30 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ แผนภูมิตารางที่ 12 แสดงข้อมูลรายรับจำแนกรายการ ปีงบประมาณ 2564 – 2567 รายการ ปีงบประมาณ 2564 2565 2566 2567 รายได้เงินบำรุง 0 1,525,863.39 755,000.00 509,943.12 รายได้ Non UC 26,500.00 105,000.00 100,000.00 50,000.00 รายได้ โควิด 0 0 1,116,330.00 รายได้ Fixt cost รายได้ PP 12,000.00 11500 333,700.00 318,767.46 รวม 385,000.00 1642363.39 2,305,030.00 878,710.58 ที่มา : รายงาน 404, 407 แผนภูมิตารางที่ 13 แสดงข้อมูลรายจ่ายแยกตามหมวดต่างๆ ปีงบประมาณ 2564 – 2567 รายการ ปีงบประมาณ 2564 2565 2566 2567 งบบุคลากรเงินงบประมาณ ค่าจ้างชั่วคราวบริการ - 88,050.00 190,650.00 124,950 เงินสมทบประกันสังคมส่วน นายจ้าง - 2,700.00 7,350.00 5,250 ค่าวัสดุ 17,832 42,009.00 115,701.00 17,218 ค่าสาธารณูปโภค 33,302.71 6,643.92 12,006.27 31,064.86 ค่าใช้จ่ายตามโครงการ 69,100 29,850.00 201,218.44 107,376.00 อื่นๆ 314,085 900,735.00 1,607,966.00 262,048.79 รวม 434,319.71 1,069,987.92 2,134,891.71 547,907.65 ที่มา : รายงาน 404, 407
31 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ 1.4. ข้อมูลด้านสภาวะสุขภาพ แผนภูมิที่4 แสดงอัตราเกิดอัตราตายประชากร ปี 2564 – 2567 ที่มา : ข้อมูลตารางที่ 10 อัตราเกิด อัตราตาย ปี 2564 – 2567 แผนภูมิตารางที่ 14 แสดงจำนวนและอัตราป่วย 10 อันดับโรค จำแนกตามสาเหตุการป่วย 21 กลุ่มโรค ปี 2565 – 2567 2565 2566 2567 ชื่อกลุ่ม (298โรค) จำนวน อัตราต่อแสน ชื่อกลุ่ม (298โรค) จำนวน อัตราต่อแสน ชื่อกลุ่ม (298โรค) จำนวน อัตราต่อแสน 1. เบาหวาน 9,622 24,213.60 1.เบาหวาน 10,152 25,642.84 1.ความดันโลหิต สูงที่ไม่มีสาเหตุ นำ 6,625 16,931.18 2. ความดัน โลหิตสูงที่ไม่มี สาเหตุนำ 8,255 20,773.57 2.ความดันโลหิต สูงที่ไม่มีสาเหตุนำ 8,872 22,409.70 2.โรคเบาหวาน 6,620 16,918.40 3.การติดเชื้อ ของทางเดิน หายใจส่วนบน แบบเฉียบพลัน 5,853 14,728.97 3.การติดเชื้อของ ทางเดินหายใจ ส่วนบนแบบ เฉียบพลัน 8,208 20,732.51 3.เนื้อเยื่อ ผิดปกติ 4,812 12,297.78 4.ฟันผุ 5,560 13,991.65 4.เนื้อเยื่อผิดปกติ 6,197 15,652.94 4.การติดเชื้อของ ทางเดินหายใจ ส่วนบนแบบ เฉียบพลัน 4,235 10,823.17 5.ความผิดปกติ อื่น ๆ ของฟัน และโครงสร้าง 4,843 12,187.33 5.ความผิดปกติอื่น ๆ ของฟันและ โครงสร้าง 5,973 15,087.14 5.ความผิดปกติ อื่น ๆ ของฟัน และโครงสร้าง 3,524 9,006.11 6.เนื้อเยื่อ ผิดปกติ 4,682 11,782.17 6.ฟันผุ 4,700 11,871.68 6.ฟันผุ 2,852 7,288.71
32 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ 2565 2566 2567 ชื่อกลุ่ม (298โรค) จำนวน อัตราต่อแสน ชื่อกลุ่ม(298โรค) จำนวน อัตราต่อแสน ชื่อกลุ่ม (298โรค) จำนวน อัตราต่อแสน 7.โรคอื่น ๆ ของ หลอดอาหาร กระเพาะและดู โอเดนัม 2,997 7,541.90 7.โรคอื่น ๆ ของ หลอดอาหาร กระเพาะและดูโอ เดนัม 3,735 9,434.20 7.โรคอื่น ๆ ของ หลอดอาหาร กระเพาะและดู โอเดนัม 2,282 5,831.99 8.การบาดเจ็บ ระบุเฉพาะอื่นๆ 2,482 6,245.91 8.พยาธิสภาพของ หลังส่วนอื่น ๆ 2,913 9,883.81 8.การบาดเจ็บ ระบุเฉพาะอื่นๆ 1,540 3,935.70 9.พยาธิสภาพ ของหลังส่วน อื่น ๆ 1,326 3,336.86 9.พยาธิสภาพ ของหลังส่วน อื่น ๆ 2,544 6,425.87 9. .พยาธิ สภาพของหลัง ส่วนอื่น ๆ 1,330 3,399.01 10.คออักเสบ เฉียบพลัน และต่อม ทอนซิล อักเสบ เฉียบพลัน 1,285 3,233.68 10.โรคอื่น ๆ ของผิวหนังและ เนื้อเยื่อใต้ ผิวหนัง 1,617 4,084.36 10.โรคอื่น ๆ ของผิวหนัง และเนื้อเยื่อใต้ ผิวหนัง 850 2,172.30 ที่มา:https://bkn.hdc.moph.go.th/hdc/reports/report.php?&cat_id=2dd52135c6fe0be88dc455 a59202bcd5&id=cf2875fcdf1ca8a5f49b2d60d8a6409f การจำแนกผู้ป่วยนอกตามสาเหตุการป่วย 21 กลุ่มโรค ในปี 2567 (1 ต.ค. 2566 – 14 พ.ค. 2567) พบว่า สาเหตุการป่วยที่พบมาก อันดับ 1 คือความดันโลหิตโรคเบาหวาน อันดับ 2 คือ โรคเบาหวาน และ อันดับ 3 คือ เนื้อเยื่อผิดปกติ แผนภูมิตารางที่ 15 แสดงจำนวนและอัตราตายประชากร ตามสาเหตุสำคัญ 10 อันดับโรค ปี 2565 – 2567 ลำดับ สาเหตุการตาย ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567* จำนวน อัตรา/ แสน จำนวน อัตรา/ แสน จำนวน อัตรา/ แสน 1. โรคมะเร็ง 68 171.12 53 133.87 16 40.89 2. โรคเบาหวาน 48 120.79 30 75.78 8 20.44 3. โรคไตเรื้องรัง 41 103.18 27 68.20 8 20.44 4. โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน 37 93.11 36 90.93 9 23.00 5. โรคติดเชื้อ 27 67.95 40 101.04 4 10.22 ที่มา : ฐานข้อมูลจากทะเบียนราษฎร์อำเภอศรีวิไล หมายเหตุ : ปี 2567 ข้อมูล ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2567 สาเหตุการตาย ที่พบ 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. โรคมะเร็ง (CA) 2. โรคเบาหวานและโรคไตเรื้องรัง (DM/CKD) 3. โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (ACS)
33 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ แผนภูมิตารางที่ 16 แสดงอัตราป่วยด้วยโรคที่ต้องเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ปี 2565 – 2567* ลำดับ โรคทาง ระบาดวิทยา ปี 2565 ปี 2566 ปี 2567* จำนวน อัตรา/แสน จำนวน อัตรา/แสน จำนวน อัตรา/แสน 1 อุจจาระร่วง 509 1666.5 642 1628.70 202 512.46 2 ตาแดง 2 6.55 49 124.31 36 91.33 3 ไข้หวัดใหญ่ 0 0 12 30.44 26 65.96 4 ปอดอักเสบ 76 248.83 60 152.22 22 55.81 5 ไข้เลือดออก 6 19.64 9 22.83 21 53.26 6 ไข้สุกใส 5 16.37 3 7.61 10 25.37 7 มือเท้าปาก 31 101.49 7 17.76 8 20.29 8 อาหารเป็นพิษ 2 6.55 5 12.68 0 0 ที่มา : รายงานระบาดวิทยา (รายงาน 506) จากตาราง การวิเคราะห์ 3 ปี ย้อนหลัง (ปี 2565-2567*) จะพบว่า โรคที่พบมากที่สุดอันดับ 1 คือ โรคอุจจาระร่วง อันดับ 2 คือ โรคตาแดง อันดับ 3 คือ ไข้หวัดใหญ่ ตามลำดับ 1.5. สรุปผลการปฏิบัติงานรายปี รูปภาพที่ 27 แสดงผลการประเมินการดำเนินงาน CUP ศรีวิไล ปีงบประมาณ 2565 แผนภูมิแท่งแสดง ผลการปฏิบัติงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ปีงบประมาณ 2565
34 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ รูปภาพที่ 28 แสดงผลการประเมินการปฏิบัติงานสาธารณสุขแยกรายอำเภอ รูปภาพที่ 29 แสดงผลการประเมินการดำเนินงาน CUP ศรีวิไล ปีงบประมาณ 2566
35 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ รูปภาพที่ 30 แสดงผลการประเมินการปฏิบัติงานสาธารณสุขแยกรายอำเภอ ผลการประเมินการดำเนินงาน CUP ศรีวิไล ปีงบประมาณ 2567 รูปภาพที่ 31 แสดงผลการปฏิบัติงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ ปีงบประมาณ 2567
36 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ รูปภาพที่ 32 แสดงผลการประเมินการปฏิบัติงานสาธารณสุขแยกรายอำเภอ ผลการปฏิบัติติงานด้านสาธารณสุขปีงบประมาณ 2567 (รอบที่1) ตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ จำนวน 60 ตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 78.44 ผลงานที่ทำได้ 48.03 ตัวชี้วัดงานประจำ จำนวน 40 ตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 76.61 ผลงานที่ทำได้ ร้อยละ 33.31 ภาพรวมผลงานทำได้ร้อยละ 81.34 1.6. วิสัยทัศน์ พันธกิจและยุทธศาสตร์ของอำเภอ ทบทวนแผนยุทธศาสตร์ประจำปีงบประมาณ จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง ปัจจัยทั้งภายในและ ภายนอกที่ส่งผลต่อระบบสุขภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรไทย การเข้าสู่สังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงฐานเศรษฐกิจไปสู่ยุคดิจิทัล การเกิดของโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำ การ เสียชีวิตด้วยโรคไม่ติดต่อที่สามารถป้องกันได้ ปัญหามลพิษ สิ่งแวดล้อม เป็นต้น สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ศรีวิไลจึงได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ 2566 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแนวทางในการ ดำเนินงานในการพัฒนาระบบสุขภาพเพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของบริบททางสังคม นโยบาย และ ยุทธศาสตร์ระดับชาติและปฏิรูประบบสุขภาพ ไปสู่ความเป็นโรงพยาบาลชั้นนำในยุค 4.0 โดยการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล เมื่อปี พ.ศ.2565 เริ่มจาก การสังเคราะห์ การประเมินผลการดำเนินงาน การสำรวจความคิดเห็นและผลสรุปจากการประชุมระดม สมองของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องรวมถึงการวิเคราะห์ สภาพแวดล้อม ทั้งปัจจัยภายในและปัจจัย ภายนอก รวมถึงแผนยุทธศาสตร์สาธารณสุขพัฒนาสุขภาพระดับพื้นที่ ระยะ 5 ปี (2566 - 2570)
37 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ ของสำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ จัดทำขึ้นภายใต้แนวคิดของการ บูรณาการ ความสอดคล้องยุทธศาสตร์ ระยะ 20 ปี และแผนรูปแบบบริการ (Service Plan) ซึ่งเป็นภาพรวมเชิงนโยบาย (Agenda base) กับขีดความสามารถในการให้บริการสุขภาพ (Functional base) และรวมถึงการบูรณาการ ความร่วมมือการจัดบริการเครือข่ายใกล้เคียง (รพ.สต. และโรงพยาบาล) เพิ่มขีดความสามารถในการ ให้บริการสุขภาพในภาพรวมทั้งหมด ให้มีความจำเพาะเจาะจงของการให้บริการ (Area base) เชื่อมโยงกับ ยุทธศาสตร์ สำนักงานเขตสุขภาพที่ 8 และกระทรวงสาธารณสุข นำแผนปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขมา พิจารณาร่วมกัน เพื่อปรับปรุงให้แผนยุทธศาสตร์มีความชัดเจน เป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในการปฏิบัติงานยิ่งขึ้น สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล ได้มีการดำเนินการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา พ.ศ. 2566 - 2570 โดยการสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมร่วมเชิงยุทธศาสตร์ การเชื่อมโยงการดำเนินงานยุทธศาสตร์ กับ การมีส่วนได้ส่วนเสีย การสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ การจัดการความรู้เพื่อการ ขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ การเชื่อมโยงความสมดุลทรัพยากรทางยุทธศาสตร์ ทบทวนภารกิจและโครงสร้างการ บริหารยุทธศาสตร์ที่ เน้นยุทธศาสตร์พัฒนาขีดความสามารถบุคลากรเพื่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารทางยุทธศาสตร์ จัดทำงบประมาณแบบมุ่งเน้น ยุทธศาสตร์การยกระดับภาวะผู้นำแก่ทีมบริหาร สภาวะสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งมีหลาย องค์ประกอบที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและปรับเปลี่ยนในหลายเรื่อง เนื่องจากการเกิดการเปลี่ยนแปลงใน ทุกด้านไปอย่างรวดเร็ว การดูแลสุขภาพของประชาชน โดยมีมิติสุขภาพในเรื่อง การส่งเสริม การป้องกัน การรักษาและการฟื้นฟูสภาพความเสียหายจากโรคให้กลับสู่สภาวะปกติให้มากที่สุด เริ่มที่นโยบายรัฐบาล ที่เน้น การสร้างสุขภาพมากกว่าซ่อมสุขภาพ จากประเด็นทีเกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพ ได้แก่ อัตราป่วย อัตราการตาย สาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพ การป้องกันและการส่งเสริมสุขภาพ พฤติกรรมของ ประชาชนของอำเภอศรีวิไล โดยดำเนินกระบวนการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพอำเภอ ดังนี้ การเตรียมการ (Project Setup) จัดตั้งคณะทำงานระดับอำเภอ 1. นายกฤษณพงษ์ ชุมพล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีวิไล ประธานกรรมการ 2. นายศักดินันท์ ดวงตา สาธารณสุขอำเภอศรีวิไล รองประธานกรรมการ 3. นางวารุณี ดวงตา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ กรรมการ 4. นางธีรานาฎ ศรีวิลาศ เภสัชกรชำนาญการ กรรมการ 5. นางสาวสินีนาถ แสนประเสริฐ ทันตแพทย์ชำนาญการ กรรมการ 6. นางสุดารัตน์ สารีพันธ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กรรมการ 7. นางสังวาล พิมพ์กลม พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กรรมการ 8. นางศรัญญา สุภาปุ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กรรมการ 9. นางวสรศ ค้ำพันธุ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กรรมการ 10.นายวรวิทย์ ถามูลเลศ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กรรมการ 11.นางสาวลักคนา ชนะเวช นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ กรรมการ
38 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ 12.นางสนิท คำหงษา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กรรมการ 13. นางกันรักษา พรมกุล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กรรมการ 14.นางวริศรา สูงสุมาลย์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ กรรมการ 15.นางสุวรรณา สอนสิทธิ์ นักเทคนิคการแพทย์ปฏิบัติการ กรรมการ 16.นางอภิญญา สิมมาโคตร ผอ.รพ.สต.นาสะแบง กรรมการ 17. นายบุญล้อม ภารไสว ผอ.รพ.สต.นาแสง กรรมการ 18.นายภาดล ธรรมสุนา ผอ.รพ.สต.นาสิงห์ กรรมการ 19.นายณรงค์วิทย์ ขุนพิจารย์ ผอ.รพ.สต.ชุมภูพร กรรมการ 20.นางนาถดา ภูอ่าว ผอ.รพ.สต.บ้านนาคำแคน กรรมการ 21.นางสุพัตรา โสมอินทร์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ กรรมการและเลขานุการ 22.นางอุบล นววงศ์เสถียร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ กรรมการและ ผช.เลขานุการ 23.นางสาวขวัญฤทัย หอมแพงไว้ นักวิชาการสาธารณสุข กรรมการและ ผช.เลขานุการ มีหน้าที่ในการดำเนินการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ในส่วนของสาธารณสุขและประเมินผลในส่วนที่ รับผิดชอบ การจัดเรียงลำดับปัญหาสาธารณสุขในพื้นที่ 1.ปัญหาการดูแลผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้สารเสพติด 2. การป้องกันอุบัติตุทางถนน 3. การดูแลผู้ป่วยภาวะพึ่งพิง การวิเคราะห์ศักยภาพ (SWOT analysis) เมื่อได้ปัญหาทางสุขภาพของอำเภอศรีวิไลแล้ว จะทราบถึงสถานะสุขภาพในปัจจุบันที่เป็นอยู่ ประกอบกับการวิเคราะห์ปัจจัยภายใน และภายนอกที่มีผลต่อระบบสุขภาพ พบว่า
39 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ ปัจจัยภายใน แผนภูมิตารางที่ 17 แสดงการวิเคราะห์ปัจจัยภายในที่มีผลต่อระบบสุขภาพ หัวข้อ จุดแข็ง จุดอ่อน โครงสร้าง (Structure) 1. มีโครงสร้างระบบบริการสาธารณสุข ในส่วนของหน่วยงานครอบคลุม 2. มีการแบ่งงาน/มอบหมายงานกันอย่างชัดเจน 3. โครงสร้างการบริหารงานชัดเจน 4. มีการทำงานในรูปคณะกรรมการทั้งในและนอกหน่วยงาน มีการ ประสานงานข้ามสายงาน 5. เป็นหน่วยงานซึ่งมีสถานบริการกระจายอยู่ในพื้นที่ ไม่มี กลยุทธ์ (Strategies) 1. มีการดำเนินงานที่มีเป้าหมายเดียวกันคือให้ประชาชนมี สุขภาวะที่ดีตามพันธกิจ วิสัยทัศน์ และวัตถุประสงค์ 2. มีการดำเนินงานในการปรับปรุงคุณภาพบริการให้ได้ มาตรฐานทุกระบบ 3. มีการจัดทำแผนแบบมี ส่วนร่วม การถ่ายทอดกลยุทธ์ยังไม่ทั่วถึงทั้ง องค์กร ระบบ (System) 1. มีการดำเนินงานแก้ไขปัญหาสาธารณสุขตามลำดับความสำคัญ 2. มีการประสานงานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน 3. มีการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนงานโครงการที่สนับสนุนการแก้ปัญหา สาธารณสุข 4.มี อสม.เป็นองค์กรเชื่อมการทำงานระหว่างชุมชน 1.ขาดการต่อเนื่องในการนิเทศ ติดตามประเมินผล 2.งบประมาณมีจำกัดทำให้งาน บางอย่างขาดความต่อเนื่อง บุคลากร (Staff) 1. บุคลากรได้รับการพัฒนาจากผู้บริหาร 2. ผู้บริหารมีความรู้ความเข้าใจต่อการพัฒนางานและการสร้างทีมงาน 3. บุคลากรเป็นคนในพื้นที่ ทำให้มีความใกล้ชิดกับประชาชนและสามารถ ประสานงานกับหน่วยงานอื่นได้ดี 4. บุคลากรมีความใกล้ชิด และรับฟังเหตุผล ไม่มี ความสามารถ (Skill) 1. มีแผนพัฒนาบุคลากรทุกระดับ 2. จนท.ได้รับการพัฒนาทักษะด้านคอมพิวเตอร์และการบริการเป็นประจำ 3. บุคลากรมีความรู้และได้รับการพัฒนาวิชาการด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ไม่มี รูปแบบ (Style) 1.มีการบริหารแบบทีมงาน 2.ผู้บริหารมีคุณธรรม จริยธรรม มีวิสัยทัศน์เชิงบวก 3. ผู้บริหารให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากร 1. บุคลากร เน้นปริมาณงาน มากกว่าคุณภาพ 2. บุคลากรบริหารเวลาได้ไม่ดี เนื่องจากภารกิจมาก ค่านิยมร่วม (Share Values) มีการกำหนดค่านิยมร่วมกันคือการทำงานเป็นทีม ทั้งโรงพยาบาลแม่ข่าย สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ประชาชนยังมีพฤติกรรมเกี่ยวกับ สุขภาพที่เสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อ ทำให้ มีเจตคติหรือค่านิยมที่ตรงข้ามกับ การรักษาสุขภาพ
40 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ ปัจจัยภายนอก แผนภูมิตารางที่ 18 แสดงการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกมีผลต่อระบบสุขภาพ วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม วัฒนธรรมองค์กร และอัตลักษณ์ วิสัยทัศน์ “สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล เป็นองค์กรมาตรฐาน บูรณาการทุกภาคี ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข” พันธกิจ 1. พัฒนาระบบสนับสนุนบริการและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ 2. พัฒนาหน่วยบริการตามมาตรฐาน มีธรรมาภิบาล และบุคลากรมีสมรรถนะ หัวข้อ โอกาส อุปสรรค การเมือง การ ปกครองและ นโยบายรัฐบาล (Policy) 1. มีนโยบายรัฐบาลที่ชัดเจน เช่นนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ทำ ให้ประชาชนมีสิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารและตรวจสอบการทำงานมากขึ้น หน่วยงานภายใต้การกำกับของรัฐบาลปรับบทบาทภารกิจ รูปแบบการ ทำงาน รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพและความเสมอภาคในการ เข้าถึงบริการ 2. จากนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าประชาชนได้รับสิทธิประโยชน์ เข้าถึงบริการมากขึ้น 3. การกระจายอำนาจท้องถิ่น ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วม 4. มีนโยบายส่งเสริมสนับสนุน พชอ. 5. อปท. ให้การสนับสนุนทรัพยากร 6. โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตาม โครงการไทยนิยม ยั่งยืน 1. การขยายตัวทางภาค การเกษตรและอุตสาหกรรมทำให้ เกิดการเคลื่อนย้ายของประชากร ทั้งคนไทยและต่างชาติทำให้ยาก แก่การควบคุมโรค 2. นโยบายจำกัดกำลังคน 3. ขาดการนำนโยบายบางเรื่อง ไปสู่การปฏิบัติ 4. ขาดการเน้นหนักเรื่อง การ บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เศรษฐกิจ (Economic) รายได้ประชากรเฉลี่ยต่อปีของประชากรอยู่ในเกณฑ์ดี น้ำมัน สาธารณูปโภค และสินค้า มีราคาแพง สังคม (Social) ประชาชนเกิดการตื่นตัวทางด้านสุขภาพ 1. เป็นสังคมที่ประชากรมีความรู้ ทำให้คาดหวังสูงจากการรับ บริการสุขภาพที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และความเป็นเลิศ ทำ ให้เสี่ยงต่อการถูกร้องเรียน 2. มีแรงงานต่างถิ่น ทำให้เพิ่ม ภาระงานของหน่วยบริการ เทคโนโลยีและ สิ่งแวดล้อม (Technology and environment) รัฐบาลส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี สู่ Thailand 4.0 1.เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของ คน จำเป็นต้องใช้กระบวนการ และเวลา 2.มีแหล่งชุมชนแออัด และมี มูลฝอยมาก
41 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ 3. ขับเคลื่อนระบบสุขภาพอำเภอ (DHS.)โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคีเครือข่าย 4. ส่งเสริมสุขภาพและแก้ไขปัญหาสุขภาพประชาชน (นโยบาย 5อ. 2ส. โดยยึดหลักเศรษฐกิจ พอเพียง “อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ อนามัยสิ่งแวดล้อม และอุบัติเหตุ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา”) ค่านิยม เป็นนายตนเอง เร่งสร้างสิ่งใหม่ ใส่ใจประชาชน ถ่อมตน อ่อนน้อม วัฒนธรรมองค์กร ทำงานเป็นทีม ยิ้มแย้มแจ่มใส ใส่ใจบริการ บริหารโปร่งใส ยุทธศาสตร์และแนวทางในการพัฒนาอำเภอ (Strategies) 1.การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคและคุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข 2.การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ 3.บุคลากรเก่ง ดี มีสุข 4.พัฒนาการบริหารจัดการ 2. การควบคุมกำกับ ติดตาม ประเมินผล คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอศรีวิไล มีการนิเทศงานและประเมินผลเพื่อเป็น การติดตาม ควบคุม กำกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในสังกัด พร้อมกับรับทราบปัญหาในการดำเนินงานใน พื้นที่ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้การดำเนินงานบรรลุตามเกณฑ์ชี้วัดต่างๆ รวมถึงการทำให้ประชาชน ได้รับบริการที่ดี มีคุณภาพและมีสุขภาพที่ดีต่อไป โดยคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอศรี วิไล ได้ดำเนินการนิเทศงานและประเมินผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1. จัดทำคำสั่งแต่งตั้งทีมนิเทศงาน ของคณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ ศรีวิไลเป็นประจำทุกปี 2. มีแผนนิเทศงานของแต่ละงานตลอดปี และมีการประเมินผลการจัดลำดับผลการปฏิบัติงาน (Ranking) ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงเดือนเมษายน และตุลาคม 3. องค์ประกอบของทีมนิเทศงานมีทั้งจากสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ และโรงพยาบาล โดย สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเป็นหลักในการออกนิเทศงานต่างๆ แบ่งตามความรับผิดชอบ โรงพยาบาลร่วม นิเทศงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดบริการคลินิกในสถานบริการ คุณภาพการให้บริการของหน่วยปฐม ภูมิ 4. มีการสรุปผลการนิเทศงานโดยการสรุปผลการนิเทศงานแยกเป็นงานด้านต่างๆ และแยกเป็น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวมถึงสรุปปัญหาและข้อเสนอแนะเป็นรายข้อที่พบข้อบกพร่อง 5. มีการประเมินผลงานตามนโยบายรัฐบาลและสภาพปัญหาของพื้นที่ เช่น การสร้างระบบ หลักประกันสุขภาพให้มีความครอบคลุมประชาชนทุกภาคส่วน การควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก การป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ฯลฯ 3. การสื่อสารและการเชื่อมโยงข้อมูล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล ได้ดำเนินการจัดระบบเชื่องโยงของข้อมูลภายในสำนักงานและ ภายนอกหน่วยงาน เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานภายนอก รวมถึง ประชาชนให้สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการดำเนินงานด้านสาธารณสุข ดังนี้
42 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ 3.1. ระบบ ONLINE ภายในและภายนอกหน่วยงาน การเชื่อมโยงข้อมูลมีระบบฐานข้อมูล อิเลคทรอนิกส์ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไลใช้ฐานข้อมูล จากระบบ HDC เป็นหลัก มีการส่งข้อมูลบริการ 43 แฟ้ม จาก รพ.สต. ไปยัง Server ของสำนักงาน สาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ โดย รพ.สต.มีการส่งข้อมูลเป็นรายวัน ( Real time) รพ.สต.ทุกแห่ง ใช้ระบบ Hos_xp on cloud ในการเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้วยระบบ Internet เพื่อรองรับการให้บริการโดยใช้โปรแกรม HosxP_PCU /HosxP XE_PCU 3.2. ระบบข้อมูลผ่านเครือข่าย INTERNET และระบบ E-MAIL โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล สามารถติดต่อสื่อสาร และรับส่งรายงานข้อมูลต่างๆผ่านเครือข่าย INTERNET ได้ที่ 1. WEBSITE สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล https://sriwilaihos.moph.go.th/ 2. FACEBOOK fan page: สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล 3. LINE กลุ่ม สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล 4. ระบบ E-MAIL ของเจ้าหน้าที่ 3. มี WEBSITE สำนักงานในการเชื่อมโยงข้อมูล WEBSITE สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล https://sriwilaihos.moph. รูปภาพที่ 33 แสดง WEBSITE สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล แผนภูมิตารางที่ 19 แสดงเบอร์โทรศัพท์ โทรสาร วิทยุสื่อสาร ชื่อ - สกุล ตำแหน่ง เบอร์โทรศัพท์ นาย ศักดินันท์ ดวงตา สาธารสุขอำเภอศรีวิไล 0956617852 นาง สุพัตรา โสมอินทร์ นักวิชาการสธารณสุขชำนาญการ 0894177767 นางสาว ขวัญฤทัย หอมแพงไว้ นักวิชาการสธารณสุข 0649595609 นาย วัชระ เนาวะราช เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขปฏิบัติการ 0970688404 นาง อัญชลี พรมหา พนักงานธุรการ 0971735490
43 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ รูปภาพที่ 34 แสดงบอร์ดประชาสัมพันธ์ ข่าวสาร การสื่อสารภายในหน่วยงาน สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล มีการจัดการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ภายในหน่วยงาน เพื่อ สร้างความสัมพันธ์อันดีของเจ้าหน้าที่และสร้างความเข้าใจในการปฏิบัติงานเป็นประจำ ดังนี้ - มีการพูดคุยก่อนการปฏิบัติงาน ถึงเรื่องงานที่จะทำในวันดังกล่าวหรือตามภารกิจเร่งด่วน - มีการกำหนดวาระการประชุมหรือการเสวนา เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าใจถึงวัตถุประสงค์ เนื้อหาในการ ประชุมหรือการเสวนา - มีการบันทึกการประชุมหรือเสวนาของเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง - มีการแจกจ่ายหนังสือราชการที่รวดเร็ว ถูกต้องกับผู้รับผิดชอบ - มีการกำหนดผังกำกับผู้ประสานงานภายในหน่วยงาน 4. งานพัฒนาวิชาการ ได้ดำเนินการจัดทำแผนงาน / โครงการอบรมและแผนการดำเนินงานประจำเดือนและประจำปีใน การพัฒนาวิชาการแก่เจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่มีผลงานวิจัย นวัตกรรม ต่างๆเพื่อพัฒนาตนเองและงานในหน้าที่ความรับผิดชอบให้ดีขึ้น มีผลงานวิจัยของเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขศรีวิไล จำนวน 6 เรื่อง แผนภูมิตารางที่ 20 แสดงชื่อผลงานวิชาการ ลำดับ ปี พ.ศ. ชื่อวิจัย ผู้วิจัย 1 2565 ศึกษาวิจัยเรื่อง การรับรู้ความรุนแรงของโรคต่อบทบาทการดำเนินงาน ควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019ในชุมชนของอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลนาแสง ทาริกา คำวงษ์ษา 2 2565 ศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการนำบุตรหลานอายุ 0-5 ปี เข้ารับ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคพื้นฐาน ของผู้ปกครองในเขตพื้นที่ตำบล ชุมภูพร รัชดาภรณ์ ยาฟอง 3 2565 ศึกษาวิจัยเรื่องความรู้และพฤติกรรมการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อการ จำหน่ายของผู้ประกอบการร้านค้าร้านชำในพื้นที่ตำบลนาสะแบง รัตนา พรมลา
44 งานบริหาร ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 ส่วนที่ 3 งานวิชาการและพัฒนาคุณภาพ ลำดับ ปี พ.ศ. ชื่อวิจัย ผู้วิจัย 4 2565 ศึกษาวิจัยเรื่องพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของสมาชิกชมรมออก กำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิกภายใต้การดำเนินงานหมู่บ้าน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค บ้านคำแคนพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ศรีเรือน บุญสอน 5 2565 ศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิต ระดับอำเภอ ของอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ศักดินันท์ ดวงตา 6 2566 ศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานตำบลจัดการสุขภาพ ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ: กรณีศึกษาการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสโคโรนา - 2019 (COVID - 19) บุญล้อม ภารไสว ดำเนินการสนับสนุนการพัฒนาวิชาการของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด และกระทรวง เพื่อส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่มีความรู้และทักษะทางวิชาการในการพัฒนางานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ ผลงาน วิชาการ / งานวิจัยและผลงานนวัตกรรมของเจ้าหน้าที่ แผนภูมิตารางที่ 21 แสดงผลงานวิชาการและงานวิจัยจำแนกตามประเภทผลงาน ปี พ.ศ. 2565 – 2567 ปี พ.ศ. ประเภทผลงานวิชาการ (เรื่อง) นวัตกรรม งานวิจัย รวม 2565 - 5 5 2566 - 1 1 2567 - - - ที่มา : สรุปผลงานวิชาการ ปี พ.ศ. 2565 – 2567
45 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ งานนโยบายและยุทธศาสตร์กระทรวง 1.การดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน สถานการณ์ การดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพภายใต้นโยบายการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ากลยุทธ์ที่สำคัญ คือ การให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชนให้เกิดความตระหนัก มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม เสริมสร้าง ความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย นโยบายการสร้างสุขภาพจึงจำเป็นต้องดำเนินการในเชิงรุก เพราะนอกจากจะกระตุ้นให้ประชาชนมีสุขภาพดีแล้ว ยังลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสุขภาพและเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี ไม่เจ็บป่วย ด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะอ้วนลงพุง เป็นต้น โดยมีกิจกรรมเชิงรุกตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน คัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ประเมินภาวะอ้วนลง พุง และส่งเสริมการออกกำลังกาย แนะนำการปฏิบัติตนตามหลัก 3อ.2ส. ในพื้นที่เพื่อให้ประชาชนได้รับ บริการ โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) รายใหม่ ผลการดำเนินงานตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ของ หน่วยบริการสุขภาพอำเภอศรีวิไล ปีงบประมาณ 2563 – 2567 ซึ่งอาศัยความร่วมมือจากอาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้านและภาคีเครือข่ายในชุมชน ปรากฏผลการดำเนินงาน ดังนี้ แผนภูมิตารางที่ 22 แสดงผลการดำเนินงานการตรวจคัดกรองสุขภาพประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ปี2563 – 2567 ปีงบ ประมาณ คัดกรอง DM คัดกรอง HT เป้าหมาย ผลงาน ร้อยละ เป้าหมาย ผลงาน ร้อยละ 2563 15,181 14,618 69.29 14,126 13,641 96.57 2564 14,804 14,210 95.99 13,675 13,213 95.62 2565 15,182 14,073 92.70 13,912 13,156 94.57 2566 15,051 14,193 94.29 13,748 13,606 94.60 2567 15,038 12,278 81.98 13,671 11,261 82.37 ที่มา : ฐานข้อมูล HDC จังหวัดบึงกาฬ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2567 เป้าหมาย ร้อยละ 90 (อยู่ในช่วงไตรมาตร ที่ 2 ใน งบประมาณปี 2567) ผลการดำเนินงานตรวจสุขภาพประชาชน ปีงบประมาณ 2567
46 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ อำเภอศรีวิไล ประกอบด้วย 5 ตำบล จำนวนหลังคาเรือน 10,727 หลังคาเรือน ประชากรทั้งสิ้น 39,590 คน ชาย 19,853 คน (ร้อยละ 50.15) หญิง 19,737 คน (ร้อยละ 49.85) กลุ่มอายุ 35 ปีขี้นไป จำนวน 17,264 คน (ข้อมูลจาก HDC จังหวัดบึงกาฬ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2567) แผนภูมิตารางที่ 23 แสดงผลการคัดกรองโรคเบาหวาน รายการ/กิจกรรม ปี 2565 ปี 2566 เป้าหมาย 15,182 คน 15.051 คน ได้รับการคัดกรอง 14,073 (92.70%) 14,192 คน (92.70%) สงสัยป่วยโรคเบาหวาน 276 คน 273 คน พบผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ 49 คน (0.34%) 67 คน (0.47%) แผนภูมิตารางที่ 24 แสดงผลการคัดกรองความดันโลหิตสูง รายการ/กิจกรรม ปี 2565 ปี 2566 เป้าหมาย 13,192 คน 13,748 คน ได้รับการคัดกรอง 13,156 (94.57%) 14,192 คน (92.70%) สงสัยป่วยความดันโลหิตสูง 515 คน 999 คน พบผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่ 17 คน (0.13%) 75 คน (0.57%) จากข้อมูลการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในอำเภอศรีวิไล ปี 2565-2566 พบว่า จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ของทั้งสองโรคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ 1. พฤติกรรมสุขภาพ : การบริโภคอาหาร: ประชาชนนิยมทานอาหารหวาน มัน เค็ม ทานผักผลไม้ น้อย ดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน มีกิจกรรมทางกายน้อย การสูบบุหรี่การดื่มแอลกอฮอล์ 2. สภาพแวดล้อม: ราคาอาหารที่ดีต่อสุขภาพราคาแพง มลพิษทางอากาศส่งผลต่อสุขภาพ (PM 2.5) ข้อเสนอแนะ: • ควรมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและความสำคัญของ การคัดกรอง • เน้นกลุ่มเป้าหมายที่มีความเสี่ยงสูง และติดตามผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่เพื่อให้แน่ใจว่าได้รับการรักษา และดูแลอย่างเหมาะสม • วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเพื่อระบุกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อหาสาเหตุของจำนวนผู้ป่วยเบาหวาน รายใหม่ที่เพิ่มขึ้น • พัฒนากลยุทธ์การคัดกรองและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
47 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ รูปภาพที่ 35 แสดงการดำเนินงานตรวจสุขภาพประชาชน แผนภูมิตารางที่ 25 แสดงจำนวนผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง รายใหม่,ร้อยละผู้ป่วยรายใหม่ลดลง อำเภอศรีวิไล ระหว่าง ปี 2563 -2567 ปีงบประมาณ ผู้ป่วยเบาหวาน รายใหม่ ร้อยละผู้ป่วยราย ใหม่ลดลง ผู้ป่วยความดันโลหิต สูงรายใหม่ ร้อยละผู้ป่วย รายใหม่ลดลง 2563 155 2.65 345 2.37 2564 198 -27.74 482 -39.71 2565 257 -29.80 367 23.44 2566 211 17.90 368 0.27 2567 143 32.23 293 20.38 ที่มา : ฐานข้อมูล HDC จังหวัดบึงกาฬ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2567 เป้าหมาย ร้อยละ 90 อยู่ในช่วงไตร มาตรที่ 2 ใน งบประมาณปี 2567 จากผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2567 อำเภอศรีวิไลมี5 ตำบล จำนวน 10,727 หลังคาเรือน จำนวนประชากรทั้งสิ้น 39,590 คน ชาย 19,853 คน (ร้อยละ 50.15) หญิง 19,737 คน (ร้อยละ 49.85) เป็น กลุ่มอายุ 35 ปีขี้นไป 17,264 คน (HDC จังหวัดบึงกาฬ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2567) จากการตรวจคัดกรอง สุขภาพประชาชนกลุ่มอายุ 35 ปีขึ้นไป ในปีงบประมาณ 2566 จำนวนการคัดกรองโรคเบาหวาน 14,193 คน คิดเป็นร้อยละ 94.29 พบว่าเป็นเบาหวานรายใหม่ 211 คน ลดลงจากปีงบประมาณ 2565 จำนวน 46 คน (257 คน) คิดเป็นร้อยละ 1.49 จำนวนการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง 13,606 คน คิดเป็นร้อยละ 94.60
48 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ พบว่าป่วยเป็นความดันโลหิตสูงรายใหม่ 368 คน (ร้อยละ 2.70) ลดลงจากปีงบประมาณ 2565 จำนวน 1 คน (369 คน) รูปภาพที่ 36 แสดงทะเบียนราย รพ.สต.ในตำบลศรีวิไล ที่มา : ฐานข้อมูล HOSxP PCU รพ.สต.นาสะแบง ณ วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 แผนภูมิตารางที่ 26 แสดงทะเบียนแยกประเภทจากการคัดกรองโรคไม่ติดต่อในตำบลศรีวิไล ปี งบประมาณ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วนลงพุง ปกติ เสี่ยง สงสัยป่วย ปกติ เสี่ยง สงสัยป่วย ปกติ เสี่ยง ปกติ เสี่ยง 2567 14,099 897 236 11,913 2,563 562 13,803 1,235 10386 4652 2566 13,469 1,256 326 9,663 4,523 865 12,195 2,856 10489 4562 2565 14,239 536 186 11,007 3,652 523 13,289 1,893 11530 3652 จากการคัดกรองแยกข้อมูลแยกราย รพ.สต.แบ่งกลุ่มคัดกรองออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่ม ปกติ 2.กลุ่มเสี่ยง 3.กลุ่มสงสัยป่วย ด้วยปัจจัยเสี่ยงด้วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับหลอด เลือดสมอง โรคอ้วนลงพุง จุกประสงค์เพื่อสะดวกในการจัดบริการสุขภาพให้เหมาะสมกับผู้มีปัจจัยเสี่ยงที่มี ความเจาะจง เฉพาะกลุ่ม เฉพาะรายมากยิ่งขึ้น จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นว่าข้อมูลผู้ป่วยโรคเบาหวานรายใหม่ และผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงรายใหม่ ในปีงบประมาณ 2564 – 2565 มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก มีการดำเนินงานติดตามการเข้ารับ การรักษา โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จากกลุ่มสงสัยป่วยที่ปฏิเสธการรักษา เนื่องจาก 1.ไม่ยอมรับประทานยา เนื่องจากการรักษาที่ยาวนาน 2.การเดินทางรับการรักษาที่โรงพยาบาลมีข้อจำกัดทางเศษฐกิจ ค่ารถ ค่าอาหาร 3.ขาดรายได้ ขาดงาน ในวันนัดพบแพทย์ รับยา นัดตรวจเพิ่มเติม 4.ระยะเวลาในการเจาะเลือดการ รอคอยพลการตรวจระยะเวลาการรอคอยแพทย์ ทาง CUP ศรีวิไล ได้ให้สุขศึกษาในการรับยาก่อนสายจนเกิน
49 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ แก้ การใช้ บริการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) แก่กลุ่มสงสัยป่วยที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ โดย เก็บสิ่งส่งตรวจ ส่งต่อไปยังโรงพยาบาล นัดหมายในรายขึ้นทะเบียนป่วย จัดบริการบริการแพทย์ทางไกล นัด รับยาที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพในรายที่ไม่ซับซ้อน แนะนำเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีวิไลในรายที่ ซับซ้อน โดยแพทย์จากโรงพยาบาลศรีวิไล รูปภาพที่ 37 แสดงการดำเนินงาน Telemedicine การบริหารจัดการ ดำเนินการประชุมกำหนดทิศทาง นโยบาย และแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนางานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD Board) มีการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานรายตัวชี้วัด พร้อมทั้งนำเสนอในเวทีการประชุมประจำเดือน คปสอ. /ประชุมคณะกรรมการ NCD Board ประชุมติดตามผลการดำเนินงานรายไตรมาส เพื่อการพัฒนา ระบบบริการและการบันทึกข้อมูลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่พิจารณาหาแนวทางร่วมกัน เช่น พัฒนาระบบบริการ ลดความแออัดของผู้ป่วยเรื้อรังป้องกันภาวะแทรกซ้อนและกระบวนการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงกลุ่มป่วย การดูแลกลุ่มปกติ และกลุ่มเสี่ยง จากการดำเนินการตรวจสุขภาพประจำปี ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป เพื่อเฝ้าระวังและค้นหากลุ่มเสี่ยง ต่อการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ประจำปี 2567 พบกลุ่มเสี่ยงป่วยเบาหวาน จำนวน 326 คน กลุ่ม เสี่ยงป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน 865 คน แผนการดำเนินงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิด โรคเบาหวานความดันโลหิตสูงในระดับอำเภอและตำบล โดยมีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้ 1.จัดทำแผนการให้สุขศึกษา หลังการคัดกรอง ในกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย 2.จัดเก็บข้อมูลทะเบียนกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดสมอง อ้วนลง พุง ประจำปี 2567 3.คืนข้อมูลด้านสุขภาพสู่ชุมชน แก่กลุ่มสงสัยป่วย กลุ่มเสี่ยง กลุ่มปกติ 4.ดำเนินการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วย ด้วยโรคเบาหวาน และโรคความดัน โลหิตสูง หลอดเลือดสมอง อ้วนลงพุง ประจำปี 2567 5.กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มสงสัยป่วย ด้วยโรคสูงความดันโลหิตได้รับการติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้านลง ในระบบ HDC จังหวัดบึงกาฬ พร้อมส่งต่อผู้ป่วยในรายความดันโลหิตผิดปกติตาม CPG
50 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ 5.กลุ่มสงสัยป่วย ด้วยโรคเบาหวาน นัดเจาะ FBS ซ้ำ หลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พร้อมส่งต่อผู้ป่วยใน รายน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติตาม CPG 6.กำหนดเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงที่จะเข้ารับการอบรม ตามแผนงานโครงการ ประจำปี 2567 7.วางแผนการดำเนินงาน จัดทำแผนอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยง ประจำปี 2567 รูปภาพที่ 38 แสดงกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง การดูแลผู้ป่วย คณะกรรมการ NCD Board เครือข่ายสุขภาพอำเภอศรีวิไล มีรูปแบบดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ดังนี้ 1.ปรับระบบบริการและกำหนด CPG ให้มีมาตรฐาน เพื่อการดำเนินงานในทิศทางเดียวกัน 2.วางกรอบการดำเนินงานเพื่อลดความรุนแรง ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน และโรคความ ดันโลหิตสูง โดย 2.1.เยี่ยมบ้านผู้ป่วย Uncontrol หรือผู้ป่วยที่มีภาวะรุนแรงของโรค เพื่อติดตามการกินยา การดูแลตนเองที่บ้านร่วมกับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และทีมสหวิชาชีพ 2.2.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มป่วยรายกลุ่มและรายบุคคล โดยแบ่งระดับความรุนแรงตาม เกณฑ์ปิงปองจราจรชีวิตเจ็ดสี 2.3.ผู้ป่วยกลุ่ม Uncontrol มีการจัดกลุ่มให้ความรู้และติดตามเยี่ยมบ้านผู้ป่วยรายบุคคล โดยทีม สหวิชาชีพ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เกิดกระบวนการดูแลตนเองที่ถูกต้อง รวมทั้งสามารถควบคุมระดับ น้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตสูงได้ดี
51 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ 3.จัดบริการตรวจภาวะแทรกซ้อนผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตามเกณฑ์ที่กำหนดรายปี ดังนี้ 3.1.การตรวจภาวะแทรกซ้อนทางตา 3.2.การตรวจภาวะแทรกซ้อนทางไต : ตรวจ Creatinine และ Urine protein dipstick 3.3.การตรวจภาวะแทรกซ้อนทางเท้า : โดยกายภาพบำบัด/แพทย์แผนไทย/อสม.จิตอาสา 3.4.การตรวจ HbA1C /ตรวจเลือดประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 3.5.การการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD risk) 3.6.การตรวจสุขภาพช่องปาก 3.7.จัดบริการแพทย์ทางไกล อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อปรับยา แจ้งผลเลือด แจ้ง อาการรบกวน, ปัญหาสุขภาพต่างๆ พร้อมทั้งขึ้นทะเบียนผู้ป่วยรายใหม่ รูปภาพที่ 39 แสดงกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มเสี่ยง รูปภาพ กิจกรรมการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโดยทีมสหวิชาชีพ แผนภูมิตารางที่ 27 แสดงแผนงาน/โครงการแก้ไขปัญหาการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคไม่ติดต่อ ปี 2567 ลำดับ ชื่อโครงการ งบประมาณ (บาท) แหล่งงบประมาณ 1 โครงการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานและความดัน โลหิตสูง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ปี 2567 155,000 CUP ศรีวิไล 2 โครงการพัฒนาการดำเนินงานและการขับเคลื่อนงานโรคไม่ ติดต่อเรื้อรัง อำเภอศรีวิไล ปี 2567 92,525 CUP ศรีวิไล 3 โครงการตรวจคัดกรองภาวะแทรกซ้อนประจำปีผู้ป่วยเบาหวาน และความดันโลหิตสูงอำเภอศรีวิไล ปี 67 50,850 CUP ศรีวิไล 4 โครงการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ต.ชุมภูพร ปี2567 50,050 กองทุนสุขภาพ ต.ชุมภูพร 5 โครงการติดตามกลุ่มเสี่ยงสูง ต.ชุมภูพร ปี 2567 10,500 กองทุนสุขภาพ ต.ชุมภูพร
52 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ 6 โครงการคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และภาวะ ซึมเศร้า ในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ตำบลนาสิงห์ อำเภอศรี วิไล จังหวัดบึงกาฬ ประจำปี 2567 37,800 PPB รพ.สต. นาสิงห์ 7 โครงการคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน/โรคความ ดันโลหิตสูง ในประชาชน อายุ 35 ปีขึ้นไป รพ.สต.นา คำแคน ตำบลนาแสง ปีงบประมาณ 2567 4,248 PPB รพ.สต. นาคำแคน 8 โครงการเบาเค็ม ลดโรคความดันโลหิตสูงและไตเรื้อรัง จังหวัดบึงกาฬ ปีงบประมาณ 2567 59,400 PPB รพ.ศรีวิไล 9 โครงการคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน/โรคความ ดันโลหิตสูง ในประชาชน อายุ 35 ปีขึ้นไป รพ.สต.นา แสง ปีงบประมาณ 2567 23,132 PPB รพ.สต. นาแสง รวม 483,505 ที่มา : แผนงาน/โครงการ CUP อำเภอศรีวิไลปี 2567 ทีมแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดนโยบายด้านการบริการเป็นเลิศ แผนงานพัฒนาระบบการแพทย์ ปฐมภูมิ ภายใต้ตัวชี้วัด จำนวนการจัดตั้งหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิตาม พระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ.2562 ในการจัดบริการของอำเภอศรีวิไล เน้นการดูแลสุขภาพแบบ องค์รวม โดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว จัดทีมแพทย์และทีมสหวิชาชีพ ในการให้บริการมีการดูแลผู้ป่วยในระดับหน่วยบริการ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยอำนวยความ สะดวกในระบบบริการ การให้บริการ Tele Medicine & Tele Medicine Smart refer มีการประชุมทีมนำ เพื่อพัฒนางานและเพื่อยกระดับการให้บริการในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แผนภูมิตารางที่ 28 แสดงการให้บริการที่มีบริการการแพทย์ทางไกล จังหวัดบึงกาฬ อำเภอศรีวิไล 2567 หน่วยบริการ จำนวนการให้บริการ ปีงบฯ 2566 ปีงบฯ 2567 รพ.สต.ชุมภูพร 55 14 รพ.สต.นาแสง 36 143 รพ.สต.นาคำแคน 71 166 รพ.สต.นาสะแบง 117 120 รพ.สต.นาสิงห์ 130 236 รพ.ศรีวิไล 777 985 รวม 1,186 1,664 ที่มา : ฐานข้อมูล HDC จังหวัดบึงกาฬ ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2567 เป้าหมาย ร้อยละ 90 อยู่ในช่วงไตร มาตรที่ 2 ใน งบประมาณปี 2567
53 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ 2. การดำเนินงานสุขภาพจิตและยาเสพติด 1. สถานการณ์ สภาพปัญหา สถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่อำเภอศรีวิไล นับวันยิ่งมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งปัจจัยที่ มีส่วนสำคัญทำให้ปัญหาการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น คือ การหลั่งไหลเข้ามาของยาเสพติดจากประเทศเพื่อน บ้าน พื้นที่ในเขตชายแดนลำน้ำโขง ติดกับสปป.ลาว ข้อมูลจากฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่ามีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดประเภทเมทแอมเฟ ตามีน(ยาบ้า) มาพักเพื่อรอกระจายสู่ภาคกลาง และมีบางส่วนที่ซื้อขายและมีการกระจายภายในอำเภอศรีวิไล จนทำให้มีการระบาดเป็นจำนวนมาก และการแก้ไขปัญหายาเสพติด มีความซับซ้อนยากต่อการป้องกัน ซึ่ง หากยังมีการใช้สารเสพติดอยู่ จะมีผลกระทบก่อให้เกิดปัญหา สังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงปลอดภัยใน ชุมชน รวมทั้งปัญหาสุขภาพกาย และสุขภาพจิต อีกด้วย ปัญหาที่พบ • ยาเสพติดที่ระบาดในอำเภอศรีวิไล ส่วนใหญ่จะเป็นชนิดเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) • สาเหตุการระบาดหลักมาจากการลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน • ผู้เสพยาเสพติดได้รับผลกระทบ ทั้งต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และความมั่นคงปลอดภัยในชุมชน • พบผู้ป่วยจิตเวชจากสารเสพติดเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือ SMI-V • ผู้ป่วยจิตเวชบางรายก่อเหตุรุนแรง เอะอะโวยวาย อาละวาด ทำลายข้าวของ ทรัพย์สิน ทำร้ายตนเอง และผู้อื่น สถิติยาเสพติดและจิตเวชอำเภอศรีวิไล • จำนวนผู้ใช้สารเสพติด จำนวนรวม ปี 2565 : 166 ราย, ปี 2566 : 168 ราย, ปี 2567 : 230 ราย (ตามแผนภูมิที่ 31) • จำนวนผู้ป่วยจิตเวช จำนวนรวม ปี 2565 : 232 ราย, ปี 2566 : 239 ราย, ปี 2567 : 245 ราย ซึ่งมี จำนวนเพิ่มมากขึ้นในทุกปี และส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยจิตเวชจากการใช้สารเสพติด • ผู้ป่วยจิตเวชกลุ่ม SMI-V (ผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง) มีจำนวน ปี 2565 : 86 ราย, ปี 2566 : 90 ราย, ปี 2567 : 73 ราย และเคส SMI-Vทุกรายเป็นผู้ป่วยจิตเวช จากการใช้สารเสพติด (ตามแผนภูมิ ที่ 32) • ผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดมีอายุน้อยที่สุด คือ 12 ปี และมากที่สุด 60 ปี โดยเฉลี่ยจำนวนผู้เข้ารับ การบำบัดอายุอยู่ระหว่าง 30-40 ปี พบร้อยละ 35.21 (ตามแผนภูมิที่ 32 ) • ตำบลที่มีการระบาดของยาเสพติดมากที่สุดคือ ตำบลศรีวิไล ตำบลนาสิงห์ และตำบลชุมภูพร • การคัดกรองยาเสพติดในกลุ่มผู้นำชุมชน ปี 2565-2567 พบผู้เสพ ปี 2565 : 1 ราย, ปี 2566 : 2 ราย , ปี 2567 : 1 ราย • การตรวจสารเสพติดในสถานศึกษาปี 2565-2567 พบผู้เสพ ปี 2565 : 4 ราย, ปี 2566 : 2 ราย, ปี 2567 : 3 ราย • ในปี 2565-2567 มีโครงการชุมชนยั่งยืน (CBTx) ปีละ 1 หมู่บ้าน ปี 2565:บ้านทรายทอง หมู่ 5 ตำบลนาสิงห์ ปี 2566:บ้านโนนไทยประสิทธิ์ หมู่ 11 ตำบลชุมภูพร • ในปี 2567 อำเภอศรีวิไลมีการดำเนินงานโครงการชุมชนบำบัดอย่างยั่งยืน ตำบลแพร่ระบาดยาเสพ ติดสูงสุด 100 ตำบล ในพื้นที่ตำบลศรีวิไล จำนวน 12 หมู่บ้าน
54 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ แผนภูมิที่5 การทบทวนจำนวนของผู้ใช้สารเสพติด ที่ได้เข้ารับการบำบัดฟื้นฟูปี พ.ศ. 2565 - 2567 แผนภูมิที่ 6 การทบทวนจำนวนของผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการคงที่และผู้ป่วยกลุ่ม SMI-V อำเภอศรีวิไล ปี พ.ศ. 2565 - 2567 แผนภูมิที่ 7 การทบทวนร้อยละตามกลุ่มอายุผู้ใช้สารเสพติดที่เข้ารับการบำบัดอำเภอศรีวิไล ปี พ.ศ. 2567
55 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ รูปภาพที่ 40 แสดงสถานการณ์สุขภาพจิตและยาเสพติดอำเภอศรีวิไล 2. การบริหารจัดการ การดูแลและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในชุมชน 1. การดูแลประชาชนทั่วไป : คัดกรองสุขภาพจิตด้วย 2Q Plus โดยอาสาสมัตรสาธารณสุขและ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.1 ค้นหาผู้ที่มีความเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิตในระยะเริ่มต้น 1.2 ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที่ 1.3 ป้องกันไม่ให้ปัญหาสุขภาพจิตลุกลามรุนแรง 2.การดูแลผู้ป่วยจิตเวช : อำเภอศรีวิไลใช้รูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวช ภายใต้กลไก พชอ.(คณะกรรมการ พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ) ตามโครงการพัฒนาระบบเข้าถึงบริการสุขภาพจิต จิตเวช บูรณา การสร้างพลัง เครือข่าย 3C สุขภาพจิตเคลื่อนที่ดูแลใจ อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ โดยมีขั้นตอนการ ดำเนินงาน ดังนี้ 1.ประชุมปรึกษาหารือคณะกรรมการ พชอ. หาแนวทาง สร้างความเชื่อมโยง และสอดคล้องกับการ ปฏิบัติของเครือข่าย เพื่อกำหนดกิจกรรมการดำเนินงานจัดทำโครงการพัฒนาระบบเข้าถึงบริการสุขภาพจิต จิตเวช บูรณาการสร้างพลัง เครือข่าย 3C สุขภาพจิตเคลื่อนที่ดูแลใจ อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ 2.ประชุมเครือข่ายขับเคลื่อนการพัฒนาระบบเข้าถึงบริการสุขภาพจิต จิตเวช ยาเสพติด ประกอบไป ด้วย ฝ่ายปกครอง/สภ.ศรีวิไล/หน่วยงานสัสดีอำเภอ/เจ้าหน้าที่สาธารณสุข/อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อทำ ความเข้าใจและหาแนวทางที่เหมาะสมตามบริบทของแต่ละตำบล(ประชุมตำบลละ 1 ครั้ง และประชุมรวม อำเภอ 1 ครั้ง) และอบรมให้ความรู้ แก่เครือข่าย และนักสร้างเสริมสุขภาพ 3 หมอ เพื่อสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับ ผู้ใช้สารเสพติดและผู้ป่วยจิตเวช ให้ได้รับการดูแล ที่ถูกต้อง กิจกรรมสุขภาพจิต เคลื่อนที่ดูแลใจ (Mobile psychiartry) ร่วมกับภาคีเครือข่าย การดูแล ช่วยเหลือ ติดตามเยี่ยมกลุ่ม ผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังและผู้มีปัญหาสุขภาพจิต ครอบคลุมทั้ง 5 ตำบลโดยการออกติดตามผู้ป่วย จิตเวชทุกราย โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ เพื่อประเมินอาการและการรักษาที่ ต่อเนื่อง (รักษาตามนัด/ขาดนัดต่อเนื่อง/ไม่รักษาตามแผนการรักษา) ร่วมกับภาคีเครือข่ายประกอบด้วย ฝ่าย ปกครอง/สภ.ศรีวิไล/หน่วยงานสัสดีอำเภอ/รพ.ศรีวิไล/อปท. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมลงพื้นที่ออกติดตามเยี่ยม บ้านในกลุ่ม ที่มีความซับซ้อนรุนแรง เพื่อดูแล ช่วยเหลือ ผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชน
56 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ 3.มอบหมายภารกิจและดำเนินงานตามแนวทางจากการประชุม พชอ.(คณะะกรรมการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตระดับอำเภอ) ของอำเภอศรีวิไล ในกลุ่มเครือข่ายและนโยบาย 3 หมอ (อสม:หมอคนที่ 1/เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข:หมอคนที่ 2/แพทย์โรงพยาบาลศรีวิไล:หมอคนที่ 3) ดังนี้ บทบาทหน้าที่ ฝ่ายปกครอง - ควบคุมสถานการณ์โดยรวม - ลงพื้นที่ร่วมกับภาคีเครือข่าย - ดูแลความปลอดภัยทีม บทบาทหน้าที่สสอ.ศรีวิไล -เป็นเลขาคณะกรรมการ -ประสานภาคีเครือข่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย บทบาทหน้าที่รพ.สต. -ลงพื้นที่สนับสนุนและแก้ไขปัญหา -ประสานงานภาคีเครือข่ายในการดูแลช่วยเหลือ -เปิดช่องทางการเข้าถึงบริการและร่วมให้คำปรึกษาในการดูแล บทบาทหน้าที่สภ.ศรีวิไล -ระงับเหตุเมื่อมี ผู้ป่วย เอะอะ โวยวาย อาละวาด ผู้ทําร้ายร่างกายตนเองหรือผู้ป่วย -ร่วมปรึกษาหารือกรณีที่ ไม่ยินยอมรักษา หรือ มีพฤติกรรมแปลกไป -ช่วยเหลือทีมกรณีผู้ป่วยไม่ยินยอมเข้ารับการรักษาตามนัด เช่น กรณีผู้ป่วยที่ไม่ยอมฉีดยา 2.4 จัดทำแผนงานโครงการอำเภอศรีวิไล ในปีพ.ศ.2567 แผนภูมิตารางที่ 29 แสดงโครงการงานสุขภาพจิตและยาเสพติด ชื่อโครงการ งบประมาณ ดำเนินการ 1.โครงการพัฒนาระบบการเข้าถึงสุขภาพจิต จิตเวชบูรณาการ สร้างเครือข่ายสุขภาพจิตเคลื่อนที่ดูแลใจ อำเภอศรีวิไล ปีงบประมาณ 2567 89,600 บาท กำลังดำเนินการ 2.โครงการพัฒนาบริการด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟู สมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2567 งวดที่ 1 (ประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่และภาคี เครือข่ายในการดูแลผู้ติดสารเสพติดในชุมชน) 23,000 บาท ดำเนินงานแล้ว เสร็จแล้ว 3.โครงการชุมชนล้อมรักษ์ CBTx ตำบลชุมภูพร ปี 2567 23,000 บาท กำลังดำเนินการ 3.ผลการดำเนินงาน 3.1.ช่องทางและการเข้าถึงการรับบริการ มีแนวทางการดำเนินงานเพื่อเพิ่มช่องทางให้ผู้รับบริการ รายใหม่ ได้เข้าสู่ระบบการรักษามีผู้ป่วยจิตเวชรายใหม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา มีจำนวนเพิ่มขึ้น (ปี 2565 – 2567 จำนวน 4,7,6 คน ตามลำดับ)
57 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ 3.2 แนวทางการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยจิตเวช มีแนวทางการดำเนินงานดูแลและส่งต่อผู้ป่วยจิตเวช จากยาเสพติดเข้ารับการรักษาที่ชัดเจน เครือข่ายสามารถดำเนินการได้สะดวกรวดเร็วปลอดภัยทั้งผู้ป่วยและ เจ้าหน้าที่ ญาติมีความพึงพอใจ 3.3 จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการประสานและส่งตัว ผู้ป่วยทีมีภาวะฉุกเฉินทางจิตเวช มีจำนวนลดลง (ปี 2565 - 2567 จำนวน 25, 31 และ 28 ราย)ตามลำดับ ผู้ป่วยจิตเวช เปลี่ยนจากกลุ่ม SMI-V เป็นกลุ่มอาการ คงที่ (ปี 2565 – 2567) จำนวน 4,0,17 คน ตามลำดับ 3.4 การติดตามดูแลผู้ป่วย ผู้ป่วยได้รับการติดตามดูแลต่อเนื่องจากครอบครัว และชุมชน อย่างน้อย ปีละ 4 ครั้ง ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตในชุมชนได้และได้รับความช่วยเหลือตามความเหมาะสม 3.5 เครือข่ายในชุมชน: ร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้ป่วยจิตเวช เครือข่ายในชุมชนมีบทบาทสำคัญในการดูแลและช่วยแก้ไขปัญหาให้ผู้ป่วยจิตเวช เครือข่ายเหล่านี้ ประกอบด้วย องค์กรภาครัฐ องค์กรภาคประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชนทั่วไป ทุกภาคส่วน ร่วมมือกันทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยจิตเวชให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ค้นหาและระบุผู้ป่วยจิตเวช: เครือข่ายในชุมชนสามารถช่วยค้นหาและระบุผู้ป่วยจิตเวชที่ยังไม่ได้รับ การรักษา โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสุขภาพและองค์กรอื่นๆ ในชุมชน เช่น อสม./เจ้าหน้าที่ สาธารณสุข/โรงพยาบาลศรีวิไล สนับสนุนครอบครัวผู้ป่วย: เครือข่ายในชุมชนสามารถให้ความรู้ให้คำปรึกษา และการสนับสนุนแก่ ครอบครัวของผู้ป่วยจิตเวช ช่วยให้ครอบครัวเข้าใจโรค วิธีการดูแลผู้ป่วย และแหล่งข้อมูลต่างๆ ส่งเสริมการเข้าถึงบริการ: เครือข่ายในชุมชนสามารถช่วยเชื่อมโยงผู้ป่วยจิตเวชกับบริการที่เหมาะสม เช่น บริการด้านสุขภาพจิต บริการด้านสวัสดิการสังคม และบริการด้านการฝึกอบรมอาชีพ ลดตราบาญ: เครือข่ายในชุมชนสามารถช่วยลดตราบาญเกี่ยวกับโรคจิต สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อ โรคจิต และส่งเสริมให้ผู้ป่วยจิตเวชได้รับการยอมรับและอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างเท่าเทียม ส่งเสริมการฟื้นฟูสมรรถภาพ: เครือข่ายในชุมชนสามารถช่วยส่งเสริมการฟื้นฟูสมรรถภาพของผู้ป่วย จิตเวช ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถพัฒนาทักษะการใช้ชีวิต กลับมาทำงาน และมีส่วนร่วมในสังคมได้ ผลการดำเนินโครงการทูบีนัมเบอร์วัน (TO BE NUMBER ONE) สถานการณ์ โครงการ TO BE NUMBER ONE เป็นโครงการรณรงค์ป้องกันปัญหายาเสพติด ในทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นองค์ประธาน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2546 โดยร่วมกับ หน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงแรงงาน มุ่งเน้นการรณรงค์ใน กลุ่มเยาวชนเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก กลวิธี คือ ไม่ให้กลุ่มเป้าหมาย ข้องแวะกับยาเสพติด ให้เกิดค่านิยม ของการ “ เป็นหนึ่งได้โดย ไม่ต้องพึ่งพายาเสพติด ” จัดระบบการบำบัดรักษารองรับภายใต้โครงการ “ ใครติดยายกมือขึ้น ” คืนคนดีสู่สังคม การบริหารจัดการ 1.การบริหารงานโครงการ “อำเภอ TO BE NUMBER ONE” 1.1.การแต่งตั้งคณะกรรมการ TO BE NUMBER ONE อำเภอ ศรีวิไล - นายภูมิชัย วิเศษสา ตำแหน่ง นายอำเภอศรีวิไล ประธานคณะกรรมการ - นายศักดินันท์ ดวงตา ตำแหน่ง สาธารณสุขอำเภอศรีวิไล กรรมการและเลขาฯ
58 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ รูปภาพที่ 47 แสดงคำสั่งคณะกรรมการ TO BE NUMBER ONE ผลการดำเนินงาน แผนภูมิตารางที่ 30 แสดงข้อมูลสมาชิก อำเภอศรีวิไล ปี 2567 อำเภอ จำนวน สถาน บริการ (แห่ง) สมาชิก อายุ 6-24 ปี ชมรม To be number one อำเภอศรีวิไล ศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER อำเภอศรีวิไล ในโรงเรียน ในชุมชน ในสถาน ประกอบการ ใน โรงเรียน ในชุมชน ในสถาน ประกอบการ ชมรม ชมรม ชมรม ศูนย์ ศูนย์ ศูนย์/คน ศรีวิไล 18 8,291 (92%) 18 7 1 10 1 1 รวม 8,291 18 7 1 1 1 1 ที่มา : ทะเบียนข้อมูลสมาชิก / ชมรม To be number one / ศูนย์เพื่อนใจ อำเภอศรีวิไล ปี 2567 แผนภูมิตารางที่ 31 แสดงข้อมูลชมรม To be number one อำเภอศรีวิไล ปี 2567 ชมรม To be number one อำเภอศรีวิไล ในโรงเรียน ในชุมชน ในสถานประกอบการ 1.โรงเรียนศรีวิไลวิทยา 2.โรงเรียนอนุบาลศรีวิไล 3.โรงเรียนบ้านหนองจันทน์ 4.โรงเรียนอนุบาลวิภาวี 5.โรงเรียนภูทอกวิทยา 6.โรงเรียนบ้านนาคำแคน 7.โรงเรียนกัลยาณิวัฒนา 2 8.โรงเรียนบ้านนาแสง 9.โรงเรียนบ้านคำไชยวาล 10.โรงเรียนบ้านนาสิงห์ 11.โรงเรียนบ้านนาทราย 12.โรงเรียนบ้านนาสะแบง 13.โรงเรียนบ้านหนองบัวงาม 14.โรงเรียนบ้านหนองจิก 15.โรงเรียนบ้านห้วยลึก 15.โรงเรียนบ้านโคกสำราญ พรสวรรค์ 16.โรงเรียนบ้านโนนม่วง 17.โรงเรียนบ้านชุมภูพรโสกก่าม 18.กศน.อำเภอศรีวิไล 1.ชมรม TO BE NUMBER ONE ชุมชนบ้าน นาแสงสาคร 2.ชมรม TO BE NUMBER ONE ชุมชนบ้าน คำประเสริฐ 3.ชมรม TO BE NUMBER ONE ชุมชนบ้าน ทรายทอง 4.ชมรม TO BE NUMBER ONE ชุมชนบ้าน คำแคนพัฒนา 5.ชมรม TO BE NUMBER ONE ชุมชนบ้าน นาสะแบง 6.ชมรม TO BE NUMBER ONE ชุมชนบ้าน โคกสำราญรุ่งเรือง 7.ชมรม TO BE NUMBER ONE ชุมชนบ้าน ใหม่ชมภู ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดี.ดี. ซุปเปอร์สโตร์ อ.ศรี วิไล จ.บึงกาฬ ที่มา : ทะเบียนข้อมูลสมาชิก / ชมรม To be number one / ศูนย์เพื่อนใจ อำเภอศรีวิไล ปี 2567
59 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ แผนภูมิตารางที่ 32 แสดงข้อมูลศูนย์เพื่อนใจ อำเภอศรีวิไล ปี 2567 ศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER อำเภอศรีวิไล ในโรงเรียน ในชุมชน ในสถานประกอบการ 1.โรงเรียนศรีวิไลวิทยา 2.โรงเรียนอนุบาลศรีวิไล 3.โรงเรียนอนุบาลวิภาวี 4. โรงเรียนบ้านหนองจันทน์ 5.โรงเรียนภูทอกวิทยา 6.โรงเรียนบ้านหนองบัวงาม 7.โรงเรียนบ้านห้วยลึก 8.โรงเรียนบ้านนาสิงห์ 9.โรงเรียนบ้านนาทราย 10.กศน.อำเภอศรีวิไล ชุมชน หมู่ที่ 4 ชุมชนบ้านใหม่ พัฒนา ต.ศรีวิไล อ.ศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดี.ดี.ซุปเปอร์ สโตร์ อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ ที่มา : ทะเบียนข้อมูลสมาชิก / ชมรม To be number one / ศูนย์เพื่อนใจ อำเภอศรีวิไล ปี 2567 การติดตามและประเมินผล 1.การดำเนินโครงการ TO BE NUMBER ONE ประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การรณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยม ที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไข ปัญหายาเสพติด โครงการ/กิจกรรม ชมรม TO BE NUMBER ONE อำเภอศรีวิไล รณรงค์กิจกรรม TO BE NUMBER ONE ในวันต่อต้านยาเสพติดโลกและรณรงค์วันงดสูบบุหรี่ในชุมชนและโรงเรียน เป้าหมาย ประชาชนในเขตพื้นที่ สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE อำเภอศรีวิไล ผลลัพธ์ สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE อำเภอศรีวิไล ได้มีส่วนร่วมในการทำ กิจกรรมเนื่องในวันสำคัญต่างๆ แสดงให้เห็นถึงพลังและการมีส่วนร่วมในชุมชน รูปภาพที่ 48 แสดงกิจกรรมTO BE NUMBER ONE
60 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เยาวชนในชุมชน โครงการ/กิจกรรม : กิจกรรมขับเคลื่อนการดำเนินงานอำเภอ TO BE NUMBER ONE จังหวัดบึงกาฬ ประจำปีงบประมาณ 2567 กิจกรรม : สร้างแกนนำให้เข้มแข็ง เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน เป้าหมาย : สมาชิกชมรม TO BE NUMBER ONE ทั้งหมด 18 โรงเรียนในอำเภอศรีวิไล ผลลัพธ์: กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรมทั้ง โรงเรียน คน และมีศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE และมีทักษะในการใช้ชีวิต มีภูมิคุ้มกันทางจิต ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างและพัฒนาเครือข่ายเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการ/กิจกรรม : รณรงค์สร้างกระแสให้ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าส่วนราชการ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของงาน TO BE NUMBER ONE โดยการจัดกิจกรรมสร้างกระแสในวันประชุม หัวหน้าส่วนราชการ และกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผลงานเด่น TO BE NUMBER ONE อำเภอศรีวิไล 1. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ระดับประเทศ ปี 2565 เยาวชนต้นแบบเก่งและดี รุ่นที่ 12 รูปภาพที่ 49 แสดง นางสาวแพร์พิไล แซ่ตั้ง นักเรียนโรงเรียนศรีวิไลวิทยา ได้รับรางวัลTO BE NUMBER ONE IDOL รองชนะเลิศอันดับ 2 ระดับประเทศ 2. รางวัลระดับประเทศ ปี 2566 เยาวชนต้นแบบเก่งและดี รุ่นที่ 13 รูปภาพที่ 50 แสดงนายคชินธร ลามคำ นักเรียนโรงเรียนศรีวิไลวิทยา ได้รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 6 TO BE NUMBER ONE IDOL ระดับประเทศ
61 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ 3. รางวัลระดับประเทศ ปี 2567 เยาวชนต้นแบบเก่งและดี รุ่นที่ 14 รูปภาพที่ 51 แสดงนางสาววรัญญา หอมหวน นักเรียนโรงเรียนศรีวิไลวิทยา ได้เข้ารอบ TO BE NUMBER ONE IDOL ระดับประเทศ 3.การดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภค : ความปลอดภัยด้านอาหาร อำเภอศรีวิไล ดำเนินงานการดำเนินงานความปลอดภัยด้านอาหาร โดยดำเนินงานตามเกณฑ์ มาตรฐาน อาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste) สำหรับร้านอาหารและแผงลอยจำหน่าย อาหาร อย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในระดับอำเภอดำเนินงานร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล เทศบาล เมืองศรีวิไลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการสนับสนุนและติดตามผู้ประกอบการในพื้นที่ การดำเนินการ เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านอาหารและขับเคลื่อนให้ร้านจำหน่ายอาหารและแผงลอยได้มีมาตรฐาน เพื่อเป็น การดูแลความปลอดภัยด้านอาหารให้แก่ผู้บริโภค จากข้อมูล พบว่าพบว่าโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันและโรคอาหารเป็นพิษยังคงสูงอยู่ โดยในแต่ละปีมี รายงานโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันไม่ต่ำกว่า 1 ล้านราย ปัจจุบันนี้ กรมอนามัย ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ รับผิดชอบดำเนินงานตามนโยบายวามปลอดภัยด้านอาหาร และตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.2535 พร้อมด้วย กฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ.2561 โดยดำเนินการในส่วน ของสถานประกอบกิจการจำหน่ายอาหาร เพื่อให้บริการอาหารและน้ำที่สะอาดปลอดภัยแก่ประชาชน ซึ่งจะ เห็นได้ว่าร้านอาหาร และแผงลอยจำหน่ายอาหาร มีการพัฒนาและปรับปรุงให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กรม อนามัยกำหนด ซึ่งทั้งประเทศมียอดสะสมของสถานประกอบกิจการที่ได้มาตรฐานมากกว่าร้อยละ 80 จาก ข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่าแม้สถานประกอบกิจการจำหน่ายอาหารได้มาตรฐานจำนวนมากแต่อัตราการป่วย ด้วยโรคติดต่อระบบทางเดินอาหารและน้ำก็ยังไม่ได้ลดลง ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการเฝ้าระวัง สถานการณ์ด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำเพื่อจะได้รับรู้สถานการณ์ของปัญหาอย่างต่อเนื่อง เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอศรีวิไลได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงต้องได้จัดทำโครงการตรวจ เฝ้าระวังทางสุขาภิบาลอาหารและน้ำ อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ปีงบ 2566 เพื่อสนับสนุนให้พื้นที่เกิดการ ขับเคลื่อนการเฝ้าระวังฯ อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง โดยสามารถทำการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล แปลผลเพื่อหาปัจจัยเสี่ยง และหาแนวทางในการป้องกันและแก้ปัญหาพร้อมทั้งนำผลไปใช้ในการกำหนด เครื่องมือชี้สถานการณ์ช่วยในการตัดสินใจและควบคุมความเสี่ยงของอาหารจากสถานที่จำหน่ายอาหารให้ สะอาด ปลอดภัย และรักษามาตรฐานให้มีความยั่งยืน
62 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ แผนภูมิตารางที่ 33 แสดงแผนงานอบรมด้านความปลอดภัยในอาหาร วันที่ เวลา หลักสูตร วิธีการจัดการ อบรม สถานที่ จังหวัด จำนวนผู้ ร่วมอบรม 5 มี.ค. 67 8:30- 17:00 ผู้สัมผัส อาหาร จัดอบรมใน สถานที่ รพ.สต.นาคำแคน บึงกาฬ 25 แผนภูมิตารางที่34 แสดงจำนวนร้านอาหาร แผงลอย ตลาดนัด แต่ละตำบล ลำดับ ตำบล ร้านอาหาร ตลาดนัด 1 ศรีวิไล 76 2 2 ชุมภูพร 15 2 3 นาสิงห์ 14 5 4 นาแสง 2 3 5 นาแสง(รพ.สต.นาคำแคน) 10 4 6 นาสะแบง 9 4 การดำเนินงานอนามัยสิ่งแวดล้มและอชีวะอนามัย ได้มีการตรวจประเมินมาตรฐานตลาดสดประเภท ที่ 1 ในพื้นที่อำเภอศรีวิไล พัฒนาและปรับปรุงให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กรมอนามัยกำหนด และผลการ ตรวจประเมินอยู่ในระดับ ผ่านเกณฑ์พื้นฐาน 4.การดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภค : ความปลอดภัยด้านสถานที่จำหน่าย/ผลิตอาหาร/น้ำ บริโภค การดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภค ได้จัดทำแผนงานโครงการ เพื่อดำเนินงานให้สอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยของ ผู้บริโภคของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ และ นโยบายหมู่บ้านจัดการสุขภาพ 5G พลัส ดังนี้ 4.1 ร้านชำ ร้านชำต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬกำหนด ได้แก่ 1. ไม่มีอาหารที่หมดอายุ เสื่อมสภาพ และไม่มีเครื่องหมาย อย. (กรณีอาหารปิดสนิท) จำหน่ายอยู่ในร้าน 2. ไม่มียาอันตราย ยาควบคุมพิเศษ ยาออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทขายอยู่ในร้าน 3. ไม่มีเครื่องสำอางอันตราย เครื่องสำอางต้องห้ามวางจำหน่าย 4. ไม่มีโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงของผลิตภัณฑ์ต่างๆติดในร้าน ร้านชำในอำเภอศรีวิไลมีทั้งหมด 237 ร้าน แบ่งตามพื้นที่ รพ.สต. ตามตารางข้างล่าง โดยทางทีมงาน คปสอ.ศรีวิไล ได้ทำการลงตรวจให้คำแนะนำอย่างน้อย 2 ครั้ง ต่อปีงบประมาณ โดย ครั้งที่ 1 จะเป็นการตรวจ ประจำปีของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. และครั้งที่ 2 จะเป็นการสุ่มตรวจ จากเภสัชโรงพยาบาลศรีวิไล โดยไม่ได้บอก ล่วงหน้า โดยพบว่าร้านชำผ่านเกณฑ์มาตรฐานทั้งหมด 230 ร้าน คิดเป็น 97% โดยจำนวนร้านที่ไม่ผ่านเกณฑ์ คิดเป็น 3% โดยพบการขายยาอันตราย ซึ่งทางทีม คปสอ.ศรีวิไล ได้ให้ร้านชำดังกล่าวนำยาคืนแหล่งที่ซื้อมา และไม่ให้นำมาขายอีก
63 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ แผนภูมิตารางที่ 35 แสดงจำนวนร้านชำทั้งหมดใน อ.ศรีวิไล แยกรายตำบล ลำดับ ตำบล หน่วยงาน จำนวนร้านชำ (ร้าน) 1 ตำบลศรีวิไล PCU รพ.ศรีวิไล 65 2 ตำบลชุมภูพร รพ.สต.ชุมภูพร 50 3 ตำบลนาสะแบง รพ.สต.นาสะแบง 40 4 ตำบลนาแสง รพ.สต.นาแสง 25 5 ตำบลนาแสง รพ.สต.นาคำแคน 22 6 ตำบลนาสิงห์ รพ.สต.นาสิงห์ 35 4.2 ความปลอดภัยด้านสถานที่จำหน่ายน้ำบริโภค และ สถานที่ผลิตอาหาร อำเภอศรีวิไลมีสถานที่ผลิตอาหาร ทั้งหมด 12 แห่ง แบ่งออกเป็นโรงน้ำดื่ม 9 แห่ง โรงน้ำแข็ง 2 แห่ง ผลิตแป้งพิซซ่า 1 แห่ง โดยมีการตรวจสถานที่จากเจ้าหน้าที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สสจ.บึงกาฬ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ คปสอ.ศรีวิไล และส่งตรวจตัวอย่างอาหารที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ตามแผนโครงการปีละ 1 ครั้ง ซึ่งผลการตรวจผ่านเกณฑ์ทั้งหมด โดยรายละเอียดสถานที่ผลิตอาหารตามตารางด้านล่าง แผนภูมิตารางที่ 36 แสดงจำนวนสถานที่จำหน่ายน้ำบริโภค และ สถานที่ผลิตอาหารตำบลศรีวิไล ลำดับ ชื่อสถานประกอบการ ประเภท ตำบล 1 น้ำดื่มทองทิพย์ โรงน้ำดื่ม นาแสง 2 น้ำดื่มดอกอ้อ โรงน้ำดื่ม นาแสง 3 น้ำดื่มตราพิกุลทอง (ดงเกษมน้ำทิพย์) โรงน้ำดื่ม นาแสง 4 น้ำดื่มเดวี่ (dewy) โรงน้ำดื่ม ศรีวิไล 5 น้ำดอกไม้ โรงน้ำดื่ม ศรีวิไล 6 น้ำดื่มวังน้ำเย็น โรงน้ำดื่ม ศรีวิไล 7 น้ำดื่มน้ำใจ โรงน้ำดื่ม นาสะแบง 8 น้ำดื่มศรีวิไล โรงน้ำดื่ม ศรีวิไล 9 น้ำดื่มรักณ์คุณฐ์ โรงน้ำดื่ม ศรีวิไล 10 ฮักจี่ พิซซ่าบึงกาฬ อาหาร ศรีวิไล 11 บริษัท กิมชุนไอซ์ ศรีวิไล จำกัด น้ำแข็ง ศรีวิไล 12 น้ำแข็งเอเชียไอซ์3659 จำกัด น้ำแข็ง ศรีวิไล 4.3 สุ่มตรวจผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่สงสัยว่าไม่ปลอดภัย จะถูกนำมาจากพื้นที่ รพ.สต. ที่มีประชาชนนำตัวอย่างมาให้ ตรวจ หรือ ทางพื้นที่ รพ.สต. ค้นพบเองจากการลงพื้นที่ตรวจร้านชำ หรือ ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยตามบ้าน โดยจะ นำมาตรวจเฝ้าระวังด้วย Test kit เบื้องต้น โดยตัวอย่างทั้งหมด 10 ตัวอย่าง เป็นตัวอย่างยาแผนโบราณ 7 ชนิด และ ตัวอย่างยาแผนปัจจุบัน 3 ชนิด ซึ่งผลตรวจพบ สาร steroid ทั้งหมด 4 ตัวอย่าง ซึ่งได้ส่งข้อมูล ผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ปลอดภัยนี้ให้กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สสจ.บึงกาฬ รับทราบ และนำข้อมูลดังกล่าว แจ้งเตือนไปยังประชาชน เครือข่ายสุขภาพต่างๆ ผ่านสื่อต่างๆ
64 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ 4.4 ตรวจสารปนเปื้อนในอาหาร มีการจัดทำแผนการตรวจสารปนเปื้อนในอาหารในภาพรวมทั้งหมดของอำเภอศรีวิไล โดยให้ PCU และ รพ.สต. แต่ละพื้นที่เก็บตัวอย่างอาหารส่งตรวจตามรอบตรวจ Mobile Unit เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและ ตรวจสอบคุณภาพความปลอดภัยของอาหาร จากผลการดำเนินงาน พบว่า อาหารที่ตรวจมีความปลอดภัย ร้อยละ 96.46 โดยพบอาหารปนเปื้อน ฟอร์มาลิน 4 ตัวอย่าง โดยพบในปลาหมึกกรอบ 2 ตัวอย่าง หนวด ปลาหมึกสด 1 ตัวอย่าง และ สไบนาง 1 ตัวอย่าง โดยจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า อาหารทั้ง 4 ตัวอย่าง รับมาจากต่างจังหวัดเข้ามาจำหน่าย เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจึงได้ทำตามแนวทางของ สสจ.บึงกาฬ โดยแจ้งให้ กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สสจ.บึงกาฬ ทราบ และให้ทางร้านค้าทำลายอาหารที่ปนเปื้อนและไม่ให้นำเข้ามา จำหน่ายอีก แผนภูมิตารางที่ 37 แสดงรายละเอียดตัวอย่างการตรวจสารปนเปื้อนในอาหารของ อ.ศรีวิไล สารที่ตรวจ จำนวนตัวอย่าง พบ ไม่พบ ร้อยละ ยาฆ่าแมลง 67 0 67 100 บอแรกซ์ 9 0 9 100 ฟอร์มาลิน 17 4 13 76 สารกันรา 8 0 8 100 ค่าโพล่าร์ 7 0 7 100 สารเร่งเนื้อแดง 5 0 5 100 รวม 113 4 109 96.46 4.5 ลงพื้นที่สุ่มตรวจร้านค้าส่ง ร้านชำ ตามเทศกาล คปสอ.ศรีวิไลให้ความสำคัญในช่วงเทศกาล เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเปราะบางที่สุ่มเสี่ยงจะพบอาหาร หรือ ผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ ที่ไม่ปลอดภัย เช่น อาหารหมดอายุ เสื่อมสภาพ ไม่ได้มาตรฐาน หลังจากทีมลง สุ่มตรวจจำนวน 6 ร้าน ไม่พบอาหารและผลิตภัณฑ์สุขภาพที่หมดอายุ เสื่อมสภาพ แผนภูมิตารางที่ 38 แสดงแผนงานโครงการการดำเนินงาน ลำดับ ที่ แผนงาน/โครงการ งบประมาณ ประเภทงบ 1 โครงการพัฒนาการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ และพัฒนาระบบการจัดการร้านชำในชุมชน สู่มาตรฐานหมู่บ้าน 5G ในเขตอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ประจำปีงบประมาณ 2566 50,940 PP Basic 2 โครงการพัฒนาการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ และพัฒนาระบบการจัดการร้านชำในชุมชน สู่มาตรฐานหมู่บ้าน 5G ในเขตอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ประจำปีงบประมาณ 2567 48,815 PP Basic
65 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ 5.งานสิ่งแวดล้อมและงานอาชีวอนามัย 5.1.การตรวจสารเคมีตกค้างในเกษตรกร สถานการณ์ สภาพปัญหา มีการดำเนินงานและให้ความสำคัญงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย ในรูปแบบ ของการสร้างเครือข่ายการทำงานในพื้นที่ เช่น การดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพบริการอนามัย สิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Environmental Health Accreditation: EHA) การ ดำเนินงานหมู่บ้าน/ชุมชนจัดการสิ่งแวดล้อม (Active community) การสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมีการดำเนินงาน การตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดเกษตรกร (เอ็นไซม์โคลีนเอสเตอร์เรส) โดยมีแผนงานโครงการดังนี้ แผนภูมิตารางที่ 39 แสดงแผนงาน/โครงการเกษตรกลุ่มเสี่ยง ปี 2566 ลำดับ ชื่อโครงการ งบประมาณ (บาท) แหล่งงบประมาณ 1 โครงการตรวจสารเคมีตกค้างในเลือดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกร กลุ่มเสี่ยง (รพ.ศรีวิไล) 22,900 กองทุนหลักประกัน สุขภาพ 2 โครงการตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง (รพ.สต.ชุมภู พร) 19,898 กองทุนหลักประกัน สุขภาพ 3 โครงการตรวจหาสารเคมีตกค้างในเลือดเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง (รพ.สต.นา สะแบง) 18,750 PP.B 4 โครงการตรวจสารพิษในเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง (รพ.สต.บ้านนาคำแคน) 13,325 PP.B 5 โครงการตรวจเลือดเกษตรกรกลุ่มเสี่ยง (รพ.สต.นาแสง) 7,500 PP.B 6 โครงการรณรงค์เฝ้าระวังสารพิษตกค้างในเลือดเกษตรกร (รพ.สต.นาสิงห์) 15,000 PP.B รวม 97,373 บาท ที่มา : แผนงาน/โครงการ CUP อำเภอศรีวิไลปี 2566 จากข้อมูล พบว่า การตรวจเลือดเกษตรกร เพื่อเฝ้าระวังการใช้สารเคมีในเกษตรกรกลุ่มอาชีพทำ สวน ทำไร่ อย่างต่อเนื่องทุก สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สามารถทำอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ทั้งมนุษย์และสัตว์ คือ จะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์และตา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเท่าใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะ ภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จึงแสดงอาการต่างๆ ขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือดและระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น เพื่อให้เกษตรกรเกิดความตระหนักในการป้องกันตนเอง จากการใช้สารเคมี เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของตนเองซึ่งทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเขต พื้นที่ได้ให้สุขศึกษารายบุคคลและแจกแผ่นความรู้วิธีป้องกันตนเองเมื่อใช้สารเคมี ทุกราย การบริหารจัดการ แนวทางการบริหารจัดการและติดตามผลการดำเนินงานการดูแลเกษตรกรในพื้นที่ ดังนี้ 1.สนับสนุนให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลร่วมกับองค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ สำรวจกลุ่ม
66 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ เกษตรกรและจัดทำโครงการตรวจสารเคมีในเลือดเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงที่มีการใช้สารเคมีกำจัดแมลง ศัตรูพืช 2.จัดทำโครงการเพื่อสนับสนุน การแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีอย่างยั้งยืน 3.จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องการป้องกันตนเองเมื่อมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช แก่ กลุ่มเสี่ยงสูง รวมถึงการติดตามสารตกค้างตามแผนการดำเนินงาน 4.สนับสนุนและส่งเสริมให้ชุมชนปลูกผักสวนครัว รั้วกินได้ ให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุก แห่งดำเนินงานหมู่บ้าน/ชุมชนเข้มแข็งด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม (Active Community) สนับสนุนให้ชุมชนมีการ จัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีรวมถึงมีการปลูกผักปลอดสารพิษไว้รับประทานในครัวเรือน 5.จัดทำออกติดตามการดำเนินงานของ รพ.สต.ร่วมกับนิเทศงาน คปสอ.ศรีวิไล ปัญหาอุปสรรค/ การปรับปรุงพัฒนา 1. การดำเนินงานเรื่องโรคจากการประกอบอาชีพ ทำงานค่อนข้างยากเนื่องจากเกษตร ปัจจุบันเป็นเกษตรด้านการค้า เกษตรกรไม่สามารถทดลองทำเกษตรแบบอินทรีย์ชีวภาพได้เนื่องจากไม่ ต้องการเสี่ยงกับรายได้ที่ลดลง อีกทั้งปัจจุบันยากำจัดวัชพืชและยากำจัดแมลงมีขายอยู่ทั่วไป และเมื่อ เกษตรกรใช้แล้วได้ผลดีจึงใช้ทุกปี 2.ขาดภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ที่ดำเนินงานเรื่องโรคประกอบอาชีพอย่างจริงจัง เนื่องจากใน พื้นที่ส่วนใหญ่ภาคีจะเน้นเรื่องการทำการเกษตรที่ตลาดต้องการ การเพิ่มมูลค่าของผลผลิตและการสร้าง รายได้ทางการเกษตรมากกว่า ดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดแกน นำเกษตรกรไปศึกษาดูงาน เกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ระหว่างตำบลหรือหมู่บ้าน เพื่อให้กลุ่มเกษตรมีความรู้และ เทคนิคการทำเกษตรอินทรีย์ 3.เกษตรกรในพื้นที่อำเภอศรีวิไลยังมีการใช้ยากำจัดแมลงในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่ม ที่มีการทำนา ทำสวน เช่น ข้าวโพด ปลูกผัก ปลูกถั่ว พริก เป็นต้น ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีการสัมผัสยากำจัด แมลงค่อนข้างมาก ดำเนินการโดยจัดอบรมให้ความรู้ประชาชนในการป้องกันตนเองเมื่อใช้สารเคมี โดยให้ ความรู้พร้อมกับการตรวจสุขภาพ ทุกหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักในการป้องกันตนเอง เมื่อใช้สารเคมีทางการเกษตร รูปภาพที่ 52 แสดงกิจกรรมตรวจสารเคมีในเกษตรกร
67 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ 5.2.มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขาภิบาล สถานการณ์ สภาพปัญหา การกำจัดขยะมูลฝอยติดเชื้อทั้งในและนอกพื้นที่บริการ CUP ศรีวิไล มีการเก็บรวมรวบพัก ขยะใน รพ.สต. ในโรงพักขยะที่มีมาตรฐานตามระบบ IC โดยรถรับขยะติดเชื้อของรพ.ศรีวิไล รับขยะ ทุกวันอังคาร ลงผ่านระบบออนไลด์ ผ่านแอปพิเคชั่น E-Manifest และรับทำลายโดยบริษัทเอกชน รูปภาพที่ 53 แสดงการใช้แอปพิเคชั่น E-Manifest รูปภาพที่ 54 แสดงขยะทั่วไปจัดในเขตตำบลศรีวิไลบ่อขยะ สถานที่ตั้ง หมู่ที่ 2 ตำบลศรีวิไล มีการดำเนินงานและให้ความสำคัญงานด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย ในรูปแบบของการสร้าง เครือข่ายการทำงานในพื้นที่ เช่น การดำเนินงานการพัฒนาคุณภาพบริการอนามัยสิ่งแวดล้อมขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น (Environmental Health Accreditation: EHA) การดำเนินงานหมู่บ้าน/ชุมชนจัดการสิ่งแวดล้อม (Active community) การพัฒนามาตรฐานส้วมสาธารณะให้มีคุณภาพ ความสวยงามและเป็นไปตามมาตรฐานส้วม สาธารณะ (HAS)
68 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ แผนภูมิตารางที่ 40 แสดงสถานที่ตั้ง / ผู้รับผิดชอบ ส้วมสาธารณะ อำเภอศรีวิไล ตำบล สถานที่ตั้ง รายละเอียด ผู้รับผิดชอบ ศรีวิไล สวนรัชมังคลาภิเษก หมู่ที่ 2 ตำบลศรีวิไล อำเภอศรีวิไล แยกชาย/หญิง 8 ห้อง เทศบาลตำบลศรีวิไล นาแสง สถานีตำรวจชุมชนภูทอก หมู่ที่ 3 บ้านคำแคนพัฒนา ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล แยกชาย/หญิง 2 ห้อง อบต.นาแสง 6.สุขภาพจิต/ยาเสพติด การพัฒนากลไกลความร่วมมือในการดำเนินงานสุขภาพจิตและยาเสพติด โดยทีมงานจิตเวชระดับ อำเภอจับคู่เครือข่าย 3 หมอ การเข้าถึงบริการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติด สถานการณ์ สภาพปัญหา การดำเนินงานสุขภาพจิตโดยทีมสุขภาพจิตและยาเสพติดของอำเภอศรีวิไล ดำเนินงานงานในรูปแบบ คณะกรรมการพชอ. มีคณะทำงานซึ่งประกอบด้วย 5เสือ คือ ตำรวจ ปกครอง อบต./อปท. ผู้นำชุมชนและ สาธารณสุข โดยมีการประยุกต์ร่วมกับระบบ 3 หมอ ในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด ดังนี้ หมอคนที่ 1 หรือ อสม. มีบทบาท ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ค้นหากลุ่มที่มีปัญหาทาง จิตและยาเสพติด เยี่ยมบ้าน ติดตาม เฝ้าระวัง รวมถึง ให้กําลังใจ แนะนํา ให้คําปรึกษา และรายงานต่อหมอ คนที่ 2 คนที่ 2 คือเจ้าหน้าที่ รพ.สต. มีบทบาทในการคัดกรอง ดูแลช่วยเหลือ และให้คำแนะนำเยียวยา ให้ คำปรึกษาเบื้องตน รวมถึงการบำบัด ฟื้นฟูสภาพและ ติดตามเฝ้าระวัง ร่วมกับ หมอคนที่ 1 กรณีจำเป็นจะ ประสานทีมสุขภาพจิตในโรงพยาบาลศรีวิไล เพื่อลงพื้นที่ร่วม กับทีมชุมชน ประเมินอาการเบื้องต้นและ ประสานทีมตำรวจ หรือปกครอง เพื่อนำส่งผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษา โดยมีกลุ่มงานสุขภาพจิตและยาเสพ ติด รพ.ศรีวิไล ช่วยดูแล บำบัด และฟื้นฟูต่อไป ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ พยาบาล เภสัชกร และแพทย์ผู้ดูแล เป็นหมอคนที่ 3 มีบทบาทที่จะปรึกษาเพื่อวางแผนการรักษาร่วมกับจิตแพทย์ของ รพ.บึงกาฬโดยใน รายที่จำเป็นต้องพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะมีการนัดพบผ่านระบบการแพทย์ทางไกล(Telemedicine)เดือนละ 1- 2 ครั้ง
69 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ รูปภาพที่ 55 แสดงการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด ในกลุ่ม 3 หมอและภาคีเครือข่าย 1.การจัดตั้งศูนย์คัดกรองระดับตำบล 1.1.มีการจัดตั้งศูนย์คัดกรองยาเสพติดใน 5 ตำบล ภายในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 1.2.คณะกรรมการศูนย์คัดกรองประกอบด้วยภาคีเครือข่ายระดับตำบล ทำหน้าที่หลักคือ คัดกรอง และประเมินความรุนแรงของการติดยาเสพติด โดยใช้แบบประเมิน V.2 ใน กลุ่ม ม.113 และ ม.114 เพื่อส่ง เข้ารับการบำบัด โดย แบ่งประเภทผู้ป่วยเป็น 3 ประเภท 1.ผู้ใช้ : บำบัดที่ รพ.สต. ด้วยวิธี BA BI (รูปแบบการ ให้คำแนะนำและการบำบัดแบบสั้น) 2.ผู้เสพ : ส่งต่อโรงพยาบาลศรีวิไล หรือ ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัด 3.ผู้ติด : ส่งต่อโรงพยาบาลศรีวิไล รูปภาพที่ 56 แสดงกิจกรรมศูนย์คัดกรองระดับตำบลในอำเภอศรีวิไล 2.การจัดระบบบำบัดฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ โดยการกำกับมาตรฐานการบำบัดฟื้นฟูยาเสพติดทุก ระบบให้มีคุณภาพ โดยทีมสุขภาพจิต CUP ศรีวิไล และการให้บริการที่ครอบคลุมทั้งด้านป้องกัน บำบัด และลดอันตราย (Harm Reduction) 3.การติดตามเยี่ยมผู้ผ่านการบำบัด ให้การติดตามเยี่ยมผู้ผ่านการบำบัดร่วมกับภาคีเครือข่าย อย่าง น้อยปีละ 4 ครั้ง 2. การสนับสนุนการบำบัดฟื้นฟูในชุมชน 2.1 การบำบัดรักษาในชุมชนด้วยรูปแบบชุมชนล้อมรักษ์ CBTx เมื่อ ปี 2565: ดำเนินการ CBTx ตามโครงการชุมชนยั่งยืน ในพื้นที่บ้านทรายทอง หมู่ 5 ตำบลนาสิงห์
70 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ เมื่อ ปี 2566: ดำเนินการ CBTx ตามโครงการชุมชนยั่งยืน ในพื้นที่บ้านโนนไทยประสิทธิ์ หมู่ 11 ตำบลชุมภูพร เมื่อ ปี 2567: ดำเนินการ CBTx โครงการชุมชนบำบัดอย่างยั่งยืน ในตำบลแพร่ระบาดยาเสพติดสูงสุด 100ตำบล ทั้ง 12 หมู่บ้าน และมีการวางแผนปี 2568 ดำเนินการ CBTx ในพื้นที่บ้านทุ่งสว่าง หมู่ 9 ตำบลชุมภูพร 2.2.การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมความพร้อมชุมชน ในการ ดูแลผู้ผ่านการบำบัด กลุ่มเป้าหมาย 140 คน ในพื้นที่ตำบลศรีวิไล มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่และ ภาคีเครือข่ายในการดูแลผู้ติดสารเสพติดในชุมชน 2.3.การเป็นคณะกรรมการและเข้าร่วมประชุม เป็นคณะกรรมการและเข้าร่วมประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของ อำเภอศรีวิไล 2.4.การสนับสนุนการส่งเสริมด้านวิชาการ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานยาเสพติด ได้รับการอบรม Counselor (ผู้ให้คำปรึกษา) และการบำบัด Matrix program ในทุก รพ.สต.เพื่อพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบงานยาเสพติดและภาคีเครือข่าย อย่างต่อเนื่อง รูปภาพที่ 57 แสดงการอบรมพัฒนาศักยภาพทีมภาคีเครือข่ายยาเสพ ติดจากทีม ปปส. และอบรมการ ดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่ภาคีเครือข่าย 3. การส่งเสริมป้องกันการใช้สารเสพติดร่วมกับเครือข่าย 3 หมอ 3.1 การรณรงค์ประชาสัมพันธ์ 3.11.รณรงค์ประชาสัมพันธ์โทษของยาเสพติดในชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน 3.1.2.ค้นหา คัดกรอง กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสพ และกลุ่มติด ในโรงเรียน/ชุมชน/สถานประกอบการ ต่างๆ 3.1.3.เพิ่มช่องทางเข้าถึงบริการที่หลากหลาย 3.2 การคัดกรองกลุ่มเสี่ยง 3.2.1.ออกให้ความรู้และคัดกรอง กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสพ และกลุ่มติดในโรงเรียน 3.2.2.คัดกรองกลุ่มเสี่ยงชุมชน โดยทีม ปกครอง / เจ้าหน้าที่ตำรวจ / เจ้าหน้าที่สาธารณสุข / อสม.
71 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ รูปภาพที่ 58 แสดงทีมสาธารณสุข/ปกครอง/เจ้าหน้าที่ตำรวจ/ผู้นำชุมชน ออกตรวจคัดกรองยาเสพติดใน ชุมชน 7. สร้างขวัญและกำลังใจบุคลากร การทำงานของหน่วยงานต่างๆ จะสำเร็จลุล่วงไปไปด้วยดีนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามัคคีและความ ร่วมมือของบุคคลในทุกฝ่าย สำหรับสาธารณสุขอำเภอศรีวิไลนั้นการสร้างความสามัคคีหรือสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างบุคลากรนั้นสามารถกระทำได้ในหลายรูปแบบ สอดคล้องกับมาตรฐานเพื่อประเมินคุณภาพของ หน่วยงาน 8. การแพทย์ปฐมภูมิ การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มีคุณภาพ หมายถึงการประเมินการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) ที่ดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนไปตามเจตนารมณ์ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการ พัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ ตามองค์ประกอบ UCCARE ในประเด็นที่พื้นที่กำหนดในการพัฒนาคุณภาพ ชีวิต โดยมีผลลัพธ์การพัฒนาระบบสุขภาพระดับอำเภอตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไปทุกข้อโดยการ ประเมินตนเองผ่าน โปรแกรม CL UCCARE (การพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับพื้นที่ พ.ศ. ๒๕๖๑) อำเภอศรีวิไล สถานบริการสาธารณสุขปฐมภูมิ 5 แห่ง ได้ขึ้นทะเบียนเป็น NPCU2 แห่ง คือ NPCU นาแสง-นาคำแคน NPCU นาสะแบง-นาสิงห์ และ รพ.สต.ชุมภูพร หน่วยบริการปฐมภูมิแต่ละแห่ง ประกอบด้วย แพทย์เป็นที่ปรึกษา พยาบาลวิชาชีพ ประจำ รพ.สต. และนักวิชาการสาธารณสุข ทำหน้าที่ใน การ ตรวจวินิจฉัยและรักษาโรค การฟื้นฟูสุขภาพ มีทีมสหวิชาชีพจากโรงพยาบาลแม่ข่ายเป็นทีดุแลร่วมกัน มี การดูแลสุขภาพในลักษณะองค์รวม ต่อเนื่อง และผสมผสาน การบริการด้านข้อมูลสุขภาพและการให้ คำปรึกษาแก่ประชาชนเพื่อให้การดูประชาชนที่อยู่ในเขตรับผิดชอบร่วมกันตามหลักเวชศาสตร์ครอบครัว มีการบูรณาการการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเชิงรุกในพื้นที่ร่วมกับ พชอ. เช่น การค้นหาและ คัดกรองวัณโรค การตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน ้าดีและพยาธิใบไม้ตับ การรณรงค์คัดกรองและค้นหาเด็กที่มี
72 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ พัฒนาการล่าช้า เป็นต้น นอกจากนี้ ที่เห็นได้ชัดเจนคือในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคไวรัสโควิด 2019 ที่ผ่านมาการท างานของคณะกรรมการ พชอ.สามารถระดมทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คน เงิน ของ และอื่นๆในภาพรวมของอ าเภอได้ชัดเจน ท าให้อ าเภอศรีวิไลเป็นอ าเภอแรกในจังหวัดบึงกาฬที่เปิ ด โรงพยาบาลสนามได้ทันกับการส่งกลุ่มเป้าหมายกลับภูมิล าเนา 9. สถานชีวาภิบาล อำเภอศรีวิไลได้จัดตั้งศูนย์ชีวาภิบาล ระดับอำเภอ ที่โรงพยาบาลศรีวิไล โดยการต่อยอดจากศูนย์ดูแล ผู้ป่วยต่อเนื่องเดิมเปลี่ยนเชื่อเป็นศูนย์ชีวาภิบาลอำเภอศรีวิไล จัดตั้งขึ้นเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยที่ ต้องการดูแลแบบพึ่งพิงและครอบครัว ซี่งประกอบไปด้วย ผู้สูงอายุระยะพึ่งพิง ผู้ป่วยระยะท้าย ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ครอบคลุมทั้ง 4 มิติคือ กาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณ โดยเชื่อมโยงการดูแลตั้งแต่ใน โรงพยาบาลจนถึงชุมชนและ/หรือบ้าน โดยมีการดำเนินงานในรูปแบบคณะกรรมการระดับอำเภอ โดยทีมสห วิชาชีพ และมี Note ศูนย์ชีวาภิบาลอยู่ที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาแสง มีกุฏิชีวาภิบาล 1 แห่ง วัดมหาพุทธสาคร ตำบลนาแสง เพื่อรองรับให้บริการดูแลพระสงฆ์ที่อาพาธ โดยมีพระมหาอาทิตย์ กัลยาโณ เจ้าอาวาสได้ผ่านการอบรมหลักสูตรพระคิลานุปัฏฐาก 70 ชั่วโมง และหลักสูตรพระCG จากกรมอนามัย การดำเนินงานปัจจุบันมีระบบบริการทึ่ศูนย์ทุกวันทำการ โดยมีพยาบาลวิชาชีพ ประจำศูนย์ชีวา ภิบาล ให้บริการ ให้คำแนะนำปรึกษาและประสานทีมสหวิชาชีพในแต่ละประเด็นปัญหาที่เกี่ยวข้อง การส่ง ต่อเชื่อมโยงข้อมูลของผู้ป่วย มีการสอนแนะนำการใช้วัสดุอุปกรณ์ มีอุปกรณ์ให้ยืม รูปภาพที่ 59 แสดงศูนย์ชีวาภิบาล อำเภอศรีวิไล 10. นักท่องเที่ยวปลอดภัย แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (GREEN Health Attraction) กรมอนามัย ได้ดำเนินการโครงการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการจัดการอนามัย สิ่งแวดล้อมเพื่อ สนับสนุนการท่องเที่ยวสุขภาพดี ปีงบประมาณ 2567 ภายใต้แผนบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวด้วย การบูรณาการและสร้างความร่วมมือของภาคีเครือข่ายระดับพื้นที่ เพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนให้แหล่ง ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (GREEN Health Attraction) มีการจัดการด้านอนามัย สิ่งแวดล้อมและการสุขเสริมสุขภาพที่ได้มาตรฐาน และศูนย์อนามัยที่ 8 อุดรธานี ได้กำหนดการกิจกรรม รณรงค์พัฒนาส้วมสาธารณะให้ได้มาตรฐาน เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในเทศกาลวันสงกรานต์
73 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 4 งานสนับสนุนบริการและเวชปฏิบัติ “สงกรานต์สุขใจ ส้วมสาธารณะไทย สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน” พร้อมทั้งการประเมินมาตรฐานแหล่ง ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อม GREEN Health Attraction วันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2567 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ วัดเจติยาคีรีวิหาร (ภูทอก) ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ รูปภาพที่ 60 แสดงการดำเนินการโครงการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพการจัดการอนามัย
74 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 5 ผลงานวิจัย นวัตกรรม ส่วนที่ 5 ผลงานวิจัย นวัตกรรมและผลงานยอดเยี่ยม ผลงานวิจัย แผนภูมิตารางที่ 41 แสดงผลงานวิจัยในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล ลำดับ ปี พ.ศ. ผลงานยอดเยี่ยม 1 2565 ทาริกา คำวงษ์ษา ศึกษาวิจัยเรื่อง การรับรู้ความรุนแรงของโรคต่อบทบาทการดำเนินงานควบคุมโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลนาแสง 2 2565 รัชดาภรณ์ ยาฟอง ศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการนำบุตรหลานอายุ 0-5 ปี เข้ารับการสร้างเสริม ภูมิคุ้มกันโรคพื้นฐาน ของผู้ปกครองในเขตพื้นที่ตำบลชุมภูพร 3 2565 รัตนา พรมลา ศึกษาวิจัยเรื่อง ความรู้และพฤติกรรมการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อการจำหน่ายของผู้ประกอบการ ร้านค้าร้านชำในพื้นที่ตำบลนาสะแบง 4 2565 ศรีเรือน บุญสอน ศึกษาวิจัยเรื่อง พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของสมาชิกชมรมออกกำลังกายด้วยการ เต้นแอโรบิกภายใต้การดำเนินงานหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค บ้านคำแคนพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลนา แสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ 5 2565 ศักดินันท์ ดวงตา ศึกษาวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ ของ อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ 6 2566 บุญล้อม ภารไสว ศึกษาวิจัยเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานตำบลจัดการสุขภาพตำบลนาแสง อำเภอ ศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ: กรณีศึกษาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา - 2019 (COVID - 19)
75 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 5 ผลงานวิจัย นวัตกรรม ผลงานยอดเยี่ยม แผนภูมิตารางที่ 42 แสดงผลงานยอดเยี่ยม ในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล ลำดับ ปี พ.ศ. ผลงานยอดเยี่ยม 1 2565 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล มีผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการ ดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ราชการบริหารส่วน ภูมิภาค (MOPH ITA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่มีผลคะแนนระดับ AA 2 2565 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล ผ่านเกณฑ์การประเมินการดำเนินงานกิจกรรม 5 ส. จาก สถาบันฝึกอบรมฮิวแมนเทรนนิ่ง (หจก.ซีเอส เทรนนิ่ง แอนด์ ดีเวลลอปเม้น) 3 2565 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาแสง ผ่านการประเมินตำบลที่มีระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะ ยาว (Long Term Care) ในชุมชน 7 องค์ประกอบ ปี 2565 4 2565 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาแสง ได้ผ่านเกณฑ์พัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบลติดดาว (ระดับ 5 ดาว) 5 2565 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาแสง ผ่านเกณฑ์การประเมินการดำเนินงานกิจกรรม 5 ส. จากสถาบันฝึกอบรมฮิวแมนเทรนนิ่ง (หจก.ซีเอส เทรนนิ่ง แอนด์ ดีเวลลอปเม้น) 6 2565 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาสิงห์ ผ่านเกณฑ์การประเมินการดำเนินงานกิจกรรม 5 ส. จากสถาบันฝึกอบรมฮิวแมนเทรนนิ่ง (หจก.ซีเอส เทรนนิ่ง แอนด์ ดีเวลลอปเม้น) 7 2565 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลชุมภูพร ผ่านเกณฑ์การประเมินการดำเนินงานกิจกรรม 5 ส. จากสถาบันฝึกอบรมฮิวแมนเทรนนิ่ง (หจก.ซีเอส เทรนนิ่ง แอนด์ ดีเวลลอปเม้น) 8 2565 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาสะแบง ผ่านเกณฑ์การประเมินการดำเนินงานกิจกรรม 5 ส. จากสถาบันฝึกอบรมฮิวแมนเทรนนิ่ง (หจก.ซีเอส เทรนนิ่ง แอนด์ ดีเวลลอปเม้น) 9 2565 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาคำแคน ผ่านเกณฑ์การประเมินการดำเนินงานกิจกรรม 5 ส. จากสถาบันฝึกอบรมฮิวแมนเทรนนิ่ง (หจก.ซีเอส เทรนนิ่ง แอนด์ ดีเวลลอปเม้น) 10 2566 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาคำแคน ผ่านการประเมินมาตรฐาน GREEN & CLEAN Sub-district Health Promoting Hospital ระดับดีเยี่ยม 11 2566 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาคำแคน ผ่านการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานการ จัดบริการอาชีวอนามัยและเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ระดับดีมาก 12 2566 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาสะแบง ผ่านการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานการจัดบริการ อาชีวอนามัยและเวชกรรมสิ่งแวดล้อม ระดับดีมาก จากกรมควบคุมโรค 13 2566 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาสะแบง ผ่านการประเมินตามมาตรฐานงานสุขภาพช่องปาก จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ 14 2566 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาสิงห์ ผ่านการประเมินตามมาตรฐานงานสุขภาพช่องปาก จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบึงกาฬ 15 2566 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาสิงห์ ผ่านการประเมินมาตรฐาน GREEN & CLEAN Subdistrict Health Promoting Hospital ระดับดีเยี่ยม 16 2566 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาสิงห์ ผ่านเกณฑ์คุณภาพมาตรฐานบริการสุขภาพปฐมภูมิ NPCU นาสิงห์ - นาสะแบง 17 2566 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาแสง ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประเมิน มาตรฐานงานสุขภาพช่องปาก
76 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 5 ผลงานวิจัย นวัตกรรม ผลงานวิจัย ( Research ) ชื่อเรื่อง การรับรู้ความรุนแรงของโรคต่อบทบาทการดำเนินงานควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชน ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลนาแสง ผู้วิจัย ทาริกา คำวงษ์ษา -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- บทคัดย่อ การวิจัยเรื่องการรับรู้ความรุนแรงของโรคต่อบทบาทการดำเนินงานควบคุมโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 ในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลนาแสงครั้งนี้ เป็นการศึกษาเชิง พรรณนา (Descriptive Research) โดยศึกษาการรับรู้ความรุนแรงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID19) และศึกษาบทบาทการดำเนินงานจัดการโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในชุมชน ของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลนาแสง ทำการศึกษาในอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่ ปฏิบัติงานในช่วงสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั้งหมด 45 คน โดย ใช้แบบสอบถาม เก็บรวบรวมและนำมาวิเคราะห์ ได้ผลการศึกษาดังนี้ จากข้อมูลอาสาสมัครสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในช่วงสถานการณ์การเกิดโรคระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา (COVID-19) ตำบลนาแสง จำนวน 45 คน พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 64.44 อายุเฉลี่ย 49.07 ปี(SD=10.69, Min=23, Max=69) ระยะเวลาการเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เฉลี่ย 11.49 ปี (SD=10.26, Min=1, Max=34) วุฒิการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น คิดเป็นร้อยละ 37.78 มีสถานภาพสมรส คิดเป็นร้อยละ 84.44 และประกอบอาชีพเกษตรกรรม/ประมง คิดเป็นร้อยละ 84.44 การรับรู้ความรุนแรงของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในภาพรวมอยู่ในระดับสูง (̅ = 4.24, SD = 0.38) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ การรับรู้หากมีโรคประจำตัวและติด เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อาจเพิ่มความรุนแรงและอันตรายถึงชีวิตได้ (̅ = 4.76, SD = 0.48) ข้อ ที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ การรับรู้ว่าผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง หากได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ก็เหมือน ติดไข้หวัดธรรมดา (̅ = 2.09, SD = 1.02) ส่วนเรื่องบทบาทการดำเนินงานควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในชุมชน พบว่าภาพรวมอยู่ในระดับดี (̅ = 2.43, SD = 0.39) โดยข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ การมี ข้อมูลการเข้าออกพื้นที่ การกลับจากต่างประเทศของคนในบ้านที่รับผิดชอบอย่างเป็นปัจจุบันทุกวัน (̅ = 2.56, SD = 0.50) ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ การแนะนำกิจกรรมคลายเครียด สร้างพลังใจ ออกกำลังกาย งาน อดิเรกแก่ประชาชน (̅ = 2.18, SD = 0.44) คำสำคัญ : การรับรู้ความรุนแรงของโรค, บทบาทการดำเนินงานของอาสาสมัครสาธสาธารณสุข
77 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 5 ผลงานวิจัย นวัตกรรม ผลงานวิจัย ( Research ) ชื่อเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการนำบุตรหลานอายุ 0-5 ปี เข้ารับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคพื้นฐาน ของ ผู้ปกครองในเขตพื้นที่ตำบลชุมภูพร ผู้วิจัย รัชดาภรณ์ ยาฟอง -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- บทคัดย่อ การศึกษาวิจัยเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการนำบุตรหลานอายุ 0-5 ปี เข้ารับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค พื้นฐาน ของผู้ปกครองในเขตพื้นที่ตำบลชุมภูพร เป็นการศึกษาวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างอย่างง่าย การเลือกกลุ่มตัวอย่าง แบบบังเอิญ (Accidental sampling) โดยใช้แบบสอบถามจำนวน 40 ฉบับ ในผู้ปกครองเด็กเล็ก ที่เคยมีประวัตินำเด็กเข้า รับการฉีดวัคซีนไม่ตรงนัด กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลชุมภูพร นำมาวิเคราะห์และสรุปผลได้ดังนี้ ผู้ปกครองที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 85 ส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง 30-39 ปี เป็นพ่อและแม่ของเด็กมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 65.00 มีระดับการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น คิดเป็น ร้อยละ 32.50 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครอบครัวอยู่ที่ 5,001-10,000 บาท ส่วนใหญ่เป็นแม่บ้านโดยมี ค่าเฉลี่ยของครอบครัวเดี่ยวและครอบครัวขยายเท่ากันที่ร้อยละ 50 มีความรู้เรื่อง การสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน โรคอยู่ในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 70 มีความเชื่อเกี่ยวกับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 75 การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการขาดนัดรับบริการวัคซีนของผู้ปกครองเด็กมีการปฏิบัติที่เห็นได้ ชัดเจน คือ การติดตามข่าวสารจากหอประจายข่าวที่ผู้ใหญ่บ้านแต่ละหมู่บ้านประชาสัมพันธ์ตอนเช้า และการ เตือนตนเองด้วยการเปิดดูในสมุดบันทึกบริการสุขภาพของเด็ก (สมุดสีชมพู) แต่การจำวันนัดได้อย่างแม่นยำยัง อยู่ในระดับปานกลาง รวมถึงการเตือนด้วยบุคคล เช่น การสอบถามจากผู้ปกครองเด็กคนอื่น การสอบถาม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน สอบถามเจ้าหน้าที่ หรือการให้บุคคลในครอบครัวเป็นคนคอยช่วยจำ ยังมีผู้ปกครองเด็กใช้รูปแบบนี้เช่นกัน ปัจจัยที่ทำให้เด็กขาดนัดรับบริการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (วัคซีน) รอบ ที่ผ่านมาสูงที่สุดคือ ผู้ปกครองเด็กเล็กลืมวันนัด คิดเป็นร้อยละ 45.00 รองลงมาคือเด็กเล็ก มีอาการป่วย คิด เป็นร้อยละ 37.50 และน้อยที่สุดคือ เด็กเล็กไม่ได้อยู่ในพื้นที่ คิดเป็นร้อยละ 17.50 คำสำคัญ : วัคซีนเด็ก การขาดนัดรับบริการฉีดวัคซีน
78 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 5 ผลงานวิจัย นวัตกรรม ผลงานวิจัย ( Research ) ชื่อเรื่อง ความรู้และพฤติกรรมการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อการจำหน่ายของผู้ประกอบการร้านค้าร้านชำในพื้นที่ ตำบลนาสะแบง ผู้วิจัย รัตนา พรมลา -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- บทคัดย่อ การวิจัยเรื่องความรู้และพฤติกรรมการเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อการจำหน่ายของผู้ประกอบการร้านค้าร้าน ชำในพื้นที่ตำบลนาสะแบงครั้งนี้ เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา (Descriptive Research) โดยศึกษาความรู้ เกี่ยวกับการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ (อาหาร ยา และเครื่องสำอาง) พฤติกรรมเกี่ยวกับการเลือกผลิตภัณฑ์ สุขภาพเพื่อการจำหน่ายของผู้ประกอบการร้านค้าร้านชำในพื้นที่ตำบลนาสะแบง ทำการศึกษาใน ผู้ประกอบการร้านค้าร้านชำในพื้นที่ตำบลนาสะแบงทั้งหมด 29 คน โดยใช้แบบสอบถาม เก็บรวบรวมและ นำมาวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมการแปลผล ดังนี้ ผู้ประกอบการร้านค้าร้านชำในพื้นที่ตำบลนาสะแบงส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 72.41 มี อายุระหว่าง 50-59 ปี คิดเป็นร้อยละ 41.38 ระดับการศึกษา คือ ระดับประถมศึกษา คิดเป็นร้อยละ 51.72 รองลงมา คือ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ ปวช. คิดเป็นร้อยละ 24.14 มีสถานภาพสมรส คิดเป็นร้อยละ 75.86 รองลงมาคือโสด ร้อยละ 24.14 มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 5,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 31.03 รองลงมา คือ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 24.14 การรับรู้ข่าวสารด้าน ผลิตภัณฑ์สุขภาพส่วนใหญ่รับรู้จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข คิดเป็นร้อยละ 58.62 รองลงมา คือ ทางสื่อโทรทัศน์ และอินเทอร์เน็ต คิดเป็นร้อยละ 51.72 พฤติกรรมด้านความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพของผู้ประกอบการร้านค้าร้านชำ มีพฤติกรรมสุขภาพ ด้านความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ด้านยา ด้านอาหาร และด้านเครื่องสำอางอยู่ในระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 75.86, 62.07 และ 51.74 ตามลำดับ และมีระดับพฤติกรรมด้านความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพโดยรวม อยู่ใน ระดับสูง คิดเป็นร้อยละ 82.76 พฤติกรรมเกี่ยวกับการเลือกผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อการจำหน่ายของผู้ประกอบการร้านค้าร้านชำ ด้าน ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ยาและผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง อยู่ในระดับดี โดยมีค่าเฉลี่ย ̅= 2.69, 2.58 และ 2.54 ตามลำดับพฤติกรรมเกี่ยวกับการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ เพื่อการจำหน่ายโดยรวมอยู่ในระดับดี คิด เป็นร้อยละ 72.41 คำสำคัญ : พฤติกรรมด้านความรู้, พฤติกรรมเกี่ยวกับการเลือกผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อการจำหน่าย
79 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ การประเมินคัดเลือก สสอ. ดีเด่น ระดับเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2567 งานบริหาร ส่วนที่ 5 ผลงานวิจัย นวัตกรรม ผลงานวิจัย ( Research ) ชื่อเรื่อง พฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของสมาชิกชมรมออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิกภายใต้การ ดำเนินงานหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค บ้านคำแคนพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลนาแสง อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ ผู้วิจัย ศรีเรือน บุญสอน -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- บทคัดย่อ การวิจัยเรื่องพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของสมาชิกชมรมออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก ภายใต้การดำเนินงานหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค บ้านคำแคนพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลนาแสง อำเภอ ศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ เป็นการศึกษาเชิงพรรณนา (Descriptive research) เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการใช้ แบบสอบถามของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ในสมาชิกชมรมออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิก บ้านคำ แคนพัฒนา จำนวน 32 คน โดยใช้แบบสอบถามทั้งหมด 32 ฉบับ เก็บรวบรวมและนำมาวิเคราะห์โดยใช้ โปรแกรมการแปลที่สร้างขึ้นโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้ผลการศึกษา ดังนี้ สมาชิกชมรมออกกำลังกายด้วยการเต้นแอโรบิกบ้านคำแคนพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลนาแสง ส่วนใหญ่ เป็นผู้หญิง ร้อยละ 71.87 อายุ 20-29 ปี ร้อยละ 31.2 ระดับการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 50 รองลงมาคือ มัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 31.25 ด้านบทบาทในสังคมส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครสาธารณสุข และอาสาสมัคร ประจำครอบครัว ร้อยละ 56.25 รองลงมาคือประชาชนในชุมชน ร้อยละ 37.50 ด้านการเลือกซื้อยาแก้อักเสบ หรือยาฆ่าเชื้อมารับประทานเอง ส่วนใหญ่น้อยครั้งที่จะหาซื้อมารับประทาน อยู่ที่ร้อยละ 56.24 ความรอบรูดานสุขภาพ การเข้าถึงข้อมูลและบริการ มีค่าคะแนนเฉลี่ยมากสุด ร้อยละ 86.25 รองลงมาคือการตัดสินใจ ด้านสุขภาพ ร้อยละ 82.97 และน้อยที่สุดคือ ความเข้าใจข้อมูลและบริการสุขภาพที่ เพียงพอต่อการปฏิบัติ อยู่ที่ร้อยละ 77.50 สรุปคะแนนความรอบรู้ด้านสุขภาพ คะแนนรวมเฉลี่ย 97.22 ร้อยละจากคะแนนเต็ม 81.02 แปลผลความรอบรู้ด้านสุขภาพ อยู่ในระดับดีมาก พฤติกรรมสุขภาพ 8 ประเด็นหลัก พฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านการดื่มสุราและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ด้านการป้องกันโรควัณโรค มีระดับคะแนนสูงสุด อยู่ที่ร้อยละ 90.63 รองลงมาคือ พฤติกรรมด้านการสูบบุหรี่ ร้อยละ 89.06 และมีระดับคะแนนน้อยที่สุดคือ การจัดการความเคียดมีระดับคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 69.92 สรุป คะแนนรวมพฤติกรรมสุขภาพ รวมเฉลี่ย 81.00 ร้อยละจากค่าคะแนนเต็ม 82.65 แปลผลระดับพฤติกรรม สุขภาพ อยู่ในระดับดีมาก คำสำคัญ : ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมสุขภาพ