปรับปรุง
แก้ไขใหส้ ามารถนาไปใช้ในการจดั การเรียนรู้อย่างมคี วามสุขตอ่ ไป
ขอขอบคุณสานักงาน กศน. สานักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สานักงาน กศน.จังหวัดปัตตานี ยะลา
นราธิวาส สตูล สงขลา กศน.อาเภอ ในกลุ่มสานักงาน กศน.จังหวัดชายแดนใต้ นายกสมาคมสถาบันศึกษา
ปอเนาะ สานักงานศึกษาธิการภาค 8 ผู้ทรงคุณวุฒิ ครูอาสาสมัครการศึกษานอกโรงเรียนประจาสถาบัน
ศึกษาปอเนาะ และผู้มีสว่ นเกี่ยวข้องทกุ คนท่ีมีส่วนชว่ ยผลกั ดนั ใหโ้ ปรแกรมวิชาเลอื กอิสลามศึกษารายวิชาต่างๆ
สาเร็จลุล่วงด้วยดี
กลุ่มสานักงาน กศน.จังหวัดชายแดนใต้
ธันวาคม 2560
สำรบัญ
บทที่ 1 ประวตั ขิ องนบอี าดัม อะลยั ฮิสลาม และนบีอิดรสี อะลยั ฮิสลาม หนา้
บทท่ี 2 ประวัติของนบนี ุฮ์ อะลัยฮสิ ลาม และนบีฮดู อะลัยฮิสลาม
บทท่ี 3 ประวัตขิ องนบลี ฏู อะลยั ฮสิ สลาม และนบศี อลีหฺ อะลัยฮิสสลาม 1
บทท่ี 4 ประวตั ิของนบีอบิ รอฮีม อะลัยฮสิ ลาม และนบีอสิ มาอีล อะลยั ฮิสลาม 5
บทท่ี 5 ประวัตขิ องนบีอสิ ฮาก อะลัยฮิสลาม และนบียะก๊บู อะลัยฮสิ ลาม 8
บทที่ 6 ประวัตขิ องนบยี สู ุฟ 11
บทท่ี 7 ประวตั ขิ องนบีอยั ยบู อะลยั ฮิสลาม และนบชี ุอัยบ์ อะลยั ฮิสลาม 14
บทที่ 8 ประวตั ขิ องนบีฮารูน อะลัยฮสิ ลาม และนบีมูซา อะลยั ฮสิ ลาม 16
บทท่ี 9 ประวัติของนบีอลั ยาซาอฺ อะลยั ฮิสลาม และนบซี ลุ กิฟลี อะลยั ฮสิ ลาม 19
บทที่ 10 ประวตั ิของนบดี าวูด อะลัยฮสิ ลาม และนบสี ุลยั มาน อะลัยฮิสลาม 22
บทที่ 11 ประวัติของนบีอลิ ยาส อะลัยฮิสลาม และนบยี นู สุ อะลยั ฮิสลาม 25
บทที่ 12 ประวตั ิของนบีซาการียา อะลัยฮิสลาม และนบียะฮฺยา อะลัยฮสิ ลาม 28
บทท่ี 13 ประวัติของนบีอีซา อะลยั ฮสิ ลาม 31
บทท่ี 14 ประวัตขิ องนบมี ูฮมั หมดั ศอ็ ลลลั ลอฮอุ ะลัยฮิวะซัลลัม 34
37
40
วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อัตตารคี 1) สค13102 ระดบั ประถมศกึ ษา 1
บทที่ 1
เร่อื ง ประวัติของนบีอาดมั อะลยั ฮิสลาม และนบอี ิดรสี อะลัยฮิสลาม
นบอี าดัม อะลยั ฮสิ สลาม
ก่อนที่โลกน้ีจะมีมนุษย์ ในสวนสวรรค์อันเป็นส่วนหน่ึงแห่งอาณาจักรของอัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอา
ลา วันหนึ่ง อัลลอฮฺ ( ซ.บ. )ได้ทรงกล่าวแก่บรรดามลาอิกะฮฺ ซึ่งเป็นบริวารรับใช้พระองค์ว่า “ ฉันจะสร้าง
ตัวแทน (เคาะลฟี ะฮ) คนหนง่ึ ขนึ้ มาบนหน้าแผน่ ดิน ”
มลาอิกะฮ์ได้ถามว่า “ พระองค์จะทรงสร้างผู้ก่อความเสียหายและผู้หล่ังเลือดข้ึนมาในหน้าแผ่นดิน
กระนนั้ หรอื ท้งั ๆทพี่ วกเราทั้งหลายก็แซ่ซ้องสรรเสรญิ และสดดุ ีความบรสิ ุทธิข์ องพระองค์อยตู่ ลอดเวลาแล้ว ”
อัลลอฮฺ จึงได้ทรงกล่าวว่า “ ฉันรู้ในส่ิงท่ีพวกเจ้าท้ังหลายไม่รู้ ”หลังจากน้ัน อัลลอฮฺได้ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมา
จากดินตามทพี่ ระองค์ได้ทรงกลา่ วไว้ และพระองคไ์ ด้ทรงเปาุ วญิ ญาณของพระองค์เข้าไปในดินที่พระองค์ทรงใช้
สร้างมนุษย์ ดังนั้น มนุษย์คนแรกจึงเกิดขึ้นมีนามว่า อาดัม หลังจากน้ัน อัลลอฮฺ ( ซ.บ.)ก็ได้ทรงสร้างคู่ครอง
ใหแ้ กอ่ าดมั ซึ่งมีนามว่า ฮาวา เม่ืออาดัมถูกทาให้มีชีวิตข้ึนมาแล้ว อัลลอฮฺได้ทรงสอนอาดัมให้รู้ช่ือของทุกสิ่งทุก
อย่างท่จี าเปน็ ตอ่ การมีชวี ติ และต่อการเป็นตัวแทนบนหน้าแผ่นดินตามที่พระองค์ทรงเจตนา อาดัมจึงมีความรู้
มากมาย หลงั จากนนั้ อัลลอฮฺไดท้ รงหนั ไปยังมลาอกิ ะฮฺ และกล่าววา่ “ทีน้ีพวกเจ้าจงบอกถึงช่ือของส่ิงต่าง ๆ ให้
เราได้รู้หน่อยซิ ถ้าหากวา่ พวกเจ้าแนจ่ รงิ " มลาอิกะฮฺ จงึ ตอบว่า “ มหาบรสิ ุทธ์ยิ ง่ิ แด่พระองค์ เราไม่มีความรู้ใด
ๆ เวน้ แต่เทา่ ท่ีพระองค์ทรงสอนพวกเราเท่านัน้ แทจ้ ริงแลว้ พระองคท์ รงเป็นผูท้ รงรอบรู้ ผู้ทรงปรชี าสามารถ ”
อลั ลอฮฺ ( ซ.บ. ) จงึ ได้ทรงมบี ัญชาแกอ่ าดมั วา่ “ อาดัมเอ๋ย ทีนเ้ี จา้ จงบอกชอ่ื ของสง่ิ เหลา่ นีใ้ ห้แกพ่ วกเขาซิ ”
เม่ืออาดมั บอกชอื่ ของส่งิ ทอ่ี ลั ลอฮไฺ ดม้ บี ญั ชาแลว้ พระองค์ได้ทรงกล่าวว่า “ฉันมิได้บอกสูเจ้าหรือ
ว่าฉันรู้เร่ืองสิ่งเร้นลับของชั้นฟูาทั้งหลายและแผ่นดินดียิ่งกว่าใคร และรู้ดีถึงส่ิงท่ีเจ้าเปิดเผยและที่เจ้าปิดบัง ”
หลังจากนั้น อัลลอฮฺ ( ซ.บ. ) ทรงหันไปยังมลาอิก๊ะฮฺ และมีบัญชาว่า “ พวกเจ้าท้ังหลายจงกราบอาดัม ”
มลาอิกะฮฺทั้งหมดทาตามที่อัลลอฮฺบัญชาแต่โดยดี ยกเว้นอิบลีสซึ่งไม่ยอมทาตามบัญชาของพระองค์
อลั ลอฮฺ ( ซ.บ. ) จงึ ทรงถามว่า “ อิบลีส อะไรท่ีทาให้สูเจ้าไม่ยอมกราบอาดัมท่ีฉันสร้างมากับมือทั้งสองของฉัน
เจ้าหย่ิงทะนง หรอื สเู จา้ คดิ ว่าตวั เองสูงส่ง ? ” อบิ ลีส จึงตอบว่า “ ฉันดีกว่าเขา พระองค์ทรงสร้างฉันมาจากไฟ
แต่พระองคท์ รงสรา้ งเขามาจากดนิ พระองค์จะใหฉ้ นั กราบผูท้ ่ีถกู สร้างมาจากดนิ กระน้นั หรอื ? ”
เมือ่ ไดย้ ินเช่นน้ัน อัลลอฮจฺ ึงทรงมีบญั ชาวา่ “ ถ้าเชน่ นน้ั เจา้ จงออกไปจากสวนสวรรค์ และเจ้าไม่มีสิทธ์ิ
อะไรท่ีจะมาเป็นผ้โู อหังในสถานที่แห่งนี้ ดังน้ันเจ้าจงออกไปเสียจากที่นี่ แท้จริงแล้วเจ้าจะเป็นผู้หน่ึงในหมู่ผู้ถูก
สาปแช่งและผู้ได้รับความอัปยศ ฉันจะสาปแช่งเจ้าไปจนกระท่ังวันแห่งการพิพากษา ”พอรู้ว่าอัลลอฮฺ (ซ.บ.)
ทรงกร้ิว อิบลีสจึงได้วิงวอนขอต่อพระองค์ว่า “ โอ้พระเจ้าของฉัน ขอพระองค์ได้ทรงผ่อนผันเวลาให้แก่ฉันไป
จนกระทง่ั วันทีม่ นษุ ยถ์ กู ทาใหฟ้ ื้นคืนชพี อีกคร้ังหน่ึงด้วยเถิด ” “ ก็ได้ ฉันจะผ่อนผันเวลาให้แก่เจ้าจนถึงวันที่ได้
ถูกนดั หมายไว้ ” อลั ลอฮ (ฺ ซ.บ. ) ได้ตอบแก่มัน อิบลสี จงึ กลา่ วว่า “ โอผ้ ทู้ รงมหากรุณาธิคุณ คอยดูเถิด ฉันจะ
หลอกลวงลูกหลานท้ังหมดของอาดัม ยกเว้นบ่าวของพระองค์บางคนซ่ึงเป็นผู้บริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ ” อัลลอฮฺ
( ซ.บ. ) จึงได้ทรงกล่าวว่า “ จาไว้ นี่คือความจริง และฉันพูดจริง คอยดู ฉันจะทาให้นรกเต็มไปด้วยพวกเจ้า
และบรรดามนุษย์ท่ีปฏิบัติตามเจ้า ” อิบลีส กล่าวว่า “ ก็เพราะพระองค์ทรงทาให้ฉันหลงผิด ดังน้ันฉันสาบาน
ว่า ฉันจะนั่งซุ่มคอยพวกเขาตามทางท่ีเท่ียงตรงของพระองค์ แล้วฉันจะจู่โจมพวกเขาจากทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะ
เป็นดา้ นหลงั ด้านขวาหรือด้านซ้าย แลว้ พระองค์ จะพบว่าสว่ นใหญข่ องพวกเขาเปน็ ผไู้ มก่ ตญั ํู ”“ เอาเถิด แต่
เจ้าจะไม่มีอานาจเหนือบ่าวของฉันบางคนท่ีฉันจะคุ้มครองเขาไป เจ้าออกไปจากท่ีนี่ได้แล้ว นรกจะเป็นรางวัล
สาหรบั เจ้าและผ้ทู ่ตี ามเจ้า ” อัลลอฮฺ ( ซ.บ. ) ทรงกล่าวกับอบิ ลสี
2 วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อัตตารีค1) สค 13102 ระดับประถมศึกษา
หลงั จากน้ัน อัลลอฮฺ ( ซ.บ. ) ได้ทรงหันไปหาอาดัมและฮาวา และกล่าวว่า “ อาดัมเอ๋ย อิบลีสคือศัตรู
ของเจ้าและภรรยาของเจ้า ดังน้ัน จงอย่าปล่อยให้มันทาให้เจ้าทั้งสองต้องถูกขับไล่ออกจากสวนสวรรค์ และ
ต้องพบกับความทุกข์ยากลาบาก เพราะในสวนสวรรค์มีสิ่งที่ทาให้เจ้าไม่ต้องหิวโหยไม่ต้องเปลือยกาย ไม่ต้อง
กระหายน้าและไม่ต้องตากแดด เจ้ากับคู่ครองของเจ้าจงอยู่ในสวนสวรรค์แห่งน้ีตามสบาย เจ้าท้ังสองจะกิน
อะไรก็ไดต้ ามใจเจา้ แต่จงอย่าเขา้ ใกล้ตน้ ไมต้ น้ นี้ มิเช่นน้นั แล้ว เจา้ จะเป็นผหู้ นึง่ ในหมูผ่ ทู้ าผดิ ”
อาดมั และฮาวาอยกู่ ินในสวนสวรรค์อยา่ งมีความสขุ มาเป็นเวลานาน แล้ววันหน่ึง มารร้ายอิบลีสก็ได้ใช้
วิธีการกระซิบในหัวใจของอาดัมและฮาวา เพ่ือท่ีมันจะเปิดเผยส่ิงพึงละอายที่คนท้ังสองปิดบังไว้ต่อกัน มันได้
กล่าวแกค่ นทงั้ สองว่า “ พระเจ้าของท่านท้ังสองห้ามท่านมิให้เข้าใกล้ต้นไม้นี้ ก็เพราะพระองค์ทรงเกรงว่าท่าน
ท้ังสองจะกลายเป็นมลาอิกะฮฺ หรือท่านทั้งสองจะกลายเป็นผู้มีชีวิตนิรันดร์ เช่ือฉันเถอะ ฉันหวังดีต่อท่านทั้ง
สองจริง ๆ เอาไหม ฉันจะนาเจ้าไปยังต้นไม้ที่ทาให้ชีวิตเป็นอมตะ ? ”อาดัมและฮาวาหลงเช่ือคาล่อลวงของ
อิบลีส ดังน้ัน ทั้งสองจึงลองเข้าใกล้ต้นไม้ท่ีอัลลอฮฺได้ทรงส่ังห้ามไว้และลองล้ิมรสผลไม้ ทันใดนั้นส่ิงพึงละอาย
ของคนท้ังสองก็ถูกเปิดเผยต่อกัน อาดัมและฮาวาต่างรีบหาใบไม้ใกล้ ๆ นั้นมาปกปิดส่ิงพึงสงวนของตัวเองให้
พ้นจากความละอาย หลังจากนั้น อัลลอฮฺ ( ซ.บ. ) ได้ทรงเรียกอาดัมและฮาวาออกมา และทรงกล่าวว่า “ ฉัน
มไิ ด้หา้ มเจา้ ท้งั สองเข้าใกลต้ น้ ไม้นแ้ี ละเตอื นเจา้ ทงั้ สองว่ามารร้ายเป็นศตั รูทีช่ ัดเจนของเจ้ากระนนั้ หรือ ? ”
ท้ังสองจึงกล่าวว่า “ โอ้พระผู้อภิบาลของเรา เรากระทาความผิดต่อตัวเราเองไปแล้ว ถ้าหากพระองค์
ไมท่ รงให้อภยั แก่เราและทรงเมตตาต่อเราแลว้ เราจะต้องเป็นผหู้ ายนะอยา่ งแนน่ อน ”
เม่ืออาดมั สานึกผดิ พระองค์จงึ ทรงรับการสานึกผิดของเขา เพราะพระองค์คอื ผทู้ รงใหอ้ ภัย ผูท้ รงเมตตาเสมอ
หลงั จากนน้ั อัลลอฮไฺ ด้ทรงกล่าวแกท่ ้งั สองว่า “ จงลงไปจากที่นี่เสีย เจ้ากับอิบลีสจะเป็นศัตรูต่อกัน
และกัน แผ่นดินจะเป็นที่อยู่อาศัยสาหรับเจ้าชั่วระยะเวลาหน่ึง และเจ้าจะได้รับป๎จจัยยังชีพต่าง ๆ ที่จาเป็น
สาหรับการดารงชีวิต ณ ท่ีนั้น เจ้าจะมีชีวิต และ ณ ที่น้ัน เจ้าจะตาย และ ณ ท่ีนั้นอีกเช่นกันที่เจ้าจะถูกนา
ออกมา หลังจากน้ีแล้ว ถ้ามีแนวทางจากฉันมายังเจ้า แล้วผู้ใดปฏิบัติตามแนวทางของฉัน พวกเขาก็จะไม่ต้อง
หวาดกลัว แตผ่ ใู้ ดปฏิเสธแนวทางของฉันแล้ว พวกเขาก็จะได้อยู่ในนรก ”
หลังจากท่ลี งมาอย่บู นโลกแหง่ นแ้ี ล้ว อาดัมและฮาวาก็มีลูกหลานมากมาย แพร่ขยายไปยังทุกส่วนของ
โลก และท้ังสองก็ได้กลายเป็นต้นตระกูลของมนุษย์ชาติทุกเผ่าพันธ์ุมาจนทุกวันนี้ และตราบใดท่ียังไม่ถึงวันส้ิน
โลก ลูกหลานของท่านก็ยังคงถูกอิบลีสมารร้ายล่อลวงอยู่ ดังนั้นหลังจากสมัยของอาดัม อัลลอฮฺจึงได้ส่งนบี
ต่างๆ มายังลูกหลานทุกกลุ่มของอาดัมให้มาบอกถึงวิธีการดาเนินชีวิตที่ถูกต้อง เพื่อปูองกันตัวเองมิให้ถูกมาร
ร้ายชัยฎอนล่อลวงไปลงนรก
นบอี ดิ รีส อะลยั ฮสิ สลาม
นบอี ิดรีสคือลกู ชายของ ท่านชีต ซ่ึงเป็นบุตรของท่านนบี อาดัม (อ.ล.) ดังที่เราได้ทราบจากฮะดีษของ
ท่านนบีมูฮัมหมดั (ซ.ล)วา่ ชตี ไดร้ บั แผน่ บัญญตั ิศาสนาจานวน 50 แผ่น และเมื่อเขาใกล้เสียส้ินชีพ เขาได้ส่ังเสีย
ไว้แก่บุตรชายคนหน่งึ ของเขา ใหท้ าหนา้ ทต่ี ่อจากเขา จนในท่ีสดุ คาส่งั เสียนน้ั ไดต้ กทอดไปจนถึง อุคนูค ซ่ึงก็คือ
อดิ รีส (อ.ล) นบอี ิดรสี ถอื กาเนดิ มาในเผา่ บาบโิ ลน นบีอิดริสเป็นลูกหลานของท่านนบี อาดัม ในรุ่นที่ 5 ท่านได้
พยายามเรียกร้องให้ผู้คนหันเข้าสู่ความเมตตาของอัลลอฮ แต่มีเพียงคนจานวนน้อยเท่านั่นท่ีเชื่อต่อแนวทาง
ของท่านนบอี ดิ รสี ทา่ นนบีอดิ รีสไดอ้ อกจากบาบิโลนและได้มุ่งหน้าไปยังอียิปต์ เขาได้ทาตามบัญชาของอัลลอฮ
เพ่อื การเรยี กรอ้ งผคู้ นไปสู่หนทางที่เท่ยี งตรง
ท่านนบีอิดรีสสอนให้พวกเขา นึกถึงอัลลอฮ ขอดุอาอฺ(ขอพร)ต่ออัลลอฮ ถือศีลอดในบางวัน
แบ่งซะกาตแก่คนยากจน ท่านเป็นคนแรกในบรรดาลูกหลานของท่านนบีอาดัมที่ได้รับการแต่งต้ังให้เป็นนบี
บางรายงานกล่าววา่ ท่านเป็นคนคิดบทความที่เลน่ คาขน้ึ ตวั อยา่ งเช่น
วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อัตตารคี 1) สค13102 ระดบั ประถมศึกษา 3
“คนที่มีความสุขคือผูท้ ่ีมองไปท่กี ารกระทาของตวั เองและตั้งมนั ใหเ้ ปน็ ผูอ้ ้อนวอนต่อพระผอู้ ภบิ าลของเขา”
“ผ้ทู ี่สุรุ่ยสุรา่ ยจะไมไ่ ด้ประโยชนจ์ ากมนั ”
4 วิชาศาสนประวตั 1ิ (อัตตารคี 1) สค 13102 ระดบั ประถมศกึ ษา
ใบงานท่ี 1
เรื่อง ประวตั ิของนบอี าดมั อะลยั ฮสิ ลาม และนบีอดิ รสี อะลัยฮิสลาม
คาช้ีแจง ให้ผู้เรยี นทาเครอ่ื งหมาย ลงในช่องทีม่ ีความสัมพนั ธ์กับคาถามในข้อนน้ั สามารถตอบไดม้ ากกวา่
1 ขอ้
รายการ นบอี าดัม อะลัยฮสิ ลาม นบีอิดริส อะลยั ฮิสลาม
1. นบที า่ นแรกของศาสนาอิสลาม
2. เคยใชช้ วี ติ ในสวนสวรรค์ และฝาุ ฝนื ดว้ ยการกนิ
ผลไมจ้ ากต้นไม้ที่อัลลอฮฺทรงหา้ ม
3. เป็นศตั รกู บั อิบลสิ
4. ได้รับแผน่ บญั ญัตศิ าสนาจานวน 50 แผน่
5. สอนใหผ้ อู้ ่ืนรู้จักการนึกถึงอัลลอฮฺ การขอดุอาอฺ
ตอ่ อลั ลอฮฺ การถือศีลอด และการแบง่ ซะกาต
6. มีภรรยานามวา่ ฮาวา
7. อบิ ลีสไมย่ อมกราบตามคาบัญชาของอัลลอฮจฺ น
ถกู สาปแช่ง และขับไล่ออกจากสวนสวรรค์
8. เป็นคอลฟี ะฮ์คนแรกของบนหน้าแผ่นดนิ
9. เรยี กร้องผ้คู นไปส่หู นทางที่เที่ยงตรง
10. เป็นนบใี นศาสนาอิสลาม
วชิ าศาสนประวตั ิ1 (อัตตารคี 1) สค13102 ระดับประถมศกึ ษา 5
บทที่ 2
เร่อื ง ประวตั ขิ องนบีนฮุ ์ อะลัยฮิสลาม และนบีฮดู อะลยั ฮิสลาม
ทา่ นนบนี ฮุ ์ อะลยั ฮสิ สลาม
หลังมีการบูชารูปเจว็ด อัลลอฮฺทรงส่งท่านนบีนูฮฺ (อ.ล.) เพ่ือมาฟื้นฟูศาสนาของท่านนบีอาดัมและสอน
ลูกหลานของท่านนบีอาดัม ตั้งแต่ท่านนบีนูฮฺมาประกาศเทศนาสู่การศรัทธาให้เอกภาพแด่อัลลอฮฺ ก็มีกลุ่ม
ต่อต้านออกมายืนหยัดในสิ่งที่เขาและบรรพบุรุษได้กระทา ท่านนบีนูฮฺจึงต้องทางานหนักมาก อายุของท่าน
มากกว่าพันปี ในอัลกุรอานบอกว่านบีนูฮฺ(อ.ล.)ใช้เวลาดะอฺวะฮฺ 950 ปี ทาทุกวิถีทาง ทั้งในเชิงลับและเปิดเผย
ใช้เสยี งเบาและเสยี งดงั พดู กบั คนทกุ วยั
ท่านนบีนูฮฺ (อ.ล.) ได้เทศนาเวลานานพอสมควร ถึงแม้กลุ่มต่อต้านจะยืนหยัดในเรื่องชิริก(การตั้งภาคี
ต่อพระผู้เป็นเจ้า) ให้ผู้ใหญ่สืบทอดเรื่องชิริกกับลูกหลานอย่างต่อเน่ือง มีผู้ใหญ่จูงมือลูกมาหานบีนูฮฺ(อ.ล.)แล้ว
บอกวา่ "คนนี้เปน็ คนบา้ อยา่ ฟง๎ มัน อยา่ เชื่อมนั "
ท่านนบนี ูฮไฺ ดส้ รา้ งเรือและนามนษุ ย์และสัตวต์ า่ งๆหนีนา้ ท่วม เปน็ สัญลักษณ์ท่ีอัลลอฮฺบอกไว้กับนบีนูฮฺ
(อ.ล.)ว่าถ้าเห็นน้าพุ่งจากเตาอบ(สมัยก่อนทาจากดิน ลักษณะเหมือนอุโมงค์หรือถ้า แล้วใส่ฟืนเข้าไป) แสดงว่า
น้าจะท่วมแล้ว ท่านนบีนูฮฺก็เรียกศรัทธาชนให้ข้ึนบนเรือ และให้บรรดาผู้ที่เก่ียวข้องกับเรื่องน้ีพยายามรณรงค์
เพ่ือหนีพ้นจากน้า แต่ท่ีแปลกคือคนสาคัญมากสาหรับนบีนูฮฺ(อ.ล.)ไม่ยอมขึ้น ลูกชายนบีนูฮฺ(อ.ล.) (นบีนูฮฺมีลูก
หลายคน คือ ซาน ฮาน ยาซิร และกันอาน) มีรายงานว่ากันอานหรืออีกคนหนึ่งท่ีฝืนนบีนูฮฺ(อ.ล.)ไม่ข้ึนเรือ
เพราะไมย่ อมศรัทธาในอะกีดะฮขฺ องนบนี ูฮฺ(อ.ล.นบนี ฮู (ฺ อ.ล.)เรียกลูกข้นึ เรือ
﴾٣٤﴿ ََقا ََل َسآ ِوي إِ َل َى َج َب َل ٌَ ْع ِص ُمنًِ ِم َنَ ا ْل َما ِءَ َۚ َقا َلَ َََل َعا ِص َمَ ا ْل ٌَ ْو َمَ ِم ْنَ أَ ْم َِر اللَّـ َِه إِ َََّل َمن َّر ِح ََم َۚ َو َحا ََل َب ٌْ َن ُه َما ا ْل َم ْو ُجَ َف َكا ََن ِم ََن ا ْل ُم ْغ َرقٌِ َن
ความวา่ "เขา (ลูกชาย) กล่าวว่า ฉนั จะไปอาศยั ภเู ขาลูกหน่ึง มันจะคุ้มครองฉันจากน้าน้ีได้ เขา (นูฮฺ)
กลา่ ววา่ ไม่มีผ้ใู ดคมุ้ ครองในวันนจ้ี ากพระบัญชาของอัลลอฮฺ เว้นแตผ่ ทู้ ่พี ระองค์ทรงเมตตา และคลนื่ ได้ซัด
เข้ามาระหวา่ งเขาท้งั สอง และเขา (ลูกชาย) ได้อยู่ในหมู่ผู้จมน้า" [ฮดู 11:43]
เรื่องราวของทา่ นนบีฮดู อะลัยฮิสสลาม
กลุ่มชนของนบฮี ูด (อ.ล.) มีชื่อว่า ชาวอ๊าด พวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองท่ีมีช่ือว่า อิรอม ผู้คนในสมัยท่าน
นบฮี ดู (อ.ล.)สักการะเทวรปู กนั พวกเขาสร้างเทวรปู ขึ้นมาเองและพวกเขายังเชอื่ ว่าเทวรูปเหลา่ นั้นจะทาให้พวก
เขาได้ดี พร้อมกบั ปกปูองพวกเขาจากมารร้าย และใหส้ ิ่งต่างๆตามท่ขี อได้
ทา่ นนบีฮูด (อ.ล.)ถกู บญั ชาใช้จากอัลลอฮฺให้มากล่าวเตือนกลุ่มชนของท่านให้หันกลับไปกราบไหว้พระ
เจ้าองค์เดียวคืออัลลอฮฺ (ซ.บ.)และกล่าวกับพวกเขาอีกว่าอัลลอฮฺเท่าน้ันเป็นผู้สร้างสรรพสิ่งท้ังหลายและ
พระองค์เท่านนั้ ท่ที าใหพ้ วกเขาไดด้ ีและปกปูองพวกเขาจากมารรา้ ยได้
บรรดาชาวเผ่าอ๊าดปฏิเสธคาเรียกร้องของท่านนบีฮูด (อ.ล.)พร้อมกับกล่าวว่า เจ้าเป็นพวกโง่เขลาเบา
ป๎ญญา และเจ้าก็เปน็ จอมโกหก พวกเราไม่เชอื่ วา่ เจา้ คอื ศาสนทตู ของพระเจ้า
ท่านนบีฮูด (อ.ล.)กล่าวกับพวกเขาว่า เราไม่ได้โกหก เราคือศาสนทูตของอัลลอฮฺจริงๆ พระองค์ทรง
บัญชาให้ข้ามาเรียกร้องให้พวกท่านเคารพภักดีอัลลอฮฺ (ซ.บ.)และให้ข้าส่ังสอนพวกท่านด้วย หากพวกท่านทา
ตามคาสัง่ ของอัลลอฮฺ (ซ.บ.)พวกทา่ นจะได้พบกบั ความสาเรจ็
ชาวเผ่าอ๊าดไม่ยอมรับคาสั่งสอนของท่านนบีฮูด (อ.ล.)โดยเฉพาะบรรดาหัวหน้าเผ่า เนื่องจากคาสั่ง
สอนของนบีฮูด (อ.ล.)จะทาให้ผลประโยชน์ที่จะได้รับสูญเสียไป พวกเขากล่าวกับนบีฮูด (อ.ล.)ว่า เจ้าไม่เห็นนา
6 วิชาศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารคี 1) สค 13102 ระดับประถมศกึ ษา
หลักฐานหรือสัญลักษณ์ใด ๆ มาพิสูจน์ให้พวกเราได้เห็นถึงความสัจจริงของคาพูดของเจ้าเลย ดังนั้นเราจะ
ไมย่ อมเลิกเคารพบชู าเทวรปู ของเราอย่างเด็ดขาด และเราจะกลา่ วขอใหบ้ รรดาเทวรูปเหล่านีม้ าทาร้ายเจ้า
นบฮี ดู (อ.ล.)กลา่ วกบั พวกเขาว่า สง่ิ ท่ีข้านามาบอกกับพวกเจ้าเป็นเรื่องจริงท้ังหมด แต่ถ้าหากพวกเจ้า
มีความสัจจริง หรือบรรดารูปป้๎นท่ีพวกเจ้าสักการะมีความสามารถจริง ก็จงบอกให้บรรดารูปป้๎นเหล่านั้นมา
ทาร้ายข้าเถิดเพราะข้าไม่ได้เกรงกลัวรูปป้๎นเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย และข้าก็เชื่อว่าอัลลอฮฺจะทรงคุ้มครองและ
ปกปอู งภยั ใหก้ บั ข้า
พวกเขาไม่สามารถทาอะไรนบีฮูด (อ.ล.)ได้ แต่พวกเขาก็ยังไม่ยอมเช่ือฟ๎งคาสั่งสอนของนบีฮูด (อ.ล.)
พร้อมทั้งยังกล่ันแกล้งนบีฮูด (อ.ล.) ต่างๆนานา แต่นบีฮูด (อ.ล.)ก็ยังอดทนส่ังสอนพวกเขาต่อไป แต่เมื่อท่าน
นบีเห็นว่าท่านไม่สามารถที่จะชักจูงพวกปฏิเสธเหล่านั้นเข้ามาเคารพภักดีกับอัลลอฮฺได้จึงขอดุอาต่ออัลลอฮฺให้
พระองคท์ รงช่วยเหลือ อัลลอฮฺได้มีคาส่ังให้นบีฮูด (อ.ล.)ไปกล่าวตักเตือนเป็นคร้ังสุดท้าย โดยกล่าวว่า อัลลอฮฺ
ทรงสั่งใช้ให้ข้ามาตักเตือนพวกเจ้าเป็นคร้ังสุดท้ายให้พวกเจ้าทั้งหลาย ออกห่างจากการเคารพภักดีเทวรูปและ
หันมากราบไหว้อลั ลอฮฺเพียงองค์เดียวเท่าน้ัน หากยงั ไม่เช่ืออัลลอฮฺ (ซ.บ.)จะทรงลงโทษพวกเจา้ อย่างแน่นอน
ชาวเผ่าอ๊าดกล่าวกับนบีฮูด (อ.ล.)ว่า พวกเราไม่เชื่อคาพูดของเจ้าหรอก เจ้าจะให้พวกเราหยุดเคารพ
บูชารูปป๎้นได้อย่างไร ในเม่ือส่ิงเหล่านี้เป็นส่ิงท่ีเราทากันมาตั้งแต่บรรพบุรุษของเรา ถ้าหากเจ้าพูดจริงก็ให้พระ
เจ้าของเจ้าลงโทษพวกเราเถดิ
เมื่อนบีฮูด (อ.ล.)เห็นว่าพวกเขาไม่ยอมรับคาสั่งสอนของท่านอย่างแน่นอนจึงกล่าวกับพวกเขาว่า
ดังน้ันพวกเจา้ กจ็ งรอรบั การลงโทษจากอัลลอฮฺเถิด
หลังจากน้ันต่อมาเกิดภัยแล้งอย่างหนักในเผ่าอ๊าด ฝนไม่ตกเลยเป็นเวลา 3 ปี นบีฮูด (อ.ล.)ออกมา
เรียกร้องชาวเผ่าอ๊าดอีกครั้งโดยกล่าวว่า การลงโทษของอัลลอฮฺกาลังใกล้เข้ามาแล้ว หันกลับมาสู่อัลลอฮฺเถิด
และขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺในความผิดบาปท่ีพวกเจ้าได้กระทาเอาไว้ อัลลอฮฺคือผู้ทรงเมตตา และเป็นผู้ทรง
ให้อภัย ถ้าหากพวกเจ้าขออภัยโทษต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.)พระองค์จะทรงทาให้ฝนตกลงมาอีกคร้ัง และจะทาให้
ผลผลิตของพวกเจา้ กลบั มาได้ผลดีอีกครัง้
แตช่ าวเผ่าอ๊าดยังปฏิเสธคาเรียกร้องของนบฮี ูด (อ.ล.)เหมอื นเดิม และยงั เชอ่ื ว่าบรรดาเทวรูปที่พวกเขา
บูชาจะเป็นผชู้ ่วยเหลือพวกเขาเอง แต่ทวา่ ในหมู่ผูป้ ฏิเสธมีบางคนเช่ือในคาเรียกร้องของนบีฮูด (อ.ล.)ด้วย พวก
เขาเหล่านน้ั มาหานบีฮูด (อ.ล.)และไดข้ ออภยั โทษต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.)
ต่อมาอัลลอฮฺทรงส่ังใช้ให้นบีฮูด (อ.ล.) และบรรดาผู้ศรัทธาอพยพออกจากเมืองอิรอม และให้หนีห่าง
จากชาวเผ่าอา๊ ดโดยอลั ลอฮฺจะทรงลงโทษผู้ปฏเิ สธ
เมื่อนบีฮูด (อ.ล.)และบรรดาผู้ศรัทธาได้อพยพออกจากเมืองอิรอมและชาวเผ่าอ๊าดแล้ว อัลลอฮฺได้ส่ง
ลมพายทุ ่รี ุนแรงทส่ี ุดมาในพื้นแผน่ ดนิ เมืองอิรอม ลมพายทุ ่ีรนุ แรงได้พดั พาบา้ นเรอื น พร้อมทั้งเรือนร่างของพวก
เขาปลวิ วอ่ นไปในทอ้ งฟูา และตกลงฟาดกับพ้นื ดินจนเสียชีวิตทั้งหมด
วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อัตตารีค1) สค13102 ระดบั ประถมศกึ ษา 7
ใบงานท่ี 2
เรื่อง ประวตั ิของนบีนฮุ ์ อะลัยฮิสลาม และนบีฮดู อะลยั ฮสิ ลาม
คาช้แี จง ให้ผ้เู รยี นตอบเขยี นตอบประโยคสัน้ ๆ ในช่องวา่ งทก่ี าหนดให้
1. นบีนูฮใฺ ช้ระยะเวลาในการดะอฺวะฮทฺ ัง้ หมด............................................................................................ปี
2. นบนี ฮู ไฺ ดส้ รา้ งเรือเพอ่ื ทจ่ี ะนาใครขนึ้ บนเรือบา้ ง.......................................................................................
3. ลกู ชายของนบีนฮู ฺ ไดก้ ลา่ วกับนบนี ูฮวฺ ่าจะอาศยั .....................................................................................
ท่ีจะคมุ้ ครองจากน้าทว่ มครง้ั น้นั
4. เม่ือนา้ พุ่งออกจาก.......................................................................................... ........................................
แสดงว่าเปน็ สัญลักษณท์ ี่อลั ลอฮฺไดใ้ หส้ ญั ญาไวก้ ับนบีนูฮฺ
5. มีผู้ใหญ่ได้จูงมือลูกได้กล่าวว่า "คนนี้เป็นคนบ้า อย่าฟ๎งมัน อย่าเช่ือมัน" ผู้ท่ีถูกกล่าวว่าเช่นน้ีคือ
............................................................................................................................................................... .
6. นบฮี ดู เป็นชาว.......................................................................................................ซึ่งอาศัยในเมอื งอริ อม
7. ชาวอ๊าดไม่ยอมรับคาส่ังสอนของท่านนบีฮูดอย่างมาก เพราะจะทาให้สูญเสียผลประโยชน์อย่างมาก
คนนน้ั คอื ................................................................................................................................................
8. นบฮี ูดได้ท้าทาย....................................................................................... .............................................
ให้ทาร้ายนบฮี ูด ซึง่ นบฮี ดู ไมไ่ ดม้ คี วามเกรงกลัวตอ่ สงิ่ เหลา่ น้ันไม่
9. การตกั เตือนของอลั ลอฮฺที่มตี ่อชาวอา๊ ด มเี หตุการณ์คือ..........................................................................
...............................................................................................................................................................
10. เมือ่ ชาวอ๊าดไม่เช่อื นบีฮูด ใหก้ ลับสู่แนวทางของอลั ลอฮฺ สดุ ทา้ ยชาวอ๊าดต้องพบกบั ..............................
...............................................................................................................................................................
8 วิชาศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารคี 1) สค 13102 ระดบั ประถมศึกษา
บทที่ 3
เรื่อง ประวตั ขิ องนบีลูฏ อะลยั ฮิสสลาม และนบีศอลีหฺ อะลยั ฮิสสลาม
ประวัตินบลี ฏู อะลยั ฮิสสลาม
นบีลูฏ (อ.ล.) เป็นหลานของนบีอิบรอฮีม (อ.ล.) และเป็นผู้ศรัทธาต่ออัลลอฮ (ซ.บ.) หลังจากที่
นบีอิบรอฮีม (อ.ล.) ได้รับความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ให้พ้นจากการถูกจับเผาไฟทั้งเป็นแล้ว นบีลูฏ
(อ.ล.) ได้ร่วมเดินทางไปกับนบีอิบรอฮีม (อ.ล.) ทุกหนทุกแห่ง เพื่อช่วยเหลือท่านในการสั่งสอนผู้คนให้
รู้จักอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ว่าเป็นพระเจ้าท่ีแท้จริงท่ีพวกเขาจะต้องเคราพสักการะและเชื่อฟูง และพบสิ่งท่ีเลวร้าย
ท่ีสุดก็คือผู้ชายชาวเมืองโซดอมชอบมีความสันพันธ์ทางเพศในหมู่ผู้ด้วยกัน นบีอิบรอฮีม (อ.ล.) จึงได้ส่งนบีลูฏ
(อ.ล.) ไปยังเมืองโซดอมเพ่อื ตกั เตือนชาวเมืองให้หันมาเคราพสักการะอัลลอฮฺและละทิ้งความช่ัวต่างๆหล่าวนั้น
เสียนบลี ูฏ (อ.ล.) ได้กล่าวแก่พวกชาวเมืองวา่ ฉนั เปน็ ศาสนทูตทีถ่ กู ส่งมายงั พวกทา่ น พวกท่านทาสิ่งชั่วช้าลามก
อย่างท่ีไม่เคยมีใครในโลกทั้งหมดเคยทามาก่อน พวกท่านตอบสนองความใคร่ของพวกท่านด้วยผู้ชายแทน
ผหู้ ญงิ จงเกรงกลัวอลั ลอฮฺ (ซ.บ.) มิเช่นนั้นแล้วท่านจะได้รับความหายนะจากอัลลอฮ (ซ.บ.) แต่พวกชาวเมือง
บางคนไดต้ อบโต้ว่า เฮย้ พวกนอ้ี อกไปนอกเมืองเสียดีกว่า เพราะคนพวกน้ีอยากทาตัวเป็นคนดีเสียเหลือเกิด
นบีลูฏ (อ.ล.) กลา่ วด้วยความมทอ้ แทต้ ่ออลั ลอฮฺว่า โอ้ พระผู้อภิบาลของฉันของพระองค์ได้ทรงช่วยฉันต่อคน
ช่ัวพวกน้ีด้วยเถิด เม่ือให้เวลากลับตัวมานานพอสมควรแล้ว แต่ชาวเมืองโซดอมยังไม่ใช้เวลาดังกล่าวสานึกผิด
คิดกลับตวั ระหว่างทางชายหนมุ่ ทัง้ สามได้แวะท่ีบา้ นของนบอี บิ รอฮมี (อ.ล.) และได้แจ้งให้ท่านได้ทราบถึงการ
ลงโทษชาวเมืองโซดอมและได้บอกนบีอิบรอฮีม (อ.ล.) ให้สบายใจว่านบีลูฏ (อ.ล.) จะได้รับความปลอดภัย
เมื่อมลากะฮ์ที่อยู่ในรูปของชายหนุ่มสามคนเดินทางมาถึงเมืองโซดอมและไปยังบ้านของนบีลูฏ (อ.ล.) นบีลูฏ
(อ.ล.) รู้สึกตกใจและกังวลเป็นอย่างมาก พวกท่านดูเหมือนเป็นคนแปลกหน้า นบีลูฏ (อ.ล.) เอ่ยถามเพราะ
ท่านยงั ไม่รวู้ า่ ชายหนมุ่ รปู งามทั้งสามคนนนั้ ใครส่งมาและเพราะท่านรู้ดีถึงความช่ัวร้ายของชาวเมืองโซดอมเป็น
อยา่ งดี เราขอบอกความจรงิ แกท่ ่านวา่ เรามาหาท่านพรอ้ มกับคาตัดสนิ ของอัลลอฮ (ซ.บ.)ทจ่ี ะทาลายชาวเมือง
เหล่าเพราะยังไม่ทันที่นบีลูฏ (อ.ล.) จะได้คุยกับผู้มาเยือน ชาวเมืองส่วนหน่ึงก็วิ่งกรูกันมาที่บ้านของท่านทันที
ขอพวกท่านไปความสาราญจากผู้หญิงดีกว่าอย่าได้ทาให้ฉันต้องอับอายขายหน้าโดยการทาชั่วต่อบรรดาแขก
ของฉนั เลยเม่ือเห็นเหตุการณ์เช่นนน้ั มลาอกิ ะฮ์ท่ีอยู่ในรูปชายหนุ่มสามคนจึงได้บอกนบีลูฏ (อ.ล.) ว่า ลูฏเอ๋ย
เราเป็นผทู้ อี่ ัลลอฮส่งมาไมต่ ้องกลวั พวกเขาไม่สามารถทารา้ ยอะไรทา่ นได้ นบลี ฏู (อ.ล.) จึงได้ส่ังผู้คนของท่าน
ใหเ้ ก็บขา้ วของทา่ นทีจ่ าเป็นเพื่อเตรียมตัวเดินทางออกจากเมือง เม่ือทุกคนพร้อมแล้วชาวเมืองโซดอมทุกคนท่ี
ไม่ยอมเชอ่ื ฟูงนบีลูฏรวมทั้งภรรยาของท่านได้ถกู ทาลายจมอย่ใู ต้ดนิ ทัง้ หมด นกั ประวัติศาสตร์และนักโบราณคดี
บอกวา่ เมืองโซดอมป๎จจุบนั ถกู ฝ๎งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลเดดซี (Dead sea)
วิชาศาสนประวตั 1ิ (อัตตารคี 1) สค13102 ระดับประถมศกึ ษา 9
นบศี อลีหฺ อะลัยฮสิ สลาม
นบีศอลีหฺ (อ.ล.) เป็นบุตรชายของอุบัยด์ บินญาบิร บินษะมูด ดังนั้น ลูกหลานของษะมูดจึงถูก
เรียกวา่ ชาวษะมูดประมาณ2200ปกี อ่ นครสิ ตกาล ชาวษะมูดอาศัยอยู่ในตอนเหนือของทะเลทรายอารเบียและ
มอี านาจอย่างกว้างขวางชาวษะมุดมีร่างกายสูงใหญ่แข็งแรง วันหนึ่งนบีศอลีหฺ (อ.ล.) ได้กล่าวแก่ชาวษะมูดว่า
โอ้พวกพ้องของฉัน ฉันเป็นผู้นาคาบัญชาของอัลลอฮ (ซ.บ.) ที่เช่ือถือใด้หน่ึง ดังนั้น ฉันขอให้พวกท่านเกรง
กลัวอัลลอฮ (ซ.บ.) และเช่ือฟูงฉันด้วยเถิด ฉันให้พวกท่านเคารพสักการะอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เพราะนอกจาก
พระองคแ์ ล้วไม่มีพระเจ้าอ่ืนใดของพวกท่านอีกแล้ว อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ก็ได้ทรงให้พวกท่านมีหลักแห่ลงที่อยู่อาศัย
บนแผ่นดินโดยการท่ีพวกท่านขุดเจาะภูเขาเข้าไปทาเป็นบ้าน พวกเจ้ารู้หรือว่าศอลีหฺเป็นรอซูลของอัลลอฮ
(ซ.บ.) คนเห่ลานั้นจึงตอบว่า ใช้แน่นอนพวกเราเชื่อในสิงท่ีเขานามาพวกหัวหน้าชาวเมืองจึงกล่าวอย่างโอหัง
ว่า เราไม่เช่ือในสิ่งที่พวกเจ้าเชื่อ นบีศอลีหฺ (อ.ล.) จึงได้กล่าวว่า ขอให้พวกท่านพิจารณาด้วยตัวเองก็แล้วกัน
ว่า ถ้าหากฉันไม่เชื่อฟูงอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เพ่ือเอาใจพวกท่าน พวกท่านมีแต่จะทาให้ฉันวิบัติเร็วข้ึนเท่านั้น ฉันได้
ร้องขออะไรจากพวกท่านในการตักเตือนดงั กล่าว เพราะรางวลั ตอบแทนของอย่ทู อ่ี ัลลอฮ (ซ.บ.) พวกท่านจะอยู่
กันได้ย่ังยืนนานท่ามกลางสวน บ่อน้า ไร่ข้าวโพดและสวนอินทผลัมท่ีอยู่รอบๆท่าน จงเกรงกลัวอัลลอฮฺ
(ซ.บ.) เถิดและจงอย่าปฏิบัติตามคนท้ังหลายท่ีสร้างความเสียหายข้ึนในแผ่นดิน พวกคนที่ปฏิเสธท่านจึงได้
กล่าวว่า ศอลีหฺท่านคงจะถูกเวทมนตร์จนเป็นบ้าไปแล้วท่านมิได้เป็นอะไรนอกไปจากมนุษย์ธรรมดาเหมือน
เรา สักครูห่ นึ่งอลั ลอฮฺ (ซ.บ.) ก็ได้ส่งสัญญาณเพื่อที่จะแสดงให้พวกษะมูดได้รู้ว่านบีศอลีหฺ (อ.ล.) พูดความจริง
เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นอูฐตัวใหญ่ขนาดน้ีมาก่อน นบีศอลีหฺจึงบอกผู้คนเหล่านั้นว่า น่ีคืออูฐตัวเมียท่ีเป็น
สัญญาณจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) สาหรับคนในทะเลทรายแล้ว หญ้าและน้าเป็นสาคัญสาหรับชีวิต พวกษะมูดก็ทน
ต่อการทดสอบจากอัลลอฮไม่ได้ ดังนั้น วันหนึ่งพวกหัวหน้าชาวษะมูดเก้าคนก็ประชุมปรึกษาหารือกัน
หลงั จากนน้ั ก็บอกหัวหนา้ ตระกลู ของเขาว่าเราไม่ได้อยู่น่ัน ตอบที่เขาถูกฆ่าแล้วกัน คนหน่ึงเสนอแผนการขึ้นมา
เราจะต้องจบเร่ืองนี้ ด้วยการฆ่าอูฐตัวนั้น ซ่ึงในที่สุดกุดัร บิน ซาลิฟ และพวกได้ฆ่าอูฐและลูกอูฐสาเร็จ
นบีศอลหี ฺ (อ.ล.) ไดพ้ ูดกับชาวษะมูดว่า พวกท่านมีเวลาสามวันที่จะหาความสุขในบ้านของพวกท่าน พวกท่าน
มีเวลาเหลืออีกเพียงแค่นี้ ฉันไม่ได้โกหก พอกล่าวจบนบีศอลีหฺก็หันไปจากคนเหล่าและราพึงว่า โอ้หมู่ชน
ของฉันเอ๋ย ฉันนาคาบัญชาของอัลลอฮมาบอกพวกท่านและฉันก็ทาดีต่อพวกท่านแล้วแต่พวกท่านไม่ชอบคน
ทาดี กลา่ วจบนบีซออิฮกอ็ อกจากเมืองพร้อมกับคนที่เชื่อฟูงท่านทันที่ หลังจากนั้นอีกสามวัน อัลลอฮก็ทรง
ลงโทษคนเหล่าน้ันด้วยการทาให้แผ่นดินส่ันสะเทือนอย่างรุงแรงและส่งเสียงกึกก้องกัมปนาท ผลจาก
แผ่นดินไหวครั้งนั้นทาให้ชาวษะมูดนอนคว่าหน้าตายอยู่ในบ้านส่วนพวกท่ีอยู่ข้างนอกก็ตายเกล่ือนเหมือน
เศษไมใ้ บหญา้
10 วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อัตตารีค1) สค 13102 ระดับประถมศกึ ษา
ใบงานที่ 3
เรอ่ื ง ประวัตขิ องนบีลูฏ อะลยั ฮสิ สลาม และนบีศอลหี ฺ อะลัยฮสิ สลาม
คาชี้แจง ให้ผู้เรยี นทาเขยี นคาตอบในข้อต่อไปนี้
1. เขยี นประวัตขิ องนบีลฏู (อ.ล.) พอสงั เขป
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................... ..........................
........................................................................................................ .........................................................
2. เขียนประวัติของนบีศอลีหฺ (อ.ล.) พอสงั เขป
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
........................................................................................ .........................................................................
............................................................................................................................. ....................................
................................................................................................................................................. ................
.................................................................................................................. ...............................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
วิชาศาสนประวตั ิ1 (อตั ตารคี 1) สค13102 ระดับประถมศึกษา 11
บทท่ี 4
เรื่อง ประวตั ขิ องนบอี ิบรอฮีม อะลยั ฮิสลาม และนบอี สิ มาอีล อะลยั ฮสิ ลาม
นบอี ิบรอฮีม อะลยั ฮิสลาม
นบอี ิบรอฮีม อะลยั ฮิสลาม สืบเชอื้ สายมาจากนบีนูฮฺ อะลัยฮิสลาม และเป็นต้นตระกูลของอาหรับและ
อิสรออีล ท่านถือกาเนิดในประเทศอิรัก ท่ามกลางเจ้าเมืองซึ่งถืออานาจเด็ดขาด ยึดถือเอารูปป้๎นเป็นสิ่ง
สักการะ บิดาของทา่ นชื่อ อาซาร มอี าชพี ช่างแกะสลกั รูปป้๎นตา่ งๆ
เมื่อท่านอายุ 40 ปี อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา แต่งต้ังให้นบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม เป็นศาสนทูต
ในสมัยท่ีนัมรูดเป็นผู้ท่ีมีอานาจเด็ดขาด ท่านชักชวนบิดาให้มาสักการะต่ออัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา
พระผู้เป็นเจ้าเพียงองค์เดียวเป็นคนแรก แต่บิดาของท่านปฏิเสธ และห้ามท่านมิให้ดูหมิ่นเหยียดหยามรูปป๎้น
ทั้งหลาย
หลังจากที่ท่านตาหนิการสักการะรูปป๎้นแล้ว ประชาชนได้มาขอพบท่าน เพื่อซักถามข้อเท็จจริงในการ
ศรัทธา ท่านนบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม จึงถามพวกนั้นว่า พวกท่านสักการะอะไรในศาสนาของท่าน พวกนั้น
ตอบว่า เราสักการะรูปป้๎น ตามที่ปุูยาตายายนับถือกันมาแต่กาลก่อน นบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม จึงตอบว่า
รปู ป๎้นทีพ่ วกท่านสักการะน้ันหาทาประโยชน์แก่พวกท่านแต่อย่างใดไม่ อัลลอฮ์องค์เดียวเท่านั้นท่ีสร้างพวกเรา
ให้อาหารแก่พวกทา่ น ให้การช่วยเหลือพวกท่าน และสามารถทาให้พวกเจ้าเป็นและตายได้ และท่านให้สัญญา
กับพวกเขาว่า จะทาลายรูปปน๎้ เหลา่ นั้นให้หมดสิ้น
เมื่อเจ้าเมืองนัมรูดทราบข่าวว่า นบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม ประกาศศาสนามากยิ่งขึ้น จึงเชิญมาพบ
และถามว่า ใครเป็นพระเจ้าของท่าน ท่านตอบว่า พระเจ้าของข้า สามารถทาให้เป็นและตายได้ นัมรูดตอบว่า
ข้ากส็ ามารถทาให้เปน็ และตายได้เหมือนกัน โดยเขาเอาชายมาสองคน แล้วฆ่าหน่ึงคน ไม่ฆ่าหนึ่งคน เพ่ือทาให้
เห็นว่าเขาทาให้คนเป็นและตายได้ ท่านนบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม กล่าวต่อไปว่า แท้จริงอัลลอฮฺ พระผู้เป็น
เจา้ ของขา้ ทาใหด้ วงอาทิตย์ข้ึนทางทิศตะวันออก และให้มาตกทางทิศตะวันตก ท่านจงเปลี่ยนให้ไปขึ้นทางทิศ
ตะวันตก และมาตกทางทศิ ตะวันออกได้ไหม เพราะไม่มพี ลังความสามารถท่จี ะทาใหส้ ิ่งท่ีพระผูเ้ ปน็ เจ้าทาได้
ต่อมาท่านฉวยโอกาสตอนที่พวกนั้น จัดงานรื่นเริงวันตรุษอย่างมโหฬาร เข้าไปทาลายรูปป๎้นท่ีพวก
นัมรูดสักการะ ตามที่ได้ให้คามั่นสัญญาไว้ ด้วยการใช้ขวานทาลายรูปป้๎นจนหมดส้ิน เหลือเพียงรูปป๎้นใหญ่
ซ่งึ ทา่ นเอาขวานแขวนคอของมัน เพอื่ ใหด้ ูเหมอื นวา่ รปู ป้๎นใหญ่เป็นผทู้ าลายรูปป๎น้ เลก็ ๆ เหลา่ นั้น
เมื่อพวกนมั รดู ไดม้ ายังสถานที่สักการะ พวกเขาเห็นรปู ป้๎นท้งั หลายถูกทาลายอยา่ งไม่มีช้ินดี พวกนั้นก็
มั่นใจว่าไม่มีใครที่จะมาทาลายนอกจากนบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม มาสอบถาม ท่านได้ตอบว่า รูปป้๎นรูปใหญ่
นัน้ เป็นผ้ทู าลาย จงถามมันดูสวิ ่า ใครเป็นผ้ทู าลาย หากมันพูดได้ ทาให้พวกน้นั ยิง่ มั่นใจวา่ ท่านคือผู้ท่ีทาลายรูป
ป๎้นของพวกเขา จึงมีมติให้เผานบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม ทั้งเป็น เพื่อให้สาสมกับที่เป็นผู้ทาลายรูปป๎้น และ
ประกาศให้ประชาชนท้ังเมือง ช่วยกันขนฟืนมาเพ่ือก่อกองไฟ เมื่อพวกเขาได้ก่อกองไฟจนเกิดความร้อนสูง
ไม่สามารถนานบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสลาม เข้าไปในกองไฟได้ จึงสั่งให้ใช้กระดานยกโยนท่านเข้าไปในกองไฟ
อัลลอฮฺ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา มีบัญชาแก่ไฟว่า เจ้าจงเย็นและให้ความปลอดภัยแก่นบีอิบรอฮีม และท่านจึง
ได้รับความปลอดภัย แม้กองไฟจะลุกมหึมาเพียงใดก็ตาม ไม่ทาให้เกิดความร้อนแต่อย่างใด น่ีคือพลังอานาจ
ของพระผเู้ ป็นเจา้ เปน็ มัวะอ์ญซิ าตทีพ่ ระองคท์ รงประทานใหแ้ กน่ บีอบิ รอฮีม อะลยั ฮิสลาม
นบอี ิสมาอีล อะลัยฮิสสลาม
นบีอิสมาอลี อะลยั ฮสิ สลามเปน็ บตุ รชายคนโตของนบอี ิบรอฮีม (อ.ล.) ที่เกิดจากนางฮะญัรฺ ภรรยาคนที่
สองของท่าน เม่ือนบีอิบรอฮีมไม่มีบุตรจากนางซาเราะฮฺ ภรรยาคนแรกแล้ว ท่านจึงแต่งงานอีกคร้ังกับ
นางฮะญรั ฺ ซงึ่ เป็นหญิงสาวที่ซ่อื สตั ย์ผู้หนึ่ง ด้วยความยินยอมจากภรรยาคนแรกของท่าน นบีอิบรอฮีม (อ.ล.) ได้
12 วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารคี 1) สค 13102 ระดบั ประถมศกึ ษา
วิงวอนขอต่ออัลลอฮฺให้ประทานบุตรชายให้แก่ท่าน นบีอิสมาอีล(อ.) จึงถือกาเนิดมาตามคาวิงวอนขอนั้น
ดังท่อี ลั -กรุ อานได้กลา่ วไว้ "
'ขา้ แต่พระเจา้ ของข้า พระองค์ ขอพระองค์ทรงประทานบุตรทม่ี าจากหมู่คนดีให้แก่ขา้ พระองคด์ ว้ ย' ดงั นั้น เรา
จงึ แจ้งข่าวดีแกเ่ ขา (วา่ จะได้) ลูกคนหนึง่ ทม่ี ีความอดทนขนั ติ (คอื อิสมาอลี )"
(อลั -กุรอาน 37/100-101)
นบีอิบรอฮีม (อ.ล.) ได้รับการทดสอบจากอัลลอฮฺในลูกคนแรกของท่านคือนบีอิสมาอีล(อ.ล.) เพ่ือ
ทดสอบความรักต่ออลั ลอฮฺ อัลลอฮฺทรงสั่งใหน้ บีอิบรอฮมี (อ.ล.) เชือดทา่ นนบีอิสมาอลี แต่เมื่อท่านนบีอิบรอฮีม
ปฏิบตั ิตามคาบญั ชาของอลั ลอฮฺ กาลงั จะเชือดลูก อัลลอฮฺก็ยกเลิกคาบัญชาของพระองค์ และนาแกะสองตัวมา
จากชั้นฟูาให้ท่านนบีอิบรอฮีมเชือดแทน จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการถวายกุรบาน ที่เราเชือดกุรบานเพ่ือ
ขอบคุณถวายให้อัลลอฮฺ ด้ังเดิมมาจากศาสนาของท่านนบีอิบรอฮีมด้วย เพราะรากฐานและเนื้อหาของศาสนา
อสิ ลามหลายประการมาจากศาสนาของท่านนบีอิบรอฮมี ดงั ทอ่ี ัลลอฮรฺ ะบไุ ว้ในซูเราะฮฺอันนะหลฺ ความว่า
"แลว้ เราได้วะฮียแฺ ก่เจา้ ว่า จงปฏิบตั ิตามศาสนาของอิบรอฮีมผเู้ ทยี่ งธรรม และเขามิไดอ้ ยู่ในหมผู่ ตู้ ้งั ภาคี"
[อนั นะหฺลฺ 16:123]
และ ด้วยความเชื่อฟ๎งต่อคาบัญชาของอัลลอฮฺ ท่านถูกนบีอิบรอฮีม (อ.ล.) ผู้เป็นบิดาทิ้งให้อยู่กับ
มารดาของท่าน ณ สถานที่ตงั้ ของอัล-กะอฺบะฮ์ มันเปน็ สถานที่อนั แหง้ แลง้ และไม่มนี า้ ไม่มีร่องรอยของส่ิงมีชีวิต
เลย นางฮะญัรได้ถามท่านว่าพระผู้เป็นเจ้าได้ทรงบัญชาให้ท่านทาเช่นนี้หรือ เม่ือท่านตอบรับ นางจึงกล่าวว่า
"ถ้าเช่นน้ันก็จะไม่เกิดอันตรายอันใดแก่เราทั้งคู่" นบีอิบรอฮีม(อ.ล.) ปล่อยพวกท่านให้อยู่ไปตามยถากรรมด้วย
หัวใจอนั หนกั อง้ึ และวิงวอนขอพรวา่
"โอ้พระเจา้ ของเรา แท้จรงิ ข้าพระองค์ได้ใหล้ กู หลานของขา้ พระองค์พานักอยู่ ณ ท่รี าบลมุ่ นโี้ ดยไม่มีพืชผลใดๆ
ซ่ึงอย่ใู กลบ้ ้านอันเป็นเขตหวงหา้ มของพระองค์ โอ้พระเจ้าของเรา เพื่อให้พวกเขาดารงการละหมาด ..."
(อลั -กรุ อาน 14/37)
หลังจากนั้น มารดาของนบีอิสมาอีล(อ.ล.) ก็ได้ให้นมแก่ท่านจนเหือดแห้ง และเม่ือท่านร้องไห้ด้วย
ความกระหายหวิ อีก นางฮาญัรจึงได้วิ่งหาน้าต้ังแต่เนินเขาซอฟาจนถึงมัรวาถึงเจ็ดรอบ เม่ือกาลังจะว่ิงไปหาน้า
ในรอบท่ีแปด นางกไ็ ด้สงั เกตเห็นตาน้าซมึ ออกมาจากพนื้ ทรายใตฝ้ าุ เท้าของบุตรชายอย่างน่าอัศจรรย์ ตาน้าน้ัน
เป็นบ่อต้นกาเนิดของน้าซัมซัมท่ีคอยต้อนรับผู้แสวงบุญยังมักกะฮ์อย่างไม่เคยเหือดแห้ง และอัล-กะอฺบะฮ์ เป็น
หัวใจสาคัญของอิสลามที่ชาวมุสลิมหันไปหาขณะทาการนมาซ มันถูกสร้างข้ึนโดยนบีอาดัม (อ.ล.) บิดาแห่ง
มนุษยชาติ เม่ือมันพังเสียหายจากเหตุการณ์น้าท่วมในสมัยนบีนูฮฺแล้ว มันได้ถูกสร้างขึ้นใหม่บนฐานเดิมโดย
นบีอิบรอฮีม(อ.ล.) ด้วยความช่วยเหลือจากนบีอิสมาอีล(อ.ล.) บุตรชายของท่าน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาว
อาหรบั นบอี บิ รอฮมี (อ.ล.) ไดส้ งั่ ใหบ้ ตุ รชายนาหินท่ีดีก้อนหน่ึงมาวางไว้ที่มุมของฐานนั้น นบีอิสมาอีล (อ.ล) จึง
ได้นาหินก้อนหน่ึงที่เทวทูตญิบรออีลได้ให้ข้อมูลแก่ท่านมา มันเป็นหินสีดาอันศักดิ์สิทธ์ิเรียกว่า
หินดาฮาญรั อัล-อสั วัด เมอื่ นบที ้งั สองได้วางรากฐานของบ้านของอัลลอฮฺ พวกทา่ นได้ขอพรวา่
"... ขา้ แต่พระผูเ้ ปน็ เจา้ ของพวกข้าพระองคโ์ ปรดรับจากพวกข้าพระองค์ดว้ ยเถิด แทจ้ รงิ พระองค์น้นั
ทรงได้ยินและทรงรอบรู้ พระผูเ้ ปน็ เจ้าของขา้ พระองค์ โปรดใหข้ ้าพระองค์ทงั้ สองเป็นผนู้ อบน้อมต่อพระองค์
และโปรดใหม้ ขี ึ้นจากลกู หลานของพวกพระองค์ ซ่ึงประชาชาตทิ ี่นอบน้อมต่อพระองค์ และโปรดแสดงแก่ข้า
พระองค์ ซ่ึงพธิ กี ารทาฮจั ญ์ของพวกข้าพระองค์ และโปรดอภยั โทษแก่พวกข้าพระองค์ดว้ ย แทจ้ รงิ พระองค์ทรง
เปน็ ผู้อภัยโทษ ทรงเอ็นดเู มตตา"(อลั -กุรอาน 2/127-128)
วิชาศาสนประวตั ิ1 (อัตตารีค1) สค13102 ระดับประถมศกึ ษา 13
"ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้าของพวกข้าพระองค์ โปรดส่งศาสนทูตผู้หน่ึงจากพวกเขาเองไปในหมู่พวกเขา ซ่ึง
เขาจะได้อ่านบรรดาโองการของพระองค์ให้พวกเขาฟ๎ง และจะได้สอนคัมภีร์ และความมุ่งหมายแห่งบัญญัติให้
พวกเขาทราบ และซกั ฟอกพวกเขาใหส้ ะอาด แท้จรงิ พระองคท์ รงไว้ซง่ึ เดชานุภาพและปรีชาญาณ
(อลั -กรุ อาน 2/129)
14 วิชาศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารีค1) สค 13102 ระดบั ประถมศกึ ษา
บทท่ี 5
เรอ่ื ง ประวัตขิ องนบีอิสฮาก อะลัยฮสิ ลาม และนบยี ะกู๊บ อะลัยฮสิ ลาม
นบอี สิ ฮาก อะลยั ฮสิ ลาม
คัมภีร์กุรอานไม่ได้ให้รายละเอียดเก่ียวกับชีวิตของอิสฮาก (อ.ล.) ไว้ แต่นักอรรถาธิบายคัมภีร์กุรอาน
ผู้น่าเช่ือถือได้กล่าวว่า เมื่อนบีอิบรอฮีม (อ.ล.) รู้สึกว่าชีวิตของตนกาลังใกล้วันสิ้นสุดเข้ามาทุกที เขาอยากที่จะ
เหน็ อิสฮาก (อ.ล.) ไดแ้ ตง่ งาน เขาไมต่ ้องการใหอ้ ิสฮาก (อ.ล.) แต่งงานกับหญิงชาวคะนาอันท่ีเคารพบูชารูปป๎้น
ดังนั้น เขาจึงได้ส่งคนรับใช้ที่ซื่อสัตย์คนหน่ึงไปยังฮารานในอิรักเพ่ือเลือกเจ้าสาวให้อิสฮาก (อ.ล.) ปรากฏว่า
คนรับใชไ้ ดไ้ ปเลือกผู้หญิงคนหนง่ึ ท่ีช่ือรีเบคาห์ บินติ เบซูเอล อิบนุนาฮอร์ ท่ีเป็นพ่ีน้องคนหนึ่งของนบีอิบรอฮีม
(อ.ล.) อสิ ฮาก (อ.ล.) ได้แต่งงานกับผูห้ ญิงคนนแ้ี ละนางไดใ้ ห้กาเนิดแฝดคู่หน่งึ คือ อัลอีซ (อีเซา) และยะกู๊บ (ยา
โกบ) แต่เมื่อพี่น้องสองโตขึ้น สองพ่ีน้องฝาแฝดก็เกิดความบาดหมางกัน อีเซาไม่ชอบท่ียะกู๊บเป็นท่ีรักของพ่อ
มากกว่าและได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ด้วยการถูกแต่งตั้งให้เป็นนบี ความรู้สึกไม่ดีน้ีรุนแรงข้ึน
จนกระทัง่ อีเซาขู่ทจ่ี ะฆ่าน้องชายของเขา ดงั นัน้ ดว้ ยความกลวั ยะก๊บู จงึ หนีออกไปจากถิ่นทอ่ี ยขู่ องตน
นบียะกบู๊ อะลัยฮสิ ลาม
นบียะกู๊บ (อ.ล.)เป็นลูกของนบีอิสฮากและเป็นนบีคนหนึ่ง ท่านมีฉายานามว่า อิสรออีล ซึ่งมี
ความหมายว่า บ่าวของอัลลอฮฺ เน้ือเร่ืองของท่านนบีนบียะกู๊บ (อ.ล.) หรือยาโคบ ที่อัลกุรอานกล่าวถึงน้ันก็
ยงั คงเนน้ ตามหลักจดุ มุ่งหมายเดิม ท่ีสะท้อนถงึ การ เทิดพระเกยี รต์ิของอัลลอฮฺพระเจา้ องค์เดียว ท่ีประทานทาง
นาจากพระองค์มาสู่มนุษย์อย่างเด่นชัด นบียะกู๊บ (อ.ล.)ได้ออกจากครอบครัวของเขาไป เม่ือตกกลางคืน เขาก็
ได้พบสถานที่พักผ่อนแห่งหนึ่ง เขาได้เอาหินมาหนุนหัวและนอนหลับไป เขาได้ฝ๎นเห็นมีบันไดจากสวรรค์ลง
มายังโลกโดยมมี ลาอิกะห์กาลงั ข้ึนลงอยู่ และพระเจ้าไดต้ รัสกับเขาวา่ "ฉนั จะให้พรเจ้าและลูกหลานของเจ้าและ
ทาให้แผ่นดินนเี้ ปน็ ของเจา้ และของผทู้ ่ีจะมาหลงั จากเจา้ "
เมอื่ เขาตื่นขึ้น เขามีความสุขจากส่ิงที่เขาเห็นในความฝ๎นและสาบานว่าถ้าเขากลับมาถึงครอบครัวของ
เขาอย่างปลอดภัย เขาจะสร้างวิหารแห่งหน่ึงท่ีน่ีเพ่ืออัลลอฮฺผู้ทรงย่ิงใหญ่ นอกจากนี้แล้วเขายังได้สาบานที่จะ
ให้ทรัพย์สินหนึ่งในสิบของเขาเพื่ออัลลอฮฺ เขาเทน้ามันลงบนก้อนหินเพื่อเป็นสัญลักษณ์และเรียกสถานที่แห่ง
นั้นวา่ "เบเธล" (บ้านของอยั ลส์ ) ซ่งึ หมายถึง "บา้ นของอลั ลอฮฺ" ตอ่ มาสถานที่แห่งนี้เปน็ ทต่ี ัง้ ของเมืองเยรูซาเล็ม
นบีนบียะกู๊บ (อ.ล.)มีลูกชาย 12 คนและจากลูกชาย 12 คนคนน้ีได้ก่อให้เกิดลูกหลานอีกมากมาย
ลูกหลานของนบีนบียะกู๊บ (อ.ล.)จึงถูกเรียกว่า บะนีอิสรออีล (แปลว่า ลูกหลานของอิสรออีล) ยูสุฟเป็นลูกชาย
คนหนงึ่ ของนบีนบยี ะกู๊บ (อ.ล.)และมนี อ้ งชายร่วมแมเ่ ดียวกนั คนหนง่ึ ช่อื บนิ ยามนี
ขณะน้ันดินแดนนี้ (เยรูซาเล็ม) มีชาวฟิลิตินมาอาศัยอยู่ก่อนหน้าน้ีแล้วแต่ไม่ได้รับอิสลามตาม
นบอี บิ รอฮีม
วิชาศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารีค1) สค13102 ระดับประถมศึกษา 15
ใบงานที่ 5
เร่อื ง ประวตั ิของนบีอสิ ฮาก อะลยั ฮิสลาม และนบยี ะกบู๊ อะลัยฮิสลาม
คาช้ีแจง ใหผ้ เู้ รียนทาเขียนคาตอบในข้อต่อไปนี้
1. เขียนประวตั ขิ องนบีอสิ ฮาก (อ.ล.) พอสังเขป
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................... ..........................
........................................................................................................ .........................................................
............................................................................................................................. ....................................
2. เขยี นประวัตขิ องนบียะกบู๊ (อ.ล.) พอสังเขป
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
16 วิชาศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารีค1) สค 13102 ระดบั ประถมศกึ ษา
บทท่ี 6
เรือ่ ง ประวตั ิของนบยี ูสฟุ
นบยี ูสุฟ อะลยั ฮสิ สลาม
นบียูสุฟ (อ.ล.) เป็นลูกชายคนหน่ึงของนบียะกู๊บ (อ.ล.) และมีน้องชายร่วมแม่เดียวกันคนหน่ึงชื่อ
บินยามนี ในตอนเป็นเดก็ ยุซฟุ เป็นเด็กดีและน่ารัก ด้วยเหตุน้ีเอง พี่ๆของยูสุฟจึงรู้สึกอิจฉาที่พ่อของพวกตนรัก
ยูสฟุ มาก วันน้ี ยสู ฟุ ได้มาหาพ่อแม่ของเขาและกล่าววา่ พ่อครับ เมื่อคืนนี้ผมฝ๎นเห็นดาวสิบเอ็ดดวง เม่ือฟ๎งสิ่งท่ี
ยูสฟุ เล่า นบยี ะก๊บู (อ.ล.) ก็รู้ว่า ดวงอาทิตย์ในความฝ๎นของยูสุฟก็คือตัวท่านนั่นเอง ส่วนดวงจันทร์ก็คือภรรยา
ของท่าน และดวงดาวอีกสิบเอ็ดดวงน้ันคือพ่ีน้องของยูสุฟนบียะกู๊บ (อ.ล.) รู้ว่าวันหนึ่งข้างหน้า อัลลอฮฺ (ซ.บ.)
จะเหลือยูสฟุ ให้เป็นนบแี ละจะประทานสตปิ ญ๎ ญาแก่ยูสุฟเพื่อทาหน้าท่ีท่ีเผยแผ่อิสลามเหมือนกับท่านนบียะกู๊บ
(อ.ล.) (พ่อ) และปุขู องท่านคอื นบอี สิ ฮาก (อ.ล.) และ(ทวด)นบีอิบรอฮมี (อ.ล.)
พวกพี่ ๆ ของยูสุฟก็พายูสุฟมายังบ่อน้าแห่งหน่ึง และทุกคนก็ได้ร่วมกันจับยูสุฟโยนลงไปในบ่อน้า
ขณะทย่ี ูสุฟอยูใ่ นบ่อนา้ อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้บอกแก่ยูสุฟว่า วันหน่ึงข้างหน้า เจ้าจะได้มีโอกาสเตือนพวกเขาให้ถึง
การกระทาดังกลา่ ว
ต่อมาได้มีกองคาราวานขบวนพ่อค้ากลุ่มหนึ่งผ่านมาและแวะพักใกล้บ่อน้าเพ่ือตักน้าข้ึนมาด่ืมและ
นาไปเป็นเสบียง บังเอิญผู้คนในกองคารวานพบเห็นยูสุฟในบ่อน้าน้ัน จึงช่วยกันนาตัวยูสุฟขึ้นมาจากบ่อและ
นาตวั เขาไปขายให้กษัตริยใ์ นอยี ปิ ตใ์ นราคาไมม่ ากนกั เพราะยูสุฟยังเป็นเด็กอยู่ และยูสุฟเป็นเด็กน่ารัก กษัตริย์
ผู้ซ้อื ตวั ยูสฟุ ไปจงึ บอกแกภ่ รรยาของเขาวา่ เธอจงเล้ียงเขาให้ดี ดว้ ยความช่วยเหลือของอัลลอฮฺ ยูสุฟจึงรอดชีวิต
มาไดแ้ ละยังมีชวี ิตความเป็นอยู่ทีด่ ี หลังจากทเ่ี วลาผ่านไปไดห้ ลายปี ยูสุฟกเ็ ตบิ โตเป็นชายหนมุ่ ทม่ี ีรูปร่างหน้าตา
งดงามจนเปน็ ท่ีหลงใหลของนางสุไลคอ ภรรยาของกษัตริย์ท่ีซื้อเขามาเล้ียง นางจึงหาทางยั่วยวนชวนให้ยูสุฟมี
ความสมั พนั ธ์กบั นาง ยสู ุฟจงึ ไดก้ ล่าวว่า ขออัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงคุ้มครองฉันจากสิ่งน้ีด้วยเถิด โอ้พระอภิบาลของ
ฉันพระองค์ได้ทรงให้ที่พานักท่ีดีแก่ฉันแล้ว เม่ือท่านนบียูสุฟ (อ.ล.) ปฏิเสธนาง นางสุไลคอภรรยาของกษัตริย์
ก็วางอบุ ายให้ยสู ฟุ เขา้ คกุ ถงึ แม้ยสู ฟุ ไมไ่ ดท้ าอะไรเลย
ขณะท่ีอยู่ในคุก นบียูสุฟ (อ.ล.) อายุได้ประมาณ 20 ปีแล้ว และที่น่ันเองนบียูสุฟ (อ.ล.) ก็ได้รู้จัก
ผู้ถูกจาขังคุกอีกสองคน วันหน่ึง ขณะที่นบียูสุฟ (อ.ล.) พูดคุยกับคนท้ังสอง คนหนึ่งได้กล่าวกับนบียูสุฟ (อ.ล.)
ว่า ฉันฝ๎นเห็นว่าฉันกาลังค้ันเหล้าองุ่นอยู่ อีกคนหน่ึงก็กล่าวว่า ฉันก็ฝ๎นเห็นตัวเองกาลังแบกขนมป๎งอยู่บนหัว
และมนี กมาจิกกิน ชว่ ยทานายฝน๎ ใหเ้ ราหนอ่ ยเถอะยูสุฟ เพราะเราเห็นท่านเป็นคนดี นบียูสุฟ (อ.ล.) ได้ตอบว่า
เอาเถอะฉันจะทานายฝ๎นให้ท้ังสองก่อนอาหาร และกล่าวว่าเราไม่เคารพสักการะส่ิงใดเป็นพระเจ้าร่วมกับ
อัลลอฮฺ (ซ.บ.) น่ีคือความโปรดปรานของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ท่ีทรงมีต่อเราและมนุษยชาติ แต่ว่ามนุษย์ส่วนใหญ่
ไม่รู้คุณ พระองค์ได้ทรงบัญชาพวกท่านว่าจงอย่าเคารพสักการะสิ่งใดนอกจากพระองค์ นี่คือแนวทางที่ถูกต้อง
และเทยี่ งตรงทีส่ ดุ อลั ลอฮฺ (ซ.บ.) ไดท้ รงกาหนดเอาไว้แล้ว หลังจากนั้น นบียูสุฟ (อ.ล.) ได้กล่าวว่า กับคนท่ีจะ
ถูกปล่อยตัวว่า หากมีโอกาส ขอท่านได้เอ่ยถึงฉันให้เจ้านายของท่านได้รู้ด้วยบ้างก็แล้วกัน คืนหนึ่ง กษัตริย์
อียปิ ต์ได้ฝน๎ เห็นววั อ้วนเจด็ ตวั กาลังถกู วัวผอมเจด็ ตัวกนิ ขณะน้ัน หมอดูหลายคน ทานายทายทักไม่ถูกใจกษัตริย์
ปุโรหติ ท่เี คยตดิ คุกร่วมกบั ยสู ฟุ นึกขน้ึ ได้ว่า ยูสุฟทานายทายทักฝ๎นได้ใกล้เคียงมาก จึงแนะนากษัตริย์ให้นายูสุฟ
จากในคุกมาทาการทานายฝ๎น กษัตริย์ก็ส่ังให้คนไปนายูสุฟมาเฝูาและทานายฝ๎น นบียูสุฟ (อ.ล.) จึงกล่าวว่า
นับแต่นี้ไป พวกท่านจะไถหว่านแผ่นดินต่อเนี่องกันไปได้เจ็ดปี ดังนั้น จงเก็บเก่ียวข้าวและพืชพันธุ์ธัญญาหาร
มานวดเอาเมล็ดมาแคจ่ านวนท่พี อกนิ สว่ นทีเ่ หลือนั้นปลอ่ ยไวใ้ ห้มันตดิ อยกู่ บั รวงและเก็บสารองไว้ อย่าได้นามา
กิน เพราะหลังจากเจ็ดปีนี้น้ันแผ่นดินจะแห้งแล้วต่อเน่ืองเป็นเวลาเจ็ดปี หลังจากน้ันก็จะมีปีหนึ่งซ่ึงฝนตกชุก
วิชาศาสนประวตั ิ1 (อัตตารคี 1) สค13102 ระดบั ประถมศกึ ษา 17
เพราะคาวิงวอนของผู้คน และพวกเขาก็จะได้น้าผลไม้ไว้ดื่มกิน กษัตริย์ดีใจมากที่ยูสุฟทานายทายทักได้ข้อคิดที่
ดีมากๆ จงึ ไตร่สวนว่าเหตใุ ดจึงติดคุก นบียสู ุฟ (อ.ล.) กก็ ล่าวว่า เพราะนางสไุ ลคอนาท่านไปติดคุก ในวันที่นางมี
เพ่ือนมาชุมนุมกัน กษัตริย์จึงได้ส่ังให้เรียกนางสุไลคอและบรรดาแขกผู้หญิงที่นางสุไลคอเชิญมาในวัน นั้นมา
ไต่สวนต่อหน้าข้าราชบริพารอย่างเปิดเผย เม่ือพวกผู้หญิงยืนยันเช่นนั้นว่า นางสุไลคอยั่วยวนยูสุฟ แต่ยูสุฟไม่
ตอบสนองนางสุไลคอ นางจึงสั่งทหารมาจับเขา้ คุก นางสุไลคอจานนด้วยพยานหลายปาก จึงได้ออกมาสารภาพ
วา่ เอาละ ฉนั เองทีเ่ ปน็ ฝุายพยายามยั่วยวนปลา้ เขา แตเ่ ขาไม่ยอมทาผดิ หลังจากไต่สวนเสร็จแล้ว กษัตริย์จึงได้
มบี ญั ชาว่า จงนาตัวยูสุฟมาพบฉันเพื่อที่ฉันจะได้แต่งต้ังเขาให้เป็นคนสนิทของฉัน เม่ือนบียูสุฟ (อ.ล.) ถูกนาตัว
มาเข้าเฝูา ให้เป็นผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องเสบียงอาหาร และในช่วงเวลาแห้งแล้ง ไม่มีฝนตกบริเวณนั้น ชาวเมือง
ชามบางกลุ่มต้องไปอาศัยขอความอนุเคราะห์จากประเทศอียิปต์ พ่ีน้องของนบียูสุฟ (อ.ล.) ไปประเทศอียิปต์
เพื่อขอความช่วยเหลือ ซ่ึงผู้ท่ีเป็นรัฐมนตรีกระทรวงการคลังคือท่านนบียูสุฟ (อ.ล.) พวกพ่ีน้องท่านนบียูสุฟ
(อ.ล.) จึงขออภัยท่านนบียูสุฟ (อ.ล.) ว่าพวกเขาทาตัวต้อยต่ามาขอความช่วยเหลือจากประเทศเพื่อนบ้าน
แต่นบียูสุฟ (อ.ล.) ไมไ่ ด้ถือโทษโกรธเคอื งอนั ใด แล้วทา่ นหาโอกาสไปเชิญบิดา (นบียะกู๊บ (อ.ล.)) มารดา และพี่
น้องของเขาอพยพมาอยู่ที่เมืองอียิปตน์ ี่
กษัตริย์ก็ได้บอกนบียูสุฟ (อ.ล.) ว่านับแต่น้ีเป็นตันไป เจ้ารับแต่งต้ังให้เป็นคนสนิทของเรา และเราจะ
มอบความไว้วางใจให้เจ้าดูแลแผ่นดินของเราอย่างเต็มที่ ด้วยเหตุน้ีเองที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้ทรงทาให้นบียูสุฟ
(อ.ล.) มีอานาจในแผ่นดิน ท่านมีสิทธิ์ทุกอย่างเต็มท่ีท่ีจะเป็นเจ้าของสิ่งใดก็ได้ท่ีท่านต้องการในแผ่นดินอียิปต์
หลังจากน้ันครอบครัวของนบียะกู๊บ (อ.ล.) ทั้งหมดก็ออกเดินทางจากดินแดนคะนาอันสู่อียิปต์เพือไปพานักกับ
นบยี สู ฟุ (อ.ล.) ตลอดไป
ประวตั ศิ าสตรบ์ อกไว้เพียงว่า นบยี ะกุ๊บ (อ.ล.) และภรรยา (พ่อแมน่ บียสู ุฟ (อ.ล.)) อพยพไปหานบียูสุฟ
(อ.ล.) ที่อิยิปต์แล้วกลับไปคะนาอันอีกหรือไม่ ดูจากเหตุการณ์นบียูสุฟอยู่ปกครองดินแดนอิยิปต์นบียะกู๊บ
(อ.ล.) ก็น่าจะอยู่ที่อิยิปต์ต่อไป และดารงไว้ซ่ึงศาสนาอิสลามตามท่านนบีอิบรอฮีมผู้เป็นปุู คือ มีพระเจ้าองค์
เดียว
18 วิชาศาสนประวตั 1ิ (อัตตารีค1) สค 13102 ระดับประถมศึกษา
ใบงานท่ี 6
เรอ่ื ง ประวตั ิของนบียูสุฟ อะลัยฮิสลาม
คาชแ้ี จง ใหผ้ เู้ รยี นทาเขียนคาตอบในขอ้ ต่อไปน้ี
1. เขยี นประวัตขิ องนบียสู ุฟ (อ.ล.) พอสังเขป
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................... ..................................
................................................................................................ .................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................... ..........................
........................................................................................................ .........................................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อัตตารีค1) สค13102 ระดบั ประถมศกึ ษา 19
บทท่ี 7
เรื่อง ประวตั ขิ องนบีอัยยูบ อะลัยฮิสลาม และนบชี อุ ัยบ์ อะลยั ฮสิ ลาม
นบีอยั ยบู อะลัยฮิสลาม
นบอี ยั ยบู (อ.ล.) เขาเปน็ ผู้สบื เชื้อสายมาจากลกู หลานของนบอี ิบรอฮีม อัลลอฮฺได้ทรงยกย่องอัยยูบไว้
ในคมั ภีร์กุรอานวา่ :
“เราพบว่าเขาเป็นผู้อดทนเป็นบ่าวผ้ปู ระเสรฐิ ทห่ี ันไปยังพระผอู้ ภบิ าลของเขาในการสานึกผดิ เสมอ”
(กุรอาน 38:44)
นบอี ยั ยบู (อ.ล.) เป็นผู้มคี วามสานกึ ผิด นึกถงึ อลั ลอฮดฺ ว้ ยความขอบคุณ อดทนและแน่วแน่น่ีคือสาเหตุ
ทีท่ าให้เขาได้รบั ความช่วยเหลือและเปน็ สง่ิ ทอี่ ัลลอฮทฺ รงยกย่องเขา
มลาอิกะฮ์กลุ่มหน่ึงได้พูดถึงเร่ืองมนุษย์ว่าคนท่ีถ่อมตนจะได้รับความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.)
ในขณะท่ีคนโอหังจะได้รับความไม่พอพระทัยจากพระองค์ มลาอิกะฮ์องค์หนึ่งได้กล่าวว่า “มนุษย์ที่ดีที่สุดบน
โลกคอื นอัยยูบ มนุษยท์ ่ีมีลักษณะอันสูงส่งมีความอดทนเป็นเลิศและมักจะนึกถึงพระเจ้าผู้ทรงเมตตาปรานีของ
เขาเสมอ เขาเป็นแบบอย่างเลอเลศิ สาหรบั ผู้เคารพภักดีอัลลอฮฺ ดังน้ัน พระผู้อภิบาลของเขาจึงได้ประทานชีวิต
อันยืนยาวและความม่ังคั่งเป็นการตอบแทน แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่เคยทะนงตนหรือเห็นแก่ตัว ครอบครัว
ของเขา บ่าวของเขารวมทั้งคนยากจนและคนขัดสนจะมีส่วนในความโชคดีของเขาด้วยกันท้ังสิ้น เขาเลี้ยง
อาหารและให้เสื้อผ้าคนยากจนและซ้ือทาสมาปล่อยให้เป็นอิสระ เขาทาให้คนท่ีรับทานของเขารู้สึกราวกับว่า
พวกเขาเปน็ หน้ีเขาและเขาเปน็ คนใจดี
เมือ่ อิบลสี ไดย้ ินเชน่ นี้ มันก็เรม่ิ ไมช่ อบ มันวางแผนทจ่ี ะล่อลวงอัยยูบไปส่คู วามเสื่อมเสียและการปฎิเสธ
ดังนนั้ มันจงึ รีบไปหาเขา มนั พยายามท่ีจะดึงนบีอัยยูบ (อ.ล.) ออกมาจากการละหมาดโดยการกระซิบกระซาบ
เขาในเรื่องส่ิงดีๆ ในชีวิต แต่นบีอัยยูบ (อ.ล.) เป็นผู้ศรัทธาท่ีแทนจริงและไม่ยอมปล่อยให้ความคิดช่ัวๆ
มาเย้ายวนเขา ซึ่งทาใหอ้ บิ ลสี ไม่พอใจและเกลยี ดนบอี ัยยูบ (อ.ล.) มากยง่ิ ข้ึนอกี
อิบลีสได้บ่นกับอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ในเรื่องของนบีอัยยูบ (อ.ล.) มันกล่าวว่าถึงแม้เขาจะสดุดีอัลลอฮฺอยู่
ตลอดเวลา เขาก็ไม่ได้ทาออกมาจากความจริงใจ แต่ทาเพื่อเอาใจอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เพ่ือที่ทรัพย์สินของเขาจะได้
ไมห่ มดไป ท้งั หมดทท่ี าไปลว้ นเพื่อเปน็ การเอาหน้าและทาออกมาจากความโลภทั้งสิ้น “ถ้าพระองค์ให้ทรัพย์สิน
ของเขาหมดไป พระองค์ก็จะพบว่าเขาจะไม่เอ่ยนามพระองคอ์ ีกและเขาจะหยดุ เคารพสักการะพระองค์”
อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้บอกอิบลีสว่านบีอัยยูบ (อ.ล.)เป็นผู้ภักดีท่ีจริงใจท่ีสุดของพระองค์ เขาไม่ได้เคารพ
สักการะพระองค์เพราะต้องการจะเอาใจ แต่เคารพสักการะของเขาออกมาจากหัวใจของเขาและไม่มีเร่ืองวัตถุ
เข้ามาเกีย่ วข้อง แต่เพ่ือที่จะพิสูจน์ให้อิบลีสเห็นถึงความจริงใจและความอดทนของนบีอัยยูบ (อ.ล.) อัลลอฮฺจึง
ยอมใหอ้ บิ ลีสทาอะไรกไ็ ดท้ ม่ี ันและผชู้ ่วยเหลือมันต้องการจะทากบั ทรัพยส์ ินของนบีอยั ยูบ (อ.ล.)
อบิ ลีสดใี จเมื่อไดร้ ับอนุญาตเช่นนั้น มนั รวบรวมพรรคพวกของมันและออกทาลายปศุสัตว์ คนใช้และไร่
นาของนบีอัยยูบ (อ.ล.) จนกระทั่งเขาไม่มีอะไรเหลือ หลังจากน้ัน อิบลีสก็ปรากฏโฉมออกมาในคราบของ
ชายชราป๎ญญาคนหนึ่งและกล่าวว่ากับเขาว่า “ทรัพย์สินของเจ้าสูญสิ้นไปหมดแล้วมีคนกล่าวว่าเจ้ากาลัง
เสียเวลาอยู่กับการวิงวอนต่ออัลลอฮฺอยู่ตลอดเวลา บางคนก็กล่าวว่าอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้ทาให้สิ่งน้ีเกิดข้ึนกับเจ้า
เพ่ือทจ่ี ะเอาใจศัตรขู องเจ้า ถ้าหากอัลลอฮมฺ ีความสามารถที่จะปูองกันอันตรายได้แล้ว พระองค์ก็น่าจะคุ้มครอง
ทรัพยส์ ินของเจ้า”
20 วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารีค1) สค 13102 ระดบั ประถมศึกษา
นบีอัยยูบ (อ.ล.) ได้ตอบไปด้วยความเช่ือมั่นของเขาว่า “สิ่งที่อัลลอฮฺเอาไปจากฉันก็เป็นของพระองค์
ฉันเป็นแค่เพียงผู้ดูแลช่ัวขณะหนึ่งเท่าน้ัน พระองค์ทรงให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์และเอากลับจากผู้ที่
พระองคท์ รงประสงคเ์ ชน่ กัน” หลงั จากกล่าวจบแลว้ อยั ยูบก็กม้ ลงกราบพระเจ้าของเขาอกี ครั้งหน่งึ
นบีชอุ ยั บ์ อะลยั ฮสิ สลาม
นบชี อุ ยั บ์ (อ.ล.)เป็นศาสนทูตที่สืบเชื้อสายจากท่านนบีอิบรอฮีม ชาวอัยกะฮ์ เป็นลูกหลานของ มัดยัน
(อัยกะฮ์แปลวา่ พุ่มไม้) ใกลเ้ มอื งนม้ี ีต้นไมเ้ ป็นพุ่มใหญ่ซึ่งเรียกว่า อัยกะฮ์ มีก่ิงก้านเบียดเสียดกัน ชาว อัยกะฮ์ได้
เคารพบูชาต้นไม้ ไม่ใชอ่ ัลลอฮฺ
ชาวมัดยันคือชาวอาหรับท่ีอาศัยอยู่ในดินแดนมะอานซึ่งส่วนหนึ่งของดินแดนแห่งนี้ป๎จจุบันคือซีเรีย
ชาวมดั ยนั เปน็ คนโลภท่ีไมเ่ ชื่อว่าอัลลอฮฺทรงมีอยู่ จึงใช้ชีวิตอยู่อย่างชั่วช้าเลวทราม คนพวกน้ีโกงตาชั่ง โฆษณา
สินค้าของตัวเองเกินความจริงและปกปิดข้อบกพร่องในสินค้าของตัวเอง นอกจากนี้ยังโกหกลูกค้าของตนด้วย
อัลลอฮฺได้ส่งนบีชุอัยบ์ (อ.ล.)มาพร้อมกับปาฏิหาริย์หลายอย่าง นบีชุอัยบ์ (อ.ล.)ได้สอนพวกเขาและขอให้พวก
เขานึกถึงความโปรดปรานของอัลลอฮฺและเตือนพวกเขาให้นึกถึงผลที่จะติดตามมาจากหนทางท่ีเลวทรามของ
พวกเขา แต่พวกเขากบั หวั เราะเยาะชุอัยบฺยังคงน่ิงสงบและในขณะท่ีเขาเตือนคนเหล่านั้นว่าเขาเป็นญาติพี่น้อง
ของพวกเขาและสง่ิ ทีเ่ ขาทาไปนน้ั มใิ ชเ่ พ่ือผลประโยชนส์ ว่ นบุคคล
แต่พวกเขาได้ยึดทรัพย์สินของชุอัยบฺและผู้ปฏิบัติตามท่าน หลังจากนั้นก็ขับไล่พวกเขาออกจากเมือง
ชุอัยบฺจึงวิงวอนขอความช่วยเหลือต่ออัลลอฮฺ และคาวิงวอนของเขาก็ได้รับการตอบสนอง กล่าวคือ อัลลอฮฺได้
ทรงทาใหอ้ ากาศร้อนระอุซึ่งทาให้พวกเขาได้รับความเดือดร้อน และเม่ือเมฆรวมตัวกันบนท้องฟูา พวกเขาก็คิด
ว่าเมฆน้ันจะนาความเย็นและฝนที่ชุ่มฉ่ามา ดังนั้น พวกเขาจึงว่ิงออกไปข้างนอกด้วยความหวังว่าจะได้
สนุกสนานกับน้าฝน แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น เมฆได้ระเบิดออกซ่ึงทาให้แผ่นดินใต้เท้าของพวกเขาส่ันสะเทือน
และพวกคนชว่ั ได้ถูกครา่ ชีวติ ในสภาพท่ีกาลังหวาดกลัว
โองการของอลั ลอฮกฺ ลา่ วไวว้ ่า " และยังกล่มุ ชนของมัดยนั เราได้ส่งพี่น้องคนหนึ่งจากพวกเขาคือ ชุอัยบฺ
เขากล่าวว่า "โอ้กลุ่มชนของฉัน พวกเจ้าจงเคารพภักดีต่ออัลลอฮฺเถิดพวกเจ้าน้ันไม่มีพระเจ้าอื่นใด นอกจาก
พระองค์และพวกเจ้าอย่าได้กระทาการตวงและช่ังบกพร่องเลยแท้จริงฉันเห็นพวกเจ้ายังอยู่ในความดี และจริง
ฉนั กลวั แทนพวกเจา้ ต่อการลงโทษในวันท่ีถูกห้อมล้อมไว้ (วันส้นิ โลก)"
ป๎จจบุ นั หลุมฝง๎ ศพทา่ นนบีชุอัยบ์ (อ.ล.) อยู่ท่ีประเทศจอรแ์ ดน
วชิ าศาสนประวตั ิ1 (อตั ตารีค1) สค13102 ระดับประถมศกึ ษา 21
ใบงานที่ 7
เรอ่ื ง ประวตั ขิ องนบอี ยั ยูบ อะลยั ฮสิ ลาม และนบีชอุ ยั บ์ อะลยั ฮสิ ลาม
คาชแ้ี จง ใหผ้ ้เู รียนทาเขยี นคาตอบในข้อต่อไปนี้
1. เขียนประวัติของนบีอยั ยบู (อ.ล.) พอสังเขป
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................... ..........................
............................................................................................................................. ....................................
2. เขียนประวตั ิของนบีชอุ ยั บ์ (อ.ล.) พอสงั เขป
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
...................................................................................................................................... ...........................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
22 วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อัตตารคี 1) สค 13102 ระดับประถมศึกษา
บทที่ 8
เรอ่ื ง ประวตั ขิ องนบฮี ารูน อะลยั ฮสิ ลาม และนบมี ซู า อะลัยฮสิ ลาม
นบฮี ารูน อะลัยฮสิ ลาม
นบฮี ารูน (อ.ล.) เป็นพี่นอ้ งกบั นบมี ซู า (อ.ล.)
“สส่ี ิบปที ี่ท่งุ ราบแห่งนนั้ วนั หนงึ่ นบีมซู าก็กลา่ วแกพ่ ชี่ ายว่า
“ฮารนู พีท่ ่รี ักของฉนั เราได้เคยรอ้ งให้เพราะผิดหวังมาแลว้ ต่อไปน้เี ราจะไม่ร้องให้เพ่ือเขาอีก เราสอง
คนพ่ีน้องจะจากเขาไป”
สองพี่นอ้ งออกเดินจากทงุ่ ราบ อัลเตยี๊ ะห์ มาจนถงึ ภเู ขา “ฮูร” นบฮี ารูน (อ.ล.) วา่
“พักทนี่ ่กี อ่ นเถดิ นอ้ งเอย๋ ชีวิตของเราได้เหนด็ เหนือ่ ยมาช้านาน พีเ่ องอยากพักท่ีนี่ชว่ั ชีวิต”
คืนน้ันเอง….นบีฮารูนก็ได้วายชนม์อย่างสงบ สมกับคาพูดของตนดั่งเป็นญาณสังหรณ์นบีมูซาเดินลง
จากภเู ขาด้วยหัวใจอันอ่อนเปลยี้ เพอ่ื แจ้งขา่ วให้กบั ชาวอิสราเอลทราบ
“ทา่ นฆา่ พ่ีชายของท่านเองกระมัง” ชาวอสิ ราเอลถาม
“เราไม่เลวพอเหมือนอย่างทีท่านคิด พี่ชายของเราตายเพราะวาระสุดท้ายของเขา ตามที่พระเจ้า
กาหนดให”้ นบมี ูซาตอบ
“ถ้าเช่นนน้ั พาเราไปดูศพพข่ี องทา่ นบ้างเป็นไร” ชาวอสิ ราเอลกลา่ ว
“ไดซ้ ิ จงไปกบั เรา” แล้วนบีมูซาก็พาชาวอิสราเอลไปเยยี่ มศพนบีฮารนู (อ.ล.)
ศพนั้นตายสนิทและไม่มีร่องรอยว่าจะถูกฆ่า แต่ชาวอิสราเอลก็ยังคิดว่า นบีมูซา(อ.ล.) อาจฆ่าพี่ด้วย
กาลังของตนเอง นบีมูซา(อ.ล.) จึงขอพรพระเจ้าให้นบีฮารูน(อ.ล.) คืนชีพมาสักอึดใจหน่ึง เพื่อนบีฮารูนจะได้
ยืนยันว่าตนมิไดต้ ายด้วยน้ามือของนบมี ซู า(อ.ล.)
นบีฮารูน(อ.ล.) ได้ฟื้นขึ้นด้วยการลืมตา และกล่าวว่า “โอ้ชาวอิสราเอล มูซามิได้ฆ่าฉัน ฉันตายตาม
วาระที่พระเจ้ากาหนดไว้” นบีฮารูน(อ.ล.) กล่าวแล้วก็ตายสนิท ชาวอิสราเอลจึงนาเร่ืองน้ีมาเล่าให้พวกของ
ตน
นบีมซู า อะลัยฮสิ สลาม
นบมี ูซา (อ.ล.)นนั้ เกิดในประเทศอียิปต์ซึ่งท่านเกิดในเผ่าบานีอิสรออีล (ยิว) ต่อมานักทานายของฟิรเอาน์ได้
ทานายว่า จะมีเด็กท่ีเกิดจากเผ่าบานีอิสรออีลขึ้นแล้วเด็กคนนั้นจะทาลายและล้มราชบัลลังก์ของเขา ซึ่งทาให้
ฟิรเอาน์นนั้ โกรธมากจงึ ทาให้เขาสั่งให้ทหารทอี่ ยู่ในการปกครองของเขาทาการฆ่าเด็กทารกแรกเกิดเพศชายของ
เผ่าบานีอิสรออีลทุกคนท่ีเกิดในเวลาน้ันให้หมด และในขณะนั้นก็มีหญิงคนหนึ่งคลอดเด็กทารกเพศชาย และ
เด็กคนน้ันก็มีช่ือว่า มูชา ด้วยความสงสารและรักบุตรชายของเธอเองทาให้เธอหาวิธีท่ีจะปกปูองและ ดูแลให้
พ้นจากสายตาของทหารฟิรเอาน์ ดว้ ยความเมตตาของอัลลอฮฺ (ซ.บ.)พระองค์ได้ทรงดลบันดาลใจของนางให้นา
บุตรชายของนางนั้นใส่ในหีบและนาไปในแม่น้าไนล์ ด้วยพระประสงค์ของพระองค์ หีบน้ันได้ลองไปที่
พระราชวังของฟิรเอาน์ เมื่อภรรยาของฟิรเอาน์ได้เห็นเข้าก็ได้เกิดความรักและหลงไหลในเด็ก้น้ัน นางจีงนาไป
ให้ฟิรเอาน์ดู แต่ฟิรเอาน์น้ันไม่เห็นชอบด้วยที่จะนามาเล้ียงแต่ด้วยความรักตัวภรรยาของเขา ฟิรเอาน์จึงต้อง
ยอมใหเ้ ลยี้ ง ท่านนบมี ซู า (อ.ล.)จึงอย่ใู นฐานะลูกชองราชาและท่านกไ็ ด้อยูใ่ นนัน้ จนท่านได้เตบิ โต
ครั้งหนึ่งท่านนบีมูซา (อ.ล.)ได้เดินเข้าไปในเมืองของท่าน ได้พบชายสองคนท่ีเป็นยิวและอียิปต์กาลัง
ตอ่ สูก้ ัน จากนัน้ ชาวยิวจึงขอความช่วยเหลือท่าน ท่านจึงชกชาวอียิปต์หนึ่งหมัดทาให้ชายคนนั้นตายทันที ท่าน
จงึ กลวั และรบี หลบหนีออกจากเมอื ง เพราะกลัวว่าจะถูกตามลา่ หลงั จากท่ีท่านได้หลบหนไี ป ท่านนบีมูซา(อ.ล.)
ไดเ้ จอกบั กลุ่มชนหน่งึ ที่กาลงั แย่งกันตกน้าจากในบ่อ แต่มีหญิงสาวสองคนท่ีไม่สามารถเข้าไปตักได้ ท่านจึงช่วย
วชิ าศาสนประวตั ิ1 (อัตตารีค1) สค13102 ระดบั ประถมศึกษา 23
ตักน้าจากในบ่อให้นางทั้งสอง ต่อมาหญิงสาวท้ังสองคนนี้ได้เชิญให้ท่านมาท่ีบ้านเพ่ือพบกับพ่อของนาง
(นบีชุอัยบ์ (อ.ล.))หลังจากน้ันท่านนบีชุอัยบ์ (อ.ล.) ก็ได้เสนอต่อท่านนบีมูซาให้แต่งงานกับบุตรสาวคนใด
คนหนึ่งของท่านโดยมีเงื่อนไขต้องเล้ียงแกะเป็นเวลา 8 ปี แต่ด้วยความมีน้าใจของท่านนบีมูซา (อ.ล.) ท่านได้
เสนอเป็นเวลา 10 ปี หลังจากน้ันท่านนบีมูซา (อ.ล.) ก็ได้กลับไปเมืองของท่านพร้อมกับครอบครัว ระหว่าง
เดนิ ทางทา่ นก็ได้รับวะฮยี ์และได้ถูกแต่งต้ังให้เป็นรอซูลท่ีภูเขาฎูร และได้รับมุญิซาจจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) 2 อย่าง
หน่ึง ไม้เท้า สอง มือท่ีสามารถเปล่งแสงได้เม่ือเอาออกจากเอว เม่ือท่านนบีเข้าเมืองท่านได้เห็นประชาชนของ
ทา่ นถูกทรมานท่านจึงได้ไปหาฟิรเอาน์ให้ปลดปล่อยประชาชนของท่าน และท่านก็ได้แสดงมุญิซาจของอัลลอฮฺ
(ซ.บ.)ตอ่ หนา้ ฟิรเอานด์ ว้ ยการใหไ้ ม้เทา้ กลายเป็นงู แต่ฟิรเอาน์ไม่ยอม ต่อมาอัลลอฮฺ (ซ.บ.)ก็ได้ส่งภัยพิบัติมายัง
เมือง ไมว่ ่าจะเป็นฝงู ต๊กั แตน โรครา้ ยและอน่ื ๆ
ทา่ นนบีมซู า (อ.ล.) กไ็ ด้นาประชาชาติของทา่ นอพยพเม่ือฟิรเอานร์ ้จู งึ ไดส้ ่งกองทหารเพ่ือไลต่ ามและฆ่า
ท่านนบีมูซา (อ.ล.) (อ.ล.) เม่ือท่านนบีอีซาได้อพยพไปถึงทะเลท่านได้ใช้ไม้เท่าตีไปที่ทะเลทาให้ทะเลแยกออก
และให้ประชาชาติของท่านเดินผ่านไป โดยมีกองทหารตามมาติดๆ เม่ือประชาชาติของท่านข้ามทะเลไปหมด
ทะเลก็ได้กลับเป็นด่ังเดิมทาให้ทหารของฟิรเอาน์ รวมท้ังฟิรเอาน์จมน้าตาย หลังจากน้ันท่านก็ได้ข้ึนไป
รับวะฮียแ์ ละคัมภีร์เตารอฮ เม่อื ทา่ นลงมาประชาชาตขิ องทา่ นไดท้ าการปน้๎ รูปววั ทองคา ทา่ นนบีจึงได้ลงโทษ
และทา่ นก็ไดเ้ ดนิ ไปยงั ดินแดนศกั ดสิ์ ิทธิ ตามประสงคข์ องอลั ลอฮฺ (ซ.บ.)
24 วิชาศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารีค1) สค 13102 ระดับประถมศึกษา
ใบงานที่ 8
เรือ่ ง ประวตั ิของนบฮี ารนู อะลัยฮสิ ลาม และนบมี ซู า อะลัยฮสิ ลาม
คาชแี้ จง ใหผ้ ู้เรียนทาเขยี นคาตอบในขอ้ ต่อไปนี้
1. เขยี นประวตั ิของนบีฮารูน (อ.ล.) พอสงั เขป
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
2. เขียนประวตั ิของนบีมูซา (อ.ล.) พอสงั เขป
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
วิชาศาสนประวตั ิ1 (อัตตารคี 1) สค13102 ระดบั ประถมศึกษา 25
บทท่ี 9
เร่ือง ประวตั ิของนบีอัลยาซาอฺ อะลัยฮสิ ลาม และนบซี ลุ กิฟลี อะลัยฮสิ ลาม
นบอี ัลยาซาอฺ อะลัยฮิสลาม
นบีอัลยะสะอฺ (อ.ล.) คือนบีคนหน่ึงที่อัลลอฮฺส่งมาเผยแผ่แก่ชาวบะนีอิสรออีล อิบนิ สะอัด กล่าวว่า
อัลยะสะอฺ เป็นบุตรของ อะซยี ์ บุตร นะชตู าลิค บตุ ร อัฟรอยิม บตุ ร นบียูซุฟ บุตร นบียะอฺกู๊บ พระองค์อัลลอฮฺ
(ซ.บ.) ทรงส่งนบอี ัลยะสะอฺ (อ.ล.) ลงมาเผยแผ่แก่ชาวบะนีอิสรออีลต่อจากนบีอิลยาส (อ.ล.) นักประวัติศาสตร์
กล่าวว่า พระองค์อัลลอฮฺได้ส่งนบีอัลยะสะอฺ (อ.ล.) มาเผยแผ่ชาวบะนีอิสรออีล (อ.ล.) ในยุคสมัยการปกครอง
ของ ยะฮูรอ็ ม บุตร อาค็อบ
นบีอัลยะสะอฺ เรียกร้องเชิญชวนให้ประชาชนในยุคนั้นศรัทธาต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) และให้ยึดถือคัมภีร์
เตาร็อตที่อลั ลอฮฺทรงประทานใหแ้ ก่นบีมูซาอยา่ งหนักแนน่
พระองค์อัลลอฮฺทรงกล่าวถงึ นบีอัลยะสะอใฺ นซูเราะฮฺ ศอด 38 : 48 มีใจความวา่
และจงราลกึ ถึง(นบี)อสิ มาอลี (นบ)ี อลั ยะซะอฺ และ(นบี)ซลั กิฟล[ิ 1] และทุกคนอยู่ในหมูผ่ ูด้ ีเลศิ
พระองค์อัลลอฮฺ ได้สั่งให้เราราลึกถึงบรรดานบีท่ีได้กล่าวไว้ พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้ดีเลิศของอัลลอฮฺ
และเป็นแบบอย่างในการอดทน อดกลั้นตอ่ การถกู ทารา้ ยในหนทางของอลั ลอฮฺ
นบีซลุ กิฟลี อะลยั ฮิสลาม
หน่ึงในบรรดาศาสดาท่ีถูกกล่าวถึงในกุรอาน คือ นบีซุลกิฟลี (อ.ล.) ชื่อท่านถูกกล่าวถึง 2 ครั้งด้วยกัน
ในโองการท่ี 85 ซเู ราะฮ์ อมั บิยาอ์ ท่ีกล่าวว่า :
และจงราลกึ ถงึ เรื่องราวของอิสมาอลี และอิดรสี และซุลกฟิ ลิ แต่ละคนอยุใ่ นหมผู่ ้อู ดทนขันติ
และในอายะฮ์ที่ 48 ซเู ราะฮ์ ศอด ท่ีกล่าวว่า :
และจงราลึกถึงอสิ มาอลี และอลั ยะซะอฺ และซุลกิฟลิ และทุกคนอยู่ในหมผู่ ูด้ เี ลศิ
เร่อื งราวเกี่ยวกับนบีซุลกิฟลี (อ.ล.)นักวิชาการมีทัศนะที่แตกต่างกันออกไป แต่ประเด็นที่เป็นท่ีบรรดา
นักวิชาการยอมรับกันท้ังหมดคือ นบีซุลกิฟลี (อ.ล.) เป็นศาสนทูตของอัลลอฮ์ ดังท่ีกล่าวข้างต้นแล้วว่าชื่อของ
ท่านถูกกลา่ วไวใ้ นกุรอานถงึ สองครง้ั ด้วยกนั
ตามรายงานฮะดิษกล่าวว่า นบีซุลกิฟลี (อ.ล.) เป็นบุตรของนบีอัยยูบ (อ.ล.) ซึ่งช่ือเดิมของท่านคือ
บาชีร อิบนิ อัยยูบ ท่ีอาศัยอยู่ในพ้ืนที่ที่ป๎จจุบันอยู่ในประเทศซีเรีย ท่านมีอายุ 95 ปี มีบุตรชาย 1 คนชื่อ
อับดาน ซึ่งท่านได้แต่งตั้งให้เป็นตัวแทนของท่านหลังจากท่ีท่านได้เสียชีวิตลง หลังจากสมัยของนบีซุลกิฟลี
(อ.ล.) อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทรงสง่ นบชี ุอัยบ์ (อ.ล.) ลงมาเป็นผูเ้ ผยแพรส่ บื ต่อมา
คุณลักษณะพิเศษสามประการของนบีซุลกิฟลี (อ.ล.) มีรายงานฮะดิษกล่าวว่า มีศาสนทูตท่านหนึ่งมี
นามว่า นบีอัลยาซาอฺ (อ.ล.) ได้กล่าวกับกลุ่มชนของตนว่า ฉันมีความหวังว่า จะให้บุคคลหนึ่งเป็นตัวแทนฉัน
แต่ฉันจะต้องพิจารณก่อนว่าเขาจะปฏิตัวกับกลุ่มชนของฉันอย่างไร หากเขาปฏิบัติดีต่อกลุ่มชนของฉัน ฉันจะ
แต่งต้งั ให้เขาเป็นตัวแทนหลังจากฉันทันที ท่านได้เรียกรวบกลุ่มชนของท่านแล้วประกาศว่า ใครก็ตามที่สัญญา
ว่าจะปฏบิ ัติในสามส่งิ ท่ีฉนั จะกลา่ วต่อไปนี้ ฉนั จะแตง่ ต้งั ใหเ้ ขาเปน็ ตวั แทนหลงั จากฉนั ทันที สามสง่ิ ดังกล่าวนั้นก็
คือ
26 วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อัตตารีค1) สค 13102 ระดับประถมศึกษา
1. ให้ถือศลี อดในเวลากลางวัน
2. ใหท้ าการเคารพภักดีพระเจ้าในเวลากลางคนื
3. อยา่ โกรธและโมโห
มีเดก็ หนมุ่ ไดล้ ุกขึ้นแลว้ กลา่ วว่า ฉันสัญญาว่าจะปฏิบัติในสิ่งสามประการดังกล่าว นบีอัลยาซาอฺ (อ.ล.)
ไม่ได้ให้ความสนใจกับเด็กหนุ่มคนดังกล่าว ท่านยังกล่าวถามกลุ่มชนของท่านเหมือนเดิมว่ามีใครพร้อมที่จะ
สัญญาทจ่ี ะปฏิบตั ใิ นส่ิงสามประการนัน้ ใหม เด็กหน่มุ คนดังกลา่ วกล็ ุกข้นึ มาตอบอีก นบีอัลยาซาอฺ (อ.ล.) ก็ไม่ได้
สนใจเด็กหนุ่มคนนั้น กล่าวซ้าเป็นคร้ังท่ีสามแต่ก็ไม่มีใครลุกข้ึนมาตอบรับคาเรียกร้องของนบีอัลยาซาอฺ (อ.ล.)
มีเพียงเด็กหนมุ่ คนเดิมเทา่ นนั้
หลังจากนั้นนบีอัลยาซาอฺ (อ.ล.) จึงได้แต่งต้ังให้เด็กคนน้ันเป็นตัวแทนหลังจากท่าน ต่อมาอัลลอฮฺ
(ซ.บ.) ทรงแต่งตั้งให้เด็กหนุ่มคนดังกล่าวเป็นศาสนทูต เด็กหนุ่มท่ีกล่าวถึงนั้นก็คือนบีซุลกิฟลี (อ.ล.) น่ันเอง
ท่านได้ปฏิบตั ิในสามสงิ่ ดงั กลา่ วจงึ ไดช้ ือ่ วา่ ซุลกิฟล์ (ผรู้ ักษาสญั ญา)
วิชาศาสนประวตั ิ1 (อัตตารคี 1) สค13102 ระดบั ประถมศกึ ษา 27
ใบงานท่ี 9
เรอ่ื ง ประวตั ิของนบอี ัลยาซาอฺ อะลัยฮิสลาม และนบีซุลกิฟลี อะลยั ฮสิ ลาม
คาชีแ้ จง ให้ผเู้ รยี นทาเขยี นคาตอบในขอ้ ต่อไปน้ี
1. เขียนประวตั ิของนบีอลั ยาซาอฺ (อ.ล.) พอสังเขป
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
..................................................................................................................................... ............................
...................................................................................................... ...........................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................................................... ..
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
2. เขียนประวัติของนบีซุลกิฟลี (อ.ล.) พอสังเขป
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................... ..........................
........................................................................................................ .........................................................
............................................................................................................................. ....................................
28 วิชาศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารีค1) สค 13102 ระดบั ประถมศกึ ษา
บทท่ี 10
เรอื่ ง ประวตั ขิ องนบดี าวดู อะลัยฮิสลาม และนบสี ลุ ัยมาน อะลยั ฮสิ ลาม
นบดี าวดู อะลยั ฮิสลาม
หลังจากสัมยของนบีมูซา (อ.ล.) แล้ว พวกอิสรออีลต้องเดินทางระหกเหินและไม่สามารถรวมตัวเป็น
ชาติทเี ขม้ แขง็ ได้ ดงั นน้ั ชาวอิสรออีลจึงต้องถกู ชาวอนื่ รกุ รานและกดข่ีข่มเหงมาตลอด ในสมัยนั้น ดาวูดเป็น
เด็กคนหนึ่งที่เกิดในเช้ือสายของอิสรออีลและเป็นท่ีมีความกล้าหาญมาก นบีซามูเอล (อ.ล.) จึงได้แต่งตั้ง
ชาวอิสรออีลคนหน่ึงซื่อฏอลูตข้ึนเป็นกษัตร์ย์และบอกพวกเขาว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้ทรงแต่งตั้งฏอลูตให้เป็น
กษัตริย์สาหรับพวกแล้ว นบีซามูเอล (อ.ล.) จึงได้กล่าวว่า อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้ทรงประทานพลังความรู้และ
รา่ งกายแกเ่ ขาอยา่ งมากมายมหาศาลและอลั ลอฮฺ (ซ.บ.) ทนงมีอานาจท่ีจะทรงประทานอาณาจักรของพระองค์
แก่ใครก็ได้ ท่ีพระองค์ทรงประสงค์ เพราะอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เป็นผู้ทรงรอบรู้ พวกอิสรออีลจึงได้เฝูารอและก็ได้
พบหีบใบนั้นจริงๆ ชาวอิสรออีลจึงมีความเช่ือม่ันว่าพระเจ้าไม่ได้ทอดที้งพวกเขาขณะที่อกกเดินทางไปกับ
กองทหารเพ่ือต่อสู้กับพวกฟิลิสตินท่ีมารุกราน ฏอลูตต้องการจะดูว่าคนของเขาศรัทธาในอัลลอฮและเช่ื อฟูง
แค่ใหน อัลลอฮฺ (ซ.บ.) กาลังจะทดลองพวกเจ้าด้วลาน้าสายหนึ่ง ใครก็ตามท่ีดื่มน้าจากลาสายน้ี ขาคนน้ันก็
ไม่ใช่พวกของฉัน ถึงแม้จะบอกว่านั้นเป็นการทดสอบจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) แต่พวกอิสรออีลส่วนใหญ่ก็ไม่เช่ือ
และหยุดดื่มน้ากัน มีเพียงไม่กีคนเท่านั้นที่เชื่อฟ๎งฏอลูตและไม่ได้ด่ืมน้า ดังนั้น ฏอลูตจึงได้คัดเอาคนท่ีเช่ือฟ๎ง
ร่วมทางไปกับเขา แต่ผู้ศรัทธาในอัลลอฮฺ (ซ.บ.) จานวนหน่ึงได้กล่าวว่า มีบ่อยไปท่ีคนจานวนน้อยเอาชนะคน
จานวนมากได้ด้วยอานาจของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เพราะอัลลอฮฺ (ซ.บ.) จะทรงอยู่กับผู้อดทน เมื่อกองทัพ
ของฏอลูตเผชิญหน้ากับกองทัพชาวฟิลิสติน ซึ่งนาโดยญาลูต(หรือโกไลแอธ) พวกอิสรออีลจึงได้วิงวอน
ต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) ว่า ช้าพระผู้อภิบาลของเรา ขอพระองค์ได้ทรงประทานความอดทนแก่ราและทรงปฏิเสธ
ศรัทธาด้วเถิด ถ้าพวกเก่งจริงก็ส่งคนมีฝีมือมาต่อสู้กันตัวต่อตัว แต่ในเวลาน้ันดาวูดได้อยู่ในที่น้ันด้วย เขาจึ ง
ได้ขออนญุ าตออกไปตอ่ สญู้ าลูต หลงั จากทท่ี ้งั สองฝุายต่อสู้กัน ดาวูดก็สามารถสังหารญาลูตได้ในท่ีสุด ดาวูด
จงึ ได้กลายเปน็ วีรบรุ ษุ ของชาวอสิ รออลี ฏอลตู ได้ยกลูกสาวให้แต่งงานกับเขาและหลังจากท่ีฏอลูตเสียชีวิตแล้ว
นบีดาวูด (อ.ล.) มลี กู ชายคนหน่ึงช่ือสุลัยมาซ่ึงต่มาได้เป็นกษัตริย์สืบต่อจากเขาและยังเป็นนบีคนสาคัญคนหนึ่ง
ขณะท่ีนบีดาวดู (อ.ล.) เปน็ กษตั ริยป์ กครองชาวอิสรออีลอยู่ วันหนง่ึ
ชาวอสิ รออลี สองคนไดม้ าขอใหท้ ่านตัดสินกรณขี ดั แยง้ ระหว่างเขาทัง้ สอง นบีดาวูด (อ.ล.) ได้ตัดสินให้
เจา้ ของแพะมอบแพะท้ังหมดท่เี ขา้ กนิ ต้นไม้ใบหญา้ ให้แก่เจ้าของท่ีดินที่ได้รับความเสียหาย ถึงต้นไม้ใบหญ้าจะ
เสียหาย แต่ที่ดินยังคงอยู่ ดังนั้น จึงไม่ควรให้เจ้าของท่ีดินยึดแพะท้ังหมดเอาไว้เลย เม่ือต้นไม้ใบหญ้าเติบโต
ใหม่แล้ว เจ้าของที่ก็ควรจะคืนแพะให้แก่เจ้าของเดิมไป นบีดาวูดเห็นด้วยกับคาแนะนาของสุลัยมานเพราะ
เป็นความยุตธิ รรมและทา่ นไดต้ ัดสินไปตามนน้ั นอกจากน้นั แล้ว คัมภรี ์อัลกรุ อานยงั ได้บอกให้เรารู้ว่าอัลลอฮฺ
(ซ.บ.) ไดท้ รงสอนทา่ นนบดี าวูด (อ.ล.) ให้รู้จักการนาเอาเหลก็ มาทาเปน็ เครอื งใช้ต่างๆ
วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อัตตารคี 1) สค13102 ระดบั ประถมศกึ ษา 29
นบีสลุ ยั มาน อะลัยฮสิ ลาม
หลังจากน้ันนบดี าวดู (อ.ล.) ได้เสียชีวิตแล้ว นบีสุลัยมาน (อ.ล.) ลูกของท่านก็ได้ขึ้งมาสืบทอดอานาจ
การปกครองชาวอิสรออีสต่อ ดังน้ัน นบีสุลัยมาน (อ.ล.) จึงเป็นทั้งนบีและกษัตริย์ นอกจากนั้นแล้ว
นบีสุลัยมาน (อ.ล.) ยังได้รับความรู้ความสามารถพิเศษบางอย่างจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.) เช่น การรู้จักภาษาของ
สัตว์ตา่ งๆ และเน่ืองจากกองทพั ของนบีสุลยั มาน (อ.ล.) มีท้ังมนษุ ย์ ญิน และนกร่วมอยู่ด้วย ท่านได้บอกแก่
ประชาชนท่านว่า ประชาชนท้ังหลายอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ได้สอนให้เรารู้จักภาษาของนกและพระองค์ได้ทรง
ประทานทุกส่ิงแก่เรา ครั้งหนึ่ง นบีสุลัยมาน (อ.ล.) ได้เดินทางไปกับกองทัพของท่าน เมื่อมาถึงหุบเขาแห่ง
หนงึ ทม่ี ีว่า วาดิน นัมลุ ซอึ่ เป็นหุบเขาท่ีมีมดชนิดต่างๆอาศัยอยู่เป็นจานวนมาก วันหนึ่ง ขณะท่ีนบีสุลัยมาน
สารวจกองทหารของท่านอยู่น้ัน ท่านพบว่านกของท่านตัวหนึ่งได้หายไป นกฮุดฮุด หายไปไหน ท่านถามหา
และไดก้ ลา่ วว่าถา้ มันกลบั มา ฉันลงโทษมันใหห้ นกั ทีเดียว หรอื ไมก่ ็เชอื ดมันถา้ มนั ไม่มีข้อแก้ตัวที่มีเหตุผลมาให้
ฉนั
หลังจากน้ัน ไม่นานนัก นกฮุดฮุดก็กลับมาทานบีสุลัยมานและกล่าวแก่ท่านว่า ฉันนาข่าวจาก
เมืองสะบาอ์ ซึ่งท่านยังไม่ทราบมาแจ้งให้ท่าน ฉันพบราชินีคนหนึ่งเป็นผู้ปกครองผู้คน ฉันเห็นผู้คนของนาง
สกั การะบชู าอาทติ ย์แทนอลั ลอฮฺ ฉนั จะดวู า่ พดู จริงหรอื โกหก เจ้าจงเอาจดหมายของฉันไปหย่อนลงให้นาง แล้ว
ดูวา่ พวกเขาจะทาอย่างไร และเมือ่ ถงึ มนั ไดห้ ยอ่ นจดหมายลงต่อหน้าราชินีบิลกิส ขณะที่นางกาลังเดินไปทาพิธี
สกั การะบูชาดวงอาทติ ย์ เม่ือได้รับจดหมาย นางจึงเรียกเสนาบดีท้ังหลายมาประชุมจดหมายกล่าวเตือนฉันมิ
ใหห้ ยง่ิ ผยองต่อเขา และใหฉ้ นั ไปหาเขาอยา่ งผู้นอบน้อมจานน ฉันขอปรึกษาพวกท่านว่าจะทาอย่างไรดีกับเร่ือง
นี้ เมื่อพวกกษัตริย์ยกทัพไปยังเมืองใด พวกเขาก็จะทาลายเมืองน้ันและโค่นอานาจของผู้ปกครองเมืองลง
หลังจากน้ัน ราชินีบิลกิสก็ส่งทูตณะหนึ่งพร้อมกับของกานัลไปเข้าเยี่ยนนบีสุลัยมาน (อ.ล.) ที่เมืองเยรูซาเล็ม
พวกท่านต้องการจะช่วยฉันด้วยทรัพย์สินกระน้ันหรือ สิ่งที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ประทานแก่ฉันนั้นมากมายกว่าที่
พระองค์ได้ประทานแก่พวกท่านเสียอีก และเราจะขับไล่พวกเขาออกไปจากท่ีนั่น เมื่อพวกทูตกลับไปแล้ว
นบีสุลัยมานได้กล่าวแก่เสนาบดีของท่านว่า เสนาบดีทั้งหลาย มีใครบ้างในหมู่พวกท่านที่สามารถนาบัลลังก์
ของนางมากอ่ น ทีพ่ วกเขาจะมาหาฉนั อย่างผนู้ อบน้อยยอมจานน นเ่ี พราะความโปรดปรานจากพระองค์อภิบาล
ของฉัน ทั้งนี้เพ่ือท่ีพระองค์จะทรงทดสอบฉันว่าเป็นผู้เนรคุณ พวกเจ้าจงจัดบัลลังก์ของนางไว้พอเป็นพิธี
หลังจากนั้นไม่นาน ราชินีบิลกิสก็เดินทางมาถึงเมืองเยรูซาเล็มและเข้าพบนบีสุลัยมาน (อ.ล.) เมือเข้ามายัง
ท้องพระโรง ราชินบี ิลกิส กล่าววา่ เรารู้เร่ืองน้แี ลว้ วา่ เปน็ เดชานภุ าพของอลั ลอฮฺ (ซ.บ.) และเรากย็ อมเป็นมุสลิม
แล้วดว้ ย นบสี ลุ ยั มาน (อ.ล.) เปน็ ผทู้ ่เี ครง่ ครัดในการนมาซ (การแสดงความเคารพสักการะอัลลอฮฺ) เป็นอย่าง
มาก ครั้งหน่ึง ท่านเพลิดเพลินอยู่กับการดูแลม้าตัวงามอยู่จนกระทั้งลืมการนมาซ ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต
นบสี ุลยั มาน (อ.ล.) ไดส้ รา้ งมสั ญดิ ข้ึนมาหลงั หนงึ่ ชื่อบยั ตลุ มกั ดศิ โดยท่านได้ใช้ให้ญินที่มาความสามารกทางด้าน
ก่อสร้างเป็นผู้ก่อสร้าง นบีสุลัยมานได้เสียชีวิตโดยท่ียังถือไม้เท้าค้าตัวอยู่และไม่มีใครรู้ว่าท่านได้เสียชีวิต
จนกระทัง่ มสั ญิดสร้างเสรจ็ เรยี บรอ้ ยแล้ว รา่ งของท่านก็ลม้ ลง ทง้ั ผ้คู นและญนิ ไดร้ ้วู า่ ท่านเสยี ชวี ิต
30 วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารีค1) สค 13102 ระดบั ประถมศึกษา
ใบงานที่ 10
เร่อื ง ประวัติของนบีดาวูด อะลยั ฮิสลาม และนบีสลุ ยั มาน อะลัยฮิสลาม
คาชแ้ี จง ให้ผู้เรียนทาเขยี นคาตอบในข้อต่อไปน้ี
1. เขียนประวตั ิของนบีดาวดู (อ.ล.) พอสงั เขป
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................................................................. ...................
............................................................................................................... ..................................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................... ..................................................................
............................................................................................................................. ....................................
........................................................................................................................................................ .........
......................................................................................................................... ........................................
2. เขยี นประวตั ิของนบีสุลัยมาน (อ.ล.) พอสงั เขป
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารีค1) สค13102 ระดบั ประถมศึกษา 31
บทที่ 11
เรอ่ื ง ประวัติของนบีอิลยาส อะลัยฮสิ ลาม และนบยี ูนุส อะลัยฮิสลาม
นบีอิลยาส อะลยั ฮสิ ลาม
นบีอิลยาส (อ.ล.) เป็นนบีคนหน่ึงในปาเลสไตน์ มีชีวิตอยู่ หลังนบีสุลัยมานราว 100 ปี นบีอิลยาส
(อ.ล.)ไมม่ คี ัมภีร์เป็นของตน แต่ใช้คัมภีร์เตารอฮ์ของนบีมูซา (อ.ล.) เหมือนศาสนทูตคนก่อน ๆ กษัตริย์ของเผ่า
อิสรออลี ในแควน้ ยะหูดะหฺ (ยดู าห์) ในสมัยนั้นคือ อคั อาบ
บุตรของกษัตริย์อมรี ซ่ึงได้แต่งงานกับนางเอซา เจ้าหญิงแห่งเฟนิเซีย เมื่อนางได้เป็นราชินี ก็มีอานาจ
เหนอื สามี บังคบั ใหส้ ามนี บั ถอื บชู าเทวรปู เหมือนตน และได้ก่อสร้างวิหารเพื่อประดิษฐานเทวรูป บะอัล ซึ่งเป็น
ท่ีบูชาของชาวเฟนิเซีย นอกจากนี้ยังสนับสนุนการผิดประเวณี และการทาอนาจารต่าง ๆ อย่างโจ่งแจ้ง
บรรดานบตี ่างๆ ในแผน่ ดนิ ทต่ี อ่ ต้านการกระทาอันชั่วร้ายน้ี ก็ถกู นางส่งั ใหส้ งั หารเปน็ จานวนมาก
ศาสนทูตอิลยาส (อ.ล.)จึงตักเตือนเผ่าอิสรออีลให้หยุดบูชารูปป้๎น และหยุดทาความชั่ว
เม่ือไม่สามารถท่ีจะยับยั้งได้ ศาสนทูตอิลยาส (อ.ล.)จึงรวบรวมพลเพื่อต่อสู้กับพวกผู้นาของศาสนาบะอัล
เมื่ออัคอาบตาย นางเอซาเบลก็ยังคงยืมอานาจของ อะคาซียะห์ บุตรชายท่ีขึ้นมาเป็นกษัตริย์แทนบิดา
เม่อื อะคาซยี ะห์ ถูกฆา่ ตายในสงครามกบั ชนชาตอิ ่นื นางกย็ ังยมื อานาจของ เยโฮรมั บุตรชายอีกคนที่ขึ้นมาเป็น
กษัตรยิ ์แทนพ่ีชาย นบีอิลยาส (อ.ล.) ผู้เป็นศิษย์และศาสนทูตสืบทอดนบีอิลยาส (อ.ล.)ก็ได้ส่ังให้ เยฮู เป็นผู้นา
ศรัทธาชนต่อสู้กับกษัตริย์เยโฮรัม จนกระท่ังเยโฮรัมถูกฆ่า เยโฮรัมได้กลับมาจัดการกับนางเอซาเบล
โดยสั่งให้เหล่าขนั ทฆี ่านางด้วยการโยนนางทงิ้ ทางหนา้ ตา่ ง หลงั จากนัน้ เยฮูก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์แห่ง
ยะหดู ะหฺตั้งแต่นน้ั มา
นบียนู สุ อะลัยฮสิ ลาม
นบยี นู ุส (อ.ล.) ยงั ถกู เรียกขานด้วยช่ืออ่ืนอีกสองชื่อ คือ "ซัน-นูน" (ราชาแห่งปลา) และ "ซอฮิบิล-ฮุต"
(สหายของปลา) ในคมั ภีร์อลั -กุรอานไดก้ ลา่ วถงึ นบยี นู ุส(อ.ล.) ดังน้ี
"และจงราลกึ ถึงเร่ือง ราวของซนั นูน (นบยี ูนสุ ) เมือ่ เขาจากไปด้วยความโกรธพรรคพวกของเขา แล้วเขาคดิ ว่า
เราจะไมท่ าใหเ้ ขาไดร้ บั ความลาบาก แล้วเขาก็ร้องเรียนท่ามกลางความมืดทบึ ทะมึนว่า 'ไมม่ ีพระเจา้ อน่ื ใด
นอกจากพระองค์ท่าน มหาบริสทุ ธแ์ิ หง่ พระองคท์ า่ น แท้จริงข้าพระองคเ์ ปน็ ผู้หนง่ึ ในหมผู่ ู้อธรรมทั้งหลาย'"
(อลั -กรุ อาน 21/87)
"ดงั นัน้ เจา้ (มุฮัมมัด) จงอดทนต่อไปเถดิ ต่อบัญชาของพระเจ้าของเจา้ และอย่าเปน็ ด่ังเช่นสหายของปลา
(นบยี ูนสุ ) ขณะทเี่ ขาวงิ วอนเขาอยูใ่ นสภาพทร่ี ะทมทุกข"์
(อัล-กรุ อาน 68/48)
เม่อื นบฮี ดู (อ.ล.) ปรึกษากับทา่ น และไดส้ ั่งให้นบียูนุส(อ.ล.) ไปยังเมืองนิเนเวห์ (บาบิโลน) เพ่ือเผยแพร่
ศาสนาของอัลลอฮฺ นเิ นเวห์ตัง้ อยูร่ มิ ฝง่๎ แมน่ ้าไทกริส เป็นเมืองหลวงของอสั ซเี รยี ชาวเมืองนี้เป็นคนหยิ่งยโสและ
อวดดื้อถอื ดี พวกเขาใช้ชีวติ อยู่ในความบาป นบยี ูนุส (อ.ล.) พยายามสุดความสามารถท่จี ะเปลี่ยนแปลงพวกเขา
แต่พวกเขากลับไมส่ นใจรับฟง๎ คาสอนและคาเตือนของทา่ นเลย
ในไม่ช้าท่านเร่ิมรู้สึกเบื่อหน่าย และความอ่อนแอของมนุษย์ก็มีอานาจเหนือท่าน ท่านเกิดความ
เดอื ดดาลและร้องขอให้อัลลอฮฺลงโทษชาวเมืองนเิ นเวห์ ท่านหมดความอดทนและออกจากเมืองนั้นโดยไม่รอฟ๎ง
คาบัญชาจากอัลลอฮฺ
32 วิชาศาสนประวตั 1ิ (อัตตารคี 1) สค 13102 ระดับประถมศึกษา
นบยี ูนสุ (อ.ล.) มุ่งหนา้ ออกทะเลโดยลงเรอื ลาหน่ึง โชครา้ ยทเ่ี รอื ลานั้นต้องพบกับพายุ ลูกเรือกล่าวโทษ
ว่าท่านเป็นตัวนาความโชคร้ายมาสู่เรือลาน้ัน พวกเขาจึงตัดสินใจโยนนบียูนุส(อ.ล.) ลงจากเรือ นบียูนุส(อ.ล.)
จึงถกู โยนลงทะเลเพอ่ื ความปลอดภยั ของเรอื
เมื่อนบยี ูนุส(อ.ล.) ตกลงไปในทะเลแล้ว ปลาใหญ่ตวั หนึ่งท่มี ที ้องใหญ่โตไดก้ ลืนท่านลงไป ท่านตกอยู่ใน
อนั ตรายสุดขดี ทา่ นจึงได้สานึกวา่ ท่านตอ้ งรับทุกขจ์ ากการละทงิ้ หน้าท่ีในฐานะนบขี องท่าน แทนท่ีท่านจะวิ่งหนี
ป๎ญหา ท่านตอ้ งไว้วางใจในพลังอานาจของอลั ลอฮฺ แมจ้ ะอยู่ในสภาวะทท่ี านา่ ท้อใจกต็ าม
นบยี ูนสุ (อ.ล.) รู้สกึ สานกึ เสียใจในความผดิ และวิงวอนขอพรตอ่ อัลลอฮฺด้วยน้าเสียงที่อ่อนน้อมถ่อมตน
มากที่สดุ การขออภัยโทษของท่านถูกตอบรับ และท่านถูกนาตัวมาส่งข้ึนฝ่๎ง ท่านได้พักอยู่ใต้ร่มเงาไม้ ในคัมภีร์
อลั -กุรอานไดก้ ล่าวถึงเหตุการณน์ ีไ้ วใ้ นโองการต่อไปน้ี
"และแท้จริงยูนสุ นน้ั อยู่ในหมู่ผ้ทู ีถ่ กู ส่งมาเปน็ ศาสนทตู จงราลกึ ขณะที่เขาได้หนีไปยงั เรือทีบ่ รรทุกผูค้ นมาเต็ม
เพยี บ ดงั น้นั ยนู สุ ได้เข้าร่วมจับฉลาก แลว้ เขาจึงอยู่ในหมูผ่ ู้ถูกพิชติ (แพ้การจบั ฉลาก) แล้วปลาตวั ใหญไ่ ดก้ ลืน
เขา และเขาสมควรที่จะถูกตาหนิ หากวา่ เขามิไดเ้ ป็นคนหน่ึงในหมู่ผ้แู ซ่ซร้องสดุดีแล้ว แน่นอน เขาจะอยู่ในทอ้ ง
ปลาจวบจนกระทัง่ วนั ฟ้ืนคนื ชีพ แลว้ เราได้เหวย่ี งเขาขึน้ บนท่โี ล่งริมฝ๎ง่ ในสภาพทป่ี ุวย และเราได้ใหม้ ีต้นไมเ้ ลื้อย
(จาพวกนา้ เต้าและบวบ)งอกเงยขน้ึ ปกคลุมตัวเขา และเราได้ส่งเขาไปยัง(หมู่บา้ นของเขา) มีจานวนหน่ึงแสนคน
หรอื เกนิ กว่านน้ั แลว้ พวกเขากศ็ รัทธา ดงั น้ัน เราจึงปล่อยให้พวกเขามคี วามสขุ สาราญชั่วระยะเวลาหนงึ่ "
(อลั -กรุ อาน 37/139-148)
เมือ่ นบยี ูนุส (อ.ล.) หายปุวย ทา่ นไดร้ บั บัญชาไดก้ ลบั ไปยงั เมืองเดิมน้ันเพ่ือทาภารกิจของท่านให้สาเร็จ
ด้วยการทาใหป้ ระชาชนทน่ี ั่นเลิกใชช้ ีวติ ที่ปราศจากศีลธรรม ครั้งนี้ ประชาชนชาวนิเนเวห์ได้กลับตัวและปฏิบัติ
ตามคาสอนนบีของพวกเขา อัลลอฮฺทรงประทานความเมตตาแก่พวกเขาและพวกเขาเจริญรุ่งเรืองอย่าง
มากมาย พวกเขาได้รับชีวิตใหม่ทีร่ ุ่งโรจน์แล้ว
"...เมือ่ พวกเขาศรัทธา เราไดป้ ลดเปลื้องการลงโทษอันอปั ยศจากพวกเขาในการมีชวี ิตในโลกนี้ และเราได้
ยืดเวลาระยะหนงึ่ แกพ่ วกเขา"
(อลั -กุรอาน 10/98)
แต่แล้ว ประชาชนชาวนิเนเวห์ก็ได้กลับไปใช้ชีวิตในแบบช่ัวร้ายอีกคร้ังหนึ่ง พวกเขาลุ่มหลงในการ
กราบไหว้บูชาเทวรูปและเสพสุราเมรัย และในท่ีสุดพวกเขาก็ถูกทาลายล้างโดยพวกซิเธียน นบียูนุส(อ.ล.)
เสียชวี ติ ในเมืองนเิ นเวห์และถูกฝง๎ อยู่ทน่ี น่ั นักประวัตศิ าสตรบ์ างคนกล่าวว่าสุสานของท่านอยู่ในหมู่บ้านฮัลมอล
ซึง่ อยูห่ ่างจากเมอื งเฮบรอนไปประมาณ 10 ไมล์
วิชาศาสนประวตั ิ1 (อตั ตารคี 1) สค13102 ระดบั ประถมศึกษา 33
ใบงานที่ 11
เร่อื ง ประวัติของนบอี ิลยาส อะลัยฮิสลาม และนบยี ูนุส อะลัยฮิสลาม
คาชี้แจง ใหผ้ ูเ้ รียนทาเขียนคาตอบในขอ้ ต่อไปนี้
1. เขียนประวัติของนบีอิลยาส (อ.ล.) พอสังเขป
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................... ..........................
........................................................................................................ .........................................................
2. เขียนประวัตขิ องนบียูนสุ (อ.ล.) พอสงั เขป
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
......................................................................................... ........................................................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................. ...............
................................................................................................................... ..............................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
34 วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารคี 1) สค 13102 ระดับประถมศึกษา
ใบงานที่ 12
เรอ่ื ง ประวตั ขิ องนบีซาการียา อะลัยฮิสลาม และนบียะฮฺยา อะลยั ฮิสลาม
นบีซาการยี า อะลัยฮิสลาม
นบีซาการียา (อ.ล.) ได้ตักเตือนคนพาลคนหนึ่ง ให้กลับตัวกลับใจ เลิกล้มการกระทาความช่ัวแล้ว
กลับมากระทาความดี แต่เขาไม่ยอมเช่ือฟ๎งและต้ังตนเป็นศัตรูต่อนบีซาการียา (อ.ล.) อีกด้วย หลังจากนั้น
ไม่นาน นบีซาการียา (อ.ล.)ก็ถูกพวกอันธพาลเหลา่ น้ันสงั หารอยา่ งโหดร้ายทารณุ
" และจงราลกึ ถึงเรื่องราวของซาการยี า (อ.ล.) เม่อื เขาไดร้ ้องเรียนพระเจ้าของเขาว่า ขา้ แตพ่ ระเจา้ ของขา้
พระองค์ ขอพระองคท์ รงอยา่ ปลอ่ ยใหข้ ้าพระองคอ์ ยู่อย่างเดียวดาย และพระองค์เทา่ น้นั เปน็ ผสู้ ืบมรดกอนั ดยี ิ่ง
ดงั นนั้ เราไดต้ อบรบั การร้องเรียนแกเ่ ขา และเราไดป้ ระทานบตุ รแกเ่ ขาคือ ยะฮยฺ า และเราได้ปรบั ปรุงแกไ้ ข
ภรยิ าของเขาให้เปน็ ปกตแิ กเ่ ขา แท้จริงพวกเขาแขง่ ขนั กนั ในการทาความดแี ละพวกเขาวิงวอนเราด้วย
ความหวงั ในความเมตตาของเรา และดว้ ยความกลัวต่อการลงโทษของเรา และพวกเขาเป็นผถู้ ่อมตวั เกรงกลัว
ตอ่ เรา" (ซูเราะฮฺ อลั อมั บิยาอฺ 21 : 89 – 90 )
นบีซาการียา (อ.ล.) สืบเช้ือสายมาจากนบียะกู๊บ (อ.ล.) นักประวัติศาตร์มีความเห็นที่แตกต่างกัน
เก่ียวกับสายตระกูลของนบีซาการยี า (อ.ล.) บางคนกลา่ วว่า นบีซาการียา (อ.ล.) บุตร อาซัน บุตร บัรกียา บาง
คนกลา่ วว่า นบีซาการียา (อ.ล.) บุตร บสั วี ทีส่ ืบเชอ้ื สายมาจากลูกหลานของยะฮซู า บุตร นบยี ะกู๊บ (อ.ล.)
นบีซาการียา (อ.ล.) ได้อุทิศตนเพียรบาเพ็ญภาวนา ราลึกถึงอัลลอฮฺ (ซ.บ.) อยู่สม่าเสมอ ท่านเป็นผู้ท่ี
อดทน มคี วามมั่นคงในการศรัทธาต่อพระผู้เป็นเจ้า นบีซาการียา (อ.ล.) มีภรรยาช่ือ อีชาอฺ บุตรี ฟากูด ขณะที่
นบซี าการียา (อ.ล.) มอี ายุ 120 ปี และภรรยาของท่านมีอายุ 98 ปี ทั้งสองอยู่ในวัยชราภาพ แต่ทั้งสองก็ยังไม่มี
บุตร นบีซะการียาวิงวอนต่ออัลลอฮฺให้ประทานลูกกับเขาสักคนหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะตาย อัลลอฮฺทรงตอบ
รับคาวงิ วอนของทา่ น พระองค์อลั ลอฮทฺ รงส่งมลาอิกะฮ์มาแจง้ แก่นบีซาการยี า (อ.ล.) วา่
มลาอกิ ะฮ์ : โอ้ ซาการียา เราจะแจง้ ข่าวดีกับเจ้าวา่ เจา้ จะมบี ตุ รช่ือยะฮฺยา
นบซี าการียา (อ.ล.) : ขา้ จะมีบุตรได้อย่างไร ในเม่อื ภรรยาของข้าพระองค์ก็เป็นหมัน ส่วนข้าพระองค์ก็
แกช่ ราภาพมากแล้ว
มลาอิกะฮฺ : มนั งา่ ยสาหรับพระเจ้าของทา่ น ถ้าพระองคท์ รงประสงค์ แท้จริงอัลลอฮฺได้ให้บังเกิดเจ้ามา
ก่อน ทั้งๆท่ีเจ้ายงั ไม่ไดม้ ีอะไรเลย
นบซี าการียา (อ.ล.) : แลว้ ขา้ ควรจะทาอย่างไรบา้ งกับสัญญาณดังกล่าว
มลาอิกะฮ์ : เจ้าจงอย่าพูดกับผู้คนเป็นเวลา 3 วัน แต่เจ้าสามารถอ่านคัมภีร์และกล่าวสดุดีต่อพระเจ้า
ไดต้ ลอดเวลา
นบซี าการยี า (อ.ล.) ไมไ่ ด้พดู เปน็ เวลา 3 วัน ช่วงชีวิตของท่านในเวลาน้ันมุ่งสู่การกล่าวสดุดีพระเจ้าทั้ง
ยามเช้าและยามเย็นเพียงอย่างเดียว หลังจากน้ันไม่นานภรรยาของท่านก็ให้กาเนิดบุตรชายน่ารัก เฉลียวฉลาด
ตั้งชื่อให้เด็กคนนั้นว่ายะฮฺยา ยะฮฺยาเป็นเด็กน่ารัก เขามักจะละหมาดและขอดุอาอฺร่วมกับพ่อแม่ของเขาเสมอ
สามคน พ่อ แม่ และลูก ล้วนเป็นคนดีท้ังสิ้น นบีซาการียา (อ.ล.) ได้เรียกร้องเชิญชวนให้ชาวบะนีอิสรออีล
เคารพภักดีต่ออัลลอฮฺ ถึงแม้ว่าท่านจะตักเตือนพวกเขาอยู่ตลอด แต่ชาวบะนีอิสรออีลไม่เช่ือฟ๎งท่าน และพวก
เขายงั โกรธตอ่ นบีซาการียา (อ.ล.)อีกด้วย
วันหนึ่ง นบีซาการียา (อ.ล.)ได้ตักเตือนคนพาลคนหน่ึง ให้กลับตัวกลับใจ เลิกล้มการกระทาความช่ัว
แลว้ กลับมากระทาความดี แตเ่ ขาไม่ยอมเชื่อฟง๎ และตัง้ ตนเปน็ ศตั รูต่อนบีซาการียา (อ.ล.)อีกด้วย หลังจากน้ันไม่
นาน นบีซาการยี า (อ.ล.)กถ็ กู พวกอันธพาลเหลา่ น้ันสังหารอยา่ งโหดร้ายทารณุ
วชิ าศาสนประวตั ิ1 (อตั ตารคี 1) สค13102 ระดับประถมศึกษา 35
นบีซาการียา (อ.ล.)เป็นผู้ที่มีความอดทน ราลึกถึงอัลลอฮฺอยู่เสมอ ท่านเป็นคนดี พระองค์อัลลอฮฺทรง
กลา่ วไว้ในซูเราะฮฺ อัล อนั อาม 6 : 85 มใี จความวา่
"และซาการียา (อ.ล.) ยะฮยฺ า อซี า และอิลยาส ทกุ คนนั้นอยใู่ นหมู่คนด"ี
นบยี ะฮยฺ า อะลยั ฮิสลาม
นบียะฮฺยา (อ.ล.) นั้นแตกต่างจากเด็กคนอ่ืนในวัยเดียวกันที่จะไม่ว่ิงเล่นอย่างเด็กทั่วไปในวัยเดียวกัน
แต่ท่านจะมีความเมตตา และมักจะคลุกคลีอยู่กับสัตว์เป็นส่วนใหญ่ มารดาของท่านเคยถามว่าทาไมท่านจึงไม่
ไปเล่นกบั เพือ่ นบา้ งเล่า ทา่ นตอบวา่ "ทา่ นไมไ่ ด้เกิดมาเพือ่ ความสนุกสนาน หรือกระทาสิ่งใดท่ีไร้แก่นสารในโลก
น้ี แต่ทา่ นเกดิ มาเพอ่ื การตั้งม่ันอยู่ในแกน่ สารและคุณธรรมเพอื่ อัลลอฮฺเท่านัน้ "
ส่วนท่านนบีซาการียา (อ.ล.) ผู้เป็นบิดานั้นรักใคร่ในตัวบุตรของท่านเป็นอย่างมาก ท่านเป็นผู้สมถะ
อดทนและทาหน้าที่ นบีอย่างเท่ียงธรรม ในยามนั้นท่านได้ชรามากแล้ว แม้ท่านจะเป็นที่นับถือในหมู่ชาวยิวที่
ทรงคณุ ธรรมแต่กบั บรรดาผู้อธรรมแลว้ พวกเขาไมช่ อบท่าน
ท่านได้เห็นสภาพสังคมของชาวอิสรออีล เหินห่างจากบทบัญญัติของพระเจ้าอย่างมากท่านได้
เฝูาตักเตือนอยู่เสมอ วันหนึ่งท่านได้แนะนาหลักธรรมกับคนพาลคนหนึ่งท่ี เขาทาความชั่วมากมายขัดต่อ
หลักธรรม และเขาเป็นนักปล้นสะดมสร้างความเดือดร้อนอย่างมากแก่ผู้อ่ืน ท่านให้เขากลับตัวกลับใจและขอ
อภัยต่อพระเจ้า แต่ชายคนน้ันไม่เชื่อฟ๎ง บรรดาพวกพ้องของเขาต่างพากันโกรธแค้นนบีซาการียา (อ.ล.)เป็น
อย่างมากและอาฆาตวา่ จะฆ่าทา่ น
หลังจากนั้นไม่นานนบีซาการียา (อ.ล.) ได้ออกจากวิหาร คนกลุ่มน้ันก็สะกดรอยตามท่านไป และเม่ือ
ไดโ้ อกาสเหมาะพวกน้ันกไ็ ด้รมุ กันฆา่ ทา่ นอยา่ งทารุณ
เม่ือนบียะฮฺยา (อ.ล.) โตข้ึนพระเจ้าได้แต่งตั้งท่านให้เป็น นบี (ศาสนทูตของอัลลอฮฺ) ต่อจากนบี
ซาการียา (อ.ล.) และพระเจ้าให้ใด้ให้ความรู้ในด้านต่าง ๆ มากมายแก่ท่าน ชาวอิสรออีลต่างร่าลือถึงท่านใน
ความเมตตาปราณีของท่านต่อมนุษย์และสัตว์ โดยเฉพาะความรู้ในด้านศาสนาและความเท่ียงธรรมและท่าน
เปน็ ผู้ทีแ่ ตกฉานและเคร่งครัดในคัมภีรเ์ ตาร็อต (โตราห)์ ของท่านนบีมซู า (อ.ล.) ยิง่
นบอี ีซา (อ.ล.) อยูร่ ว่ มสมัยกบั ทา่ น กิติศัพท์ของทา่ นขจรไปไกลจนวันหนึ่งนบีอีซา (อ.ล.) ได้เดินทางมา
หานบียะฮฺยา (อ.ล.) ทแี่ ม่นา้ จอรแ์ ดน ทา่ นนบีอซี ากลา่ ววา่
"โอ้ยะฮฺยา ท่านจงขออภัยจากพระเจ้าให้แก่ฉันด้วยเถิด เพราะท่านมีคุณงามความดีและกิติคุณ
เหนือกวา่ ฉัน"
"โอ้ อีซาเอ๋ย ท่านนั่นแหละ จงขออภัยโทษจากพระเจ้าให้แก่ฉันด้วยเถิด เพราะท่านนั้นเป็นคุณงาม
ความดแี ละเกยี รติคณุ เหนอื กวา่ ฉัน"
"หามไิ ด้ โอ้ ยะฮฺยาเอ๋ย ท่านนั้นแหละดีกวา่ ฉัน และประเสรฐิ กวา่ "
บางครั้งท่านกอ็ อกไปใช้ชวี ิตในกลางทะเลทรายย่างโดดเดย่ี วเพอ่ื ปลกี วิเวก (ละทิ้งการงานและเร่ืองราว
บนดุนยาไวก้ ่อน) ฝึกสงบสมาธอิ ย่างสงบเพื่อราลกึ ถึงอลั ลอฮฺ แม้จะเต็มไปดว้ ยอันตรายและขาดแคลน ทุกครั้งท่ี
ท่านกลับมาจะมีประชาชนมารอฟ๎งการเทศนาของท่านอย่างเนืองแน่น ท่านย้าเสมอในเรื่องการเทิดเอกภาพ
ของพระเจ้าองคเ์ ดียวโดยบรสิ ุทธแิ์ ละปราศจากภาคใี ด ๆ ทั้งสิน้ ซึ่งเป็นหลักธรรมท่ีสาคัญนับแต่บรรพกาล แล้ว
ท่านกจ็ ะกลับสูท่ ะเลทรายอกี เพ่อื ใช้ชีวติ ปลีกวิเวกเพ่ือสันโดด"
36 วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อัตตารคี 1) สค 13102 ระดับประถมศึกษา
ใบงานท่ี 12
เรอ่ื ง ประวตั ขิ องนบีซาการียา อะลัยฮสิ ลาม และนบียะฮฺยา อะลัยฮิสลาม
คาชีแ้ จง ใหผ้ เู้ รียนทาเขียนคาตอบในข้อต่อไปน้ี
1. เขียนประวัตขิ องนบีซาการียา (อ.ล.) พอสังเขป
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
...................................................................................................................................... ...........................
....................................................................................................... ..........................................................
............................................................................................................................. ....................................
................................................................................................................................................................ .
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
2. เขยี นประวตั ิของนบีนบียะฮฺยา (อ.ล.) พอสังเขป
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................... ..........................
.............................................................................................. ...................................................................
วิชาศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารคี 1) สค13102 ระดบั ประถมศึกษา 37
บทที่ 13
เร่อื ง ประวัตขิ องนบอี ีซา อะลัยฮสิ ลาม
นบอี ีซา อะลัยฮิสสลาม
นบสี ดุ ท้ายกอ่ นท่านนบมี ฮุ ัมมดั คอื นบีอีซา (อ.ล.) บรรดานบีและเราะซูลท้ังหมดมาประกาศเทศนาให้
อีหม่านต่ออัลลอฮฺ ด้วยถ้อยคาอันชัดเจนว่ามีนบีในยุคสุดท้ายท่ีจะมาคือ ท่านนบีมุฮัมมัด นบีอีซา (อ.ล.) เป็น
บุคคลหนึ่งในเผ่าตระกูลของบะนีอิสรออีล ท่านเกิดท่ีเมืองฟิลิสฏีน ประกาศเทศนาเชิญชวนสู่อัลลอฮฺ (ซ.บ.)
ดว้ ยการยืนยันว่าท่านยึดในศาสนาด้ังเดิมของบะนีอิสรออีล ซ่ึงคือศาสนาของท่านนบีมูซา แต่นบีอีซา (อ.ล.) มี
หน้าท่ีในการปรับบทบัญญัติบางส่วนที่มีอยู่ในอัตเตาร็อต (Torah) โดยนาอัลอินญีล (Bible) เป็นคัมภีร์ใหม่
สาหรับบะนอี ิสรออีล
พวกยิวส่วนมากไม่ยอมรับนบีอีซา (อ.ล.) ได้ประกาศการปฏิเสธว่าท่านเป็นนบีของชาวบะนีอิสรออีล
และกลับไปวางแผนเพื่อฆ่าและร่วมมือกันต่อต้านนบีใหม่ที่มายังบะนีอิสรออีล ตอนนั้นบะนีอิสรออีลอยู่กับ
นบีอีซา (อ.ล.)ท่เี มืองฟลิ ิสฏีนซึ่งอยภู่ ายใตก้ ารปกครองของอาณาจักรโรมัน ซึ่งในยุคนั้นเป็นประเทศไร้ศาสนา มี
การบชู ารปู เจว็ดซง่ึ นามาจากวฒั นธรรมกรีก นคี่ อื สภาพกอ่ นยุคนบีอีซา (อ.ล.)
เม่อื ถึงยุคนบีอีซา (อ.ล.) ท่านได้เทศนาให้พวกชาวยิว (บะนีอิสรออีล) กลับคืนสู่อีหม่านอัลลอฮฺ (ซ.บ.)
ที่ให้ทางอันเที่ยงธรรม (คือศาสนาอิสลาม) เหมือนบรรดานบีทั้งหลาย ยิวและโรมันไม่พอใจ พวกยิวด่าและ
ประณามนบีอีซา (อ.ล.) แต่ท่านก็ยืนยันในคาบัญชาของอัลลอฮฺท่ีต้องเผยแผ่ศาสนา เมื่อพวกยิวไม่ประสบ
ความสาเรจ็ จึงไปร่วมมอื กบั โรมนั ชาวยวิ ซ่ึงเป็นเผ่าตระกูลของนบีอีซาประท้วงและทาทุกวิถีทางเพื่อให้นบีอีซา
(อ.ล.) พ้นจากชีวิตพวกเขา กษัตริย์โรมันจึงมีคาสั่งให้ฆ่านบีอีซา (อ.ล.)แล้วตรึงบนไม้กางเขน นบีอีซา (อ.ล.)
ไมไ่ ด้ถูกฆา่ เพราะอัลลอฮฺบอกวา่
َو َما قَتَهُىهُ َو َما َصهَبُىهُ َونَـ ِكن ُشبِّهَ نَهُ ْم
"และพวกเขาหาได้ฆา่ อซี า และหาได้ตรึงเขาบนไม้กางเขนไม่ แตท่ วา่ เขาถูกให้เหมอื นแก่พวกเขา"
[อนั นซิ าอฺ 4:157]
ความหมายในอลั กรุอานนวี้ ่า ทหารโรมันเข้าใจวา่ ที่จบั มานนั้ เปน็ นบีอีซา เพราะอัลลอฮฺทรงสับเปล่ียน
รา่ งของสาวกยวิ คนหนง่ึ ให้มีรปู ร่างลกั ษณะเหมอื นนบีอิซามากท่ีสุดจนพวกยิวด้วยกันดูแยกไม่ออกว่าเป็นนบีตัว
ปลอม ส่วนนบตี วั จรงิ อลั ลอฮฺ (ซ.บ.) เอาขึ้นไปไว้บนสวรรคท์ ง้ั ยังมชี ีวติ อยู่
ส่วนเหตุการณ์ท่ี นบีอิซาจะถูกจับตัวนั้น เพราะยาฮูซาซึ่งเป็นลูกศิษย์สาวกของนบีอีซา (อ.ล.)เอง
อกตัญํู คิดคดทรยศ ไปบอกท่ีซ่อนตัวของนบีอีซา (อ.ล.) ขณะที่ท่านหลบหนีจากยิวและทหารโรมัน จนมี
ทหารโรมันจะมาจับตัวนบีอีซา (อ.ล.) ปรากฏว่าอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ทาให้หน้าตาและร่างกายของลูกศิษย์คนน้ี
(ยาฮซู า) ใหเ้ หมอื นนบีอีซา (อ.ล.) ทหารโรมันจงึ จบั ยาฮูซาไปโดยเชอ่ื วา่ เป็นนบีอีซา แล้วนาไปประหารชีวิตและ
ตรึงบนไม้กางเขน
นคี่ อื ทัศนะของชาวมุสลมิ ว่านบีอซี า (อ.ล.)ถูกยกขน้ึ ไปบนชน้ั ฟูากอ่ นจะถูกจับ ในอัลกรุ อาน
بَم َّرفَ َعهُ ّل ّلاُ إِنَ ْي ِه
38 วิชาศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารคี 1) สค 13102 ระดบั ประถมศกึ ษา
"หามิได้ อลั ลอฮฺได้ทรงยกเขา (อีซา) ขึ้นไปยังพระองค์ต่างหาก" [อันนซิ าอฺ 4:158]
ในซูเราะฮอฺ าละอิมรอน อัลลอฮตฺ รัสไว้ว่า
إِنَ َّي إِ ْذ قَا َل ّل ّلاُ يَا ِعي َسى إِ ِنّي ُمتَ َىفِّي َك َو َرافِ ُع َك
"จงราลึกถงึ ขณะท่อี ัลลอฮฺตรสั ว่า โอ้อซี า ขา้ จะเปน็ ผรู้ บั เจ้าไปพร้อมด้วยชีวิตและร่างกายของเจา้ และจะเปน็ ผู้
ยกเจา้ ขึน้ ไปยังขา้ " [อาละอมิ รอน 3:55]
วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อัตตารคี 1) สค13102 ระดบั ประถมศึกษา 39
ใบงานที่ 13
เรอื่ ง ประวัติของนบีอีซา อะลยั ฮสิ ลาม
คาชี้แจง ให้ผเู้ รยี นทาเขียนคาตอบในข้อต่อไปน้ี
เขยี นประวัตขิ องนบซี าอซี า (อ.ล.) พอสงั เขป
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................... ..........................
........................................................................................................ .........................................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................................. ....................
40 วิชาศาสนประวตั 1ิ (อัตตารคี 1) สค 13102 ระดับประถมศึกษา
บทท่ี 14
เร่อื ง ประวตั ิของนบมี ฮู มั หมดั ศ็อลลัลลอฮอุ ะลัยฮวิ ะซลั ลมั
นบีมฮู ัมหมัด ศ็อลลัลลอฮอุ ะลัยฮวิ ะซัลลัม
นบีมูฮัมหมัด อิบนิอับดุลเลาะห์ อิบนิ อับดุลมุฏฏอลิบ อิบนิฮาชิม อิบนิ อับดิมานาฟ เช้ือสายของ
ทา่ นนบมี ูฮมั หมดั สืบไปถงึ นบอี ิสมาอีล อิบนอิ ิบรอฮีม
อัลดุลมฏุ ฏอลบิ และการขดุ บอ่ นา้
อบั ดุลมฏุ ฏอลิบ ปุูของท่านรอซลู เปน็ ผใู้ ห้น้าแกผ่ ู้ทที่ าฮจั ญ์ท่ีมาทาการฏอวาฟรอบกะอฺบะฮ์ และผู้คน
ทั้งหลายก็รักท่าน และมอี ยวู่ ันหนงึ่ ท่านอับดุลมุฏฏอลิบ คิดที่จะขุดบ่อน้าซัมซัม เพ่ือให้ง่ายแก่ท่านในการให้น้า
แก่บรรดาผู้ท่ที าฮัจญ์ แตว่ า่ ทา่ นไม่ร้ทู ี่ของมนั ท่านก็ไดเ้ หน็ ท่ขี องบ่อน้าซัมซัมในความฝ๎นของท่าน ดังนั้นท่านจึง
ได้ไปหาลกู ชายของเขาทช่ี ื่อ ฮาริษ เพ่อื ขดุ บอ่ นา้ และน้าก็ได้พุ่งออกมาอย่างมากมาย ผู้คนท้ังหลายก็หันไปมอง
รอบๆบ่อน้า และพวกเขาก็พูดกับอับดุลมุฏฏอลิบว่า พวกเราจะทาหน้าที่แบ่งบ่อน้าระหว่างพวกเราและพวก
ท่าน ท่านอับดุลมุฏฏอลิบก็ไม่ได้ทาสิ่งใดนอกจากของดุอาอฺต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) ที่จะขอริสกีต่อพระองค์ด้วยลูก
ชายสบิ คน และฆ่าคนหนงึ่ จากพวกเขาเพ่ือเปน็ การใกล้ชิดตอ่ อลั ลอฮฺ (ซ.บ.)
การรอดพน้ ของอัลดุลเลาะห์
อลั ลอฮฺ (ซ.บ.)ได้ใหร้ สิ กีแกอ่ บั ดุลมฏุ ฏอลิบลกู ชายสิบคน ดังน้นั เขาจงึ ไดค้ ิดในเรื่องบนบาน ท่านอัลดุล
มฏุ ฏอลบิ ได้ทาการเสี่ยงทายระหวา่ งลกู ๆของเขา และผลของการเส่ียงทายกต็ กไปอยู่ท่ีอับดุลเลาะห์พ่อของท่าน
รอซูลอับดุลมฏุ ฏอลบิ ไดน้ าตัวลกู ชายของเขาไปที่กะอบฺ ะฮ์เพ่ือท่ีจะเชอื ดเขา ผู้คนที่อยู่ที่นั่นก็ได้พบเห็นเขา และ
พวกเขาก็พูดกับอับดุลมุฏฏอลิบว่า เกิดอะไรข้ึนกับสติป๎ญญาของท่านที่จะเชือดลูกชายของท่าน? จงไปหาโหร
ทานายและปรึกษานางในเรอ่ื งของท่าน และอับดุลมฏุ ฏอลิบ ก็ได้ไปหาโหรทานาย และนางก็กล่าวว่า จงให้การ
เส่ียงทายเกิดขึ้นระหว่างอับดุลเลาะห์และอูฐ 100 ตัว และหากว่าการเส่ียงทายได้ตกไปอยู่ที่อูฐ ท่านจะได้ไม่
ต้องฆ่าลกู ชายของท่าน และหลังจากการเสี่ยงทาย อับดุลเลาะห์ก็ได้รอดพ้น และอับดุลมุฏฏอลิบ ก็ได้เชือดอูฐ
100 ตวั เพ่อื เปน็ การรักษาสญั ญาการบนบานของเขาท่ีได้ทาเพื่ออลั ลอฮฺ (ซ.บ.)
การแต่งงานของอัลดลุ เลาะห์กบั อามีนะห์
อับดุลมุฏฏอลิบต้องการให้ลูกของเขา อับดุลเลาะห์แต่งาน ดังน้ันเขาจึงเลือกให้กับลูกของเขา คือ
เด็กผู้หญิงคนหน่ึงชื่อ อามีนะห์ บินติ วะฮฺ บิน และหลังจากแต่งงาน ท่านอับดุลเลาะห์ก็ได้ออกไปกับกอง
คาราวาน ไปยังประเทศชาม และเขาก็ทิ้งภรรยาของเขาท่ีตั้งครรภ์นบีมูฮัมหมัด แต่ว่าท่านอับดุลเลาะห์ได้ตาย
ในระหวา่ งเดินทางก่อนท่ีเขาจะเห็นลกู ชายของเขา
วนั เกดิ ของทา่ นนบมี ูฮัมหมดั
ท่านรอซูลเกิดปีช้างในวันจันทร์ และท่านหญิงอามีนะห์ บินติวะฮฺบิน ได้คลอดเด็กออกมา และคนใช้
ผู้หญิง ก็ได้ออกไปด้วยความเร็ว เพื่อบอกความดีกับอะบาละฮับว่า แท้จริง อามีนะห์ได้คลอดเด็กออกมา
และอะบาละฮับดีใจ และเขาก็ปล่อยคนใช้คนน้ันให้เป็นไทอับดุลมุฏฏอลิบออกไปบ้านของลูกชายของเขาด้วย
ความเร็ว เพ่ือท่ีจะดูเด็กท่ีเกิดมาใหม่ และเขาอุ้มเด็กคนน้ัน และพาเด็กคนนั้นไปที่กะอฺบะฮ์ และขอบคุณ
อัลลอฮฺ (ซ.บ.) และตัง้ ชื่อเขาว่า “มฮู ัมหมัด”
วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารคี 1) สค13102 ระดบั ประถมศึกษา 41
ปชี า้ ง
ปีท่ีท่านนบีเกิด เป็นปีที่ถูกเรียกว่า ปีช้าง เพราะว่าอับรอหะฮ์ ทหารของประเทศเอธิโอเปีย ได้ยก
กองทัพทหารที่มากมายเพื่อทาลายกะอฺบะฮ์ เพราะว่าผู้คนไม่ประกอบพิธีฮัจญ์ยังบ้านท่ีเขาได้สร้างไว้ใน
ประเทศเยเมน ด้วยเงินและทอง และผู้คนก็ไปที่กะอฺบะฮ์ และพร้อมกับเขาที่มีกองทัพท่ีใหญ่โตและในขณะที่
เขาได้เข้าใกล้อัลกะอฺบะฮ์ อัลลอฮฺ (ซ.บ.)ได้ส่งนกท่ีเท้าของมันมีหินก้อนเล็กๆเพ่ือที่จะมาขว้างกองทัพช้าง เม่ือ
กอ้ นตกไปทชี่ ายคนหนึง่ จากพวกเขา และหลงั จากนัน้ ชายคนนน้ั กต็ าย
แม่นมของทา่ นนบีมฮู มั หมดั (ศ็อล)
จากประเพณีของชาวอาหรับที่พวกเขาจะให้ลูกของพวกเขามีแม่นมให้แก่พวกเขา และแม่นมก็จะมา
เพือ่ ท่จี ะเลือกเดก็ คนหน่งึ จากพวกเขา เพ่อื ท่จี ะให้นม และทุกๆแม่นมก็รู้ว่าท่านรอซูล เป็นเด็กกาพร้า และก็จะ
ออกห่างจากท่านนบี เพราะว่าพวกแม่นมต้องการเด็กท่ีมีฐานะร่ารวย เพ่ือท่ีพวกเขาจะให้เงินแก่นางอย่าง
มากมาย ค่าใช้จ่ายของเด็กต่อตัวนางและลูกๆของนาง และฮาลีมะห์ ซะอฺดียะห์ ไม่พบผู้ให้นมแก่นบีมูฮัมมัด
และนางจึงได้รับทา่ นมาเพอื่ ที่จะให้นมแก่ท่าน และด้วยกับความจาเริญของท่านนบีมูฮัมหมัด อัลลอฮฺ (ซ.บ.)ได้
ทรงปรบั ปรุงทกุ ๆสภาพของฮาลีมะห์ และอลั ลอฮฺ (ซ.บ.)ก็ได้ให้ความจาเริญแกน่ างในการใชช้ วี ิตของนาง
การผ่าหัวใจทา่ นนบมี ูฮัมหมัด
ระหว่างที่ท่านรอซูลอยู่กับนางฮาลีมะห์ ซะอฺดียะห์ ท่านนบีได้เล่นอยู่กับพี่น้องจากแม่นมเดียวกัน ได้
มีมลาอกี ะหส์ องท่านไดล้ งมาจากฟากฟาู ในรปู ร่างของผู้ชายสองคน และมลาอีกะห์ท้ังสองก็ได้จับท่านนบี และ
ก็ผ่าหัวใจของท่านนบี และท่านทั้งสองก็นาความชั่วร้ายของชัยฏอนที่อยู่ในใจของมนุษย์ทาความสะอาด จน
พรอ้ มทีจ่ ะรับศาสน์ทอ่ี ลั ลอฮฺ (ซ.บ.)มอบหมายให้ และพ่ีน้องจากแม่นมเดียวกันเห็นดังกล่าว พวกเขาก็รีบไปหา
ฮาลีมะห์ และบอกกับนางถึงเรื่องที่เกิดขึ้น และนางก็ได้มาด้วยความเร่งรีบ และนางก็พบว่า ท่านนบี หน้าซีด
นางจึงกอดท่านนบีไว้ และก็พาท่านนบีกลับไปที่บ้าน และนางกลัวว่าจะเกิดเร่ืองไม่ดีอีก นางจึงพาท่านนบี
กลบั ไปหาแม่ของท่าน
การเสยี ชีวติ ของทา่ นหญิงอามีนะห์
ท่านหญิงอามีนะห์ได้นาท่านนบีมูฮัมหมัดมาเล้ียง อายุของท่าน 6 ขวบ เพื่อท่ีจะเยี่ยมกุโบรของสามี
ของนาง (ทา่ นอับดุลเลาะห์) ซึง่ เปน็ พ่อของทา่ นนบี และเพ่ือที่จะให้นบีรู้จัก บรรดาน้าๆของท่านนบี และท่านก็
ยงั คงอย่กู บั แม่ของทา่ น 1 เดือนเต็ม ระหวา่ งการเดนิ ทางกลบั ท่านหญิงอามีนะห์ปุวยระหว่างการเดินทาง และ
ตาย ณ ทีแ่ หง่ หน่ึงที่ชื่อว่า อับวาอฺ และท่านรอซูล ร้องไห้เสียใจอย่างรุนแรง และอุมมุอัยมัน คนรับใช้ของท่าน
รอซลู ได้พาท่านนบกี ลับไปหาปขุู องท่านที่มกั กะห์
ท่านรอซลู ขณะทอ่ี ยูก่ บั ปแู่ ละลงุ ของท่าน
หลังจากท่ีท่านหญิงอามีนะห์ แม่นมของท่านรอซูล เสียชีวิต ท่านนบีมูฮัมหมัดใช้ชีวิตอยู่กับปูุของท่าน
ท่านจะอยู่พร้อมกับปุูของท่านทุกๆท่ี ที่ปุูของท่านจะนั่ง ก็จะมีท่านนบีอยู่ด้วย และท่านนบีก็จะนั่งพร้อมกับผู้
อาวุโสของชาวมักกะห์ และด้วยความต้องการของอัลลอฮฺ (ซ.บ.)ที่จะให้อับดุลมุฏฏอลิบเสียชีวิต และอายุของ
ท่านนบี 8 ขวบ และท่านนบีก็ใช้ชีวิตหลังจากดังกล่าวอยู่กับลุงของท่าน อบีตอลิบ ซ่ึงลุงของท่านรักท่านนบี
มากๆ และในวันหนึ่ง อบูตอลิบได้พาท่านนบีไปในการเดินทางไปประเทศชาม และอบูตอลิบก็ได้รู้ส่ิงหนึ่งที่น่า
แปลกใจ
42 วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อตั ตารคี 1) สค 13102 ระดับประถมศึกษา
นกั บวชบฮุ ยั รอ
ระหว่างการเดินทาง กองคาราวานได้ผ่านเมืองหน่ึง และในระหว่างการเดินทางของพวก ก็ได้ผ่าน
กระท่อมหลังหลังหนึ่ง ท่ีมีนักบุญอาศัยอยู่ ช่ือว่า บุฮัยรอ และเม่ือบุฮัยรอได้เห็นกองคาราวาน และเขาก็
มองเหน็ ใบหนา้ ของท่านรอซลู และอายขุ องทา่ น 12 ปี
บุฮยั รอก็พูดกับลงุ ของทา่ นรอซลู ว่า : เดก็ คนนค้ี ือใคร
อบูตอลบิ กล่าวว่า : แท้จริงเขาคือลกู ชายของฉัน
บฮุ ยั รอกล่าววา่ : เขาไม่ใช่ลูกของทา่ น
อบูตอลบิ กลา่ ววา่ : เขาคือลกู ของน้องชายของฉัน แตว่ ่าพอ่ ของเขาเสยี ชีวติ ไปแล้ว
บุฮัยรอกล่าวว่า : จงพาลูกของน้องชายของท่านกลับไป และจงระวังจากพวกชาวยิว แท้จริงหลานของท่านจะ
เป็นนบีในเวลาน้ี
ดังนัน้ อบูตอลบิ กร็ ีบกลับไปยงั มกั กะห์
พ่อคา้ ทซี่ อื่ สัตย์
ขณะท่ที า่ นนบีอายุ 20 ปี ทา่ นทาการคา้ ขาย โด่งดงั ในเรื่องความสัจจริง และมีอมานะห์ ท่านหญิงคอดี
ยะห์ได้ยินเร่ืองดังกล่าว ดังน้ันนางจึงได้เสนอตัวต่อท่านนบีที่จะให้ท่านนบีเข้ามาในการค้าขายของนาง
ทา่ นรอซูลตกลง และก็ออกไปกับคนรับใช้ที่สนิทของท่านหญิง ที่ชื่อมัยซาเราะห์ที่ทางานกับท่านหญิงคอดียะห์
เมื่อท่านรอซูล กลับไปท่ีมักกะห์ ท่านได้กาไรจากการค้าขายมากมาย และในระหว่างทางกลับ ได้มีก้อนเมฆที่
อยู่บนท้องฟูา ได้ให้ร่มเงาแก่ท่านนบีมูฮัมหมัด ปกปูองท่านจากความร้อนของดวงอาทิตย์ มัยซาเราะห์จึงได้
กลับไปหา และเลา่ เรื่องที่เกิดข้นึ ให้กบั ท่านหญิงคอดยี ะห์ฟ๎ง
การแต่งงานของท่านนบีมูฮาหมดั ภรรยาของทา่ นนบมี ูฮมั หมัด (ศอ็ ล)
ทา่ นนบไี ด้แต่งงานกับท่านหญิง คอดิยะฮฺ บินติ คุวัยลิด และท่านนบีมีอายุ 25 ปี และนางมีอายู 40 ปี
และมีบุตรกับนาง พวกเขาคือ ซัยหนับ , รุกอยยะฮฺ , อุมมุกัลโซม , ฟาตีมะฮฺ อับดุลลอฮฺ และกอเซ็ม ผู้คน
ทง้ั หลายกเ็ รยี กทา่ นรอซลู ว่า พอ่ ของกอเซ็มสบื ไปยงั ลกู ชายของทา่ นน้นั เอง
ความยตุ ธิ รรมของทา่ นนบมี ูฮมั หมดั (ศ็อล)
พวกชาวกุเรชได้รวมตัวกัน เพื่อกลับมาบูรณะกะอฺบะฮ์ใหม่ และในระหว่างท่ีบูรณะกัน ชาวกุเรชได้
ขัดแย้งกันในเร่ืองท่ีใครจะเป็นผู้ที่วางหินดา เพราะผู้ท่ีวางหินดาในกะอฺบะฮฺเป็นผู้ที่มีเกียรติ และการขัดแย้ง
เกอื บจะกลายเปน็ สงครามพวกเขาจงึ กลา่ วว่า : เราจะให้ผู้ที่เข้ามาหาพวกเราเป็นคนแรกตัดสิน และท่านรอซูล
ก็เข้ามา และพวกเขาก็เสนอเร่ืองดังกล่าวแก่ท่านนบี ท่านนบีกล่าวกับพวกเขาว่า : จงวางหินไว้บนผ้า และ
หัวหน้าเผ่าทุกๆคนจับปลายผ้า จนกระท่ังวางก้อนหินในกะอฺบะฮฺและพวกเขาก็ทา หลังจากนั้นท่านรอซูล ก็
วางหินดาไว้ในท่ีของมัน ด้วยตัวของท่านเองในกะอฺบะฮฺ และดังกล่าวเป็นการเสร็จส้ินการขัดแย้งและความชั่ว
รา้ ย
การลงมาของวะฮีย์
หลังจากท่ีท่านนบีอายุ 40 ปี ทาอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺในถ้าฮิรอฮฺ และท่านก็พิจารณาไตร่ตรองในการ
สรา้ งของอัลลอฮฺ และเมื่อญิบรลี อะลยั ฮิสลาม ได้ลงมายังทา่ นรอซลู ท่านนบกี ็กลวั
ญบิ รีลก็พูดกับทา่ นนบีว่า : จงอา่ น
ทา่ นนบีตอบว่า : ฉันอา่ นไม่เปน็
ญิบรลี ได้พูดกบั ท่านนบวี ่า : จงอา่ น ดว้ ยกบั พระนามของพระเจ้าของเจ้าผทู้ รงสรา้ งเจ้า
วิชาศาสนประวตั ิ1 (อัตตารีค1) สค13102 ระดบั ประถมศึกษา 43
และญิบรีลก็อ่านซูเราะฮฺ อัล-อะลักให้ท่านนบีฟ๎ง และเป็นซูเราะฮฺแรกท่ีลงมาจากกุรอาน และท่านรอซูลก็
กลับไปหาภรรยาของทา่ นด้วยความหวาดกลัว และ
พูดกบั นางวา่ : หม่ ผา้ ใหฉ้ ันที
หลังจากน้ันทา่ นกเ็ ล่าเร่อื งทเ่ี กดิ ขน้ึ ใหห้ ญงิ คอดยิ ะหฟ์ ๎ง และนางก็นาเรื่องไปเล่าให้ลูกของลุงของนางฟ๎งท่ีช่ือ วะ
รอกะฮฺ อบิ นิ เนาฟ๎ล ท่ีเปน็ ผรู้ ู้ในอิลญลี และเขากก็ ล่าวกบั นางว่า จงไปบอกขา่ วดี แท้จรงิ เขาคือนบีในสมัยนี้
การเชญิ ชวนต่ออิสลาม
ท่านรอซูลเริ่มการเชญชวนญาติใกล้ชิดของท่านและสหายของท่านไปยังอิสลาม ดังน้ันท่านหญิงคอดิ
ยะฮฺก็ศรัทธา หลังจากน้ันก็ท่านอบูบักร และท่านอาลี บินอบีตอลิบ และท่านนบีก็รวบรวมศอฮาบะฮฺของท่าน
อย่างลบั ๆ ในบา้ นของดารุลอัรกอมลูกของอบีอัรกอม เพื่อท่ีจะสอนเขาในเรื่องราวของศาสนา หลังจากน้ันพวก
กุฟฟารก็ทาร้ายบรรดาผทู้ ศ่ี รัทธา
ปแี หง่ ความเสียใจ
ที่ถกู เรยี กว่าปขี องความเสยี ใจเพราะท่านนบีเสยี ใจอยา่ งมากมายตอ่ การเสียชีวิตของท่านหญิงคอดิยะฮฺ
และทา่ นอบูตอลิบซึง่ เป็นลงุ ของท่าน ท่านรอซลู ก็ได้ไปยังเมืองฎออีฟหลังจากดังกล่าว เพื่อเชิญชวมชาวเมืองสู่
อิสลาม แตว่ า่ พวกเขาได้ทารา้ ยท่านนบีและไม่ตอบรบั การเชญิ ชวนของทา่ น
อิสรอฮแฺ ละเม๊ยี ะอฺรอจ
อัลลอฮฺต้องการที่จะลดความเศร้าของท่านนบี โดยให้ท่านนบีเดินทางในตอนกลางคืนจากมักกะฮฺไป
ยังบัยติลมักดีส และละหมาดในมัสยิด หลังจากนั้นก็ขึ้นไปยังฟากฟูาท่ีสูงส่ง และอัลลอฮฺบัญญัติการละหมาด
ให้แก่ทา่ นนบี
การอพยพไปยังมะดีนะฮฺ
ทา่ นรอซลู ได้อพยพไปยงั มะดีนะฮฺ หลงั จากทศ่ี อฮาบะฮขฺ องท่านได้อพยพไปแล้ว และศาสนาของอัลลอ
ฮกฺ ็ได้แพรห่ ลายทน่ี น่ั และท่านรอซลู กไ็ ดเ้ ขา้ ทาสงครามกับมุชริกนี หลายสงคราม เพื่อปกปอู งศาสนาของอัลลอฮฺ
และอัลลอฮฺก็ได้ช่วยเหลือรอซูลของพระองค์ และสนับสนุนท่านรอซูลด้วยกับบรรดามาลาอิกะฮฺทาการต่อสู้
พร้อมกบั ท่าน เพราะแท้จริงอัลลอฮฺได้ส่ังใช้ท่ีจะให้ท่านเผยแพร่อิสลามในโลกนี้ เพราะแท้จริง อัลลอฮฺจะไม่รับ
ศาสนาใดนอกจากท่านรอซลู
การพิชิตมักกะฮฺ
ท่านรอซูล ได้กลับไปยังมักกะฮฺ เพื่อท่ีจะพิชิตมักกะฮฺในวันท่ี 10 เดือนรอมาฎอนในปีท่ี 8 ของการ
อพยพ และจานวนทหารของท่านรอซูลมี 10,000 คน และท่านนบีก็ละหมาดพร้อมกับศอฮาบะฮฺของท่าน ใน
กะอฺบะฮฺและความสัจจริงของอัลลอฮฺ สัญญาของอัลลอฮฺต่อรอซูล ในการกลับเข้าไปในกะอฺบะฮฺอีกคร้ังหน่ึง
และท่านรอซูล ก็อภัยให้ชาวมักกะฮฺ เพราะแท้จริงท่านเป็นผู้ที่เมตตาและเป็นผู้ที่มีเกียรติ และท่านรอซูล ก็ทา
ฮจั ญอ์ าลาในป๎ฮจิ เราะฮทฺ ่ี 10 และบรรดามุสลมิ ทอี่ ยู่รอบๆท่าน ก็รว่ มประกอบพธิ ีฮัจญพ์ รอ้ มกบั ทา่ น
โรคของทา่ นรอซูล
ทา่ นรอซลู ปวุ ยอย่างรุนแรงถงึ ข้นั ตวั รอ้ นทส่ี ดุ
การเสยี ชีวิตของท่านรอซลู
ทา่ นรอซูล เสียชีวติ ในวนั ที่ 12 เดือนรอบิอุ้ลเอาว้าล จากปีที่ 11 ของการอพยพในเวลาสาย และถูกฝ๎งใน
ห้องใกล้ๆมัสยิดของท่านในมะดีนะฮฺ และหลังจากท่ี ขยายมัสยิดนะบะวี กุโบรของท่านก็เข้าไปอยู่ในมัสยิด ข้า
แต่อลั ลอฮขฺ อพระองค์ทรงนานายของเรานบมี ฮู าหมัด และความประเสรฐิ และการส่งนบีมา ข้าแต่อัลลอฮฺโปรด
44 วชิ าศาสนประวตั 1ิ (อัตตารคี 1) สค 13102 ระดับประถมศกึ ษา
ทรงให้ที่พานักท่ีได้การสรรเสริญที่พระองค์ได้ทรงสัญญาไว้กับนบี และอัลลอฮฺได้สรรเสริญนบี และให้ความ
สันตสิ ขุ พระองค์ให้ความจาเริญแก่นบี และครอบครัวของท่าน และบรรดาศอฮาบะฮฺของท่าน และผู้ที่ติดตาม
ทา่ นไปยงั วนั แหง่ การตอบแทน
วชิ าศาสนประวตั ิ1 (อัตตารคี 1) สค13102 ระดบั ประถมศึกษา 45
ใบงานท่ี 14
เร่ือง ประวตั ิของนบมี ฮู ัมหมัด ศ็อลลลั ลอฮอุ ะลยั ฮวิ ะซัลลัม
คาชีแ้ จง ให้ผู้เรียนทาเขยี นคาตอบในขอ้ ต่อไปน้ี
เขียนประวัติของนบีมฮู มั หมัด ศอ็ ลลลั ลอฮุอะลัยฮิวะซัลลมั พอสังเขป
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................. ...................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................................... ..........
........................................................................................................................ .........................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
....................................................................................................................................... ..........................
.................................................................................................................................................................
คณะทางาน
หลกั สตู รโปรแกรมวิชาเลอื กอิสลามศึกษา
ท่ีปรึกษา
1. นายกฤตชยั อรุณรัตน์ เลขาธิการ กศน.
2. นายเรวฒั น์ เพช็ รสงฆ์ ผู้อานวยการสานักงาน กศน.จังหวัดปตั ตานี
3. นายธนกร เก้ือกลู ผู้อานวยการสานกั งาน กศน.จังหวัดสงขลา
4. นายณัฐพงษ์ นวลมาก ผู้อานวยการสานักงาน กศน.จังหวดั นราธิวาส
5. นางขนิษฐา มะลสิ ุวรรณ ผอู้ านวยการสานกั งาน กศน.จังหวดั ยะลา
5. นายอุดร สิทธิพาที ผอู้ านวยการสานกั งาน กศน.จงั หวัดสตลู
ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ ยานยา นายกสามคมสถาบนั ศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
1. นายอบั ดลุ อาซิส จรจิตต์ ผเู้ ชีย่ วชาญอิสลามศกึ ษา สานักงานศึกษาธิการภาค 8
2. นายสาโรช สุนทรมาลาตี ผ้ชู านาญการอิสลามศึกษา สานกั งานศึกษาธิการภาค 8
3. นายดนรอหีม บากา ผู้ชานาญการอิสลามศกึ ษา สานักงานศึกษาธิการภาค 8
4. ดร.มหู ามัดรยู านี อับดุลกาเดร์ ข้าราชการบานาญ
5. นายอารีเฟน อับดลุ กาเดร์ ข้าราชการบานาญ
6. นางลาวัลย์
คณะทางาน
1. นางกรวิภา ขวัญเพช็ ร ครเู ช่ยี วชาญ กศน.อาเภอเมืองปัตตานี
ครูผู้ช่วย โรงเรยี นบ้านหว้ ยเตา่
2. นายมะนาเซ มะแซ ผู้อานวยการ กศน.อาเภอไม้แก่น จ.ปตั ตานี
ผู้อานวยการ กศน.อาเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี
3. นายอบั ดลุ ฮาดี สตี ีเลาะ ผอู้ านวยการ กศน.อาเอบันนงั สะตา จ.ยะลา
นักวิชาการศกึ ษาปฏิบัตกิ าร สานกั งาน กศน.จังหวัดปัตตานี
4. นายนภดล พฒุ สกลุ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอจะนะ จ.สงขลา
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอจะนะ จ.สงขลา
5. นายแวอุเซง็ อาเกะ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอบันนงั สะตา จ.ยะลา
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอบันนังสะตา จ.ยะลา
6. นายซลุ กฟิ ลี สะมาแอ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอบันนังสะตา จ.ยะลา
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยง่ี อ จ.นราธวิ าส
7. นายร่อศักดิ์ เหะเหรม็ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยงี่ อ จ.นราธิวาส
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรัง จ.ปตั ตานี
8. นายอัสฮารี หมดั สี ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรัง จ.ปตั ตานี
9. นางสาวฮาสนะห์ มัสปอ
10. นางสาวรุสนีย์ มากาเต
11. นางสาวไซน๊ะ ยูโซะ๊
12. นายมะนาวี สาบูดิง
13. นายมาหามุ อีซอมซู อ
14. นายหับดี ยูโซะ
15. นายมูฮาหมัดรอฏีย์ วาเยะ๊
คณะทางาน (ตอ่ )
16. นางสาวรอดียะห์ สาแลบิง ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรัง จ.ปัตตานี
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรงั จ.ปตั ตานี
17. นายอับดลุ เลาะ มะแม ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรงั จ.ปัตตานี
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหรง่ิ จ.ปตั ตานี
18. นางสาวยารอนะ ลาเตะ ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหรง่ิ จ.ปตั ตานี
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหรงิ่ จ.ปัตตานี
19. นายปฏพิ ทั ธ์ ทับโทน ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอสายบุรี จ.ปัตตานี
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอสายบุรี จ.ปตั ตานี
20. นายอบั ดลุ ฮามิด สะดียามู ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอสายบรุ ี จ.ปัตตานี
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี
21. นางสาวสไุ รนี มะเดง็ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอปะนาเระ จ.ปตั ตานี
22. นายโมฮาหมัดอาซมี สะละไร ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอโคกโพธ์ิ จ.ปัตตานี
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอมายอ จ.ปัตตานี
23. นางสาวอาซยี ะห์ ยโู ซะ ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอหนองจิก จ.ปตั ตานี
24. นางสาวไซนบั เจะสะนิ กศน.อาเภอเมืองปตั ตานี
25. นายอบั ดลเล๊าะ ศรสี ว่าง
26. นายมฮู าหมัดสกรี ลาบอู าปี
27. นายมะแปรสุ หะยีแม
28. นางสาวรสุ มี บารอสิดกิ
29. นายอาหมดั นรี ะ
30. นายมะนาฮาดี อาแว
ผ้รู บั ผิดชอบโครงการ ขวัญเพช็ ร ครูเชยี่ วชาญ
นางกรวิภา