The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่าประสบการณ์ตอนที่เรียนมหาลัย ว่าเป็นยังไงบ้าง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เฌอ .ฟาร์.ต้น, 2024-02-14 05:33:55

นายต้น เรียนมหาลัย

เล่าประสบการณ์ตอนที่เรียนมหาลัย ว่าเป็นยังไงบ้าง

N O P P A R A T B U N L U S I N นายต้น เรีย รี นมหาลัยลั


สวัสดีครับ ก่อนอื่นต้องแนะนำ ตัวกันก่อน เลยนะครับผมชื่อ นาย นพรัตน์ บรรลุศิลป์ เรียกผมว่า”ต้น”ก็ได้ผมได้จัดทำ หนังสือ E-book เล่มนี้มาเพื่อเป็นการแชร์ ประสบการณ์ใณ์ นการเรียนมหาวิทยาลัยที่ ผมเรียนมาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่ผมเจอ ว่าเป็นยังไง ดำ เนินการยังไง เศร้าบ้าง สุข ทุกข์บ้างปนกันไป ตื่นเต้นมากน้อ น้ ยแต่ ไหน เผื่อไปตรงกับชีวิตในวัยมหาลัยของ ทุกคน นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผมเรียบเรียง มาได้ เอาง่ายๆก็เท่าที่จำ ได้นั้นแหละ ฮ่าๆ พอๆบทนำ เอาแค่นี้แหละ ไม่มีสารบัญเด้อ เปิดอ่านเอาโลด บั้ยยย บทนำ


เริ่มสมัครเรียน


ก่อนอื่นเลยนะครับต้องขอเกริ่นก่อนก่อนที่ ผมจะมาสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัย มหาสารคามนะครับจะว่าผมตามรอยพี่ผม ก็ได้เพราะว่าผมมีพี่ที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย มหาสารคามซึ่งตอนนั้นแกเรียนคณะ แพทย์ศาสตร์น่าจะเป็นสาขาเวชกิจฉุกเฉิน ซึ่งปีนั้นเป็นปีแรกที่มหาวิทยาลัย มหาสารคามเปิดภาควิชาสาขานี้เท่าที่ผม จำ ได้อ่ะนะ แล้วแกได้ไปอยู่นั่นไปเรียนอยู่ นั่นผมก็มีโอกาสได้ไปเยี่ยมแกอยู่บ่อยๆ แล้วตอนขึ้นม. 6 ผมก็เลย ผมก็เลยตั้งเป้า ป้ หมายไว้ว่าจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คิดว่าจะเรียนคณะ อะไรช่วงนั้นอาชีพที่บูมที่สุดน่าจะเป็น อาชีพบัญชีเท่าที่ผมจำ ได้นะ ที่บ้านบอกว่า ถ้าเรียนจบบัญชีแล้วจะหางานง่ายผมก็ เครื่องติดเครื่องร้อนเลย


พอไปสมัครผมลงคณะบัญชีเป็นคณะแรก คณะที่ 2 น่าจะเป็นวิทยาศาสตร์ แต่ สุดท้ายก็ได้คณะบัญชี พอประกาศออกมา ผ่านรอบโควต้าผมแบบดีใจมากเลยที่แบบ สุดท้ายเราก็สอบติดมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มหาวิทยาลัยหนึ่งเป็นหอการค้าไทยครับ ซึ่งมันอยู่กรุงเทพฯไม่เคยออกจากบ้านทาง บ้านเลยไม่ให้ไปที่กรุงเทพฯ เลยตัดสินใจ เรียนที่นี่มหาวิทยาลัยมหาสารคามซึ่งวันไป สอบสัมภาษณ์ก็ ณ์ ก็ ตื่นเต้นมากเพราะแบบรถ เยอะมากนักศึกษาแบบมาสมัครเรียนแบบ เยอะมากยิ่งเป็นคณะบัญชียิ่งไม่ต้องพูดถึง แบบเยอะมากๆเท่าที่จะมากได้ ผมก็ไปนั่ง ต่อแถวอยู่ชั้นล่าง ตึก acc biz ซึ่งตอนนั้น ก็นั่งรอแถวที่จะขึ้นไปสัมภาษณ์ Mbs ซึ่ง เป็นตึกใหญ่ของคณะบัญชีได้เจอแบบ เพื่อนมากมาย


ได้คุยกับเพื่อนได้ทำ ความรู้จักกับเพื่อนพอ เข้าห้องไปสัมภาษณ์ก็ ณ์ ก็ มีอาจารย์นั่งอยู่ แต่ละโต๊ะน่าจะประมาณ 6-7 คนได้ต่อ ห้องผมก็ไปแล้วก็ยื่น portfolio ให้อาจารย์ ดูแล้วอาจารย์ก็ให้ Present ตัวเองว่าตัว เองเก่งอะไรมีความสามารถอะไรมาจาก ไหนมาจากโรงเรียนอะไร ด้วยความว่าตื่น เต้นก็เลยพูดแบบตะกุกตะกัก สุดท้ายที่ ผมได้ยินอาจารย์พูดมาผมก็ชื่นใจที่ อาจารย์บอกว่าเจอกันวันรายงานตัวผมนี่ ชื่นใจเลยอาจารย์ให้กำ ลังใจต้องได้แน่ๆใน ใจผมคิดอย่างนั้นแล้วรอประกาศผลต่อไป สุดท้ายผมก็เข้าคณะนี้ได้ตามที่หวังไว้ รหัสประจำ ตัวนิสิตนักศึกษาของผมคือ 58010917939 ผมยังจำ ได้จนถึงทุกวันนี้ อยู่เลย


เรียนล่วงหน้า น้


สมัยพวกผมเรียนมันจะมีโครงการที่ทาง มหาวิทยาลัยคิดขึ้นมาเพื่อเตรียมความ พร้อมเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอย่างเต็มตัวนั่น ก็คือโครงการเรียนล่วงหน้า น้ ซึ่งผมก็เป็น หนึ่งในนิสิตที่สมัครเรียนล่วงหน้า น้ เพื่อ เตรียมความพร้อมในการเปิดเทอม ตอน นั้นก็รู้สึกตื่นเต้นอีกครั้งหนึ่งเพราะว่าจะได้ เจอเพื่อนๆที่ไม่รู้จักกัน เดี๋ยวขออธิบายอีก สักนิดนึงคือโครงการเรียนล่วงหน้า น้ นี่เป็น โครงการที่เรียนตอนปิดเทอมใหญ่ของ มหาวิทยาลัย ก็จะมีกิจกรรมรับน้อ น้ งในการ เรียนล่วงหน้า น้ ตอนนั้นก็สนุก นุ ดีนะครับมี เพื่อนเยอะแยะเลยทั้งมาจากขอนแก่น สกลนครบุรีรัมย์และร้อยเอ็ดแล้วก็มีรุ่นพี่ที่ น่ารักอีกมากมายอันนี้ผมไม่เอ่ยชื่อรุ่นพี่นะ ครับเดี๋ยวจะเป็นการอ้างอิง


ตอนย้ายเข้ามาอยู่มหาสารคามผมเข้ามา อยู่หอเดียวกับพี่ผมหอนี้จะอยู่หลังอินดี้ คลับ ผมไม่ชอบอย่างหนึ่งคือทำ ไมพี่ถึงได้ ไปอยู่ที่ชั้น 4 นี่คือสิ่งที่ผมข้องใจมากที่สุด เพราะว่ามันเดินขึ้นมันเหนื่อยนะ นี่ก็เป็น หอที่ผมอยู่ตั้งแต่ปี 1 จนถึงผมออกจาก มหาสารคามหอนี้จะมีสระว่ายน้ำ แล้วก็ตึก อยู่ 6 ประมาณ 6 ตึก มีร้านกับข้าวอยู่ใต้ ตึกแล้วก็มีร้านซักรีดปัจจุบันนี้ร้านกับข้าว กับร้านซักรีดก็ย้ายออกไปแล้ว โครงการ เรียนล่วงหน้า น้ เนี่ยวิชาเรียนเขาจะลงมาให้ เลย แค่เราเรียกว่าเราจะเรียนคอร์สไหน เขาจะมีวิชามาให้เราดูว่าเราจะเรียนอันนี้ อันนี้อันนี้ซึ่งเราสามารถเลือกลงได้ จะไม่ ได้ลงเองแบบเทอมปกติที่เราต้องลงเองหา เอง ตอนนั้นก็ถือว่าสนุก นุ อยู่นะครับพอมี เพื่อนเยอะแยะทำ กิจกรรมอะไรด้วยกัน หลายๆอย่างไปตีแบตไปเดินเล่นไปคาเฟ่


Welcome freshy ปี 1


เริ่มเปิดเทอมมากับปี 1 อย่างเป็นทางการ หลังจากเรียนล่วงหน้า น้ไปแล้วพอที่จะเข้าใจ อะไรๆขึ้นนิดหน่อยเปิดมาก็รับน้อ น้ งของ คณะเลยซึ่งตอนนั้นไปผมก็ไม่รู้อะไรเลย ผมจำ ได้ตอนที่เขานัดรวมกันแล้วก็แบ่ง กลุ่มช่วงนั้นที่จำ ได้เขาถามหาพี่เขาถามหา คนที่เสียสละน่าจะเป็นหัวหน้า น้ กลุ่มหรือ อะไรสักอย่างนี่แหละจำ ไม่ค่อยได้ซึ่งตอน นั้นก็มีผมแล้วก็เพื่อนที่นั่งด้วยกัน 2 คนที่ เป็นผู้ชายคณะบัญชีเนี่ยผู้หญิงจะเยอะกว่า ผู้ชายประมาณเท่า 2 เท่า ตอนแรกมีแต่ผู้ หญิงออกไปที่พี่แกเรียกออกไปแล้วพี่แกก็ ตะโกนว่าไม่มีผู้ชายบ้างหรอเป็นผู้ชายซะ เปล่ามีแต่ผู้หญิงออกมา ผมกับเพื่อนที่นั่ง ข้างๆกันเลยมองหน้า น้ กันแล้วก็พากันลุก ออกไปตอนนั้นก็ทำ หน้า น้ งงๆกับเพื่อนอยู่ แล้วคนที่ออกมาเขาก็ให้มาที่อาคารพละ


เพื่อแบบมาเข้าแถวแล้วก็มีพี่คนนึงเดินมา ให้จัดแถวผมบอกตรงๆเลยพี่คนนั้นผมก็ เข้าใจผิดอยู่ผมนึกว่าอาจารย์ตอนนั้นส่งแก ได้จริงๆเหมือนอาจารย์เป๊ะ ป๊ใส่แว่นหน้า น้ มี หนวดนิดหน่อยผมนึกว่าอาจารย์ตอนนั้น แกก็มาสั่งให้จัดแถวมาสั่งให้วิดพื้นสก๊อต จั้ม ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าแกจะให้พวกผม ทำ ไปเพื่ออะไรสุดท้ายเราเป็นคณะ กรรมการรุ่นชื่อรุ่นที่ผมเข้าไปคือสำ เภา 21 คือเป็นรุ่นที่ 21 ของคณะแห่งนี้ กว่าจะได้ ธงรุ่นมาก็ยากเหมือนกันนะ กว่าจะผ่านการ ร้องเพลงคณะเพลงมาร์ชหรืออะไรต่างๆ กว่าจะได้มาค่อนข้างที่จะยากอยู่แต่ก็ไม่ เกินความสามารถของรุ่นสำ เภาฟ้า ฟ้ ที่ 21 พี่ จากที่เคยเงียบๆทำ หน้า น้ บึ้งตอนฝึกคณะ กรรมการก็กลับกลายเป็นคนละคนบ้าๆ บอๆติ๊งต๊อง พี่แกบอกว่ามันเป็นหน้า น้ ที่


นี่ก็คือการรับน้อ น้ งของคณะบัญชีและการ จัดการส่วนรับน้อ น้ งของมหาวิทยาลัยผมไม่ ได้เข้าตอนนั้นผมไปธุระที่ขอนแก่นกับ เพื่อนเลยพลาดโอกาสเข้าการเข้ารับน้อ น้ ง ของปีพวกผมปีพวกผมมีชื่อรุ่นว่า จามจุรี น่าจะเป็นจามจุรี 21 หรือเปล่าอันนี้ผมก็ไม่ แน่ใจเหมือนกันก็ถือว่าเป็นการต้อนรับ เฟรชชี่ปี 1 อย่างเป็นทางการ


นี่หรือชีวิตมหาลัย


ผมว่าชีวิตในวัยเรียนนี่สนุก นุ ที่สุดแล้วไม่ เหมือนชีวิตวัยทำ งานที่ต้องตื่นเช้ามาไป ทำ งานกลับบ้านกินข้าวนอนชีวิตไปเรียนมี วันตื่นสายมีวันเข้าสายมีวันเรียนบ่าย ผมว่า นี่แหละคือชีวิตที่สนุก นุ ที่สุดแล้วช่วงเรียนปี 1 มหาวิทยาลัยมหาสารคามขึ้นชื่อเรื่องการ ลงทะเบียนเรียนมากซึ่งต้องตื่นเช้ามาลง ทะเบียนเรียนเพื่อให้ทันลงรายวิชาที่ตัวเอง อยากจะเรียนตอนปี 1 มันก็ยังไม่เท่าไหร่ หรอกเพราะว่าเขายังล็อคให้ปี 1 ได้ลงเรียน อยู่เพราะว่าพี่หนึ่งจะได้ลงทะเบียนก่อน เพื่อน


ลงทะเบียนวิชาเอกไม่เท่าไหร่นะแต่เป็น วิชาทั่วไปวิชา Ed จะยากหน่อยเพราะว่า ต้องไปแย่งลงกับสาขาอื่นถ้าเต็มแสดงว่า คุณก็ไม่ได้เรียนวิชานั้นต้องไปหาเเสกวิชา อื่นเวลาอื่น ซึ่งถ้าใครมีเพื่อนเรียนแล้วลง ไม่ทันก็แสดงความเสียใจด้วยคุณไม่ได้ เรียนกับเพื่อนนี่เป็นอีกอย่างหนึ่ง signature ของมหาวิทยาลัยนี้ ตอนเรียน วิชาเอกกับเพื่อนก็รู้จักเพื่อนมากมายทั้ง ผู้ชายทั้งผู้หญิงอีกมากมาย แล้วก็มีเพื่อนที่ เป็นคณะกรรมการรุ่นที่เรียนอยู่คนละห้อง แต่อยู่ห้อง ผมจะไม่ค่อยลงลึกเรื่องการ เรียนสักเท่าไหร่นะครับผมจะเน้น น้ การเล่า เรื่องการใช้ชีวิตให้ฮ่าปาร์ตี้


สหายสุรา


ตอนเรียนปี 1 ถ้าพูดถึงเรื่องเบียร์เรื่อง เหล้าผมก็ว่าผมน่าจะใส่สุดอีกคนนึงเลย แต่ผมไม่เคยเข้าร้านเหล้านะช่วงปี 1 ส่วน มากจะชวนกันไปกินอยู่หอพักซะมากกว่าก็ แก๊งเดิมคณะกรรมการรุ่น ก็สมัยนั้นมีเงิน ไม่เยอะก็หารกันทีละ 100-200 บ้างก็เก็บ เงินจากกินข้าวแล้วมากินเบียร์กินเหล้ามัน ก็แล้วแต่ช่วงในการกินบางครั้งก็ไปหอคน นี้หรือพรุ่งนี้ก็ไปหออีกคนนึงแบบย้ายที่กิน เพื่อไม่ให้แบบเจ้าของหอหรือว่าหอพักที่ นั่นมันดูแบบเสียงดังเกินไปย้ายสถานที่ บ้างตอนนั้นก๊วนก็จะมีอยู่ 8 คนก็มีคนมา กินบ้างไม่มาบ้างก็แล้วแต่ครั้งแล้วตลอด แต่ผมค่อนข้างที่จะไปเกือบทุกรอบสหาย สายดื่มค่อนข้างที่จะเยอะตอนนั้นผมจำ ครั้งหนึ่งได้ที่ไปกินอยู่หอเพื่อนเพื่อนอาร์ม


ไอ้อาร์มเนี่ยมันเรียนคณะบัญชีด้วยกันนี่ แหละแต่เรียนสาขาการจัดการก็รู้จักกัน เพราะว่าเป็นคณะกรรมการรุ่นก็ไปกินอยู่ ฮ.อ. อาร์มจะอยู่หอพักติดกับถนนใหญ่ ก่อนถึงสี่แยกไฟแดง PT ปั๊มน้ำ มัน PT ทุก วันนี้ห่อนี้ก็รื้อออกแล้วเป็นห้องร้างไม่มีคน เช่าอยู่แต่หอฝั่งตรงข้ามยังมีคนเช่าอยู่นะ ตอนนั้นก็น่าจะกินเบียร์ น่าจะหมดเกือบ 2-3 ลังได้แล้วก็ต่อด้วยเป็นเหล้าหรือเปล่า ไม่แน่ใจเหมือนกันก็กำ ลังกึ่มได้ที่เลย พอ ปาร์ตี้จบก็แยกย้ายกันกลับหอของใครของ มันแต่ผมน่าจะรับเกินลิมิตตัวเองได้ ทำ การ ขายโจ๊กไป 1 ทีก็คืออ้วกนั่นแหละ ครับ ตอนนั้นผมก็ไม่รู้ตัวหรอกก็ สะลึมสะลือน้อ น้ คนเมาก็อ้วกเสร็จผมจำ ได้ว่า ผมอ้วกใส่ถุงพลาสติกผมก็มัดมัดไว้


ไปแขวนตรงฟีโน่ไอ้รถไอ้อาร์มใส่นั่นแหละ ผมก็เลยแขวนปุ๊บ ปุ๊ ผมก็เลยกลับห้องพอ ตอนเช้าตื่นไปเรียนไอ้อาร์มมาบ่นกับผม ใหญ่เลยว่าไอ้ต้นมึงนี่ทำ ไมอ้วกแล้วไม่เอา ไปทิ้งมาแขวนไว้ตรงรถกูทำ ไมตอนนั้นผม ก็จำ ไม่ได้ว่ามันจะลืมสะดืออยู่นะตอนเมา ขอโทษด้วยกูไม่ได้ตั้งใจเออคราวหลังเดี๋ยว กูเอาไปทิ้ง เป็นที่เป็นทางเอง ไม่รู้ว่าตอนปี 1 ผมใส่สุดหรือเปล่าช่วงหลังๆมาปี 2 ปี 3 ปี 4 ผมไม่กินเบียร์กินเหล้าเลยนะไม่ค่อย กินดีกว่ากินเฉพาะโอกาสที่เพื่อนชวน เท่านั้นหรือไม่ก็แบบผมคิดอยากจะกิน จริงๆถึงจะได้กินไม่ได้ไปกินทุกวันเหมือน สมัยปี 1 แล้ว


ไว้ต่อเล่มหน้า น้ เด้อ


Click to View FlipBook Version