The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

lecture 3 _ การจัดเตรียมแผนที่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by B. Charaspim, 2024-01-09 02:07:15

Lecture 3 การจัดเตรียมแผนที่

lecture 3 _ การจัดเตรียมแผนที่

การจด ั เตรย ี มแผนท ี พ่ื นาาน ้ (Base Map) ส าหรับงานวิทยานิพนธ ์ หลักสูตรภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต


เรียบเรียงโดย ผ.ศ. จรัสพิมพ์ บุญญานันต ์ 2


นิยามความหมาย Base map นี้มักจะเป็นแผนที่พื้นฐานที่บอกถึงลักษณะ ทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ เช่น ทฤษฎีฐาน, แนวทางการ ไหลของน้้า, ระบบถนน, ต้าแหน่งของสิ่งส้าคัญ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้นักวิจัยหรือผู้ที่ท้าวิทยานิพนธ์สามารถน้า ข้อมูลพื้นฐานนี้มาใช้เพื่อการวิเคราะห์หรือสร้างผลงาน ต่าง ๆ ในการศึกษาหรือท้างานที่เกี่ยวข้องกับภูมิ สถาปัตยกรรมได้ดีขึ้น. ความหมายของ "Base map" ในงาน วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวกับภูมิสถาปัตยกรรมมีความหมาย เป็นแผนที่พื้นฐานที่ใช้เป็นพื้นฐานหรือฐานข้อมูลเพื่อ น้ามาวาดแผนผังหรือภูมิทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย หรือภูมิสถาปัตยกรรมที่ก้าลังศึกษาอยู่ในขณะนั้น 3


1. ประเภทของ base map


“ การจ าแนกนี้ จะช่วยให้ผู้ท า วิทยานิพนธ์เลือกใช้base map ที ่ เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และการ ใช้งานของงานวิทยานิพนธ์. ต่อไปนี้ คือตัวอย่างของ base map: 5


➢ Topographic Base Map: แผนที่ที่แสดงลักษณะของพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ รวมถึงทัศนศิลป์ทางภูมิศาสตร์, สายน้้า, เทือกเขา, ล้าธาร, ทรัพยากรธรณี, และโครงสร้างธรณีอื่น ๆ. ➢ Land Use Base Map: แสดงการใช้ประโยชน์ที่ดินและพื้นที่ต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ที่ใช้เพื่อเกษตร, ทางเดิน, แหล่ง พาณิชย์, และอื่น ๆ. ➢ Transportation Base Map: แสดงระบบทางการจราจร รวมถึงถนน, ทางรถไฟ, ท่าเรือ, และท่าอากาศยาน. ➢ Aerial Photography Base Map: ใช้รูปถ่ายทางอากาศเพื่อแสดงภาพทรัพยากรทางธรณี, การใช้ประโยชน์ที่ดิน, และ โครงสร้างในพื้นที่. ➢ Urban Base Map: แสดงโครงสร้างทางภูมิศาสตร์ในพื้นที่เรียบเรียง, รวมถึงตึกสูง, แหล่งกินข้าว, และพื้นที่บริเวณใน เมือง. ➢ Historical Base Map: ใช้ข้อมูลที่ดึงมาจากอดีตเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ รวมถึงประวัติศาสตร์การใช้ ประโยชน์ที่ดิน, การพัฒนาทางภูมิศาสตร์, และโครงสร้าง. ➢ Specialized Base Map: แผนที่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองกับความต้องการที่เฉพาะเจาะจง, เช่น แผนที่ทางเทคนิค, แผนที่ทางสายการบิน, หรือแผนที่ทางน้้า. 6


2. การจัดท า base map จากภาพถ่ายทางอากาศ


“ การจัดท า base map จากภาพถ่าย ทางอากาศ เป็นกระบวนการที ่ใช้รูปถ่าย ทางอากาศ (aerial photography) เพื ่อสร้างแผนที ่ฐานที ่เป็นพื้นฐานส าหรับ งานวิจัยหรือการวาดแผนที ่ทางภูมิ สถาปัตยกรรม ซึ ่งมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้: 8


➢ เลือกภาพถ่ายที่มีคุณภาพสูง: การเลือกภาพถ่ายที่มีความคมชัดและความละเอียดสูงมีความส้าคัญ เนื่องจากจะมีผลต่อความแม่นย้าของ base map ที่จะได้. ➢ ปรับแต่งภาพถ่าย: ปรับแต่งค่าความสว่าง, คอนราสต์, และสีของภาพถ่ายเพื่อให้ได้ภาพที่สามารถใช้งาน ได้ในการสร้างแผนที่. ➢ รวบรวมจุดอ้างอิง (Ground Control Points): ในกรณีที่ต้องการความแม่นย้าสูง, การรวบรวมจุดอ้างอิงบน ภาพถ่ายทางอากาศเพื่อให้สามารถสอดคล้องกับระบบพิกัดทางภูมิศาสตร์เป็นสิ่งส้าคัญ. ➢ ท้าการเชื่อมโยงกับระบบพิกัดทางภูมิศาสตร์: ใช้จุดอ้างอิงที่มีความทันสมัยและสามารถเชื่อมโยงกับระบบ พิกัดทางภูมิศาสตร์ได้, เพื่อให้ base map มีความแม่นย้าทางที่เชื่อถือได้. ➢ รวบรวมข้อมูลพิเศษ (Special Features): หากต้องการแสดงข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง เช่น ทรัพยากรทางธรณี , สิ่งก่อสร้าง, หรือภาพน้้าท่วม จะต้องรวบรวมข้อมูลเหล่านี้เพื่อเสริมความเป็นประจ้าของ base map. 9


10


➢ ปรับทิศทางและมุมมอง (Orientation and Perspective Adjustment): ในกรณีที่ภาพถ่ายมีมุมมองไม่ตรงกับ ทิศทางที่ต้องการ, จะต้องมีการปรับทิศทางและมุมมองในกระบวนการปรับแต่ง. ➢ การแปลงภาพ (Image Rectification): กระบวนการแปลงภาพถ่ายเพื่อปรับให้สอดคล้องกับพื้นที่ในโลกจริง โดยใช้ข้อมูลจุดอ้างอิง. ➢ สร้าง Base Map: จากภาพถ่ายที่ได้รับการปรับแต่งและปรับทิศทาง, น้ามาสร้าง base map โดยเพิ่มข้อมูล ทางภูมิศาสตร์อื่น ๆ ตามที่ต้องการ. การจัดท้า base map จากภาพถ่ายทางอากาศต้องใช้เทคโนโลยีทางภูมิสถาปัตยกรรมและการ ปรับแต่งอย่างถูกต้องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นย้าและน้ามาใช้งานได้ในงานวิจัยหรือการวาดแผนที่. 11


3. องคป์ ระกอบท ีส่า คญ ั ใน Base map


การเลือกใช้และจัดท า “ base map ที ่มีข้อมูลทั้งหมดนี้อยู่ในระดับที ่สมบูรณ์ และมีความถูกต้องมีผลต่อคุณภาพและ ประสิทธิภาพของงานวิทยานิพนธ์. การ ให้ความส าคัญต่อรายละเอียดและความ เป็นประจ าของ base map จะช่วยให้ งานวิทยานิพนธ์มีความเชื ่อถือและความ น่าเชื ่อถือในการน าไปใช้ในการวิเคราะห์ และสร้างผลงานที ่มีคุณภาพ. 13


➢ ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ (Geographic Features) : รายละเอียดทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่ เช่น เส้นชั้นระดับความสูง, แม่น้้า, ล้าธาร, ทะเล, และเทือกเขา. ➢ ขอบเขตที่ดิน (Land Boundaries) : ขอบเขตของพื้นที่โครงการ และพื้นที่ที่แตกต่างกัน เช่น อ้าเภอ, ต้าบล, หรือเขตการ ปกครอง. ➢ สิ่งก่อสร้าง (Structures) : สิ่งก่อสร้างที่ส้าคัญ, เช่น ตึกสูง, ทางด่วน, สนามบิน, สถานที่สาธารณะ, และอื่น ๆ. ➢ ทางการจราจร (Transportation Networks) : ระบบทางการจราจร, เช่น ถนน, ทางรถไฟ, ท่าเรือ, และท่าอากาศยาน. ➢ แผนที่ขอบโครงการ (Site Plans) : แผนที่ที่แสดงขอบเขตของโครงการหรือพื้นที่ที่จะศึกษา. ➢ ข้อมูลทางธรณี (Geological Information) : ข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรทางธรณี, เช่น แหล่งน้้า, หิน, แร่, และสิ่งอื่น ๆ. ➢ จุดอ้างอิง (Control Points) : จุดที่ระบุในภาพถ่ายทางอากาศเพื่อให้สามารถสอดคล้องกับระบบพิกัดทางภูมิศาสตร์. ➢ สีและสัญลักษณ์ (Colors and Symbols) : การใช้สีและสัญลักษณ์ที่เหมาะสมเพื่อแสดงข้อมูลที่ชัดเจนและอ่านออกได้. 14


4. การแสดงสีและ สญ ั ลก ั ษณใ์ นแผนท ี ่


16


17


18


19


Thank You 20


Click to View FlipBook Version