วิวัฒนาการ
ละครไทย
จีัดทำโดย
น.ส.รมย์ชลี ลิ้มวัฒนะธนาชัย ม.6/2 เลขที่38
ละครไทย
หมายถึง การแสดงประเภทหนึ่งที่ดำเนินเรื่องเป็นเรื่องเป็นราวโดยนำเนื้อเรื่อง
เหตุการณ์ต่างๆมาเชื่อมโยงกันมีผู้ดำเนิน เรียกว่า ตัวละคร
ยุคการละครไทยมี 5 สมัย
1.สมัยน่านเจ้า : ไม่มีหลักฐานการละคร ประเทศไทยค้นพบนิยาย เรื่อง “นามาโนราห์ ” และระบำ
2.สมัยสุโขทัย : ไม่มีหลักฐานการละคร เน้นการแสดงพื้นเมือง ประเภทรำและระบำ กำหนดโขนละคร
3.สมัยอยุธยา : และฟ้อนรำขึ้นละครสมัยนี้ คือ มโนราห์และละครแก้บน
4.สมัยธนบุรี :
นำตำนานนาฏศิลป์ของเขมรเข้ามาจึงเกิดละครชาตรี ละครชาตรี และยังเริ่มเล่นโขน
หัดเล่นละครหลวงขึ้นมาใหม่ พระเจ้าตากสินมหาราช ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์
5.สมัยรัตนโกสินทร์ : นำละครชาตรีจากภาคใต้มาเล่นในเขตหลวง เกิดจากการระงับเหตุการณ์ไม่สงบทางหัวเมืองภาคใต้
รัชกาลที่ 1
มีพระบรมราชโองการรื้อฟื้นการหัดเล่นหุ่นและโขนหลวง
ละครผู้หญิงมีแค่ในพระราชวังเท่านั้นและพระราชนิพนธ์
บทที่ขาดหายไปในเรื่องรามเกียรติ์ อุณรุท คาวี อิเหนา
ละครนอกยังเป็นผู้ชายล้วน
รัชกาลที่ 2
พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์บทละครไว้ โดยให้ละครผู้หญิงของหลวง
มาฝึกเล่นละครนอก ได้แก่ อิเหนา สังข์ทอง มณีพิชัย ไชยเชษฐ์
คาวี และไกรทอง ซึ่งใช้มาจนถึงทุกวันนี้
รัชกาลที่ 3
ทรงยกเลิกละครหลวงผู้หญิงและโขนตลอดรัชกาลส่งผลให้
บรรดาข้าราชการพากันหัดเล่นละครหลวงแบบรัชกาลที่ 2
จนเกิดเป็นละครเอกชน
รัชกาลที่ 4
ทรงโปรดเกล้าให้มีการรื้อละครหลวง ทำให้เกิดละครภาษา
รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชนิพนธ์บทละครรามเกียรติ์
ตอนพระรามเดินดงตอนนารายณ์ปราบนนทก
ยุคสมัยนี้เป็นสมัยที่ละครมีชื่อเสียง
รัชกาลที่ 5
มีการปรับปรุงละครสมัยใหม่ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากยุโรปและอเมริกา
ละครรำจึงปรับปรุงเป็นละครอื่นๆ เช่น ละครดึกดำบรรพ์ ละครเสภา
ลิเก ปลายรัชกาลที่ 5 มีเพลงทำนองของชาวตะวันตก และมีกำเนิด
ละครร้องที่เอาเรื่องของชาวตะวันตกมาแสดงแต่ถ้าเป็นภาษาไทยเวลา
ฉายจะมีคนเป่าแตรฝรั่งประกอบการแสดง
รัชกาลที่ 6
เป็นยุคทองของละครวรรณคดี ทรงพระราชนิพนธ์บทละครทุกชนิด
ทั้งละครร้อง ละครรำ ละครดึกดำบรรพ์ในสมัยนี้มีการแต่งตั้งกรมมหรสพ
ขึ้นมาใหม่เพื่อปรับปรุงศิลปะด้านโขน และดนตรีปี่พาทย์
รัชกาลที่ 7
ละครร้องได้หมดความนิยมลงไป มีการยกเลิกกรมมหรสพ
และตั้งเป็นกองมหรสพ จากนั้นย้ายไปขึ้นอยู่กับกรมศิลปากร
สมัยนี้เกิดเป็นละครพูดที่มีเพลงสอดแทรกละครเพลง
เรียกว่า ละครจันทโรภาส
รัชกาลที่ 8
การแสดงต่างๆนั้นถูกจัดขึ้นโดยกรมศิลปากรและเกิดละคร
หลวงวิจิตรวาทการขึ้นเป็นละครปลุกใจให้รักชาติ
เช่น เรื่องเลือดสุพรรณ
รัชกาลที่ 9
ทรงให้บันทึกภาพยนตร์สีส่วนพระองค์ บันทึกท่ารำเพลงต่าง ๆ
ทรงให้จัดพิธีไหว้ครู ปลูกฝังจิตสำนึกในการร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน สืบทอด และพัฒนาศิลปะ
การแสดงของชาติผ่านการเรียนการสอนในระดับการศึกษาทุกระดับ
มีสถาบันที่เปิดสอนวิชาการละครเพิ่มมากขึ้นทั้งของรัฐและเอกชน
มีรูปแบบในการแสดงลำครไทยที่หลากหลายให้เลือกชม
อ้างอิง
https://sites.google.com/site/bluestampnew/
https://www.kanlakornthai-bpi4465.com/
น.ส.รมย์ชลี ลิ้มวัฒนะธนาชัย ม.6/2 เลขที่38