48
ผลทเ่ี กดิ กบั เด็ก
1. ผลท่เี กิดข้ึนตามจดุ ประสงค
1.1 เด็กไดเรียนรูเรื่องคุณสมบัติของน้ําและปริมาณน้ําเมื่อเปลี่ยนภาชนะที่ใส และ
สามารถอธบิ ายใหคนอน่ื เขาใจได
1.2 เดก็ มีเจตคติทด่ี ีตอ วทิ ยาศาสตร
2. พฒั นาการความสามารถพ้ืนฐาน และพัฒนาการของเดก็ ปฐมวยั (ตามโครงการบาน
นักวิทยาศาสตรนอ ยประเทศไทย)
2.1 ดน การเรียนรู
2.1.1) กระบวนการเรยี นรู
- เดก็ ๆไดลงมอื ทาํ การทดลองดวยตนเอง
- เด็กสามารถนําเสนอผลงานตามความคดิ ของตนเองใหผูอนื่ ฟงได
2.1.2) เรยี นรูเนอ้ื หา / แนวคดิ พ้นื ฐานทางวิทยาศาสตร
- เด็กมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับคุณสมบัติของน้ําปริมาณนํ้าเม่ือเปล่ียน
ภาชนะที่ใส และสามารถอธิบายใหค นอน่ื เขาใจได
2.2 ดานภาษา
- เด็กสามารถเรยี นรคู ําศัพทจากวสั ดอุ ุปกรณ และบอกรายละเอียดของอปุ กรณตางๆ
ไดดวยตนเอง
- เดก็ แสดงความคิดเห็น ซักถามในสิ่งทต่ี นเองสนใจดวยคาํ พูดของตนเองไดอ ยา ง
มั่นใจ
- เด็กสามารถอธบิ ายเกย่ี วกบั ความคิดรวบยอดของกจิ กรรมโดยใชค ําศัพท คาํ พดู ที่
เดก็ ๆรูจักและเขาใจในการนําเสนอผลงานของตนเอง
2.3 ดานสังคม
- เด็กไดทาํ งานรวมกบั ผูอืน่ แลกเปลีย่ นแสดงความคิดเห็นและยอมรบั ฟงความคดิ เห็น
ของผอู ื่นได
- รูจ ักแบงปน และรอคอยในการทาํ กิจกรรมรวมกับผูอนื่
2.4 ดานการเคลอื่ นไหว
- เด็กสามารถใชกลามเนื้อทั้งมัดเล็ดและมัดใหญ ในการเคล่ือนไหวรางกาย หยิบจับ
วัสดุอปุ กรณไ ดอยางคลอ งแคลว สามารถควบคุมใหไ ปในทิศทางที่ตองการได และเรียนรูดวยประสาท
สัมผัสจากการมองเห็นวัสดุอุปกรณ ตลอดจนการทดลอง การฟง การบรรยายพูดคุยสนทนา การ
นาํ เสนอผลงาน
49
รายงานผลการจัดกจิ กรรมการทดลอง ตามโครงการบา นนกั วทิ ยาศาสตรนอย ประเทศไทย
กิจกรรมที่ 13 ชอื่ กจิ กรรม งูเตนระบํา
จดุ ประสงค
1. เพ่อื ใหเดก็ มที กั ษะการสงั เกต
2. เพ่ือใหเ ดก็ รูจ กั เปรียบเทยี บอุณหภูมิรอ นกบั เยน็ จะมีอณุ หภูมทิ แี่ ตกตางกัน
3. เพอ่ื ใหเดก็ ทาํ กจิ กรรมกาํ รทดลองดวยตนเอง
ขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรมการทดลอง
ข้ันที่ 1 ตง้ั คาํ ถามเกีย่ วกบั ปรากฏการณธรรมชาติ
ครชู วนเดก็ สนทนาเก่ยี วกับอากาศรอนในตอนกลางวัน ใครเคยเห็นไอรอ นลอยข้ึนมาจากถนน
หรือพืน้ สนามหรือไม เด็กๆ ตอบวา ตอนน่ังรถไปกับพอเหน็ เปน เหมอื นแสงขนึ้ มาจากถนน เหน็ หลังคา
บานมีไอรอ นออกมาเหมอื นเปน เปลวไฟเมือ่ เอามอื ไปจับจะรอนมากๆ และมีคาํ ถามวา ทําไมถงึ มไี อรอ น
ขนึ้ มาและลอยขน้ึ บนทองฟา ครบู ันทึกคาํ ถามของเด็กลงบนกระดาษชารท
ข้นั ที่ 2 รวบรวมความคดิ และขอสนั นษิ ฐาน
ครชู วนเด็กทาํ กิจกรรมกบั กระดาษเพื่อหาลักษณะของลมรอน โดยใชคําถามกระตุน ดงั นี้
ครู : ถา เราแขวนงกู ระดาษเหนอื เทยี นท่จี ดุ ไฟ เดก็ ๆคิดวางกู ระดาษจะเปน เชน ไร
เด็ก : เดก็ ๆคาดคะเนวา ไฟจะไหมง ูกระดาษจนหมดและจะรอ นมาก
ครู : แลว ถาเราดับไฟละคะ
เดก็ : ไฟกจ็ ะหยุดไหมงูกระดาษ
ข้ันที่ 3 ทดสอบและปฏบิ ตั กิ ารสืบเสาะ
เดก็ และครูรว มกนั วางแผนการทาํ กจิ กรรม มกี ารกาํ หนดขัน้ ตอนการทาํ กิจกรรม และรวม
ออกแบบบันทกึ ผลการทาํ กจิ กรรม จากน้ันจัดเตรยี มอปุ กรณ และดาํ เนนิ การจดั กิจกรรมดว ยตนเอง
ตามขนั้ ตอน โดยครแู ละเดก็ ๆรวมกันทดลองกิจกรรม โดยใหเดก็ แตละคน วาดวงกลมตามแบบลงบน
กระดาษและใชกรรไกรตัดออกมา ครูสอนวิธวี าดงลู งบนแผน วงกลมใหก บั เด็ก และระบายสีเม่ือเดก็ ๆ
ระบายสี “งู”เสร็จแลวใหใชกรรไกรตดั ตามเสนที่วาดรูปงอู อกมา เจาะที่รูกงึ่ กลางหวั งแู ลว รอ ยดายลง
ไป แลวใหเ ดก็ จบั หรือแขวนงกู ระดาษใหเ หนอื เทยี นทีจ่ ดุ ไฟ แลว ใหเ ดก็ สังเกตการเปลยี่ นแปลง
ขั้นท่ี 4 สงั เกตและบรรยาย
ใหเด็กออกมาทดลองตามวิธีการของตนเองทีละคนและชวยกันสังเกต เด็กจับหรือแขวนงู
กระดาษใหเหนอื เทยี นท่จี ดุ ไฟ เด็กๆ สงั เกตเหน็ งูกระดาษหมนุ เดก็ ตอบวา ถา รอนมากก็จะหมุนเร็ว ครู
50
ถามโดยใชคาํ ถามกระตุน ถา เราดับไฟ จะเปนอยางไร เด็กๆ ตอบ งูจะหยุดหมุน ขณะท่ีเด็กทดลองทํา
กิจกรรมดวยตนเอง ครจู ะดแู ลอยางใกลช ิด
ข้ันที่ 5 บันทกึ ขอ มลู
เด็กและครูรวมกันสนทนาสรุปผลการทดลอง เด็กๆบันทึกผลการทํากิจกรรมโดยการวาด
ภาพลงในกระดาษเพือ่ นาํ เสนอหนาช้นั เรียนและจัดปายนิเทศใหผ ูป กครองดู
ขั้นท่ี 6 สรปุ และอภปิ รายผล
เดก็ และครูรวมกันสนทนาสรปุ ผลการทดลองวาอากาศรอ นขยายตัว เคลื่อนทเ่ี รว็ และมนี ํา้ หนกั
เบาอากาศรอ นจึงเคลอื่ นทลี่ อยขึ้นดา นบน สวนอากาศเย็นจะหนักกวา จะหดตัวเคล่อื นทีช่ ํ้า จะลอตา่ํ ลง
เดก็ ๆบันทกึ ผลการทํากิจกรรมโดยการวาดภาพลงในกระดาษเพื่อนําเสนอหนาชัน้ เรยี นและจัดปา ย
นิเทศใหผ ปู กครองดู
วัสดุ/อุปกรณ ภาพการดาํ เนินกจิ กรรม
เด็กทาํ กจิ กรรม
การนาํ เสนอผลงาน
51
ผลงานท่สี าํ เร็จของเด็ก
ผลทเี่ กดิ กับเดก็
1. ผลท่ีเกิดขน้ึ ตามจดุ ประสงค
1.1 เด็กไดส งั เกตขณะทํากจิ กรรมวา มคี วามแตกตา งกนั
1.2 เด็กเขาใจเร่อื งอณุ หภมู ทิ ่มี ีความแตกตา งระหวา งอุณหภูมิรอนกับเยน็
1.3 เด็กสามารถนําวสั ดุมาทดลองดว ยเองได และเขา ใจไดว างกู ระดาษอยเู หนอื อากาศ
รอ นจะทําให งูหมุนได เพราะอากาศรอนจะลอยตัวขึ้นดา นบน
2. พฒั นาการความสามารถพนื้ ฐาน และพัฒนาการของเดก็ ปฐมวยั (ตามโครงการบาน
นักวทิ ยาศาสตรนอยประเทศไทย)
2.1 ดานการเรียนรู
2.1.1) กระบวนการเรยี นรู
เดก็ ไดเ รียนรูเรอ่ื งอุณหภมู ิรอ นกบั เยน็ จะมีความแตกตา งกัน อากาศรอนจะเบา
และลอยตวั ขนึ้ ดานบน อากาศเยน็ จะหดตวั จบั ตวั กันแนน จงึ หนักกวา และลอยตํา่ ลง
2.1.2) เรยี นรูเนื้อหา / แนวคดิ พืน้ ฐานทางวิทยาศาสตร
- เด็กมีทักษะการสังเกต คือสังเกตการเปลี่ยนแปลงของงูกระดาษเมื่อเหนือ
เทียนท่ีจุดไฟ
- เดก็ มีทกั ษะการจัดกระทาํ และสอื่ ความหมายขอมลู ที่ไดจ ากการสังเกต และ
นาํ เสนอขอ มูลเพอื่ ใหผ ูอืน่ เขาใจความหมาย
2.2 ดานภาษา
- การฟง เด็กใชทักษะการฟง จากสง่ิ ท่เี พอื่ นสนทนา ซักถาม โตต อบ
- การพูด ตอบคํา้ ถาม แสดงความคดิ เหน็ จากสิง่ ท่ีตนเองคดิ อธิบายสิ่งทีพ่ บเหน็
- การอา น อา นตามใบกจิ กรรมที่ครูอานใหฟง อา นบตั รคา้ํ ชื่ออุปกรณ
- การเขยี น เด็กสวนใหญวาดภาพสื่อสารสง่ิ ไดเรียนรจู ากการทํากจิ กรรมไดชัดเจน
52
2.3 ดา นสงั คม
เด็กๆ ไดท ํากจิ กรรมรวมกบั เพ่ือน รูจกั มารยาทในการฟง การพูดยกมือกอ นจะพูด
ควบคมุ ตนเองปฏิบัตติ ามขอตกลงรวมกันได เออ้ื เฟอ แบงปน รอคอยได รับฟง ความคิดเหน็ ของผูอ ่นื
สนทนาแลกเปลย่ี นความคิดเหน็ ระหวา งทํากิจกรรม
2.4 ดานการเคลือ่ นไหว
- เดก็ ไดใชกลา มเนอื้ เลก็ -ใหญ ในการทํากิจกรรมไดอ ยา งคลอ งแคลว เชน การหยบิ
จับอุปกรณ ในการทาํ กจิ กรรมไดอ ยา งคลอ งแคลว
2.5 ดานอารมณจิตใจ
แสดงออกทางสีหนาย้มิ แยม แจม ใส สนุกสนาน ตน่ื เตนกับสิ่งที่ไดลงมือปฏิบตั ิ มีสมาธิ
จดจอ กับกจิ กรรมการทดลอง
53
รายงานผลการจัดกิจกรรมการทดลอง ตามโครงการบานนกั วิทยาศาสตรน อย ประเทศไทย
กจิ กรรมท่ี 14 ช่อื กิจกรรม เมลด็ ทานตะวนั เตน ระบํา
จุดประสงค
1. เพอ่ื ใหเดก็ มีทกั ษะการสงั เกตเปรยี บเทียบ
2. เพ่อื ใหเด็กรจู กั คุณสมบตั ิกาซคารบอนไดออกไซด
ขนั้ ตอนการจัดกจิ กรรมการทดลอง
ขัน้ ท่ี 1 ตง้ั คาํ ถามเก่ยี วกบั ปรากฏการณธรรมชาติ
ครูสนทนากับเด็กเกีย่ วกบั ลกั ษณะของนาํ้ อดั ลม และโซดา และอธบิ ายวา เมอื่ เขยานํา้ อัดลม
หรือโซดา จะมีฟองเปนจํานวนมาก และเม่อื เดก็ ๆทานเขา ไปเยอะๆกจ็ ะทําใหป วดทอ ง เดก็ ๆสนทนา
ซกั ถามวาทาํ ไมด่ืมน้าํ อัดลมและโซดาเยอะๆจงึ ทําใหปวดทอ ง ครูตอบวาเพราะ ในนา้ํ อดั ลมและโซดา มี
กาซคารบ อนไดออกไซด เดก็ จงึ สนทนาซักถามอีกวา กา ซคารบ อนไดออกไซดมลี ักษณะเปน อยา งไร
ครูบันทึกคาํ ถามของเดก็ ลงในกระดาษชารท
ขัน้ ท่ี 2 รวบรวมความคิดและขอสันนิษฐาน
ครูใชคาํ ถามกระตุนเดก็ การคิดเกยี่ วกบั ฟองท่อี ยูใ นนํา้ อัดลม โซดา ดงั นี้
- เดก็ ๆ คิดวาถา คณุ ครูนํา้ เมลด็ ทานตะวนั ใสล งไปในแกวน้ํา แกว โซดา จะเปน อยางไร
- ทําไมถงึ คดิ วาเปนเชนนน้ั
เดก็ และครูรวมกนั คาดคะเนการทดลองเมล็ดทานตะวนั เตน ระบํา
เด็กๆรว มกนั ทดลองทํากจิ กรรมโดยใหส งั เกตและเปรยี บเทียบผลของการทดลองในนํ้าเปลากับ
โซดา เด็กๆคาดคะเนวาเมอื่ ใสเ มล็ดทานตะวันลงในแกวท่ีมีนา้ํ เปลา และนาํ้ โซดาเมลด็ ทานตะวันก็จะจม
ครูบันทกึ สง่ิ ทเี่ ด็กคาดคะเนไวท ีก่ ระดาษชารท
ข้ันที่ 3 ทดสอบและปฏบิ ตั กิ ารสบื เสาะ
เด็กและครูรวมกันวางแผนการทํากิจกรรม มีการกําหนดขั้นตอนการทํากิจกรรม และรวม
ออกแบบบันทึกผลการทํากิจกรรม จากนั้นจัดเตรียมอุปกรณ และดําเนินการจัดกิจกรรมดวยตนเอง
ตามขั้นตอน โดยครแู ละเด็กๆรวมกนั ทดลองกจิ กรรม เด็กสังเกตการทดลองตามกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร
54
ขน้ั ท่ี 4 สังเกตและบรรยาย
ขณะท่ีทําการทดลองครูบอกใหเด็กๆสังเกตและบรรยาย เปรียบเทียบกับท่ีคาดคะเนไว เชน
เมื่อเราเมนา้ํ เปลา ลงไปในแกว แลวเรานําแวนขยายสองดูน้ําเปลาจะมีลักษณะใสๆไมมีฟองอากาศเลย
ตาเมื่อเราเทน้ําโซดาลงในแกวแลวสองดูดวยแวนขยายเราจะสังเกตเห็นฟองอากาศอยูในแกวโซดา
จาํ นวนมากและพุงขึน้ บนผิวโซดามากมายดแู ลว สวยงามดี และเมื่อเราใสเ มลด็ ทานตะวันลงในแกวทั้ง 2
ใย ท่มี นี ้าํ เปลา และนาํ้ โซดา ผลปรากฏวา เมลด็ ทานตะวันในนํ้าเปลาจะลอยข้ึนบนผิวน้ําเฉยๆ แตเมล็ด
ทานตะวนั ทีล่ อยบนโซดาจะลอยและเคล่อื นทด่ี ุกดกิ๊ ๆ ไปมาๆ ตลอดเวลา
ขน้ั ที่ 5 บันทึกขอ มูล
เดก็ บนั ทกึ ผลการทดลองตามแบบบันทึกที่ออกแบบไว แตละกลุมนําเสนอผลงานหนาช้ัน ครู
นาํ ผลงานเด็กบนั ทึกลงในกระดาษชารทพรอ มท้ังสังเกตและบนั ทึกพฤตกิ รรมเด็ก
ขน้ั ท่ี 6 สรุปและอภปิ รายผล
6.1 เดก็ และครรู วมกันสนทนาสรุปผลการทดลองวาคุณสมบัติของกาซคารบอนไดออกไซดใน
นาํ้ โซดาวา มสี ว นผสมของนํ้าท่ีมีกาซคารบอนไดออกไซด (CO2) ละลายอยูในน้ํา มีคุณสมบัติเปนกรด
ออน
6.2 ครใู ชคาํ ถามกระตุน หรอื สรา งสถานการณเ พ่มิ เติมจากการทดลอง ใหเด็กต้ังคําถามใหมใน
เรอื่ งทเี่ ดก็ อยากรู เร่อื งที่ไมเขาใจ สังเกตและบันทกึ พฤตกิ รรมเดก็
ภาพการดาํ เนนิ กิจกรรม
วัสดุ/อปุ กรณ เดก็ ทาํ กิจกรรม
55
การนําเสนอผลงาน
ผลงานที่สําเรจ็ ของเดก็
ผลท่เี กดิ กบั เดก็
1. ผลทเ่ี กิดขน้ึ ตามจดุ ประสงค
1.1 เด็กมที กั ษะสงั เกต เปรียบเทียบการทดลองนาํ เมล็ดทานตะวันใสแกวนา้ํ เปลา กับ
แกวที่มกี าซคารบ อนไดออกไซด
1.2 เดก็ รไู ดเรยี นรูค ณุ สมบตั กิ าซคารบอนไดออกไซดจะมนี ้าํ หนกั เบากวา นา้ํ จงึ เหน็
ฟองลอยขน้ึ บนผวิ น้ํา ในฟองท่มี กี า ซคารบ อนไดออไซดน ํ้าหนักเบากวา นา้ํ จงึ ลอยขน้ึ บนผิวนํ้าได
2. พัฒนาการความสามารถพ้ืนฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย (ตามโครงการบาน
นักวิทยาศาสตรนอยประเทศไทย)
56
2.1 ดานการเรียนรู
2.1.1) กระบวนการเรียนรู
เด็กไดเ รียนรูกาํ รทดลองเมลด็ ทานตะวนั เตนระบํา เมอื่ เทเมลด็ ทานตะวันลงใน
แกวน้ําทีม่ ีโซดา จะพบวาเมลด็ ทานตะวันลอยขน้ึ -ลง เคลอ่ื นที่ไปมาอยา งรวดเรว็ โดยจะเหน็ วาฟองดนั
เมลด็ ทานตะวันลอยบนผิวนาํ้ เม่ือฟองแตกเมล็ดทานตะวนั กต็ กลงมากน แกว
2.1.2) เรียนรเู นื้อหา / แนวคดิ พ้นื ฐานทางวิทยาศาสตร
- เด็กมีความรูความเขาใจเก่ียวกับคุณสมบัติของกาซคารบอนไดออกไซด
และสามารถอธิบายใหคนอนื่ เขา ใจได
2.2 ดา นภาษา
- การฟง เด็กใชท กั ษะการฟง จากส่งิ ทเี่ พือ่ นสนทนา ซกั ถาม โตต อบ
- การพูด ตอบค้าํ ถาม แสดงความคดิ เห็นจากสงิ่ ทต่ี นเองคิด อธิบายสิ่งท่พี บเหน็
- การอา น อา นตามใบกิจกรรมทีค่ รูอานใหฟง อา นบตั รคํ้าช่ืออปุ กรณ
- การเขยี น เด็กสว นใหญวาดภาพส่อื สารสงิ่ ไดเรียนรจู ากทํากิจกรรมไดชัดเจน
2.3 ดานสงั คม
เด็กๆ ไดท าํ กิจกรรมรว มกับเพือ่ น รูจักมารยาทในการฟง การพดู ยกมอื กอ นจะพูด
ควบคุมตนเอง ปฏบิ ตั ติ ามขอตกลงรวมกนั ได เออื้ เฟอ แบงปน รอคอยได รับฟง ความคิดเหน็ ของผูอ นื่
สนทนาแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ ระหวา งกลมุ ยอย
2.4 ดานการเคลื่อนไหว
เดก็ ไดใชกลา มเนอื้ เลก็ -ใหญ ในการทํากิจกรรมไดอยา งคลองแคลว เชน การหยบิ จบั
อุปกรณในการทํากิจกรรมไดอยา งคลองแคลว
2.5 ดา นอารมณจ ติ ใจ
แสดงออกทางสีหนา ยม้ิ แยม แจมใส สนุกสนาน ตน่ื เตนกับส่ิงท่ไี ดลงมือปฏบิ ตั ิ มีสมาธิ
จดจอกับกจิ กรรมการทดลอง
2.6 ดา นสตปิ ญญา
เดก็ สว นใหญส ามารถทาํ การทดลองและเชือ่ มโยงส่งิ ที่ไดเกดิ ข้ึนจากการลงมอื ทํา
กจิ กรรมดวยตนเอง เม่อื นําเมลด็ ทานตะวันใสนํ้าแกว นาํ้ เปลากบั แกว โซดา เด็กจะบอกไดวามีความ
แตกตางกัน ในแกว โซดาํ จะมีฟอง เม่ือฟองเกาะท่ีเมลด็ ทานตะวันก็จะพาํ เมลด็ ลอยข้นึ -ลง เม่อื ฟองแตก
เมล็ดทานตะวันจะไมเคลอ่ื นท่ี
57
รายงานผลการจัดกจิ กรรมการทดลอง ตามโครงการบานนักวิทยาศาสตรน อย ประเทศไทย
กจิ กรรมที่ 15 ชื่อกิจกรรม เรือแบบใดบรรทกุ นา้ํ หนกั ไดมากทสี่ ดุ
จุดประสงค
1. เพ่ือใหเด็กมีความรูความเขาใจเก่ียวกับการจมการลอย และลักษณะของเรือที่สามารถ
บรรทุกนํ้าหนกั ไดม ากท่สี ุด
ข้ันตอนการจดั กิจกรรมการทดลอง
ข้นั ท่ี 1 ตง้ั คาํ ถามเกย่ี วกบั ปรากฏการณธ รรมชาติ
เด็กและครูรวมกันสนทนาเก่ยี วกับท่ีนอนลม วา เมือ่ เรานําทน่ี อนลมมาวางบนผิวน้ํา การท่ีจะให
เดก็ หลายๆคนไปนัง่ บนที่นอนลมอยางไรจึงจะบรรทุกนํ้าหนักใหไดมากที่สุด แลวถาเปนเรือ เรือตองมี
ลกั ษณะอยางไรจงึ จะบรรทุกไดม ากและมน่ั คงท่ีสุด
ขนั้ ที่ 2 รวบรวมความคดิ และขอสนั นิษฐาน
ครูสนทนากับเด็กวา อะไรคือความแตกตางระหวางท่ีนอนเปาลมกับเรือ เด็กๆรูจักเรือใน
ลักษณะใดบาง เรอื ประเภทตางๆมีลักษณะอยางไร เชน เรือบรรทุกสินคา เรือพาย เรือสําเภา เรือเล็ก
ใหเด็กๆรวมกันคิดวาลักษณะภายในของเรือเหลานี้แตกตางกันอยางไร และเรือแบบใดที่บรรทุก
ผโู ดยสารหรอื สนิ คา ไดจํานวนมากท่ีสุด เด็กๆตอบวา ”เรือบรรทุกลําใหญๆจะบรรทุกไดมากที่สุด” ครู
จดบันทกึ ลงในกระดาน
ข้ันที่ 3 ทดสอบและปฏิบตั กิ ารสืบเสาะ
เด็กและครูรวมกันวางแผนการทํากิจกรรม มีการกําหนดขั้นตอนการทํากิจกรรม และรวม
ออกแบบบันทึกผลการทํากิจกรรม จากนั้นจัดเตรียมอุปกรณ และดําเนินการจัดกิจกรรมดวยตนเอง
ตามขั้นตอน โดยครแู ละเดก็ ๆรวมกบั ทดลองกจิ กรรม โดยใหเดก็ ทดลองปน ดนิ นํ้ามันเปนเรอื 3 ลักษณะ
คือเรือรูปวงกลม เรือรูปส่ีเหล่ียมผืนผาขนาดเล็ก และเรือรูปสี่เหล่ียมผืนผาขนาดใหญ จากนั้นเร่ิม
ทดลองนาํ เรอื แตล ะแบบลงในนํา้ และเอาเหรียญคอยๆหยอนลงไปทีละเหรียญจนกวาเรือแตละแบบจะ
จม แลวนับดจู าํ นวนเหรยี ญวา เรอื แบบไหนบรรทุกไดม ากท่ีสดุ
ขั้นท่ี 4 สังเกตและบรรยาย
ครูใหเด็กสังเกตและบรรยายผลที่เกิดข้ึนจากการทํากิจกรรมโดยใชทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตรแ ละคณิตศาสตร ซึ่งสิ่งทเี่ ด็กสังเกตเหน็ คือ เมื่อนําเรือแตละแบบลงในนํ้าและคอยๆหยอน
58
เหรยี ญลงในเรือแตล ะแบบ เรอื ที่มีขนาดเล็กจะใสเหรียญไดไมเยอะและคอยๆจมลง แตเรือขนาดใหญ
จะจมชากวาและใสเหรียญไดมากวา พรอมใหเหตุผลประกอบวาเรือใหญมีพื้นที่มากกวาจึงใสไดเยอะ
กวาเรือเล็ก
ข้ันที่ 5 บันทกึ ขอมูล
เด็กและครูรวมกันสนทนาสรุปผลการทําลองกิจกรรมเรือแบบใดบรรทุกนํ้าหนักไดมากท่ีสุด
จากผลทีเ่ กดิ ขนึ้ เดก็ ๆบันทกึ ผลการทาํ กิจกรรมโดยการวาดภาพลงในกระดาษเพ่อื นําเสนอหนาชั้นเรียน
และจดั ปา ยนเิ ทศใหผ ูปกครองดู
ขนั้ ท่ี 6 สรุปและอภปิ รายผล
เด็กและครูรวมกันสนทนาจากขอสันนิษฐานของเด็กๆ ซ่ึงผลปรากฏวาขอสันนิษฐานของเด็ก
เปน จริงเพราะวา สนั นษิ ฐานวา “เรอื ลาํ ใหญสามารถบรรทกุ ไดมากทีส่ ุด”เพราะ เรือใหญม ีพื้นที่มากกวา
จึงบรรทกุ ไดเยอะกวา เรือขนาดเลก็
วสั ดุ/อปุ กรณ ภาพการดาํ เนนิ กจิ กรรม
เด็กทาํ กจิ กรรม
59
การนาํ เสนอผลงาน
ผลงานท่ีสาํ เรจ็ ของเดก็
60
ผลทเี่ กิดกับเด็ก
1. ผลทเ่ี กิดขึ้นตามจดุ ประสงค
1.1 เดก็ ไดเรียนรูเรอื่ งคุณสมบตั ขิ องการจมการลอยลกั ษณะของเรือทบ่ี รรทุกนาํ้ หนักได
มากที่สดุ และสามารถอธิบายใหค นอ่นื เขา ใจได
1.2 เด็กมเี จตคตทิ ดี่ ตี อ วทิ ยาศาสตร
2. พัฒนาการความสามารถพน้ื ฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวยั (ตามโครงการบาน
นักวิทยาศาสตรนอ ยประเทศไทย)
2.1 ดนการเรียนรู
2.1.1) กระบวนการเรยี นรู
- เด็กๆไดลงมือทําการทดลองดวยตนเอง
- เด็กสามารถนําเสนอผลงานตามความคิดของตนเองใหผอู น่ื ฟง ได
2.1.2) เรียนรูเน้ือหา / แนวคดิ พน้ื ฐานทางวทิ ยาศาสตร
- เด็กมคี วามรคู วามเขา ใจเกี่ยวกับคุณสมบัติของการจมการลอยลักษณะของ
เรือท่ีบรรทกุ นํ้าหนกั ไดมากทีส่ ดุ และสามารถอธบิ ายใหคนอ่ืนเขาใจได
2.2 ดา นภาษา
- เดก็ สามารถเรยี นรูค าํ ศพั ทจากวสั ดุอปุ กรณ และบอกรายละเอยี ดของอปุ กรณตา งๆ
ไดดว ยตนเอง
- เดก็ แสดงความคิดเหน็ ซกั ถามในสิ่งท่ตี นเองสนใจดวยคําพูดของตนเองไดอยา ง
มนั่ ใจ
- เดก็ สามารถอธบิ ายเกย่ี วกับความคดิ รวบยอดของกิจกรรมโดยใชค าํ ศัพท คําพดู ที่
เด็กๆรูจ ักและเขาใจในการนําเสนอผลงานของตนเอง
2.3 ดา นสงั คม
- เดก็ ไดท ํางานรว มกับผอู น่ื แลกเปลย่ี นแสดงความคดิ เห็นและยอมรับฟงความคดิ เหน็
ของผูอ ืน่ ได
- รจู ักแบง ปน และรอคอยในการทํากจิ กรรมรวมกับผูอ ่ืน
2.4 ดานการเคล่ือนไหว
- เด็กสามารถใชกลามเน้ือทั้งมัดเล็ดและมัดใหญ ในการเคลื่อนไหวรางกาย หยิบจับ
วสั ดุอปุ กรณไ ดอยางคลอ งแคลว สามารถควบคมุ ใหไปในทิศทางท่ีตองการได และเรียนรูดวยประสาท
สัมผัสจากการมองเห็นวัสดุอุปกรณ ตลอดจนการทดลอง การฟง การบรรยายพูดคุยสนทนา การ
นาํ เสนอผลงาน
61
รายงานผลการจัดกิจกรรมการทดลอง ตามโครงการบา นนักวิทยาศาสตรนอย ประเทศไทย
กิจกรรมที่ 16 ชื่อกจิ กรรม การเผาไหม
จุดประสงค
1. เพื่อใหเด็กมีความรูความเขาใจเก่ียวกับการเผาไหม และลักษณะของเรือท่ีสามารถบรรทุก
นํ้าหนกั ไดม ากท่ีสดุ
ข้ันตอนการจัดกจิ กรรมการทดลอง
ขั้นที่ 1 ตง้ั คําถามเก่ียวกับปรากฏการณธรรมชาติ
เด็กและครรู วมกันสนทนาวา ออกซิเจนมีอยูรอบๆตวั เรา ถาขาดออกซิเจน สิ่งมีชีวติ จะสามารถ
ดํารงชีวิตอยไู ดหรอื ไม และเดก็ ๆคิดวามีออกซิเจนอยทู ใี่ ดบา ง ในกองไฟจะมอี อกซิเจนอยหู รือไม หากมี
เราจะทาํ อยา งไรใหอ อกซิเจนนัน้ หายไป
ขัน้ ที่ 2 รวบรวมความคิดและขอสนั นิษฐาน
ครูสนทนากบั เดก็ วา ถา เราจดุ เทยี นวางลงบนจานท่ีใสนํ้าไวแลวเอาแกวเปลาๆวางครอบเทียน
ไว เด็กๆคิดวา จะเกิดอะไรข้นึ ในระหวางการเผาไหมของเทยี น เด็กๆ บอกวา “เทียนจะไมดับ ระดับนํ้าก็
เทา เดิม” ครจู ดบันทกึ ลงในกระดาน
ขน้ั ท่ี 3 ทดสอบและปฏบิ ตั ิการสบื เสาะ
เด็กและครูรวมกันวางแผนการทํากิจกรรม มีการกําหนดข้ันตอนการทํากิจกรรม และรวม
ออกแบบบันทึกผลการทํากิจกรรม จากน้ันจัดเตรียมอุปกรณ และดําเนินการจัดกิจกรรมดวยตนเอง
ตามข้ันตอน โดยครูและเด็กๆรวมกับทดลองกิจกรรม โดยใหเด็กทดลองโยการเทนํ้าลงบนจานเปลา
เลก็ นอ ย จากน้นั ผสมสีลงในนํา้ เพือ่ ใหมองเห็นน้าํ ไดชัดเจนขึน้ จากนนั้ เอาเทียนมาจุดไฟแลวคอยวางลง
กลางจานน้ํา แลว ใหเด็กเอาแกวเปลาๆ คอยๆวางครอบเทียนชาๆ แลว สังเกตวาเกดิ อะไรขนึ้ บาง
ขั้นที่ 4 สังเกตและบรรยาย
ครูใหเด็กสังเกตและบรรยายผลท่ีเกิดขึ้นจากการทํากิจกรรมโดยใชทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตรและคณติ ศาสตร ซ่ึงสิ่งที่เดก็ สังเกตเหน็ คอื เมอ่ื นําแกว ครอบลงบนเทยี นท่ีจดุ อยูบนน้ําแลว
ปรากฏวา เทียนคอยๆดบั ลงชา ๆจนดับไปเลย จากน้ันไมนานนํา้ รอบๆแกวครอบเทียนก็เร่ิมไหลเขามาใน
แกว หนาประมาณ 1 เซนตเิ มตร ครูอธิบายวาอากาศหรือเรียกอีกอยางวาออกซิเจนในแกวถูกเผาไหม
62
จนหมด ทําใหน้ําไหลเขามาแทนที่ออกซิเจน ถาไมมีออกซิเจนไฟก็จะดับเพราะไฟตองใชออกซิเจนใน
กระบวนการเผาไหม
ขัน้ ท่ี 5 บนั ทกึ ขอมูล
เด็กและครรู ว มกันสนทนาสรปุ ผลการทาํ ลองกจิ กรรมการเผาไหม จากผลทเี่ กดิ ข้นึ เดก็ ๆบันทึก
ผลการทํากิจกรรมโดยการวาดภาพลงในกระดาษเพ่ือนําเสนอหนาชั้นเรียนและจัดปายนิเทศให
ผปู กครองดู
ขน้ั ที่ 6 สรุปและอภิปรายผล
เด็กและครรู วมกันสนทนาจากขอ สันนิษฐานของเด็กๆ ซ่งึ ผลปรากฏวาขอสันนิษฐานของเด็กไม
เปนจรงิ เพราะวา สนั นษิ ฐานวา “เทียนจะไมดับ ระดับน้ําก็เทาเดิม”ครูและเด็กรวมกันสรุปและอธิบาย
วา อากาศหรอื เรยี กอีกอยา งวาออกซเิ จนในแกวถูกเผาไหมจนหมด ทําใหนํ้าไหลเขามาแทนท่ีออกซิเจน
ถาไมม อี อกซิเจนไฟกจ็ ะดับเพราะไฟตอ งใชออกซิเจนในกระบวนการเผาไหม
วัสดุ/อุปกรณ ภาพการดําเนินกิจกรรม
เดก็ ทาํ กจิ กรรม
การนาํ เสนอผลงาน
63
ผลงานท่สี าํ เร็จของเดก็
ผลทเ่ี กดิ กบั เด็ก
1. ผลท่ีเกดิ ขนึ้ ตามจุดประสงค
1.1 เด็กไดเ รียนรูเร่อื งคุณสมบตั ขิ องการเผาไหม และสามารถอธิบายใหค นอนื่ เขา ใจได
1.2 เดก็ มเี จตคตทิ ดี่ ตี อวทิ ยาศาสตร
2. พฒั นาการความสามารถพ้นื ฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวยั (ตามโครงการบาน
นักวิทยาศาสตรนอยประเทศไทย)
2.1 ดานการเรยี นรู
2.1.1) กระบวนการเรียนรู
- เด็กๆไดลงมือทําการทดลองดวยตนเอง
- เด็กสามารถนาํ เสนอผลงานตามความคิดของตนเองใหผอู นื่ ฟง ได
2.1.2) เรียนรูเนื้อหา / แนวคดิ พื้นฐานทางวทิ ยาศาสตร
- เด็กมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับคุณสมบัติของการเผาไหม และสามารถ
อธบิ ายใหค นอ่นื เขา ใจได
2.2 ดา นภาษา
- เดก็ สามารถเรยี นรคู ําศัพทจ ากวัสดุอปุ กรณ และบอกรายละเอยี ดของอปุ กรณต า งๆ
ไดดวยตนเอง
- เดก็ แสดงความคิดเหน็ ซักถามในสิ่งทีต่ นเองสนใจดว ยคาํ พูดของตนเองไดอยา ง
มัน่ ใจ
- เดก็ สามารถอธบิ ายเก่ยี วกบั ความคิดรวบยอดของกิจกรรมโดยใชคาํ ศัพท คาํ พูดที่
เดก็ ๆรจู กั และเขาใจในการนาํ เสนอผลงานของตนเอง
64
2.3 ดา นสงั คม
- เด็กไดท ํางานรวมกับผูอน่ื แลกเปลย่ี นแสดงความคดิ เหน็ และยอมรับฟงความคดิ เห็น
ของผูอ่นื ได
- รูจกั แบงปน และรอคอยในการทํากิจกรรมรวมกับผูอ นื่
2.4 ดานการเคลอื่ นไหว
- เด็กสามารถใชกลามเน้ือท้ังมัดเล็ดและมัดใหญ ในการเคลื่อนไหวรางกาย หยิบจับ
วัสดอุ ปุ กรณไ ดอ ยางคลอ งแคลว สามารถควบคุมใหไ ปในทิศทางท่ีตองการได และเรียนรูดวยประสาท
สัมผัสจากการมองเห็นวัสดุอุปกรณ ตลอดจนการทดลอง การฟง การบรรยายพูดคุยสนทนา การ
นาํ เสนอผลงาน
65
รายงานผลการจัดกจิ กรรมการทดลอง ตามโครงการบานนกั วิทยาศาสตรน อย ประเทศไทย
กิจกรรมท่ี 17 ชื่อกจิ กรรม กักน้าํ ไวไ ด
จดุ ประสงค
1. เพอ่ื ใหเ ดก็ มีความรคู วามเขาใจเกย่ี วกับเร่อื งแรงดนั อากาศ
ขนั้ ตอนการจดั กจิ กรรมการทดลอง
ข้ันที่ 1 ต้ังคาํ ถามเก่ยี วกับปรากฏการณธ รรมชาติ
เด็กและครรู ว มกันสนทนาวา เมอ่ื ขึ้นทส่ี ูงๆเชน ไปบนภูเขาสงู ๆ เวลาเครอื่ งบนิ ขึน้ และลงหรอื เมอื่
อยูในลฟิ ตท ี่เคลอื่ นท่ีสูงขน้ึ หรือเวลาดาํ น้ําลกึ ๆ เรามกั จะหอู ้อื สาเหตนุ ั้นมาจากแรงดันอากาศที่
แตกตางกันนั้นเอง แลว แรงดันอากาศคืออะไร และเกดิ ขนึ้ ไดอ ยางไร
ข้ันที่ 2 รวบรวมความคิดและขอ สนั นษิ ฐาน
ครูสนทนากับเด็กวาถาเราเทนํ้าใสลงไปในแกวน้ําใหเกือบเต็มแลวเอากระดาษแข็งรูปวงกลม
หรือส่ีเหลย่ี มมาปด ปากแกวไวใหสนิท เอามือกดไวแลวกลับดานใหกระดาษอยูดานลางของแกว โดย
ถอื แกว ใหตง้ั ฉากกบั พื้น จากน้ันจับกนแกวไวแลวคอยๆปลอยมือที่อยูดานลางออก เด็กๆคิดวาจะเกิด
อะไรขึน้ เด็กๆคาดคะเนและชว ยกันตอบวา “น้ําจะไหลออกมาจากแกว” ครูจดบันทึกขอสันนิษฐานลง
ในกระดาน
ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏบิ ัตกิ ารสบื เสาะ
เด็กและครูรวมกันวางแผนการทํากิจกรรม มีการกําหนดข้ันตอนการทํากิจกรรม และรวม
ออกแบบบันทึกผลการทํากิจกรรม จากนั้นจัดเตรียมอุปกรณ และดําเนินการจัดกิจกรรมดวยตนเอง
ตามขนั้ ตอน โดยครแู ละเด็กๆรวมกบั ทดลองกจิ กรรม โดยใหเด็กทดลองเทนํา้ ใสลงไปในแกวนํ้าใหเกือบ
เต็มแลวเอากระดาษแข็งรปู วงกลมหรอื สีเ่ หลย่ี มมาปดปากแกว ไวใหสนิท เอามือกดไวแลวกลับดานให
กระดาษอยูดา นลา งของแกว โดยถือแกวใหต้งั ฉากกบั พ้นื จากนัน้ จับกนแกว ไวแลว นบั 1 2 3 แลวคอยๆ
ปลอ ยมอื ทีอ่ ยดู านลางออก แลว สงั เกตวา เกิดอะไรขน้ึ บาง
ขน้ั ท่ี 4 สงั เกตและบรรยาย
ครูใหเด็กสังเกตและบรรยายผลท่ีเกิดขึ้นจากการทํากิจกรรมโดยใชทักษะกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตรและคณิตศาสตร ซ่งึ สง่ิ ทเ่ี ดก็ สังเกตเหน็ คือ เมอ่ื เทนาํ้ ใสล งไปในแกวนํ้าใหเกอื บเต็มแลวเอา
กระดาษแขง็ รปู วงกลมหรือส่ีเหลี่ยมมาปด ปากแกวไวใ หสนิท เอามือกดไวแลวกลับดานใหกระดาษอยู
66
ดานลางของแกว โดยถือแกวใหต้ังฉากกบั พืน้ จากนั้นจับกน แกวไวแลวนบั 1 2 3 แลวคอยๆปลอยมือที่
อยูดานลางออก ผลจากการทดลองคือ น้ําถูกกักอยูในแกวและการดาษแข็งติดอยูกับปากแกวอยาง
สนิท ครูอธบิ ายวาสาเหตุทีเ่ ปนแบบน้ีเพราะเกิดจากแรงดันอากาศจากภายนอกแกวจะออกแรงดันกับ
กระดาษทป่ี ดปากแกวอยูตลอดเวลา และสามารถเอาชนะแรงดันอากาศภายในแกวไดน้ําจึง “ถูกกัก”
อยใู นแกว
ขน้ั ท่ี 5 บนั ทึกขอ มลู
เด็กและครรู วมกันสนทนาสรปุ ผลการทําลองกิจกรรมกักนํ้าไวได จากผลท่ีเกิดข้ึน เด็กๆบันทึก
ผลการทํากิจกรรมโดยการวาดภาพลงในกระดาษเพ่ือนําเสนอหนาช้ันเรียนและจัดปายนิเทศให
ผูปกครองดู
ข้ันที่ 6 สรุปและอภปิ รายผล
เด็กและครรู ว มกนั สนทนาจากขอสันนิษฐานของเดก็ ๆ ซึ่งผลปรากฏวาขอสันนิษฐานของเด็กไม
เปนจรงิ เพราะเด็กๆสันนิษฐานวา “นํ้าจะไหลออกมาจากแกว” ครูและเด็กรวมกันสรุปและอธิบายวา
สาเหตุทีน่ ้ําถูกกักไวในแกว เพราะเกิดจากแรงดันอากาศจากภายนอกแกวจะออกแรงดันกับกระดาษท่ี
ปด ปากแกวอยตู ลอดเวลา และสามารถเอาชนะแรงดันอากาศภายในแกวไดนํ้าจึง “ถูกกัก” อยูในแกว
นน่ั เอง
ภาพการดาํ เนนิ กิจกรรม
วสั ด/ุ อปุ กรณ เดก็ ทาํ กจิ กรรม
67
การนาํ เสนอผลงาน
ผลงานทสี่ ําเร็จของเด็ก
ผลท่ีเกดิ กบั เด็ก
1. ผลท่ีเกดิ ขึน้ ตามจุดประสงค
1.1 เด็กไดเ รียนรเู รอ่ื งคุณสมบตั ขิ องการเผาไหม และสามารถอธบิ ายใหคนอ่นื เขาใจได
1.2 เด็กมีเจตคติทดี่ ตี อ วทิ ยาศาสตร
2. พฒั นาการความสามารถพน้ื ฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวยั (ตามโครงการบาน
นกั วทิ ยาศาสตรนอยประเทศไทย)
2.1 ดนการเรียนรู
2.1.1) กระบวนการเรียนรู
- เดก็ ๆไดลงมอื ทําการทดลองดวยตนเอง
- เด็กสามารถนาํ เสนอผลงานตามความคดิ ของตนเองใหผ อู นื่ ฟง ได
2.1.2) เรียนรเู นอ้ื หา / แนวคดิ พืน้ ฐานทางวทิ ยาศาสตร
68
- เด็กมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับคุณสมบัติเรื่องของแรงดันอากาศ และ
สามารถอธิบายใหคนอืน่ เขา ใจได
2.2 ดา นภาษา
- เดก็ สามารถเรียนรูคําศพั ทจากวัสดอุ ุปกรณ และบอกรายละเอยี ดของอปุ กรณต า งๆ
ไดดว ยตนเอง
- เดก็ แสดงความคิดเห็น ซักถามในส่งิ ที่ตนเองสนใจดวยคําพูดของตนเองไดอ ยาง
มน่ั ใจ
- เดก็ สามารถอธิบายเก่ียวกบั ความคดิ รวบยอดของกิจกรรมโดยใชค าํ ศัพท คาํ พูดที่
เด็กๆรจู กั และเขาใจในการนาํ เสนอผลงานของตนเอง
2.3 ดา นสงั คม
- เดก็ ไดท ํางานรวมกบั ผอู ื่น แลกเปลย่ี นแสดงความคดิ เหน็ และยอมรบั ฟงความคดิ เห็น
ของผอู ่นื ได
- รจู ักแบง ปน และรอคอยในการทาํ กจิ กรรมรวมกบั ผอู ื่น
2.4 ดานการเคลอื่ นไหว
- เด็กสามารถใชกลามเนื้อทั้งมัดเล็ดและมัดใหญ ในการเคล่ือนไหวรางกาย หยิบจับ
วัสดอุ ุปกรณไดอยา งคลองแคลว สามารถควบคุมใหไ ปในทิศทางที่ตองการได และเรียนรูดวยประสาท
สัมผัสจากการมองเห็นวัสดุอุปกรณ ตลอดจนการทดลอง การฟง การบรรยายพูดคุยสนทนา การ
นําเสนอผลงาน
69
รายงานผลการจดั กจิ กรรมการทดลอง ตามโครงการบานนักวิทยาศาสตรนอ ย ประเทศไทย
กจิ กรรมที่ 18 ช่อื กจิ กรรม การฟง เพื่อบอกทศิ ทาง
จุดประสงค
1. เพื่อใหเ ด็กสามารถบอกทิศทางของเสียงได
ขน้ั ตอนการจัดกิจกรรมการทดลอง
ขน้ั ที่ 1 ตัง้ คาํ ถามเกี่ยวกบั ปรากฏการณธรรมชาติ
เด็กและครูรวมกันสนทนาเก่ียวกับการฟง เราใชดวงตามองส่ิงตางๆ รอบตัวแตเม่ือเราไดยิน
เสยี งกระดงิ่ จักรยานจากดา นหลงั เราจะหันหลังกลับ สถานการณเชนนี้เราพึ่งหูของเรามากกวาดวงตา
เพราะหูรบั สมั ผสั และรทู ิศทางไดกอนดวงตา เด็กๆคิดวาเวลาเราพูดคุยกันหากมีเสียงดังรบกวนเราจะ
พูดคยุ กันรเู รื่องหรอื ไมอยา งไร ครสู นทนากับเดก็ ๆวา เม่อื เราจะขา มถนนเรารูไดอยางไรวามีรถกําลังวิ่ง
มาดานใดดานหน่ึงของถนนนอกจากการใชสายตามอง
ขัน้ ท่ี 2 รวบรวมความคิดและขอสนั นิษฐาน
เด็กและครสู นทนารวมกนั วา ในขณะท่ีเดก็ ๆหลบั ตา และถาครนู ํานาฬกิ าปลกุ ไปซอน
ไว ในหองเรียนเม่ือนาฬิกาปลุกดงั ขนึ้ เด็กๆจะหานาฬกิ าเจอหรือไม เด็กๆคาดคะเนวาเม่อื ไดย ินเสียง
แลว เดินไปตามเสยี งก็จะพบนาฬิกา ครจู ดบนั ทกึ ขอ สนั นิษฐานลงในกระดาน
ขนั้ ที่ 3 ทดสอบและปฏิบตั กิ ารสืบเสาะ
เด็กและครูรวมกันวางแผนการทํากิจกรรม มีการกําหนดข้ันตอนการทํากิจกรรม และรวม
ออกแบบบันทึกผลการทํากิจกรรม จากน้ันจัดเตรียมอุปกรณ และดําเนินการจัดกิจกรรมดวยตนเอง
ตามขั้นตอน โดยครูและเด็กๆรวมกับทดลองกิจกรรม โดยใหเด็กน่ังรวมกันเปนวงกลมขนาดใหญ ให
เดก็ ทุกคนหลับตา แลว ครูตฉี าบใหเกิดเสียงดัง ตามมุมตางๆของหอง ครูซอนนาฬิกาปลุกท่ีสงเสียงดัง
ไวในหอง แลวใหเด็กๆคนหานาฬิกา หลังจากน้ันใหเด็กๆปดหูขางหน่ึงขางใดและฟงเสียงเพียงดาน
เดียว และเด็กจบั คูสนทนากันโดยครูเปดเสียงเพลงดังๆ ไปพรอมๆกับระหวางที่เด็กสนทนากันจากน้ัน
จงึ ปดเสียงเพลง เดก็ และครูรวมกันสงั เกตการทดลอง
ขนั้ ที่ 4 สังเกตและบรรยาย
ครใู หเ ด็กสังเกตและบรรยายผลทเี่ กิดขนึ้ จากการทาํ กิจกรรมโดยใชทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรแ ละคณิตศาสตร ซ่งึ ส่ิงทเ่ี ดก็ สังเกตเห็นคือ เมอ่ื ครตู ีกลอง ฉ่ิง หรอื ฉาบจะไดย นิ เสียงและ
เสียงเกิดจากการสัน่ สะเทือนและเสียงเดนิ ทางโดยผา นส่ือกลาง ซ่ึงเมื่อเราหลบั ตาเราสามารถบอกได
70
วา เสียงนั้นมาจากทิศทางใดไดแ ทนการมองดวยตา เม่ือเราคุยกันหากมเี สียงอน่ื ๆดังรบกวนเราจะขาด
สมาธิในการฟง ทําใหก ารแยกแยะเสยี งยากขึ้นกับคูส นทนาของเรา
ขัน้ ที่ 5 บนั ทึกขอ มูล
เด็กและครรู วมกนั สนทนาสรปุ ผลการทาํ ลองกจิ กรรมการฟงเพื่อบอกทิศทาง จากผลท่ีเกิดข้ึน
เด็กๆบันทึกผลการทํากิจกรรมโดยการวาดภาพลงในกระดาษเพ่ือนําเสนอหนาช้ันเรียนและจัดปาย
นเิ ทศใหผูปกครองดู
ข้นั ที่ 6 สรปุ และอภปิ รายผล
เด็กและครูรวมกันสนทนาจากขอสันนิษฐานของเด็กๆ ซึ่งผลปรากฏวาขอสันนิษฐานของเด็ก
เปนจริงเพราะเด็กๆสนั นษิ ฐานวาเม่ือไดยินเสียงแลวเดินไปตามเสียงก็จะพบนาฬิกา ที่คุณครูซอนไวใน
หอง ครแู ละเด็กรว มกนั สรุปตอ อีกวา เสยี งเกิดจากการส่นั สะเทือนของวัตถุ และสามารถผานสื่อกลาง
ตา งๆได เชนอากาศ นํ้า ไม เชือก เปนตน เราสามารถไดยินเสียงจากทิศทางตางๆไดดวยการรับฟง
จากประสาทหู เราจะมีสมาธใิ นการรับฟงเมื่อไมมีเสียงรบกวน เม่ืออยูในความเงียบเราจะมีสมาธิดีข้ึน
น่ันเอง หูท้ังสองขางของเราสามารถบงบอกทิศทางของเสียงไดอยางแมนยํา สมองสามารถบอกถึง
ความแตกตางของเวลาท่เี สยี งเคล่อื นท่มี ากระทบหูทัง้ 2 ขาง แลว แปลงเปน การระบุทศิ ทางของเสียงได
ภาพการดาํ เนินกจิ กรรม
วสั ดุ/อุปกรณ เดก็ ทาํ กิจกรรม
71
การนําเสนอผลงาน
ผลงานท่ีสําเรจ็ ของเดก็
ผลท่เี กดิ กบั เด็ก
1. ผลท่ีเกิดขึน้ ตามจุดประสงค
1.1 เด็กไดเรยี นรูเร่อื งคณุ สมบัติของเสยี งและทศิ ทางของเสียง และสามารถอธิบายให
คนอื่นเขา ใจได
1.2 เดก็ มเี จตคตทิ ดี่ ีตอวทิ ยาศาสตร
2. พัฒนาการความสามารถพ้ืนฐาน และพฒั นาการของเด็กปฐมวยั (ตามโครงการบา น
นักวทิ ยาศาสตรนอยประเทศไทย)
2.1 ดา นการเรยี นรู
2.1.1) กระบวนการเรยี นรู
- เด็กๆไดลงมือทาํ การทดลองดวยตนเอง
- เด็กสามารถนาํ เสนอผลงานตามความคดิ ของตนเองใหผ อู นื่ ฟงได
72
2.1.2) เรยี นรูเ นอ้ื หา / แนวคดิ พนื้ ฐานทางวทิ ยาศาสตร
- เด็กมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับคุณสมบัติเร่ืองของทิศทางของเสียง และ
สามารถอธบิ ายใหค นอ่นื เขา ใจได
2.2 ดา นภาษา
- เด็กสามารถเรียนรคู ําศพั ทจากวสั ดอุ ุปกรณ และบอกรายละเอียดของอปุ กรณต างๆ
ไดด วยตนเอง
- เดก็ แสดงความคดิ เหน็ ซกั ถามในส่งิ ที่ตนเองสนใจดว ยคาํ พูดของตนเองไดอยาง
มนั่ ใจ
- เดก็ สามารถอธิบายเกี่ยวกบั ความคิดรวบยอดของกจิ กรรมโดยใชคําศัพท คาํ พดู ที่
เด็กๆรจู กั และเขาใจในการนําเสนอผลงานของตนเอง
2.3 ดา นสังคม
- เด็กไดทํางานรวมกบั ผอู ่ืน แลกเปลี่ยนแสดงความคิดเห็นและยอมรับฟงความคดิ เห็น
ของผูอ ่นื ได
- รูจกั แบง ปน และรอคอยในการทํากจิ กรรมรวมกับผูอน่ื
2.4 ดานการเคลอ่ื นไหว
- เด็กสามารถใชกลามเน้ือท้ังมัดเล็ดและมัดใหญ ในการเคล่ือนไหวรางกาย หยิบจับ
วสั ดุอุปกรณไดอ ยางคลองแคลว สามารถควบคมุ ใหไปในทิศทางที่ตองการได และเรียนรูดวยประสาท
สัมผัสจากการมองเห็นวัสดุอุปกรณ ตลอดจนการทดลอง การฟง การบรรยายพูดคุยสนทนา การ
นาํ เสนอผลงาน
73
รายงานผลการจดั กจิ กรรมการทดลอง ตามโครงการบานนักวทิ ยาศาสตรนอ ย ประเทศไทย
กิจกรรมที่ 19 ชือ่ กจิ กรรม ไหลแรงหรือคอย
จุดประสงค
1. เพอื่ ใหเดก็ อธบิ ายไดว าทําไมนํา้ ที่อยดู า นลางจงึ ไหลแรงกวานา้ํ ท่อี ยดู า นบน
2. เพอ่ื ใหเด็กอธบิ ายขนั้ ตอนการทดลองได
3. เพอ่ื ใหเ ดก็ มคี วามสุขสนุกสนานในการทดลอง
ข้ันตอนการจดั กจิ กรรมการทดลอง
ขนั้ ท่ี 1 ต้ังคําถามเกีย่ วกบั ปรากฏการณธรรมชาติ
เด็กๆและครรู ว มกนั สนทนาวา นาํ้ ทีเ่ ราใชด่มื ใชประกอบอาหารและใชช าํ ระรางกายอยูทุกวนั น้ี
ถาวันหนึ่งหมดไปเราจะมีชีวิตอยไู ดห รือไม และทําไมบานเรือนของเด็กๆสวนใหญจ ะตง้ั ถงั เกบ็ นาํ้ ใหอยู
บนทส่ี ูงเสมอ ครสู นทนากับเดก็ ๆวา ทําไมนาํ้ ในบา นที่อยูดา นลา งจึงไหลแรงแตด านบนไหลคอย เด็กๆ
คาดคะเนวา “เพราะนํา้ ดา นบนดนั น้าํ ดา นลางอยู น้ําดานลางจงึ ไหลแรงกวา”
ขนั้ ท่ี 2 รวบรวมความคิดและขอสันนิษฐาน
เด็กและครูสนทนารว มกนั วา เม่อื เราเจาะรูใหมีขนาดเทา ๆกันของขวดไวด านบนและดา นลา ง
ของขวด จากนน้ั ปด รดู ว ยสกอ ตเทปกาวไว แลว เตมิ น้ําใสข วดใหเต็ม ถามวา ถา เราดงึ สกอตเทปกาว
ออกนํา้ จะไหลจากรูใดแรงที่สุดระหวางรูบนและรูลา ง เด็กๆคาดคะเนวา นํา้ ในรดู านลา งกบั ดานบน
นาจะไหลแรงเทาๆกนั เพราะมีรขู นาดเทากนั ครูจดบันทึกขอสันนษิ ฐานลงในกระดาน
ข้ันท่ี 3 ทดสอบและปฏบิ ัตกิ ารสืบเสาะ
เด็กและครูรวมกันวางแผนการทํากิจกรรม มีการกําหนดขั้นตอนการทํากิจกรรม และรวม
ออกแบบบันทึกผลการทํากิจกรรม จากนั้นจัดเตรียมอุปกรณ และดําเนินการจัดกิจกรรมดวยตนเอง
ตามข้ันตอน โดยครูและเด็กๆรวมกับทดลองกิจกรรม โดยใหเด็กทดลองเจาะรูขวดขนาดเทาๆกันไวท่ี
ดานบนและดา นลางของขวด จากนั้นใชสกอ ตเทปกาวปดรูขวดไว แลวเติมน้ําใสขวดใหเต็ม จากน้ันให
เดก็ ดึงสกอ ตเทปกาวออกพรอมกนั แลว ใหเ ดก็ ๆชว ยกนั สงั เกตวาเกดิ อะไรขึ้นบา ง และจดบนั ทึก
ข้นั ที่ 4 สังเกตและบรรยาย
เดก็ ๆชว ยกนั อธบิ ายถึงการไหลของนาํ้ วา เราเมอื่ เทน้ําลงไปในขวดท่เี จาะรขู นาดเทาๆกันไวท ี่
ดา นบนและดานลา งของขวด แลว ทําสกอตเทปกาวมาปด รูท ง้ั 2 ไว เม่อื ดงึ สกอตเทปกาวออกพรอมๆ
กันจะสงั เกตไดวา นาํ้ จะไหลออกจากรดู านลา งแรงกวารูดา นบน ครถู ามเดก็ ๆวา ทาํ ไมถงึ เปน เชน น้นั
เดก็ ๆบอกวา เพราะน้ําดา นบนกดทับน้ําดา นลา งนํา้ รูขางลางจงึ ไหลแรงกวาดานบน
74
ข้ันที่ 5 บนั ทกึ ขอมูล
เด็กและครูรว มกันสนทนาสรปุ ผลการทําลองกจิ กรรมไหลแรงหรือคอย จากผลท่ีเกิดข้ึน เด็กๆ
บนั ทกึ ผลการทํากิจกรรมโดยการวาดภาพลงในกระดาษเพ่ือนําเสนอหนาช้ันเรียนและจัดปายนิเทศให
ผูปกครองดู
ข้ันท่ี 6 สรุปและอภปิ รายผล
เด็กและครูรว มกนั สนทนาจากขอ สนั นษิ ฐานของเด็กๆ ซง่ึ ผลปรากฏวาขอสันนิษฐานของเด็กไม
เปนจริงเพราะเด็กๆสันนิษฐานวา “นํ้าจะไหลแรงเทาๆกัน” ครูและเด็กๆรวมกันสรุปวาสาเหตุที่รูนํ้า
ดา นลางไหลแรงกวารูดานบนขวดนั้นมันเกดิ จากแรงกดอากาศทางธรรมชาติและแรงดึงดูดของโลก จึง
ทําใหน ้ําที่อยดู านลา งถงึ แมจะมรี ขู นาดเทา ๆกันไหลแรงกวารูท่ีอยูดา นบน
วัสด/ุ อุปกรณ ภาพการดําเนนิ กจิ กรรม
เดก็ ทาํ กิจกรรม
การนําเสนอผลงาน
75
ผลงานทสี่ าํ เรจ็ ของเด็ก
ผลทเ่ี กิดกับเดก็
1. ผลทเี่ กิดขนึ้ ตามจดุ ประสงค
1.1 เดก็ ไดเรียนรูเ ร่ืองคุณสมบัติของการไหลแรงหรือคอย และสามารถอธบิ ายใหคนอ่ืน
เขาใจได
1.2 เดก็ มเี จตคติท่ดี ตี อวทิ ยาศาสตร
2. พฒั นาการความสามารถพ้นื ฐาน และพัฒนาการของเดก็ ปฐมวยั (ตามโครงการบาน
นักวทิ ยาศาสตรนอยประเทศไทย)
2.1 ดา นการเรียนรู
2.1.1) กระบวนการเรียนรู
- เด็กๆไดล งมือทาํ การทดลองดวยตนเอง
- เดก็ สามารถนาํ เสนอผลงานตามความคดิ ของตนเองใหผอู ่นื ฟงได
2.1.2) เรียนรูเ น้อื หา / แนวคดิ พื้นฐานทางวทิ ยาศาสตร
- เด็กมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับคุณสมบัติเรื่องของแรงดันอากาศ และ
สามารถอธิบายใหค นอื่นเขา ใจได
2.2 ดานภาษา
- เดก็ สามารถเรียนรคู ําศพั ทจากวัสดอุ ปุ กรณ และบอกรายละเอยี ดของอุปกรณตา งๆ
ไดด วยตนเอง
- เดก็ แสดงความคิดเหน็ ซักถามในสิ่งท่ตี นเองสนใจดวยคาํ พูดของตนเองไดอ ยาง
ม่นั ใจ
76
- เด็กสามารถอธิบายเก่ยี วกบั ความคิดรวบยอดของกจิ กรรมโดยใชค าํ ศัพท คาํ พูดท่ี
เด็กๆรจู ักและเขาใจในการนาํ เสนอผลงานของตนเอง
2.3 ดานสังคม
- เดก็ ไดท าํ งานรว มกบั ผูอ่ืน แลกเปลย่ี นแสดงความคดิ เห็นและยอมรบั ฟง ความคิดเห็น
ของผูอืน่ ได
- รูจกั แบงปน และรอคอยในการทํากจิ กรรมรวมกบั ผอู น่ื
2.4 ดานการเคลอื่ นไหว
- เด็กสามารถใชกลามเนื้อทั้งมัดเล็ดและมัดใหญ ในการเคล่ือนไหวรางกาย หยิบจับ
วัสดุอุปกรณไดอ ยา งคลองแคลว สามารถควบคุมใหไ ปในทิศทางที่ตองการได และเรียนรูดวยประสาท
สัมผัสจากการมองเห็นวัสดุอุปกรณ ตลอดจนการทดลอง การฟง การบรรยายพูดคุยสนทนา การ
นําเสนอผลงาน
77
รายงานผลการจดั กิจกรรมการทดลอง ตามโครงการบา นนกั วทิ ยาศาสตรนอย ประเทศไทย
กิจกรรมที่ 20 ช่ือกิจกรรม การจดั หมวดหมู
จุดประสงค
1. เพือ่ ใหเด็กไดเรยี นรกู ารเปรยี บเทยี บ การแยกประเภท การจัดหมวดหมสู ิง่ ของตา งๆ
2. เพอ่ื ใหเ ดก็ สามารถทดลองการจัดหมวดหมขู องส่งิ ของตา งๆ ได
3. เพอ่ื ใหเดก็ มเี จตคติทีด่ ีตอ วิทยาศาสตร
ข้ันตอนการจดั กจิ กรรมการทดลอง
ข้ันที่ 1 ตั้งคาํ ถามเกีย่ วกับปรากฏการณธรรมชาติ
1.1 ครสู นทนาเก่ียวกับเหตุการณที่เด็กจัดของเลนตามมุมประสบการณในหองเรียนเมื่อมีการ
เลนเสร็จแลวทุกคร้ัง เพ่ือกระตุนใหเด็กถาม มีคําถามจากเด็กวา ทําไมเราตองจัดของเลนไวตามมุม
เก็บปนกนั ไมไ ดหรือ ครบู ันทึกคําถามของเด็กไวทก่ี ระดาษชารท
ขั้นที่ 2 รวบรวมความคดิ และขอ สันนิษฐาน
เด็กและครูชวยกันรวบรวมความคิดและคาดคะเนวา เราจะจัดเก็บเคร่ืองเขียนในชั้นเรียน
อยางไร เด็กตอบวา จัดไวเปนประเภท หากอยากรูวาสิ่งไหนหนักกวา เบากวา เราจะทําอยางไร เด็ก
ตอบวา ตอ งชง่ั นํ้าหนกั ครูบันทกึ คาํ ตอบลงในกระดาษชารท
ขั้นที่ 3 ทดสอบและปฏิบัตกิ ารสบื เสาะ
ครกู ระตนุ ใหเดก็ รว มกนั วางแผนกําหนดข้นั ตอนการทดลอง จากน้ันเตรียมวัสดุอุปกรณ ลงมือ
ทดลอง และเด็กสงั เกตการทดลอง
ขัน้ ท่ี 4 สงั เกตและบรรยาย
ขณะที่ทําการทดลองเดก็ สังเกตและบรรยายวาเด็กไดทดลองแยกหมวดหมูของเคร่ืองเขียนใน
ช้นั เรยี นตามเงอื่ นไข แยกเปนประเภทสีเทียน สีไม ดินสอดํา สรางเคร่ืองช่ังนํ้าหนักเพื่อช่ังสิ่งของในชั้น
เรยี นวาสิง่ ใดหนัก หรอื เบากวา กนั จัดกลมุ เด็กตามเงื่อนไข สอดคลองกบั ทค่ี าดคะเนไว
ขัน้ ท่ี 5 บันทกึ ขอ มลู
ใหเด็กบันทึกผลสิ่งท่ีสังเกตได ในแบบบันทึกที่ออกแบบไวแตละกลุมออกมานําเสนอผลการ
ทดลองหนาชนั้ ครนู ําผลการทดลองบนั ทึกลงกระดาษชารท สังเกตและบันทกึ พฤตกิ รรมเด็ก
78
ขนั้ ที่ 6 สรปุ และอภปิ รายผล
6.1 ครูและเด็กชวยกันสรุปผลการทดลองวา การจัดหมวดหมูของส่ิงของตางๆ จัดไดตาม
เง่อื นไขท่กี ําหนด เชน การแยะประเภทของส่ิงของเครื่องใช การเปรียบเทียบนํ้าหนัก หนักกวา เบากวา
การจับกลุม ตามเงอ่ื นไขท่คี รกู ําหนด
6.2 ครใู ชค าํ ถามกระตนุ หรอื สรา งสถานการณเ พิ่มเติมจากการทดลอง ใหเด็กต้ังคําถามใหมใน
เรอ่ื งทเ่ี ดก็ ๆอยากรู เรอื่ งท่ีไมเ ขาใจ สงั เกตและบนั ทึกพฤตกิ รรมเดก็
ภาพการดาํ เนนิ กิจกรรม
วัสด/ุ อปุ กรณ เดก็ ทํากจิ กรรม
การนําเสนอผลงาน
79
ผลงานท่ีสาํ เร็จของเดก็
ผลที่เกิดกับเดก็
1. ผลทีเ่ กิดขน้ึ ตามจุดประสงค
1.1 เด็กไดเรียนรวู า การจดั หมวดหมไู ดจากการเปรียบเทียบ การแยกประเภท โดยการ
สรางเงอื่ นไข
1.2 เด็กสามารถทดลองการจดั หมวดหมูไ ด
1.3 เดก็ มีเจตคตทิ ดี่ ีตอ วทิ ยาศาสตร
2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเดก็ ปฐมวยั (ตามโครงการบา น
นกั วทิ ยาศาสตรนอยประเทศไทย)
2.1 ดานการเรียนรู
2.1.1) กระบวนการเรยี นรู
เดก็ ใชประสาทสัมผสั ทง้ั หา ในการสังเกต สํารวจสงิ่ ตา งๆรอบตัวได
2.1.2) เรยี นรูเนอ้ื หา / แนวคดิ พืน้ ฐานทางวทิ ยาศาสตร
- เดก็ มีความรคู วามเขาใจเก่ยี วกับการเปรียบเทียบ และสามารถอธิบายใหคน
อืน่ เขา ใจได
2.2 ดานภาษา
เดก็ มีความสามารถสอ่ื ความหมายจากการฟง และการพูดได
2.3 ดา นสงั คม
เด็กๆไดทําฝกการชว ยเหลอื ตนเองในการทํากิจกรรม และรูจักการทาํ งานรวมกับ
เพอ่ื นๆในกลุม ยอย
80
2.4 ดานการเคลื่อนไหว
- เดก็ ใชป ระสาทสมั ผสั ทง้ั หา ในการสงั เกต สาํ รวจส่ิงตา งๆรอบตวั
- เด็กใชกลามเนอ้ื มดั เลก็ ไดอ ยา งคลอ งแคลววองไว
- เดก็ ประสานสัมพนั ธระหวา งมอื กับตาอยา งคลอ งแคลว
2.5 ดานอารมณจติ ใจ
- เด็กรูจ ักเหตุผลในการอธบิ ายสงิ่ ตางๆ
- เด็กไดแสดงผลงานจากการทดลอง
- เด็กไดแสดงความสามารถของตนเอง
81