โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โดย นายปัญญา ทัศน์แก้ว ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) รายงานการใช้นวัตกรรม เรื่อง การพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model”
ก ค ำน ำ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มีข้อก าหนดไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการ ประกันคุณภาพการศึกษาว่า “ให้หน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายใน สถานศึกษาและถือว่าการประกันคุณภาพภายใน เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่จะต้อง ด าเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดท ารายงานประจ าปีเสนอต่อหน่วยงานต้นสังกัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ เปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อน าไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเพื่อรองรับการประกันคุณภาพ ภายนอก” โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) จัดให้มีการด าเนินงานการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน อย่างมีระบบ เพื่อให้มีการปฏิบัติที่เป็นไปตามข้อก าหนดในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ งาน ประกันคุณภาพการศึกษาได้ตระหนักถึงความส าคัญดังกล่าว จึงได้ด าเนินงานพัฒนานวัตกรรมในด้าน การ บริหารเรื่องการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” เพื่อพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาให้มีความเข้มแข็ง และน าไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาที่ยั่งยืนต่อไป โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) จึงได้จัดท ารายงานผลการด าเนินงานการพัฒนานวัตกรรมในด้าน การบริหาร เรื่องการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ขอขอบคุณบุคลากรและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาทุกท่านที่ได้กรุณาให้ ข้อมูลที่ เป็นประโยชน์ในการจัดท ารายงานในครั้งนี้เป็นอย่างสูง หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานผลการด าเนินการ เล่มนี้จะเป็นประโยชน์และสามารถน าเป็นแนวทางในรายงานผลการด าเนินงานอื่นๆกับสถานศึกษาและผู้ที่ สนใจต่อไป โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) กรกฎาคม 2566
ข สารบัญ หน้า ค าน า ก สารบัญ ข บทที่ 1 บทน า 1 - ความเป็นมาและปัญหาการวิจัย 1 - วัตถุประสงค์ 2 - กลุ่มเป้าหมาย 2 - ขอบข่าย เนื้อหา /เวลา 2 - กรอบแนวคิดจากการวิจัย 3 - นิยามศัพท์เฉพาะ 3 - ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 4 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 5 - หลักการ แนวคิด และทฤษฎี เกี่ยวกับการพัฒนาระบบและกลไก 6 - หลักการ แนวคิด และทฤษฎีเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา 7 - งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 9 บทที่ 3 วิธีด าเนินการ 12 - เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนา 12 - ขั้นตอนการพัฒนาเครื่องมือ 13 - การหาประสิทธิภาพเครื่องมือ 14 - วิธีด าเนินการพัฒนา (การทดลอง/เก็บข้อมูล) 14 - การมีส่วนร่วมของผู้บริหาร ครูและบุคลากร 16 - การขยายผลภายในโรงเรียน 22 - การขยายผลนอกสถานศึกษา 22 - การเผยแพร่ 22 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 24 - ผลการวิเคราะห์ระดับคุณภาพการใช้ระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย“TEAM D Model” 25 - ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจที่มีต่อการใช้ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ ภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” 29 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย 32 - สรุปผลการประเมิน 32 - อภิปรายผล 33 - ข้อเสนอแนะ 34 - ข้อเสนอแนะในการท าวิจัยครั้งต่อไป 34
ค สารบัญ (ต่อ) หน้า บรรณานุกรม 35 ภาคผนวก 37 - แบบประเมินการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย“TEAM D Model” 38 - แบบสอบถามความพึงพอใจการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” 42 - คู่มือการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย TEAM D Model 45
1 บทที่ 1 บทน ำ ควำมเป็นมำและปัญหำกำรวิจัย “การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการด ารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งปลูกฝังจิตส านึกที่ถูกต้อง มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รู้จักรักษา ผลประโยชน์ส่วนรวมและของประเทศชาติ รวมทั้งส่งเสริมศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมของชาติ การกีฬา ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และความรู้อันเป็นสากล ตลอดจนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม มีความสามารถในการประกอบอาชีพ รู้จักพึ่งตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ใฝ่รู้และเรียนรู้ด้วย ตนเองอย่างต่อเนื่อง” เป็นความ มุ่งหมายของการจัดการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และได้ก าหนดหลักการส าคัญข้อหนึ่ง คือ ให้มีการ ก าหนดมาตรฐานการศึกษาและจัดระบบประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษา โดยที่ ก าหนดให้“มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา” เป็นภารกิจส าคัญหมวดหนึ่งที่สถานศึกษาและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องด าเนินการ อีกทั้งต้องเป็นไปตามระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่กระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ก าหนดด้วยการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นกลไกส าคัญประการหนึ่งที่สามารถขับเคลื่อนการพัฒนา คุณภาพการศึกษาให้ด าเนินไปอย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติงานได้อย่างเป็นระบบ มีคุณภาพตามมาตรฐาน ผู้ที่จบ การศึกษามีคุณภาพตามที่มุ่งหวัง ผู้ปกครอง ชุมชน และองค์กร/สถานประกอบการที่รับข่วงผู้จบ การศึกษา แต่ละแห่งมีคุณภาพได้มาตรฐาน แม้จะไม่เท่ากันแต่ก็แตกต่างกันไม่มากนัก นักเรียนที่จบการศึกษาจาก สถานศึกษาทุกแห่งมีความรู้ ความสามารถ มีทักษะ และมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามที่หลักสูตรสถานศึกษา ก าหนด ดังนั้น ผู้เรียนจึงเป็นบุคคลส าคัญที่สุดที่สถานศึกษา (ซึ่งหมายถึง ผู้บริหาร ครูและบุคลากรสนับสนุน ทุกคนในสถานศึกษา) ต้องค านึงถึงตลอดเวลา ไม่ว่าจะคิดท ากิจกรรมใดหรือโครงการใดก็ตาม ผู้เรียนจะต้อง ได้รับผลหรือประโยชน์ที่เกิดขึ้นทั้งโดยตรงและโดยอ้อม นอกจากนี้ในการจัดการศึกษาจ าเป็นต้องอาศัยการมี ส่วนร่วมของบุคคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพตามที่คาดหวังกระบวนการ ประกันคุณภาพการศึกษา จึงเป็นเครื่องมือที่มีความส าคัญอย่างยิ่งในการจัดการศึกษาในปัจจุบันและต้อง ด าเนินการอย่างต่อเนื่องและกฎกระทรวง การประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 ได้ให้ความหมายของ “การประกันคุณภาพการศึกษา” ว่าเป็นการประเมินและการติดตามตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐาน การศึกษาของสถานศึกษาแต่ละระดับและประเภทการศึกษา โดยมีกลไกในการควบคุมตรวจสอบ ระบบ การบริหารคุณภาพการศึกษาที่สถานศึกษาจัดขึ้น เพื่อให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเชื่อมั่น 2 ให้แก่ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องและสาธารณชนว่าสถานศึกษานั้นสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และตามกฎกระทรวงนี้ ข้อ 3 ก าหนดให้สถานศึกษาแต่ละแห่งจัดให้ระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษา โดยการก าหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาแต่ละระดับ และประเภทการศึกษาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศก าหนด พร้อมทั้งจัดท าแผนพัฒนา การจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาและด าเนินการตามแผนที่ก าหนดไว้ จัดให้มีการประเมินผลและ ตรวจสอบคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ติดตามผลการด าเนินการ เพื่อพัฒนาสถานศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และจัดส่งรายงานผลการประเมินตนเองให้แก่ หน่วยงานต้นสังกัด หรือหน่วยงานที่ก ากับดูแลสถานศึกษาเป็นประจ าทุกปี ดังนั้นจะเห็นได้ว่าระบบ การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาเป็นเหมือนแผนที่ในการเดินทางพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของ
2 สถานศึกษาที่ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องให้ความส าคัญ และใช้เป็นแนวทางการพัฒนาสถานศึกษาให้มี คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา การพัฒนาการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพและด าเนินการอย่าง ยั่งยืนได้นั้น ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในสถานศึกษาต้องมีการท างานที่มุ่งประโยชน์ที่จะเกิดแก่ผู้เรียนเป็นส าคัญ โดยมีความตระหนัก รับรู้ และเห็นคุณค่าของการท างานเป็นระบบ ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ของสถานศึกษา มีการก าหนดเป้าหมายและด าเนินกิจกรรม/โครงการที่ใช้ผลการประเมินตนเอง ผลการ ประเมินคุณภาพจากองค์กรภายนอก หรือผลการวิจัยที่สถานศึกษาจัดท าขึ้น เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาผู้เรียน ของสถานศึกษาเอง ตลอดจนใช้ผลการวิจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็น ฐานในการก าหนดเป้าหมายคุณภาพผู้เรียน การติดตามตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ จะช่วยให้งานบรรลุผลได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ ผลที่ เกิดกับผู้เรียนก็จะเป็นที่พึงพอใจกับผู้ปกครอง ชุมชน และองค์กรหรือสถานประกอบการที่รับช่วงต่อจาก สถานศึกษา ด้วยการด าเนินงานที่ทุกคนมีจิตส านึกและความรับผิดชอบร่วมกันเช่นนี้ การประกันคุณภาพ ภายในสถานศึกษาจะเป็นส่วนหนึ่ง ของการบริหารที่แท้จริง และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเป็นวิถีชีวิตใน การท างานของทุกคนเป็น วัฒนธรรมขององค์กรที่ยึดคุณภาพผู้เรียนฝังแน่นอยู่ในจิตใจตลอดเวลา โรงเรียน บ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) จึงเห็นว่าควรมีการพัฒนาระบบ ประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้มีคุณภาพ ตามแนวทางการด าเนินงานพัฒนาการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย TEAM D Model เพื่อพัฒนาระบบการบริหารจัดการสถานศึกษาให้มีคุณภาพต่อไป วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาผลการใช้ระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครูที่มีต่อการใช้ระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของ โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” กลุ่มเป้ำหมำย ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 จ านวน 76 คน ขอบข่ำย เนื้อหำ /เวลำ ระยะเวลาในการใช้นวัตกรรม : ปีการศึกษา 2565
3 กรอบแนวคิดจำกกำรวิจัย ตัวแปรต้น ตัวแปรตำม นิยำมศัพท์เฉพำะ กำรประกันคุณภำพภำยในของโรงเรียนบ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) หมายถึง กระบวนการพัฒนา คุณภาพบริหารการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนอย่างมีคุณภาพเป็นระบบ ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่องจน สร้างความมั่นใจให้กับสังคมว่าการจัดการศึกษาของโรงเรียนมีคุณภาพ ผู้จบการศึกษา มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตามจุดหมายของหลักสูตรและความต้องการของสังคม TEAM D Model หมายถึง วิธีพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียน บ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) T : Team work คณะครูทุกคนร่วมมือ ร่วมใจท างานให้ประสบความส าเร็จโดยมีเป้าหมาย เดียวกัน E : Efficiency สร้างเครื่องมือประเมินการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” อย่างมีประสิทธิภาพ A : Awareness สร้างความตระหนักโดยการให้ความรู้ในด้านงานประกันคุณภาพการศึกษา M : Moral ก าหนดความรับผิดชอบ ในบทบาทและหน้าที่ในการท างาน D : Development พัฒนาจุดแข็งและปรับปรุงจุดบกพร่องในการท างานแต่ละขั้นตอนให้ดีขึ้น T ระบบและกลไกกำรประกันคุณภำพภำยใน ของโรงเรียนบ้ำนท่ำยำง(ประชำสรรค์) องค์ประกอบที่ 1 การก าหนดเป้าหมายมาตรฐานคุณภาพ องค์ประกอบที่ 2 การขับเคลื่อนคุณภาพสู่มาตรฐาน องค์ประกอบที่ 3 การประเมินความส าเร็จตามมาตรฐาน องค์ประกอบที่ 4 การน าการเปลี่ยนแปลงสู่สถานศึกษา และการสร้างคุณค่าแก่วงวิชาการ องค์ประกอบที่ 5 การเกิดวัฒนธรรมคุณภาพที่สะท้อน การพัฒนาที่ยั่งยืน E A M D
4 ระบบและกลไกกำรบริหำรจัดกำรคุณภำพและมำตรฐำนกำรศึกษำ (IQA) หมายถึง ระบบการ ประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา เป็นหนึ่งในประเภทของการตรวจติดตาม เป็นการตรวจติดตามโดย บุคลากรภายในองค์กรของตนเอง ซึ่งมี 5 องค์ประกอบ ดังนี้ องค์ประกอบที่ 1 การก าหนดเป้าหมายมาตรฐานคุณภาพ องค์ประกอบที่ 2 การขับเคลื่อนคุณภาพสู่มาตรฐาน องค์ประกอบที่ 3 การประเมินความส าเร็จตามมาตรฐาน องค์ประกอบที่ 4 การน าการเปลี่ยนแปลงสู่สถานศึกษาและการสร้างคุณค่าแก่วงวิชาการ องค์ประกอบที่ 5 การเกิดวัฒนธรรมคุณภาพที่สะท้อนการพัฒนาที่ยั่งยืน เงื่อนไขส ำคัญที่น ำไปสู่ควำมส ำเร็จ 1. ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา 2. บุคลากรจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning 3. สถานศึกษามีผลผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับ ดีเยี่ยม
5 บทที่2 เอกสำรและงำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง เรื่อง การพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ผู้จัดท าได้ศึกษาค้นคว้าทฤษฎีหลักการ แนวคิด ตลอดจนเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 1. หลักกำร แนวคิด และทฤษฎีเกี่ยวกับกำรพัฒนำระบบและกลไก - ความหมายของระบบและกลไก 2. หลักกำร แนวคิด และทฤษฎีเกี่ยวกับกำรประกันคุณภำพกำรศึกษำ - ความหมายของการประกันคุณภาพการศึกษา 3. งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง
6 1 หลักกำร แนวคิด และทฤษฎี เกี่ยวกับกำรพัฒนำระบบและกลไก ควำมหมำยของระบบและกลไก พจนานุกรมไทย (2552 : online) ได้ให้ความหมายของระบบและกลไกว่า หมายถึง บุคคลผู้ เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในระดับต่าง ๆ ระบบหรือองค์การที่บุคคลผู้เป็นเจ้าหน้าที่ในระดับต่าง ๆ ปฏิบัติงาน ร่วมกันเป็นระบบที่จะให้งานส าเร็จตามเป้าหมายขององค์การ ส านักงานราชบัณฑิตยสภา (2552 : online) ได้ให้ความหมายระบบและกลไก หมายถึง บุคคลผู้ อยู่ในต าแหน่งต่าง ๆ ซึ่งสัมพันธ์กันเป็นระบบ เช่น พนักงานทุกระดับเป็นกลไกส าคัญในการด าเนินงานของ องค์การ การบริหารงานจะไม่เป็นปัญหาหากกลไกทุกภาคส่วนท าหน้าที่ของตนอย่างมีประสิทธิภาพ ส านักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (2557 : 15) ได้ให้ความหมายของระบบและกลไก หมายถึง สิ่งที่ท าให้ระบบมีการขับเคลื่อนหรือด าเนินอยู่ได้ โดยมีการจัดสรรทรัพยากร มีการจัดองค์การ หน่วยงาน หรือกลุ่มบุคคลเป็นผู้ด าเนินงาน อาจกล่าวโดยสรุปได้ว่า ระบบและกลไก หมายถึง การที่บุคลากรของหน่วยงานร่วมกันปฏิบัติ หน้าที่ในต าแหน่งต่าง ๆ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายขององค์การ ดังนั้น การพัฒนาระบบและกลไก จึงหมายถึง การที่บุคลากรของหน่วยงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความส าเร็จ หัวใจส าคัญของการขับเคลื่อน ต้องให้ความส าคัญกับปรัชญาพื้นฐาน 4 ประการ คือ 1) การมีส่วนร่วมของพนักงาน (top down and bottom up) 2) การสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานมีความสามารถในการบริหารจัดการ (manageability) 3) การพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (continuous improvement) และ 4) การสร้างแรงจูงใจอย่างเหมาะสม (rewarding) เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมที่องค์กรต้องการอย่างต่อเนื่อง (จริยา บุณยะประภัศร, 2561 : 1) ส าหรับการพัฒนาระบบและกลไก ถือว่าเป็นระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน เพื่อขับเคลื่อน ให้บุคลากรในองค์กรมีผลการปฏิบัติงานให้สอดคล้องตามเป้าหมายที่องค์กรก าหนดไว้ เป็นกระบวนการที่ เชื่อมโยง โดยเริ่มจากขั้นตอนต่าง ๆ 5 ขั้นตอน ประกอบด้วย 1) ขั้นตอนการวางแผน (plan) ผลลัพธ์ที่ต้องการ จากต าแหน่งงาน 2) ขั้นตอนการติดตาม (monitor) เพื่อทราบว่าเป้าหมายที่ก าหนดกับผลที่ปฏิบัติได้จริงเป็น อย่างไร 3) ขั้นตอนการพัฒนา (develop) ไม่ว่าจะโดยวิธีการสอนงาน (coaching) หรือการให้ค าปรึกษา 4) ขั้นตอนการประเมินผลการปฏิบัติงานตามระยะเวลาที่ก าหนด (appraise) และ 5) ขั้นตอนการให้ ผลตอบแทนตามผลงาน (reward) อย่างเหมาะสม (จริยา บุณยะประภัศร, 2561 : 1) สรุปได้ว่าการพัฒนาระบบและกลไก หมายถึง บุคลากรในต าแหน่งต่าง ๆ ของหน่วยงาน ร่วมกัน ปฏิบัติงานในหน้าที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ และประสบความส าเร็จ โดยมี ปรัชญาพื้นฐานส าคัญ 4 ประการ คือ 1) การมีส่วนร่วมของบุคลากร 2) การสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานมี ความสามารถในการบริหารจัดการ 3) การพัฒนาปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง และ 4) การสร้างแรงจูงใจอย่าง เหมาะสมระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน ภายใต้ระบบการบริหารงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายที่องค์กร ก าหนดไว้ เป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงกัน 5 ขั้นตอน คือ 1) การวางแผนก าหนดผลลัพธ์ที่ต้องการจากต าแหน่ง งาน 2) การติดตาม เพื่อตรวจสอบว่าผลการปฏิบัติงานจะบรรลุเป้าหมายขององค์กรหรือไม่อย่างไร 3) การพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กร 4) การประเมินผลการปฏิบัติงานตาม ระยะเวลาที่ก าหนด และ 5) การให้ผลตอบแทนตามผลงานอย่างเหมาะสม
7 2. หลักกำร แนวคิด และทฤษฎีเกี่ยวกับกำรประกันคุณภำพกำรศึกษำ ควำมหมำยของกำรประกันคุณภำพกำรศึกษำ การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นกระบวนการทางการศึกษาที่จะช่วยสร้าง ความเชื่อมั่น ศรัทธาและความพึงพอใจให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ผู้ปกครอง ประชาชน และสังคมว่าสถานศึกษาสามารถ จัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ผู้ที่จบการศึกษามีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน ที่ก าหนดไว้และเป็นที่ยอมรับ ของสังคม มีนักวิชาการและหน่วยงานต่าง ๆ นิยามการประกันคุณภาพ การศึกษาไว้ดังนี้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (2548 : 8) ให้ความหมายว่า การประกันคุณภาพคือ แผนงานและ ปฏิบัติการทั้งหลายที่เป็นระบบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการให้การศึกษาจะสนองตอบ ต่อคุณภาพที่ก าหนด เข็มทอง ศิริแสงเลิศ (2550 : 33) มีแนวคิดว่าการประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การประกันคุณภาพของกระบวนการบริหารโรงเรียนว่าได้มีการวางแผนการท างานและด าเนินกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเป็นระบบเพื่อให้ผลผลิตของโรงเรียนมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานทาง การศึกษาและตรงตามความต้อง ของผู้รับบริการได้ตลอดเวลา ประดิษฐ์ศิริเดช (2551 : 26) ได้เสนอว่า การประกันคุณภาพการศึกษา เป็นกระบวนการ และกลไกส าคัญในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นการตอบสนองความต้องการของ ผู้ใช้บริการให้มีความเชื่อมั่นว่าผลิตสินค้าตรงกับความต้องการผู้ใช้บริการ ไพบูลย์แจ่มพงษ์(2551 : 20) มีความเห็นว่าการประกันคุณภาพการศึกษา เป็นมาตรการที่ ก าหนดแนวปฏิบัติหรือแนวทางในการด าเนินงานในการจัดการศึกษาเพื่อจะช่วยให้การจัดการศึกษาของ โรงเรียนมีหลักประกันว่าผู้เรียนจะมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาและเป็นที่ ยอมรับของสังคม ภานุวัฒน์ภักดีวงศ์ (2551 : 32) มีความเห็นว่าการประกันคุณภาพการศึกษา เป็นแนวคิด หนึ่งของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการได้ก าหนดขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพทาง การศึกษาที่สามารถก้าวไปสู่การด ารงชีวิตในสังคมการเรียนรู้และมีศักยภาพที่สามารถแข่งขันกับสังคมอื่นใน โลกยุคโลกาภิวัตน์ สงบ ลั กษณ ะ (2551 : 29) ให้ค ว ามเห็น ว่ าก า รป ร ะกันคุณภ าพท างก า รศึกษ า เป็นกระบวนการวางแผนและกระบวนการจัดการของผู้ที่รับผิดชอบจัดการศึกษาที่จะรับประกันให้สังคม เชื่อมั่นว่าจะพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ให้ครบถ้วยตามมาตรฐานคุณภาพที่ระบุไว้ใน หลักสูตรและตรงกับ ความมุ่งหวังของสังคม อภิญญา ตันศิริ(2551 : 23) กล่าวว่า การประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การปฏิบัติ การต่าง ๆ ของโรงเรียนที่เป็นระบบอย่างต่อเนื่อง จนสร้างความมั่นใจให้กับสังคมว่า สามารถจัดการศึกษาได้ อย่างมีคุณภาพ และผู้จบการศึกษามีคุณภาพได้มาตรฐานตามจุดมุ่งหมายของ หลักสูตร กรมสามัญศึกษา (2552 : 6) ได้ให้ความหมายของการประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง การด าเนินการต่าง ๆ ในขบวนการจัดการศึกษาตั้งแต่การวางแผนไว้ตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้เกิดการปฏิบัติ อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความมั่นใจ และเป็นหลักประกันต่อผู้ปกครอง ชุมชน และสังคมว่าสถานศึกษา สามารถจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนที่จบการศึกษามีคุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษา และเป็นที่ยอมรับของสังคม อุทุมพร จามรมาน (2553 : 13) มีความเห็นว่าการประกันคุณภาพการศึกษา เป็นการให้ ความมั่นใจแก่ประชาชนว่าทุกคนในโรงเรียนท างานเต็มที่ เพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้สูงสุด
8 รุ่ง แก้วแดง (2554 : 10) ให้ความหมายว่าการประกันคุณภาพ คือ การท างาน ตามปกติของ ครูเพียง แต่ปรับปรุงการท างานให้เป็นกระบวนการขั้นตอนที่ชัดเจน ครูต้องท าการวิจัย มีการเก็บข้อมูล มีการวิเคราะห์มีการน าไปใช้โดยสรุปคือน ากระบวนการ PDCA มาใช้ในการท างาน ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ(2555 : 10) ให้ความหมาย การประกันคุณภาพ การศึกษา คือ การบริหารจัดการและการด าเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ตามภารกิจปกติของสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง เป็นการสร้าง ความมั่นใจให้ผู้รับบริการทางการศึกษา ทั้ง ผู้รับบริการโดยตรง ได้แก่ผู้เรียนและผู้ปกครอง และผู้รับบริการทางอ้อม ได้แก่ สถานประกอบการ ประชาชน และสังคมโดยรวมว่าการด าเนินงาน ของสถานศึกษาจะมีประสิทธิภาพและท าให้ผู้เรียนมีคุณภาพหรือ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ตาม มาตรฐานการศึกษาที่ก าหนด การประกันคุณภาพมีแนวคิดอยู่บนพื้นฐานของ การป้องกันไม่ให้เกิดการ ท างานที่ไม่มีประสิทธิภาพและผลผลิตที่ไม่มีคุณภาพ วีระวัฒน์อุทัยรัตน์และเฉลิมชัย หาญกล้า (2556 : 15) การประกันคุณภาพ การศึกษา เป็นกลไกหรือกระบวนการในการจัดการศึกษาที่ได้มีการวางแผนและจัดระบบไว้เป็นอย่างดีซึ่งท าให้เกิดความ มั่นใจได้ว่าจะน าไปสู่การได้ผู้ส าเร็จการศึกษาที่มีมาตรฐานตามที่ก าหนด จ ารัส นองมาก (2556 : 5) ให้นิยามการประกันคุณภาพว่าตามความหมายที่ ระบุไว้ใน พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 หมายถึง การประเมินผลและการติดตามตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานของการศึกษา ถ้าเป็นการประกันคุณภาพภายในตรวจสอบคุณภาพ โดยบุคลากรของ สถานศึกษาหรือโดยหน่วยงานต้นสังกัด ถ้าเป็นการประกันคุณภาพภายนอก ตรวจสอบโดยส านักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา สรุปได้ว่า การประกันคุณภาพการศึกษา หมายถึง กระบวนการพัฒนา คุณภาพบริหาร การจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนอย่างมีคุณภาพเป็นระบบ ได้มาตรฐานอย่าง ต่อเนื่องจนสร้างความมั่นใจ ให้กับสังคมว่าการจัดการศึกษาของโรงเรียนมีคุณภาพ ผู้จบการศึกษา มีคุณภาพได้มาตรฐานตามจุดหมายของ หลักสูตรและความต้องการของสังคม นอกจากนี้แล้วการประกันคุณภาพการศึกษายังเป็นกระบวนการที่จะยก มาตรฐานของโรงเรียนต่าง ๆ ที่ยังไม่เข้ามาตรฐานให้ได้มาตรฐานโดยมุ่งเน้นการใช้ข้อมูลคุณภาพมาตรฐาน โรงเรียนป้อนกลับมาเพื่อรายงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้ร่วมกันสนับสนุนและพัฒนาโรงเรียนให้ได้ มาตรฐานที่ก าหนดไว้ทั้งนี้โดยมีความเชื่อว่าถ้ากระบวนการประกันคุณภาพมีการวางระบบอย่างถูกต้อง คุณภาพที่ดีก็จะตามมา
9 3. งำนวิจัยที่เกี่ยวข้อง งำนวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกำรพัฒนำระบบและกลไกกำรประกันคุณภำพกำรศึกษำ ถิรฉัตร คงจันทร์ (2560 : 135) ได้ศึกษาเรื่อง การพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ต ผลการวิจัยพบว่า 1.ผลการศึกษาสภาพการด าเนินงานการประกันคุณภาพ การศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ต ปีการศึกษา 2559 ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้เนื่องจากการด าเนินงาน ของโรงเรียนอยู่ภายใต้โครงสร้างการบริหารเชิงระบบ โดยแบ่งระบบการบริหารจัดการออกเป็น 4 กลุ่มงาน คือ กลุ่มบริหารวิชาการ กลุ่มบริหารทั่วไป กลุ่มบริหารงานบุคคล และกลุ่มบริหารงบประมาณ ซึ่งแต่ละกลุ่มงานจะ มีโครงสร้างย่อยก ากับสายงานลงไป มีผู้ช่วยผู้อ านวยการกลุ่มงานท าหน้าที่ก ากับ ดูแลเป็นไปตามหลักการ จัดระบบบริหารและสารสนเทศ 2. ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ต มีความสอดคล้องของเนื้อหารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ต ตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญสามารถน าไปใช้เป็นเครื่องมือในการวิจัย ได้ผลการวิเคราะห์พบว่า รูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ตใน ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ทั้งนี้เนื่องจาก กระบวนการสร้างและพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ต มีการศึกษาบริบทของโรงเรียน สภาพการด าเนินงาน การประกันคุณภาพการศึกษา เพื่อน ามาศึกษาวิเคราะห์ ควบคู่กับการศึกษาเอกสาร ทฤษฎี หลักการ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และจัดท าร่างรูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาของโรงเรียน สตรีภูเก็ต ตามองค์ประกอบที่จ าเป็นการการด าเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษา 3. ผลการศึกษาสภาพ การด าเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ต และคุณภาพการจัด การศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา ปีการศึกษา 2560ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้เนื่องจากในปีการศึกษา 2560 การด าเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาเป็นไปตามขั้นตอน 8 กระบวนการ เป็นไปตามที่ กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักการ และวิธีการการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 (ส านักทดสอบทาง การศึกษา, 2554ก) ก าหนดไว้คือ1) การก าหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา 2) การจัดท าแผนพัฒนา การจัดการศึกษาของสถานศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา 3) การจัดระบบบริหาร และสารสนเทศ 4) การด าเนินงานตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา 5) การจัดให้มีการติดตาม ตรวจสอบคุณภาพ 6) การจัดให้มีการประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา 7) การ จัดท ารายงานประจ าปีที่เป็นรายงานประเมินคุณภาพภายใน และ 8) การจัดให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษา อย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการด าเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาตามกระบวนการดังกล่าว ตามหลักการของวงจรคุณภาพ (PDCA) มีการวิเคราะห์บริบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของ โรงเรียน ควบคู่กับการติดตามตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และสม่ าเสมอ ส่งผลให้การด าเนินงานการ ประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ตสูงขึ้น 4. ผลการเปรียบเทียบสภาพการ ด าเนินงานตามรูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ปีการศึกษา 2559 – 2560 พบว่า ทั้ง 2 ปีการศึกษามีผลการศึกษาอยู่ในระดับมากแต่เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ย พบว่า ปีการศึกษา 2560 สภาพการ ด าเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ต และคุณภาพตามมาตรฐาน การศึกษา มีระดับค่าเฉลี่ยสูงกว่า ปีการศึกษา 2559 ทั้ง 2 ประเด็น ทั้งนี้เนื่องจากการด าเนินงานการประกัน คุณภาพการศึกษาในปีการศึกษา 2559 ยังด าเนินการเป็นระบบแต่ยังขาดความชัดเจน ครูและบุคลากรยังขาด ความรู้ความเข้าใจ แนวทาง และเครื่องมือในการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา เมื่อผู้วิจัยได้ สร้างและพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ตขึ้นและได้น า รูปแบบดังกล่าวไปใช้ด าเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษา ส่งผลให้การด าเนินงานการประกันคุณภาพ
10 การศึกษาภายในสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ตและคุณภาพการจัดการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาที่ ก าหนด ในปีการศึกษา 2560 สูงขึ้นจากปีการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งการด าเนินงานเริ่มจากการเตรียมความพร้อม ของผู้ปฏิบัติงาน ก าหนดเป้าหมายการด าเนินงานต่าง ๆตามมาตรฐานการศึกษา สร้างและพัฒนารูปแบบ การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาตามบริบทการจัดการศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ต สร้างและ พัฒนาเครื่องมือในการเก็บและรวบรวมข้อมูล และมีการประเมินตรวจสอบผลการด าเนินงานอย่างเป็นระบบ ลดาวัลย์ ตั้งมั่น (2561 : 5) ได้ศึกษาเรื่อง การด าเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี ผลการวิจัยพบว่า 1) การด าเนิน การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี อยู่ในระดับมาก และ 2) แนวทางการด าเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาสังกัดส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานีมีทั้งหมด 8 แนวทาง ได้แก่ 1) การพัฒนามาตรฐานการศึกษา ควรมีการท าคู่มือก าหนดมาตรฐานการศึกษาและตัวชี้วัด 2) การจัดท าแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ควรจัดท า แผนตามปีงบประมาณและแบ่งเป็นแผนระยะสั้นและแผนระยะยาว 3) การจัดระบบบริหารและสารสนเทศ ควรจัดท าค าสั่งให้กลุ่มบุคลากรในฝ่ายแผนงานร่วมกันรับผิดชอบ 4) การด าเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพ การศึกษา ควรจัดท าแผนปฏิบัติการประจ าปีสู่การปฏิบัติตามปฏิทินการปฏิบัติงาน 5) การตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพการศึกษา ควรก าหนดให้ผู้บริหารโรงเรียนและหัวหน้าฝ่ายเป็นผู้ประเมินคุณภาพภายใน ตามปฏิทินที่ก าหนดไว้ในแผน 6) การประเมินคุณภาพการศึกษาควรจัดท าค าสั่งแต่งตั้งคณะท างาน ผู้รับผิดชอบเก็บรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วน 7) การรายงานคุณภาพการศึกษาประจ าปี ควรจัดท ารายงาน ประจ าปีที่เป็นรายงานประเมินคุณภาพภายในโดยใช้รูปแบบตามหน่วยงานต้นสังกัดก าหนดให้ 8) การพัฒนา คุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ควรมีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยการส่งบุคลากรให้เข้ารับการอบรม ศึกษาดูงาน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น มยุรี วรวรรณ (2563 : 4) ได้ศึกษาเรื่อง แนวทางการพัฒนาการด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา ของโรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม พบว่า การด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน โดยภาพรวมอยู่ ในระดับมากที่สุด แนวทางการพัฒนาการด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา 1) ควรเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วม บริหารตามโครงสร้างและบริบทโรงเรียน 2) ควรมีการระดมความคิดในการจัดท าแผนพัฒนาการจัด การศึกษา 3) ส่งเสริมการจัดกิจกรรม โครงการตามแผนพัฒนาการศึกษา 4) ควรแต่งตั้งผู้เกี่ยวข้องประเมินผล และตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษา 5) ควรมีการแต่งตั้งผู้เกี่ยวข้องติดตามผลการด าเนินงานเพื่อพัฒนา สถานศึกษาให้มีคุณภาพ 6) ควรมีการแต่งตั้งกรรมการเพื่อท าการรายงานผลการประเมินตนเองตาม สถานศึกษาก าหนด ธนพล วงศ์ฉลาด (2564 : 5) ได้ศึกษาเรื่อง การพัฒนาแนวทางการด าเนินงานการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในสถานศึกษา โดยประยุกต์ใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ สังกัดส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ผลการวิจัยพบว่า 1) การด าเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษา โดยประยุกต์ใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ สภาพปัจจุบัน พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง และ สภาพที่พึงประสงค์โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) แนวทางการด าเนินงานการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในสถานศึกษา โดย ประยุกต์ใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ 39 แนวทาง ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของแนวทางการด าเนินงาน การประกันคุณภาพ การศึกษาภายในสถานศึกษา โดยประยุกต์ใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ พบว่า แนวทางมีความเหมาะสม และมีความเป็นไปได้โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
11 จากผลการศึกษาเอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องการด าเนินงานการประกันคุณภาพ การศึกษาของโรงเรียน พบว่า การด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา เป็นแนวปฏิบัติที่จ าเป็นที่ต้อง ด าเนินการในกระบวนการจัดการศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อควบคุมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาและสร้าง ความมั่นใจต่อผู้ปกครอง ชุมชน และสังคมว่าสถานศึกษาจัดการศึกษา มีประสิทธิภาพ นักเรียนมีคุณภาพตาม มาตรฐานการศึกษาที่ก าหนดไว้โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ได้ด าเนินการประกันคุณภาพการศึกษา อย่างต่อเนื่อง โดยมีแนวปฏิบัติตามกฎกระทรวงการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2561 และตามประกาศ ส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง แนวปฏิบัติการด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาระดับ การศึกษา ขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2561 โดยสรุปเป็นนวัตกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ดังนี้คือ 1. T : Team work คณะครูทุกคนร่วมมือ ร่วมใจท างานให้ประสบความส าเร็จโดยมีเป้าหมาย เดียวกัน 2. E : Efficiency สร้างเครื่องมือประเมินการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” อย่างมีประสิทธิภาพ 3. A : Awareness สร้างความตระหนักโดยการให้ความรู้ในด้านงานประกันคุณภาพการศึกษา 4. M : Moral ก าหนดความรับผิดชอบ ในบทบาทและหน้าที่ในการท างาน 5. D : Development พัฒนาจุดแข็งและปรับปรุงจุดบกพร่องในการท างานแต่ละขั้นตอนให้ดีขึ้น
12 บทที่ 3 วิธีด ำเนินกำร กลุ่มเป้ำหมำย ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ของ โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรีเขต 2 จ านวน 76 คน เครื่องมือที่ใช้ในกำรพัฒนำ เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาครั้งนี้ มี 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทที่ 1 แบบประเมินการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ลักษณะแบบประเมินเป็นข้อค าถามแบบเลือกตอบจ านวน 25 ข้อ โดยลักษณะค าถามเป็นแบบวัด มาตราส่วนประเมินค่า (Rating scale) มี 3 ระดับ ตามวิธีของลิเคิร์ท (Likert Scale, 1932) ปฏิบัติครบถ้วน 3 คะแนน ปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่ 2 คะแนน ปฏิบัติเป็นบางส่วน 1 คะแนน ใช้เกณฑ์ในการแปลผลคะแนนเป็น 3 ระดับ (อุเทน ปัญโญ, 2553) คังนี้ คะแนนระหว่าง 2.50 – 3.00 หมายถึง การปฏิบัติอยู่ในระดับดี คะแนนระหว่าง 1.50 – 2.49 หมายถึง การปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง คะแนนระหว่าง 0.00 – 1.49 หมายถึง การปฏิบัติอยู่ในระดับปรับปรุง ประเภทที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ของผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา ครูและบุคลากร ทางการศึกษา ลักษณะแบบสอบถามเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มี 5 ระดับ ดังนี้ มากที่สุด หมายถึง ข้อความนั้นพึงพอใจมากที่สุด มาก หมายถึง ข้อความนั้นพึงพอใจมาก ปานกลาง หมายถึง ข้อความนั้นพึงพอใจปานกลาง น้อย หมายถึง ข้อความนั้นพึงพอใจน้อย น้อยที่สุด หมายถึง ข้อความนั้นพึงพอใจน้อยที่สุด ให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกตอบเพียง 1 ตัวเลือก โดยมีเกณฑ์ในการให้คะแนน คือ ข้อความที่แสดง ถึงความพึงพอใจต่อการด าเนินการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model”หากตอบมากที่สุดจนถึงน้อยที่สุดให้คะแนน 5, 4, 3, 2 และ 1 ตามล าดับการแปล ความหมายคะแนนของความพึงพอใจต่อการด าเนินการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ก าหนดเกณฑ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลตามเกณฑ์ของเบสท์ (Best, 1981: 179) ดังนี้
13 ค่าเฉลี่ย 4.50 - 5.00 หมายถึง มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.50 - 4.49 หมายถึง มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย 2.50 - 3.49 หมายถึง มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.50 - 2.49 หมายถึง มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.49 หมายถึง มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับน้อยที่สุด ขั้นตอนกำรพัฒนำเครื่องมือ 1. T : Team work คณะครูทุกคนร่วมมือ ร่วมใจท างานให้ประสบความส าเร็จโดยมีเป้าหมาย เดียวกัน 2. E : Efficiency สร้างเครื่องมือประเมินการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model”อย่างมีประสิทธิภาพ 3. A : Awareness สร้างความตระหนักโดยการให้ความรู้ในด้านงานประกันคุณภาพการศึกษา 4. M : Moral ก าหนดความรับผิดชอบ ในบทบาทและหน้าที่ในการท างาน 5. D : Development พัฒนาจุดแข็งและปรับปรุงจุดบกพร่องในการท างานแต่ละขั้นตอนให้ดีขึ้น
14 กำรหำประสิทธิภำพเครื่องมือ 1. ผู้ด าเนินการได้ศึกษาค้นคว้าเอกสารและวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับ เพื่อสร้างนิยามศัพท์เฉพาะ 2. ก าหนดกรอบแนวคิดเพื่อสร้างเครื่องมือ 3. สร้างแบบประเมินและแบบสอบถามที่มีเนื้อหาครอบคลุมตามนิยามศัพท์เฉพาะและวัตถุประสงค์ และตรวจสอบความเที่ยงตรงของเนื้อหา จากผู้ทรงคุณวุฒิ จ านวนรวมทั้งสิ้น 3 ท่าน โดยใช้วิธีหาค่าดัชนีความ สอดคล้อง IOC 4. น าเครื่องมือที่สร้างขึ้น และได้รับการปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้กับ ผู้บริหารและคณะครู โรงเรียนในศูนย์เครือข่ายท่ายาง ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย ในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เพชรบุรีเขต 2 5. จัดท าแบบประเมินฉบับสมบูรณ์ ไปใช้กับประชากรกลุ่มเป้าหมาย เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลตาม วัตถุประสงค์ วิธีด ำเนินกำรพ ัฒนำ (กำรทดลอง/เก็บข้อมูล) ขั้นตอนกำรด ำเนินกำร กิจกรรมกำรด ำเนินกำร ผลที่ได้รับจำกกำรด ำเนินกำร ขั้นตอนที่ 1. T : Team work การท างานร่วมกันเพื่อท าให้งาน ประสบความส าเร็จ โดยผู้บริหาร คณะครูบุคลากรโรงเรียน บ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ทุกคน ผู้บริหาร คณะครูบุคลากรโรงเรียน บ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ทุกคน ร่วมประชุมวางแผนก าหนดเป้าหมาย และนโยบายการประกันคุณภาพ การศึกษา ก าหนดแนวทางปฏิบัติ ที่ท าให้มองเห็นภาพเป็นรูปธรรมได้ อย่างชัดเจน ส าหรับใช้เป็นกรอบใน การปฏิบัติ ใช้ข้อมูลสารสนเทศในการก าหนด เป้าหมาย นโยบายและจัดท าแผน คู่มือการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นเครื่องมือ ในการปฏิบัติงานประกันคุณภาพ การศึกษา ขั้นตอนที่ 2. E : Efficiency มุ่งเน้นประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลของงาน สร้างเครื่องมือประเมินจัดเตรียม แบบประเมิน วิธีการเก็บรวบรวม ข้อมูลในการพัฒนาระบบและกลไก การประกันคุณภาพภายใน ของ โรงเรียนบ้านท่ายาง(ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ให้มี ประสิทธิภาพ ร่วมจัดท าเครื่องมือที่จะใช้ในการเก็บ รวบรวมข้อมูลให้เหมาะสมแต่ละตัว บ่งชี้ ขั้นตอนที่ 3. A : Awareness สร้างความตระหนักโดยการให้ ความรู้ในด้านงานประกันคุณภาพ การศึกษา ใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ ทางวิชาชีพ PLC ก าหนดกระบวนการ หรือกิจกรรมจัดการศึกษาให้ได้ตาม มาตรฐานและตัวบ่งชี้ ตามเป้าหมาย ตามแนวทางการด าเนินงานประกัน คุณภาพการศึกษาของโรงเรียน ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทาง การศึกษา ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ได้เรียนรู้ เข้าใจ ตระหนักถึงความส าคัญงานประกัน คุณภาพภายในและให้การสนับสนุน
15 ขั้นตอนกำรด ำเนินกำร กิจกรรมกำรด ำเนินกำร ผลที่ได้รับจำกกำรด ำเนินกำร ขั้นตอนที่ 4. M : Moral ก าหนดความรับผิดชอบ ในบทบาท และหน้าที่ในการท างาน พัฒนาระบบและกลไกการประกัน คุณภาพภายใน ของโรงเรียน บ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” โดย ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริหาร ครูและ บุคลากรทางการศึกษา ทราบบทบาท และหน้าที่ ความรับผิดชอบต่องานที่ ตนปฏิบัติเพื่อส่งผลให้การปฏิบัติงาน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ท าให้การ ปฏิบัติงานของคณะกรรมการประกัน คุณภาพภายใน ได้รับการยอมรับ มีความน่าเชื่อถือ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการ ศึกษา มีความรับผิดชอบ อย่างเป็น รูปธรรมชัดเจนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ผู้เรียนมีความความรู้ ความสามารถ และคุณลักษณะต่าง ๆ ตามเป้าหมาย ของการจัดการศึกษา ขั้นตอนที่ 5. D : Development พัฒนาจุดแข็งและปรับปรุง จุดบกพร่องในการท างานแต่ละ ขั้นตอนให้ดีขึ้น ประเมินผลการด าเนินงาน ปรับปรุงจุดบกพร่องและพัฒนาจุดแข็ง ในการท างานแต่ละขั้นตอน การพัฒนาระบบและกลไกการประกัน คุณภาพภายในของโรงเรียน บ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ส่งผลให้ระบบ การประกันคุณภาพในระบบ IQA (Internal Quality Audit) ได้รับการ ประเมินประกันคุณภาพโรงเรียนใน ระดับยอดเยี่ยม
16 กำรมีส่วนร่วมของผู้บริหำร ครูและบุคลำกร สถานศึกษาน าผู้ที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อน คุณภาพการศึกษาสู่มาตรฐานการศึกษาที่ก าหนดไว้ โดยใช้วงจร การบริหารระบบการประกันคุณภาพการศึกษาตามแนวการบริหารระบบคุณภาพ PDCA เพื่อให้เกิด ความต่อเนื่องในการด าเนินกิจกรรมตามภารกิจของสถานศึกษามีรายละเอียดดังนี้ Team work : T กำรท ำงำนร่วมกันเพื่อท ำให้งำนประสบควำมส ำเร็จ โดยผู้บริหาร คณะครูบุคลากรโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน มีการ แบ่งงานอย่างเป็นระบบ ขั้นเตรียม (Plan) มีการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติการตามระบบการประกันคุณภาพ การศึกษามีการวางแผนการด าเนินการ จัดเตรียมแบบประเมิน วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยคณะกรรมการ ประกันคุณภาพภายใน วางแผนก าหนดแนวทางหรือรูปแบบการด าเนินกิจกรรม เพื่อให้ทุกคนมีเป้าหมาย เดียวกัน มีการแบ่งงานอย่างเป็นระบบ เพื่อร่วมกันวางแผนก าหนดมาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาปฐมวัย และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก าหนดตัวชี้วัด ก าหนดค่าเป้าหมายรายปี ก าหนดเกณฑ์การพิจารณา ศึกษา บริบท ปัญหา ความต้องการของสถานศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอก ร่วมวางแผนก าหนด ยุทธศาสตร์ในการด าเนินการ จากแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ประจ าปี 2563 – 2565 ขั้นด ำเนินกำร (Do) สร้างทีมงาน บุคลากรโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ทุกคนมีเป้าหมาย เดียวกัน มีการแบ่งงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งได้น ากระบวนการท างานตาม “หลักกำร 5 ร่วม” มาใช้ใน การ ด าเนินงานเป็นกระบวนการบริหารที่เน้นการมีส่วนร่วมของครูและบุคลากรทุกคนในสายชั้น ดังนี้ กระบวนกำรกำรท ำงำนตำม “หลักกำรท ำงำน 5 ร่วม” ซึ่งหลักการดังกล่าวเป็นหลักการที่น ามาปฏิบัติแล้วส่งผลให้การจัดการเรียนการสอนการด าเนินการ ในโครงการและกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงเรียนบรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการประเมินการประกันคุณภาพ ร่วมคิด • ครูและบุคลากรร่วมกันค้นหาปัญหา ความต้องการ • ครูและบุคลากรร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหา และความต้องการ ร่วมท า • ครูและบุคลากรร่วมกันด าเนินการ ร่วมแก้ไข• ครูและบุคลากรร่วมกันน าผลการด าเนินการมาแก้ไขจุดบกพร่อง ร่วม พัฒนา • ครูและบุคลากรร่วมกันพัฒนางาน ร่วมชื่น ชม • ครูและบุคลากรร่วมกันชื่นชมผลงานและแสดงความยินดี
17 ขั้นตรวจสอบ (Check) โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) มีการบริหารจัดการแบบแบ่งส่วน “โรงเรียนเล็กในโรงเรียนใหญ่” ให้มีการบริหารจัดการเป็นระดับชั้น มีการนิเทศ ก ากับ ติดตามโดยหัวหน้าระดับ ได้ ก าหนดโครงสร้างการบริหารงานนิเทศภายใน โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ดังนี้ โครงสร้ำงกำรบริหำรงำนนิเทศภำยใน โรงเรียนบ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) โครงสร้างการบริหารงานนิเทศภายในโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ได้ก าหนดการบริหารใน รูปแบบ Top-Down และ Bottom-Up กล่าวคือ ทีมบริหารก าหนดนโยบายในการบริหารจัดการและคณะครู และบุคลากรทางการศึกษา สามารถน าเสนอรูปแบบการปฏิบัติ มีรองผู้อ านวยการ 4 ฝ่ายงาน ท าหน้าที่ ให้ ค าแนะน าปรึกษา นิเทศ ก ากับ ติดตาม การด าเนินงานของครูและบุคลากรทางการศึกษา
18 School Within School Supervision นิเทศภำยใน “โรงเรียนเล็กในโรงเรียน” โรงเรียนบ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) รูปแบบการนิเทศภายใน โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) รูปแบบการนิเทศภายใน “โรงเรียนเล็กในโรงเรียนใหญ่” โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) (School Within School Supervision) เป็นรูปแบบการบริหารงานนิเทศภายในที่เน้นให้ครูและบุคลากรในระดับ ร่วมมือกันบริหารจัดการภายในสายชั้นของตนเอง ตามกระบวนการนิเทศภายใน เพื่อให้มีการแก้ปัญหา อุปสรรค และการพัฒนางานได้ตรงตามความต้องการของทุกคนในสายชั้น เมื่อได้ด าเนินการแล้วจะได้มีการ รายงานผลการบริหารจัดการต่อผู้อ านวยการ ขั้นปรับปรุง (Act) น าผลการนิเทศ ติดตาม มาปรับปรุงพัฒนาระบบงานอย่างต่อเนื่อง Efficiency : E มุ่งเน้นประสิทธิภำพและประสิทธิผลของงำน ขั้นเตรียม (Plan) 1. ศึกษาแผนการพัฒนาการจัดการศึกษา 2. ประชุมวางแผนร่วมกันพิจารณาเป้าหมายของสถานศึกษา ได้แก่ วิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์โรงเรียน เป้าประสงค์ กลยุทธ์ และนโยบาย ก าหนดแนวทางการด าเนินงาน ท าให้การ ด าเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่งผลให้การประกันคุณภาพเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ชัดเจน มีความยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับ 3. ศึกษาระบบและกลไกการบริหารจัดการคุณภาพและมาตรฐานเพื่อการประกันคุณภาพ ของสถานศึกษา โรงเรียน บ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) อนุบำล 2 อนุบำล 3 ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6
19 ขั้นด ำเนินกำร (Do) ด าเนินการบริหารจัดการคุณภาพและมาตรฐานของสถานศึกษาตามองค์ประกอบ 5 องค์ประกอบ ดังนี้ 1. การก าหนดเป้าหมายและมาตรฐานคุณภาพ 2. การขับเคลื่อนคุณภาพสู่มาตรฐาน 3. การประเมินความส าเร็จตามมาตรฐาน 4. การน าการเปลี่ยนแปลงสู่สถานศึกษาและการสร้างคุณค่าแก่วงวิชาการ 5. การเกิดวัฒนธรรมคุณภาพที่สะท้อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ขั้นตรวจสอบ (Check) การประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร ดังนั้นการประเมินผลการด าเนินการจึงใช้เครื่องมือที่หลากหลาย มาตรฐานที่ 1 คุณภาพเด็ก/คุณภาพผู้เรียน ใช้การประเมินจากสภาพจริง การสังเกต พฤติกรรม การตรวจผลงาน การแสดงออกของผู้เรียน ข้อมูลสภาพจริง การร่วมกิจกรรม แบบทดสอบ มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารจัดการ ใช้เครื่องมือประเมินจากผลการปฏิบัติงาน ระบบ การบริหาร ความพึงพอใจของครู บุคลากร นักเรียน ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน การให้ความ ร่วมมือของทุกภาคส่วน มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นส าคัญ/การจัดการเรียนการสอนที่เน้น ผู้เรียนเป็นส าคัญ ประเมินจากพฤติกรรมการสอนของครูและบุคลากร รายงานผลการปฏิบัติงาน แผนการจัด ประสบการณ์/แผนการจัดการเรียนรู้ รายงานผลการจัดกิจกรรม สื่อ นวัตกรรมการสอน มีการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ เพื่อใช้ในการบริหารและการจัดการเรียนการสอนของครูและบุคลากร ไว้เป็นระบบและเป็นปัจจุบัน จ าแนกออกเป็น 4 งาน ได้แก่ ข้อมูลสารสนเทศด้านวิชาการ ข้อมูลสารสนเทศ ด้านงบประมาณ ข้อมูลสารสนเทศด้านบุคลากร และข้อมูลสารสนเทศด้านบริหารทั่วไป การประเมินตนเองมีข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้องมาใช้ในการประเมิน ท าให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงตามมาตรฐานที่ก าหนดและเป็นไปตามสภาพจริง ขั้นปรับปรุง (Act) จัดท ารายงานผลการปฏิบัติงานของสถานศึกษา (SAR) รายงานต้นสังกัดและ เผยแพร่ต่อสารธารณชน รวบรวมข้อมูลไปพัฒนางานในปีต่อไป Awareness : A สร้ำงควำมตระหนักในงำนประกันคุณภำพกำรศึกษำ การก าหนดแนวทางการปฏิบัติตามมาตรฐานการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและปรับปรุงงาน ปรับปรุง คุณภาพ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของงานที่ก าหนด หลักการสร้างความตระหนักจึงต้องให้บุคลากรมี ความเข้าใจสถานะปัจจุบันอย่างถูกต้อง รู้ถึงอัตราส่วนของสิ่งที่เป็นข้อบกพร่องและสาเหตุ ความสามารถ กระบวนการ และประเด็นอื่นๆ ซึ่งอาจกระท าได้ด้วยวิธีการที่หลากหลายไม่ว่า โดยจัดประชุมเป็นประจ า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกคนทราบและคิดถึงเรื่องสถานะของสิ่งบกพร่อง ให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการหาวิธี ป้องกันหรือลดปัญหาด้านคุณภาพ มีกิจกรรมส่งเสริมความตระหนักในเรื่องคุณภาพเสมอ Moral : M พัฒนาคุณธรรม ความดีงามที่ถูกปลูกฝังขึ้นในจิตใจ มีความกตัญญู ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ สามัคคี มีวินัย มีน้ าใจ และเป็นสุภาพชน จนเกิดจิตส านึกที่ดี รู้สึกรับผิดชอบ ชั่ว ดี เกรงกลัวต่อการกระท า ความชั่ว เมื่อจิตเกิดคุณธรรมขึ้นแล้ว จะท าให้เป็นผู้มีจิตใจดี และคิดแต่สิ่งที่ดี การที่นักเรียนจะอยู่ได้อย่างมี ความสุขนั้นต้องมีคุณธรรมเป็นตัวตั้งของการพัฒนา การจัดการศึกษาในยุคปัจจุบันคนไทยได้รับการศึกษา ทุกคน เพื่อความเจริญงอกงามและเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้ง ร่างกายและจิตใจ
20 โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) มีโครงการโรงเรียนเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมให้กับผู้เรียน โดยกิจกรรมที่สร้างเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ท าให้ผู้เรียนของเรามีพฤติกรรมที่ดี มีมารยาท ยิ้มง่าย ไหว้สวย เช่น กิจกรรมวันส าคัญทางพระพุทธศาสนา กิจกรรมแสดงความรักชาติ และสถาบัน พระมหากษัตริย์ มีกิจกรรมที่เน้นความใฝ่รู้ใฝ่เรียน กิจกรรมรักความเป็นไทย และกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านจิต สาธารณะให้กับผู้เรียน ตามอัตลักษณ์ของโรงเรียน ที่ว่าเก่งอย่างเดียวไม่ได้ นิสัยต้องดีด้วย ผู้เรียนได้ร่วม กิจกรรมที่สร้างเสริมศักยภาพการเรียนรู้ ในหลายๆด้าน เช่น ดนตรีไทย นาฏศิลป์ ทัศนศิลป์ กีฬา การงาน อาชีพ และด้านวิชาการ ซึ่งผู้เรียนเกิดความสุขในการเรียนรู้ มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ กล้าคิดกล้าแสดงออก รู้จักการท างานเป็นทีม เกิดความรู้ ทักษะ และเจตคติที่ต่อการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นมีการจัดกิจกรรมส่งเสริม คุณธรรม เช่น กิจกรรมโครงการคุณธรรมระดับสถานศึกษา กิจกรรมเด็กดีมีดาวคุณธรรม กิจกรรมคืนคุณธรรม สู่ห้องเรียน กิจกรรมค่ายยุวชนคนคุณธรรม เป็นต้น ส่งผลให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม คุณลักษณะ ที่ดีตามค่าเป้าหมายในการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ได้ตระหนักถึงความส าคัญของการสร้างเสริมคุณธรรมจึงพัฒนา นวัตกรรม TEAM Model ที่เป็นรูปธรรมสามารถปฏิบัติได้ ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและบุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน TEAM Model ประกอบด้วย T = team ท างานร่วมกัน วางแผนร่วมกัน เป้าหมายเดียวกัน E = ever สม่ าเสมอ จัดกิจกรรมอย่างสม่ าเสมอ สอดแทรกในกระบวนการเรียนรู้ A = active learning การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือกระท า M = moral คุณธรรม มีพฤติกรรมที่ดีและรู้ผิดชอบชั่วดี เช่นพอเพียง กตัญญู ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบและอุดมการณ์คุณธรรม
21 ขั้นตอนกำรด ำเนินกำร โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) โดยใช้นวัตกรรม TEAM Model แบ่งเป็น 1 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 (Plan) ศึกษาสภาพแวดล้อม ปัจจัยและความต้องการพัฒนา จากเอกสารและงานวิจัย เกี่ยวกับการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะที่พึงประสงค์วิสัยทัศน์พันธกิจของบ้านท่ายาง (ประชา สรรค์) และคุณธรรมจริยธรรมส าหรับนักเรียน ขั้นที่ 2 (Do) จัดท ากิจกรรมส่งเสริมโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ.โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) โดยใช้นวัตกรรม TEAM Model ก าหนดกิจกรรมดังนี้ 2.1 กิจกรรมโครงงานคุณธรรมระดับสถานศึกษา๒.๒ กิจกรรมเด็กดีมีดาวคุณธรรม 2.2 กิจกรรมคืนคุณธรรมสู่ห้องเรียน 2.3 กิจกรรมค่ายยุวชนคนคุณธรรม ขั้นที่ 3 (Check) ทดลองใช้กิจกรรมส่งเสริมโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) โดยใช้นวัตกรรม TEAM Model ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2545 นิเทศ ติดตามและ ประเมินผลกิจกรรม โดยศึกษาจากความพึงพอใจการด าเนินกิจกรรมและประสิทธิผลเชิงประจักษ์ ขั้นที่ 4 (Act) ถอดบทเรียน กิจกรรมโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) โดยการเสวนาเรื่อง “โครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) โดยใช้นวัตกรรม TEAM Model” โดยผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วยผู้บริหาร คณะครูและตัวแทนนักเรียน โดยมีสาระส าคัญ ได้แก่ 1) องค์ประกอบของโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) โดยใช้ นวัตกรรม TEAM Model (หลักการ วัตถุประสงค์ เป้าหมาย วิธีด าเนินการ กระบวนการ/ขั้นตอนด าเนินการ การวัดและประเมินผล ผลที่คาดว่าจะได้รับ) 2) ความเป็นไปได้ในการขยายผลการน าโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชา สรรค์) โดยใช้นวัตกรรม TEAM Model ไปใช้ 3) ประโยชน์ที่ได้รับจากการน าโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) โดยใช้นวัตกรรม TEAM Model ไปใช้ 4) ปัจจัยสนับสนุนไปสู่ความส าเร็จของการน าโครงการโรงเรียนคุณธรรม สพฐ. โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) โดยใช้นวัตกรรม TEAM Model ไปปฏิบัติ Development : D ปรับปรุงจุดบกพร่องและพัฒนาจุดแข็งในการท างานแต่ละขั้นตอน เพื่อพัฒนา ระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืน การพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ย่อมต้องพบกับปัญหาและการ แก้ไขสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อก าหนด (CAR) ซึ่งจากปัญหาดังกล่าวเราจึงต้องมาท าความเข้าใจในกระบวนการ ปฏิบัติการแก้ไขข้อบกพร่อง เพื่อป้องกันการเกิดซ้ าอีก ซึ่งในกระบวนการการปฏิบัติการแก้ไขนั้น จ าเป็น จะต้องประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอนต่อไปนี้ ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์หาสาเหตุของความบกพร่อง ขั้นตอนที่ 2 การปฏิบัติการแก้ไขความบกพร่อง ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบการแก้ไขความบกพร่อง ขั้นตอนที่ 4 การป้องกันความบกพร่องไม่ให้เกิดซ้ า
22 การพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา มิได้หมายถึงการพัฒนาแต่เฉพาะที่ มีปัญหาเท่านั้น หากแต่ควรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสม่ าเสมอ โดยอาศัยหลักการดังนี้ 1. ก าหนดเป้าหมาย มีการประชุม อภิปราย การใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC ทุกขั้นตอนเพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีการพูดคุยถึงปัญหาอุปสรรคในการด าเนินการและมีการวางแผนการด าเนินการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อก าหนดนโยบายร่วมกันทั้งฝ่ายผู้บริหารและ บุคลากรอย่างชัดเจน และตรงไปตรงมา 2. ความเข้าใจในสถานการณ์ต้องอาศัยความเข้าใจร่วมกัน เพราะความต้องการของบุคคลจะเป็นตัว อิทธิพลอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมการท างาน 3. การปรับปรุงสัมพันธ์ภาพการมีสัมพันธ์ภาพที่ดีต่อกันในสถานศึกษาและควรได้รับการเปิดเผย เพื่อให้ต่างฝ่ายได้รู้ถึงปัญหา เมื่อรู้ถึงปัญหาทุกคนจะพยายามปรับตัวเข้าหากันและตั้งใจท างานมากขึ้น 4. ให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ในการด าเนินการ การแก้ปัญหาการตัดสินใจ การให้ความสนับสนุนและ ความร่วมมือ ทั้งนี้ควรค านึงถึงการเปลี่ยนแปลง การแก้ปัญหา 5. การเชื่อมโยง แนวยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบและกลไก คือ ความสามารถในการโน้มน้าวคนใน หน่วยงานให้มีความเข้าใจที่ดีต่อกันมากที่สุด กำรขยำยผลภำยในโรงเรียน โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) บริหารงานตามหลักการกระจายอ านาจลงสู่หัวหน้างาน หัวหน้า สายชั้น หัวหน้ากลุ่มสาระ และคณะท างานต่าง ๆ ได้ด าเนินตามรูปแบบการพัฒนาระบบและกลไกการประกัน คุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง(ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” และนโยบายของโรงเรียน ซึ่งในทุกกระบวนการจะมีการด าเนินการกิจกรรมการใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC ทุกขั้นตอนเพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีการพูดคุยถึงปัญหา อุปสรรคในการด าเนินการ และมีการวางแผนการด าเนินการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง กำรขยำยผลนอกสถำนศึกษำ นอกจากนี้โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ได้น าเสนอรูปแบบการพัฒนาระบบและกลไกการ ประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง(ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” โดยใช้กระบวนการ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC ร่วมกับคณะผู้บริหารศูนย์เครือข่ายท่ายางจ านวน 5 โรงเรียน ดังนี้ โรงเรียนบ้านหนองบ้วย โรงเรียนบ้านหนองแขม โรงเรียนบ้านท่ากระเทียม โรงเรียนวัดเขากระจิว (มิตรภาพ ที่ 103) และโรงเรียนสหกรณ์บ ารุงวิทย์ กำรเผยแพร่ 1. ทาง Facebook โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) 2. การมาศึกษาดูงานจากโรงเรียนต่าง ๆ เช่น 2.1 นายครองภพ ค าโมง ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านหนองกุงศรีโพธิ์ศรีสมพร สพป.หนองบัวล าภู เขต 2 พร้อมด้วยคณะบุคลากร ได้เดินทางมาศึกษาดูงานด้านการจัดการเรียนการสอน แบบเน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ (Active Learning) และการประกันคุณภาพการศึกษา ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2565
23 2.2 นายวิชิต สมิงไพร ต าแหน่งผู้อ านวยการโรงเรียนบ้านเขาหินตั้ง สพป.กาญจนบุรีเขต 4 พร้อมด้วยคณะครูและบุคลากร ได้เดินทางมาศึกษาดูงาน วิธีการบริหารจัดการสถานศึกษาและการจัด การศึกษาที่เป็นแบบอย่างที่ดี (Best Practice) ในวันที่ 15 กันยายน 2565 3. น าเสนอในการประชุมออนไลน์แลกเปลี่ยนเรียนรู้การส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ Active Learning สู่สมรรถนะผู้เรียนด้วยระบบนิเทศภายใน ปี 2566
24 บทที่ 4 ผลกำรวิเครำะห์ข้อมูล การพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาผลการใช้ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ ภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อ การใช้ระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” โดยโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ได้น าเสนอข้อมูล มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ของ โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 จ านวน 76 คน ปรากฏผลดังนี้ ตำรำง 4.1 จ ำนวนและร้อยละข้อมูลของกลุ่มเป้ำหมำยจ ำแนกตำมสถำนภำพ สถำนภำพ จ ำนวน ร้อยละ เพศ ชาย หญิง 18 58 23.68 76.32 รวม 76 100.00 วุฒิการศึกษา ม.6 ปริญญาตรี ปริญญาโท 2 45 29 2.63 59.21 38.16 รวม 76 100.00 สถานะ ผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา ครู ครูอัตราจ้าง 3 13 56 4 3.95 17.11 73.68 5.26 รวม 76 100.00 จากตาราง 4.1 พบว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นเพศชาย จ านวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 23.68 และเพศหญิง จ านวน 58 คน คิดเป็นร้อยละ 76.32 มีวุฒิการศึกษาปริญญาโท จ านวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 38.16 วุฒิปริญญาตรี จ านวน 45 คน คิดเป็นร้อยละ 59.21 และวุฒิมัธยมศึกษาปีที่ 6 จ านวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 2.63 และเป็นผู้บริหาร จ านวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 3.95 คณะกรรมการสถานศึกษา จ านวน 13 คน คิดเป็น ร้อยละ 17.11 ครู จ านวน 56 คน คิดเป็นร้อยละ 73.68 และครูอัตราจ้าง จ านวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 5.26
25 ผลกำรวิเครำะห์ระดับคุณภำพกำรใช้ระบบและกลไกกำรประกันคุณภำพภำยในของโรงเรียน บ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) ด้วย“TEAM D Model” ตำรำงที่ 4.2 ค่ำเฉลี่ย (̅) และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน (S.D.) องค์ประกอบที่ 1 กำรก ำหนดเป้ำหมำยมำตรฐำนคุณภำพ ประเด็นกำรพิจำรณำ x̅ S.D. ระดับคุณภำพ องค์ประกอบที่ 1 กำรก ำหนดเป้ำหมำยมำตรฐำนคุณภำพ 1.1 สถานศึกษามีการก าหนดมาตรฐานคุณภาพของสถานศึกษาที่ระบุ องค์ประกอบ ตัวชี้วัด และเกณฑ์การตัดสินคุณภาพที่สอดคล้องกับ มาตรฐานการศึกษาที่ก าหนด โดยหน่วยงานต้นสังกัด (สพฐ.) และหน่วยงานที่ก ากับดูแล (เขตพื้นที่การศึกษา) 2.74 0.44 ดี 1.2 สถานศึกษามีการก าหนดมาตรฐานคุณภาพของสถานศึกษาที่ระบุ องค์ประกอบ ตัวชี้วัด และเกณฑ์การตัดสินคุณภาพที่สอดคล้องกับบริบท ของสถานศึกษา 2.87 0.34 ดี 1.3 สถานศึกษามีการก าหนดเป้าประสงค์ด้านคุณภาพการจัดการศึกษาใน ระยะ 3-5 ปี สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม สมรรถนะหลัก และความโดดเด่นเฉพาะของสถานศึกษา 2.80 0.40 ดี 1.4 สถานศึกษามีการก าหนดเป้าหมายคุณภาพที่แสดงถึงความท้าทายต่อ การพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาโดยผู้ที่มีส่วนได้ ส่วนเสียทุกฝ่าย 2.70 0.46 ดี 1.5 สถานศึกษามีการน าผลการประเมินคุณภาพภายในและการประเมิน คุณภาพภายนอกมาเป็นข้อมูลฐาน (Baseline data) ในการก าหนด เป้าหมายความส าเร็จ และเป้าประสงค์ 2.80 0.40 ดี เฉลี่ยรวม 2.78 0.41 ดี จากตาราง 4.2 แสดงให้เห็นว่าองค์ประกอบที่ 1 การก าหนดเป้าหมายมาตรฐานคุณภาพ มีค่าเฉลี่ย รวมอยู่ที่ 2.78 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์การปฏิบัติในระดับดีเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีการปฏิบัติอยู่ในเกณฑ์ ดีมากที่สุดคือ สถานศึกษามีการก าหนดมาตรฐานคุณภาพของสถานศึกษาที่ระบุองค์ประกอบ ตัวชี้วัดและ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพที่สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา (x̅ = 2.87)
26 ตำรำงที่ 4.3 ค่ำเฉลี่ย (̅) และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน (S.D.) องค์ประกอบที่ 2 กำรขับเคลื่อนคุณภำพสู่มำตรฐำน ประเด็นกำรพิจำรณำ ̅ S.D. ระดับคุณภำพ องค์ประกอบที่ 2 กำรขับเคลื่อนคุณภำพสู่มำตรฐำน 2.1 ผู้บริหารสถานศึกษาใช้ภาวะผู้น าในการปฏิบัติงานให้มีคุณภาพ ตามเป้าหมายที่ก าหนด 2.74 0.44 ดี 2.2 สถานศึกษาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันออกแบบระบบการ บริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาสู่มาตรฐานการศึกษาที่ก าหนด 2.87 0.34 ดี 2.3 สถานศึกษาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันจัดท าแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อสนับสนุน การพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา ของสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม และ มีความเป็นไปได้ที่จะท าให้ สถานศึกษามีคุณภาพตามเป้าประสงค์ 2.80 0.40 ดี 2.4 สถานศึกษาจัดท าปฏิทินการขับเคลื่อนคุณภาพตามแผนงานใน รอบปีที่ชัดเจน 2.70 0.46 ดี 2.5 ผู้บริหารสถานศึกษาสร้างความตระหนักและสื่อสารทั่วทั้ง สถานศึกษา รวมทั้งใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (PLC) ในการพัฒนาตนเอง 2.80 0.40 ดี 2.6 ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้รับผิดชอบน าแผนสู่การปฏิบัติ โดยมีการก ากับ ติดตาม ตรวจสอบ และนิเทศงานอย่างสม่ าเสมอตาม ปฏิทินการขับเคลื่อนคุณภาพ 2.70 0.46 ดี 2.7 ผู้รับผิดชอบมีการรายงานความก้าวหน้าของงานเป็นระยะ ๆ อย่างสม่ าเสมอ 2.80 0.40 ดี เฉลี่ยรวม 2.77 0.42 ดี จากตาราง 4.3 แสดงให้เห็นว่าองค์ประกอบที่ 2 การขับเคลื่อนคุณภาพสู่มาตรฐาน มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ ที่ 2.77 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์การปฏิบัติในระดับดี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีการปฏิบัติอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ที่สุดคือ สถานศึกษาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันออกแบบระบบการบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา สู่มาตรฐานการศึกษาที่ก าหนด (x̅ = 2.87)
27 ตำรำงที่ 4.4 ค่ำเฉลี่ย (̅) และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน (S.D.) องค์ประกอบที่ 3 กำรประเมินควำมส ำเร็จตำมมำตรฐำน ประเด็นกำรพิจำรณำ ̅ S.D. ระดับคุณภำพ องค์ประกอบที่ 3 กำรประเมินควำมส ำเร็จตำมมำตรฐำน 3.1 สถานศึกษาสร้างและพัฒนาระบบและกลไกในการประเมินคุณภาพ ภายในอย่างเป็นรูปธรรม 2.74 0.44 ดี 3.2 สถานศึกษามีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินตนเองเป็นระยะ ๆ 2.91 0.29 ดี 3.3 สถานศึกษามีผลการประเมินตนเองที่ตรงตามสภาพจริงและเชื่อถือได้ 2.80 0.40 ดี เฉลี่ยรวม 2.82 0.38 ดี จากตาราง 4.4 แสดงให้เห็นว่าองค์ประกอบที่ 3 การประเมินความส าเร็จตามมาตรฐาน มีค่าเฉลี่ย รวมอยู่ที่ 2.82 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์การปฏิบัติในระดับดี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีการปฏิบัติอยู่ในเกณฑ์ ดีมากที่สุดคือ สถานศึกษามีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินตนเองเป็นระยะ ๆ (x̅ = 2.91) ตำรำงที่ 4.5 ค่ำเฉลี่ย (̅) และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน (S.D.) องค์ประกอบที่ 4 กำรน ำกำรเปลี่ยนแปลงสู่สถำนศึกษำและกำรสร้ำงคุณค่ำแก่วงวิชำกำร ประเด็นกำรพิจำรณำ ̅ S.D. ระดับคุณภำพ องค์ประกอบที่ 4 กำรน ำกำรเปลี่ยนแปลงสู่สถำนศึกษำและกำรสร้ำงคุณค่ำแก่วงวิชำกำร 4.1 ระบบประกันคุณภาพภายในมีประสิทธิผล ก่อให้เกิดการพัฒนาด้าน คุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม ในระยะ 3 ปีที่สะท้อนการพัฒนาสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง 2.74 0.44 ดี 4.2 ระบบประกันคุณภาพภายในมีประสิทธิผล ก่อให้เกิดการพัฒนาด้าน กระบวนการบริหารและการจัดการ อย่างเป็นรูปธรรม ในระยะ 3 ปี สะท้อนการพัฒนาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2.84 0.37 ดี 4.3 ระบบประกันคุณภาพภายในมีประสิทธิผล ก่อให้เกิดคุณภาพด้าน กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ อย่างเป็นรูปธรรม ในระยะ 3 ปี ที่สะท้อนการพัฒนาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2.80 0.40 ดี เฉลี่ยรวม 2.79 0.40 ดี จากตาราง 4.5 แสดงให้เห็นว่าองค์ประกอบที่ 4 การน าการเปลี่ยนแปลงสู่สถานศึกษาและการสร้าง คุณค่าแก่วงวิชาการ มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 2.79 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์การปฏิบัติในระดับดีเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่าข้อที่มีการปฏิบัติอยู่ในเกณฑ์ดีมากที่สุดคือระบบประกันคุณภาพภายในมีประสิทธิผลก่อให้เกิดการ พัฒนาด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ อย่างเป็นรูปธรรม ในระยะ 3 ปี ที่สะท้อนการพัฒนาสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง (x̅ = 2.84)
28 ตำรำงที่ 4.6 ค่ำเฉลี่ย (̅) และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน (S.D.) องค์ประกอบที่ 5 กำรเกิดวัฒนธรรมคุณภำพที่สะท้อนกำรพัฒนำที่ยั่งยืน ประเด็นกำรพิจำรณำ ̅ S.D. ระดับคุณภำพ องค์ประกอบที่ 5 กำรเกิดวัฒนธรรมคุณภำพที่สะท้อนกำรพัฒนำที่ยั่งยืน 5.1 ผู้บริหารสถานศึกษาและทีมงานมีภาวะผู้น า สามารถบริหารจัดการให้ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนระบบประกันคุณภาพภายในที่สะท้อน การพัฒนาที่ยั่งยืน 2.74 0.44 ดี 5.2 สถานศึกษาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และบุคลากรสถานศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ร่วมกันพัฒนาระบบ ประกันคุณภาพภายใน โดยใช้กระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิง วิชาชีพ (PLC) อย่างต่อเนื่อง 2.86 0.35 ดี 5.3 การบริหารจัดการคุณภาพเกิดขึ้นทั้งในระดับสถานศึกษา ระดับกลุ่ม สาระการเรียนรู้ ระดับห้องเรียน และระดับรายบุคคล สะท้อนถึง ความตระหนักในคุณค่าและเกิดวัฒนธรรมคุณภาพในตัวบุคคลและองค์กร ในภาพรวม 2.70 0.46 ดี 5.4 สถานศึกษามีโครงสร้าง บทบาทหน้าที่ ผู้รับผิดชอบ และคู่มือและแนว ทางการปฏิบัติงาน ตามระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ที่พร้อม รับการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 2.80 0.40 ดี 5.5 สถานศึกษามีการบริหารจัดการระบบสารสนเทศให้พร้อมใช้ มีข้อมูล ที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และครอบคลุมภารกิจของ สถานศึกษา สามารถน าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.70 0.46 ดี 5.6 ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกับสถานศึกษาในการวางแผน และขับเคลื่อนคุณภาพสู่มาตรฐานการศึกษา อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการ ที่หลากหลาย 2.74 0.44 ดี เฉลี่ยรวม 2.75 0.43 ดี จากตาราง 4.6 แสดงให้เห็นว่าองค์ประกอบที่ 5 การเกิดวัฒนธรรมคุณภาพที่สะท้อนการพัฒนาที่ ยั่งยืน มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 2.75 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์การปฏิบัติในระดับดี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มี การปฏิบัติอยู่ในเกณฑ์ดีมากที่สุด คือ สถานศึกษาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และ บุคลากรสถานศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ร่วมกันพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน โดยใช้กระบวนการ สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (PLC) อย่างต่อเนื่อง (x̅ = 2.86)
29 ผลกำรวิเครำะห์ควำมพึงพอใจที่มีต่อกำรใช้ระบบและกลไกกำรประกันคุณภำพภำยใน ของ โรงเรียนบ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ตำรำงที่ 4.7 ค่ำเฉลี่ย (̅) และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน (S.D.) ด้ำนที่ 1 กำรติดต่อสื่อสำร และกำรมีส่วนร่วมในกำรประกันคุณภำพ ประเด็นกำรพิจำรณำ ̅ S.D. ระดับคุณภำพ ด้ำนที่ 1. กำรติดต่อสื่อสำร และกำรมีส่วนร่วมในกำรประกันคุณภำพ 1. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการแจ้งข้อมูลข่าวสารการประกันคุณภาพที่มี ความถูกต้องชัดเจน 4.61 0.71 มากที่สุด 2. บุคลากรได้รับข่าวสารการประกันคุณภาพที่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน 4.47 0.72 มาก 3. บุคลากรได้รับประโยชน์จากข่าวสารของการประกันคุณภาพใน การปฏิบัติงาน 4.88 0.33 มากที่สุด 4. บุคลากรสามารถน าข่าวสารที่ได้รับจากการประกันคุณภาพมาใช้ ในการปฏิบัติงานประกันคุณภาพการศึกษา 4.61 0.61 มากที่สุด 5. ฝ่ายประกันคุณภาพมีหนังสือเวียนหรือประกาศแจ้งข่าวสารของ การประกันคุณภาพการศึกษา 4.47 0.72 มาก 6. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการแจ้งนโยบายและวิธีด าเนินการตามระบบ ประกันคุณภาพให้บุคลากรทราบอย่างเป็นทางการ 4.74 0.44 มากที่สุด 7. ท่านเข้าร่วมประชุมกับบุคลากรในสถานศึกษา เพื่อก าหนดเป้าหมาย และนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษา 4.61 0.49 มากที่สุด 8. ท่านเสนอวิธีปรับปรุงระบบการท างาน เมื่อทราบ ผลการตรวจสอบ 4.84 0.37 มากที่สุด 9. ท่านเข้าร่วมจัดท าเครื่องมือที่จะใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลให้ เหมาะสมแต่ละตัวบ่งชี้ 4.74 0.44 มากที่สุด 10. ท่านร่วมปฏิบัติตามข้อก าหนดการตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษา 4.47 0.72 มากที่สุด 11. ท่านร่วมรับรู้ขั้นตอน และวิธีการที่ใช้ในการติดตามประเมินผล แผนการปฏิบัติงาน 4.34 0.79 มาก 12. ท่านได้น าข้อเสนอแนะที่ได้จากการตรวจสอบคุณภาพมาปรับปรุง การปฏิบัติงานของตนให้ดียิ่งขึ้น 4.61 0.61 มากที่สุด เฉลี่ยรวม 4.62 0.58 มากที่สุด จากตาราง 4.7 แสดงให้เห็นว่าด้านที่ 1. การติดต่อสื่อสาร และการมีส่วนร่วมในการประกันคุณภาพ มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.62 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีความพึง พอใจ อยู่ในระดับมากที่สุดคือบุคลากรได้รับประโยชน์จากข่าวสารของการประกันคุณภาพในการปฏิบัติงาน (x̅ = 4.88)
30 ตำรำงที่ 4.8 ค่ำเฉลี่ย (̅) และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน (S.D.) ด้ำนที่ 2 เจตคติต่อกำรประกันคุณภำพ ประเด็นกำรพิจำรณำ ̅ S.D. ระดับคุณภำพ ด้ำนที่ 2 เจตคติต่อกำรประกันคุณภำพ 1. การด าเนินงานงานประกันคุณภาพการศึกษาเป็นงานที่มีคุณค่าและเป็น ประโยชน์ต่อสังคม 4.67 0.60 มากที่สุด 2. การด าเนินงานงานประกันคุณภาพการศึกษาเป็นงานที่ท้าทาย ความสามารถในการท างาน 4.47 0.72 มาก 3. การประเมินตนเองเป็นกระบวนการที่คุ้มค่าในการท างาน 4.87 0.34 มากที่สุด 4. การด าเนินงานประกันคุณภาพจะส าเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจาก บุคลากรในโรงเรียน 4.89 0.31 มากที่สุด 5. การตรวจสอบคุณภาพไม่ใช่เป็นการจับผิดการปฏิบัติงาน 4.47 0.72 มาก 6. การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาจ าเป็นต้องมีเพื่อจัดการศึกษาให้ได้ คุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานของสถานศึกษา 4.74 0.44 มากที่สุด 7. ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาท าให้ท่านกับเพื่อนร่วมงานมี การช่วยเหลือกันมากยิ่งขึ้น 4.61 0.49 มากที่สุด 8. ท่านรู้สึกภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการด าเนินงานการประกันคุณภาพ การศึกษา 4.84 0.37 มากที่สุด เฉลี่ยรวม 4.70 0.50 มากที่สุด จากตาราง 4.8 แสดงให้เห็นว่าด้านที่ 2 เจตคติต่อการประกันคุณภาพ มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.70 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด คือการด าเนินงานประกันคุณภาพจะส าเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรในโรงเรียน (x̅ = 4.89) ตำรำงที่ 4.9 ค่ำเฉลี่ย (̅) และส่วนเบี่ยงเบนมำตรฐำน (S.D.) ด้ำนที่ 3 กำรด ำเนินงำนประกันคุณภำพกำรศึกษำ ประเด็นกำรพิจำรณำ ̅ S.D. ระดับคุณภำพ ด้ำนที่ 3 กำรด ำเนินงำนประกันคุณภำพกำรศึกษำ 1. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการจัดท าแผน คู่มือ การปฏิบัติงาน เพื่อเป็นเครื่องมือ ในการปฏิบัติงานประกันคุณภาพการศึกษา 4.61 0.71 มากที่สุด 2. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการวางแผนและปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของ สถานศึกษาอย่างเป็นระบบ 4.47 0.72 มาก 3. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการใช้ข้อมูลสารสนเทศในการก าหนดเป้าหมาย การพัฒนาคุณภาพการศึกษา 4.87 0.34 มากที่สุด
31 ประเด็นกำรพิจำรณำ ̅ S.D. ระดับคุณภำพ ด้ำนที่ 3 กำรด ำเนินงำนประกันคุณภำพกำรศึกษำ (ต่อ) 4. ฝ่ายประกันคุณภาพส่งเสริม สนับสนุน และควบคุมให้บุคลากรปฏิบัติงาน ตามแผนที่วางไว้ 4.61 0.61 มากที่สุด 5. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการให้ความรู้ความเข้าใจ กับบุคลากรของสถานศึกษา ที่เกี่ยวกับโครงสร้างการบริหาร หน้าที่ความรับผิดชอบ และร่วมกันปฏิบัติงาน ตามที่ได้รับมอบหมาย 4.91 0.29 มากที่สุด 6. สถานศึกษามีการพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบสารสนเทศถูกต้อง และเป็นปัจจุบันเพื่อใช้ในการด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา 4.74 0.44 มากที่สุด 7. เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการด าเนินงานประกัน คุณภาพ 4.61 0.49 มากที่สุด 8. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการตรวจสอบการปฏิบัติงานตามแผนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย 4.84 0.37 มากที่สุด 9. การตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาโดยจัดให้มี คณะกรรมการประกันคุณภาพภายในซึ่งประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่าย 4.74 0.44 มากที่สุด 10. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการด าเนินการโครงการ/ กิจกรรมเพื่อยกระดับ มาตรฐานคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้สูงขึ้นทุกปี 4.47 0.72 มาก 11. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการเตรียมความพร้อมของข้อมูลเพื่อการตรวจสอบ ทบทวน และปรับปรุงผลการด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา 4.34 0.79 มาก 12. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการสร้างความเข้าใจให้บุคลากรในสถานศึกษา เตรียมรับการประเมินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา 4.61 0.61 มากที่สุด 13. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการประชาสัมพันธ์ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทราบถึง การด าเนินงานประกันคุณภาพภายในและความพร้อมในการรับการประเมิน จากภายนอก 4.34 0.79 มาก 14. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการประสานงานกับองค์กรภายนอกเพื่อขอรับการ ประเมินภายนอก 4.61 0.61 มากที่สุด เฉลี่ยรวม 4.63 0.57 มากที่สุด จากตาราง 4.9 แสดงให้เห็นว่าด้านที่ 3 การด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.63 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก ที่สุดคือฝ่ายประกันคุณภาพมีการให้ความรู้ความเข้าใจ กับบุคลากรของสถานศึกษาที่เกี่ยวกับโครงสร้างการ บริหาร หน้าที่ความรับผิดชอบ และร่วมกันปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย (x̅ = 4.91)
32 บทที่ 5 สรุปผลกำรวิจัย วัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาผลการใช้ระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครูที่มีต่อการใช้ระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียน บ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” กลุ่มเป้ำหมำย ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 จ านวน 76 คน สรุปผลกำรประเมิน จากการวิเคราะห์ข้อมูลผลการใช้นวัตกรรมเรื่อง การพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพ ภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model”มีรายละเอียดสามารถสรุปได้ดังนี้ ผลกำรวิเครำะห์ระดับคุณภำพกำรใช้ระบบและกลไกกำรประกันคุณภำพภำยในของโรงเรียนบ้ำน ท่ำยำง (ประชำสรรค์) ด้วย“TEAM D Model” องค์ประกอบที่ 1 การก าหนดเป้าหมายมาตรฐานคุณภาพ มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 2.78 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ การปฏิบัติในระดับดี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีการปฏิบัติอยู่ในเกณฑ์ดีมากที่สุดคือ สถานศึกษามี การก าหนดมาตรฐานคุณภาพของสถานศึกษาที่ระบุองค์ประกอบ ตัวชี้วัด และเกณฑ์การตัดสินคุณภาพที่ สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา (x̅ = 2.87) องค์ประกอบที่ 2 การขับเคลื่อนคุณภาพสู่มาตรฐาน มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 2.77 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์การ ปฏิบัติในระดับดี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีการปฏิบัติอยู่ในเกณฑ์ดีมากที่สุดคือ สถานศึกษา และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันออกแบบระบบการบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาสู่มาตรฐานการศึกษา ที่ก าหนด (x̅ = 2.87) องค์ประกอบที่ 3 การประเมินความส าเร็จตามมาตรฐาน มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 2.82 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ การปฏิบัติในระดับดี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีการปฏิบัติอยู่ในเกณฑ์ดีมากที่สุดคือ สถานศึกษา มีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินตนเองเป็นระยะ ๆ (x̅ = 2.91) องค์ประกอบที่ 4 การน าการเปลี่ยนแปลงสู่สถานศึกษาและการสร้างคุณค่าแก่วงวิชาการ มีค่าเฉลี่ย รวมอยู่ที่ 2.79 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์การปฏิบัติในระดับดี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีการปฏิบัติอยู่ในเกณฑ์ ดีมากที่สุดคือระบบประกันคุณภาพภายในมีประสิทธิผลก่อให้เกิดการพัฒนาด้านกระบวนการบริหารและการ จัดการ อย่างเป็นรูปธรรม ในระยะ 3 ปี ที่สะท้อนการพัฒนาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (x̅ = 2.84)
33 องค์ประกอบที่ 5 การเกิดวัฒนธรรมคุณภาพที่สะท้อนการพัฒนาที่ยั่งยืน มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 2.75 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์การปฏิบัติในระดับดี เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีการปฏิบัติอยู่ในเกณฑ์ดีมากที่สุด คือ สถานศึกษาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และบุคลากรสถานศึกษาเป็นบุคคล แห่ง การเรียนรู้ ร่วมกันพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน โดยใช้กระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิง วิชาชีพ (PLC) อย่างต่อเนื่อง (x̅ = 2.86) ผลกำรวิเครำะห์ควำมพึงพอใจที่มีต่อกำรใช้ระบบและกลไกกำรประกันคุณภำพภำยใน ของ โรงเรียนบ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ด้านที่ 1. การติดต่อสื่อสาร และการมีส่วนร่วมในการประกันคุณภาพมีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.62 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด คือบุคลากรได้รับประโยชน์จากข่าวสารของการประกันคุณภาพในการปฏิบัติงาน (x̅ = 4.88) ด้านที่ 2 เจตคติต่อการประกันคุณภาพ มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.70 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุดคือการด าเนินงานประกันคุณภาพจะ ส าเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรในโรงเรียน (x̅ = 4.89) ด้านที่ 3 การด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 4.63 มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด คือ ฝ่ายประกันคุณภาพมีการให้ความรู้ความเข้าใจ กับบุคลากรของสถานศึกษาที่เกี่ยวกับโครงสร้างการบริหาร หน้าที่ความรับผิดชอบ และร่วมกันปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย (x̅ = 4.91) อภิปรำยผล จากการวิเคราะห์ข้อมูลผลการใช้นวัตกรรมเรื่อง การพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพ ภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” เพื่อทราบสภาพปัญหาที่แท้จริง ที่เป็นไปได้และสามารถน าไปประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ ช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับการประกันคุณภาพ สถานศึกษา จึงน ามาอภิปรายผลได้ดังนี้ ผลกำรวิเครำะห์ระดับคุณภำพกำรใช้ระบบและกลไกกำรประกันคุณภำพภำยในของโรงเรียนบ้ำน ท่ำยำง (ประชำสรรค์) ด้วย“TEAM D Model” โดยภาพรวมเหมาะสมอยู่ในระดับดี ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) มีการก าหนดมาตรฐานคุณภาพของสถานศึกษาที่ระบุองค์ประกอบ ตัวชี้วัด และเกณฑ์การตัดสินคุณภาพที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาที่ก าหนดไว้อย่างชัดเจน มีการก ากับ ติดตาม ตรวจสอบ และนิเทศงานอย่างสม่ าเสมอตามปฏิทินการขับเคลื่อนคุณภาพ ตามองค์ประกอบทั้ง 5 องค์ประกอบคือ องค์ประกอบที่ 1 การก าหนดเป้าหมายมาตรฐานคุณภาพ มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 2.78 โดย ภาพรวมเหมาะสมอยู่ในระดับดี องค์ประกอบที่ 2 การขับเคลื่อนคุณภาพสู่มาตรฐาน มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 2.77 โดยภาพรวมเหมาะสมอยู่ในระดับดี องค์ประกอบที่ 3 โดยภาพรวมเหมาะสมอยู่ในระดับดี การประเมิน ความส าเร็จตามมาตรฐาน มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 2.82 องค์ประกอบที่ 4 การน าการเปลี่ยนแปลงสู่สถานศึกษา และการสร้างคุณค่าแก่วงวิชาการ มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 2.79 โดยภาพรวมเหมาะสมอยู่ในระดับดีองค์ประกอบ ที่ 5 การเกิดวัฒนธรรมคุณภาพที่สะท้อนการพัฒนาที่ยั่งยืน มีค่าเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 2.75 โดยภาพรวมเหมาะสมอยู่ ในระดับดีซึ่งสอดคล้องกับ มยุรี วรวรรณ (2563 : 4) ได้ศึกษาเรื่อง แนวทางการพัฒนาการด าเนินงานประกัน
34 คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม พบว่า การด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาของ โรงเรียน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ถิรฉัตร คงจันทร์ (2560 : 135) ได้ศึกษาเรื่อง การพัฒนารูปแบบ การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ต ผลการวิจัยพบว่า ผลการสร้างและ พัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ต มีความสอดคล้องของ เนื้อหารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ต ตามความเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญสามารถน าไปใช้เป็นเครื่องมือในการวิจัยได้ผลการวิเคราะห์พบว่า รูปแบบการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในสถานศึกษาของโรงเรียนสตรีภูเก็ตในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และธนพล วงศ์ฉลาด (2564 : 5) ได้ศึกษาเรื่องการพัฒนาแนวทางการด าเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยประยุกต์ใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์ ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการด าเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยประยุกต์ใช้ แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ 39 แนวทาง ผลการประเมินความ เหมาะสมและความเป็นไปได้ของแนวทางการด าเนินงานการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในสถานศึกษา โดยประยุกต์ใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ พบว่า แนวทาง มีความเหมาะสม และมีความเป็นไปได้ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ข้อเสนอแนะ การใช้นวัตกรรมเรื่อง การพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพภายใน ของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model”1. ข้อเสนอแนะจากการท าวิจัย 1. ควรมีการศึกษาวิจัยโดยใช้กลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นฐาน มีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณควบคู่กับ ข้อมูลเชิงคุณภาพ เพื่อศึกษาวิธีด าเนินการตามรูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา 2. ควรมีการศึกษาคุณภาพการจัดการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา โดยศึกษาจ าแนกรายมาตรฐาน เพื่อวิเคราะห์ความก้าวหน้า และหาวิธีการในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษารายมาตรฐาน ข้อเสนอแนะในกำรท ำวิจัยครั้งต่อไป 1. ควรมีการจัดท าโครงการพัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา โดยมุ่งเน้นการ พัฒนาความรู้ ความเช้าใจ และทักษะการประเมินคุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในสถานศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาให้ได้ตามมาตรฐานการศึกษาหรือสูงกว่า มาตรฐานการศึกษาที่ก าหนดไว้ ควบคู่กับ การพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา 2. ควรมีการศึกษารูปแบบการประกันคุณภาพการศึกษากับสถานศึกษาในระดับเดียวกัน ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และหาวิธีด าเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาที่เป็นแนวทาง ร่วมกันในลักษณะคู่พัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษา
35 บรรณำนุกรม กรมสามัญศึกษา. (2552). ระบบการประกันคุณภาพการศึกษา และมาตรฐานและตัวชี้วัดมาตรฐาน การศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษาในสังกัดกรมสามัญศึกษา. กรุงเทพฯ : กรมสามัญศึกษา. เข็มทอง ศิริแสงเลิศ. (2550). การวิเคราะห์ระบบประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนอาชีวศึกษา เอกชน กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหาร การศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. จริยา บุณยะประภัศร. (2561). การขับเคลื่อนระบบบริหารผลการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย องค์กรอยางประสบความส าเร็จ หัวใจส าคัญของการขับเคลื่อนต้องให้ความส าคัญกับปรัชญาพื้นฐาน. วารสารประชาชาติธุรกิจ, 33 : 1. จ ารัส นองมาก. (2556). ปฏิบัติการประกันคุณภาพการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : พัฒนาคุณภาพวิชาการ. ธนพล วงศ์ฉลาด. (2564). การพัฒนาแนวทางการด าเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษา โดยประยุกต์ใช้แนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ สังกัดส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัย มหาสารคาม. ประดิษฐ์ศิริเดช. (2551). การประกันคุณภาพการศึกษา. วารสารครูเชียงราย, 2(4), 78-93. พจนานุกรมไทยออนไลน์. (2552 วันที่ 10 พฤษภาคม). ความหมายของกลไก. ค้นข้อมูล 12 กันยายน 2560, จาก https://dictionary.sanook.com/search/dict-th-en-lexitron ยุพาวดี นิศวอนุตรพันธ์. (2556). การออกแบบสร้างสรรค์เศษวัสดุ. กรุงเทพมหานคร : ส านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ไพบูลย์แจ่มพงษ์. (2551). การประกันคุณภาพเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา. วารสารกองทุน สงเคราะห์การศึกษาเอกชน, 8(77), 37-40, มิถุนายน. ภานุวัฒน์ภักดีวงศ์. (2551). ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน–ประชาชน–ชุมชน ยุทธศาสตร์หนึ่งใน การประกันคุณภาพการศึกษา. ข้าราชการครู, 18(4), 42, เมษายน–พฤษภาคม มยุรี วรวรรณ. (2563). แนวทางการพัฒนาการด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน มัธยมวัดหนองแขม. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. (2548). แนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. รุ่ง แก้วแดง. (2554). ปฏิวัติการศึกษาไทย. กรุงเทพฯ : มติชน. ลดาวัลย์ ตั้งมั่น. (2561). การด าเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 4 จังหวัดปทุมธานี. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
36 วีระวัฒน์อุทัยรัตน์และเฉลิมชัย หาญกล้า. (2556). คุณภาพ : ความส าเร็จที่ต้องเริ่มจากภายใน สถานศึกษา. กรุงเทพฯ : วัฒนาพานิช สงบ ลักษณะ. (2551). แนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา. วารสารข้าราชการครู, 10(7), 25, สิงหาคม-กันยายน. ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2555). แนวทางการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา เพื่อพร้อมรับการประเมินภายนอก. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : พิมพ์ดี ส านักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา. (2557). ความส าคัญของระบบและกลไก. วารสารคุณภาพ การศึกษา, 12 : 15. ส านักงานราชบัณฑิตยสภา. (2552 วันที่ 10 พฤษภาคม). ความหมายของกลไก. ค้นข้อมูล 12 กันยายน 2560, จาก http://www.royin.go.th/?knowledges อภิญญา ตันศิริ. (2551). การประกันคุณภาพการศึกษา. กรุงเทพฯ : ร่มไทรทอง. อุทุมพร จามรมาน. (2553). การประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ : ฟันนีพับลิชชิ่ง.
37 ภำคผนวก - แบบประเมินกำรประกันคุณภำพภำยในของโรงเรียนบ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) ด้วย“TEAM D Model” - แบบสอบถำมควำมพึงพอใจกำรประกันคุณภำพภำยในของโรงเรียนบ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” - คู่มือกำรพัฒนำระบบและกลไกกำรประกันคุณภำพภำยในของโรงเรียนบ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) ด้วย TEAM D Model
38 แบบประเมิน กำรประกันคุณภำพภำยในของโรงเรียนบ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) ด้วย“TEAM D Model” ............................................................................................................................. ....................................... ค ำชี้แจง แบบประเมินนี้จัดท าขึ้นเพื่อประเมินการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model”ซึ่งผลการประเมินนี้เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงและพัฒนาการประกัน คุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย ทั้งนี้จึงใคร่ขอความกรุณาให้ผู้ตอบแบบประเมิน ตอบตามความเป็นจริงตามเกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ ดังต่อไปนี้ คะแนน 1 คะแนน หมายถึง สถานศึกษามีหรือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ด าเนินการอย่างต่อเนื่อง และมีพัฒนาการ สูงขึ้น ในช่วง 3 ปี ย้อนหลัง หรือ ด ารงสภาพ ตามประเด็นที่ก าหนดเป็นบางส่วน คะแนน 2 คะแนน หมายถึง สถานศึกษามีหรือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ด าเนินการอย่างต่อเนื่อง และมีพัฒนาการ สูงขึ้น ในช่วง 3 ปี ย้อนหลัง หรือ ด ารงสภาพ ตามประเด็นที่ก าหนดเป็นส่วนใหญ่ คะแนน 3 คะแนน หมายถึง สถานศึกษามีหรือปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ด าเนินการอย่างต่อเนื่อง และมีพัฒนาการ สูงขึ้น ในช่วง 3 ปี ย้อนหลัง หรือ ด ารงสภาพ ตามประเด็นที่ก าหนดครบถ้วน ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือไว้ ณ ที่นี้ด้วย ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถำม ค ำชี้แจง กรุณาท าเครื่องหมาย ลงใน ตามความเป็นจริง 1. เพศ ชาย หญิง 2. วุฒิการศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 6 ปริญญาตรี ปริญญาโท 3. สถานภาพ ผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา ครู ครูอัตราจ้าง
39 ตอนที่ 2 ประเมินกำรประกันคุณภำพภำยในของโรงเรียนบ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) ด้วย“TEAM D Model” ค ำชี้แจง ให้ผู้ประเมินพิจารณาค าอธิบายระดับคุณภาพที่ก าหนดแล้วท าเครื่องหมาย ให้ตรงกับตาม ความเป็นจริง ประเด็นกำรพิจำรณำ ระดับคุณภำพ ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) องค์ประกอบที่ 1 กำรก ำหนดเป้ำหมำยมำตรฐำนคุณภำพ 1.1 สถานศึกษามีการก าหนดมาตรฐานคุณภาพของสถานศึกษา ที่ระบุองค์ประกอบ ตัวชี้วัด และเกณฑ์การตัดสินคุณภาพที่ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาที่ก าหนด โดยหน่วยงานต้น สังกัด (สพฐ.) และหน่วยงานที่ก ากับดูแล (เขตพื้นที่การศึกษา) 1.2 สถานศึกษามีการก าหนดมาตรฐานคุณภาพของสถานศึกษา ที่ระบุองค์ประกอบ ตัวชี้วัด และเกณฑ์การตัดสินคุณภาพที่ สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา 1.3 สถานศึกษามีการก าหนดเป้าประสงค์ด้านคุณภาพการจัด การศึกษาในระยะ 3-5 ปี สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม สมรรถนะหลัก และความโดดเด่นเฉพาะของสถานศึกษา 1.4 สถานศึกษามีการก าหนดเป้าหมายคุณภาพที่แสดงถึงความ ท้าทายต่อการพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของ สถานศึกษาโดยผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย 1.5 สถานศึกษามีการน าผลการประเมินคุณภาพภายในและการ ประเมินคุณภาพภายนอกมาเป็นข้อมูลฐาน (Baseline data) ในการก าหนดเป้าหมายความส าเร็จ และเป้าประสงค์ องค์ประกอบที่ 2 กำรขับเคลื่อนคุณภำพสู่มำตรฐำน 2.1 ผู้บริหารสถานศึกษาใช้ภาวะผู้น าในการปฏิบัติงานให้มี คุณภาพตามเป้าหมายที่ก าหนด 2.2 สถานศึกษาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันออกแบบระบบการ บริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษาสู่มาตรฐานการศึกษา ที่ก าหนด 2.3 สถานศึกษาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกันจัดท าแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมในการจัดสรรทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการ พัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาของ สถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม และ มีความเป็นไปได้ที่จะท าให้ สถานศึกษามีคุณภาพตามเป้าประสงค์ 2.4 สถานศึกษาจัดท าปฏิทินการขับเคลื่อนคุณภาพตามแผนงาน ในรอบปีที่ชัดเจน
40 ประเด็นกำรพิจำรณำ ระดับคุณภำพ ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) องค์ประกอบที่ 2 กำรขับเคลื่อนคุณภำพสู่มำตรฐำน (ต่อ) 2.5 ผู้บริหารสถานศึกษาสร้างความตระหนักและสื่อสารทั่วทั้ง สถานศึกษา รวมทั้งใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ เชิงวิชาชีพ (PLC) ในการพัฒนาตนเอง 2.6 ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้รับผิดชอบน าแผนสู่การปฏิบัติ โดยมีการก ากับ ติดตาม ตรวจสอบ และนิเทศ งานอย่างสม่ าเสมอตามปฏิทินการขับเคลื่อนคุณภาพ 2.7 ผู้รับผิดชอบมีการรายงานความก้าวหน้าของงานเป็นระยะ ๆ อย่างสม่ าเสมอ องค์ประกอบที่ 3 กำรประเมินควำมส ำเร็จตำมมำตรฐำน 3.1 สถานศึกษาสร้างและพัฒนาระบบและกลไกในการประเมิน คุณภาพภายในอย่างเป็นรูปธรรม 3.2 สถานศึกษามีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินตนเอง เป็นระยะ ๆ 3.3 สถานศึกษามีผลการประเมินตนเองที่ตรงตามสภาพจริง และเชื่อถือได้ 3.4 สถานศึกษาน าสารสนเทศจากการประเมิน และศึกษาแนวคิด วิธีการปฏิบัติที่ดีเพื่อปรับปรุงพัฒนา ระบบงานอย่างต่อเนื่อง องค์ประกอบที่ 4 กำรน ำกำรเปลี่ยนแปลงสู่สถำนศึกษำและกำรสร้ำงคุณค่ำแก่วงวิชำกำร 4.1 ระบบประกันคุณภาพภายในมีประสิทธิผล ก่อให้เกิดการ พัฒนาด้านคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม ในระยะ 3 ปี ที่สะท้อนการพัฒนาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 4.2 ระบบประกันคุณภาพภายในมีประสิทธิผล ก่อให้เกิดการ พัฒนาด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ อย่างเป็นรูปธรรม ในระยะ 3 ปี ที่สะท้อนการพัฒนาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 4.3 ระบบประกันคุณภาพภายในมีประสิทธิผล ก่อให้เกิดคุณภาพ ด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ อย่างเป็นรูปธรรม ในระยะ 3 ปี ที่สะท้อนการพัฒนาสูงขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง
41 ประเด็นกำรพิจำรณำ ระดับคุณภำพ ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) องค์ประกอบที่ 5 กำรเกิดวัฒนธรรมคุณภำพที่สะท้อนกำรพัฒนำที่ยั่งยืน 5.1 ผู้บริหารสถานศึกษาและทีมงานมีภาวะผู้น า สามารถบริหาร จัดการให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนระบบประกัน คุณภาพภายในที่สะท้อนการพัฒนาที่ยั่งยืน 5.2 สถานศึกษาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) และบุคลากรสถานศึกษาเป็นบุคคลแห่ง การเรียนรู้ ร่วมกันพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน โดยใช้ กระบวนการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (PLC) อย่างต่อเนื่อง 5.3 การบริหารจัดการคุณภาพเกิดขึ้นทั้งในระดับสถานศึกษา ระดับกลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับห้องเรียน และระดับรายบุคคล สะท้อนถึงความตระหนักในคุณค่าและเกิดวัฒนธรรมคุณภาพใน ตัวบุคคลและองค์กรในภาพรวม 5.4 สถานศึกษามีโครงสร้าง บทบาทหน้าที่ ผู้รับผิดชอบ และคู่มือ และแนวทางการปฏิบัติงาน ตามระบบประกันคุณภาพภายใน สถานศึกษา ที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงที่จะ เกิดขึ้นในอนาคต 5.5 สถานศึกษามีการบริหารจัดการระบบสารสนเทศให้พร้อมใช้ มีข้อมูลที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน และครอบคลุม ภารกิจของสถานศึกษา สามารถน าไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 5.6 ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกับสถานศึกษาในการ วางแผนและขับเคลื่อนคุณภาพสู่มาตรฐานการศึกษา อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการที่หลากหลาย
42 แบบสอบถำมควำมพึงพอใจ กำรประกันคุณภำพภำยในของโรงเรียนบ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ................................................................................................................................ .................................... ค ำชี้แจง แบบสอบถามนี้จัดท าขึ้นเพื่อประเมินความพึงพอใจการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียน บ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ซึ่งผลการประเมินนี้เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุง และพัฒนาการประกันคุณภาพภายในของโรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ด้วย ทั้งนี้จึงใคร่ขอความกรุณา ให้ผู้ตอบแบบสอบถาม ตอบตามความเป็นจริง ที่ตรงกับความคิดเห็นของท่าน ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือไว้ ณ ที่นี้ด้วย ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถำม ค ำชี้แจง กรุณาท าเครื่องหมาย ลงใน ตามความเป็นจริง 1. เพศ ชาย หญิง 2. วุฒิการศึกษา มัธยมศึกษาปีที่ 6 ปริญญาตรี ปริญญาโท 3. สถานภาพ ผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา ครู ครูอัตราจ้าง ตอนที่ 2 ควำมพึงพอใจกำรประกันคุณภำพภำยในของโรงเรียนบ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) ด้วย “TEAM D Model” ค ำชี้แจง กรุณาท าเครื่องหมาย ลงในช่องตามความคิดเห็นของท่าน ประเด็นวัดควำมพึงพอใจ ระดับควำมพึงพอใจ มำกที่สุด มำก ปำนกลำง น้อย น้อยที่สุด ด้ำนที่ 1. กำรติดต่อสื่อสำร และกำรมีส่วนร่วมในกำรประกันคุณภำพ 1. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการแจ้งข้อมูลข่าวสาร การประกันคุณภาพที่มีความถูกต้องชัดเจน 2. บุคลากรได้รับข่าวสารการประกันคุณภาพที่ทันต่อ สถานการณ์ปัจจุบัน 3. บุคลากรได้รับประโยชน์จากข่าวสารของการประกัน คุณภาพในการปฏิบัติงาน 4. บุคลากรสามารถน าข่าวสารที่ได้รับจากการประกัน คุณภาพมาใช้ในการปฏิบัติงานประกันคุณภาพ การศึกษา 5. ฝ่ายประกันคุณภาพมีหนังสือเวียนหรือประกาศแจ้ง ข่าวสารของการประกันคุณภาพการศึกษา 6. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการแจ้งนโยบายและ วิธีด าเนินการตามระบบประกันคุณภาพให้บุคลากร ทราบอย่างเป็นทางการ
43 ประเด็นวัดควำมพึงพอใจ ระดับควำมพึงพอใจ มำกที่สุด มำก ปำนกลำง น้อย น้อยที่สุด ด้ำนที่ 1 กำรติดต่อสื่อสำร และกำรมีส่วนร่วมในกำรประกันคุณภำพ (ต่อ) 7. ท่านเข้าร่วมประชุมกับบุคลากรในสถานศึกษา เพื่อก าหนดเป้าหมาย และนโยบายการประกันคุณภาพ การศึกษา 8. ท่านเสนอวิธีปรับปรุงระบบการท างาน เมื่อทราบ ผลการตรวจสอบ 9. ท่านเข้าร่วมจัดท าเครื่องมือที่จะใช้ในการเก็บรวบรวม ข้อมูลให้เหมาะสมแต่ละตัวบ่งชี้ 10. ท่านร่วมปฏิบัติตามข้อก าหนดการตรวจสอบ คุณภาพของสถานศึกษา 11. ท่านร่วมรับรู้ขั้นตอน และวิธีการที่ใช้ในการติดตาม ประเมินผลแผนการปฏิบัติงาน 12. ท่านได้น าข้อเสนอแนะที่ได้จากการตรวจสอบ คุณภาพมาปรับปรุงการปฏิบัติงานของตนให้ดียิ่งขึ้น ด้ำนที่ 2 เจตคติต่อกำรประกันคุณภำพ 1. การด าเนินงานงานประกันคุณภาพการศึกษาเป็นงาน ที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคม 2. การด าเนินงานงานประกันคุณภาพการศึกษาเป็นงาน ที่ท้าทายความสามารถในการท างาน 3. การประเมินตนเองเป็นกระบวนการที่คุ้มค่าใน การท างาน 4. การด าเนินงานประกันคุณภาพจะส าเร็จได้ต้องอาศัย ความร่วมมือจากบุคลากรในโรงเรียน 5. การตรวจสอบคุณภาพไม่ใช่เป็นการจับผิด การปฏิบัติงาน 6. การประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาจ าเป็นต้องมี เพื่อจัดการศึกษาให้ได้คุณภาพการศึกษาตามมาตรฐาน ของสถานศึกษา 7. ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาท าให้ท่านกับ เพื่อนร่วมงานมีการช่วยเหลือกันมากยิ่งขึ้น 8. ท่านรู้สึกภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการด าเนินงาน การประกันคุณภาพการศึกษา
44 ประเด็นวัดควำมพึงพอใจ ระดับควำมพึงพอใจ มำกที่สุด มำก ปำนกลำง น้อย น้อยที่สุด ด้ำนที่ 3 กำรด ำเนินงำนประกันคุณภำพกำรศึกษำ 1. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการจัดท าแผน คู่มือ การปฏิบัติงาน เพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ประกันคุณภาพการศึกษา 2. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการวางแผนและปรับปรุง คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ 3. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการใช้ข้อมูลสารสนเทศใน การก าหนดเป้าหมายการพัฒนาคุณภาพการศึกษา 4. ฝ่ายประกันคุณภาพส่งเสริม สนับสนุน และควบคุม ให้บุคลากรปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ 5. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการให้ความรู้ความเข้าใจ กับบุคลากรของสถานศึกษาที่เกี่ยวกับโครงสร้าง การบริหาร หน้าที่ความรับผิดชอบ และร่วมกัน ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย 6. สถานศึกษามีการพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบสารสนเทศถูกต้อง และเป็นปัจจุบันเพื่อใช้ ในการด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา 7. เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ในการด าเนินงานประกันคุณภาพ 8. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการตรวจสอบการปฏิบัติงาน ตามแผนอย่างต่อเนื่อง โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย 9. การตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพการศึกษาของ สถานศึกษาโดยจัดให้มีคณะกรรมการประกันคุณภาพ ภายในซึ่งประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่าย 10. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการด าเนินการโครงการ/ กิจกรรมเพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของ สถานศึกษาให้สูงขึ้นทุกปี 11. ฝ่ายประกันคุณภาพมีการเตรียมความพร้อมของ ข้อมูลเพื่อการตรวจสอบ ทบทวน และปรับปรุงผลการ ด าเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา
45 คู่มือ กำรพัฒนำระบบและกลไกกำรประกันคุณภำพภำยในของโรงเรียนบ้ำนท่ำยำง (ประชำสรรค์) ด้วย TEAM D Model
โรงเรียนบ้านท่ายาง (ประชาสรรค์) ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ