ก คำนำ รายงานการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกนวัตกรรมตามโครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษาเพื่อพัฒนาการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 สำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดเพชรบุรี รายงานฉบับนี้สำเร็จได้เพราะความร่วมแรงร่วมใจของครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียน โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) ที่ได้ร่วมกันพัฒนานวัตกรรมจนประสบผลสำเร็จ สามารถนำ ผลงานนวัตกรรมเผยแพร่แก่โรงเรียนอื่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับของ ชุมชน ผู้ปกครองและนักเรียน ตลอดจนหน่วยงานต้นสังกัด ขอขอบคุณคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญ และศึกษานิเทศก์เป็น อย่างสูงที่ให้การอนุเคราะห์ให้คำแนะนำ ตลอดจนการตรวจเครื่องมือ จนทำให้โรงเรียนมีรูปแบบการ บริหารงานที่ชัดเจนสามารถเป็นแบบอย่างให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ได้นำไปประยุกต์ใช้ได้ คณะผู้จัดทำ …………………………………………. คณะผู้จัดทำ นายปฎิญญา เลิศอาวาส นางสาวจันทร์ผ่อง สมุทรผ่อง นายอรุณ บุญเหิน นายพินิจ เครือเหลา พิรสิฎฐ์ พีรภัคโสภณ นายฉัตร์มงคล สนพลาย นายสุนทร รุ่งสว่าง นางสาวอวัศยา แสงทอง นายธงชัย อ้อยหวาน
ข สารบัญ หน้า คำนำ บทคัดย่อ บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญ 11 วัตถุประสงค์ 3 กรอบแนวคิด 4 ขอบเขตการพัฒนานวัตกรรม 5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 5 คำนิยามศัพท์ 5 บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง 7 เอกสารที่เกี่ยวข้อง งานการวิจัยที่เกี่ยวข้อง 79 บทที่ 3 วิธีดำเนินการ 11 3.1 ขอบเขตประชากรหรือกลุ่มเป้าหมาย 11 3.2 ขั้นตอนการสร้าง/พัฒนานวัตกรรม 11 3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล 17 บทที่ 4 ผลการดำเนินการ 19 ตอนที่ 1 ผลการสร้างและผลการหาประสิทธิภาพ 19 ตอนที่ 2 ผลการใช้รูปแบบ 29 ตอนที่ 3 ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบ 38 บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผล 39 5.1 สรุปผล 39 5.2 อภิปรายผล 39 5.3 ข้อเสนอแนะ 40 บรรณานุกรม 42 ภาคผนวก 43
ค เรื่อง : การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี ผู้จัดทำ : นายปฏิญญา ปักกิ่งเมือง นางสาวจันทร์ผ่อง สมุทรผ่อง และคณะ สถานศึกษา : โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) บทคัดย่อ นวัตกรรม “การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัด เพชรบุรี” เป็นนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา มีวัตถุประสงค์1) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัด จันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี2) เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนวัด จันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จำนวน 3 ด้าน ได้แก่ 2.1 ด้านคุณภาพนักเรียน : พัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ เทคโนโลยี 2.2 ด้านคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา : ส่งเสริม สนับสนุนพัฒนาครูและบุคลากรให้มี นวัตกรรมทางเทคโนโลยี2.3 ด้านคุณภาพของสถานศึกษา : บริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยีและ 3. เพื่อ พัฒนาการศึกษาของโรงเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีให้เกิดคุณภาพอย่างยั่งยืน สร้างนวัตกรรมตาม กรอบกระบวนการ ADDIE MODEL และการเผยแพร่ “JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A” มีองค์ประกอบ 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เป็น องค์ประกอบของกระบวนการทำงานประกอบด้วย 1) การมีส่วนร่วม (Join) 2) การรวบรวมข้อมูลการใช้ สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (United information) 3) วิถีใหม่ (New normal) 4) เป้าหมาย (Target) 5) การสะท้อนกลับ (Reflect) และ 6) การประกาศเผยแพร่ (Announce) ด้วยการใช้กระบวนการวงจรการ บริหารคุณภาพ PDCA+ A ในการขับเคลื่อน ส่วนที่ 2 เป็นกระบวนการที่ใช้ปรับปรุงการทำงานอย่างเป็นระบบ มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีองค์ประกอบที่เป็นกระบวนการตามวงจร PDCA+ A คือ 1) ร่วมกันวางแผน (Plan) 2) ร่วมกันปฏิบัติตามแผน (Do) 3) ร่วมกันตรวจสอบ (Check) 4) ร่วมกันประเมินผล เพื่อพัฒนา (Act) และ 5) ร่วมรับผิดชอบ (Accountability) ที่เรียกว่า JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A ผลจากการนำรูปแบบฯ ไปใช้ พบว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ทุกประการ กล่าวคือ 1) โรงเรียนมี รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัด การศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีที่ผ่านการพัฒนาแล้ว 2) โรงเรียน สามารถยกระดับคุณภาพการศึกษา โดย 2.1) พัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้เทคโนโลยี ได้ร้อยละ 100 2.2) ครู และบุคลากรทุกคนมีนวัตกรรมทางเทคโนโลยี2.3) โรงเรียนมีการบริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยีอย่าง หลากหลาย และ 3) เป็นผลให้มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีให้เกิดคุณภาพอย่างยั่งยืน มีรางวัล รองรับจากการบริหารสถานศึกษา คำสำคัญ : การพัฒนา รูปแบบการบริหารสถานศึกษา ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา
บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญ ปัจจุบันเป็นยุคสมัยใหม่ เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงที่ท้าทาย อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงยังเป็นไปอย่าง รวดเร็ว ทั้งด้านวิทยาการ สังคม เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และฐานความรู้ทักษะแห่งอนาคตใหม่ในศตวรรษที่ 21 (21ST Century Skills) จึงเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของคนไทย ในฐานะการเป็นพลเมืองของโลกที่ มีการดำรงชีวิตท่ามกลางโลกแห่งเทคโนโลยี โลกของเศรษฐกิจและการค้า โลกาภิวัตน์กับเครือข่าย ประเทศ ไทยจำเป็นต้องค้นหายุทธศาสตร์ใหม่ในการพัฒนาระบบการศึกษา ซึ่งแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560- 2579 กำหนดให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (3R8C) โดยทักษะที่สำคัญอย่างหนึ่งคือทักษะการ เรียนรู้และนวัตกรรม รวมทั้งทักษะสารสนเทศ สื่อ เทคโนโลยี และยังกำหนดให้มีการพัฒนาบุคลากร ผู้บริหาร และครูทั้งระบบ ส่งผลให้สถานศึกษาต้องมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทั้งด้านการบริหาร และการจัดการเรียนรู้ เพื่อเตรียมนักเรียนให้พร้อมกับชีวิตในศตวรรษที่ 21 (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2561) จากกระแสการเปลี่ยนแปลงที่มุ่งเข้าสู่ยุคนวัตกรรม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 หมวด 9 เทคโนโลยีทางการศึกษา มาตราที่ 64 กำหนดว่ารัฐจะต้อง ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการผลิต และพัฒนาแบบเรียน ตำรา หนังสือทางวิชาการ วัสดุอุปกรณ์ และเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา โดยเร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิตและให้แรงจูงใจแก่ ผู้ผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม และมาตรา 65 ให้มีการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถ และ ทักษะในการผลิตรวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ หากมีการดำเนินการตาม แนวคิดดังกล่าวจะทำให้เกิดนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้ในการบริหารและการจัดการศึกษาได้เป็นอย่างดี (สุ กัญญา แช่มช้อย, 2555) ซึ่งนวัตกรรมถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบใน การบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจและโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาที่มีการปรับเปลี่ยนทั้งในส่วนของ แผนการศึกษาแห่งชาติ นโยบาย และมาตรฐานการศึกษาที่ต้องสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พ.ศ. 2561-2580 และแผนปฏิรูปประเทศ (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2563 : 12) นอกจากนั้นกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดนโยบายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ไว้ ให้ปลดล็อก ปรับเปลี่ยน และเปิดกว้าง ระบบการบริหารจัดการและการพัฒนากำลังคน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความ เป็นเอกภาพ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการบริหารงานและการจัดการศึกษา โดยมุ่งให้ สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 เพื่อให้บรรลุผลตามนโยบายการศึกษายกกำลังสอง (Thailand Education Eco – System : TE2S) โดยให้ร่วมกันพิจารณาหาแนวทาง ขั้นตอน และวิธีการ ดำเนินการร่วมกันแบบบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน อีกทั้งยังกำหนดจุดเน้นประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยมุ่งเน้น ICT (Information and Communication Technologies) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เน้นพัฒนาความรู้และสมรรถนะ ด้าน Digital Literacy การศึกษาเพื่อทักษะอาชีพและการมีงานทำ พัฒนา 3 ทักษะหลัก ได้แก่ โลกทัศน์อาชีพ การเสริมทักษะใหม่ (Up Skill) และการเพิ่มทักษะใหม่ที่จำเป็น (Re-Skills) รวมถึงระบบบริหารจัดการและ การพัฒนาบุคลากร ในส่วนของสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเพชรบุรียังได้กำหนดวิสัยทัศน์ “เป็นองค์กรแห่งมาตรฐาน มุ่งพัฒนาบุคลากรและผู้เรียนให้มีความรู้คู่คุณธรรมภายใต้วิถีคุณภาพ เพื่อให้มีทักษะและคุณลักษณะที่จำเป็น
2 ในศตวรรษที่ 21 ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียน ที่กล่าวว่า “โรงเรียนวัดจันทราวาส(ศุขประสารราษฎร์) มุ่งมั่นพัฒนาสู่ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีด้วยระบบบริหาร จัดการคุณภาพ (TQA) เพื่อพัฒนาทักษะคิดของผู้เรียนให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันและเป็นพื้นฐานด้านอาชีพ ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนควบคู่กับใช้ศาสตร์พระราชาใน การเสริมสร้างทักษะชีวิต” นอกเหนือจากนโยบายและจุดเน้นของหน่วยงานทางการศึกษาแล้ว ยังพบว่าอิทธิพลจากการ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั่วโลกผ่านกระแสโลกาภิวัตน์ และกระแสการพัฒนาทางเทคโนโลยี ก่อเกิดการสร้าง ปรากฏการณ์ในโลกสมัยใหม่ เป็นต้นกําเนิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน ส่งผลให้ทุกองค์กรต้องปรับตัว (Bawany, 2018) ซึ่งสถานศึกษาต้องพัฒนาตนเองให้ทัน และต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะ เกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้สภาวะวิกฤตที่เกิดจากโรคระบาดไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงแบบพลิกผันที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้การดํารงชีวิตต้องเปลี่ยนเป็นวงจรของความเป็นปรกติใหม่ (New Normal) อย่างไม่มีที่สิ้นสุด กล่าวคือ เมื่อวิกฤตการณ์ใดเกิดขึ้นย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นอยู่ เดิมให้เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงนั้น จากความปรกติเดิมสู่ความปรกติใหม่เสมอ (สุพริศร์ สุวรรณิก, 2563) ซึ่งการศึกษาไทยได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นอย่างมาก ทําให้ระบบการศึกษาที่มี ปัญหาหลายประการแต่เดิม ทั้งในเรื่องของมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับ จุดอ่อนของระบบการศึกษา และการพัฒนาบุคลากร ด้านวิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ รวมทั้งเทคโนโลยีและการบริหารจัดการศึกษาของ สถานศึกษาที่ยังไม่เหมาะสม ขาดความคล่องตัว มีความเหลื่อมล้ำในด้านโอกาสและความเสมอภาคทาง การศึกษา (สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2562) ส่งผลให้การศึกษาไทยประสบปัญหามากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นการซํ้าเติมปัญหาที่มีอยู่แต่เดิม การพัฒนาประเทศภายใต้แนวคิด ประเทศไทย 4.0 ขับเคลื่อนด้วยความรู้และนวัตกรรม สอดคล้อง กับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปและปรับเปลี่ยนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ โครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเหมาะสมกับภูมิทัศน์ใหม่ของโลก (กระทรวงอุตสาหกรรม , 2562) และในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้บรรลุผลตามนโยบายของภาครัฐรวมทั้งของสถานศึกษานั้น ต้อง อาศัยแนวทางการบริหารจัดการวิถีใหม่ที่มีประสิทธิภาพ โดยผู้นําการศึกษาต้องมีบทบาทเชิงรุก (วิสุทธิ์วิจิตร พัชราภรณ์, 2561) ในบริบทการทํางานที่ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ เปิดกว้างสู่ระบบปฏิบัติงานแนวใหม่ รวมถึง การพัฒนางานให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และทัดเทียมนานาประเทศ (พฤทธิ์ศิริ บรรณพิทักษ์, 2562) นอกจากนั้น “เทคโนโลยีดิจิทัล” ยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงการบริหาร จัดการ และเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาองค์กรด้วยการบูรณาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นสมรรถนะหลัก ขององค์กร เพื่อพัฒนาให้องค์กรเติบโตและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน (สุปราณี วรรณรุณ, 2565) และยังเปนประโยชน เปนแนวทางในการพัฒนาองคกรในยุค New Normal ซึ่งทุกองคกรที่ไดรับ ผลกระทบจะมีการปรับตัวทั้งการปรับแผน การปรับรูปแบบในการทำงาน การเปลี่ยนโมเดลทางธุรกิจ การ ทบทวนสำหรับแผนเชิงรุกในการสรางแบรนด และวิธีการสื่อสารทางการตลาดในชองทางตาง ๆ เพื่อสรางราย ไดและสรางความมั่นคงใหกับองค์กรทั้งในระยะสั้นและระยะยาว (วิษณุ เทศขยัน, ออนไลน, 2563) อีกทั้งในปัจจุบันรูปแบบการบริหารจัดการศึกษาของแต่ละโรงเรียนในหลายพื้นที่ทั้งระบบการศึกษา ไม่สอดคล้องต่อนโยบายหรือแผนพัฒนา ส่งผลให้คุณภาพผู้เรียนไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือมีคุณลักษณะ ตามที่คาดหวัง การปฏิรูปการศึกษาจึงเป็นโจทย์สำคัญของทุกภาคส่วนที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข พร้อมรับกับ ความท้าทายใหม่ ๆ ซึ่งในการบริหารการศึกษาต่างก็มีการนำ “นวัตกรรม” มาใช้อย่างกว้างขวางและ ครอบคลุม ท่ามกลางการกระจายตัวของ “นวัตกรรม” จึงมีความจำเป็นที่นักบริหารการศึกษาต้องปรับตัวให้
3 ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ดังนั้นภารกิจใหม่ของนักบริหารการศึกษาในยุคนวัตกรรมการศึกษาจึงต้อง เพิ่มภารกิจด้านการจัดการนวัตกรรมหรือการบริหารนวัตกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของ การศึกษา เพราะในปัจจุบันการบริหารงานต่างต้องอาศัยนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน (จักรกฤษณ์ สิริริน , 2561) จากความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จะพบว่าการบริหารจัดการและพัฒนานวัตกรรม การบริหารมีความสำคัญและจำเป็นในการขับเคลื่อนสถานศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบริบท ในแต่ละพื้นที่ องค์กรการศึกษาจะประสบความสำเร็จ และอยู่รอดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับการมีความคิดสร้างสรรค์ การสร้างนวัตกรรม การค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ที่ต้องมีการพัฒนารูปแบบ การ บริหารงานใหม่ ๆ รวมไปถึงการสร้างนิสัยนวัตกรรมให้เกิดขึ้นกับคนในองค์กรนั่นก็คือครูและบุคลากรทางการ ศึกษาที่จะต้องมีความคิดริเริ่มสรรค์สร้างรูปแบบการทำงาน สร้างสื่อการสอน และวิธีจัดการเรียนการสอนใหม่ ๆ อยู่เสมอเพื่อพัฒนาสถานศึกษา เพราะความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ถือเป็นจุดกำเนิดของการสร้างนวัตกรรมให้ เกิดขึ้นภายในองค์กร เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่อาจจับต้องได้แต่มีค่ามากกว่าทรัพย์สินทางกายภาพ (Adams, R. & Bessant, J., 2006) สอดคล้องกับ ทนงศักดิ์ โพธิ์เกตุ (2564 : 38) ที่กล่าวว่า การพัฒนา คุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพนั้น จำเป็นต้องมีรูปแบบการ บริหารที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและมีกระบวนการพัฒนาที่เหมาะสมและมีส่วนร่วมจากหลายฝ่าย สถานศึกษายุคนี้ จึงมีความจําเป็นที่ผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งมีบทบาทสําคัญในการขับเคลื่อนองค์กรต้อง ปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงโดยการสร้างนวัตกรรมนำ เทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาจังหวัดเพชรบุรีเปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนผู้บริหาร 4 คน ครู75 คน นักเรียน 1477 คน พบว่าครูขาดการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการคิดสร้างสรรค์ และการคิดเชิงนวัตกรรม ขาดการพัฒนาสื่อและนวัตกรรมการเรียนการสอน ขาดการใช้สื่อเทคโนโลยีในการ จัดการเรียนรู๎ในชั้นเรียน ส่งผลให้คุณภาพผู้เรียนไม่เป็นไปตามที่มุ่งหวัง ยังขาดทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (3R8C) ประกอบกับโรงเรียนมีการเปลี่ยนผู้บริหารสถานศึกษา มีการย้ายบุคลากรครูและบุคลากรทางการ ศึกษาอยู่ตลอด และโรงเรียนยังไม่มีรูปแบบการบริหารสถานศึกษาอย่างชัดเจน โรงเรียนจึงต้องพัฒนารูปแบบ การบริหารสถานศึกษาให้ตอบสนองและรองรับภายใต้การเปลี่ยนแปลง โดยนำผลการวิคราะห์ SWOT และ SOAR มาใช้วางแผนเพื่อเป็นขอมูลสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายของโรงเรียน นำหลักการแนวคิด และทฤษฎีทางการบริหารจัดการมาประยุกต์ใช้ในการสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาให้ เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน มีกระบวนการพัฒนารูปแบบที่เกิดจากการมีส่วนร่วมคิดร่วมทำของผู้บริหาร คณะครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน โดยมีนโยบายมุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนด้วย สื่อเทคโนโลยีในการบริหารและการจัดการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสาร ราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี วัตถุประสงค์ 1. เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี 2. เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ของ โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จำนวน 3 ด้าน ได้แก่
4 2.1 ด้านคุณภาพนักเรียน : พัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้เทคโนโลยี 2.2 ด้านคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา : ส่งเสริม สนับสนุนพัฒนาครูและบุคลากรให้มี นวัตกรรมทางเทคโนโลยี 2.3 ด้านคุณภาพของสถานศึกษา : บริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยี 3. เพื่อพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีให้เกิดคุณภาพอย่างยั่งยืน กรอบแนวคิด การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีมีกรอบ แนวคิด ดังภาพที่ 1 ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดในการพัฒนานวัตกรรม
5 ขอบเขตการพัฒนานวัตกรรม - ขอบเขตด้านเนื้อหา การสร้างนวัตกรรมในครั้งนี้ โรงเรียนศึกษาการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุข ประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีในหลักการแนวคิดการพัฒนารูปแบบเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริหารและ ผู้เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการการดำเนินงานตามโครงการในสถานศึกษา - ขอบเขตด้านพื้นที่/สถานที่ การศึกษาการสร้างนวัตกรรมในครั้งนี้มุ่งศึกษาถึงการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัด จันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี - ขอบเขตด้านเวลา ใช้เวลาในการศึกษาเป็นเวลา 1 ปีการศึกษา คือปีการศึกษา 2565 ตั้งแต่ เดือนเมษายน 2565 – มีนาคม 2566 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. โรงเรียนมีรูปแบบการบริหารงานที่เหมาะสม 2. สถานศึกษาอื่น ๆ สามารถนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบ คุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีไปประยุกต์ใช้ในสถานศึกษาของตนเอง เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป 3. ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการบริหารงานหรือจัดการเรียนรู้ มีแนวทางในการดำเนินงานนำไปสู่ความ เข้มแข็งและยั่งยืน 4. ครูได้รับการพัฒนาคุณภาพให้มีทักษะการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยี 5. นักเรียนได้รับการพัฒนาคุณภาพให้มีทักษะตามศตวรรษที่ 21 คำนิยามศัพท์ การพัฒนา หมายถึง การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ JUNTRA Model รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA MODEL ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+A หมายถึง นวัตกรรมด้านการบริหารจัดการเพื่อการพัฒนาองค์กรในการบริหารจัดการที่นำไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา หมายถึง นวัตกรรม รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA MODEL ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A ที่ผ่านการใช้แล้ว แสดงผลคุณภาพดี เมื่อนำมาขยายผลสามารถ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ของโรงเรียนวัดจันทรา วาส (ศุขประสารราษฎร์) จำนวน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านคุณภาพนักเรียน : พัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้เทคโนโลยี ด้านคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา : ส่งเสริม สนับสนุนพัฒนาครูและบุคลากรให้มี นวัตกรรมทางเทคโนโลยี ด้านคุณภาพของสถานศึกษา : บริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยี
6 ผู้บริหารโรงเรียน หมายถึง ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในระดับโรงเรียน ได้แก่ ผู้อำนวยการ โรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้ช่วยผู้อำนวยการ ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี ครูผู้เกี่ยวข้อง หมายถึง หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ ครูที่ทำหน้าที่ในการดำเนินงาน โครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมายถึง นักเรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปที่ ได้รับผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบ ทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการดำเนินการของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี
บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง แนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัด จันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีตามหัวข้อสำคัญดังนี้ 1. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 มี 8 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) วิสัยทัศน์ 2) จุดมุ่งหมาย 3) ความคาดหวัง 4) เป้าหมายสุดท้าย 5) หลักการ/แนวคิดการจัดการศึกษา 6) แนวการจัดการศึกษา 7) ปัจจัย เงื่อนไขความสำเร็จ 8) ยุทธศาสตร์ มาตรการ ตัวชี้วัด มีเป้าหมายด้านผู้เรียน (Learner Aspirations) โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณลักษะ และทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21(3Rs8Cs) เป้าหมายของการจัดการศึกษา (Aspiration) มี 5 เป้าหมาย ดังนี้1) ประชากรทุกคนเข้าถึงการศึกษา ที่มีคุณภาพและมีมาตรฐาน อย่างทั่วถึง (Access) 2) ผู้เรียนทุกคนทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับการบริการการศึกษา ที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน อย่างเท่าเทียม (Equity) 3) ระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ สามารถพัฒนาผู้เรียนให้ บรรลุขีดความสามารถเต็มตาม ศักยภาพ (Quality) 4) ระบบการบริหรจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เพื่อการ ลงทุนทางการศึกษาที่คุ้มค่า และบรรลุเป้าหมาย (Efficiency) 5) ระบบการศึกษาที่สนองตอบและก้าวทันการ เปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นพลวัต และบริบทที่เปลี่ยนแปลง (Relevancy) 2. นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ/สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน/สำนักงานเขต พื้นที่มัธยมศึกษาเพชรบุรีได้กำหนดนโยบายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 3. ทักษะในศตวรรษที่ 21 3R คือทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อผู้เรียนทุกคน มีดังนี้ 1) Reading คือ สามารถอ่านออก 2) (W)Riteing คือ สามารถเขียนได้ 3) (A)Rithmatic คือ มีทักษะในการคำนวณ 8C เป็นทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นซึ่งทุกทักษะสามารถนำไปปรับใช้ในการเรียนรู้ได้ มีดังนี้ 1) Critical thinking and problem solving คือ มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมี วิจารณญาณและสามารถแก้ไขปัญหาได้ 2) Creativity and innovation คือ การคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม 3) Cross-cultural understanding คือ ความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและ กระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม 4) Collaboration teamwork and leadership คือ ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะ ความเป็นผู้นำ 5) Communication information and media literacy คือ มีทักษะในการสื่อสารและการ รู้เท่าทันสื่อ 6) Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และรู้เท่าทันเทคโนโลยี 7) Career and learning skills คือ มีทักษะอาชีพและการเรียนรู้ 8) Compassion คือ มีความเมตตากรุณา มีคุณธรรม และมีระเบียบวินัย
8 4. การสร้างรูปแบบ การสร้างรูปแบบ คือการกำหนดมโนทัศน์ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ เพื่อชี้ให้เห็นชัดเจน ว่ารูปแบบเสนออะไร เสนออย่างไร เพื่อให้ได้อะไร และสิ่งที่ได้นั้นอธิบายปรากฏการณ์อะไร และนำไปสู่ข้อ ค้นพบอะไรใหม่ ๆ (Steiner, 1988 : 172) 5. SAR โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี ข้อมูลทั่วไป โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่ที่ 10 ถนนบริพัตร ตำบลท่าราบ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีจำนวนผู้บริหาร 4 คน ครู75 คน จำนวนนักเรียน 1,477 คน เปิดสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย 6. การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School-Based Management) คือ แนวคิดทางการ บริหารและการจัดการศึกษาที่มุ่งให้สถานศึกษาเป็นองค์กรหลักในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยมีการ กระจายอำนาจการตัดสินใจที่จะพัฒนา นโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ของสถานศึกษาและความ ร่วมมือดำเนินการ ทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ บุคลากร และบริหารทั่วไป ที่มุ่งเน้นผลผลิต ผลลัพธ์ และ ผลกระทบที่เกิดกับผู้เรียนเป็นสำคัญ ภายใต้การมีส่วนร่วมและการตรวจสอบของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วย 1) กระจายอำนาจการบริหารจัดการ 2) การทำงานเป็นทีม การสร้างทีมงานและพัฒนาทีมงาน 3) เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร ลูกจ้าง ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน 4) แสดงภาระงานที่ตรวจสอบได้ 5) เป็นประชาธิปไตย มีความโปร่งใส 6) มีรายงาน ผลการดำเนินงาน 7. แนวคิดการบริหารเชิงระบบ เป็นกระบวนการบริหารที่มีความเชื่อว่า การจัดการมีลักษณะ ต่อเนื่องกัน และความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน รวมทั้งต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันของหน่วยงานย่อยต่าง ๆ กับ ส่วนรวมทั้งหมด ความสำเร็จในการจัดการขององค์กรขึ้นอยู่กับการจัดการของทุกระบบมิใช่กับระบบใดระบบ หนึ่งโดยเฉพาะ ทฤษฎีเชิงระบบ (System Theory) เป็นทฤษฎีที่ทำให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นภาพรวมของ องค์กรทั้งหมดตามหน้าที่ที่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ก่อให้เกิดการวิเคราะห์และการแก้ไขปัญหาขององค์กรได้ทั้ง ระบบมาใช้ในการบริหารงาน ประกอบไปด้วย 1) ปัจจัยนำเข้า (Inputs) ได้แก่ ทรัพยากรต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในกระบวนการบริหาร 2) กระบวนการแปรสภาพ (Transformation Process) ประกอบด้วย เทคนิคในการจัดการต่าง ๆ รูปแบบกิจกรรม เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิต 3) ปัจจัยนำออก (Outputs) ได้แก่ สินค้า บริการ กำไร ขาดทุน และผลที่คาดหวังอื่น ๆ เช่น ศักยภาพของครู และนักเรียนที่พัฒนาขึ้น เป็นต้น 4) ข้อมูลย้อนกลับ (Feed Back) คือ ข้อมูลเกี่ยวกับผลที่เกิดจากกิจกรรมขององค์กร ซึ่งสามารถ นำไปพิจารณาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในขั้นตอนต่าง ๆ ได้ จากทฤษฎีระบบ องค์กรจะใช้กระบวนการแปรสภาพเพื่อเปลี่ยนปัจจัยนำเข้าไปเป็นผลผลิต และ ในขณะเดียวกันกลไกในระบบก็จะขึ้นกับการนำข้อมูลย้อนกลับไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบ ผลลัพธ์ และปรับปรุงปัจจัยนำเข้า 8. วงจรบริหารงานคุณภาพ (Deming Cycle) ประกอบด้วย 1) ขั้นวางแผน (Plan) 2) ขั้นปฏิบัติ (Do) 3) ขั้นตรวจสอบ (Check)
9 4) ขั้นปรับปรุงพัฒนา (Action) 9. การประกันคุณภาพของของ สมศ. ตัวชี้วัดประกอบด้วย 1) ต้องมีการเขียน Plan การวางแผน กำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานแต่ละมาตรฐานใน SAR 2) ต้องมีการเขียน Do ระบุ วิธีการ โครงการ กิจกรรมที่ดำเนินการใน SAR 3) ต้องมีการเขียน Check มีการระบุการกำกับติดตาม ตรวจสอบการดำเนินการตามแผน และการ ประเมินอย่างเป็นระบบ มีเครื่องมือ วิธีการ ผู้ที่ร่วมประเมินใน SAR 4) ต้องมีการเขียน Action มีการระบุนำผลการประเมินไปปรับปรุงแก้ไข ใน SAR 5) ต้องมีการแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ Accountability คือ รายงานผลการประเมินให้ผู้เกี่ยวข้อง ทราบและการนำปลการประเมินไปปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาต่อ 10. งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบของการบริหารสู่ความเป็นเลิศ 10.1 งานวิจัยในประเทศ จักรกฤษณ์ สิริริน. (2561 : 3). กล่าวถึง ภารกิจใหม่ของนักบริหารการศึกษาในยุคนวัตกรรมการศึกษา ว่าต้องเพิ่มภารกิจด้านการจัดการนวัตกรรมหรือการบริหารนวัตกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของ การศึกษา เพราะในปัจจุบันการบริหารงานต่างต้องอาศัยนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน ทนงศักดิ์ โพธิ์เกตุ (2564 : 38) กล่าวถึง การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพนั้น จำเป็นต้องมีรูปแบบการบริหารที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนและมี กระบวนการพัฒนาที่เหมาะสมและมีส่วนร่วมจากหลายฝ่าย พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ (2562 : 1) กล่าวถึง การบริหารโรงเรียน ไว้ว่า ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ให้บรรลุผลตามนโยบายของภาครัฐรวมทั้งของสถานศึกษานั้น ต้องอาศัยแนวทางการบริหารจัดการวิถีใหม่ที่มี ประสิทธิภาพ โดยผู้นําการศึกษาต้องมีบทบาทเชิงรุกในบริบทการทํางานที่ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ เปิดกว้างสู่ ระบบปฏิบัติงานแนวใหม่ รวมถึงการพัฒนางานให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และ ทัดเทียมนานาประเทศ วิสุทธิ์ วิจิตรพัชราภรณ์ (2561 : 112-120) กล่าวถึง การนํานโยบายสู่การปฏิบัติ : แนวความคิด กระบวนการในองค์การทางการศึกษา ไว้ว่า ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้บรรลุผลตามนโยบายของ ภาครัฐรวมทั้งของสถานศึกษานั้น ต้องอาศัยแนวทางการบริหารจัดการวิถีใหม่ที่มีประสิทธิภาพ โดยผู้นํา การศึกษาต้องมีบทบาทเชิงรุก สุกัญญา แช่มช้อย (2555 : 2 ) กล่าวถึง นวัตกรรมไว้ว่า สถานศึกษาตาง ๆ จะตองพัฒนานวัตกรรม หรือนํานวัตกรรมตาง ๆ มาใชเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาซึ่งผูที่มีสวนสําคัญในการผลักดันใหมีการสราง พัฒนาหรือนํานวัตกรรมมาใชกับการศึกษาก็คือผูนํา หรือผูบริหารสถานศึกษาที่สามารถใชนวัตกรรมในการนํา องคการอยางมีประสิทธิภาพหรือเรียกวา “ผูนําเชิงนวัตกรรม” (Innovative Leader) โดยจําเปนตองมีทักษะ การคิดที่แตกตางอยางสรางสรรคเพื่อใหไดสิ่งใหม ๆ ที่เปนประโยชนตอการพัฒนาองคกรที่เรียกวา “ทักษะ การคิดเชิงนวัตกรรม” (Innovative Thinking) สุปราณี วรรณรุณ (2565 : 3) กล่าวถึงรูปแบบการจัดการแนวใหม่ที่ส่งผลต่อการพัฒนาองค์กรใน ประเทศไทยในยุค NEW NORMAL ไว้ว่า “เทคโนโลยีดิจิทัล” เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงการ บริหารจัดการ และเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาองค์กรด้วยการบูรณาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็น สมรรถนะหลักขององค์กร เพื่อพัฒนาให้องค์กรเติบโตและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่าง วิษณุ เทศขยัน (2563 : 1-4) ยังกล่าวถึงเทคโนโลยีว่าเปนประโยชน เปนแนวทางในการพัฒนาองคกร ในยุค New Normal ซึ่งทุกองคกรที่ไดรับผลกระทบจะมีการปรับตัวทั้งการปรับแผน การปรับรูปแบบในการ
10 ทำงาน การเปลี่ยนโมเดลทางธุรกิจ การทบทวนสำหรับแผนเชิงรุกในการสรางแบรนด และวิธีการสื่อสาร ทางการตลาดในชองทางตาง ๆ เพื่อสรางรายไดและสรางความมั่นคงใหกับองค์กรทั้งในระยะสั้นและยาว อัจฉรา นิยมาภา (2561 : 185-187) ทำการวิจัยรื่อง รูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่สู่คุณภาพ การศึกษาที่พึงประสงค์ในบริบทที่เปลี่ยนแปลง ได้รูปแบบที่พัฒนา เรียกว่า PSPCLE Model ที่กล่าวถึง เงื่อนไขความสําเร็จการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่ประกอบด้วย4 ด้าน คือ 1) การเป็นผู้นําเพื่อการเปลี่ยนแปลง 2) การสร้างทัศนคติร่วมในการทํางานแบบใหม่ 3) การปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติของสถานศึกษา โดยการใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารและการจัดการเรียนการสอน 10.2 งานวิจัยต่างประเทศ Ka-ho Mok (2003 : 348-366) ทำการวิจัยเรื่อง Decentralization and mercerization of education in Singapore: A case study of the school excellence model โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ตรวจสอบและศึกษาถึงปรัชญาและหลักการของรูปแบบความเป็นเลิศของสถานศึกษาในประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่าสถานศึกษาในแต่ละแห่งมีความสามารถและยืดหยุ่นที่จะพัฒนาจุดแข็งของตนเองให้เหมาะกับสภาพ ของแต่ละสถานศึกษาได้เป็นอย่างดี รัฐบาลควรช่วยสนับสนุนให้การศึกษามีคุณภาพคือการนำเสนอรูปแบบ ความเป็นเลิศสำหรับสถานศึกษา (School Excellence Model : SEM) เพื่อให้สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางใน การปรับปรุงและประเมินตนเอง ผู้นำของสถานศึกษาต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมไปถึงการกำหนด แผนกลยุทธ์ในแต่ละสถานศึกษาโดยการตรวจสอบทิศทางที่ชัดเจนที่มุ่งเน้นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง การพัฒนา แผนปฏิบัติการเพื่อจะสนับสนุนทิศทางนั้น การนำแผนไปปฏิบัติและการติดตามผลการดำเนินงานเป็นระยะ ๆ นอกจากนี้ทีมงานจะถูกตรวจสอบ เป็นการทบทวนว่าสถานศึกษามีวิธีการพัฒนาให้บุคลากรทำงานอย่างเต็ม ศักยภาพเพื่อความเป็นเลิศของสถานศึกษา Patrick Shipe (2011 : 461) ได้ทำการวิจัยเรื่อง การจัดการคุณภาพสู่ความเป็นเลิศในโรงเรียน พบว่า การจัดการคุณภาพสู่ความเป็นเลิศเกี่ยวข้องกับการวางแผนกลยุทธ์ การสนับสนุนจากผู้บริหารที่เข้มแข็ง การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ การปรับปรุงการสื่อสาร การมีส่วนร่วมของ ผู้ปกครอง การจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสม การใช้การอบรมเพื่อการพัฒนาบุคลากร Adams, R. & Bessant, J. (2006 : 21-47) กล่าวถึง การบริหารนวัตกรรมว่า องค์กรการศึกษาจะ ประสบความสำเร็จ และอยู่รอดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับการมีความคิดสร้างสรรค์ การสร้างนวัตกรรม การค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ที่ต้องมีการพัฒนารูปแบบ การบริหารงานใหม่ ๆ รวมไปถึงการสร้าง นิสัยนวัตกรรมให้เกิดขึ้นกับคนในองค์กรนั่นก็คือครูและบุคลากรทางการศึกษาที่จะต้องมีความคิดริเริ่มสรรค์ สร้างรูปแบบการทำงาน สร้างสื่อการสอน และวิธีจัดการเรียนการสอนใหม่ ๆ อยู่เสมอเพื่อพัฒนาสถานศึกษา เพราะความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ถือเป็นจุดกำเนิดของการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นภายในองค์กร เป็นทรัพย์สิน ทางปัญญาที่ไม่อาจจับต้องได้แต่มีค่ามากกว่าทรัพย์สินทางกายภาพ (Adams, R. & Bessant, J., 2006)
บทที่ 3 วิธีดำเนินการ วิธีดำเนินการ การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัด เพชรบุรี มีดังนี้ 3.1 ขอบเขตประชากรหรือกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้บริหารโรงเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) ทุกคน 3.2 ขั้นตอนการสร้าง/พัฒนานวัตกรรม ดำเนินการแบบมีส่วนร่วม โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานและคณะทำงาน ซึ่ง ประกอบด้วยบุคลากรโรงเรียนทั้งผู้บริหารและครูมีคณะกรรมการที่ปรึกษา และยังได้เชิญตัวแทนผู้ปกครอง และนักเรียนมาร่วมวิเคราะห์จัดทำด้วย โดยมีขั้นตอนการสร้าง/พัฒนานวัตกรรม 6 ขั้น ดังนี้ ขั้นที่1 การศึกษาเอกสารแนวคิดหลักการ 1. ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการในอนาคตของโรงเรียน โดย 1.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1.1.1 แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 1.1.2 นโยบาย ของหน่วยงานต่าง ๆ ดังนี้ 1.1.2.1 กระทรวงศึกษาธิการ 1.1.2.2 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี 1.1.2.3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี 1.1.2.4 โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) 1.1.3 แนวคิด Education 4.0 / ทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ 1.1.4 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.1.5 SAR และข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) 1.2 ดำเนินการวิเคราะห์สถานภาพของโรงเรียนโดยใช้เทคนิค 1.2.1 SWOT Analysis วิเคราะห์สภาพแวดล้อม (Environmental Analysis) ทั้ง ภายนอกและภายในของโรงเรียน พิจารณาจุดแข็ง-จุดอ่อน จากสภาพแวดล้อมภายใน และโอกาส-อุปสรรค จากสภาพแวดล้อมภายนอก โดยหาปัจจัยที่เอื้อต่อการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ และขจัดปัจจัยที่ไม่เอื้อ ต่อการดำเนินงาน 1.2.2 SOAR Analysis (Stavos and Hinrichs, 2009) วิเคราะห์สภาพแวดล้อม หาจุด แข็ง โอกาส แรงบันดาลใจ และผลลัพธ์ในเชิงบวกที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหรือเงื่อนไขในระยะเวลาที่ผ่านมา และที่จะเป็นเงื่อนไขในอนาคต โดยเป็นความพยายามร่วมกันของผู้มีส่วนได้เสียทุกคน ที่จะร่วมค้นหาสิ่งที่ดี ที่สุด เพื่อที่จะนำมาวางแผนร่วมกันว่าสิ่งที่ควรจะเป็นคืออะไร 1.3 สอบถามความต้องการในอนาคตจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของโรงเรียน 2. ศึกษาองค์ประกอบและแนวทางการพัฒนานวัตกรรมทางการบริหารสถานศึกษา ดังนี้
12 2.1 ศึกษา วิคราะห์ สังเคราะห์เอกสาร แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวกับนวัตกรรม และ การบริหารสถานศึกษา เพื่อกำหนดกรอบแนวคิด ได้แก่ 2.1.1 การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School-Based Management) 2.1.2 การพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ (Whole-School Approach) 2.1.3 แนวคิดการบริหารเชิงระบบ ทฤษฎีเชิงระบบ (System Theory) 2.1.4 วงจรบริหารงานคุณภาพ (Deming Cycle) 2.1.5 การประกันคุณภาพของของ สมศ. 2.1.6 การสร้างและพัฒนานวัตกรรม/รูปแบบ 2.1.7 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1.8 Best Practice ของการบริหารสถานศึกษา 2.2 สัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับแนวทางการบริหารสถานศึกษา จำนวน 6 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) 2.3 ศึกษาจากโรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practice) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1. แบบบันทึกการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัด จันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี 2. แบบสอบถามความต้องการในอนาคตจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของโรงเรียน 3. แบบสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุข ประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีมีลักษณะเป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ที่ผ่านการพิจารณาความ ถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 ท่าน นำผลจากการศึกษาการวิเคราะห์เอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องมาสรุปเกี่ยวกับ องค์ประกอบของรูปแบบและแนวทางการบริหารสถานศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ขั้นที่ 2 การเลือกและการวางแผนสร้างนวัตกรรม 1. ประชุมระดมสมองคณะทำงานเพื่อกำหนดจุดประสงค์ในการนำพาโรงเรียนไปสู่เป้าหมายโดย ใช้นวัตกรรมการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี วิเคราะห์ ความสอดคล้องของ 1) จุดประสงค์ (o) 2) เนื้อหา/กิจกรรม/(แผน/กลยุทธ์/คู่มือ) (L) และ 3) การวัดผล ประเมินผล (E) และนำไปร่วมพิจารณาในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนของโรงเรียนที่ประกอบไปด้วย ฝ่ายบริหาร หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ หัวหน้าระดับ หัวหน้างาน หลังจากนั้นนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญวิพากษ์อีก ครั้งหนึ่ง ในส่วนของการกำหนดเนื้อหา/กิจกรรม/แผน/กลยุทธ์ โรงเรียนใช้การมีส่วนร่วมของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ทั้งครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ในการร่วมคิด ร่วมพิจารณา จนเกิดโครงการ/กิจกรรมของโรงเรียน ที่สอดคล้องตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วน โดยครอบคลุมถึงยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของ โรงเรียน การพัฒนาทักษะสมรรถนะให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะตามศตวรรษที่ 21 (3R8C)
13 2. จัดทำ(ร่าง)คู่มือการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัด เพชรบุรีมีส่วนประกอบ ดังนี้ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) เนื้อหา 4) วิธีการพัฒนา และ5) การติดตามและ ประเมินผล ดำเนินการโดยคณะทำงาน ที่มีการประเมินความสอดคล้องของคู่มือจากผู้เชี่ยวชาญรวมทั้งการ วัดผลประเมินผลที่ต้องนำแบบประเมินไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความสอดล้อง IOC ก่อนนำไปใช้ ขั้นที่ 3 สร้างและพัฒนานวัตกรรม การพัฒนานวัตกรรมโดยการตรวจสอบความสอดคล้อง และยืนยันนวัตกรรมการพัฒนารูปแบบการ บริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีมีขั้นตอน ดังนี้ 1. นำร่างนวัตกรรมการพัฒนารูปแบบฯ และ(ร่าง)คู่มือ ให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) เพื่อวิเคราะห์ค่า ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item-Objective Congruency: IOC) โดย ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน ซึ่งผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ทุกข้อมีค่า IOC ตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป ผ่านเกณฑ์การประเมิน 2. ยืนยันนวัตกรรมการพัฒนารูปแบบฯ และคู่มือ โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน ผลปรากฏว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ขั้นที่4 การดำเนินงาน โรงเรียนมุ่งมั่นพัฒนาสู่ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีจึงได้ระดมสรรพกำลังจากทุกฝ่ายมาร่วม สนับสนุน ทั้งทรัพยากร และการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหา ร่วมตัดสินใจ และร่วมติดตามประเมินผลในทุก ขั้นตอนของการดำเนินการ โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน ภายใต้ กรอบวิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าประสงค์ที่โรงเรียนกำหนด มีการนิเทศติดตามประเมินผล ตามกรอบระยะเวลา ก่อเกิดเป็นนวัตกรรมการบริหารสถานศึกษาที่นำไปสู่ความสำเร็จ ที่เรียกว่า รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัด จันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี โดยมีกิจกรรมที่ปฏิบัติตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A ดังนี้ ทำงานแบบมีส่วนร่วม WORK SHOP คณะทำงาน ใช้ประบวนการ PLC ในการแก้ไขปัญหาเพื่อพัฒนา คู่มือการใช้นวัตกรรม
14 ผู้ปฏิบัติ กิจกรรมที่ปฏิบัติ ผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน กลุ่มงาน กลุ่มสาระ ผู้บริหาร ผู้เกี่ยวข้อง 1. Plan : การวางแผน โดยการมีส่วนร่วม (J : Join) และใช้ข้อมูลสารสนเทศ (U : United information) วางแผนเชิงกลยุทธ์ 1) วิเคราะห์สภาพแวดล้อม บนพื้นฐานของการใช้ข้อมูลสารสนเทศ ทั้งจากผล การวิคราะห์บริบทและสภาพแวดล้อมของโรงเรียน และข้อมูลสารสนเทศอื่น ๆ ที่ มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน 2) กำหนดทิศทางของโรงเรียน วิสัยทัศน์/พันธกิจ/เป้าประสงค์ 3) กำหนดกลยุทธ์ของโรงเรียน/แผนงาน จัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษา โครงการ/กิจกรรมที่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของ สพฐ สพม. และโรงเรียน รวมทั้งแผนปฏิบัติการประจำปีที่ทุกงานร้อยรัดและมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน มีสาระ อย่างละเอียด ทั้งการกำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินงาน งบประมาณ บุคลากรที่รับผิดชอบ กำหนดดัชนีและเกณฑ์ที่ใช้วัดได้จริง 4) จัดบริบท/จัดแหล่งเรียนรู้ และสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ และการ ดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการ ผู้บริหาร ครู ผู้เกี่ยวข้อง ครูและบุคลากร ทางการศึกษาของ โรงเรียน 2. Do : ดำเนินการ ให้สอดคล้องกับวิถีใหม่ (N : New normal) การนำแผนที่วางไว้ไปปฏิบัติ : ดำเนินการตามแผนด้วยรูปแบบโครงการ/ กิจกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงใน ศตวรรษที่ ๒๑ (โดยมีจุดมุ่งพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้เทคโนโลยี ส่งเสริม สนับสนุนพัฒนาครูและบุคลากรให้มีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีรวมทั้ง บริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนสู่ความเป็นเลิศ ด้านเทคโนโลยีให้เกิดคุณภาพอย่างยั่งยืน) - แต่ตั้งคณะกรรมการดำเนินการพร้อมทั้งคณะกรรมการที่ปรึกษา - วางแนวทางการปฏิบัติ - ประชุมครูและบุคลากรเพื่อทราบนโยบาย แนวทางปฏิบัติ - ให้ความรู้แก่ครู ในการใช้/ผลิตสื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น ฝึกอบรม ประชุม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ - ส่งเสริมให้ครูพัฒนา ตนเองให้มีนวัตกรรมทางเทคโนโลยี -ส่งเสริม สนับสนุน จัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมและทรัพยากรให้เอื้อต่อการ ทำงาน - นำรูปแบบฯ ไปใช้ตามโครงการ/กิจกรรมของโรงเรียน รวมทั้ง JS Online ที่มี การพัฒนาปรับปรุงแล้ว เป็นนวัตกรรมส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนรูปแบบ JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A - จัดให้บุคลากรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
15 ผู้ปฏิบัติ กิจกรรมที่ปฏิบัติ ผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน 3. Check : การตรวจสอบ โดยใช้เป้าหมาย (T : Targe) เป็นตัววัดความสำเร็จ การตรวจสอบว่ามีปัญหาหรืออุปสรรค เพื่อปรับปรุงแก้ไขช่วยเหลือ - จัดทําเครื่องมือในการประเมิน - ประชุมร่วมกับบุคลากร PLC เพื่อรับฟังความคิดเห็น ชี้แจงจุดเด่น จุดด้อย โอกาส และอุปสรรค ในการดำเนินกิจกรรมตามโครงการ และการใช้ “JS Online” พร้อมหาวิธีแก้ปัญหาเพื่อพัฒนาร่วมกัน - สร้างขวัญ กำลังใจ ให้การช่วยเหลือ กํากับดูแล และแนะนําการทํางานแก่ บุคลากร - ดูแลการปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบ ปรับตัวตามยุคสมัยด้วยการใช้ เทคโนโลยีเข้าร่วม - ติดตามตรวจสอบความสำเร็จของโครงการ/กิจกรรม/งาน แต่ละด้านว่าเป็นไป ตามวัตถุประสงค์ตามแผนที่วางไว้หรือไม่ ผลที่ได้เป็นเช่นไร ตรงตามเป้าหรือไม่ ผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน 4. Act : การประเมินผล เพื่อการพัฒนา โดยจัดให้มีการสะท้อนกลับ (R : Reflect) และสรุปผลรายงาน - ประเมินผล โดยคณะกรรมการเพื่อนำผลการดำเนินงานมาพัฒนา/ปรับปรุง ทั้งก่อนดำเนินการ ขณะดำเนินการ และสิ้นสุดการดำเนินการ - ติดตาม ใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการประเมินผลทุกขั้นตอน - นำผลการตรวจสอบมาวิเคราะห์ หากผลการดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย จะต้องพิจารณาหาข้อบกพร่อง แล้วร่วมระดมสมอง PLC เพื่อแก้ไขป้องกันไม่ให้ เกิดซ้ำอีก หากผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเป้าหมาย ร่วมกำหนดเป็นแนวทางหรือ มาตรฐานในการปฏิบัติต่อไป - สรุปผลรายงานเป็นระยะ ๆ ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านผู้บริหาร ด้านครู และ ด้าน นักเรียน เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนวิเคราะห์แก้ปัญหาต่อไป ผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน 5. Accountability : ความรับผิดชอบในผลงาน แจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบ โดยการประกาศเผยแพร่ (A : Announce) ในรูปแบบต่าง ๆ - ประชาสัมพันธ์การดำเนินงาน - เผยแพร่ ยกย่อง ชื่นชม นักเรียน ครู บุคลากร ความสำเร็จของงาน ในช่องทาง ต่าง ๆ เช่นวารสารร่มจันทร์ เว็บไซด์ของโรงเรียน เพจ FACEBOOK สื่อ หนังสือพิมพ์ ขั้นที่5 การประเมินผล - ประเมินผลผลิตตามจุดประสงค์ - ประเมินผลกระบวนการ โรงเรียนมีการประเมินผลกระบวนการในระหว่างดำเนินการ และหลังใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัด
16 จันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีเพื่อนำมาปรับปรุงในทุกขั้นตอนโดยการนิเทศ กำกับ ติดตาม รวมทั้งใช้กระบวนการ PLC เพื่อปรับปรุงพัฒนาอยู่ตลอดระยะเวลา ในการประเมินผลโรงเรียน กำหนดผู้ประเมิน สิ่งที่ประเมิน เครื่องมือการประเมิน ดังนี้ ผู้ประเมิน สิ่งที่ประเมิน เครื่องมือประเมิน คณะกรรมการ ดำเนินงาน รูปแบบ “JUNTRA MODEL” แบบประเมินความพึงพอใจ ครูและ บุคลากร คุณภาพนักเรียน พัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้เทคโนโลยี - แบบประเมินคุณภาพของผู้เรียน - แบบประเมินความพึงพอใจในการพัฒนา คุณภาพผู้เรียนโดยใช้เทคโนโลยี ฝ่ายบริหาร คณะกรรมการ ดำเนินงาน คุณภาพครูและบุคลากร ให้มีนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยี - แบบประเมินคุณภาพครูและบุคลากร ด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี คณะกรรมการ ดำเนินงาน คุณภาพของสถานศึกษา ใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการ - แบบประเมินความพึงพอใจในการบริหาร จัดการโดยใช้เทคโนโลยี คณะกรรมการ ดำเนินงาน คู่มือรูปแบบบริหารสถานศึกษา “JUNTRA MODEL” - แบบประเมินคู่มือ - แบบประเมินความพึงพอใจ“JUNTRA MODEL” ผู้รับผิดชอบ โ ค ร ง ก า ร / กิจกรรม โครงการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนสู่ความเป็น เลิศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและ มีทักษะที่จำเป็นของโลกในศตวรรษที่ 21 - แบบประเมินโครงการ ผู้รับผิดชอบ โ ค ร ง ก า ร / กิจกรรม โครงการส่งเสริมศักยภาพครูและบุคคลกร ทางการศึกษา สู่ความเป็นมืออาชีพในยุค New Normal - แบบประเมินโครงการ ผู้รับผิดชอบ โ ค ร ง ก า ร / กิจกรรม โครงการพัฒนาคุณภาพระบบบริหารจัด การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลตาม แนวทางของเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (TQA) - แบบประเมินโครงการ ขั้นที่6 การเผยแพร่ การเผยแพร่นวัตกรรม ดังนี้ 1. นำเสนอผลงานนวัตกรรมที่เป็นแบบอย่างได้ในโครงการติดตามการจัดการเรียนการสอนใน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยได้รับเกียรติบัตรจากคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน
17 2. เผยแพร่และขยายผลงานในระดับประเทศ ในการคัดเลือกผลการปฏิบัติการที่เป็นเลิศ (Best Practice) โครงการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ด้วยสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน OBEC Content Center โดยครูพิรสิฎฐ์ พีรภัคโสภณ ได้รับรางวัลในระดับประเทศ ชนะเลิศดีเยี่ยมอันดับ 1 3. เผยแพร่และขยายผลผ่านการประชุมผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี ณ ห้องประชุม โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี 4. เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยแขวนลิงก์วิดีโอนำเสนอนวัตกรรมบนเว็บไซต์สำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบุรี 5. แสดงผลงานและเผยแพร่แก่ผู้บริหารและคณะครูในการประชุมนำเสนอผลการดำเนินงานใน โครงการ TFE (Teams For Education) จังหวัดเพชรบุรี ในรูปแบบ on line เมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565 6. การเผยแพร่ผ่านสารประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน และสื่อโซเชียลมีเดียของโรงเรียน เช่น เฟซบุ๊ค ไลน์กลุ่มผู้ปกครอง 7. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านการประชุมครูทั้งโรงเรียน 3.3 การเก็บรวบรวมข้อมูล เก็บรวมรวมข้อมูลโดย 1. การรวบรวมข้อมูลจากเอกสาร งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบการบริหารสถานศึกษา เครื่องมือ ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบศึกษาเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) 2. ศึกษาสภาพปัจจุบันจากการประชุมกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi Structure interview) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) 3. ตอบแบบสอบถามจากแบบประเมินความพึงพอใจ/แบบประเมินโครงการ เป็นแบบสอบถาม ประมาณค่า 5 ระดับ สอบถามความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบ และระดับความคิดเห็น โดยใช้โปรแกรม สำเร็จรูปในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน
18 การดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี 1) การมีส่วนร่วม (Join) การกำกับติดตามของ สพม.เพชรบุรีในการบริหาร จัดการของโรงเรียนในด้านต่าง ๆ 2) การรวบรวมข้อมูลการใช้สารสนเทศเพื่อการ บริหารจัดการ (United information) ระบบข้อมูลสารสนเทศที่แขวนไว้บนเว็บไซด์ของ โรงเรียน 3) วิถีใหม่ (New normal) นักเรียนมีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ทักษะใน ศตวรรษที่ 21 4) เป้าหมาย (Target) กำหนดเป้าหมายไว้ให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถ ตรวจสอบได้ตลอดเวลาบนเว็บไซด์โรงเรียน 5) การสะท้อนกลับ (Reflect) รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาที่ผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา 6) การประกาศเผยแพร่ (Announce) ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าวสารให้สาธารณชนได้ ทราบ/ตรวจสอบ
บทที่ 4 ผลการดำเนินการ การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีมีผลการ ดำเนินการ ดังนี้ ตอนที่ 1 ผลการสร้างและผลการหาประสิทธิภาพ ผลการสร้าง ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีแบ่ง ออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1) ผลการศึกษาเอกสาร และงานวิจัย ส่วนที่ 2) ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและ ความต้องการในการบริหารงานของโรงเรียน และ ส่วนที่ 3) ผลการพัฒนารูปแบบ ดังรายละเอียด ต่อไปนี้ 1) ผลการศึกษาเอกสาร และงานวิจัย แบ่งออกเป็น 4 ประเด็นประกอบด้วย 1) ผลการศึกษาแนวคิด การสร้าง/พัฒนารูปแบบ 2) ผลการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารเชิงระบบ 3) ผลการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับ วงจรคุณภาพ และ 4) ผลการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาที่ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 รายละเอียดแต่ละประเด็น ดังนี้ 1.1) ผลการศึกษาแนวคิดการสร้าง/พัฒนารูปแบบ จากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในประเทศ 8 เรื่อง และงานวิจัยต่างประเทศ จำนวน 1 เรื่อง รวม 9 เรื่อง พบว่า กระบวนการที่สามารถนำมาใช้ในการ พัฒนารูปแบบการบริหารงาน มี 2 ขั้นตอน รายละเอียดแต่ละขั้นมี ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ขั้นการพัฒนารูปแบบ ประกอบด้วย 1.1 ขั้นการศึกษาเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1.2 ศึกษาสภาพปัจจุบัน และความต้องการในการแก้ปัญหา 1.3 สร้างรูปแบบการดำเนินงาน ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบความเที่ยงตรงของรูปแบบ ประกอบด้วย 2.1 ทดสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบ 2.2 การนำรูปแบบไปทดลองใช้จริง 2.3 ปรับปรุงและนำเสนอรูปแบบ 1.2) ผลการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารเชิงระบบ สรุปไดวา วิธีการเชิงระบบเป็น กระบวนการหนึ่งที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการบริหารงานในองค์กรประเภทต่าง ๆ โดยพิจารณาการ บริหารงานในลักษณะองค์รวม มีเป้าหมาย กระบวนการ ระบบย่อย และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ปฏิสัมพันธ์กัน มีการปฏิบัติงาน แลกเปลี่ยนข่าวสาร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการบริหาร ประโยชนจากการใช้วิธีการเชิง ระบบ คือ วิธีการนี้เป็นการประกันได้ว่าการดำเนินงานจะดำเนินไปตามขั้นตอนที่วางไว โดยช่วยให้การทำงาน ตามระบบบรรลุเป้าหมายโดยใช้เวลา งบประมาณ และบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่ามากที่สุด แนวคิดวิธีการเชิงระบบจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่มีบทบาทในการสร้างสรรค์งาน และแกปัญหาในองค์กรไดเป็น อย่างดีซึ่งขั้นตอนหลักในการใช้วิธีการเชิงระบบในการแก้ปัญหาจะไม่แตกต่างกันมากนัก โดยมีองค์ประกอบ หลักอยู่ 3 องค์ประกอบ คือ ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลผลิต 1.3) ผลการศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับวงจรคุณภาพ สรุปได้ว่า การบริหารคุณภาพวงจรเดมมิ่ง คือ การ ทำงานที่เป็นระบบเพื่อพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของการดำเนินงาน ประกอบด้วยขั้นตอน 4 ขั้น คือ
20 การวางแผน (p = Plan) ได้แก่ การใช้ข้อมูลที่มีอยู่หรืออาจเก็บรวบรวมข้อมูลขึ้นมาใหม่เพื่อเลือกปัญหา ตั้งเป้าหมายและกำหนดวิธีการแก้ปัญหา อาจมีการทดสอบก่อนก็ได้ การปฏิบัติ (D = Do) เป็นการนำแผนไป ปฏิบัติ หรือนำวิธีการแก้ปัญหาไปปฏิบัติ การตรวจสอบ (C = Check) คือการเปรียบเทียบผลลัพธ์ โดยเก็บ จากข้อมูลที่เกิดขึ้นว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด ตรงตามเป้าหมายหรือไม่ และการแก้ไข (A = Act) หลังจากที่ตรวจสอบแล้วหากพบปัญหาหรือเห็นว่าผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามเป้าหมายก็ทำการแก้ไข จากนั้น สรุปผลและพยากรณ์เพื่อเป็นพื้นฐานของการคิดหาวิธีการใหม่ ๆ อีกต่อไป 1.4) ผลการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการบริหารเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาที่ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ทำให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารสู่การพัฒนาคุณภาพที่ สามารถนำไปร่างกรอบความคิดการสร้างนวัตกรรมรูปแบบ จากการสังเคราะห์แนวคิดหลักในรูปแบบต่าง ๆ และงานวิจัยที่เกี่ยวกับองค์ประกอบสำคัญในการบริหารงานเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ทำการ วิเคราะห์สังเคราะห์เนื้อหา เพื่อให้ได้องค์ประกอบการบริหารสถานศึกษา โดยพิจารณาความสอดคล้อง ความสัมพันธ์กันแต่ละองค์ประกอบของกระบวนการของผู้รู้แต่ละท่าน ร่วมกับการนำแนวคิด ทฤษฎีBest Practice ของการบริหารสถานศึกษา และความรู้ที่ได้ศึกษามาประยุกต์ใช้ จัดทำเป็นรูปแบบการบริหาร สถานศึกษาของโรงเรียน ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการหลักที่สำคัญในการบริหารสถานศึกษา ประกอบด้วย การวางแผน (Plan) การมีส่วนร่วม (Join) การรวบรวมข้อมูลการใช้สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (United information) การดำเนินการ (Do) วิถีใหม่ (New normal) การตรวจสอบ (Check) เป้าหมาย (Target) การ ประเมินผล เพื่อการพัฒนา (Act) รายงาน (Report) ความรับผิดชอบ (Accountability) 2) ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการในการบริหารงานของโรงเรียน 2.1) ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี ตั้งอยู่ที่ 10 ถนนบริพัตร ตำบลท่าราบ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรีจำนวนผู้บริหาร 4 คน ครู75 คน จำนวนนักเรียน 1,477 คน เปิดสอนใน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย 2.2) ผลจากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกโรงเรียน โดยใช้เทคนิค SWOT Analysis และ SOAR Analysis สรุปผลได้ ดังนี้ ผลการวิเคราะห์ปัจจัยภายนอก พบว่า ปัจจัยที่เอื้อต่อการจัดพัฒนาคุณภาพนักเรียนโดยเรียงลำดับ จากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ คือ ด้านสังคมและวัฒนธรรม ด้านเศรษฐกิจ และด้านเทคโนโลยี องค์กรท้องถิ่นมี ส่วนในการสนับสนุนงบประมาณ มีความเข้าใจในบทบาทในการมีส่วนช่วยสนับสนุนทางการศึกษา ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน พบว่า ทุกด้านมีจุดแข็งโดยเรียงลำดับด้านที่แข็งมากที่สุดไปหา น้อยที่สุดดังนี้คือ ด้านบุคลากร ด้านผลผลิตการบริการ ด้านการเงิน ด้านการบริหารจัดการ ด้านวัสดุอุปกรณ์ และด้านโครงสร้างนโยบาย บุคลากรมีความรู้ความสามารถดีหลากหลายสาขา นักเรียนที่จบได้รับการศึกษาต่อ การบริหารจัดการส่งเสริมการสอนได้ดี ยังขาดวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัยแต่โดยรวมสามารถใช้จัดกิจกรรมการ เรียนรู้ได้ ด้านโครงสร้างนโยบายมีแผนชัดเจน สรุปความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในของโรงเรียนเป็นลักษณะ STAR กล่าวคือ ปัจจัยภายนอกเอื้อ และภายในแข็ง ดังนั้น ควรมีการขยาย ส่งเสริม และพัฒนางานต่าง ๆอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นหรือข้อได้เปรียบของโรงเรียน คือ ผู้เรียนมีสุขภาพกายสุขภาพจิตที่ดีมีคุณธรรม จริยธรรมและ ค่านิยมที่พึงประสงค์ ผลการพัฒนาอัตลักษณ์ในตัวผู้เรียน : ผู้เรียนใความมั่นใจกล้าแสดงออก เป็นต้นแบบใน การดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE
21 2.3) ข้อมูลการบริหารของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี พบว่า โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี มีการใช้กระบวนการบริหารตามวงจรคุณภาพ PDCA ได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติตามแผน การตรวจสอบ และการปรับปรุงพัฒนามาขับเคลื่อนการ บริหารงาน และดำเนินการบริหารตามแนวทางการบริหารจัดการโดยใช้ทฤษฎีระบบ นอกจากนั้นยังนำเกณฑ์ คุณภาพเพื่อการดำเนินการที่เป็นเลิศมาประยุกต์ใช้ในการยกระดับคุณภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขัน องค์ประกอบการบริหารงานของโรงเรียนโดยภาพรวม คือ การมีส่วนร่วม (Join) การรวบรวมข้อมูล การใช้สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (United information) วิถีใหม่ (New normal) เป้าหมาย (Target) การสะท้อนกลับ (Reflect) การรายงาน (Report) ความรับผิดชอบ (Accountability) การประกาศเผยแพร่ (Announce) 3) ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี โรงเรียนได้นำผลการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ในส่วนที่ 1) ผลการศึกษาเอกสาร และ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และส่วนที่ 2) ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการในการบริหารงานของโรงเรียน วัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีประกอบด้วย การมีส่วนร่วม (Join) การรวบรวมข้อมูล การใช้สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (United information) วิถีใหม่ (New normal) เป้าหมาย (Target) รายงาน (Report) ความรับผิดชอบ (Accountability) ใช้กระบวนการบริหารตามวงจรคุณภาพ PDCA+ A ได้แก่ การวางแผน การปฏิบัติตามแผน การตรวจสอบ และการปรับปรุงพัฒนา รวมถึงความรับผิดชอบมา ขับเคลื่อนการบริหารงาน ใช้การมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน มุ่งสู่คุณภาพนักเรียน ครู ผู้บริหาร ที่รวมเรียก องค์ประกอบเหล่านี้ว่า JUNTRA MODEL มาเป็นกรอบแนวทางนำสู่การร่างการพัฒนารูปแบบการบริหาร สถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของ โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี ภาพที่ 2 : แสดง(ร่าง) รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัด เพชรบุรี
22 ผลการหาประสิทธิภาพ ผลการหาประสิทธิภาพ ตรวจสอบความเที่ยงตรงของการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัด จันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนที่ 1) ผลการตรวจสอบความ เหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบฯ ส่วนที่ 2) ผลการทดลองใช้รูปแบบฯ และส่วนที่ 3) ผลการนำเสนอ การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับ คุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีดังรายละเอียด ต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 ผลการตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของการพัฒนารูปแบบการบริหาร สถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของ โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีโดย 1) ศึกษาความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องโดยการ สนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion : FGD) และ 2) ประเมินความสอดคล้องเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ ได้ผลดังนี้ 1) ผลจากการศึกษาความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องโดยการสนทนากลุ่ม นำองค์ประกอบของการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบ คุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 การศึกษาในเชิงหลักการทฤษฎี (Theoretical Model) จากเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องรวมทั้งการศึกษาสภาพปัจจุบัน และความต้องการในการพัฒนารูปแบบการ บริหารงาน ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี ดังกล่าว มาเป็นกรอบตัวแปร ทำการศึกษาในขั้นตอนต่อไปคือ การยืนยันองค์ประกอบและรูปแบบการบริหารงาน ของโรงเรียนวัดจันทรา วาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 15 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารโรงเรียนจำนวน 4 คน หัวหน้าฝ่ายบริหารจำนวน 5 คน ครูที่เกี่ยวข้อง 6 คน ได้วิพากษ์ วิจารณ์ ลงความเห็นและให้ข้อเสนอแนะ โดยผู้ร่วมสนทนามีความเห็นว่า แนวคิดหลักการและองค์ประกอบของรูปแบบฯ มีความเหมาะสม แต่ ให้มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมในบางหัวข้อ ผู้วิจัยขอนำเสนอบทสนทนาโดยคัดลอกคำพูดของผู้เกี่ยวข้องมาพอ เป็นสังเขป ดังนี้ จากการวิเคราะห์บันทึกการสนทนากลุ่มพบว่า ทุกคนเห็นด้วยกับองค์ประกอบทั้ง 6 องค์ประกอบ และได้เสนอแนะให้ปรับแก้ประเด็นในส่วนต่าง ๆ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ 1. ทุกท่านเห็นด้วยกับองค์ประกอบการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสาร ราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีทั้ง 6 องค์ประกอบ ที่เรียกว่า JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A คือ 1) การมีส่วนร่วม (Join) 2) การรวบรวมข้อมูลการใช้สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (United information) 3) วิถีใหม่ (New normal) 4) เป้าหมาย (Target) 5) รายงาน (Report) และ 6) ความรับผิดชอบ (Accountability) ด้วยการใช้กระบวนการวงจรคุณภาพ PDCA+ A ในการขับเคลื่อน 2. ผู้เกี่ยวข้องได้เสนอแนะให้ปรับแก้ในส่วนของ Model ให้แต่ละองค์ประกกอบมีสัดส่วนเท่ากัน 3. ผู้เกี่ยวข้องได้เสนอแนะให้ปรับแก้ไขในส่วนของ 3.1 A - Accountability : ความรับผิดชอบ ที่มีความทับซ้อนกันในส่วนที่ 1 ที่เป็นองค์ประกอบ และส่วนที่ 2 ที่เป็นกระบวนการ ควรกลับไปศึกษาวิเคราะห์ว่าโรงเรียนมีองค์ประกอบในการดำเนินการ อย่างไรในส่วนนี้หลังจากนั้นจึงได้ไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และจัดสนทนากลุ่มอีกครั้ง จึงได้องค์ประกอบในการ
23 ดำเนินการว่าโรงเรียนได้มีการประกาศเผยแพร่ (Announce) ยกย่องให้ขวัญกำลังใจ แก่ครู บุคลากร และ นักเรียน 3.2 R - Report การรายงานผล พัฒนา/ปลับแก้เป็น R – Reflect การสะท้อนกลับ เนื่องจากการ นำผลสรุปการดำเนินการของปีการศึกษา 2564 มาสะท้อนคิด เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนให้ดี ยิ่งขึ้น และจากการวิเคราะห์สังเคราะห์เอกสารการวิจัยและการบริหารสถานศึกษาของโรงเรียนเพิ่มเติมควบคู่ กันไป พบว่า โรงเรียนมีการสะท้อนกลับ (Reflect) ผลการดำเนินการ ทั้งก่อน/ระหว่าง/หลังการดำเนินการใน แต่ละขั้นตอน โดยใช้กระบวรการ PLC การนิเทศ การยกย่องให้ขวัญกำลังใจ เพื่อก่อให้เกิดการนำไปพัฒนา ปรับปรุงแก้ไขได้ตลอดเวลาที่พบปัญหา และรายงานผลให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบเพื่อรับฟังการสะท้อนผล หลังจากการบริหารงานให้ผู้ที่มีส่วนร่วมได้วิพากษ์วิจารณ์ซึ่งนำไปสู่การพัฒนา/ปรับปรุงแก้ไขการบริหาร สถานศึกษาต่อไป จึงเป็นส่วนที่ทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนได้มากยิ่งขึ้น และ การรายงานผล (Report) ก็เป็นส่วนหนึ่งของการสะท้อนกลับเช่นเดียวกัน ผู้เกี่ยวข้องจึงเสนอแนะให้ ปรับเปลี่ยน R - Report การรายงานผล เป็น R – Reflect การสะท้อนกลับ หลังจากได้ปรับปรุง แก้ไข ตามที่ผู้เกี่ยวข้องได้เสนอแนะแล้ว ได้โมเดลการบริหารงาน ดังภาพ ภาพที่ 3 : แสดงรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับ คุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี จากภาพที่ 3 แสดงรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีมี องค์ประกอบที่เป็นกระบวนการ ตามวงจร PDCA+ A ดังนี้ P - Plan : การวางแผน ประกอบด้วย J - Join หมายถึง การมีส่วนร่วม U - United information หมายถึง การรวบรวมข้อมูลการใช้สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ D - Do : ดำเนินการ N - New normal หมายถึง วิถีใหม่ C - Check : การตรวจสอบ T - Target หมายถึง เป้าหมาย A - Act : การประเมินผล เพื่อการพัฒนา R - Reflect หมายถึง การสะท้อนกลับ A - Accountability : ความรับผิดชอบ A - Announce หมยถึง การประกาศเผยแพร่
24 ภาพที่ 4แสดงกระบวนการของรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+A หมายถึง นวัตกรรมในการบริหารของสถานศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีโดยใช้ หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม มุ่งผลสัมฤทธิ์ ขับเคลื่อนการบริหารงานโดยใช้ทฤษฎีเชิงระบบ ที่จะทำให้ มองเห็นภาพรวมขององค์กรทั้งหมด ตามหน้าที่ที่สัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะก่อให้เกิดการวิเคราะห์และการ แก้ไขปัญหาขององค์กรทั้งระบบ ประกอบไปด้วย ปัจจัยป้อนเข้า (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) สภาพแวดล้อม (Environment) ที่อยู่รอบองค์กร แรงผลักดัน เศรษฐกิจ สังคม การเมือง นโยบาย องค์ประกอบทั้งหมดจะทำงานสัมพันธ์กัน ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องด้วย วงจรคุณภาพที่เป็นระบบครบวงจร แบบ PDCA+ A คือ 1. ร่วมกันวางแผน (Plan) 2. ร่วมกันปฏิบัติตามแผน (Do) 3. ร่วมกันตรวจสอบ (Check) 4. ร่วมกันประเมินผลเพื่อพัฒนา (Act) และ 5. ร่วมรับผิดชอบ (Accountability) ซึ่งสามารถนำไปสู่การบริหารได้อย่างมีแบบแผน สามารถสรุประบบเป็นองค์ประกอบหลักได้ 4 ส่วนใหญ่ 1. ปัจจัยนำเข้า (Input) หมายถึง ทรัพยากรหรือสิ่งที่จำเป็นที่ต้องนำเข้าสู่ระบบเพื่อก่อให้เกิดการ ทำงานของโรงเรียน โดยรวมไปถึงสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ปัจจัยนำเข้าของโรงเรียน ประกอบด้วย 1) บุคลากร ได้แก่ ผู้บริหาร ครู ผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ภาคีเครือข่ายทางการศึกษาคณะกรรมการ สถานศึกษา เป็นต้น 2) ระบบบริหารจัดการ ได้แก่ ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายสำนักงาน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน นโยบายสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเพชรบุรี แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ของโรงเรียน
25 3) นวัตกรรมเพื่อการบริหารของโรงเรียน ได้แก่ โครงการ/กิจกรรม ระบบเทคโนโลยีเพื่อการบริหาร และจัดการเรียนรู้ JS Online 2. กระบวนการ (Process) หมายถึง วิธีการที่จะนำไปสู่ผลงาน หรือผลผลิตของโรงเรียน โดยนำ รูปแบบการบริหารสถานศึกษา “JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A” มาใช้ เป็นกระบวนการใน การทำงานของโรงเรียนอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้บริหาร คณะครู นักเรียน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือชุมชนต่างมีส่วน ร่วมในการขับเคลื่อนพัฒนาการบริหารและการจัดการเรียนรู้ดำเนินการและกำกับติดตามด้วยวงจรคุณภาพที่ เป็นระบบครบวงจรแบบ PDCA+ A โดยมีเป้าหมายให้เกิดการพัฒนาทุกด้านอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการบริหารสถานศึกษา “JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A” ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 ประกอบด้วย 1) J : Join หมายถึง การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือ นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน รวมทั้งผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน เครือข่ายร่วมพัฒนาจากภาคส่วนต่าง ๆ ในการ ร่วมมือดำเนินกิจกรรมของโรงเรียน เริ่มตั้งแต่การจัดทำแผนกลยุทธ์ โครงการ แผนปฏิบัติการประจำปี การ กำหนดแนวทางในการดำเนินกิจกรรมทุกกิจกรรมของโรงเรียน รวมถึงการกำหนดกลยุทธ์การนํานวัตกรรมการ บริหารโรงเรียนให้มีคุณภาพไปใช้ในการบริหารงานโรงเรียนด้วยเช่นกัน เพื่อพัฒนาโรงเรียนในทุกด้าน ทั้งด้าน วิชาการ ด้านการระดมทรัพยากร ร่วมถึงการร่วมสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพที่ต้องได้รับความร่วมมือร่วม ใจในการทำงานร่วมกัน 2) U : United information หมายถึง ข้อมูลสารสนเทศ การรวบรวมข้อมูลเป็นหมวดหมู่อย่าง เป็นระบบ พร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา สามารถนำไปใช้ในการวางแผนพัฒนางาน การควบคุมและการตัดสินใจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3) N : New normal หมายถึง วิถีใหม่ ในการดําเนินการของผู้บริหารในการปรับเปลี่ยนการ บริหารสถานศึกษาตามแนวชีวิตวิถีใหม่ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ นโยบายเชิงรุก ระบบการ ปฏิบัติงานแนวใหม่ที่พร้อมใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการในศตวรรษที่ 21 มีการสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้ เทคโนโลยีเพื่อเป็นตัวประสานการทำงานและเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่โดยใช้เว็ปไซต์ หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาครู พัฒนานักเรียน รวมถึงการประสานและ ประชาสัมพันธ์เรื่องต่าง ๆ 4) T : Target หมายถึง เป้าหมายที่นำมาเป็นตัววัดความสำเร็จ เป็นระดับหรือมาตรฐานผลการ ปฏิบัติงานที่คาดหวังที่โรงเรียนกำหนดเป้าเป็นหลักสำหรับเปรียบเทียบเพื่อวัดความก้าวหน้าของความสำเร็จ ของโรงเรียน โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นผู้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายของตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลัก ที่สามารถ มองเห็นภาพรวมของโรงเรียน รู้ทิศทางว่าโรงเรียนควรมีเป้าหมายอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับสถานการณ์ที่ เป็นอยู่มากที่สุด และต้องแจ้งเป้าหมายให้ผู้เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบผลการปฏิบัติงานนั้นได้รับรู้ด้วย 5) R : Reflect หมายถึง การสะท้อนกลับ เป็นการสะท้อนผลการดำเนินงาน และการถอด/สรุป บทเรียนของผู้เกี่ยวข้อง การค้นพบจุดเด่นจุดด้อยที่ต้องพัฒนาหรือแก้ไข การนำผลการบริหารงาน การค้นพบต่าง ๆ ไปวางแผนและดำเนินการในวงรอบใหม่ ตั้งแต่ขั้นเตรียมการ การเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น การนิเทศ การประชุม PLC รวมถึงการรายงานผลอย่างเป็นระบบและเป็นขั้นตอนจากทุกฝ่าย ทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง ครูและผู้บริหาร โดยการนำข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติงาน วิธีการดำเนินงานตามกระบวนการและ ผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผล มาประเมินผลและสรุปผลรายงานเป็นระยะ ๆ ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านผู้บริหาร ด้านครู และ ด้านนักเรียน เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนวิเคราะห์แก้ปัญหาต่อไป
26 6) A : Announce หมายถึง การประกาศเผยแพร่ ให้ขวัญกำลังใจ มีความรับผิดชอบในผลงาน ทั้งต่อตนเองและสังคม ซึ่งต้องแจ้งให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้เกี่ยวข้องทราบ อธิบายได้ว่าในการบริหารงาน ผู้บริหารต้องมีการประกาศแผยแพร่เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ มีความสำนึก รับผิดชอบต่อสังคม ใส่ใจปัญหาและมีแนวทางในการบริหารจัดการปัญหาอย่างมืออาชีพ เคารพในความ คิดเห็นของผู้อื่น รวมทั้งการเปิดโอกาสและการพร้อมที่จะถูกตรวจสอบและประเมินผล เป็นการสะท้อนให้เห็น ถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การให้ขวัญกำลังใจ ที่ต้องมีการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทาง ต่าง ๆ เช่น เว็บไซด์ วารสาร เอกสาร เพื่อรับผลสะท้อนนำกลับมาพัฒนาและแก้ปัญหาที่จะส่งผลถึงคุณภาพ นักเรียน คุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคุณภาพของสถานศึกษาให้มีผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ส่วนที่ 2 เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ใช้ปรับปรุงการทำงานของโรงเรียนอย่างเป็นระบบ มี เป้าหมายเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีองค์ประกอบที่เป็นกระบวนการตามวงจร PDCA+ A คือ 1) ร่วมกันวางแผน (Plan) 2) ร่วมกันปฏิบัติตามแผน (Do) 3) ร่วมกันตรวจสอบ (Check) 4) ร่วมกันประเมินผล เพื่อพัฒนา (Act) และ 5) ร่วมรับผิดชอบ (Accountability) ที่มีขั้นตอน ดังนี้ 1) การวางแผน (Planning) นำรูปแบบการบริหารที่ยึดโรงเรียนเป็นฐาน ใช้หลักการกระจายอำนาจ โดยการมีส่วนร่วม (Join) ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือ นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน รวมทั้ง ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมวางแผน สำรวจข้อมูลสภาพ ปัจจุบันสภาพการดำเนินงานการศึกษาของโรงเรียน ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา ร่วมกันกำหนดสภาพความ ต้องการ ร่วมมือกันกำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนา กำหนดโครงการและกิจกรรมที่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบุรี (สพม.เพชรบุรี) และโรงเรียน นำไปสู่แผนปฏิบัติการประจำปีที่ทุกงานร้อยรัดและมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน มี สาระอย่างละเอียด ทั้งการกำหนดกรอบระยะเวลาในการดำเนินงาน งบประมาณ บุคลากรที่รับผิดชอบ กำหนดดัชนีและเกณฑ์ที่ใช้วัดได้จริง โดยใช้ข้อมูลสารสนเทศ (United information) ที่จัดเป็นหมวดหมู่ อย่างเป็นระบบ สามารถพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา มาใช้ในการวางแผนพัฒนางาน การควบคุมและการ ตัดสินใจ 2) การปฏิบัติ (Doing) ผู้ที่เกี่ยวข้องได้นำแผนปฏิบัติการประจำปีลงสู่การปฏิบัติตามโครงการที่ได้รับ อนุมัติจากคณะกรรมการสถานศึกษาอย่างเป็นระบบตลอดปีการศึกษา โดยใช้กระบวนการวงจรคุณภาพ (Deming cycle) ในการกำกับติดตาม ให้สอดคล้องกับวิถีใหม่ (New normal) ที่พร้อมใช้เทคโนโลยีในการ บริหารจัดการในศตวรรษที่ 21 3) การตรวจสอบ การนิเทศ (Check) เมื่อคณะครูนำแผนงานโครงการต่าง ๆ สู่การปฏิบัติ ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้บริหารและผู้รับผิดชอบ คอยนิเทศ กำกับ ติดตาม ให้ขวัญกำลังใจ ส่งเสริม สนับสนุน ประเมินผลระหว่าง การปฏิบัติแก้ไขปรับปรุงให้ทันท่วงทีอยู่เสมอ โดยใช้เป้าหมาย (Targe) เป็นตัววัดความสำเร็จ 4) การประเมินผลและการปรับปรุง (Action) เป็นการประเมินผลระหว่างและหลังเสร็จสิ้นการดำเนิน กิจกรรมและโครงการ ที่ต้องมีการสะท้อนผลการดำเนินงาน (Reflect) เป็นระยะ ผ่านกระบวนการ PLC มี การรายงาน สรุปผล อย่างเป็นระบบและเป็นขั้นตอนจากทุกฝ่าย มีการจัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำเสนอแนวปฎิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ของทุกกลุ่มงาน ทุกกลุ่มสาระ ทุกสิ้นปีการศึกษา 5) ความรับผิดชอบ (Accountability) ที่ผู้บริหาร ครู และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องมีความรับผิดชอบต่อ ผลการปฏิบัติงานตามหน้าที่ มีความสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยการประกาศเผยแพร่ (Announce) สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ แจ้งผลการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ ผ่านช่อง
27 ทางการสื่อสาร เช่น เว็บไซด์ วารสาร เอกสาร การจัดการประชุม ให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียวิพากษ์วิจารณ์ซึ่ง นำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขการบริหารงานต่อไป 3. ผลผลิต (Output) หมายถึง ความสำเร็จของนักเรียน ครู บุคลากร และสถานศึกษา ในลักษณะ ต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพ หรือประสิทธิผลในระบบการศึกษา จากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารและ จัดการเรียนรู้ ตามรูปแบบ “JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A” ซึ่งผู้บริหาร คณะครู นักเรียน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือชุมชนต่างมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และพัฒนา ส่งเสริมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ กล่าวคือ คุณภาพผู้เรียน นักเรียนเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง หมายถึง เป็นคนดี มีความสุข มีความยั่งยืน และมี พื้นฐานตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10 นักเรียนมีคุณสมบัติตามมาตรฐาน หลักสูตร (เก่ง ดี มีสุข) ผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม (มีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ) และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 3R8C คุณภาพครู บุคลากร ผู้บริหาร มีสมรรถนะตามสายงานตามศตวรรษที่ 21 สถานศึกษา ได้รับการรับรองคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา และได้รับรางวัลที่เป็น เกียรติยศแห่งความภาคภูมิในด้านต่าง ๆ และได้รับการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยี 4. ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการบริหารและการ จัดการเรียนรู้และการประเมินความก้าวหน้า หมายถึง การสื่อสารให้ข้อมูล ข้อเสนอแนะแก่ผู้เกี่ยวข้องในส่วน ที่ส่งผลกระทบต่อระบบการบริหารจัดการศึกษาหรือการดำเนินการต่าง ๆ ของโรงเรียน เป็นกลไกหนึ่งในการ ควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ซึ่งจะชี้ให้เห็นถึงข้อดีและข้อบกพร่องของปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลผลิต และนำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพ เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการทำงานหรือการ จัดการเรียนรู้ ซึ่งเป็นผลย้อนกลับโดยการให้ข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทุกกลุ่มงาน ทุกคนที่เกี่ยวข้อง มุ่งหวังเพื่อการปรับปรุงพัฒนา ช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุน ไม่ใช่มุ่งตัดสิน โดยให้ทันทีหลังจากผ่านการ ดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน และให้ทุกครั้งหลังการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ เสร็จสิ้น โดยให้ข้อมูลย้อนกลับ เพื่อเสนอจุดแข็ง จุดที่ควรพัฒนาเพื่อนําไปสู่กระบวนการพัฒนาความสามารถที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงต่อไป 2) ผลการประเมินความสอดคล้องเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้วิจัยได้นำองค์ประกอบและร่างรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบ คุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีโดยผ่านการยืนยันและปรับปรุงจากผู้เกี่ยวข้องแล้ว ไปเป็นกรอบในการจัดทำแบบประเมิน ความสอดคล้องเหมาะสมของรูปแบบฯ จากนั้นได้นำองค์ประกอบและรูปแบบฯ ดังกล่าว ผ่านการประเมิน ความสอดคล้องเหมาะสมของรูปแบบฯ ยืนยันอีกครั้งหนึ่งโดยสอบถามความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน ประกอบด้วย ผู้บริหาร จำนวน 3 คน และผู้ที่มีความรู้ประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการบริหาร จำนวน 2 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง สำหรับข้อมูลที่ได้จากแบบประเมินทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการการหาค่าความ สอดคล้อง IOC และทำการวิเคราะห์เนื้อหาสำหรับข้อมูลที่เป็นข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ได้ผลการประเมินและ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีพบว่า ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นว่ารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีทุกข้อมี ความเหมาะสมตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ สำหรับข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญในการประเมินความสอดคล้องเหมาะสม ของรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการ
28 จัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีจังหวัดเพชรบุรีได้วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และเสนอผลในรูปความเรียงเป็นข้อ ๆ ดังนี้ 1. ควรสนับสนุนการทำงานที่มุ่งสู่คุณภาพให้เกิดขึ้นมากที่สุด และพัฒนาศักยภาพทีมงานด้วยการ สร้างแรงจูงใจทางบวกให้สมาชิกมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน 2. จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างครูและบุคลากรรวมทั้งภาคีเครือข่ายเพื่อให้ได้สิ่งใหม่ ๆ มา พัฒนาโรงเรียน 3. ควรพัฒนาปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง และ พร้อมใช้ได้ตลอดเวลา เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทำงานได้ดี ส่วนที่ 2 ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี หลังจากที่ได้ร่างรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีผ่านการยืนยัน การประเมินความสอดคล้องเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน แล้ว ได้นำมาทดลองใช้ในโรงเรียนวัด จันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีโดยใช้JS ONLINE เป็นโครงการที่ทดลองใช้รูปแบบฯ โดยมี ขั้นตอน ดังนี้ 1. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) คณะทำงาน เพื่อจัดทำโครงการ นวัตกรรม JS ONLINE ประกอบไปด้วยบุคคลหลายฝ่ายได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้รับผิดชอบ คณะทำงาน รวมทั้งสิ้น 9 ท่าน เก็บ รวบรวมข้อมูลโดยแบบบันทึกการประชุม Workshop ทำการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysus) และ นำเสนอผล เมื่อพิจารณาคำพูดหรือข้อเสนอของคณะทำงานที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ทั้งหมด พอประมวลสาระสำคัญ ได้ดังนี้ 1. รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับ คุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีผู้บริหารควรกำหนดให้ เป็นโครงการ 2. การจัดทำโครงการต้องสอดคล้องกับนโยบาย 3. วัตถุประสงค์ของโครงการส่งผลที่นักเรียนเป็นสำคัญ 4. โครงการที่จะทำต้องมีนวัตกรรมและองค์ความรู้ 5. ควรเป็นโครงการที่มีตัวชี้วัดครอบคลุมด้านกระบวนการบริหารเชิงระบบ ตามองค์ประกอบ JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา
29 ตารางที่1ผลการประเมินการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี รายการ ระดับความพึงพอใจ ̅ S.D. ระดับ 1.รูปแบบฯ มีความสอดคล้องกับแนวทางการบริหารงาน 4.60 0.55 มากที่สุด 2. รูปแบบฯ สามารถนำไปใช้ได้จริง 4.80 0.45 มากที่สุด 3. เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงาน 4.80 0.45 มากที่สุด 4. องค์ประกอบของรูปแบบฯ 4.60 0.55 มากที่สุด 5. ขั้นตอนรายละเอียดของรูปแบบฯ 4.80 0.45 มากที่สุด 6. การวัดประเมินผลรูปแบบฯ 5.00 - มากที่สุด รวมทุกด้าน 4.77 0.09 มากที่สุด จากตารางที่ 1 พบว่า การใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̅ = 4.77, S.D. = 0.09) และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า อยู่ในระดับมาก ที่สุดทุกด้าน (x̅ ตั้งแต่ 4.60 – 5.00, S.D. = 0.45- 0.55) สูงที่สุด คือ การวัดประเมินผลรูปแบบฯ (x̅ = 5, S.D. = 0.00) รองลงมา คือ รูปแบบฯ สามารถนำไปใช้ได้จริง เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงาน และ องค์ประกอบของรูปแบบฯ (x̅ = 4.8, S.D. = 0.45) ส่วนด้านที่ต่ำที่สุด คือรูปแบบฯ มีความสอดคล้องกับแนว ทางการบริหารงาน และองค์ประกอบของรูปแบบฯ (x̅ = 4.6, S.D. = 0.55) ตอนที่ 2 ผลการใช้รูปแบบ ผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีพบว่า 1. โรงเรียนมีรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีที่ผ่านการ พัฒนาแล้ว 2. สามารถยกระดับคุณภาพการศึกษาที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ของโรงเรียน วัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จำนวน 3 ด้าน ได้แก่ 2.1 ด้านคุณภาพนักเรียน พัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้เทคโนโลยี พบว่า 1. นักเรียนร้อยละ 100 ได้รับการพัฒนา คุณภาพผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ และโครงการ/ กิจกรรมต่าง ๆ ที่สถานศึกษาจัดขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี ส่งผลให้ 1) นักเรียนเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง หมายถึง เป็นคนดี มีความสุข มีความยั่งยืน และมีพื้นฐาน ตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของในหลวงรัชกาลที่ 10
30 2) นักเรียนมีคุณสมบัติตามมาตรฐานหลักสูตร (เก่ง ดี มีสุข) เห็นได้จาก นักเรียนผ่านการ ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในภาพรวมปีการศึกษา 2564 ร้อยละ 97.90 ปีการศึกษา 2565 ร้อยละ 98.97 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.07 3) นักเรียนมีทักษะสร้างสรรค์นวัตกรรม (มีทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ) 4) นักเรียนมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (3R8C) จากการประเมินสมรรถนะสำคัญของนักเรียน 5 ด้าน พบว่า ในปี 2565 สูงกว่าในปี 2564 ทุกด้าน และในแต่ละด้านนักเรียนมีความสามารถในการใช้ เทคโนโลยีสูงสุดในปี 2564 ร้อยละ 97.49 และปี 2565 ร้อยละ 99.23 98.22 98.28 97.08 97.41 97.46 99.32 97.9 99.2 98.25 98.62 99.21 99.57 99.51 98.97 95.5 96 96.5 97 97.5 98 98.5 99 99.5 100 ม.1 ม. 2 ม.3 ม. 4 ม.5 ม.6 รวมร้อยละ แผนภูมิแสดงการเปรียบเทียบร้อยละของนักเรียน ที่มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับดีขึ้นไป ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ปีการศึกษา 2564-2565 2564 2565
31 5) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่า ในปีการศึกษา 2565 สูงกว่าค่าเป้าหมายทุก กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดีกว่าในปีการศึกษา 2564 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ 6) นักเรียนสำเร็จการศึกษาหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ ร้อยละ 96.61 และนักเรียนสำเร็จการศึกษาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานร้อยละ 99.28 ดังผลงานที่ปรากฏเชิงประจักษ์ ดังนี้ ประเภท (นักเรียน) รางวัลที่ได้รับ หน่วยงานที่มอบรางวัล นายภูผา ศรีหอม นักเรียนความประพฤติดี พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย เด็กหญิงสุภาวดี เศียรชม ได้รับรางวัลชมเชย การประกวดสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ ประเภท ทีม 5 คน กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เด็กหญิงพิสินี ป่องพรวน ได้รับรางวัลชมเชย การประกวดสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ ประเภท ทีม 5 คน กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม
32 เด็กญิงบุญรัตน์ เจริญรัตน์ ได้รับรางวัลชมเชย การประกวดสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ ประเภท ทีม 5 คน กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เด็กหญิงนารีรัตน์ น้อยพ่วง ได้รับรางวัลชมเชย การประกวดสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ ประเภท ทีม 5 คน กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เด็กหญิงนันทิพร สงวนสุด ได้รับรางวัลชมเชย การประกวดสวดมนต์หมู่ สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ ประเภท ทีม 5 คน กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม นายธนโชติ บุญมาก ได้รับเกียรติบัติเป็นตัวแทนนำเสนอโครงงาน วิทยาศาสตร์ประเภททดลองในงานประชุม วิชาการ Thailand-Japan Student Science Fair 2020 (TJ-SSF 2020) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน นายศตววษ เกิดทิน ได้รับเกียรติบัติเป็นตัวแทนนำเสนอโครงงาน วิทยาศาสตร์ประเภททดลองในงานประชุม วิชาการ Thailand-Japan Student Science Fair 2020 (TJ-SSF 2020) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน นายวิวรรธณ์ อุปกรณีย์กิจ ได้รับเกียรติบัติเป็นตัวแทนนำเสนอโครงงาน วิทยาศาสตร์ประเภททดลองในงานประชุม วิชาการ Thailand-Japan Student Science Fair 2020 (TJ-SSF 2020) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน 2.2 ด้านคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุนพัฒนาครูและบุคลากรให้มีนวัตกรรมทางเทคโนโลยี พบว่า 1. ครูร้อยละ 100 มีและใช้สื่อนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในการจัดการเรียนรู้ และโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ส่งผลให้ครูมีสมรรถนะตามสายงานตามศตวรรษที่ 21 เห็นได้จาก 1) ครูและบุคลลากรทางการศึกษาทุกคน ได้รับการพัฒนาทั้งด้าน ความรู้ ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยี 2) ครูทุกคนมีนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน ผลงานที่ปรากฏเชิงประจักษ์ ดังนี้ QR CODE แสดงผลงาน สื่อนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของครู
33 ประเภท (ครู) รางวัลที่ได้รับ หน่วยงานที่มอบรางวัล นายสุธาวี กลิ่นอุบล ครูดีวิถีใหม่ ภายใต้แนวคิด “สอนดี เห็นผล คนชื่น ชม” เฟส 2 ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส ำ น ั ก ง า น เ ข ต พ ื ้ น ที ่ ก า ร ศ ึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี นางสาววรรณภักสร เอี่ยมอุบลวรรณ ครูดีศรีเมืองเพชร สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี นางสาวสุพัตรา วัฒนผดุงศักดิ์ ครูดีศรีเมืองเพชร สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี นายสมยศ จุลหอม รวมเผยแพรผลงานตามโครงการ ครูดี วิถีใหม่ ภายใต้แนวคิด” สอนดี เห็นผล คนชื่นชม “ เฟส 2 ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สพม. เพชรบุรี นางเจศิณี คุ้มรอด รางวัลครูดีศรีเมืองเพชร สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี นายกิตติชัย เปลี่ยนศรี ครูผู้ฝึกซ้อมนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันสุนทรพจน์ และความรู้ภาษาจีน ครั้งที่ 14 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน การประกวดชมรมรอบภาค ทูลกระหม่อมฯ พระราชทาน เกียรติบัตร รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับยอด เพชร ปีที่ 2 สำนักงานโครงการ TO BE NUMBER ONE นางสาวสุอนงค์ บัวทอง ครูผู้สอนดีเด่น กลุ่มสาระการเรียนศิลปะ ระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี ครูดีศรีเมืองเพชร สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี นายฐานิสร์ พรรณรายน์ ครูผู้สอนดีเด่น กลุ่มสาระการเรียนศิลปะ ระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี รับรางวัล ป๊อปปูล่าโหวด การประกวดภาพถ่าย จากมือถือ เพชรบุรีเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร ของยูเนสโก จังหวัดเพชรบุรี น้อมเกล้าถวายนวตกรรมโทนมโหรีปูนเพชรแด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จเทพพระ รัตนฯณ วัดใหญ่สุวรรณาราม อ. เมือง จ.เพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี
34 ประเภท (ครู) รางวัลที่ได้รับ หน่วยงานที่มอบรางวัล นางสาวอนัญญา แสงทอง รางวัลระดับยอดเยี่ยม โครงการประกวดร้อง เพลงครูไทยยิ้มได้ เมื่อภัยมา กระทรวงศึกษาธิการ นายพฤทธิพงษ์ ทรัพย์มงคล รางวัลระดับยอดเยี่ยมการประกวดร้องเพลง พร้อมจัดทำมิวสิควิดีโอ กระทรวงศึกษาธิการ รวมเผยแพร่ผลงานตามโครงการ ครูดี วิถีใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี นางสาวอวัศยา แสงทอง รับโล่รางวัลชนะเลิศ สื่อนวัตกรรม โครงการครูดี วิถีใหม่ ภายใต้แนวคิด “สอนดีเห็นผล คนชื่นชม” ด้านการจัดการเรียนการสอนทางไกลใน สถาณการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี รับโล่รางวัลครูดีวิถีใหม่ ภายใต้แนวคิด “สอนดี เห็นผล คนชื่นชม” โดยมีผลการปฏิบัติงานที่ดี เป็นแบบอย่างด้านการจัดการเรียนการสอน ทางไกลในสถาณการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี ได้รับวุฒิบัตรครูผู้สอนระดับชั้นมัธยมศึกษา ผู้มี ผลงานประจักษ์ประสบผลสำเร็จในการเรียนการ สอนทางไกลโครงการครูวิถีใหม่ภายใต้แนวคิด “สอนดีเห็นผล คนชื่นชม” สำนักงานกลุ่มพื้นที่การศึกษาประจำ เขตตรวจราชการที่ 4 นายพิรสิฏฐ์ พีรภัคโสภณ รับโล่รางวัลภายใต้แนวคิด “สอนดีเห็นผล คนชื่น ชม”ครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี รับโล่รางวัลครูดีวิถีใหม่ ภายใต้แนวคิด “สอนดี เห็นผล คนชื่นชม” โดยมีผลการปฏิบัติงานที่ดี เป็นแบบอย่างด้านการจัดการเรียนการสอน ทางไกลในสถาณการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี
35 ประเภท (ครู) รางวัลที่ได้รับ หน่วยงานที่มอบรางวัล นายพิรสิฏฐ์ พีรภัคโสภณ ได้รับวุฒิบัตรครูผู้สอนระดับชั้นมัธยมศึกษา ผู้มี ผลงานประจักษ์ประสบผลสำเร็จในการเรียนการ สอนทางไกลโครงการครูวิถีใหม่ภายใต้แนวคิด “สอนดีเห็นผล คนชื่นชม” สำนักงานกลุ่มพื้นที่การศึกษาประจำ เขตตรวจราชการที่ 4 ครูผู้สอนดีเด่น กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี นางสาวเพลินจิต กิตติยง วิวัฒน์ รับโล่รางวัลครูดีวิถีใหม่ ภายใต้แนวคิด “สอนดี เห็นผล คนชื่นชม” เฟส 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี นางสาวเพลินจิต กิตติยง วิวัฒน์ ได้รับวุฒิบัตรครูผู้สอนระดับชั้นมัธยมศึกษา ผู้มี ผลงานประจักษ์ประสบผลสำเร็จในการเรียนการ สอนทางไกลโครงการครูวิถีใหม่ภายใต้แนวคิด “สอนดีเห็นผล คนชื่นชม” สำนักงานกลุ่มพื้นที่การศึกษาประจำ เขตตรวจราชการที่ 4 นางสาวเพลินจิต กิตติยง วิวัฒน์ ครูดีศรีเมืองเพชร สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี นางวัชรี มณีตัน ครูดีศรีเมืองเพชร สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี นายอรรถชัย กาหลง ครูดีศรีเมืองเพชร สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี นางสาวพรวี มาลัยเลิศ ครูดีศรีเมืองเพชร สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบุรี นายสุนทร รุ่งสว่าง ครูผู้สอนดีเด่น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี นางอัญชลี สังข์แก้ว ครูผู้สอนดีเด่น กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี นางสาวพันธ์ทิพา พิณทิพย์ ครูผู้สอนดีเด่น กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี นางสาวจรรยา จิตมีธรรมเลิศ ครูผู้สอนดีเด่น กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษาตอน ปลาย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพชรบุรี
36 2.3 ด้านคุณภาพของสถานศึกษา บริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยีพบว่า 1) โรงเรียนมีนวัตกรรม JS ONLINE ใช้สำหรับการจัดการเรียนการสอนในยุคปัจจุบัน 2) โรงเรียนมีเว็บไซด์ของโรงเรียน www.js.ac.th 3) โรงเรียนมีเพจของโรงเรียน ชื่อ โรงเรียนวัดจันทราวาส(ศุขประสารราษฎร์) 4) มีการบริหารจัดการโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งาน จัดทำและผลิตโดยครูของโรงเรียน เช่น JUNTRA SETEM เป็นระบบสารสนเทศจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (Data Management Center) มีระบบงานทะเบียนนักเรียนออนไลน์ มีคลังสื่อออนไลน์ ห้องเรียนออนไลน์แผนปฏิบัติการประจำปี งบประมาณ 2564 และ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งผ่าน Big Data ของโรงเรียน เป็นต้น นอกจากนี้ยังนำสื่อเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ ทั้งการลงทะเบียนออนไลน์ การจัดการ เรียนการสอนออนไลน์ โดยนำสื่อต่างเข้ามาใช้ เช่น Facebook live, Google meet, Line, Zoom, Google classroom, แบบทดสอบออนไลน์
37 3. โรงเรียนสามารถพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนสู่ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีให้เกิดคุณภาพอย่าง ยั่งยืนได้ จากคุณภาพทั้ง 3 ด้านที่กล่าวมา ส่งผลให้ 1) สถานศึกษา ได้รับการรับรองคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา 2) สถานศึกษาได้รับรางวัลที่เป็นเกียรติยศแห่งความภาคภูมิในด้านต่าง ๆ 3) นักเรียนและครูได้รับรางวัลจากการส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในระดับต่าง ๆ ดังผลงานที่ปรากฏเชิงประจักษ์ ดังนี้ 1. ได้รับรางวัลประเภท ชมรม TO BE NUMBER ONE ในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ รักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับยอดเพชร ปีที่ 2 2. ได้รับโล่นำเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลองในงานประชุมวิชาการ Thailand-Japan Student Science Fair 2020 (TJ-SSF 2020) รูปแบบออนไลน์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ 3. ได้รับเกียรติบัตรนำเสนอผลงานนวัตกรรมการบริหารจัดการที่เป็นแบบอย่างได้ จากคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ตอนที่ 3 ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบ หลังจากนำ รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีไปใช้แล้วได้นำ แบบประเมินความพึงพอใจในการใช้รูปแบบฯ ที่ได้จากการวิคราะห์ความสอดคล้องของผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน นำแบบประเมินมาปรับปรุงตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ แล้วนำไปให้คณะครู ผู้บริหาร จำนวน 75 ท่าน ทำแบบประเมินความพึงพอใจแสดงได้ดังตารางที่ 2
38 ตารางที่ 2 แสดงค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับความพึงพอใจ รูปแบบการบริหาร สถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของ โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี ความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย S.D. ระดับความ พึงพอใจ ประโยชน์ที่ได้รับเพิ่มขึ้น 3.93 0.95 มาก ความเข้ากันได้ของนวัตกรรมกับระบบงานที่ปฏิบัติ 4.08 0.70 มาก ประสิทธิผลในการจัดทำนวัตกรรม 4.06 0.53 มาก การปฏิบัติงานมีความสะดวก 4.07 0.59 มาก การปฏิบัติงานรวดเร็วมากขึ้น 3.83 0.58 มาก ความสอดคล้องกับระบบการทำงานที่มีอยู่เดิม 3.94 0.75 มาก ช่วยสนับสนุนระบบการทำงานที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 4.02 0.60 มาก การทำงานของโรงเรียนมีระบบชัดเจนมากขึ้น 4.15 0.74 มาก สามารถนำประสบการณ์ในการปฏิบัติงานไปประยุกต์ใช้ได้ 3.80 0.67 มาก เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติงาน 3.81 0.78 มาก ลดขั้นตอน และความยุ่งยากในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี 3.79 0.66 มาก รวม 3.95 มาก จากตารางที่ 2 แสดงว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีระดับความพึงพอใจในรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทรา วาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.95) เมื่อพิจารณาความพึง พอใจรายด้าน พบว่า ระดับความพึงพอใจที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ได้แก่ การทำงานของโรงเรียนมีระบบชัดเจนมาก ขึ้น (ค่าเฉลี่ย = 4.15) มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก รองลงมา ได้แก่ ความเข้ากันได้ของนวัตกรรมกับ ระบบงานที่ปฏิบัติ(ค่าเฉลี่ย = 4.08) มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก และที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดได้แก่ลด ขั้นตอน และความยุ่งยากในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดีมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.79) ตามลำดับ
บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผล การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีเป็นนวัตกรรม การบริหารสถานศึกษา มีวัตถุประสงค์1) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสาร ราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี2) เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสาร ราษฎร์) จำนวน 3 ด้าน ได้แก่ 2.1 ด้านคุณภาพนักเรียน : พัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้เทคโนโลยี 2.2 ด้าน คุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา : ส่งเสริม สนับสนุนพัฒนาครูและบุคลากรให้มีนวัตกรรมทางเทคโนโลยี 2.3 ด้านคุณภาพของสถานศึกษา : บริหารจัดการโดยใช้เทคโนโลยีและ 3. เพื่อพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน สู่ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีให้เกิดคุณภาพอย่างยั่งยืน สร้างนวัตกรรมตามกรอบกระบวนการ ADDIE MODEL และการเผยแพร่ 5.1 สรุปผล จากการนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีไปใช้ เป็นไป ตามวัตถุประสงค์ทุกประการ กล่าวคือ 1. โรงเรียนมีรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีที่ผ่านการ พัฒนาแล้ว 2. โรงเรียนสามารถยกระดับคุณภาพการศึกษา โดย 2.1) พัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้เทคโนโลยี ได้ ร้อยละ 100 2.2) ครูและบุคลากรทุกคนมีนวัตกรรมทางเทคโนโลยี2.3) โรงเรียนมีการบริหารจัดการโดยใช้ เทคโนโลยีอย่างหลากหลาย 3. เป็นผลให้มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีให้เกิดคุณภาพอย่างยั่งยืน 5.2 อภิปรายผล อภิปรายผล ผลจาการพัฒนาและการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีมี ประเด็นสำคัญที่ค้นพบ และสมารถนำมาอภิปรายผลตามวัตถุประสงค์ของการสร้างรูปแบบ ดังนี้ 1. องค์ประกอบ ที่เรียกว่า JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A มี 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เป็นองค์ประกอบของกระบวนการทำงานประกอบด้วย 1) การมีส่วนร่วม (Join) 2) การรวบรวมข้อมูลการใช้ สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (United information) 3) วิถีใหม่ (New normal) 4) เป้าหมาย (Target) 5) การสะท้อนกลับ (Reflect) และ 6) การประกาศเผยแพร่ (Announce) ด้วยการใช้กระบวนการวงจรการ บริหารคุณภาพ PDCA+ A ในการขับเคลื่อน ส่วนที่ 2 เป็นกระบวนการที่ใช้ปรับปรุงการทำงานอย่างเป็นระบบ มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีองค์ประกอบที่เป็นกระบวนการตามวงจร PDCA+ A คือ 1) ร่วมกันวางแผน (Plan) 2) ร่วมกันปฏิบัติตามแผน (Do) 3) ร่วมกันตรวจสอบ (Check) 4) ร่วมกันประเมินผล
40 เพื่อพัฒนา (Act) และ 5) ร่วมรับผิดชอบ (Accountability) สอดคล้องกับทฤษฎี แนวคิดและการวิจัยที่ได้ ศึกษามา จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงทำให้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบ คุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัด เพชรบุรีเป็นรูปแบบที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศที่ยั่งยืนได้อย่าง แท้จริง ปัจจัยความสำเร็จ การบริหารสถานศึกษาด้วยรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี เกิดความสำเร็จได้เนื่องจากปัจจัย ดังต่อไปนี้ 1. ผู้บริหารมีภาวะผู้นำ มีความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาแนวทางการบริหารสถานศึกษาให้มีความ เหมาะสม และสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน และเสริมสร้างบรรยากาศการทำงานเป็นทีม แบบมีส่วนร่วม ในการบริหาร 2. โรงเรียนมีกระบวนการกำกับ ติดตาม การดำเนินงานอย่างเป็นระบบ มีการติดตามแบบ กัลยาณมิตรเป็นระยะ ๆ 3. คณะครูของโรงเรียนให้ความร่วมมือในการดำเนินงานในทุกขั้นตอน และร่วมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อพัฒนาการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน 4. นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเป็นอย่างดี 5. คณะกรรมการสถานศึกษา ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง 6. ผู้ปกครองและชุมชนให้การสนับสนุนส่งเสริมการทำกิจกรรม เพื่อพัฒนาผู้เรียน 7. คณะผู้บริหารและศึกษานิเทศก์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพชรบุรี ส่งเสริมสนับสนุน การดำเนินงานในด้านต่าง ๆ ของโรงเรียน มีการกำกับ ติดตาม นิเทศ อย่างต่อเนื่อง 8. องค์กรภายนอกอื่น ๆ ให้การสนับสนุนและส่งเสริมการบริหารงานสถานศึกษา บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) 1 การบริหารเพื่อเป็นการจัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21 ผู้บริหารควรมีวิสัยทัศน์และ เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมในยุคปัจจุบัน เพื่อการวางแผนการดำเนินงานได้อย่างเหมาะสม กับบริบท โรงเรียนและสังคมในยุคปัจจุบัน 2. ผู้บริหารควรสร้างความตระหนักให้กับคณะครูภายในโรงเรียนให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนา นักเรียนโดยใช้เทคโนโลยี 3. การทำงานเพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมาย สิ่งสำคัญ คือ การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับงานที่ทำให้กับผู้มี ส่วนเกี่ยวข้องทุกคน สนับสนุนการทำงานเป็นทีม และการทำงานแบบมีส่วนร่วมของคณะครูนักเรียนและ ชุมชน รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้บรรลุตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ 5.3 ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในการนำรูปแบบฯ ไปใช้ 1. หน่วยงานต้นสังกัดควรสนับสนุนให้มีการนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสาร ราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีไปศึกษารายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบ และพิจารณาประกอบการตัดสินใจใช้
41 รูปแบบ JUNTRA MODEL เพื่อให้สามารถนำไปปรับปรุงพัฒนางานได้จริง โดยเน้นแนวคิดเรื่องการบริหารสู่ ความเป็นเลิศ และให้การสนับสนุนปัจจัยทางการบริหารที่เหมาะสมและเพียงพอให้สอดคล้องกับนโยบายใน การทำงาน 2. หน่วยงานต้นสังกัดควรสนับสนุนให้มีการนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสาร ราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารงานให้เป็นเลิศมากขึ้น และเมื่อนำรูปแบฯ ไปใช้แล้วควรจัดทำวิจัยเชิงประเมินเพื่อนำผลไปปรับปรุงสู่การนำไปใช้กับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นต่อไป 3. การนำรูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีไปใช้ ควร ดำเนินการอย่างเป็นระบบและอย่างมีส่วนร่วมทั่วทั้งโรงเรียน และควรจัดให้มีกลุ่มงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบงาน บริหารคุณภาพเป็นการเฉพาะ เนื่องจากเป็นภาระงานที่สำคัญของโรงเรียนที่จะต้องพัฒนาคุณภาพให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป รวมทั้งควรจัดให้มีคณะกรรมการบริหารทำหน้าที่กำหนดนโยบาย กำกับติดตาม และแต่งตั้ง คณะกรรมการดำเนินงานทำหน้าที่ขับเคลื่อนการบริหารงานไปสู่การปฏิบัติให้มากที่สุด 4. สถานศึกษาหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของ สถานศึกษาตนเอง ข้อเสนอแนะในการพัฒนารูปแบบครั้งต่อไป 1. ควรมีการวิจัยเกี่ยวกับ “วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ” (Best Practice) ของการดำเนินการตามรูปแบบ การบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีไปใช้เพื่อที่จะได้นำข้อค้นพบเชิงประจักษ์จาก ผลการพัฒนารูปแบบฯ มาเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ดีให้กับโรงเรียนหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่จะยกระดับคุณภาพ สถานศึกษา 2. ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยการบริหารงานที่ส่งผลต่อการบริหารสถานศึกษาโดยใช้รูปแบบ การบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของการบริหารสู่ความเป็น เลิศของโรงเรียนหรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 3. ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับคุณลักษณะหรือพฤติกรรมของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการบริหาร สถานศึกษาโดยใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อ ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรี
42 บรรณานุกรม กระทรวงอุตสาหกรรม. (2562). ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 4.0 ระยะ 20 ปี พ.ศ. 2560 – 2579. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงอุตสาหกรรม. จักรกฤษณ์ สิริริน. (2561). Innovation Management ติดปีกสถานศึกษาสู่ยุค 5.0. เข้าถึงได้จาก https://www.salika.co/2019/09/05/innovationmanagement-educational-5-0-era. [2564, 25 เมษายน] พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์. (2562). การบริหารโรงเรียนของสหภาพยุโรป : Head of the School คือ School Director. ในรวมบทความบริหารการศึกษากับการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ สู่การศึกษาใน ยุคดิจิทัล ชุดที่ 1 รวบรวม โดย จิณณวัตร ปะโคทัง. น.123-132. อุบลราชธานี: วิทยาการพิมพ์ 1973. วิสุทธิ์ วิจิตรพัชราภรณ์. (2561). การนํานโยบายสู่การปฏิบัติ : แนวความคิด กระบวนการในองค์การทาง การศึกษา. กรุงเทพมหานคร : บริษัท วิสต้า อินเตอร์ปริ้นท์จํากัด. วิษณุ เทศขยัน. (2563). Understanding consumer’s deep behavior เขาใจ พฤติกรรมเชิงลึกของ ผูบริโภค หัวใจของการพัฒนาแบรนด (ออนไลน). เขาถึงไดจาก : https://positioningmag.com/ 1301038 [2563, 28 กันยายน]. สุปราณี วรรณรุณ.(2565). รูปแบบการจัดการแนวใหม่ที่ส่งผลต่อการพัฒนาองค์กรในประเทศไทยในยุค NEW NORMAL.วารสารวิชาการศรีปทุม ชลบุรี ปีที่ 18 ฉบับที่ 3 เดือนมกราคม-เดือนมีนาคม 2565. สุพริศร์ สุวรรณิก. (2563). โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไรหลังโควิด-19 จบลง?. (ออนไลน). เขาถึงไดจาก https://www.bot.or.th/Thai/ResearchAndPublications/aticle/Page/Areticle [2563, 28 กันยายน]. สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). รายงานการวิจัยแนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยกับการ เตรียมความพรอมศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ : สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. อัจฉรา นิยมาภา. (2561). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาวิถีใหม่สู่คุณภาพการศึกษาที่พึงประสงค์ในบริบท ที่เปลี่ยนแปลง. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ. ที่ 14 ฉบับที่ 2 (ก.ค. –ธ.ค.) 2563. Adams, R. & Bessant, J. (2006). Innovation management: A review. International Journal of Management Reviews. Bawany, (2018). Leading in a disruptive VUCA world. New York: Business Expert Press. Ka-ho Mok, (2003). Decentralizational and marketization of education in Singapoore : A case study of the excellence model. Journal of educational administration volume 41. Retrieved November 4, 2020, from http://www.tameside.gov.uk./schools_grid/se/fassess/model-gif Patrick Shipe. (2011). Quality Management to Excellence. Dissertation Abstracts International. 461, West Michigan University. Steiner, E. (1988). Methodology of Theory Building. Sydney : Educology Research Associates.
43 ภาคผนวก กระบวนการ ขั้นตอนการพัฒนา นวัตกรรม JS ONLINE โรงเรียนวัดจันทราวาส(ศุขประสารราษฎร์) ใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษา JUNTRA Model ภายใต้ระบบคุณภาพ PDCA+ A เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ของโรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสาร ราษฎร์) จังหวัดเพชรบุรีในการพัฒนา JS Online ดังนี้ Plan (การระบุและวิเคราะห์ปัญหา) : จากสภาพปัญหาปัจจุบันสถานศึกษาต้องจัดการเรียนการ สอนภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) โรงเรียนวัดจันทราวาส(ศุข ประสารราษฎ์) เป็นหนึ่งโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (covid-19) ครูและนักเรียนไม่สามารถมาจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนได้ตามปกติ โดยช่วงแรกโรงเรียน จัดการเรียนการสอนออนไลน์ในรูปแบบห้องเรียนออนไลน์ผ่านโปรแกรม facebook live ซึ่งจากการจัดการ เรียนการสอนในรูปแบบ facebook live ได้รับเสียงสะท้อนจากทั้งครูและนักเรียนในเรื่องของการขาดการ สื่อสารโดยตรงระหว่างครูผู้สอนและนักเรียน โรงเรียนจึงนำปัญหาต่าง ๆ มาคิดหาทางแก้ไขโดยการรวบรวม ข้อมูลการใช้สารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ (United information) และการมีส่วนร่วม (Join) ภายใต้ วิถีใหม่ (New normal) ซึ่งโรงเรียนได้แนวทางการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ในรูปแบบ การเรียนการ สอนผ่าน google meet ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาเป็น นวัตกรรมห้องเรียน JS Online Do (ดำเนินการ) : โรงเรียนจัดทำห้องเรียนออนไลน์ผ่าน google meet โดยสร้างนวัตกรรม ห้องเรียน JS Online ซึ่งมีขั้นตอนการสร้างและการเข้าใช้งาน ดังนี้ 1. สร้างห้องเรียนออนไลน์ ผ่าน google site ฝังลิงก์ห้องเรียน google meet ลงบน google site โดยแบ่งชั้นเรียนแบ่งรายวิชาเพิ่มเติมอย่างชัดเจน
44 2. ครูผู้สอนและนักเรียนเข้าใช้งานห้องเรียน JS Online ตามห้องเรียนและรายวิชาตามตาราง เรียน ซึ่งผู้สอนและครูต้องลงชื่อเข้าใช้ห้องเรียนออนไลน์โดยใช้ E-mail ของโรงเรียน ตัวอย่าง [email protected], [email protected] Check (ประเมินและสรุปผล) : โรงเรียนมีการประเมินและสรุปผลการดำเนินการจัดการเรียนการ สอนผ่านห้องเรียน JS Online เพื่อนำผลการประเมินมาพัฒนาและปรับปรุงแนวทางและเครื่องมือจัดการเรียน การสอนออนไลน์ โดยใช้กระบวนการ PLC และแบบสอบถามการจัดการเรียนการสอนนวัตกรรม JS Online ผ่านแบบสอบถามออนไลน์ (google form) โดยใช้เป้าหมาย (Target) เป็นตัววัดความสำเร็จ Act (ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนา) : ครูผู้สอนและนักเรียนประเมินการจัดการเรียนการสอนผ่าน ช่องทาง JS Online ซึ่งโรงเรียนและกลุ่มบริหารนำผลการสะท้อนกลับ (Reflect) ข้อเสนอแนะและข้อควร ปรับแก้ไขมาปรับปรุงแก้ไขและพัฒนา นวัตกรรม JS Online ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุดกับผู้เรียน Accountability (ความรับผิดชอบในผลงาน) : โรงเรียนประกาศเผยแพร่ (Announce) มีการ แจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบ มีการประชาสัมพันธ์ สื่อสาร ให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน หน่วยงาน ผู้บังคับบัญชา ได้รับทราบ เพื่อฟังเสียงสะท้อนกลับ ซึ่งหมายถึง การรับผิดชอบที่โรงเรียนจะต้องถูกควบคุม ตรวจสอบ ชี้แจง ต่อสาธารณะ ผลการสร้างหรือพัฒนานวัตกรรม จากการบริหารสถานศึกษาด้วยรูปแบบ JS MODEL สามารถพัฒนาองค์ประกอบด้านต่าง ๆ ใน สถานศึกษา ประกอบด้วย ๓ ด้าน ดังนี้ ด้านที่ 1 คุณภาพผู้เรียน 1) นักเรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้านความรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม และด้านร่างกาย ตามมาตรฐาน หลักสูตรที่วางไว้ 2) นักเรียนทุกคนได้รับการพัฒนา ส่งเสริม หรือปรับปรุงแก้ไข ผ่านโครงการต่าง ๆ ที่สถานศึกษาจัด ขึ้น และหน่วยงานอื่น ๆ 3) นักเรียนทุกคนเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม กล่าวคือเป็น “คนดี มีความสุข” ของครอบครัว โรงเรียน สังคม หรือชุมชน
45 4) ผู้นักเรียนทุกคนมีมีทักษะทางศตวรรษที่ 21 รวมทั้งทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ด้านที่ 2 คุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา 1) ครูและบุคลลากรทางการศึกษา ได้รับการพัฒนาทั้งด้านความรู้ ความสามารถในการจัด กระบวนการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ 2) คณะครูและบุคลาการทางการศึกษาทุกคนได้รับการพัฒนา ส่งเสริม จากสถานศึกษา และ หน่วยงานอื่น ๆ 3) ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณครูที่ดี กล่าวคือเป็น “ครูดี” ของศิษย์โรงเรียน สังคมหรือชุมชน และประเทศชาติ 4) ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนมีสมรรถนะตามสายงาน ด้านที่ 3 คุณภาพของสถานศึกษา 1) โรงเรียนมีรูปแบบการบริหารสถานศึกษาที่มีแนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่สถานศึกษาคุณภาพ 2) สถานศึกษาได้รับการรับรอง รางวัลที่เป็นเกียรติอันเป็นผลมาจากการดำเนินงานและปฏิบัติของ นักเรียน และคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา 3) สถานศึกษาได้รับการสนับสนุน ดูแลจากผู้ปกครองนักเรียน ชุมชน ผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จากการใช้นวัตกรรม JS ONLINE ส่งผล ด้านผู้เรียน ด้านครู ด้านการบริหารจัดการ 1. ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการ จัดการเรียนรู้ของครูผู้สอน 1. ครูผู้สอนสามารถจัดการเรียน การสอนได้ทุกช่วงเวลาและทุก ช่วงสถานการณ์ 1. สถานศึกษาสามารถดำเนินการ จัดการเรียนการสอนได้อย่าง ต่อเนื่อง 2. ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุก ช่วงเวลาและทุกช่วงสถานการณ์ 2. ครูผู้สอนสามารถใช้สื่อในการ จ ั ด ก า ร เ ร ี ย น ก า ร ส อ น ที่ หลากหลาย 2. ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถ กำกับ ติดตาม นิเทศ การจัดการ เรียนการสอนได้ทุกช่วงเวลา 3. ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วย ตนเอง 3. ครูผู้สอนสามารถแลกเปลี่ยน รูปแบบการจัดการเรียนการสอน ระหว่างครูผู้สอนได้ 3. สามารถพัฒนาแนวทางการ จัดการซึ่งเป็นตามวิสัยทัศน์ของ สถานศึกษา คู่มือการใช้นวัตกรรม ที่แขวนไว้บนเว็บไซด์ มีทั้งคู่มือสำหรับครู และนักเรียน