หนวยท่ี 3 การเลือกใชกระจกและการตดั กระจก
กระจก คือวัสดุตกแตง บานที่สาํ คัญอยางหนง่ึ กระจกสามารถชวยทาํ ใหก ารตกแตงบา นสวยงาม
ไดด ังนน้ั กระจกจึงเปนสง่ิ ทีถ่ ูกนาํ มาใชงานในการกอ สรา งและสถาปต ยกรรมกนั อยา งแพรห ลาย กระจก จงึ
เปนสิ่งทีส่ ามารถเลอื กซอ้ื ไดต ามรา นคา ทีจ่ ดั จาํ หนายกระจกท่วั ไป ซึ่งชนดิ ของกระจก หรือประเภท กระจก
นั้นมีคุณสมบัติที่แตกตางกันไป ราคากระจกก็ไมแพงมากนัก รวมไปถึงการติดต้ังกระจกที่ไมยุงยาก
ซับซอน แตเ พอื่ ความมน่ั ใจ และไมทาํ ใหเกิดปญหาตามมาภายหลงั ควรเลือกซ้ือกระจก กับทําการตดิ ตั้ง คู
กัน นั้นหมายถึง เราควรจะซอ้ื กระจกจากบริษัทท่ีรับติดตั้งกระจกใหดวย และควรเลือกบริษัททม่ี ี ความ
เปนมืออาชพี ชาํ นาญงานดานการตดิ ต้ังกระจก แตห ากจะซ้อื กระจกมาตดิ ตงั้ เอง เพ่ือเปนของ ตกแตง บาน
แลว กค็ วรจะศึกษาวธิ ีการติดตง้ั และดูแลรักษากระจกควบคูไปดวย เพอื่ ทก่ี ระจกจะไดมีอายุ การใชงานที่
นานข้ึน
การเลือกใชกระจกในการปฏิบตั ิงานผลติ ภัณฑอะลมู เิ นียม
กวาพันปที่มนุษยรูจกั กระจก และนํากระจกมาใชในการตกแตง และสถาปตยกรรม ตลอดเวลาไดม ี
การคนคิด และพฒั นาทง้ั เทคนคิ และกรรมวธิ กี ารผลติ เพ่อื ใหไ ดผลติ ภณั ฑกระจกประเภทตางๆ ทมี่ คี ุณภาพ สูง
และดยี ง่ิ ๆ ขึ้นไป สามารถตอบสนองตอ ความตอ งการของผูใ ชท ้ังประโยชนใชส อย และความสวยงาม
พัฒนาการเหลานี้สะทอนใหเ หน็ ถงึ ความเปลยี่ นแปลงในดานการดําเนินชีวติ ตลอดจนความตองการ ท่ีเพิม่ มาก
ข้ึนของสังคมโดยเฉพาะในดานความปลอดภัย และการประหยัดพลังงานการทีม่ ีผูกลา ววา “กระจกแผนเปน
ดชั นที ด่ี ตี วั หน่ึงที่ใชวัดความเจรญิ ของบานเมอื ง” น้ันคงจะไมผ ิดนกั ดวยการเจริญเติบโต และความมน่ั คงทาง
เศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต ตลอดรวมถงึ การพฒั นาอตุ สาหกรรมกระจกแผน ทีก่ าวหนา ทัดเทยี มกับ
นานาอารยประเทศ
1 ชนิดและประเภทของกระจก
ชนดิ และประเภทของกระจก ทีม่ ีขายตามรานขายกระจก บริษัทขายกระจกรานรับตดิ ต้ังกระจก จาน
รับตัดกระจก รวมถึงโรงงานผลิตกระจกนนั้ สามารถแยกประเภทกระจกไดเปน 7 ประเภทหลกั ๆ ไดแก
1) กระจกธรรมดา เปนกระจกท่นี ิยมใชงานทั่วไป หรือนําไปทําเปนกระจกเคลือบสีเพอ่ื ใชใน การปู
ผนงั หรือเขียนบากใหไดต ามรปู แบบท่ีตองการ
2) กระจกเทมเปอร เปน กระจกท่ีมคี วามแข็งแรงมากกวากระจกธรรมดาถงึ 5 เทา มีความทนทาน ไม
แตกหักงาย สามารถทนตอ แรงกระแทกและทุกสภาวะอากาศ จงึ เหมาะจะใชงานใน สถานทีท่ ตี่ องเสี่ยงตอการ
กระทบกระเทือน หรอื มีสภาวะอากาศที่เปลีย่ นแปลงบอย
3) กระจกลามเิ นต เปน กระจกนริ ภยั ชนิดหนึ่งทีห่ ากเกดิ การแตกหักการแตกหกั เศษกระจกจะยังคงยดึ
ติด กันอยูระหวางแผนกระจก โดยกระจกลามเิ นตทําจากการนํากระจกสองแผน ข้ึนไป มาประกบติดกันดว ย
ฟลม PVB หรือ EVA นยิ มนาํ มาใชง านในสถานท่ที ีต่ องการความปลอดภัย
4) กระจกใสพิเศษ นิยมนํามาใชงานตกแตงทั้งภายในและภายนอกอาคารรวมท้ังงานเฟอรนิเจอร
ประเภทกระจกดวย
5) กระจกลวดลาย ผลิตดวยการพิมพล ายลงบนผวิ กระจกดว ยลกู กลง้ิ ตามดไี ซนข องผผู ลิตหรอื ผทู ส่ี ั่ง
ทํา นยิ มนํามาใชต กแตง ภายใน กระจกประตู กระจกหนา ตา ง กระจกเฟอรน เิ จอ ผนงั แทนวอลลเ ปเปอรไดดวย
- กระจกฝา จะเนน ความไมโ ปรง ใส ใหความเปนสว นตัว นยิ มนาํ มาใชในหองน้าํ หองอาบนํา้ ตอู าบน้าํ หรอื
ฉากกน้ั อาบน้ํา
7) กระจกเงา มคี วามนิยมมากทสี่ ุด นอกจากจะใชส ะทอ นเงาของตัวเราเองหรอก สามารถดีไซนใหมี
ความสวยงามในงานตกแตงภายในและภายนอกอาคารไดอ กี ดวย
กระจกยังสามารถนาํ มาใชในงานทั่วๆ ไปไดหลากหลายรปู แบบ เชน กระจกหนา ตางกระจก
ประตู กระจกกําแพงอาคารสงู ตลอดจนกระจกสอ งหนาในชวี ติ ประจาํ วนั ทั่วไป ในการกอ สราง กระจก
เปนอีกทางเลอื กท่ีเพมิ่ ความสวางไสวใหกบั อาคารบานเรือนกระจกนิยมใชตกแตงภายใน อาคารเพอ่ื
ความสวยงามรวมถงึ การใชกระจกในอตุ สาหกรรมยานยนตทเ่ี ปน ทีแ่ พรหลายอยางมาก
วัตถุดิบท่ใี ชใ นการผลติ กระจก ประมาณ 80% ไดม าจากแหลงผลติ ในประเทศ ไดแ ก ทรายแกว (Silica
Sand) หินฟนมา หินโดโลไมต (Dolomite) เศษกระจก (Cullets) และวัตถุดิบ ท่ีนําเขาจากตางประเทศ
ไดแ ก โซดาแอช ผงคารบ อน ผงเหลก็ โซเดยี มซลั เฟต
ข้ันตอนการผลิตกระจกจะเร่ิมจากการนาํ วัตถดุ ิบซงึ่ ไดแก ทรายแกว หินฟนมา หินโดโลไมต
เศษกระจก โซดาแอช หินปนู และโซเดยี มซัลเฟตมาผสมเขาดว ยกนั ตามอัตราสวน แลว นาํ สวน ผสมท่ี
ไดนนั้ ไปใสใ นเตาที่มีอณุ หภูมิ 1,500 องศาเซลเซยี ส จนสว นผสมตางๆ เกดิ การหลอมละลาย อบไดน า้ํ
แกว (เชื้อเพลิงไดแก น้ํามันเตาซ่ึงใชแทนถานหิน) หลังจากน้ันจะปรับอุณหภูมิของน้ํา แกวใหเหลือ
ประมาณ 1,100 องศาเซลเซียสจนมีความหนืดพอเหมาะตอการขึ้นรูปน้ําแกวละกอ นําไปผาน
กระบวนการทท่ี าใหเ ปนแผน โดยวธิ ีการปลอยใหไ หลลงไปฟอรม ตวั เปน แผน ผวิ ดีบกหลอม เสรอแลว
จะไดแผนกระจกท่ีเรียกวา กระจกโฟลต มีคุณสมบัติดีกวา) โดยระบบอ่นื ๆ คือผิวของแผน กระจกจะ
เรียบ ไมเ ปน คลืน่ มคี วามหนาสมา่ํ เสมอตล ผวิ สุกใส แวววาวไมขนุ มวั ซึ่งเราสามารถแยกอุตสาหกรรม
การผลิตกระจกแผน ข้นั ตอน คอื อตุ สาหกรรมกระจกแผน และอุตสาหกรรมกระจกตอ เนื่อง
อตุ สาหกรรมกระจกแผน
กระจกพ้นื ฐานทใี่ ชกนั ทั่วไปจะผลิตภายใตอุตสาหกรรมกระจกแผนโดยจะแบงออกเปน 2 ชน หลกั ๆ
ไดแก กระจกโฟลต และกระจกชีต
กระจกโฟลต (Float Glass) ไดมาจากกระบวนการผลิตที่เรียกวา กระบวนการโฟลต (Float
Process) เปน กระจกที่มคี ุณภาพดเี ยี่ยม มีผิวทั้งสองดานเรียบสนทิ เปน กระจกทีม่ ีความโปรง ใส มีคณุ ภาพสูง
ทนทาน ตอ การขดู ขดี เปน รอยไดด ี มีความหนาประมาณ 2 ถึง 19 มิลลเิ มตร สว นใหญใ ชงานกบั ประตู หนา ตา ง
อาคาร ตแสดงสินคา หรอื งานเฟอรนิเจอร ใชก บั การกอสรางท่ีตอ งการผนงั เปน กระจกขนาดใหญ
กระจกชีต (Sheet Glass) คือ กระจกท่ีมีคุณภาพดอยกวากระจกโฟลตเลก็ นอย โดยกระจกชตี จะ
เปน กระจกแผน เรยี บ นิยมใชในงานประตู หนา ตาง สาํ หรบั บานพกั อาศัย และอาคารสาํ นักงานตางๆ รวม ไป
ถึงการใชทํากรอบรูปดวยเชนกนั กระจกชีตสามารถแยกออกเปน ประเภทตางๆ อีกดังน้ี กระจกใส กระจกสี
กระจกฝา (เปน กระจกชตี ท่ีนํามาขัดฝาทผ่ี วิ ใชเปนฝากัน้ หอ งหรือประต)ู และกระจกดอกลวดลายที่มี ลวดลาย
พิมพลงดานหน่ึงดานใดของกระจก สามารถมองผานไดสลัวๆ มีคุณสมบัติถึงทบี่ ถึงใส เหมาะกับ งานตกแตง
ภายใน เชน โคมไฟ บานประตู หนา ตาง และภายนอกอาคาร
อุตสาหกรรมกระจกตอเนอ่ื ง
กระจกนิยมใชในลักษณะท่ีตางกัน กระจกจึงตองนํามาเพื่อเพิ่มคุณสมบัติใหดีขึ้นอีก อุตสาหกรรม
กระจกตอเนื่อง เปนการนํากระจกโฟลตและกระจกชีตมาแปรรูป เพ่ือประโยชนใชงานตามคุณสมบัติและ
ลักษณะงานท่ีแตกตางกนั ไป ไดแ ก
กระจกเงา (Mirror Glass) ไดจากการฉาบโลหะเงินลงไปที่ดานใดดานหนึ่งของกระจกโฟลต ชนิดใส หรือ
กระจกโฟลตสตี ดั แสง แลว นาํ มาเคลือบดวยสารโลหะทองแดงเปนการปองกันโลหะเงินอกี ช้ันหนึ่ง เพอื่ ความ
ทนทานในการใชงาน และเคลือบทับดวยสที มี่ ีคณุ ภาพและมีความหนาทเี่ หมาะสม สที ่ี เคลอื บแตละชั้นจะผา น
การอบแหงดวยความรอนสงู ทําใหก ารยดึ ติดกนั ระหวางชัน้ ตา งๆ ไดด ขี ึน้
กระจกสะทอนแสง (Heat Reflection Glass) คือ การนํากระจกแผนใสมาเคลือบดวยออกไซด ของโลหะ
ขนาดความหนาของการเคลอื บขน้ึ อยกู ับระดบั ความเขมของแสงท่สี อ งผา นกระจกสะทอนแสง มีคุณสมบัตดิ า น
การสะทอนแสงไดดี เม่ือมองจากภายนอกอาคารจะคลายกระจกเงา หากมองจากภายใน อาคารจะคลาย
กระจกสีตดั แสง
กระจกนิรภัยเทมเปอร (Architectural Flat Tempered Safety glass) คือ การนํากระจกแผน
ธรรมดามาเผาทม่ี อี ุณหภมู ิ 650 ถึง 700 องศาเซลเซียส แลวใชลมเปาท้ัง อยางรวดเร็ว ทาํ ใหผ วิ ของกระจกจะ
อยูในสภาพแรงอัด ขณะที่ภายในของ ดวยผิวท่ีอยูในสภาวะแรงอัด เม่ือกระจกถูกกระแทกหรือทุบจนแตก
แผนกระจก เล็กๆ (เม็ดขาวโพด) ที่ไมมีคม มีความแข็งกวากระจกธรรมดา 2 ถึง 3 เทา นิยมใชงานกับ
ยานพาหนะหรือสวนของอาคารท่ีงายตอการถูกกระแทก กระจกประเภทนี้สามารถเหนอน คือ กระจกหนา
รถยนต กระจกหลังคากันสาด กระจกสกายไลท
กระจกนิรภัยหลายช้ัน (Architectural Flat Laminaty Safety glass) เปนกระจกท่ีเพ่ิมความ
ปลอดภยั ใหแกผ ูใชมากขนึ้
สําหรับในงานผลิตภัณฑอะลูมิเนียมที่นํากระจกมาใชในการตกแตง และสถาน อะลูมิเนียมตองมี
ความรใู นการเลอื กใชกระจกในการปฏบิ ัติงานผลิตภัณฑอ ะลมู ิเนยี มมาประกอบกับโครงอะลูมิเนยี มชนิดตางๆ
ไดถูกตองเหมาะสมกบั งานทงั้ ชนิด และความหนาของกระจก ซึ่งที่ใชกันสว นใหญ ในการใชประกอบกับโครง
อะลูมิเนยี ม หรืองานทเ่ี กยี่ วของ มีดังนี้
กระจกโฟลตใส (Clear Float Glass)
กระจกโฟลตใส ผลติ ดว ยระบบโฟลต (Float Process) ซงึ่ เปนระบบการผลิตกระจกท่ีทนั สมยั ทส่ี ดุ
ในโลกปจจุบนั โดยใหน ้ํากระจกไหลลอยบนผวิ ดีบุก หลอมภายใตค วามดันและอุณหภมู ทิ ่ถี ูกควบคมุ อยา ง ดีทาํ
ใหไ ดก ระจกแผนทม่ี คี ณุ ภาพผวิ ทั้งสองดานขนาน และเรียบสนทิ
รูปท่ี 1 การติดตัง้ กระจกโฟลตใส (Clear Float Glass) ในอาคาร
คุณสมบัตเิ ดนของกระจกโฟลตใส
1) ผิวทเ่ี รียบสนทิ กระจกโฟลตใสเปน กระจกใสคุณภาพสงู ทม่ี ีผวิ ทง้ั สองดานขนานเรียบสนิท ใหภ าพ
การมองผา นทแี่ จม ชดั และใหภ าพสะทอนท่ีสมบูรณไ มบ ดิ เบ้ียว
2) ขนาด และความหนากระจกโฟลตใส พัฒนาขึ้นเพือ่ ตอบสนองตอความตองการในทกุ ๆ ดาน ของ
ผูใชโดยเฉพาะการใชกับอาคารสมัยใหมท่ีตองการชองเปดขนาดใหญมใี หเลือกทุกขนาด และความหนา คือ
ความหนาตงั้ แต 2-19 มลิ ลิเมตร ขนาดความกวา งประมาณ 3 เมตร และความยาวถึง 8 เมตร ดงั ตารางท่ี 1
ตารางท่ี 1 แสดงชนดิ และขอมูลจําเพาะของกระจกโฟลตใส
ชนิด มาตรฐาน ขนาดมาตรฐานสงู สุด น้าํ หนกั ตอหนว ย ความแข็งแรงที่
กระจก ความหนา (มม.) (นว้ิ ) (Kg/m2)* ตานแรงอัดลม
(มม.) (Kg)*
2.0 1270 X 762 50 X 30 5 90
3.0 1829 X 1067 72 X 42 7 180
4.0 1829 X 1219 72 X 48 10 260
5.0 2438 X 2134 96 X 84 12 360
กระจก 6.0 3048 X 2134 120 X 84 15 440
โฟลตใส 8.0 3048 X 2134 120 X 84 20 800
10.0 3048 X 2134 120 X 84 25 1,000
12.0 3048 X 2134 120 X 84 30 1,200
15.0 3048 X 2438 120 X 84 37 1,700
19.0 3048 X 2438 120 X 84 47 2,600
* แรงท่รี บั ได (kg) = ความตานทานตอแรงลม (kg/m) x พื้นที่ของกระจก (m) หากตอ งการ กระจกที่
มขี นาดพิเศษใหญก วาขนาดมาตรฐานทีก่ าํ หนดนี้ ก็สามารถสั่งใหผ ลิตไดตามความตองการ
การเลอื กใชงานกระจกโฟลตใส
1) สามารถนําไปใชไดท้ังภายใน และภายนอกอาคารทุกประเภท เชน หนาตาง ประตู และ การ
ตกแตง ภายใน สาํ หรบั บานพักอาศยั อาคารสาํ นกั งาน หรอื รานคา ท่ัวไป
2) หอ งแสดงสินคาหนาราน หรือตูแสดงสนิ คา ท่วั ไป
3) กระจกเงา
4) กระจกนริ ภยั สําหรับรถยนต
5) โครงสรางผนังกระจกสงู ขนาดใหญ
2. กระจกโฟลตสตี ดั แสง (Heat Absorbing Float Glass)
กระจกสตี ดั แสง เปนกระจกสโี ปรง ใส ซง่ึ สีตางๆ นนั้ เกดิ จากการเตมิ ออกไซดข องโลหะ เชน
เหล็ก โคบอลต หรอื ซลี ีเนียมลงในสว นผสมวตั ถดุ บิ จงึ ชว ยในการดดู กลนื พลงั งานความรอ นไดเ ปน อยางดี
รูปท่ี 2 การติดตงั้ กระจกสตี ัดแสง (Heat Absorbing Float Glass)
คณุ สมบตั เิ ดน ของกระจกสตี ดั แสง
1) ลดพลังงานความรอนจากแสงอาทติ ย
กระจกสตี ดั แสงสามารถดูดกลืนพลงั งานแสงอาทิตยทส่ี อ งมากระทบพ้ืนผวิ กระจกไดร อ ยละ 35.50 จงึ
มสี ว นชว ยอยา งมากตอ การลดภาระการทําความเย็นเครือ่ งปรับอากาศ นอกจากน้ี กระจกสีตดั แสง ยงั จะชว ย
ในการลดความสวางจาของแสง ที่สองผานหนาตางเขามาในตัวอาคาร ทําใหไดแสงทีน่ ิมนวล สบายตา เพ่มิ
บรรยากาศทร่ี ม เยน็ นาอยูอาศยั แกอาคารมากยง่ิ ข้ึน
2) สีของกระจก มสี ตี า งๆ ใหเลือกใชต ามความตอ งการ ดงั น้ี
(1) สชี า (Cool gray)
(2) สชี าดาํ (Dark Cool Gray)
(3) สีบรอนซ (Cool Bronze)
(4) สฟี า (Sky Cool)
สีตางๆ ทมี่ ีใหเ ลอื กถึง 4 สี จะมสี วนสําคญั ตอการวางแผนกาํ หนดสเี พื่อรปู ลกั ษณทีโ่ ดดเดน ของ
อาคาร ที่สาํ คญั คือ สีของกระจกสตี ัดแสงจะไมมผี ลทาํ ใหก ารมองเหน็ สีของวตั ถุทอี่ ยดู านหลงั กระจก ผิดปกติ
แตอ ยางใด
การใชง านกระจกสีตดั แสง
1) ใชก ับสว นภายนอกของอาคารทั่วไป อาคารพาณชิ ย และหนา ตางบา นพกั อาศยั
2) ใชก บั เครอื่ งเรอื น ฉากก้นั หรอื การตกแตงภายในอาคาร
3) การตกแตงท่วั ไป
4) งานอนื่ ๆ
หมายเหตุ
1) ความเขม ของแสงจะเพิม่ มากขึ้นตามความหนาของกระจก ซ่งึ จะสง ผลทําใหดูดกลนื ความรอ น
สะสมในเน้อื กระจกมากขึน้ ดว ย
2) ในกรณที ก่ี ระจกสีตดั แสงสะสมความรอ นไวจนอณุ หภูมสิ งู โอกาสในการแตกราวของกระจก
เนือ่ งจากความรอ น (Thermal Crack) จะมมี ากกวา กระจกโฟลตใสธรรมดา ฉะน้ันการนําไปใชงาน จึงควร
จะตอ งใหความสนใจ และระมดั ระวังคณุ สมบัติเฉพาะเหลานดี้ วย ซ่งึ ชนดิ และขอ มูลจําเพาะของ กระจกสีตัด
แสง ดังท่ีแสดงไวในตารางที่ 2
ตารางที่ 2 แสดงชนดิ และขอ มูลจาํ เพาะของกระจกตดั แสง
ชนดิ กระจก มาตรฐาน ขนาดมาตรฐานสงู สุด นาํ้ หนักตอหนวย ความแข็งแรงท่ี
ความหนา (มม.) (นิ้ว) (Kg/m2)* ตา นแรงอัดลม
(มม.) (Kg)*
5.0 2438 X 2134 96 X 84 12 360
กระจกสีชา 6.0 3048 X 2134 120 X 84 15 440
(Cool gray) 8.0 3048 X 2134 120 X 84 20 800
กระจกสบี รอนซ 10.0 3048 X 2134 120 X 84 25 1,000
(Cool Bronze) 12.0 3048 X 2134 120 X 84 30 1,200
กระจกสชี าดาํ 5.0 2438 X 2134 96 X 84 12 360
(Dark Cool gray) 6.0 3048 X 2134 120 X 84 15 440
กระจกสฟี า 5.0 1829 X 1219 72 X 48 12 360
(sky cool)
* แรงทย่ี อมรบั ได (kg) = ความตา นทานตอแรงลม (kg/m) x พนื้ ทีข่ องกระจก (m) หากตองการ
กระจกที่มขี นาดพเิ ศษใหญก วา ขนาดมาตรฐานทีก่ าํ หนดน้ี กส็ ามารถสง่ั ใหผ ลิตไดตามความตอ งการ
ขอควรระวังสําหรบั การออกแบบและตดิ ตง้ั
1) ควรติดตั้งตามคาํ แนะนําการติดตง้ั กระจก จากชางอะลูมเิ นียม และกระจก
2) แผนกระจกท่ีตดั แลว กอ นนําไปติดตั้ง ควรไดร บั การฝนขอบอยางดี เพื่อลบคมหรือรอยบน อันเปน
สาเหตุสําคัญที่ทาํ ใหกระจกแตกรา วไดงา ย
3) ไมควรใหลมเย็นจากเครอ่ื งปรับอากาศเปา กระทบผวิ หนาของกระจกโดยตรงขอควรระวังสําหรบั
การใชง านและบาํ รงุ รักษา
1) ไมค วรตดิ ตัง้ ผามานทห่ี นาทบึ หรอื วางตเ หล็ก หรืออน่ื ๆ ชิดกับแผนกระจกทอง 13 จะกอ ใหเ กิดการสะสม
ความรอนทาํ ใหกระจกแตกรา วไดงายยง่ิ ขึ้น
2) ไมควรทาสี หรอื ปดแผนกระดาษทผ่ี ิวของแผนกระจก เพราะจะทาหกรง 56 - 14 เนอ่ื งจากความรอ นได
เชน กนั
คําแนะนาํ สําหรับการติดตั้งกระจกสีตัดแสง
1) วสั ดุยาแนว (Sealant) ที่ใชควรเปน วสั ดยุ ึดหยนุ ท่มี ีคณุ ภาพสงู เชน โพลีซลั ไฟด (Polysulfide)
หรือซลิ ิโคน (Silicone) เปน ตน
2) วัสดทุ ี่ใชร องรบั วัสดยุ าแนว (Backup Materia) ควรทจี่ ะตองมีคุณสมบตั ขิ องการเปนฉนวน ความ
รอ นทดี่ ี เชน โฟมยาง (Neoprene Foam) หรือโพลเี อสทลี นี ทั้งนีเ้ พอื่ ปองกันการราวเมือ่ กระจก ไดรบั ความ
รอน และขยายตัว
3) การใชวัสดรุ องกระจก (Setting Block) ควรเปนยางแขง็ และควรแยกออกเปน 2 จดุ เพอ่ื ให
สามารถรองรบั น้าํ หนกั ไดเ ทา ๆ กัน
วงกบ
วสั ดรุ อง กระจก
รปู ท่ี 3 ลักษณะการวางวัสดรุ องกระจก
รูปที่ 4 ลกั ษณะการนาํ กระจกสีชามาใชทาํ โตะและหนา ตา ง
3) กระจกลวดลาย (Figured Glass
กระจกลวดลาย (Figured Glass) กระจกลวดลาย เปนกระจกท่ีมลี วดลายพิมพลึกลงบนดานหนง่ึ
ของแผนกระจก ใหคุณสมบัติ กึ่งทึบกึ่งใสสามารถมองเห็นไดเพียงสลัวๆ ใชกั้นพื้นที่ออกจากกันแตคงยังให
ความรูสึกที่ตอเนื่อง ลวดลาย ของกระจกกอใหเกิดการกระจายของแสง และสีท่ีแตกตาง ภาพที่ปรากฏจึง
สวยงามแปลกตาดวย ศิลปะแหงแสงและสี
รปู ที่ 5 ลักษณะกระจกลวดลาย
การใชงานกระจกลวดลาย
กระจกลวดลายจึงเหมาะทั้งงานติดตั้งภายนอกอาคาร และงานตกแตงภายใน เชน บานประตู
หนาตาง ชองแสงเหนือประตูหรือหนาตาง ฉากก้ันหอง โคมไฟ ฯลฯ สําหรับบานพักอาศัย อาคารพาย
อตุ สาหกรรม ซึ่งมีลวดลายตา งๆ
กระจกลวดลาย เปนกระจกทีม่ ลี วดลายพิมพลึกลงบนดา นหน่ึงของแผน กระจก ใหคณุ สมบตั ิถงึ ทบึ กง
ใส สามารถมองผา นไดเพียงสลัวๆ ดวยรปู แบบคลาสสิกที่คงความงามบนจนิ ตนาการแหงโลกดไี ซน ใช เพือ่ กนั้
พ้ืนที่ออกจากกนั แตย งั คงใหความรูสึกท่ตี อเน่อื ง ลวดลายของกระจกทําใหเกดิ การกระจายตัวของแสงและสีที่
แตกตางกนั ออกไป ภาพที่ปรากฏจงึ สวยงามแปลกตาดว ยศิลปะแหงแสงและสี เหมาะกับงานติดต้ัง ภายนอก
อาคารและการตกแตงภายใน
ตารางที่ 3 แสดงชนดิ และขอ มูลจาํ เพาะของกระจกลวดลาย
ขนาดมาตรฐานสูงสดุ
แบบลายกระจก 3.0 (มม.) 4.0 (มม.) 4.0 (มม.)
(มม.) (นวิ้ ) (มม.) (นว้ิ ) (มม.) (นิว้ )
1. ลายดอกขาว 1524x1219 60x48 - - --
2. ลายผา 1524x1219 60x48 1829 x 1219 72 x 48 2134x1219 84 x 84
3. ลายทงุ นา - - 1829 x 1219 72 x 48 - -
4. ลายสายรุง - - 1829 x 1219 72 x 48 - -
5. ลายผิวสม - - 1829 x 1219 72 x 48 2134x1219 84 x 84
นํ้าหนกั /หนว ย 7 8 9
(kg/m2)
4) กระจกเงา (Mirror)
กระจกเงาเปนกระจกที่ผลิตจากกระจกโฟลตใส และกระจกโฟลตสีตัดแสงผานกรรมวิธีเคลือบเงา
ดวยเครอื่ งจกั ร จงึ เปนผลิตภัณฑท ม่ี ลี กั ษณะโดดเดน ทง้ั ดา นการสะทอนภาพทเ่ี หมอื นจรงิ และความคงทน ใน
การใชง าน ซึง่ มใี หเลอื กไดห ลายสี เชน กระจกเงาใส กระจกเงาชา กระจกเงาบรอนซ และกระจกเงาฟา ชนดิ
และขอ มูลจําเพาะของกระจกเงา
รปู ที่ 6 การตดิ ต้ังกระจกเงาในหอ งนา้ํ
ตารางที่ 4 แสดงชนดิ และขอมูลจําเพาะของกระจกเงา
ชนดิ กระจก มาตรฐานความหนา ขนาดมาตรฐานสูงสุด คา เฉลีย่ นํา้ หนกั
(มม.) (มม.) น้ิว ตอ หนวย (kg/in)
กระจกเงาใส 3.0 1829 x1067 72 x 42 7
5.0 2438 x 2134 96 X 84 12
6.0 3048 x 2134 120 x 84 15
กระจกเงาชา 5.0 2438 x 2134 96 X 84 12
กระจกเงาบรอนซ 6.0 3048 x 2134 120 X 84 15
4.0 2134 x 1219 84 X 84 10
กระจกเงาฟา 5.0 1829 x 1219 72 X 48 12
คุณสมบัตทิ ี่ดขี องกระจกเงา
1) การสะทอ นภาพทแ่ี จม ชดั เหมือนจริงผลิตจากกระจกโฟลตใส และกระจกโฟลตสตี ัดแสง ทม่ี ี
คุณภาพสูงจึงใหภ าพทแ่ี จม ชัดเหมอื นจริงไมบ ดิ เบี้ยว หรือหลอกตาผูทสี่ อ งกระจก
2) ความคงทนถาวรกระจกเงาตองผานกรรมวธิ ีเคลือบเงาดว ยเครื่องจักร ตามข้นั ตอนดังตอไปนี้
(1) เคลอื บวัสดุเงนิ
(2) เคลอื บวัสดุทองแดงบรสิ ุทธิ์
(3) เคลือบสอี ยางดชี น้ั 1
(4) เคลอื บสอี ยางดีช้นั 2
การใชง านกระจกเงา
1) การตกแตง
กระจกเงา เหมาะสําหรบั การตกแตงภายใน โดยเฉพาะกระจกเงาใส ซึ่งจะใหบ รรยากาศภายใน หองท่ี
สดใส สวนกระจกเงาสตี ัดแสง ทั้งสีชา สีบรอนซ และสีฟา ก็จะย่ิงชวยเพิม่ บรรยากาศแหงสสี ันมากข้ึน ไปอีก
การจัดวางกระจกเงาอยา งเหมาะสม จะสามารถทาํ ใหหอ งธรรมดากลายเปน หอ งทนี่ า สนใจได
2) การเพมิ่ เนือ้ ท่ี
ไมเ พียงแตความสวยงาม และการสะทอ นภาพที่สดใสเทา น้ัน กระจกเงาก็ยังสามารถอํานวย ประโยชน
ในลกั ษณะของการตกแตงภายใน เพอื่ การเพมิ่ พื้นท่ีทางสายตา และลดความอดึ อัดจากความคับแคบ ของหอง
ได และหากไดร ับการจัดวางอยา งมีแบบแผน จะสามารถสะทอนภาพของพนื้ ท่นี นั้ ๆ ไดม ากมาย หลายรปู แบบ
การติดตงั้ กระจกเงา
1) สําหรบั กระจกเงาเดยี วขนาด 1 ตร.ม.
(1) ใชกาวสองหนา ยึดระหวา งผนงั กบั กระจกเงา
(2) เจาะรทู ่แี ผน กระจกเงา แลวยึดดว ยตะปคู วง
2) สําหรบั กระจกเงาเดี่ยว ขนาด 2 ตร.ม.
(1) ใชเ หลก็ รองรปู ตัวยู ยดึ ดา นลาง และดานบนของกระจกเงา
3) สาํ หรบั ผนังขนาดใหญท ี่ใชกระจกเงาแตล ะแผนขนาด 1 ตร.ม. วางเรียงตดิ กัน
(1) ใชก าวสองหนา ยึดระหวางผนงั กบั แผน กระจกเงา ยึดดานลา งดวยรางรูปตัวย
4) สําหรบั ผนงั ขนาดใหญท ี่ใชก ระจกเงา แตละแผน ขนาด 5 ตร.ม. วางเรยี งตดิ กัน
(1) ใชกาวสองหนายดึ ติดระหวางแผนกระจกเงากบั ผนัง ยึดดานลาง และบนดวยรางรูปตวั ย
รูปที่ 7 กระจกเงา
เคร่ืองมือและอปุ กรณใ นการตัดกระจก
เครอื่ งมือ และอุปกรณในการตัดกระจกโดยท่ัวๆ ไป และทใ่ี ชในการประกอบโครงอะลมู เิ นียม มีดังนี้
1 มีดตัดกระจก มีอยูดวยกัน 2 แบบ คือ ชนิดหัวเพชร และชนิดหัวทั้งสเตนคารไบด มีที่ใส
นํา้ มันหลอ ล่นื เวลาตดั ดว ย
รปู ที่ 8 ลกั ษณะมดี ตัดกระจกชนิดหวั เพชร
รูปที่ 9 ลักษณะมดี ตัดกระจกชนิดหัวทงั้ สเตนคารไบด
2 วงเวยี นตดั กระจก ใชตัดกระจกเปน รปู วงกลมเพื่อใสพ ัดลมดูดอากาศ ลกั ษณะของใบตดั จะเปน วง
ลอมีทงั้ ชนดิ ธรรมดา และชนิดที่ตัดแลวมี นา้ํ มันออกมาดว ย
รูปท่ี 10 ลกั ษณะของวงเวียนตัดกระจก
3 ตลับเมตร ใชใ นการวัดกาํ หนดขนาด หรือการทําเครื่องหมายลงบนอะลมู ิเนียม หรอื บนแผน กระจก
ที่จะทาํ การตดั
รปู ท่ี 11 ลักษณะตลบั เมตร
4 ไมบรรทดั สําหรบั ใชต ดั กระจก ใชในการกาํ หนดหรือเปนแนวในการตดั กระจกขนานกับไมบ รรทดั
เวลาทําการตัด
รปู ท่ี 12 ลกั ษณะไมบ รรทัดสําหรับใชตดั กระจก
5 ปากกาเคมใี ชในการทาํ เคร่ืองหมายบน โดยใชมดี ตัด กระจก เพื่อกาํ หนดตาํ แหนง ในการตดั ซงึ่ ท่ี
นยิ มใชกันอยูในงานอะลมู เิ นยี มและกระจก คอื ขนาดเสน 0.5 มลิ ลิเมตร
รปู ที่ 13 ลกั ษณะปากกาเคมี
6 คีมหักเศษกระจก ใชจบั เศษกระจกเหลอื อยปู ระมาณ 2-10 มิลลิเมตรท่ีใชการเคาะไมไ ดและจะตอ ง
นําเศษกระจกออกใหได จงึ นิยมใชคีมหักสําหรับกระจกบางๆ
รูปที่ 14 ลักษณะคมี หักเศษกระจก
7 หนิ ฝนขอบกระจก ใชสาํ หรบั ฝนขอบ หรอื ลบคมกระจก เนื่องจากการตัดอาจเกิดรอยบิน ตัดไม
เสมอเพ่ือปอ งกันการแตกราว และยงั สะดวกในการจบั
รปู ที่ 15 ลักษณะหินฝนขอบกระจก
8 อุปกรณป ระกอบอน่ื ๆ ในการตดั กระจก
1) นา้ํ ยาเชด็ กระจก
2) น้ํามันกาด
3) กระดาษหนงั สือพมิ พ
รูปท่ี 16 ลกั ษณะนา้ํ ยาเชด็ กระจก รูปท่ี 17 ลกั ษณะน้ํามันกา ด รปู ที่ 18 กระดาษหนงั สอื พมิ พ
ขั้นตอนการตดั กระจก
ขั้นตอนในการตดั กระจกมลี าํ ดบั ขั้น ดงั ตอ ไปน้ี
1) การยกกระจก และการวางกระจก
การยกกระจกคือ การนํากระจกที่จะตัดไปท่ีโตะเพ่ือตัด การยกจึงตองมคี วามระมดั ระวัง เพื่อความ
ปลอดภยั และปองกนั ความเสียหายที่จะเกดิ ขนึ้ การยกกระจกทุกครงั้ ตอ งสวมถุงมอื และควรจบั กระจกทขี่ อบ
บนและลาง ไมควรจับท่ีขอบดานขาง ในกรณีท่ีตองการยกกระจกแผนใหญๆ ควรใชผา หรือ เครื่องมือจับ
กระจก เชน ยางดูดกระจก เปน ตน จะทาํ ใหส ะดวก และปลอดภยั ในการทํางาน
การวางกระจกคอื การวางกระจกทจ่ี ะนําไปตดั ไวบนโตะ มีวิธีการอยู 2 ลกั ษณะทีน่ ยิ มใชท ่วั ๆ ไป เชน
ใหนาํ เอาริมกระจกดา นลา งดานไหนก็ได คอ ยๆ วางบนโตะ กอน จากนน้ั คอ ยๆ เอาแผนกระจกทาบลง บนพ้นื
โตะ หรอื ใหเ อาสว นตรงกลางของแผน กระจกวางลงท่ขี อบโตะ และคอ ยๆ วางลงทง้ั แผน
รปู ท่ี 19 ลกั ษณะการวางกระจกทจ่ี ะตัดไวบ นโตะ
(2) การกําหนดขนาด (การกะระยะ)
การกาํ หนดขนาด คอื การทําเคร่อื งหมายลงบนแผนกระจกทจ่ี ะทาํ การตัด ฉะนั้นการวัดกระจก เพื่อ ที่
จะตดั จะตองคาํ นึงถงึ เสมอ คอื จะตอ งใชด า นกระจกทีเ่ รยี บตรง ไดฉาก หรือใกลเ คยี งฉากมากท่ีสุดเปน ฐานวัด
การใชตลับเมตรวัดจะตองดึงใหตรง และขนานกบั แผนกระจกใหก ําหนดไวอยางนอย 2 จุด คือ สวน บน-ลาง
ของแผนกระจก และทําเครื่องหมายไวใ หช ัดเจน
* ขอ ควรระวัง อยาวดั ขนาดใหผิดพลาดจะเกดิ ความเสียหายได
รูปที่ 20 ลักษณะการทําเครอื่ งหมายลงบนแผนกระจกสวนบน และลา ง
(3) การตดั กระจก
การตัดกระจก ดวยการใชเพชรตัด หรือหัวเหลก็ คารไบด ผูตัดจะตองมคี วามชํานาญในการใชม ีดตัด
เชน การจับ การลาก การกดน้ําหนัก และเทคนิคตางๆ หลังจากกําหนดจุดที่จะตัดไวบนแผนกระจกดวย
ปากกาเคมี จํานวน 2 จุด แลวใหน ําไมบ รรทัดมาวางใหหา งจากจดุ ท่ีทําเครื่องหมายไวป ระมาณ 3 มิลลิเมตร ท่ี
ตอ งวางหาง 3 มิลลเิ มตร เพราะศนู ยก ลางของหวั เพชรตัดอยหู า งจากขอบมีดประมาณนี้
การตัดใหม ดี ตัดชดิ กบั ไมบ รรทัด และทีส่ ําคญั น้ําหนกั ทก่ี ดลงบนกระจกจะตองสมา เสมอตลอดการตดั
หากหนักบาง เบาบางจะทําใหมีปญหาคือ ในกรณีกดหนัก เพชรจะกินลึกและเสียงดัง ทําใหหักกระจกยาก
และแตกไมตรงรอยตัด ในกรณีกดเบาเกินไปจะหกั กระจกไมได ดังน้นั จะตอ งบังคับมือใหพอดใี นการกดนํา้ หนกั
การลาก และสงั เกตโดยการฟง เสียง
ขอควรระวัง อยาใหเพชรตัดซารอยเกาเปนอนั ขาด เพราะจะทาํ ใหเพชรเสียหาย และถาเปน กระจก
เกา กอนการตัดใหใ ชผา ชบุ น้ํามนั กาด เช็ดรอยตดั กอ นทกุ ครง้ั
หา งจากไมบ รรทัดประมาณ 3 มม.
รปู ท่ี 21 ลักษณะการนําไมบ รรทัดมาวางใหห า งจากจดุ ประมาณ 3 มม.
(4) การหกั กระจก
การหักกระจก หมายถงึ การแยกกระจกท่ไี ดต ดั แลว (รอยขดี จากเพชร หรอื หัวเหล็กคารไบด) ไวแ ลว
ใหแ ยกออกจากกัน ทีน่ ิยมใชก นั มหี ลายวธิ ี เชน ยกแผน กระจกดานใดดา นหนึง่ วางไวบ นบรรทัดสามเหลี่ยม ให
รอยตดั ตรงสันไมบรรทัด ใชม อื ทั้งสองขา งจบั แผนกระจกดา นเดยี วกันใหใชจ ังหวะกดพรอ มๆ กนั กระจก ก็จะ
หักตามรอยท่ีตัดไว หรือการหักโดยใชแผนกระจกมาวางที่ริมโตะใหรอยตัดอยูท่ีรมิ โตะ ใชมือท้ัง 2 ขาง จับ
กระจกดา นเดียวกัน ใชจังหวะยกกระแทกกับรมิ โตะเบาๆ เปนตน
รูปที่ 22 ลักษณะการทกั กระจกโดยวางไวบ นบรรทดั สามเหลย่ี ม
(5) การปด กระจก
การบิดกระจก คือ การเอากระจกท่ตี ัดไวแลว ออกจากกนั ในกรณที ี่เหลอื เศษกระจกประมาณ 5, 15,
20 ซม. กอนการบิดจะตองเคาะรอยตัดทก่ี ระจกใหม ีรอยราวเขาไปประมาณ 4-5 ซม. การบิดมหี ลายวิธี เชน
ใชมอื จบั กระจกดา นละมอื ใหห า งจากรอยตดั เลก็ นอ ย ใหใชม อื ท่ีถนัดท่สี ุดบิดกระจก กระจกจะราวตาม รอยท่ี
ตัดไว หรือใชมือซายคุมรอยตดั ไวใหแ นน ใชนิ้วนาง และนิ้วกลางมอื ขวาดันแผน กระจกใหโคงขึ้น กระจกกจ็ ะ
แตกตามรอยราวดังที่ตอ งการ และใหดงึ แผนกระจก ใหร อยรา วอยูนอกขอบโตะ ใชม ือซา ยกด แผน กระจกให
แนน ใชอ งุ มือขวาจบั แผนเศษใหแ นน แลว คอยๆ บิดกระจกจะแตกตามรอยตัด
รูปท่ี 23 ลกั ษณะการปด กระจก
(6) การหกั เศษกระจก
ในกรณที ่ตี ดั กระจก แตย ังมีเศษกระจกเหลืออยปู ระมาณ 2-10 มลิ ลิเมตร อาจใชการเคาะไมได และ
จะตองนําเศษกระจกออกใหได จึงมีวิธีทนี่ ิยมทําทว่ั ๆ ไป เชน การใชที่ตัดกระจกหักสาํ หรบั กระจกบางๆ หาก
กระจกหนาใหใชค ีมปากจ้ิงจกหรอื คมี ลอ็ กจบั หกั ได โดยกอ นจับ ใหใ ชกระดาษรองทง้ั สองดา น การหกั ใหรอย
ตัดย่นื ออกนอกโตะ พอสมควร รอยตดั ใหอยดู านบนใชคมี จับและกดลงจนหัก ดังทต่ี อ งการ
รูปท่ี 24 ลกั ษณะการหกั เศษกระจก
7) การเจียระไนและการฟนขอบกระจก
การใชหินกากเพชรฝนขอบกระจก หรือการใชเคร่ืองเจียระไนมือ (การลบคมกระจก) ในกรณีท่ี ใช
กระจกใสบานเลอื่ น หรืองานอน่ื ๆ เพอื่ ไมเ กดิ อันตราย และเพือ่ ความสวยงาม ใหนาํ หนิ ไปชุบนา กอนที่ จะนําไป
ฝนที่ขอบกระจก เพราะเปนการปองกันไมใหขอบกระจกรา ว และไมใหเศษกระจกกระเดน็ ไปที่อื่นดวย โดยใช
หินกากเพชร
รปู ท่ี 25 ลักษณะการฝนขอบกระจกดว ยหนิ กากเพชร
ขอควรระวัง และความปลอดภัยในการตัดกระจก
ขอควรระวัง และความปลอดภัยในการตัดกระจกนั้น ผูปฏิบัติงานตองยึดถือโดยเครงครดั ต้ังแต เร่มิ
เคลอื่ นยา ยกระจกมาตัด ตองเคลอ่ื นยา ยใหถ ูกวิธี และตอ งมีอปุ กรณป องกันสวนบุคคลทกุ คร้ังท่ี ปฏิบตั งิ าน ถา
กระจกมีนา หนกั มาก ก็ตองใชย างดดู กระจกชวยในการขับเคลื่อนยาย การวางกระจกตอ งมี การเตรียมพ้นื ทไี่ ว
กอนตั้งแตกอนตัด และหลังจากตัดเสรจ็ แลว ที่รองตัดกระจกตองเปนวัสดุที่ออน เชน ไม โฟม ผา พลาสติก
หรืออ่ืนๆ ขณะทําการตัดกระจกตองใชนาหนักในการกดสมา เสมอ เมเบา หรือ หนักเกินไป การหักกระจกให
ขาดออกจากกัน ตองพิจารณากอนวา เสนแนวการตัดสมาเสมอทออม ถาเสนแนวตัดแตกมาก โอกาสกระจก
จะขาดไมตรงกับแนวตัดที่ตองการได ในกรณทหกกระจก552 ยังเหลือเศษอยูเลก็ นอ ยใหใชคีมปากผสมรอง
ปากดวยกระดาษแลว จับบดิ ออกอีกคร้งั และตองระงั ก บาดมือ ทางที่ดีเม่ือเสรจ็ แลว ควรลบคมดว ยหนิ กาก
เพชร
สรุป ปจจบุ ันอาคารตา งๆ สวนใหญน ยิ มใชก ระจกเปนสว นประกอบของผนงั อาคาร เนอ่ื งจากมี ความ
สวยงามและชวยใหสามารถมองออกไปเหน็ ทัศนียภาพภายนอกไดมากย่ิงขึ้น ดังน้ันการเลือก ใชกระจกของ
ผูออกแบบอาคารควรคํานึงถึงความรอนท่ีจะเขามาภายในอาคาร การประหยัดพลังงาน ความสวยงาม และ
ความปลอดภัยของผูใ ชอ าคารเปนสาํ คัญ
ชนดิ และประเภทของกระจกทม่ี ขี ายตามรา นขายกระจก และตามการผลิตจากโรงงานผลิต กระจกพอสรปุ ได
ดังน้ี
1) กระจกธรรมดา
2) กระจกเทมเปอร
3) กระจกลามเิ นต
4) กระจกใสพิเศษ
5) กระจกลวดลาย
6) กระจกฝา
7) กระจกเงา
สําหรับในงานผลิตภัณฑอะลูมิเนียมที่นํากระจกมาใชในการตกแตงและสถาปตยกรรม ผูทํางาน
อะลูมิเนียมตอ งมคี วามรใู นการเลอื กใชกระจกในการปฏิบัตงิ านไดถูกตองเหมาะสมกับงาน ท้ังชนิดและความ
หนาของกระจกสวนใหญที่ใชประกอบกบั โครงอะลูมิเนียม หรืองานท่ีเก่ียวของ คือ กระจกโฟลตใส กระจก
โฟลตสีตัดแสง กระจกลวดลาย กระจกฝา และกระจกเงา