The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by noonook_sirilak_cm, 2022-03-02 13:51:12

รูปเล่ม

รูปเล่ม

การจดั ทำบัญชรี า้ นเสริมสวย โดยประยุกต์ใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel
Application of Microsoft Excel program for beauty salon in using

accounting software packages

นางสาวศิรลิ ักษณ์ ภาวังค์
นางสาวสตรีรัตน์ นาคจันทึก

โครงการนีเ้ ป็นส่วนหน่งึ ของการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบตั รวิชาชพี ช้ันสงู
ประเภทวชิ าบริหารธรุ กิจ สาขาวชิ าการบัญชี
วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาเชียงใหม่
ปกี ารศึกษา 2564

การจดั ทำบัญชีรา้ นเสริมสวย โดยประยุกตใ์ ชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel
Application of Microsoft Excel program for beauty salon in using

accounting software packages

จดั ทำโดย
นางสาวศริ ลิ กั ษณ์ ภาวงั ค์
นางสาวสตรรี ตั น์ นาคจันทกึ
นกั ศึกษา ช้ัน ปวส. 2/4 สาขาการบัญชี

ครูทีป่ รึกษาโครงการ/ครปู ระจำวชิ าโครงการ
นางภทั รานษิ ฐ์ พัชรวิ โรจน์

โครงการนเี้ ป็นส่วนหนง่ึ ของการศกึ ษาตามหลักสูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง
ประเภทวชิ าบริหารธรุ กิจ สาขาวชิ าการบัญชี
วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาเชียงใหม่
ปีการศกึ ษา 2564

ใบรบั รอง
วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาเชยี งใหม่

เรือ่ ง การจัดทำบญั ชรี ้านเสริมสวย โดยประยุกตใ์ ชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel
จัดทำโดย นางสาวศริ ลิ กั ษณ์ ภาวงั ค์ รหสั ประจำตัวนกั ศกึ ษา 63302010093
นางสาวสตรีรตั น์ นาคจันทึก รหสั ประจำตวั นักศึกษา 63302010094

ไดร้ บั การรับรองใหน้ บั เปน็ ส่วนหนงึ่ ของการศกึ ษาตามหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวิชาชพี ชน้ั สูง
สาขาวชิ าการบญั ชี ประเภทบรหิ ารธรุ กิจ

........................................หัวหน้าแผนกวิชา ........................................รองผ้อู ำนวยการฝา่ ยวชิ าการ
(นางจนั ทรา เทพาคำ) (นางจันทมิ า สตั ยาภรณ์)
วันท่.ี ........ เดือน............. พ.ศ.............
วนั ท.่ี ........ เดอื น............. พ.ศ.............

คณะกรรมการการสอบโครงงาน

....................................................ประธานกรรมการ
(นางจันทรา เทพาคำ)

....................................................กรรมการ
(นางสาวอริชาภสั ร์ อินตะ๊ จักร)

....................................................กรรมการและเลขานุการ
(นางภัทรานษิ ฐ์ พัชรศิ วโรจน)์

ชอ่ื ผจู้ ัดทำโครงงาน : นางสาวศริ ลิ กั ษณ์ ภาวังค์ และ นางสาวสตรรี ัตน์ นาคจนั ทกึ
ชอื่ โครงงาน : การจดั ทำบญั ชรี ้านเสรมิ สวย โดยประยุกต์ใชโ้ ปรแกรม

สาขาวชิ า Microsoft Excel
อาจารย์ทปี่ รกึ ษาโครงาน : การบญั ชี
ปีการศึกษา : นางภทั รานิษฐ์ พชั รศิ วโรจน์
: 2564

บทคัดย่อ

โครงงานการจดั ทำบญั ชรี ้านเสรมิ สวย โดยประยกุ ต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel มวี ตั ถุประสงค์
1. เพื่อนำความรู้ ในการเรียนมาปรับใช้กับการทำโครงงานการทำบัญชีร้านเสริมสวยโดยประยุกต์ใช้
โปรแกรม Microsoft Excel 2. เพ่อื ประเมนิ ความพงึ พอใจในการประยุกตใ์ ชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel
เพื่องานบญั ชรี า้ นเสริมสวยของนาง เพช็ ลี ภาวังค์ การทำโครงงานครั้งน้คี ณะผูจ้ ดั ทำ ได้ออกแบบคู่มือใน
การเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นตารางรายได้และค่าใช้จา่ ยของกิจการ งานกลุ่มเป้าหมายนางเพ็ชลี ภาวังค์
เจ้าของกิจการร้านเสริมสวย บ้านเลขที่ 48 หมู่ 4 บ้านแม่บอน ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัด
เชียงใหม่ 50190 ระยะเวลาดำเนนิ งานต้งั แต่วันท่ี 1 ธันวาคม 2564 ถงึ วันท่ี 31 ธนั วาคม 2564

จากผลดำเนนิ งานเปน็ ดังน้ี การดำเนินโครงงานจัดทำบญั ชรี ายไดแ้ ละค่าใชจ้ า่ ยของกิจการรา้ นเสรมิ
สวยโดยใช้คู่มือทางการบัญชีเป็นระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วนั ที่ 1 ธันวาคม 2564 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม
2564 ดังนี้ งบกำไรขาดทุนมีรายได้ 6,740 บาท ค่าใช้จ่าย 1,640 บาท กำไรสุทธิ 5,100 บาท ผลการ
ดำเนินงานของกจิ การร้านเสริมสวย จากการใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel ในการจัดทำบัญชใี นกิจการ
รา้ นเสริมสวย กจิ การไดท้ ราบผลกำไรขาดทนุ และฐานะทางการเงินได้อย่างถูกต้องแม่นยำและได้ประเมิน
ความพงึ พอใจทก่ี จิ การได้รบั รแู้ ละทักษะจากโครงงานและทราบถึงความพึงพอใจของกิจการร้านเสรมิ สวย
จากการกรอกแบบประเมินความพึงพอใจ พบว่าผู้ที่ประเมินความพึงพอใจของกจิ การรา้ นเสริมสวย มี
ความพงึ พอใจเกีย่ วกบั โครงงานการจัดทำบัญชีรา้ นเสรมิ สวย โดยประยกุ ตใ์ ชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel
โดยรวมอยใู่ นระดบั ดีมาก ( ̅ = 4.39)

กติ ติกรรมประกาศ
การดำเนินโครงงานการจัดทำบัญชีร้านเสริมสวย โดยประยุกต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel เพื่องาน
บัญชีสำเรจ็ ลลุ ว่ งไปได้ด้วยดี โดยความกรณุ าของหลายฝ่าย ตง้ั แตผ่ ูอ้ ำนวยการฯ รองผอู้ ำนวยการฯ ครูอาจารย์
และเจา้ หนา้ ท่วี ทิ ยาลัยอาชวี ศกึ ษาเชียงใหม่ ทไี่ ด้ให้การสนับสนุนการดำเนินวชิ าชีพ เพอ่ื ให้นกั เรยี นและนกั ศกึ ษา
ไดเ้ พม่ิ โอกาสทางการศึกษาวิชาชพี ด้วยดตี ลอดมา
ขอขอบคุณ คุณครูภัทรานษิ ฐ์ พชั รศิ วโรจน์ ครปู ระจำวชิ าโครงการ/ครทู ี่ปรึกษาโครงการท่ใี ห้คำแนะนำในการ
จัดทำโครงการวิชาชีพ รวมทั้งแก้ไขข้อบกพร่องในส่วนต่างๆ จนเป็นรูปเล่มสมบูรณ์และขอขอบพระคุณ
คณะกรรมการรับรองโครงการและสอบโครงการ ทีใ่ ห้ความเห็นชอบในครั้งนี้
ขอขอบคุณ นางเพ็ชลี ภาวังค์ เป็นที่ปรึกษาโครงการและเจ้าของสถานที่ดำเนินการโครงการในครั้งน้ี
ขอขอบคุณเพ่ือนร่วมห้อง ครอบครัว ที่เป็นกำลังใจ รักและหวังดีจนผลงานสำเร็จเรียบร้อย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผล
การศึกษาโครงการในครัง้ นี้จะเปน็ ประโยชน์แกผ่ ู้ท่คี ดิ จะประกอบธรุ กจิ อาชพี อิสระตอ่ ไป

ผ้จู ัดทำ
ศริ ลิ ักษณ์ ภาวังค์
สตรีรัตน์ นาคจันทึก

สารบญั

ใบรบั รองโครงการ หนา้

บทคดั ย่อ ข

กติ ตกิ รรมประกาศ ง
สารบญั ฉ
สารบัญตาราง ช

สารบญั รปู ภาพ 1
2
บทท่ี 1 บทนำ 2
2
1.1 ความเปน็ มาและความสำคัญของโครงงาน 3

1.2 วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงงาน 4
11
1.3 ขอบเขตของโครงงาน 22
22
1.4 ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะไดร้ บั
24
1.5 นิยามศพั ท์ 24
25
บทที่ 2 เอกสาร ทฤษฏแี ละงานวิจยั ทเ่ี กย่ี วข้อง 33
33
2.1 ความรู้เกีย่ วกับโครงงานทที่ ำ
34
2.2 ทฤษฎที ่เี กยี่ วขอ้ ง 35
2.3 ประวตั วิ ิทยากร/ทป่ี รกึ ษาโครงงานและสถานประกอบการ
2.4 งานวจิ ัยทเ่ี ก่ยี วข้อง

บทท่ี 3 วธิ ีการดำเนนิ งานโครงงาน

3.1 รูปแบบของโครงงาน

3.2 ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่างของโครงงาน

3.3 ขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน

3.4 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล

3.5 การวเิ คราะหข์ ้อมลู

บทท่ี 4 ผลการดำเนินงาน

4.1 ผลการดำเนนิ งานโครงงาน

4.2 อภปิ รายผลการดำเนินงานโครงงาน

สารบญั (ต่อ) หนา้

บทที่ 5 สรปุ ผลการดำเนนิ โครงงานและขอ้ เสนอแนะ 44
5.1 สรุปผลการดำเนินงานโครงงาน 46
5.2 ขอ้ เสนอแนะเพมิ่ เติม 47

บรรณานุกรม 49
ภาคผนวก 54
57
ภาพผนวก ก โครงร่างโครงงาน 63
ภาพผนวก ข รปู ครูทปี่ รึกษาโครงงานและคณะผจู้ ดั ทำ รปู วทิ ยากร/ที่ 65
ปรึกษาโครงงาน รปู สภาพแวดล้อมที่ดำเนินงาน 77
ภาพผนวก ค แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ 84
ภาพผนวก ง รายงานผลการนำไปใช้ประโยชน์ 87
ภาพผนวก จ การเกบ็ รวมบรวมข้อมลู และการวเิ คราะห์ข้อมลู 89
ภาพผนวก ฉ แบบนำเสนอขออนมุ ัตโิ ครงงานวชิ าชพี 97
ภาพผนวก ช คณะกรรมการอนุมตั ิโครงงานและคณะกรรมการประเมิน
โครงงาน
ภาคผนวก ซ นำเสนอโครงงาน
ภาคผนวก ฌ สรปุ แบบสอบถามประเมินความพงึ พอใจในการเย่ียมชม
การนำเสนอโครงงาน
ประวตั ผิ ้จู ดั ทำ

สารบญั ตาราง หนา้
ตาราง
25
ตารางที่ 3.1 ตารางการวเิ คราะห์ขอ้ มลู เพอื่ ตัดสนิ ใจเลอื กโครงงาน 27
ตารางที่ 3.2 ตารางการกำหนดปฏทิ นิ การปฏิบัติงาน 37
ตารางที่ 4.1 แสดงจำนวนรอ้ ยละของผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจจำแนกตามเพศ 38
ตารางท่ี 4.2 แสดงจำนวนรอ้ ยละของผ้ตู อบแบบประเมนิ ความพงึ พอใจจำแนกตามอายุ 39
ตารางที่ 4.3 แสดงจำนวนร้อยละของผตู้ อบแบบประเมินความพงึ พอใจจำแนกตามการศกึ ษา 40
ตารางที่ 4.4 แสดงจำนวนรอ้ ยละของผตู้ อบแบบประเมินความพงึ พอใจจำแนกตามเงนิ เดือน 42
ตารางที่ 4.5 แสดงจำนวนรอ้ ยละแบบประเมินความพงึ พอใจของผู้ตอบแบบประเมนิ 43
ตารางที่ 4.6 แสดงข้อเสนอแนะของผู้ตอบแบบประเมนิ ความพึงพอใจ 46
ตารางที่ 5.1 ขอ้ เสนอแนะ สำหรบั การนำผลของโครงงานไปใช้

สารบญั ภาพประกอบ

ภาพท่ี 2.1 การทำบวก ลบ คูณและหาร หนา้
ภาพท่ี 2.2 ตวั ดำเนินการทางคณติ ศาสตร์
ภาพที่ 2.3 ตัวดำเนนิ การอา้ งองิ 16
ภาพท่ี 2.4 การนำสูตรคำนวณมาใช้งาน 16
ภาพที่ 2.5 การสร้างสตู รคำนวณเพื่อหาผลรวมของจำนวณเงินฝง่ั เดบิต 17
ภาพท่ี 2.6 การสร้างสูตรคำนวณเพอ่ื หาผลรวมของจำนวณเงินฝงั่ เครดติ 17
ภาพที่ 2.7 สูตรการคำนวณหาผลตา่ งเงินฝากธนาคาร 18
ภาพที่ 2.8 ยอดคงเหลือในบัญชเี งินฝากธนาคาร 18
ภาพท่ี 4.1 งบกำไรขาดทุน เดอื น ธนั วาคม 2564 19
ภาพที่ 4.2 งบแสดงฐานะการเงิน เดอื น ธนั วาคม 2564 19
ภาพที่ 4.3 เพศ 34
ภาพท่ี 4.4 อายุ 35
ภาพท่ี 4.5 การศึกษา 37
ภาพที่ 4.6 เงนิ เดอื น 38
ภาพที่ 4.7 ความพึงพอใจในความรู้ 39
ภาพที่ 4.8 ความพงึ พอใจในทกั ษะ 40
ภาพที่ 4.9 ความพึงพอใจในโครงงาน 41
41
42

บทที่ 1
บทนำ

1. ความเปน็ มาและความสำคัญของโครงงาน

วชิ าโครงงานในหลกั สูตรของอาชีวศึกษาจะเน้นความรเู้ ก่ยี วกับการเขยี นโครงงานให้สอดคล้องกับ
แนวคิด หลักการ จุดมุ่งหมาย ให้ผู้จัดทำโครงงานได้ประมวลความรู้ และทักษะจากรายวิชาต่างๆมา
ประยกุ ต์ในการสรา้ งผลงานอยา่ งเป็นระบบตัง้ แต่การศึกษาค้นคว้า การวิเคราะห์ การวางแผน การลงมือ
ปฏิบัติ การประเมินตนเอง การปรับปรุงการทำงาน การเขียนรายงาน และการนำเสนอผลงาน เพื่อให้
เป็นไปตามอุดมการณ์และหลกั การในการจัดการอาชีวศึกษา ท่ีมงุ่ พัฒนากำลงั คนระดบั กึ่งฝมี อื ระดบั ฝีมือ
ระดับเทคนิคและระดับเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดคุณภาพตามสมรรนะอาชีพที่กำหมดไว้ ปฏิบัติตามเกณฑ์
การรับรองวิทยฐานะและมาตรฐานการศึกษาตามแนวทางประกันคุณภาพอาชีวศึกษา เน้นกระบวนการ
คิดอย่างมีคุณภาพและจริยธรรมเปิดโอกาสใหผ้ ู้เรียนเลือกระบบและวิธีการเรียนได้อย่างเหมาะสมตาม
ศักยภาพความสนใจและโอกาสของตน โดยประสานความรว่ มมอื กันระหว่างผู้จดั ทำและอาจารยท์ ปี่ รึกษา
โครงการ

ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ผู้จัดทำโครงงานได้ศึกษาวิชาโครงงาน วิชาชีพการบัญชีจงึ ได้
จัดตั้งกลุ่ม มีสมาชิกในกลุ่มจำนวน 2 คน ได้แก่ 1. นางสาวศิริลกั ษณ์ ภาวังค์ เลขที่ 1 และ 2. นางสาว
สตรรี ตั น์ นาคจันทึก เลขท่ี 2 ระดบั ช้ันประกาศนียบตั รวชิ าชีพชน้ั สูงชนั้ ปที ่ี 2 หอ้ ง 4 เพื่อทำโครงงานน้ี
ขึ้นมาใช้ชื่อว่า โครงงาน การจัดทำบัญชีร้านเสริมสวย โดยประยุกต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel
เนื่องจากสมาชิกในกลุ่มมีความสนใจที่จะทำโครงงาน การจัดทำบัญชีร้านเสริมสวย โดยประยุกต์ใช้
โปรแกรม Microsoft Excel เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชัน้ สงู
(ปวส.) ชั้นปีที่ 2 สาขาการบัญชี สามารถนำความรู้ด้านการบัญชีและโปรแกรม Microsoft Excel นำ
เทคโนโลยีมาประยุกต์ในงานวิชาชีพได้และมคี วามริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่
เกิดขึ้น รวมทั้งการทำงานเป็นทมี อย่างเปน็ ระบบ เนื่องจากการสัมภาษณ์พบว่า ธุรกิจร้านเสริมสวยขาด
การทำบัญชีอยา่ งเปน็ ระบบไมม่ กี ารทำบญั ชโี ดยใชโ้ ปรแกรมใดๆ กล่มุ ผจู้ ดั ทำโครงงานจึงมคี วามสนใจและ
เล็งเห็นถึงความสำคัญในการจัดทำบัญชีโดยประยุกต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel ให้กับกิจการร้าน
เสริมสวยของ นาง เพ็ชลี ภาวังค์ เพื่อให้เจา้ ของกิจการไดเ้ หน็ ถึงความสำคัญของการจัดทำบัญชีโดยใช้
เครอื่ งมือและโปรแกรม Microsoft Excel และทำให้การจัดการของระบบการเงินภายในร้านดมี ากยงิ่ ข้ึน

จากสาเหตุและความสำคัญดังกลา่ วกลุม่ คณะผจู้ ัดทำโครงงานจงึ มคี วามสนใจจัดทำโครงงาน การ
จดั ทำบัญชรี ้านเสริมสวย โดยประยกุ ต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel เพื่อให้เปน็ ไปตามวัตถปุ ระสงค์ของ
หลักสูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพชั้นสงู (ปวส.) สาขาการบญั ชี อกี ท้งั ผูจ้ ดั ทำโครงงานยังมีความรู้ เพ่ือนำ
ความร้จู ากรายวชิ าต่างๆ และทกั ษะวชิ าชพี มาประยุกต์ใชใ้ นการทำโครงงานอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ สามารถ
แกป้ ัญหาและอปุ สรรคทีเ่ กดิ ข้นึ รวมทง้ั มีการทำงานเปน็ ทมี อีกดว้ ย

2. วัตถปุ ระสงคข์ องโครงงาน
2.1 เพอ่ื นำความรู้ ในการเรียนมาปรับใชก้ ับการทำโครงงานการทำบัญชีรา้ นเสรมิ สวยโดย

ประยกุ ต์ใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel
2.2 เพอื่ ประเมินความพงึ พอใจในการประยกุ ต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel เพอื่ งานบญั ชีรา้ น

เสรมิ สวยของนาง เพช็ ลี ภาวังค์

3. ขอบเขตของโครงงาน
3.1. เป้าหมายของโครงงาน
3.1.1. เป้าหมายเชิงคณุ ภาพ
3.1.1.1. ทำบัญชีร้านเสรมิ สวยโดยประยุกต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel อย่าง

ถกู ต้อง
3.1.1.2. กิจการร้านเสริมสวยมกี ารทำบญั ชีรายรบั -รายจา่ ยอยา่ งเป็นระบบ

3.1.2. เป้าหมายเชิงปรมิ าณ
3.1.2.1. ทำบญั ชรี า้ นเสรมิ สวย พร้อมแบบรายงานการบญั ชีกำไร (ขาดทนุ ) อย่าง

ถูกตอ้ งในกรอบระยะเวลา 1 เดือน
3.2. ระยะเวลาและสถานท่ีในการดำเนนิ งาน
3.2.1. ระยะเวลาดำเนินงาน ต้ังแตว่ นั ท่ี 1 ธนั วาคม 2564 ถึง 31 ธันวาคม 2564
3.2.2. สถานท่ดี ำเนินงาน รา้ นเสรมิ สวย เลขที่ 48 หมู่ 4 บ้านแมบ่ อน

ตำบลโหลง่ ขอด อำเภอพรา้ ว จังหวัดเชยี งใหม่ 50190

4. ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะได้รบั
4.1 ไดร้ บั รรู้ ายรบั -รายจา่ ยของร้านเสริมสวย
4.2 มีความชำนาญกับการใช้โปรแกรม Microsoft Excel มากข้ึน

5. นยิ ามศพั ท์
5.1. ร้านเสริมสวย (beauty salon) หมายถึง ร้านแต่งหล่อและเสริมความสวยงาม ช่วยเสริม

บุคลิกให้ดูดีย่ิงขึ้น ถือเป็นธุรกิจบริการขนาดเล็กที่เปน็ ที่นยิ มอย่างมาก เพราะใช้ต้นทุนในการเปิดไมส่ งู
มาก แต่ตอ้ งเน้นเร่อื งฝมี อื และความประณตี ร้านเสริมสวยจงึ ได้รบั ความนยิ มและอยู่คทู่ กุ ชุมชนมาชา้ นาน

5.2. การบัญชี (accounting) หมายถงึ เป็นศิลปะของการรวบรวม บันทกึ จำแนก และทำสรุป
ขอ้ มูลอันเกีย่ วกบั เหตกุ ารณท์ างเศรษฐกิจในรปู ตัวเงนิ ผลงานข้ันสุดทา้ ยของการบญั ชีคอื การใหข้ อ้ มูลทาง
การเงิน ซึ่งเปน็ ประโยชนแ์ ก่บุคคลหลายฝา่ ย และผทู้ ีส่ นใจในแต่ละกิจกรรม

5.3. โปรแกรม Microsof Excel (Microsof Excel) หมายถงึ เป็นโปรแกรมสามัญประจำเครอ่ื ง
ที่มีประโยชน์มากมาย ใช้ช่วยงานทางธุรกิจได้มากมาย หากใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว และใช้งาน
ความสามารถของมนั ไดอ้ ย่างครบถว้ น

บทท่ี 2
เอกสาร ทฤษฏแี ละงานวจิ ยั ที่เกย่ี วข้อง

การดำเนินโครงงานการจัดทำบัญชีร้านเสริมสวย โดยประยุกต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel
จำนวน 1 แหง่ ณ ร้านเสริมสวย เลขท่ี 48 หมู่ 4 ตำบลโหลง่ ขอด อำเภอพร้าว จงั หวัดเชยี งใหม่ ตั้งแต่
วนั ท่ี 1 ธันวาคม 2564 ถึง 31 ธันวาคม 2564 ผ้ดู ำเนินโครงงานได้รวบรวม เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัย
ทเ่ี กีย่ วขอ้ งดงั มีหวั ขอ้ ต่อไปน้ี

2.1 ความรู้เกี่ยวกบั โครงงานทีท่ ำ
2.2 ทฤษฎที เ่ี กยี่ วขอ้ ง
2.3 ประวัติวทิ ยากร/ท่ีปรกึ ษาโครงงานและสถานประกอบการ
2.4 งานวิจัยทีเ่ กย่ี วขอ้ ง

2.1 ความรูเ้ กี่ยวกับโครงงานท่ที ำ
2.1.1 ร้านเสริมสวย (beauty salon) หมายถึง ร้านแต่งหล่อและเสริมความสวยงาม ช่วยเสริม

บุคลิกให้ดดู ีย่ิงขึ้น ถือเป็นธุรกิจบรกิ ารขนาดเล็กที่เป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะใช้ต้นทุนในการเปดิ ไมส่ ูง
มาก แต่ต้องเนน้ เรอื่ งฝมี อื และความประณตี รา้ นเสรมิ สวยจึงไดร้ ับความนยิ มและอย่คู ่ทู กุ ชุมชนมาช้านาน

ข้อดขี องการเปดิ รา้ นเสรมิ สวย
1. ถ้าช่างเสริมสวยมฝี ีมือดี กำไรต่อต้นทุนในร้านเสริมสวยจะแพงมาก เรียกได้ว่าทำกำไร

หลาย เท่าต่อราคาทุนเลยทีเดียว
2. ร้านเสริมสวยเป็นธรุ กิจทล่ี งทุนหนักครัง้ เดียวหลงั จากนน้ั ใช้ทุนหมนุ เวียนน้อย
3. ถ้ามีลูกคา้ ประจำแลว้ ย่ิงสบาย สามารถทำเงนิ ทำรายได้ใหต้ ลอด
4. ถา้ ไม่มคี ่าเชา่ รา้ น ธุรกจิ เสรมิ สวยก็เปน็ อีกหนึ่งธรุ กิจทีแ่ ทบจะไมม่ ีแรงกดดันทางตน้ ทุน
5. แม้เศรษฐกิจไมด่ สี าวๆ กย็ ังรักสวยรักงามเหมือนเดมิ ยอดขายอาจตกแต่ไม่ล้มแนน่ อน
6. สามารถต่อยอดธรุ กิจต่อไปไดห้ ลากหลาย เช่น ขายสินค้าความงาม สินค้าผูห้ ญิงตา่ งๆ

ทำเลทองของการเปดิ รา้ นเสริมสวย
1. ทำเลตลาดแหลงชมุ ชน สว่ นนี้โอกาสไดล้ ูกค้าจะดีมากเพราะคนมากมายหลายอาชีพต่าง

แวะเวยี นมาไม่ขาดสาย
2. ทำเลใกลส้ ถานทีร่ าชการตา่ งๆ เหลา่ ขา้ ราชการสาวๆต่างรกั สวยรกั งามอยู่แล้ว และชอบ

บอกต่อรา้ นดีๆ ในทีท่ ำงานจงึ ทำให้เรามีโอกาสได้ลกู ค้าประจำดีๆ น้นั เอง
3. ทำเลใกล้มหาวิทยาลัย สถานศกึ ษา นักศึกษาครบู าอาจารย์เปน็ อกี หนึ่งเปา้ หมายของรา้ น

เสรมิ สวยเพราะพวกเธอ จะรกั สวยรกั งามเปน็ พิเศษ รับรองวา่ ถ้าไดเ้ ปิดในบรเิ วณใกลๆ้ มหาวิทยาลัย คุณ
จะได้ทำเลทองในการทำร้านเสรมิ สวยแนน่ อน

4. ทำเลในห้าง สำหรับในห้างสรรพสินค้าน้ันถือว่าเป็นทำเลที่เหมาะสมกับร้านเสริมสวย
ใหญ่ๆมาตรฐานสูงราคาแพง เพราะค่าเช่าค่าโสหุ้ยต่างๆ ไม่ถูก ให้พอที่จะทำร้านเล่นๆ แน่นอน
หา้ งสรรพสินค้าถ้าเราเข้าไปเปดิ กจิ การรา้ นเสรมิ สวยจงึ มกั จะได้ราคาค่าบริการแพงเป็นพิเศษ

ขนาดของธุรกจิ
แบง่ ออกเป็น 3 ขนาด คอื

1. ธุรกจิ ขนาดเลก็ หรือธรุ กจิ รายย่อย ซ่งึ มเี ก้าอที้ ำผมไมเ่ กิน 4 ตัว มจี ำนวนร้อยละ 60
2. ธุรกจิ ขนาดกลางหรอื SMEs ซึ่งมเี ก้าอท้ี ำผมตัง้ แต่ 4-10 ตัว มจี ำนวนร้อยละ 30
3. ธุรกิจขนาดใหญ่ ซงึ่ มีเกา้ อีท้ ำผมต้ังแต่ 11 ตวั ขึ้นไป มีจำนวนร้อยละ 10
องค์ประกอบของสถานบริการแต่งผม - เสริมสวย ประกอบดว้ ย
1. สภาพร้าน/อาคารของสถานบริการแตง่ ผม - เสริมสวย
2. อุปกรณ์เคร่ืองมือและเครื่องใช้
3. ชา่ งทำผม
1. สภาพรา้ น/อาคารของสถานบรกิ ารแตง่ ผม – เสรมิ สวย
สถานบริการแต่งผม - เสรมิ สวย มรี ปู แบบ อาคารหลากหลายลกั ษณะ การตกแต่งบางแห่ง
มีรปู แบบท่ีเรยี บง่าย บางแหง่ มสี ไตล์แบบวยั รนุ่ สีสนั ฉดู ฉาด บางแห่งเป็นแบบสปาร์ มีกล่ินหอม สมนุ ไพร
ต้นไม้ ดอกไม้ ซ่งึ ความแตกตา่ งของ รา้ นเป็นการสร้างแรงดงึ ดดู ลูกคา้ ใหม้ าใช้บริการ ไมว่ ่าร้านจะมีความ
แตกต่างกันเพียงใด แต่สิ่งหนึ่ง ที่สำคัญ คือ ต้องดูแลเรื่องความสะอาด และ ความปลอดภัยจากการรับ
บรกิ าร

1. สภาพร้าน/อาคาร
สภาพดี มีความม่ันคง พื้น ผนัง เพดาน ทำด้วยวัสดุทีแ่ ข็งแรง เรียบ ทำความสะอาด

งา่ ย ไม่ล่นื และไมม่ ีรอ่ งรอยชำรุด หน้าตา่ ง ประตู บนั ได มสี ภาพดี มกี ารทำความสะอาดอยา่ ง สมำ่ เสมอ
มีการจดั แบง่ พื้นทภ่ี ายในร้านอย่างเปน็ สัดสว่ น เหมาะสม ตามลกั ษณะกจิ กรรม เชน่ พืน้ ที่สระผม ตัดผม
อบไอน้ำ เก็บวัสดุอุปกรณ์ เครื่องใช้ประเภทผ้า น้ำยาทำผม การจัดแบ่งองค์ประกอบของพื้นที่อย่าง
เหมาะสมลงตัว จะทำให้รา้ นดดู มี สี ไตล์ มองเห็นความใส่ใจของผู้ประกอบการ การตกแต่งร้าน เป็นไปตาม
สไตลท์ ่ีร้านกำหนด มกี ารจัดโต๊ะ เก้าอ้ี ให้เปน็ ระเบียบ เรียบร้อย สะดวกตอ่ การใหบ้ รกิ าร ง่ายต่อการทำ
ความสะอาด และไม่กอ่ ใหเ้ กิดอนั ตราย

2. แสงสว่าง
การดำเนนิ การแต่งผม - เสรมิ สวย เป็นงานที่ต้องใช้ความละเอยี ดและ ประณีตอย่าง

มาก ต้องได้รบั การเอา ใจใส่เป็นอย่างดี ดงั น้ันแสงสวา่ งต้องเพียงพอ และเหมาะสม ไมก่ อ่ ให้เกิด ปัญหา
ทางสายตา ดงั นี้

2.1 แสงสว่างที่เหมาะสมไม่ควรจา้ เกินไป แสงสว่างที่จ้าเกนิ ไปเป็น สาเหตุให้
เกดิ ความระคายเคืองต่อประสาทตา

2.2 ไม่มีแสงกระพริบหรี่ หรอื แสงสะทอ้ น
2.3 ลักษณะไฟหน้าพ้ืนที่ทำงาน ควรใช้หลอดไฟที่ให้แสงสีขาวนวล ไม่ควร ใช้
หลอดไฟทใ่ี หแ้ สงที่มสี ี จะทำให้ปวดตา ปวดศรี ษะ และอาจเกิด อบุ ตั เิ หตุขึ้นได้
2.4 ไม่ควรติดหลอดไฟต่ำจนเกินไป จนเปน็ สาเหตุให้เกิดตาพร่า และ แสบตา
เปน็ ตน้
3. การระบายอากาศ
มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะในการออกแบบทรงผม เสรมิ สวย มกี าร ใชน้ ำ้ ยา
สเปรย์ สารเคมหี ลายชนดิ หากระบบการระบายอากาศไมม่ ปี ระสิทธภิ าพ ย่อมจะสง่ ผลกระทบต่อสขุ ภาพ
ของผมู้ ารับบรกิ าร รวมถงึ ตัวชา่ งเอง
ลกั ษณะการระบายอากาศทด่ี ี คอื
1. ใช้ระบบปรบั อากาศ ตอ้ ง มพี ดั ลมดดู อากาศ ท่มี ปี ระสิทธภิ าพ พอดีกบั ขนาด
ของหอ้ ง
2. ไม่ใช้ระบบปรับอากาศ ห้องต้องไม่ร้อนอบอ้าว หรืออับชื้น มีช่องระบาย
อากาศ หรอื หนา้ ต่าง ไม่นอ้ ยกวา่ 1 ใน 10 ของพนื้ ท่หี ้อง

3. บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงานต้องไม่มีละอองสเปรยฟ์ ุ้งกระจาย เพราะอาจจะทำให้
เกิดอาการระคายเคอื งต่อตา และผิวหนัง รวมถึงเกิดปญั หาต่อระบบทางเดินหายใจ

4. นำ้ ใช้
ร้านแต่งผม - เสริมสวยมีการใช้นำ้ ในปริมาณมาก โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง การสระผมล้าง

ผม เป็นกจิ กรรมทีใ่ ชป้ ริมาณน้ำสงู ทส่ี ดุ ยง่ิ มีการทำสผี ม การยดื ผม ซ่ึงมี ข้ันตอนหลายขั้นตอน มีการสระ
ผม ล้างผมหลายครั้ง ปริมาณการใช้น้ำจึงมากขึ้นตามไป ด้วย นอกจากนี้ยังมีการใช้น้ำในการทำความ
สะอาดร้าน ทำความสะอาดอุปกรณ์ หรือ ภาชนะ ล้างมอื ล้างหน้า และอื่นๆ น้ำใช้ต้องเป็นน้ำที่สะอาด
ผา่ นกระบวนการปรับปรงุ คุณภาพนำ้ แลว้ เช่น น้ำประปา เปน็ ต้น โดยปริมาณน้ำใช้ในการประกอบกจิ การ
ต้องมีเพียงพอ หากมกี ารเกบ็ กักน้ำ ภาชนะทีเ่ ก็บกักตอ้ งสะอาดไมม่ ีสง่ิ ปนเปื้อน ไมม่ ีตะไครน้ ้ำ และต้อง
ล้างทำ ความสะอาดอยา่ งสมำ่ เสมอ

5. การจดั การขยะมูลฝอย
การเกบ็ รวบรวมเศษผมและมลู ฝอย มคี วามสำคัญมาก เพราะเศษผมเบาและปลิวง่าย

การรวบรวมควรใช้ไม้กวาด กวาดเบาๆ และกวาดเศษผมทุกครั้งหลังการให้บริการ เพื่อ ไม่ให้มีเศษผม
ปริมาณมากเกินไปและไมเ่ กนิ การฟ้งุ กระจาย เก็บรวบรวมไว้ในถงั รองรบั ขยะ มลู ฝอยทม่ี ีสภาพดีมีฝาปิด
ทำด้วยวัสดุที่แข็งแรงไม่รัว่ ซึม ทำความสะอาดง่าย เป็นถังรองรับ มูลฝอยทั่วไป โดยถังควรมีขนาดเพียง
พอที่จะรองรับมลู ฝอย นอกจากน้ีควรจัดให้มถี ังรองรับ มูลฝอยอันตราย สำหรับใส่กระป๋องสเปรย์ของมี
คม เช่น ใบมดี โกน เขม็ ที่ใช้แล้ว ควรใส่ ในภาชนะคงทนไมท่ ิม่ ทะลุ เชน่ ขวดแก้ว ขวดพลาสตกิ และปิด
มิดชิดหลงั การใชง้ าน พรอ้ มตดิ ขอ้ ความ “ขยะมูลฝอยอนั ตราย และของมคี มใช้แล้ว”

6. ความปลอดภัยในการใช้ไฟฟา้
อุปกรณ์เคร่ืองใช้ ตลอดจนสง่ิ อำนวยความสะดวกตา่ งๆ ในสถานบริการแต่งผม - เสรมิ

สวย ลว้ นแตต่ ้องใช้พลังงานไฟฟา้ ทง้ั สน้ิ ดงั นั้น ควรทำความเขา้ ใจเก่ียวกบั ไฟฟ้า การใชง้ าน การตรวจสอบ
อปุ กรณเ์ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ตา่ งๆ ทงั้ น้ี เพื่อใหผ้ ู้ให้บรกิ ารและ ผู้ใชบ้ รกิ ารมีความปลอดภยั สงู สดุ

อันตรายจากไฟฟ้า
ไฟฟา้ สามารถก่อให้เกดิ อันตราย หลกั ๆ ไดด้ ังน้ี

1. ไฟฟา้ ดูด (Electric Shock)
ไฟฟ้าดูด เกิดขึน้ เมอ่ื มกี ระแสไฟฟ้าไหลผ่าน ส่วนใดสว่ นหนึ่งของร่างกาย ใน

ปริมาณทมี่ ากพอท่ีทำใหห้ วั ใจ ระบบประสาท และกลา้ วเน้อื ทำงานผดิ ปกติ สามารถ แบ่งการสมั ผัสไฟฟา้
เป็น 2 สว่ น คือ

1.1 สัมผสั โดยตรง หมายถงึ ส่วนใดส่วนหน่ึงของรา่ งกายไปสัมผัสกับส่วนท่ีมี
ไฟฟ้าโดยตรง เชน่ สัมผสั ไฟฟ้าทฉ่ี นวนชำรดุ เป็นตน้

1.2 สัมผัสทางอ้อม หมายถึง ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายไปสัมผัสกบั โครง
โลหะ อุปกรณ์ หรือเครื่องใชไ้ ฟฟ้าทีม่ ีไฟฟ้ารัว่ อยู่ เช่น โคมไฟฟ้าชำรุดมีไฟรั่วมาที่โครงโลหะ เมื่อเราไป

สัมผัสโครงโลหะ ไฟฟ้าจงึ ไหลผ่านร่างกายเราได้
2. ไฟฟา้ ลดั วงจร (Short-Circuit) หรอื ท่ีเราเรยี กท่ัวๆ ไปว่าไฟฟ้าชอ็ ต
ไฟฟ้าลัดวงจร โดยทั่วๆ ไป เป็นลักษณะของตัวนำสายไฟฟา้ ทั้ง 2 เส้น สัมผัส

ถงึ กัน เป็นผลใหเ้ กิดกระแสไฟฟ้าไหลในวงจรอย่างมากมาย หากอุปกรณป์ ้องกนั กระแสเกิน ในวงจรไฟฟ้า

ไม่ทำงาน ผลท่ีตามมา คอื การเกดิ เพลงิ ไหมน้ นั่ เอง
7. การบริการนำ้ ดืม่
การจัดบริการน้ำด่มื เปน็ บริการเสริมเพอื่ สรา้ งความพงึ พอใจแกผ่ มู้ ารับบรกิ าร แสดง

ถึงความเอาใจใส่ นำ้ ด่มื ที่นำมาให้บริการต้องเปน็ นำ้ ทีใ่ สสะอาด ปราศจาก การปนเปื้อน ไมข่ ่นุ ไม่มีสี ไม่มี
กลิ่น และไม่มีตะกอน ได้รับการรับรองมาตรฐานน้ำดื่ม จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
กระทรวงสาธารณสุข นอกจากคุณภาพ น้ำดื่มแล้ว ภาชนะบรรจุน้ำและแก้วน้ำต้องสะอาด ด้วยการล้าง
ทำความสะอาดทกุ ครง้ั ท่ีใชห้ รือใชแ้ กว้ กระดาษท่ใี ช้แลว้ ทิง้

8. การจดั บรเิ วณท่นี ่ังรอสำหรับผู้มารบั บริการ
ที่นั่งรอสำหรับผู้มารับบริการ ควรมีสภาพดี ไม่ชำรุด สะอาด มีการจัด สถานที่ให้

สวยงาม สะดวก สบาย เชน่ มีตน้ ไม้ ดอกไม้ หรอื กระถางน้ำตก เพื่อ ความผอ่ นคลาย และจัดใหม้ ีนติ ยสาร
หนงั สือพมิ พ์ หรอื ความรูต้ า่ งๆ ไว้บริการดว้ ย

2. อปุ กรณเ์ คร่อื งมือ เคร่ืองใช้
อปุ กรณ์ เคร่ืองมอื เครื่องใชใ้ นการแตง่ ผม เสรมิ สวย เป็นหัวใจหลกั ของการ ทำงาน เน่ืองจาก

เปน็ สิ่งท่ตี ้องใชร้ ว่ มกันของผู้มารบั บรกิ าร ดงั นนั้ อปุ กรณ์เหลา่ น้ี จงึ มโี อกาสเป็นสื่อกลางการแพร่กระจาย
ของเชือ้ โรคตดิ ต่อตา่ งๆ ได้ หากผปู้ ระกอบการ ไมม่ กี ารควบคุม ดแู ล ทำความสะอาด และฆ่าเชือ้ โรคเป็น
ประจำ

2.1 เก้าอ้ีตัดผม
เกา้ อีต้ ดั ผมทดี่ ีตอ้ งนั่งสบาย ไมป่ วดหลัง ทำด้วย วสั ดุคงทน เชน่ ไม้วสั ดุเคลือบ

สแตนเลส เปน็ ต้น มีความแขง็ แรง ไม่ชำรดุ มสี ภาพปลอดภัย ไมม่ ี คราบสกปรก และต้องทำความสะอาด
หลงั เสรจ็ งานทุกวนั

2.2 อ่างสระผม เตยี งสระผม
อ่างสระผม ต้องอยู่ในสภาพดีสะอาด ทำจากวสั ดุที่คงทน แข็งแรง ไมเ่ ปน็ สนิม

เชน่ สแตนเลส พลาสตกิ แข็ง เป็นตน้ ทั้งน้ีต้องมีการทำความสะอาดหลังจากใชง้ านเปน็ ประจำ เพือ่ ไม่ให้
คราบสกปรก และการเปรอะเปอื้ นของนำ้ ยา หรือสารเคมี เตียงสระผม ตอ้ งปรับระดบั ใหพ้ อเหมาะ โดย
ไม่ทำให้ผู้รับบริการเกิดอาการเกรง็ ปวดหรือเมื่อย และต้องอยูใ่ น สภาพดีสะอาด แข็งแรง เบาะที่นอน
ต้องไม่ชำรุด รวมทั้งไม่มีกลิ่นเหม็นอับด้วย ผ้ายางสำหรับรองคอ ขณะสระผม ต้องทำความสะอาด
หลังจากใชง้ านทกุ คร้ัง และ เม่อื เสรจ็ สน้ิ จากการให้บรกิ ารในแต่ละวัน ตอ้ งนำมาตากใหแ้ หง้ เพื่อป้องกัน
ไมใ่ หเ้ กิดกลน่ิ เหม็นอบั

2.3 เครื่องใชป้ ระเภทผ้า
1. มผี ้าปิดปากและจมูกสำหรับช่าง
1.1 เป็นผา้ สขี าวสะอาด
1.2 ใหใ้ สท่ กุ ครงั้ ขณะปฏบิ ัติงาน โดยไมใ่ ชป้ ะปนกัน
1.3 ให้ซกั ทำความสะอาดเป็นประจำทกุ วันหลังเลกิ งาน
2. ผา้ คลุมตัวลกู คา้
2.1 สขี าวหรือสอี อ่ น สะอาด
2.2 ใหม้ ีชดุ สำรองสำหรบั เปลยี่ น อย่างน้อย 2 ชดุ ตอ่ เกา้ อตี้ ัดผม
2.3 ให้ซกั ทำความสะอาดเปน็ ประจำทุกวนั หลงั เลกิ งาน

3. ผา้ พนั คอ ผา้ เช็ดหนา้ และผา้ เช็ดผม
3.1 ต้องเปน็ ผ้าทส่ี ะอาด ใช้สำหรบั ลกู ค้าแตล่ ะคน
3.2 ใหซ้ ักทำความสะอาดหรอื แช่น้ำยาฆา่ เชือ้ โรคทุกวัน
3.3 ตากให้แหง้ แล้วนำมาเก็บให้มดิ ชดิ

4. ผ้ายาง และผา้ พลาสติกคลุมไหล่
4.1 ต้องทำความสะอาดดว้ ยผงซกั ฟอก หรือ สารซกั ลา้ งเป็นประจำ
4.2 ตอ้ งตากให้แหง้ เพอื่ ไมใ่ ห้มีกล่นิ อับชน้ื ก่อนนำมาจดั เกบ็
4.3 ให้มีชดุ สำรองสำหรับเปลย่ี น อย่างนอ้ ย 2 ชดุ

2.4. เครอ่ื งใช้ประเภทโลหะ พลาสติก และเครอื่ งใชไ้ ฟฟ้า
1. เครื่องใชป้ ระเภทโลหะ เชน่ กรรไกรตดั ผม ทีต่ ดั เลบ็ ใบมีดโกน หวซี อย ที่

แคะหทู แี่ คะเลบ็
1.1 ต้องอยู่ในสภาพดี ไม่ขึ้นสนิม ไม่ชำรุด และต้องทำความสะอาด

อุปกรณ์ดงั กล่าวด้วยน้ำยาฆ่าเช้ือโรคท่ีมีประสทิ ธภิ าพ หรืออบในตอู้ บฆา่ เช้อื โรค เป็นประจำหลังใชง้ านใน
แต่ละวนั

1.2 สำหรับใบมีดโกน ให้ใช้คร้ังเดยี วท้ิง ห้ามนำมาใช้ซำ้ โดยเด็ดขาด
หลังใชแ้ ล้วใหท้ งิ้ ลงในภาชนะหรือถังรองรบั ทีแ่ ยกเฉพาะ ท่มี ปี ้ายแสดงชัดเจน เช่น ใบมดี โกนใชแ้ ลว้ หรือ
อันตรายใบมีดโกน ใช้แล้ว เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีระบบการรวบรวมทิ้งที่มีประสิทธิภาพ ไม่ก่อให้เกิดการ
ปนเป้ือน

2. เครอื่ งใช้ประเภทพลาสติก เช่น หวีแปรง ทมี่ ว้ นผม หมวกคลุมผม ฯลฯ
2.1 ตอ้ งทำความสะอาดทกุ ครงั้ หลงั มีการใชง้ านให้แก่ลกู คา้
2.2 ทำความสะอาด และขจดั คราบไขมนั ตา่ งๆ ด้วยผงซักฟอก
2.3 แชใ่ นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทม่ี ีประสิทธิภาพ
2.4 นำมาผึ่งใหแ้ ห้งแล้วนำกลับมาใชง้ านใหม่

3. เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ไดร์เป่าผม เครื่องอบไอน้ำ ปัตตะเลี่ยน เป็นต้น
อปุ กรณ์เหลา่ นีผ้ ู้ประกอบการต้องมกี ารเฝ้าระวัง ดังน้ี

3.1 ทำความสะอาดเคร่อื งมือให้พรอ้ มใช้งานอยูเ่ สมอ
3.2 ตรวจตราสายไฟอย่างสม่ำเสมอไม่ให้ชำรุด หรอื มรี อยฉกี ขาด
3.3 หลังใช้งานให้จัดเก็บม้วนให้เป็นระเบียบ เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกดิ
อุบตั เิ หตุขณะทำงาน
3.4 ถอดปล๊กั ออกทกุ คร้งั หลังเลกิ งาน เพือ่ ไมใ่ หเ้ กิดปญั หาไฟฟา้ ร่วั

2.2 ทฤษฎที ่ีเกี่ยวข้อง
1. การจดั ทำบญั ชี
1.1 วงจรบญั ขี
วงจรบัญชี (Accounting Cycle) หมายถึง ลำดับขั้นตอนการทำบัญชี โดยเริ่มจาก

จดบันทึกรายการค้าต่างๆที่เกิดขึ้นลงในสมุดบัญชีขั้นต้น (สมุดรายวัน) จากนั้นแยกแยะบัญชีให้เป็น
หมวดหมู่ตา่ งๆและทำการปรับปรุงบญั ชีในวันสน้ิ งวด และทำการจดั ทำงบทดลอง จากนนั้ ทำการปรับปรงุ
บญั ชีเพอื่ แสดงรายการทางการเงินได้ถกู ต้องในงบการเงินตามรอบบญั ชี เชน่ 6 เดือนหรือ 1 ปี

พรพรรณ วัฒนวิชัย (2558 : เว็บไซต์) การบัญชี หมายถึง ศิลปะของการเก็บรวม รวม
บันทึก จำแนกและทา สรุปขอม้ ลู อนั เกี่ยวกบั เศรษฐกจิ ในรูปตัวเงิน ผลงานข้นั สุดทา้ ยของการ บัญชีก็
คอื การใหขอ้ ม้ ลู ทางการเงนิ ซ่งึ เป็นประโยชน์แก่บุคคลหลายฝา่ ย และผู้ท่สี นใจในกิจกรรม ของกจิ การ

นพิ นั ธ์ เห็นโชคชัยชนะ (2559 : เวบ็ ไซต)์ การบัญชี หมายถึง ศลิ ปะของการจดบันทกึ การ
จัดประเภทและการสรุปผลของรายการและเหตุการณ์ที่มีลักษณะสำคญั และในรูปตัวเงิน ซึ่งมีลักษณะ
ทางการเงนิ และการตีความ ผลลพั ธ์นั้น

ศิลปพร ศรีจั่นเพชร (2560 : เว็บไซต์) การบัญชตี ามความรบั ผิดชอบต่อสังคม หมายถงึ
เป็นการรายงานถึงต้นทนุ และผลประโยชนท์ เ่ี กิดจากกจิ กรรม ขององคก์ ารท่ีสง่ ผลตอ่ ชุมชน ซึ่งอาจรวมถึง
ชมุ ชนกลุม่ ใดกลุ่มหนง่ึ โดยเฉพาะหรอื กลุ่มชุมชนโดยท่ัวไป การ รายงานดังกลา่ วหมายรวมถงึ การรายงาน
ข้อมูลทเี่ กีย่ ว กับการเงนิ และข้อมลู ท่ีไม่เก่ียวกับการเงนิ กไ็ ด้

จากความหมายของ การบัญชี (Accounting) สรปุ ไดว้ ่า การบญั ชี หมายถึง การเก็บรวบรวม
บันทึก จำแนก และทำสรุปข้อมูลอนั เกีย่ วกับเหตกุ ารณท์ างเศรษฐกิจในรปู ตัวเงิน ผลงานขัน้ สดุ ท้ายของ
การบัญชี คือ การให้ข้อมลู ทางการเงนิ ซึ่งเป็นประโยชนแ์ ก่บุคคลหลายฝ่าย และผู้สนใจในกจิ กรรมของ
กิจการ มขี ัน้ ตอนการปฏิบตั ิดงั น้ี

1. การรวบรวม (Collecinge) หมายถึง การรวบรวมข้อมูลหรือรายการค้าที่เกิดขึน้
ประจำวันในการดำเนนิ ธรุ กจิ ท่ีเกีย่ วข้องกบั เงินเชน่ หลกั ฐานการซ่อื เชื่อและขายเชอื่ หลกั ฐานการรับและ
จ่ายเงิน เปน็ ต้น

2. การบันทึก (Recording) หมายถึง การจดบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้นแต่ละคร้ัง
ตามลำดับก่อน-หลังให้ถูกต้องตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป พร้อมกับบันทึกข้อมูลให้อยู่ในรูปของ
หนว่ ยเงินตรา

3. การจำแนก (Classifying) หมายถึง การนำข้อมูลที่จดบันทึกไว้ในสมุดรายวัน
ทั่วไปมาผ่านบัญชีแยกประเภทโดยจำแนกให้เป็นหมวดหมู่ตามหมวดบัญชีประเภทต่างๆเช่น หมวด
สนิ ทรัพย์ หน้ีสนิ สว่ นของเจ้าของ รายได้ และค่าใชจ้ ่ายเปน็ ตน้

4. การสรุปขอ้ มูล(Summarizing) นำข้อมูลทีไ่ ด้จากการจำแนกในบัญชแี ยกประเภท
ดังกล่าวมาสรุปเปน็ รายงานทางการเงนิ (Accounting Redort) ซึ่งแสดงถึงผลการดำเนนิ งานและฐานะ
การเงนิ ของธุรกิจตลอดจนการไดม้ าและใช้ไปของเงินสดในรอบระยะเวลาบญั ชหี นึ่ง

2. การจัดทำและนำเสนองบการเงนิ
2.1 การจดั ทำบญั ชี
ในการจัดทำบัญชขี องกิจการจำเป็นต้องอาศยั เอกสารหลักฐานทเี่ ช่อื ถือได้เพอ่ื บันทึก

รายการที่เกิดขึ้นจนกระทั่งประมวลผลเพื่อนำเสนองบการเงิน ซึ่งสามารถสรุปขัน้ ตอนการจัดทำรายงาน
ทางการเงนิ (กรมพฒั นาธุรกิจการคา้ ; ออนไลน์) ไดด้ งั น้ี

2.1.1 การวิเคราะหร์ ายการค้า (Transaction A nalysis) ซง่ึ เป็นขน้ั ตอนแรก
และเป็นขัน้ ตอนที่สำคัญมากของวงจรบญั ชี คือการวิเคราะหร์ ายการค้าทเี่ กิดขน้ึ ในกิจการวา่ รายการค้าที่
เกดิ ขึน้ สง่ ผลใหส้ ินทรัพย์ หนส้ี ิน และส่วนของเจา้ ของของกจิ การเปลี่ยนแปลงอยา่ งไร

2.1.2 การบันทึกรายการลงในสมุดบัญชีขั้นต้น (สมุดรายวัน)
(louralizingOriginal Entries) เมื่อเราวิเคราะหร์ ายการคา้ ได้แลว้ วา่ รายการคา้ ทเี่ กิดข้ึนนน้ั ทำใหส้ นิ ทรพั ย์
น้สี ินและสว่ นของเจา้ ของเปลย่ี นแปลงอย่างไรแล้ว หลงั จากน้ันจงึ นำผลการวเิ คราะห์รายการคา้ มาบันทึก
ลงในสมดุ บญั ชีข้นั ตน้ (สมุดรายวัน)

2.1.3 การผ่านรายการจากสมุดบัญชีขั้นต้น (สมุครายวนั ) ไปยังสมุดบัญชขี ้ัน
ปลาย (สมุดบัญชีแยกประเภท) (Posting) เป็นการนำรายการค้าที่บันทึกไว้ในสมุดรายวันไปจำแนก
แยกแยะบัญชใี ห้เปน็ หมวดหมู่ในสมบุ ญั ชีแยกประเภทบญั ชตี ่าง ๆ

2.1.4 การปรับปรุงบัญชีในวันสิ้นงวด (Adjusting Entries) เมื่อถงึ วันสิ้นงวด
บัญชีของกิจการ หากมีรายการค้าใดที่ไดบ้ ันทึกและผา่ นรายการแล้วยังไม่ถูกต้อง เราจะต้องมาทำการ
ถกู ต้องของบัญชีตา่ ง ๆ มาจัดทำงบการเงนิ ซึง่ ได้แก่

2.1.4.1 งบแสดงฐานะการเงนิ
2.1.4.2 งบกำไรขาดทนุ เบ็ดเสร็จ
2.1.4.3 งบแสดงการเปล่ียนแลงสว่ นของผูถ้ ือหุ้น
2.1.4.4 งบกระแสเงินสด
2.1.4.5 หมายเหตุประกอบงบการเงนิ
2.1.5 การปิดบัญชี Chong Entries) หลังจากที่ปรับปรุงรายการและจัดทำ
งบการเงินเสรจ็ เรียบรอ้ ยแล้วต้องทำการปิดบัญชีต่าง ๆ ที่จะต้องปดิ บัญชใี น แต่งวดบัญชีในสมุดรายวนั
และผ่านรายการไปยงั สมุดบัญชแี ยกประเภททเ่ี กย่ี วขอ้ งสำหรับบัญชีทีไ่ มไ่ ดป้ ดิ ก็จะทำการยกยอดบญั ชนี ้ัน
ไปในงวดบญั ชีใหม่ต่อไป
2.2 การนำเสนองบการเงิน มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 1 เรื่องการนำเสนองบการเงิน
(ปรับปรุง 2552) จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเกีย่ วกบั ฐานะการเงิน ผลการดำเนินงานการ
เปลีย่ นแปลงฐานะการเงินของกิจการ ซ่ึงแสดงไวใ้ นงบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุนเบด็ เสร็จ และ
งบกระแสเงนิ สดรวมถึงหมายเหตปุ ระกอบงบการเงนิ รายละเอยี ดประกอบ และขอ้ มลู อ่ืน ๆ ซ่งึ ระบุไว้ว่า
เป็นส่วนหนึ่งของงบการเงิน และข้อกำหนดใหม่ของมาตรฐานการบัญชี เรื่องการนำเสนองบการเงิน มี
ดงั นี้
2.2.1 งบแสดงฐานะการเงิน เป็นรายงานทางการเงนิ ที่แสดงให้เห็นถงึ ฐานะ
การเงนิ ของกจิ การ ณ วันสนิ้ งวด การจัดทำงบแสดงฐานะการเงนิ จะอาศัยหลักความสัมพันธ์ของ สมการ
บัญชีคือ สินทรัพย์ท้ังสิ้นจะต้องเท่ากับยอดรวมของหนี้สินทั้งส้ินและทุนเสมอ โดยสมการบญั ชีจะแสดง
สนิ ทรพั ย์ไวท้ างด้านซา้ ยมอื และแสดงแหลง่ ทม่ี าของสินทรัพย์ คือ หนีส้ ินและทนุ หรือสว่ นของเจ้าของไว้
ทางดา้ นขวามอื ของสมการ และยอดรวมจำนวนเงนิ ทั้งสองด้านจะต้องเท่ากัน ฐานะการเงินของกิจการจึง
พิจารณาได้จากส่วนเกนิ ของสินทรัพย์ที่มีมากกว่าหนี้สิน ซึ่งเรียกว่า ทุน หรือ ส่วนของเจา้ ของ หากงบ
แสดงฐานะการเงนิ ตามมาตรฐานการบัญชีมีสภาพคล่องมากไปหรือสภาพดล่องน้อยไป ผู้ทำบญั ชีสามารถ
เลือกรูปแบบที่เหมาะสมและทำให้สะท้อนฐานะการเงินได้อย่างถูกตอ้ ง ทั้งนี้ให้พิจารณาตามข้อกำหนด
รูปแบบย่องบการเงินของกรมพฒั นาธุรกิจท่ีจะมีการชี้แจงตอ่ ไป

2.2.2 งบกำไรขาดทนุ เบ็ดเสร็จ งบการเงนิ ท่ีแสดงการเปลยี่ นแปลงในส่วนของ
เจ้าของโดยแสดงรายการกำไรและขาดทนุ ทีร่ บั รู้ในงบกำไรขาดทุนสำหรับงวด และทร่ี ับรู้โดยตรงในส่วน
ของเจ้าของท่ีกำหนดโดยมาตร ฐานการบัญชีฉบับอื่น รวมทั้งผลสะสมจากการเปลีย่ นแปลงนโยบายการ
บัญชหี รือแกไ้ ขขอ้ ผดิ พลาด แต่ไม่แสดงรายการเกี่ยวกบั เงินทุนที่ได้รับหรอื งา่ ยให้เจา้ ของและไม่ต้องแยก
แสดงยอดต้นงวด และการกระทบยอดทุก ๆ รายการในส่วนทุน การแสดงรายการในงบกำไรขาดทุน
เบ็ดเสร็จให้แสดงด้วยยอด ณ วันที่ในงบดุล โดยมีแนวทางการ จัดทำได้ 2 ลักษณะ คือ การทำงบกำไร
ขาดทุนแยกกับงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ และการทำงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จงบเดียว รายได้ ค่าใช้จ่าย
กำไรสทุ ธิ และรายการกำไรขาดทุนเบด็ เสรจ็ อน่ื รวมอย่ใู นงบเดยี วกนั (สวุ มิ ล เหลืองประเสรฐิ ,2548, หน้า
472)

2.2.3 งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น จะสะท้อนให้เห็นถึงการ
เพิ่มขึ้นหรือลดลงของสินทรัพย์สทุ ธิหรือความมั่งคั่งของกจิ การในระหว่างงวดภายให้เกณฑ์การวัดค่าที่
กิจการใช้ซึง่ เปิดเผยอยู่ในหมายเหตุประกอบงบการเงิน การเปลีย่ นแปลงดังล่าวจะแสดงแสดงใหเ้ ห็นถึง
การเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องทำการปิดบัญชีต่าง ๆ ที่จะต้องปิดบญั ชีในแต่กำไรและขาดทุนทั้งหมดที่
เกจิ ากกจิ กรรมของกิจการในระหว่างงวดบัญชี หากไมร่ วมรายการทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั ผเู้ ป็นเจ้าของ ทัง้ น้ีกจิ การ
ต้องเลือกแสดงรายการท่ีเกี่ยวกับการเปล่ยี นแปลงฐานะการเงินลกั ษณะใดลกั ษณะหน่ึง

2.2.4 งบกระแสเงนิ สด รายงานทางการเงินที่แสดงถึงกระแสเงินสดรับ และ
กระแสเงินสดจ่ายสำหรับงวดบัญชีวา่ มีการ ได้รับเงินสดมาจากแหล่งใดและ ใช้ง่ายเงินสดนั้นไปอย่างไร
ซึ่งงบกระแสเงินสดแบ่งออกเป็นกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมการดำเนินงาน( operating
activities) กิจกรรมการลงทุน (investing activities) และกิจกรรมการจัดหาเงิน(financing activities)

2.2.5 หมายเหตุประกอบงบการเงิน กิจการต้องนำเสนอหมายเหตุประกอบ
งบการเงนิ โดยแสดงขอ้ มลู เก่ยี วกบั เกณฑ์การจดั ทำงบการเงินและน โยบายการบัญชี เปิดเผยขอ้ มลู ตามที่
มาตรฐานการบญั ชีกำหนด ให้ขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ ท่ไี มไ่ ดแ้ สดงอยใู่ นตัวงบการเงนิ แต่จะช่วยให้เข้าใจได้ดีย่ิงขึ้น
หมายเหตุประกอบงบการเงินต้องแสดงอย่างเป็นระบบรายการแต่ละรายการในงบการเงินต้องอ้างอิง
ขอ้ มลู ทเี่ ก่ียวขอ้ งในหมายเหตุประกอบงบการเงนิ

2.2.6 การเปดิ เผยนโยบายการบัญชี กิจการต้องเปิดเผยและสรปุ นโยบายบญั ชี
ที่สำคัญ โดยกิจการต้องเปิดเผยไว้ในหัวข้อสรุปนโขบายการ บัญชีสำคัญหรือในส่วนอื่นของหมายเหตุ
ประกอบการเงนิ เกย่ี วกับการใชด้ ลุ ยพนิ ิจของฝา่ ยบรหิ ารในการกำหนดน โยบายการบญั ชี ซึง่ นโยบายนัน้ มี
ผลกระทบอยา่ งมีในสำคญั ต่อจำนวนเงินของรายการทีร่ ับรู้ใน งบการเงนิ นอกเหนือจากการใช้ดุลยพินจิ
เกี่ยวกับประมาณการทำบัญชีถึงแม้ข้อมูลใน งบการเงินจะเป็นข้อมูลในอดีต แต่สามารถช่วยผู้ใช้งบ

การเงินในการประมาณการและการคาดการณ์ในอนาคต เพ่ือใชต้ ดั สินใจทางเศรษฐกจิ ได้ การตดั สินใจเชงิ
เศรษฐกจิ ของผใู้ ช้งบการเงินน้ัน รวมถงึ การประเมินผลการบริหารงาน ความสามารถในการทำกำไร และ
การกอ่ กระแสเงินสดของกจิ การ เพอ่ื ใช้ประกอบการตัดสนิ ใจในกรณใี ดกรณีหนง่ึ เช่นการตัดสนิ ใจโยกยา้ ย
หรือเปลี่ยนผู้บริหาร การขายหรือถือเงินลงทุน ในกิจการต่อไป การอนุมัติวงสินเชื่อ การดำเนินงาน
ต่อเนื่องของกิจการ และการกำกับดูแลของหน่วยงานราชการ เพื่อให้การจัดทำงบการเงินบรรลุ
วัตถุประสงค์ข้างต้น แม่บทการบัญชีได้กำหนดข้อสมมุตไิ ว้ 2 ข้อ ได้แก่เกณฑค์ งค้าง การบันทึกรายการ
ทางบัญชี จะบันทึกก็ต่อเมื่อรายการนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่บันทึกเมื่อมีการรับหรือจ่ายเงินสด หรือ
รายการเทียบเท่าเงินสด โดยบันทกึ ถูกต้องตรงตามงวดบัญชีที่เกี่ยวข้อง และการดำเนินงานต่อเนื่อง งบ
การเงินจัดทำขึน้ ภายใต้ข้อสมมติที่ว่า กิจการจะดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และดำเนนิ อยู่ตอ่ ไปในอนาคต
โดยไมม่ เี จตนาหรือความจำเปน็ ทจ่ี ะเลกิ กิจการหรอื ลดขนาดของการดำเนนิ งานอย่างมีนยั สำคัญงวดบัญชี
ในสมุดกำไรและขาดทุนทั้งหมดท่ีเกิดจากกิจกรรมของกิจการในระหว่างงวดบัญชี หากไม่รวมรายการท่ี
เกี่ยวข้องกับผู้เป็นเจ้าของ ทั้งนี้กิจการต้องเลือกแสดงรายการท่ีเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงนิ
ลักษณะใดลกั ษณะหนงึ่

3. การทำบญั ชีโดยใช้โปรแกรม Microsoft Excel
3.1 ความรพู้ ื้นฐานเกยี่ วกับโปรแกรม Microsoft Excel
โปรแกรม Microsoft Excel เป็นโปรแกรมในกลุ่มของ Microsoft Office และยังมี

โปรแกรมอื่นๆ ที่คุ้นเคยกัน ได้แก่ Microsoft Word ซึ่งเหมาะกับการจัดทำเอกสาร Microsoft
PowerPointซึ่งเหมาะกับการนำเสนองานโดยโปรแกรมMicrosoft Excel เป็นโปรแกรมประเภทสเปรด
ชีต (Spreadsheet) ที่มีความ สามารถในการนำข้อมูลมาคำนวณ ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณตาม สูตร
คณติ ศาสตร์พน้ื ฐานหรือสูตรทางการเงินท่ีมีความซับซ้อนมาก ขึน้ เนอื่ งจากโปรแกรม Microsoft Excel
มฟี ังก์ชนั ต่างๆ ให้เลือก ใช้มากมาย และเป็นโปรแกรมประเภทสเปรดชตี ทมี่ ลี กั ษณะเปน็ ตาราง2 มิติคือ
มีแถวแนวตั้งเรยี กว่า “คอลัมน์” (Column) และ บรรทดั แนวนอนเรยี กว่า “แถว”(Row) จุดตัดระหว่าง
คอลมั น์และ แถว เรียกว่า “เซลล์” (Cell) โดยแต่ละเซลลส์ ามารถคียข์ ้อมูลได้ หลายชนิด ไดแ้ ก่ ตัวอกั ษร
ตวั เลข สตู ร และขอ้ มูลประเภทวันที่ และเวลา โดยจากโครงสร้าง Worksheet ของ Microsoft Excel ท่ี
ประกอบด้วยเซลล์จำนวนมาก ทำให้สามารถนำมาประยุกตใ์ ช้ สำหรับการออกเอกสารต่างๆ ของระบบ
บญั ชีไดอ้ กี มากมาย เช่น ใบขอซือ้ ใบสั่งซ้ือ ใบเสร็จรับเงิน ทะเบยี นคุมทรัพยส์ ิน และเอก สารอ่นื ๆ

3.2 ความเปน็ มาของการประยุกตใ์ ช้โปรแกรมสเปรดชีตในการจัดทำบัญชี
โปรแกรมสเปรดชตี เป็นโปรแกรมท่ีเหมาะกบั การทำงาน เกยี่ วกับตาราง การคำนวณ

อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่าง Cell หรือระหว่าง Worksheet ได้ซึ่งเหมาะกับการนำมา
ประยกุ ต์ใช้กบั งานบัญชเี นือ่ งจากการทำงานดา้ นบัญชจี ะตอ้ งมกี าร เชื่อมโยงข้อมลู ระหวา่ งกันและกันเช่น
การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง สมุดรายวันและบัญชีแยกประเภทเป็นต้นดังนั้นนักบัญชีที่มีความ รู้
ความสามารถเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรมสเปรดชีตจึงประยุกต์ ใช้โปรแกรมสเปรดชีตกับงานบัญชี
หลากหลายด้าน ไม่วา่ จะ เปน็ การจัดทำงบประมาณ การวเิ คราะหง์ บการเงินหรอื การจัดทำบญั ชีโดยท่ัวไป
ซึง่ ประกอบด้วยการบนั ทึกรายการในสมุดรายวัน การจัดทำบญั ชีแยกประเภท การจัดทำงบทดลอง และ
การจัดทำงบการเงนิ และงบกระแสเงินสด

นอกจากนั้น ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 89)
เรื่อง กำหนดแบบหลักเกณฑว์ ธิ กี าร และเงือ่ นไขเก่ียวกับการจัดทำรายงาน การลงรายการในรายงาน การ
เก็บใบกำกับภาษแี ละเอกสารหลกั ฐานอืน่ ทีใ่ ช้ประกอบการลง รายงานภาษซี ื้อ ตามมาตรา 87 และมาตร
87/3 วรรคสอง แห่ง ประมวลรัษฎากร โดยข้อกำหนดข้อ 10 ความตอนหนึ่งว่า “การ ลงรายการใน
รายงานภาษีขายรายงานภาษซี ้ือให้เขียนดว้ ยหมกึ หรือใช้วธิ ีพิมพ์หรือจัดทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์.การ
พิมพ์ด้วย เครื่องพิมพ์ดีด การพิมพ์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สเปรดชีต(Spreadsheet) เช่น
LOTUS หรือ EXCEL หรือโปรแกรม สำเร็จรูปที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน” ข้อกำหนดข้างต้นทำให้การ
ทำบัญชีด้วยโปรแกรมสเปรดชีตได้รับความนิยมมากขึ้นและเป็นที่ ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย ธุรกิจ
จำนวนมากหันมาใช้โปรแกรม สเปรดชีตในการจัดทำบัญชีเพราะไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ ในการ
จัดหาโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีราคาสูงมาใช้งาน นอกจากน้ัน การใช้โปรแกรมสเปรดชีตในการทำบัญชียัง
สามารถตอบสนอง ความตอ้ งการของผ้บู ริหารกิจการไดอ้ ย่างถกู ต้องตรงความตอ้ งการ อีกด้วย และข้อดี
อีกประการหนึ่งของการใช้โปรแกรมสเปรดชีตใน การทำบัญชีคือ กิจการสามารถนำผลลัพธ์ที่ได้จาก
โปรแกรมมา ใชใ้ นการวิเคราะห์ต่อได้อีก

3.3 สูตรคำนวณบัญชีใน Microsoft Excel (พ้ืนฐาน)
ในส่วนน้จี ะเป็นเร่อื งของพ้ืนฐานในการใช้ Excel ด้วยการทำ ‘บวกลบคูณหาร’

หากใครรู้อยู่แล้วข้ามไปขั้นตอนต่อไปได้เลย ประกอบไปด้วยเครื่องหมาย = ตามด้วย ตัวแปร และ ตัว
ดำเนนิ การ โดยใชต้ ัวแปรทอ่ี าจใชข้ อ้ ความตวั เลข ชอ่ื เซลลแ์ ละตำแหนง่ เซลล์นน้ั ๆ

ภาพท่ี 2.1 การทำบวก ลบ คูณและหาร
ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ ( Arithmetic Operator) ที่นิยมใช้ใน Microsoft Excel สามารถแบ่งได้
ดงั นี้

ภาพท่ี 2.2 ตวั ดำเนินการทางคณติ ศาสตร์

และสำคัญสำหรบั การสรา้ งสตู รคำนวณใน Excel ทีส่ ดุ กค็ ือ ตวั ดำเนนิ การอา้ งองิ (Reference Operator)
เป็นตัวดำเนินการท่ีใชอ้ ้างองิ ถงึ ตำแหนง่ เซลล์

ภาพที่ 2.3 ตวั ดำเนนิ การอา้ งองิ
3.4 การนำสูตรคำนวณมาใช้งาน

พิมพ์สูตรลงในเซลล์โดยตรงคลิกที่เซลล์ที่ต้องการใส่สูตรคำนวณ แล้วพิมพ์
เครื่องหมาย = ตามด้วยสูตรคำนวณที่ต้องการ หรือ ใช้เมาส์สร้างโดยลากเมาส์ไปยังตำแหน่งเซลล์ที่
ต้องการจากนนั้ กดปุ่ม Enter

ภาพท่ี 2.4 การนำสูตรคำนวณมาใช้งาน
หมายเหตุ: ร.ว. หมายถึงข้อมูลที่นำมาผ่านในบัญชีแยกประเภท เอามาจากการบันทึกรายการในสมดุ
รายวนั ผลลัพธจ์ ะปรากฏขึ้นมาดังรปู

3.5 การแกไ้ ขสตู รคำนวณ
หลังจากสร้างสูตรคำนวณเสร็จแล้ว หากต้องการแก้ไขสูตรคำนวณ สามารถทำได้

ดับเบิลคลิกที่เซลล์ หรือ กด F2
3.6 สร้างสมุดบันทึกรายงานขั้นต้นไปบัญชีแยกประเภท
ขั้นตอนที่ 1 สร้างสูตรคำนวณเพอ่ื หาผลรวมของจำนวณเงินฝั่ง เดบิต

ภาพท่ี 2.5 การสร้างสตู รคำนวณเพ่อื หาผลรวมของจำนวณเงนิ ฝง่ั เดบติ
ข้ันตอนที่ 2 สร้างสูตรคำนวณเพอื่ หาผลรวมของจำนวณเงนิ ฝงั่ เครดติ

ภาพท่ี 2.6 การสรา้ งสตู รคำนวณเพ่อื หาผลรวมของจำนวณเงนิ ฝง่ั เครดิต

ขน้ั ตอนท่ี 3 คลกิ ทเี่ ซลล์ B9 แลว้ สรา้ งสตู รคำนวณ =D10-H10
ภาพที่ 2.7 สูตรการคำนวณหาผลต่างเงินฝากธนาคาร

ขน้ั ตอนที่ 4 ยอดคงเหลือในบัญชเี งินฝากธนาคารทีป่ รากฏขน้ึ มาดงั รปู

ภาพท่ี 2.8 ยอดคงเหลอื ในบญั ชเี งนิ ฝากธนาคาร

3.7 การหายอดคงเหลอื ในบัญชแี ยกประเภทท่วั ไป
การสรุปยอดคงเหลอื ของบัญชตี า่ ง ๆ ทุกบัญชใี นสมดุ บญั ชแี ยกประเภทท่ัวไปเป็นการ

หายอดคงเหลือด้วยดินสอ (Pencil Footing ) เรียกว่าการหายอดดุลด้านเดบิตและยอดดุลด้าน
เครดติ ซ่ึงหมวดบญั ชีสินทรพั ย์และคา่ ใช้จ่ายมียอดดลุ ดา้ นเดบิต สว่ นหมวดหน้ีสนิ ส่วนของเจ้าของและ
รายไดม้ ยี อดดุลดา้ นเครดิต มวี ธิ หี ายอดดุลด้วยดินสอ พอสรุปได้ดงั น้ี

3.5.1 บัญชีที่บันทึกทางด้านเดบิตและเครดิตหลาย ๆ รายการให้รวมยอด
จำนวนเงินแต่ละดา้ นแลว้ เขียนยอดรวมไวบ้ รรทัดสดุ ทา้ ยของรายการน้ัน ๆ ด้วยดนิ สอ จากนัน้ หาผลต่าง
วา่ ด้วนใดมากว่าให้เขียนผลต่างไว้ในชอ่ งรายการด้วยดินสอดา้ นที่มจี ำนวนเงนิ มากกว่า

3.5.2 บญั ชีทีบ่ ันทกึ รายการทางดา้ นเดบติ และเครดิตเพยี งด้านละหนงึ่ รายการ
ให้เขยี นผลต่างของยอดจำนวนเงนิ ดว้ ยดินสอไว้ในชอ่ งรายการของดา้ นที่มจี ำนวนเงนิ มากกว่า

3.5.3 บัญชีทีบ่ นั ทึกด้านหนึ่งด้านใดเพียงด้านเดียว ให้รวมยอดเงินแล้วเขยี น
ดว้ ยดนิ สอไวใ้ ตจ้ ำนวนเงินรายการสุดท้ายของด้านนัน้ ดว้ ยดนิ สอ

3.5.4 บัญชีทีม่ ีรายการเพียงรายการเดียวไม่จำเป็นต้องรวมยอดเงินจากการ
หายอดคงเหลือดว้ ยดินสอ เมอื่ จดั ทำบญั ชดี ้วยโปรแกรม Microsoft Excel จึงใชส้ ตู รในการคำนวณดงั น้ี

1. หาผลรวมโดยเลื่อนเมาส์ไปคลกิ บรรทัดสดุ ทา้ ยของบัญชีทจี่ ะหายอด
รวม ตัวอยา่ งเช่น บญั ชีเงนิ สด ด้านเดบิตโดยใชส้ ตู ร =SUM(E4:E7)

2. หาผลรวมทางด้านเครดติ ดว้ นวิธีเดยี วกนั โดยใชส้ ตู ร =J4 หรือคลิก
ไอคอน

3. หาผลตา่ งระหวา่ งผลรวมด้านเดบิตและเครดิต และนำผลลพั ธ์ไปไว้
ทางด้านที่มีจำนวนที่มากกว่าช่องรายการ โดยใช้สูตร =E8-J8 (ผลต่างอยู่ทางด้านเดบิต เนื่องจากเปน็
บญั ชหี มวดสนิ ทรัพย)์ สำหรบั บัญชีที่มยี อดคงเหลอื ดา้ นเครดติ ก็ใชว้ ิธเี ดยี วกัน เช่น บญั ชีเจา้ หน้ีการคา้ โดย
ใชส้ ตู ร =J64-E64

4. การจัดทำงบทดลองดว้ ยโปรแกรม Microsoft Excel
งบทดลอง (Trial Balance) เป็นงบทีพ่ ิสจู น์ความถูกต้องของข้อมลู ทางการบัญชีวา่ ได้บันทึก

รายการตามหลักบัญชคี ู่ ซ่งึ จากการบันทกึ รายการในสมดุ รายวันทั่วไปทุกรายการต้องประกอบด้วยด้านเด
บิตและด้านเครดิต การบันทึกจำนวนเงินด้านเดบิตไว้ในบัญชีหนึ่งเท่ากับจำนวนเงินเครดิตไว้อีกบัญชี
หนึ่ง ดังน้ันยอดรวมของรายการเดบิตในบัญชีต่างๆจึงต้องเท่ากับยอดรวมของรายการเครดิตในบัญชี
ตา่ งๆซง่ึ การที่ผลรวมของบญั ชีดา้ นเดบติ และด้านเครดติ เทา่ กนั อาจมกี ารบนั ทกึ บัญชีบางบัญชีทไี่ ม่ถูกตอ้ ง

แต่บันทึกบัญชีทั้งด้านเดบิตและด้านเครดิตด้วยจำนวนเงินที่เท่ากัน เช่น ซื้อหมึกพิมพ์ 2 กล่อง เป็น

เงิน 2,500 บาท การเปรยี บเทยี บการบนั ทกึ บัญชกี บั การบนั ทึกบญั ชีทถี่ กู ตอ้ งบนั ทึกบัญชี

บนั ทึกบญั ชีท่ีถกู ตอ้ ง

เดบิต เครื่องใช้สำนักงาน 2,500 เครดิต เงินสด 2,500

เดบิต วสั ดุสนิ้ เปลือง 2,500 เครดติ เงนิ สด 2,500

จะเห็นว่าวัสดุสิ้นเปลืองเป็นบัญชีประเภทสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่ายเมื่อมียอดเพิม่ ขึ้นบันทึก

ทางด้านเดบิต เชน่ เดยี วกับบัญชเี คร่อื งใช้สำนักงานจงึ ทำใหง้ บทดลองลงตวั การจัดทำงบทดลองต้องระบุ

ว่าเป็นงบทดลอง ณ วันหนึ่งวันใด เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาหนึ่ง เช่น 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี โดยการ

รวบรวมยอดคงเหลือเดบิตและยอดคงเหลือเครดิตในสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไปไว้ด้วยจำนวนเงินท่ี

เท่ากัน

ขัน้ ตอนในการทำงบทดลอง มดี งั น้ี

1. เปดิ สมดุ งานทสี่ รา้ งแบบฟอรม์ ต่างๆ และเพมิ่ แผน่ งานช่อื “งบทดลอง”

2. พิมพ์ชือ่ บัญชีและเลขทบี่ ญั ชี ในช่องชอื่ บัญชีและเลขทบ่ี ัญชี

3. นำยอดคงเหลือไปใส่ไว้ในช่องเดบิตหรือเครดิต โดยนำมาจากยอดคงเหลือใน

บัญชแี ยกประเภททั่วไป ตวั อยา่ งเช่น บัญชีเงนิ สดนำเมาสว์ างไวท้ ี่ชอ่ งจำนวนเงนิ ดา้ นเดบิตใสเ่ คร่ืองหมาย

= คลิกเมาส์ท่ีแผ่นงานแยกประเภทเลอื กบญั ชเี งนิ สด วางเมาส์ไวท้ ชี่ ่องรายการ จำนวนเงินยอดคงเหลือ

(C8) แล้วกด Enterทำการเชอื่ มโยงลกั ษณะเดยี วกนั

4. หายอดรวมทางด้านเดบคิ ที่ D29 โดยใช้สตู ร = S

5. หายอดรวมดา้ นเครดติ ที่ E29 โดยใชส้ ตู ร =SUM(E6:E27)

5. ประโยชน์ของ Microsoft Excel

1. สร้างตารางทำงาน จัดตารางสวยงามในรปู แบบตา่ งๆ

2. สร้างเอกสารทีต่ อ้ งมีการคำนวณ เช่อื มโยงสูตร (สามารถเชือ่ มโยงในไฟลเ์ ดยี วกัน ขา้ ม

ไฟล์หรอื ขา้ มเครอ่ื งกไ็ ด้)

3. งานจดั เกบ็ ข้อมลู เบือ้ งต้นทจี่ ำนวนข้อมลู ไมเ่ กิน 1 ลา้ นแถว (ในทางปฏิบัติ แนะนำไม่เกิน

หลักแสนจะทำงานได้คลอ่ งตัว)

4. สร้างรายงานสรปุ ผลในมมุ มองตา่ งๆ เช่น ตารางสรปุ ยอดขาย ตารางสรปุ ข้อมูลสินคา้

สรปุ งบดลุ สรปุ แผนการผลิต สรปุ ขอ้ มลู ขาดลามาสายของพนักงาน เปน็ ตน้

5. สร้างกราฟ นำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่างๆไมว่ า่ จะเปน็ กราฟแทง่ กราฟเส้น วงกลม จุด

ทั้ง 2 มิตแิ ละ 3 มิตมิ ีรูปแบบต่างๆมากมาย

6. ลกั ษณะงานเหมาะกับ Microsoft Excel
1. งานด้านบญั ชี (Accounting)
2. งานด้านการเงิน (Financial)
3. งานดา้ นการวางแผน (Planning)
4. งานดา้ นงบประมาณ (Budgeting)
5. งานดา้ นสถิติ (Statistic)
6. งานดา้ นวศิ วกรรมศาสตร์ (Engineering)

2.3 ประวตั ิวทิ ยากร/ทีป่ รึกษาโครงการและสถานประกอบแ
2.3.1 ประวัตวิ ทิ ยากร/ทีป่ รกึ ษาโครงการ
นางเพช็ ลี ภาวงั ค์ เปน็ เจ้าของร้านเสริมสวย บา้ นเลขท่ี 48 หมู่ 4 บ้านแม่บอน ตำบลโหลง่

ขอด อำเภอพรา้ ว จังหวัดเชียงใหม่ 50190

2.4 งานวจิ ยั ท่เี ก่ยี วข้อง
ปิยะรัตน์ โพธยิ์ อ้ ย (2556 : บทคดั ยอ่ ) การวิจยั ครง้ั น้ีมจี ุดมุ่งหมายเพ่ือการศึกษา ความคาดหวัง

ตอ่ ประสิทธิภาพโปรแกรมสำเรจ็ รปู ทางการบญั ชขี องพนกั งานบัญชกี รณีศกึ ษาสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.
พระนครศรีอยุธยากลุม่ ตวั อย่างท่ีใชใ้ นการวิจัยครัง้ นีไ้ ดแ้ ก่ กลุม่ ตวั อยา่ ง ในการศกึ ษาคร้ังนี้ เปน็ การศกึ ษา
บริษัทในสวนอุตสาหกรรมโรจนะแผนกบัญชีได้ตัวอยา่ ง 58 ตัวอย่าง โดยใช้สมการของ Taro Yamane
(1970 โดยพิจารณาจากจำนวนของประชากรทั้งหมด และกำหนดระดับความคลาดเคลื่อนของการส่มุ
ตวั อย่างเท่ากบั 0.10 สมการ เคร่ืองมือท่ใี ช้วจิ ยั คือแบบสอบถาม สถติ ทิ ่ีใช้ได้แก่ คา่ ร้อยละ ค่าเฉล่ีย ค่า
ส่วนเยงเบนมาตรฐาน ข้อมูลทางสถติ ิโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรปู อย่างง่ายในการคำนวณหาคา่ ผลการวิจยั
พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามสว่ นใหญม่ อี ายุการทำงาน มากกวา่ 10 ปี ขน้ึ ไปจำนวน 31 คน คิดเป็นร้อยละ
52.5 และผ้ตู อบแบบสอบถามสว่ นใหญจ่ ดทะเบียนเปน็ บริษัทจำกัดจำนวน 58 ราย คิดเปน็ รอ้ ยละ 98.3
การใช้โปรแกรมสำเรจ็ รูป ส่วนใหญใ่ ช้ Express Accounting จำนวน 21 ราย ซึ่งสอดคลอ้ งกบั ชนิดของ
โปรแกรมสำเร็จรูปทางการบัญชี Non-ERP ท่ีพัฒนาโดยบริษัทของคนไทยจำนวน 26 ราย คดิ เปน็ รอ้ ยละ
47.3 และพบวา่ ผูต้ อบแบบสอบถามส่วนใหญ่ใช้โปรแกรมทีม่ รี าคา 0 - 50,000บาทจำนวน 18 ราย คิด
เป็นร้อยละ 32.7 ด้านส่วนประกอบ ของความคาดหวังและความจริงที่ได้รับของพนักงานบัญชีให้
ความสำคัญในด้านความถี่ในการรายงานผลซึ่งมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด เช่นเดียวกับด้านความยืดหยุ่ นของ
ระบบ ของความคาดหวังและความจริงที่ไดร้ ับของพนักงานบัญชีให้ความสำคัญในด้านความยืดหยุน่ ใน
การใชง้ านผล ซงึ่ มคี า่ เฉล่ยี มากทีส่ ดุ

วิไลวรรณ ศรีแสงอ่อน (2557 : บทคัดย่อ) การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการสร้าง
แผนภูมิในการคำนวณด้วยโปรแกรมตารางทำการของนักเรียนประเภทวิชาพณิชยการ สาขาวิชา
คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ระดับชั้น ปวช.1 กลุ่ม 5 ให้ดีขึ้นไปผลการวิจัยพบว่า พบว่าบรรยากาศในห้องเรียน
โดยรวม จากการฝึกปฏิบัติผู้เรียนสนใจ มีความกระตอื รือร้นและให้ความร่วมมือเปน็ อย่างดี ผู้เรียนเกิด
การเรยี นรจู้ นเกิดทักษะเพิม่ ข้นึ เปน็ ลำดับ ซ่งึ ดไู ดจ้ ากคะแนนเฉลย่ี จากใบงานท้ัง 3 ใบคะแนนเฉลยี่ รอ้ ยละ
ของผู้เรยี นในการฝึกปฏบิ ัติกิจกรรมในใบงานที่ 1 มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 71.19 ใบงานที่ 2 มีค่าเฉลี่ยรอ้ ยละ
82.14 และใบงานที่ 3 มคี า่ เฉล่ียร้อยละ 92.62ตามลำดับ และจากการทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลัง
เรียนคะแนนเฉลี่ยร้อยละจากการทำแบบทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 54.76 และแบบทดสอบหลังเรียน
เท่ากบั 81.67 เพิ่มขึน้ รอ้ ยละ 26.9 ผลจากการทำแบบทดสอบของผู้เรียนพบว่าผู้เรยี นมีการพฒั นาความรู้
และทกั ษะอยู่ในเกณฑด์ ี

วลิ าสินี สวา่ งงาม พร้อมคณะ (2564 : บทคัดย่อ) การวจิ ยั นีม้ วี ตั ถปุ ระสงค์ 1) เพ่ือศึกษาการใช้
โปรแกรมสำเร็จรูปทางการบญั ชีของพนักงานบัญชใี นบรษิ ทั ขนาดกลางและขนาดย่อม และ 2) เพ่อื ศึกษา
ความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั ประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรมสำเรจ็ รูปทางการบญั ชีท่ีมีผลต่อพนักงานบัญชี
ในบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม คณะผู้ทำวิจัยดำเนินการเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ด้วยการ
คัดเลือกแบบเจาะจง จำนวน 50 บริษัท วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์ ด้วยค่าร้อยละค่าเฉล่ีย และ
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการศึกษาพบว่า 1) โปรแกรมสำเรจ็ รปู บริษัทส่วนใหญ่ใช้โปรแกรม Express
รองลงมาโปรแกรม My Account สถานที่ตัง้ ของบริษัทส่วนใหญต่ ้ังอยูบ่ ริเวณตำบลหวั หิน ประเภทของ
บริษัทเปน็ บริษัทขนาดย่อม และทุนในการจดทะเบียน น้อยกว่า 5,000,000 บาท ปัจจัยส่วนบุคคลของ
พนักงานบัญชีสว่ นใหญ่พบวา่ เป็น เพศหญงิ อายุ 24 - 29 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี มีประสบการณ์
การทำงานน้อยกวา่ 3 ปี และ 2) ความคดิ เห็นเกยี่ วกับประสิทธิภาพการทำงนพนกั งานบัญชีในอำเภอหัว
หิน เกี่ยวกับการมีประสทิ ธภิ าพการทำงานโดยรวมอย่ใู นระดับมากท่ีสดุ โดยเรียงลำดับค่าเฉลย่ี จากมากไป
หาน้อย 3 ลำดับแรก ได้แก่ ด้านขีดความสามารถ ด้านลักษณะการทำงานและด้านการรักษาความ
ปลอดภยั ตามลำดบั

บทที่ 3

วธิ ีการดำเนินงานโครงงาน

การดำเนินโครงงานการจัดทำบัญชีร้านเสริมสวย โดยประยุกต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel ณ
บ้านเลขที่ 48 หมู่ 4 ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 50190 ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม
2564 ถงึ 31 ธนั วาคม 2564 ผู้จัดทำโครงงานมวี ธิ ีการดำเนนิ งานโครงงานมีหวั ขอ้ ดังต่อไปน้ี

3.1 รูปแบบของโครงงาน
3.2 ประชากรและกล่มุ ตวั อยา่ งของโครงงาน
3.3 ขน้ั ตอนการดำเนนิ งาน
3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล
3.5 การวิเคราะหข์ ้อมลู

3.1 รูปแบบของโครงงาน
โครงงานการจัดทำบัญชีร้านเสริมสวย โดยประยกุ ต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel เป็นโครงงาน

ประเภทจัดทำธุรกิจ/บริการ ของกิจการเจ้าของคนเดียวที่บริการเสริมสวย โดยคณะผู้จัดทำได้เก็บ
รวบรวมข้อมูลรายรับรายจ่ายเพื่อมาจัดทำบัญชีเบื้องต้นพร้อมทั้งจัดทำงบกำไรขาดทุน งบแสดงฐานะ
การเงิน

3.2 ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่างของโครงงาน
3.2.1 ประชากร ผู้ประกอบการที่ให้บริการเสริมสวย ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัด

เชียงใหม่
3.2.2 กลุ่มตัวอย่าง กิจการร้านเสรมิ สวย บ้านเลขที่ 48 หมู่ 4 ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว

จังหวัดเชยี งใหม่ 50190 โดยนางเพช็ ลี ภาวังค์ เจ้าของกจิ การ เปน็ วิทยากรและทป่ี รึกษาโครงงาน

3.3 ขัน้ ตอนการดำเนนิ งาน

3.3.1 ขั้นเตรยี มการ

1. ทำการเลอื กโครงงานโดยใชต้ ารางวเิ คราะหข์ อ้ มลู เพื่อตัดสนิ ใจเลอื กโครงงาน ดังนี้

ตารางวิเคราะหข์ ้อมูลเพ่อื ตดั สนิ ใจเลอื กโครงงาน

รายการวเิ คราะห์ข้อมลู โครงการที่ 1 โครงการที่ 2 โครงการที่ 3
432143214321

1. ดา้ นผู้จัดทำโครงการ ✓✓ ✓
- ความถนัดและความสนใจ

- ความรแู้ ละประสบการณ์ ✓✓✓

- ความพรอ้ มด้านการเงนิ ทุน ✓✓✓

- ความพรอ้ มในการจดั เตรยี มวสั ดุอุปกรณ์ ✓✓ ✓

- ความพร้อมด้านเวลา/แรงงาน ✓✓ ✓

2. ด้านสังคมและส่งิ แวดลอ้ ม ✓ ✓ ✓
- เป็นประโยชนต์ ่อตนเอง ครอบครัวและสงั คม

- สามารถจัดหาวสั ดุ อุปกรณไ์ ดภ้ ายในท้องถิน่ ✓ ✓ ✓

- มแี หลง่ ความรู้ ขอ้ มูลต่างๆภายในท้องถ่ิน ✓✓ ✓

- มีสถานที่ปฏิบตั ิงานทเ่ี หมาะสม ✓✓ ✓

- มผี ู้เชี่ยวชาญให้ความร้แู ละใหค้ ำปรกึ ษา ✓ ✓ ✓
✓ ✓ ✓
3. ดา้ นความรูแ้ ละความสามารถของผเู้ รียน
- มีความรเู้ ก่ียวกบั การปฏิบตั งิ านโครงการ

- มีความรทู้ างวิชาชีพที่เก่ยี วขอ้ งกับการปฏบิ ัตงิ าน ✓✓ ✓

- วางแผนขน้ั ตอนการปฏบิ ัติทส่ี ามารถปฏบิ ตั ไิ ด้ ✓ ✓

- นำความรู้ ทกั ษะที่ได้รบั จากการปฏบิ ตั โิ ครงการไป
47
เปน็ ขอ้ มลู สำหรบั การปฏบิ ตั งิ านอ่นื หรือเป็นแนว ✓ ✓

ทางการปฏิบตั ิงานโครงการอืน่ ตอ่ ไป

รวม 40 51

ตารางที่ 3.1 ตารางการวเิ คราะหข์ ้อมลู เพ่อื ตดั สินใจเลือกโครงงาน

หมายเหตุ ใหผ้ ้เู รยี นพิจารณาขอ้ มูลต่างๆและใหค้ ะแนนเพื่อการตดั สนิ ใจเลือกโครงงาน
1. เกณฑ์การให้คะแนนเพ่ือตดั สนิ ใจเลือกโครงงานมดี ังนี้
4 หมายถงึ มคี วามพร้อมและเหมาะสมมากที่สุด
3 หมายถึง มคี วามพรอ้ มและเหมาะสมมาก
2 หมายถึง มคี วามพร้อมและเหมาะสมปานกลาง
1 หมายถงึ มีความพร้อมและเหมาะสมนอ้ ย
2. ชอ่ื โครงงานท่ีพิจารณา มดี งั นี้
ช่อื โครงงานที่ 1 ฟางขา้ วแปรรปู สรา้ งมูลคา่ แกป้ ญั หาการเผาไหม้
ชื่อโครงงานที่ 2 การจดั ทำบญั ชีร้านเสรมิ สวย โดยประยุกตใ์ ชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel
ช่ือโครงงานที่ 3 การทำบัญชคี รัวเรือนของผจู้ ัดทำโครงงาน
3. ให้คะแนนแต่ละโครงานให้ครบทุกข้อ แล้วรวมคะแนนทั้งหมดในแต่ละโครงงานที่ได้

คะแนนสูงสดุ คอื การทำบัญชีรา้ นเสริมสวย โดยประยุกต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel ได้ 51 คะแนน
คณะผู้จัดทำจึงร่วมกันเสนอความคิดเห็นในการจัดทำโครงงานการจัดทำบัญชีร้านเสริมสวย โดย
ประยุกต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel การจัดทำบัญชีรายได้ - ค่าใช้จ่าย ให้กับกิจการร้านเสริมสวย
บ้านเลขท่ี 48 หมู่ 4 ตำบลโหลง่ ขอด อำเภอพรา้ ว จังหวดั เชยี งใหม่ 50190 เพื่อท่จี ะทำให้กิจการทราบถงึ
ผลกำไรขาดทุนจากการดำเนินงานและเป็นประโยชน์ในการวางแผนการเงินของกิจการและเพื่อง่า ยต่อ
การนำเสนอขอ้ มูลมาศกึ ษาในการทำโครงงานให้เป็นไปตามวตั ถปุ ระสงค์ของโครงงานการจดั ทำบัญชีร้าน
เสรมิ สวย โดนประยุกตใ์ ช้โปรแกรม Microsoft Excel

2. คณะผู้จัดทำได้ร่วมกันเขียนโครงรา่ งโครงงานเพื่อเสนอขออนุมัติให้กับครูผูส้ อน/ครู ท่ี
ปรึกษาเพื่อจัดทำโครงงานการจัดทำบัญชี โดยประยุกต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel การจัดทำบัญชี
รายไดค้ า่ ใช้จา่ ยให้กบั นางเพ็ชลี ภาวงั ค์ เจา้ ของกจิ การ ณ บา้ นเลขท่ี 48 หมู่ 4 ตำบลโหลง่ ขอด อำเภอ
พร้าว จังหวดั เชียงใหม่ 50190 โดยมี 11 หัวขอ้ ดังน้ี

1. ชอ่ื โครงงาน
2. ผจู้ ดั ทำโครงงาน
3. ครูผู้สอน/ครูทีป่ รกึ ษาโครงงาน
4. ความเป็นมาและความสำคัญของโครงงาน
5. วัตถุประสงคข์ องโครงงาน
6. ขอบเขตของโครงงาน
7. ประโยชน์ทีค่ าดว่าจะได้รับ

8. นยิ ามศัพท์
9. วธิ ีดำเนนิ โครงงาน
10. แผนดำเนินโครงงาน
11. งบประมาณและทรัพยากร

3. กำหนดปฏิทนิ การปฏิบัติงานดังตอ่ ไปน้ี

ลำดับข้ันตอนการปฏิบัติงาน ธันวาคม 2564 มกราคม 2565 ผ้รู ับผิดชอบ
1 234 123 4
ศิรลิ กั ษณ์,สตรีรัตน์
1. ตดิ ตอ่ ประสานงานเพอื่ ดำเนนิ งาน ศิรลิ กั ษณ์,สตรีรัตน์
ศริ ิลักษณ์,สตรรี ัตน์
2. ศึกษาข้นั ตอนการผลติ ศริ ลิ ักษณ์,สตรรี ัตน์
ศริ ิลักษณ์,สตรรี ตั น์
3. ถ่ายรูปขัน้ ตอนหาการผลติ ศิรลิ กั ษณ์,สตรีรตั น์

4. เก็บรวบรวมรายการสินทรัพย์

5. เกบ็ รวบรวมรายรบั รายจา่ ย

6. วิเคราะหข์ อ้ มูลและจดั ทำบัญชี

ตารางท่ี 3.2 ตารางการกำหนดปฏทิ นิ การปฏบิ ตั งิ าน
4. ศึกษาเอกสาร ทฤษฎีและงานวจิ ยั ท่เี กยี่ วข้อง โดยมีหัวข้อดงั ตอ่ ไปนี้

1. ความรู้เก่ยี วกับโครงงานทีท่ ำ
2. ทฤษฎีทีเ่ ก่ียวข้อง
3. ความร้เู กี่ยวกบั โปรแกรม Microsoft Excel
4. ประวัติวิทยากรและสถานประกอบการ
5. งานวจิ ยั ทเี่ กี่ยวขอ้ ง

3.3.2 ขั้นตอนการดำเนินงานโดยใชก้ ระบวนการวงจรคณุ ภาพ PDCA ดงั ตอ่ ไปนี้
1. ติดต่อประสานงานวิทยากรและปรึกษาโครงงาน ได้แก่ นางเพ็ชลี ภาวังค์ เจ้าของ

กิจการร้านเสรมิ สวย บ้านเลขที่ 48 หมู่ 4 ตำบลโหลง่ ขอด อำเภอพร้าว จังหวดั เชยี งใหม่ 50190
2. สร้างเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ ตารางรายรับ-จ่าย ตาราง เครื่องมือใช้

อปุ กรณ์ รวบรวมทรัพย์สนิ หนส้ี ิน และทุน
3. ปฏิบตั ิตามปฏิทินการปฏบิ ตั งิ าน
4. รายงานความกา้ วหนา้ การปฏิบตั งิ านเป็นรายบุคคล ตามแบบบนั ทึกการ ปฏิบัตงิ าน วชิ า

โครงการการปฏิบตั ิตามแผน
3.3.3 ดำเนนิ การจัดทำโครงการ
1. จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน ในเดือนพฤษจิกายนได้ออกแบบวางแผนโครงการและ

แบ่งหน้าท่ีความรบั ผดิ ชอบให้
1) นางสาวศิริลักษณ์ ภาวังค์ ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับนางเพ็ชลี ภาวังค์

เจ้าของกจิ การร้านเสรมิ สวย
2) นางสาวสตรรี ตั น์ นาคจันทึก ทำหนา้ ท่ีจดั ทำเอกสารและเก็บรวบรวมขอ้ มูล

2. ประสานงานเกี่ยวกับสถานที่การจัดทำโครงงาน คณะผู้จัดทำได้เข้าไปติดต่อ
ประสานงานกบั นางเพช็ ลี ภาวังค์ เจ้าของกจิ การ ณ บา้ นเลขที่ 48 หมู่ 4 ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว
จังหวัดเชียงใหม่ 50190 เพื่อสำรวจความต้องการในการเข้าร่วมโครงงานโดยการเข้าไป สำรวจและ
สอบถามในเรือ่ งการทำบัญชรี ายได้ - คา่ ใช้จ่ายของกจิ การ

3.3.4 การหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

สูตรที่ 1 S.D. = √∑( − )2

−1

สตู รท่ี 2 S.D. = √ ∑ 2−(∑ )²

( −1)

เมื่อ S.D. คอื สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
∑ คอื ผลรวม
คือ ข้อมูล (ตัวที่ 1,2,3…,n)
คือ จำนวนขอ้ มูลทั้งหมด

3.3.5 การแปลผลตามเกณฑ์การประเมินตามแนวคิดของเองเบสท์ (Best 1981 : 182) ดังน้ี

4.01-5.00 หมายถึง ดีมาก

3.01-4.00 หมายถงึ ดี

2.01-3.00 หมายถงึ พอใช้

1.01-2.00 หมายถึง น้อย

0.00-1.00 หมายถงึ น้อยมาก

ตอนที่ 1 ขอ้ เสนอแนะ

นำเสนอแนะจากผ้กู รอกแบบประเมินความพึงพอใจ มาเรียงและหาอัตราร้อยละของข้อเสนอแนะ

จากผู้กรอกแบบประเมินความพึงพอใจในการจัดทำบัญชีให้ร้านเสริมสวย โดยประยุกต์ใช้โปรแกรม

Microsoft Excel โดยใชส้ ตู รดงั น้ี

สตู ร P = ∗ 100



เมอื่ P แทน ค่ารอ้ ยละ
F แทน ความถ่ีต้องการแปลงให้เปน็ คา่ ร้อยละ
N แทน จำนวนความถี่ทง้ั หมด

3.3.6 การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
การรวบรวมข้อมูลจากการให้เจ้าของกิจการกรอกแบบประเมินความพึงพอใจ การจัดทำ

บัญชีโดยประยกุ ตใ์ ช้โปรแกรม Microsoft Excel จำนวน 20 คน

3.3.7 การวเิ คราะห์ข้อมูลจากแบบประเมนิ ความพงึ พอใจในการจัดทำบญั ชีให้ร้านเสรมิ สวย โดย
ประยกุ ต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel ในแต่ละตอนดงั ตอ่ ไปน้ี

ตอนที่ 1 ข้อมูลจากการหาค่าร้อยละของผู้กรอกแบบสอบถามความพึงพอใจจากการทำ
บัญชี โดยประยกุ ต์ใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel โดยใช้สูตรต่อไปนี้

สตู ร P = ∗ 100



เม่ือ P แทน ค่ารอ้ ยละ
F แทน ความถตี่ ้องการแปลงใหเ้ ปน็ ค่าร้อยละ
N แทน จำนวนความถ่ีท้งั หมด

ตอนที่ 2 ระดับความพึงพอใจจากการทำบัญชีให้รา้ นเสริมสวย โดยประยุกต์ใช้โปรแกรม
Microsoft Excel ของผ้กู รอกแบบประเมินความพงึ พอใจจำนวน 1 คน โดยการหาค่าเฉลี่ยเลขคณิตและ
สว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน

1. การหาคา่ เฉลี่ยเลขคณติ
สูตร = ∑



เมอ่ื คอื ค่าเฉล่ยี
∑ คอื ผลรวมของระดับความพงึ พอใจ
คือ จำนวนผู้กรอกแบบประเมินความพึงพอใจ

2. การหาส่วนเบ่ียงเบน
สตู รที่ 1 S.D. = √∑( − )2

−1

สตู รที่ 2 S.D. = √ ∑ 2−(∑ )²

( −1)

เม่ือ S.D. คอื ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
∑ คอื ผลรวม
คือ ขอ้ มลู (ตวั ที่ 1,2,3...,n)
คือ จำนวนข้อมลู ท้ังหมด

แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ

คำชี้แจง : การสำรวจความพึงพอใจ เพื่อประเมินโครงงาน การจัดทำบัญชีร้านเสริมสวย โดย

ประยกุ ต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel โดยผูจ้ ดั ทำจะนำขอ้ มลู ท่ีไดร้ บั ไปใชใ้ นการดำเนินงาน จงึ ขอความ

ร่วมมอื จากตอบแบบประเมนิ ความพงึ ใจในการกรอกแบบสอบถาม โดยใส่เครื่องหมาย ✓ ลงในช่องว่าง

ให้ครบถว้ น

ส่วนท่ี 1 ข้อมลู ท่วั ไปของผู้ตอบแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ

1. เพศ  ชาย  หญงิ

2. อายุ  20-30  30-40  40-50

3. การศกึ ษา  ม.6  ปวช.  ปวส.

 ปรญิ ญาตรี  ปรญิ ญาโท  ปริญญาเอก

4. เงินเดือน  4,000-6,000  6,001-8,000  8,001-10,000

 10,000 ขน้ึ ไป

สว่ นท่ี 2 ความพึงพอใจตอ่ โครงงาน

รายละเอียดการประเมิน ระดับความพงึ พอใจ
54321

ความพงึ พอใจในความรู้

1. กจิ การมีความรู้ ความเขา้ ใจในการจดั ทำบญั ชีรายไดแ้ ละค่าใช้จา่ ย

2. กจิ การความรู้ ความเข้าใจในการคำนวณรายได้

3. กิจการมีความรู้ ความเข้าใจในการคำนวณกำไรขาดทุนและการ

แสดงงบกำไรขาดทนุ

ความพงึ พอใจในทักษะ

4. กิจการสามารถจัดทำบัญชีรายได้และคา่ ใช้จา่ ย

5. กิจการสามารถคำนวณรายได้ได้

6. กิจการสามารถคำนวณกำไรขาดทุนและแสดงงบกำไรขาดทนุ

ความพึงพอใจในโครงงาน

7. ผู้จัดทำโครงงานใหค้ วามรู้ เนอื้ หาสาระครบถว้ นและน่าสนใจ

8. ผจู้ ดั ทำโครงงานใหค้ ำอธบิ ายและตอบข้อสงสัยได้ตรงประเด็น

9. ความพึงพอใจในภาพรวมของโครงงาน

รวมคะแนน
สว่ นท่ี 3 ข้อเสนอแนะ
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................

3.4 การเก็บรวบรวมข้อมลู
การเก็บรวบรวมขอ้ มูลรายรบั -รายจา่ ย ของเดอื น ธนั วาคม 2564

3.5 การวิเคราะหข์ อ้ มลู
3.5.1 สมุดรายวนั รับเงนิ
สมุดรายวนั รับเงนิ ตง้ั แต่วนั ท่ี 1 ธนั วาคม 2564 ถงึ 31 ธนั วาคม 2564
3.5.2 สมุดรายวนั จา่ ยเงิน
สมุดรายวันจา่ ยเงนิ ต้งั แต่วนั ท่ี 1 ธันวาคม 2564 ถึง 31 ธนั วาคม 2564
3.5.3 สมุดแยกประเภททั่วไป
สมุดแยกประเภททวั่ ไป ต้งั แตว่ นั ที่ 1 ธันวาคม 2564 ถงึ 31 ธันวาคม 2564
3.5.4 งบทดลอง
งบทดลอง ต้งั แตว่ นั ที่ 1 ธนั วาคม 2564 ถงึ 31 ธันวาคม 2564
3.5.5 สมุดรายวนั ทั่วไป
สมดุ รายวนั ทั่วไป ตงั้ แต่วนั ที่ 1 ธันวาคม 2564 ถงึ 31 ธันวาคม 2564

เผยอยู่ในหมายเหตปุ ระกอบงบการเงิน การเปลยี่ นแปลงด

บทท่ี 4
ผลการดำเนนิ งาน

การดำเนินโครงงานการจัดทำบัญชีร้านเสริมสวย โดยประยุกต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel ณ
ร้านเสริมสวย บ้านเลขที่ 48 หมู่ 4 ตำบลโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 50190 โดยมี
วัตถุประสงค์ 1. เพื่อนำความรู้ ในการเรียนมาปรับใช้กับการทำโครงงานการทำบัญชีร้านเสริมสวยโดย
ประยุกต์ใช้โปรแกรม Microsoft Excel 2. เพื่อประเมินความพึงพอใจในการประยุกต์ใช้โปรแกรม
Microsoft Excel เพื่องานบัญชีร้านเสริมสวยของนาง เพ็ชลี ภาวังค์ ผู้ดำเนินโครงงานมีผลการ
ดำเนนิ งานดงั ตอ่ ไปน้ี

4.1 ผลการดำเนนิ งานโครงงาน
4.2 อภิปรายผลการดำเนนิ งานโครงงาน
4.1 ผลการดำเนินงานโครงงาน
4.1.1 การจดั ทำบญั ชกี จิ การร้านเสรมิ สวย

1. งบกำไรขาดทนุ เดอื น ธนั วาคม 2564

ภาพท่ี 4.1 งบกำไรขาดทุน เดอื น ธนั วาคม 2564

2. งบแสดงฐานะการเงนิ เดือน ธนั วาคม 2564

ภาพที่ 4.2 งบแสดงฐานะการเงนิ เดือน ธันวาคม 2564
4.2 อภปิ รายผลการดำเนินงานโครงงาน

กิจการมีความพึงพอใจมากน้อยเพียงใดต่อโครงงานที่จัดทำขึ้น ทางคณะผู้จัดทำได้สร้างแบบ
ประเมินขนึ้ มาเพอ่ื ใชใ้ นการประเมินความพึงพอใจโดยใช้เกณฑว์ ัด ดังนี้

ระดับความพงึ พอใจในหวั ข้อตา่ งๆ
ดมี าก = 5 คะแนน
ดี = 4 คะแนน
ปานกลาง = 3 คะแนน
พอใช้ = 2 คะแนน
ปรับปรงุ = 1 คะแนน

เรอื่ งในแบบประเมิน จะมีทง้ั หมดอยู่ 14 หวั ข้อ เกณฑใ์ นการดำเนนิ ผลลพั ธก์ ิจการไดผ้ ลลัพธ์อัตรา
รอ้ ยละ ดังน้ี

รอ้ ยละ 80-100 อยูใ่ นเกณฑม์ ากทีส่ ดุ
ร้อยละ 61-80 อยู่ในเกณฑ์มาก
รอ้ ยละ 41-60 อยู่ในเกณฑป์ านกลาง
ร้อยละ 21-40 อยใู่ นเกณฑพ์ อใช้
รอ้ ยละ 0-20 อยู่ในเกณฑ์ปรับปรุง

4.2.1 การจดั ทำบัญชกี จิ การรา้ นเสริมสวย
1. งบกำไรขาดทนุ สำหรับ 1 เดือน ตั้งแต่ 1 ธนั วาคม 2564 – 31 ธันวาคม 2564 กจิ การมี

รายได้ค่าบริการ 6,740 บาท ค่าใช้จ่ายประกอบไปด้วย ค่าซื้อวัสดุ อุปกรณ์ทำผม 840 บาทค่า
สาธารณูปโภค 800 บาท และกำไรสุทธิ 5,100 บาท

2. งบแสดงฐานะการเงินสำหรับ 1 เดือน ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2564 – 31 ธันวาคม 2564
กจิ การมสี ินทรพั ย์หมนุ เวียน ไดแ้ ก่ เงินสด 6,740 บาท วัสดุ อุปกรณท์ ำผม 840 บาท รวมสนิ ทรพั ยท์ ง้ั สน้ิ
7,580 บาท หน้สี นิ ไมม่ ี และส่วนของผูถ้ อื หนุ้ 7,580 บาท รวมหนีส้ นิ และสว่ นของผู้ถือหุ้นท้ังส้ิน 7,580
บาท

4.2.2 ประเมินผลการดำเนินงานของกิจการร้านเสริมสวย จากการวิเคราะห์ข้อมูลของแบบ
ประเมนิ ความพงึ พอใจของผู้ตอบแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ จำนวน 20 คน ดงั น้ี

ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลท่วั ไปของผตู้ อบแบบประเมนิ ความพึงพอใจ
1. เพศ

ภาพที่ 4.3 เพศ

เพศ จำนวน (คน) ร้อยละ

ชาย 5 25

หญิง 15 75

รวม 20 100

ตารางท่ี 4.1 แสดงจำนวนรอ้ ยละของผู้ตอบแบบประเมนิ ความพึงพอใจจำแนกตามเพศ

จากตารางที่ 4.1 พบว่าผู้ตอบแบบประเมนิ ความพึงพอใจทั้งหมดจะแบ่งเปน็ เพศหญิงทัง้ หมด 15

คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 75 และเพศชายทงั้ หมด 5 คน คิดเปน็ ร้อยละ 25

2. อายุ

ภาพที่ 4.4 อายุ

อายุ จำนวน (คน) รอ้ ยละ

20-30 19 95

30-40 - -

40-50 1 5

รวม 20 100

ตารางท่ี 4.2 แสดงจำนวนรอ้ ยละของผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจจำแนกตามอายุ

จากตารางที่ 4.2 พบว่าผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจทั้งหมดจะมีอายุระหว่าง 20-30 ปี

จำนวน 19 คน คิดเปน็ ร้อยละ 95 และอายรุ ะหวา่ ง 40-50 ปี จำนวน 1 คน คดิ เป็นร้อยละ 5

3. การศึกษา

ภาพท่ี 4.5 การศึกษา

การศกึ ษา จำนวน (คน) ร้อยละ

ม.6 2 10

ปวช. 1 5

ปวส. 10 50

ปรญิ ญาตรี 7 35

ปริญญาโท - -

ปรญิ ญาเอก - -

รวม 20 100

ตารางที่ 4.3 แสดงจำนวนรอ้ ยละของผูต้ อบแบบประเมนิ ความพงึ พอใจจำแนกตามการศกึ ษา

จากตารางที่ 4.3 พบว่าผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจทัง้ หมดมรี ะดบั การศึกษา ปวส. จำนวน

10 คน คิดเป็นร้อยละ 50 ระดับ ปริญญาตรี จำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 35 ระดับ ม.6 จำนวน 2 คน

คดิ เปน็ ร้อยละ 10 และระดับ ปวช. จำนวน 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 5

4. เงนิ เดอื น

ภาพที่ 4.6 เงนิ เดอื น

เงินเดือน จำนวน (คน) ร้อยละ

4,000-6,000 11 55

6,001-8,000 6 30

8,001-10,000 ขนึ้ ไป 3 15

รวม 20 100

ตารางที่ 4.4 แสดงจำนวนรอ้ ยละของผตู้ อบแบบประเมนิ ความพึงพอใจจำแนกตามเงินเดือน

จากตารางท่ี 4.4 พบวา่ ผตู้ อบแบบประเมนิ ความพึงพอใจทงั้ หมดจะมีเงินเดอื นระหวา่ ง

4,000-6,000 บาท จำนวน 11 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 55 เงินเดือนระหวา่ ง 6,001-8,000 บาท จำนวน 6 คน

คิดเปน็ รอ้ ยละ 30 และเงนิ เดือนระหว่าง 8,001-10,000 บาทข้ึนไป จำนวน 3 คน คดิ เป็นร้อยละ 15

สว่ นที่ 2 ความพงึ พอใจต่อโครงงาน
1. ความพงึ พอใจในความรู้

ภาพท่ี 4.7 ความพึงพอใจในความรู้
2. ความพึงพอใจในทักษะ

ภาพที่ 4.8 ความพงึ พอใจในทกั ษะ


Click to View FlipBook Version