ก
คำนำ
การจัดทำรายงานนำเสนอผลการปฏิบตั ทิ ี่เป็นเลศิ (Best Practices) ประจำปีการศกึ ษา 2565 จาก
การประยุกต์ใช้บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง สัตว์และประเภทของสัตว์ สำหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔
โรงเรียนวัดหนองมะคัง จังหวัดพิษณุโลก ซ่ึงได้รายงานถึง ความสำคัญของนวัตกรรม/วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ
(Best Practice) วัตถุประสงคแ์ ละเปา้ หมายของการดำเนินงาน กลุ่มเป้าหมาย/ประชากร/กลมุ่ ตัวอย่าง หลักการ
แนวคิด ทฤษฎีที่ใช้ในการสร้าง/พัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน วิธีดำเนินการสร้าง/พัฒนานวัตกรรม
การเรยี นการสอน ผลการพฒั นานวตั กรรมการเรยี นการสอน การเผยแพรน่ วัตกรรมการเรียนการสอนและภาพ
กิจกรรม เพ่อื เปน็ เอกสารประกอบผลงานท่ปี ฏิบตั ิเป็นเลศิ
ผู้นำเสนอหวังเป็นอย่างย่ิงว่า เอกสารฉบับน้ีคงจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคณะกรรมการ
ประเมินผลงานท่ีปฏิบัติเป็นเลิศ (Best Practice) และจะเป็นประโยชน์สำหรับโรงเรียนหรือผูท้ ี่สนใจ และผู้ที่
กำลังจะพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพท้ังในด้าน ความรู้ ทักษะและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ให้มีผลสัมฤทธิ์ท่ี
สงู ข้นึ ต่อไปได้เปน็ อย่างดี
นางสาวพัชรินทร์ กองจิว
ครโู รงเรียนวดั หนองมะคัง
สารบัญ ข
เรื่อง หนา้
1. ความสำคัญของนวัตกรรม/วธิ ีการปฏิบัตทิ เ่ี ป็นเลิศ(Best Practice) 1
2. วัตถปุ ระสงคแ์ ละเปา้ หมายของการดำเนินงาน ๑
3. กลุ่มเปา้ หมาย/ประชากร/กลุ่มตัวอยา่ ง ๒
4. หลักการ แนวคดิ ทฤษฎีทใี่ ช้ในการสร้าง/พัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน ๒
๕. วธิ ดี ำเนินการสรา้ ง/พัฒนานวัตกรรมการเรยี นการสอน ๘
6. ผลการพฒั นานวัตกรรมการเรียนการสอน 1๑
7. การเผยแพร่นวัตกรรมการเรยี นการสอน 1๑
8. ภาคผนวก 1๓
แบบรายงานนวตั กรรม/วธิ ีการปฏบิ ัติทด่ี ี (Best practices)
ชื่อวธิ กี ารปฏบิ ตั ิท่ีเป็นเลศิ การประยุกต์ใช้บทเรียนสำเร็จรปู เรอื่ ง สัตว์และประเภทของสตั ว์ สำหรบั
นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนวดั หนองมะคัง จงั หวัดพิษณโุ ลก
ผรู้ ับผดิ ชอบ นางสาวพชั รินทร์ กองจิว
โรงเรียนวดั หนองมะคงั สำนกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาพิษณโุ ลก เขต ๓
1. ความสำคัญของนวตั กรรม/วธิ ีการปฏิบตั ทิ เี่ ปน็ เลศิ (Best Practice)
กระทรวงศึกษาธิการ มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพการศึกษา และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้คนไทยได้
เรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้คนไทยทุกกลุ่มทุกวัยมีคุณภาพ มีความพร้อม ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา มี
จิตสํานึกของความเป็นไทย มีความเป็นพลเมืองที่ดี ตระหนัก และรู้คุณค่าของขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะ
วัฒนธรรมท่ีดีงาม มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลง และตอบสนองต่อทิศทางการพัฒนาประเทศ (แผนพัฒนา
การศกึ ษาแหง่ ชาติฉบับที่ 11 พ.ศ.2555 – 2559)
วิทยาศาสตร์เปน็ สาขาวิชาชว่ ยใหม้ นษุ ยไ์ ดพ้ ฒั นาวธิ คี ดิ ทั้งความคดิ เป็นเหตุเป็นผล คิดสรา้ งสรรค์ คดิ
วเิ คราะห์ วิจารณ์ มที ักษะสำคญั ในการ คน้ ควา้ หาความรู้ มีความสามารถในการแกป้ ญั หาอย่างเปน็ ระบบ
สามารถตัดสนิ ใจโดยใชข้ ้อมูลทีห่ ลากหลายและมปี ระจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ วทิ ยาศาสตร์เปน็ วฒั นธรรมของ
โลกสมัยใหม่ซึง่ เป็น สังคมแห่งการเรียนรู้ ดังน้ันทุกคนจงึ จำเปน็ ต้องไดร้ ับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์
เพื่อทจ่ี ะมีความร้คู วามเข้าใจในธรรมชาติและเทคโนโลยีทม่ี นุษย์สร้างสรรค์ข้นึ สามารถนำความร้ไู ปใช้อย่างมี
เหตผุ ล สรา้ งสรรค์ และมีคณุ ธรรม
ผู้วิจยั ไดศ้ กึ ษาสภาพปญั หาเกี่ยวกบั การเรยี นการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ พบวา่ นักเรยี น ขาดทักษะใน
การศึกษาหาความรูด้ ้วยตนเอง การฝึกฝนทบทวน การทำการบา้ น การอ่าน ตลอดจนการทำแบบฝึกหัด และ
คน้ ควา้ บางเน้ือหามีไม่เพยี งพอกบั ความต้องการของนักเรยี น นักเรียนบางส่วนยงั มีสมรรถภาพในการเรียนรูท้ ่ี
ไม่ดีพอ นักเรียนบางสว่ นยงั ไม่มีนสิ ยั รกั การเรยี นรู้ เมอ่ื รู้สภาพปญั หาแลว้ กน็ ำขอ้ มูลทไ่ี ด้มาเปน็ แนวทางเสริม
การเรียนรู้ พอจะสรุปได้วา่ หนงั สือหรอื แบบฝึกทักษะพฒั นาการเรียนรู้ หมายถงึ หนังสือทจ่ี ดั ขึ้นโดยมี
วตั ถปุ ระสงคเ์ ป็นไปในทางสง่ เสริมให้ผู้เรียนเกิดการฝึกฝนทักษะในดา้ นต่าง ๆ และทำใหร้ ักในการเรยี นรู้
มากขน้ึ
การวจิ ัยครงั้ นเ้ี ป็นการศกึ ษาเพ่ือพัฒนาผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น ของนักเรยี นในรายวิชาวิทยาศาสตร์
โดยการนำบทเรยี นสำเร็จรูปมาใชใ้ นการจดั การเรยี นรู้ และการทำแบบฝึกหดั ด้วยตนเองในวิชาที่ครูสอน
เพื่อใหน้ ักเรียนศึกษาหาความร้แู ละมกี ารช่วยเหลือกนั บ้างเลก็ นอ้ ย และเพื่อให้นักเรียนเกดิ ความสนุกสนาน
เพลดิ เพลิน เกิดความซาบซ้ึงในคณุ ค่าของการเรยี นรู้ อีกท้งั ยงั เป็นการช่วยเสรมิ สรา้ งทักษะและนิสยั ของการ
เรียนทีด่ ใี ห้แกน่ ักเรียน
๒. วตั ถุประสงคข์ องการสรา้ ง/พฒั นานวตั กรรมการเรยี นการสอน
๑. เพือ่ เปรยี บเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรยี นและหลังเรียนของนักเรียนท่ีเรียนโดยใช้
บทเรียนสำเรจ็ รูป เรอื่ ง สตั ว์และประเภทของสัตว์
๒. เพ่อื ศกึ ษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนโดยใช้บทเรียนสำเรจ็ รปู เร่อื ง สตั ว์และประเภท
ของสัตว์
๓. กลุ่มเป้าหมาย/ประชากร/กลมุ่ ตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนวัดหนองมะคัง
จังหวดั พษิ ณโุ ลก จำนวน 1 หอ้ งเรยี น จำนวนนกั เรยี น 1๙ คน
กลุ่มตัวอย่างท่ีใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนวัดหนองมะคัง
จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 1 หอ้ งเรยี น ซึง่ ได้มาจากการเลอื กแบบเจาะจง จำนวน 1๙ คน
๔. หลกั การ แนวคดิ ทฤษฎที ่ใี ช้ในการสรา้ ง/พัฒนานวตั กรรมการเรยี นการสอน
1. หลักสูตรกลุ่มสาระการวิทยาศาสตร์ พุทธศักราช 256๔ แนวทางตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศกั ราช 2560)
ตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ นี้ได้กำหนดสาระ
การเรียนรู้ออกเปน็ ๔ สาระ ได้แก่ สาระที่ ๑ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ สาระท่ี ๓
วิทยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ และสาระท่ี ๔ เทคโนโลยี มีสาระเพิม่ เติม ๔ สาระ ได้แก่ สาระชวี วิทยาสาระเคมี
สาระฟิสิกส์และสาระโลกดาราศาสตร์และอวกาศซึ่งองค์ประกอบของหลักสูตร ทั้งในด้านของเน้ือหา การ
จัดการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้น้ัน มีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์ของผู้เรียนในแต่ละระดับชั้น ให้มี ความต่อเน่ืองเช่ือมโยงกัน ต้ังแต่ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑
จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๖ สำหรับกลุ่มสาระ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ได้กำหนดตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้
แกนกลาง ที่ผเู้ รียนจำเปน็ ต้องเรยี น เป็นพ้ืนฐาน เพอ่ื ใหส้ ามารถนำความรู้น้ีไปใช้ในการดำรงชีวติ หรอื ศึกษาต่อ
ในวิชาชีพท่ีต้องใช้ วิทยาศาสตร์ได้โดยจัดเรยี งลำดับความยากง่ายของเนอ้ื หาแต่ละสาระในแตล่ ะระดับช้ันให้มี
การเชื่อมโยง ความรู้กับกระบวนการเรียนรู้และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาความคิด
ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์วิจารณ์ มีทักษะที่สำคัญทั้งทักษะ กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์และทักษะในศตวรรษท่ี ๒๑ ในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ ด้วยกระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้สามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจ โดยใช้ข้อมูล หลากหลายและประจักษ์พยานที่
ตรวจสอบได้
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) ตระหนักถึงความสำคัญ ของการจัดการ
เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่มุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อผู้เรียนมากที่สุด จึงได้จัดทำตัวช้ีวัด และสาระการเรียนรู้
แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ขึ้น เพ่ือให้สถานศึกษา ครูผู้สอน ตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่ม
สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ได้ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหนังสือเรียน คู่มือครูสื่อ
ประกอบการเรียน การสอน ตลอดจนการวัดและประเมินผล โดยตัวช้ีวัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่ม
สาระ การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ ท่ีจัดทำข้ึนนี้ได้ปรับปรุงเพ่ือให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันภายในสาระการเรียนรู้
เดียวกัน และระหว่างสาระการเรียนรู้ในกลมุ่ สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ตลอดจน การเช่ือมโยงเนื้อหาความรู้
ทางวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ด้วย นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุงเพื่อให้มี ความทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลง
และความเจริญก้าวหน้าของวทิ ยาการต่าง ๆ และทดั เทียมกบั นานาชาติ
แผนภาพ สาระ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ดั กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
(ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)
เป้าหมายของการจดั การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ โดยมนุษย์ใช้กระบวนการสังเกต สำรวจ
ตรวจสอบ และการทดลองเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและนำผลมาจัดระบบ หลักการ แนวคิดและ
ทฤษฎี ดังนั้นการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์จึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เป็นผู้เรียนรู้และค้นพบด้วยตนเองมากท่ีสุด
นั่นคือให้ได้ท้ังกระบวนการและองค์ความรู้ ตั้งแต่วัยเร่ิมแรกก่อนเข้าเรียน เม่ืออยู่ในสถานศึกษาและเม่ือออก
จากสถานศึกษาไปประกอบอาชีพแล้ว การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในสถานศึกษามีเป้าหมายสำคัญ
ดงั น้ี
1. เพอ่ื ใหเ้ ข้าใจหลกั การ ทฤษฎที ีเ่ ป็นพน้ื ฐานในวิทยาศาสตร์
2. เพ่อื ให้เข้าใจขอบเขต ธรรมชาติและขอ้ จำกดั ของวทิ ยาศาสตร์
3. เพือ่ ใหม้ ีทักษะที่สำคัญในการศึกษาค้นควา้ และคิดคน้ ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. เพอ่ื พฒั นากระบวนการคิดและจนิ ตนาการ ความสามารถในการแก้ปญั หาและการ
จดั การทักษะในการส่ือสาร และความสามารถในการตัดสินใจ
5. เพื่อใหต้ ระหนกั ถงึ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี มวลมนษุ ยแ์ ละ
สภาพแวดล้อมในเชงิ ท่ีมอี ทิ ธิพลและผลกระทบซึง่ กันและกัน
6. เพ่ือนำความรู้ความเขา้ ใจในเร่ืองวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์
ตอ่ สังคมและการดำรงชวี ิต
7. เพอื่ ให้เปน็ คนมีจิตวิทยาศาสตร์ มคี ุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ มในการใช้
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีอยา่ งสร้างสรรค์
เรยี นรอู้ ะไรในวิทยาศาสตร์
กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรม์ ุ่งหวงั ให้ผูเ้ รยี นได้เรยี นรู้วิทยาศาสตร์ ท่ีเน้นการ เชอื่ มโยงความร้กู ับ
กระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้ กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้
และแก้ปัญหาที่หลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ทุกข้ันตอน มีการทำกิจกรรมด้วยการลงมือ
ปฏบิ ัตจิ รงิ อยา่ งหลากหลาย เหมาะสมกบั ระดบั ชัน้ โดยกำหนดสาระสำคัญ ดังน้ี
✧ วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ชวี ติ ในสงิ่ แวดลอ้ ม องคป์ ระกอบของสงิ่ มีชวี ิต
การดำรงชีวิตของมนุษย์และสัตว์การดำรงชีวิตของพืช พันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และ
ววิ ัฒนาการของสงิ่ มีชวี ติ
✧ วิทยาศาสตร์กายภาพ เรียนรู้เกย่ี วกบั ธรรมชาติของสาร การเปลย่ี นแปลงของสาร
การเคลอ่ื นท่ี พลังงาน และคล่นื
✧ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรียนรู้เก่ียวกับ องค์ประกอบของเอกภพ ปฏิสัมพันธ์ ภายในระบบ
สุริยะ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบโลก การเปล่ียนแปลงทางธรณีวิทยา กระบวนการ เปลี่ยนแปลงลมฟ้า
อากาศ และผลต่อสงิ่ มีชีวติ และสิ่งแวดลอ้ ม
✧ เทคโนโลยี
● การออกแบบและเทคโนโลยเี รยี นรเู้ กีย่ วกับเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิต ในสังคมท่ีมี
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเรว็ ใชค้ วามรูแ้ ละทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ
เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม
เลอื กใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดยคำนงึ ถึงผลกระทบต่อชีวติ สังคม และสิง่ แวดล้อม
● วทิ ยาการคำนวณ เรียนรเู้ ก่ียวกับการคิดเชงิ คำนวณ การคดิ วเิ คราะหแ์ กป้ ญั หา
เป็นข้ันตอนและเป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการส่อื สาร ในการแก้ปญั หาทพี่ บในชีวิตจรงิ ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
สาระท่ี 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงไม่มีชีวิต กับ
ส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลี่ยนแปลงแทนท่ีในระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิง่ แวดล้อม รวมทั้งนำความรู้
ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของส่ิงมีชีวิต การลำเลียงสารเข้า และออก
จากเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทำงานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทำงานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมท่ีมีผลต่อส่ิงมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและวิวัฒนาการ
ของสง่ิ มีชวี ติ รวมทั้งนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ
สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติ ของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ
สสาร การเกดิ สารละลาย และการเกิด ปฏิกริ ยิ าเคมี
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวนั ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะ การ
เคลอ่ื นท่ีแบบตา่ ง ๆ ของวตั ถุรวมทง้ั นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลั งงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาตขิ อง คลื่น ปรากฏการณ์ที่ เกีย่ วข้อง
กบั เสยี ง แสง และคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ รวมทัง้ นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
สาระท่ี 3 วทิ ยาศาสตรโ์ ลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองคป์ ระกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และวิวฒั นาการของเอกภพ
กาแล็กซีดาวฤกษ์และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ ท่ีส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการ
ประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยอี วกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลง
ภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัตภิ ัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศและภูมิอากาศโลก รวมท้ังผล
ต่อสง่ิ มีชวี ิตและสงิ่ แวดลอ้ ม
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลง
อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และ ศาสตร์อ่ืน ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือ
พัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง
เหมาะสม โดยคำนึงถงึ ผลกระทบต่อชวี ิต สังคม และสง่ิ แวดลอ้ ม
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปญั หาท่ีพบในชีวติ จริงอย่างเป็น ขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทัน และมีจริยธรรม
2. งานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วข้อง
2.1 งานวิจัยในประเทศ
ณัฐฐินี สุโพธิ์ (2545 : บทคัดย่อ) ได้พัฒนาบทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง เรื่อง จังหวัดร้อยเอ็ด
หน่วยที่ 3 สิ่งที่อยู่รอบตัวเรา กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหนอง
ตากร้า สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้
คอื บทเรยี นสำเรจ็ รูปแบบเส้นตรง และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่าบทเรียนสำเร็จรูปแบบ
เส้นตรง เร่ือง จังหวัดร้อยเอ็ด หน่วยท่ี 3 สิ่งที่อยู่รอบตัวเรา กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ 87.10/85.59 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ท่ีตั้งไว้ และมีค่าดัชนี
ประสทิ ธิผลของบทเรียนสำเร็จรูปมีค่าเท่ากับ .73 นักเรียนมีคะแนนเฉลย่ี หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี
นยั สำคญั ทางสถิตทิ รี่ ะดับ .01
วนดิ า สาวิสทิ ธิ์ (2545 : บทคดั ยอ่ ) ไดศ้ ึกษาผลสัมฤทธขิ์ องการเรียนโดยใช้บทเรียนการ์ตูนและการ
เรยี นปกติกลุม่ สรา้ งเสริมประสบการณ์ชวี ติ เรื่อง ทรพั ยากรดิน ของนกั เรียนระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 มผี ล
การศึกษาค้นคว้า พบว่า ภาพการต์ ูน เรื่อง ทรัพยากรดิน ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 มีประสิทธิภาพเท่ากับ
80.63/81.56 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ และนักเรียนที่ได้รับการเรียนโดยใช้ภาพการ์ตูน มี
ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนสงู กวา่ นกั เรยี นท่ีได้รบั การเรียนวธิ ีปกติ อยา่ งมีนยั สำคญั ทางสถิติท่รี ะดบั .01
สุฌารักษ์ เมืองโคตร (2545 : บทคัดย่อ) ได้สร้างบทเรียนสำเร็จรูปจังหวัดของเรา (มุกดาหาร)
กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวติ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 ที่มีประสิทธภิ าพตามเกณฑ์ 85/85 กลุ่มตวั อย่าง
ท่ีใช้ในการศึกษาค้นคว้าเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 27 คน โรงเรียนบ้านหว้านใหญ่
สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร เคร่ืองมือท่ีใช้คือ บทเรียนสำเร็จรูปเร่ือง
จงั หวัดของเรา(มกุ ดาหาร) และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น เป็นแบบปรนัยชนิดเลอื กตอบ 30 ข้อ
ผลการศึกษาพบว่าบทเรียนสำเร็จรูปเร่ือง จังหวัดของเรา (มุกดาหาร) กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพ 89.23/92.67 ซ่ึงสูงกว่าเกณฑ์ 85/85 ท่ีต้ังไว้ และมีค่าดัชนี
ประสิทธิผลของบทเรียนสำเร็จรูปมีค่าเท่ากับ .77 แสดงว่านักเรียนมีความสามารถในการเรียนรู้เพ่ิมขึ้นร้อย
ละ 77
สนุ ทรี คำเลิศ (2546 : บทคัดยอ่ ) ได้พัฒนาบทเรียนสำเร็จรปู แบบเส้นตรง วิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง
ทศนิยม ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 โรงเรียนบ้านบก (มั่นสามัคคีพิทยาคาร) โรงเรียนบ้านก่อ (ก่อวิทยาคาร)
โรงเรียนบ้านโนนโหนน(อ่อนอุปการ) โรงเรียนบ้านหนองคู สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอวารินชำราบ
จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 80 คน เคร่ืองมือท่ีใช้คือ บทเรียนสำเร็จรูปแบบเส้นตรง เร่ือง ทศนิยม และ
แบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน พบวา่ บทเรียนสำเรจ็ รูปแบบเส้นตรง เรอื่ ง ทศนิยม วชิ า คณิตศาสตร์
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 90.59/94.11 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 90/90 ท่ีต้ังไว้ และ
นกั เรียนมคี ะแนนเฉลย่ี หลงั เรียนสงู กวา่ กอ่ นเรียนอย่างมนี ัยสำคญั ทางสถติ ิทีร่ ะดับ .01
ประจักษ์ สีแสด ( 2549 : บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเรื่องการพัฒนาบทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระ
สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม เร่ือง อริยสัจ 4 สำหรับนักเรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ให้มีประสทิ ธิภาพตาม
เกณฑ์ 80/80 เพ่ือเปรียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นสำเร็จรปู กลุ่มสาระสงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม เร่ือง
อริยสัจ 4 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยบทเรียนสำเร็จรูป ผลการวิจัย
พบว่า บทเรียนสำเร็จรูป กลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม เร่ือง อริยสัจ 4 สำหรับนักเรียนช้ัน
มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ท่ีผวู้ จิ ัยสรา้ งขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 83.92/84.81 ซ่งึ สูงกวา่ เกณฑท์ ่ีต้ังไว้
80/80 นักเรียนท่ีเรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี
นยั สำคญั ทางสถิติทร่ี ะดับ .01
พระมหาเสง่ียม มณี วงษ์ (2550:81) ได้ทำการวิจัย ผลการเรียนรู้ เรื่องวั นสำคัญทาง
พระพุทธศาสนาและศาสนพิธี กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรมโดยใช้วิธีสอนแบบปุจฉา
วสิ ชั นากบั วธิ ีสอนแบบปกติ สำหรับนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 ผลการวิจัยพบวา่ ผลการจัดการเรียนรู้โดย
วธิ ีสอนแบบปุจฉาวิสัชนามีค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 72.87 คะแนน และตามวิธีสอนแบบปกติมีค่า
ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 70.87 คะแนน ผลการจัดการเรียนรู้เรื่องวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
และศาสนพิธี ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 6 โดยใชว้ ิธสี อนแบบปจุ ฉาวิสัชนากับวธิ ีสอนแบบปกติ มีความแตกตา่ งกัน
และนักเรยี นมคี วามพึงพอใจตอ่ วิธีสอนแบบปุจฉาวิสชั นาอยู่ในระดับมาก
จตุพร เตียตระกูล (2553:บทคัดย่อ) ได้ทำการวิจัยเร่ือง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ กลุ่มสาระ
การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดย
ใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4MAT ผลการวิจัยพบว่า การเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4MAT มี
ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80.17/82.62 ซ่ึงเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ ดัชนีประสิทธิผล เท่ากับ
0.7245 แสดงวา่ นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนรอ้ ยละ 72.45 นักเรยี นมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นหลัง
เรียนสูงกวา่ ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 และนักเรียนท่ีเรียนโดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
เรื่องหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ 4MAT มีความพึง
พอใจอย่ใู นระดับมาก
เยาวเรศ พันธ์โนราช (2554:91) ได้วิจัยเร่ือง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บทเรียน
สำเร็จรูปประกอบการสอนตามหลกั ไตรสิกขา เรอ่ื ง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม
ศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 ผลการวิจัยพบว่า (1) บทเรียนสำเร็จรูปท่ีสร้างขึ้นมี
ประสิทธิภาพ 85.65/86.61 (2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทาง
สถิติท่ีระดับ .05 (3) นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 มีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป
ประกอบการสอนตามหลักไตรสกิ ขา เรื่อง หลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนา โดยรวมอยใู่ นระดับพอใจมาก
ลำภรณ์ พิสถาน (2554:บทคัดย่อ)ได้วิจัยเร่ือง การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการใช้
บทเรียนสำเร็จรูป เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และ
วฒั นธรรม ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรียนบ้านโนนมว่ ง อำเภอนากลาง จงั หวดั หนองบวั ลำภู ผลการวจิ ัยพบว่า
บทเรยี นสำเรจ็ รปู เรอื่ ง วันสำคญั ทางพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.54/85.13 ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนโดยใช้
บทเรียน เรื่อง วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน 15.63 คะแนนเฉล่ียหลังเรียน25.06 และคะแนนเฉลี่ย
เพิ่มขึ้นเท่ากับ 9.43 ของคะแนนก่อนเรียน คะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ
.05 ความพึงพอใจท่ีมีต่อบทเรียนสำเร็จรูป เร่ือง วันสำคัญ ทางพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 โดยมี (ค่าเฉล่ีย=4.16 , S.D. = 0.22) ซ่ึงอยู่ใน
ระดบั พึงพอใจในระดบั มาก
2.2 งานวิจยั ในตา่ งประเทศ
บูธ (Booth. 1998 : 2980-A) ได้ทำการสำรวจเกี่ยวกับธรรมชาติของทักษะในการรับรู้ของเด็ก
จากการใช้ส่ือประเภทที่ไม่ใช่วีดิโอเพื่อการศึกษากับการใช้บทเรียนการ์ตูนท่ีเป็นภาพเคล่ือนไหวเพ่ือประเมิน
ทกั ษะด้านการรบั รูท้ างสตปิ ญั ญาและด้านอารมณ์ของเด็กจากการชมบทเรยี นการต์ ูนทเี่ ป็นภาพเคลื่อนไหวกลุ่ม
ตัวอย่างเป็นนักเรียนเกรด 4 จำนวน 104 คน ซ่ึงทำการศึกษาตัวแปร 4 ตัว คือ เพศ เชื้อชาติ ฐานะทาง
เศรษฐกจิ และผลสัมฤทธทิ์ างวิชาการ โดยมีเครอื่ งมือเป็นแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียน แบบสัมภาษณ์
ผลการทดลอง พบว่า (1) นักเรียนสามารถเกิดทักษะในการเรียนรู้ด้านสติปัญญาจากการชมบทเรียนการ์ตูนท่ี
เป็นภาพเคล่ือนไหว (2) นักเรียนสามารถใช้ทักษะการคิดในระดับสูงเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการเกิดการ
เรียนรู้ทางด้านสติปัญญา (3) เพศ เชื้อชาติ ฐานะทางเศรษฐกิจ และผลสัมฤทธ์ิทางวิชาการ ไม่ส่งผลต่อการ
เกดิ ทกั ษะด้านการรับรู้ทางสติปัญญาของนักเรยี นจากการชมบทเรียนการ์ตนู ท่ีเป็นภาพเคล่ือนไหว
วอลซ์ (Walsh. 1999 : 1896-A) ได้ศกึ ษาวจิ ัยเกี่ยวกบั ทัศนคตขิ องนักศึกษาชาวญี่ปุ่นในเร่ืองการ
จัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบท่ีมีความสอดคล้องกับลักษณะทางวัฒนธรรม โดยทำการเปรียบเทียบ
ระห ว่างการจัดการเรียน การสอน โดย ใช้ บ ทเรีย นการ์ตู น กั บ การเรียน การสอน โดย วิธีบ รรย าย ใน ช้ัน เรีย น
ผลการวิจยั พบว่า การใช้บทเรียนการ์ตูนเป็นวิธกี ารจัดการเรียนการสอนท่ีมีประสิทธิภาพสำหรับนักศึกษาชาว
ญี่ปุน่ โดยไม่สง่ ผลกระทบตอ่ บคุ ลิกลักษณะสว่ นตวั ดง้ั เดมิ ของเขา
สตอลล์ (Stall. 2001 : 5274-B) ได้ทำการวิจัยสำรวจประสิทธิภาพของการใช้บทเรียนการ์ตูน
ประกอบการเรียนการสอน เรื่อง การใช้บทเรียนการ์ตูนประกอบการสอนเร่ืองคำที่มีหลายความหมาย โดยใช้
ประชากรที่มีอายุระหว่าง 8-10 ปี จำนวน 23 คน ผลการทดลองพบว่า (1) การสอนโดยใช้บทเรียนการ์ตูน
กับการสอนโดยวิธีปกติมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (2) นักเรียนที่ได้รับการสอนโดยบทเรียน
การ์ตูนประกอบมีความสามารถด้านการเรียนรู้เพ่ิมข้ึน (3) นักเรียนท่ีได้รับการสอนโดยใช้บทเรียนการ์ตูน
ประกอบมคี วามสนใจในการอา่ นหนังสือเปล่ยี นไปจากเดมิ
จากการศึกษาผลงานการวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศพบว่า การใช้บทเรียนสำเร็จรูปใน
ลักษณะต่างๆ เม่ือเปรียบเทียบกับวิธีสอนแบบปกติ ปรากฏว่า การเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปมี
ประสิทธภิ าพมากกว่าการสอนแบบปกติ และเมื่อทำการทดสอบหลังเรียนของบทเรียนสำเร็จรปู นักเรียนจะ
มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังน้ัน บทเรียนสำเร็จรูปจึงเป็น
เครอื่ งมอื ทส่ี ามารถจะนำไปใชป้ ระกอบการจดั การเรียนการสอนได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
๕. วธิ ีดำเนนิ การสร้าง/พัฒนานวตั กรรมการเรียนการสอน
๑.๑ ศกึ ษาหลกั สตู รกลุ่มสาระการวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนวดั หนองมะคงั สำนักงาน
เขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต ๓ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ แนวทางตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) ศกึ ษาตัวช้ีวัด หรือจดุ ประสงค์
การเรยี นรู้ สมรรถนะทสี่ ำคัญของผู้เรยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้เรียนตามหลักสตู รกำหนด เพ่ือ
กำหนดขอบเขตสาระการเรยี นรู้และหน่วยการเรียนรทู้ ี่จะทำการทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง
๑.๒ รว่ มกิจกรรมชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community:PLC )
ทราบปัญหาและหาแนวทางในการแก้ไข
๑.๓ ศกึ ษารายละเอยี ดเกี่ยวกับหลักการ เทคนิคและวิธีการสรา้ งบทเรียนสำเร็จรูปจากหนังสอื
และเอกสารรวมทงั้ งานวจิ ยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง เพือ่ เปน็ แนวทางในการสร้างบทเรียนสำเร็จรปู ให้ถกู ต้องตามขัน้ ตอน
อยา่ งเปน็ ระบบ
๑.๔ กำหนดสาระการเรียนรู้ ผลการเรียนรทู้ ี่คาดหวงั และหน่วยการเรียนรรู้ ายวิชาวทิ ยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
๑.๕ ดำเนนิ การสรา้ งบทเรยี นสำเร็จรปู เร่ือง สัตว์และประเภทของสัตว์ รายวิชาวทิ ยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี สำหรบั นกั เรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
๑.๖ นำบทเรียนสำเรจ็ รูปไปใชก้ ับกลุ่มตัวอยา่ ง คือนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๔ โรงเรียน
วดั หนองมะคงั สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศกึ ษาพษิ ณุโลก เขต ๓ จำนวนนกั เรยี น ๑๙ คน
๑.๗ สรปุ /รายงานผลการใช้นวตั กรรม บทเรียนสำเรจ็ รปู เร่ือง สตั วแ์ ละประเภทของสัตว์
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔
๖. ผลการพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอน
1. ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของนกั เรยี นชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ ทีเ่ รียนโดยใช้ประยกุ ต์ใชบ้ ทเรยี น
สำเรจ็ รปู เรอ่ื งสัตว์และประเภทของสัตว์ รายวิชาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี พบว่า หลงั เรยี นสูงกวา่ ก่อน
เรียนอย่างมนี ยั สำคัญทางสถิตทิ ่ีระดับ .05
2. นักเรยี นมคี วามพงึ พอใจหลงั จากที่เรยี นโดยใช้ประยุกตใ์ ช้บทเรยี นสำเร็จรูป เร่อื งสัตวแ์ ละประเภท
ของสัตว์ รายวิชาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 มีความพึงพอใจโดยภาพรวมท้ังหมด
อยู่ในระดบั มาก
๗. การเผยแพร่นวตั กรรมการเรยี นการสอน
เผยแพร่นวตั กรรมบนเว็บไซด์ https://anyflip.com/homepage/djkwa
ลงชอื่ ผู้สร้าง/พฒั นานวตั กรรม
(นางสาวพชั รนิ ทร์ กองจิว)
ตำแหนง่ ครู
ภาคผนวก
ภาพการใช้บทเรียนสำเรจ็ รูป เร่อื งสัตว์และประเภทของสัตว์
รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันประถมศึกษาปีที่ 4