The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Boonchoo Nanprakon, 2024-05-18 09:00:51

งานวิจัยการพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน พชอ. อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ

งานการวิจัย

1 การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ของอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ นายศักดินันท์ ดวงตา นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข


ก ชื่อเรื่องวิจัย การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอของอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ชื่อผู้วิจัย ศักดินันท์ ดวงตา ปีที่ทำการวิจัย 2565 บทคัดย่อ การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับอำเภอของอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัญหาการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอของอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอของอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึง กาฬ ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนมีนาคม - สิงหาคม 2565 ผู้ให้ข้อมูลหลักประกอบด้วย คณะกรรมการ และอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอและผู้แทนส่วนราชการในเขตอำเภอศรีวิไล และ ตัวแทนสถานบริการสุขภาพในเขตอำเภอศรีวิไล จำนวน 65 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างและแนวทางการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยวิธีการ วิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพปัญหาการดำเนินงาน ด้านคณะกรรมการขาดความเข้าใจแนวทางการดำเนินงาน และ บทบาทหน้าที่ ด้านงบประมาณ การบริหารงบประมาณขาดประสิทธิภาพ ด้านการพัฒนาศักยภาพ บุคลากร แผนการพัฒนาบุคลากรไม่ชัดเจน และการจัดกิจกรรมพัฒนาบุคลากรไม่ตรงตามแผน 2. รูปแบบการดำเนินงานเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ประกอบด้วย 1) การขับเคลื่อนการ ดำเนินงาน 2) การพัฒนาศักยภาพบุคลากร 3) การคืนข้อมูลสู่ชุมชน และ 4) การถอดบทเรียน คำสำคัญ: การพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ คุณภาพชีวิต


ข Research Title Development of a District Health Board Operational Model, Sriwilai District, Bueng Kan Province Researcher Mr.Sakdinun Duangta Year 2022 Abstract This action research aimed to develop a district health board (DHB) operational model, Sriwilai District, Bueng Kan Province. The research process was divided into two phases included phase 1: to study the current situation of the operation of DHB and phase 2: to develop a DHB operational model. The research was conducted from March - August 2022. Sixty five key informants consisted of district health board, subcommittee, representatives of government agencies, and representatives of health care services in Sriwilai District. Data collection were obtained using semi-structured interview guideline and focus group discussion guideline. Data analysis used a content analysis method. The results showed that 1. The DHB operational problems: the DHB lacked of understanding regarding operational guidelines, and their roles and duties. The budget: budget management was ineffective. The personal potential development: the human resource development plan is unclear, and human resource development activities were not in accordance with the plan. 2. The developed operating model emphasized on participation from all sectors. It consisted of 1) driving the DBH operations 2) personnel potential development 3) returning information to the community and 4) lesson learned. Key words: operational model development, district health board, quality of life


ค กิตติกรรมประกาศ งานวิจัยฉบับนี้สำเร็จสมบูรณ์ได้ด้วยความกรุณาและความช่วยเหลืออย่างสูงยิ่งจาก อาจารย์ ดร. กฤชกันทร สุวรรณพันธ์ อาจารย์ ดร.เจตนิพิฐ สมมาตย์ จากวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัด ขอนแก่น ดร.คำใฝ พลสงคราม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ที่ช่วยขัดเกลา ตรวจสอบ รายละเอียด แก้ไขข้อบกพร่องตลอดทั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่องมือ จนงานวิจัยฉบับนี้ เสร็จสมบูรณ์ ขอขอบพระคุณนายโกเมณ ชาลี นายอำเภอศรีวิไล ประธานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับอำเภอศรีวิไล คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอศรีวิไลผู้แทนส่วนราชการในเขต อำเภอศรีวิไล และตัวแทนสถานบริการสุขภาพในเขตอำเภอศรีวิไล ที่ได้ให้ความร่วมมือใน กระบวนการวิจัย สัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มจนได้แนวทางและรูปแบบการดำเนินงานพัฒนา คุณภาพชีวิตระดับอำเภอของอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ประโยชน์และคุณค่าในงานวิจัยฉบับนี้ ขอมอบบูชาพระคุณบุพการีและครูอาจารย์ทุกท่านที่ให้ การศึกษา ครอบครัวที่ห่วงใยรักใคร่ สนับสนุนให้เกิดความมานะพยายามให้งานวิจัยสำเร็จลงด้วยดี ศักดินันท์ ดวงตา


ง สารบัญ หน้า บทคัดย่อภาษาไทย ก บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ข กิตติกรรมประกาศ ค สารบัญตาราง ง สารบัญภาพ จ บทที่ 1 บทนำ 1 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1 1.2 คำถามการวิจัย 3 1.3 วัตถุประสงค์การวิจัย 3 1.4 ขอบเขตการวิจัย 3 1.5 นิยามศัพท์/นิยามเชิงปฏิบัติการ 3 1.6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 4 บทที่ 2 วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5 2.1 การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) 5 2.2 การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ 8 2.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 10 2.4 กรอบแนวคิดการวิจัย 12 บทที่ 3 ระเบียบวิธีการวิจัย 12 3.1 ระเบียบวิธีการวิจัย 12 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 13 3.3 การคำนวณขนาดตัวอย่าง 13 3.4 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 13 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 14 บทที่ 4 ผลการศึกษาและอภิปรายผลการศึกษา 15 4.1 ผลการศึกษา 15 4.2 การอภิปรายผลการศึกษา 21 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ 24 5.1 สรุปผลการศึกษา 24 5.2 ข้อเสนอแนะ 25 เอกสารอ้างอิง 26 ภาคผนวก 28 ภาคผนวก ก เครื่องมือวิจัย 29 ภาคผนวก ข รายนามผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ 31 ภาคผนวก ค หนังสือรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ 32 ประวัติผู้วิจัย 33


จ สารบัญตาราง หน้า ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอแบบเก่าและแบบใหม่ 17


ฉ สารบัญภาพ หน้า ภาพที่ 1 วงจรการปฏิบัติการ (Kemmis and McTaggart model,1988) 7 ภาพที่ 2 กรอบแนวคิดการวิจัย 11 ภาพที่ 3 แนวทางการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ อำเภอศรีวิไล 19


1 บทที่1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา กระทรวงสาธารณสุขได้มีการขับเคลื่อนระบบสุขภาพอำเภอเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพในระดับ พื้นที่ โดยมีนโยบายในการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทยอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ตามแนวทาง ประชารัฐ คือราชการและประชาชนร่วมกันดำเนินการ ตั้งแต่การระดมความคิดเห็นประชาชน พัฒนา นโยบายด้านสุขภาพ การมีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ไปจนถึงการใช้ระบบสุขภาพระดับอำเภอ (District Health System : DHS) ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงานบริการสุขภาพและการสร้างสุขภาวะ ในระดับพื้นที่ (สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน), 2560) เป็นการทำงานเชื่อมโยง ระหว่างโรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัคร สาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นๆ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันจัดการปัญหา สุขภาพของพื้นที่ให้ประชาชนและชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ ไม่ทอดทิ้งกัน มีเครือข่ายบริการ สาธารณสุขที่มีคุณภาพ ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน กระทรวงสาธารณสุขได้มีการกำหนด เป้าหมายในการพัฒนา 4 ด้านได้แก่ 1) การพัฒนาตามหลักการดำเนินงานระบบสุขภาพระดับอำเภอ 2) ค้นหาและจัดการแก้ไขปัญหาสุขภาพตามบริบทของพื้นที่อย่างน้อย 3 เรื่อง 3) พัฒนางานตาม นโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ การลดอุบัติเหตุ มีการกำหนดจุดเสี่ยง 1 จุดต่อ 1 อำเภอ มีคลินิกโรคไตเรื้อรัง คัดกรองและดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะไตเสื่อม ระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว (Long Term Care) และ 4) การดูแลกลุ่มผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ได้แก่ ผู้สูงอายุติดบ้าน-ติดเตียง ผู้พิการ ผู้ป่วยระยะ สุดท้ายของชีวิต เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า มีทีมหมอครอบครัวดูแลอย่างน้อยร้อยละ 60 เพื่อให้การ บริหารจัดการระบบสุขภาพระดับอำเภอมีประสิทธิผลมากขึ้น ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รัฐบาลจึงได้ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พ.ศ. 2561 (ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี, 2561) ซึ่งกำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ พื้นที่ และคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการพัฒนา คุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพโดยมีการบูรณาการร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน เพื่อตอบสนองประเด็นยุทธศาสตร์ชาติข้อที่ 4 ด้านการสร้างโอกาส ความเสมอภาคทางสังคม และยุทธศาสตร์ชาติข้อที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบน คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการทำงานแบบประชารัฐเกิดการขับเคลื่อนการ พัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานของรัฐ เอกชน และประชาชนอย่างมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และสุขภาพของประชาชนด้วยระบบ สุขภาพอำเภอตามหลักการ “พื้นที่เป็นฐาน ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” โดยให้ทุกภาคส่วนในพื้นที่มีส่วน ร่วมมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้ประชาชนมีการดูแลสุขภาพตนเองควบคู่ไปกับการพัฒนา ระบบสุขภาพชุมชนให้เข้มแข็ง โดยการสร้างกลไกของเครือข่ายที่ประสานการทำงานร่วมกัน ด้วยความ ร่วมมือของกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงาน กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สำนักนายกรัฐมนตรี, 2561) โดยให้ความสำคัญกับการบูรณา


2 การด้านการบริหารจัดการของระบบสุขภาพในระดับอำเภอเพื่อทำให้มีการอภิบาลระบบสุขภาพระดับ พื้นที่ ผ่านการมีคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและระบบสุขภาพระดับอำเภอ (District Health Board) (อดุลย์ บำรุง, 2562) จากการศึกษาการดำเนินงานคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ที่ผ่านมา พบว่า ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการดำเนินงาน ได้แก่ 1) ผู้นำด้านสุขภาพทำงานด้านชุมชนยาวนานและ ต่อเนื่อง 2) การมีนโยบายที่เอื้อต่อการทำงานทั้งระดับของส่วนกลางและองค์กร 3) ระบบสนับสนุนทั้ง งบประมาณ กำลังคนและอุปกรณ์ต่างๆ 4) การทำงานแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ได้แก่ อปท. สาธารณสุขชุมชน วัด โรงเรียน ครอบครัว แกนนำ และเครือข่ายต่างๆ 5) การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมคิดร่วมทำอย่างสม่ำเสมอ 6) การจัดเวทีวิชาการและการรณรงค์ทุกปี และ 7) การพัฒนาทักษะ บุคลากร (อดุลย์ บำรุง, 2562) อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินงานที่ผ่านมายังพบปัญหาในด้านต่างๆ ได้แก่ 1) ผู้นำองค์กรขาดการกำหนดทิศทางองค์กร เนื่องจากนโยบายระบบสุขภาพอำเภอขาดความ ชัดเจน ผู้นำมีภาระงานมาก ขาดความกระตือรือร้นทำให้คุณภาพการบริารงานลดลง 2) ประสิทธิภาพ ในการทำงานต่ำ เนื่องจากงานนโยบายมาก มีการรับมอบงานจากกระทรางอื่น และความเหลื่อมล้ำใน วิชาชีพภายในองค์กรเดียวกัน 3) ขาดความร่วมมือและการมีส่วนร่วมระหว่างองค์กรและการมีส่วนร่วม ของชุมชน 4) บุคลากรมีความหลากหลายวิชาชีพ ขาดความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และอำนาจหน้าที่ใน แต่ละส่วน 5) การทำงานร่วมกันหลายหน่วยงานทำให้มีปัญหาด้านเอกภาพและข้อขัดแย้งภายในองค์กร การทำงานไม่ราบรื่น 6) ไม่สามารถนำงบประมาณที่มีอยู่ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 7) การสื่อสารและ ประชาสัมพันธ์ไม่ครอบคลุม ไม่มีเอกสารหรือคู่มือที่เหมาะสมสำหรับแต่ละพื้นที่และขาดการเชื่อมโยง กับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และ 8) การเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้ในการดำเนินงานไม่มีเอกภาพ ข้อมูล จากหลายหน่วยงาน ไม่มีการเชื่อมต่อกัน ขาดการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน (กานต์ชัชพิสิฐ คงเสถียรพงษ์ และศิวิไลช์ วนรัตน์วิจิตร, 2564) อำเภอศรีวิไลได้เริ่มดำเนินการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ มา ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) อำเภอศรีวิไล ได้มี การรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูล ประชุมกำหนดแนวทางในการพัฒนา ภายใต้วิสัยทัศน์ “คนศรีวิไล ไม่ ทอดทิ้งกัน” อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานที่ผ่านมายังไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้เท่าที่ควร เนื่องจาก มีปัญหาและอุปสรรคในด้านต่างๆ ได้แก่ 1) ด้านงบประมาณ งบประมาณไม่เพียงพอในการ ดำเนินงาน 2) ด้านบุคลากร ไม่เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของการเป็นคณะกรรมการ พชอ. ยังมีความเข้าใจ ว่าเป็นการดำเนินงานที่เน้นเรื่องสุขภาพเพียงอย่างเดียว จึงทำให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านอื่นๆ ไม่ ครอบคลุม และการโยกย้ายของเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้นำทำให้การดำเนินงานไม่ต่อเนื่อง 3) การคัดเลือก บุคคลและกำหนดบทบาทหน้าที่ไม่เหมาะสมกับงาน ทำให้ศักยภาพในการทำงานบางอย่างขาด ประสิทธิภาพ และ 4) การส่งเสริมศักยภาพในการทำงานของบุคลากร เช่น ทักษะในการค้นหาปัญหา ทักษะการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ทักษะการประเมินผลการทำงาน และการถอดบทเรียน เป็นต้น จากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาและพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนา คุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ของอำเภอศรีวิไล เพื่อหาปัญหาและสาเหตุของปัญหาที่ส่งผลต่อการ ดำเนินงานและพัฒนารูปแบบการดำเนินงานให้เหมาะสมกับความต้องการและบริบทปัญหาของพื้นที่ อำเภอศรีวิไล นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ยั่งยืนต่อไป


3 1.2 คำถามการวิจัย 1. สภาพปัญหาการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ อำเภอศรีวิไลมีลักษณะเป็นอย่างไร 2. รูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ อำเภอศรีวิไลมีลักษณะเป็นอย่างไร 1.3 วัตถุประสงค์การวิจัย 1. เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอที่เหมาะสมกับบริบท ของพื้นที่อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ 2. เพื่อพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอของอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ 1.4 ขอบเขตการวิจัย การวิจัยครั้งนี้มีขอบเขตมีขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ดังนี้ 1.4.1 ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต อำเภอ (พชอ.) ศรีวิไล ผู้แทนส่วนราชการในเขตอำเภอศรีวิไล และตัวแทนสถานบริการสุขภาพในเขต อำเภอศรีวิไล จำนวน 65 คน 1.4.2 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอศรีวิไล ประกอบด้วย คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต(พชอ.) อำเภอศรีวิไล ผู้แทนส่วน ราชการในเขตอำเภอศรีวิไล และตัวแทนสถานบริการสุขภาพในเขตอำเภอศรีวิไล จำนวน 65 คน 1.5 นิยามศัพท์/นิยามเชิงปฏิบัติการ 1. รูปแบบการดำเนินงาน หมายถึง หลักการ วิธีการที่แสดงออกมาในรูปของแผนภูมิหรือ แผนผังหรือคำอธิบายให้สามารถเข้าใจได้ง่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นหลักการ วิธีการที่สามารถ ยึดถือเป็นแนวทางในการดำเนินงานให้แก่คณะทำงาน พชอ. ได้อย่างเหมาะสม 2. การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ หมายถึง การมีส่วนร่วม ของคณะกรรมการ พชอ. อำเภอศรีวิไล ในการศึกษาสภาพปัญหาการดำเนินงานที่ผ่านมา การสร้าง รูปแบบ การประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำรูปแบบไปใช้ การปรับปรุงและการนำ รูปแบบไปใช้ในงานปฏิบัติงานจริง 3. คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ หมายถึง คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตระดับอำเภอศรีวิไล ประกอบด้วย นายอำเภอศรีวิไล เป็นประธานกรรมการ สาธารณสุขอำเภอศรี


4 วิไล เป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้แทนหน่วยงานของรัฐ จำนวน 6 คน ประกอบด้วย ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรศรีวิไล พัฒนาการอำเภอศรีวิไล เกษตรอำเภอศรีวิไล นายกเทศมนตรีตำบลศรีวิไล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีวิไล กำนันตำบลศรีวิไล ผู้แทนภาคเอกชน จำนวน 6 คน ประกอบด้วย ผู้แทนโรงเรียนเอกชน ผู้ประสานงานด้านเยาวชน ผู้แทนสตรีอำเภอศรีวิไล คณะกรรมการพัฒนาตลาด สดศรีวิไล นายกสมาคมครูอำเภอศรีวิไลประธานสภาองค์กรชุมชน อ.ศรีวิไล ผู้แทนภาคประชาชน จำนวน 7 คน ประกอบด้วย นายกอบต.นาแสง นายกอบต.นาสะแบง นายกอบต.ชุมภูพร นายกบต.นา สิงห์ประธานอสม.อ.ศรีวิไล ตัวแทนเยาวชน อ.ศรีวิไล ประธานกลุ่ม OTOP ต.นาสิงห์รวมทั้งหมด จำนวน 21 คน 1.6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอของ อำเภอศรีวิไลมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น สามารถดำเนินงานได้บรรลุตามเป้าหมายการ ดำเนินงานที่วางไว้ประชาชนในพื้นที่ได้รับการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน


5 บทที่2 วรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิจัยนี้เป็นการศึกษาการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) อำเภอศริวิไล จังหวัดบึงกาฬ ผู้วิจัยได้ทบทวน แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและ กำหนดกรอบแนวคิดการวิจัย ดังนี้ 2.1 การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) 2.2 การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ 2.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.4 กรอบแนวคิดการวิจัย 2.1 การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) การวิจัยเชิงปฏิบัติการ หมายถึง กระบวนการวิจัยที่มีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหา มุ่งเน้นการ เปลี่ยนแปลงโดยบุคคลในระบบร่วมกับนักวิจัยที่เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของ บุคคลในระบบนั้นๆ เพื่อพัฒนาตนเองและบุคคลอื่นให้เหมะสมกับการดำเนินการ ไม่มีการแยกกลุ่ม ศึกษา กลุ่มทดลอง แต่เป็นการทดลองปฏิบัติในสถานการณ์ตามธรรมชาติ โดยวิเคราะห์สถานการณ์ อย่างลึกซึ้งและเหมาะสม เน้นการสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นขั้นตอนและบันทีกอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องตลอดกระบวนการวิจัย จนเกิดองค์ความรู้ต่างๆ ที่ได้จาก กระบวนการวิจัย นำมาประมวลเป็นแนวคิด หลักการและสร้างเป็นทฤษฎีได้(วีระยุทธ ชาตะกาญจน์, 2553) 2.1.1 ลักษณะการวิจัยเชิงปฏิบัติการ วีระยุทธ ชาตะกาญจน์(2558) ได้สรุปลักษณะของการวิจัยเชิงปฏิบัติไว้ ดังนี้ 1) เป็นการวิจัยแบบมีส่วนร่วมและการร่วมมือ (Participation and Collaboration) ใช้การ ทำงานเป็นกลุ่ม ผู้ร่วมวิจัยทุกคนมีส่วนสำคัญและมีบทบาทเท่าเทียมกันในทุกกระบวนการวิจัย ทั้งการ เสนอแนวความคิดเชิงทฤษฎี การปฏิบัติ ตลอดจนการวางนโยบายการวิจัยเน้นการปฏิบัติการ (Action orientation) ใช้การปฏิบัติเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและศึกษาผลของการปฏิบัติเพื่อมุ่งให้เกิด การพัฒนา 2) ใช้การวิเคราะห์วิจารณ์ (Critical function) กิจกรรมการวิเคราะห์การปฏิบัติอย่างลึกซึ้ง จากสิ่งที่สังเกตได้ จะนำไปสู่การตัดสินใจที่สมเหตุผลเพื่อการปรับแผนการปฏิบัติการ 3) ใช้วงจรการปฏิบัติการ (The action research spiral) ตามแนวคิดของ Kemmis and McTaggart ได้แก่ การวางแผน (planning) ตลอดจนการปรับปรุงผล (re-planning) เพื่อนำไปสู่การ ปฏิบัติในวงจรต่อไปจนกว่าจะได้รูปแบบของการปฏิบัติงานที่พึงพอใจและได้เสนอเชิงทฤษฎีเพื่อเผยแพร่ ต่อไป


6 2.1.2 กระบวนการดำเนินงานวิจัยเชิงปฏิบัติการตามแนวคิดของ Kemmis & McTaggart กระบวนการดำเนินงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการตามแนวคิดของ Kemmis &McTaggart (1988) ประกอบด้วยกิจกรรมการวิจัยที่สำคัญ 4 ขั้นตอนหลัก คือ 1) การวางแผนเพื่อไปสู่การ เปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น (planning) 2) ลงมือปฏิบัติการตามแผน (action) 3) สังเกตการณ์(observation) และ 4) สะท้อนกลับ (reflection) กระบวนการ และผลของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และปรับปรุง แผนการปฏิบัติงาน (re - planning) โดยดำเนินการเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ดังภาพที่ 1 กิจกรรมการวิจัย หลักแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียด ดังนี้ 1) การวางแผน (Planning) เป็นการกำหนดแนวทางปฏิบัติการไว้ก่อนล่วงหน้าโดยอาศัยการ คาดคะเนแนวโน้มของผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ประกอบกับการระลึกถึง เหตุการณ์หรือเรื่องราวในอดีตที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาที่ต้องการแก้ไขตามประสบการณ์ทั้งทางตรง และทางอ้อมของผู้วางแผน ภายใต้การไตร่ตรองถึงปัจจัยสนับสนุนขัดขวางความสำเร็จในการแก้ไข ปัญหาการต่อต้าน รวมทั้งสภาวการณ์เงื่อนไขอื่นๆ ที่แวดล้อมปัญหาอยู่ในเวลานั้น โดยทั่วไปการ วางแผนจะต้องคำนึงถึงความยืดหยุ่น ทั้งนี้เพื่อจะสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน อนาคต 2) การปฏิบัติการ (Action) เป็นการลงมือดำเนินงานตามแผนที่กำหนดไว้อย่างระมัดระวัง และควบคุมการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามที่ระบุไว้ในแผน อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงการปฏิบัติตาม แผนที่กำหนดไว้มีโอกาสแปรเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขและข้อจำกัดของสภาวการณ์เวลานั้นได้ ด้วยเหตุนี้ แผนปฏิบัติการที่ดีจะต้องมีลักษณะเป็นเพียงแผนชั่วคราว ซึ่งเปิดช่องให้ผู้ปฏิบัติการสามารถปรับเปลี่ยน ได้ตามเงื่อนไขและปัจจัยที่เป็นอยู่ในขณะนั้น การปฏิบัติการที่ดีจะต้องดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเป็นพล วัตรภายใต้การใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจ 3) การสังเกตการณ์ (Observation) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการและผลที่ เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานที่ได้ลงมือกระทำลงไป รวมทั้งสังเกตการณ์ปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยอุปสรรค การดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ ตลอดจนประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติการตามแผนว่ามี สภาพหรือลักษณะเป็นอย่างไรการสังเกตการณ์ที่ดีจะต้องมีการวางแผนไว้ก่อนล่วงหน้าอย่างคร่าวๆ โดย จะต้องมีขอบเขตไม่แคบหรือจำกัดจนเกินไป เพื่อจะได้เป็นแนวทางสำหรับการสะท้อนกลับกระบวนการ และผลการปฏิบัติที่จะเกิดขึ้นตามมา 4) การสะท้อนกลับ (Reflection) เป็นการให้ข้อมูลถึงการกระทำตามที่บันทึกข้อมูลไว้จาก การสังเกตในเชิงวิพากษ์กระบวนการและผลการปฏิบัติงานตามที่วางแผนไว้ตลอดจนการวิเคราะห์ เกี่ยวกับปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยอุปสรรคการพัฒนา รวมทั้งประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่าเป็นไป ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ การสะท้อนกลับโดยอาศัยกระบวนการกลุ่มในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์ หรือ ประเมินผลการปฏิบัติงานระหว่างบุคคลที่มีส่วนร่วมในการวิจัย จะเป็นวิธีการปรับปรุงวิธีการปฏิบัติงาน ตามแนวทางดั้งเดิมไปเป็นการปฏิบัติงานตามวิธีการใหม่ ซึ่งใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการทบทวนและ ปรับปรุงวางแผนปฏิบัติการในวงจรกระบวนการวิจัยในรอบหรือเกลียวต่อไป


7 ภาพที่1 วงจรการปฏิบัติการ (Kemmis and McTaggart model,1988) 2.2 การดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ 2.2.1 บทบาทคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอภายใต้ระบบสุขภาพอำเภอ กานต์ชัชพิสิฐ คงเสถียรพงษ์ และศิวิไลช์ วนรัตน์วิจิตร (2564) ได้กล่าวถึงบทบาทของ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ไว้ว่าเป็นการทำงานของหลายภาคส่วนที่เข้ามามี บทบาทในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นภายในอำเภอตนเอง หรือภายใต้ระบบสุขภาพอำเภอ โครงสร้าง คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอประกอบด้วย “นายอำเภอ” เป็นประธานคณะกรรมการ และ “สาธารณสุขอำเภอ” เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยคณะกรรมการฯ แต่งตั้งจากบุคคล 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) ผู้แทนหน่วยงานของรัฐในอำเภอ 2) ผู้แทนภาคเอกชนในอำเภอ และ 3) ผู้แทนภาคประชาชน ในอำเภอ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) มีบทบาทที่สำคัญในการดำเนินงาน ขับเคลื่อนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ ดังนั้น บทบาท ศักยภาพของคณะกรรมการฯ ตลอดถึงกระบวนการการคัดเลือกผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนที่มีความพร้อม เป็นผู้นำ มีวิสัยทัศน์ มีภาวะผู้นำ มีศักยภาพการจัดการและมีความรู้ ความสามารถ จึงมีความจำเป็นยิ่งเพื่อให้ได้ผู้นำในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในอำเภอที่ เหมาะสม 2.2.2 แนวทางการพัฒนาคณะกรรมการพัฒนาสุขภาพระดับอำเภอ กานต์ชัชพิสิฐ คงเสถียรพงษ์ และศิวิไลช์ วนรัตน์วิจิตร (2564) ได้สรุปเกี่ยวกับแนวทางใน การพัฒนาคณะกรรมการพัฒนาสุขภาพระดับอำเภอ ไว้ดังนี้ 1) พัฒนาผู้นำและภาวะผู้นำ (Leader and Leadership) เริ่มตั้งแต่การคัดเลือก การพัฒนา บทบาท และลักษณะของคณะกรรมการพัฒนาสุขภาพ


8 ระดับ สิ่งที่ผู้นำควรตระหนักเสมอ คือ การแสดงออกถึงความเป็นผู้นำหรือภาวะผู้นำผ่านกระบวนการ ถ่ายทอดนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง มีการออกติดตามและประเมินผลโครงการหรือแผนงาน ร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชาหากเกิดปัญหาในพื้นที่ มีการปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี มีความมุ่งมั่นในการ ทำงาน สนับสนุนส่งเสริมการทำงานเชิงรุกในพื้นที่ร่วมกับองค์กรภาคี หรือประชาชนผ่านกระบวนการ ยกย่อง ชื่นชม และพร้อมให้รางวัลหากการทำงานบรรลุผลตามเป้าหมาย โดยเฉพาะผู้นำในระดับสูงที่มี ผลต่อการผลักดันนโยบายด้านสุขภาพต่าง ๆ ผู้นำที่ขาดทักษะความสามารถทางการบริหารจะส่งผลต่อ การปฏิบัติงานและการจัดการประสิทธิภาพของระบบต่าง ๆ ในองค์กร อำเภอ ผู้นำหรือผู้บริหารองค์กร คือ บุคคลสำคัญ (key man) ในการควบคุมและกำกับงานผ่านช่องทางคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพ ชีวิต (พชอ.) หรือคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต (อนุ พชอ.) นอกจากประเด็นผู้นำและภาวะผู้นำที่สำคัญยิ่งแล้ว ความเป็นหนึ่งเดียวของผู้นำในอำเภอเป็น สิ่งจำเป็นยิ่งเช่นกัน ผู้นำไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารอำเภอ (นายอำเภอ) และผู้อำนวยการโรงพยาบาลต้องมี มุมมองด้านสุขภาพหรือภัยสุขภาพที่ไปในทิศทางเดียวกัน มีความสัมพันธ์เชิงราบมากกว่าแนวดิ่ง โดยมี สาธารณสุขอำเภอเป็นโซ่คล้องกลางทำให้เกิดการทำงานร่วมกันทั้งสองฝ่ายเปรียบเสมือนกุนซือที่ต้องมี ข้อมูลที่ถูกต้องและทันสมัย นำเสนอปัญหาสาธารณสุขหรือปัญหาที่ส่งผลกระทบสุขภาพของประชาชน ได้อย่างถูกจุด ตรงเป้าหมาย อันนี้จึงถือว่าเป็นศาสตร์และศิลป์ในการเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่าง ผู้บริหารทั้งสองฝั่งให้ทำงานร่วมกันด้วยความราบรื่นหรือลดข้อขัดแย้งให้น้อยที่สุด 2) พัฒนากระบวนการทำงานมุ่งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ เริ่มจากกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วม ปรับเปลี่ยนวิธีคิดและการเพิ่มขีดความสามารถการ เสริมสร้างให้ชุมชนมีความเข็มแข็ง มีศักยภาพสามารถพึ่งตนเองได้และพร้อมแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง มองปัญหาที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตเป็นเรื่องของทุกคนในชุมชน เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและชุมชน ต้องเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง โดยรัฐต้องส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของกลุ่มผู้นำการ เปลี่ยนแปลงในระดับพื้นที่ผ่านเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การปรับเปลี่ยนวิธีคิดเปิดหามุมมองใหม่ ๆ เช่น การฝึกอบรมให้ความรู้แกนนำชุมชน เพื่อให้พวกเขาเหล่านี้เป็นผู้จุดประกายในการนำเสนอโครงการผ่าน เวทีประชาคม สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน การเพิ่มขีดความสามารถชุมชนต้องพยายามทำให้ชุมชน มองเห็นปัญหาร่วมกัน และร่วมตัดสินใจแก้ปัญหาทุกขั้นตอน เน้นการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ ประชาชนตระหนักเห็นปัญหา สร้างการรับรู้ของประชาชนในการดำเนินงานต่าง ๆ ผ่านเวทีการถอด บทเรียนเสริมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการศึกษาดูงานชุมชนต้นแบบ 3) พัฒนาศักยภาพการกระจายอำนาจและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เริ่มตั้งแต่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ และการเข้าถึงงบประมาณการพัฒนาคุณภาพชีวิต ประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือเป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนหน่วยงานหนึ่ง โดยให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการ ทิศทางเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง อย่างอิสระโดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการ บริหารจัดการผ่าน ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในพื้นที่นั้นๆ และการที่ประชาชนสามารถ เข้าถึงงบประมาณโดยตรงของ อปท. และงบประมาณที่ อปท. สนับสนุน เช่น งบกองทุนหลักประกัน สุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ ซึ่งเป็นงบที่ประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ที่อยู่ในชุมชนไม่ว่าจะเป็น โรงเรียน, รพ.สต,ชุมชน สามารถขอใช้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตรงนี้เองหากมีการจัดตั้ง คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล (พชต.) ได้สำเร็จจะเป็นโอกาสที่จะสามารถยื่นขอ


9 สนับสนุนเงินงบประมาณผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น หรือพื้นที่ (สปสช.) เพื่อใช้สร้าง ความร่วมมือแก้ปัญหาสุขภาพหรือปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน 2.3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นัจรินทร์ เนืองเฉลิม และคณะ (2564) ได้ศึกษาเกี่ยวกับการประเมินการดำเนินงานของ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ กรณีศึกษาอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อ ศึกษาสถานการณ์การดำเนินงานและประเมินการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับอำเภอโดยการสอบถามความคิดเห็น อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน และประชาชนต่อการดำเนินงาน ของคณะกรรมการ พชอ. ผลการศึกษาพบว่า มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วยภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน และมีการประเมินผลการดำเนินงานโดยใช้CIPP model และผลการ ประเมินการดำเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับดี มานะ ภูมิพันธุ์ (2564) ได้ประเมินผลการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอของ อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด ประเมินโดยใช้ CIPP model และแบบประเมิน UCCARE มีการ สัมภาษณ์และสนทนากลุ่มจากผู้ให้ข้อมูลหลัก ผลการศึกษาพบว่า 1) ด้านบริบท การดำเนินงานและการ ดำเนินโครกงาร มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกับเครือข่ายต่างๆ ในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม มีการ ขับเคลื่อนทั้งส่วนราชการ ภาคประชาสังคมและภาคเอกชน ชมชนสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ด้วยการเสริมพลัง สร้างคุณค่าให้กับคนทำงาน สะท้อนปัญหาและคืนข้อมูล สถานะสุขภาพให้ชุมชนรับทราบ แล้วหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพื่อผลักดันเป็นนโยบายสาธารณะ 2) ด้านปัจจัยนำเข้า ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณ ด้านการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการพัฒนา คุณภาพชีวิตระดับอำเภอ มีการกำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนโดยเน้นให้ชุมชน และเครือข่ายต่างๆ ได้มีการออกแบบกิจกรรมด้วยตนเอง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเสริมพลัง การ สร้างสัมพันธภาพภายในทีม การสื่อสารประชาสัมพันธ์และการให้ความสำคัญในการเป็นนักจัด กระบวนการเรียนรู้ในพื้นที่ของตนเอง 3) ด้านกระบวนการ คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ อำเภอ มีความเข้าใจในวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และผลลัพธ์ของโครงการ มีการทำงานเป็นทีม ให้ ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายและประชาชน ชุมชนและภาคีมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ ชื่นชม และให้คุณค่าซึ่งกันและกัน มีการแบ่งปันทรัพยากร และประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง 4) ด้านผลผลิต การดำเนินงานตามกิจกรรมโครงการ ประสบผลสำเร็จและบรรลุวัตถุประสงค์โครงการ ทั้ง ในด้านศักยภาพในการวางแผน การดำเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ที่สอดคล้องกับ สภาพปัญหาและความต้องการของพื้นที่ ปัญญา พละศักดิ์ (2564) ได้ศึกษาและพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับอำเภอของอำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ใช้แบบสัมภาษณ์ข้อมูลรูปแบบการดำเนินงาน และแบบประเมินผลการดำเนินงานตามเกณฑ์ UCCARE เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสนทนากลุ่มและ การสัมภาษณ์เชิงลึก ผลการศึกษาพบว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานมาจากทุกภาคส่วน ภายใต้การมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมพัฒนา ร่วมกันแก้ไขปัญหาและร่วมรับ ผลประโยชน์ มีการประชุมแบบมีส่วนร่วมเพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ วิเคราะห์ปัญหาและคัดเลือกประเด็น การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมีวิสัยทัศน์คือ มุ่งสู่ความเป็นเมืองสุขภาพดี (Healthy city) มีสิ่งแวดล้อมที่


10 ดี มีเศรษฐกิจที่ดี มีชุมชนและสังคมดี จากการประเมินผลการดำเนินงานตามเกณฑ์ UCCARE พบว่า ประเด็นปัญหาทุกด้านผ่านการประเมินระดับ 4 ขึ้นไป มีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น และมีผลลัพธ์การ แก้ไขปัญหาที่ชัดเจนมากขึ้น ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการดำเนินครั้งนี้ ได้แก่ การเชื่อมประสานข้อมูล การบูรณาการการทำงานในระดับจังหวัดและอำเภอ สามารถนำทรัพยากรด้านบุคคล เงิน สิ่งสนับสนุน ในการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่ได้ ประชาชนในพื้นที่มีความรู้ ความสามารถที่หลากหลาย ทำให้ง่ายต่อการพัฒนา และคณะกรรมการ พชอ. มีการประชุมทบทวนประเด็นพัฒนา คืนข้อมูล และ ติดตามผลการดำเนินงานอย่างจริงจังและต่อเนื่อง 2.4 กรอบแนวคิดการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับพัฒนารูปแบบการ ดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ขั้นตอนการดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 2 ระยะ ได้แก่ การศึกษาสภาพปัญหา และการพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน และผู้วิจัยได้นำแนวคิดและหลักการวิจัย เชิงปฏิบัติการของ Kemmis และ McTaggart (1988) มาใช้ในการพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน ประกอบด้วย 4 ขั้น ดังนี้1) ขั้นวางแผน 2) ขั้นลงมือปฏิบัติ3) ขั้นสังเกตการณ์และ 4) ขั้นสะท้อนผล จากการทบทวนวรรณกรรมดังกล่าว ผู้วิจัยได้นำมากำหนดกรอบแนวคิดการวิจัย ดังภาพที่ 2


11 ภาพที่ 2 กรอบแนวคิดการวิจัย การศึกษาสภาพปัญหาการ ดำเนินงาน -นโยบายและยุทธศาสตร์ -งบประมาณ -บุคลากร -การบริหารจัดการ -เทคโนโลยีสารสนเทศ การพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน ขั้นวางแผน -นำข้อมูลที่ได้จากระยะที่1 มาเป็นข้อมูลนำเข้า -สนทนากลุ่มหาแนวทาง พัฒนารูปแบบ -สรุปผลจากการสนทนา กลุ่มและระดมสมองเพื่อ กำหนดร่างรูปแบบการ ดำเนินงาน ขั้นลงมือปฏิบัติ -นำร่างรูปแบบการ ปฏิบัติงานไปทดลองใช้กับ คณะกรรมการ พชอ. ขั้นสังเกตการณ์ -ความยากง่ายของขั้นตอน การทำงาน -ความเป็นไปได้ในการ นำไปใช้จริง -บทบาทหน้าที่มีความ เหมาะสม ขั้นสะท้อนผล -ความพึงพอใจในการ ปฏิบัติงาน -ปัญหา อุปสรรคในการ ดำเนินงาน -สิ่งที่ต้องการพัฒนารูปแบบ ให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น การศึกษาระยะที่ 1 การศึกษาระยะที่ 2 รูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพ ชีวิตระดับอำเภอ อำเภอศรีวิไล


12 บทที่ 3 ระเบียบวิธีวิจัย การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ของอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและการพัฒนารูปแบบการ ดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ของอำเภอศรีวิไล ระหว่างเดือนสิงหาคม - มีนาคม 2565 มี รายละเอียดวิธีดำเนินการวิจัยดังนี้ 3.1 ระเบียบวิธีการวิจัย การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) โดยอาศัยแนวคิดของ Kemmisและ McTaggart (1988) ได้แก่ การวางแผน การลงมือปฏิบัติการสังเกตการณ์และการ สะท้อนผล ดำเนินการวิจัย 3 ระยะ ดังนี้ ระยะที่ 1ศึกษาสภาพปัญหาการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต(พชอ.) จำนวน 51 คน อำเภอศรีวิไล ผู้แทน ส่วนราชการในเขตอำเภอศรีวิไล จำนวน 7 คน และตัวแทนสถานบริการสุขภาพในเขตอำเภอศรีวิไล จำนวน 7 คน รวม 65 คน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมในระยะ นี้ได้แก่ คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต(พชอ.) จำนวน 51 คน อำเภอศรีวิไล ผู้แทนส่วนราชการในเขตอำเภอศรีวิไล จำนวน 7 คน และตัวแทนสถานบริการสุขภาพในเขตอำเภอศรี วิไล จำนวน 7 คน รวมทั้งหมด 7 คน โดยใช้การสนทนากลุ่ม ประกอบด้วยขั้นตอนการพัฒนาดังนี้ 1)ขั้นวางแผน (Plan) ในขั้นนี้ เป็นการนำข้อมูลจากการศึกษาระยะที่ 1 มาใช้ในการวางแผนร่วมกับผู้ มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดร่างรูปแบบในการดำเนินงาน โดยใช้กระบวนการกลุ่มและการสนทนากลุ่ม เครื่องมือวิจัยในขั้นตอนนี้คือ แนวทางการสนทนากลุ่ม 2) ขั้นลงมือปฏิบัติ(Act) ในขั้นนี้ เป็นการนำเอาร่างรูปแบบการดำเนินงานที่ได้จากขั้นวางแผน ไป ทดลองใช้ในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานของ พชอ. 3)ขั้นสังเกตการณ์ (Observe) ในขั้นนี้ เป็นการสังเกตการณ์ดำเนินงานของคณะทำงาน พชอ. เพื่อ ประเมินดูว่าร่างรูปแบบที่ใช้มีความเหมาะสมหรือไม่ มีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้จริงเพียงใด เครื่องมือ วิจัยที่ใช้คือ แบบบันทึกพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ใช้วิธีการสังเกตแบบมีส่วนร่วมโดยผู้วิจัย 4)ขั้นสะท้อนผล (Reflect) ในขั้นนี้ เป็นการนำผลที่ได้จากการสังเกตการณ์มาเป็นข้อมูลนำเข้าเพื่อ หารือหาแนวทางปรับปรุงรูปแบบร่วมกันกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังได้เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องได้สะท้อนความคิดเกี่ยวกับการปฏิบัติงานโดยใช้รูปแบบการดำเนินงานใหม่ว่ามีปัญหาหรืออุปสรรค อย่างไรบ้าง ในขณะปฏิบัติงานด้านต่างๆ เช่น การสื่อสารหรือการประสานงาน ขั้นตอนการทำงานมีความ ยุ่งยากซับซ้อนหรือง่ายต่อการทำงาน ประเด็นที่ต้องการปรับปรุงให้ขั้นตอนและวิธีการทำงานให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น กิจกรรมในขั้นนี้ ใช้กระบวนการกลุ่มและการสะท้อนคิด หากมีข้อปรับปรุงแก้ไขผู้วิจัย


13 จะนำข้อมูลที่ได้จากขั้นตอนนี้ ไปวางแผนปรับปรุงรูปแบบการทำงานอีกครั้งเพื่อให้มีความเหมาะสมและ สอดคล้องกับความต้องการและบริบทพื้นที่แล้วนำไปทดลองใช้สังเกตการณ์และสะท้อนผลอีกครั้ง ก่อนที่ จะสรุปและกำหนดรูปแบบฉบับจริงเพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานต่อไป 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรในการวิจัยครั้งนี้ คือคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต (พชอ.) เกณฑ์การคัดเข้า 1. เป็นคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ พชอ. อำเภอศรีวิไล 2. เป็นผู้ที่มีความสามารถในการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนข้อมูลแสดงความคิดเห็นและอภิปรายประเด็น เกี่ยวกับการดำเนินงาน พชอ. ได้ 3. เป็นผู้ที่ยินดีและเต็มใจเข้าร่วมการวิจัยนี้ เกณฑ์การคัดออก ผู้ที่ไม่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการวิจัยนี้ 3.3 การคำนวณขนาดตัวอย่าง ผู้วิจัยใช้การคัดเลือกของกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เป็นคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการพัฒนา คุณภาพชีวิต(พชอ.) อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ จำนวน 65คน จึงไม่มีการคำนวณขนาดตัวอย่าง 3.4 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสัมภาษณ์เชิงลึกและแนวทางการสนทนากลุ่ม รายละเอียดดังนี้ 3.4.1 แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi-structured interview guideline) ใช้สัมภาษณ์เพื่อ ศึกษาสภาพปัญหาการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอศรีวิไลที่ผ่านมา โดยผู้ให้ข้อมูลหลักประกอบด้วย คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต (พชอ.) ผู้แทนส่วนราชการและตัวแทนจากสถานบริการสาธารณสุข ประเด็นในการสัมภาษณ์เกี่ยวกับ สถานการณ์และปัญหาการดำเนินงานที่ผ่านมาในประเด็นต่อไปนี้ ด้านนโยบาย การบริหารงาน งบประมาณ การบริหารทรัพยากรบุคคล เทคโนโลยีและสารสนเทศ และการมีส่วนร่วมของเครือข่าย อุปสรรคและปัญหาการดำเนินงาน และข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนางาน 3.4.2 แนวทางการสนทนากลุ่ม (Focus group discussion guideline) ใช้เป็นแนวทางใน การสนทนากลุ่มเพื่อกำหนดร่างรูปแบบการดำเนินงาน ประเด็นในการสนทนากลุ่มประกอบด้วย ด้าน การบริหารจัดการองค์กร ด้านการพัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติงาน ด้านงบประมาณ และทรัพยากรอื่นที่ เกี่ยวข้อง เช่น เทคโนโลยีและสารสนเทศ และการทำงานร่วมกับเครือข่าย


14 3.5 การหาคุณภาพเครื่องมือ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างและแนวทางการสนทนากลุ่ม มีการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ความเหมาะสมด้านภาษา (Wording) ความ สมบูรณ์ของคำชี้แจงและความเหมาะสมของเวลาในการตอบคำถาม แล้วปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ตาม ข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ 3.6การวิเคราะห์ข้อมูล ข้อมูลเชิงคุณภาพ จากการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการ วิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis)


15 บทที่ 4 ผลการศึกษาและอภิปรายผลการศึกษา การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) อำเภอศรีวิไล โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากคณะกรรมการและ คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) อำเภอศรีวิไล โดยมีการนำเสนอผลการศึกษา และการอภิปรายผล ดังนี้ 4.1 ผลการศึกษา 4.1.1 ผลการศึกษาระยะที่ 1 สภาพปัญหาการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ จากการสัมภาษณ์คณะกรรมการ พชอ. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พบสภาพ ปัญหาการดำเนินในแต่ละด้านดังนี้ 1) ผู้ปฏิบัติงาน คณะกรรมการและอนุกรรมการ ส่วนใหญ่ขาดความเข้าใจเกี่ยวกับ ความสำคัญและการดำเนินงาน พชอ. ขาดความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและ อนุกรรมการ และขาดความรู้ในเรื่องการนำระบบสารสนเทศมาใช้ในการบริหารจัดการ มีการปฏิบัติงาน ไม่ตรงตามบทบาทหน้าที่ที่กำหนดตามโครงสร้าง ประธาน พชอ. หรือหัวหน้าส่วนราชการ มีการโยกย้าย บ่อย ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานให้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ งบประมาณสำหรับพัฒนาบุคลากรระดับ จังหวัดยังกระจายไม่ครอบคลุมคณะทำงานทั้งหมดหรือมีแผนพัฒนาบุคลากรแต่จัดกิจกรรมไม่ตรงตาม แผน รวมถึง แนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไม่สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนา เช่น บุคลากรขาดทักษะการบันทึกข้อมูลแต่ไม่มีแผนเพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านนี้ให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น 2) งบประมาณ ถึงแม้จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากหลายแหล่ง แต่มีการนำเงิน งบประมาณไปใช้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนาหมู่บ้าน การจัดสรรงบประมาณไม่สอดคล้องกับ สภาพปัญหาของพื้นที่ ทำให้บางพื้นที่ที่มีปัญหาซับซ้อนมีงบประมาณสนับสนุนไม่เพียงพอ 3) ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ มีการนำโปรแกรมมาใช้ในการจัดทำรายงาน พชอ. ระดับ เขต แต่ขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการนำข้อมูลมาใช้ในการบริหารจัดการและการดำเนินงาน ผู้บันทึกข้อมูลยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบันทึกข้อมูล 4.1.2 ผลการศึกษาระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ผลจากการสนทนากลุ่มของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ พัฒนาคุณภาพชีวิต(พชอ.) และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของอำเภอศรีวิไล มีดังนี้ 1) ขั้นวางแผน (Plan) ในขั้นนี้ ผู้วิจัยได้นำข้อมูลจากการศึกษาระยะที่ 1 มาใช้ในการวางแผน ร่วมกับคณะกรรมการ พชอ. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดรูปแบบในการดำเนินงานใหม่ ในการประชุมมี


16 การนำเสนอสภาพปัญหาที่ได้จากการศึกษาระยะที่ 1 และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมมีส่วนร่วมในการ แสดงคิดเห็น โดยใช้กระบวนการกลุ่มและการสนทนากลุ่ม แล้วหาข้อสรุปร่วมกันในการปรับปรุง พัฒนา รูปแบบการดำเนินงาน รายละเอียดในการวางแผน มีดังนี้ - วางแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ เพื่อกำหนด โครงสร้างให้มีความชัดเจนมากขึ้น กำหนดบทบาทของคณะกรรมการ และสร้างการรับรู้ร่วมกันใน บทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย กำหนดขั้นตอนในการดำเนินงานให้ชัดเจนเป็นรูปธรรมและสามารถ นำไปปฏิบัติได้จริงโดยเน้นการมีส่วนร่วมในการทำงานของคณะกรรมการและอนุกรรมการ พชอ. ให้ มากขึ้น ตั้งแต่การมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ปัญหา การกำหนดหรือเลือกแนวทางในการแก้ไขปัญหา และการประเมินผลการดำเนินงาน - วางแผนพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการและอนุกรรมการ พชอ. เกี่ยวกับการดำเนินงาน พชอ. เพื่อให้กรรมการเข้าใจความสำคัญของการดำเนินงาน พชอ. เสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของ คณะกรรมการและอนุกรรมการในแต่ละประเด็นปัญหา มีการพัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติงานด้านการใช้ โปรแกรมในการจัดทำรายงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการ วางแผนส่งเสริมศักยภาพของคณะกรรมการและอนุกรรมการด้วยการศึกษาดูงาน พชอ. ในพื้นที่อื่นเพื่อสร้าง แรงบันดาลใจในการทำงานและเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อนำมาพัฒนาการปฏิบัติงานต่อไป - วางแผนการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยมี การจัดสรรงบประมาณให้แก่พื้นที่ที่มีปัญหายากและซับซ้อนให้มีจำนวนเพียงพอ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะต้อง ผ่านการศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาโดยคณะกรรมการ พชอ. และคณะกรรมการ พชต. เป็นที่เรียบร้อย แล้ว และควรมีการพิจารณาการจัดสรรงบประมาณไปใช้ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนาหมู่บ้าน ผลที่ได้จากการประชุมวางแผน ทำให้สามารถกำหนดรูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพ ชีวิตระดับอำเภอ อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ดังนี้ 1. การขับเคลื่อนการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ มีขั้นตอนดังนี้ - แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาคุณภาพชีวิต - กำหนดการประชุมแบบมีส่วนร่วมเพื่อวิเคราะห์ปัญหา คัดเลือกประเด็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต และกำหนดรูปแบบหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาของพื้นที่ - จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอและเหมาะสมกับบริบทปัญหาในพื้นที่ - กำหนดแผนดำเนินงานที่บูรณาการทรัพยากรในการพัฒนาคุณภาพชีวิตร่วมกันทุกภาคส่วน - กำหนดการติดตามและประเมินผลการดำเนินการพัฒนาหรือผลการแก้ไขปัญหาสำคัญตาม บริบทของพื้นที่อำเภอศริวิไล ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการเป็นประจำทุกเดือน 2. การพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ มีการพัฒนาทีมทำงาน และพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการและอนุกรรมการ เพื่อสร้างทีมทำงานคุณภาพระดับอำเภอ ขยาย ผลการทำงานไปยังระดับตำบล ส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของ คนอำเภอศริวิไล แนวทางในการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการและอนุกรรมการ ได้แก่ 1) การอบรม เกี่ยวกับการดำเนินงาน พชอ.เพื่อให้คณะกรรมการทุกคนเข้าใจงานและบทบาทหน้าที่ของตนเองมากขึ้น รวมถึง เป็นการสร้างความตระหนักในการร่วมแรงร่วมใจในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนใน พื้นที่ และ 2) การศึกษาดูงาน เพื่อเปิดโอกาสให้คณะทำงานได้เปิดโลกทัศน์ ได้รับความรู้และ


17 ประสบการณ์ใหม่ๆ จากพื้นที่อื่น ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นให้ทีมทำงาน ได้มีกิจกรรมร่วมกัน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและเกิดความสามัคคี 3. การคืนข้อมูลผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ผ่านเวทีผู้นำท้องถิ่น โดยมีการประชุมร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหัวหน้าหน่วยงานราชการทุกเดือน เพื่อสะท้อนผลสำเร็จ ในการดำเนินงาน ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับ พัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่ร่วมกันเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น และหาแนวทางแก้ปัญหา ร่วมกัน 4. การถอดบทเรียนจากการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอเพื่อ ทบทวนและสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในประเด็นต่างๆ ได้แก่ การบริหารจัดการ การพัฒนา ศักยภาพของคณะกรรมการและอนุกรรมการ การได้รับการสนุนงบประมาณและทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง และการสร้างเครือข่ายในการดำเนินงาน ในการถอดบทเรียนนี้ ได้มีการประชุมร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหัวหน้าหน่วยงานราชการ โดยให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงาน ที่ผ่านมา ทำการวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ ปัจจัยที่เป็นอุปสรรค ในการดำเนินงาน รวมถึงการร่วมกันระดมความคิดเพื่อปรับปรุงแนวทางการทำงานเพื่อให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่า การกำหนดรูปแบบในการดำเนินงานมีความชัดเจนมากขึ้น ดังสรุป ไว้ในตารางที่ 1 ตารางที่ 1 การเปรียบเทียบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอแบบเก่าและแบบใหม่ ประเด็น รูปแบบการดำเนินงานแบบเก่า รูปแบบการดำเนินงานแบบใหม่ 1 กลไกการขับเคลื่อนการ ดำเนินงาน พชอ. 1.แต่งตั้งคณ ะกรรมการและ คณะอนุกรรมการ มีคำสั่งแต่ง ตั้งแต่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ได้รับมอบหมายตามคำสั่งหรือ คณะกรรมการบางคนยังไม่เข้าใจ บทบาทหน้าที่ 2.วิเคราะห์ปัญหา และกำหนด ปั ญ ห า มี การวิเค ราะห์ แล ะ กำหนดปัญหา แต่ขาดการมีส่วน ร่วมของคณะกรรมการ และการ วิเคราะห์ปัญหาขาดหลักการที่ เหมาะสม 3.การจัดสรรงบประมาณไม่ตรง ตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนา 1.แต่ งตั้ งค ณ ะก รรม การแ ล ะ คณะอนุกรรมการ พชอ. 2. กำหนดบทบาทหน้าที่และ มอบหมายหน้าที่รับผิดชอบแต่ละ ส่วน 3.วิเคราะห์ปัญหา และกำหนด ปัญหา 4.จัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ และเหมาะสมกับบริบทปัญหา 5.กำหนดแผนดำเนินงานร่วมกับ ทุกภาคส่วน 6.กำ ห น ด ก า ร ติ ด ต า ม แ ล ะ


18 หมู่บ้าน และไม่สอดคล้องกับ สภาพปัญหาของพื้นที่ 4.กำหนดแผนการดำเนินงาน มี การกำห น ดแผน เฉพ าะบ าง ห น่ ว ย งา น ไม่ ได้ มี ก า ร ว า ง แผนการทำงานเชิงบูรณาการจาก ทุกภาคส่วน 5.กำหนดแผนการติดตามและ ประเมินผลการดำเนินการพัฒนา หมู่บ้านไม่ต่อเนื่องทุกเดือน ประเมินผลการดำเนินการพัฒนา ทุกเดือน 2.ก ารพั ฒ น าศั ก ย ภ าพ คณะกรรมการ พชอ. ไม่ มีแผน สำห รับ การพั ฒ น า ศักยภาพคณ ะกรรมการและ คณะอนุกรรมการ พชอ. จัดทำแผนพัฒนาศักยภาพบุคลากร 1.การอบรม 2.การศึกษาดูงาน 3.การคืนข้อมูลผ่านเวที ประชุมผู้นำท้องถิ่น 1.มีการประชุมผ่านเวทีผู้นำ ท้องถิ่นเพื่อคืนข้อมูลเป็นบาง เดือน 1.ประชุมร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหัวหน้าหน่วยงานราชการทุก เดือน 4.การถอดบทเรียน ไม่มี 1 .ป ร ะ ชุ ม ร่ ว ม กั น กั บ กำ นั น ผู้ใหญ่บ้าน และหัวหน้าหน่วยงาน ราชการ 2 .ท บ ท ว น แ ล ะ ส รุ ป ผ ลก า ร ดำเนินงานที่ผ่านมา 3.วิเค ราะห์ ปั จจั ย ที่ ส่ งผ ล ต่ อ ความสำเร็จหรือล้มเหลว 4 .ก ำ ห น ด แ น ว ท า ง ใ น ก า ร ดำเนินงาน


19 ดังนั้น แนวทางการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ สามารถสรุปได้ดังภาพที่ 3 กลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงาน พชอ. ภาพที่ 3 แนวทางการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ 2) ขั้นลงมือปฏิบัติ(Act) ในขั้นนี้ เป็นการนำเอารูปแบบการดำเนินงานที่ได้จากขั้นวางแผน ไป ทดลองใช้กับคณะกรรมการและอนุกรรมการ พชอ. เป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยผู้วิจัยได้ทำการชี้แจง ทำ ความเข้าใจกับคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับกระบวนการในการดำเนินงาน การสร้างความ เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและอนุกรรมการและการปฏิบัติงานให้ตรงตามบทบาทหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย 3) ขั้นสังเกตการณ์(Observe) ในขั้นนี้ ผู้วิจัยได้สังเกตแบบมีส่วนร่วมเพื่อรวบรวมเหตุการณ์หรือ สถานการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นภายหลังมีการนำรูปแบบใหม่ไปใช้ในการดำเนินงาน ผลการสังเกตพบว่า แต่งตั้งคณะกรรมการและ อนุกรรมการ วิเคราะห์และกำหนดปัญหาแบบมี ส่วนร่วม จัดสรรงบประมาณ จัดทำแผนงานโครงการประจำปี และงบประมาณของแต่ละพื้นที่ จัดทำแผนกำกับ ติดตาม ประเมินผล การดำเนินงาน การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน การพัฒนาศักยภาพ คณะกรรมการ คืนข้อมูลสู่ชุมชน ถอดบทเรียน


20 -คณะกรรมการและอนุกรรมการมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองมากขึ้น มีส่วนร่วมใน การดำเนินงานมากขึ้น มีการแสดงความคิดเห็นและใช้สิทธิ์ในการออกเสียงเพื่อคัดเลือกประเด็นปัญหาของ พื้นที่ -คณะกรรมการคณะอนุกรรมการและภาคีเครือข่ายมีความภาคภูมิใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง ที่ได้มีส่วนช่วยในการพัฒนาพื้นที่ -การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนจากทุกภาคส่วน ได้แก่ หน่วยงานราชการ องค์การปกครอง ส่วนท้องถิ่น ที่ว่าการอำเภอ ได้ร่วมกันช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มผู้พิการ กลุ่ม ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีที่อยู่อาศัยไม่คงทนถาวร มีการระดมทุนจากแหล่งต่างๆ และชาวบ้านมีจิตอาสามาช่วย ซ่อมแซมบ้าน และห้องน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ การช่วยเหลือผู้ใช้สารเสพติด ทั้งผู้ป่วยจิตเวชและกลุ่มหญิง ตั้งครรภ์ ได้มีการดำเนินงานร่วมกับชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ในกรณี การเฝ้าระวังผู้ป่วยจิตเวช คณะกรรมการ พชอ. ได้วางแผนการดำเนินงานร่วมกับชุมชนเพื่อกำหนดช่องทางในการรับแจ้งเหตุในกรณีที่ ผู้เสพยามีอาการขาดยาและอาละวาดโดยให้แจ้งไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเพื่อแจ้งสถานีตำรวจและประสานไป ยังโรงพยาบาลชุมชนต่อไป ถ้าอาการไม่รุนแรงจะแจ้งไปยังฝ่ายปกครองที่ว่าการอำเภอและโรงพยาบาล ส่ งเส ริ ม สุ ข ภ าพ ต ำบ ลใน เข ต พื้ น ที่ เพื่ อ ดู อ าก ารแ ล ะส อ บ ป ระ วั ติ ใน ก ารรั ก ษ าต่ อ ไป ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่ใช้สารเสพติด ได้มีการกำหนดแนวทางการดูแลเริ่มตั้งแต่การฝากครรภ์ การเข้ารับคำ ปรึกษาจากบุคลากรสาธารณสุข ในกรณีนี้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จะทราบอยู่แล้วว่า ในคุ้มของตัวเองรับผิดชอบมีใครตั้งครรภ์บ้าง หรือคนในชุมชน หรือผู้ใกล้ชิดกับหญิงตั้งครรภ์ จะคอย สอดส่อง เฝ้าระวังและรายงานให้เจ้าหน้าที่ทราบเกี่ยวกับหญิงตั้งครรภ์ที่ใช้สารเสพติดในชุมชนเพื่อติดตาม และนำเข้าสู่ระบบการช่วยเหลือ ดูแลของโรงพยาบาล จะเห็นได้ว่า การดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ของอำเภอศรีวิไล นั้น มีแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนขึ้น การทำงานเป็นระบบมากขึ้น มีระบบการสื่อสารในชุมชนดี มีความ รวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที สิ่งสำคัญอีกประการคือ ทีมทำงานที่ได้รับการแต่งตั้งมาจากทุก ภาคส่วน ประกอบด้วยนายอำเภอศรีวิไล เป็นประธานกรรมการ สาธารณสุขอำเภอศรีวิไล เป็นกรรมการและ เลขานุการ ผู้แทนหน่วยงานของรัฐ จำนวน 6 คน ประกอบด้วย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรศรีวิไล พัฒนาการอำเภอศรีวิไล เกษตรอำเภอศรีวิไล นายกเทศมนตรีตำบลศรีวิไล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีวิไล กำนันตำบลศรีวิไล ผู้แทนภาคเอกชน จำนวน 6 คน ประกอบด้วย ผู้แทนโรงเรียนเอกชน ผู้ประสานงานด้าน เยาวชน ผู้แทนสตรีอำเภอศรีวิไล คณะกรรมการพัฒนาตลาดสดศรีวิไล นายกสมาคมครูอำเภอศรีวิไล ประธานสภาองค์กรชุมชน อ.ศรีวิไล ผู้แทนภาคประชาชน จำนวน 7 คน ประกอบด้วย นายกอบต.นาแสง นายกอบต.นาสะแบง นายกอบต.ชุมภูพร นายกบต.นาสิงห์ ประธานอสม.อ.ศรีวิไล ตัวแทนเยาวชน อ.ศรีวิไล ประธานกลุ่ม OTOP ต.นาสิงห์ รวมทั้งหมดจำนวน 21 คน ซี่งมีความแตกต่างและหลากหลายในเรื่ององค์ ความรู้และประสบการณ์ แต่ทุกคนให้การยอมรับซึ่งกันและกัน ทำให้การประสานงาน การแลกเปลี่ยนความ คิดเห็น และการหาข้อตกลงร่วมกันในการแก้ไขปัญหามีความราบรื่นยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การถอดบทเรียนจากการดำเนินงานที่ผ่านมายังไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร เนื่องจาก คณะกรรมการและอนุกรรมการส่วนใหญ่ ไม่เข้าใจหลักการการถอดบทเรียนที่ถูกต้อง ทำให้ไม่สามารถสกัด เอาข้อมูลที่ได้จากการดำเนินงานที่ผ่านมา มาสร้างเป็นองค์ความรู้เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เรียนรู้เพื่อพัฒนา งาน


21 3) ขั้นสะท้อนผล (Reflect) ในขั้นนี้ เป็นการนำผลที่ได้จากการสังเกตการณ์มาเป็นข้อมูลนำเข้า เพื่อหารือหาแนวทางปรับปรุงรูปแบบร่วมกันกับคณะกรรมการและอนุกรรมการ จากการดำเนินงานโดย รูปแบบการดำเนินงานใหม่ จะเห็นได้ว่า แนวทางในการดำเนินงานชัดเจนมากขึ้น คณะกรรมการเข้าใจ บทบาทหน้าที่ของตนเองมากขึ้น สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้สอดคล้องกับที่ได้รับมอบหมายตามคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการ การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนมากขึ้นทั้งจากหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น และชุมชน ข้อค้นพบได้จากการสะท้อนผล มีดังนี้ - ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ได้แก่ การสร้างความเข้าใจให้คณะกรรมการเข้าใจบทบาทหน้าที่ของ ตนเอง การสร้างความรู้สึกร่วมในการแก้ไขปัญหาในชุมชน การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการและภาคี เครือข่ายในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ความภาคภูมิใจของทีมทำงานที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ คณะกรรมการและอนุกรรมการ พชอ. ส่งผลให้เกิดแรงจูงใจในการปฏิบัติงานให้บรรลุตามเป้าหมาย - ปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงาน ได้แก่ คณะกรรมการบางคนไม่ได้เข้าร่วมประชุมอย่าง ต่อเนื่อง ทำให้ขาดการมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ปัญหาและร่วมกันตัดสินใจเลือกแนวทางในการแก้ไขปัญหา และการเปลี่ยนคณะกรรมการและหัวหน้าส่วนราชการบ่อย ทำให้การบริหารงานไม่ต่อเนื่อง -สิ่งที่ต้องการพัฒนา ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการ จัดการโดยเฉพาะการใช้โปรแกรมรายงานข้อมูลการดำเนินงาน พชอ.ของแต่ละพื้นที่ และการแลกเปลี่ยน เรียนรู้จาก พชอ.ในพื้นที่อื่นเพื่อเพิ่มองค์ความรู้และประสบการณ์ในการทำงานให้มากขึ้น เป็นการสร้าง แรงจูงใจในการทำงานให้แก่คณะทำงาน 4.2 การอภิปรายผลการศึกษา การศึกษาระยะที่ 1 จากการศึกษาสภาพปัญหาการดำเนินงาน พชอ. ของอำเภอศรีวิไล จังหวัด บึงกาฬ จะเห็นได้ว่า ผู้ปฏิบัติงานส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเอง มีการปฏิบัติงานไม่ตรง ตามบทบาทหน้าที่ที่กำหนดตามโครงสร้างการบริหารงาน ขาดการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน เนื่องจาก ผู้ปฏิบัติงานขาดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงาน พชอ.ที่เพียงพอ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษา ของสมยศ ศรีจารนัย (2561) ที่แสดงให้เห็นว่า การแสดงบทบาทของผู้ปฏิบัติงานในด้านต่างๆ เช่น การ มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน และการมีส่วนร่วมในการประเมินผลการดำเนินงานอยู่ใน ระดับปานกลาง โดยการดำเนินงานแก้ไขปัญหาในชุมชน ส่วนใหญ่ดำเนินการโดยหน่วยงานสาธารณสุข แต่หน่วยงานภาคเอกชนและภาคประชาชน ยังไม่ทราบเกี่ยวกับการวางแผนงานและการกำหนด เป้าหมายการดำเนินงาน รวมถึงการกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน ทำให้เป็นอุปสรรคในส่งเสริมการมีส่วนร่วม ในการทำงานจากทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม นอกจากการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินงาน พชอ. แล้ว การส่งเสริมให้เข้าใจบทบาทของคณะกรรมการ พชอ.ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพื่อให้การดำเนินงาน มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับการศึกษาของของฤทธี เพ็ชรนิล (2560) ที่พบว่า หนึ่งในปัญหาการดำเนินงาน พชอ.คือ ผู้ปฏิบัติงานไม่ทราบบทบาทหน้าที่และรูปแบบ แนวทางการทำงานที่ชัดเจน ขาดการมีส่วนร่วมในการค้นหาปัญหาสุขภาพระดับอำเภอ ดังนั้น การ พัฒนาศักยภาพของบุคคลจึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ซึ่งสอดคล้องกับ ข้อเสนอแนะของอดุลย์ บำรุง (2562) ที่ได้ให้ข้อเสนอแนะไว้ว่า การพัฒนาศักยภาพบุคลากรนั้น ควร


22 พัฒนาให้ครอบคลุมทั้งบุคลากรจากภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมทั้งมีการพัฒนา หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการ พชอ. ให้มีความสอดคล้องกับการดำเนินงาน ปัญหาด้านงบประมาณ จะเห็นได้ว่า คณะกรรมการ พชอ. อำเภอศรีวิไลได้รับการสนับสนุน งบประมาณในการดำเนินงานจากหลายแหล่ง ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของมานะ ภูมิพันธุ์ (2564) ที่ พบว่างบประมาณที่มีการจัดสรรให้เพื่อการดำเนินงาน พชอ. ได้รับมาจากหน่วยงานต่างๆ ที่หลากหลาย เช่น เทศบาล และส่วนราชการต่างๆ แต่ยังพบว่าการจัดสรรงบประมาณไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ในการ พัฒนาหมู่บ้านและไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาของพื้นที่ บางพื้นที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณไม่ เพียงพอ ซึ่งสอดคล้องกับข้อสรุปของกานต์ชัชพิสิฐ คงเสถียรพงษ์ และศิวิไลช์ วนรัตน์วิจิตร (2564) ที่ แสดงให้เห็นว่า การบริหารจัดการงบประมาณขาดประสิทธิภาพ ตลอดจนการสร้างมาตรการวางแผน และตรวจสอบการใช้งบประมาณซึ่งประเด็นงบประมาณเป็นมาตรการที่สำคัญและจำเป็นที่จะต้อง พัฒนาควบคู่กันไปกับการขับเคลื่อนการดำเนินงาน จึงสอดคล้องกับแนวคิดของอดุลย์ บำรุง (2562) ที่ แสดงให้เห็นว่ากลไกทางการเงินเป็นกลไกพื้นฐานที่ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มผลิตภาพให้กับ ระบบการทำงานได้อย่างมีพลัง การศึกษาระยะที่ 2 รูปแบบการดำเนินใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดยอาศัยการมีส่วนร่วมของ คณะกรรมการ พชอ. อำเภอศรีวิไลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จะเห็นได้ว่า ได้มีการกำหนดมาตรการเพื่อ ขับเคลื่อนการดำเนินงาน ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาของปัญญา พละศักดิ์ (2564) ที่แสดงให้เห็นว่า รูปแบบการดำเนินงาน พชอ.นั้น เริ่มจากการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานที่มาจากทุกภาคส่วน ภายใต้การมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ร่วมคิดวิเคราะห์ปัญหา คัดเลือกปัญหาประเด็นการพัฒนา คุณภาพชีวิต วางแผน พัฒนา และแก้ไขปัญหา ด้านการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการและอนุกรรมการ พชอ. จากการประชุมและการ สนทนากลุ่มของคณะกรรมการ พชอ. อำเภอศรีวิไล พบว่า การพัฒนาและส่งเสริมความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการดำเนินงาน พชอ. เป็นเรื่องที่สำคัญเพราะส่งผลต่อการปฏิบัติงานโดยตรง นอกจากนี้ การ พัฒนาศักยภาพในด้านการใช้โปรแกรมเพื่อบันทึกข้อมูลและจัดทำรายงานก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่ให้ ความสำคัญเพื่อให้การบริหารจัดการเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมาก ขึ้น จึงสอดคล้องกับการศึกษาของจารุณี ภัทรวงษ์ธนา และคณะ (2560) ที่ได้ทำการศึกษาเพื่อพัฒนา ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการในการพัฒนาชุมชน เพื่อรองรับการบริหารจัดการและการพัฒนาชุมชน แบบมีส่วนร่วม นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีพัฒนาระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล ระบบบริหาร จัดการข้อมูลผู้ใช้ระบบ ระบบสืบคืนสารสนเทศ และระบบการออกรายงาน ผลจากการพัฒนาดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้งานเกิดความพึงพอใจต่อระบบสารสนเทศในระดับมากและยังทำให้การปฏิบัติงานเกิด ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การคืนข้อมูลผ่านเวทีประชุมผู้นำท้องถิ่น จากการดำเนินงานของคณะกรรมการและ อนุกรรมการ พชอ. อำเภอศรีวิไล โดยใช้รูปแบบการดำเนินงานใหม่ มีการคืนข้อมูลสู่ชุมชนอย่าง สม่ำเสมอและต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนของตนเอง ทำให้มองเห็นจุด แข็งและจุดที่ต้องการพัฒนาชุมชนของตนเองในอนาคต จึงเป็นการกระตุ้นและการสร้างความรู้สึก ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนของตนเอง นอกจากนี้ ในการประชุมยังได้นำเสนอผลการ ดำเนินงานที่ผ่านมาของคณะกรรมการร่วมกับทุกภาคส่วนให้คนในชุมชนได้เห็นถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้น


23 รวมถึง อุปสรรค ปัญหาที่เกี่ยวข้อง และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างคนในชุมชนกับ คณะกรรมการ พชอ. เพื่อนำประเด็นที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาไปวางแผนการดำเนินงานร่วมกันต่อไป ซึ่ง แนวทางในการดำเนินงานนี้ มีความสอดคล้องกับแนวคิดการเสริมสร้างความเข็มแข้งของชุมชนของจรูญ กิตติปัญโญ และจรัส ลีกา (2564) ที่ได้สรุปแนวคิดการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนประกอบด้วย การประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ การประชุมและการทำประชาคม การจัดทำแผน และการติดตาม ประเมินผล การถอดบทเรียนจากการดำเนินงาน พชอ. ของอำเภอศรีวิไล เป็นการทบทวนกระบวนการใน การดำเนินงานที่ผ่านมา รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ในการพัฒนาชุมชน ปัจจัยแห่งความสำเร็จและ/ หรือความล้มเหลว ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้และแนวทางในการพัฒนากระบวนการ เรียนรู้ของคนในชุมชน เพื่อนำไปสู่การมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ อับดุลเลาะ เจ๊ะหลง และจิรัชยา เจียวก๊ก (2563) ที่ได้กล่าวไว้ว่า การถอดบทเรียน เป็นการทบทวน หรือสรุปประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาในแง่มุมต่างๆ เพื่อสะท้อนถึงรายละเอียดของปัจจัยทั้งภายใน และภายนอกที่ทำให้เกิดผลที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทั้งที่สำเร็จและ/หรือล้มเหลว หรืออีกนัยหนึ่ง การถอด บทเรียนเป็นการสืบเสาะหาความรู้จากการปฏิบัติงานโดยใช้วิธีการสกัดความรู้และประสบการณ์ที่ฝังลึก จากกลุ่มเป้าหมายที่ได้ร่วมการปฏิบัติงาน ได้แก่ รายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงาน ผลการปฏิบัติงาน และความรู้ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานทั้งที่สำเร็จหรือล้มเหลวเพื่อเป็นแนวทางในการ ปรับปรุงการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายและสามารถเผยแพร่ศึกษาเรียนรู้ได้อย่างไรก็ตาม ในการถอด บทเรียนเกี่ยวกับการดำเนินงาน พชอ. ของอำเภอศรีวิไล ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของบุคลากรยังขาดความรู้ และทักษะในการถอดบทเรียน จึงทำให้มีการศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องยังไม่ครอบคลุม และยังไม่สามารถสกัดความรู้และประสบการณ์ออกมาเป็นบทเรียนหรือแนวปฏิบัติได้เท่าที่ควร


24 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาการดำเนินงานและพัฒนารูปแบบการ ดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอของอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ มีรูปแบบการวิจัยเป็นการ วิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research) กระบวนการที่ใช้ประกอบด้วย การสนทนากลุ่ม การระดมสมอง และกระบวนการกลุ่ม ผู้เข้าร่วมวิจัยประกอบด้วยคณะกรรมการและอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับอำเภอของอำเภอศรีวิไล ผู้แทนส่วนราชการในเขตอำเภอศรีวิไล และตัวแทนสถานบริการสุขภาพ ในเขตอำเภอศรีวิไล จำนวน 65 คน ดำเนินการวิจัยระหว่าง เดือนมีนาคม - สิงหาคม 2565 มีการ นำเสนอสรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ ดังนี้ 5.1 สรุปผลการศึกษา 5.1.1 สภาพปัญหาการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอของอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึง กาฬ จากการสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม พบปัญหาในการดำเนินงานได้แก่ 1. คณะกรรมการและอนุกรรมการ ขาดความเข้าใจและการรับรู้เกี่ยวกับความสำคัญ แนว ทางการดำเนินงาน พชอ. บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและอนุกรรมการ การปฏิบัติงานไม่ตรงตาม บทบาทหน้าที่ที่กำหนดตามโครงสร้าง ประธาน พชอ. หรือหัวหน้าส่วนราชการ มีการโยกย้ายบ่อย ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานให้ต่อเนื่อง และขาดความรู้ในเรื่องการนำระบบสารสนเทศมาใช้ในการ บริหารจัดการ 2. งบประมาณ การบริหารงบประมาณขาดประสิทธิภาพ มีการจัดสรรงบประมาณไปใช้ไม่ ตรงตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนาหมู่บ้าน ไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหาของพื้นที่ บางพื้นที่ได้รับ งบประมาณไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา 3. การพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการและอนุกรรมการ แผนการพัฒนาบุคลากรไม่ชัดเจน หรือมีการจัดกิจกรรมพัฒนาบุคลากรไม่ตรงตามแผน กรอบในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไม่สอดคล้อง กับความต้องการในการพัฒนา งบประมาณสำหรับพัฒนาบุคลากรระดับจังหวัดยังกระจายไม่ครอบคลุม ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการพัฒนาบุคลากร 4. ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ ขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการนำข้อมูล มาใช้ในการบริหารจัดการและการดำเนินงาน ผู้บันทึกข้อมูลยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการ บันทึกข้อมูล 5.1.2 การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอของอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ จากการสนทนากลุ่มและการระดมสมองของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการและผู้มี ส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้ได้รูปแบบในการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอของอำเภอศรีวิไล ประกอบด้วย


25 1) การขับเคลื่อนการดำเนินงาน พชอ. ประกอบด้วย การแต่งตั้งคณะกรรมการและณะ อนุกรรมการ พชอ. การกำหนดบทบาทหน้าที่และมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบแต่ละส่วน การวิเคราะห์ ปัญหา และกำหนดปัญหา การจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอและเหมาะสมกับบริบทปัญหา การกำหนด แผนดำเนินงานร่วมกับทุกภาคส่วน และการกำหนดการติดตามและประเมินผลการดำเนินการพัฒนาทุก เดือน โดยเน้นการมีส่วนร่วมในแต่ละขั้นตอนจากทุกภาคส่วน 2) การพัฒนาศักยภาพบุคลากร มีการจัดทำแผนพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านการอบรมให้ ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานและบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและอนุกรรมการ พชอ. และ การศึกษาดูงานเกี่ยวกับการดำเนินงาน พชอ. ในพื้นที่อื่น เพื่อนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมา พัฒนาการดำเนินงานของอำเภอศรีวิไลต่อไป 3) การคืนข้อมูลสู่ชุมชนผ่านเวทีประชุมผู้นำท้องถิ่น มีการประชุมร่วมกันระหว่าง คณะกรรมการและอนุกรรมการ พชอ. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหัวหน้าหน่วยงานราชการทุกเดือน 4) การถอดบทเรียน มีการประชุมร่วมกันกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหัวหน้าหน่วยงานราชการ เพื่อทบทวนและสรุปผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ร่วมกันวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จหรือ ล้มเหลว พร้อมทั้งร่วมกันกำหนดแนวทางในการดำเนินงาน 5.2 ข้อเสนอแนะ 5.2.1 ข้อเสนอแนะที่ได้จากการวิจัย 1) คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ควรเปิดโอกาสและส่งเสริมให้ภาคี เครือข่ายและประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในจัดทำแผนการดำเนินงาน เพื่อให้มีความสอดคล้อง กับบริบทปัญหาของพื้นที่ รวมถึงการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมการดูแล ช่วยเหลือประชาชน และการ ประเมินผลการดำเนินงาน 2) ควรมีการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในแต่ละวิชาชีพเพื่อให้เข้าใจ รับทราบบทบาทหน้าที่ และแนวทางการดำเนินงาน โดยการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอ และครอบคลุมทุกกลุ่มวิชาชีพ กำหนดกรอบการพัฒนาให้สอดคล้องกับความจำเป็นและความต้องการในแต่ละกลุ่มวิชาชีพ รวมถึง การ พัฒนาศักยภาพด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ 5.2.2 ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 1) ควรศึกษาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จของการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับ อำเภอ เพื่อค้นหาปัจจัยแห่งความสำเร็จ และเหตุปัจจัยที่ส่งผลต่อความล้มเหลวในการดำเนินงาน 2) ควรศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ เพื่อ ประเมินความเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เช่น การมีส่วนร่วมของชุมชน คุณภาพชีวิตของคนใน ชุมชน เป็นต้น


26 เอกสารอ้างอิง กานต์ชัชพิสิฐ คงเสถียรพงษ์ และศิวิไลช์ วนรัตน์วิจิตร. (2564). คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับอำเภอ: ความท้าทายและการพัฒนา. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์, 13(2); 275-286. จารุณี ภัทรวงษ์ธนา, สุพัฒนวรี ทิพย์เจริญ, และพงศ์กร จันทราช. (2560). การพัฒนาระบบ สารสนเทศเพื่อการจัดการสำหรับการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนในพท้นที่ชุมชนกึ่งเมืองตำบล สารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น, 11(4); 128-146. จรูญ กิตติปัญโญ และจรัส ลีกา. (2564). การเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนในยุคไทยแลนด์ 4.0: กรณี ศึกษาชุมชนเข้มแข็งองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกุงธนสาร อ. ภูเวียง จ. ขอนแก่น. Journal of Graduate MCU KhonKaen Campus, 8(1), 189-201. นัจรินทร์ เนืองเฉลิม, ภคิน ไชยช่วย, กันติยา ศรีนิล, และกุลจิรา สิงห์ขิต. (2564). การประเมินการ ดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ กรณีศึกษาอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา, 1(3); 21-33. ปัญญา พละศักดิ์. (2564). การศึกษาและพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ของอำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารการสาธารณสุขชุมชน, 3(2); 40-53. มานะ ภูมิพันธุ์. (2564). การประเมินผลการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) กรณีศึกษา อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิชาการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด มหาสารคาม, 5(9); 140-153. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พ.ศ. 2561. (9 มีนาคม 2561). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135 ตอนพิเศษ 54 ง, หน้า 1-7. ฤทธี เพ็ชรนิล. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการระบบสุขภาพอำเภอ ในจังหวัด ชุมพร (การค้นคว้าอิสระ). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. วีระยุทธ ชาตะกาญจน์. (2553). การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research). สืบค้น 13 กุมภาพันธ์ 2565 จากhttp://www.nurse.ubu.ac.th/sub/knowledgedetail/Actionresearch.pdf วีระยุทธ ชาตะกาญจน์. (2558). การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action research). วารสารราชภัฎสุราษฎร์ ธานี, 2(1), 29-49. สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน). 2560. มาตรฐานระบบสุขภาพระดับอำเภอ (District Health System Standards) ฉบับที่ 1. สืบค้น 12 กุมภาพันธ์ 2565. จาก http://detudomhospital.org/hospital-detudom/web/uploads/general/ 20200911084357.pdf สมยศ ศรีจารนัย. (2561). บทบาทของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอต่อการพัฒนา คุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 (รายงาน ผลการวิจัย). กรุงเทพฯ: วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร์. อดุลย์ บำรุง. (2562). ข้อเสนอแนะการพัฒนาสมรรถนะคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต (พชอ.). วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 1(1), 87-101.


27 อับดุลเลาะ เจ๊ะหลง และจิรัชยา เจียวก๊ก (2563). การถอดบทเรียนเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตใน มนุษย์. Journal of Graduate Studies Valaya Alongkorn Rajabhat University, 14(2), 241-250. Kemmis, S & McTaggart, R. (1988). The Action Research Planer (3rd ed.). Victoria: Deakin University.


28 ภาคผนวก


29 เครื่องมือวิจัย แบบสัมภาษณ์ ศึกษาสภาพปัญหาการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอศรีวิไล จังหวัด บึงกาฬ (สำหรับสัมภาษณ์คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ(พชอ.)) 1. ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ศรีวิไลในแต่ละด้านต่อไปนี้ 1. ด้านนโยบาย นโยบายเป็นอย่างไร มีความสอดคล้องกับบริบทปัญหาของพื้นที่หรือไม่ อย่างไร มีการนำแนวนโยบายมาสู่การปฏิบัติอย่างไรบ้าง 2. การบริหารงาน ได้แก่ การจัดโครงสร้างการดำเนินงาน การกำหนดบทบาทหน้าที่ของ คณะกรรมการ มีการกำหนดโครงสร้างและบทบาทหน้าที่ได้เหมาะสมหรือไม่ และ ผู้ปฏิบัติงานสามารถปฏิบัติงานได้ตรงตามบทบาทหน้าที่หรือไม่ อย่างไร 3. งบประมาณ ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งใดบ้าง เพียงพอต่อการดำเนินหรือไม่ อย่างไร 4. องค์ความรู้ของคณะกรรมการและผู้ปฏิบัติงานเพียงพอต่อการปฏิบัติงานหรือไม่ มีการ พัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติงาน อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ อย่างไร (เช่น การอบรม สัมมนา) 5. เทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้ในการดำเนินงานมีอะไรบ้าง เพียงพอต่อการให้บริการ หรือ นำมาใช้ในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ อย่างไร 6. เครือข่ายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงาน มีหน่วยงานหรือองค์กรใดบ้าง หน่วยงาน หรือองค์กรเหล่านั้นมีส่วนร่วมในการดำเนินงานอย่างไรบ้าง 2. อุปสรรค ปัญหาการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอศรีวิไลมีอะไรบ้าง 3. ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอศรีวิไล


30 แนวทางการสนทนากลุ่ม ในการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ จากข้อมูลสถานการณ์การดำเนินงาน รวมถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานที่ผ่านมา ท่านคิดว่าควร จะปรับปรุงหรือพัฒนาการดำเนินงานในเรื่องอะไรบ้างเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น 1. ด้านการบริหารจัดการภายในองค์กร เช่น โครงสร้างการบริหารงาน บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ ขั้นตอนการดำเนินงาน เป็นต้น 2. ด้านการพัฒนาศักยภาพของผู้ปฏิบัติงาน 3. ด้านงบประมาณ และทรัพยากรอื่นที่เกี่ยวข้อง 4. การทำงานร่วมกับเครือข่าย


31 รายนามผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ 1.ดร.กฤชกันทร สุวรรณพันธุ์ วิทยาจารย์ชำนาญการพิเศษ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัด ขอนแก่น คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก 2.ดร.เจตนิพิฐ สมมาตย์วิทยาจารย์ชำนาญการ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดขอนแก่น คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก 3.ดร.คำไฝ พลสงคราม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ


32 หนังสือรับรองจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์


33 ประวัติย่อผู้วิจัย ชื่อ นายศักดินันท์ ดวงตา วัน เดือน ปี เกิด 23 เมษายน 2517 สถานที่เกิด อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ที่อยู่ปัจจุบัน 333 หมู่ 12 ตำบลศรีวิไล อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ สถานที่ทำงาน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ประวัติการศึกษา พ.ศ. 2530 ชั้นประถมมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนป่งไฮราษฎร์สามัคคี ตำบลป่งไฮ อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย พ.ศ. 2533 ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนหนองหิ้งพิทยา ตำบลท่ากกแดง อำเภอเซกา จังหวัดหนองคาย พ.ศ. 2536 ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนพรเจริญวิทยา อำเภอพรเจริญ จังหวัด หนองคาย พ.ศ. 2538 ประกาศนียบัตรเจ้าพนักงานเภสัชกรรม วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัด ขอนแก่น พ.ศ. 2547 ปริญญาตรีสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต วิชาการเอก การคุ้มครองผู้บริโภค มหาวิทยาลัยสุขโขทัยธรรมาธิราช พ.ศ. 2556 ปริญญาโทสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต วิชาเอก การจัดการระบบสุขภาพ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม


Click to View FlipBook Version