The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดการเรียนรู้ ศาสนบัญญัติ รหัสวิชา สค13101 ระดับประถม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by สกร.ปัตตานี, 2020-08-07 02:47:23

ชุดการเรียนรู้ ศาสนบัญญัติ ระดับประถม

ชุดการเรียนรู้ ศาสนบัญญัติ รหัสวิชา สค13101 ระดับประถม

Keywords: อิสลาม

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อลั ฟิกฮฺ 1) ระดบั ประถมศึกษา 47

บทท่ี 6
การประกอบพธิ ีฮจั ย์

ความหมาย
ฮจั ย์ ในภาษาอาหรับ แปลว่า การมงุ่ ไปสู่ หรอื การไปเยือน
ฮัจย์ในเชิงศาสนบัญญัติ หมายถึง การเดินทางมุ่งไปสู่บัยตุลลอฮหรือ อัลกะบะฮ์ ณ นครมักกะฮ์ เพื่อ

ประกอบศาสนกิจโดยมีขน้ั ตอนการปฏิบัตแิ ละตามระยะเวลาทีก่ าหนด
บทบญั ญัติ

ฮัจย์เป็นบัญญัติข้อที่ 5 ในหลักปฏิบัติ 5 ประการของมุสลิม เป็นการบังคับเฉพาะผู้ท่ีอยู่ในสภาพท่ีมีความ
สามารถเพียงพอจะปฏิบัติได้ กล่าวคือ มีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและทรัพย์สินตลอดจนความปลอดภัยในการ
เดินทาง

อลั ลอฮฺซบุ ฮานะฮุวะตะอาลา ตรสั ไวว้ า่

(97:ْ‫لاًُ )آي ػّشا‬١ْ ‫ ُِٗ َع ِث‬١ْ ٌَِ‫ ُِد َِ ُِٓ ا ْعرَ َطا َُع إ‬١ْ َ‫ إٌاا ِطُ ِؼ ُُّط اٌث‬ٍَٝ‫ ِلالُِ َػ‬َٚ

ความว่า “การประกอบพิธีฮัจย์ ณ บัยตลุ ลอฮนฺ นั้ อลั ลอฮไฺ ด้ทรงบัญญัติ แก่มวลมนุษย์ท่ีสามารถเดินทางไป
ทน่ี ัน้ ได้ ”

คณุ สมบตั ิของผู้ประกอบพธิ ีฮัจย์ มี 5 ประการ
1. เป็นมสุ ลมิ
2. บรรลศุ าสนภาวะ
3. มีสตปิ ๎ญญาสมบรู ณ์
4. เปน็ อสิ ระชน
5. มีความสามารถ เชน่ มที รัพยส์ ินเพียงพอ มีสุขภาพแขง็ แรง การเดนิ ทางปลอดภัย เปน็ ต้น

ประเภทฮัจย์
การประกอบพธิ ีฮจั ย์ มี 3 ประเภท
1. ฮัจย์อฟิ รอด คือ เนียตอิหรอมเพอ่ื ประกอบพิธีฮัจย์อย่างเดียวและทาอุมเราะฮ์หลังจากเสร็จส้ินภารกิจฮัจย์

แลว้
2. ฮจั ย์ตะมตั เฏาะอ์ คอื ทาอุมเราะฮ์ในช่วงเดือนฮจั ย์ หลงั จากนั้น เนียตอิหรอมเพื่อประกอบพิธีฮัจย์ในวันตัร

วียะฮ์ (วนั ที่ 8 ซลุ ฮจิ ญะฮ์ ) ฮจั ย์ประเภทน้จี าเปน็ ตอ้ งเชือดดมั
3. ฮจั ย์กริ อน คอื เนียตฮฺอิหรอมเพ่ือประกอบพิธีฮจั ย์กบั อหิ รอมอุมเราะฮ์ในเวลาเดียวกนั

องคป์ ระกอบการประกอบพิธีหจั ญ
องคป์ ระกอบการประกอบพิธีฮจั ย์ มี 6 ประการ ไดแ้ ก่
1. อิหฺรอมพร้อมเนียต คือ การชาระร่างกายให้สะอาดตามศาสนบัญญัติ การแต่งกายด้วยผ้าสีขาวสองผืน
ผืนหนึ่งสาหรับนุ่ง ส่วนอีกผืนใช้สาหรับห่ม สาหรับผู้ชาย ส่วนผู้หญิงสามารถแต่งกายด้วยชุดที่ปกปิด
เอาเราะฮ์ตามหลกั การอสิ ลาม
2. วูกูฟ คือ การพักสงบ ณ ทุ่งอารอฟะฮ์ เพ่ือต้ังจิตระลึกและขอพรต่ออัลลอฮ ต้ังแต่ตะวันคล้อยจน
ตะวนั ตกดินของวนั ที่ 9 เดือนซลุ ฮจิ ญะฮ์
3. ฏอวาฟ คอื การเดนิ เวยี นรอบกะบะฮ์ ในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา จานวน 7 รอบ
เงอื่ นไขฏอวาฟ มีดังนี้
- ต้องสะอาดจากหะดัษ
- ปกปดิ เอาเราะฮ์

48 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อลั ฟกิ ฮฺ 1) ระดบั ประถมศึกษา

- เริ่มต้นจากหินดา
- เวยี นรอบกะบะฮ์ จานวน 7 รอบ
4. ซะแอ คอื การเดนิ และว่ิงไปมาระหวา่ งเนินเขาศอฟา และมัรวะฮ์ จานวน 7 เทยี่ ว
เงื่อนไขซะแอ มีดงั นี
- เร่ิมต้น ณ เนินเขาศอฟา สิ้นสดุ ณ เนินเขามัรวะฮ์
- เดินและว่ิงไปมาระหวา่ งเนนิ เขาศอฟา และมัรวะฮ์ จานวน 7 เท่ียว
- ต้องดาเนินการซะแอหลังจากฏอวาฟ
- ตอ้ งเนยี ตอยา่ งบรสิ ุทธ์ใิ จ
5. ตะฮลั ลลุ คือ การโกนผมหรอื ขลิบผมไม่น้อยกว่า 3 เส้น
6. ตรั ตบี คอื กระทาตามลาดบั ขอ้ 1-5
วาญิบฮัจย์
วาญบิ ฮจั ย์จาเปน็ ตอ้ งทาทุกข้อ หากละทิ้งข้อใดขอ้หนึง่ ต้องเสียดัม(เสียค่าปรับ) ฮัจย์จึงจะสมบูรณ์ วาญิบฮัจย์
มี 6 ประการ ไดแ้ ก่
1. อหิ รฺ อม ณ สถานทที่ ่ีถกู กาหนด
2. มีกอตหรือสถานท่ีที่ถกู กาหนดให้เนียตฮฺอิหรฺ อม มี 2 ประเภท
1. มกี อตซามานี คือ เวลาที่กาหนดการทาฮจั ย์และการทาอมุ เราะฮื กล่าวคือ การเนียตอิหรอมฮัจย์

สามารถเริม่ ดาเนนิ การตง้ั แต่ วันที่ 1 เซาวาล จนกระท่ัง ก่อนอรุณของเชา้ วนั ท่ี 10 ซุลฮจิ ญะฮ์
2. มีกอตมะกานี คอื สถานที่เนยี ตอิหรอมฮัจย์และอุมเราะฮ์ กล่าวคอื มีกอตมะกานี มีดังน้ี
- สาหรับชาวมกั กะฮฺสถานที่เนียตฮฺอหิ รอม คือ ณ ทีพักที่มักกะฮ์
- สาหรบั บุคคลทเ่ี ดนิ ทางมาทางด้านทิศตะวันออก สถานทเี่ นียตอิหรอม คอื ยะลมั ลมั หรอื จิดดะฮ์
- สาหรับบุคคลท่ีเดนิ ทางมาจากมะดีนะฮ์ สถานท่ีเนยี ตอหิ รอม คือ ซุลฮลุ ยั ฟะฮ์ หรอื อาบาร์อะลี
3. นอนพักแรมท่ีมุชดะลิฟะฮ์ คอื นอนพักแรม ณ มุชดะลฟิ ะฮ์หลังจากกลับมาจากทุ่งอะรอฟะฮ์ ในคืนก่อน
วันอดี
4. การพักแรมค้างคืนท่ีมนี าในวันตซั รีก คือ คนื วันที่ 11- 13 ซุลฮิจญะฮ์
5. การขว้างเสาหินอัล- อะเกาะบะฮ์ ในตอนเชา้ วนั อดี จานวน 7 กอ้ น
6. การขว้างเสาหนิ ท้งั 3 ตน้ คือ เสาแรก เสากลาง เสาอะเกาะบะฮ์ในวันตซั รกี วนั ละ 3 เสา ๆละ 7 ก้อน
ไมท่ าสง่ิ ท่ีตอ้ งห้ามในขณะอิหรอม
สิง่ ทต่ี ้องห้ามในขณะอิหรอม
- คลมุ หรอื ปดิ หัว สาหรบั ผู้ชาย
- ปดิ หน้าและสวมถงุ มือสาหรับผหู้ ญงิ
- สวมเส้อื ผ้าทต่ี ัดเยบ็ สาหรับผู้ชาย
- ใสน่ า้ หอมท่ีรา่ งกายและเส้อื ผ้า
- ใช้นา้ มนั หรือครมี ทาผม
- ตัดเล็บ ตัดผม ถอนขนต่างๆ จากร่างกาย
- รว่ มประเวณี หรือมีเพศสัมพนั ธ์
- ลา่ สตั ว์
- ตัดหรือถอนตน้ ไม้หรือกิ่งไม้ในบรเิ วณแผน่ ดนิ หะรอม
- แตง่ งาน คอื การกลา่ วเสนอและกลา่ วตอบรับนกิ าห์

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อลั ฟกิ ฮฺ 1) ระดับประถมศึกษา 49

ความสาคญั และประโยชน์ของการประกอบพธิ ีฮัจย์
ความสาคัญ

การประกอบพิธิฮัจย์ถือเป็นข้อกาหนดประการหน่ึงท่ีอัลลอฮฺทรงบัญญัติไว้ให้แก่มุสลิมที่มีความสามารถ
เพียงพอจะปฏบิ ัติได้ กล่าวคือ มีความพร้อมท้งั ด้านรา่ งกายและทรพั ย์สนิ ตลอดจนความปลอดภัยในการเดินทาง

อัลลอฮซบุ ฮานะฮุวะตะอาลา ตรสั ไว้วา่

ًُ‫لا‬١ْ ‫ ُِٗ َع ِث‬١ْ ٌَِ‫ ُِد َِ ُِٓ ا ْعرَ َطا َعُ إ‬١ْ َ‫ إٌاا ِطُ ِؼ ُُّط اٌث‬ٍَٝ‫ ِلاُلِ َػ‬َٚ

ความว่า “การประกอบพิธีฮัจย์ ณ บัยตุลลอฮฺนั้น อัลลอฮฺได้ทรงบัญญัติ แก่มวลมนุษย์ที่สามารถเดินทาง
ไปท่นี ้ันได้ ” ( อาลอิ ิมรอน อายะฮฺท่ี 97 )
การประกอบพธิ ีฮจั ย์มีประโยชนม์ หาศาล ดังนี้

สาหรับผู้ประกอบพิธีฮัจย์สามารถปรับเปลี่ยนพฤตกิ รรมใหด้ ีข้นึ เช่น มรี ะเบียบวินยั มีความอดทน เปน็ ต้น
- มจี ติ ศรทั ธา และจิตสาธารณะ
- เอ้อื เฟื้อเผื่อแผ่
- เหน็ อกเหน็ ใจผูย้ ากไร้
- ฝึกความอดทนต่ออปุ สรรคตา่ งๆ
- แสดงถงึ ความจงรกั ภักดีตอ่ อัลลอฮฺและรสูล
- สาหรับประชาชาติอสิ ลาม
- แสดงถงึ ความเอกภาพของประชาชาติอิสลามท่ัวโลก
- แสดงถึงความเสมอภาพระหว่างมนุษยชาติ
- แสดงถงึ พลังอานาจของเอกองค์อัลลอฮในการสร้างมนุษยบ์ นพนื้ ฐานของความหลากหลาย
- ระลกึ ถึงประวัตศิ าสตร์การต่อสู้ของท่านรสูล
- แสดงถงึ สมั พันธภาพและภราดรภาพของประชาชาติอสิ ลาม
- มีความภาคภมู ิใจด้วยอสิ ลามทีแผข่ ยายจากนครมักกะฮ์

วนั อีดลิ อฎั ฮา

ความหมาย
อฎั ฮา มคี วามหมายว่า การเสยี สละ ดงั นน้ั วนั อีดิลอัฎฮาจงึ หมายถึง วันท่ีเวียนมาสู่ความเสียสละ

ความสาคัญ
วนั อดี ลิ อัฎฮาตรงกับวันที่ 10 เดอื นซลุ ฮิจญะฮ์ ซ่งึ เป็นวนั สาคัญของอสิ ลามอีกวนั หนึง่ ทมี่ สุ ลมิ ทั่วโลก

เฉลมิ ฉลอง และร่นื เรงิ

บทบัญญัติ
รายงานจาก อัลฮาซัน อัซซิบฎี

‫ َُد َِا َٔ ِعُذ‬َٛ ‫ةُ تِؤَ ْظ‬١‫أَ ُْْ َٔرَ َط‬َٚ ‫ َُد َِا َٔ ِعُذ‬َٛ ‫ ُِٓ أَ ُْْ َٔ ٍْثَ َُظ أَ ْظ‬٠‫ َذ‬١ْ ‫ ْاٌ َؼ‬ِٟ‫عٍُ ف‬ٚ ٗ١ٍ‫ الل ػ‬ٍٝ‫ َُي الل ص‬ٛ‫ أَ َِ َشٔا َسع‬:
‫س‬٠‫اٌؽذ‬.....ُ‫ُ تِؤَ ْش َّ َُٓ َِا َٔ ِعذ‬َٟ ‫أَ ُْْ ٔ َض ِؽ‬َٚ

ความว่า “ ท่านนบีได้ส่ังพวกเราในวันอีด ให้สวมเส้ือผ้าท่ีสวยและใหม่เท่าท่ีเราสามารถหาได้ และให้ใส่
นา้ หอมท่มี กี ลิ่นหอมที่สุดเทา่ ที่เราสามารถหาได้ และเชอื ดสัตวท์ ีม่ รี าคาสูงท่ีสุดเทา่ ที่เราจะหาได.้ .......อัลฮะดษี

50 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อัลฟิกฮฺ 1) ระดับประถมศึกษา

ขอ้ ควรปฏิบตั ใิ นวนั อีดลิ อัฎฮา
สง่ิ ทม่ี สุ ลมิ ควรปฏบิ ตั ิ ได้แก่
1. อาบน้าสุนัต โดยให้เริ่มอาบได้ตั้งแต่ค่าคืนของวันก่อนวันออกอีด หลังจากทราบแน่ชัดแล้วว่าวันรุ่งข้ึน
เป็นวันออกอีด
2. แต่งกายดว้ ยเสอ้ื ผา้ ชุดท่ดี ีทส่ี ุดหรอื ชอบท่ีสดุ เท่าท่มี ีอยู่
3. สนุ ัตให้รับประทานหลงั จากเสรจ็ สิน้ จากการละหมาดอดี
4. ให้ทกุ คนเดนิ ทางไปร่วมละหมาดและชมุ นุมกันทีม่ ัสยิดหรือมศุ ็อลลา (สนามละหมาด) เพือ่ ฟ๎งคฏุ บะฮ์
5. การเดินทางไปมัสยิดหรือสนามละหมาดอีดนั้น หากทางไม่ไกล จะเป็นการดีหากจะไปโดยการเดินเท้า
และขาไปกบั ขากลบั ใชค้ นละเส้นทาง
6. ใหก้ ลา่ วตักบีร
7. ใหท้ ากรุ บาน
8. เยี่ยมเย่ียนญาตพิ ี่น้อง เพ่ือนฝงู
9. ร่วมสนุกกับงานท่จี ัดขน้ึ แตต่ อ้ งอย่ใู นขอบเขตของหลักการอสิ ลาม
10. ควรตกแตง่ บา้ นเรือนให้สวยงามเป็นพิเศษ

การละหมาดอีดิลอัฎฮา
ละหมาดอดี ิลอฎั ฮา เป็นสุนัตมุอะกะดะฮ์ มี 2 ร็อกอะฮ์ กาหนดเวลาละหมาด เร่ิมตั้งแต่ดวงอาทิตย์

ขึ้นจนดวงอาทติ ย์คลอ้ ย

วิธกี ารละหมาดอีดิลอัฎฮา มดี ังน้ี

1. กลา่ วตกั บรี อตุอหิ รฺ ามพร้อมเนียต

คาเนียตฮฺ " ٌَٝ‫ُِاً للُِ ذَ َؼا‬ْٛ ِْ‫ ُِٓ َِؤ‬١َ‫ َس ْو َؼر‬ٝ‫ذالأضؽ‬١‫ عّٕ ُحً ػ‬ٍٝ‫" أص‬

ความวา่ “ฉนั ละหมาดสุนัตอีดิลอัฎฮา 2 รอ็ กอะฮ์ มะมูมเพ่อื อลั ลอฮ”
2. กลา่ วตักบรี ฺเพมิ่ เติม ในรอ็ กอะฮ์ แรก 7 คร้งั และในร็อกอะฮ์ที่สอง 5 คร้ัง ท้ังน้ีไม่นับตักบีรอตุอิหฺราม
ในครัง้ เรม่ิ ละหมาดและตกั บรี ฺทจ่ี ะก้มลงไปรอเกาะอ์
3. ให้อ่านตัสบีหในระหวา่ งตักบรี ในร็อกอะฮ์ทีห่ นึ่ง 6 ครัง้ และในร็อกอะฮ์ ทส่ี อง 4 ครัง้
คากล่าวตสั บหี ฺ

ُ١ْ ‫ُ ا ٌْ َؼ ِظ‬ِّٟ ٍِ‫ج اِ ُلا تِالُلِ ا ٌْ َؼ‬ٛ‫لَُ ل ا‬َُٚ ُ‫ َي‬ْٛ ‫ ُلَ َؼ‬َٚ ‫اللُ اَ ْوثَش‬َٚ ‫لَُ اٌَُِٗ اِ ُلا الل‬َٚ ُِ‫ا ٌْ َؽ ّْذلل‬َٚ ‫ع ْث َؽا َُْ الل‬

4. หลงั จากใหส้ ลาม ให้รอฟ๎งคฏุ บะฮ์อดี 2 คฏุ บะฮ์
คากล่าวตกั บรี วันอีด มีดังน้ี

‫ الُل اَ ْوثَش‬، ‫ اللُ اَ ْوثَش‬، ‫اللُ اَ ْوثَش‬
‫للُِ ا ٌْ َؽ ّْذ‬َٚ ‫ اللُ اَ ْوثَش‬، ‫الل اَ ْوثَش‬َٚ ‫ُلَ اٌَُِٗ اِلُا الل‬
ًُ‫لا‬١ْ ‫اَ ِص‬َٚ ً‫ت ْى َشُج‬ ِ‫ع ْث َؽا َُْ الُل‬ٚ ً‫شُا‬١ْ ِ‫ا ٌْ َؽ ّْذللُِ َوص‬َٚ ًُ‫شا‬١ْ ِ‫الُل اَ ُْو َثش َوث‬
َََُُْ‫ َض‬َْٚ٘ ‫شذ‬ََّٚ ِ‫ ِشاضلَُُٖلِظا ْْٕاٌ ٌَْذَىُٖاَؽف‬ٚ‫ش َوَػ‬َٛ‫ ْا‬َٚ‫وٌََث‬َْٚ ،َ‫ا‬ ، َُٓ ٠ْ ‫ َُٓ ٌَُٗ اٌ ِّذ‬١ْ ‫ااُٖ ِ ْخٍِ ِص‬٠ِ‫لَ َٔ ْؼثذُ اِلُا ا‬َٚ ُ‫لَُ اٌِ َُٗ اِ ُلا الل‬
ُٖ‫َٔ َص َشُ َػ ْث َذ‬َٚ ، ٖ‫ ْػ َذ‬َٚ ُ‫ َص َذ َق‬، ٖ‫ ْؼ َذ‬َٚ َُ‫لَُ اٌِ َُٗ اِلُا الل‬
‫اللُ اَ ْوثَش الُل‬َٚ ‫ ُلَ اٌِ َُٗ اِلُا الل‬، ٖ‫ ْؼ َذ‬َٚ ‫ْالَ ْؼ َضا َُب‬

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อลั ฟิกฮฺ 1) ระดบั ประถมศึกษา 51

เวลาตกั บรี อีดิลอัฎฮา
การกลา่ วตกั บรี มี 2 ประเภท
1. ตักบรี มฏุ ลอ็ ก คือ เร่ิมตงั้ แต่มัฆริบของค่าคืนวันอดี จนถงึ เวลาอหี ม่ามเร่ิมนาละหมาดอีด
2. ตักบีรมุก็อยยัด คือ เริ่มกล่าวหลังจากเสร็จจากการละหมาดฟ๎รดู 5 เวลา เริ่มต้ังแต่หลังละหมาดซุฮรี

ของวันอดี จนถึง หลงั ละหมาดอัศรี ของวนั ที่ 13 ซลุ ฮจิ ญะฮ์ (วนั ตัซรีก)

การทากรุ บฺ าน

ในช่วงระยะเวลาวันอีดิลอัฎฮาของทุกๆ ปีน้ันจะมีปฏิบัติกิจกรรม ท่ีสาคัญยิ่ง และได้รับผลบุญตอบแทน
มากมายอยู่อย่างหนง่ึ คอื การทากรุ บาน
ความหมายและความสาคัญ

การทากุรบาน หมายถึง การเชือดสัตว์เป็นพลีเพ่ือแจกจ่ายให้ผู้ยากจน โดยเชือดสัตว์ในตอนสายของ
วันอีดลิ อฎั ฮา หลังจากการละหมาดสุนัตอดี ิลอฎั ฮา

การทากุรบานนี้ได้ปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยของท่านนบีอิบรอฮีม อะลัยฮิสสลาม ซ่ึงมัซฮับฮะนาฟีถือว่าการทา
กุรบานเป็นวาญิบ (ต้องปฏิบัติทุกคน) ส่วนมัซฮับซาฟีอี ถือเป็นสุนัตมุอักกะดะฮ์ คือถึงแม้จะไม่บังคับแต่ก็ควรทา
กันทุกคนเพราะผู้กระทาจะได้ผลบุญอย่างมหาศาล และท่านนบีมูฮัมมัด ซ็อลลัลลอฮูอาลัยฮิวาซัลลัม ก็ได้ปฏิบัติ
อย่เู สมอ ดังนน้ั ผู้ทอ่ี ยู่ในฐานะท่ีจะทาได้ ไมค่ วรละเลยขอ้ ปฏิบัตนิ ี้ อย่างนอ้ ยสักครั้งหนึง่ ในชวั่ ชีวติ
บทบญั ญัติ

อัลลอฮซุบฮานะฮุวาตะอาลาได้ตรัสไว้
ความว่า “ เนอื้ และเลอื ดของสัตวก์ รุ ฺบานนน้ั ไม่ได้ถูกถวายต่ออัลลอฮฺหรอก แต่การยาเกรง (ตักวา) ของสูเจ้า
ต่างหากที่จะถกู นาไปถวายพระองค์ ”
จากท่านอบิ นอิ ับบาสเล่าว่า ทา่ นรสูลุลลอฮทฺ รงกลา่ วว่า

ٞ‫اٖ اٌرشِز‬ٚ‫ اللُِ ِِ ُْٓ َ٘ َشالَ ُِح َدَُ " س‬ٌَِٝ‫ ََُ إٌَ ْؽ ِشُ أَ َؼ اةُ إ‬ْٛ ٠َ ََُ ‫" َِا ِِ ُْٓ َػ َّ ًُِ اتٓ آ َد‬

ความวา่ “ในวันอีดลิ อัฎฮาน้นั ไม่มีการงานใดๆ ของมนุษย์จะเป็นท่ีโปรดปรานรักใคร่ของอัลลอฮ ดียิ่งไปกว่า
การทากุรบาน” รายงานโดยตรี มีซี

กาหนดเวลาการทากรุ บาน
เร่ิมเชือดกุรบานได้ต้ังแต่หลังจากเสร็จสิ้นการละหมาดอีดิลอัฎฮา จนถึงเวลาอัศรีของวันท่ี 4 ของวันอีด รวม

4 วนั (วันอีด 1วนั วนั ตซั รกี 3 วนั ) การเชือดควรให้เจ้าของเป็นผเู้ ชอื ดเอง หากจะมอบให้ผู้อ่ืนเชือดก็ควรเป็นสักขี
พยานในการเชือดดว้ ย
คาเนียตการทากุรบาน

ขณะจะเร่มิ เชือดให้เนียตว่า “นีคือกุรบานของขา้ พเจ้า”
หากมอบให้ผอู้ ่ืนเชือด คนเชอื ดต้องเนยี ตว่า “นีคือกรุ บานของ..... (ชอื่ เจา้ ของ ).....ซง่ึ มอบให้ขา้ พเจ้าเชอื ด
ก่อนจะเชือดควรอา่ นดุอาอ์วา่

ُْٟ ِِِّٕ ًَُ ‫ َُه فَرَ َمثا‬١ْ ٌَِ‫إ‬َٚ ُ‫ ًُّ َ٘زاَُ ِِ ْٕ َه‬ٌٍٙ‫تِغ ُِ اللُِ َالُل اَ ْوثَ ُش ا‬

ความวา่ “ดว้ ยพระนามของอัลลอฮ อลั ลอฮผู้ทรงย่ิงใหญ่ ข้าแด่อัลลอฮ สตั ว์กุรบานน้ีพระองค์ทรงให้เกิดมา
และจะกลับไปสู่พระองค์แล้ว ดังนนั้ โปรดไดร้ บั จากข้าพระองคด์ ว้ ย”

52 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 1 (อัลฟกิ ฮฺ 1) ระดบั ประถมศึกษา

สัตว์ทีใ่ ช้ทาการกรุ บาน คอื อูฐ ววั ควาย แพะ และแกะ เปน็ ต้น
- อูฐ ต้องมีอายุ 5 ปีบริบูรณ์ ใช้ทากรุ บานได้ 7 ส่วน
- ววั , ควาย ตอ้ งมีอายุ 2 ปบี ริบูรณ์ ใช้ทากรุ บานได้ 7 สว่ น
- แพะ ต้องมีอายุ 2 ปบี รบิ ูรณ์ ใช้ทากรุ บานได้ 1 ส่วน
- แกะ ต้องมีอายุ 1 ปีบริบรู ณ์ ใช้ทากุรบานได้ 1 ส่วน
สัตวจ์ ะทาการกรุ บาน ต้องอัวนสมบูรณ์ปราศจากส่งิ ตาหนิ หรือโรค ควรมลี ักษณะสวยงาม
สตั ว์ท่ีทาการกุรบานไม่ได้ ได้แก่ สัตวท์ ่เี ป็นโรค หรอื พิการ หรอื ไมส่ มประกอบ เชน่ ตาบอด หูแหว่ง

เขาหกั ไม่มีฟน๎ แคระแกร็น มที ้อง เป็นตน้
การแจกเน้ือกุรบาน

เนื้อกุรบาน ให้แจกแก่คนยากจนและเพื่อนบ้านใกล้เคียง ส่วนเจ้าของควรเก็บไว้กินเพียงเล็กน้อยเท่าน้ัน
หา้ มนาเอาเนอ้ื และสว่ นตา่ งๆ ของสัตว์กรุ บาน ไม่วา่ จะเปน็ เน้อื หนัง หรือกระดูก ไปขายหรือเปน็ คา่ จา้ งเป็นอันขาด

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อัลฟกิ ฮฺ 1) ระดบั ประถมศึกษา 53

ใบความรทู้ ี่ 8
เรือ่ ง การประกอบพธิ ีฮจั ย์

ฮัจย์
ความหมาย
ฮัจย์ในเชิงศาสนบัญญัติ หมายถึง การเดินทางมุ่งไปสู่บัยตุลลอฮฺหรืออัล-กะอฺบะฮฺ ณ นครมักกะห์ เพ่ือ

ประกอบศาสนกิจโดยมีขั้นตอนการปฏิบัติและตามระยะเวลาท่ีกาหนด ฮัจย์เป็นบัญญัติข้อท่ี 5 ในหลักปฏิบัติ 5
ประการของมุสลิม เป็นการบังคับเฉพาะผู้ท่ีอยู่ในสภาพที่มีความสามารถเพียงพอจะปฏิบัติได้ กล่าวคือ มีความพร้อม
ทง้ั ดา้ นร่างกายและทรพั ย์สินตลอดจนความปลอดภัยในการเดนิ ทาง

ความสาคญั
มีจิตศรัทธา จิตสาธารณะ เอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นอกเห็นใจผู้ยากไร้ ฝึกความอดทนต่ออุปสรรคต่างๆแสดงถึง
ความจงรักภกั ดตี อ่ อลั ลอฮฺและรสูล และแสดงถงึ ความเอกภาพของประชาชาติอสิ ลามทั่วโลก

วันอดี ิลอฎั ฮา
ความหมาย
อัฎฮา มีความหมายว่า การเสียสละ ดังนั้นวันอีดิลอัฎฮาจึงหมายถึง วันที่เวียนมาสู่ความเสียสละ วัน

อดี ิลอัฎฮาตรงกบั วนั ที่ 10 เดือนซลุ ฮิจญะฮฺ ซ่ึงเป็นวนั สาคญั ของอสิ ลามอีกวันหน่ึงที่มุสลิมทั่วโลก เฉลิมฉลอง และร่ืน
เรงิ

ข้อควรปฏิบตั ใิ นวนั อีดิลอัฎฮา
1. อาบน้าสนุ ัต โดยให้เริ่มอาบได้ตั้งแต่ค่าคืนของวันก่อนวันออกอีด หลังจากทราบแน่ชัดแล้วว่าวันรุ่งขึ้นเป็น
วันออกอดี
2. แต่งกายดว้ ยเสอื้ ผ้าชุดทีด่ ีที่สุดหรือชอบทสี่ ดุ เท่าทม่ี อี ยู่
3. สุนตั ใหร้ ับประทานหลังจากเสรจ็ สนิ้ จากการละหมาดอดี
4. ให้ทกุ คนเดนิ ทางไปร่วมละหมาด และชุมนมุ กนั ทีม่ ัสยิดเพือ่ ฟ๎งคุฏบะฮฺ
5. การเดนิ ทางไปมสั ยดิ หรอื สนามละหมาดอดี นนั้ หากทางไม่ไกล จะเปน็ การดีหากจะไปโดยการเดินเท้า และ
ขาไปกบั ขากลับใชค้ นละเส้นทาง
6. ใหก้ ล่าวตักบีรฺ
7. ใหท้ ากุรฺบาน
8. เย่ียมเย่ียนญาตพิ ่ีนอ้ ง เพือ่ นฝงู
9. รว่ มสนกุ กบั งานที่จัดขนึ้ แตต่ อ้ งอยใู่ นขอบเขตของหลักการอิสลาม
10. ควรตกแต่งบ้านเรอื นให้สวยงามเป็นพิเศษ

ชอื่ .................................................สกลุ .......................................................กลุ่ม...............................

54 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 1 (อัลฟกิ ฮฺ 1) ระดบั ประถมศึกษา

ใบงานท่ี 8
เรื่อง การประกอบพธิ ีฮัจย์

คาชแ้ี จง : ใหผ้ ู้เรียนประดิษฐ์การ์ดวนั อีดิลอัฎฮา

ช่อื .................................................สกลุ .......................................................กลุ่ม...............................

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อัลฟกิ ฮฺ 1) ระดับประถมศึกษา 55

บทท่ี 7
ฮกู มซัรอยี ์

ความหมาย
ฮกู มซัรอีย์ หมายถึง บทบัญญติของศาสนาอสิ ลามทก่ี าหนดใหม้ สุ ลิมปฏบิ ตั ิ และละเวน้ ในสงิ่ ท่ีถูกหา้ ม

ความสาคญั ของฮูกมซัรอยี ์
ฮูกมซัรอีย์นั้นเป็นส่ิงท่ีอธิบายถึง ขอบเขตของอัลลอฮฺ ฮูกมซัรอีย์ทาให้เราทราบถึง ว่าส่ิงใดที่เราควรกระทา

และสง่ิ ใดเป็นส่ิงทเี่ ราไมค่ วรกระทา เราจงึ สามารถเคารพภักดีอลั ลอฮฺโดยถกู ตอ้ งสมบรู ณ์
ประเภทของฮูกมซรั อฺ ี

ฮกู มซัรอยี ์ แบ่งออกเปน็ 5 ประเภท ไดแ้ ก่
1. วาญิบ คือ ข้อบ่งใช้ หมายถึง บทบัญญัติท่ีกาหนดให้มุสลิมทุกคนท่ีมุกัลลัฟต้องปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติแล้วจะ
ได้รับผลตอบแทนจากอัลลอฮ แต่ถ้าละเว้นไม่ปฏิบัติ ก็จะถูกลงโทษ เช่น ละหมาด 5 เวลา การถือศีลอดในเดือน
รอมฎอน การจ่ายซากาต การทาฮัจย์สาหรับผู้ที่มคี วามสามารถ เปน็ ตน้
2. หะรอม คือ ข้อห้าม หมายถึง บทบัญญัติท่ีกาหนดเป็นข้อห้าม ห้ามมุสลิมทุกคนปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติแล้วจะ
ได้รับโทษจากอัลลอฮ แต่ถ้าละเว้น ไม่กระทา หรือไม่ปฏิบัติ จะได้รับผลตอบแทนจากอัลลอฮ เช่น การด่ืมเหล้า
การเล่นการพนนั การเอาดอกเบ้ีย การผิดประเวณี การเปิดเผยเอาเราะฮ์ การนินทา เป็นตน้
3. สุนัต คือ สิ่งที่ควรกระทา หมายถึง บทบัญญัติที่กาหนดให้มุสลิมพึงปฏิบัติ ผู้ใดปฏิ บัติก็จะได้รับ
ผลตอบแทนจากอลั ลอฮ แตถ่ า้ ละเวน้ ไม่ปฏิบัติ ก็ไม่ถูกลงโทษ เช่น การละหมาดสุนัตต่างๆ การกล่าวสลาม การแปรง
ฟ๎น การเย่ยี มเยียนญาติพนี่ อ้ ง เป็นตน้
4. มกั รฮู ์ คือ สง่ิ ทีไ่ ม่ควรกระทาหรอื ไม่ควรปฏิบัติ หมายถงึ บทบญั ญตั ิในศาสนาอสิ ลามทกี่ าหนดว่า ส่ิงใดที่ไม่
ควรกระทา หรือไม่ควรปฏิบัติ เป็นส่ิงท่ีน่ารังเกียจ แต่หากกระทาหรือปฏิบัติไปแล้วก็ไม่ถูกลงโทษถ้าละเว้นได้ก็เป็น
การดี จะไดร้ บั ผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ เชน่ การทานอาหารที่มกี ลน่ิ จดั การไม่รบี ละศลี อดเมอ่ื ถึงเวลา เปน็ ต้น
5. มบุ าห์ คอื บทบญั ญตั ิท่ถี กู อนุมตั ิ เม่ือปฏบิ ตั ิหรือละเว้น อลั ลอฮไม่ใหผ้ ลตอบแทนและไม่ลงโทษ เพราะเป็น
บทบัญญัติที่ไม่บังคับใช้และไม่ห้าม มุบาห์น้ันส่วนใหญ่จะเป็นการกระทาในอากัปกริยาต่างๆ เช่น การนอน จะนอน
บนพ้ืนหรือบนเตียงกไ็ ด้ การกนิ อาหารตา่ งๆ ใครจะกนิ อะไรก็ได้ทีห่ ะลาล แลว้ แต่ใจชอบ เป็นต้น

การอาบนา้ วายิบ

ความหมาย
การอาบน้าจาเป็น(วายิบ) หมายถึง การชาระร่างกายให้สะอาดที่จาเป็นด้วยการอาบน้าหลังจากมีฮะดัสใหญ่

และเกิดการตาย นอกจากการตายซะฮีด
บทบัญญตั ิ

อัลลอฮฺทรงตรัสวา่
ความว่า “และพวกเจ้า ร่างกายไม่สะอาด อันเน่ืองมาจากการมีเพศสัมพันธ์ ก็จงทาความสะอาดด้วยการ
อาบน้า (บทอลั มาอีดะฮ์ โองการที่ 6)

ความสาคญั และประโยชน์ของการอาบน้าวายิบ
1. การหลั่งอสจุ หิ รือมปี ระจาเดือนจะทาใหร้ า่ งกายอ่อนหลา้ การอาบนา้ จะทาร่างกายสดช่นื และกลับสู่ภาวะเดมิ
2. การอาบน้า สาหรบั ผู้หญิงทห่ี มดประจาเดือนหรอื เลือดนฟิ าส ทาให้ กลิ่นคาวเลือดหมดไป

สาเหตุทตี่ อ้ งอาบนา้ วายิบ
1. รว่ มประเวณี(ญะนาบะฮ์)
2. หลังอสจุ ิ

56 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 1 (อัลฟกิ ฮฺ 1) ระดบั ประถมศึกษา

3. สตรที ี่มีประจาเดือน
4. มีเลอื ดหลังจากการคลอดบตุ ร
วธิ ีการอาบนา้ วายิบ
1. ชาระลา้ งสิ่งสกปรกออกจากรา่ งกายให้หมดเสียก่อน
2. การต้ังเจตนา

" ٌٝ‫ لُلِ ذَ َؼا‬ُٟ‫ َد ُُ َس ْف َُغ ا ٌْ َؽ َذ ُِز ْال َأ ْوثَ ِشُ فَ ْشضاًُ َػٍَ ا‬٠ْ َٛ َٔ "

ขา้ พเจ้าตั้งใจชาระหะดัษใหญ่เพือ่ อัลลอฮตาอาลา
2. รดน้าทุกสว่ นของร่างกาย
การอาบน้าวาญิบ ควรเริ่มด้วยการอ่าน "บิสมิลลาฮ" แล้วล้างมือทั้งสองข้าง และอาบน้าละหมาดเสียก่อน
การรดน้าบนรา่ งกายใหเ้ ริ่มทางขวาก่อน แล้วตามด้วยทางซา้ ยถใู ห้ท่ัวทกุ ส่วนของร่างกาย

สิง่ ที่หา้ ม(ฮะรอม)เมื่อมีฮะดัสใหญ่
1. การละหมาดฟร๎ ฎู หรือ สุนตั
2. การอ่านคตุ บะหย์ มุ อตั
3. สูํดู ตีลาวะห์ (อ่านอัลกุรอาน)
4. การตอวัฟ
5. ห้ามสัมผสั อลั กุรอาน ยกเว้นเพอื่ หยบิ อลั กรุ อานจากสถานทท่ี ส่ี กปรก
6. หา้ มหยดุ หรือ พัก ในมสั ยิด
7. ห้ามอ่านอลั กรุ อาน

เพม่ิ เติมสาหรับผู้หญงิ
1. หา้ มถอื ศิลอดจาเป็น หรือ สนุ ัต
2. หา้ มหยอกล้อสามี ภรรยา ระหว่าง สะดอื และหัวเข่า
3. ห้ามร่วมประเวณี

การจดั การญะนาซะฮฺ (ศพ)

ความหมาย
เมื่อมุสลิมเสยี ชวี ติ เป็นหนา้ ท่ีของมุสลมิ ในชุมชนโดยเฉพาะครอบครัวของผู้เสียชวี ติ จะต้องจัดการศพให้

เรียบร้อยและถูกต้องตามหลักการอสิ ลามตามขน้ั ตอนดังต่อไปนี้โดยเรว็
1. อาบนา้ ศพ
2. หอ่ ศพ
3. ละหมาดญะนาซะฮ์
4. ฝง๎ ศพ

ฮูกมการจัดการญะนาซะฮ์ คือ ฟ๎รฎกู ิฟายะฮ์
ความสาคัญ

ความตายเป็นส่งิ ท่ีอลั ลอฮกาหนดไวส้ าหรับมนษุ ย์ทุกคนแลว้ ดงั นัน้ ความตายจึงเปน็ ส่ิงทีไ่ ม่มีใครสามารถ
หลกี เล่ยี งได้ เม่ือเราทราบขา่ วการตายของพีน่ ้อง
มสุ ลิมให้เราอา่ นดอุ าอ์ ดังนี้

" َُْ ْٛ ‫ ُِٗ َسا ِظؼ‬١ْ ٌَِ‫أِاا ا‬َٚ ُِ‫" أِاا لل‬

ความว่า “แทจ้ รงิ เราเปน็ กรรมสิทธ์ขิ องอัลลอฮ และแนน่ อนเราต้องกลับคืนสู่พระองค์ ”

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อัลฟิกฮฺ 1) ระดบั ประถมศึกษา 57

การปฏิบัตติ อ่ ญะนาซะฮ์
1. เยีย่ มเยยี นเพ่อื เป็นกาลังใจใหแ้ ก่เครือญาตหิ รือครอบครัวของผู้ตาย
2. หา้ มพูดด่าว่าผูต้ าย
3. ควรไปร่วมละหมาดญะนาซะฮ์ให้ผู้ตาย
4. ร่วมเดนิ ทางไปสง่ ศพยงั กุบูร

วิธีการอาบน้าญะนาซะฮ์
1. การวางศพขณะอาบน้าควรวางศพใหส้ ูงขนึ้ จากพน้ื และอาบนา้ ในสถานท่ีมิดชิด
2. ควรมผี า้ ปิดศพส่วนท่คี วรปกปิดความอาย
3. ผู้ท่ีจะอาบนา้ ศพนัน้ ควรเป็นพ่อ แม่ สามี ภรรยา บตุ ร หรอื บคุ คลเพศเดยี วกนั กับศพ
4. ลา้ งสงิ่ สกปรกทีต่ ดิ อยกู่ ับศพใหส้ ะอาดเสียก่อน
5. อาบนา้ ละหมาดให้กับศพ
6. อาบน้าศพ โดยรดนา้ ใหท้ ่ัวร่างกาย สลบั นา้ ใบพุทรา 3 ครั้งโดยครงั้ สดุ ท้ายให้ราดน้าผสมการบูร
7. การอาบน้าศพควรกระทาอยา่ งระมดั ระวังเหมือนกบั การปฏิบตั ติ ่อผู้ทมี่ ีชวี ิตอย่เู พื่อเปน็ การให้เกยี รติแก่ศพ
8. เม่ืออาบน้าศพเสรจ็ แล้ว ใหใ้ ชผ้ ้าซบั น้าตามตวั ใหแ้ ห้ง

การหอ่ ญะนาซะฮ์ (ศพ)
เม่ืออาบน้าให้เสร็จแล้ว จาเป็นต้องห่อผ้าให้ผู้ตายน้ันด้วย โดยใช้ผ้าขาวที่สะอาดอย่างน้อยใช้ผ้าเพียงผืน

เดียวซ่ึงสามารถปิดได้มิดชิดตลอดท้ังร่างกาย ไม่ว่าผู้ตายน้ันจะเป็นชายหรือหญิงก็ตาม แต่การห่อศพท่ีดีนั้น สาหรับ
ชายควรใช้ผา้ ขาวห่อ 3 ช้ัน สว่ นหญงิ ควรใชผ้ า้ ขาว 5 ช้ัน การห่อศพในแต่ละช้ันหากทาได้ควรเอาผงไม้จันทน์ขาว
หรือเครอ่ื งหอมทไ่ี ม่เป็นนาญสี โรยด้วย

สาหรบั ศพทตี่ ายชะฮีด คอื การตายในการปกปอู งศาสนา อิสลามได้กาหนดให้ฝ๎งโดยไม่ต้องอาบน้าละหมาด
ญานาซะฮ และฝง๎ โดยใช้เครอ่ื งแต่งกายที่เขาสวมอยูใ่ นขณะเสียชีวิต
วธิ ีการห่อญะนาซะฮ์ (ศพ)

1. เอาผา้ ทเี่ ตรียมไว้ซึง่ ตดั ยาวกว่าส่วนสูงของผู้ตายปูลงไป แล้วเอาเครื่องหอม เช่น ผงไม้จันทน์โรยลงบนผ้า
แล้วเอาผ้าผืนท่ี 2 ปูทับบนผ้าผืนท่ี 1 เอาเคร่ืองหอมใส่ลงไปอีก แล้วเอาผ้าผืนที่ 3 ปูทับลงไปอีกบนผ้าผืนท่ี 2
แล้วใส่เคร่ืองหอมลงไปอกี

2. หลังจากนั้นจึงยกศพมาวางบนผ้าให้นอนหงายเหยียดตรง เอามือท้ังสองวางบนหน้าอกโดยให้ฝุามือขวา
ทับหลงั ข้อมือซ้าย เอาสาลซี ่ึงโรยหรือคลุกด้วยเคร่ืองหอมเช่นผงไม้จันทน์กับพิมเสนมาแปะไว้ตามซอกหรือข้อพับของ
รา่ งกายและจมกู ฝุามอื ฝาุ เทา้ ฯลฯ

3. หลังจากน้ันจึงห่อโดยพับชายผ้าด้านซ้ายตลบมาทางขวาและพับชายผ้าด้านขวาตลบมาทางซ้ายที่ละชั้นๆ
จนเสรจ็ ตอ่ จากนนั้ จึงรวบชายผา้ หัวท้ายคือทางศีรษะและปลายเท้าผูกไว้ท้ัง 2 ด้าน และผูกระหว่างตัวอี 2-3 เปลาะ
เพอื่ ไมใ่ ห้ผา้ หอ่ ศพเปดิ ออกขณะนาไปฝง๎

การละหมาดญะนาซะฮ์
ความหมายและความสาคัญ

การละหมาดญะนาซะฮ์ คอื การขอพรเพือ่ วิงวอนตอ่ อัลลอฮใฺ หท้ รงอภัยและทรงประทานความเมตตาแก่ศพ
บทบัญญตั ิ

การละหมาดเป็นการขอพร(ดูอาอ์)ให้กับมัยยิต ก็เป็นหลักการหนึ่งของการละหมาดนี้ โดยมติเอกฉันท์ของ
นกั นติ ศิ าสตรอ์ สิ ลาม เพราะทา่ นรอซูล (ศอ็ ลลัลลอฮูอาลยั ฮิวาซัลลมั ) กลา่ วว่า

" ُ‫ا ٌَُٗ اٌذ َػا‬ٛ‫ ُِد فَؤَ ْخٍَص‬١َّ ٌ‫ ا‬ٍَٝ‫رُ َػ‬١ْ ٍ‫"اِ َرا َص‬
ความว่า “ เมือ่ พวกเจ้าละหมาดให้กบั ผูต้ าย พวกเจ้าจงจรงิ ใจในการขอพรใหก้ บั เขา”

58 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อลั ฟกิ ฮฺ 1) ระดับประถมศึกษา

วิธกี ารละหมาดญะนาซะฮ์
1.หากผู้ตายเปน็ หญงิ ผเู้ ปน็ อิมามจะยืนตรงกับช่วงกลางลาตัวของศพ แต่ถ้าเป็นชาย ให้อิมามยืนละหมาด

คอ่ นไปทางศีรษะของศพ
2. มะมูม ให้ยืนเรียงแถวหลังอิมาม อย่างน้อย 3 แถว ระยะระหว่างแถวไม่จาเป็นต้องห่างมาก เพราะการ

ละหมาดญนาซะฮ์น้ันไม่มกี ารรุกอู แฺ ละสุํูด ซ่ึงหมายถึง จะยืนต้ังแต่เริ่มต้นจนกระท่ังเสร็จ การละหมาดมี 4 ตักบีร
ดังน้ี

ตักบีรฺที่ 1 เนียตละหมาดญะนาซะฮ์พรอ้ มตกั บรี อตลุ อหิ รอม และอ่านสเู ราะฮ อัลฟาติหะฮ์
คาเนยี ตสาหรบั ศพชาย

"ٌٝ‫َ ُح لل ذؼا‬٠‫ َشاخُ فَ ْشض ِوفَا‬١ْ ‫ ُِد اَ ْستَ َغُ ذَ ْى ِث‬١ٌّْ ‫ ٘ َزا ا‬ٍَٝ‫ َػ‬ٍٝ‫" أص‬

“ขา้ พเจ้าละหมาด ใหแ้ กผ่ ู้ตายชายคนนี้ 4 ตักบรี ซ่งึ เป็นฟ๎รดกู ฟิ ายะฮ์ เพ่ืออลั ลอฮ ตะอาลา ”

คาเนียตสาหรับศพหญงิ

"ٌٝ‫َ ُح لل ذؼا‬٠‫ َشُاخُ فَ ْشض ِوفَا‬١ْ ِ‫ر ِحُ اَ ْستَ َغُ ذَ ْىث‬١ٌّْ ‫ ٘ ِز ُِٖ ا‬ٍَٝ‫ َػ‬ٍٝ‫" أص‬

“ขา้ พเจ้าละหมาด ใหแ้ กผ่ ู้ตายหญงิ คนน้ี 4 ตักบรี ซ่ึงเปน็ ฟ๎รดูกิฟายะฮื เพื่ออัลลอฮตะอาลา”

ตกั บีรทฺ ี่ 2 กลา่ วตกั บีร แลว้ อา่ นเศาะละวาตนบี ดังน้ี

ٍَٝ‫تَا ِس ْنُ َػ‬َٚ َُ ١ِ٘ ‫ آ ُِي إ ْت َشا‬ٍَٝ‫ َػ‬َٚ َُ ١ِ٘ ‫ إ ْت َشا‬ٍَٝ‫ َُد َػ‬١ْ ‫ آ ُِي ِ َؽ اّذ َو َّا َصٍا‬ٍَٝ‫ َػ‬َٚ ‫ ِ َؽ اّذ‬ٍَٝ‫ َػ‬ٍِّٝ‫ اُ َص‬ٙ‫"اٌٍا‬
" ُ‫ذ‬١‫ذُ َِ ِع‬١ْ ِّ ‫ َُٓ إِٔا َُه َؼ‬١ِّ ٌَ‫ اٌؼا‬ِٟ‫ َُ ف‬١ِ٘ ‫ آ ُِي إ ْت َشا‬ٍَٝ‫ َػ‬َٚ َُ ١ِ٘ ‫ إ ْت َشا‬ٍَٝ‫ آ ِيُ ِ َؽ اّذ َو َّا تَا َسو َُد َػ‬ٍَٝ ‫ َػ‬َٚ ‫ِ َؽ اّذ‬

ตักบีรฺท่ี 3 กล่าวตกั บีร แล้วอ่านดุอาอ์ ดังน้ี

" ُٗ ْٕ ‫ا ْػ ُف َػ‬َٚ ُِٗ ِ‫ َػاف‬َٚ ُٗ ّْ ‫ا ْس َؼ‬َٚ ُٗ ٌَ‫ اُ ا ْغفِ ْش‬ٌٍٙ‫" ا‬

ตักบีรทฺ ่ี 4 กลา่ วตักบีร แล้วอ่านดุอาอ์ ดังน้ี

"ٌََُٗٚ ‫ا ْغفِ ْشٌََٕا‬َٚ ُٖ‫لَُ ذَ ْفرِٕاا تَ ْؼ َذ‬َٚ ُٖ‫ اُ لَُ ذَ ْؽ ِش َِْٕا أ ْظ َش‬ٌٍٙ‫" ا‬

หมายเหตุ สาหรับผู้ตายชายให้ใช้สรรพนาม " ُٖ " และสาหรับผตู้ ายหญิง
ใหใ้ ช้สรรพนาม " ‫" َ٘ا‬
3. เมือ่ อ่านดุอาอ์เสร็จแล้วใหก้ ล่าวสลาม

"‫سؼّح الل‬ٚ ُ‫ى‬١ٍ‫"اٌغلاَ ػ‬
พร้อมผินหน้าไปทางขวา
การฝงั ญะนาซะฮ์ (ศพ)
เมื่อละหมาดญะนาซะฮ์เสร็จแล้ว ให้รีบนาศพไปฝ๎งยังกุบูรฺทันที การเคล่ือนย้ายศพก็ควรกระทาด้วยความ
ระมัดระวงั เพ่ือใหเ้ กยี รตแิ ก่ศพเชน่ เดยี วกบั การอาบนา้ ศพ
หลักการฝังญะนาซะฮ์ (ศพ)
1. ควรขดุ หลมุ ใหล้ กึ ประมาณ 6 ฟุต หรือลึกระดับศีรษะคนธรรมดาทั้งน้ีเพื่อปูองกันสัตว์บางชนิดมาขุดคุ้ย
และเปน็ การปูองกันเชื้อโรคและกลน่ิ ซ่ึงอาจรบกวนผู้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรอื ผสู้ ัญจรไปมา
2. เม่อื ขดุ หลุมเสร็จแล้ว ควรเซาะดินทางกิบลัตให้เป็นโพรงพอที่จะวางศพให้นอนตะแคงขวาได้ แต่ถ้าหาก
เปน็ ดินทรายหรือดนิ เลนให้ขดุ เป็นรอ่ งกลางหลุม สาหรับวางตะแคงขวา หันหน้าไปทางกิบลัต แลว้ ใชโ้ ลงครอบ

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อัลฟกิ ฮฺ 1) ระดบั ประถมศึกษา 59

เมือ่ วางศพในหลุมควรอา่ นดุอาอฺ ดังนี้

( ٍَُٗ‫ ِّع ُْغ َِ ْذُ َخ‬َٚ َٚ ٌٛٙ‫اَ ْو ِش َُْ ٔض‬َٚ ُِٗ ‫ ِؼ‬ْٚ ‫ا َُب اٌ اغ َّا ُُِ ٌِش‬َٛ ‫ اُ ا ْفرَ ْػُ اَ ْت‬ٙ‫ َعٍا َُ اٌٍا‬َٚ ُِٗ ١ْ ٍَ‫ الُل َػ‬ٝ‫ ُِي الُلِ َصٍا‬ْٛ ‫ ٍِِا ِحُ َسع‬ٍَٝ‫ َػ‬َٚ ُِ‫) تِ ْغ ُِ الل‬

ความวา่ “ ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ และตามแนวทางของท่านรสูล โอ้ อัลลอฮฺ ได้โปรดเปิดประตูฟากฟูา
สาหรับวิญญาณของเขา ให้เกียรตสิ ถานท่ีของเขา และไดโ้ ปรดเปิดกว้างประตทู างเขา้ ของเขา ”

การวางศพใหน้ อนตะแคงขวา ผนิ หน้าไปทางกบิ ลัต เอาดนิ หนุนศีรษะใหส้ งู เล็กน้อย และอัดดินด้านหลังศพไว้
เพ่ือมิให้ศพพลิกกลับ แก้เชือกที่ผูกห่อศพออก ใช้ไม้กระดานปิดหลุม แล้วกลบหลุมให้สูงระดับดินประมาณ 1 คืบ
เสร็จแลว้ อา่ นดอุ าอ์ ดงั นี้

( ُ‫ ِخ َش ِج‬٢‫ا‬َٚ ‫َا‬١ٔ‫َا ِجُ اٌ ُّذ‬١‫ اٌ َؽ‬ٟ‫ ِيُ اٌصااتِ ُِد ِف‬َٛ‫ اُ شَثِّ ْرُٗ تِاٌم‬ٌٍٙ‫) ا‬

ความวา่ “ โออ้ ลั ลอฮฺ ได้โปรดใหเ้ ขามีความม่ันคงด้วยคากลา่ วชะฮาดะฮฺ (คาปฎิญาณ) ทงั้ โลกนแ้ี ละโลกหน้า”

การตายชะฮีด

การตายชะฮดี หมายถึง ผ้ทู ีเ่ สียชีวติ ในการทาสงครามเพ่ือปกปูองศาสนาของอัลลอฮ
การตายชะฮีด มีอยู่ 3 ประเภท คอื

1. ชะฮีดในฮูกมของดุนยาและอาคีรัต คือ ผู้ท่ีเสียชีวิตในการทาสงครามปกปูองศาสนาก่อนท่ีสงครามจะ
ยุติลง ผู้ตายชะฮีดประเภทน้ีไม่อนุญาตให้อาบน้าและละหมาดญะนาซะฮ์ให้แก่ศพตามมัซฮับอัซซาฟีอีย์และปวง
ปราชญ์ และถอื วา่ การอาบนา้ และการละหมาดให้แก่ศพประเภทนี้เปน็ ท่ีต้องหา้ ม ( กติ าบ อัลมัจญ์มูอฺ ซัรฮุ้ลมุอัซซับ
เลม่ ท่ี 5/221) และหากละหมาดใหก้ ถ็ ือว่าเป็นโมฆะ ( มฎั ละอลุ้ บดั รฺ อยน์ หนา้ 52 )

2. ชะฮีดในฮูกมดุนยา คือ ผู้ที่มีลักษณะภายนอกเช่นเดียวกับประเภทแรกแต่ผู้นั้นได้ยักยอกทรัพย์สงคราม
หรือถูกสังหารในขณะหนีทัพ หรือออกสู่สมรภูมิเพื่อแสดงการโอ้อวด ก็ให้ปฏิบัติกับศพของผู้ตายชะฮีดประเภทท่ี 2
น้ีเหมอื นกับประเภทแรก คอื ไมต่ ้องอาบน้าและไม่ตอ้ งละหมาดให้ (กีตาบ อัลมัจญ์มูอฺ 5 / 225) ยกเว้นในกรณีที่รู้
ถึงเจตนาในการออกศึกของเขาว่ามิได้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจก็ให้ปฏิบัติกับศพของเขาเหมือนผู้เสียชีวิตโดยทั่วไป
คือ ตอ้ งอาบนา้ ,ห่อศพ,ละหมาดและนาไปฝง๎ (ฟุรอู ลู้ มะซาอิล้ 1/174)

3. ชะฮดี ในฮูกมอาคีรัตเท่าน้ัน คือ บรรดาชะฮดี ที่มิได้เสียชีวติ ดว้ ยเหตขุ องการทาสงครามปกปูองศาสนา
เชน่ ผทู้ ม่ี อี าการทอ้ งเดินจนเสียชีวติ , คนจมน้าตาย, คนท่ีเสียชีวติ ขณะเกิดโรคระบาด ผู้ทีถ่ กู ตึกถล่มทบั เปน็ ตน้ บคุ คล
เหล่านีใ้ ห้อาบน้าศพและใหล้ ะหมาดญะนาซะฮ์ให้ โดยไมม่ ีข้อขัดแย้ง (อลั มจั ญม์ ูอฺ 5/ 224)

การปกปิดเอาเราะห์
ความหมาย

เอาเราะห์ ของเพศชาย คือ อวัยวะระหว่างสะดือกับหัวเข่า
เอาเราะห์ ของเพศหญิง คือทุกส่วนของร่างกายยกเว้นใบหน้าและฝาุ มือ โดยไม่มีเคร่อื งประดับ
บทบัญญัติจากอัล-กุรอาน

‫ُدُل‬ُٚ﴾‫َْْا‬َْٙ‫ََأ‬َْٕٚ‫َِى‬ُِٛٓ‫ِؽٍَُا‬َِٙ‫َا ٍَِرِغ َاُش‬ٙ‫َِ ٌَْف‬ٛ‫اُؼٌ َظُِّٕذ‬ُْٚ ْ ‫َسٌَلُااا َُٓؼٍَُاِ َأِاخُتى‬ٙ‫آُْ اَِت‬ٛ‫ا َِْئِإ‬ُٚ‫ػ‬َُٛٓ‫َإٔ َاْغ‬ِِِٙٔٝ َُٓ‫ؤار‬ٍََُْْٕٚ ٙ٠ِ‫َت اااآُ ٌِْئِصَأَّػ‬ُٚٓ‫َا‬ٙ‫َش ِآ‬ٙ٠‫ِذ‬ُٚ٠ُّْ‫َاذ‬ِٙ ‫َأ‬ٛ‫ ْظَْثَأ‬٠ً‫َؼآَُخُا‬٠‫أُل‬ٙ١َِ َُِِّْٚ‫ر‬ٌََٟ ٌ‫ََُٓظ‬َُِٕٛٓ‫َؼت ا‬٠ُ‫ ِل‬ٙ‫ثِلز‬ُٚ‫ُل َأاَ ٌِظٌْاا‬ًُُِٝٚٓ‫إ ْفَِشإٌ ا ا‬ِِٙ‫ٌأِافُٓ ِّط‬ٛ‫ا‬ُٙٓ‫َا‬َٛ‫ُرَت‬ِٚ‫خْظ‬َْٕٛ٠َ‫يُِِإصفَُذأ‬ٚ‫ َِْؽ‬ٟ‫ُٓا‬٠ََُٓ‫َاظ‬َِٕٚ٠‫ت‬َِٙ‫رُِٓ ِذِّش‬ُٚ‫إٌَْْثا‬٠٠٘‫ٓ َِِآُِسَُلُِٓص َِأ‬ٚ‫ا‬َِٙ ‫س اتآََُُِِِِٔحص‬َْٛ‫ُْٓت‬َِٙ ‫ِتِْلَخأ‬١ُِْْٓٛ‫ْخ ْاِإف‬١ُِِٟٚ‫ْظ‬٠‫َآٌَُِأ‬َُِْٚٝٓ‫َ ْأضا‬ٍِٙ‫ضٍَرَِػَُُِش‬١ٌْ‫غَْؼ‬َٛ ُٓ١‫ُٓتَُِْ٘ٓغؼٌِ ا‬٠َ‫ِش ا‬١ُ‫ُخ‬ِٙ‫اَِِِْأتسٌَْٕرتااإخَظتِاٍِّ ِِؼ‬َُٚ‫ؤُٓؤ‬َُِْْٚ‫ضْت ِّاٌآَُُِْٓشٍُٓ ْتأََأّ ِت‬ًِْٙٙ‫َْااضل ِئٔ ِش‬١ٌَََّْٕٚ ‫ْت‬ٚ٠ْ﴿َ٠َ‫أََأ‬
( 13 : ‫س‬ٌٕٛ‫)ا‬

60 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 1 (อลั ฟิกฮฺ 1) ระดบั ประถมศึกษา

ความว่า “จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) แก่บรรดามุมินะฮฺ (ผู้ศรัทธาหญิง) ให้พวกนางลดสายตาของพวกนางลงต่า
(จากการมองสิ่งต้องห้าม) และให้พวกนางรักษาทวาร (อวัยวะเพศ) ของพวกนาง (จากการประพฤติผิดทางเพศ)
และอยา่ เปิดเผยเครือ่ งประดับของพวกนาง เวน้ แต่สิ่งที่พงึ เปดิ เผยได้ (เชน่ ตาขา้ งหนึง่ หรอื สองข้างเพ่ือใช้มอง เสื้อคลุม
ข้างนอก ถงุ มอื ) และใหน้ างปิดด้วยผ้าคลมุ ศรี ษะของพวกนางลงมาจนถงึ ํุยูบิฮินนะ (รา่ งกาย ใบหน้า คอ และหน้าอก
ของพวกนาง) และอย่าให้พวกนางเปิดเผยเคร่ืองประดับของพวกนาง เว้นแต่แก่สามีของพวกนาง หรือบิดาของพวก
นาง หรือบิดาของสามีของพวกนาง หรือลูกชายของพวกนาง หรือลูกชายของสามีของพวกนาง หรือพี่ชายน้องชาย
ของพวกนาง หรือลกู ชายของพ่ีชายน้องชายของพวกนาง หรือลูกชายของพี่สาวน้องสาวของพวกนาง หรือพวกผู้หญิง
(มุสลิมะฮฺ) ของพวกนาง หรือที่มือขวาของพวกนางครอบครอง (ทาสี) หรือคนใช้ผู้ชายที่ไม่มีความรู้สึกทางเพศ
หรือเด็กท่ียังไม่รู้เรื่องเพศสงวนของผู้หญิง และอย่าให้นางกระทืบเท้าของพวกนาง เพ่ือให้ผู้อ่ืนรู้สิ่งท่ีพวกนางควร
ปกปิดในเครื่องประดับของพวกนาง และพวกเจ้าท้ังหลายจงขอลุแก่โทษต่ออัลลอฮฺเถิด โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย
เพื่อว่าพวกเจ้าจะได้รบั ชัยชนะ” [อนั นรู 24:31]

อนุญาตให้ผู้หญิงเปดิ เอาเราะห์แก่บุคคลดังนไ้ี ด้

- สามีพี่ - นอ้ ง - บดิ าและปูุ - ทาส

- พอ่ ตา - ผู้ทีช่ ราและไม่มีความรสู้ กึ ทางเพศ

- ลกู ชายและหลานชาย - เด็กท่ยี งั ไมบ่ รรลุนติ ิภาวะ

- ลูกเลย้ี ง

ลกั ษณะเครอื่ งนุ่งห่มของผ้หู ญงิ

- ตอ้ งเป็นเสือ้ ผา้ ทีย่ าวปกปดิ ทัว่ ร่างกาย

- ต้องเป็นเสื้อผ้าท่ีหลวมหรือไม่คับจนเกนิ ไป

- ตอ้ งเปน็ เสื้อผ้าทีห่ นา

- ต้องไม่เปน็ เสอ้ื ผ้าทีเ่ ย้ายวนผูช้ าย

ลกั ษณะเคร่อื งนุง่ หม่ ของผชู้ าย

- ห้ามเลียนแบบเสื้อผา้ ผ้หู ญิง

– ห้ามเลียนแบบเสื้อผา้ ต่างศาสนกิ

– ห้ามโออ้ วดในการแตง่ กาย

– ห้ามสวมใส่เส้ือผ้าทีท่ าจากไหม และทองคา

ความสาคัญของการปกปดิ เอาเราะห์

- เพอ่ื หา่ งไกลจากฟติ นะห์

- เพ่อื ห่างไกลจากการละเมดิ ประเวณี

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อลั ฟกิ ฮฺ 1) ระดบั ประถมศกึ ษา 61

ใบความรทู้ ่ี 9
เร่ือง ฮกู มชัรอยี ์

ฮูกมชัรอยี ์
ความหมาย
ฮกู มชัรอยี ์ หมายถงึ บทบญั ญตขิ องศาสนาอิสลามทกี่ าหนดให้มสุ ลมิ ปฏบิ ตั ิ และละเว้นในสง่ิ ท่ีถูกห้าม
ความสาคญั ของฮกู มชัรอีย์
ฮูกมชัรอีย์ นั้นเป็นสิ่งที่อธิบายถึง ขอบเขตของอัลลอฮฺ ฮูกมชัรอีย์ทาให้เราทราบถึงว่าส่ิงใดที่เราควรกระทา

และสิ่งใดเป็นส่ิงท่ีเราไมค่ วรกระทา เราจึงสามารถเคารพภกั ดอี ลั ลอฮโฺ ดยถูกตอ้ งสมบูรณ์
ประเภทของฮกู มชรั อีย์
ฮกู มชัรอีย์ แบ่งออกเป็น 5 ประเภท ไดแ้ ก่
1. วาญิบ คือ ข้อบ่งใช้ หมายถึง บทบัญญัติที่กาหนดให้มุสลิมทุกคนท่ีมุกัลลัฟต้องปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติแล้วจะ

ได้รับผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ แต่ถ้าละเว้นไม่ปฏิบัติก็จะถูกลงโทษ เช่น ละหมาด 5 เวลา การถือศีลอดในเดือน
รอมฎอน การจ่ายซากาต การทาฮจั ย์สาหรบั ผูท้ ่ีมคี วามสามารถ เปน็ ตน้

2. หะรอม คือ ข้อห้าม หมายถึง บทบัญญัติที่กาหนดเป็นข้อห้าม ห้ามมุสลิมทุกคนปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติแล้วจะ
ได้รับโทษจากอัลลอฮฺ แต่ถ้าละเว้นไม่กระทา หรือไม่ปฏิบัติ จะได้รับผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ เช่น การดื่มเหล้า การ
เลน่ การพนนั การเอาดอกเบ้ยี การผิดประเวณี การเปดิ เผยเอาเราะฮ์ การนนิ ทา เป็นต้น

3. สุนัต คือ สิ่งที่ควรกระทา หมายถึง บทบัญญัติที่กาหนดให้มุสลิมพึงปฏิบัติ ผู้ใดปฏิบั ติก็จะได้รับ
ผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ แตถ่ า้ ละเวน้ ไม่ปฏิบัติ ก็ไม่ถูกลงโทษ เช่น การละหมาดสุนัตต่างๆ การกล่าวสลาม การแปรง
ฟน๎ การเยย่ี มเยียนญาตพิ น่ี ้อง เป็นต้น

4. มักรฮู ฺ คอื ส่งิ ท่ไี ม่ควรกระทาหรือไมค่ วรปฏิบตั ิ หมายถึง บทบญั ญตั ใิ นศาสนาอิสลามที่กาหนดว่า สิ่งใดท่ีไม่
ควรกระทา หรือไม่ควรปฏิบัติ เป็นส่ิงท่ีน่ารังเกียจ แต่หากกระทาหรือปฏิบัติไปแล้วก็ไม่ถูกลงโทษ ถ้าละเว้นได้ก็เป็น
การดี จะไดร้ บั ผลตอบแทนจากอัลลอฮฺ เช่น การทานอาหารทม่ี ีกลิน่ จดั การไมร่ บี ละศีลอดเม่อื ถงึ เวลา เปน็ ต้น

5. มุบาหฺ คอื บทบัญญัติท่ถี ูกอนุมัติ เมื่อปฏบิ ตั ิหรอื ละเวน้ อลั ลอฮไฺ ม่ให้ผลตอบแทนและไม่ลงโทษ เพราะเป็น
บทบัญญัติที่ไม่บังคับใช้และไม่ห้าม มุบาหฺน้ันส่วนใหญ่จะเป็นการกระทาในอากัปกริยาต่างๆ เช่น การนอน จะ
นอนบนพนื้ หรือบนเตียงก็ได้ การกินอาหารตา่ งๆ ใครจะกนิ อะไรก็ไดท้ ่ีหะลาล แล้วแตใ่ จชอบ เป็นตน้

ช่ือ.................................................สกลุ .......................................................กลุ่ม...............................

62 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 1 (อัลฟิกฮฺ 1) ระดับประถมศึกษา

ใบงานท่ี 9
เรอ่ื ง ฮกู มชัรอีย์

คาชแ้ี จง : ให้ผูเ้ รยี นอธบิ ายฮูกมชรั อยี ม์ ีก่ปี ระเภท อะไรบา้ ง
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
.................................................................................. ................................................................................................... ...
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................. ........
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................

ช่อื .................................................สกลุ .......................................................กลุ่ม...............................

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อัลฟิกฮฺ 1) ระดับประถมศกึ ษา 63

ใบความรูท้ ่ี 10
เรือ่ ง การอาบน้าวาญิบ

การอาบน้าวาญบิ
ความหมาย
การอาบน้าวาญิบ หมายถึง การชาระร่างกายให้สะอาด ที่จาเป็นด้วยการอาบน้าหลังจากมีหะดัษใหญ่
ความสาคัญและประโยชนข์ องการอาบนา้ วาญบิ
1. การหล่ังอสุจิหรือมีประจาเดือนจะทาให้ร่างกายอ่อนล้า การอาบน้าจะทาให้ร่างกายสดช่ืน และกลับไปสู่

สภาวะเดมิ
2. การอาบนา้ สาหรับผู้หญิงท่ีหมดประจาเดือนหรือเลอื ดนิฟาส ทาให้กลิ่นคาวเลอื ดหมดไป
สาเหตุท่ตี ้องอาบน้าวาญบิ
1. ร่วมประเวณี
2. หล่ังอสุจิ
3. สตรีที่มีประจาเดอื น
4. มเี ลือดหลงั จากการคลอดบตุ ร

ช่ือ.................................................สกลุ .......................................................กลุม่ ...............................

64 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อัลฟกิ ฮฺ 1) ระดับประถมศึกษา

ใบงานที่ 10
เรื่อง การอาบน้าวาญิบ

คาชแ้ี จง : ให้ผู้เรียนอธิบายสาเหตุท่ีตอ้ งอาบน้าวาญบิ
........................................................................................................................................................................................
................................................................. ....................................................................................................... ................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
................................................................. .................................................................................................................... ...
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
................................................................. ..................................................................................................... ..................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................................

ชอ่ื .................................................สกลุ .......................................................กล่มุ ...............................

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อลั ฟกิ ฮฺ 1) ระดบั ประถมศกึ ษา 65

ใบความรูท้ ่ี 11
เรือ่ ง การจัดการญะนาซะห์ (ศพ)

การจัดการญะนาซะห์ (ศพ)
ความหมาย
เมื่อมุสลิมเสียชีวิต เป็นหน้าท่ีของมุสลิมในชุมชนโดยเฉพาะครอบครัวของผู้เสียชีวิต จะต้องจัดการศพให้

เรยี บรอ้ ยและถกู ตอ้ งตามหลกั การอิสลามตามขั้นตอนดงั ต่อไปนี้โดยเรว็
1. อาบน้าศพ
2. หอ่ ศพ
3. ละหมาดญะนาซะฮฺ
4. ฝ๎งศพ
ฮกู มการจดั การญะนาซะห์ คอื ฟ๎รฎูกฟิ ายะฮฺ
การปฏิบัตติ ่อญะนาซะห์
1. เยยี่ มเยยี นเพ่ือเปน็ กาลงั ใจให้แกเ่ ครือญาติหรอื ครอบครวั ของผตู้ าย
2. ห้ามพดู ดา่ ว่าผู้ตาย
3. ควรไปร่วมละหมาดญะนาซะหใ์ ห้ผตู้ าย
4. ร่วมเดินทางไปสง่ ศพยงั กุบูรฺ

ชื่อ.................................................สกลุ .......................................................กลมุ่ ...............................

66 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 1 (อลั ฟิกฮฺ 1) ระดบั ประถมศึกษา

ใบงานท่ี 11
เร่อื ง การจัดการญะนาซะห์ (ศพ)

คาชี้แจง : ให้ผเู้ รียนบอกขัน้ ตอนการจัดการญะนาซะห์ (ศพ) ตามลาดับ
........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................... ....................................................................................
............................................................................................................ ............................................................... .............
............................................................................................................ ............................................................................
........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................ ............................................................................
............................................................................................................ ............................................................................
............................................................................................................ ............................................................................
........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................ ............................................................................
............................................................................................................ ............................................................................
........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................ ............................................................................
............................................................................................................ ............................................................................
............................................................................................................ ............................................................................
........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................ ............................................................................
............................................................................................................ ............................................................................
........................................................................................................................................................................................
.................................................................................................. ......................................................................................
............................................................................................................ ............................................................................
............................................................................................................ ............................................................................
........................................................................................................................................................................................

ชอื่ .................................................สกลุ .......................................................กลุม่ ...............................

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อลั ฟกิ ฮฺ 1) ระดบั ประถมศึกษา 67

ใบความรู้ท่ี 12
เรอื่ ง การตายชาฮีด

การตายชาฮดี
ความหมาย
การตายชาฮดี หมายถึง ผทู้ ี่เสยี ชีวิตในการทาสงครามเพ่ือปกปอู งศาสนาของอลั ลอฮฺ
การตายชาฮีด มอี ยู่ 3 ประเภท คือ
1. ชาฮีดในฮกู มของดนุ ยาและอาคิเราะฮ์ คือผทู้ ี่เสียชวี ติ ในการทาสงครามปกปูองศาสนาก่อนที่สงครามจะยุติ

ลง ผู้ตายชาฮีดประเภทนี้ไม่อนุญาตให้อาบน้าและละหมาดญะนาซะห์ให้แก่ศพตามมัซฮับ อัซซาฟีอีย์และปวง
ปราชญ์ และถือว่าการอาบน้าและการละหมาดให้แก่ศพประเภทน้ีเป็นท่ีต้องห้าม และหากละหมาดให้ก็ถือว่าเป็น
โมฆะ

2. ชาฮีดในฮูกมดุนยา คือ ผู้ท่ีมีลักษณะภายนอกเช่นเดียวกับประเภทแรกแต่ผู้นั้นได้ยักยอกทรัพย์สงคราม
หรอื ถูกสงั หารในขณะหนีทพั หรือออกสู่สมรภูมิเพ่ือแสดงการโอ้อวด ก็ให้ปฏิบัติกับศพของผู้ตายชาฮีดประเภทท่ี 2 นี้
เหมือนกับประเภทแรก คือ ไม่ต้องอาบน้าและไม่ต้องละหมาดให้ ยกเว้นในกรณีท่ีรู้ถึงเจตนาในการออกศึกของเขาว่า
มิได้เป็นไปด้วยความบริสุทธ์ิใจก็ให้ปฏิบัติกับศพของเขาเหมือนผู้เสียชีวิตโดยทั่วไป คือ ต้องอาบน้า ห่อศพ ละหมาด
และนาไปฝ๎ง

3. ชาฮีดในฮูกมอาคิเราะฮ์เท่าน้ัน คือ บรรดาชาฮีดที่มิได้เสียชีวิตด้วยเหตุของการทาสงครามปกปูองศาสนา
เช่นผู้ที่มีอาการท้องเดินจนเสียชีวิต คนจมน้าตาย คนท่ีเสียชีวิตขณะเกิดโรคระบาด ผู้ท่ีถูกตึกถล่มทับ เป็นต้น บุคคล
เหล่านี้ให้อาบน้าศพและใหล้ ะหมาดญะนาซะหใ์ ห้โดยไม่มขี ้อขัดแย้ง

การปกปดิ เอาเราะฮ์
ความหมาย
เอาเราะฮข์ องเพศชาย คือ อวัยวะระหวา่ งสะดือกับหัวเขา่
เอาเราะฮข์ องเพศหญงิ คอื ทุกส่วนของรา่ งกายยกเวน้ ใบหนา้ และฝาุ มือ โดยไมม่ ีเครอ่ื งประดบั
ลกั ษณะเครอ่ื งนงุ่ ห่มของผู้หญิง
1. ต้องเป็นเส้ือผา้ ทย่ี าวปกปิดทัว่ ร่างกาย
2. ต้องเปน็ เสื้อผา้ ที่หลวมหรอื ไมค่ ับจนเกนิ ไป
3. ตอ้ งเป็นเสอื้ ผ้าทห่ี นา
4. ตอ้ งไม่เป็นเส้อื ผ้าทเี่ ยา้ ยวนผ้ชู าย
ลกั ษณะเครอ่ื งนุง่ หม่ ของผ้ชู าย
1. ห้ามเลยี นแบบเสือ้ ผ้าผู้หญิง
2. ห้ามเลียนแบบเส้ือผ้าต่างศาสนกิ
3. หา้ มโอ้อวดในการแต่งกาย
4. หา้ มสวมใส่เสื้อผา้ ที่ทาจากไหม และทองคา
ความสาคญั ของการปกปิดเอาเราะฮ์
- เพื่อหา่ งไกลจากฟิตนะห์
- เพ่ือห่างไกลจากการละเมดิ ประเวณี

ช่อื .................................................สกลุ .......................................................กลุม่ ...............................

68 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 1 (อลั ฟิกฮฺ 1) ระดบั ประถมศึกษา

ใบงานที่ 12
เรือ่ ง การตายชาฮีด

คาชี้แจง : ให้ผู้เรยี นตอบคาถามให้ถูกทสี่ ดุ
1. ใหผ้ ูเ้ รยี นอธิบายว่าการตายชาฮดี มกี ี่ประเภท อะไรบ้าง
..................................................................................................................................................................................... ....
..................................................................................................................................................................................... ....
.........................................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................................ .........
..................................................................................................................................................................................... ....
.........................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................... ....
2. ใหผ้ เู้ รยี นอธิบายความสาคัญของการปกปิดเอาเราะฮ์
..................................................................................................................................................................................... ....
..................................................................................................................................................................................... ....
.........................................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................. ............
..................................................................................................................................................................................... ....
...................................................................................................................................................................................... ...
.........................................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................................................... ....

ช่ือ.................................................สกลุ .......................................................กลุม่ ...............................

บรรณานุกรม

1. สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั ฐาน. (2554) อลั ฟกิ ฮ์ ระดับอิสลามศึกษาตอนต้น ชน้ั ปที ่ี 1
โรงพมิ พ์มติ รภาพ จ.ปัตตานี

2. สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั ฐาน. (2554) อลั ฟกิ ฮ์ ระดับอสิ ลามศึกษาตอนต้น ชนั้ ปที ี่ 2
โรงพมิ พ์มติ รภาพ จ.ปตั ตานี

3. สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั ฐาน. (2554) อลั ฟิกฮ์ ระดบั อสิ ลามศึกษาตอนต้น ช้ันปีที่ 3
โรงพิมพ์มติ รภาพ จ.ปัตตานี

4. สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นฐาน. (2554) อัลฟกิ ฮ์ ระดับอสิ ลามศึกษาตอนต้น ชั้นปที ่ี 4
โรงพิมพ์มิตรภาพ จ.ปตั ตานี

5. สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั ฐาน. (2554) อัลฟกิ ฮ์ ระดบั อิสลามศึกษาตอนต้น ช้ันปีท่ี 5
โรงพมิ พ์มติ รภาพ จ.ปัตตานี

6. สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั ฐาน. (2554) อลั ฟกิ ฮ์ ระดับอิสลามศึกษาตอนต้น ช้นั ปที ่ี 6
โรงพมิ พ์มติ รภาพ จ.ปตั ตาน

7. การอะซานและการอิกอมะฮฺ http://www.alisuasaming.com

หลักสูตรโปรแกรมวิชาเลอื กอสิ ลามศึกษา

ท่ปี รึกษา อรณุ รัตน์ เลขาธิการ กศน.
1. นายกฤตชัย เพ็ชรสงฆ์ ผู้อานวยการสานักงาน กศน.จงั หวัดปตั ตานี
2. นายเรวฒั น์ ทิพย์ดนตรี ผอู้ านวยการสานกั งาน กศน.จังหวดั สงขลา
3. นางวรรญา นวลมาก ผอู้ านวยการสานักงาน กศน.จงั หวัดนราธวิ าส
4. นายณัฐพงษ์ เกอื้ กูล ผอู้ านวยการสานักงาน กศน.จังหวดั ยะลา
5. นายธนกร สทิ ธพิ าที ผอู้ านวยการสานกั งาน กศน.จงั หวัดสตูล
6. นายอุดร สุดสาย รองผูอ้ านวยการสานกั งาน กศน.จังหวดั ปตั ตานี
7. นายสรุ สิทธิ์

ผูท้ รงคุณวุฒิ ยานยา นายกสามคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวดั ชายแดนภาคใต้
1. นายอบั ดุลอาซสิ จรจติ ต์ ผ้เู ชยี่ วชาญอสิ ลามศึกษา สานักงานศึกษาธกิ ารภาค 8
2. นายสาโรช อบั ดลุ กาเดร์ ข้าราชการบานาญ
3. นายอารเี ฟน บากา ผชู้ านาญการอสิ ลามศึกษา สานักงานศึกษาธิการภาค 8
4. ดร.มหู ามดั รยู านี อับดลุ กาเดร์ ข้าราชการบานาญ
5. นางลาวลั ย์

คณะทางาน

1. นางกรวิภา ขวัญเพ็ชร ครูเช่ยี วชาญ กศน.อาเภอเมอื งปตั ตานี
ผอู้ านวยการ กศน.อาเภอไม้แก่น
2. นายอับดลุ ฮาดี สตี เี ลาะ ผู้อานวยการ กศน.อาเภอบนั นังสตา
นักวิชาการปฏบิ ตั ิการ สานกั งาน กศน.จังหวัดปัตตานี
3. นายแวอูเซง็ อาเก๊ะ ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหริ่ง จ.ปตั ตานี
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหร่ิง จ.ปตั ตานี
4. นายซุลกิฟลี สะมาแอ ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหริง่ จ.ปัตตานี
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหริ่ง จ.ปตั ตานี
5. นายอับดุลฮามดิ สะดยี ามู ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอสายบุรี จ.ปัตตานี
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี
6. นายปฏิพทั ธ์ ทับโทน ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอปะนาเระ จ.ปตั ตานี
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรงั จ.ปตั ตานี
7. นายมะนาเซ มะแซ

8. นางสาวสไุ รนงิ มะเด็ง

9. นายโมฮาหมัดอาชมี สะระไร

10. นายอับดลุ เลาะ ศรีสวา่ ง

11. นายมฮู าหมัดสกุ รี ลาบูอาปี

12. นายหบั ดี ยูโซะ

คณะทางาน (ตอ่ )

13. นายมูฮาหมัดรอฎยี ์ วาเย๊ะ ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรัง จ.ปัตตานี
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรัง จ.ปตั ตานี
14. นางสาวรอดยี ๊ะ สะแลบงิ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรงั จ.ปัตตานี
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอหนองจิก จ.ปตั ตานี
15. นางสาวยารอนะ ลาเตะ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยี่งอ จ.นราธวิ าส
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอบันนงั สตา จ.ยะลา
16. นายมะนาฮาดี อาแว ครู ศรช. กศน.อาเภอบนั นังสตา จ.ยะลา
ครู ศรช. กศน.อาเภอบนั นังสตา จ.ยะลา
17. นายมะนาวี สาบูดงิ นักวิชาการศกึ ษา สานักงาน กศน.จงั หวัดปตั ตานี
ครูอาสาฯ ประจาตาบล สานักงาน กศน.จงั หวดั ปตั ตานี
18. นางสาวรสุ มี มากาเต
ครเู ชี่ยวชาญ กศน.อาเภอเมอื งปัตตานี
19. นางสาวไซน๊ะ ยูโซะ

20. นางสาวนรู ซี าน การีอมู า

21. นางสาวศภุ ิสรา ราชเพ็ชร

22. นางหฤทัย สังขเ์ พช็ ร

ผ้รู บั ผดิ ชอบโครงการ ขวัญเพ็ชร
นางกรวภิ า



‫َم ْه َسلَ َْك طَ ِري ًقا يَل َت ِم ْس فِي ِْه ِعل ًما َس َّه َْل‬
‫اللَّ ْه لَ ْه طَ ِري ًقا إِلَى ال َج َّى ِْة‬

“ผ้ใู ดทแ่ี สวงหาหนทางเพอื่ ท่จี ะแสวงหาความรู้หนงึ่ อลั ลอฮจฺ ะ
ทรงทาให้หนทางไปส่สู วนสวรรคน์ นั้ ง่ายดายแก่เขา"
บันทึกโดย มสุ ลมิ


Click to View FlipBook Version