ชุดกิจกรรม "วัด วั กุฏิ(นันท์) สร้า ร้ งสรรค์ งานปูนปั้น ปั้ สร้า ร้ งชื่อ ชื่ " ชุดกิจกรรม "วัด วั กุฏิ(นันท์) สร้า ร้ งสรรค์ งานปูนปั้น ปั้ สร้า ร้ งชื่อ ชื่ " นวัตกรรม ด้านการจัดการเรีย รี นรู้ การพัฒ พั นานวัต วั กรรมทางการบริหริารจัด จั การ การจัด จั การ เรีย รี นรู้ การนิเนิทศติดตามและประเมินมิผลของสถานศึกษา โครงการ Innovation For Thai Education (IFTE) การพัฒ พั นานวัต วั กรรมการศึกษา เพื่อ พื่ พัฒ พั นาการ ศึกษาจัง จั หวัด วั เพชรบุรี ประจำ ปีง ปี บประมาณ พ.ศ. 2566 โรงเรีย รี นวัด วั กุฏิ (นันทวิเ วิ ทศประชาสรรค์) สำ นักงานเขตพื้น พื้ ที่ก ที่ ารศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 1
ก รายงานการใช้นวัตกรรมด้านการจัดการเรียนรู้ชุดกิจกรรม “วัดกุฏิ(นันท์) สร้างสรรค์ งานปูนปั้นสร้างชื่อ” เพื่อพัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชาสรรค์) จังหวัดเพชรบุรี โดย นางสาวภูสุดา ภู่เงิน นางสาวเบญจพร มีวาสนา โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชาสรรค์) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 1 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
ก ค าน า ส ำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัดเพชรบุรีได้จัดท ำโครงกำรพัฒนำนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภำพและ ประสิทธิภำพกำรจัดกำรศึกษำที่ตอบสนองต่อกำรเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ภำยใต้โครงกำร Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมกำรศึกษำเพื่อพัฒนำกำรศึกษำไทย จังหวัดเพชรบุรี ประจ ำปี งบประมำณ พ.ศ. 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ส่งเสริม สนับสนุนกำรพัฒนำนวัตกรรมกำรบริหำรจัดกำร กำรจัดกำรเรียนรู้ และกำรนิเทศกำรศึกษำเพื่อยกระดับคุณภำพกำรศึกษำ 2) จัดท ำข้อมูลสำรสนเทศทำง กำรศึกษำด้ำนนวัตกรรม และกำรวิจัยทำงกำรศึกษำ และ 3) สร้ำงเครือข่ำยควำมร่วมมือในกำรพัฒนำคุณภำพ กำรศึกษำของจังหวัดเพชรบุรี จำกควำมส ำคัญดังกล่ำวข้ำงต้น โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จึงได้มีกำรส่งเสริมและ สนับสนุนให้ครูผู้สอนจัดกำรเรียนรู้เพื่อพัฒนำผู้เรียนให้เกิดกำรเรียนรู้ มีทักษะจ ำเป็นในกำรด ำรงชีวิตในสังคม คุณภำพยุคศตวรรษที่ 21 เพื่อน ำไปสู่กำรพัฒนำยกระดับผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนรู้ที่ยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ผู้จัดท ำจึงได้จัดท ำนวัตกรรมกำรจัดกำรเรียนรู้ที่มีชื่อว่ำ “ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” เพื่อพัฒนำนวัตกรรมกำรเรียนรู้ที่บูรณำกำรศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญำ ท้องถิ่นในเรื่องงำนปูนปั้นเมืองเพชรให้แก่นักเรียนที่เหมำะสมกับบริบทของชุมชน โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 ที่จะจบกำรศึกษำจะได้มีควำมรู้และทักษะที่จ ำเป็นต่อกำรพัฒนำตนเองเพื่อ ประกอบอำชีพในอนำคต ผู้จัดท ำหวังเป็นอย่ำงยิ่งว่ำเอกสำรเล่มนี้จะเป็นแนวทำงในกำรพัฒนำนวัตกรรมกำรจัดกำรเรียนรู้และ เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงำน หรือผู้ที่สนใจในกำรน ำไปประยุกต์ใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป ผู้จัดท ำ
ข ชื่อเรื่อง กำรใช้นวัตกรรมด้ำนกำรจัดกำรเรียนรู้ชุดกิจกรรม “วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้น สร้ำงชื่อ” เพื่อพัฒนำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรี ผู้วิจัย นำงสำวภูสุดำ ภู่เงิน และ นำงสำวเบญจพร มีวำสนำ หน่วยงาน โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ปีการศึกษา 2566 บทคัดย่อ งำนวิจัย เรื่อง กำรใช้นวัตกรรมด้ำนกำรจัดกำรเรียนรู้ชุดกิจกรรม “วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” เพื่อพัฒนำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรีมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) เพื่อพัฒนำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ส ำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศ ประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 2) เพื่อศึกษำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 ผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้“วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” กลุ่มเป้ำหมำยที่ใช้ในกำรพัฒนำนวัตกรรม ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2566 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ ประถมศึกษำเพชรบุรี เขต 1 จ ำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในกำรพัฒนำ ได้แก่ 1) ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัด กุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” 2) แบบทดสอบวัดควำมรู้ เรื่อง “วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูน ปั้นสร้ำงชื่อ” 3) แบบประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้วยชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ด ำเนินกำรทดลองตำมรูปแบบกลุ่มเดียวด้วยกำรทดสอบก่อนและหลังกำรทดลอง (One Group Pretest – Posttest Design) กำรวิจัย สถิติที่ใช้ในกำรวิเครำะห์ข้อมูล ได้แก่ กำรแจกแจงควำมถี่ กำร หำค่ำร้อยละ ค่ำเฉลี่ย ค่ำดัชนีควำมสอดคล้อง ค่ำประสิทธิภำพ และกำรวิเครำะห์เชิงเนื้อหำ ผลจำกกำรวิจัย พบว่ำ 1.ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ประกอบไปด้วยกิจกรรม ทั้งหมด 5 กิจกรรม ได้แก่ 1. เล่ำขำนต ำนำนปูนปั้น 2. รู้จัดสรรส่วนผสม 3. รื่นรมย์เรียงลวดลำย 4. คิด หลำกหลำยสร้ำงชิ้นงำน 5. ประยุกต์สำนสิ่งบรรจุ ซึ่งมีประสิทธิภำพเท่ำกับ 83.58/85.69 ซึ่งสูงกว่ำเกณฑ์ มำตรฐำนที่ก ำหนด คือ 80/80 2. ทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำ สรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 ผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” อยู่ใน ระดับดี ( ̅=3.89)
1 ส่วนที่ 1 บทน า 1.1 ความเป็นมาและความส าคัญ วิสัยทัศน์กำรพัฒนำประเทศไทยตำมยุทธศำตร์ชำติ พ.ศ. 2561 – 2580 คือ “ประเทศไทยมีควำม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนำแล้วด้วยกำรพัฒนำตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพียง” ที่มุ่งเน้น กำรสร้ำงสมดุลระหว่ำงกำรพัฒนำเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกำรพัฒนำและเสริมสร้ำงทรัพยำกร มนุษย์ ซึ่งมีเป้ำหมำยเพื่อพัฒนำคนในทุกมิติและทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภำพมีควำมพร้อมทั้งกำย ใจ สติปัญญำ มีพัฒนำกำรที่ดีรอบด้ำน มีสุขภำวะที่ดีในทุกช่วงวัยมีจิตสำธำรณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอำรี มีวินัย รักษำศีลธรรมและเป็นพลเมืองดี ของชำติ มีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่ จ ำเป็นในศตวรรษที่ 21 และกำรศึกษำเป็นส่วนหนึ่งของกำรปฏิรูปประเทศเพื่อสนับสนุนกำรบรรลุตำม เป้ำหมำยของยุทธศำสตร์ชำติที่ก ำหนดไว้ เนื่องด้วยกำรศึกษำเป็นพื้นฐำนส ำคัญของกำรพัฒนำประเทศจึง มุ่งเน้นกำรยกระดับคุณภำพกำรจัดกำรศึกษำเพื่อให้ผู้เรียนทุกกลุ่มวัยได้รับกำรศึกษำที่มีคุณภำพตำมมำตรฐำน มีทักษะที่จ ำเป็นของโลกอนำคต สำมำรถแก้ปัญหำ ปรับตัว สื่อสำร และท ำงำนร่วมกับผู้อื่นได้อย่ำงมี ประสิทธิผล มีวินัย ใฝ่เรียนรู้อย่ำงต่อเนื่องตลอดชีวิต และเป็นพลเมืองที่รู้สิทธิและหน้ำที่ มีควำมรับผิดชอบ มี จิตสำธำรณะ มีควำมรักและควำมภำคภูมิใจในควำมเป็นไทย กำรศึกษำในชั้นเรียนประถมศึกษำด ำเนินกำรตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พ.ศ.2551 และมำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัดใน 8 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) เน้นกำรขับเคลื่อน กำรใช้หลักสูตรเพื่อพัฒนำสมรรถนะผู้เรียนผ่ำนกระบวนกำรกำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และ กำรประเมินสมรรถนะอันประกอบด้วยควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ควำมสำมำรถในกำรคิด ควำมสำมำรถใน กำรแก้ปัญหำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต และควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี ซึ่งพบว่ำ ทักษะใน ศตวรรษที่ 21 มีควำมสอดคล้องและสัมพันธ์กับสมรรถนะส ำคัญของผู้เรียนตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำ ขั้นพื้นฐำน 2551 ดังนั้นกำรพัฒนำสมรรถนะส ำคัญของผู้เรียนตำมหลักสูตรจึงเป็นกำรส่งเสริมกำรพัฒนำ ทักษะในศตวรรษที่ 21 อีกด้วย กำรจัดกำรเรียนรู้เชิงรุก ( Active Learning) เป็นกระบวนกำรเรียนกำรสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และมีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมผ่ำนกำรลงมือปฏิบัติจริงในหลำกหลำยรูปแบบ และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ใช้ กระบวนกำรคิดขั้นสูงที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะตำมช่วงวัย ซึ่งกำรใช้ชุดกิจกรรมเป็นหนึ่งในรูปแบบของสื่อ กำรเรียนกำรสอนที่นักเรียนสำมำรถศึกษำและปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเองจำกสื่อต่ำงๆ ที่จัดรวบรวมไว้เป็นชุด อย่ำงเป็นระบบ โดยมีกำรจัดเนื้อหำและประสบกำรณ์ที่ต้องกำรเสริมสร้ำงหรือพัฒนำเพื่อส่งเสริมกำรเรียนรู้
2 ของผู้เรียน ครูมีหน้ำที่ให้ค ำปรึกษำและแนะน ำช่วยเหลือให้ผู้เรียนสำมำรถศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเองตำม ศักยภำพของผู้เรียนแต่ละคนให้เกิดกำรเรียนรู้และได้รับควำมส ำเร็จบรรลุตำมประสงค์อย่ำงมีประสิทธิภำพ ดังนั้นนอกจำกกำรใช้ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้จึงเป็นแนวทำงที่สำมำรถน ำไปจัดนอกจำกจะใช้สอนได้ตรงตำม เนื้อหำวิชำและจุดประสงค์ของหลักสูตรแล้ว ยังจะสำมำรถช่วยพัฒนำควำมรู้ควำมสำมำรถของผู้เรียนท ำให้ ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้อย่ำงรวดเร็วตำมศักยภำพและควำมสำมำรถ อีกทั้งช่วยแก้ปัญหำกำรเรียนกำรสอนอัน เนื่องมำจำกครูและควำมสำมำรถของนักเรียนแต่ละคน และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภำพกำรเรียนกำรสอนให้เป็น มำตรฐำนเดียวกัน (กำญจนำ กำฬภักดี, 2561) จำกกำรวิเครำะห์บริบทของโรงเรียนตำมหลักกำรวิเครำะห์ SWOT Analysis โดยผู้บริหำร คณะครู และคณะกรรมกำรสถำนศึกษำขั้นพื้นฐำน ได้ร่วมกันวิเครำะห์สภำพแวดล้อมภำยใน พบว่ำ ผลสัมฤทธิ์ในกำร ประเมินสมรรถนะส ำคัญของผู้เรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ปีกำรศึกษำ 2565 จ ำนวน 43 คน ที่ผ่ำนมำมี นักเรียนที่มีผลกำรประเมินสมรรถนะส ำคัญของผู้เรียนในระดับดีขึ้นไป ร้อยละ 95.35 ซึ่งสมรรถนะที่นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์เรียงจำกน้อยที่สุดไปมำกที่สุด ได้แก่ ควำมสำมำรถในกำรคิด ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี และควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร ตำมล ำดับ นอกจำกนี้เมื่อพิจำรณำสภำพแวดล้อมภำยนอก พบว่ำ โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ตั้งอยู่ในชุมชนบ้ำนวัดกุฏิ ซึ่งเป็นชุมชน 2 ศำสนำ ได้แก่ ศำสนำพุทธ และ ศำสนำอิสลำม ประชำชนส่วนใหญ่มี ฐำนะปำนกลำง ประกอบอำชีพรับจ้ำงและท ำกำรเกษตร มีวัฒนธรรมทำงศำสนำที่โดดเด่นทั้งศำสนำพุทธและ ศำสนำอิสลำม ประชำชนอยู่ร่วมกันอย่ำงมีควำมสุข อบอุ่น และไม่มีปัญหำขัดแย้งกัน มีโรงเรียนประจ ำชุมชน คือ โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมศึกษำขนำดเล็ก สังกัดส ำนักงำนเขตพื้นที่ กำรศึกษำประถมศึกษำเพชรบุรี เขต 1 โดยพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นที่ดินของวัดกุฏิ (ท่ำแร้ง) จึงมีควำมผูกพันกันวัด กุฏิ (ท่ำแร้ง) ซึ่งเป็นโบรำณสถำนที่เก่ำแก่มำตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยำ ภำยในวัดมีศิลปกรรมทั้งอุโบสถและเจดีย์ รำยที่เกี่ยวข้องกับงำนปูนปั้นของจังหวัดเพชรบุรี จึงนับว่ำวัดกุฏิ (ท่ำแร้ง) เป็นโบรำณสถำนอันทรงคุณค่ำที่ควร แก่กำรเป็นแหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนและชุมชน แต่เนื่องจำกโรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ตั้งอยู่ไม่ ไกลจำกอ ำเภอเมืองเพชรบุรี ท ำให้คนในชุมชนส่วนหนึ่งนิยมส่งบุตรหลำนเข้ำศึกษำในตัวเมือง ประกอบกับ อัตรำกำรเกิดของเด็กลดลง ท ำให้จ ำนวนนักเรียนของโรงเรียนลดลงตำมไปด้วย อีกทั้งครอบครัวของนักเรียน บำงส่วนมีฐำนะยำกจน ไม่มีอำชีพที่มั่นคง ดังนั้นจึงจ ำเป็นต้องมีกำรจัดกำรเรียนกำรสอนที่ค ำนึงถึงบริบทของ โรงเรียนและชุมชน โดยกำรส่งเสริมทักษะอำชีพให้แก่นักเรียน เพื่อให้มีควำมรู้และทักษะพื้นฐำนเพื่อกำร ประกอบอำชีพในอนำคต ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จึงเห็นควำมส ำคัญในกำรพัฒนำทักษะในศตวรรษ ที่ 21 ของผู้เรียนในด้ำนทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดอย่ำงมีวิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำได้ ทักษะ
3 กำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม ควำมเข้ำใจในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมและกระบวนกำรคิด ข้ำมวัฒนธรรม ทักษะอำชีพและกำรเรียนรู้ ผ่ำนนวัตกรรมในกำรจัดกำรเรียนรู้ที่มีชื่อว่ำ “ชุดกิจกรรมกำร เรียนรู้วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” โดยได้รับกำรสนับสนุนจำกผู้บริหำร ครู คณะกรรมกำร สถำนศึกษำ และครูภูมิปัญญำท้องถิ่น เพื่อพัฒนำนวัตกรรมกำรจัดกำรเรียนกำรสอนที่ส่งเสริมให้นักเรียนมี ทักษะในศตวรรษที่ 21 ทั้งเป็นกำรปลูกจิตส ำนึกในกำรสืบสำนและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่กับท้องถิ่น จังหวัดเพชรบุรีต่อไป 1.2 วัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ส ำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 2) เพื่อศึกษำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศ ประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 ผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้“วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” 1.3 กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2566 จ ำนวน 36 คน 1.4 กรอบแนวคิด ผู้บริหำร ครู คณะกรรมกำรสถำนศึกษำ และครูภูมิปัญญำท้องถิ่น ได้ให้ควำมเห็นและข้อเสนอแนะใน กำรพัฒนำกรอบแนวคิดของนวัตกรรมกำรจัดกำรเรียนรู้ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้“วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำน ปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้“วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” จ ำนวน 5 กิจกรรม ได้แก่ 1.1) เล่ำขำนต ำนำนปูนปั้น 1.2) รู้จัดสรรส่วนผสม 1.3) รื่นรมย์เรียงลวดลำย 1.4) คิดหลำกหลำยสร้ำงชิ้นงำน 1.5) ประยุกต์สำนสิ่งบรรจุ 2) ทักษะในศตวรรษที่ 21 2.1) ทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดอย่ำงมีวิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำได้ 2.2) ทักษะกำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม 2.3) ทักษะควำมเข้ำใจในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมและกระบวนกำรคิดข้ำมวัฒนธรรม 2.4) ทักษะอำชีพและกำรเรียนรู้
4 สำมำรถสรุปเป็นกรอบแนวคิดได้ดังนี้ แผนภำพที่ 1 กรอบแนวคิดในกำรสร้ำงนวัตกรรมกำรเรียนรู้ ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” 1.5 ขอบเขตการพัฒนานวัตกรรม 1) ขอบเขตด้ำนแหล่งข้อมูล นักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2566 สังกัดส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำเพชรบุรีเขต 1 จ ำนวน 36 คน 2) ขอบเขตด้ำนเนื้อหำ กำรพัฒนำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” และ กำรศึกษำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนที่ชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ภำคเรียนที่ 1 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิ เทศประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 ที่เกิดขึ้นจำกกำรใช้ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำน ปูนปั้นสร้ำงชื่อ” 3) ขอบเขตด้ำนตัวแปร ตัวแปรอิสระ ได้แก่ ชุดกิจกรรม “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ประกอบด้วย 5 กิจกรรม คือ 1. เล่ำขำนต ำนำนปูนปั้น 2. รู้จัดสรรส่วนผสม 3. รื่นรมย์เรียงลวดลำย 4. คิด หลำกหลำยสร้ำงชิ้นงำน 5. ประยุกต์สำนสิ่งบรรจุ ตัวแปรตำม ได้แก่ ทักษะในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย 1) ทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิด อย่ำงมีวิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำได้ 2) ทักษะกำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม 3) ทักษะควำมเข้ำใจในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมและกระบวนกำรคิดข้ำมวัฒนธรรม 4) ทักษะอำชีพ และกำร เรียนรู้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วัดกุฏิ(นันท์) สร้างสรรค์ งานปูนปั้นสร้างชื่อ 1. เล่ำขำนต ำนำนปูนปั้น 2. รู้จัดสรรส่วนผสม 3. รื่ยรมย์เรียงลวดลำย 4. คิดหลำกหลำยสร้ำงชิ้นงำน 5. ประยุกต์สำนสิ่งบรรจุ ทักษะในศตวรรษที่ 21 1. ทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดอย่ำงมี วิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำได้ 2. ทักษะกำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และคิดเชิง นวัตกรรม 3. ทักษะควำมเข้ำใจในควำมแตกต่ำงของ วัฒนธรรมและกระบวนกำรคิดข้ำมวัฒนธรรม 4. ทักษะอำชีพและกำรเรียนรู้
5 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1) ผู้เรียน นักเรียนได้พัฒนำทักษะที่ส ำคัญในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิด อย่ำงมีวิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำได้ทักษะกำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม ทักษะ ควำมเข้ำใจในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมและกระบวนกำรคิดข้ำมวัฒนธรรม ทักษะอำชีพ และกำรเรียนรู้ ผ่ำนกระบวนกำรเรียนรู้แบบบูรณำกำร นักเรียนมีโอกำสได้ลงมือปฏิบัติจริงท ำให้เป็นควำมรู้ทักษะที่คงทน ถำวร สำมำรถเป็นพื้นฐำนอำชีพเพื่อสร้ำงรำยได้ต่อไปในอนำคต เกิดควำมภำคภูมิใจและผูกพันกับงำนปูนปั้นที่ เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น 2) ผู้บริหำรและครู ผู้บริหำรและครูสำมำรถก ำหนดแนวทำงกำรบริหำรวิชำกำรและกำรจัดกำรเรียน กำรสอนที่ตอบสนองควำมต้องกำรของผู้เรียน จึงเป็นกำรจัดกำรเรียนรู้ที่มีควำมหมำยและสอดคล้องกับบริบท ของโรงเรียน ส่งผลให้สำมำรถพัฒนำผู้เรียนได้อย่ำงมีศักยภำพ 3) โรงเรียนและชุมชน โรงเรียนได้รับกำรยอมรับและเชื่อมั่นจำกท้องถิ่น กำรจัดกำรเรียนกำรสอนที่ สอดคล้องกับสภำพบริบทชุมชน ท ำให้เยำวชนผู้เป็นก ำลังส ำคัญในกำรพัฒนำท้องถิ่นในอนำคตได้เห็นคุณค่ำ และร่วมกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่ำ ตระหนักในกำรรักษำ สืบสำน และต่อยอดศิลปะงำนปูนปั้น ให้คงอยู่กับท้องถิ่นสืบไป ส่งผลให้ผู้ปกครองเกิดควำมพึงพอใจในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนของโรงเรียน 4) ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ คณะกรรมกำรสถำนศึกษำ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ครูภูมิปัญญำ ท้องถิ่น เป็นต้น ท ำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ควำมสนใจและส่งเสริมงำนศิลปะปูนปั้นในโรงเรียนไปสู่กำรน ำเสนอ ผลงำนภำยนอกโรงเรียน เพื่อเผยแพร่ผลงำนของนักเรียนให้ผู้ที่สนใจได้ชื่นชม 1.6 ค านิยามศัพท์ 1) ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” หมำยถึง กำรจัดกิจกรรม กำรเรียนรู้ประกอบไปด้วย 5 กิจกรรม ได้แก่ 1. เล่ำขำนต ำนำนปูนปั้น 2. รู้จัดสรรส่วนผสม 3. รื่นรมย์เรียง ลวดลำย 4.คิดหลำกหลำยสร้ำงชิ้นงำน 5.ประยุกต์สำนสิ่งบรรจุ 2) ทักษะในศตวรรษที่ 21 หมำยถึง พฤติกรรมของนักเรียนที่แสดงออกถึงกำรมีทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดอย่ำงมีวิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำได้ ทักษะกำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม ทักษะควำมเข้ำใจในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมและกระบวนกำรคิดข้ำม และทักษะอำชีพและกำรเรียนรู้ จำกกำรเรียนกำรสอนโดยใช้ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ”
6 ส่วนที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้อง นวัตกรรมกำรจัดกำรเรียนรู้ เรื่อง ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำง ชื่อ” ได้ศึกษำเอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1) หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช 2551 ฉบับปรับปรุง พุทธศักรำช 2560 2) บริบทชุมชน ได้แก่ บริบทของโรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) และชุมชนบ้ำนวัดกุฏิ 3) งำนปูนปั้นของจังหวัดเพชรบุรี 4) ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3R8C) 5) ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ 2.1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560 (กระทรวงศึกษำธิกำร, 2560) 1.1 กำรพัฒนำคุณภำพผู้เรียนตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน มีกำรก ำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมำย สมรรถนะส ำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัด 8 กลุ่มสำระกำร เรียนรู้ รวมถึงกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน ซึ่งมีควำมเกี่ยวโยงสัมพันธ์กันดังนี้
7 2.2 บริบทของโรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชาสรรค์) และชุมชนบ้านวัดกุฏิ(ส ำนักศิลปำกรที่ 1 รำชบุรี,2564) “โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์)” เป็นโรงเรียนประถมศึกษำขนำดเล็ก สังกัดส ำนักงำนเขต พื้นที่ก ำ รศึกษ ำป ร ะถมศึกษ ำเพช รบุ รี เขต 1 ส ำนักง ำนคณะก ร รมกำ รก ำ รศึกษ ำขั้นพื้นฐำน กระทรวงศึกษำธิกำร ตั้งอยู่ที่ หมู่ 6 ต ำบลท่ำแร้ง อ ำเภอบ้ำนแหลม จังหวัดเพชรบุรี ก่อตั้ง เมื่อวันที่ 1 ธันวำคม พ.ศ. 2465 บนที่ดินรำชพัสดุ ที่ดินของวัด ที่ดินบริจำค รวม เนื้อที่ 4 ไร่ 2 งำน 70 ตำรำงวำ โดยหลวงบริบำล นิคมเขต โดยมีนำยเกื้อกูล นิวำศบุตร เป็นครูใหญ่ พระอธิกำรพยัคฆนันโท เจ้ำอำวำสวัด กุฏิ เป็นผู้อุปกำระใช้ศำลำกำรเปรียญเป็นที่เรียน จัดสอนชั้นเตรียมประถมศึกษำ ถึงชั้น ประถมศึกษำปีที่ 3 ปี พ.ศ. 2484 ทำงรำชกำรโอนท้องถิ่นที่ส่วนหนึ่งเป็นของอ ำเภอเมืองเพชรบุรี ไปขึ้นกับอ ำเภอบ้ำนแหลม โรงเรียนจึงได้ชื่อว่ำประชำบำลบ้ำนแหลม ต ำบลท่ำแร้ง ปี พ.ศ.2500 เปิดสอนชั้น ป.1 ถึง ป.4 ใช้ชื่อใหม่ว่ำ โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ปัจจุบัน โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) เปิดสอน ตั้งแต่ ระดับชั้นอนุบำลปีที่ 2 ถึงชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 มีผู้บริหำรโรงเรียน 1 คน ครูประจ ำกำรทั้งสิ้น 5 คน นักกำร ภำรโรง 1 คน โรงเรียนวัดกุฏิ(นันทวิเทศประชำสรรค์) เป็นชุมชนสองศำสนำ ได้แก่ ศำสนำพุทธและศำสนำอิสลำม แม้ว่ำศำสนำประจ ำโรงเรียนจะเป็นศำสนำพุทธและโรงเรียนได้รับกำรอุปกำระจำกวัดกุฏิ (ท่ำแร้ง) แต่นักเรียน ของโรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) กว่ำร้อยละ 80 คือผู้ที่นับถือศำสนำอิสลำม ท ำให้โรงเรียนต้อง ปรับเปลี่ยนรูปแบบกำรด ำเนินกำรต่ำงๆ ของโรงเรียนให้เหมำะสมกับบริบทของผู้เรียน ไม่ว่ำจะเป็นเรื่องกำรท ำ กิจกรรมทำงศำสนำที่มีทั้งศำสนำพุทธและศำสนำอิสลำม กำรจัดเมนูอำหำรที่สำมำรถรับประทำนได้ ทุกศำสนำ และกำรจัดกิจกรรมต่ำงๆ ที่ค ำนึงถึงควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคลและควำมละเอียดอ่อนทำงศำสนำ เป็นส ำคัญ 2.3 งานปูนปั้นเมืองเพชรกับโรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชาสรรค์) งำนปูนปั้นเป็นศิลปะที่มีควำมเกี่ยวข้องและผูกพันกับชำวเพชรบุรีมำตั้งแต่สมัยทวำรวดีมักจะปรำกฏ ตำมถำวรวัตถุและปั้นประดับศำสนสถำนในทำงศำสนำ เช่น พระพุทธรูป เทวรูป ฐำนพระประธำน หน้ำบัน ซุ้มประตูหน้ำต่ำงพระอุโบสถ วิหำร ฯลฯ เมื่อส ำรวจแหล่งเรียนรู้ในชุมชนแล้ว พบว่ำ วัดกุฏิ(ท่ำแร้ง) เป็น โบรำณสถำนที่เก่ำแก่มำตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยำ ภำยในวัดมีศิลปกรรมทั้งอุโบสถและเจดีย์รำยที่เกี่ยวข้องกับ งำนปูนปั้นของจังหวัดเพชรบุรี วัดกุฏิ(ท่ำแร้ง) จึงนับเป็นแหล่งเรียนรู้อันทรงคุณค่ำที่อยู่ใกล้โรงเรียน อย่ำงไรก็ ตำมกำรคลี่คลำยของอัตลักษณ์และคุณค่ำของงำนสำยสกุลช่ำงปูนปั้นเพชรบุรีที่ส ำคัญอย่ำงหนึ่ง คือ คนใน ท้องที่เองไม่สนใจกำรสืบสำน รูปแบบวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยเหตุนี้ส่งผลให้คนรุ่นใหม่สนใจงำนปูนปั้น น้อยลง และขำดช่วงในกำรสืบทอดควำมรู้ด้ำนศิลปะงำนปูนปั้น จึงจ ำเป็นอย่ำงยิ่งที่จะต้องปลูกฝังคุณค่ำของ
8 ศิลปวัฒนธรรมงำนสำยสกุลช่ำงเพชรบุรีแก่เยำวชนจึงเป็นกำรสร้ำงช่ำงและผู้เสพงำนที่รู้ซึ้งในคุณค่ำของงำน ช่ำงในท้องถิ่นของตน เกิดเป็นกำรลงมือปฏิบัติ (Action) และเกิดกำรเปลี่ยนแปลงทำงพฤติกรรมของผู้เข้ำร่วม กิจกรรม (ปวลักขิ์ สุรัสวดี,2554) ซึ่งนับเป็นโอกำสที่ดีของนักเรียนโรงเรียนวัดกุฏิ(นันทวิเทศประชำสรรค์) เป็นอย่ำงยิ่งที่คุณครูสรำญทิพย์ เอมโอษฐ บุตรสำวของอำจำรย์ทองร่วง เอมโอษฐ ศิลปินแห่งชำติสำขำ ทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์-ศิลปะปูนปั้น) เป็นผู้ที่ริเริ่มกำรน ำงำนปูนปั้นมำถ่ำยทอดให้กับนักเรียนผ่ำนกิจกรรม ชมรม ส่งผลให้นักเรียนได้มีโอกำสเรียนรู้กับเครือข่ำยครูภูมิปัญญำท้องถิ่นด้ำนงำนปูนปั้นอย่ำงต่อเนื่อง และ สร้ำงเยำวชนเข้ำร่วมกำรประกวดงำนปูนปั้น จนได้รับรำงวัลระดับประเทศมำกมำย 2.4 ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3R8C) 1. พื้นฐำนกำรเรียนรู้สำระวิชำหลัก ได้แก่ ทักษะกำรอ่ำน (Reading) ทักษะกำรเขียน (Writing) และทักษะกำรค ำนวณ (Arithmetic) ถือเป็นทักษะพื้นฐำนที่มีควำมจ ำเป็นที่จะท ำให้รู้และเข้ำใจ ในสำระเนื้อหำของ 8 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ ที่แสดงควำมเป็นสำระวิชำหลักของทักษะเพื่อ ด ำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ ภำษำแม่และภำษำโลก ศิลปะ คณิตศำสตร์ เศรษฐศำสตร์ วิทยำศำสตร์ ภูมิศำสตร์ ประวัติศำสตร์ และรัฐควำมเป็นพลเมืองดี ซึ่งหลักสูตรกำรศึกษำขั้น พื้นฐำนได้จัดท ำสำระเนื้อหำได้ครบคุมทั้ง 8 กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ 2. ทักษะด้ำนกำรคิดอย่ำงมีวิจำรญำณและทักษะในกำรแก้ปัญหำ (Critical Thinking and Problem Solving) 3. ทักษะด้ำนกำรสร้ำงสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) 4. ทักษะด้ำนควำมเข้ำใจควำมต่ำงวัฒนธรรมต่ำงกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding) 5. ทักษะด้ำนควำมร่วมมือกำรท ำงำนเป็นทีม และภำวะผู้น ำ (Collaboration, Teamwork and Leadership) 6. ทักษะด้ำนกำรสื่อสำรสนเทศ และรู้เท่ำทันสื่อ (Communications, Information, and Media Literacy) 7. ทักษะด้ำนคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสื่อสำร (Computing and ICT Literacy) 8. ทักษะอำชีพ และทักษะกำรเรียนรู้ (Career and Learning Skills) 9. ควำมมีเมตตำกรุณำ มีวินัย คุณธรรม และจริยธรรม (Compassion)
9 ทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตกำรวิจัยมีดังนี้ 2.4.1) ทักษะการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และสามารถแก้ไขปัญหาได้ หมำยถึง กำรคิดอย่ำงมีเหตุผล กำรคิดวิเครำะห์ หรือกำรใช้วิจำรณญำณในกำรคิดเรื่องต่ำงๆ เป็นกำร วิเครำะห์ข้อเท็จจริงเพื่อท ำควำมเข้ำใจปัญหำหรือเรื่องรำวอย่ำงละเอียด โดยทั่วไปกระบวนกำรคิดอย่ำงมี เหตุผล (Critical Thinking) จะรวมถึงขั้นตอนต่ำงๆ เช่น กำรรวบรวมข้อมูล ข้อมูลจำกกำรถำมค ำถำม และ วิเครำะห์วิธีแก้ปัญหำ ประกอบด้วย 1.ทักษะกำรสังเกต กำรสังเกตเป็นจุดเริ่มต้นของทักษะกำรคิดวิเครำะห์ คนที่ช่ำงสังเกตสำมำรถรับรู้และระบุปัญหำใหม่ได้ อย่ำงรวดเร็ว สำมำรถเข้ำใจว่ำเหตุใดสิ่งนั้นอำจเป็นปัญหำได้ และบำงครั้งพวกเขำสำมำรถคำดเดำได้ว่ำ ปัญหำ อำจเกิดขึ้นเมื่อใดก่อนที่มันจะเกิดขึ้นตำมประสบกำรณ์ของพวกเขำ 2.ทักษะกำรวิเครำะห์ เมื่อสำมำรถระบุปัญหำได้แล้ว ทักษะกำรวิเครำะห์จึงจะเข้ำมำมีบทบำท ควำมสำมำรถในกำร วิเครำะห์และประเมินสถำนกำรณ์อย่ำงมีประสิทธิผล รู้ว่ำอะไรเป็นข้อเท็จจริงหรืออะไรเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ ปัญหำที่ส ำคัญ ซึ่งกำรวิเครำะห์นี้มักรวมไปถึงกำรรวบรวมกำรวิจัยที่เป็นกลำง กำรถำมค ำถำมที่เกี่ยวข้องกับ ข้อมูล เพื่อให้แน่ใจว่ำข้อมูลเหล่ำนั้นถูกต้องและเป็นกลำง 3.ทักษะกำรอนุมำน เป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับกำรสรุป เป็นกำรสรุปข้อมูลที่คุณได้รวบรวมซึ่งอำจต้องใช้ควำมรู้ ควำมสำมำรถ หรือประสบกำรณ์เฉพำะของเรื่องนั้นๆด้วย เพรำะเมื่อคุณท ำกำรอนุมำนหรือท ำกำรสรุป นั่น หมำยควำมว่ำคุณก ำลังแสดงค ำตอบโดยอำศัยข้อมูลที่มีอยู่จ ำกัด เช่น ช่ำงซ่อมรถอำจต้องอนุมำนว่ำ อะไรเป็น สำเหตุที่ท ำให้เครื่องยนต์รถหยุดท ำงำนตำมข้อมูลเท่ำที่มีอยู่ ซึ่งหำกเป็นช่ำงซ่อมรถที่มีประสบกำรณ์ก็จะ สำมำรถอนุมำนได้ทันทีตำมข้อมูลที่มีอยู่ว่ำปัญหำคืออะไร 4.ทักษะกำรสื่อสำร ทักษะกำรสื่อสำร มีควำมส ำคัญเมื่อต้องอธิบำยและอภิปรำยปัญหำและแนวทำงแก้ไขที่เป็นไปได้กับ เพื่อนร่วมงำนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียคนอื่น ๆ ซึ่งทักษะกำรสื่อสำรเป็นทักษะที่ทุกคนต้องมีและต้องประยุกต์ใช้ ได้กับทุกสถำนกำรณ์รวมถึงกำรคิดวิเครำะห์ หรือ Critical Thinking ด้วย เพรำะไม่เพียงแต่หำทำงแก้ไขปัญหำ ได้เท่ำนั้น คุณต้องสำมำรถสื่อสำรหรือถ่ำยทอดให้ผู้ร่วมด ำเนินกำรเข้ำใจสิ่งที่คุณต้องกำรสื่อสำรจริงๆด้วย 5.ทักษะกำรแก้ปัญหำ ขั้นตอนสุดท้ำยคือ ด ำเนินกำรแก้ไขปัญหำ ซึ่งต้องใช้ทักษะกำรคิดวิเครำะห์เพื่อน ำวิธีแก้ปัญหำที่ดี ที่สุดไปใช้ และท ำควำมเข้ำใจว่ำกำรแก้ปัญหำนั้นได้ผลตำมเป้ำหมำยหรือไม่
10 2.4.2) ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม หมำยถึง กระบวนกำรคิดในแนวสร้ำงสรรค์เพื่อสร้ำงนวัตกรรมสิ่งใหม่ๆ ที่สำมำรถแก้ปัญหำของ ผู้ใช้งำนได้ เช่น นวัตกรรมทำงบริกำรหรือผลิตภัณฑ์ โดยประโยชน์ของกำรคิดเชิงนวัตกรรมได้แก่กำรเพิ่ม คุณค่ำให้กับผลิตภัณฑ์ กำรเพิ่มควำมสำมำรถในกำรแข่งขันให้กับองค์กร และกำรเพิ่มประสิทธิภำพกำรท ำงำน จำกทฤษฎีโครงสร้ำงทำงปัญญำของกิลฟอร์ด ได้แบ่งองค์ประกอบของกำรคิดสร้ำงสรรค์โดยทั่วไปว่ำมี 4 องค์ประกอบ คือ 1. กำรคิดริเริ่ม หมำยถึง ลักษณะควำมคิดแปลกใหม่ แตกต่ำงจำกควำมคิดธรรมดำ หรือควำมคิด ง่ำย ๆ ที่เป็นควำมคิดที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม 2. กำรคิดคล่องแคล่ว หมำยถึง เป็นควำมคิดในเรื่องเดียวกันที่ไม่ซ้ ำกัน ในองค์ประกอบนี้ควำมคิดจะ โลดแล่นออกมำมำกมำย 3. กำรคิดยืดหยุ่น หมำยถึง ประเภทหรือแบบของควำมคิด ที่พยำยำมคิดได้หลำยอย่ำงต่ำงๆ กันหรือ ควำมคิดยืดหยุ่น ด้ำนกำรดัดแปลงสิ่งต่ำง ๆ มำใช้ให้เกิดประโยชน์ 4. กำรคิดละเอียดละออ เป็นควำมคิดที่ต้องท ำด้วยควำมระมัดระวัง และมีรำยละเอียดที่สำมำรถท ำ ให้ควำมคิดสร้ำงสรรค์นั้นสมบูรณ์ขึ้นได้ 2.4.3) ทักษะความเข้าใจในความแตกต่างของวัฒนธรรมและกระบวนการคิดข้ามวัฒนธรรม หมำยถึง กำรตระหนักรู้ เข้ำใจและยอมรับควำมแตกต่ำงที่หลำกหลำย ทั้งกำรเลี้ยงดูจำกครอบครัว สังคม และวัฒนธรรม ท ำให้สำมำรถตอบสนองต่อกำรท ำงำน และพัฒนำควำมสัมพันธ์กับคนในองค์กรได้อย่ำง มีประสิทธิภำพ ประกอบด้วย 1. ทักษะระหว่ำงบุคคล (Interpersonal skills) ได้แก่ ควำมสำมำรถในกำรเข้ำถึงและสัมพันธภำพกับ สมำชิกของวัฒนธรรมเจ้ำบ้ำน รับรู้และจัดกำรกับควำมขัดแย้งอย่ำงมีประสิทธิภำพ ควำมเต็มใจที่จะรักษำกำร ติดต่อกับผู้อื่นแม้ในขณะที่กำรสื่อสำรเป็นเรื่องยำกมีควำมเข้ำอกเข้ำใจถึงควำมแตกต่ำงมีกำรตอบสนองที่ รวดเร็วต่อควำมแตกต่ำงริเริ่มและมีส่วนร่วมในกำรสนทนำอย่ำงเปิดเผยกับเพื่อนและเพื่อนร่วมงำนเกี่ยวกับ วัฒนธรรมเจ้ำบ้ำน 2. ทักษะด้ำนข้อมูลเนื้อหำ (Information skills) ได้แก่ รู้ถึงประวัติควำมเป็นมำทำงวัฒนธรรมและ เหตุผลในกำรแสดงออกทำงวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม เมื่ออยู่ในสถำนกำรณ์ที่ต้องแสดงออกถึงกำรกระท ำ บำงอย่ำงแล้วเกิดควำมสงสัยก็สำมำรถที่จะถำมค ำถำมได้รับรู้และตีควำมพฤติกรรมที่แสดงออก โดยเฉพำะ กำรสื่อสำรทำงด้ำนอวัจนภำษำเปลี่ยนแปลงวิธีกำรสื่อเพื่อเป็นกำรตอบสนองต่อกำรสื่อสำรโดยปรำศจำกค ำพูด ที่บุคคลอื่นแสดงออกมำ
11 3. ทักษะกำรคิดวิเครำะห์แบบแยกแยะ (Analytical skills) ได้แก่ ควำมรู้เกี่ยวกับภำษำ สัญลักษณ์ หรือวัจนภำษำในรูปแบบต่ำงๆรวมถึงกำรเขียนภำษำของประเทศเจ้ำบ้ำนแสดงให้เห็นถึงควำมคล่องแคล่วใน กำรใช้ภำษำของประเทศเจ้ำบ้ำน 4. ทักษะด้ำนกำรกระท ำ (Action Skills) ได้แก่ เข้ำใจกำรกระท ำอำจเกิดขึ้นด้วยควำมตั้งใจหรือไม่ ตั้งใจ มีวิธีกำรง่ำยๆ ในกำรเข้ำถึงและมีปฏิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้ำ ควำมสำมำรถในกำรจัดกำรรำยละเอียด ของงำน ซึ่งรวมไปถึงรักษำควำมสำมัคคีภำยในกลุ่ม สื่อสำรควำมหมำยโดยนัยของกำรกระท ำของตนเองกับ ผู้อื่นในองค์กร 5. ทักษะด้ำนกำรปรับตัว (Adaptive skills) ได้แก่ มองเห็นควำมเปลี่ยนแปลงจำกหลำยแง่มุม สำมำรถอธิบำยมุมมองต่อกำรเปลี่ยนแปลงในประเด็นใดประเด็นหนึ่งได้เข้ำใจอำรมณ์และบุคลิกภำพของ ตัวเองและของคนอื่น แสดงควำมรู้สึกส่วนตัด้วยวิธีกำรที่เหมำะสมและไม่เป็นอันตรำย 2.4.4) ทักษะอาชีพและการเรียนรู้ หมำยถึง ควำมสำมำรถที่บุคคลใช้ควำมรู้ควำมคิดเพื่อแก้ปัญหำ สำมำรถอยู่ร่วมในสังคมที่มีควำม หลำกหลำยด้ำนวัฒนธรรมที่แตกต่ำงเพื่อด ำรงชีวิตและเตรียมวำงแผนเพื่อกำรประกอบอำชีพในอนำคต ส ำหรับยุคที่มีกำรแข่งชันด้ำนข้อมูลข่ำวสำรและเทคโนโลยีซึ่งทักษะชีวิตและอำชีพมี 5 ด้ำน (Framework for 21st Century Leamning, 2009) ดังนี้ 1. ควำมยืดหยุ่นและควำมสำมำรถในกำรปรับตัว คือ กำรมีทักษะด้ำนกำรปรับตัวในบริบทต่ำงๆ ที่ แตกต่ำงกันไป สำมำรถท ำงำนในสถำนกำรณ์ที่ควำมไม่แน่นอน รู้จักควำมยืดหยุ่นในกำรท ำงำน มีแนวคิดเชิง บวกทั้งกำรติชม และยกย่อง มีควำมยุติธรรม เสมอภำค เพื่อกำรเปลี่ยนแปลงให้งำนส ำเร็จลุล่วงอย่ำง สร้ำงสรรค์ 2. ควำมคิคริเริ่มและกำรชี้น ำตนเอง เป็นกำรพัฒนำผู้เรียนรู้จักกำรจัดกำรเป้ำหมำยและเวลำ เพื่อ ล ำดับภำรกิจในระยะสั้นและระยะยำว เพื่อเป็นกำรใช้เวลำให้เกิดประสิทธิภำพมำกที่สุดในกำรท ำงำน รู้จักกำร จัดล ำดับดับควำมส ำคัญ ควำมถูกต้อง กับกับติดตำมงำน มีกำรพัฒนำตนเองต้ำนทักษะ ด้ำนควำมรู้ เพื่อเพิ่ม ควำมช ำนำญพัฒนำไปสู่ควำมเชี่ยวชำญ แบ่งประสบกำรณ์ที่มีเพื่อกำรเกิดแนวคิดใหม่พัฒนำงำนให้เกิด ควำมก้ำวหน้ำไปสู่อนำคต 3.ทักษะทำงสังคมและกำรเรียนรู้ข้ำมวัฒนธรรม คือ กำรปฏิสัมพันธ์อยู่ร่วมกันกำรเรียนรู้กำรท ำงำน ในสภำพที่มีควำมแตกต่ำงทำงวัฒนธรรมอย่ำงมีประสิทธิภำพ รู้จังหวะ เวลำกำรพูดกำรพึงในโอกำสต่ำงๆ ยอมรับและเคำรพในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรม เห็นคุณค่ำในควำมแตกต่ำงนั้นและสำมำรถผลักดันส่งเสริม ควำมแตกต่ำงให้เกิดเป็นวัฒนธรรม แนวคิด หรือนวัตกรรมใหม่อย่ำงเกิดประโยชน์มีคุณค่ำ
12 4.กำรเพิ่มผลผลิตและควำมรู้รับผิด คือ กำรจัดกำรบริหำรงำนในควำมรับผิดชอบให้ไปสู่เป้ำหมำยได้ ส ำเร็จ แม้จะมีอุปสรรคหรือแรงกดดัน มีกำรวำงแผนงำน ก ำหนดเป้ำหมำย กำรสร้ำงผลงำนที่ได้คุณภำพ ท ำงำนเป็นทีมหรือท ำงำนที่หลำกหลำยได้ในเวลำเดียวกัน มีมำรยำท ขยันขันแข็ง กำรติดต่อประสำนงำนที่มี ประสิทธิภำพ ชื่นชมต่อผลงำนที่เกิดขึ้น 5.ควำมเป็นผู้น ำและควำมรับผิดชอบ กล่ำวได้ว่ำ กำรเป็นแบบอย่ำงและกำรให้ค ำแนะน ำหรือแนะ แนวทำงให้กับผู้อื่นเพื่อให้บรรลุเป้ำหมำย ภำวะผู้น ำ คือ รับผิดชอบต่อตนเอง รับผิดชอบต่อกำรประสำนงำน ควำมร่วมมือ มีทักษะแก้ปัญหำ ทักษะมนุษยสัมพันธ์กำรประสำนงำน กำรเป็นแบบอย่ำงที่ดีมีคุณธรรม เสียสละ จำกกำรศึกษำงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยได้ก ำหนดพฤติกรรมที่แสดงออกถึงทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่ เกี่ยวข้องกับขอบเขตกำรวิจัยมีดังนี้ 1) ทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดอย่ำงมีวิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำได้ ประกอบด้วยกำร สังเกต กำรวิเครำะห์ กำรอนุมำน กำรสื่อสำร และกำรแก้ปัญหำ 2) ทักษะกำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม ประกอบด้วย กำรคิดริเริ่ม กำรคิดคล่องแคล่ว กำรคิดยืดหยุ่น และกำรคิดละเอียดละออ 3) ทักษะควำมเข้ำใจในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมและกระบวนกำรคิดข้ำมวัฒนธรรม ประกอบด้วย ทักษะระหว่ำงบุคคล ทักษะด้ำนข้อมูลเนื้อหำ ทักษะด้ำนกำรใช้ภำษำ ทักษะด้ำนกำรกระท ำ และ ทักษะด้ำนกำรปรับตัว 4) ทักษะอำชีพและกำรเรียนรู้ ประกอบด้วย ควำมยืดหยุ่นและควำมสำมำรถในกำรปรับตัว ควำมคิด ริเริ่มและกำรชี้น ำตนเอง กำรเพิ่มผลผลิตและควำมรู้รับผิด ควำมเป็นผู้น ำและควำมรับผิดชอบ 2.5) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 2.5.1) ความหมายของชุดกิจกรรม ชุดกำรเรียนหรือชุดกิจกรรม มำจำกค ำว่ำ Instructional Packages หรือ Learning Packages เดิม ทีเดียวมักใช้ค ำว่ำ ชุดกำรสอน เพรำะเป็นสื่อที่ครูน ำมำใช้ประกอบกำรสอนแต่ต่อมำแนวคิดในกำรจัดกำรเรียน กำรสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส ำคัญได้เข้ำมำมีบทบำทมำกขึ้นนักกำรศึกษำจึงเปลี่ยนมำใช้ค ำว่ำชุดกำรเรียน เพรำะ กำรเรียนรู้เป็นกิจกรรมของนักเรียนและกำรสอนเป็นกิจกรรมของครูและนักเรียนจะต้องเกิดคู่กัน (บุญเกื้อ ควรหำเวชม,2542) และในกำรวิจัยผู้วิจัยใช้แบบฝึกซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งของชุดกิจกรรม ดังนั้นกำรท ำกิจกรรม ต่ำงๆ ในชุดแบบฝึกก็คือกำรท ำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกำรเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งมีผู้ให้ควำมหมำยของชุด กิจกรรมไว้ดังนี้
13 ด ำรงศักดิ์ มีวรรณ์ (2552) สรุปไว้ว่ำ ชุดกิจกรรม คือ กำรจัดประสบกำรณ์เรียนรู้ให้กับผู้เรียน ให้ ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้แก้ปัญหำด้วยตนเอง มีอิสระในกำรเรียนรู้ โดยใช้แหล่งกำรเรียนรู้ที่หลำกหลำย โดยครู ต้องเป็นผู้วำงแผน ก ำหนดเป้ำหมำยวัตถุประสงค์กำรเรียนรู้ สิ่งที่ต้องกำรผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้และในกำรจัด กิจกรรมกำรเรียนรู้โดยครูมีหน้ำที่ให้ค ำปรึกษำ นพคุณ แดงบุญ (2552) สรุปไว้ว่ำ ชุดกิจกรรม หมำยถึง สื่อกำรสอนที่ผู้สอน สร้ำงขึ้นประกอบด้วยสื่อ วัสดุอุปกรณ์หลำยชนิดประกอบเข้ำกันเป็นชุด เพื่อเกิดควำมสะดวกต่อ กำรใช้ในกำรเรียนกำรสอน และท ำให้ กำรเรียนกำรสอนบรรลุผลตำมเป้ำหมำยของกำรเรียนรู้ทั้งด้ำนควำมรู้ด้ำนทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ และเจตคติต่อวิทยำศำสตร์ ประเสริฐ ส ำเภำรอด (2552) สรุปไว้ว่ำ ชุดกิจกรรม หมำยถึง ชุดกำรเรียนกำรสอนประเภทสิ่งตีพิมพ์ และกิจกรรมที่เน้นให้ผู้เรียนท ำกิจกรรมด้วยกระบวนกำรกลุ่ม ประกอบด้วย 9 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ชื่อ กิจกรรม 2) ค ำชี้แจง 3) จุดประสงค์ 4) เวลำที่ใช้ 5) วัสดุอุปกรณ์6) เนื้อหำและใบควำมรู้ 7) สถำนกำรณ์ 8) กิจกรรม 9) แบบทดสอบท้ำยกิจกรรม สรุปได้ว่ำ ชุดกิจกรรม หมำยถึง สื่อกำรสอนที่ผู้สอนสร้ำงขึ้นเพื่อจัดประสบกำรณ์ให้แก่นักเรียนโดย เน้นกิจกรรมที่ให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยตนเองผ่ำนสื่อหรืออุปกรณ์ที่มีควำมหลำกหลำย 2.5.2) ประเภทของชุดกิจกรรม จำกประเภทของชุดกิจกรรมมีผู้รู้หลำยท่ำนได้จัดประเภทของชุดกิจกรรมไว้ ดังนี้ นิภำ เพชรสม และคณะวิจัยของคณะครุศำสตร์ สถำบันรำชภัฏเพชรบุรี (2545) และปริญญ์ พวง นัดดำ (2544) ได้จัดประเภทของชุดกิจกรรมเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1) ชุดกิจกรรมประกอบค ำบรรยำย เป็นชุดกำรเรียนรู้ที่ก ำหนดกิจกรรมและสื่อกำรสอนให้ครูได้ใช้ ประกอบค ำบรรยำย เพื่อเปลี่ยนบทบำทของครูให้พูดน้อยลงลงและเปิดโอกำสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรม มำกขึ้น เรียกว่ำ ชุดกำรสอนส ำหรับครูจะมีเนื้อหำอย่ำงเดียว โดยแบ่งเป็นหัวข้อที่จะบรรยำยประกอบกิจกรรม ได้ตำมล ำดับขั้น สื่ออำจเป็นแผ่นค ำสอนชุดกำรเรียน แผนภูมิ แผ่นภำพ สไลด์ประกอบเสียงบรรยำยในเทป ภำพยนตร์ โทรทัศน์และกิจกรรมกลุ่มเพื่อให้ผู้เรียนได้อภิปรำยปัญหำตำมหัวข้อที่ครูก ำหนดให้ 2) ชุดกิจกรรมส ำหรับกลุ่ม ยึดระบบกำรผลิตสื่อกำรสอนตำมหน่วยและหัวเรื่องที่จะเปิดโอกำสให้ ผู้เรียนได้ประกอบกิจกรรมร่วมกันในห้องเรียนแบบศูนย์กำรเรียน ชุดกำรเรียนรู้ส ำหรับกิจกรรมกลุ่ม ประกอบด้วยชุดย่อยตำมจ ำนวนศูนย์ที่แบ่งไว้ในแต่ละหน่วย ในแต่ละศูนย์มีสื่อหรือบทเรียนครบตำมจ ำนวน ผู้เรียนในกิจกรรมนั้น ๆ สื่อที่ใช้จัดไว้ในรูปสื่อประสมอำจเป็นสื่อรำยบุคคลหรือสื่อส ำหรับกลุ่มที่เรียนทั้งศูนย์ จะใช้ร่วมกันได้ ผู้เรียนที่เรียนจำกชุดกำรเรียนรู้ต้องกำรควำมช่วยเหลือจำกครูเพียงเล็กน้อยในระยะเริ่มแรก
14 เท่ำนั้น หลังจำกนั้นผู้เรียนสำมำรถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ระหว่ำงประกอบกิจกรรม หำกมีปัญหำสำมำรถ ซักถำมครูได้ 3) ชุดกิจกรรมเป็นรำยบุคคล เป็นชุดกำรเรียนรู้ที่จัดระบบขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนด้วยตนเอง ตำมล ำดับขั้นที่ระบุไว้ เมื่อมีปัญหำระหว่ำงเรียน ผู้เรียนสำมำรถปรึกษำกันได้กำรช่วยเหลือผู้สอนก็พร้อมที่จะ ให้กำรช่วยเหลือทันทีในฐำนะผู้ประสำนงำน ชุดกิจกรรมรำยงำนบุคคลสำมำรถฝึกฝน และส่งเสริมนิสัยของ ผู้เรียนในกำรแสวงหำควำมรู้ด้วยตนเองเป็นอย่ำงดี บุญเกื้อ ควรหำเวช (2542) ได้แบ่งประเภทของชุดกิจกรรมเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1) ชุดกิจกรรมประกอบค ำบรรยำย เป็นชุดกิจกรรมส ำหรับผู้สอนที่ต้องกำรปูพื้นฐำนให้ ผู้เรียนส่วนใหญ่ได้รู้และเข้ำใจในเวลำเดียวกัน มุ่งในกำรขยำยเนื้อหำสำระให้ชัดเจนขึ้นชุดกิจกรรม แบบนี้จะช่วยให้ผู้สอนลดกำรพูดให้น้อยลงและเป็นกำรใช้สื่อกำรสอนที่มีพร้อมอยู่ในชุดกิจกรรมในกำรเสนอ เนื้อหำมำกขึ้นสื่อที่ใช้อำจได้แก่ รูปภำพ แผนภูมิหรือกิจกรรมที่ก ำหนดไว้เป็นต้น 2) ชุดกิจกรรมแบบกลุ่มกิจกรรม เป็นชุดกิจกรรมส ำหรับให้ผู้เรียนร่วมกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประมำณ 5- 7 คน โดยใช้สื่อกำรสอนที่บรรจุไว้ในชุดกิจกรรมแต่ละชุด มุ่งที่จะฝึกทักษะในเนื้อหำวิชำที่เรียนและผู้เรียนมี โอกำสท ำงำนร่วมกัน ชุดกิจกรรมชนิดนี้มักจะใช้สอนในกำรสอน แบบกิจกรรมกลุ่ม เช่น กำรสอนแบบศูนย์กำร เรียน เป็นต้น 3) ชุดกิจกรรมแบบรำยบุคคลหรือชุดกิจกรรมตำมเอกัตภำพ เป็นชุดกิจกรรมส ำหรับเรียนด้วยตนเอง เป็นรำยบุคคล คือ ผู้เรียนจะต้องศึกษำหำควำมรู้ตำมควำมสำมำรถและควำมสนใจของตนเอง อำจเรียนที่ โรงเรียนหรือที่บ้ำนก็ได้ ส่วนมำกมักจะมุ่งให้ผู้เรียนได้ท ำควำมเข้ำใจเนื้อหำวิชำที่เรียนเพิ่มเติมผู้เรียนสำมำรถ จะประเมินผลกำรเรียนด้วยตนเองได้ด้วยชุดกิจกรรม ชุดกิจกรรมชนิดนี้อำจจะจัดในลักษณะของหน่วยกำร สอนส่วนย่อย สรุปได้ว่ำ ประเภทของชุดกิจกรรม ได้แก่ ชุดกิจกรรมประกอบค ำบรรยำย ชุดกิจกรรมแบบกลุ่ม กิจกรรม และชุดกิจกรรมแบบรำยบุคคล 2.5.3) องค์ประกอบของชุดกิจกรรม ในกำรสร้ำงชุดกิจกรรม เพื่อนำมำใช้ในกำรจัดกำรเรียนรู้ในวิชำต่ำง ๆ ผู้สร้ำงจะต้องศึกษำ องค์ประกอบของชุดกิจกรรมว่ำมีองค์ประกอบอะไรบ้ำง เพื่อจะได้นำมำก ำหนดองค์ประกอบของชุดกิจกรรมที่ สร้ำงขึ้น ในกำรศึกษำครั้งนี้ได้ท ำกำรศึกษำองค์ประกอบของชุดกิจกรรม จำกองค์ประกอบของชุดกิจกรรมจำก องค์ประกอบของชุดกิจกรรมที่นักกำรศึกษำหลำยท่ำนได้กล่ำวถึงองค์ประกอบของชุดกำรสอนไว้ดังนี้ ชัยยงค์ พรหมวงศ์ (2545) ได้ล ำดับขั้นตอนในกำรพัฒนำชุดกิจกรรมที่ส ำคัญ 10 ขั้นตอน ดังนี้
15 1. หมวดหมู่ เนื้อหำ และประสบกำรณ์ อำจก ำหนดเป็นหมวดวิชำหรือบูรณำกำรเป็นแบบสห วิทยำกำรตำมที่เห็นเหมำะสม 2. ก ำหนดหน่วยกำรสอน แบ่งเนื้อหำออกเป็นหน่วยกำรสอนโดยประมำณ เนื้อหำวิชำที่จะถ่ำยทอด ควำมรู้แก่นักเรียนได้ในหนึ่งสัปดำห์หรือหนึ่งครั้ง 3. ก ำหนดหัวเรื่อง ผู้สอนต้องถำมตัวเองในกำรสอนแต่ละหน่วยควรให้ประสบกำรณ์แก่ผู้เรียน อะไรบ้ำง แล้วก ำหนดออกมำ 4-5 หัวเรื่อง 4. ก ำหนดมโนทัศน์และหลักกำร มโนทัศน์และหลักกำรที่ก ำหนดจะต้องสอดคล้องกับหน่วยและหัว เรื่อง โดยสรุปแนวคิด สำระและหลักเกณฑ์ส ำคัญไว้ เพื่อเป็นแนวทำงกำรจัดเนื้อหำมำสอนให้สอดคล้องกัน 5. ก ำหนดจุดประสงค์ให้สอดคล้องกับหัวเรื่อง เป็นจุดประสงค์ทั่วไปก่อนแล้วเปลี่ยนเป็นจุดประสงค์ เชิงพฤติกรรม ที่มีเงื่อนไขและเกณฑ์กำรเปลี่ยนพฤติกรรม 6. กิจกรรมกำรเรียนกำรสอนให้สอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ซึ่งเป็นแนวทำง กำรเลือกและ กำรผลิตสื่อกำรเรียนกำรสอน “ กิจกรรมกำรเรียน” หมำยถึงกิจกรรมทุกอย่ำงที่ผู้เรียนปฏิบัติ เช่น กำรอ่ำน กำรท ำกิจกรรมตำมใบงำน ตอบค ำถำม เขียนภำพ เล่นเกม เป็นต้น 7. ก ำหนดแบบประเมิน ต้องประเมินผลให้ตรงกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม โดยใช้แบบทดสอบอิง เกณฑ์ เพื่อให้ผู้สอนทรำบค่ำหลังผ่ำนกิจกรรมมำเรียบร้อยแล้วผู้เรียนได้เปลี่ยนพฤติกรรมกำรเรียนรู้ตำม จุดประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ 8. เลือกและผลิตสื่อกำรเรียนกำรสอน วัสดุ อุปกรณ์ และวิธีกำรที่ครูใช้ คือเป็นสื่อกำรสอนทั้งสิ้น เมื่อ ผลิตสื่อกำรสอนของแต่ละหัวเรื่องแล้ว ก็จัดสื่อกำรสอนเหล่ำนั้นไว้เป็นหมวดหมู่น ำไปทดลองหำประสิทธิภำพ เรียกว่ำ “ชุดกิจกรรม” 9. หำประสิทธิภำพชุดกิจกรรม เพื่อเป็นกำรประกันว่ำ ชุดกิจกรรมที่สร้ำงขึ้นมีประสิทธิภำพในกำร สอนผู้สร้ำงต้องก ำหนดเกณฑ์ล่วงหน้ำ โดยค ำนึงหลักที่ว่ำ กำรเรียนรู้เป็นกระบวนกำรช่วยเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของผู้เรียนให้บรรลุผล กำรก ำหนดเกณฑ์ประสิทธิภำพของชุดกิจกรรมเป็น 90/90 80/80 หรือ 75/75 นั้น ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ได้ให้เหตุผลไว้ดังนี้ คือ เกณฑ์ 90/90และ 80/80 ส ำหรับเนื้อหำที่เป็นควำมรู้ ควำมจ ำ เกณฑ์ 75/75 ส ำหรับเนื้อหำวิชำ ด้ำนทักษะกระบวนกำร และทักษะเจตคติ เพรำะว่ำต้องใช้ ระยะเวลำในกำรฝึกฝนและพัฒนำ ไม่สำมำรถเปลี่ยนและวัดได้ทันทีที่เรียนเสร็จ และอำจพิจำรณำจำก สมรรถภำพของผู้เรียน คะแนนเฉลี่ยของผู้เรียนที่อยู่ในระดับต่ ำอำจจะตั้งเกณฑ์ต่ ำลงมำแต่ไม่ควรต่ ำกว่ำ 75/75 10. กำรใช้ชุดกิจกรรม ชุดกิจกรรมที่ได้ปรับปรุงแล้วและมีประสิทธิภำพตำมเกณฑ์ที่ตั้งไว้ สำมำรถ น ำไปสอนผู้เรียนได้ตำมประเภทของชุดกิจกรรม และตำมระดับกำรศึกษำ โดยก ำหนดขั้นตอนกำรใช้ดังนี้
16 1) ให้ผู้เรียนท ำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อพิจำรณำฟื้นควำมรู้เดิมของผู้เรียน 2) ขั้นน ำเข้ำสู่บทเรียน 3) ขั้นประกอบกิจกรรมกำรเรียน 4) ขั้นสรุปบทเรียนท ำแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อวัดพฤติกรรมกำรเรียนรู้หลังเรียนที่ เปลี่ยนไป ระพินทร์ โพธิ์ศรี (2550) กล่ำวว่ำ กำรสร้ำงชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ประกอบด้วยขั้นตอน หลัก ๆ 5 ขั้นดังนี้ 1. วิเครำะห์ปัญหำและควำมต้องกำรในกำรเรียนรู้ 2. ออกแบบชุดกิจกรรม 3. ตรวจสอบควำมถูกต้องของชุดกิจกรรมและแบบทดสอบหลังเรียน 4. ทดลองภำคสนำม 5. ทดลองหำประสิทธิภำพ นุสรำ จินเดหวำ (2556) ได้สรุปขั้นตอนกำรสร้ำงชุดกิจกรรม ดังนี้ 1. ศึกษำและวิเครำะห์เนื้อหำ 2. ก ำหนดหน่วยกำรสอน 3. ก ำหนดจุดประสงค์ให้สอดคล้องกับหัวเรื่อง 4. ก ำหนดควำมคิดรวบยอด 5. ก ำหนดกิจกรรมกำรเรียนกำรสอน 6. เลือกและผลิตสื่อกำรเรียนกำรสอน 7. ก ำหนดและประเมินผล 8. หำประสิทธิภำพชุดกิจกรรม สรุปได้ว่ำ องค์ประกอบของชุดกิจกรรม ได้แก่ ชื่อกิจกรรม วัตถุประสงค์ ทักษะในศตวรรษที่ 21 สมรรถนะ 5 ด้ำน อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ กิจกรรม ผลงำน/ชิ้นงำน วัดและประเมินผล 2.5.4 ประโยชน์ของชุดกิจกรรม ในกำรศึกษำประโยชน์ของชุดกิจกรรมครั้งนี้ ได้ศึกษำจำกประโยชน์ของชุดกิจกรรม ซึ่งในกำรใช้ชุด กิจกรรมเพื่อให้กำรจัดกำรเรียนรู้นั้น นักกำรศึกษำหลำยท่ำนได้กล่ำวถึงประโยชน์ของชุดกิจกรรมไว้ดังนี้ บุญเกื้อ ควรหำเวช (2542) ได้สรุปคุณค่ำและประโยชน์ของชุดกิจกรรมที่มีต่อกำรเรียนกำรสอนไว้ ดังนี้ 1. ช่วยเพิ่มประสิทธิภำพในกำรเรียนรู้ 2. ขจัดปัญหำกำรขำดแคลนครูช่วยลดภำระของครูผู้สอน
17 3. ช่วยให้ผู้เรียนจ ำนวนมำกได้รับควำมรู้แนวเดียวกัน 4. ช่วยให้ครูสำมำรถด ำเนินกำรสอนได้ตรงตำมวัตถุประสงค์ด้วยควำมมั่นใจ 5. ช่วยให้กิจกรรมกำรเรียนมีประสิทธิภำพ 6. ช่วยให้ครูวัดผลเด็กได้ตำมวัตถุประสงค์ 7. เปิดโอกำสให้ผู้เรียนใช้ควำมสำมำรถของตนเองได้อย่ำงเต็มที่ 8. ช่วยสร้ำงเสริมกำรเรียนอย่ำงต่อเนื่อง 9. ช่วยให้ผู้เรียนรู้จักเคำรพ นับถือ ควำมคิดเห็นของผู้อื่น ประเสริฐ ส ำเภำรอด (2552) ได้กล่ำวถึงประโยชน์ของชุดกิจกรรมสรุปได้ว่ำ ชุดกิจกรรมที่ใช้ในกำร เรียนกำรสอนช่วยเร้ำควำมสนใจให้นักเรียน ท ำให้ได้รู้จักกำรแสวงหำควำมรู้ควำมรู้ด้วยตนเอง ช่วยแก้ปัญหำ เรื่องควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล เพรำะชุดกิจกรรมสำมำรถช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตำมควำมสำมำรถ ควำม ถนัด ควำมสนใจ สร้ำงควำมพร้อม และควำมมั่นใจให้แก่ครูผู้สอนท ำให้ครูสอนได้เต็มประสิทธิภำพ สมจิต สวธไพบูลย์ (2535) ได้กล่ำวถึงข้อดีของชุดกิจกรรมไว้ดังนี้ 1. ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตำมอัตภำพและควำมสำมำรถของแต่ละบุคคล 2. ช่วยแก้ปัญหำกำรขำดแคลนครู 3. ใช้สอนซ่อมเสริมให้กับนักเรียนที่เรียนไม่ทัน 4. ช่วยเพิ่มประสิทธิภำพในกำรอ่ำน 5. ช่วยไม่ให้เกิดควำมเบื่อหน่ำยจำกกำรเรียนที่ต้องทบทวนซ้ ำซำก 6. สนองควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล ไม่จ ำเป็นต้องเรียนพร้อมกัน 7. นักเรียนตอบผิดไม่มีผู้เยำะเย้ย 8. นักเรียนไม่ต้องคอยฟังสิ่งที่ครูสอน 9. ช่วยลดภำระของครูในกำรสอน 10. ช่วยประหยัดรำยจ่ำยอุปกรณ์นักเรียนที่มีจ ำนวนมำก 11. ผู้เรียนจะเรียนเมื่อใดก็ได้ 12. กำรเรียนไม่จ ำกัดเรื่องเวลำและสถำนที่ 13. ส่งเสริมควำมรับผิดชอบแก่ผู้เรียน สรุปได้ว่ำ ประโยชน์ของชุดกิจกรรม คือ ช่วยเร้ำควำมสนใจให้นักเรียน ท ำให้ได้รู้จักกำรแสวงหำ ควำมรู้ด้วยตนเอง ช่วยแก้ปัญหำเรื่องควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล
18 ส่วนที่ 3 วิธีการด าเนินการ 3.1 ขอบเขตประชากรหรือกลุ่มเป้าหมาย 1) กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการพัฒนานวัตกรรม ประชำกร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2566 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำเพชรบุรีเขต 1 จ ำนวน 36 คน 2) ตัวแปรที่ใช้ 2.1) ตัวแปรอิสระ ได้แก่ ชุดกิจกรรม “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ประกอบด้วย 5 กิจกรรม คือ 1. เล่ำขำนต ำนำนปูนปั้น 2. รู้จัดสรรส่วนผสม 3. รื่นรมย์เรียงลวดลำย 4. คิดหลำกหลำยสร้ำง ชิ้นงำน 5. ประยุกต์สำนสิ่งบรรจุ 2.2) ตัวแปรตำม ได้แก่ ทักษะในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วย 1) ทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดอย่ำง มีวิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำได้ 2) ทักษะกำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม 3) ทักษะ ควำมเข้ำใจในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมและกระบวนกำรคิดข้ำมวัฒนธรรม 4) ทักษะอำชีพและกำรเรียนรู้ 3) ระยะเวลาที่ใช้ในการพัฒนานวัตกรรม คือ ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2566 จัดกิจกรรมกำรเรียน กำรสอนในคำบเรียนกิจกรรมชมรมและกิจกรรมลดเวลำเรียนเพิ่มเวลำรู้สัปดำห์ละ 2 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง 3.2 วิธีการพัฒนานวัตกรรม กำรพัฒนำชุดกิจกรรมในครั้งนี้เป็นกำรศึกษำแบบกลุ่มเดียวด้วยกำรทดสอบก่อนและหลังกำรทดลอง (One Group Pretest - Posttest Design) (นิภำ เพชรสม และคณะ, 2550) ดังนี้ ทดสอบก่อนการทดลอง ให้สิ่งทดลอง ทดสอบหลังการทดลอง O1 X O2 แบบทดสอบวัดควำมรู้ ก่อนเรียน กำรพัฒนำนวัตกรรมด้ำนกำรจัดกำรเรียนรู้ชุด กิจกรรม “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำง ชื่อ” เพื่อพัฒนำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรี แบบทดสอบวัดควำมรู้ หลังเรียน
19 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนา เครื่องมือที่ใช้ในกำรเก็บรวมรวมข้อมูลเป็นเครื่องมือที่ผู้วิจัยสร้ำงขึ้น ประกอบด้วย 1) ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ประกอบไปด้วยกิจกรรม ทั้งหมด 5 กิจกรรม ได้แก่ 1. เล่ำขำนต ำนำนปูนปั้น 2. รู้จัดสรรส่วนผสม 3. รื่นรมย์เรียงลวดลำย 4. คิดหลำกหลำยสร้ำงชิ้นงำน 5. ประยุกต์สำนสิ่งบรรจุ 2) แบบทดสอบวัดควำมรู้ เรื่อง “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ใช้ส ำหรับทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จ ำนวน 10 ข้อ คะแนน เต็ม 20 คะแนน 3) แบบประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้วยชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำน ปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ภำคเรียนที่ 1 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศ ประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 3.4 ขั้นตอนการพัฒนานวัตกรรม ผู้วิจัยได้พัฒนำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้โดยมีขั้นตอนดังนี้ ล าดับ 1 2 3 4 5 6 ขั้นตอน ก ำหนดสิ่งที่ จะพัฒนำ ก ำหนด นวัตกรรม สร้ำงและ พัฒนำ ทดลองใช้ ใช้ใน สถำนกำรณ์ จริง ประเมินผล กำรใช้ กิจกรรม ศึกษำสภำพ ปัญหำ วิเครำะห์ รำยละเอียด และสำเหตุ ของปัญหำที่ ต้องกำร พัฒนำให้แก่ นักเรียนแล้ว ก ำหนด วัตถุประสงค์ น ำแนวคิด ทฤษฎีและ เอกสำรที่ เกี่ยวข้องมำ ก ำหนดเป็น นวัตกรรม คือ ชุดกิจกรรม กำรเรียนรู้ ศึกษำขั้นตอน กำรพัฒนำ นวัตกรรมที่ เป็นชุด กิจกรรม แล้ว สร้ำงชุด กิจกรรมให้ สมบูรณ์ตำม ข้อก ำหนด ทดลองใช้ กับนักเรียน แบบเดี่ยว แบบกลุ่ม และแบบ กลุ่มใหญ่ ประกอบด้ว ยนักเรียน กลุ่มอ่อน ปำนกลำง และเก่ง แล้ว ตรวจสอบ คุณภำพด้วย กำรหำ น ำชุดกิจกรรม ไปใช้กับ กลุ่มเป้ำหมำย ตำม สภำพกำรณ์ จริง รวบรวมผล กำรใช้ชุด กิจกรรม รำยงำนผล และขยำย ผล
20 ล าดับ 1 2 3 4 5 6 ประสิทธิผล ของชุด กิจกรรมแล้ว ปรับปรุง แก้ไขอีกครั้ง เครื่องมือ /กำรเก็บ ข้อมูล -แบบสรุป กำร วิเครำะห์ บริบทของ โรงเรียน -รำยงำนกำร ประเมิน ตนเองของ สถำนศึกษำ (SAR) -บันทึกกำร ประชุม คณะกรรมก ำร สถำนศึกษำ -บันทึกกำร ประชุม ผู้ปกครอง แบบสรุป เอกสำรและ งำนวิจัยที่ เกี่ยวข้อง -แบบประเมิน ควำม เหมำะสมของ ชุดกิจกรรม -แบบ ทดสอบวัด ควำมรู้ เรื่อง “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้น สร้ำงชื่อ” แบบทดสอบ ประสิทธิภำ พของชุด กิจกรรม แบบประเมิน พฤติกรรมที่ แสดงออกถึง ทักษะใน ศตวรรษที่ 21 ของนักเรียน -แบบ รำยงำนผล กำรพัฒนำ นวัตกรรม -กำรประชุม สะท้อนคิด กำร วิเครำะห์ ข้อมูล SWOT Analysis วิเครำะห์เชิง เนื้อหำ (Content Analysis) IOC ร้อยละ X E1/E2 X วิเครำะห์ ข้อมูลเชิง ปริมำณ วิเครำะห์ ข้อมูลเชิง คุณภำพ ผลที่ ได้รับ จุดประสงค์ ในกำร กรอบแนวคิด ในกำรพัฒนำ นวัตกรรม ร่ำงชุด กิจกรรมกำร เรียนรู้ ชุดกิจกรรม กำรเรียนรู้ ฉบับสมบูรณ์ ผลจำกกำรใช้ ชุดกิจกรรม รำยงำนกำร ใช้ นวัตกรรม
21 ล าดับ 1 2 3 4 5 6 พัฒนำ นวัตกรรม ฉบับ สมบูรณ์ ตำรำงที่ 1 แผนภูมิแสดงขั้นตอนวิธีด ำเนินกำรวิจัยและพัฒนำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” 3.5 การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ “วัดกุฏิ(นันท์) สร้างสรรค์ งานปูนปั้นสร้างชื่อ” โดยผู้วิจัยได้ด ำเนินกำรสร้ำงชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ตำมล ำดับขั้นตอนดังนี้ 1.1) ศึกษำและวิเครำะห์หลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช 2551 (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ.2560) มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตัวชี้วัดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 เพื่อวิเครำะห์เนื้อหำ มำตรฐำนกำรเรียนรู้ตัวชี้วัดรวมทั้งเอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ กำรสร้ำงชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ 1.2) ศึกษำบริบทของชุมชนโดยกำรศึกษำเอกสำรและสัมภำษณ์คนในท้องถิ่น กำรค้นคว้ำและศึกษำ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงำนปูนปั้นและสัมภำษณ์ครูภูมิปัญญำท้องถิ่นที่มีควำมรู้ด้ำนงำนปูนปั้น 1.3) ศึกษำรูปแบบกำรจัดกำรเรียนกำรสอนเชิงรุก (Active Learning) เพื่อใช้ในกำรออกแบบ กิจกรรม 1.4) สร้ำงชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้“วัดกุฏิ (สร้ำงสรรค์) งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1 เล่ำขำนต ำนำนปูนปั้น กิจกรรมที่ 2 รู้จัดสรรส่วนผสม กิจกรรมที่ 3 รื่นรมย์เรียงลวดลำย กิจกรรมที่ 4 คิดหลำกหลำยสร้ำงชิ้นงำน กิจกรรมที่ 5 ประยุกต์สำนสิ่งบรรจุ กิจกรรมกำรเรียนรู้แต่ละชุดประกอบด้วย ชื่อกิจกรรม วัตถุประสงค์ ทักษะในศตวรรษที่ 21 สมรรถนะ 5 ด้ำน อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ กิจกรรม ผลงำน/ชิ้นงำน วัดและประเมินผล 1.5) น ำร่ำงชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ ที่สร้ำงเสร็จแล้วเสนอต่อผู้เชี่ยวชำญเพื่อพิจำรณำควำมเหมำะสม ของเพื่อตรวจสอบควำมถูกต้องในกำรใช้ภำษำ ควำมครอบคลุมของเนื้อหำ และควำมสอดคล้อง กับวัตถุประสงค์ซึ่งเกณฑ์ที่ใช้ในกำรวัดค่ำดัชนีคือ IOC (Item-Objective Congruence) โดย ผู้วิจัยได้เลือกผู้เชี่ยวชำญ จ ำนวน 3 คน โดยกำรเลือกแบบเจำะจง (Purposive Sampling) ซึ่ง ผู้เชี่ยวชำญทั้ง 3 ท่ำน ประกอบด้วย
22 - นำงบุญเจือน เอมโอษฐ ผู้เชี่ยวชำญทำงด้ำนงำนปูนปั้น - นำงสำวสรำญทิพย์ เอมโอษฐ ผู้เชี่ยวชำญทำงด้ำนภำษำ - นำงสำวอภิชำ นิรำมัย ผู้เชี่ยวชำญทำงด้ำนเทคโนโลยี 1.6) พิจำรณำเลือกข้อค ำถำมที่ค่ำ IOC มำกกว่ำหรือเท่ำกับ 0.5 ส่วนข้อที่ค่ำ IOC ต่ ำกว่ำ 0.5 อำจน ำ ชุดกิจกรรมมำปรับปรุงแก้ไขหรือตัดทิ้งตำมค ำแนะน ำของผู้เชี่ยวชำญ โดยมีเกณฑ์กำรคัดเลือก คือ เกณฑ์ในกำรพิจำรณำตรวจสอบควำมตรงเชิงเนื้อหำ (Validity) (ศิริชัย กำญจนวำสี,2552) +1 หมำยถึง เห็นด้วยที่จะน ำไปใช้ 0 หมำยถึง ไม่แน่ใจที่จะน ำไปใช้ -1 หมำยถึง ไม่เห็นด้วยที่จะน ำไปใช้ 1.7) น ำผลกำรประเมินและค ำแนะน ำของผู้เชี่ยวชำญไปใช้ในกำรปรับปรุงและพัฒนำชุดกิจกรรมกำร เรียนรู้“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ท ำให้ได้ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ฉบับ สมบูรณ์ 1.8) น ำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่ท ำกำรปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้(Try Out) กับกลุ่มตัวอย่ำงของ นักเรียนชั้น ป.4-6 ที่มีควำมสำมำรถระดับอ่อน ปำนกลำง และเก่ง ดังนี้ ทดลองใช้ชุดกิจกรรมกับกลุ่มตัวอย่ำงแบบเดี่ยว (1คน) หรือ 1 : 1 โดยผู้วิจัยน ำชุดกิจกรรม กำรเรียนรู้ไปใช้ทดลองกับนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4 -6 ที่มีควำมสำมำรถระดับอ่อน ปำนกลำง และเก่งอย่ำงละ 1 คน รวม 3 คน ค ำนวณหำค่ำ E1/E2 แล้วน ำชุดกิจกรรมมำปรับปรุงแก้ไข ทดลองใช้ชุดกิจกรรมกับกลุ่มตัวอย่ำงแบบกลุ่ม โดยผู้วิจัยน ำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ไปใช้ ทดลองกับนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4 -6 ที่มีควำมสำมำรถระดับอ่อน ปำนกลำงและเก่ง คละกัน ไปกลุ่มละ 2 คน รวม 9 คน ค ำนวณหำหำค่ำ E1/E2 แล้วน ำชุดกิจกรรมมำปรับปรุงแก้ไข ทดลองใช้ชุดกิจกรรมกับกลุ่มใหญ่ หรือ กำรทดลอง 1 ห้องเรียน โดยเลือกทดลองกับนักเรียน ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 จ ำนวน 13 คน แล้วค ำนวณหำหำค่ำ E1/E2 จำกนั้นน ำผลกำรวิเครำะห์ เปรียบเทียบกับเกณฑ์ประสิทธิภำพที่ก ำหนดไว้ ถ้ำต่ ำกว่ำเกณฑ์ประสิทธิภำพไม่เกินร้อยละ 2.5 ก็ ยอมรับได้ว่ำนวัตกรรมนั้นมีประสิทธิภำพตำมเกณฑ์ที่ก ำหนด
23 สูตรกำรหำค่ำประสิทธิภำพของนวัตกรรม E1/E2 (ชัยยงค์ พรหมวงศ์, 2537) ก ำหนดดังนี้ E1 = ∑ /×100 A เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภำพของกระบวนกำร ∑ แทน ผลรวมของคะแนนที่ได้จำกกำรวัดระหว่ำงเรียน A แทน คะแนนเต็มจำกกำรวัดระหว่ำงเรียน N แทน จ ำนวนนักเรียน E2 = ∑ /×100 B เมื่อ E2 แทน ประสิทธิภำพของผลลัพธ์ ∑ แทน ผลรวมของคะแนนที่ได้จำกกำรทดสอบหลังเรียน B แทน คะแนนเต็มของกำรสอบหลังเรียน N แทน จ ำนวนนักเรียน 1.9) น ำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่ได้ปรับปรุงแล้วจัดท ำเป็นชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ฉบับสมบูรณ์ เพื่อ น ำไปใช้จริงกับนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2566 จ ำนวน 36 คน ต่อไป 2) แบบทดสอบวัดความรู้ เรื่อง “วัดกุฏิ (นันท์) สร้างสรรค์ งานปูนปั้นสร้างชื่อ” ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชาสรรค์) ปีการศึกษา 2566 2.1) ศึกษำทฤษฎีวิธีกำร และงำนวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกำรสร้ำงแบบวัดควำมรู้และวิธีเขียนข้อสอบแบบ เลือกตอบ 2.2) เขียนวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 2.3) ก ำหนดรูปแบบของแบบทดสอบวัดควำมรู้โดยสร้ำงแบบทดสอบให้สอดคล้องกับจุดประสงค์เชิง พฤติกรรมเป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบ (Multiple Choice Test) ชนิด 4 ตัวเลือก เป็น แบบทดสอบวัดควำมรู้ก่อนเรียนและหลังเรียนจ ำนวน 10 ข้อ 2.4) สร้ำงแบบทดสอบวัดควำมรู้ เรื่อง “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” จ ำนวน 20 ข้อที่คลอบคลุมเนื้อหำทั้งหมด (คัดเลือกให้เหลือจ ำนวน 10 ข้อ)
24 2.5) น ำแบบทดสอบวัดควำมรู้เสนอให้ผู้เชี่ยวชำญจ ำนวน 3 คน ได้แก่ ผู้เชี่ยวชำญทำงด้ำนกำรวัดและ ประเมินผล ผู้เชี่ยวชำญทำงด้ำนภำษำ และผู้เชี่ยวชำญทำงด้ำนงำนปูนปั้น มำตรวจสอบควำมถูกต้อง ของเนื้อหำ และควำมเที่ยงตรงของแบบทดสอบ เพื่อพิจำรณำควำมสอดคล้องของข้อสอบที่ผู้วิจัย สร้ำงขึ้นกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ได้แก่ - นำงสำวจงกล ชำติทอง ผู้เชี่ยวชำญทำงด้ำนกำรวัดและประเมินผล - นำงสำวอภิชำ นิรำมัย ผู้เชี่ยวชำญทำงด้ำนภำษำ - นำงสำวสรำญทิพย์ เอมโอษฐ ผู้เชี่ยวชำญทำงด้ำนงำนปูนปั้น โดยกำรหำค่ำดัชนีควำมสอดคล้องระหว่ำงข้อค ำถำมกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม (IOC) ถ้ำค่ำ IOC มีค่ำตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไป ถือว่ำข้อค ำถำมข้อนั้นสอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม และ สำมำรถน ำไปใช้ได้โดยมีเกณฑ์กำรคัดเลือกคือ เกณฑ์ในกำรพิจำรณำตรวจสอบควำมตรงเชิงเนื้อหำ (Validity) (ศิริชัย กำญจนวำสี,2552) +1 หมำยถึง แน่ใจว่ำค ำถำมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ 0 หมำยถึง ไม่แน่ใจที่แน่ใจว่ำค ำถำมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ -1 หมำยถึง แน่ใจว่ำค ำถำมไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ 2.6) น ำผลกำรประเมินของผู้เชี่ยวชำญทั้ง 3 คนมำวิเครำะห์หำค่ำ IOC ซึ่งมีค่ำที่น ำไปใช้ระหว่ำง 0.5 -1.00 แล้วท ำกำรปรับปรุงและแก้ไขตำมค ำแนะน ำของผู้เชี่ยวชำญ 2.7) น ำแบบทดสอบวัดควำมรู้ เรื่อง “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ที่ได้ปรับปรุง แก้ไขแล้วมำจัดท ำเป็นแบบทดสอบฉบับสมบูรณ์ เพื่อใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียน วัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2566 จ ำนวน 36 คน ต่อไป 3) แบบประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้างสรรค์ งาน ปูนปั้นสร้างชื่อ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชาสรรค์) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 กำรสร้ำงแบบประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้วยชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศ ประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 ซึ่งผู้วิจัยเป็นผู้สังเกตพฤติกรรมด้ำนทักษะในศตวรรษที่ 21 ของ นักเรียน 3.1 ศึกษำเอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทักษะในศตวรรษ ที่ 21 ได้แก่ ทักษะกำรคิด วิเครำะห์ กำรคิดอย่ำงมีวิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำได้ ทักษะกำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และ
25 คิดเชิงนวัตกรรม ทักษะควำมเข้ำใจในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมและกระบวนกำรคิดข้ำมวัฒนธรรม และทักษะอำชีพและกำรเรียนรู้เพื่อน ำมำเป็นแนวทำงในกำรสร้ำงแบบประเมิน 3.2 สร้ำงแบบประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้วยชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศ ประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 โดยแบ่งเป็น 4 ทักษะ ประกอบด้วย ทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิด อย่ำงมีวิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำได้ ทักษะกำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม ทักษะควำมเข้ำใจในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมและกระบวนกำรคิดข้ำมวัฒนธรรม และทักษะอำชีพ และกำรเรียนรู้และก ำหนดระดับคุณภำพเป็น 5 ระดับ ดังนี้ (ชไมพร รังสิยำนุพงศ์, 2558) 3.3 น ำแบบประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้วยชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศ ประชำสรรค์) ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2566 ที่สร้ำงเสนอต่อผู้เชี่ยวชำญเพื่อตรวจสอบควำมตรง เชิงเนื้อหำ ด้วยกำรหำค่ำดัชนีควำมสอดคล้อง IOC โดยเลือกใช้ข้อรำยกำรประเมินที่มีค่ำดัชนีควำม สอดคล้องระหว่ำง 0.50 – 1.00 พบว่ำแบบประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้วยชุดกิจกรรมกำร เรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ภำค เรียนที่ 1 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 ทุกข้อรำยกำรประเมินมีค่ำ ดัชนีควำมสอดคล้อง เท่ำกับ 1.00 3.4 น ำแบบประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้วยชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศ ประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 มำปรับปรุงแก้ไขตำมข้อเสนอแนะที่ได้จำกผู้เชี่ยวชำญ 3.5 เมื่อปรับปรุงแบบประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้วยชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิ เทศประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 ตำมข้อเสนอแนะที่ได้รับจำกผู้เชี่ยวชำญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึง น ำไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2566 จ ำนวน 36 คน ต่อไป
26 ระดับมำกที่สุด มีค่ำคะแนนเท่ำกับ 5 ระดับมำก มีค่ำคะแนนเท่ำกับ 4 ระดับปำนกลำง มีค่ำคะแนนเท่ำกับ 3 ระดับน้อย มีค่ำคะแนนเท่ำกับ 2 ระดับน้อยที่สุด มีค่ำคะแนนเท่ำกับ 1 และเกณฑ์ที่ใช้ในกำรแปลผลแบบประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 ผู้วิจัยได้วิเครำะห์จำกค่ำ ร้อยละของคะแนนทักษะในศตวรรษที่ 21 และแปลควำมหมำยระดับพฤติกรรมในแต่ละด้ำนดังนี้ (บุญชม ศรีสะอำด, 2553) ค่ำเฉลี่ย 4.51 – 5.00 แปลควำมว่ำ ดีมำก ค่ำเฉลี่ย 3.51 – 4.50 แปลควำมว่ำ ดี ค่ำเฉลี่ย 2.51 – 3.50 แปลควำมว่ำ ปำนกลำง ค่ำเฉลี่ย 1.51 – 2.50 แปลควำมว่ำ พอใช้ ค่ำเฉลี่ย 1.00 – 1.50 แปลควำมว่ำ ปรับปรุง 3.6 การเก็บรวบรวมข้อมูล ในกำรพัฒนำนวัตกรรมผู้วิจัยได้ด ำเนินกำรตำมล ำดับขั้นตอนดังนี้ 1) น ำชุดกิจกรรม“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ที่ผู้วิจัยสร้ำงขึ้นท ำกำรสอนให้กับ นักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2566 จ ำนวน 36 คน 2) ด ำเนินกำรสอนโดยใช้เวลำทั้งสิ้น 12 ชั่วโมงในกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน ได้แก่ กิจกรรมชมรม และ กิจกรรมลดเวลำเรียนเพิ่มเวลำรู้ แบ่งเป็นกำรทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนจ ำนวน 2 ชั่วโมง และ กิจกรรมกำรเรียนกำรสอนตำมชุดกิจกรรม“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” จ ำนวน 10 ชั่วโมง โดยมีล ำดับดังนี้ 2.1) ผู้วิจัยอธิบำยรำยละเอียดเกี่ยวกับชุดกิจกรรม “วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” 2.2) นักเรียนเรียนรู้ตำมขั้นตอนในชุดกิจกรรม“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” จ ำนวน 5 กิจกรรม โดยมีครูเป็นผู้อ ำนวยกำรเรียนรู้(Facilitator) 2.3) หลังจำกเรียนจบในแต่ละชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้แล้ว ผู้วิจัยสรุปผลกำรประเมิน ตำมแบบประเมินผลงำนหรือชิ้นงำนในแต่ละกิจกรรม 2.4) เมื่อเรียนครบทุกชุดกิจกรรมแล้ว ให้นักเรียนทดสอบหลังเรียนจำกแบบทดสอบวัด ควำมรู้เกี่ยวกับงำนปูนปั้นก่อนเรียนและหลังเรียน จ ำนวน 10 ข้อ คะแนนเต็ม 20 คะแนน
27 2.5) ประเมินพฤติกรรมที่แสดงออกถึงทักษะในศตวรรษที่ 21 แล้วน ำมำวิเครำะห์ด้วยวิธีกำร ทำงสถิติเพื่อทดสอบสมมติฐำน 3.7 การวิเคราะห์ข้อมูล หลังจำกที่ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลแล้วได้ด ำเนินกำรวิเครำะห์ข้อมูลดังนี้ 1) วิเครำะห์กำรพัฒนำนวัตกรรมด้ำนกำรจัดกำรเรียนรู้ชุดกิจกรรม “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูน ปั้นสร้ำงชื่อ” เพื่อพัฒนำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรีโดยใช้ค่ำเฉลี่ย ( X ) และส่วนเบี่ยงแบนมำตรฐำน (S.D.) 2) วิเครำะห์ประสิทธิภำพของชุดกิจกรรม“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” เพื่อพัฒนำ ทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรี ตำมเกณฑ์ 80/80 โดยกำรตรวจสอบประสิทธิภำพ ตำมเกณฑ์ประสิทธิภำพ (E1/E2 ) 3) วิเครำะห์ทักษะในศตวรรษที่ 21 ผ่ำนชุดกิจกรรม “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” เพื่อพัฒนำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศ ประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรี โดยใช้ค่ำเฉลี่ย ( X ) และแปลผล 3.7 ปฏิทินการพัฒนา ที่ การด าเนินการ เดือน เม.ย.66 พ.ค.66 มิ.ย.66 ก.ค.66 1 อบรมเชิงปฏิบัติกำรพัฒนำนวัตกรรมสู่กำรยกระดับ คุณภำพกำรศึกษำ 2 ผู้บริหำร คณะครู และครูภูมิปัญญำท้องถิ่น (อ.บุญ เจือน เอมโอษฐ) ประชุมเพื่อร่วมวำงแผนกำร ด ำเนินงำนตำมโครงกำร Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรมกำรศึกษำเพื่อพัฒนำ กำรศึกษำ ประจ ำปีงบประมำณ พ.ศ.2566 3 ศึกษำบริบทของชุมชนจำกเอกสำรและสัมภำษณ์คนใน ท้องถิ่น กำรค้นคว้ำและศึกษำข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงำน ปูนปั้นและสัมภำษณ์ครูภูมิปัญญำท้องถิ่นที่มีควำมรู้ ด้ำนงำนปูนปั้นร่วมกับกำรวิเครำะห์หลักสูตร แกนกลำงกำรศึกษำ ขั้นพื้นฐำน ปีพุทธศักรำช 2551 (ฉบับปรับปรุง ปีพุทธศักรำช 2560)
28 ที่ การด าเนินการ เดือน เม.ย.66 พ.ค.66 มิ.ย.66 ก.ค.66 4 วำงแผนและก ำหนดวัตถุประสงค์ในกำรจัดท ำชุด กิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (สร้ำงสรรค์) งำนปูนปั้น สร้ำงชื่อ” 5 จัดท ำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (สร้ำงสรรค์) งำน ปูนปั้นสร้ำงชื่อ”และเครื่องมือในกำรเก็บข้อมูล 6 ผู้เชี่ยวชำญประเมินควำมเหมำะสมของชุดกิจกรรม กำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำง ชื่อ” 7 ปรับปรุงและพัฒนำชุดกิจกรรมฉบับสมบูรณ์ 8 น ำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ไปใช้จัดกำรเรียนกำรสอน 9 จัดท ำรำยงำนและเผยแพร่ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัด กุฏิ (สร้ำงสรรค์) งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ตำรำงที่ 2 ปฏิทินกำรพัฒนำนวัตกรรม 3.8 การมีส่วนร่วมในการพัฒนาของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง การพัฒนานวัตกรรมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ 1) ผู้บริหาร ผู้บริหำรได้มีกำรก ำหนดกำรพัฒนำนวัตกรรมกำรเรียนรู้เข้ำไปในแผนพัฒนำกำรจัดกำรศึกษำ ของสถำนศึกษำ ระยะ 3 ปี (พ.ศ.2565-พ.ศ.2567) และแผนปฏิบัติกำรประจ ำปีกำรศึกษำ 2566 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) นอกจำกนี้ยังได้มีกำรประชุมและชี้แจงนโยบำยจำก กระทรวงศึกษำธิกำรที่เกี่ยวกับโครงกำร Innovation For Thai Education (IFTE) นวัตกรรม กำรศึกษำเพื่อพัฒนำกำรศึกษำให้แก่คณะครูได้รับทรำบและน ำไปใช้ในกำรพัฒนำกำรจัดกำรเรียนกำร สอนแต่ละรำยวิชำ 2) ครู คณะครูได้ศึกษำรูปแบบและแนวทำงในกำรพัฒนำนวัตกรรมกำรศึกษำเพื่อแก้ปัญหำหรือ พัฒนำรูปแบบกำรจัดกำรเรียนกำรสอนให้เหมำะสมกับบริบทของห้องเรียนและสถำนศึกษำ แล้ว พัฒนำเป็นนวัตกรรมฉบับสมบูรณ์ที่สำมำรถด ำเนินกิจรรมได้จนบรรลุวัตถุประสงค์
29 3) นักเรียน นักเรียนได้มีโอกำสแสดงควำมคิดเห็นเกี่ยวกับกำรพัฒนำและปรับปรุงนวัตกรรมที่ครูสร้ำงขึ้น ผ่ำนกำรแสดงควำมคิดเห็นหรือเสนอแนะควำมต้องกำรในกำรเรียนรู้ที่นักเรียนสนใจ หรือกำรสะท้อน ควำมคิดควำมรู้สึกที่ได้จำกกำรท ำกิจกรรมผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้เพื่อเป็นแนวทำงในกำรแก้ไข ปรับปรุงหรือพัฒนำชุดกิจกรรมต่อไป 4) คณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครอง คณะกรรมกำรสถำนศึกษำและผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกำรแสดงควำมคิดเห็นหรือสะท้อน ปัญหำหรือสิ่งที่ต้องกำรให้นักเรียนเกิดกำรพัฒนำที่เหมำะสมกับบริบทและควำมต้องกำรของชุมชน อีกทั้งในควำมช่วยเหลือและสนับสนุนก ำลังแรงกำย ก ำลังใจ และก ำลังทรัพย์ในกำรด ำเนินกิจกรรมให้ บรรลุวัตถุประสงค์ 5) ชุมชนและหน่วยงานอื่นๆ ชุมชนและหน่วยงำนอื่นๆ ให้กำรสนับสนุนโดยกำรให้พื้นที่ในกำรแสดงผลงำนหรือ ประชำสัมพันธ์กำรจัดกิจรรมที่เกี่ยวข้องกับงำนปูนปั้น ไม่ว่ำจะเป็นวัดกุฏิ (ท่ำแร้ง) กลุ่มโรงเรียนใน เครือข่ำยที่ 10 ท่ำแร้ง องค์กำรบริหำรส่วนต ำบลท่ำแร้ง กลุ่มเครือข่ำยโรงเรียนในอ ำเภอบ้ำนแหลม สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเพชรบุรี ส ำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี ศูนย์กำรเรียนรู้งำนปูนปั้น อ.ทองร่วง เอมโอษฐ เป็นต้น 3.9 การน าไปใช้และการขยายผล ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (สร้ำงสรรค์) งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ได้มีกำรเผยแพร่ประชำสัมพันธ์ใน ช่องทำงต่ำงๆ ทั้งเว็บไซต์โรงเรียน Youtube Facebook วำรสำรประชำสัมพันธ์ และได้ออกแสดงผลงำนใน งำนต่ำงๆ ดังนี้ ช่องทำงเฟซบุ๊ก (facebook) “โรงเรียนวัดกุฎิ(นันทวิเทศประชำสรรค์)” ช่องทำงยูทูป (youtube) “โรงเรียนวัดกุฏิ นันทวิเทศประชำสรรค์” ช่องทำงเว็บไซต์(website) “http://watgud.ac.th/”
30 นอกจำกนี้ในอดีต ยังมีกำรเผยแพร่กิจกรรมศิลปะปูนปั้นของโรงเรียนมำกมำย อำทิ ร่วมบันทึกเทป รำยกำรบันทึกรำยกำรคนเล่ำเรื่องเมืองน่ำรัก รำยกำรกระจกหกด้ำน รำยกำรกุสุมำพำทูตเที่ยวไทย รำยกำร “สู้เพื่อแม่”รำยกำร “ทุ่งแสงตะวัน” ลงหนังสือพิมพ์ข่ำวสด ในหัวข้อ เพชรเมืองช่ำงปูนปั้นศิลปินน้อย กำร น ำเสนอผลงำน ปูนปั้นจัดนิทรรศกำรนวัตกรรมกำรศึกษำ SYMPOSIUM 2007 ณ โรงเรียนหัวหินวิทยำลัย เป็นต้น องค์ควำมรู้ในงำนปูนปั้น นักเรียนจะได้เรียนรู้ นับตั้งแต่ประวัติงำนปูนปั้นของโรงเรียนและท้องถิ่น ส่วนประกอบของงำนปูนปั้น ลวดลำยงำนปูนปั้น ขั้นตอนกำรท ำงำนปูนปั้น กำรสร้ำงผลิตภัณฑ์ และบรรจุ- ภัณฑ์เพื่อจัดจ ำหน่ำย ท ำให้นวัตกรรมนี้เปรียบเสมือนคลังควำมรู้ด้ำนงำนปูนปั้นของโรงเรียน ที่นักเรียนและ คนในชุมชนจะสำมำรถเรียนรู้ร่วมกันได้ นักเรียนได้เรียนรู้ผ่ำนกำรลงมือปฏิบัติแบบบูรณำกำรท ำให้ได้พัฒนำ ตนเองครบทุกด้ำน ดังนั้นในกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ค ำนึงถึงบริบทของท้องถิ่นจะท ำให้กำรเรียนรู้นั้นมีควำมหมำย สร้ำงคุณค่ำต่อวิถีชีวิตของคนในชุมชน เกิดเป็นควำมรู้ที่เปี่ยมด้วยควำมรัก ควำมผูกพัน และหวงแหน ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น และต้องกำรด ำรงรักษำให้คงอยู่ต่อไป อย่ำงไรก็ตำมกำรจัดกำรเรียนรู้ในปัจจุบันต้อง ค ำนึงถึงกำรเรียนรู้ที่ต้องสำมำรถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลำ ดังนั้นอำจมีกำรพัฒนำสื่อหรือรูปแบบกำรสอนที่ สำมำรถเรียนทำงไกลได้ให้เป็นรูปธรรมมำกขึ้น กำรพัฒนำนวัตกรรมในครั้งนี้ส ำเร็จได้จำกควำมร่วมมือของผู้บริหำรโรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมกำรสถำนศึกษำ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนำนวัตกรรมโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ไปที่ผู้เรียน ผ่ำนกำร วำงแผน กำรมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน กำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จนเกิดเป็นวัฒนธรรม หรือชุมชนของกำร แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในโรงเรียน (PLC) โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งกำรพูดคุยกับเพื่อนครูเพื่อหำแนวทำงในกำรแก้ปัญหำ ที่เกิดขึ้นจำกกำรพัฒนำนวัตกรรม ท ำให้กำรพัฒนำนวัตกรรมส ำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แสดงในงำนพระนครคีรี ครั้งที่ 36 ปี พ.ศ.2566 ร่วมแสดงผลงำนและจ ำหน่ำย ผลิตภัณฑ์ในเวทีสำนพลังเครือข่ำย สสส. วันที่ 26 เม.ย. 2566 จัดแสดงและสำธิตงำนปูนปั้นในงำน ลำนวัฒนธรรม อ ำเภอบ้ำนแหลม วันที่ 26 พฤษภำคม 2565
31 บทที่ 4 ผลการด าเนินการ กำรพัฒนำนวัตกรรมด้ำนกำรจัดกำรเรียนรู้ชุดกิจกรรม “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำง ชื่อ” เพื่อพัฒนำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศ ประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรีมีผลกำรด ำเนินกำรตำมวัตถุประสงค์ดังนี้ วัตถุประสงค์ข้อที่ 1 เพื่อพัฒนำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ส ำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 ตอนที่ 1 ผลกำรพัฒนำชุดกิจกรรม“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” เพื่อพัฒนำทักษะใน ศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรี ผู้วิจัยได้ด ำเนินกำรเก็บรวบรวมข้อมูลและสร้ำงชุดกิจกรรมจำกกำรวิเครำะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องท ำให้ ได้ผลกำรพัฒนำชุดกิจกรรมดังนี้ ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1 เล่ำขำนต ำนำนปูนปั้น กิจกรรมที่ 2 เรื่อง รู้จัดสรรส่วนผสม กิจกรรมที่ 3 เรื่อง รื่นรมย์เรียงลวดลำย กิจกรรมที่ 4 เรื่อง คิดหลำกหลำยสร้ำงชิ้นงำน กิจกรรมที่ 5 เรื่อง ประยุกต์สำนสิ่งบรรจุ กิจกรรมกำรเรียนรู้แต่ละชุดประกอบด้วย ชื่อกิจกรรม วัตถุประสงค์ ทักษะในศตวรรษที่ 21 สมรรถนะ 5 ด้ำน อุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ กิจกรรม ผลงำน/ชิ้นงำน วัดและประเมินผล ตอนที่ 2 ผลกำรวิเครำะห์ประสิทธิภำพของชุดกิจกรรม“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” เพื่อ พัฒนำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรีตำมเกณฑ์มำตรฐำน 80/80 ผู้วิจัยได้ด ำเนินกำรเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเครำะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมส ำเร็จรูปทำงคอมพิวเตอร์ ได้ผลกำรพัฒนำชุดกิจกรรมดังนี้ สัญลักษณ์ที่ใช้ในกำรน ำเสนอผลกำรวิเครำะห์ข้อมูล ∑ แทน ผลรวมของคะแนน ̅แทน คะแนนเฉลี่ย E1 แทน ประสิทธิภำพของกระบวนกำร E2 แทน ประสิทธิภำพของผลลัพธ์
32 ตำรำงที่ 3 กำรหำประสิทธิภำพของชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ค่าสถิติ (N=36) คะแนนระหว่างเรียนจากชุดกิจกรรม คะแนน การ ทดสอบ หลัง เรียน กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมที่ 4 กิจกรรมที่ 5 รวม คะแนน 15 15 15 20 15 80 20 ∑ 440 445 462 610 450 2407 628 ̅ 12.22 11.56 13.22 12.58 12.72 62.30 17.44 E1 81.48 82.41 85.56 84.72 83.33 83.58 E2 85.69 ประสิทธิภาพ E1/E2 = 83.58/85.69 จำกตำรำงที่ 3 พบว่ำ กำรหำประสิทธิภำพของชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำน ปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ในกำรทดลองกับกลุ่มตัวอย่ำง มีค่ำประสิทธิภำพ E1/E2 เท่ำกับ 83.58/85.69 สูงกว่ำเกณฑ์ มำตรฐำนที่ก ำหนดไว้คือ 80/80 แสดงให้เห็นว่ำชุดกิจกรรมที่สร้ำงขึ้นมีประสิทธิภำพ วัตถุประสงค์ข้อที่ 2 เพื่อศึกษำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 ผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้“วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้น สร้ำงชื่อ” ตอนที่ 1 ผลกำรวิเครำะห์ทักษะในศตวรรษที่ 21 ผ่ำนชุดกิจกรรม “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำง ชื่อ” เพื่อพัฒนำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรี ผู้วิจัยได้ศึกษำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ภำคเรียนที่ 1 โรงเรียนวัด กุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” โดย วิเครำะห์จำกค่ำเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำนของคะแนนทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยผู้วิจัยได้ศึกษำทักษะ ในศตวรรษที่ 21 ที่เกี่ยวข้องกับชุดกิจกรรม ทั้งหมด 4 ทักษะ ได้แก่ ทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดอย่ำงมี วิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำได้ ทักษะกำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม ทักษะควำม เข้ำใจในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมและกระบวนกำรคิดข้ำมวัฒนธรรม และทักษะอำชีพและกำรเรียนรู้ สำมำรถแสดงรำยละเอียดได้ดังตำรำงต่อไปนี้
33 ตำรำงที่ 4 ผลกำรศึกษำทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดอย่ำงมีวิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำ ได้ผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ภำคเรียนที่ 1 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ข้อที่ รำยกำรประเมิน คะแนนเฉลี่ย ( ̅) กำรแปลผล 1 กำรสังเกต 4.08 ดี 2 กำรวิเครำะห์ 3.37 ปำนกลำง 3 กำรอนุมำน 3.33 ปำนกลำง 4 กำรสื่อสำร 3.31 ปำนกลำง 5 กำรแก้ปัญหำ 4.42 ดี ค่าเฉลี่ยรวม 3.72 ปานกลาง จำกตำรำงที่ 4 พบว่ำ ทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดอย่ำงมีวิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำอยู่ ในระดับปำนกลำง ( ̅=3.72) เมื่อพิจำรณำรำยข้อพบว่ำ พฤติกรรมด้ำนกำรแก้ปัญหำเป็นล ำดับมำกที่สุด (̅=4.42) อยู่ในระดับดี รองลงมำ คือพฤติกรรมด้ำนกำรสังเกต (̅=4.08) อยู่ในระดับดี กำรวิเครำะห์ (̅=3.37) อยู่ในระดับปำนกลำง กำรอนุมำน (̅=3.33) อยู่ในระดับปำนกลำง ตำมล ำดับ และกำรสื่อสำร (̅=3.31) อยู่ในระดับปำนกลำงเป็นล ำดับน้อยที่สุด ตำรำงที่ 5 ผลกำรศึกษำทักษะกำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม ผ่ำนชุดกิจกรรมกำร เรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ภำคเรียนที่ 1 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ข้อที่ รำยกำรประเมิน คะแนนเฉลี่ย (̅) กำรแปลผล 1 กำรคิดริเริ่ม 3.83 ดี 2 กำรคิดคล่องแคล่ว 3.86 ดี 3 กำรคิดยืดหยุ่น 4.00 ดี 4 กำรคิดละเอียดละออ 3.36 ปำนกลำง ค่าเฉลี่ยรวม 3.76 ดี จำกตำรำงที่ 5 พบว่ำ ทักษะกำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม อยู่ในระดับดี (̅=3.76) เมื่อพิจำรณำรำยข้อพบว่ำ พฤติกรรมด้ำนกำรคิดยืดหยุ่นเป็นล ำดับมำกที่สุด (̅=4.00) อยู่ในระดับดี รองลงมำ คือพฤติกรรมด้ำนกำรคิดคล่องแคล่ว(̅=3.86) อยู่ในระดับดี กำรคิดริเริ่ม(̅=3.83) อยู่ในระดับดี ตำมล ำดับ และกำรคิดละเอียดละออ (̅=3.36) อยู่ในระดับปำนกลำงเป็นล ำดับน้อยที่สุด
34 ตำรำงที่ 6 ผลกำรศึกษำทักษะควำมเข้ำใจในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมและกระบวนกำรคิดข้ำม วัฒนธรรม ผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษำปีที่ 4-6 ภำคเรียนที่ 1 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ข้อที่ รำยกำรประเมิน คะแนนเฉลี่ย (̅) กำรแปลผล 1 ทักษะระหว่ำงบุคคล 4.67 ดีมำก 2 ทักษะด้ำนข้อมูลเนื้อหำ 3.44 ปำนกลำง 3 ทักษะด้ำนกำรใช้ภำษำ 3.81 ดี 4 ทักษะด้ำนกำรกระท ำ 3.31 ปำนกลำง 5 ทักษะด้ำนกำรปรับตัว 4.42 ดี ค่าเฉลี่ยรวม 3.93 ดี จำกตำรำงที่ 6 พบว่ำ ทักษะควำมเข้ำใจในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรมและกระบวนกำรคิดข้ำม วัฒนธรรม อยู่ในระดับดี (̅= 3.93) เมื่อพิจำรณำรำยข้อพบว่ำ พฤติกรรมด้ำนทักษะระหว่ำงบุคคลเป็นล ำดับ มำกที่สุด (̅=4.67) อยู่ในระดับดีมำก รองลงมำ คือพฤติกรรมด้ำนทักษะด้ำนกำรปรับตัว (̅=4.42) อยู่ใน ระดับดี ทักษะด้ำนกำรใช้ภำษำ (̅=3.81) อยู่ในระดับดี ทักษะด้ำนข้อมูลเนื้อหำ (̅=3.44) อยู่ในระดับ ปำนกลำง ตำมล ำดับ และด้ำนกำรกระท ำ (̅=3.31) อยู่ในระดับปำนกลำงเป็นล ำดับน้อยที่สุด ตำรำงที่ 7 ผลกำรศึกษำทักษะอำชีพและกำรเรียนรู้ผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ภำคเรียนที่ 1 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิ เทศประชำสรรค์) ข้อที่ รำยกำรประเมิน คะแนนเฉลี่ย (̅) กำรแปลผล 1 ควำมยืดหยุ่นและควำมสำมำรถในกำร ปรับตัว 4.39 ดี 2 ควำมคิดริเริ่มและกำรชี้น ำตนเอง 3.92 ดี 3 กำรเพิ่มผลผลิตและควำมรู้รับผิด 4.06 ดี 4 ควำมเป็นผู้น ำและควำมรับผิดชอบ 4.14 ดี ค่าเฉลี่ยรวม 4.13 ดี จำกตำรำงที่ 7 ทักษะอำชีพและกำรเรียนรู้ อยู่ในระดับดี (̅=4.13) เมื่อพิจำรณำรำยข้อพบว่ำ พฤติกรรมด้ำนกำรคิดยืดหยุ่นเป็นล ำดับมำกที่สุด (̅=4.39) อยู่ในระดับดี รองลงมำ คือพฤติกรรมควำมเป็น
35 ผู้น ำและควำมรับผิดชอบ (̅=4.14) อยู่ในระดับดี กำรเพิ่มผลผลิตและควำมรู้รับผิด (̅=4.06) อยู่ในระดับดี ตำมล ำดับ และควำมคิดริเริ่มและกำรชี้น ำตนเอง (̅=3.92) อยู่ในระดับดีเป็นล ำดับน้อยที่สุด ตำรำงที่ 8 ผลกำรศึกษำทักษะกำรเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ภำคเรียนที่ 1 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิ เทศประชำสรรค์) ข้อที่ รำยกำรประเมิน คะแนนเฉลี่ย (̅) กำรแปลผล 1 ทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดอย่ำงมี วิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำได้ 3.72 ดี 2 ทักษะกำรคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์และคิดเชิง นวัตกรรม 3.76 ดี 3 ทักษะควำมเข้ำใจในควำมแตกต่ำงของวัฒนธรรม และกระบวนกำรคิดข้ำมวัฒนธรรม 3.93 ดี 4 ทักษะอำชีพและกำรเรียนรู้ 4.13 ดี ค่าเฉลี่ยรวม 3.89 ดี จำกตำรำงที่ 8 ทักษะในศตวรรษที่ 21 อยู่ในระดับดี (̅=3.89) เมื่อพิจำรณำรำยข้อพบว่ำ ทักษะ อำชีพและกำรเรียนรู้เป็นล ำดับมำกที่สุด (̅=4.13) อยู่ในระดับดี รองลงมำ คือทักษะควำมเข้ำใจในควำม แตกต่ำงของวัฒนธรรมและกระบวนกำรคิดข้ำมวัฒนธรรม (̅=3.93) อยู่ในระดับดี ทักษะกำรคิดอย่ำง สร้ำงสรรค์และคิดเชิงนวัตกรรม (̅=3.76) อยู่ในระดับดี ตำมล ำดับ และทักษะกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดอย่ำง มีวิจำรณญำณ และสำมำรถแก้ไขปัญหำได้(̅=3.72) อยู่ในระดับดีเป็นล ำดับน้อยที่สุด
36 บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผล กำรใช้นวัตกรรมด้ำนกำรจัดกำรเรียนรู้ชุดกิจกรรม “วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” เพื่อพัฒนำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำ สรรค์) จังหวัดเพชรบุรี ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อพัฒนำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ส ำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ปี กำรศึกษำ 2566 2) เพื่อศึกษำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 ผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้“วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้น สร้ำงชื่อ” กลุ่มเป้ำหมำยที่ใช้ในกำรพัฒนำนวัตกรรม ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2566 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ส ำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำประถมศึกษำเพชรบุรี เขต 1 จ ำนวน 36 คน เครื่องมือที่ใช้ในกำรพัฒนำ ได้แก่ 1) ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ประกอบไปด้วยกิจกรรมทั้งหมด 5 กิจกรรม ได้แก่ 1. เล่ำขำนต ำนำนปูนปั้น 2. รู้จัดสรร ส่วนผสม 3. รื่นรมย์เรียงลวดลำย 4. คิดหลำกหลำยสร้ำงชิ้นงำน 5. ประยุกต์สำนสิ่งบรรจุ 2) แบบทดสอบวัด ควำมรู้ เรื่อง “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 3) แบบประเมินทักษะ ในศตวรรษที่ 21 ด้วยชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 กลุ่มเป้ำหมำยในกำรพัฒนำ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศึกษำ 2566 จ ำนวน 36 คน ด ำเนินกำรทดลองตำมรูปแบบกลุ่มเดียวด้วยกำรทดสอบก่อนและหลังกำรทดลอง (One Group Pretest – Posttest Design) กำรวิจัย สถิติที่ใช้ในกำรวิเครำะห์ข้อมูล ได้แก่ กำรแจกแจงควำมถี่ กำร หำค่ำร้อยละ ค่ำเฉลี่ย ค่ำดัชนีควำมสอดคล้อง ค่ำประสิทธิภำพ และกำรวิเครำะห์เชิงเนื้อหำ โดยสรุปผลกำร พัฒนำ อภิปรำยผล และข้อเสนอแนะมีรำยละเอียดดังนี้ 5.1 สรุปผลการพัฒนานวัตกรรม 1) กำรพัฒนำชุดกิจกรรม“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” เพื่อพัฒนำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรี ผู้วิจัยได้พัฒนำชุดกิจกรรม“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” เพื่อพัฒนำทักษะใน ศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรี ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1 เล่ำขำนต ำนำนปูนปั้น กิจกรรมที่ 2 เรื่อง รู้จัดสรรส่วนผสม กิจกรรมที่ 3 เรื่อง รื่นรมย์เรียงลวดลำย กิจกรรมที่ 4 เรื่อง คิดหลำกหลำยสร้ำงชิ้นงำน กิจกรรมที่ 5 ประยุกต์สำนสิ่งบรรจุ
37 2) ทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ปี กำรศึกษำ 2566 ผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ผลกำรศึกษำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศ ประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 ผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” อยู่ในระดับ ดี 5.2 อภิปรายผลการพัฒนานวัตกรรม 1) ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” เพื่อพัฒนำทักษะใน ศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรี มีผลกำรประเมินประสิทธิภำพอยู่ในระดับ 83.58/85.69 ซึ่งสูงกว่ำเกณฑ์ที่ก ำหนด ทั้งนี้เกิดจำกกำรที่ผู้วิจัยได้ มีกำรสร้ำงและพัฒนำชุดกิจกรรมตำมขั้นตอนอย่ำงเป็นระบบ โดยเริ่มจำกกำรวิเครำะห์บริบทและควำม ต้องกำรของของสถำนศึกษำ กำรขอควำมคิดเห็นและแลกเปลี่ยนควำมคิดระหว่ำง ผู้บริหำร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมกำรสถำนศึกษำ และครูภูมิปัญญำท้องถิ่น เพื่อใช้ในกำรก ำหนดวัตถุประสงค์ในกำร พัฒนำนวัตกรรม ศึกษำเอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นแนวทำงในกำรจัดท ำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ ตำมที่วัตถุประสงค์ก ำหนด สอดคล้องกับงำนวิจัยของด ำรงศักดิ์ มีวรรณ์ (2552) ที่กล่ำวไว้ว่ำ ชุดกิจกรรมที่ดี จะต้องสำมำรถจัดประสบกำรณ์เรียนรู้ให้กับผู้เรียน ให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้แก้ปัญหำด้วยตนเอง มีอิสระในกำร เรียนรู้ โดยใช้แหล่งกำรเรียนรู้ที่หลำกหลำย โดยครูต้องเป็นผู้วำงแผน ก ำหนดเป้ำหมำยวัตถุประสงค์กำรเรียนรู้ สิ่งที่ต้องกำรผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้และในกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้โดยครูมีหน้ำที่ให้ค ำปรึกษำ 2) ทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำ สรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 ผ่ำนชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ในด้ำน ทักษะอำชีพและกำรเรียนรู้มีค่ำเฉลี่ยอยู่ในระดับสูงที่สุด คือ 4.13 อยู่ในระดับดี เนื่องจำกโรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ได้มีกำรพัฒนำในด้ำนทักษะงำนปูนปั้นให้แก่นักเรียนมำอย่ำงต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 ที่ได้มีครูภูมิปัญญำท้องถิ่น ได้แก่ อำจำรย์ ทองร่วง เอมโอษฐ ศิลปินแห่งชำติ และอำจำรย์บุญเจือน เอมโอษฐ ผู้เชี่ยวชำญด้ำนงำนปูนปั้นของจังหวัดเพชรบุรี ได้มำสอนงำนปูนปั้นพื้นฐำนให้แก่นักเรียน จน ปัจจุบันได้มีกำรบูรณำกำรทักษะงำนปูนปั้นเข้ำกับตัวชี้วัดในรำยวิชำต่ำงๆ แบบบูรณำกำร จนมำถึงกำรจัดท ำ ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้แบบ Active Learning ผ่ำนกำรลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ท ำให้ นักเรียนได้พัฒนำทักษะอำชีพและกำรเรียนรู้ สอดคล้องกับงำนวิจัยของ กำญจนำ กำฬภักดี (2561) กล่ำวคือ กำรใช้ชุดกิจกรรมเป็นหนึ่งในรูปแบบของสื่อกำรเรียนกำรสอนที่นักเรียนสำมำรถศึกษำและปฏิบัติกิจกรรมด้วย ตนเองจำกสื่อต่ำงๆ ที่จัดรวบรวมไว้เป็นชุดอย่ำงเป็นระบบ โดยมีกำรจัดเนื้อหำและประสบกำรณ์ที่ต้องกำร เสริมสร้ำงหรือพัฒนำเพื่อส่งเสริมกำรเรียนรู้ของผู้เรียน ครูมีหน้ำที่ให้ค ำปรึกษำและแนะน ำช่วยเหลือให้ผู้เรียน
38 สำมำรถศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเองตำมศักยภำพของผู้เรียนแต่ละคนให้เกิดกำรเรียนรู้และได้รับควำมส ำเร็จบรรลุ ตำมประสงค์อย่ำงมีประสิทธิภำพ ดังนั้นนอกจำกกำรใช้ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้จึงเป็นแนวทำงที่สำมำรถน ำไป จัดนอกจำกจะใช้สอนได้ตรงตำมเนื้อหำวิชำและจุดประสงค์ของหลักสูตรแล้ว ยังจะสำมำรถช่วยพัฒนำควำมรู้ ควำมสำมำรถของผู้เรียนท ำให้ผู้เรียนเกิดกำรเรียนรู้อย่ำงรวดเร็วตำมศักยภำพและควำมสำมำรถ อีกทั้งช่วย แก้ปัญหำกำรเรียนกำรสอนอันเนื่องมำจำกครูและควำมสำมำรถของนักเรียนแต่ละคน และยังช่วยเพิ่ม ประสิทธิภำพกำรเรียนกำรสอนให้เป็นมำตรฐำนเดียวกัน 5.3 ข้อเสนอแนะในการน าผลการพัฒนาไปใช้ 1) กำรน ำชุดกิจกรรม“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” เพื่อพัฒนำทักษะในศตวรรษที่ 21 ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) จังหวัดเพชรบุรีไปใช้ ครูผู้สอนมีหน้ำที่เป็นผู้อ ำนวยกำรเรียนรู้ ดังนั้นจึงควรมีกำรศึกษำกิจกรรมและเตรียมควำมพร้อมในด้ำนสื่อกำร สอนและจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ก่อนจัดกิจกรรม รวมถึงต้องมีกำรดูแลในระหว่ำงกำรใช้อุปกรณ์ เพื่อให้ผู้เรียน เกิดควำมปลอดภัยในกำรท ำกิจกรรม 2) กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนรู้ ครูผู้สอนสำมำรถบูรณำกำรกิจกรรมในชุดกิจกรรมกับรำยวิชำต่ำงๆที่มี เนื้อหำและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน นอกเหนือจำกกำรเรียนในกิจกรรม พัฒนำผู้เรียนและกิจกรรมลดเวลำเรียนเพิ่มเวลำรู้เพียงอย่ำงเดียว 5.4 ข้อเสนอแนะในการท าพัฒนานวัตกรรมครั้งต่อไป 1) ควรมีกำรพัฒนำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ให้ในรูปแบบสื่อออนไลน์ที่น่ำสนใจ เพื่อให้ผู้เรียนสำมำรถ เข้ำถึงกิจกรรมต่ำงๆ ได้ทุกที่ทุกเวลำ และสำมำรถขยำยผลไปยังกลุ่มเป้ำหมำยอื่นๆ ได้อย่ำงสะดวกและรวดเร็ว 2) ควรมีกำรศึกษำทักษะในศตวรรษที่ 21 ในด้ำนอื่นๆ ที่เกิดจำกกำรใช้ชุดกิจกรรม“วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” เพื่อให้สำมำรถพัฒนำทักษะในศตวรรษที่ 21 ให้ครบทุกด้ำน
39 ภาคผนวก 1. เครื่องมือ 1.1) ชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ประกอบไปด้วย กิจกรรมทั้งหมด 5 กิจกรรม ได้แก่ 1. เล่ำขำนต ำนำนปูนปั้น 2. รู้จัดสรรส่วนผสม 3. รื่นรมย์เรียงลวดลำย 4. คิดหลำกหลำยสร้ำงชิ้นงำน 5. ประยุกต์สำนสิ่งบรรจุ 1.2) แบบทดสอบวัดควำมรู้ เรื่อง “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ชั้น ประถมศึกษำปีที่ 4-6 ใช้ส ำหรับทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จ ำนวน 10 ข้อ คะแนนเต็ม 20 คะแนน 1.3) แบบประเมินทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้วยชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ (นันท์) สร้ำงสรรค์ งำนปูนปั้นสร้ำงชื่อ” ของนักเรียนชั้นประถมศึกษำปีที่ 4-6 ภำคเรียนที่ 1 โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชำสรรค์) ปีกำรศึกษำ 2566 QR code เครื่องมือที่ใช้ในกำรพัฒนำชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ฯ 2. รำยละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละในกิจกรรมของชุดกิจกรรมกำรเรียนรู้ “วัดกุฏิ(นันท์) สร้ำงสรรค์ งำน ปูนปั้นสร้ำงชื่อ” 3. ภำพประกอบ 4. QR code file PDF ผลงำน
ภาคผนวก ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ วัดกุฏิ(นันท์)สร้างสรรค์ งานปูนปั้นสร้างชื่อ ฉบับเต็ม ไฟล์ PDF
ภาคผนวก QR-CODE สำ หรับแสกนเพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละกิจกรรม บัตรกิจกรรมการเรียนรู้ วัดกุฏิ(นันท์)สร้างสรรค์ งานปูนปั้นสร้างชื่อ ไฟล์ PNG ใบงานกิจกรรมการเรียนรู้ วัดกุฏิ(นันท์)สร้างสรรค์ งานปูนปั้นสร้างชื่อ ไฟล์ PNG
ภาคผนวก สื่อ Infographic กิจกรรมที่ื 4 คิดหลากหลายสร้างชิ้นงาน เพื่อ ศึกษาวัสดุและอุปกรณ์งานปูนปั้น จาก Website โรงเรียนวัดกุฏิ (นันทวิเทศประชาสรรค์) สื่อวีดิทัศน์กิจกรรมที่ื 2 รู้จัดสรร ส่วนผสม เพื่อศึกษาาส่วนผสมงาน ปูนปั้น จาก YouTube ของโรงเรียน วัดกุฏิ (นันทวิเทศประชาสรรค์) QR-CODE สำ หรับแสกนเพื่อศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละกิจกรรม
ภาคผนวก ภาพถ่ายผลงานนักเรียน สำ หรับการปฏิบัติตามชุด กิจกรรมการเรียนรู้ ตั้งแต่ กิจกรรมที่ 1-5