The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ope1355, 2021-05-22 23:14:05

การพัฒนาระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสำหรับทุกสรรพสิ่ง

ขอบคุณผู้เผยแพร่ เจตนาเพื่อรวบรวมเป็นข้อมูลส่วนตัวเท่านั้น

รายงานวจิ ัย

การพฒั นาระบบควบคมุ อปุ กรณภ์ ายในโรงงานขนาดย่อม
ดว้ ยเทคโนโลยไี รส้ ายผา่ นแอปพลเิ คชนั บนอุปกรณ์เคลื่อนท่ี

ภายใต้แนวคิดอินเทอรเ์ นต็ สาหรบั ทกุ สรรพสิง่

Development of a small plant-based device control
system with wireless technology through mobile
applications on the Internet of Things concept.

โดย
ชนิ วจั น์ งามวรรณากร
สทุ ัศน์ รงุ่ ระวิวรรณ

อมรเทพ มณเี นียม

ไดร้ ับทุนอุดหนุนจากงบประมาณบารุงการศกึ ษาประจาปี 2561
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา



หวั ข้อวจิ ัย การพัฒนาระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยี ไร้สายผ่าน
แอปพลเิ คชันบนอุปกรณ์เคลื่อนทภี่ ายใต้แนวคดิ อินเทอร์เน็ตสาหรบั ทุกสรรพสง่ิ
ชอ่ื ผู้วิจยั
ชนิ วจั น์ งามวรรณากร
คณะ สทุ ัศน์ ร่งุ ระววิ รรณ
มหาวิทยาลยั อมรเทพ มณเี นียม
ปีงบประมาณ มนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์
ราชภฎั ยะลา
2561

บทคดั ย่อ

การวจิ ัยครั้งนี้มวี ัตถปุ ระสงค์ 2 ประการคอื 1)เพื่อพัฒนาระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงาน
ขนาดย่อมผ่านแอปพลิเคชันภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพสิ่ง 2)เพ่ือทดสอบประสิทธิภาพ
ของระบบระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมผ่านแอปพลิเคชัน ภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ต
สาหรับทุกสรรพสิ่ง โดยได้มีพัฒนาระบบตามข้ันตอนการพัฒนาระบบ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ประกอบการ
โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ท่ีมีความต้องการจัดการเก่ียวกับระบบไฟส่องสว่างในโรงงานและระบบรักษาความ
ปลอดภัยโดยใช้กล้องวงจรปิดในโรงงาน การพัฒ นาระบบได้ใช้อุปกรณ์ Arduino และเขียน
โปรแกรมควบคมุ โดยใชภ้ าษา C++ และพัฒนา App บนอปุ กรณ์เคลื่อนท่ีด้วย App Inventer ผลจาการ
ทดลองระบบดังกล่าวทาให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมการเปิดปิดไฟส่องสว่างในโรงงานและระบบ
ความปลอดภัยจากกล้องวงจรปดิ ได้ ผลการประเมินประสทิ ธิภาพของระบบควบคมุ อปุ กรณ์ภายในโรงงาน
ขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคล่ือนที่ภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสาหรับ
ทุกสรรพสงิ่ โดยภาพรวมอยใู่ นระดับมากมีคา่ เฉลีย่ อยูใ่ นระดบั X = 4.19 และ S.D. = 0.83

คาสาคญั : อนิ เทอร์เนต็ สาหรับทุกสรรพสิ่ง , โรงงานขนาดย่อม , Arduino



Thesis title Development of a small plant-based device control system with wireless
technology through mobile applications on the Internet of Things
concept.

Researcher Chinawat Ngamwannakorn
Suthat Rungrawiwon
Amornthep Maniniam

Faculty Humanities and Social Sciences
University Yala Rajabhat
Year 2018

Abstract

The purpose of this research is to: 1) Develop a small plant-based device
control system through an internet based application for all thing. 2) To test the
efficiency of the small plant equipment control system through the application. Under
the concept of internet for all things. The system has been developed in accordance
with the system development. The sample is a furniture factory operator. There is a
need to manage lighting in the factory and security system using CCTV in the factory.
Developed using Arduino devices and written in C ++ programming language and
developed on mobile app with App Inventer, the system enables operators to control
the turn on of factory lighting and security systems. The results of the evaluation of the
efficiency of the equipment control system in small factories with wireless technology
through mobile applications under the concept of Internet for all things, the overall
level is very high with the average level = 4.19 and SD = 0.83

Keyword : Internet of Things , Small plant-based , Arduino



กติ ติกรรมประกาศ

งานวจิ ัยเรอ่ื ง การพฒั นาระบบควบคมุ อุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดยอ่ มดว้ ยเทคโนโลยไี ร้สาย
ผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคล่ือนที่ภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพสิ่ง สาเร็จลงได้ด้วย
ความร่วมมือของทมี งานวิจัยและผู้ทรงคุณวฒุ ิทุกทา่ นท่ชี ่วยตรวจสอบงานวจิ ัย พรอ้ มให้คาแนะนาอัน
เปน็ ประโยชนส์ าหรับการทาวจิ ัย คณะผู้วิจยั ขอขอบคณุ ทา่ นเป็นอยา่ งสงู มา ณ โอกาสนี้

คณะผู้วจิ ัย

จ หนา้

สารบัญ ข

เรอื่ ง ง
บทคดั ย่อภาษาไทย ฉ
Abstract ช
กิตติกรรมประกาศ 1
สารบัญ 1
สารบัญตาราง 2
สารบญั ภาพ 2
บทที่ 1 บทนา 2
2
ความเป็นมาและความสาคญั ของการวิจัย 3
วัตถุประสงค์การวิจัย 4
ขอบเขตการวิจยั 4
สถานทีด่ าเนินการโครงการวจิ ัย 7
ผลทีค่ าดวา่ จะไดร้ ับ 8
นยิ ามศพั ท์เฉพาะ 15
บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวข้อง 20
ไมโครคอนโทรเลอรแ์ ละบอร์ด Arduino 22
ระบบปฏบิ ัตกิ ารแอนดรอยด์ (Android operating system) 24
อนิ เทอร์เนต็ สาหรับทุกสรรพสิ่ง (Internet Of Things : IoT) 24
เทคโนโลยี Internet of Things และนโยบาย Thailand 4.0 24
โรงงานขนาดยอ่ มและโรงงานอัจฉรยิ ะ(Smart Factory) 26
งานวจิ ัยที่เกยี่ วข้อง 27
บทท่ี 3 วิธดี าเนินการวจิ ยั
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
เคร่อื งมือท่ีใชใ้ นการวิจัยและข้ันตอนการสรา้ งเคร่ืองมือ
การเก็บรวบรวมข้อมลู
สถิตทิ ี่ใช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล



สารบัญ (ตอ่ ) หนา้
29
บทที่ 4 ผลการวิจยั 29
ผลการดาเนินงานตามวตั ถุประสงค์ 32
ผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อม
ด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนท่ีภายใต้แนวคิด 34
อินเทอรเ์ น็ตสาหรบั ทุกสรรพสิง่ 34
34
บทท่ี 5 สรุป อภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ 35
สรุปผลการวจิ ยั 36
อภปิ รายผลการวิจัย 37
ขอ้ เสนอแนะ 38

บรรณานุกรม 40
ภาคผนวก 45

ภาคผนวก ก รายนามผ้เู ชย่ี วชาญและหนังสือเชิญเป็นผู้เช่ียวชาญตรวจสอบ 48
เครอื่ งมอื วจิ ยั

ภาคผนวก ข แบบประเมินคุณภาพเครื่องมือวิจัย
ภาคผนวก ค แบบประเมินประสิทธิภาพระบบควบคมุ อปุ กรณ์ภายในโรงงาน

ขนาดย่อมดว้ ยเทคโนโลยีไรส้ ายผา่ นแอปพลิเคชนั บนอุปกรณ์
เคลอื่ นที่ภายใตแ้ นวคดิ อินเทอรเ์ นต็ สาหรับทุกสรรพสง่ิ
ประวตั ินกั วิจัย



สารบญั ตาราง

ตารางท่ี หน้า

4.1 ตารางจานวนและรอ้ ยละ ข้อมลู ส่วนตวั ของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามกล่มุ ผูใ้ ช้งาน 32
4.2 แสดงผลการประเมนิ ประสทิ ธิภาพของระบบควบคมุ อุปกรณภ์ ายในโรงงานขนาดย่อมดว้ ย 33

เทคโนโลยีไรส้ ายผา่ นแอปพลเิ คชนั บนอปุ กรณเ์ คลื่อนทภ่ี ายใต้แนวคดิ อินเทอรเ์ น็ตสาหรบั
ทกุ สรรพสิ่ง



สารบญั ภาพ

หนา้

ภาพท่ี 2.1 โครงสร้างทัว่ ไปของไมโครคอนโทรลเลอร์ 4

ภาพที่ 2.2 บอร์ด Arduino 5

ภาพที่ 2.3 บอร์ด NodeMCU 6

ภาพท่ี 2.4 ตวั อยา่ งคาสง่ั ในภาษา C++ 6

ภาพที่ 2.5 ระบบปฏิบตั ิการแอนดรอยด์ 8

ภาพที่ 2.6 สถาปตั ยกรรม Internet of Things 14

ภาพที่ 2.7 แผนทจ่ี ากการวดั ความช้ืนในพืน้ ที่เพาะปลกู ผา่ นเซน็ เซอรใ์ นระบบของ GeoVantage 17

ภาพท่ี 2.8 ระบบโรงงานดจิ ิทัลอัจฉริยะ 21

ภาพที่ 4.1 ภาพรวมการทางานของระบบ 29

ภาพท่ี 4.2 ระบบควบคุมอุปกรณภ์ ายในโรงงานดว้ ย App ในระบบปฏบิ ตั ิการ Android 30

ภาพที่ 4.3 ภาพการทดลองใช้ App ในการเปิดสปอร์ตไลท์ 30

ภาพท่ี 4.4 ภาพการทดลองใช้ App ในการปดิ สปอร์ตไลท์ 31

ภาพที่ 4.5 ภาพการทดสอบระบบกบั การเปดิ ไฟส่องสว่างในโรงงาน 31

ภาพท่ี 4.6 การจับภาพในสถานประกอบการผา่ นกลอ้ ง 32

1

บทที่ 1
บทนำ

ควำมเป็นมำและควำมสำคญั ของกำรวิจยั

ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มีการพัฒนาอุปกรณ์เคร่ืองมืออานวย
ความสะดวกมากมาย ทาให้ชีวิตมนุษย์มีความสะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคท่ีอินเทอร์เน็ตมี
การใช้งานอย่างกวา้ งขวางและได้มีอปุ กรณ์ท่ีเช่ือมต่อระบบอินเทอร์เน็ตเพอ่ื การใช้งานตลอดเวลามาก
ข้ึนอย่าง เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ แทปเล็ต และอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น Smart Watch ทาให้การทางาน
ของมนุษย์มีการใช้งานผ่านอุปกรณ์เคล่ือนท่ีมากขึ้น นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร
ระยะ พ.ศ.2554-2564 ของประเทศไทย (National ICT Policy Framework 2011-2020) ได้
กาหนดวิสัยทัศน์ที่ว่า “ICT เป็นพลัง ขับเคล่ือนสาคัญในการนาพาคนไทยสู่ความรู้ และปัญญา
เศรษฐกิจไทย สู่การเติบโตอย่างย่ังยืน สังคมไทยสู่ความ เสมอภาค” กล่าวคือ “ประเทศไทย ในปี
พ.ศ.2563 จะมีการพัฒนาอย่างฉลาด การดาเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสังคมจะอยู่บนพ้ืนฐาน
ของความรู้และปัญญา โดยให้โอกาสแก่ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาอย่างเสมอ
ภาค นาไปสู่การเติบโตอย่างสมดุล และย่ังยืน (Smart Thailand 2020)” ซึ่งสอดคล้องกับ
ยุทธศาสตร์ที่ 6 จากกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คือ พัฒนาและประยุกต์ใช้
ICT เพ่ือลดความเหล่ือมล้า เศรษฐกิจและสังคมโดยสร้างความเสมอภาคของโอกาสในการ เข้าถึง
ทรัพยากรและบริการสาธารณะสาหรับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะบริการพื้นฐานท่ีจาเป็นต่อการ
ดารงชีวิตมสี ขุ ภาวะทด่ี ี

อุตสาหกรรมขนาดย่อม (Smalls Scale Industry) หมายถึง อุตสาหกรรมผลิตกรรม
(โรงงาน) หรือ อุตสาหกรรมบริภัณฑ์ซึ่งใช้คนงานและเงินทุนไม่มากนักจานวนคนงานไม่เกิน 50 คน
หากเป็นโรงงานที่ไม่ใชเ้ ครื่องจักร สาหรับโรงงานท่ีใช้เครือ่ งจักรจะต้องมีคนงานไม่เกิน 20 คน โดยใน
ปัจจุบันได้กาหนดความหมายของอุตสาหกรรมขนาดย่อมหรือขนาดเล็กโดยเอาเงินลงทุนเป็นเกณฑ์
คอื เงินทนุ ไม่เกิน 50 ลา้ นบาท

โรงงานอจั ฉริยะ (Smart factory) เปน็ วิวัฒนาการทางดา้ นการทางานของโรงงานแบบใหม่
ซึ่งการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันผ่านทางเครือข่าย เป็นข้ันตอนแรกที่จะนาไปสู่โรงงาน
อัจฉริยะ อย่างไรก็ดี อุปกรณ์และเคร่ืองจักรต่างๆที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอิเล็กทรอนิกส์มีความ
หลากหลายและแตกต่างกัน ดังน้ันการพัฒนาระบบท่ีสามารถเฝ้าติดตามสถานะของอุปกรณ์ต่างๆ จึง
เป็นเร่ืองท่ีทาได้ยากการหาวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถานะการผลิตจากอุปกรณ์

2

แต่ละแบรนด์ซ่ึงใช้โปรโตคอลในการเชื่อมต่อท่ีแตกต่างกัน เพ่ือนาข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์สาหรับ
การเฝา้ ตดิ ตามจากระยะไกล ลดค่าใชจ้ า่ ยในการซ่อมบารงุ และปฏิบัตกิ าร

อตุ สาหกรรมขนาดย่อมในพื้นที่จังหวัดยะลามีจานวนมาก ซ่งึ บางส่วนยงั ไม่ไดม้ ีระบบการ
ควบคุมหรือการบริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ดังน้ันทางผู้วิจัยจึงมีแนวคิดในการนา
ระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์
เคลื่อนท่ี ภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพสิ่งมาประยุกต์ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาด
ย่อมเพื่อเพ่ิมประสิทธิภาพในการดาเนินงานของโรงงานและเป็นแนวทางการนาไปประยุกต์ใช้กับ
โรงงานขนาดย่อมอืน่ ๆ ต่อไป

วตั ถปุ ระสงค์กำรวิจัย

1. เพื่อพัฒนาระบบระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมผ่านแอปพลิเคชันภายใต้
แนวคดิ อนิ เทอรเ์ น็ตสาหรบั ทุกสรรพส่ิง

2. เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของระบบระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมผ่าน
แอปพลเิ คชนั ภายใต้แนวคิดอินเทอรเ์ น็ตสาหรับทกุ สรรพสิ่ง

สถำนทีด่ ำเนินโครงกำรวิจัย

ผ้ปู ระกอบการผลติ เฟอร์นิเจอร์ ร้านไอดคี ัลเลอร์ ตาบลสะเตง อาเภอเมอื ง จงั หวัดยะลา

ขอบเขตกำรวิจยั

1. นาระบบควบคุมอุปกรณ์ที่พัฒนาข้ึนในแอนดรอยด์แอปพลิเคชันมาควบคุมระบบไฟฟ้า
ระบบความปลอดภยั ในโรงงาน

2. อุปกรณ์ควบคุมทางานแบบอัตโนมัติด้วยตัวตรวจจับ (Sensor) ออกคาส่ังผ่านเทคโนโลยี
ไร้สาย

3. สามารถควบคุมการเปิด-ปิดการใช้งานของอุปกรณ์ผ่านแอปพลิเคชันบนระบบปฏิบัติการ
แอนดรอยด์

ผลท่ีคำดว่ำจะไดร้ บั

1. สามารถนาแนวคิดในการควบคุมอุปกรณ์โรงงานขนาดย่อมด้วยแอปพลิเคชันตามแนวคิด
อินเทอร์เนต็ เพือ่ ทกุ สรรพสง่ิ ไปประยุกตใ์ ช้กบั โรงงานประเภทตา่ ง ๆ ได้

2. สามารถประหยัดพลังงานและลดคา่ ใชจ้ ่ายในโรงงานมากยิ่งขน้ึ
3. สามารถเพม่ิ ความสะดวกในการควบคุมจดั การอปุ กรณ์ในโรงงาน

3

นยิ ำมศัพทเ์ ฉพำะ

อินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things : IoT) หมายถึง เครือข่ายของวัตถุ
อปุ กรณ์ พาหนะ สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งของอ่ืนๆ ท่ีมวี งจรอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ และการ
เชื่อมต่อกับเครือข่าย ฝังตัวอยู่ และทาให้วัตถุเหล่าน้ันสามารถเก็บบันทึกและแลกเปล่ียนข้อมูลได้
อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งทาให้วัตถุสามารถรับรู้สภาพแวดล้อมและถูกควบคุมได้จากระยะไกลผ่าน
โครงสร้างพ้ืนฐานเครือข่ายที่มีอยู่แล้ว ทาให้สามารถผสานโลกกายภาพกับระบบคอมพิวเตอร์ได้
มากข้ึน ผลทต่ี ามมาคือประสทิ ธิภาพ ความแมน่ ยา และประโยชนท์ างเศรษฐกิจที่เพ่ิมมากขนึ้

โรงงาน ขน าดย่อ ม อุต สาห กรรม ขน าด ย่อม (Smalls Scale Industry) ห ม ายถึง
อุตสาหกรรม ผลิตกรรม (โรงงาน) หรือ อุตสาหกรรมบริภัณฑ์ ซ่ึงใช้คนงานและเงินทุนไม่มากนัก
จานวนคนงานไมเ่ กิน 50 คน หากเปน็ โรงงานที่ไมใ่ ชเ้ ครือ่ งจักร สาหรบั โรงงานทใ่ี ชเ้ คร่ืองจักรจะตอ้ งมี
คนงานไม่เกิน 20 คน โดยในปัจจุบันได้กาหนดความหมายของอุตสาหกรรมขนาดย่อมหรือขนาดเล็ก
โดยเอาเงินลงทนุ เป็นเกณฑ์คือ เงินทุนไม่เกนิ 50 ลา้ นบาท

ไมโครคอนโทรลเลอร์ (อังกฤษ: Microcontroller มักย่อว่า μC, uC หรือ MCU) คือ
อุปกรณ์ควบคุมขนาดเล็ก ซึ่งบรรจุความสามารถท่ีคล้ายคลึงกับระบบคอมพิวเตอร์ โดยใน
ไมโครคอนโทรลเลอร์ได้รวมเอาซีพียู, หน่วยความจา และพอร์ต ซ่ึงเป็นส่วนประกอบหลักสาคัญของ
ระบบคอมพิวเตอรเ์ ขา้ ไวด้ ้วยกัน โดยทาการบรรจเุ ข้าไวใ้ นหนว่ ยบรรจุเดยี วกนั

บอร์ด Arduino เป็นบอร์ดไมโครคอนโทรเลอร์ตระกูล AVR ท่ีมีการพัฒนาแบบ Open
Source คือมีการเปิดเผยข้อมูลทั้งด้าน Hardware และ Software ตัว เหมาะสาหรับผู้เริ่มต้นศึกษา
และผู้ใช้งานยังสามารถดัดแปลง เพ่ิมเติม พัฒนาต่อยอดท้ังตัวบอร์ด หรือโปรแกรมได้ใช้สาหรับ
ควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น ควบคุมการเปิดปิดระบบไฟฟ้า เช่ือมโยงกับระบบตรวจจับ
(Sensor) ความชน้ื และตั้งโปรแกรมให้รดนา้ ตน้ ไม้

ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เป็นระบบปฏิบัติบนอุปกรณ์เคลื่อนท่ีเช่นโทรศัพท์ แทปเล็ต
เป็นระบบปฏิบัติแบบเปิดเผยซอร์ฟแวร์ต้นฉบับ (Open Source) โดยบริษัท กูเกิ้ล (Google Inc.)
ท่ีได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เน่ืองจากอุปกรณ์ท่ีใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ มีจานวนมาก
อปุ กรณม์ ีหลากหลายระดับ หลายราคา รวมท้ังสามารถทางานบนอุปกรณ์ทม่ี ีขนาดหน้าจอ และความ
ละเอยี ดแตกตา่ งกันได้ ทาให้ผู้บริโภคสามารถเลอื กได้ตามตอ้ งการ

4

บทท่ี 2
เอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ียวข้อง

การจัดทางานวิจัยเรื่องการพัฒนาระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมด้วย
เทคโนโลยีไร้สายผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคล่ือนท่ีภายใต้แนวคิดอินเทอร์เนต็ สาหรับทุกสรรพส่ิง
คร้ังนี้ คณะผู้จัดทาได้ศึกษาค้นคว้างานเอกสาร บทความ ทฤษฏีและงานวิจัยต่าง ๆ ท่ีเก่ียวกับ
อินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพส่ิง(Internet of Things) เพื่อให้สามารถนาไปประยุกต์ในการพัฒนา
ระบบสาหรับธุรกิจโรงงานขนาดเล็ก ซึ่งหลักการทฤษฎีและผลการวิจัยท่ีเกี่ยวข้องมีรายละเอียด
ดังตอ่ ไปน้ี

ไมโครคอนโทรเลอรแ์ ละบอรด์ Arduino

ไมโครคอนโทรลเลอร์ (Microcontroller) เป็น บอร์ดควบคุมขนาดเล็ก เรียกว่า
ไมโครคอนโทรลเลอร์ เช่น Arduino Uno/Nano,NodeMCU ESP8266 ESP32 ฯลฯ โดยกลุ่มนี้จะ
ไม่มีระบบปฏิบัติการแตจ่ ะมีโปรแกรมจัดการภายในตัวเอง ซ่ึงเป็นโปรแกรมขนาดใหญ่ ดังน้ันบอรด์ ใน
กลุ่มน้ีจะมีหน่วยความจุไม่สูง ความเร็วหน่วยประมวลผลอยู่ในหลัก MHz เหมาะสาหรับงานที่ไม่
ซับซ้อน ได้แก่ การอ่านค่าจากเซ็นเซอร์ การส่งข้อมูลเซ็นเซอร์ขึนเซิร์ฟเวอร์ การประมวลผลด้วย
ลอจิคที่ไม่ซ้าซ้อนมากนัก การเอาต์พุตความคุมอุปกรณ์ การบันทึกเก็บข้อมูล ฯลฯ เช่น Smart
Home ดูแลความปลอดภัยในบ้าน ทาการตรวจจับผู้บุกรุกด้วยเซ็นเซอร์สวิตซ์หน้าต่างประตู
เซ็นเซอร์อินฟราเรด(PIR) แล้วแจ้งผ่านทางโทรศัพท์มือถือเจ้าของบ้าน ระบบควบคุมแขนกล ระบบ
ควบคมุ การเปิดปิดเครอื่ งใช้ไฟฟา้ (กอบเกียรติ สระอุบล, 2561 : 22-23)

ภาพท่ี 2.1 โครงสรา้ งทว่ั ไปของไมโครคอนโทรลเลอร์
ท่มี า www.Chokelive.com/blog/2013/07/Micro-Controller-Application.html

5

Arduino เป็นแพล็ตฟอร์มแบบเปิด(Open source Platform) ที่ได้รับความนิยมสูง
สาหรับงานด้านระบบอเิ ล็กทรอนกิ ส์ควบคมุ และด้าน IoT เน่อื งจากตัวฮาร์ดแวร์มีราคาสูง และใช้งาน
งา่ ย สามารถนาไปพัฒนาสร้างระบบควบคมุ และ IoT ได้หลากหลายโดยนาอปุ กรณ์ต่าง ๆ มาเสียบต่อ
กบั ตัวบอร์ด ได้แก่ เซน็ เซอร์ เซอร์โว รีเลย์ มอเตอร์ หลอดไฟ บลูทูธ GPS หรืออุปกรณ์อื่น ๆ จากน้ัน
เขียนโปรแกรมแล้วอพั โหลดเข้าตัวบอร์ดเพื่อให้ทางานอ่านค่าเซ็นเซอร์แลว้ ประมวลผลสงั่ งานอุปกรณ์
ได้ตามต้องการ โดย Arduino เหมาะสาหรับงานด้านการควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์หรืองาน
ประเภทที่ได้รับข้อมูลจากเซ็นเซอร์มาประมวลผลเบ้ืองต้นหรือส่งข้ึนเซิร์ฟเวอร์หรือคลาวด์
(กอบเกยี รติ สระอบุ ล, 2561 : 24)

ภาพท่ี 2.2 บอร์ด Arduino
ท่ีมา https://www.thaieasyelec.com/images/basic-electronics/interview-

arduino-part1/1.jpg
จุดเดน่ ของบอร์ด Arduino

1. การพัฒนาโปรแกรมสาหรับควบคุมบอร์ด มีรูปแบบคาส่ังพื้นฐาน ไม่ซับซ้อน
เหมาะสาหรับผเู้ ริ่มตน้ พัฒนา

2. Arduino Community มีกลุ่มผู้พัฒนาโปรกรม แลกเปล่ียนเรียนรู้การใช้งาน
บอรด์ Arduino ขนาดใหญ่

3. Open Hardware ทาใหผ้ ใู้ ชส้ ามารถนาบอรด์ ไปต่อยอดใช้งานไดห้ ลายดา้ น
4. Cross Platform สามารถพฒั นาโปรแกรมบนระบบปฏิบตั กิ ารหลายระบบ

NodeMCU (โหนด เอ็มซียู) คือ บอร์ดท่ีมีลักษณะเดียวกันกับ Arduino สามารถเชื่อมต่อ
WiFi รวมทั้งเขียนโปรแกรมด้วย Arduino IDE ได้เหมือนกับ Arduino มีราคาถูกเหมาะสาหรับผู้
เริ่มต้นศึกษาหรือทดลองใช้งาน Arduino, IoT หรือนาไปใช้จริง NodeMCU ประกอบด้วย

6

ESP8266 ซึ่งเป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ที่สามารถเชื่อมต่อ WiFi ได้ รวมกับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น
micro USB สาหรบั จา่ ยไฟและอัปโหลดโปรแกรม เป็นตน้

ภาพท่ี 2.3 บอรด์ NodeMCU
ทีม่ า https://poundxi.com/wp-content/uploads/2018/03/NodeMCU-V3.jpg
การเขียนโปรแกรมเพ่ือส่ังงานบอร์ด Arduino การเขียนโปรแกรมเพ่ือการส่ังงานบอร์ด
Arduino สามารถเขียนได้ด้วยภาษา C++ ภาษาซีของ Arduino จะจัดรูปแบบโครงสร้างของการ
เขียนโปรแกรมออกเป็นส่วนย่อยหลายส่วน โดยแต่ละส่วนเรียกว่า ฟังก์ชั่น และเม่ือนาฟังก์ช่ันมา
รวมเข้าด้วยกันจะเรียกว่าโปรแกรม โดยโครงสร้างการเขียนโปรแกรมของ Arduino โปรแกรมจะ
ประกอบดว้ ยฟังก์ชน่ั จานวนเท่าใดกไ็ ด้ แตอ่ ยา่ งน้อยต้องมฟี ังก์ช่ันจานวน 2 ฟังกช์ ่ัน คอื setup() และ
loop() ดงั รปู ที่ 2.4

ภาพท่ี 2.4 ตัวอยา่ งคาส่งั ในภาษา C++
ที่มา https://poundxi.com/wp-content/uploads/2018/07/Arduino-IDE-Code-Editor-
2.png

7

จากภาพที่ 2.3 โครงสรา้ งพ้นื ฐานของภาษาซที ใี่ ชก้ บั Arduino ประกอบดว้ ย 3 สว่ น คือ
1. Header ส่วนน้ีจะมีหรอื ไม่ก็ได้ ถ้ามีต้องกาหนดไว้ในส่วนเริ่มต้นของโปรแกรมซึ่งส่วนของ
Header ได้แก่ ส่วนท่ีเป็น Compiler Directive ต่างๆ รวมไปถึงส่วนของการประกาศตัวแปร และ
ค่าคงท่ีต่างๆทีจ่ ะใชใ้ นโปรแกรม
2. setup() เป็นฟังก์ช่ันหลักท่ีต้องกาหนดไว้ในโปรแกรมต้องประกาศไว้เสมอ ใช้สาหรับ
บรรจุคาส่ังในส่วนที่ต้องการให้โปรแกรมทางานเพียงรอบเดียวตอนเริ่มต้นทางานของโปรแกรมครั้ง
แรกเท่าน้ัน ซึ่งได้แก่คาสั่งเกี่ยวกับการ Setup ค่าการทางานต่างๆ เช่น การกาหนดหน้าที่การใช้งาน
ของ PinMode และการกาหนดค่าสาหรบั ใชง้ านพอรต์ สอ่ื สารอนุกรม เปน็ ต้น
3. loop() เป็นส่วนฟังก์ช่ันบังคับท่ีต้องกาหนดให้มีในทุกๆโปรแกรมเช่นเดียวกันกับฟังก์ช่ัน
setup() โดยฟังก์ช่ัน loop() จะใช้บรรจุคาสั่งท่ีต้องการให้โปรแกรมทางานเป็นวงรอบซ้ากัน
ไมร่ จู้ บซ่ึงถ้าเปรียบเทยี บกบั รปู แบบของ ANSI-C ส่วนนค้ี อื ฟังก์ชัน่ main()

ระบบปฏิบัตกิ ารแอนดรอยด์ (Android operating system)

ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ถูกพัฒนาโดยบริษัท แอนดรอยด์ (Android Inc.) ในปี พ.ศ
2546 พัฒนาโดยนาย แอนด้ี รูบิน (Andy Rubin) ต่อมาขายกิจการให้กูเก้ิลในเดือนสิงหาคม 2548
โดยทางกูเก้ิลยังให้นายแอนด้ี รูบิน ดาเนินงานอยู่ในทีมพัฒนาระบบต่อไป ระบบปฏิบัติการแอน
ดรอยด์พัฒนามาจากการนาเอาแกนกลางของระบบปฏิบัติการลินุกซ์ (Linux Kernel) พัฒนาต่อยอด
ให้สามารถทางานบนอุปกรณ์ขนาดเล็กเช่นโทรศัพท์เคล่ือนท่ี โดยมีหลายบริษัทให้ความสนใจนา
ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มาติดตั้งในผลิตภัณฑ์เช่น Samsung , HTC , LG และบริษัทอ่ืนๆ
เน่ืองจากเป็นระบบปฏิบัติการท่ีมีขนาดเล็กทางานได้อย่างมีประสิทธภาพ ทาให้ได้รับความนิยมอย่าง
รวดเร็ว ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถติดต้ัง
Application ได้หลากหลาย รองรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย มีการพัฒนาให้สามารถทางานใน
อุปกรณส์ วมใสเ่ ช่นนาฬกิ า แว่นตา และเกิดผลิตภณั ฑ์ใหมข่ นึ้ มากมาย

แอปพลเิ คชัน (โปรแกรมประยุกต)์ ในระบบแอนดรอยด์ สามารถดาวนโหลดได้ที่ กูเกลิ เพลย์
แอนดรอยด์มีแอปพลิเคชันที่เติบโตขึ้นเร่ือยๆ ซึ่งผู้ใช้สามารถซื้อและดาวน์โหลดได้จากกูเกิล เพลย์
หรือ แอมะซอน แอปสโตร์ และสามารถที่จะดาวน์โหลดไฟล์ APK ได้จากเว็บไซต์ต่างๆแอปพลิเคชัน
จากเพลย์สโตร์อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลด และ อัปเดต ได้จากกูเกิล และ นักพัฒนาท่ีพัฒนา
แอปนั้นๆ รวมไปถึงความสามารถในการติดต้ังกับอุปกรณ์ที่สามารถเข้ากันได้กับแอปพลิเคชันซ่ึง
นักพัฒนาอาจจากัดด้วยเหตุผลทางด้านอุปกรณ์, ประเทศ หรือเหตุผลทางธุรกิจ เม่ือซื้อแอปแล้ว
สามารถขอคืนเงินได้ภายใน 15 นาที หลังจากการดาวน์โหลด และบางผู้ให้บริการจะเก็บเงินด้วย
ใบเสร็จจากการซ้ือแอปบนกูเกิล เพลย์ ซ่ึงจะคิดเงินเพ่ิมเติมจากค่าใช้บริการรายเดือนปกติในเดือน

8

กนั ยายน พ.ศ. 2555 แอปพลเิ คชันสาหรับแอนดรอยดม์ ีมากถึง 675,000 แอป และมียอดดาวน์โหลด
แอปพลิเคชันจากเพลย์สโตร์ทั้งหมด 2.5 พันล้านครั้ง แอปพลเิ คชันจะเขยี นโดยใช้ภาษาจาวา และใช้
แอนดรอยด์ซอฟต์แวร์เดเวล็อปเมนต์คิต (Android software development kit) หรือ SDK โดย
เอสดีเคจะประกอบด้วยชุดเคร่ืองมือต่างๆ นานาในการพัฒนาแอปพลิเคชัน รวมไปด้วยตัวดีบัก,
แหลง่ รวมซอฟต์แวรต์ า่ งๆ, ตวั จาลองแฮนด์เซต, โคด๊ จาลอง และวิธใี ช้ตา่ งๆ (วกิ พิ ีเดีย, 2561)

ภาพที่ 2.5 ระบบปฏบิ ตั ิการแอนดรอยด์

อินเทอร์เนต็ สาหรบั ทกุ สรรพสง่ิ (Internet Of Things : IoT)

วิวัฒน์ มีสุวรรณ์ (2559) ได้ให้ความหมายของคาว่า อินเทอร์เน็ตเพื่อสรรพสิ่ง (Internet of
Things) หรือ IoT เป็นการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและการเพ่ิมขึ้น
ของข้อมูล สารสนเทศจานวนมาก (Big Data) จากอุปกรณ์หรือสรรพสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวให้
สามารถน ามาใช้ประโยชน์ ไดอ้ ย่างเหมาะสม

9

วิวัฒน์ มีสุวรรณ์ ได้ให้ความหมายของ Internet of things หรือสาหรับอินเทอร์เน็ตเพื่อทุก
สรรพส่ิงนั้นมีคาสาคัญสองคาคือคาว่า “Internet”ก็คือ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่
เชื่อมต่อ และส่ือสารกับคอมพิวเตอร์เคร่ืองหน่ึงไปยังอีกเคร่ืองหนึ่งได้ หรือจากเครือข่ายคอมพิวเตอร์
หน่ึงไปยังอีกเครือข่ายคอมพิวเตอร์หน่ึงได้ ส่วนคาว่า “Thing” หมายถึง สรรพส่ิงทุกอย่าง วัตถุหรือ
ส่ิงของ อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ โต๊ะ เก้าอี้ ปากกา ดินสอ เส้ือผ้า รองเท้า
ฯลฯ

ผู้อานวยการสานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (ทวีศักด์ิ กออนันตกูล,
2553) ได้กล่าวว่า Internet of Things จัดเป็นอันดับที่ 1 ของ 10 อันดับเทคโนโลยีท่ีน่าจับตามอง
สาหรับธุรกิจ จุดเร่ิมของความคิดนี้มาจากการติดบาร์โค้ด (Barcode) ที่สินค้าซึ่งต่อมาได้กลายเป็น
เทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) หรือการระบดุ ว้ ยป้ายชื่อทอ่ี า่ นด้วยคลืน่ วิทยุ

การเชื่อมอปุ กรณ์ต่าง ๆ เขา้ ด้วยกันด้วยเทคโนโลยี Sensor และระบบเครอื ข่ายอนิ เทอร์เน็ต
และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ เพื่อให้ได้ระบบอินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพสิ่งท่ีสามารถตรวจสอบ
วัดปริมาณ และออกคาสั่งให้อุปกรณ์เหล่านั้นทางานอย่างใดอย่างหนึ่งตามท่ีต้องการ เช่นระบบที่
เซ็นเซอร์ท่ีทาให้สาหรับฟาร์มอัจฉริยะ การดูแลสุขภาพโดยใช้ตัวเซ็นเซอร์จัดอัตราการเต้นของหัวใจ
และส่งข้อมูลสุขภาพไปวิเคราะห์โดยสถานบันสุขภาพ ผู้จัดการโรงงานสามารถเข้าถึงข้อมูลการผลิต
ล่าสุดโดยทันทีผ่านอุปกรณ์ส่ือสารเคลื่อนท่ี หรือเพียงแค่กดปุ่มก็สามารถเข้าถึงข้อมูลสินค้าคงคลังได้
ด้วยการใช้เซ็นเซอร์และโซลูชั่นสเ์ พื่อการวิเคราะห์

Internet of Things หรือ IoT เป็นกรอบแนวคดิ ของระบบโครงข่ายทรี่ องรบั การเชื่อมต่อกับ
อุปกรณ์ หลากหลายชนิต ตั้งแต่ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์โครงข่าย อุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ เซนเซอร์ และวัตถุต่างๆ เข้าด้วยกัน อันเป็นผลให้ระบบต่างๆสามารถ ติดต่อส่ือสาร
และทางานร่วมกนั ได้อย่างเป็นอัตโนมัติท้ังยังเป็นผลให้มนุษย์สามารถเขา้ ถึงขอ้ มูลได้หลากหลายยง่ิ ข้ึน
ควบคุมอุปกรณ์และระบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น IoT อาจถือเป็นแนวคิดใหม่ที่มีการ
กล่าวถึงไม่นานมานี้ แต่ IoT เป็นผลสืบเนื่องของการพัฒนาระบบ อนิ เทอร์เน็ต ซึง่ มีวัตถุประสงค์เพ่ือ
การสร้างโครงข่ายเพื่อเชือ่ มโยงอุปกรณ์ท่ีมีมาตรฐานแตกต่างกันให้สามารถส่ือสารกันได้ โดย IoT จะ
เปิดโอกาสให้มีการเช่ือมต่อในรูปแบบที่หลากหลายมากยิ่งข้ึน และรองรับอุปกรณ์ท่ี พัฒนาโดยผู้ผลิต
ท่ีมีเทคโนโลยีแตกต่างกันมากกว่าเดิม ในปัจจุบันสามารถจัดกลุ่มการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับ
โครงขา่ ยอินเทอร์เน็ต ไดต้ ามรูปแบบดงั ตอ่ ไปน้ี

1) การเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์สื่อสารระยะส้ัน (Short-Range Devices) เป็นรูปแบบการ
เช่ือมต่ออุปกรณ์ในระยะสั้นมากโดยใช้กาลังส่งต่ามากเหมาะการสื่อสารในพื้นท่ีครอบคลุมขนาดเล็ก
ซึ่งอยู่ในลักษณะการเช่ือมต่อระหว่างอุปกรณ์ (peer-to-peer) หรือ การเชื่อมต่อแบบโครงข่ายก็ได้
ตัวอย่างของการเช่อื มต่อในลกั ษณะดงั กลา่ วไดแ้ ก่ WiFi, Bluetooth, Z-Wave, ZigBee ฯลฯ

10

2) การเชื่อมต่อผ่านโครงข่ายโทรศัพท์เคล่ือนท่ี เป็นรูปแบบการให้บริการที่มีพ้ืนที่ครอบคลุม
กว้าง โดยอาศัย การเชื่อมต่ออุปกรณ์เคร่ืองลูกข่าย IoT เข้ากับโครงสร้างพ้ืนฐานของระบบ
โทรศัพท์เคล่ือนที่ที่มีอยู่แล้ว ตัวอย่างของการ เชื่อมต่อในลักษณะดังกล่าวได้แก่ เทคโนโลยี NB-IoT
และ LTE-M

3) การเชื่อมต่อผ่านโครงข่าย LPWAN เป็นรูปแบบการเชื่อมต่อผ่านโครงข่ายก าลังส่งต่
าบริเวณกว้าง Low Power Wide Area Network (LPWAN) โดยเน้นใช้งานในลักษณะการสื่อสาร
แบบ Narrow Band หรือ Ultra Narrow Band ท่ีมีอัตราการส่งข้อมูลต่ามาก ประหยัดพลังงานมาก
และมีราคาอุปกรณ์ต่อหน่วยท่ีต่า ตัวอย่างของการเชื่อมต่อในลักษณะดังกล่าวได้แก่ LoRaWAN,
SigFox, และ Ingenu ฯลฯ

4) การเชื่อมต่อผา่ นขา่ ยสอ่ื สารดาวเทียม ซ่งึ มีเหมาะสมกับการใช้งานท่ีมีพื้นท่ีครอบคลุมการ
ให้บริการที่กว้างมาก แต่การเชื่อมต่อดังกล่าวจะมีระยะเวลาการตอบสนอง (latency) ที่ช้ากว่าการ
เชือ่ มต่อรูปแบบอื่นๆ เนื่องจากระยะเวลาท่ีสญั ญาณเดินทาง ไป-กลับ ระหวา่ งอุปกรณ์ส่ือสารภาคพ้ืน
โลกและดาวเทยี ม

การประยกุ ตใ์ ช้งาน Internet of Things
การเกษตรแม่นยา (Precision Farming) การเกษตรแม่นยา อาศัยการทางานร่วมกันของ
ระบบเซ็นเซอร์ที่วัดความช้ืน ปริมาณแสงแดด อุณหภูมิ ระบบ ฐานข้อมูลพืช และระบบให้น้า ปรับ
ปริมาณแสง และระบบปรับอุณหภูมิ ท่ีทางานสอดคล้องกันเพ่ือสร้างสภาวะ แวดล้อมท่ีเหมาะสมต่อ
การเจริญเติบโตของพืชมากท่ีสุด และแม่นยาที่สุด ระบบดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้ เกษตรกร
ประหยัดและใช้ทรัพยากรเท่าท่ีจาเป็น ยังช่วยให้เกษตรกรสามารถประมาณการช่วงเวลาเก็บเกี่ยว
และ ปริมาณพืชผลท่ีจะได้อีกด้วย เช่น ของการรวบรวมและประมวลผลปริมาณความช้ืนในพ้ืนที่
เพาะปลูกที่เก็บจากโครงข่ายของเซนเซอร์ในระบบ Precision Farming ที่ช่วยเฝ้าระวังความชื้นและ
ความแห้งแล้ง โดยพ้ืนที่สีฟ้าแสดงพื้นท่ีท่ีมีความชื้นสูง พื้นที่สีเขียวแสดงพ้ืนที่ท่ีมีความชื้นต่า ซ่ึงช่วย
การแสดงผลดงั กลา่ วจะให้ เกษตรกรสามารถตดั สนิ ใจไดด้ ีข้ึนมนการควบคมุ ปริมาณนา้
อินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรม คือ โครงข่ายข้อมูลขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ เคร่ืองจักร
เครื่องวัด และระบบการควบคุมในระบบอุตสาหกรรมเข้าดว้ ยกนั การสง่ ข้อมูลผ่านโครงขา่ ยจะช่วยให้
อปุ กรณ์และระบบต่างๆมีการทางานท่ีแม่นยา สามารถทางานสอดคลอ้ งกันไดโ้ ดยไม่ตอ้ งการ การเก็บ
ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพของเคร่ืองจักรเช่น อุณหภูมิ การส่ัน การหมุน นอกจากจะช่วยตรวจสอบความ
ผิดปรกติของเคร่ืองจักรได้ ยังช่วยใช้คาดการณ์เวลาท่ี จาเป็นต้องเปลี่ยนอะไหล่ของอุปกรณ์เม่ือถึง
เวลาเสียได้ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอะไหล่ใหม่โดยไม่จาเป็นได้ นอกจากน้ีการเช่ือมต่อ
ข้อมูลระหว่างร้านสะดวกซ้ือ ระบบโลจิสติกส์ และโรงงาน จะช่วยให้สามารถ บริหารการผลิตและ
กระจายสินค้าให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น ซ่ึงประเทศไทยในฐานะท่ีมีสัดส่วนการผลิตใน

11

ภาคอุตสาหกรรมท่ีสูง จะมีโอกาสได้ประโยชน์จากการเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนที่ไม่
จาเป็น

ระบบคมนาคมและการจัดการโลจิสติกส์โครงข่าย IoT จะเข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนา
ระบบคมนาคมและการจัดการ โลจิสติกส์โดยช่วยสนับสนุนให้มีการเช่ือมต่อข้อมูลระหว่าง
ยานพาหนะด้วยกัน หรือ ระหว่างยานพาหนะและระบบควบคุมการจราจรอ่ืน เช่น ระบบสัญญาณ
การจราจร ระบบข้อมูลสภาพจราจร หรือ การนาเอาระบบดังกล่าวมาใช้กับระบบขนส่งมวลชนท่ีจะ
ช่วยให้การบริการมีความปลอดภัย สะดวก และตรงเวลามากย่ิงขึ้น นอกจากนี้ การนาระบบดังกล่าว
ไปใช้ในการขนส่งสินค้า จะทาให้สามารถทราบตาแหน่งยานพาหนะ ทราบสถานการณ์รับ-ส่งสินค้า
อันส่งผลให้การจัดการสินค้าคงคลังมีประสิทธิภาพมากยิ่งข้ึน ตัวอย่างของการใช้งานระบบติดตาม
ยานพาหนะ ในประเทศไทย

ระบบการจัดการพลังงานและสาธารณูปโภค (Utility Management) ระบบการจัด
การพลังงานและสาธารณูปโภคท่ีมีประสิทธิภาพจะต้องมีการตรวจวัดที่แม่นยา การประมวลผลใน
ภาพรวม และการประมาณการที่มีความเช่ือถือได้ ระบบ IoT จะถูกนามาประยุกต์ใช้ในลักษณะ การ
ตรวจวดั ระยะไกล (telemetry) เช่น ระบบ smart meter ซง่ึ มีความสามารถในการวัดปรมิ าณการใช้
สาธารณูปโภค หรือวัดคุณภาพสาธารณูปโภค ก่อนจะส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังหน่วยประมวลผลกลาง
เพ่ือใช้ในการ วิเคราะห์ในภาพรวมต่อไป ตัวอย่างของการประยุกต์ใช้งานประเภทน้ี คือ บริหารจัด
การพลังงานไฟฟ้าโดยใช้ระบบ โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (smart grid) ท่ีทาหน้าที่ตรวจวัดปริมาณการ
ใช้งานพลังงานไฟฟ้า และรวบรวมข้อมูลเพ่ือ ประมาณการค่าอุปสงค์ (demand forecast) การใช้
ไฟฟ้าในช่วงเวลาต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการควบคุม การจ่ายไฟฟ้า การวางแผนสร้างโรงไฟฟ้า
จัดการแหลง่ จ่ายพลงั งานไฟฟ้า และการคดิ ราคาค่าไฟฟ้าแบบสอดคล้อง กบั ค่าอปุ สงค์-อปุ ทาน

ระบบสาธารณสุขอัจฉริยะ (Smart Health) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT เพ่ือระบบ
สาธารณสุขอัจฉริยะสามารถทาได้โดยการใช้อุปกรณ์ IoT ที่เก็บ ข้อมูลสุขภาพ และสัญญาณทาง
ร่างกาย (bio signals) เช่น สญั ญาณชีพจร ความดนั โลหิต คุณภาพการนอน การเคลื่อนท่ี การหายใจ
ผ่านการใช้อุปกรณ์สวมใส่ (wearable devices) เพื่อรวบรวมและประมวลผลออกมาเป็น ข้อมูล
สขุ ภาพ และอาการเจบ็ ป่วย ซึง่ สามารถเก็บข้อมูลการเจ็บป่วยทมี่ ีประโยชน์ต่อการวินิจฉยั ก่อนท่คี นไข้
มาถึง การดูแลของแพทย์ การคาดการณ์และการวินิจฉัยการเจ็บป่วยล่วงหน้า (predictive
diagnostic) การแจ้งเตือน การเจ็บป่วยทันที และระบบติดตามการแพร่กระจายของโรค ซึ่งข้อมูล
และค่าสถิติการเจ็บป่วยและสุขภาพของ กลุ่มประชาชนโดยรวมจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนทาง
สาธารณสุข

ระบบเทคโนโลยีการเงิน (Fintech) เทคโนโลยี IoT สามารถเข้ามามีบทบาทสนับสนุน
เทคโนโลยีทางการเงินได้หลายรูปแบบ เช่น ระบบการจ่ายเงินอัตโนมัติ(auto-payment) ในร้านค้า

12

ปลีก ระบบการจ่ายเงินโดยผ่านอุปกรณ์สวมใส่ (wearable devices) และโทรศัพท์เคล่ือนที่ รวมถึง
สามารถทางานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ เช่นในโรงงานอุตสาหกรรม ในงาน เกษตรกรรม เพื่อสั่งซื้อและ
จ่ายเงินวัสดุอุปกรณ์ วัตถุดิบอย่างอัตโนมัติ นอกจากภาคส่วนที่เก่ียวข้อง ประเทศไทยยังสามารถนา
Internet of Things มาช่วยสนับสนุนการสร้าง คุณค่าและเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิตและการ
ให้บริการในภาคส่วนอ่ืน เชน่ การท่องเทยี่ ว คา้ ปลกี และการจัดการ ข้อมูลกลางภาครัฐ
(เทคโนโลยี Internet of Things และนโยบาย Thailand 4.0 , 2560)

ประโยชน์ของ Internet of Things
เมื่อ Internet of Things เร่ิมเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตประจาวันเพ่ิมมากข้ึน (Michael S
Smith, 2015) ย่อมส่งผลใน 3 ระดบั คือ
1. ระดับบุคคล (Personal Use) โดย Internet of Things จะเปล่ียนแปลงวิถีการดาเนิน
ชีวิตของทุกคนการส่ือสารกับอุปกรณ์ตา่ ง ๆ สามารถทาไดง้ ่าย ข้อมูล จานวนมาก จะส่งตรงไปยังผู้ใช้
การอานวยความสะดวกในการใช้งานและบริการการต่าง ๆ จะเปล่ียนแปลงไปจากเดิม เช่น สามารถ
ส่งข้อมลู ความดนั โลหิต ระดับน้าตาลในเลอื ด หรือข้อมลู อื่น ๆ ท่ีหมอตอ้ งการ ท่ไี ด้จากการเคร่ือง
วัดสุขภาพ ที่เป็นอุปกรณ์คอยติดตามและรายงานความเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพต่างๆ ของแต่ละ
บุคคลได้ หรือเซนเซอร์ที่ติดอยู่บนรถเมื่อประสบอุบัติเหตุจะส่งข้อมูลไปยังรถฉุกเฉินเพื่อแจ้งเตือนไป
ยังการเกิดอุบัติเหตุ และทาการค้นหาผ่านระบบตาแหน่งทางภูมิศาสตร์ นอกจากน้ี Internet of
Things จะนาไปสู่ “สมาร์ทโฮม (Smarthome)” หรือบ้านอจั ฉริยะ ทีส่ ามารถปรบั อณุ หภมู ิ เปิด-ปิด
ไฟภายในบ้าน เปิด-ปิดประตูโรงรถได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือตู้เย็นท่ีสามารถติดตาม รายงาน
ขอ้ มลู อาหารที่อยภู่ ายในตู้เย็นได้
2. ระดับรัฐบาล (Government Use) การเข้ามาของเทคโนโลยี Internet of Things
นาไปส่แู ผนและกลยุทธใ์ นการพฒั นาประเทศของหลาย ๆ ประเทศ ที่ตอ้ งปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์หรือ
นโยบายโดยนาเอาแนวคิด Internet of Things มาเป็นเครือ่ งมอื ในการนาประเทศไปสู่ “Smart
cities” ขนึ้ เพื่อช่วยให้การบรหิ ารจดั การทรัพยากรต่าง ๆ ด้วยสามารถทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลดค่าใชจ้ ่ายใช้ทรพั ยากรอย่างคุม้ คา่ ตัวอย่างเช่น ประเทศสงิ คโปร์ ได้ทาใชร้ ะบบการเชื่อมต่ออุปกรณ์
อัจฉริยะกับรถแท็กซ่ี เพ่ือให้รถแท็กซ่ีส่งข้อมูลรายงานสภาพการจราจรบนท้องถนนโดยมีเซ็นเซอร์ท่ี
คอยจดั ส่งขอ้ มลู ไปยงั ศูนยก์ ลางของเครือข่ายและการวเิ คราะหท์ านายรูปแบบการจราจรและควบคุม
สัญญาณไฟจราจรเพือ่ ปรับเปล่ียนเส้นทางให้สอดคล้องกับสภาพการจราจรสาหรับประเทศไทย กาลัง
มีการปรับเปล่ียนโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ “Value-Based Economy” หรือเศรษฐกิจที่ขับเคล่ือน
ด้วยนวัตกรรม เปลี่ยนการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่สินค้าเชิงนวัตกรรม เปลี่ยนจากการขับเคล่ือน
ประเทศด้วยอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนดว้ ยเทคโนโลยี ความคดิ สร้างสรรค์ และนวัตกรรม และ

13

เปลย่ี นจากการเน้นภาคการผลติ สนิ คา้ ภาคบรกิ ารมากข้นึ ทีเ่ รยี กว่า “ประเทศไทย 4.0” โดยแนวคดิ น้ี
เปน็ การมุ่งพฒั นาวทิ ยาการดา้ นวทิ ยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี ความคดิ สร้างสรรค์ นวตั กรรม ด้วยการวิจยั
และพัฒนา ในด้านต่าง ได้แก่ ด้านอาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ ด้านสาธารณสุข สุขภาพ
และเทคโนโลยีทางการแพทย์ ด้านเครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และระบบเคร่ืองกลท่ีใช้ระบบ
อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งด้านดิจิตอล ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัวและเทคโนโลยี
อินเตอรเ์ นต็ ทเ่ี ช่ือมตอ่ และบังคับอุปกรณต์ า่ งๆ (Internet of Things) จากนโยบายดังกลา่ วยอ่ ม
ทาให้ทุกภาคส่วนต้องขับเคล่ือนนโยบายไปสกู่ ารปฏิบัตใิ ห้ได้ ซึ่งทางดา้ นการศกึ ษาเป็นภาคสว่ นหนง่ึ ท่ี
สาคัญที่จะทาให้การ Internet of Things สามารถเข้าถึงและเป็นจริงได้ ด้วยการเตรียมความพร้อม
ทั้งการผลิตคนและการผลิตนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่การใช้งาน Internet of
Things

3.ระดับโลก (Global Use) เป็นผลจากพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนท่ัวโลก ส่งผลให้
การพัฒนา Internet of Thing มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว ทุกคนท่ัวโลกสามารถเข้าถึงบริการ
Internet of Thing ได้จากเครือข่ายทั่วโลก จากผลการสารวจสถิติการใช้อินเทอร์เน็ตของ
InternetLiveStats.com (เมื่อวันท่ี 26 มีนาคม 2562) มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตท่ัวโลกจานวน
4,183,775,988 คน มีจานวนเวบ็ ไซต์ 1,675,458,791 เวบ็ ไซต์
(ววิ ฒั น์ มีสวุ รรณ,2559 : 86-87)

สถาปตั ยกรรมอินเทอรเ์ น็ตเพ่ือสรรพสิ่ง(Internet of Things Architecture)
สถาปัตยกรรมอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IoT) มีสามองค์ประกอบหลักท่ีโดยท่ัวไปจะอ้างอิงถึงใน
สถาปัตยกรรมอนิ เทอรเ์ น็ตในทุกส่งิ ดังน้ี
1) ส่ิงต่างๆ (Things) - อุปกรณ์ที่มีวิธีการในการเช่ือมต่อ (แบบใช้สายหรือแบบไร้สาย) เพื่อ
เขา้ สเู่ ครือข่ายที่กว้างขวางกว่า
2) เครือข่าย (Networks) - คล้ายกับเราเตอร์ที่บ้านของคุณ ในเครือข่ายหรือเกตเวย์จะ
เชอื่ มตอ่ ส่งิ ต่างๆ ไปยังระบบคลาวด์ (Cloud)
3) ระบบคลาวด์ (Cloud) – เซิร์ฟเวอร์ระยะไกลในศูนย์ข้อมูลที่ทาหน้าที่ในการรวมและเก็บ
ข้อมลู ของคณุ เอาไว้อยา่ งปลอดภยั (RS Components, 2559: goo.gl/K8ghmR)

14

ภาพที่ 2.6 สถาปัตยกรรม Internet of Things
ทีม่ า https://th.rs-online.com/euro/img/global/campaigns/i/iot-chart-final-th.png

ความเส่ียงจากระบบอนิ เทอร์เน็ตเพอ่ื ทุกสรรพส่งิ
จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศซ่ึงถูกนามาใช้ประโยชน์ในการทาธุรกรรมหรือ
การติดต่อสื่อสารจึงก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอ้ืออานวยต่อภัยคุกคามและการก่ออาชญากรรมทาง
คอมพิวเตอร์ที่สามารถส่งผลกระทบในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วและมีความรุนแรงมากข้ึนองค์กร
OWASP หรือ Open Web Application Security Project องค์กรพัฒนาระบบความปลอดภัยบน
ซอฟต์แวร์ได้ทาการวิจัยเพ่ือค้นหาความเสี่ยงหรืออันตรายที่มีต่อ IoT (TechTalkThai, 2015) สรุป
10 อันดับไดแ้ ก่
1. เว็บอินเตอร์เฟสไม่ปลอดภัยเกิดจากเว็บที่มีระบบลงทะเบียนผู้ใช้ไม่รัดกุม ส่งผลให้ข้อมูล
อาจถูกขโมยหรืออุปกรณอ์ าจถูกแย่งสทิ ธิค์ วบคุมได้
2. การพิสูจน์ตัวตน/การกาหนดสิทธิ์ไมเ่ พียงพอทาให้มิจฉาชีพสามารถเดารหัสผ่านได้หรือใช้
กลไกก้คู นื รหัสผ่านทีไ่ มป่ ลอดภยั สง่ ผลใหข้ ้อมลู อาจถูกขโมยหรืออุปกรณอ์ าจถกู แยง่ สิทธ์คิ วบคุมได้
3. บริการด้านเครือข่ายไม่ปลอดภัยระบบให้บริการเครือข่ายมีช่องโหว่ต่อการถูกโจมตีทาให้
มิจฉาชีพมชี อ่ งทางในการโจมตอี ปุ กรณต์ า่ ง ๆ ได้
4. การเข้ารหัสขอ้ มูลไม่แขง็ แกร่งทาให้มิจฉาชีพสามารถแอบดูข้อมูลทส่ี ่งผ่านระบบเครือข่าย
ได้ สง่ ผลใหข้ อ้ มูลสาคญั ถกู ขโมยหรือเปดิ เผยสสู่ าธารณะได้

15

5. นโยบายความเป็นส่วนบุคคลหากมจิ ฉาชพี เจาะระบบเขา้ ถงึ ขอ้ มูลส่วนบุคคลของผู้ใชท้ ่ีไม่มี
การปอ้ งกนั อย่างเพียงพอ สง่ ผลใหข้ อ้ มูลสว่ นตัวถูกขโมยหรอื เปดิ เผยสูส่ าธารณะได้

6. คลาวด์อินเตอร์เฟสไม่ปลอดภัยมิจฉาชีพอาจเข้าถึงข้อมูลหรือเข้าควบคุมระบบผ่านทาง
คลาวดเ์ วบ็ ไซตส์ ่งผลใหข้ อ้ มลู อาจถูกขโมยหรอื อปุ กรณ์อาจถกู แย่งสิทธิค์ วบคมุ ได้

7. โมบายล์อินเตอร์เฟสไม่ปลอดภัยมิจฉาชีพใช้วิธีการในการเข้าถึงข้อมูลหรือเข้าควบคุม
ระบบผ่านทางอินเตอร์เฟสของอุปกรณ์โมบายล์ส่งผลให้ข้อมูลอาจถูกขโมยหรืออุปกรณ์อาจถูกแย่ง
สทิ ธ์คิ วบคุมได้

8. การตั้งกฎความปลอดภัยไม่ดีพออุปกรณ์ท่ีมีการกาหนดสิทธ์ิในการเข้าถึงข้อมูลและการ
ควบคุมไม่ดีพอมิจฉาชีพอาจใช้ช่องโหว่เรื่องการเข้ารหัสหรือการใช้รหัสผ่านท่ีง่ายจนเกินไปในการ
โจมตอี ปุ กรณห์ รอื เขา้ ถึงขอ้ มูลสาคญั ส่งผลใหอ้ ุปกรณถ์ ูกเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูลได้

9. ซอฟต์แวร์/ เฟิร์มแวร์ไม่ปลอดภัยมิจฉาชีพอาจตรวจจับการอพั เดทผ่านช่องทางท่ีไมม่ ีการ
เข้ารหัสทาให้สามารถส่งไฟล์อัพเดทปลอมได้ส่งผลให้ข้อมูลอาจถูกขโมยหรืออุปกรณ์อาจถูกแย่งสิทธิ์
ควบคุมได้

10. ปัญหาเชิงกายภาพของอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยไม่ได้
ปิ ด ก้ั น ห รื อ ค ว บ คุ ม ก า ร เช่ื อ ม ต่ อ กั บ อุ ป ก ร ณ์ เก็ บ ข้ อ มู ล ซึ่ งอ า จ ถู ก ใช้ เป็ น ช่ อ ง ท า ง ใน ก า ร เข้ า ถึ ง
ระบบปฏิบัติการหรือข้อมูลที่เก็บอยู่ในอุปกรณ์ ส่งผลให้อุปกรณ์ถูกเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูลออก
ไปได้

เทคโนโลยี Internet of Things และนโยบาย Thailand 4.0

โมเดล Thailand 4.0 ถือเป็นแนวคิดของรัฐบาลไทยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคล่ือน
ประเทศไทยใหห้ ลดุ จากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง และมงุ่ สู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศโดย
เน้นระบบเศรษฐกิจแบบสร้างคุณค่า (Value-based economy) ท่ีมีการเพิ่มมูลค่าและศักยภาพใน
ภาคการผลิตและบริการท่ีเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจในปัจจุบันของประเทศไทย ผ่านการใช้
นวตั กรรม เทคโนโลยี และความคิด สร้างสรรค์

แนวคิด Thailand 4.0 มีจุดเริ่มต้นจากการวิเคราะห์พัฒนาการของระบบเศรษฐกิจของ
ประเทศไทย ที่มีพื้นฐานจากระบบเศรษฐกิจท่ีพ่ึงพาการผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรกรรม ในยุค
Thailand 1.0 ก่อนจะมีการพัฒนาการผลิตเพ่ือลดการนาเข้า การพัฒนาอุตสาหกรรมเบาและการใช้
แรงงานในยุค Thailand 2.0 ซึ่งนาไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจโดยพ่ึงพาการผลิตและอุตสาหกรรม
(Manufacturing and industry) การส่งออก และภาคการบริการท่องเท่ียว ซึง่ เป็น “เคร่ืองยนต์ทาง
เศรษฐกิจ” หลักของประเทศไทยในยุค Thailand 3.0 โดยพัฒนาการดงั กล่าวได้ชว่ ยนาพาใหป้ ระเทศ
ไทย ยกระดับเศรษฐกิจจากการเป็นประเทศในกลุ่มรายได้น้อย (Low-income countries) ในช่วง

16

ก่อนทศวรรษ 1980 จนกลายเป็นประเทศกลุ่มรายได้ กลาง-สูง (Upper medium income
countries) ในปัจจุบัน ผลจากการพัฒนาระบบเศรษฐกิจโดยพึ่งพาการส่งออก การผลิตสินค้าทาง
อตุ สาหกรรม และการท่องเท่ียวเป็นผลให้การเศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 9.5%
ต่อปี ระหวา่ งปี พ.ศ. 2530-2539 กอ่ นการประสบวกิ ฤตทิ างเศรษฐกิจตม้ ยากงุ้

อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาวการณ์ท่ีเปลี่ยนไป ปัญหาทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศท่ีพัฒนาแล้ว
(developed countries) ซ่ึงเป็นกลุ่มประเทศคู่ค้า ทาให้ประเทศไทยสูญเสียความสามารถในการ
แข่งขันในการค้าโลก และติดกับดักกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง ส่งผลให้โมเดลเศรษฐกิจแบบ
Thailand 3.0 ไม่อาจทาให้ประเทศไทยคงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ได้ ประเทศไทยมีความ
จาเป็นต้องหาโมเดลทางเศรษฐกิจใหม่ท่ีสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด (New S-Curve) โดยเน้น
ระบบเศรษฐกิจแบบสร้างคุณค่าและนวัตกรรม ซ่ึงประเทศไทยมีความจาเป็นท่ีจะต้องผลิตเทคโนโลยี
ใหม่บางส่วนเองได้ บนรากฐานภาคส่วนทางเศรษฐกิจท่ีเป็นจุดแข็งด้ังเดิมของประเทศ ได้แก่
การเกษตร อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การแพทย์ และการ
ทอ่ งเท่ียว ฯลฯ เพ่ือตอบสนองความจาเป็นดังกล่าว รัฐบาลไทยได้ผลักดันแนวคดิ เศรษฐกจิ ดิจิทัลโดย
การใช้ประโยชน์จากการสื่อสาร เทคโนโลยีสารสนเทศ และการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งช่วย
ส่งเสริมและพัฒนาภาคส่วนอตุ สาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทยอยแู่ ล้ว ให้มีประสิทธภิ าพและ
มีศักยภาพในการเพ่ิมคุณค่ามากข้ึน ตัวอย่างของการประยุกต์ใช้งาน เทคโนโลยีดิจิทัล ได้แก่ การทา
การเกษตรแม่นยา (Precision Farming), อินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรม (Industrial Internet), เมือง
อจั ฉริยะ (Smart City), ระบบการบริการสาธารณูปโภคอัจฉริยะ (Smart Utilities) และระบบข้อมูล
กลาง หรอื Big Data เพอ่ื การบรกิ ารจัดการภาครฐั

การจะบรรลุวัตถุประสงค์ของการยกระดับอุตสาหกรรมหลักของประเทศ จาเป็นต้องมี
เคร่ืองมือและเทคโนโลยีท่ีเป็นรากฐานของการเชื่อมต่อระหว่างโลกทางกายภาพและข้อมูลดิจิทัล
โครงข่าย Internet of Things ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนท่ีสาคัญที่จะเข้ามา
ชว่ ยสนับสนุนใหเ้ กิดการประยุกต์ใชง้ านที่หลากหลาย ดงั ทไ่ี ด้กล่าวมาแล้ว

การประยุกตใ์ ช้งาน Internet of Things
ความสามารถในการเช่ือมตอ่ อุปกรณ์ทหี่ ลากหลายเข้ากบั โครงข่ายอินเทอรเ์ นต็ เปิดโอกาสให้
มกี ารประยุกต์ใชง้ านท่ีหลากหลายและกวา้ งขวางมาก โดยรปู แบบการเชื่อมต่ออุปกรณ์เซ็นเซอรต์ ่างๆ
จานวนมากเข้ากับโครงข่าย จะช่วยให้สามารถตรวจวัดข้อมูลที่หลากประเภทได้เป็นจานวนมาก และ
ช่วยให้สามารถนาข้อมูลเหล่าน้ันมาวิเคราะห์และแสดงผลแบบกราฟิกเพ่ือช่วยในการตัดสินใจได้
เม่ือนาระบบดังกล่าวผนวกเข้ากับระบบ Big Data จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่มคี วามซบั ซ้อน

17

มีจานวนมาก และ ทันเหตุการณ์ (real-time) ตัวอย่างของการประยุกต์ใช้งาน Internet of Things
ในภาคสว่ นหลกั ของการผลติ ในประเทศไทย มีดงั ตอ่ ไปนี้

1) การเกษตรแมน่ ยา (Precision Farming)
การเกษตรแม่นยา อาศัยการทางานร่วมกันของระบบเซ็นเซอร์ท่ีวัดความชื้น

ปริมาณแสงแดด อุณหภูมิ ระบบฐานข้อมูลพืช และระบบให้น้า ปรับปริมาณแสง และระบบปรับ
อุณหภูมิท่ีทางานสอดคล้องกันเพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชมาก
ท่ีสุด และแม่นยาท่ีสุด ระบบดังกล่าวนอกจากจะช่วยให้เกษตรกรประหยัดและใช้ทรัพยากรเท่าท่ี
จาเปน็ ยังชว่ ยใหเ้ กษตรกรสามารถประมาณการช่วงเวลาเก็บเกย่ี วและปริมาณพืชผลทจ่ี ะไดอ้ ีกด้วย

ภาพท่ี 2.7 แผนท่จี ากการวัดความชืน้ ในพื้นทเี่ พาะปลกู ผ่านเซ็นเซอร์ในระบบของ GeoVantage

2) อินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรม (Industrial Internet)
อินเทอร์เน็ตอุตสาหกรรม คือ โครงข่ายข้อมูลขนาดใหญ่ที่เช่ือมต่ออุปกรณ์

เคร่ืองจักร เครื่องวัด และ ระบบการควบคุมในระบบอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน การส่งข้อมูลผ่าน
โครงข่ายจะช่วยให้อุปกรณ์และระบบตา่ งๆมีการทางานที่แม่นยา สามารถทางานสอดคล้องกันได้โดย
ไม่ต้องการ การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสภาพของเครื่องจักรเช่น อุณหภูมิ การส่ัน การหมุน นอกจากจะ
ช่วยตรวจสอบความผิดปรกติของเครื่องจักรได้ ยังช่วยใช้คาดการณ์เวลาที่จาเป็นต้องเปล่ียนอะไหล่
ของอุปกรณ์เมื่อถึงเวลาเสียได้ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเปล่ียนอะไหล่ใหม่โดยไม่จาเป็นได้
นอกจากนี้ การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างร้านสะดวกซื้อ ระบบโลจิสตกิ ส์ และโรงงาน จะช่วยให้สามารถ
บริหารการผลิตและกระจายสินค้าให้ได้ประสิทธิภาพมากขึ้น ซ่ึงประเทศไทยในฐานะที่มีสัดส่วนการ
ผลิตในภาคอตุ สาหกรรมที่สูง จะมีโอกาสไดป้ ระโยชน์จากการเพิม่ ประสิทธิภาพการผลิตและลดตน้ ทุน
ท่ีไม่จาเป็น

18

3) ระบบคมนาคมและการจดั การโลจสิ ติกส์
โครงข่าย IoT จะเข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบคมนาคมและการจัดการ

โลจิสติกส์โดยช่วยสนับสนุนให้มีการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างยานพาหนะด้วยกัน หรือ ระหว่าง
ยานพาหนะและระบบควบคุมการจราจรอื่น เชน่ ระบบสญั ญาณการจราจร ระบบข้อมลู สภาพจราจร
หรือ การนาเอาระบบดังกล่าวมาใช้กับระบบขนส่งมวลชนท่ีจะช่วยให้การบริการมีความปลอดภัย
สะดวก และตรงเวลามากย่ิงขึ้น นอกจากน้ี การนาระบบดังกล่าวไปใช้ในการขนส่งสินค้า จะทาให้
สามารถทราบตาแหน่งยานพาหนะ ทราบสถานการณ์รับ-ส่งสินค้า อันส่งผลให้การจัดการสินค้าคง
คลังมีประสทิ ธิภาพมากย่ิงขึ้น ตัวอยา่ งของการใช้งานระบบตดิ ตามยานพาหนะ ในประเทศไทย

4) ระบบการจัดการพลงั งานและสาธารณปู โภค (Utility Management)
ระบบการจัดการพลังงานและสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพจะต้องมีการตรวจวัด

ทแี่ ม่นยา การประมวลผลในภาพรวม และการประมาณการที่มีความเชื่อถือได้ ระบบ IoT จะถกู นามา
ประยุกต์ใช้ในลักษณะการตรวจวัดระยะไกล (Telemetry) เช่น ระบบ Smart meter ซ่ึงมีความ
สามารถในการวัดปริมาณการใช้สาธารณูปโภค หรือวัดคุณภาพสาธารณูปโภค ก่อนจะส่งข้อมูล
ดังกล่าวไปยังหน่วยประมวลผลกลางเพ่ือใช้ในการวิเคราะห์ในภาพรวมต่อไป ตัวอย่างของการ
ประยุกต์ใช้งานประเภทนี้ คือ บริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าโดยใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
(Smart grid) ที่ทาหน้าท่ีตรวจวัดปริมาณการใช้งานพลังงานไฟฟ้า และรวบรวมข้อมูลเพื่อประมาณ
การค่าอุปสงค์ (Demand forecast) การใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการ
ควบคุมการจ่ายไฟฟา้ การวางแผนสร้างโรงไฟฟ้า จัดการแหลง่ จ่ายพลังงานไฟฟ้า และการคิดราคาค่า
ไฟฟ้าแบบสอดคล้องกบั ค่าอปุ สงค์-อุปทาน

5) ระบบสาธารณสขุ อจั ฉรยิ ะ (Smart Health)
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อระบบสาธารณสุขอัจฉริยะสามารถทาได้โดย

การใช้อุปกรณ์ IoT ที่เก็บข้อมูลสุขภาพ และสัญญาณทางรา่ งกาย (bio signals) เช่น สัญญาณชีพจร
ความดันโลหิต คุณภาพการนอน การเคลื่อนที่ การหายใจ ผ่านการใช้อุปกรณ์สวมใส่ (wearable
devices) เพ่ือรวบรวมและประมวลผลออกมาเป็นข้อมูลสุขภาพ และอาการเจ็บป่วย ซ่ึงสามารถเก็บ
ข้อมูลการเจ็บป่วยที่มีประโยชน์ต่อการวินิจฉัยก่อนที่คนไข้มาถึงการดูแลของแพทย์ การคาดการณ์
และการวินิจฉัยการเจ็บป่วยล่วงหน้า (predictive diagnostic) การแจ้งเตือนการเจ็บป่วยทันที และ
ระบบติดตามการแพร่กระจายของโรค ซ่ึงข้อมูลและค่าสถิติการเจ็บป่วยและสุขภาพของกลุ่ม
ประชาชนโดยรวมจะเป็นประโยชนต์ อ่ การวางแผนทางสาธารณสุข

6) ระบบเทคโนโลยีการเงิน (Fintech)
เทคโนโลยี IoT สามารถเข้ามามีบทบาทสนับสนุนเทคโนโลยีทางการเงินได้หลาย

รปู แบบ เช่น ระบบการจ่ายเงินอัตโนมัติ (auto-payment) ในร้านค้าปลีก ระบบการจา่ ยเงินโดยผ่าน

19

อุปกรณ์สวมใส่ (wearable devices) และโทรศัพท์เคล่ือนท่ี รวมถึงสามารถทางานร่วมกับอุปกรณ์
อ่ืนๆ เช่นในโรงงานอุตสาหกรรม ในงานเกษตรกรรม เพอ่ื ส่งั ซื้อและจ่ายเงินวัสดุอุปกรณ์ วัตถุดิบอย่าง
อัตโนมัติ นอกจากภาคส่วนท่ีเก่ียวข้อง ประเทศไทยยังสามารถนา Internet of Things มาช่วย
สนับสนุนการสร้างคุณค่าและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการให้บริการในภาคส่วนอ่ืน เช่น การ
ท่องเท่ยี ว ค้าปลกี และการจัดการขอ้ มูลกลางภาครัฐ

7) ผลประโยชนท์ างเศรษฐกิจของ IoT
โครงข่าย IoT สามารถนามาใช้ประโยชน์ได้หลายระดับ และกว้างขวาง ย่ิงไปกว่า

น้ันยังใช้ได้ในระดับประชาชนท่ัวไป รถ บ้าน ร้านค้า บริษัท โรงงาน หรือแม้กระทั่งตัวเมือง ดังนั้น
ด้วยประโยชน์ที่หลากหลาย จงึ ไม่นา่ แปลกท่ีจะมีการคาดการณ์ว่าในอนาคต ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ของโครงข่าย IoT จะมีค่ามหาศาล สถาบันวิจัย McKinsey Global ได้ประเมินไว้ว่าในปี พ.ศ. 2568
ผลประโยชน์ทางเศรษฐกจิ ของ IoT ท่ัวโลก อาจจะมีคา่ ไดส้ ูงระหว่าง 3.9 ลา้ นลา้ นดอลลา่ รส์ หรฐั ฯ ถึง
11.1 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ตอ่ ปี โดยทเี่ กือบร้อยละ 70 จะเป็นผลประโยชน์ทีเ่ กดิ ขนึ้ ระหว่างธรุ กิจ
กับธุรกิจ Business-to-business (B2B) ในขณะที่อีกร้อยละ 30 จะเป็นผลประโยชน์จากการที่
ผู้บริโภคใช้งาน Applications ต่างๆ นอกจากน้ีทาง McKinsey Global ยังประเมินไว้อีกว่าร้อยละ
40 ของค่าทปี่ ระเมินไว้จะมาจากสาหรับประเทศท่ีกาลังพัฒนา ซงึ่ มีโอกาสในการนาโครงขา่ ย IoT มา
ใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ได้มากมาย โดยในภาคธุรกิจโครงข่าย IoT จะมีส่วนสาคัญในการสร้าง
ประสิทธิภาพในการผลิตและดาเนินงาน ลดต้นทุนท่ีไม่จาเป็น ประเมินผลการดูแลรักษา และจานวน
สินค้าคงเหลือ ตลอดจนควบคุมพลังงานและระบบความปลอดภัย ในส่วนของผู้ใช้บริการ การนา
Applications ต่างๆ ของ IoT มาใช้จะช่วยลดการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน การมี
อุปกรณ์ท่ีตรงกับความต้อการของผู้ใช้งาน รวมไปถึงการดูแลความปลอดภัยภายในบ้าน ในส่วนของ
ดา้ นการใช้รถ การนา applications ของ IoT มาใช้ ทาให้การดูแลรักษารถมีประสิทธภิ าพเพ่ิมข้ึน ซึ่ง
จะช่วยลดต้นทุนในการทาประกันรถยนต์ นอกจากนี้ การใช้อุปกรณ์ IoT ในการตรวจวัดทางสุขภาพ
และออกกาลังกาย ยังมีส่วนช่วยให้ผู้ใช้มีสุขภาพและการดูแลรักษาตัวเองได้ดีข้ึน ทาให้ค่าใช้จ่ายใน
การรักษาพยาบาลลดลง ในส่วนของระดับเมืองโครงข่าย IoT สามารถนามาประยุกต์ใช้ในด้านการนา
ทรัพยากรมาใช้ให้มีประสิทธิภาพ การควบคุมสภาพจราจรบนท้องถนน และการควบคุมความ
ปลอดภยั ของเมือง

ดังนั้นหากประเทศไทยต้องการจะพัฒนาเศรษฐกิจประเทศให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน การนา
โครงข่าย IoTs มาใช้จะสามารถช่วยได้ในภาคธุรกิจ ด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรม การค้าส่ง
คา้ ปลีก การเงนิ และการธนาคาร รวมไปถงึ ทางด้านการแพทยอ์ ีกดว้ ย
(เทคโนโลยี Internet of Things และนโยบาย Thailand 4.0 , 2560)

20

โรงงานขนาดยอ่ มและโรงงานอจั ฉริยะ(Smart Factory)

อุตสาหกรรมขนาดย่อม(Smalls Scale Industry) หมายถึงอุตสาหกรรมผลิตกรรม(โรงงาน)
หรือ อุตสาหกรรมบริภัณฑ์ ซึ่งใช้คนงานและเงินทุนไม่มากนักจานวนคนงานไม่เกิน 50 คน หากเป็น
โรงงานที่ไม่ใช้เครื่องจักร สาหรับโรงงานที่ใช้เครื่องจักรจะต้องมีคนงานไม่เกิน 20 คน โดยในปัจจุบัน
ไดก้ าหนดความหมายของอุตสาหกรรมขนาดย่อมหรอื ขนาดเล็กโดยเอาเงินลงทนุ เป็นเกณฑค์ ือ เงนิ ทุน
ไม่เกนิ 50 ลา้ นบาท

โรงงานอัจฉริยะ (Smart factory) เป็นวิวัฒนาการทางด้านข้อมูลของโรงงานแบบใหม่ ซึ่ง
การเช่ือมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันผ่านทางเครือข่าย เป็นข้ันตอนแรกที่จะนาไปสู่โรงงานอัจฉรยิ ะ
อยา่ งไรกด็ ี อุปกรณ์และเคร่ืองจกั รตา่ งๆท่ีใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตอเิ ลก็ ทรอนกิ สม์ ีความหลากหลาย
และแตกต่างกัน ดังนั้นการพัฒนาระบบที่สามารถเฝ้าติดตามสถานะของอุปกรณ์ต่างๆ จึงเป็นเร่ืองท่ี
ทาได้ยาก การหาวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเก็บรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ผลิตจากอุปกรณ์แต่ละ
แบรนด์ ซึ่งใช้โปรโตคอลในการเชื่อมต่อท่ีแตกต่างกันเพื่อนาข้อมูลเหล่าน้ันไปใช้ในการวิเคราะห์
สาหรับการเฝ้าติดตามจากระยะไกล ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบารุงและปฏิบัติการ และเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการเฝ้าติดตามกระบวนการผลติ

โรงงานอัจฉริยะ (Smart factory) เป็นวิวัฒนาการทางด้านข้อมูลของโรงงานแบบใหม่ ซึ่ง
การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ เข้าด้วยกันผ่านทางเครือข่าย เป็นขั้นตอนแรกที่จะนาไปสู่โรงงานอัจฉรยิ ะ
อยา่ งไรกด็ ี อปุ กรณ์และเครื่องจกั รต่างๆที่ใชใ้ นอุตสาหกรรมการผลติ อิเลก็ ทรอนกิ ส์มคี วามหลากหลาย
และแตกต่างกัน ดังน้ัน การพัฒนาระบบท่ีสามารถเฝ้าติดตามสถานะของอุปกรณ์ต่างๆ จึงเป็นเรื่องท่ี
ทาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง การหาวิธีท่ีมีประสิทธิภาพในการเก็บรวบรวมข้อมูลสถานะการผลิตจาก
อุปกรณ์แต่ละแบรนด์ซึ่งใช้โปรโตคอลในการเช่ือมต่อที่แตกต่างกันเพื่อนาข้อมูลเห ล่านั้นไปใช้ในการ
วิเคราะห์สาหรับการเฝ้าติดตามจากระยะไกล ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบารุงและปฏิบัติการ และเพ่ิม
ประสทิ ธิภาพในการเฝ้าตดิ ตามกระบวนการผลติ

โรงงานท่มี ีการนาเอาระบบอินเทอรเ์ น็ตเพื่อทกุ สรรพสิ่งมาใช้ในการดาเนินธรุ กิจ
บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่ในประเทศไทยดาเนินการสร้าง
“โรงงานดิจิทัลอัจฉรยิ ะ” ในประเทศไทย ด้วยการใช้เทคโนโลยี IoT (Internet of Things) เพื่อสร้าง
เครอื ข่ายเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตต่างๆ ในโรงงาน ซ่ึงเชื่อมต่อผคู้ น อุปกรณ์ และกระบวนการ
ตา่ งๆ เข้าดว้ ยกัน โดยมีเป้าหมายคือ การเขา้ ใจสถานะการทางานของโรงงานแบบเรยี ลไทม์ พรอ้ มกับ
ควบคุมภาพรวมของโรงงานอย่างเหมาะสม และเพิ่มประสิทธภิ าพการผลิต สังคมกาลังค่อยๆ เปลยี่ น
ไปสู่ยุคแห่งอนาคต ตัวอย่างเช่น ประเทศไทยกาลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และอีกประมาณ 10 ปี
หลังจากนี้ ปัญหาจากสังคมผู้สูงอายุก็จะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน แน่นอนว่าวิถีการดาเนินชีวิต
เปล่ียนแปลง การทางานเปลี่ยน และตลาดก็กาลังเปลี่ยนไป ในขณะเดียวกันเมื่อมองไปท่ีโรงงานก็มี

21

ความเป็นไปได้ว่าจะขาดทรัพยากรด้านแรงงาน ฯลฯ “เพ่ือให้สามารถอยู่รอดได้ในอีก 10 ปี และ
ต่อไปในอนาคต จาเป็นต้องทบทวนเรื่องยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับตัวธุรกิจเอง ซึ่งนวัตกรรม
เปน็ สิ่งทจ่ี าเป็นอยา่ งย่ิง” นอกเหนือจากการสรา้ งระบบการผลิตท่มี ีประสิทธิภาพแล้ว ยงั ต้องรับมอื ต่อ
การเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างรวดเร็ว และนาเสนอคุณค่าใหม่แก่ลูกค้าอยู่เสมอ จากแนวคิด
ดังกล่าวบริษัทจึงได้เริ่มพัฒนาระบบดิจิทัล การพัฒนาโรงงานดิจิทัลอัจฉริยะ ปูนซีเมนต์นครหลวงได้
ดาเนินการ 5 ประการดังต่อไปนี้

ภาพที่ 2.8 ระบบโรงงานดิจิทัลอจั ฉริยะ
ภาพจาก http://www.fujitsu.com/th/th/themes/enabling-digital/asia/smart-

factory/fully-utilizing-iot-inside-the-vast-plant.html
(1) การสร้างเครือข่ายโรงงานโดยรวมคือการสร้างรากฐาน จัดต้ังโรงงานดิจิทัลอัจฉริยะ
ด้วยการเช่ือมต่อทุกพน้ื ท่ีในโรงงานขนาดใหญ่
(2) ติดต้ังอุปกรณ์ดิจิทัลในการตรวจตรา ทาให้สามารถรับรู้สภาพภายในอุปกรณ์จากเสียง
และอน่ื ๆได้
(3) การบูรณาการระหว่าง IT และ OT มีประโยชน์ต่อการจัดการความเส่ียงในการเกิด
ปัญหา และอื่นๆ หากเรารู้ได้ทันทีว่าเคร่ืองจักรใดเสีย หรือน่าจะมีปัญหาตรงไหน จะสามารถ
ประหยัดเวลาในการตรวจสอบและซ่อมแซม รวมถึงหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายสูงในการซ่อมแซมที่อาจ
เกดิ ขึน้ ในกรณีทเี่ กิดปัญหาได้

22

(4) การจัดการผู้รับเหมาจะช่วยประหยดั แรงงานในการซือ้ วสั ดุทจี่ าเป็นและการจ่ายเงินให้
ผู้รับเหมา ทั้งยังช่วยหลีกเล่ียงปัญหา เช่น การชาระเงินตกหล่น ซึ่งส่ิงนี้จะเช่ือมโยงกับการเสริมสร้าง
การปฏิบตั ิตามกฎระเบยี บของสังคม (Compliance)

(5) ศูนย์ปฏิบัติการจากระยะไกล (Remote Operation Center) คือศูนย์รวบรวมข้อมูล
โรงงานทงั้ หมดจะอยูภ่ ายใต้ การควบคมุ ของศนู ย์ดงั กล่าว

งานวจิ ยั ทีเ่ ก่ียวข้อง

เจษฎา ขจรฤทธ์ิ และคณะได้ทาการวิจัยเร่ือง การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Internet of
Things ในการควบคุมระบบส่องสวา่ งสาหรับบา้ นอัจฉรยิ ะ โดยพัฒนาระบบต้นแบบการควบคมุ ระบบ
ส่องสว่างในครัวเรือนจากสมาร์ทโฟน ระบบดังกล่าวประกอบด้วยสามส่วนได้แก่ แอปพลิเคชัน
Android, บริการ NETPIE และ หน่วยควบคุมไมโครคอนโทรลเลอร์ ผู้ใช้สามารถควบคุมอุปกรณ์
ไฟฟ้าภายในบ้านผ่านสมาร์ทโฟนได้จากทุกท่ีที่สามารถเข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต การควบคุมสามารถ
ทาได้ทั้งระบบทัชสกรีนและการส่ังงานด้วยเสียง ผลงานวิจัยชิ้นน้ีเป็นต้นแบบเพื่อนาไปสู่การพัฒนา
ผลิตภัณฑ์สาหรบั บ้านอัจฉริยะและเพือ่ ตอบโจทยค์ วามต้องการในยุคไทยแลนด์ 4.0

ศิริวรรณ เอ่ียมบัณฑิต ได้ทาการวิจัยเรื่อง ระบบบ้านอัจฉริยะควบคุมด้วยเทคโนโลยี
เครอื ข่ายไรส้ าย เซ็นเซอร์ และแอนดรอยด์แอปพลิเคชันภายใต้แนวคดิ อินเทอรเ์ น็ตเพ่ือทุกส่งิ โดยนา
ตัวตรวจจับอินฟราเรดมาช่วยในการตรวจจับความเคล่ือนไหวพร้อมกับนาระบบเครือข่ายไร้สายและ
สมารท์ โฟนมาชว่ ยในการควบคมุ อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในห้องพกั อาศัย ซึง่ ระบบจะทาการวดั ค่าพลังงาน
ที่อุปกรณ์ไฟฟ้าใช้แล้วนาผลการใช้พลังงานไฟฟ้าทใ่ี ช้ในสถานที่พักอาศัยมาประมวลผลเป็นค่าไฟฟ้าท่ี
ต้องจ่าย จาการวิจัยพบว่าสามารถช่วยให้เกิดการประหยัดพลังงานซึ่งถือว่า มีประสิทธิภาพและ
สามารถนาผลท่ไี ด้ไปวเิ คราะหแ์ นวทางในการนาไปใชใ้ นการประหยัดพลังงานไฟฟา้ ต่อไป

ธรี ชัย หลาเนยี ม ได้ทาการวจิ ัยเรือ่ ง การออกแบบและประยุกต์สวนอัจฉริยะบนระบบไอโอ
ที โดยนาตัวตรวจจับอินฟราเรดมาช่วยในการตรวจจับความเคลื่อนไหวพร้อมกับนาระบบ เครือข่าย
ไร้สายและสมาร์ทโฟนมาช่วยในการควบคุม อุปกรณ์ไฟฟา้ ภายในห้องพักอาศัย ซ่งึ ระบบจะทาการวัด
ค่าพลังงานที่อุปกรณไ์ ฟฟ้าใชแ้ ล้วนาผลการใช้พลังงานไฟฟ้าทใ่ี ชใ้ นสถานทีพ่ ักอาศยั มาประมวลผลเป็น
ค่าไฟฟ้าท่ีต้องจ่ายโดยผู้จัดทาปัญหาพิเศษพบว่าสามารถช่วยให้เกิดการประหยัดพลังงานซ่ึงถือว่า มี
ประสิทธิภาพและสามารถนาผลที่ได้ไปวเิ คราะห์แนวทางในการนาไปใช้ในการประหยดั พลังงานไฟฟ้า
ตอ่ ไป

สกุล คานวณชัย และ ชม ก้ิมปาน ได้ทาการศึกษาวิจัยเร่ืองอินเทอร์เน็ตออฟติงการรดน้า
ในแปลงผักชีพร้อมแจ้งเตือนผ่านไลน์แอปพลิเคชัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือประยุกต์ระบบอินเทอร์เน็ต
ออฟ ติง การรดน้าในแปลงผักชีพร้อมการแจ้งเตือนผ่านไลน์แอปพลิเคชัน ห์สามารถนาไปใช้งานกับ

23

เกษตรกรได้จริง โดยระบบมีขั้นตอนทางานแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้ 1) การกาหนดเวลาการทางาน
ในสภาพอากาศปกติ ระบบมีตารางการทางานวันละ 3 คร้ัง แต่ละครั้งทางานได้ตั้งแต่ 1-60 นาที 2)
การส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังเกษตรกร โดยระบบสามารถกาหนดเคร่ืองปลายทางท่ีต้องรับข้อความ
ได้หนึ่งบัญชีสมาชิก Line โดยระบบของ Line Notify ด้วยข้อความในการสื่อสารโดยใช้ข้อความแจ้ง
เตือนว่า “IOT ผักช:ี ตามด้วยข้อความ สถานะการทางานของการรดนา้ ผักชี” และในสภาพอากาศท่ีมี
ฝนตกมีอุปกรณ์ตรวจจับสภาพความชื้นสัมพัทธ์ที่มีค่าต้ังแต่ 90% ข้ึนไป ซ่ึงเป็นความช้ืนสัมพัทธ์ว่ามี
ฝนตก ระบบมีโปรแกรมควบคุมเวลาในการรดน้าหลังจากฝนตก 30 นาที ให้มีการรดน้าเพ่ิมเติมอีก
20 นาที เพ่ือล้างน้าฝนท่ีค้างใบผักชีออก เป็นการลดความเสียหายของใบผักชีจากใบด่างและเน่า ผล
จากการเก็บข้อมูลการทางานของระบบในการสั่งงานท้ังในสภาพอากาศท่ีไม่มีฝนตกและมีฝนตก และ
การแจ้งเตือนผ่านทางไลน์แอปพลิเคชันจานวน 20 วันๆ ละ 3 ครั้ง รวมเป็นจานวน 60 คร้ัง ระบบมี
ความถกู ตอ้ งในการทางานคิดเปน็ รอ้ ยละ 96.66

24

บทที่ 3
วิธีดำเนินกำรวิจยั

การวิจัยเรื่องการพัฒนาระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่าน
แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพสิ่ง เป็นการพัฒนาระบบด้วย
เทคโนโลยี Internet of Things ผู้ศึกษาแบ่งวิธีการศึกษาตามแนวคิดและกระบวนการพัฒนาระบบ
สารสนเทศ คือ ศกึ ษาข้อมูลเบือ้ งตน้ จากระบบงานเดิม และวิเคราะหค์ วามต้องการของระบบงานใหมโ่ ดยเก็บ
รวบรวมข้อมูลปัญหา ขอ้ จากัด และความต้องการของผูป้ ระกอบการเพื่อนาไปพัฒนาระบบ สอดรบั กับระบบ
การทางานเดมิ ที่มอี ยู่ รายละเอยี ดการศึกษาครอบคลมุ หัวข้อดังตอ่ ไปนี้

1. ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง
2. เครือ่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการวจิ ัยและวิธีการสรา้ งเครื่องมอื
3. การเก็บรวบรวมข้อมูล
4. การวเิ คราะห์ขอ้ มูลและสถิตทิ ่ใี ชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมูล

ประชำกรและกลุม่ ตัวอยำ่ ง

ประชำกร
ผูป้ ระกอบการโรงงานขนาดย่อมในจังหวัดยะลา

กลุม่ ตัวอย่ำง
ผู้ประกอบการโรงงานเฟอร์นิเจอร์จานวน 1 แห่ง คือ ร้านสนธยาโฆษณา โดยเป็น

ผ้ปู ระกอบการทางด้านงานโฆษณา การทาแผ่นป้ายโครงไม้อดั กล่องไฟโฆษณา และงานเฟอรน์ เิ จอร์ซ่ึงในการ
วิจัยได้ขออนุญาตผู้ประกอบการในการทดลองในส่วนงานเฟอรน์ ิเจอร์

เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นกำรวิจยั และข้นั ตอนกำรสร้ำงเคร่ืองมอื

1. ระบบควบคมุ อุปกรณภ์ ายในโรงงานขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยไี ร้สายผา่ นแอปพลิเคชนั บน
อุปกรณ์เคลื่อนท่ี Android บอรด์ Arduino

2. แบบประเมินประสิทธิภาพ ระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยี
ไร้สายผา่ นแอปพลเิ คชนั บนอปุ กรณเ์ คล่อื นทภี่ ายใตแ้ นวคิดอินเทอรเ์ นต็ สาหรับทุกสรรพส่ิง

25

ประกอบดว้ ย 2 ตอน ซึ่งมรี ายละเอียดดังน้ี
ตอนที่ 1 ขอ้ มลู ส่วนตัวของผ้ตู อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 ประเมนิ ประสทิ ธิภาพ ระบบควบคุมอปุ กรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมดว้ ย

เทคโนโลยไี รส้ ายผ่านแอปพลิเคชนั บนอุปกรณเ์ คล่ือนที่ภายใต้แนวคิดอินเทอรเ์ นต็ สาหรับทุกสรรพสง่ิ
วธิ กี ำรสร้ำงเครอ่ื งมือ
เคร่ืองมือที่ใช้ในการวิจัยคือ ประเมินประสิทธิภาพ ระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาด

ย่อมดว้ ยเทคโนโลยไี รส้ ายผ่านแอปพลิเคชันบนอปุ กรณ์เคลื่อนที่ภายใตแ้ นวคดิ อนิ เทอรเ์ น็ตสาหรับทกุ สรรพสิ่ง
- ผู้ประกอบการจานวนโรงงานอตุ สาหกรรมขนาดย่อม 1 คน และพนักงานในโรงงาน 5 คน
- ผเู้ ชย่ี วชาญทางดา้ นเทคโนโลยสี ารสนเทศ 3 คน
แบบประเมินประสทิ ธภิ าพผ้ใู ชร้ ะบบสารสนเทศ มวี ธิ กี ารสร้างและหาคุณภาพของแบบสอบถาม

ตามข้ันตอนดังนี้
- ศกึ ษาทฤษฎีเอกสารงานวจิ ัยท่เี ก่ียวข้อง
- กาหนดขอบข่ายคุณลกั ษณะทตี่ ้องการวดั ในด้านประสิทธิภาพ
- สร้างข้อความให้ครอบคลมุ ขอบเขตทีต่ ้องการจะวัด
- แบบสอบถามดังกล่าวมีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ซ่ึงประกอบด้วย

ข้อความที่เก่ียวข้องความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบประเมินประสิทธิภาพ ระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงาน
ขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคล่ือนที่ภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสาหรับทุก
สรรพส่งิ ในการตรวจใหค้ ะแนนจากการวัดได้กาหนดเกณฑ์การให้คะแนนตามเกณฑต์ ่อไปน้ี

5 หมายถงึ ระดับมากทสี่ ดุ
4 หมายถงึ ระดบั มาก
3 หมายถึง ระดบั ปานกลาง
2 หมายถึง ระดับน้อย
1 หมายถงึ ระดบั น้อยท่ีสดุ
- นาแบบประเมนิ มาตรวจสอบความถกู ตอ้ งและความเหมาะสม
- นาข้อความท่ีคัดเลือกไวท้ ้ังหมดมาจัดเรยี ง
- นาแบบสอบถามเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้ใช้ระบบ คัดเลือกจากข้อข้างต้นไปทดลองใช้
(Try Out) กับผู้ประกอบการ แล้วนาผลการตรวจให้คะแนนไปคานวณหาค่าความเชื่อม่ันของแบบทดสอบ
โดยใชส้ ูตรของสมั ประสิทธิแ์ อลฟา ( - Coefficient) มคี ่าเท่ากบั 0.816

26

- นาแบบสอบถาม ทผี่ ่านการทดลองใชม้ าจดั เรียงแลว้ จดั พิมพ์ฉบับสมบรู ณ์และนาไปใชก้ บั กล่มุ
ตัวอย่างต่อไป

กำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล

การวจิ ัยในครง้ั น้ผี ู้วิจยั ได้ดาเนินการเก็บรวบรวมข้อมลู ดว้ ยตนเองมีขั้นตอนการดาเนนิ งาน 3
ขัน้ ตอนซ่ึงประกอบดว้ ย

1. ข้ันก่อนการทดลอง
- ผู้วิจัยศึกษาความต้องการในการพัฒนาระบบจากผู้เกี่ยวข้องเช่น เจ้าของโรงงาน

พนักงานในโรงงาน และดาเนินการพัฒนาระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยี
ไรส้ ายผา่ นแอปพลเิ คชนั บนอปุ กรณเ์ คลอื่ นทีภ่ ายใต้แนวคดิ อินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพสง่ิ

2. ขนั้ ดาเนนิ การทดลอง
- ดาเนินการอบรมใหผ้ ู้ประกอบการและพนักงานในโรงงาน หลังจากนัน้ ทาการทดลอง

ระบบ และแจกแบบประเมินประสิทธภิ าพระบบควบคมุ อปุ กรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมดว้ ยเทคโนโลยีไรส้ าย
ผา่ นแอปพลเิ คชันบนอุปกรณเ์ คลอื่ นทีภ่ ายใต้แนวคดิ อินเทอรเ์ น็ตสาหรบั ทุกสรรพส่ิงกบั กลุ่มตัวอยา่ ง

3. ขน้ั หลังการทดลอง
- ผู้วิจัยนาผลท่ีได้จากการตอบประเมินประสิทธิภาพ ระบบควบคุมอุปกรณ์ภายใน

โรงงานขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ต
สาหรับทุกสรรพสิง่ วเิ คราะหด์ ว้ ยวธิ กี ารทางสถติ ิ

- นาผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลท่ีได้จากแบบสอบถามมาสรุป

วเิ ครำะห์ข้อมลู และสถิตทิ ่ใี ช้

วิเคราะห์ผลการวัดความคิดเห็นของผู้ใช้ระบบประเมินประสิทธิภาพ ระบบควบคุมอุปกรณ์
ภายในโรงงานขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคล่ือนท่ีภายใต้แนวคิด
อินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพส่ิง โดยวิธีการหาค่าเฉล่ีย (Mean) และส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard
Deviation) แปลผลค่าเฉลยี่ ของคะแนนความคดิ เหน็ ของผ้ใู ชร้ ะบบสารสนเทศ ดังนี้

ค่าเฉลย่ี 1.00 – 1.49 หมายถงึ มคี วามคดิ เหน็ ในระดบั น้อยท่ีสดุ
ค่าเฉลี่ย 1.50 – 2.49 หมายถึงมีความคดิ เหน็ ในระดับน้อย
คา่ เฉล่ีย 2.50 – 3.49 หมายถึงมีความคิดเห็นในระดับพอใช้
คา่ เฉลย่ี 3.50 – 4.49 หมายถึงมคี วามคิดเห็นในระดับมาก
คา่ เฉล่ยี 4.50 – 5.00 หมายถึงมีความคิดเห็นในระดับมากที่สุด

27

6. สถิตทิ ใ่ี ชใ้ นกำรวิเครำะหข์ อ้ มลู

สถิติท่ใี ช้ในการวจิ ัยประกอบด้วย 2 ส่วน คือ สถิติทีใ่ ชใ้ นการตรวจสอบคุณภาพของ
เครอื่ งมือและสถติ ิที่ใชใ้ นการวิเคราะห์ข้อมูลซ่ึงมีรายละเอียดดังนี้

สถติ ิท่ใี ชใ้ นการตรวจสอบคณุ ภาพของเคร่ืองมือประกอบดว้ ย
1. ค่าความเชื่อม่ัน(Reliability) ใช้สูตรของสมั ประสทิ ธ์แิ อลฟา( - Coefficient)
(Mehren and Lehmann,1984 : 276) โดยใช้สตู รดังน้ี

 1  S 2 
=K  t 
 
K 1 S 2
t

เมื่อ  หมายถึง ค่าสัมประสทิ ธค์ิ วามเชื่อม่ัน
K หมายถึง จานวนข้อเครือ่ งมือวดั
หมายถึง ผลรวมของคะแนนความแปรปรวนแตล่ ะขอ้
S 2 หมายถึง ความแปรปรวนของคะแนนรวม
t

S 2
t

สถติ ิทใ่ี ช้วเิ คราะห์ข้อมลู
1. คา่ เฉลี่ย (Arithmetic Mean) (Walpole, 1983 : 27) โดยใช้สตู รดังนี้

เมือ่ X x x
n
X
หมายถงึ คา่ มัชฌิมเลขคณติ
n หมายถึงผลรวมของคะแนนท้ังหมด
หมายถงึ จานวนกลุ่มตัวอย่าง

2. คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) (Wapole, 1983 : 39) โดยใชส้ ตู ร
ดังน้ี

S.D. = n X 2   X 2

nn 1

28

เมอ่ื S.D. หมายถงึ คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน

 X หมายถงึ ผลรวมของคะแนนทง้ั หมด

( X 2 ) หมายถงึ ผลรวมของคะแนนแต่ละตัว ยกกาลงั สอง

n หมายถงึ จานวนกลมุ่ ตัวอย่าง

29

บทท่ี 4

ผลการวิจยั

การวิจัยในคร้ังนี้เป็นการวิจัยเพื่อศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนาระบบควบคุมอุปกรณ์
ภายในโรงงานขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคล่ือนที่ภายใต้แนวคิด
อินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพส่ิง โดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือพัฒนาระบบและทดสอบประสิทธิภาพของ
ระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมผ่านแอปพลิเคชันภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสาหรับ
ทุกสรรพส่งิ ดงั น้ี

ผลดาเนนิ การตามวัตถุประสงค์

ผลดาเนินงานตามวัตถุประสงค์ข้อท่ี 1 เพ่ือพัฒนาระบบระบบควบคุมอุปกรณ์ภายใน
โรงงานขนาดย่อมผ่านแอปพลิเคชันภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพสิ่ง ระบบที่พัฒนาขึ้น
เป็นระบบควบคมุ อุปกรณไ์ ฟฟ้าภายในโรงงานโดยเป็นการควบคมุ ความสว่างของโรงงานตอนกลางวัน
และกลางคืน โดยช่วงกลางคืนระบบจะเปิดไฟสปอร์ตไลท์เพ่ือเพ่ิมความสว่างในโรงงานโดยกาหนด
ช่วงเวลาในการเปิดปิดระบบไฟฟ้าในโรงงาน และในส่วนของการรักษาความปลอดภัยจะมีการติด
กล้องวงจรปิดเพื่อถ่าย ภาพในโรงงงาน และสามารถสั่งเปิดปิดระบบผ่านโทรศัพท์เคลื่อนท่ีได้ ตาม
โครงสร้างระบบที่ออกแบบดงั ภาพท่ี 4.1

ภาพท่ี 4.1 ภาพรวมการทางานของระบบ

30
ภาพที่ 4.2 ระบบควบคมุ อุปกรณ์ภายในโรงงานด้วย App บนระบบปฏิบัตกิ าร Android

ภาพท่ี 4.3 ภาพการทดลองใช้ App ในการเปดิ ไฟสปอรต์ ไลท์

31

ภาพท่ี 4.4 ภาพการทดลองใช้ App ในการปดิ ไฟสปอรต์ ไลท์
ภาพท่ี 4.5 ภาพการทดสอบระบบกบั การเปดิ ไฟส่องสวา่ งในโรงงาน

32

ภาพท่ี 4.6 การจับภาพในสถานประกอบการผา่ นกล้อง

จากการทดสอบระบบพบว่าระบบสามารถทางานตามท่ีต้องการ ระบบสามารถ
ดาเนินการปิด-เปิดไฟส่องสว่างในโรงงานและสปอร์ตไลท์ได้ถูกต้อง การจับภาพด้วยกล้องในโรงงาน
สามารถทาได้แต่คุณภาพของภาพท่ีได้ยังไม่ดีนักซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพของกล้องท่ีนามาใช้ในการ
ทดสอบโดยภาพรวมระบบได้จัดทาขึ้นสามารถตอบสนองความต้องการของผปู้ ระกอบการไดด้ ี

ผลดาเนินงานตามวัตถุประสงค์ข้อท่ี 2 เพ่ือทดสอบประสิทธิภาพของระบบระบบ
ควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมผ่านแอปพลิเคชัน ภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสาหรับทุก
สรรพส่ิงโดยให้เจ้าของโรงงาน 1 คนและพนักงานจานวน 5 คน ทดสอบการใช้งานระบบผ่าน
โทรศพั ทเ์ คล่อื นที่ ผลการทดสอบประสิทธภิ าพของระบบแสดงในตารางที่ 1 ดงั ต่อไปนี้

ตารางที่ 4.1 จานวนและร้อยละ ข้อมลู สว่ นตัวของผู้ตอบแบบสอบถามจาแนกตามกลมุ่ ผใู้ ช้งาน

กลุม่ ผูใ้ ช้งาน จานวน รอ้ ยละ

ผ้ปู ระกอบการ 1 16.67

พนกั งาน 5 83.33

รวม 6 100

จากตารางที่ 4.1 พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีจานวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 16.68 และเป็น
พนกั งานจานวน 5 คน คดิ เป็นร้อยละ 83.33

33

ตารางท่ี 4.2 แสดงผลการประเมินประสิทธิภาพของระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อม
ด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนท่ีภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสาหรับทุก
สรรพสงิ่

ลาดบั ที่ หัวข้อ X S.D. ระดับความ
คดิ เหน็

1 การตดิ ตง้ั ระบบและ Application 3.83 0.41 มาก
2 การกาหนดรหัสผู้ใชแ้ ละรหัสผา่ นในการ
4.17 0.98 มาก
ตรวจสอบผ้เู ข้าระบบ 4.33 0.82 มาก
3 การออกแบบส่วนติดต่อกบั ผู้ใช้ง่ายต่อการใช้งาน 4.67 0.82 มาก
4 ความเรว็ ในการประมวลผลของระบบ 4.00 0.89 มาก
5 ความแมน่ ยาในการสั่งงานระบบ 4.33 0.82 มาก
6 ความสะดวกในการใช้งานระบบ 3.67 1.03 มาก
7 ความมีเสถียรภาพการทางานของระบบ 4.50 0.84 มาก
8 ความสามารถการทางานของระบบโดยภาพรวม 4.19 0.83 มาก

รวม

จากตารางท่ี 4.2 พบว่าผลประเมินประสิทธิภาพของระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงาน
ขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่านแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคล่ือนท่ีภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ต
สาหรับทุกสรรพสิ่งโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก( X = 4.19 S.D. = 0.83) โดยด้านการติดตั้งระบบ
และ Application มีค่าระดับคะแนนอยู่ในระดับมาก( X = 3.83 S.D. = 0.41) การกาหนดรหัสผู้ใช้
และรหัสผ่านในการตรวจสอบผู้เข้าระบบระดับคะแนนอยู่ในระดับมาก( X = 4.33 S.D. = 0.82) การ
ออกแบบส่วนติดต่อกับผู้ใช้ง่ายต่อการใช้งานมีระดับคะแนนอยู่ในระดับมาก( X = 4.33 S.D.=0.82)
ความเร็วในการประมวลผลของระบบมีระดับคะแนนในระดับมาก( X = 4.67 S.D. = 0.82) ความ
แม่นยาในการสั่งงานระบบมีระดับคะแนนในระดับมาก( X = 4.00 S.D. = 0.89) ความสะดวกในการ
ใช้งานระบบมีระดับคะแนนในระดับมาก ( X = 4.33 S.D. = 0.82) ความมีเสถียรภาพการทางานของ
ระบบมีระดับคะแนนในระดับมาก( X = 3.67 S.D. = 1.03) ประสิทธิภาพการทางานโดยภาพรวมมี
ระดบั คะแนนในระดบั มาก( X = 4.50 S.D. = 0.84)

34

บทท่ี 5

สรปุ ผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ

สรปุ ผลการวิจยั

การพัฒนาระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่าน
แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพสิ่ง นาเทคโนโลยี
อินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพสิ่งในการพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรมขนาดย่อมหรือโรงงานขนาดเล็กที่มี
พนักงานไม่เกิน 10 คน โดยโรงงานท่ีได้ทาการศึกษาวิจัยคือโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ มีการทางาน
ในช่วงกลางวนั และบางส่วนในชว่ งกลางคืน ซง่ึ ผูป้ ระกอบการมีความต้องการระบบควบคุมความสวา่ ง
ของโรงงานโดยในช่วงกลางวันจะมีการเปิดใช้งานเป็นบางส่วนและในช่วงกลางคืนจะเปิดไฟเพิ่มข้ึน
เพ่ือให้ความสว่างที่พอเพียง รวมถึงการเฝ้าดูการทางานในโรงงานโดยใช้กล้องวงจรปิดท่ีสามารถท่ี
สามารถเช่ือมต่อระบบและติดตามได้ตลอดเวลา การพัฒนาระบบดังกล่าวได้ดาเนินการตามข้ันตอน
การพัฒนาระบบโดยใช้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพสิ่ง ทางด้านฮาร์ดแวร์ได้มีการใช้
NodeMcu V2 ESP8266 และเขียนโปรแกรมควบคุมด้วยภาษา C++ ทาให้ได้ระบบงานตามความ
ต้องการของผู้ใช้ การเขียนแอพพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนท่ีใช้ App Inventor ในการพัฒนาโดย
ออกแบบและเช่ือมต่อระบบผ่าน WIFI ของโรงงาน การทางานของระบบสามารถใช้งานได้ตามวัตถุ
เปา้ หมายท่ีกาหนดไว้และสามารถนาไปเปน็ ตน้ แบบในการนาไปประยุกต์ใช้กับโรงงานขนาดยอ่ มอ่ืน ๆ
ตอ่ ไป

ผลการประเมินระบบควบคุมอปุ กรณ์ภายในโรงงานขนาดยอ่ มด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่าน
แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคล่ือนที่ ภายใต้แนวคิดอินเทอร์เน็ตสาหรับทุกสรรพสิ่งจากผู้ใช้ท้ังในส่วน
ของผู้ประกอบการ และพนักงานมีระดับความพึงพอใจอยู่ในเกณฑ์ระดับความพึงพอใจมาก โดยกลุ่ม
พนักงานมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก X = 4.19 และผู้ประกอบการมีการประเมินอยู่ในระดับ
มาก X = 3.83 สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการพัฒนาระบบที่ต้ังไว้ โดยผลที่ได้รับคือผู้ใช้สามารถ
ควบคุมระบบไฟส่องสว่างจากและจับภาพภายในโรงงานได้โดยระบบสามารถสั่งงานผ่านระบบ
เครอื ขา่ ยอินเทอร์เน็ต

อภิปรายผลการวิจยั

จากการพัฒนาระบบควบคุมอุปกรณ์ภายในโรงงานขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยีไร้สายผ่าน
แอปพลิเคชนั บนอปุ กรณเ์ คล่ือนท่ีสามารถอภิปรายผลการวิจยั ดังต่อไปน้ี

35

ส่วนของการติดตั้งระบบในด้านฮาร์ดแวร์ต้องมีการปรับเปล่ียนระบบไฟฟ้าของโรงงาน
บางส่วนเพอื่ ความสะดวกในการติดตัง้ อุปกรณ์ การกาหนดติดตงั้ อุปกรณใ์ หอ้ ยู่ในตาแหน่งท่ีเหมาะสม
ให้ เข้ ากับ ระบ บ ที่ พั ฒ น าข้ึน แ ล ะใน ส่ ว น ของซ อฟ ต์ แ วร์ ส าม า รถ ติ ด ต้ั งได้ ใน อุ ป กร ณ์ เคล่ื อน ท่ีที่ ใช้
ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ สอดคล้องกับงานวิจัยของ 1เจษฎา ขจรฤทธิ์ ปิยนุช ชัยพรแก้วและ
หนึ่งฤทัย เอ้งฉ้วน ซ่ึงทางานวิจัยเรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Internet of Things ในการควบคุม
ระบบส่องสวา่ งสาหรบั บ้านอัจฉริยะโดยระบบใช้ควบคุมความสว่างในบ้านตน้ แบบโดยใช้แอปพลเิ คชัน
Android , NETPIE และควบคุมโดยไมโครคอนโทรลเลอร์โดยผู้ใช้สามารถควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าใน
บา้ นผา่ นสมารท์ โฟนไดจ้ ากทกุ ที่ทมี่ กี ารเชื่อมต่ออินเทอรเ์ น็ต

การออกแบบสว่ นตดิ ตอ่ กบั ผูใ้ ช้มกี ารใช้ภาษาเข้าใจง่ายทาให้ผใู้ ช้งานสามารถเข้าใจระบบ
มีความแม่นยาในการส่ังงานระบบและระบบมีความเสถียรในระดับท่ีน่าพอใจ การประเมิน
ประสิทธิภาพของระบบในด้านความสามารถในการทางาน พบว่าผู้ประกอบการมีความพึงพอใจใน
ประสิทธิภาพการทางานของระบบในระดับมากเนื่องจากการพัฒนาระบบเป็นการพัฒนาตามต้องการ
ของผู้ใชง้ าน

ส่วนของการควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชัน(Application) บนระบบปฏิบัติการ
แอนดรอยด์ จากผลการทดสอบการเชื่อมต่ออุปกรณ์เคล่ือนท่ีผ่านเครือข่าย WIFI พบว่ามีความ
แม่นยาและสามารถทางานได้ตรงตามความต้องการ โดยในช่วงแรกของการทดสอบระบบจะพบ
ปัญหาการเช่ือมตอ่ ทไ่ี ม่เสถียร ซึ่งแก้ไขโดยการย้ายตาแหนง่ ของอุปกรณ์กระจายสญั ญาณ WIFI ให้อยู่
ในจดุ ท่เี หมาะสมเพ่อื ใหส้ ามารถกระจายสญั ญาณได้ดีและครอบคลุมบริเวณโรงงาน

ขอ้ เสนอแนะ

1. การวัดค่าพลังงานที่อุปกรณ์ไฟฟ้าใช้ หากต้องการท่ีจะนาไปพัฒนาให้ใช้กับอุปกรณ์ท่ี
ใช้กับโรงงานขนาดย่อม ผู้ที่นาไปศึกษาต่อควรหาแนวทางในการใช้มิเตอร์ไฟฟ้าร่วมกันมิเตอร์ไฟฟ้า
เดิมท่ีติดต้ังไว้ในโรงงานขนาดย่อมเพ่ือเปรียบเทียบการใช้พลังงานและหาแนวทางเพื่อช่วยในการ
ประหยดั พลงั งานไฟฟ้าให้กบั โรงงานตอ่ ไป

2. ตัวตรวจจับ (Sensor) ควรเพ่ิมตัวตรวจจับชนิดต่างๆ เพ่อื ใหค้ รอบคลุมและเหมาะสม
ในการใช้งานกบั โรงงานขนาดย่อม เช่น ตัวตรวจจับควนั และตวั ตรวจจับความร้อนในโรงงานเปน็ ต้น

1 เจษฏา ขจรฤทธ์ิ,ปิยนุช ชยั พรแก้ว,หนงึ่ ฤทัย เอ้งฉ้วน.การประยกุ ตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี Internet of
Things ในการควบคมุ ระบบส่องสว่างสาหรับบา้ นอัจฉริยะ,(กรงุ เทพฯ:มหาวิทยาลัยธุรกิจบณั ฑติ
,2560)

36

บรรณานุกรม

กอบเกียรติ สระอุบล.(2561).พัฒ นา IoT บนแพลตฟอร์ม Arduino และ Raspberry Pi.
อนิ เตอร์มเี ดยี :กรุงเทพฯ.

เจษฎา ขจรฤทธิ์,ปิยนุช ชัยพรแก้ว,หนึ่งฤทัย เอ้งฉ้วน.(2560).การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี
Internet of Things ในการควบคุมระบบส่องสวา่ งสาหรับบา้ นอจั ฉริยะ.วิทยาลยั นวตกรรม
ดา้ นเทคโนโลยแี ละวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรุ กจิ บัณฑิต.กรุงเทพฯ.

ธีระชัย หลาเนียม.(2559).การออกแบบและประยกุ ตส์ วนอจั ฉรยิ ะบนระบบไอโอท.ี มหาวิทยาลยั
เทคโนโลยีมหานคร.

ทวีศักดิ์ กออนันตกูล. (2553). 10 เทคโนโลยีที่ น่าจับ ตามองสาห รับธุรกิจ. สืบ ค้น จาก
http://www.nstda.or.th/news/20465-nstda

ประภาพร กลุ ล้มิ รัตนช์ ัย.(2559).Internet of Things แนวโน้มเทคโนโลยีปจั จบุ ันกบั การใช้งานใน
อนาคต.วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
10(1).29-36.

มหศักด์ิ เกตุฉ่าและนายกตัญญู วัฒนิศร.(2556).ระบบท่ีทางานชาญฉลาดด้วยสมองกลฝังตวั อัจฉริยะ.
สาขาวิชาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ.สารสนเทศคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ.
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกลา้ พระนครเหนอื .

วิกิพีเดีย.(2551).ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์.สืบค้นเม่ือ.6 ธันวาคม 2562. จากเว็บไซต์
https://th.wikipedia.org/wiki/แอนดรอยด์_(ระบบปฏบิ ตั ิการ)#ประวัติ

วิวัฒน์ มีสุวรรณ.(2559).อินเทอร์เน็ตเพื่อทุกสรรพส่ิง(Internet of Things) กับการศึกษา.
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.(8)2.82-91.

ศิริวรรณ เอี่ยมบัณฑิต.(2557).ระบบบ้านอัจฉริยะควบคุมด้วยเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย เซ็นเซอร์
และแอนดรอยด์แอปพลิเคชันภายใต้แนวคดิ อินเทอรเ์ น็ตเพ่อื ทกุ สิ่ง.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
พระจอมเกล้าพระนครเหนือ.

เอกชัยมะการ.(2552).เรียนรู้เข้าใจใช้งานไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูล AVR ด้วย Arduino.
กรุงเทพฯ:อีทที .ี

ภาคผนวก

ภาคผนวก ก
รายนามผเู้ ช่ียวชาญและหนงั สอื เชิญเป็นผ้เู ชย่ี วชาญตรวจสอบเครอื่ งมอื

39

รายนามผูเ้ ช่ียวชาญตรวจเคร่อื งมอื ในการวจิ ยั

1. นายสภุ าพ องอาจ อาจารย์สาขาคอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ
คณะวิทยาการจดั การ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏยะลา

2. นายมูฮัมหมดั ปุ อาจารย์ประจาสาขาคอมพวิ เตอรธ์ ุรกิจ
คณะวิทยาการจัดการ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ยะลา

3. นายมารวู ัน มามุ อาจารย์ประจาหลักสูตรคอมพิวเตอรธ์ ุรกิจ
วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาผดุงประชา

ภาคผนวก ข

แบบประเมนิ คณุ ภาพเครื่องมอื วจิ ยั

41

แบบสอบถามงานวิจัย (สาหรับผ้เู ชย่ี วชาญ)
เรื่อง การพฒั นาระบบควบคุมอปุ กรณภ์ ายในโรงงานขนาดยอ่ มด้วยเทคโนโลยไี ร้สายผ่าน

แอปพลิเคชนั บนอุปกรณเ์ คลื่อนท่ีภายใต้แนวคดิ อนิ เทอร์เน็ตสาหรับทกุ สรรพส่ิง
คาชแ้ี จง

1. แบบสอบถามฉบับน้มี วี ตั ถุประสงค์ เพ่ือประเมนิ ประสทิ ธิภาพระบบควบคุมอปุ กรณ์
ภายในโรงงานขนาดยอ่ มดว้ ยเทคโนโลยไี ร้สายผา่ นแอปพลเิ คชนั บนอปุ กรณเ์ คล่ือนท่ีภายใต้แนวคดิ
อนิ เทอรเ์ น็ตสาหรบั ทุกสรรพสิง่

2. รายละเอยี ดแบบสอบถาม
แบบสอบถามฉบับนี้ประกอบด้วยเนอื้ หา 3 ส่วนคือ
ตอนที่ 1 แบบสอบถามเกีย่ วกบั ปัจจยั พืน้ ฐานส่วนบุคคล
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามประเมินประสทิ ธิภาพเครอ่ื งมอื วิจัย

3. ขอความกรุณาโปรดตอบแบบสอบถามใหค้ รบถว้ นตามความคิดเหน็ และความเปน็ จริง
ของการทางานของท่านใหม้ ากท่ีสดุ

ผ้วู ิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะได้รับการอนุเคราะห์จากท่านเป็นอยา่ งดีและขอขอบคุณใน
ความรว่ มมอื มา ณ โอกาสนี้

นายชินวัจน์ งามวรรณากร
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา

42

ชือ่ ผเู้ ช่ียวชาญ .........................................................................................................................

ขอให้ทา่ นพิจารณาวา่ ขอ้ คาถามแต่ละข้อวดั ไดส้ อดคล้องกับนิยามหรือไมโ่ ดยทาเคร่ืองหมาย 
ลงบนช่องที่ตรงกบั ความคดิ เหน็ ของท่าน

ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลทัว่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม

คาชแี้ จง โปรดทาเครอ่ื งหมาย  ลงในชอ่ ง  ท่ตี รงกับความเปน็ จริงเกี่ยวกบั แบบสอบถาม

สอดคล้อง ระดบั ความ -1
+1 0

1. เพศ  ชาย  หญิง

2. อายุ  ต่ากว่า 25 ปี  ระหว่าง 25-30 ปี

 ระหว่าง 31-40 ปี  ระหวา่ ง 41-50 ปี

 ตัง้ แต่ 50 ปีขนึ้ ไป

3. ระดบั การศกึ ษา  ประถมศกึ ษา  มัธยมศึกษาชน้ั ปีท่ี 3

 มธั ยมศึกษาช้นั ปีที่ 6  ระดบั ปรญิ ญาตรี

4. รายได้/เดือน  ตา่ กวา่ 5,000 บาท  5,000-10,000 บาท

 ตา่ กว่า 10,000-20,000 บาท  มากกวา่ 20,000 บาท

ตอนท่ี 2 ประเมินประสิทธภิ าพระบบควบคุมอุปกรณภ์ ายในโรงงานขนาดย่อมด้วยเทคโนโลยี
ไรส้ ายผา่ นแอปพลเิ คชันบนอุปกรณเ์ คลอื่ นทภี่ ายใต้แนวคดิ อินเทอร์เน็ตสาหรับทกุ สรรพส่ิง

คาชแ้ี จง โปรดทาเครื่องหมาย  ลงในช่องท่ตี รงกับปจั จัยองคก์ ารในการดาเนนิ งานภายใน
หลักสตู รของท่านให้มากท่ีสุดเพยี งช่องเดยี ว โดยแต่ละช่องมีความหมายดังนี้

1 หมายถงึ ปจั จยั องค์การมกี ารดาเนินงานอยู่ในระดบั นอ้ ยท่สี ดุ
2 หมายถึงปัจจัยองค์การมกี ารดาเนนิ งานอยใู่ นระดับ นอ้ ย
3 หมายถึงปัจจัยองค์การมกี ารดาเนนิ งานอย่ใู นระดับ ปานกลาง
4 หมายถงึ ปจั จัยองค์การมีการดาเนินงานอยูใ่ นระดับ มาก
5 หมายถงึ ปัจจัยองค์การมีการดาเนนิ งานอยู่ในระดบั มากทสี่ ุด


Click to View FlipBook Version