รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 41 ตำรำงที่ 2 โครงการร่วมลงทุนภายใต้แผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน ระหว่างปี 2523 – 2564 (ต่อ) โครงกำร/หน่วยงำน รูปแบบกำรด ำเนินงำนโครงกำร โครงกำรที่อยู่ระหว่ำงด ำเนินกำรตำมสัญญำ (ต่อ) 15. โครงกำรรถไฟฟ้ำ สำยสีเหลือง ช่วงลำดพร้ำว – ส ำโรง/กระทรวงคมนำคม (ต่อ) ถนนเทพารักษ์ ผ่านจุดเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวช่วงแบริ่ง –สมุทรปราการ โดยจุดสิ้นสุดของเส้นทางบริเวณสถานีส าโรงระยะทางรวม 30 กิโลเมตร มีทั้งหมด 23 สถานี ศูนย์ซ่อมบ ารุง 1 แห่ง และอาคารจอดรถ1 แห่ง เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2560 การรถไฟฟ้า ขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เข้าท าสัญญากับผู้รับสัมปทาน (บริษัท อิสเทิร์น บางกอก โมโนเรลจ ากัด) โดยรัฐลงทุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและเอกชนลงทุน ค่างานโยธา ระบบรถไฟฟ้า และขบวนรถไฟฟ้า รวมทั้งบริการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบ ารุงรักษาและอนุมัติวงเงิน งบประมาณรายจ่ายของโครงการกรอบวงเงินสนับสนุนแก่เอกชนเป็นเงินสนับสนุน ค่างานโยธา โดยทยอยจ่ายให้เอกชนหลังจากเริ่มให้บริการเดินรถ และแบ่งจ่ายรายปี โดยก าหนดเวลา แบ่งจ่ายไม่ต่ ากว่า 10 ปี และเมื่อเอกชนมีผลประกอบการเกินกว่าระดับที่ตกลงกันแล้ว ควรพิจารณาความเหมาะสมในการก าหนดส่วนแบ่งรายได้จากผลประกอบการที่ดีขึ้นด้วย 16. โครงกำรรถไฟฟ้ำ สำยสีชมพู ช่วงแครำย– มีนบุรี/ กระทรวงคมนำคม เอกชนคู่สัญญำ : บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จ ากัด ระยะเวลำโครงกำร : 33 ปี 3 เดือน ประกอบด้วย ระยะเวลาการก่อสร้าง 3 ปี 3 เดือนและระยะเวลาเดินรถ 30 ปี มูลค่ำโครงกำร : 45,764 ล้านบาท (มูลค่าสัญญา) รำยละเอียดโครงกำร: โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย – มีนบุรี(โครงการฯ) เป็นระบบ รถไฟฟ้ารางเดี่ยว Monorail โดยโครงการฯ มีจุดเริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อกับแนวเส้นทางรถไฟฟ้า สายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ) ช่วงบริเวณด้านหน้าศูนย์ราชการนนทบุรี บนถนนรัตนาธิเบศร์ เลี้ยวซ้ายผ่านแยกแครายเข้าถนนติวานนท์ วิ่งตามถนนติวานนท์เลี้ยวขวาที่ทางแยกปากเกร็ด เข้าถนนแจ้งวัฒนะผ่านทางแยกหลักสี่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดง และผ่านวงเวียน อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว จากนั้นวิ่งเข้าถนนรามอินทรา จนถึงทางแยกมีนบุรี แนวเส้นทางจะวิ่งตรงเข้าสู่ถนนสีหบุรานุกิจจากนั้นเลี้ยวขวาไปทางทิศใต้ ข้ามคลองสามวาและข้ามคลองแสนแสบวิ่งตัดข้ามถนนรามค าแหง และลอดแนวรถไฟฟ้า สายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เข้าสถานีมีนบุรี ที่เชื่อมต่อกับสายสีส้ม รวมระยะทาง 34.5 กิโลเมตร มีสถานีจ านวน 30 สถานี ศูนย์ซ่อมบ ารุง 1 แห่ง อาคารจอด และจร 1 แห่งเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2560 การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เข้าท าสัญญากับผู้รับสัมปทาน (บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอกโมโนเรล จ ากัด) โดยรัฐลงทุน ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และเอกชนลงทุนค่างานโยธาระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า รวมทั้งบริการการเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบ ารุงรักษา และอนุมัติวงเงินงบประมาณรายจ่าย ของโครงการกรอบวงเงินสนับสนุนแก่เอกชนเป็นเงินสนับสนุนค่างานโยธา โดยทยอยจ่าย ให้เอกชนหลังจากเริ่มให้บริการเดินรถแล้วและแบ่งจ่ายเป็นรายปี โดยก าหนดระยะเวลา แบ่งจ่ายไม่ต่ ากว่า 10 ปี และเมื่อเอกชนมีผลประกอบการเกินกว่าระดับที่ตกลงกันแล้ว ควรพิจารณาความเหมาะสมในการก าหนดส่วนแบ่งรายได้จากผลประกอบการที่ดีขึ้นด้วย
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 42 ตำรำงที่ 2 โครงการร่วมลงทุนภายใต้แผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน ระหว่างปี 2523 – 2564 (ต่อ) โครงกำร/หน่วยงำน รูปแบบกำรด ำเนินงำนโครงกำร โครงกำรที่อยู่ระหว่ำงด ำเนินกำรตำมสัญญำ (ต่อ) 17. โครงกำรให้สิทธิ ด ำเนินกำรผลิตและ จ ำหน่ำยน้ ำประปำ/ กระทรวงมหำดไทย เอกชนคู่สัญญำ : บริษัท ประปาปทุมธานี จ ากัด ระยะเวลำโครงกำร : 17 ปี (15 กันยายน 2549 ถึง 14 ตุลาคม 2566) รำยละเอียดโครงกำร: ผลิตน้ าประปาและจัดจ าหน่ายให้แก่การประปาส่วนภูมิภาค ผู้รับสิทธิ ต้องด าเนินการให้ผู้รับเหมาปฏิบัติงานตามที่ก าหนดในแผนการด าเนินงานที่ได้รับอนุมัติแล้ว ภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาฯ ด าเนินโครงการ รูปแบบ BOOT (Build Own Operate Transfer)ซึ่งเป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้เอกชน เข้าร่วมลงทุนกับ กปภ. ในระบบการผลิตและระบบจ าหน่ายน้ าประปาโดยเอกชนด าเนินการ ออกแบบ และก่อสร้างระบบประปา ด าเนินการผลิตดูแลรักษาระบบผลิตและโอนทรัพย์สิน แก่กปภ. เมื่อครบระยะเวลาสัญญาร่วมลงทุนผู้รับสิทธิจะจัดหาที่ดินและใช้สิทธิในการใช้ที่ดิน ที่จะใช้ในโครงการตามสภาพที่สอดคล้องกับแผนการด าเนินงานทั้งนี้ไม่ร่วมถึงที่ดินและสิทธิ ในการใช้ที่ดินที่จะจัดหาโดยการประปาหรือที่การประปาได้ให้ผู้รับสิทธิเช่า ณ วันเริ่มประกอบ กิจการผู้รับสิทธิจะโอนกรรมสิทธิ์ในระบบจ่ายน้ าประปาให้แก่ประชาชนให้เป็นของการประปา 18. โครงกำรสัญญำ กำรบริหำรและกำรด ำเนิน กิจกำรระบบท่อส่งน้ ำสำยหลัก ในภำคตะวันออก/ กระทรวงกำรคลัง เอกชนคู่สัญญำ : บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ าภาคตะวันออก จ ากัด ระยะเวลำโครงกำร : 30 ปี (1 มกราคม 2537 ถึง 31 ธันวาคม 2567) รำยละเอียดโครงกำร : เพื่อรับผิดชอบในการพัฒนาและจัดการระบบท่อส่งน้ าสายหลัก ในพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกโดยรับโอนสิทธิการใช้ระบบท่อส่งน้ าที่มีอยู่แล้ว มาด าเนินการรวมทั้งพัฒนาแหล่งน้ าและระบบท่อส่งน้ าใหม่ตามความจำเป็น รูปแบบโครงกำร BTO (Build Transfer and Operate)ให้การประปาส่วนภูมิภาคจัดตั้ง บริษัทจ ากัดเพื่อเช่าทรัพย์สินที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงการคลังหรือหน่วยงานราชการ ต่าง ๆ และของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยไปด าเนินการ เป็นการเฉพาะ ในการพัฒนาและด าเนินการดูแลระบบท่อส่งน้ าสายหลักที่มีอยู่จากแผนพัฒนาพื้นที่ชายฝั่ง ทะเลตะวันออก เมื่อครบก าหนดเวลาและบริษัทไม่ได้รับสิทธิเป็นผู้บริหารระบบท่อส่งน้ าต่อไป บริษัทจะต้องส่งมอบระบบท่อส่งน้ าให้แก่กระทรวงการคลังในสภาพที่เรียบร้อยพร้อมใช้งาน 19. โครงกำรให้ใช้สิทธิ ด ำเนินกำรบริหำรและประกอบกำร ศูนย์บริหำรจัดกำรวัสดุ เหลือใช้ อุตสำหกรรม (เตำเผำขยะ อุตสำหกรรม) บำงปู/ กระทรวงอุตสำหกรรม เอกชนคู่สัญญำ : บริษัท อัคคีปราการ จ ากัด (มหาชน) ระยะเวลำโครงกำร : 20 ปี (11 กุมภาพันธ์ 2551 ถึง 10 กุมภาพันธ์ 2571) รำยละเอียดโครงกำร: ให้สิทธิแก่เอกชนด าเนินการบริหารและประกอบการศูนย์บริหารจัดการ วัสดุเหลือใช้อุตสาหกรรม (เตาเผาขยะอุตสาหกรรม) บางปู จังหวัดสมุทรปราการ และผู้ได้สิทธิ เป็น ผู้ได้รับการคัดเลือกให้เข้าด าเนินการบริหารและประกอบการศูนย์ดังกล่าว ผู้ให้ใช้สิทธิ จะประเมินผลประกอบการศูนย์ของผู้ได้สิทธิทุก 5 ปี เพื่อปรับปรุงให้การบริหารจัดการศูนย์ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม รูปแบบโครงกำร BOT (Build Operate Transfer)
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 43 ตำรำงที่ 2 โครงการร่วมลงทุนภายใต้แผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน ระหว่างปี 2523 – 2564 (ต่อ) โครงกำร/หน่วยงำน รูปแบบกำรด ำเนินงำนโครงกำร โครงกำรที่อยู่ระหว่ำงด ำเนินกำรตำมสัญญำ (ต่อ) 20. โครงกำรสัญญำให้สิทธิใช้ ประโยชน์ศูนย์กำรค้ำบริเวณ สำมเหลี่ยมย่ำนพหลโยธิน/ กระทรวงคมนำคม เอกชนคู่สัญญำ : บริษัท เซ็นทรัล อินเตอร์พัฒนา จ ากัด ระยะเวลำโครงกำร : 20 ปี (19 ธันวาคม 2551 ถึง 18 ธันวาคม 2571) รำยละเอียดโครงกำร : การรถไฟฯ ให้บริษัทเช่าที่ดิน บริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน พื้นที่ประมาณ 47.22 ไร่ (75,558.65 ตรม.) เพื่อด าเนินการตามโครงการปรับปรุงการใช้ ประโยชน์ที่ดินในทางพาณิชย์ ตามสัญญาเช่าฉบับลงวันที่19 ธันวาคม 2521 มีก าหนด 30 ปี ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2521 ถึงวันที่ 18ธันวาคม 2551 เมื่อครบก าหนดระยะการเช่า 30 ปีแล้ว รูปแบบโครงกำร BLOT (Build Lease Operate Transfer) บริษัทฯ ยอมให้อาคาร และสิ่งก่อสร้างต่างๆ รวมทั้งอุปกรณ์อาคารและอุปกรณ์ -สิ่งก่อสร้าง และส่วนควบต่างๆ ระบบเครื่องท าความเย็น ระบบเครื่องไฟฟ้า ระบบเครื่องโทรศัพท์ระบบก าจัดสิ่งโสโครก และน้ าเสีย เครื่องตกแต่งและครุภัณฑ์ ฯลฯ ที่ใช้ในการด าเนินกิจการของโครงการทั้งหมด ซึ่งอยู่ในที่เช่าตกเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟฯ ทั้งสิ้น การรถไฟฯ จะให้บริษัทฯ ซึ่งเช่าที่ดิน แปลงนี้ได้เช่าอาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ใช้ในการด าเนินกิจการของโครงการทั้งหมด เพื่อประกอบกิจการต่อไปได้อีกครั้งละไม่น้อยกว่า 10 ปี ในอัตราค่าเช่าและผลประโยชน์ ตอบแทนตามที่จะได้ตกลงร่วมกัน บริษัทฯ ต้องแจ้งกับการรถไฟฯ ก่อนครบก าหนดอายุ สัญญาเช่าไม่น้อยกว่า 1 ปี เมื่อสัญญาสิ้นสุดการรถไฟฯได้ด าเนินตามพระราชบัญญัติการ ให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 โดยมีคณะกรรมการมาตรา13 ก าหนดให้ การรถไฟฯ ต่ออายุสัญญาเช่ากับบริษัทฯ มีก าหนด 20 ปี ตั้งแต่วันที่19ธันวาคม 2551 ถึง วันที่ 18 ธันวาคม 2571ตามสัญญาเช่าฉบับลงวันที่ 9 ธันวาคม 2551โดยบริษัทฯ ต้องช าระ ค่าผลประโยชน์ตอบแทนบูรณะพัฒนา (Renovation ) ศูนย์การค้าและระบบต่าง ๆ การประกันภัย และอื่น ๆ ซึ่งมีคณะกรรมการมาตรา 22 ตาม พ.ร.บ.ร่วมลงทุนปี พ.ศ. 2535 เป็นผู้ก ากับดูแลให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาเช่าโดยเคร่งครัด 21. โครงกำรสัญญำให้ สิทธิใช้ประโยชน์อำคำร เพื่อประกอบธุรกิจโรงแรม/ กระทรวงศึกษำธิกำร เอกชนคู่สัญญำ : บริษัท สยามสแควร์ทาวเวอร์ จ ากัด ระยะเวลำโครงกำร : 20 ปี (9 พฤศจิกายน 2557 ถึง 8 พฤศจิกายน 2577) รำยละเอียดโครงกำร: เป็นการต่อสัญญาครั้งที่ 2 สัญญา เนื่องจากบริษัทได้ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในอาคารโดยต่อเนื่องตามสัญญาเดิม ดังนั้น เมื่อครบก าหนดระยะเวลา สัญญาเดิมแล้วให้ถือว่าบริษัทได้รับมอบอาคารดังกล่าวจากมหาวิทยาลัยในสภาพเรียบร้อย บริษัทต้องส่งแบบรายละเอียดการก่อสร้างอาคารฉบับสมบูรณ์ ซึ่งแสดงข้อมูล ณ วันครบ ก าหนดระยะเวลาสัญญาเดิมบริษัทต้องด าเนินการบูรณะพัฒนา อาคารและระบบต่าง ๆ ด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัทโดยบริษัทจะเริ่มบูรณะพัฒนา นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 –2557และ มีวงเงินไม่น้อยกว่า 60ล้านบาทเมื่อรวมค่าบูรณะพัฒนาทุกปีแล้ว ต้องไม่น้อยกว่า 450ล้านบาท รูปแบบโครงกำร BROT (Build Rent Own Transfer)
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 44 ตำรำงที่ 2 โครงการร่วมลงทุนภายใต้แผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน ระหว่างปี 2523 – 2564 (ต่อ) โครงกำร/หน่วยงำน รูปแบบกำรด ำเนินงำนโครงกำร โครงกำรที่อยู่ระหว่ำงด ำเนินกำรตำมสัญญำ (ต่อ) 22. โครงกำรสัญญำให้สิทธิ ใช้ประโยชน์ศูนย์กำรค้ำ บริเวณสี่แยกปทุมวัน/ กระทรวงศึกษำธิกำร เอกชนคู่สัญญำ : บริษัท เอ็ม บี เค จ ากัด (มหาชน) ระยะเวลำโครงกำร : 20 ปี (22 เมษายน 2556 ถึง 21 เมษายน 2576) รำยละเอียดโครงกำร : เนื่องจากบริษัทได้ครอบครองและใช้ประโยชน์ในศูนย์การค้า โดยต่อเนื่องตามสัญญาเดิม ดังนั้น เมื่อครบก าหนดระยะเวลาสัญญาเดิมแล้วให้ถือ ว่าบริษัทได้รับมอบศูนย์การค้าดังกล่าวจากมหาวิทยาลัยในสภาพเรียบร้อยดีพร้อม ใช้สิทธิประโยชน์โดยสมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์แห่งสัญญานี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รูปแบบโครงกำร BROT (Build Rent Own Transfer) 23. โครงกำรร่วมลงทุน ก่อสร้ำงและบริหำรโครงกำร พัฒนำที่รำชพัสดุแปลงที่ตั้ง โรงภำษีร้อยชักสำม/ กระทรวงกำรคลัง เอกชนคู่สัญญำ : กิจการร่วมค้าบริษัท แนเชอรัล พาร์ค จ ากัด (มหาชน), บริษัท อามันรีสอร์ท เซอร์วิสเซสลิมิเต็ด และ บริษัท ซิลเวอร์ลิงค์ โฮลดิ้ง ลิมิเต็ด ระยะเวลำโครงกำร : 30 ปี (10 พฤษภาคม 2548 ถึง 9 พฤษภาคม 2578) รำยละเอียดโครงกำร : กิจการร่วมค้าฯ เป็นผู้ได้รับสิทธิพัฒนาที่ราชพัสดุพร้อมอนุรักษ์ อาคารโบราณสถาน จ านวน 3 หลัง เพื่อเป็นโรงแรม จ านวน 33 ห้องมูลค่า 780 ล้านบาท รูปแบบโครงกำร BTO (Build Transfer and Operate) โดยกิจการร่วมค้าฯได้ลงนาม ในสัญญาร่วมลงทุนก่อสร้างและบริหารโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษี ร้อยชักสามและสัญญาเช่าที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีร้อยชักสามเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2548 สัญญามีก าหนดระยะเวลา 30 ปี และมีเงื่อนไขให้ผู้ได้รับสิทธิพัฒนา ปลูกสร้างอาคารชดเชยให้แก่ส านักงานต ารวจแห่งชาติในที่ราชพัสดุแปลงหมายเลข ทะเบียน ที่ กท.180907 ถนนเจริญนคร 53 แขวงบางล าภูล่าง เขตคลองสานกรุงเทพมหานคร และปลูกสร้างอาคารชดเชยให้แก่กรมศุลกากรในที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท. 352532, กท.352597-352599 เชิงสะพานกรุงเทพ ถนนพระราม 3แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ในการพัฒนาจะต้องโยกย้ายสถานีดับเพลิง บางรักและเจ้าหน้าที่สังกัดกรุงเทพมหานครออกจากที่ราชพัสดุแปลงที่ตั้งโรงภาษีร้อยชัก สามตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่8 กรกฎาคม 2546 และวันที่16 กันยายน 2546 ด้วย ที่มำ : 1. พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 2. ส านักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง การลงนามในสัญญาโครงการร่วมทุนภายใต้แผนฯ ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นโครงการที่เกี่ยวข้อง กับการคมนาคม และการสื่อสาร ส าหรับโครงการอื่น ๆ เช่น ด้านพลังงาน ด้านสาธารสุข ด้านการศึกษา และ ด้านอื่น ๆ อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม และการศึกษาวิเคราะห์โครงการ ส่งผลให้โครงการที่ยังไม่มี การลงนามในสัญญาถูกน ามาบรรจุไว้ในแผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 – 2570 ฉบับปรับปรุง (เดือนพฤศจิกายน 2565)
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 45 3.2 แผนกำรจัดท ำโครงกำรร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 - 2570 ฉบับปรับปรุง (เดือนพฤศจิกำยน 2565) ภายหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ได้มีการจัดท า แผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 –2570 โดยมีโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน รวมจ านวน ทั้งสิ้น 110 โครงการ เป็นมูลค่าเงิน ลงท ุน โดยประมาณ จ ำนวน 1,116,416.00 ล้ำนบำท ได้แก่ โครงการระดับจ าเป็นเร่งด่วน (High Priority) จ านวน 17 โครงการ มูลค่าลงทุน รวมจ านวน 477,245.00 ล้านบาท โครงการ ที่ก าลังศึกษาความเป็นไปได้ (Initiative) จ านวน 84 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม จ านวน 451,298.00ล้านบาท และโครงการปกติ (Normal) จ าน วน 9 โค รงก า ร มูลค ่า การลงทุนรวมจ านวน 187,873.00ล้ านบาท ภายใต้แผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน ได้จัดป ระเภทกิจก ารด าเนินโครงก าร จ านวน 11 กิจการ โดยมูลค่าการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ภายใต้กิจการรถไฟ รถไฟฟ้า การขนส่งทางราง และกิจการถนน ทางหลวงทางพิเศษ การขนส่งทางถนน ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนทั้ง 2 กิจการ รวมเป็นเงินจ านวน 560,956 และ 299,048 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 50.25 และ 26.79 ของมูลค่าการลงทุนรวม และมีกระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการรายละเอียดสรุปได้ตามตำรำงที่ 3 ดังนี้ ตำรำงที่ 3 โครงการร่วมลงทุนจ าแนกประเภทตามกิจการการด าเนินโครงการ ระดบัความส าคัญในการดา เนนิการ/ประเภทการดา เนนิโครงการ จา นวน โครงการ มูลค่าการร่วมทนุ (ล้านบาท) โครงการทสี่ าคัญและจา เปน็เร่งดว่น (High Priority) 17 477,245.00 กิจการโรงพยาบาล การสาธารณสุข 2 9,890.00 กิจการถนน ทางหลวง ทางพเิศษ การขนส่งทางถนน 7 25,208.00 กิจการท่าเรือ การขนส่งทางน ้า 2 8,818.00 กิจการทอี่ยู่อาศยัหรือสงิ่อ้านวยความสะดวกส้าหรับผมู้รีายไดน้ ้อย หรือปานกลาง ผสูู้งวัย ผดู้อ้ยโอกาส หรือผพู้กิาร 1 5,550.00 กิจการรถไฟ รถไฟฟา้การขนส่งทางราง 5 427,779.00 แผนภำพที่ 2 ประมาณการมูลค่าการลงทุนตามแผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน ที่มำ : ส านักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 46 ตำรำงที่ 3 โครงการร่วมลงทุนจ าแนกประเภทตามกิจการการด าเนินโครงการ (ต่อ) ระดบัความส าคัญในการดา เนนิการ/ประเภทการดา เนนิโครงการ จา นวน โครงการ มูลค่าการร่วมทนุ (ล้านบาท) โครงการทกี่า ลังศึกษาความเปน็ ไปไดโ้ครงการ (Initiative) 84 451,298.00 กิจการโทรคมนาคม การสื่อสาร 1 650.00 กิจการโรงเรียน การศกึษา 4 12,690.00 กิจการโรงพยาบาล การสาธารณสุข 2 1,157.00 กิจการการจัดการน ้า การชลประทาน การประปา การบ้าบัดน ้าเสีย 2 3 149,787.00 กิจการการพลังงาน 2 200.00 กิจการถนน ทางหลวง ทางพเิศษ การขนส่งทางถนน 1 0 136,399.00 กิจการท่าเรือ การขนส่งทางน ้า 8 17,227.00 กิจการท่าอากาศยาน การขนส่งทางอากาศ 2 3 0.00 กิจการรถไฟ รถไฟฟา้การขนส่งทางราง 9 133,177.00 กิจการศนูย์นิทรรศการและศนูย์การประชุม 2 11.00 โครงการปกติ(Normal) 9 187,873.00 กิจการถนน ทางหลวง ทางพเิศษ การขนส่งทางถนน 5 137,441.00 กิจการท่าเรือ การขนส่งทางน ้า 1 1,938.00 กิจการท่าอากาศยาน การขนส่งทางอากาศ 1 4,374.00 กิจการทอี่ยู่อาศยัหรือสิ่งอ้านวยความสะดวกส้าหรับผู้มรีายไดน้ ้อย หรือ ปานกลาง ผู้สูงวัย ผู้ดอ้ยโอกาส หรือผู้พกิาร 2 44,120.00 ผลรวมทงั้หมด 110 1,116,416.00 ที่มำ : แผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 – 2570 (ปรับปรุงเดือน พฤศจิกายน 2565) จากรายละเอียดกิจการด าเนินโครงการภายใต้แผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุนฯ ข้างต้น พบว่า หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการสูงที่สุด คือ กระทรวงคมนาคม ซึ่งมีโครงการ จ านวน 63โครงการ มีการประมาณ การมูลค่าการลงทุน จ านวน 791,194.00 ล้านบาท ส าหรับหน่วยงานที่มีโครงการภายใต้แผนฯ มีมูลค่าการลงทุนต่ าที่สุด จ านวน 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและ ส านักนายกรัฐมนตรี รายละเอียดตามตำรำงที่ 4 และภาคผนวก ดังนี้
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 47 ตำรำงที่ 4 โครงการร่วมลงทุนตามแผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 – 2570 จ าแนกตามหน่วยงานที่รับผิดชอบระดับกระทรวง หน่วย : ล้ำนบำท สดัสว่น (2)/(3)=(4) (1)+(2)=(3) ร้อยละ ร้อยละ กจิการโทรคมนาคม การสอื่สาร 1 - 650.00 650.00 0.06 100.00 ส้านักนายกรัฐมนตรี 1 - 650.00 650.00 0.06 100.00 กจิการโรงเรียน การศกึษา 4 N/A N/A 12,690.00 1.14 N/A กระทรวงการอุดมศกึษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม 4 N/A N/A 12,690.00 1.14 N/A กจิการโรงพยาบาล การสาธารณสขุ 4 N/A 11,047.00 11,047.00 0.99 100.00 กระทรวงสาธารณสุข 4 N/A 11,047.00 11,047.00 0.99 100.00 กจิการการจดัการน้ า การชลประทาน การประปา การบ าบดัน้ าเสยี 23 5,683.00 3,707.00 149,787.00 13.42 2.47 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1 N/A N/A 71,110.00 6.37 N/A กระทรวงการคลัง 1 1,631.00 1,222.00 2,853.00 0.26 42.83 กระทรวงมหาดไทย 1 1 4,052.00 2,485.00 6,537.00 0.59 38.01 องคก์รปกครองส่วนท้องถิ่น 1 0 N/A N/A 69,287.00 6.21 N/A กจิการการพลงังาน 2 N/A N/A 200.00 0.02 N/A กระทรวงการอุดมศกึษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม 1 N/A N/A 200.00 0.02 N/A กระทรวงมหาดไทย 1 N/A N/A N/A N/A N/A กจิการถนน ทางหลวง ทางพิเศษ การขนสง่ทางถนน 22 61,883.00 199,113.00 299,048.00 26.79 66.58 กระทรวงคมนาคม 2 2 61,883.00 199,113.00 299,048.00 26.79 66.58 กจิการท่าเรือ การขนสง่ทางน้ า 11 10,044.00 5,701.00 27,983.00 2.51 20.37 กระทรวงการคลัง 1 95.00 1,843.00 1,938.00 0.17 95.10 กระทรวงคมนาคม 8 4,989.00 N/A 17,227.00 1.54 N/A กระทรวงอุตสาหกรรม 2 4,960.00 3,858.00 8,818.00 0.79 43.75 กจิการท่าอากาศยาน การขนสง่ทางอากาศ 24 2,883.00 1,491.00 4,374.00 0.39 34.09 กระทรวงคมนาคม 2 4 2,883.00 1,491.00 4,374.00 0.39 34.09 กจิการทอี่ยู่อาศยัหรือสงิ่อ านวยความสะดวกส าหรับผมู้ีรายไดน้ ้อยหรือ ปานกลาง ผสู้งูวัย ผดู้อ้ยโอกาส หรือผพู้ ิการ 3 15,976.00 33,694.00 49,670.00 4.45 67.84 กระทรวงการพฒันาสังคมและความมนั่คงของมนุษย์ 3 15,976.00 33,694.00 49,670.00 4.45 67.84 กจิการรถไฟ รถไฟฟ้า การขนสง่ทางราง 14 301,771.00 186,360.00 560,956.00 50.25 33.22 กระทรวงคมนาคม 9 286,137.00 184,408.00 470,545.00 42.15 39.19 องคก์รปกครองส่วนท้องถิ่น 5 15,634.00 1,952.00 90,411.00 8.10 2.16 กจิการ/กระทรวงเจา้สงักดั จ านวน โครงการ ประมาณการมูลคา่การลงทุน ภาครัฐ (1) ภาคเอกชน (2) รวม
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 48 ตำรำงที่ 4 โครงการร่วมลงทุนตามแผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 – 2570 จ าแนกตามหน่วยงานที่รับผิดชอบระดับกระทรวง (ต่อ) หน่วย : ล้ำนบำท สดัสว่น (2)/(3)=(4) (1)+(2)=(3) ร้อยละ ร้อยละ กจิการศนูย์นิทรรศการและศนูย์การประชุม 2 7.00 4.00 11.00 0.001 36.36 กระทรวงการท่องเทยี่วและกีฬา 2 7.00 4.00 11.00 0.001 36.36 ผลรวมทงั้หมด 110 398,247.00 441,767.00 1,116,416.00 100.00 39.57 กจิการ/กระทรวงเจา้สงักดั จ านวน โครงการ ประมาณการมูลคา่การลงทุน ภาครัฐ (1) ภาคเอกชน (2) รวม ที่มำ : ส านักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หมำยเหตุ : 1. ผลรวมประมาณการมูลค่าเงินลงทุนของเอกชนและรัฐไม่เท่ากับประมาณการมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น เนื่องจากบางโครงการอยู่ระหว่างการก าหนดมูลค่าการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 2. หน่วยงานที่ไม่ปรากฏสัดส่วนประมาณการมูลค่าการลงทุนเอกชนต่อประมาณการมูลค่าการลงทุนรวม เนื่องจากไม่มีข้อมูลประมาณการมูลค่าการลงทุนเอกชน (N/A) ทั้งนี้ ระหว่างการจัดท าแผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 – 2570 มีลงนามในสัญญา โครงการภายใต้แผนฯ จ านวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน - นครราชสีมา ในส่วนของการให้เอกชนร่วมลงทุนในการด าเนินงานและบ ารุงรักษาและโครงการทางหลวงพิเศษระหว่าง เมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่ -กาญจนบุรี ในส่วนของการให้เอกชนร่วมลงทุนในการด าเนินงานและบ ารุงรักษา ซึ่งลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564 กับ กิจการร่วมค้าบีจีเอสอาร์ : BGSR) ปัจจุบันกรมทางหลวงส่งมอบ พื้นที่ทั้ง 2 โครงการข้างต้น ให้เอกชนด าเนินการ และปัจจุบันอยู่ระหว่างออกแบบติดตั้งงานระบบและด่านจัดเก็บ เงินค่าผ่านทาง คาดว่าจะเปิดให้บริการปี พ.ศ. 2567 3.3 ตัวอย่ำงในกำรด ำเนินโครงกำรร่วมลงทุนระหว่ำงรัฐและเอกชน ในปัจจุบันรัฐได้ร่วมลงทุนกับเอกชนในการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานหลายโครงการที่ส่งผลต่อการ พัฒนาประเทศหลายโครงการเกิดจากการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ตัวอย่างโครงการเช่น โครงการ ภายใต้แผนพัฒนาเขตเศษฐกิจพิเศษตะวันออก ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนในการจัดท าโครงสร้างพื้นฐานและบริการ สาธารณะต่าง ๆ รวมมูลค่าการลงทุนสูงถึงจ านวน 679,944.36ล้านบาท ประกอบด้วย 4 โครงการพื้นฐานหลักดังนี้ โครงกำรรถไฟควำมเร็วสูงเชื่อม 3 สนำมบิน แบบไร้รอยต่อ (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภำ) หน่วยงำนที่รับผิดชอบ : การรถไฟแห่งประเทศไทย เอกชนคู่สัญญำ : บริษัท ไทยออยล์ จ ากัด (มหาชน) ระยะเวลำโครงกำร : 50 ปี (ออกแบบและก่อสร้าง 5 ปี และด าเนินการ 45 ปี) รูปแบบโครงกำร : BOT ผลประโยชน์ตอบแทนระหว่ำงรัฐและเอกชน : Net Cost
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 49 รำยละเอียดโครงกำร : โครงการสร้างทับบนเส้นทางเดิมของรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อเชื่อมต่อ เข้ากับท่าอากาศยาน ซึ่งรวมไปถึงการเชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพมหานคร และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนที่ต่อยอดจากรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานหลักในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทั้งสามแห่ง ได้แก่ ท่ำอำกำศยำนดอนเมือง ท่ำอำกำศยำนสุวรรณภูมิ และท่ำอำกำศยำนอู่ตะเภำ โดยใช้โครงสร้าง และแนวเส้นทางการเดินรถเดิมของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแอร์พอร์ตลิงค์ (Airport Rail Link) ที่เปิดให้บริการ อยู่ในปัจจุบัน โดยจะก่อสร้างทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร (Standard Gauge) ส่วนต่อขยาย 2 ช่วงจากสถานีพญาไท ไปยังสนามบินดอนเมือง และจากสถานีลาดกระบัง ไปยังสนามบินอู่ตะเภา พร้อมเชื่อมเข้าออกสนามบิน โดยใช้เขตทางเดิมของการรถไฟฯ เป็นส่วนใหญ่ รวมระยะทาง 220 กม. มีผู้เดินรถรายเดียวกัน ซึ่งรถไฟความเร็วสูง มีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง เชื่อมกรุงเทพฯ กับพื้นที่ อีอีซี ภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 นาทีผ่านพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จ.สมุทรปราการ จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี และจ.ระยองซึ่งใช้แนวเส้นทางระบบขนส่ง มวลชนทางรางของโครงการเดิมและมีการออกแบบใหม่เฉพาะบริเวณเชื่อมต่อเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ (ขาออก) และสนามบินอู่ตะเภา (ขาเข้า) โดยแนวเส้นทางโครงการประกอบด้วย 3 โครงการ คือโครงการระบบขนส่งทางรถไฟ เชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีรับส่ง ผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (Suvarnabhumi Airport Link and City Air Terminal: ARL) โครงการระบบรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิส่วนต่อขยาย ช่วงดอนเมืองบางซื่อ-พญาไท (ARL Extension) โครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพ - ระยอง มูลค่ำกำรลงทุน : 224,544.36 ล้านบาท ที่มำ : ส านักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 50 โครงกำรพัฒนำสนำมบินอู่ตะเภำและเมืองกำรบินภำคตะวันออก หน่วยงำนที่รับผิดชอบ : ส านักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เอกชนคู่สัญญำ : บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จ ากัด (UTA) (ร่วมลงทุนระหว่างบริษัทการบิน กรุงเทพ จ ากัด (มหาชน) บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์จ ากัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอนจิเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น จ ากัด (มหาชน)) ระยะเวลำโครงกำร : 50 ปี (เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563) รูปแบบโครงกำร : Build-Operate-Transfer : BOT ผลประโยชน์ตอบแทนระหว่ำงรัฐและเอกชน : Net Cost รำยละเอียดโครงกำร : โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกมีความส าคัญ ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศและอุตสาหกรรมการบิน เพื่อรองรับความต้องการการเดินทางทางอากาศ ในอนาคตองค์ประกอบโครงการอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 (Passenger Terminal Building 3) ศูนย์ธุรกิจ การค้าและการขนส่งภาคพื้นดิน(Commercial Gateway and Ground Transportation Centre) ศูนย์ซ่อม บ ารุงอากาศยาน (Maintenance Repair and Overhaul) เขตประกอบการค้าเสรี และเขตธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (Cargo Village or Free Trade Zone) ศูนย์ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ (Cargo Complex) และศูนย์ฝึกอบรมการบิน (Aviation Training Centre) มูลค่ำกำรลงทุน : 290,000 ล้ำนบำท ด้านการเงิน (ค่าเช่าที่ดิน ส่วนแบ่งรายได้) มูลค่าปัจจุบัน 305,555 ล้านบาท (เป็นเงินรวม 1,326,000 ล้านบาท ใน 50 ปี)รายได้ภาษีอากร 62,000 ล้านบาท เพิ่มการจ้างงาน 15,600 ต าแหน่งต่อปี ในระยะ 5 ปีแรก เพิ่มเทคโนโลยี และพัฒนาทักษะแรงงานด้านธุรกิจการบิน และธุรกิจเชื่อมโยงสิ้นสุดสัญญา ทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของรัฐ โครงกำรท่ำเรืออุตสำหกรรมมำบตำพุด ระยะที่ 3 หน่วยงำนผู้รับผิดชอบ : การท่าเรือแห่งประเทศไทย เอกชนคู่สัญญำ : บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จ ากัด ระยะเวลำโครงกำร : ประมาณ 35 ปี (รวมการก่อสร้างและให้บริการ) รูปแบบโครงกำร : Build-Operate-Transfer : BOT ผลประโยชน์ตอบแทนระหว่ำงรัฐและเอกชน : Net Cost รำยละเอียดโครงกำร : โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 เป็นหนึ่งในโครงการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ( Eastern Economic Corridor : EEC) เพื่อรองรับการลงทุนของรัฐ มีเป้าหมายในการพัฒนาท่าเทียบเรือส าหรับรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและ สินค้าเหลวในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยเปิดโอกาสให้เอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุน และน าความ เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการด าเนินงาน เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานของ ประเทศเป็นการลงทุนในส่วนของการก่อสร้างท่าเรือเพื่อขนถ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และสินค้าเหลว ส าหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2566 จากความมุ่งหมายของโครงการพัฒนาท่าเรือ
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 51 อุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ที่ต้องการเพิ่มปริมาณการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติและสินค้าเหลวส าหรับ กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นอีก 19 ล้านตันต่อปี ในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งหลังจากด าเนินการพัฒนาแล้วเสร็จ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568 ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งก่อให้เกิดการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย แบ่งออกเป็น 2 ส่วน มีองค์ประกอบดังนี้ ส่วนที่ 1 งานโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) พื้นที่ถมทะเลเพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่หลังท่าและหน้าท่า พร้อมใช้งาน เนื้อที่ประมาณ 550ไร่ พื้นที่กักเก็บตะกอนดิน (Silt pond) เนื้อที่ประมาณ 450ไร่ เขื่อนหินกันทราย และเขื่อนกันคลื่น ร่องน้ าเดินเรือ และแอ่งกลับเรือ ทุ่น เครื่องหมาย และอุปกรณ์ช่วยในการเดินเรือต่าง ๆ ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอ านวยความสะดวกพื้นฐาน ส่วนที่ 2 งานก่อสร้างท่าเทียบเรือ (Superstructure) 1. ท่าเทียบเรือสินค้าเหลว 2 ท่า มีพื้นที่ 200 ไร่ ความยาวหน้าท่า 814 เมตร 2. ท่าเทียบเรือก๊าซ 3 ท่า มีพื้นที่ 200 ไร่ ความยาวหน้าท่า 1,415 เมตร 3. ท่าเทียบเรือบริการ 4. คลังสินค้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับก๊าซธรรมชาติ 150 ไร่ มูลค่ำกำรลงทุน : ประมาณ 55,400 ล้านบาท (เฉพาะช่วงที่ 1 มูลค่า 45,480 ล้านบาท) โครงกำรท่ำเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ในส่วนของท่ำเทียบเรือ F หน่วยงำนผู้รับผิดชอบ : การท่าเรือแห่งประเทศไทย เอกชนคู่สัญญำ : บริษัท จีพีซี อินเตอร์เนชั่นแนล เทอร์มินอล จ ากัด (GPC) ประกอบด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จ ำกัด (มหำชน) บริษัทพีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จ ำกัด (PTT TANK) บริษัท ไชน่ำ ฮำร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จ ำกัด ระยะเวลำโครงกำร : ประมาณ 35 ปี รูปแบบโครงกำร : Build-Operate-Transfer : BOT ผลประโยชน์ตอบแทนระหว่ำงรัฐและเอกชน : Net Cost รำยละเอียดโครงกำร : กทท. รับผิดชอบในวงเงินงบประมาณในส่วนงานโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด รวมทั้งระบบ สาธารณูปโภค การก่อสร้างถนน สร้างระบบทางรถไฟ และท่าเทียบเรือชายฝั่ง ทั้งนี้ การท่าเรือฯ จะออกหนังสือ เริ่มงาน NTP (Notice to Proceed) ให้กลุ่มกิจการร่วมค้า GPC เริ่มงานเกี่ยวกับอาคาร สิ่งปลูกสร้าง ลานวางตู้สินค้า ติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องจักรทั้งหมด เช่น ปั้นจั่นหน้าท่า ฯลฯ ได้ประมาณปลายปี 2566 เพื่อเตรียมความพร้อม ในการเปิดให้บริการในปี 2568 เพื่อให้สามารถรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการค้าของประเทศ สนับสนุน การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอีกทางหนึ่ง โดย GPC จะได้รับรายได้จากการประกอบกิจการ ท่าเรือ เช่น ค่าภาระการใช้ท่าของเรือ ค่าภาระยกขนตู้สินค้า ค่าภาระการใช้ท่าของตู้สินค้า และรายได้อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตและเงื่อนไขที่ก าหนดภายใต้สัญญาร่วมลงทุนระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 52 มูลค่ำกำรลงทุน : 1.1 แสนล้านบาท (แบ่งเป็น กทท. ลงทุนประมาณ 50,000 ล้านบาท และเอกชนลงทุน ประมาณ 60,000 ล้านบาท ในส่วนของเอกชนแบ่งเป็นเงินลงทุนในท่าเทียบเรือ F ประมาณ 30,000 ล้านบาท ท่าเทียบเรือ E ประมาณ 25,000 ล้านบาทและท่าเทียบเรือ E0 ประมาณ 5,000 ล้านบาท) ทั้งนี้ตัวอย่างโครงการทั้ง 4 โครงการข้างต้นถือเป็นผลส าเร็จครั้งส าคัญในการขับเคลื่อนการลงทุน เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ท าให้เกิดผลประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนคนไทยทั้งใน ปัจจุบันและอนาคต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อการลงทุนของประเทศ ภายใต้หลักคิด 4 ประการ (ส านักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, 2566, 26 พ.ย. 2564) ได้แก่ 1) ประเทศไทยก้ำวไปสู่กำรพึ่งพำตนเอง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลักในอีอีซีครั้งนี้ ไม่พึ่งพิงเงินกู้จากต่างประเทศต่างจากอดีตที่ผ่านมา ที่การลงทุนต้องกู้เงินต่างประเทศมาท าโครงการ อันจะท า ให้เกิดภาระทางการคลังในระยะยาวที่ต้องทยอยช าระเงินต้นและดอกเบี้ยเงินกู้ 2) เอกชนไทย ธุรกิจไทย แข็งแรง ร่วมกระบวนกำรพัฒนำประเทศได้ความร่วมมือรัฐ และเอกชนแบบลงตัว สะท้อนถึงเอกชนไทยมีความแข็งแกร่งเป็นแกนหลักน าพันธมิตรบริษัทต่างชาติ มาร่วมท างาน ให้คนไทยด้วยกัน แนวทางใหม่ที่เกิดขึ้นนี้ คือ การใช้บริษัทไทย ใช้คนไทย และใช้เงินไทยในการลงทุนที่จะสร้างงานและ เงินหมุนเวียนในประเทศ เกิดการทวีคูณต่อระบบเศรษฐกิจ (Multiplier effect) เพิ่มขึ้นหลายเท่า กว่ามูลค่าการลงทุน 6 แสนล้านบาท จะเกิดกำรสร้ำงงำน และสร้ำงรำยได้ให้กับบริษัทไทย รำยใหญ่และรำยเล็ก รวมทั้งระดับชุมชน นอกจำกนั้นยังสร้ำงรำยได้จำกภำษี โดยเฉพำะภำษีทำงอ้อมจ ำนวนมำก 3) รัฐไม่ต้องใช้งบประมำณ และได้ผลตอบแทนสุทธิสูงถึง 2 แสนล้ำนบำท สินทรัพย์ ที่น ามาด าเนินการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยบริหารร่วมกับเอกชนถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม เกิดมูลค่าลงทุน มากกว่า 650,000 ล้านบาท ท าให้รัฐบาลประหยัดงบประมาณของประเทศ และยังสร้างรายได้สุทธิให้กับรัฐ เป็นมูลค่าปัจจุบันมากกว่า 200,000 ล้านบาท 4) เอกชนร่วมเสี่ยงกับรัฐ คือกำรสร้ำงมั่นใจในอนำคตของประเทศ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลัก ในอีอีซีทั้ง 4 โครงการ ที่เป็นการร่วมลงทุน รูปแบบ PPP แสดงให้เห็นว่า รัฐและเอกชน สามารถร่วมมือกัน สร้างประโยชน์ให้กับประเทศได้ และการที่เอกชนมั่นใจน าเงินมาลงทุน ร่วมเสี่ยงกับรัฐบาล คือการการันตี ความร่วมมือกันอย่างมั่นใจในอนาคตท ำให้ประเทศไทย ก ำลังก้ำวสู่กำรสร้ำงอนำคตใหม่ร่วมกันทั้งประเทศ 3.4 กำรด ำเนินงำนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทุนส่งเสริมกำรร่วมลงทุนระหว่ำงรัฐและเอกชน การด าเนินงานโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน มีหน่วยงานสนับสนุนและส่งเสริมการร่วมลงทุน ระหว่างรัฐและเอกชนที่ต้องด าเนินการตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่ก าหนดไว้ใน มาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติ การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 คือ กองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน กองทุนส่งเสริมกำรร่วมลงทุนระหว่ำงรัฐและเอกชน เป็นทุนหมุนเวียนที่จัดตั้งขึ้นในสังกัด กระทรวงการคลังตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (หมวด 6) โดยมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ และวัตถุประสงค์ ดังนี้
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 53 วิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ เป็นกองทุนหลักในกำรส่งเสริม และสนับสนุนให้หน่วยงำนของรัฐ ที่มีข้อจ ำกัดด้ ำนงบประมำณ สำมำรถ ด ำเนิ นกำรเกี่ ยวกับ กำรร่วมลงทุนระหว่ำงรัฐและ เอกชนเพื่ อให้เกิดโครงสร้ำง พื้นฐำนและบริกำรสำธำรณะ เพิ่มมำกขึ้น และครอบคลุมทั่ว ประเทศ กองทุนฯ มีภารกิจในการให้เงินทุน สนับสนุนและส่งเสริมการร่วมลงทุน ระหว่างรัฐและเอกชนที่ต้องด าเนินการ ตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่ก าหนดไว้ ใน พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้ (1) เป็นแหล่งเงินในการสนับสนุน การด าเนินการเกี่ยวกับการร่วม ลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (2) บริหารจัดการกองทุนอย่างเป็น ระบบและมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นแหล่งเงินในการสนับสนุนการด าเนินการ เกี่ยวกับการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ผ่านการว่าจ้างที่ปรึกษาที่ก าหนดไว้ในพระราชบัญญัติ การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 และประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุน ระหว่างรัฐและเอกชนที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญั ติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน พ.ศ. 2562 รวมทั้งการพัฒนาฐานข้อมูล และองค์ความรู้ และการเผยแพร่ อบรม ให้ความรู้ และให้ค าแนะน าเกี่ยวกับการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน กองทุนฯ เป็นกลไกที่อ านวยความสะดวกในการลงทุน หากโครงการมีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ และหน่วยงานเจ้าของโครงการจ าเป็นต้องใช้งบประมาณในการว่าจ้างที่ปรึกษา หน่วยงานเจ้าของโครงการสามารถ ขอยืมเงินจากกองทุน โดยไม่จ าเป็นต้องของงบประมาณในการว่าจ้างที่ปรึกษาจากรัฐบาลเป็นคราวๆ ซึ่งใช้ระยะเวลา ยาวนานในการตั้งขอเบิกงบประมาณ ท าให้หน่วยงานเจ้าของโครงการสามารถพัฒนาโครงการได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากรัฐเพียงอย่างเดียวซึ่งที่ผ่านมามีโครงการที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับการจ้างที่ปรึกษาจ านวน 4 โครงการ ดังนี้ 1. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน - นครราชสีมา และสายบางใหญ่ – กาญจนบุรี กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม 2. โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินค้าเชียงของ จังหวัดเชียงราย กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม 3. โครงการบ าบัดน้ าเสียคลองเตย กรุงเทพมหานคร 4. โครงการแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลระหว่างประเทศของไทย (Thailand National Digital Trade Platform) ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ทั้งนี้ กองทุนฯ ได้รับทุนประเดิมปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 จ านวน 500 ล้านบาท และมีแหล่งที่มาของ เงินกองทุนฯ ประกอบด้วย เงินและทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา 66 เงินอุดหนุนจากรัฐบาล ค่าธรรมเนียม การขายเอกสารส าหรับการคัดเลือกเอกชน และค่าธรรมเนียมการประเมินข้อเสนอ เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือ มอบให้กองทุน ดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินของกองทุนฯ ส าหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ถึงปัจจุบัน ไม่ได้รับ การจัดสรรงบประมาณ นอกจากนี้ กองทุนฯ ยังมีรายได้จากการด าเนินงานตามภารกิจของกองทุนฯ ที่สามารถเก็บไว้ ใช้ในการด าเนินงานโดยไม่ต้องน าส่งเป็นรายได้แผ่นดิน สรุปได้ดังนี้
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 54 แผนภำพที่ 3 รายได้และรายจ่ายกองทุนส่งเสริมการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน ที่มำ : ส านักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ______________________________
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 55 ส่วนที่ 4 บทสรุปและข้อเสนอแนะ 4.1 บทสรุป การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Public Private Partnership : PPP) เป็นทางเลือกหนึ่งที่รัฐ สามารถน ามาใช้ในการด าเนินงานเพื่อจัดให้มีบริการสาธารณะโดยเฉพาะส าหรับโครงการที่มีงบลงทุนสูง ซึ่งรัฐอาจไม่สามารถด าเนินการได้โดยล าพัง ดังนั้น แนวคิดการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน จึงเป็นแนวทาง ที่ช่วยลดข้อจ ากัดทางด้านการงบประมาณของรัฐ และเป็นการกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเอกชน ในด้านการลงทุน จากความเชื่อว่าเอกชนมีการบริหารจัดการที่ดีกว่าและมีประสิทธิภาพในการด าเนินงานโครงการ ที่ดีกว่ารัฐ เนื่องจากความคล่องตัว ความยืดหยุ่นในกระบวนการท างาน ขั้นตอนการท างานที่สั้นและกระชับ ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ง่ายกว่า ดังนั้นการเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามา มีส่วนร่วมจะช่วยเร่งให้เกิดการลงทุน อีกทั้งเพิ่มโอกาสในการลดต้นทุนของการให้บริการสาธารณะ อันเกิดจากการปรับปรุงรูปแบบการด าเนินงาน และ ความช านาญในการบริหารจัดการและด าเนินงานโครงการของเอกชนในการบริหารจัดการความเสี่ยง และความ รวดเร็วในการตัดสินใจที่ทันต่อเหตุการณ์ การร่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลกับเอกชนเป็นกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งไม่จ ากัดอยู่เฉพาะ ในฐานะการลงทุนและผู้ด าเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ เท่านั้น ยังมีส่วนร่วมกับรัฐบาลอย่างส าคัญ ในอันที่จะส่งเสริมและเร่งรัดกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าต่อไปอีกด้วย ความร่วมมือระหว่างรัฐและ เอกชนมีความส าคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยเพิ่ม ความสามารถในการแข่งขันของประเทศระยะยาว นอกจากนี้ยังช่วยสร้างจิตส านึกความรับผิดชอบร่วมกัน ในขบวนการพัฒนาและช่วยสร้างโอกาสให้เกิดความรู้ความเข้าใจและทัศนคติของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างความรู้สึกรับผิดชอบร่วมกันต่อการพัฒนาประเทศ ช่วยขจัดอุปสรรคทั้งหลาย และร่วมกันวางแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม โดยจากการศึกษามีข้อสรุปและข้อเสนอแนะ ดังนี้ ปัจจุบันการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและ เอกชน พ.ศ. 2562 ซึ่งปรับปรุงจากกฎหมายฉบับเดิมให้มีการก าหนดนโยบายของรัฐที่ชัดเจนและแน่นอน ในการจัดท าโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ โดยมุ่งเน้นความเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐและเอกชน และมีมาตรการ ส่งเสริมการร่วมลงทุนอย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง โปร่งใส และตรวจสอบได้โดยผลการด าเนินงาน ที่ผ่านมาตามแผนการร่วมลงทุนช่วงปี 2523 –2564 มีโครงการที่ลงนามในสัญญาแล้วจ านวน ทั้งสิ้น 35 โครงการ เป็นโครงการที่ด าเนินการแล้วเสร็จ จ านวน 12โครงการ และโครงการที่อยู่ระหว่างด าเนินการ จ านวน 23โครงการ และปัจจุบันอยู่ระหว่างการด าเนินการตามแผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 – 2570 ฉบับปรับปรุง โดยมีโครงการร่วมลงทุน จ านวนทั้งสิ้น 110 โครงการ เป็นมูลค่าเงินลงทุนมากกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยส่วนใหญ่ เป็นการร่วมลงทุนแบบ Build-Operate-transfer (BOT) และ Build- transfer - Operate (BTO) ซึ่งเอกชนเป็นผู้ลงทุน พัฒนาและด าเนินโครงการ รับความเสี่ยงจากผลประกอบการ และต้องมีการส่งมอบกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน ของโครงการให้แก่รัฐเมื่อพร้อมเริ่มเปิดให้บริการ (BTO) หรือเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาสัญญา (BOT) โดยรัฐอาจเสนอสิทธิพิเศษ
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 56 เพื่อจูงใจเอกชน เช่น สิทธิ์ในการให้บริการ หรือ สัญญาซื้อขายบริการเพื่อประกันรายได้เป็นต้น และอาจก าหนดให้ เอกชนจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งนี้ ข้อดีของการร่วมลงทุนตามรูปแบบข้างต้น คือ รัฐได้ประโยชน์ จากความเชี่ยวชาญของเอกชนในการด าเนินงานก่อสร้าง การด าเนินงานมีประสิทธิภาพ จากการด าเนินงานของเอกชน โดยรัฐยังคงความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ของโครงการ ซึ่งจะช่วยลดภาระด้านภาษีของโครงการ โดยที่รัฐเป็นผู้ก าหนด ค่าบริการมีอ านาจในการควบคุม การด าเนินงาน การบ ารุงรักษารวมถึงสามารถก าหนดมาตรฐานในการให้บริการได้ นอกจากนี้รัฐยังสามารถประหยัดต้นทุนในการออกแบบก่อสร้างสถาปัตยกรรมรวมถึงต้นทุนในการด าเนินงาน โครงการได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การด าเนินการอาจมีความเสี่ยงหากเอกชนล้มละลายหรือละเมิดสัญญา การเลิกสัญญา การเปิดให้เอกชนรายใหม่เข้ามาด าเนินการต่ออาจไม่สามารถท าได้โดยง่าย การด าเนินโครงการในลักษณะการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน นอกจากจะถูกก าหนดไว้ตาม แผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุนแล้ว ยังมีโครงการที่ด าเนินการโดยเงื่อนไขหรือข้อตกลงอื่น ๆ ด้วย เช่น โครงการที่ ด าเนินการภายใต้ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันนออก ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ในการจัดท าโครงสร้างพื้นฐานและบริหารสาธารณะต่าง ๆ ประกอบด้วย 4 โครงการพื้นฐานหลัก ได้แก่ โครงการรถไฟ ความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แบบไร้รอยต่อ (ดอนเมือง -สุวรรณภูมิ -อู่ตะเภา) โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F ซึ่งทั้ง 4 โครงกำรมีมูลค่ำกำรลงทุนรวมสูงถึง 679,944.36 ล้ำนบำท ถือได้ว่าเป็นการร่วมลงทุนที่มีความส าเร็จและส่งผลให้รัฐได้ประโยชน์จากการร่วมลงทุน ปัจจัยส าคัญที่ส่งผลต่อความส าเร็จในการด าเนินงานร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ได้แก่ 1) นโยบายของรัฐที่มีความต่อเนื่องและชัดเจน 2) กฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับโครงการ PPP ต้องมีความชัดเจน และเอื้อต่อการปฏิบัติ 3) กระบวนการในการจัดซื้อจัดจ้างต้องโปร่งใสเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน 4) แรงจูงใจในการส่งเสริมให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนกับรัฐ 5) วัตถุประสงค์ของโครงการต้องชัดเจน 6) เสถียรภาพทางเมือง 7) ให้ความส าคัญกับประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นหลัก 8) บุคลากรทุกระดับที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงผู้ปฏิบัติต้องมีความรู้เกี่ยวกับการให้ เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือ PPP เพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ จากการศึกษากฎหมาย ข้อมูลโครงการร่วมลงทุนและรายงานการศึกษาที่เกี่ยวข้องมี ข้อสังเกตในประเด็นต่าง ๆ ดังนี้ 1) ปัญหำด้ำนกฎหมำย : พระรำชบัญญัติกำรร่วมลงทุนระหว่ำงรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 1.1) ควำมไม่ชัดเจนของมำตรำ 7 วรรคสอง ที่ก าหนดกิจการตามวรรคหนึ่งซึ่งจะจัดท าโครงการ ร่วมลงทุนให้รวมถึงกิจการเกี่ยวเนื่องที่จ าเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการด าเนินกิจการดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ตามที่ คณะกรรมการประกาศก าหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ซึ่ง “กิจกำรเกี่ยวเนื่องที่จ ำเป็น” ยังไม่มีการก าหนด
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 57 นิยามหรือรายละเอียดที่ชัดเจน เพื่อความสะดวกในการด าเนินงานและการท าความเข้าใจ ลดการตีความโดยใช้ดุลพินิจ นอกจากนี้การออกประกาศโดยฝ่ายบริหาร อาจเกิดการแทรกแซงของอ านาจรัฐในการก าหนดรายละเอียดเนื้อหาได้ 1.2) องค์ประกอบของคณะกรรมกำรคัดเลือกตำมมำตรำ 36 มีสัดส่วนของคณะกรรมกำร ที่เป็นบุคคลจำกหน่วยงำนภำยนอกที่ไม่ใช่หน่วยงำนเจ้ำของโครงกำรจ ำนวนน้อย หรือน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของ คณะกรรมการทั้งหมด (อัตราส่วน 5:2) ท าให้การตัดสินใจอาจเกิดความไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีการถ่วงดุลในการพิจารณา 1.3) องค์ประกอบของคณะกรรมกำรก ำกับดูแลตำมมำตรำ 43 เป็นผู้แทนของหน่วยงำน รัฐทั้งหมด เกิดการใช้อ านาจของรัฐดูแลภายหลังการเกิดสัญญาซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานสูงสุดถึง 30 ปี เพียงฝ่ายเดียว ท าให้การตัดสินใจบางอย่างอาจไม่ได้ค านึงถึงเอกชน ซึ่งการบริหารรวมถึงการแก้ไขสัญญาร่วม ลงทุนควรเปิดโอกาสให้เอกชนมีส่วนร่วมในการดูแลตรวจสอบด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใส 1.4) ไม่มีกำรก ำหนดแนวทำงรองรับ กรณีโครงกำรร่วมลงทุนไม่ปฏิบัติตำมขั้นตอนของ กฎหมำย เนื่องจากพระราชบัญญัติไม่มีบทบัญญัติที่รองรับกรณีที่ไม่ได้ด าเนินการหรือด าเนินการไม่ถูกต้องตาม ขั้นตอนที่กฎหมายก าหนด ส่งผลต่อความต่อเนื่องของผู้ใช้บริการสาธารณะ และอาจท าให้เกิดการใช้เงิน โดยสูญเปล่า ไม่คุ้มค่าในการลงทุน 2) ปัญหำด้ำนกำรจัดท ำแผนยุทธศำสตร์กำรจัดท ำโครงกำรร่วมทุนระหว่ำงรัฐและเอกชน 2.1) แผนกำรร่วมลงทุนระหว่ำงรัฐและเอกชน ปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมโครงการร่วมลงทุนที่เกิดขึ้น จริงซึ่งยังไม่รวมบางโครงการเกิดขึ้นตามข้อตกลงหรือเงื่อนไขอื่น ๆ เช่น โครงการร่วมลงทุนภายใต้แผนพัฒนา เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันนออก เป็นต้น 2.2) แผนกำรบริหำรควำมเสี่ยงโครงกำรร่วมลงทุนระหว่ำงรัฐและเอกชนไม่สำมำรถ รองรับควำมเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ในบำงโครงกำร ซึ่งแผนที่จัดท าอาจไม่ครอบคลุมความเสี่ยงจากการพัฒนา โครงการ บางโครงการไม่สามารถรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้การด าเนินงานโครงการร่วมลงทุน ไม่สามารถด าเนินการได้ส าเร็จ เช่น ความเสี่ยงจากการพัฒนาโครงการ (Development Risk),การออกแบบก่อสร้าง และทดสอบระบบ (Design and Construction Risk), ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี (Technology Risk),ความเสี่ยง ทางด้ านรายได้ (Revenue Risk-price/demand), ความเสี่ยงจากเหตุสุดวิสัย (Force Majeure Risk) รวมไปถึง ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง (Political Risk) 3) ปัญหำด้ำนกำรด ำเนินกำร 3.1) ควำมส ำเร็จในกำรลงนำมในสัญญำตำมแผนยุทธศำสตร์กำรร่วมลงทุน โดยบางโครงการ ที่อยู่ภายใต้แผนฯ ส่วนใหญ่ไม่สามารถลงนามในสัญญาได้ จากข้อมูลที่ผ่านมาตั้งแผนฯ ปี 2523 จนถึงปัจจุบัน มีการลงนามในสัญญาเพียง 37 โครงการ หรือไม่ถึงร้อยละ 50 ของแผนฯ โดยโครงการที่มีการลงนามในสัญญา ส่วนใหญ่เป็นโครงการด้านการคมนาคม และการสื่อสาร ส าหรับโครงการด้านอื่น ๆ เช่น ด้านพลังงาน ด้านสาธารณสุข ด้านการศึกษา และด้านอื่น ๆ อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม และการศึกษาวิเคราะห์โครงการ ส่งผลให้โครงการที่ยังไม่มีการลงนามในสัญญาถูกน ามาบรรจุไว้ในแผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 –2570
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 58 ฉบับปรับปรุง (เดือนพฤศจิกายน 2565) ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรต้องมีการศึกษาในเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาอุปสรรค ในการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนต่อไป 3.2) ควำมต่อเนื่องในกำรด ำเนินงำนโครงกำรที่มีผลมำจำกกำรเปลี่ยนนโยบำยของรัฐ หรือผู้บริหำร ท าให้ไม่สามารถด าเนินงานโครงการได้อย่างต่อเนื่อง หรือโครงการหยุดชะงักท าให้เกิดความสูญเสีย ของงบประมาณและไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน 4) ปัญหำด้ำนกำรจัดท ำฐำนข้อมูลและกำรเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกำรร่วมลงทุน ปัจจุบัน ยังไม่มีการจัดท าฐานข้อมูลในภาพรวมของโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนทั้งประเทศภายใต้แหล่งข้อมูล เดียวกัน และการเผยแพร่ข้อมูลเพียงโครงการภายใต้แผนฯ และเป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ยังไม่แสดงรายละเอียด การด าเนินการตามสัญญาโดยเฉพาะมูลค่าการลงทุนระดับย่อย หรือหน้ าที่และความรับผิดชอบของรัฐ และเอกชน รวมทั้งผลประโยชน์หรือรายได้ที่รัฐจะได้รับจากโครงการร่วมลงทุน รวมไปถึงการติดตามความก้าวหน้า และผลการด าเนินงานโครงการร่วมทุน 4.2 ข้อเสนอแนะ เพื่อให้การศึกษาในครั้งนี้ สามารถเป็นข้อมูลทางวิชาการสนับสนุนสมาชิกรัฐสภาในการพิจารณาติดตาม ตรวจสอบการด าเนินงานโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเป็นธรรม โปร่งใส เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง จึงควรพิจารณาข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษา ดังนี้ 1) กำรปรับปรุงกฎหมำยที่เกี่ยวข้อง ควรทบทวนเนื้อหาและความหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้มี ความชัดเจนและเหมาะสม เพื่อสร้างความเข้าใจ ความโปร่งใส และความต่อเนื่องในการด าเนินการโครงการ ร่วมลงทุน ทบทวนกระบวนการหรือขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้ 1.1) ให้ฝ่ายนิติบัญญัติมีอ านาจในการพิจารณาเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณแผ่นดิน หรือ วงเงินกู้ส าหรับการด าเนินโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนทุกโครงการ และให้มีส่วนร่วมรับทราบและ เห็นชอบต่อโครงการการร่วมระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ตั้งแต่เริ่มต้น รวมทั้งการมีส่วนร่วมในกระบวนการติดตาม ตรวจสอบ อีกทั้งเป็นกลไกถ่วงดุลอ านาจระหว่างฝ่ายบริหาร (คณะกรรมการฯ ตามกฎหมายการร่วมลงทุนฯ ปี 2562) และฝ่ายนิติบัญญัติในการด าเนินงานโครงการร่วมลงทุนฯ ให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมอย่างแท้จริง 1.2) โครงสร้างคณะกรรมการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ควรครอบคลุมทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในฐานะผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจาก การด าเนินงานโครงการ เพื่อสร้างความเป็นธรรม โปร่งใส และถ่วงดุลการพิจารณาการด าเนินงานโครงการ ได้ทุกขั้นตอน ตลอดจนสามารถติดตามตรวจสอบผลการด าเนินงานโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน สอดคล้องกับรัฐธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 56 วรรคสาม ซึ่งบัญญัติว่า กำรน ำ สำธำรณูปโภคของรัฐไปให้เอกชนด ำเนินกำรทำงธุรกิจไม่ว่ำด้วยประกำรใด ๆ รัฐจะต้องได้รับประโยชน์ตอบแทน อย่ำงเป็นธรรม โดยค ำนึงถึงกำรลงทุนของรัฐ ประโยชน์ที่รัฐและเอกชนจะได้รับและค่ำบริกำรที่จะเรียกเก็บ จำกประชำชนประกอบกัน
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 59 2) กำรก ำหนดนโยบำยและแผนกำรด ำเนินงำน 2.1) ควรก าหนดนโยบายที่ชัดเจนในการมุ่งเน้นคุณภาพการบริการ และผลประโยชน์ ต่อประชาชน มากกว่าการพิจารณาผลตอบแทนในรูปตัวเงินแก่รัฐเพียงอย่างเดียว รวมทั้ง ให้ความส าคัญ ในการก ากับดูแล เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการด้วย 2.2) ควรให้ความส าคัญกับการด าเนินโครงการร่วมลงทุนความโปร่งใส ความเข้าใจและ แรงจูงใจให้แก่เอกชนให้เกิดการด าเนินการโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 2.3) จัดท าแผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนควรท าเป็น Master plan ซึ่งครอบคลุมทุกโครงการร่วมลงทุนที่รัฐมีนโยบายจะด าเนินการทั้งหมด และควรศึกษาวิเคราะห์ความเป็นได้ และพร้อมจัดท าแผนการบริหารความเสี่ยงของการก าหนดโครงการฯ ให้ครอบคลุมทุกด้าน พร้อมก าหนดแนว ทางแก้ไขปัญหารองรับส าหรับโครงการร่วมลงทุนฯ ที่ไม่สามารถด าเนินการได้ 3) กำรจัดท ำฐำนข้อมูลและกำรเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกำรร่วมลงทุน 3.1) ควรจัดท าฐานข้อมูลที่รวบรวมข้อมูล (Data Center) โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและ เอกชนของประเทศไทย ผ่านแพลตฟอร์ม (Platform)ของหน่วยงานรัฐที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้สามารถเข้าถึง ได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ส าหรับเป็นแหล่งข้อมูลในการศึกษา ติดตามความก้าวหน้าของการด าเนินงาน โครงการ ตลอดจนสามารถรับทราบถึงประโยชน์ของรัฐได้รับจากการร่วมลงทุน ซึ่งจะช่วยสร้างความโปร่งใสใน การด าเนินงานโครงการ 3.2) ควรสร้างการรับรู้ และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทความร่วมมือระหว่างรัฐและ เอกชนอย่างทั่วถึงทั้งในระดับนโยบาย ส่วนกลาง ระดับปฏิบัติ และส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดกระบวนการความร่วมมือ ในเรื่องดังกล่าวมากยิ่งขึ้น 3.3) ควรก าหนดมาตรการ หรือแนวทาง หรือมีกลไกที่ท าให้มีการเปิดเผยแพร่ข้อมูลของโครงการ ร่วมลงทุนให้ครอบคลุมทุกมิติ และเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกโครงการผ่านช่องทางต่าง ๆ ให้ประชาชนสามารถ เข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึง และสะดวก เพื่อจะได้รับทราบการด าเนินงานของรัฐที่ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ ลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ______________________________
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ส านักงบประมาณของรัฐสภา 60 บรรณำนุกรม จงจิตต์ คงนคร. (ม.ป.ป.). ปัญหำตำมกฎหมำยตำมพระรำชบัญญัติกำรร่วมลงทุนระหว่ำงรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 สืบค้น 15 กุมภาพันธ์ 2566 จาก http://www.lawgrad.ru.ac.th/AbstractsFile/6112016003/ 1597717243735f9b0851e971e51a1d9f292a125479_abstract.pdf. ชนัดดา สุสมบูรณ์. (2559). กำรลงทุนร่วมระหว่ำงภำครัฐและภำคเอกชนกับกำรพัฒนำ วทน. ของประเทศ ส ำนักงำนคณะกรรมกำรนโยบำยวิทยำศำสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชำติ. สืบค้น 15 กรกฎาคม 2559 จาก http://horizon.sti.or.th/node/27. รพี ม่วงนนท์ และคณะ, (2564). วำรสำรสถำบันวิจัยและพัฒนำ มหำวิทยำลัยรำชภัฏมหำสำรคำม, 8(1) : มกรำคม - มิถุนำยน 2564 เรื่อง กำรร่วมลงทุนระหว่ำงรัฐและเอกชน, ม.ป.ท., ม.ป.พ. ส านักงบประมาณของรัฐสภา. (2559) กำรวิเครำะห์กำรร่วมลงทุนระหว่ำงรัฐและเอกชน (Public Private Partnership : PPP).ส านักการพิมพ์ ส านักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.กรุงเทพฯ ส านักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ. (2565). โครงกำรต่ำง ๆ ที่มีกำรร่วมลงทุนระหว่ำงรัฐและ เอกชน สืบค้นวันที่ 20 ตุลาคม 2565 จาก https://ppp.sepo.go.th/project. ______________. (2566ก). เกี่ยวกับกำรร่วมลงทุนระหว่ำงรัฐและเอกชน. สืบค้นวันที่ 14 ตุลาคม 2566 จาก https://ppp.sepo.go.th/contents/4. ______________. (2566ข). แผนกำรจัดท ำโครงกำรร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 - 2570 ฉบับปรับปรุงเดือน พฤศจิกำยน 2565. สืบค้น 14 กุมภาพันธ์ 2566 จาก https://ppp.sepo.go.th/contents/79 ______________. (2566ค). กองทุนส่งเสริมกำรร่วมลงทุนระหว่ำงรัฐและเอกชน. สืบค้นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 จาก https://ppp.sepo.go.th/contents/79. ส านักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.). (ม.ป.ป.). โครงกำรภำยใต้แผนพัฒนำ เศรษฐกิจพิเศษภำคตะวันนออก. สืบค้นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 จาก https://www.eeco.or.th/ th/comprehensive-infrastructure. ส านักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. (2566), รูปแบบกำรร่วมทุน. สืบค้นวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 จาก https://resolution.soc.go.th/PDF_UPLOAD/2565/P_405570_18.pdf Prasitsinsiri, P. (2017). Government support to promote the role of the private sector in co-investing in Thailand's state affairs. Master’s Thesis Thammasat University. ______________________________
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ภำคผนวก โครงกำรร่วมลงทุนตำมแผนกำรจัดท ำโครงกำรร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 –2570 จ ำแนกตำมหน่วยงำนที่รับผิดชอบ
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ สัดส่วน (2)/(3)=(4) (1)+(2)=(3) ร้อยละ ร้อยละ กจิการโทรคมนาคม การสื่อสาร - 650.00 650.00 0.06 100.00 ส านักนายกรัฐมนตรี - 650.00 650.00 0.06 100.00 1. ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ - 650.00 650.00 0.06 100.00 โครงการแพลตฟอร์มการคา้ดจิิทัลระหว่างประเทศของไทย (Thailand National Digital Trade Platform) - 650.00 650.00 0.06 100.00 กจิการโรงเรียน การศึกษา N/A N/A 12,690.00 1.14 N/A กระทรวงการอดุมศกึษา วิทยาศาสตร์วิจยัและนวัตกรรม N/A N/A 12,690.00 1.14 N/A 1. มหาวิทยาลยัเทคโนโลยีราชมงคลลา้นนา N/A N/A 12,000.00 1.07 N/A โครงการสวนนวัตกรรมเพอื่การผลิตบัณฑิตดา้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(บัณฑิตนักปฏิบัติHand on) N/A N/A 12,000.00 1.07 N/A 2. มหาวิทยาลยัวลยัลกัษณ์ N/A N/A 690.00 0.06 N/A โครงการร่วมทุนโรงเรียนนานาชาตบิริตชิปัญญาดนีครศรีธรรมราช N/A N/A 300.00 0.03 N/A โครงการร่วมทุนหอพกันักศกึษา ส้านักวิชาแพทย์ศาสตร์พยาบาล และเภสัชศาสตร์ N/A N/A 250.00 0.02 N/A โครงการร่วมทุนหอพกับุคลากรของโรงพยาบาลศนูย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ N/A N/A 140.00 0.01 N/A กจิการโรงพยาบาล การสาธารณสขุ - 11,047.00 11,047.00 0.99 100.00 กระทรวงสาธารณสขุ - 11,047.00 11,047.00 0.99 100.00 1. กรมการแพทย์ - 8,220.00 8,220.00 0.74 100.00 โครงการศนูย์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุขของกรมการแพทย์ - 8,220.00 8,220.00 0.74 100.00 2. ส านักงานปลดักระทรวงสาธารณสขุ - 2,427.00 2,427.00 0.22 100.00 โครงการอาคารบริการทางการแพทย์และทจี่อดรถโรงพยาบาลราชบุรี - 757.00 757.00 0.07 100.00 โครงการอาคารศนูย์การแพทย์เฉพาะทาง โรงพยาบาลหาดใหญ่จังหวัดสงขลา - 1,670.00 1,670.00 0.15 100.00 โครงการอาคารสนับสนุนทางการแพทย์17 ชั น โรงพยาบาลระยอง - 400.00 400.00 0.04 100.00 กจิการการจดัการน้ า การชลประทาน การประปา การบ าบดัน้ าเสยี 5,683.00 3,707.00 149,787.00 13.42 2.47 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ N/A N/A 71,110.00 6.37 N/A 1. กรมชลประทาน N/A N/A 71,110.00 6.37 N/A โครงการเพมิ่ปริมาณน ้าตน้ทุนให้เขื่อนภูมพิล จังหวัดตากและจังหวัดแมฮ่ ่องสอน N/A N/A 71,110.00 6.37 N/A กระทรวงการคลงั 1,631.00 1,222.00 2,853.00 0.26 42.83 1. กรมธนารักษ์ 1,631.00 1,222.00 2,853.00 0.26 42.83 โครงการการจัดให้เอกชนเช่า / บริหารระบบท่อส่งน้าสายหลักในภาคตะวันออก 1,631.00 1,222.00 2,853.00 0.26 42.83 กระทรวงมหาดไทย 4,052.00 2,485.00 75,824.00 6.79 3.28 1. องคก์ารจดัการน้ าเสยี 894.00 549.00 1,443.00 0.13 38.05 โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบ้าบัดน ้าเสีย เทศบาลเมอืงปู่เจ้าสมงิพราย จังหวัดสมทุรปราการ 360.00 221.00 581.00 0.05 38.04 โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบ้าบัดน ้าเสีย เทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 534.00 328.00 862.00 0.08 38.05 โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบ้าบัดน ้าเสีย เทศบาลเมอืงเขลางคน์คร จังหวัดล้าปาง 294.00 180.00 474.00 0.04 37.97 โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบ้าบัดน ้าเสีย เทศบาลเมอืงเขารูปช้าง จังหวัดสงขลา 208.00 127.00 335.00 0.03 37.91 โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบ้าบัดน ้าเสีย เทศบาลเมอืงเพชรบูรณ์จังหวัดเพชรบูรณ 115.00 71.00 186.00 0.02 38.17 โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบ้าบัดน ้าเสีย เทศบาลเมอืงนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส 205.00 126.00 331.00 0.03 38.07 โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบ้าบัดน ้าเสีย เทศบาลเมอืงร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด 178.00 109.00 287.00 0.03 37.98 โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบ้าบัดน ้าเสีย เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศกัดิ์จังหวัดชลบุรี 589.00 361.00 950.00 0.09 38.00 โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบ้าบัดน ้าเสีย เทศบาลนครนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช 503.00 309.00 812.00 0.07 38.05 โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบ้าบัดน ้าเสีย เทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี 416.00 255.00 671.00 0.06 38.00 โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบ้าบัดน ้าเสีย เทศบาลนครสุราษฎร์ธานีจังหวัดสุราษฎร์ธานี 650.00 398.00 1,048.00 0.09 37.98 กจิการ/กระทรวงเจา้สังกดัภาคเอกชน รวม (2) ภาครัฐ(1) ประมาณการมูลค่าการลงทนุ
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ สัดส่วน (2)/(3)=(4) (1)+(2)=(3) ร้อยละ ร้อยละ องคก์รปกครองปกครองสว่นท้องถนิ่ N/A N/A 69,287.00 6.21 N/A 1. กรุงเทพมหานคร N/A N/A 69,287.00 6.21 N/A โครงการบ้าบัดน ้าเสีย คลองเตย N/A N/A 12,468.00 1.12 N/A โครงการบ้าบัดน ้าเสีย ดอนเมอืง N/A N/A 5,900.00 0.53 N/A โครงการบ้าบัดน ้าเสีย บางเขน N/A N/A 7,250.00 0.65 N/A โครงการบ้าบัดน ้าเสีย บึงกุ่ม N/A N/A 7,792.00 0.70 N/A โครงการบ้าบัดน ้าเสีย บึงหนองบอน N/A N/A 7,924.00 0.71 N/A โครงการบ้าบัดน ้าเสีย ลาดพร้าว N/A N/A 7,895.00 0.71 N/A โครงการบ้าบัดน ้าเสีย วังทองหลาง N/A N/A 9,468.00 0.85 N/A โครงการบ้าบัดน ้าเสีย สะพานสูง N/A N/A 4,870.00 0.44 N/A โครงการบ้าบัดน ้าเสีย หนองจอก 1 N/A N/A 5,720.00 0.51 N/A โครงการปรับปรุงและพฒันาระบบรวบรวมน ้าเสียและระบบบ้าบัดน ้าเสีย เคหะชุมชนร่มเกล้า N/A N/A N/A N/A N/A กจิการการพลงังาน N/A N/A 200.00 0.02 N/A กระทรวงการอดุมศกึษา วิทยาศาสตร์วิจยัและนวัตกรรม N/A N/A 200.00 0.02 N/A 1. มหาวิทยาลยัราชภัฏหมู่บา้นจอมบงึ N/A N/A 200.00 0.02 N/A โครงการผลิตไฟฟา้จากพลังงานแสงอาทิตย์แบบตดิตงั บนดนิส้าหรับหน่วยงานราชการและภาคเกษตรกร N/A N/A 200.00 0.02 N/A กระทรวงมหาดไทย N/A N/A N/A N/A N/A 1. การไฟฟ้าสว่นภูมิภาค N/A N/A N/A N/A N/A โครงการตดิตงั มเิตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) N/A N/A N/A N/A N/A กจิการถนน ทางหลวง ทางพิเศษ การขนสง่ทางถนน 61,883.00 199,113.00 299,048.00 26.79 66.58 กระทรวงคมนาคม 61,883.00 199,113.00 299,048.00 26.79 66.58 1. กรมการขนสง่ทางบก 23,550.00 61,013.00 84,563.00 7.57 72.15 โครงการทางหลวงพเิศษระหว่างเมอืงหมายเลข 8สายบางนครปฐม - ชะอ้า 18,291.00 60,715.00 79,006.00 7.08 76.85 โครงการศนูย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่งสินคา้เชียงของ จังหวัดเชียงราย 2,174.00 30.00 2,204.00 0.20 1.36 โครงการสถานีขนส่งสินคา้จังหวัดนครพนม 826.00 232.00 1,058.00 0.09 21.93 โครงการสถานีขนส่งสินคา้จังหวัดมกุดาหาร 728.00 31.00 759.00 0.07 4.08 โครงการสถานีขนส่งสินคา้จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1,531.00 5.00 1,536.00 0.14 0.33 2. กรมทางหลวง 32,541.00 129,422.00 161,963.00 14.51 79.91 โครงการทางหลวงพเิศษระหว่างเมอืงหมายเลข 5 ส่วนตอ่ขยายอุตราภิมขุตอนรังสิต - บางปะอิน 80.00 27,720.00 27,800.00 2.49 99.71 โครงการทางหลวงพเิศษระหว่างเมอืงหมายเลข 7 สายศรีนครินทร์- สุวรรณภูมิ 900.00 28,860.00 29,760.00 2.67 96.98 โครงการทางหลวงพเิศษระหว่างเมอืงหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน - บ้านแพว้ ในส่วนของการให้เอกชน ร่วมลงทุนในการด้าเนินงานและบ้ารุงรักษา - 1,824.00 1,824.00 0.16 100.00 โครงการทางหลวงพเิศษระหว่างเมอืงหมายเลข 84 สายหาดใหญ่ - จุดผ่านแดนถาวรสะเดา (เขตแดนไทย - มาเลเซีย) 25,143.00 15,644.00 40,787.00 3.65 38.36 โครงการทางหลวงพเิศษระหว่างเมอืงหมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ดา้นตะวันตก ตอนบางขุนเทียน - บางบัวทอง 4,379.00 49,937.00 54,316.00 4.87 91.94 โครงการพฒันาและบริหารจัดการทพี่กัริมทางบนทางหลวงพเิศษระหว่างเมอืงหมายเลข 6 สายบางปะอิน - นครราชสีมา - 1,950.00 1,950.00 0.17 100.00 โครงการพฒันาและบริหารจัดการทพี่กัริมทางบนทางหลวงพเิศษระหว่างเมอืงหมายเลข 81 สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี - 1,280.00 1,280.00 0.11 100.00 โครงการพฒันาและบริหารจัดการศนูย์บริการทางหลวงศรีราชา บนทางหลวงพเิศษระหว่างเมอืงหมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง ช่วงชลบุรี- พทัยา 1,679.00 1,250.00 2,929.00 0.26 42.68 โครงการพฒันาและบริหารจัดการสถานทบี่ริการทางหลวงบางละมงุบนทางหลวงพเิศษระหว่างเมอืงหมายเลข 7 สายกรุงเทพมหานคร - บ้านฉาง ช่วงพทัยา - มาบตาพดุ 360.00 957.00 1,317.00 0.12 72.67 กจิการ/กระทรวงเจา้สังกดัภาคเอกชน รวม (2) ภาครัฐ(1) ประมาณการมูลค่าการลงทนุ
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ สัดส่วน (2)/(3)=(4) (1)+(2)=(3) ร้อยละ ร้อยละ กจิการถนน ทางหลวง ทางพิเศษ การขนสง่ทางถนน (ตอ่ ) โครงการพฒันาสิ่งอ้านวยความสะดวก และบริหารจัดการจุดพกัรถมาบประชัน บนทางหลวงพเิศษหมายเลข 7 N/A N/A N/A N/A N/A โครงการพฒันาสิ่งอ้านวยความสะดวก และบริหารจัดการจุดพกัรถลาดกระบังและหนองรีบนทางหลวงพเิศษ หมายเลข 7 N/A N/A N/A N/A N/A 3. การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 5,792.00 8,678.00 52,522.00 4.70 16.52 โครงการทางพเิศษ สายกระทู้- ป่าตอง จ.ภูเก็ต 5,792.00 8,678.00 14,470.00 1.30 59.97 โครงการทางพเิศษสายเมอืงใหม่ - เกาะแก้ว - กะทู้จังหวัดภูเก็ต N/A N/A 32,786.00 2.94 N/A โครงการพฒันาทพี่กัริมทางบริเวณพนื ที่กม.1 6 N/A N/A 245.00 0.02 N/A โครงการพฒันาทพี่กัริมทางบริเวณพนื ทบี่างโปรง N/A N/A 939.00 0.08 N/A โครงการพฒันาทพี่กัริมทางบริเวณพนื ทมี่หาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศนูย์รังสิต N/A N/A 4,082.00 0.37 N/A 4. บริษทัขนสง่จ ากดั N/A N/A N/A N/A N/A โครงการสรรหาเอกชนร่วมลงทุนพฒันาพนื ทเี่ชิงพาณชิย์บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (เอกมยั) N/A N/A N/A N/A N/A กจิการท่าเรือ การขนสง่ทางน้ า 10,044.00 5,701.00 27,983.00 2.51 20.37 กระทรวงการคลงั 95.00 1,843.00 1,938.00 0.17 95.10 1. กรมธนารักษ์ 95.00 1,843.00 1,938.00 0.17 95.10 โครงการการพฒันาปรับปรุงท่าเรือสงขลา 95.00 1,843.00 1,938.00 0.17 95.10 กระทรวงคมนาคม 4,989.00 N/A 17,227.00 1.54 N/A 1. กรมเจา้ท่า 4,989.00 N/A 5,239.00 0.47 N/A โครงการพฒันาท่าเทียบเรือขนส่งสินคา้เพอื่สนับสนุนดา่นชายแดนสิงขร เชื่อมโยงระบบการส่งสินคา้และการ ท่องเทยี่วเส้นทาง EAST-WEST FERR N/A N/A 250.00 0.02 N/A โครงการพฒันาท่าเทียบเรือรองรับเรือส้าราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) อ้าเภอเกาะสมยุจังหวัดสุราษฎร์ธานี 4,989.00 N/A 4,989.00 0.45 N/A โครงการพฒันาท่าเรือเพอื่การท่องเทยี่วและขนส่งสินคา้จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี N/A N/A N/A N/A N/A โครงการพฒันาท่าเรือแวะพกั (Port of call) เพอื่รองรับเรือส้าราญขนาดใหญ่ (Cruise) สนับสนุน Thailand Riveraในพนื ที่จังหวัดเพชรบุรีจังหวัดประจวบครีีขันธ์จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง N/A N/A N/A N/A N/A โครงการพฒันาท่าเรือตน้ทาง (Home Port) ส้าหรับเรือส้าราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) บริเวณอ่าวไทย ตอนบน (ในเขตพนื ทศี่กึษา กรุงเทพฯ จังหวัดสมทุรปราการ จังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดชลบุรี) N/A N/A N/A N/A N/A โครงการพฒันาท่าเรือส้าราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) และส ารวจออกแบบท่าเรือส้าราญขนาดใหญ่ บริเวณชายฝั่งอันดามนัในพนื ที่จังหวัดระนอง จังหวัดพงังา จังหวัดกระบี่จังหวัดภูเก็ต จังหวัดตรัง และจังหวัดสตลู N/A N/A N/A N/A N/A 2. การท่าเรือแห่งประเทศไทย N/A N/A 11,988.00 1.07 N/A โครงการการด้าเนินการตามพระราชบัญญัตกิารร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ภายหลังสิ นสุด สัญญาท่าเทียบเรือ B1 - B5 , A2 , A5 ทที่่าเรือแหลมฉบัง N/A N/A N/A N/A N/A โครงการการพฒันา โครงการท่าเรือบก (Dry Port) N/A N/A 11,988.00 1.07 N/A กระทรวงอตุสาหกรรม 4,960.00 3,858.00 8,818.00 0.79 43.75 1. การนิคมอตุสาหกรรมแห่งประเทศไทย 4,960.00 3,858.00 8,818.00 0.79 43.75 โครงการบริหารจัดการท่าเทียบเรือสาธารณะเพอื่ขนถ่ายสินคา้เหลว 2,106.00 1,600.00 3,706.00 0.33 43.17 โครงการบริหารจัดการท่าเทียบเรือสาธารณะเพอื่ขนถ่ายสินคา้ทวั่ไป 2,854.00 2,258.00 5,112.00 0.46 44.17 กจิการท่าอากาศยาน การขนสง่ทางอากาศ 2,883.00 1,491.00 4,374.00 0.39 34.09 กระทรวงคมนาคม 2,883.00 1,491.00 4,374.00 0.39 34.09 1. บริษทัท่าอากาศยานไทย จ ากดั (มหาชน) N/A N/A N/A N/A N/A โครงการคลังสินคา้ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ N/A N/A N/A N/A N/A โครงการระบบให้บริการเชื อเพลิงอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานดดอนเมอืง N/A N/A N/A N/A N/A กจิการ/กระทรวงเจา้สังกดัภาคเอกชน รวม (2) ภาครัฐ(1) ประมาณการมูลค่าการลงทนุ
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ สัดส่วน (2)/(3)=(4) (1)+(2)=(3) ร้อยละ ร้อยละ กจิการท่าอากาศยาน การขนสง่ทางอากาศ (ตอ่ ) 2. บริษทัท่าอากาศยานไทย จ ากดั (มหาชน) 2,883.00 1,491.00 4,374.00 0.39 34.09 โครงการให้บริการขนส่งสัมภาระตกคา้งระหว่างเดนิทางณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ N/A N/A N/A N/A N/A โครงการให้บริการซ่อมบ้ารุงอากาศยาน การซ่อมขนาดเบาอากาศยานและการให้บริการล้างเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ N/A N/A N/A N/A N/A โครงการให้บริการซ่อมบ้ารุงอากาศยาน การซ่อมขนาดเบาอากาศยานและการให้บริการล้างเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานแมฟ่า้หลวง เชียงราย N/A N/A N/A N/A N/A โครงการให้บริการซ่อมบ้ารุงอากาศยาน การซ่อมขนาดเบาอากาศยานและการให้บริการล้างเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานดอนเมอืง N/A N/A N/A N/A N/A โครงการให้บริการซ่อมบ้ารุงอากาศยาน การซ่อมขนาดเบาอากาศยานและการให้บริการล้างเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต N/A N/A N/A N/A N/A โครงการให้บริการซ่อมบ้ารุงอากาศยาน การซ่อมขนาดเบาอากาศยานและการให้บริการล้างเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ N/A N/A N/A N/A N/A โครงการให้บริการซ่อมบ้ารุงอากาศยาน การซ่อมขนาดเบาอากาศยานและการให้บริการล้างเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ N/A N/A N/A N/A N/A โครงการให้บริการภาคพนื และผู้โดยสารส าหรับเทยี่วบินพเิศษของบุคคลส้าคญัหรือเทยี่วบินรัฐบาลตา่งประเทศ ณ ท่าอากาศยานดอนเมอืง N/A N/A N/A N/A N/A โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณภ์าคพนื การให้บริการผู้โดยสารภาคพนื และกิจกรรมอื่นๆ ทเี่กี่ยวเนื่อง ซึ่งประกอบดว้ย บริการสัมภาระหรือบริการอื่นๆ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต N/A N/A N/A N/A N/A โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณภ์าคพนื การให้บริการผู้โดยสารภาคพนื และกิจกรรมอื่นๆ ทเี่กี่ยวเนื่อง ซึ่งประกอบดว้ย บริการสัมภาระหรือบริการอื่นๆ ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ N/A N/A N/A N/A N/A โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณภ์าคพนื การให้บริการผู้โดยสารภาคพนื และกิจกรรมอื่นๆ ทเี่กี่ยวเนื่อง ซึ่งประกอบดว้ย บริการสัมภาระหรือบริการอื่นๆ ณ ท่าอากาศยานแมฟ่า้หลวง เชียงราย N/A N/A N/A N/A N/A โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณภ์าคพนื การให้บริการผู้โดยสารภาคพนื และกิจกรรมอื่นๆ ทเี่กี่ยวเนื่อง ซึ่งประกอบดว้ย บริการสัมภาระหรือบริการอื่นๆ ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ N/A N/A N/A N/A N/A โครงการครัวการบิน ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ N/A N/A N/A N/A N/A โครงการครัวการบิน ณ ท่าอากาศยานดอนเมอืง N/A N/A N/A N/A N/A โครงการครัวการบิน ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต N/A N/A N/A N/A N/A โครงการครัวการบิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ N/A N/A N/A N/A N/A โครงการคลังสินคา้ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ N/A N/A N/A N/A N/A โครงการคลังสินคา้ณ ท่าอากาศยานแมฟ่า้หลวง เชียงราย N/A N/A N/A N/A N/A โครงการคลังสินคา้ณ ท่าอากาศยานดอนเมอืง N/A N/A N/A N/A N/A โครงการคลังสินคา้ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ N/A N/A N/A N/A N/A โครงการระบบให้บริการเชื อเพลิงอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ N/A N/A N/A N/A N/A โครงการอุปกรณบ์ริการภาคพนื และสิ่งอ้านวยความสะดวกดา้นการซ่อมบ้ารุง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2,883.00 1,491.00 4,374.00 0.39 34.09 กจิการทอี่ยู่อาศยัหรือสงิ่อ านวยความสะดวกส าหรับผมู้ีรายไดน้ ้อยหรือปานกลาง ผสู้งูวัย ผดู้อ้ยโอกาส หรือผพู้ ิการ 15,976.00 33,694.00 49,670.00 4.45 67.84 กระทรวงการพัฒนาสงัคมและความมั่นคงของมนุษย์ 15,976.00 33,694.00 49,670.00 4.45 67.84 1. การเคหะแห่งชาติ 15,976.00 33,694.00 49,670.00 4.45 67.84 โครงการเคหะชุมชนเชียงใหม่ (หนองหอย)อ้าเภอเมอืงเชียงใหม่จังหวัดเชียงใหม่ 2,413.00 3,137.00 5,550.00 0.50 56.52 โครงการการพฒันาทอี่ยู่อาศยัและพาณชิยกรรมตามเส้นทางโครงข่ายระบบรถไฟฟา้ขนส่งมวลชน (Transit - Oriented Development : TOD) ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระยะที่ 2 บริเวณเคหะชุมชนร่มเกล้า 1,428.00 2,807.00 4,235.00 0.38 66.28 โครงการฟนื้ฟเูมอืงชุมชนดนิแดงระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ซึ่งรองรับผู้อยู่อาศยัใหม่ 12,135.00 27,750.00 39,885.00 3.57 69.58 กจิการ/กระทรวงเจา้สังกดัภาคเอกชน รวม (2) ภาครัฐ(1) ประมาณการมูลค่าการลงทนุ
รายงานการวิเคราะห์ เรื่อง การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ สัดส่วน (2)/(3)=(4) (1)+(2)=(3) ร้อยละ ร้อยละ กจิการรถไฟ รถไฟฟ้า การขนสง่ทางราง 301,771.00 186,360.00 560,956.00 50.25 33.22 กระทรวงคมนาคม 286,137.00 184,408.00 470,545.00 42.15 39.19 1. การรถไฟแห่งประเทศไทย 20,890.00 5,035.00 25,925.00 2.32 19.42 โครงการระบบรถไฟชานเมอืง สายสีแดง N/A N/A N/A N/A N/A การศกึษาและวิเคราะห์โครงการเพมิ่บทบาทภาคเอกชนในการเดนิรถขนส่งสินคา้(เส้นทางหนองคาย - แหลมฉบัง) ตามพระราชบัญญัตกิารร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน 20,890.00 5,035.00 25,925.00 2.32 19.42 2. การรถไฟฟ้าขนสง่มวลชนแห่งประเทศไทย 265,247.00 179,373.00 444,620.00 39.83 40.34 โครงการรถไฟฟา้สายสีน ้าเงนิช่วงบางแค - พทุธมณฑล สาย 4 9,355.00 5,435.00 14,790.00 1.32 36.75 โครงการรถไฟฟา้สายสีมว่ง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) 111,516.00 13,272.00 124,788.00 11.18 10.64 โครงการรถไฟฟา้สายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์- มนีบุรี(สุวินทวงศ)์ 107,193.00 128,127.00 235,320.00 21.08 54.45 โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดเชียงใหม่สายสีแดง ช่วงโรงพยาบาลนครพงิค์- แยกแมเ่หียะสมานสามคัคี 14,250.00 11,389.00 25,639.00 2.30 44.42 โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีเขียวช่วงตลาดเซฟวัน - สถานคมุ้ครองและพฒันาอาชีพ บ้านนารีสวัสดิ 4,148.00 2,968.00 7,116.00 0.64 41.71 โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดพษิณโุลก สายสีแดง ช่วงมหาวิทยาลัยพษิณโุลก - เซ็นทรัลพลาซ่า 341.00 1,331.00 1,672.00 0.15 79.61 โครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดภูเก็ต ระยะที่ 1 ช่วงท่าอากาศยานนานาชาตภิูเก็ต - ห้าแยกฉลอง 18,444.00 16,851.00 35,295.00 3.16 47.74 องคก์รปกครองปกครองสว่นท้องถนิ่ 15,634.00 1,952.00 90,411.00 8.10 2.16 1. กรุงเทพมหานคร N/A N/A 72,825.00 6.52 N/A โครงการรถไฟฟา้รางเดยี่ว (Monorail) สายสีเทา ช่วงลุมพนิี- ท่าพระ N/A N/A N/A N/A N/A โครงการรถไฟฟา้รางเดยีว (Monorail) สายสีเทา ช่วงวัชรพล - ทองหล่อ N/A N/A 35,888.00 3.21 N/A โครงการรถไฟฟา้รางเดยีว (Monorail)สายสีฟา้ช่วงดนิแดง - สาทร N/A N/A N/A N/A N/A โครงการระบบรถไฟฟา้รางคขู่นาดเบา (Light Rail) สายบางนา - ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ N/A N/A 36,937.00 3.31 N/A 2. องคก์ารบริหารสว่นจงัหวัดสงขลา 15,634.00 1,952.00 17,586.00 1.58 11.10 โครงการขนส่งมวลชนโดยระบบราง (Monorail) อ้าเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา 15,634.00 1,952.00 17,586.00 1.58 11.10 กจิการศนูย์นิทรรศการและศนูย์การประชุม 7.00 4.00 11.00 0.0010 36.36 กระทรวงการท่องเทยี่วและกฬีา 7.00 4.00 11.00 0.0010 36.36 1. องคก์ารบริหารการพัฒนาพนื้ทพี่ิเศษเพอื่การท่องเทยี่วอย่างยั่งยืน 7.00 4.00 11.00 0.0010 36.36 โครงการดา่นซ้าย Creative Space 1.00 2.00 3.00 0.0003 66.67 โครงการพฒันา Coworking Spaceส้าหรับนักท่องเทยี่ว 6.00 2.00 8.00 0.0007 25.00 ผลรวมทงั้หมด 398,247.00 441,767.00 1,116,416.00 100.00 39.57 กจิการ/กระทรวงเจา้สังกดัภาคเอกชน รวม (2) ภาครัฐ(1) ประมาณการมูลค่าการลงทนุ ที่มำ : แผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2563 – 2570 (ฉบับปรับปรุง เดือนพฤศจิกายน 2565) ส านักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ทั้งนี้ ระหว่างการจัดท าแผนการจัดท าโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 – 2570 มีโครงการภายใต้ แผนฯ จ านวน 2 โครงการ มีการลงนามใสสัญญารายละเอียด ได้แก่ โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 6 สายบางปะอิน - นครราชสีมา ในส่วนของการให้เอกชนร่วมลงทุนในการด าเนินงานและ บ ารุงรักษา และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 81 สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี ในส่วนของการ ให้เอกชนร่วมลงทุนในการด าเนินงานและบ ารุงรักษา ซึ่งลงนำมในสัญญำเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564 กับ กิจการ ร่วมค้าบีจีเอสอาร์ : BGSR) ปัจจุบันกรมทางหลวงส่งมอบพื้นที่ทั้ง 2 โครงการข้างต้น ให้เอกชนด าเนินการ และปัจจุบันอยู่ ระหว่างออกแบบติดตั้งงานระบบและด่านจัดเก็บเงินผ่านผ่านทาง คาดว่าจะเปิดให้บริการปี พ.ศ. 2567
ส ำนักงบประมำณของรัฐสภำ ส ำนักงำนเลขำธิกำรสภำผู้แทนรำษฎร www.parliament.go.th/pbo "วิเครำะห์งบประมำณอย่ำงมืออำชีพ เป็นกลำง และสร้ำงสรรค์”