The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แนวทางบริหารจัดการสินค้าเกษตรสำคัญในระดับพื้นที่ ตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map)

กรณีศึกษา
จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และอุทัยธานี

แนวทางบรหิ ารจดั การสนิ คา้ เกษตรสาคัญในระดับพ้ืนท่ี
ตามแผนท่เี กษตรเพ่ือการบรหิ ารจดั การเชิงรุก (Agri-Map)

กรณีศกึ ษา
จงั หวัดนครสวรรค์ กาแพงเพชร พิจติ ร เพชรบรู ณ์ และอทุ ัยธานี

สานักงานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 12 12TH RIGIONAL OFFICE OF AGRICULTURAL ECONOMICS
สานกั งานเศรษฐกิจการเกษตร OFFICE OF AGRICULTURE ECONOMICS
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ MINISTRY OF AGRICULTURE AND COOPERATIVES
กันยายน 2563 SEPTEMBER 2020

แนวทางบริหารจัดการสนิ คา้ เกษตรสำคัญในระดบั พื้นที่
ตามแผนท่เี กษตรเพ่อื การบรหิ ารจดั การเชิงรุก (Agri-Map)

กรณศี ึกษา
จงั หวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร พจิ ิตร เพชรบูรณ์ และอุทยั ธานี

โดย

สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 12
สำนักงานเศรษฐกจิ การเกษตร
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

(ข)

บทคดั ยอ่

การวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจสินค้าเกษตรที่สำคัญ 7 ชนิดสินค้า ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
มันสำปะหลังโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน สับปะรดโรงงาน และมะพร้าว โดยพิจารณาสินค้าซ่ึงมีมูลค่า
ผลิตภัณฑ์มวลรวมสูงสุด 5 อันดับแรกของจังหวัด (นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และอุทัยธานี)
เพ่ือจัดทำแนวทางและมาตรการจูงใจในการผลิตสินค้าเกษตรตามความเหมาะสมของพ้ืนที่ โดยใช้ Agri-Map
Online เปน็ ฐานในการจัดเกบ็ ข้อมูลต้นทุนและผลตอบแทน ปีเพาะปลูก 2562/63 โดยแบง่ เป็นพื้นที่เหมาะสม
(S1,S2) และพน้ื ทไี่ มเ่ หมาะสม (S3,N)

ผลการศึกษาสรุปได้ว่า พื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าวนาปี มีสินค้าทางเลือก อาทิ แตงโมเนื้อ
ข้าวโพดหวาน กล้วยหอม (นครสวรรค์) และมะม่วงน้ำดอกไม้ (เพชรบูรณ์) พ้ืนท่ีไม่เหมาะสมในการปลูก
ข้าวนาปรัง มีสินค้าทางเลือก อาทิ แตงโมเน้ือ และข้าวโพดหวาน พ้ืนที่ไม่เหมาะสมในการปลูก
ขา้ วโพดเลี้ยงสัตว์ มีสินค้าทางเลือก อาทิ โกโก้ (พิจิตร) ทุเรียน (เพชรบูรณ์) อินทผลมั (เพชรบูรณ์) แตงโมเน้ือ
(พิจิตร อทุ ัยธานี กำแพงเพชร) มะละกอดิบ (พิจิตร) มะม่วงน้ำดอกไม้ (อุทยั ธานี) ข้าวโพดหวาน (กำแพงเพชร)
พ้ืนท่ีไม่เหมาะสมในการปลูกมันสำปะหลัง มีสินค้าทางเลือก อาทิ มะม่วงน้ำดอกไม้ (อุทัยธานี นครสวรรค์)
ทุเรียน (อุทัยธานี) แตงโมเน้ือ (กำแพงเพชร) อินทผลัม (เพชรบูรณ์) ข้าวโพดหวาน (กำแพงเพชร) พ้ืนท่ี
ไม่เหมาะสมในการปลูกยางพารา (กำแพงเพชร) มีสนิ คา้ ทางเลอื ก อาทิ มะละกอดิบ ข้าวโพดหวาน โกโก้ พืน้ ท่ี
ไม่เหมาะสมในการปลกู สบั ปะรดโรงงาน (อุทัยธาน)ี มสี ินค้าทางเลอื ก อาทิ ทุเรยี น มะม่วงน้ำดอกไม้ และโกโก้

ผลการระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย พบว่า ควรจัดทำทางเลือกแผนธุรกิจให้เกษตรกร
ปรับปรุงข้อมูลพื้นท่ีตามความเหมาะสมของพืชให้ทันสมัย สร้างมาตรการจูงใจ เช่น การลดดอกเบี้ย การจ้าง
เกษตรกรให้เป็นปลูกพืชตามความเหมาะสมดิน การจ่ายเงินชดเชยรายได้ระหว่างรอผลผลิต ควรส่งเสริม
การทำงานแบบบูรณาภายในและนอกกระทรวง ควรจัดทำแอพพลิเคชั่นเพ่ือวิเคราะห์ความเหมาะสม
ในการปลูกพืช ทั้งข้อมูลทางกายภาพ เศรษฐกิจ ข้อมูลการตลาด สร้างระบบ ข้อมูลของเกษตรกร
และของประเทศให้เป็นแบบเรียลไทม์ เพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมจัดเวทีเสนอผลงานวิจัยท่ีเกี่ยวกับ
Zoning เพอื่ เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของเกษตรกรและหนว่ ยงานท่ีเกยี่ วข้อง

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ด้านการผลิต ควรเร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รวมทั้งพัฒนา
เทคโนโลยี การเก็บรักษาและระบบโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนการผลิตและการขนส่ง เร่งรัดการจัดตั้งเขต
เกษตรเศรษฐกิจ สร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรปลกู พืชในพื้นที่เหมาะสม ปรับเปล่ียนไปปลูกพืชทางเลือกในพ้ืนที่
ท่ีไม่เหมาะสม ส่งเสริมการเพ่ิมมูลค่าสินค้าเกษตร โดยส่งเสริมการวิจัยและพัฒนามาตรฐานการผลิต
การเช่ือมโยงการผลิตทางการเกษตรกับอุตสาหกรรมการเกษตร ตลอดจนส่งเสริมการแปรรูป ให้ได้คุณภาพ
และมาตรฐานสากล ด้านการตลาด ภาครัฐควรดูแลเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร กำหนดให้มีระบบประกัน
ความเสี่ยงด้านราคาสินค้าเกษตร สร้างตลาดกลาง เพื่อลดต้นทุนด้านการขนส่งและเพิ่มช่องทางการตลาด
รวมถึงพัฒนาระบบตลาดในทอ้ งถนิ่ ตลาดเกษตรกร เพ่มิ ชอ่ งทางการตลาดเน้นตลาดออนไลน์ใหม้ ากข้ึน

(ค)

คำนำ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำเขตเหมาะสมสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ
โดยวิเคราะห์ความเหมาะสมของดิน กับปัจจัยความต้องการของพืชแต่ละชนิด ตามสภาพท่ีมีการปลูกพืช
ร่วมกับปัจจัยที่เก่ียวข้องอื่น ๆ อาทิ เขตป่าไม้ตามกฎหมาย เขตพ้ืนที่โครงการชลประทาน นอกจากนั้น
ยงั ได้กำหนดการบริหารจัดการการผลิตสนิ คา้ เกษตรตามแนวทางการบรหิ ารจัดการพืน้ ทเ่ี กษตรกรรม (Zoning)
เพ่ือจัดการผลผลิตทางการเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด โดยเขตพื้นท่ีที่เหมาะสมจะเป็น
การเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิต และเขตพื้นท่ีไม่เหมาะสมเป็นการส่งเสริมให้ปรับเปลี่ยนเป็นการผลิตสินค้า
เกษตรอื่น ๆ หรือพืชทางเลือกที่เหมาะสม ประกอบกับนโยบายแผนที่เกษตรเพ่ือการบริหารจัดการเชิงรุก
(Agri-Map) ได้มุ่งเน้นวางแผนทำเกษตรแบบย่ังยืน โดยกำหนดยุทธศาสตร์ท่ีสำคัญคือ การลดต้นทุน
และการสร้างโอกาสทางการแข่งขันและให้เกษตรกรมีการปรับเปลี่ยนองค์ความรู้โดยนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ
เพ่ือลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน รวมถึงผลิตสินค้าตรงความต้องการของตลาด ภายใต้โครงการ
บริหารจัดการการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญในระดับพื้นที่ตามแผนท่ีเกษตรเพ่ือบริหารจัดการเชิงรุก (Zoning
by Agri-Map)

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 12 จึงได้ทำการศึกษาวิเคราะห์แนวทางบริหารจัดการสินค้าเกษตร
สำคัญในระดับพื้นที่ตามแผนท่ีเกษตรเพ่ือการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) กรณีศึกษา จังหวัดนครสวรรค์
กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และอุทัยธานี ข้อมูลท่ีได้จากการวิเคราะห์ดังกล่าวเพ่ือใช้เป็นแนวทาง
บรหิ ารจดั การใหก้ ับเกษตรกรและหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณท์ ีเ่ กยี่ วขอ้ งระดบั พืน้ ท่ีต่อไป

สำนกั งานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12
กันยายน 2563

(ง)

สารบัญ

บทคัดย่อ หนา้
(ข)
คำนำ
(ค)
สารบญั
(ง)
สารบัญตาราง
(ฉ)
สารบญั ตารางผนวก
(ฌ)
สารบญั ภาพ
(ฎ)
สารบัญภาพผนวก
(ฐ)
บทท่ี 1 บทนำ
1
1.1 ความสำคญั ของการศึกษา 1
2
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของการศึกษา 2
2
1.3 ขอบเขตการศึกษา 4
5
1.4 วิธกี ารศกึ ษา 5
7
1.5 ประโยชน์คาดวา่ จะได้รับ 17
17
บทท่ี 2 การตรวจเอกสาร แนวคดิ ทฤษฎี 23
28
2.1 การตรวจเอกสาร 34
41
2.2 แนวคิดทฤษฎี 48
48
บทท่ี 3 สภาพท่ัวไปของจังหวดั 110
125
3.1 จงั หวดั นครสวรรค์ 135

3.2 จงั หวัดกำแพงเพชร

3.3 จงั หวดั พิจิตร

3.4 จังหวดั เพชรบรู ณ์

3.5 จังหวัดอุทยั ธานี

บทที่ 4 ผลการศกึ ษา

4.1 ผลการวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจสนิ คา้ เกษตร
4.2 ผลการวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจสินค้าทางเลือกของจงั หวดั
4.3 แนวทางและมาตรการจูงใจในการผลติ สนิ ค้าเกษตรตามความเหมาะสมของพ้ืนที่

4.4 สรุปผลจากการประชุมระดมความคิดเห็นของแตล่ ะจงั หวดั

(จ)

สารบญั (ตอ่ )

บทที่ 5 บทสรุปและขอ้ เสนอแนะ หนา้
5.1 บทสรปุ
บรรณานุกรม 5.2 ข้อเสนอแนะ 139
ภาคผนวก 139
145
147
149

(ฉ)

สารบญั ตาราง

ตารางที่ 3.1 สินค้าเกษตรท่ีสำคัญจงั หวดั นครสวรรค์ หนา้
ตารางท่ี 3.2 ตลาดสนิ คา้ เกษตรทีส่ ำคัญของจังหวดั นครสวรรค์
ตารางที่ 3.3 สินค้าเกษตรทส่ี ำคญั จังหวดั กำแพงเพชร 19
ตารางท่ี 3.4 ตลาดสนิ คา้ เกษตรท่สี ำคัญของจังหวดั กำแพงเพชร 21
ตารางที่ 3.5 สินคา้ เกษตรที่สำคัญจังหวัดพิจิตร 25
ตารางท่ี 3.6 ตลาดสินค้าเกษตรทส่ี ำคญั ของจังหวดั พจิ ิตร 26
ตารางท่ี 3.7 สินคา้ เกษตรที่สำคญั จงั หวัดเพชรบูรณ์ 30
ตารางที่ 3.8 ตลาดสนิ คา้ เกษตรทส่ี ำคญั ของจังหวัดเพชรบรู ณ์ 31
ตารางท่ี 3.9 สนิ คา้ เกษตรทสี่ ำคญั จังหวัดอุทัยธานี 36
ตารางที่ 3.10 ตลาดสินคา้ เกษตรทส่ี ำคัญของจงั หวัดอทุ ัยธานี 38
ตารางที่ 4.1 พนื้ ทต่ี ามความเหมาะสมในการปลูกข้าวและพ้ืนที่ปลกู จริง existing 43
ตารางท่ี 4.2 ต้นทนุ และผลตอบแทนข้าวนาปี ปีเพาะปลูก 2562/63 44
ตารางที่ 4.3 ต้นทนุ และผลตอบแทนข้าวนาปรัง ปเี พาะปลกู 2563 48
ตารางที่ 4.4 การบริหารจดั การผลผลิตขา้ วเปลอื กเจา้ นาปี ปีเพาะปลกู 2562/63 นครสวรรค์ 49
ตารางท่ี 4.5 การบริหารจัดการผลผลติ ขา้ วเปลอื กเจ้านาปี ปเี พาะปลกู 2562/63 กำแพงเพชร 51
ตารางที่ 4.6 การบริหารจัดการผลผลิตขา้ วเปลอื กเจ้านาปี ปีเพาะปลูก 2562/63 พิจติ ร 60
ตารางที่ 4.7 การบรหิ ารจดั การผลผลิตข้าวเปลอื กเจ้านาปี ปีเพาะปลกู 2562/63 เพชรบูรณ์ 61
ตารางท่ี 4.8 การบรหิ ารจัดการผลผลติ ข้าวเปลือกเจ้านาปี ปีเพาะปลูก 2562/63 อุทัยธานี 62
ตารางที่ 4.9 แหลง่ รบั ซื้อข้าว 63
ตารางท่ี 4.10 พ้นื ที่ตามความเหมาะสมในการปลกู ขา้ วโพดเลีย้ งสตั ว์และพน้ื ทีป่ ลูกจริง existing 64
ตารางที่ 4.11 ต้นทนุ และผลตอบแทนขา้ วโพดเล้ียงสัตว์ รวมรุ่น ปีเพาะปลูก 2562/63 65
ตารางที่ 4.12 การบริหารจดั การผลผลิตข้าวโพดเลย้ี งสตั ว์ ปีเพาะปลูก 2562/63 นครสวรรค์ 71
ตารางท่ี 4.13 การบรหิ ารจัดการผลผลติ ขา้ วโพดเล้ยี งสัตว์ ปเี พาะปลูก 2562/63 กำแพงเพชร 72
ตารางท่ี 4.14 การบริหารจัดการผลผลิตขา้ วโพดเลย้ี งสัตว์ ปเี พาะปลูก 2562/63 พิจิตร 79
ตารางท่ี 4.15 การบริหารจัดการผลผลิตขา้ วโพดเลยี้ งสตั ว์ ปีเพาะปลูก 2562/63 เพชรบูรณ์ 80
ตารางที่ 4.16 การบรหิ ารจัดการผลผลติ ขา้ วโพดเล้ียงสตั ว์ ปีเพาะปลูก 2562/63 อุทยั ธานี 81
ตารางที่ 4.17 แหลง่ รับซอ้ื ข้าวโพดเลีย้ งสัตว์ 82
ตารางท่ี 4.18 พื้นท่ีตามความเหมาะสมในการปลกู มนั สำปะหลังโรงงานและพื้นท่ีปลูกจริง existing 83
ตารางท่ี 4.19 ต้นทนุ และผลตอบแทนมนั สำปะหลงั โรงงาน ปเี พาะปลูก 2562/63 84
ตารางท่ี 4.20 การบริหารจดั การผลผลิตมันสำปะหลังโรงงาน ปีเพาะปลูก 2562/63 นครสวรรค์ 87
88
95

(ช)

สารบัญตาราง (ต่อ)

ตารางท่ี 4.21 การบริหารจัดการผลผลิตมนั สำปะหลงั โรงงาน ปเี พาะปลูก 2562/63 หนา้
กำแพงเพชร 96
ตารางที่ 4.22 การบรหิ ารจดั การผลผลิตมันสำปะหลังโรงงาน ปีเพาะปลกู 2562/63 เพชรบรู ณ์
ตารางที่ 4.23 การบริหารจัดการผลผลติ มันสำปะหลังโรงงาน ปีเพาะปลกู 2562/63 อุทัยธานี 97
ตารางท่ี 4.24 แหลง่ รบั ซื้อมันสำปะหลังโรงงาน 98
ตารางที่ 4.25 พ้ืนท่ตี ามความเหมาะสมในการปลูกยางพาราและพ้นื ทป่ี ลกู จริง existing 99
ตารางที่ 4.26 ต้นทุนและผลตอบแทนยางพารา ปีเพาะปลูก 2562/63 102
ตารางที่ 4.27 การบริหารจดั การผลผลติ ยางพารา ปีเพาะปลกู 2562/63 กำแพงเพชร 102
ตารางท่ี 4.28 พื้นท่ีตามความเหมาะสมในการปลกู สับปะรดโรงงานและพืน้ ทป่ี ลกู จรงิ existing 105
ตารางที่ 4.29 ตน้ ทุนและผลตอบแทนสบั ปะรดโรงงาน ปเี พาะปลกู 2562/63 106
ตารางที่ 4.30 การบรหิ ารจัดการผลผลิตสับปะรดโรงงาน ปเี พาะปลกู 2562/63 อทุ ยั ธานี 106
ตารางที่ 4.31 ตน้ ทนุ และผลตอบแทนขา้ วโพดหวาน ปเี พาะปลูก 2562/63 109
ตารางที่ 4.32 ตน้ ทนุ และผลตอบแทนแตงโม ปีการผลติ 2563 110
ตารางท่ี 4.33 ต้นทุนและผลตอบแทนมะละกอดิบ ปีการผลิต 2563 113
ตารางท่ี 4.34 ต้นทนุ และผลตอบแทนมะมว่ งน้ำดอกไม้ ปีการผลติ 2563 115
ตารางท่ี 4.35 ตน้ ทนุ และผลตอบแทนอินทผลมั ปกี ารผลติ 2563 116
ตารางท่ี 4.36 ต้นทนุ และผลตอบแทนทเุ รียน ปีการผลิต 2563 118
ตารางที่ 4.37 ตน้ ทนุ และผลตอบแทนโกโก้ ปกี ารผลติ 2563 120
ตารางที่ 4.38 ตน้ ทนุ และผลตอบแทนกลว้ ยหอม ปีการผลิต 2563 122
ตารางที่ 4.39 เปรียบเทยี บตน้ ทุนผลตอบแทนสินคา้ ขา้ ว นครสวรรค์ 124
ตารางที่ 4.40 เปรยี บเทยี บตน้ ทนุ ผลตอบแทนสินคา้ ข้าว กำแพงเพชร 127
ตารางท่ี 4.41 เปรยี บเทียบตน้ ทุนผลตอบแทนสินค้าข้าว พจิ ิตร 128
ตารางที่ 4.42 เปรียบเทียบตน้ ทนุ ผลตอบแทนสินคา้ ขา้ ว เพชรบูรณ์ 128
ตารางที่ 4.43 เปรียบเทียบต้นทนุ ผลตอบแทนสนิ ค้าข้าว อทุ ยั ธานี 129
ตารางที่ 4.44 เปรียบเทยี บต้นทนุ ผลตอบแทนสนิ ค้าข้าวโพดเลย้ี งสัตว์ นครสวรรค์ 129
ตารางที่ 4.45 เปรียบเทียบต้นทุนผลตอบแทนสินค้าขา้ วโพดเลย้ี งสัตว์ กำแพงเพชร 130
ตารางที่ 4.46 เปรียบเทยี บต้นทนุ ผลตอบแทนสนิ คา้ ขา้ วโพดเลีย้ งสตั ว์ พิจิตร 130
ตารางท่ี 4.47 เปรยี บเทียบต้นทุนผลตอบแทนสนิ ค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพชรบูรณ์ 131
ตารางท่ี 4.48 เปรียบเทียบตน้ ทนุ ผลตอบแทนสนิ ค้าข้าวโพดเลยี้ งสัตว์ อุทัยธานี 131
132

(ซ)

สารบัญตาราง (ตอ่ )

ตารางท่ี 4.49 เปรียบเทียบตน้ ทนุ ผลตอบแทนสนิ คา้ มนั สำปะหลงั โรงงาน นครสวรรค์ หนา้
ตารางท่ี 4.50 เปรยี บเทียบต้นทุนผลตอบแทนสนิ ค้ามนั สำปะหลังโรงงาน กำแพงเพชร 132
ตารางท่ี 4.51 เปรียบเทียบตน้ ทนุ ผลตอบแทนสนิ ค้ามนั สำปะหลงั โรงงาน เพชรบรู ณ์ 133
ตารางที่ 4.52 เปรยี บเทยี บตน้ ทุนผลตอบแทนสนิ คา้ มันสำปะหลงั โรงงาน อุทยั ธานี 133
ตารางที่ 4.53 เปรยี บเทยี บต้นทุนผลตอบแทนสนิ คา้ ยางพารา กำแพงเพชร 134
ตารางท่ี 4.54 เปรยี บเทยี บต้นทนุ ผลตอบแทนสินค้าสบั ปะรดโรงงาน อุทัยธานี 134
135

(ฌ)

สารบัญตารางผนวก

ตารางผนวกที่ 1 ต้นทุนการผลิตรายละเอียดกิจกรรมหลัก ข้าวนาปี ปี 2562/63 หนา้
ตารางผนวกที่ 2 จงั หวัดนครสวรรค์ 150
ตารางผนวกที่ 3 ตน้ ทนุ การผลติ รายละเอยี ดกิจกรรมหลกั ข้าวนาปี ปี 2562/63 151
ตารางผนวกท่ี 4 จงั หวัดกำแพงเพชร 153
ตารางผนวกท่ี 5 ตน้ ทนุ การผลิตรายละเอียดกิจกรรมหลัก ขา้ วนาปี ปี 2562/63 153
ตารางผนวกที่ 6 จังหวดั พิจิตร 154
ตารางผนวกท่ี 7 ต้นทนุ การผลิตรายละเอียดกิจกรรมหลกั ข้าวนาปี ปี 2562/63 155
ตารางผนวกที่ 8 จงั หวดั เพชรบรู ณ์ 156
ตารางผนวกท่ี 9 ตน้ ทนุ การผลิตรายละเอียดกิจกรรมหลกั ขา้ วนาปี ปี 2562/63 157
ตารางผนวกที่ 10 จงั หวัดอุทัยธานี 158
ตารางผนวกท่ี 11 ต้นทุนการผลติ รายละเอยี ดกิจกรรมหลกั ข้าวนาปรงั ปี 2562/63 159
ตารางผนวกที่ 12 จงั หวดั นครสวรรค์ 160
ตารางผนวกที่ 13 ต้นทุนการผลติ รายละเอียดกิจกรรมหลกั ขา้ วนาปรัง ปี 2562/63 161
ตารางผนวกท่ี 14 จงั หวัดกำแพงเพชร 162
ตารางผนวกที่ 15 ต้นทุนการผลติ รายละเอยี ดกิจกรรมหลกั ข้าวนาปรัง ปี 2562/63 163
จังหวดั พจิ ติ ร 164
ต้นทนุ การผลิตรายละเอยี ดกิจกรรมหลัก ข้าวนาปรัง ปี 2562/63
จงั หวัดอุทยั ธานี
ต้นทุนการผลติ รายละเอยี ดกิจกรรมหลัก ข้าวโพดลยี้ งสตั ว์ ปี 2562/63
จังหวัดนครสวรรค์
ต้นทุนการผลิตรายละเอียดกิจกรรมหลกั ข้าวโพดเล้ยี งสตั ว์ ปี 2562/63
จังหวดั กำแพงเพชร
ต้นทนุ การผลติ รายละเอยี ดกิจกรรมหลกั ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2562/63
จงั หวัดพิจติ ร
ตน้ ทุนการผลิตรายละเอยี ดกิจกรรมหลัก ข้าวโพดเลี้ยงสตั ว์ ปี 2562/63
จังหวัดเพชรบรู ณ์
ตน้ ทนุ การผลิตรายละเอยี ดกิจกรรมหลัก ขา้ วโพดเลี้ยงสตั ว์ ปี 2562/63
จังหวดั อทุ ยั ธานี
ต้นทุนการผลิตรายละเอียดกิจกรรมหลัก มันสำปะหลงั โรงงาน ปี 2562/63
จังหวัดนครสวรรค์

(ญ) หนา้
165
สารบญั ตารางผนวก (ตอ่ )
166
ตารางผนวกที่ 16 ตน้ ทนุ การผลิตรายละเอียดกิจกรรมหลัก มนั สำปะหลงั โรงงาน ปี 2562/63
จงั หวดั กำแพงเพชร 167

ตารางผนวกที่ 17 ต้นทนุ การผลิตรายละเอียดกิจกรรมหลัก มันสำปะหลงั โรงงาน ปี 2562/63 168
จังหวัดเพชรบูรณ์
169
ตารางผนวกท่ี 18 ต้นทนุ การผลิตรายละเอียดกิจกรรมหลัก มันสำปะหลงั โรงงาน ปี 2562/63
จงั หวดั อุทยั ธานี

ตารางผนวกท่ี 19 ต้นทุนการผลิตรายละเอียดกิจกรรมหลกั ยางพารา ปี 2562/63
จังหวัดกำแพงเพชร

ตารางผนวกที่ 20 ตน้ ทุนการผลิตรายละเอียดกิจกรรมหลกั สับปะรดโรงงาน ปี 2562/63
จงั หวัดอุทัยธานี

(ฎ)

สารบญั ภาพ

ภาพท่ี 2.1 ข้อมูลและปัจจัยที่ควรพิจารณาในกรอบแนวคิด หนา้
ภาพท่ี 2.2 กรอบแนวคิดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) การผลิตสนิ ค้าเกษตร 12
ภาพที่ 2.3 โจทยส์ ำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการเพ่มิ ประสทิ ธิภาพบรหิ าร 14
จดั การห่วงโซ่คณุ ค่าการผลติ สินค้าเกษตร 15
ภาพที่ 3.1 แผนที่จงั หวดั นครสวรรค์
ภาพที่ 3.2 โครงสรา้ งการผลิตสนิ คา้ เกษตรจงั หวัดนครสวรรค์ 17
ภาพท่ี 3.3 แผนท่จี ังหวัดกำแพงเพชร 20
ภาพที่ 3.4 โครงสร้างการผลติ สินคา้ เกษตรจงั หวดั กำแพงเพชร 23
ภาพที่ 3.5 แผนท่ีจังหวัดพิจติ ร 26
ภาพท่ี 3.6 โครงสร้างการผลติ สินคา้ เกษตรจังหวดั พจิ ิตร 28
ภาพที่ 3.7 แผนท่ีจังหวดั เพชรบรู ณ์ 31
ภาพที่ 3.8 โครงสร้างการผลติ สนิ คา้ เกษตรจงั หวดั เพชรบูรณ์ 34
ภาพท่ี 3.9 แผนท่ีจงั หวัดอุทัยธานี 37
ภาพท่ี 3.10 โครงสร้างการผลติ สนิ คา้ เกษตรจงั หวดั อทุ ัยธานี 41
ภาพที่ 4.1 แสดงวถิ ตี ลาดข้าวเปลอื กเจา้ นาปีจงั หวดั นครสวรรค์ 43
ภาพท่ี 4.2 แสดงวถิ ีตลาดข้าวเปลอื กเจ้านาปจี ังหวดั กำแพงเพชร 54
ภาพที่ 4.3 แสดงวถิ ตี ลาดขา้ วเปลือกเจา้ นาปจี ังหวัดพจิ ติ ร 55
ภาพที่ 4.4 แสดงวถิ ตี ลาดข้าวเปลอื กเจา้ นาปจี งั หวดั เพชรบูรณ์ 56
ภาพท่ี 4.5 แสดงวิถตี ลาดข้าวเปลอื กเจ้านาปีจงั หวัดอทุ ยั ธานี 56
ภาพที่ 4.6 แสดงวิถีตลาดข้าวโพดเลยี้ งสัตวจ์ ังหวัดนครสวรรค์ 57
ภาพท่ี 4.7 แสดงวิถตี ลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตวจ์ ังหวัดกำแพงเพชร 74
ภาพที่ 4.8 แสดงวถิ ตี ลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตวจ์ ังหวัดพจิ ติ ร 75
ภาพที่ 4.9 แสดงวถิ ตี ลาดขา้ วโพดเลย้ี งสัตว์จังหวัดเพชรบรู ณ์ 76
ภาพที่ 4.10 แสดงวิถตี ลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตวจ์ ังหวดั อทุ ัยธานี 76
ภาพท่ี 4.11 แสดงวถิ ตี ลาดมนั สำปะหลงั โรงงานจงั หวัดนครสวรรค์ 77
ภาพที่ 4.12 แสดงวถิ ตี ลาดมันสำปะหลงั โรงงานจงั หวัดกำแพงเพชร 90
ภาพท่ี 4.13 แสดงวิถตี ลาดมนั สำปะหลงั โรงงานจงั หวัดเพชรบรู ณ์ 91
ภาพท่ี 4.14 แสดงวถิ ีตลาดมันสำปะหลังโรงงานจังหวัดอุทัยธานี 92
ภาพท่ี 4.15 แสดงวถิ ีตลาดยางพาราจังหวัดกำแพงเพชร 93
ภาพที่ 4.16 แสดงวถิ ีตลาดสบั ปะรดโรงงานจงั หวดั อทุ ยั ธานี 103
107

(ฏ)

สารบญั ภาพ (ต่อ)

ภาพท่ี 4.17 แสดงวถิ ตี ลาดข้าวโพดหวานจังหวัดนครสวรรค์ หนา้
ภาพท่ี 4.18 แสดงวิถีตลาดแตงโมจังหวดั นครสวรรค์
ภาพท่ี 4.19 แสดงวิถีตลาดมะละกอดิบจงั หวดั กำแพงเพชร 111
ภาพท่ี 4.20 แสดงวิถตี ลาดมะมว่ งนำ้ ดอกไมจ้ ังหวัดพิจติ ร 113
ภาพท่ี 4.21 แสดงวิถตี ลาดอินทผลมั จงั หวัดเพชรบูรณ์ 115
ภาพท่ี 4.22 แสดงวิถตี ลาดทเุ รียนจงั หวดั อุทยั ธานี 117
ภาพท่ี 4.23 แสดงวิถตี ลาดโกโก้ผลดบิ จังหวดั อทุ ยั ธานี 118
ภาพที่ 4.24 แสดงวถิ ตี ลาดกล้วยหอมจงั หวดั นครสวรรค์ 121
123
125

(ฐ)

สารบัญภาพผนวก

ภาพผนวกท่ี 1 แผนท่ีพน้ื ทน่ี าขา้ วในชั้นความเหมาะสมต่าง ๆ จังหวดั นครสวรรค์ หนา้
ภาพผนวกท่ี 2 แผนที่พน้ื ที่นาขา้ วในชั้นความเหมาะสมตา่ ง ๆ จังหวดั กำแพงเพชร 170
ภาพผนวกท่ี 3 แผนที่พื้นทน่ี าข้าวในชน้ั ความเหมาะสมตา่ ง ๆ จงั หวัดพิจิตร 170
ภาพผนวกท่ี 4 แผนทพี่ นื้ ที่นาขา้ วในชั้นความเหมาะสมต่าง ๆ จงั หวัดเพชรบรู ณ์ 171
ภาพผนวกที่ 5 แผนท่ีพืน้ ที่นาขา้ วในชัน้ ความเหมาะสมต่าง ๆ จงั หวดั อทุ ยั ธานี 171
ภาพผนวกที่ 6 แผนทพี่ น้ื ที่ปลูกขา้ วโพดเลย้ี งสัตว์ในชั้นความเหมาะสมต่าง ๆ จังหวัดนครสวรรค์ 172
ภาพผนวกท่ี 7 แผนที่พื้นทป่ี ลูกข้าวโพดเลยี้ งสตั ว์ในชัน้ ความเหมาะสมต่าง ๆ จงั หวดั กำแพงเพชร 172
ภาพผนวกที่ 8 แผนทพ่ี นื้ ทีป่ ลูกข้าวโพดเลย้ี งสัตว์ในชนั้ ความเหมาะสมต่าง ๆ จังหวัดพิจติ ร 173
ภาพผนวกท่ี 9 แผนทพ่ี น้ื ทป่ี ลูกขา้ วโพดเลีย้ งสตั ว์ในชั้นความเหมาะสมต่าง ๆ จงั หวดั เพชรบูรณ์ 173
ภาพผนวกที่ 10 แผนที่พื้นที่ปลูกขา้ วโพดเลย้ี งสตั ว์ในชน้ั ความเหมาะสมต่าง ๆ จงั หวัดอุทัยธานี 174
ภาพผนวกที่ 11 แผนที่พื้นที่ปลูกมนั สำปะหลังโรงงานในชน้ั ความเหมาะสมตา่ ง ๆ จังหวดั นครสวรรค์ 174
ภาพผนวกท่ี 12 แผนที่พ้นื ที่ปลูกมนั สำปะหลังโรงงานในช้ันความเหมาะสมตา่ ง ๆ จังหวัดกำแพงเพชร 175
ภาพผนวกที่ 13 แผนที่พ้ืนทป่ี ลูกมนั สำปะหลังโรงงานในชนั้ ความเหมาะสมต่าง ๆ จังหวดั เพชรบรู ณ์ 175
ภาพผนวกท่ี 14 แผนท่พี ื้นท่ปี ลูกมันสำปะหลงั โรงงานในชนั้ ความเหมาะสมต่าง ๆ จังหวัดอุทยั ธานี 176
ภาพผนวกที่ 15 แผนที่พื้นทีป่ ลูกยางพาราในช้ันความเหมาะสมต่าง ๆ จงั หวัดกำแพงเพชร 176
ภาพผนวกที่ 16 แผนทพ่ี น้ื ทป่ี ลูกสบั ปะรดโรงงานในช้ันความเหมาะสมตา่ ง ๆ จังหวัดอุทัยธานี 177
177

บทที่ 1

บทนำ

1.1 ความสำคญั ของการศึกษา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจ

สำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ (Zoning) อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นนโยบายสำคัญในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา
ด้านการเกษตรของประเทศ ท้ังนี้ เพ่ือให้เกิดการใช้ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ ปรับสมดุลระหว่างอุปสงค์
(Demand) และอุปทาน (Supply) ของสินค้าเกษตรในพื้นที่ ตามการประกาศเขตเหมาะสมต่อการปลูกพืช
ปศุสัตว์ และประมง จำนวน 20 ชนิดสินค้า ประกอบด้วย พืช 13 ชนิด ปศุสัตว์ 5 ชนิด และประมง 2 ชนิด
และเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการทำการผลิตสินค้าหรือการส่งเสริมการผลิตทางการเกษตร
ท่ีเหมาะสม ซ่ึงต้องพิจารณาตามความสอดคล้องเชื่อมโยงกันของพื้นท่ี (Area) ชนิดสินค้า (Commodities)
เกษตรกร รวมถึงผู้ประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรมเกษตร และเจ้าหน้าที่ของรัฐ (Human Resource)
โดยใช้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจสำหรับเป็นฐานข้อมูลเพื่อกำหนดพ้ืนท่ีปลูกที่สำคัญ อาทิ ข้อมูลปริมาณการผลิต
ตน้ ทนุ ผลตอบแทน ความตอ้ งการของอตุ สาหกรรมเกษตรทัง้ ในด้านปรมิ าณและคุณภาพมาตรฐาน เป็นต้น

ในรอบปี 2562 ท่ีผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้เน้นจัดทำและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่ปลูก
ปริมาณผลผลิต ต้นทุนและผลตอบแทนการผลติ ของสนิ ค้าข้าว/ยางพารา รายภาคเป็นสนิ ค้าหลกั รวมทั้งสินค้า
ทางเลือกเพ่ือสำหรับการปรับเปลี่ยนในพื้นท่ีไม่เหมาะสมของข้าว/ยางพารารายภาค เพื่อเป็นข้อมูล
ประกอบการตัดสินใจซึ่งสอดรับกับนโยบายการบริหารจัดการข้าวครบวงจรสำหรับการจัดทำแนวทาง
การบริหารจัดการเขตเกษตรเศรษฐกิจสนิ ค้าเกษตรทีส่ ำคัญระดับภาค

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1-12 ในฐานะหน่วยงานดำเนินการโครงการบริหารจัดการการผลิต
สนิ ค้าเกษตรตามแผนทีเ่ กษตรเพ่ือการบริหารจัดการเชงิ รุก (Zoning by Agri-Map) ในระดับพ้ืนท่ีได้เล็งเห็นว่า
แต่ละจังหวัดยังมีการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญอีกหลายชนิดท่ียังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เนื่องจากปริมาณ
ผลผลิตไม่สมดุลกับปริมาณความต้องการของตลาด รวมทั้งมีการเพาะปลูกพืชในพ้ืนท่ีท่ีมีความเหมาะสมน้อย
และไม่เหมาะสม ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิต ดังน้ันจึงจำเป็นต้องสร้างฐานข้อมูลระดับจังหวัด
ด้านเศรษฐศาสตร์สำหรับการจัดสรรพ้ืนท่ีปลูกให้เกิดความเหมาะสมของสินค้าเกษตรที่สำคัญทางเศรษฐกิจ
จำนวน 7 ชนิดสินค้า ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลังโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน
สับปะรดโรงงาน และมะพร้าว และศึกษาสินค้าหรือกิจกรรมทางเลือกทดแทนเพื่อสำหรับการปรับเปล่ียน
สินค้าเกษตรที่สำคัญทางเศรษฐกิจ ตามความเหมาะสมของพื้นท่ีเพ่ือประกอบการจัดทำแผนงาน/โครงการ
ในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับพ้ืนที่ และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย แนวทางและ
มาตรการจูงใจในการผลิตสินค้าเกษตรตามความเหมาะสมของพ้ืนท่ีเพ่ือการบริหารจัดการพ้ืนท่ีของสินค้าเกษตร
แต่ละชนิดใหส้ อดคล้องเหมาะสมกับฐานทรัพยากร ต่อไป

2

1.2 วัตถปุ ระสงค์ของการศกึ ษา
1.2.1 เพื่อศึกษาขอ้ มูลด้านเศรษฐกิจสินค้าเกษตรท่ีสำคญั ของจงั หวัด 7 สินค้า (ข้าว ขา้ วโพดเลี้ยงสตั ว์

มันสำปะหลังโรงงาน ยางพารา ปาล์มน้ำมัน สับปะรดโรงงาน และมะพร้าว) และสินค้าหรือกิจกรรมทางเลือก
ในการปรับเปล่ียนตามความเหมาะสมของพ้นื ที่

1.2.2 เพื่อจัดทำแนวทาง และมาตรการจงู ใจในการผลติ สนิ ค้าเกษตรตามความเหมาะสมของพ้ืนท่ี

1.3 ขอบเขตการศึกษา
สินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัด 7 สินค้า ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเล้ียงสัตว์ มันสำปะหลังโรงงาน

ยางพารา ปาล์มน้ำมัน สับปะรดโรงงาน และมะพร้าว รวมท้ังสินค้า/กิจกรรมทางเลือกของจังหวัดที่ สศท.
รบั ผิดชอบ ในปีเพาะปลกู 2562/63 หรอื ปีการผลติ 2562

1.4 วธิ ีการศกึ ษา
1.4.1 การรวบรวมข้อมูล
1) ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) อาทิ ข้อมูลต้นทุนการผลิต ข้อมูลอุปสงค์ อุปทานของสนิ ค้า

และสินค้าทางเลือกในการปรับเปลี่ยน เป็นข้อมูลท่ีได้จากการลงพ้ืนที่สัมภาษณ์เกษตรกรในแต่ละจังหวัด
หนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทเ่ี ก่ียวข้อง เชน่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวชิ าการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน
องค์กรสว่ นทอ้ งถิ่น และภาคเอกชน เป็นต้น

2) ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) อาทิ ข้อมูลการจำแนกพื้นท่ีความเหมาะสมเป็นข้อมูล
ที่รวบรวมจากเอกสาร รายงานการศึกษา นโยบาย ข่าว บทความ วารสาร งานวิจัยต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง
และขอ้ มูลจากแผนที่เกษตร Agri-Map

1.4.2 การจดั เกบ็ ขอ้ มลู
1) การคดั เลอื กสนิ ค้าทม่ี ลู ค่าสงู จำนวน 5 อบั ดบั (TOP5) ของแตล่ ะจังหวัด
สำหรับสินค้าเกษตรหลักท่ีต้องการศึกษาคือสินค้าเกษตรท่ีสำคัญและมีมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจ

ของประเทศ 7 ชนิด ได้แก่ ข้าว (ข้าวเจ้านาปี และนาปรัง) ข้าวโพดเล้ียงสัตว์ มันสำปะหลังโรงงาน ยางพารา
สับปะรดโรงงาน ปาล์มน้ำมัน และมะพร้าว โดยใช้หลักเกณฑ์คัดเลือกชนิดสินค้าที่มูลค่าสูงจำนวน 5 ลำดับ
(TOP5) ของแต่ละจังหวัดซ่ึงพิจารณาเฉพาะสินค้าพืช ไม่รวมอันดับสินค้าประมงและปศุสัตว์ หากสินค้า
เกษตรหลักที่ต้องการศึกษาท้ัง 7 ชนิด ติดอันดับ TOP5 ของจังหวัด ถือว่าเป็นสินค้าเกษตรท่ีสำคัญ และ
มมี ูลคา่ สงู ทางเศรษฐกจิ ของจงั หวดั

2) การคัดเลือกสินค้าทางเลือกที่มีอนาคต พิจารณาจากข้อมูลการตลาดนำการเกษตร
ซ่ึงการจัดทำสินค้า/กิจกรรมทางเลือกท่ีมีศักยภาพในพ้ืนที่คล้ายคลึงกับการจัดทำสินค้าเกษตรสร้างมูลค่า
ของจังหวัด อาทิ พืชเศรษฐกิจ (เช่น ข้าว ยางพารา มันสำปะหลังโรงงาน ปาล์มน้ำมัน) ปศุสัตว์ (เช่น สุกร
โคนม) และประมง เป็นการปรับเปล่ียนการผลิตสินค้าที่อยู่ในเขตเหมาะสมน้อยหรือไม่เหมาะสม มาผลิตสินค้า
ที่มีศักยภาพ ให้ผลตอบแทนสูงกว่า โดยสอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมถึงการปรับเปล่ียนกิจกรรม

3

การผลิตในพ้ืนท่ีเป็นการทำการเกษตรผสมผสาน หรือการผลิตหลังฤดูทำนา เพื่อลดความเส่ียงจากภัยพิบัติ
และเพื่อสร้างความมน่ั คงด้านอาหาร

3) การจัดเก็บต้นทุนและผลตอบแทนและการปรับสมั ประสิทธิต์ น้ ทนุ การผลิตรายสนิ ค้า
หากเป็นสินค้าท่ียังไม่มีการจัดเก็บต้นทุนการผลิตของจังหวัดน้ัน ให้ดำเนินการตามหลักการ
จัดทำตน้ ทนุ ของศูนย์สารสนเทศการเกษตร โดยเมื่อไดส้ ินค้าเกษตรหลักของแต่ละจงั หวดั ที่จะต้องจดั เกบ็ ตน้ ทุน
ให้พิจารณาข้อมูลจากแผนที่เกษตร Agri-Map ซ่ึงจดั ทำโดยกรมพัฒนาท่ีดิน และข้อมูลที่ได้จากการสำรวจเพื่อ
ตรวจสอบพ้ืนท่ีจริงของการผลิต จากเกษตรกร ผู้นำชุมชนภาครัฐและเอกชนในพ้ืนที่แต่ละจังหวัด โดยวิธีการ
สุ่มตวั อย่างจำแนกตามลักษณะความเหมาะสมทางกายภาพของพ้ืนท่ใี นจังหวัดเปน็ รายอำเภอ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
คือ 1) กลุ่มเหมาะสม (S1 / S2) โดยเก็บข้อมูลในพ้ืนที่ S1 ก่อน แต่ถ้ามีกลุ่มตัวอย่างไม่เพียงพอจะจัดเก็บใน
พ้ืนท่ี S2 (เป็นพื้นท่ีสำรอง) และ 2) กลุ่มไม่เหมาะสม (N / S3) โดยเก็บข้อมูลในพื้นที่ N ก่อน แต่ถ้ามีกลุ่ม
ตัวอย่างไมเ่ พียงพอจะจดั เกบ็ ในพืน้ ท่ี S3 (เป็นพนื้ ทีส่ ำรอง) โดยมีลักษณะตน้ ทนุ การผลิต แบง่ เปน็
3.1) กลุ่มข้าว พืชไร่ เป็นการปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลติ เสร็จส้ินในแตล่ ะรอบการผลิต หรือรุ่น
ตน้ ทนุ การผลติ จะมชี ุดเดยี ว อาทิ ขา้ ว (ขา้ วเจา้ นาปี และนาปรงั ) ข้าวโพดเล้ียงสตั ว์ มนั สำปะหลังโรงงาน เป็นต้น
3.2) กลุ่มพชื ไร่มีอายุการเก็บเกย่ี วมากกวา่ 1 ครง้ั เปน็ การปลูกคร้ังเดียว แตส่ ามารถเกบ็ เกยี่ ว
ผลผลติ ไดม้ ากกว่าหน่ึงรอบ และตน้ ทุนการผลิตจะมตี น้ ทนุ การผลิตปีทีป่ ลกู และตน้ ทนุ ถดั จากปีปลูกทุกปจี นถึง
สิน้ สุดรุน่ การผลติ (รอ้ื ท้ิง) และคำนวณตน้ ทนุ เฉลีย่ เชน่ สับปะรดโรงงาน เปน็ ตน้
3.3) กลุ่มไมผ้ ลไม้ยืนต้น เป็นการปลกู ครัง้ เดียว แตส่ ามารถยืนต้นให้ผลผลิตได้หลายปี ต้นทุน
การผลิต เกิดจากต้นทุนปีให้ผลผลิต รวมกับต้นทุนก่อนให้ผลผลิตที่เฉล่ียไปทุกปีของการเก็บเก่ียว
ตั้งแตป่ ีเรมิ่ ต้นเก็บเกี่ยวจนหมดอายุขยั ทางเศรษฐกิจของพชื นั้น
หากมีการดำเนินการจัดทำต้นทุนการผลิตของสินค้าชนิดนั้นอยู่เดิมแล้วให้นำโครงสร้างต้นทุน
การผลติ ปี 2561 นำมาปรับด้วยสมั ประสทิ ธติ์ ้นทนุ การผลิต ซง่ึ ไดจ้ ากการจัดเก็บขอ้ มูลอัตราค่าจา้ งแรงงานและ
ปจั จัยการผลิตพชื ในชว่ งปี 2562 – 2563 ของแตล่ ะพืชในพน้ื ท่จี งั หวัดน้นั
4) การจัดทำวิถีการตลาดของสินค้าและการจัดเก็บข้อมูลอุปทาน (Supply) และอุปสงค์
(Demand) ระดับจังหวัดใช้หลักการตามแนวคิดการทำบัญชีสมดุลสินค้าเกษตร และปีการตลาด (National -
Marketing Year) เปน็ การบนั ทกึ ปรมิ าณของสินคา้ เกษตรในระดับจังหวดั โดยบันทึกขอ้ มูลเปน็ รายปีการตลาด
และปีการค้าสากล มีองค์ประกอบ 2 ด้าน คือ ด้านอุปทาน (Supply) และด้านอุปสงค์ (Demand) และ
หลกั การกระจายผลผลิตของวถิ ีการตลาดใหไ้ ด้ครบร้อยละ 100
1.4.3 การวิเคราะหแ์ ละประมวลผลขอ้ มูล
1) การวิเคราะห์ข้อมูลเชงิ คุณภาพ (Qualitative Analysis) เปน็ การนำขอ้ มูลท่ีเกิดจากการเก็บ
รวบรวมโดยการสำรวจ และใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์ การสังเกต มาวิเคราะห์และพรรณนาในรูป
ขอ้ ความ หรือใช้สถิติขนั้ ต้น อาทิ ค่าเฉล่ยี ร้อยละ เปน็ ตน้ ประกอบการพรรณนา
2) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantities Analysis) เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ
เกี่ยวกับด้านเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนเกษตรกร มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด การใช้ท่ีดิน สัดส่วน

4

ครัวเรือนเกษตร ฯลฯ มาวิเคราะห์ โดยจัดหมวดหมู่ หรือเรียงลำดับ ด้วยวิธีการทางสถิติพรรณนา
อาทิ ค่าความถ่ี ค่าเฉลี่ย ร้อยละ เป็นต้น และนำเสนอผลการวิเคราะห์ด้วยวิธีการพรรณนาโดยใช้ตาราง
ประกอบ

1.5 ประโยชนท์ คี่ าดว่าจะได้รบั
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย มาตรการ และแนวทางในการบริหารจดั การพ้ืนท่ีและสินค้าเกษตรแตล่ ะชนิด

ใหส้ อดคล้องและเหมาะสมกบั ฐานทรพั ยากร เพื่อประกอบการจัดทำแผนงาน/โครงการในระดับจงั หวัด

บทที่ 2
การตรวจเอกสาร แนวคิดทฤษฎี

2.1 การตรวจเอกสาร
การศึกษาแนวทางการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจการเกษตรครั้งนี้ ได้นำผลการศึกษา ผลงานวิจัย

หลายฉบับจากหลายภาคสว่ น ที่มปี ระเด็นการศึกษาสอดคล้องกับนโยบายการบรหิ ารจัดการเชิงพื้นที่ (Zoning)
มาพิจารณา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 12 (2560 - 2562) ได้ศึกษาวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจสินค้า
เกษตรที่สำคัญตามแผนที่ Agri-Map จำนวน 5 จังหวัด พื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร
ท่ี 12 ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และอุทัยธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือศึกษา
ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตสินค้าเศรษฐกิจสำคัญท่ีมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมระดับจังหวัด 4 อันดับแรก
ของจังหวัด (Top4) ศึกษาสภาพการผลิต การตลาด และสมดุลสนิ ค้า (Demand Supply) ของสนิ ค้าเศรษฐกิจ
สำคัญท่ีมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมระดับจังหวัด 4 อันดับแรกของจังหวัด และสินค้าทางเลือก ตลอดจน
เสนอแนะแนวทางการปรับเปลี่ยนการผลิตข้าวในพ้ืนท่ีไม่เหมาะสม (S3 / N) เป็นสินค้าทางเลือกที่มีศักยภาพ
ระดับพ้ืนที่ ซ่ึงสอดคล้องกับการศึกษาด้านนโยบายการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning)
ของ กรรณิกา แซ่ล่ิว นาวิน โสภาภูมิ และ นิวัติ อนงค์รักษ์ (2560) ท่ีศึกษาความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ
ของการกำหนดเขตเศรษฐกิจข้าว : กรณีศึกษาการผลติ ขา้ วในจังหวดั เชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมิน
ความเหมาะสมทางเศรษฐกิจในการปลูกข้าวโดยพิจารณาแยกตามความเหมาะสมทางกายภาพของพ้ืนท่ี
โดยเลอื กเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำนวน 757 ราย ในจงั หวัดเชียงใหม่ ผลการศึกษา พบว่า การใช้ประโยชน์ทดี่ ิน
ในการทำการเกษตรของเกษตรกร อาจเกิดจากปัจจัยทางด้านภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคมด้วย ไม่ใช่เพียงแค่
การพิจารณาความเหมาะสมในการปลูกพืชของกรมพัฒนาท่ีดินเท่าน้ัน เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ปลูกข้าว
เพ่ือบริโภคเป็นหลัก และแบ่งขายเพ่ือสร้างรายได้ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ มีอายุมาก และนิยมปลูกข้าว
สันป่าตอง1 เพราะมีผลผลิตต่อไร่สูง เกษตรกรส่วนใหญ่เลือกทำการเพาะปลูกข้าวในพื้นที่เหมาะสม
แต่เกษตรกรบางรายแม้ว่าจะเพาะปลูกข้าวในพื้นท่ีไม่เหมาะสม แต่ยังคงปลูก การดำเนินการจัด Zoning
การปลูกข้าว จึงไม่ควรมุ่งเป้าหมายเร่ืองการลดพ้ืนที่การปลูกข้าวในเขตที่ไม่เหมาะสมเพียงอย่างเดียว เพราะ
เกษตรกรท่ีเคยทำนามาหลายสิบปีจะไม่ยอมรับ โดยเฉพาะเกษตรกรสูงอายุอาจปรับตัวไปสู่พืชเศรษฐกิจชนิด
ใหม่ได้ลำบาก ดังน้ัน การบริหารจัดการพ้ืนที่ปลูกข้าวของเชียงใหม่ควรมุ่งเป้าหมายด้านการเพ่ิมประสิทธิภาพ
การผลิตข้าว การลดต้นทุนการผลิตข้าว และการเพ่ิมมูลค่าข้าวควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพ้ืนท่ีด้วย นอกจากนี้
ยังสอดคล้องกับการศึกษาความเป็นไปได้ของนโยบายบริหารพื้นท่ีเกษตรกรรม (Zoning) กรณีศึกษา
อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร ของ พรชัย ชัยสงคราม (2558) ท่ีศึกษาความเป็นไปได้
ของนโยบายบริหารพ้ืนที่เกษตรกรรม (Zoning) ความต้องการ และความคิดเห็นของเกษตรกรในพ้ืนท่ีอำเภอ
เมอื งกำแพงเพชร จังหวดั กำแพงเพชร โดยใชแ้ บบสอบถามเป็นเคร่อื งมอื ในการเกบ็ รวมรวมข้อมูล กล่มุ ตัวอย่าง
จำนวน 100 ราย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษา พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่มีเนื้อที่
ถือครองเฉล่ีย 29 ไร่ โดยเป็นของตนเอง การใช้ประโยชน์ท่ีดินเป็นท่ีอยู่อาศัย และที่นามีโฉนด เกษตรกร

6

ส่วนใหญ่ปลูกพืชชนิดเดิมร้อยละ 86 โดยอาศัยน้ำฝน พบว่าปัญหาด้านการขาดแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
เนื่องจากฝนแล้ง/ท้ิงช่วง และขาดแหล่งน้ำในการทำการเกษตรเป็นปัญหาท่ีมีความสำคัญมากท่ีสุดร้อยละ 98
และ 96 พบปัญหาด้านรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายร้อยละ 98 และปัญหาโจรกรรม การลักเล็กขโมยน้อย
ร้อยละ 45 โดยเกษตรกรต้องการความช่วยเหลือจากรัฐ จัดสร้างแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ร้อยละ 98 และ
ความช่วยเหลือด้านการครองชีพ จัดหาแหล่งน้ำเพ่ือการบริโภค ร้อยละ 97 นอกจากนี้ได้สอบถามถึง
การปรับเปลี่ยนการผลิตเป็นพืชชนิดอื่น พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 86 ไม่สนใจปรับเปลี่ยนการผลิต
เน่ืองจากขาดแคลนเงินทุนในการปรับเปลี่ยนการผลิตเป็นพืชชนิดอ่ืน โดยเฉพาะเรื่องการปรับสภาพท่ีดิน
เกษตรกรอายุมาก มพี ื้นท่ีปลูกไม่มากนักทำให้เส่ียงต่อรายได้ที่จะได้รบั หากปรับเปล่ียนการผลิตเป็นสินค้าชนิด
อื่น สำหรับความต้องการของเกษตรกรหากปรับเปล่ียน พบว่า ต้องการให้ภาครัฐจัดหาแหล่งเงินทุนอัตรา
ดอกเบี้ยต่ำชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปจากการปรับเปลี่ยนเป็นสินค้าชนิดใหม่ จัดหาแหล่งรับซ้ือผลผลิต
ชนิดใหม่ จัดอบรมเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการเพิ่มผลผลิต การลงทุนหรือการจัดหาแหล่งน้ำให้
เช่นเดยี วกบั ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ท่มี ีการศึกษาในประเด็นเดียวกัน คือ การโซนนง่ิ พ้ืนที่เกษตรกรรมสำหรับ
การผสมผสานหาทางเลือกสำหรับการใช้ท่ีดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย วาสนา พุฒกลาง และ ชรัตน์
มงคลสวัสด์ิ (2556) ที่ศึกษาเพ่ือประเมินความเหมาะสมของท่ีดินสำหรับปลูกพืชเศรษฐกิจ อาทิ ข้าว
อ้อยโรงงาน มันสำปะหลังโรงงาน และยางพารา ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ และทำโซนนิ่งพื้นที่
การเกษตรด้วยการสร้างขอบเขตหน่วยการใช้ที่ดินที่เหมาะสมสำหรบั การผสมผสานทางเลือกการใช้ที่ดิน โดย
คำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม พ้ืนท่ีศึกษาครอบคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื้อที่ประมาณ
170,000 ตารางกิโลเมตร พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ อาทิ ข้าว อ้อยโรงงาน มันสำปะหลังโรงงาน และยางพารา
การวิเคราะห์โซนน่ิงครั้งน้ีเพื่อหาความเหมาะสมของที่ดินของพืชเศรษฐกิจ ท้ัง 4 ชนิด ซ่ึงเป็นไปตามหลักการ
ประเมินท่ีดินของ FAO โดยบูรณาการคุณภาพที่ดินสำหรับพืชเศรษฐกิจหลักแต่ละชนิด ได้แก่ น้ำ คุณสมบัติ
ของดิน ศักยภาพของดินเค็ม และสภาพภูมิประเทศ สร้างเป็นช้ันข้อมูลในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ และ
ทำการวิเคราะห์แบบซ้อนทับสร้างแบบจำลองแบบผลคูณ เพ่ือให้ได้ความเหมาะสมของท่ีดินที่เป็นไปตาม
ความต้องการคุณภาพท่ีดินของพืชแต่ละชนิด จากนั้นทำการตรวจสอบภาคสนาม เพื่อวิเคราะห์ความถูกต้อง
ของแบบจำลองโดยใช้สัมประสิทธิ์ Kappa ผลท่ีได้นำมาประเมินด้านเศรษฐกิจ และการสูญเสียดิน เม่ือได้รับ
ความเหมาะสมของที่ดินของพืชแต่ละชนิดแล้วนำช้ันความเหมาะสมของพืชทั้ง 4 ชนิดน้ี มาวิเคราะห์แบบ
ซ้อนทับอีกครั้งหน่ึง และกำหนดทางเลือกเฉพาะความเหมาะสมมาก และความเหมาะสมปานกลาง เพ่ือเสนอ
ทำแผนที่แบบบูรณาการพืชทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ ข้าว อ้อยโรงงาน มันสำปะหลังโรงงาน และยางพารา โดย
จำแนกระดับความเหมาะสมออกเป็น เหมาะสมมาก เหมาะสมปานกลาง เหมาะสมน้อย และไม่เหมาะสม ซ่ึง
การบูรณาการข้อมูลความเหมาะสมของที่ดินสำหรับพืชแต่ละชนิด โดยการคัดเลือกเฉพาะพ้ืนท่ีเหมาะสมมาก
และเหมาะสมปานกลาง นำมาสร้างเป็นแผนท่ีโซนนิ่งพื้นที่การเกษตรสำหรับการผสมผสานทางเลือกการใช้
ท่ีดิน ผลการบูรณาการสามารถสร้างหน่วยแผนที่ได้ท้ังส้ิน 23 หน่วย แผนที่ที่มีความยืดหยุ่นให้เกษตรกร
สามารถเลอื กปลกู พชื และผสมผสานการใช้ที่ดินได้หลายชนิด การกำหนดหนว่ ยแผนที่และโซนน่ิงแบ่งออกเป็น
5 โซนนิ่งหลัก ได้แก่ โซนน่ิงพ้ืนท่ีเหมาะสมมากสำหรับปลูกพืชเศรษฐกิจ โซนนิ่งพื้นที่เหมาะสมปานกลาง

7

สำหรับปลูกพืชเศรษฐกิจ โซนนิ่งพ้ืนท่ีป่าไม้เพื่อการอนุรักษ์ โซนนิ่งพื้นที่ชุมชนและท่ีอยู่อาศัย และโซนน่ิง
พืน้ ที่แหล่งน้ำ ตามลำดับ

2.2 แนวคดิ ทฤษฎี

2.2.1 ทฤษฎีตน้ ทุนการผลิต
ต้นทุนการผลิต (Cost) หมายถึง มูลค่าของทรัพยากรที่สูญเสียไปเพ่ือให้ได้สินค้าหรือบริการ

โดยการวิเคราะห์ต้นทุนสามารถแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ต้นทุนทางบัญชี (ต้นทุนที่เป็นเงินสด) และต้นทุน
ทางเศรษฐศาสตร์ (ต้นทุนท่ีเป็นเงินสด และต้นทุนที่ไม่เป็นเงินสด) กล่าวคือ ต้นทุนทางบัญชีน้ันสามารถวัด
คา่ ใชจ้ า่ ยท่เี สียไปเปน็ ตัวเงนิ เพียงอยา่ งเดยี วหรอื เรยี กได้วา่ เปน็ ต้นทุนที่เห็นแจ้งชดั (Explicit Cost) แตส่ ำหรับ
ต้นทนุ ทางเศรษฐศาสตร์ (Economic Cost) นนั้ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่เสียไปท้ังท่ีสามารถวัดเป็นตวั เงนิ ได้และ
วดั เป็นตัวเงนิ ไม่ได้ นั่นก็คอื ตน้ ทุนท่ีเห็นแจ้งชัด (Explicit Cost) และต้นทุนไม่แจ้งชัด (Implicit Cost) ในทาง
เศรษฐศาสตร์เรียกตน้ ทุนที่มองไม่เห็นอีกอย่างหนึ่งว่า “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” (Opportunity Cost) และเป็น
ต้นทุนอีกตัวหนึ่งที่ต้องมีการประเมิน ดังนั้นเห็นได้ว่าต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ประกอบด้วยต้นทุนแจ้งชัดกับ
ตน้ ทุนไม่แจ้งชัดรวมกัน ต้นทนุ ทางบัญชีมคี ่าน้อยกว่าต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ และมีผลทำให้กำไรทางบัญชีมี
ค่าสูงกว่ากำไรทางเศรษฐศาสตร์ (นราทิพย์ ชุติวงศ์, 2547) ซ่ึงองค์ประกอบต้นทุนการผลิต แบ่งเป็น
2 ประเภท คือ ตน้ ทุนผนั แปรรวม และต้นทุนคงที่รวม (อรวรรณ ศรโี สมพันธ์, 2557)

1) ต้นทุนผันแปรรวม (Total Variable Cost : TVC) หมายถึง ต้นทุนการผลิตที่เปล่ียนแปลงไป
ตามปริมาณของผลผลิตซ่ึงเป็นค่าใช้จ่ายท่ีเกิดจากการใช้ปัจจัยผันแปรในการผลิต คือเป็นปัจจัยการผลิต
ที่ผู้ผลิตสามารถเปล่ียนแปลงปริมาณการใช้ได้ในช่วงเวลาการผลิตหน่ึงๆ ซ่ึงค่าใช้จ่ายส่วนน้ีเปลี่ยนแปลงไป
ตามปริมาณการผลิต ถ้ามีการผลิตผลผลิตจำนวนมากต้นทุนประเภทนี้จะสูง แต่ถ้ามีการผลิตจำนวนน้อย
ต้นทุนส่วนนี้จะต่ำ โดยต้นทุนการผลิตผันแปรส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับปัจจัยการผลิตทางตรง
อาทิ ค่าใช้จา่ ยเกี่ยวกบั เมล็ดพันธุ์ สารเคมีป้องกันกำจัดศตั รูพืช และน้ำมันเช้อื เพลงิ เปน็ ตน้ โดยการวิเคราะห์
ตน้ ทนุ ผนั แปรสามารถแบง่ เปน็ 2 ชนิด คือ ตน้ ทนุ ผันแปรท่เี ป็นเงินสด และตน้ ทุนผนั แปรท่ีไมเ่ ปน็ เงินสด

1.1) ต้นทุนผันแปรที่เป็นเงินสด หมายถึง ค่าใช้จ่ายผันแปรที่ผู้ผลิตจ่ายออกไปจริงเป็นเงินสด
ในการซ้ือ หรือเช่าปัจจัยการผลิตผันแปร อาทิ ค่าใช้จ่ายที่เก่ียวกับวัสดุทางตรงที่ใช้เกี่ยวกับการผลิต
(ค่าพันธุ์ข้าว ค่าปุ๋ยเคมี ค่าสารเคมี ค่าน้ำมันเช้ือเพลิง) ค่าจ้างเกี่ยวกบั แรงงานหรือค่าเชา่ เครื่องจักร (เตรียมดิน
เก็บเก่ียว ดูแลรักษา ค่าอาหารสำหรับแรงงาน) ค่าวัสดุอื่นๆ (รองเท้ายาง ถุงมือ และหน้ากากป้องกันสารเคมี)
ค่าใช้จ่ายอ่ืนๆ (ค่าซ่อมบำรุงเคร่ืองจักรและอุปกรณ์ ค่าโสหุ้ย) เป็นต้น บางครั้งค่าใช้จ่ายเหล่านั้นอาจจะอยู่
ในรูปของเงินเชื่อในช่วงระยะเวลาหน่ึง แต่ก็ต้องชำระให้แล้วเสร็จภายในหน่ึงปีหรือหน่ึงฤดูการผลิต กรณีน้ี
การคำนวณต้นทุนจะคำนวณเป็นต้นทุนแปรทีเ่ ป็นเงินสด

1.2) ต้นทุนผันแปรท่ีไม่เป็นผลผลิต หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่ผู้ผลิตไม่ได้จ่ายออกไปจริงเป็นเงินสด
ในการใชป้ ัจจัยการผลิตผันแปรน้ันๆ ซงึ่ เป็นค่าปัจจัยการผลิตการผลิตต่างๆ ทั้งท่ีเปน็ ของผู้ผลิตเอง เช่น ค่าเสีย
โอกาสของแรงงานเจ้าของฟาร์ม ค่าแรงงานในครัวเรือนหรือแรงงานแลกเปลี่ยน ค่าเสียโอกาสเงินลงทุน

8

ของเจ้าของฟาร์มท่ีนำมาจ่ายในการผลิต ค่าเสียโอกาสของปัจจัยการผลิตท่ีฟาร์มผลิตขึ้นเอง (ค่าพันธุ์ข้า ว
ปุ๋ยชวี ภาพ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยพชื สด) และค่าเสยี หายอนั เน่ืองมาจากการเน่าเสียของผลผลติ เป็นต้น

2) ต้นทุนคงที่รวม (Total Fixed Cost : TFC) หมายถึง ต้นทุนการผลิตท่ีไม่เปลี่ยนแปลง ไปตาม
ปริมาณของผลผลิต ซ่ึงเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดข้ึนจากการใช้ปัจจัยคงที่ในการผลิต หรือไม่สามารถเปล่ียนแปลง
ปริมาณการใช้ได้ในช่วงระยะเวลาของการผลิต ไม่ว่าจะผลิตให้ได้ผลผลิตเป็นปริมาณมากน้อยเท่าใดก็ตาม
ผู้ผลิตต้องเสียต้นทุนในจำนวนเท่าเดิม ปัจจัยคงที่ อาทิ ที่ดิน ทรัพย์สินคงท่ีต่างๆ เช่น รถแทรกเตอร์
เครื่องสูบน้ำ โรงเรือน เป็นต้น ต้นทุนคงที่จัดเป็นค่าใช้จ่ายท่ีมีอยู่แลว้ ในฟาร์มแม้ว่าปัจจัยคงที่ดังกล่าวจะไม่ถูก
ใชใ้ นชว่ งเวลาของการผลิตนน้ั ๆ

กรณีไม้ผลไม้ยืนต้น จำเป็นต้องคำนวณตน้ ทุนก่อนให้ผลผลิต คิดในโครงสร้างต้นทุนไม้ผลไม้ยืนต้น
เป็นต้นทุน ก่อนให้ผลเฉลี่ยต่อไร่ ท่ีคำนวณจากค่าใช้จ่ายท่ีเกิดขึ้นทั้งหมดต้ังแต่ปีแรก ถึงปีก่อนให้ผลผลิต และ
นำไปปรับลดมูลค่าด้วยวิธี Discount Factor : DF แล้วนำไปกระจายเป็นค่าใช้จ่ายต่อปีในทุกช่วงอายุท่ีให้ผล
ผลิต ดว้ ย วธิ ี Cost Recovery Factor : CRF หรือคือ(ต้นทุนรวมตอ่ ไร่ ปที ี่ 1 + ผลรวม ต้นทุนรวมตอ่ ไร่ ปีท่ี 2
ถงึ ปกี อ่ นเก็บเกยี่ ว) * DF * CRF

ท้ังน้ีต้นทุนคงท่ีสามารถแบ่งต้นทุนคงที่เป็น 2 ชนิด คือ ต้นทุนการผลิตคงท่ีที่เป็นเงินสด
และตน้ ทุนการผลติ คงที่ทีไ่ ม่เปน็ เงนิ สด

2.1) ต้นทุนการผลิตคงที่ที่เป็นเงินสด หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่ผู้ผลิตต้องจ่ายในรูปของเงินสดเก่ียวกับ
ปัจจัยการผลิตคงท่ี อาทิ ค่าเช่าที่ดิน ค่าดอกเบี้ยเงินกู้ระยะยาว ค่าภาษีที่ดิน ค่าประกันภัยของฟาร์ม ค่าภาษี
โรงเรอื น ค่าค้นควา้ วิจัยผลผลิต คา่ สง่ เสริมการขาย คา่ เงนิ เดอื นของฝ่ายบรหิ ารฟารม์ เป็นตน้

2.2) ต้นทุนการผลติ คงท่ีทไี่ ม่เปน็ เงินสด หมายถึง ค่าใช้จา่ ยจำนวนคงที่ที่ผู้ผลติ ไมไ่ ด้จ่ายออกไปจริง
ในรูปของเงินสดหรือเป็นค่าใช้จ่ายท่ีประเมินจากค่าเสียโอกาสของปัจจัยการผลิตคงท่ีในแต่ละฤดูการผลิต
อาทิ ค่าสึกหรอหรือค่าเสื่อมราคาของอุปกรณ์การเกษตรที่มีอายุการใช้งาน ค่าเสื่อมราคาของโรงเรือนหรือ
ท่ีเก็บผลผลิตของฟาร์ม และค่าใช้ที่ดินกรณีเป็นที่ดินของตนเองแต่ประเมินตามอัตราค่าเช่าท่ีดินในท้องถ่ินน้ัน
เปน็ ตน้

3) ต้นทุนทั้งหมด (Total Cost : TC) หมายถึง ต้นทุนซึ่งเป็นผลรวมของต้นทุนผันแปรและต้นทุน
คงทท่ี ้ังหมด การคำนวณหาตน้ ทนุ ท้ังหมดนิยมคำนวณออกมาในรปู ต้นทนุ การผลติ ต่อหนว่ ย

ตน้ ทุนท้ังหมด = ตน้ ทุนผันแปร + ต้นทุนคงที่
TC = TVC + TFC

ตน้ ทุนท้ังหมด = (ต้นทนุ ผันแปรทเ่ี ป็นเงินสด + ตน้ ทุนผันแปรที่ไมเ่ ป็นเงนิ สด)
+ (ต้นทุนคงทท่ี ี่เปน็ เงินสด)

9

2.2.2 แนวคิดผลตอบแทนการผลติ
ผลตอบแทนการผลิต (Revenue) คือ ผลประโยชน์ท่ีได้รับจากผลผลิตที่ทำการผลิตหรือ ส่วนต่าง

ของรายไดร้ วมจากการขายผลผลติ กบั ตน้ ทุนการผลิตท้งั หมด
ผลผลิต หมายถงึ จำนวนผลผลิตทงั้ หมดทผ่ี ผู้ ลิตผลติ ไดต้ ่อหน่ึงรอบการผลติ
ผลผลิตต่อไร่ หมายถึง จำนวนผลผลติ ทั้งหมดทผ่ี ู้ผลิตผลติ ได้ต่อหนึ่งรอบการผลติ คดิ ต่อพ้นื ที่ผลติ
ราคาของผลผลิต หมายถึง ราคาท่ีผู้ผลิตขายได้หรอื ได้รบั จากการขายผลผลิตที่ฟาร์ม
รายได้ หมายถึง รายได้ท้ังหมดที่ผู้ผลิตได้รับจากการผลิตต่อหนึ่งรอบการผลิตซ่ึงเท่ากับจำนวน

ผลผลิตทัง้ หมดคูนดว้ ยราคาของผลผลิตตอ่ หน่วยทเ่ี กษตรกรขายได้
รายไดต้ ่อไร่ หมายถึง รายไดท้ ้ังหมดของผู้ผลติ ทไ่ี ด้รบั จากการผลติ ต่อหนึง่ รอบการผลิตโดยคดิ เฉล่ีย

ต่อพ้นื ท่ผี ลติ หนง่ึ ไร่
ผลตอบแทนสุทธิ (Net Return) หมายถึง รายได้ทงั้ หมดลบด้วยต้นทนุ ท้ังหมด
ผลตอบแทนเหนือต้นทุนท่ีเป็นเงินสด หมายถึง ผลต่างระหว่างรายได้ท้ังหมดกับต้นทุนทั้งหมด

ท่ีเปน็ เงินสด
2.2.3 แนวคิดบัญชีสมดุลสินค้าเกษตร(Balance Sheet) และปีการตลาด (National Marketing

Year)
การทำบัญชีสมดุลสินค้าเกษตรมีความใกล้เคียงกับการทำบัญชีสมดุลทางการเงิ นทั่วไปท่ีเรารู้จักกัน

บัญชีสมดุลทางการเงินเป็นการทำข้อมูลเกี่ยวกับ “รายรับและผลประโยชน์” เท่ากับ “รายจ่าย
และการเสียผลประโยชน์” หรือ “กำไร” เท่ากับ “ขาดทุน” ซึ่งเป็นการลงข้อมูลเป็นมูลค่าของเงินท่ีเกิดขึ้น
บัญชีสมดุลสินค้าเกษตรเป็นการบันทึกปริมาณของสินค้าเกษตร และสามารถจัดทำได้ทั้งในระดับประเทศ
และระดบั จงั หวัด ดา้ นการบันทกึ ข้อมูลสามารถจัดทำเปน็ ได้ทงั้ รายปีและรายเดือน

บัญชีสมดุลสินค้าเกษตรช่วยในเรื่องของการรายงานสถานการณ์ภาวะการผลิต การนำไปใช้ สต็อก
ราคาและการตลาดของสินค้าเกษตร ตลอดจนการประมาณการความต้องการและการใช้สินค้าเกษตรเหล่านี้
ทำให้ทราบปริมาณสินค้าเกษตรท่ีมีอยู่ภายในตลาดของประเทศ ซึ่งมีความเช่ือมโยงถึงปริมาณของอาหารท่ีมีอยู่
(Food Availability) ของโลก ปริมาณการบรโิ ภคอาหารของคน และการเตรียมพรอ้ มสำหรับการผลิตอาหารเพ่ือ
ประชากรทั่วท้ังโลก โดยเฉพาะสต็อกสินค้าเกษตรของแต่ละประเทศ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อระดับราคา
ของสินค้าเกษตรได้ นอกจากน้ี การทำบัญชีสมดุลสินค้าเกษตรช่วยให้มีการจัดทำสารสนเทศของสินค้าเกษตร
ตา่ งๆ ทั้งในเรอ่ื งของการผลิต อปุ สงค์ อปุ ทาน ของประเทศอยา่ งเป็นระบบมากข้ึน

บญั ชสี มดุลสินค้าเกษตร มีองค์ประกอบ 2 ด้านคือ ด้านผลผลิต (Production) และดา้ นการนำไปใช้
ประโยชน์ (Utilization)

ผลผลิตรวมของจงั หวดั (Supply) = การนำไปใชป้ ระโยชน์ (Utilization)
ผลผลิตรวมของจงั หวัด

• ปรมิ าณผลผลิตของจังหวัดในช่วง 12 เดือน หรือ 1 ปี

10

• ปริมาณนำเขา้ จากจังหวัดอ่ืน/ตา่ งประเทศในชว่ ง 12 เดือน หรือ 1 ปี
ผลผลิตรวมของจงั หวดั = ปริมาณการผลติ + การนำเขา้ สินค้า
การใชป้ ระโยชน์

• การใช้ภายในจังหวดั เชน่ บรโิ ภค เล้ยี งสัตว์ แปรรปู ในชว่ ง 12 เดือน
• การสง่ ออกไปจังหวัดอ่นื และต่างประเทศในชว่ ง 12 เดือน
การนำไปใชป้ ระโยชน์ = การใชภ้ ายในประเทศ + การส่งออกสนิ ค้า
2.2.4 การศึกษาลักษณะของระบบตลาด (Marketing System Approach) เป็นการวิเคราะห์เพ่ือดู
ลักษณะความสัมพันธ์ของการดำเนินธุรกิจต่างๆ ทางการตลาด ระหว่างผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้ประกอบการ และ
ผู้บรโิ ภคของสินคา้ หลักและสนิ คา้ ทางเลือก จำแนกออกเปน็ 3 ส่วน ดังนี้
1) โครงสร้างการตลาด (Structure)
พิจารณาถึงการวิเคราะห์ส่วนประกอบของการตลาด ประกอบด้วย ผู้ผลิต พ่อค้าคนกลาง
พ่อค้าส่ง–ปลีก ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค โดยพิจารณาหลายด้าน อาทิ ความแตกต่างของสินค้า สามารถ
ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ผู้นำตลาด จำนวนและขนาดธุรกิจ ลักษณะการแข่งขันของตลาด สภาพ
วิถีการตลาด มีสว่ นแบง่ การตลาดระดับการผกู ขาดท่ีกระทบตอ่ การเข้าออกของผูป้ ระกอบการรายใหม่
2) ระบ บ พ ฤติกรรม การต ลาด (Behavioral System) พิ จารณ าบุ คคลท่ี ท ำห น้ าที่
ในการตัดสินใจแก้ปัญหาต่างๆ ทางการตลาด โดยพฤติกรรมของบุคคลในระบบตลาดแสดงออกในลักษณะ
การตัดสินใจด้านต่าง ๆ อาทิ การกำหนดราคา ขนาดของธุรกิจ การกำหนดนโยบายการผลิต และกลยุทธ์การ
ส่งเสริมการขาย จำแนกได้ 4 ประเภท ได้แก่
2.1) ระบบปัจจัยผลผลิต คือ พฤติกรรมการตัดสินใจบนพ้ืนฐานของปัจจัยที่หายากแต่ให้ได้
ผลผลิตท่ีน่าพอใจ มีการใช้เทคโนโลยใี หมๆ่ มาชว่ ยลดตน้ ทุนด้านการตลาด
2.2) ระบบอำนาจ คือ พฤติกรรมชอบการแข่งขันเพื่อเอาชนะธุรกิจอ่ืนๆ เพื่อสร้างอำนาจ
ผูกขาดใหต้ นเอง
2.3) ระบบข่าวสารธุรกิจ คือ พฤติกรรมท่ีบุคคลในระบบตลาดมีความรวดเร็วด้านข้อมูล
ข่าวสารการตลาด นยิ มทำการทดสอบประกอบการตดั สินใจ
2.4) ระบบการปรับตัวต่อการเปล่ียนแปลงท้ังภายนอกและภายใน คือ พฤติกรรม ที่บุคคล
ในระบบตลาดมกี ารตัดสนิ ใจทฉ่ี บั ไว พรอ้ มปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของการตลาดเพื่อการแข่งขนั

3) ผลการดำเนินงานของตลาด (Performance) เป็นการวิเคราะห์เพ่ือให้ทราบถึงระบบตลาด
ที่มีประสิทธิภาพมากท่ีสุด สามารถศึกษาได้หลายวิธี อาทิ การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขาย
การวิเคราะห์ด้านตัวสินค้า (การวเิ คราะหถ์ ึงระบบหรอื รูปแบบการส่งเสริมการขายว่าตรงกับความต้องการของ
ผู้บริโภคมากน้อยเพียงใด แสดงถึงการประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ) การวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี
การผลิตและการตลาด (การวิเคราะห์ถึงความสามารถในการลดต้นทุนการตลาดโดยนำเทคโนโลยีเพ่ือการผลิต
การตลาดที่มีประสิทธิภาพมาประยุกต์ใช้เพ่ือให้บริการการตลาดดีข้ึน แสดงถึงการประสบความสำเร็จ
ในการดำเนินธุรกิจ) การวิเคราะห์ด้านผลกำไรและต้นทุนการตลาดของหน่วยธุรกิจ (การวิเคราะห์ถึงอัตรา

11

ผลกำไร ความคุ้มค่าในการลงทุนด้านการตลาด ที่ส่งผลต่อการสร้างแรงจูงใจในการขยายธุรกิจซ่ึงจะเป็นผลดี
ตอ่ ระบบตลาด)

2.2.5 แนวคดิ ดา้ นการวดั ทัศนคตขิ องมนษุ ย์
ทัศนคติ หมายถึง ความรู้สึกของบุคคลท่ีมีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งทั้งที่เก่ียวกับบุคคล ส่ิงของ

และสภาพการณ์ เมื่อเกิดความรู้สึกนั้นแล้วจะมีการเตรียมพร้อมเพ่ือสร้างปฏิกิริยาตอบโต้ไปในทิศทางใด
ทิศทางหนึ่งตามความรู้สึกของตนเอง การศึกษาทัศนคติของบุคคลสามารถทำได้โดยดูจากการแสดงพฤติกรรม
ของผู้นั้นโดยใช้วิธีการสังเกต สอบถาม สัมภาษณ์ และทดสอบ นักจิตวิทยามีความเห็นว่าทัศนคติเป็นพ้ืนฐาน
อย่างหน่ึงในการกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ อาจกล่าวได้ว่าทัศนคติเป็นพ้ืนฐานที่แท้จริงในการแสดง
พฤติกรรมของแต่ละบุคคล และสามารถจำแนกทัศนคติออกเป็น 2 ประเภท คือ ทัศนคติทางบวก
ความรู้สึกที่ดี ท่ีชอบ ที่อยากมีความสัมพันธ์กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และทัศนคติทางลบ คือ ความรู้สึกที่ไม่ดี
ไม่ชอบ ไม่อยากมีความสัมพันธ์กับสิ่งใดส่ิงหน่ึง โดยปัจจัยที่ก่อให้เกิดทัศนคติ ได้แก่ ประสบการณ์ต่าง ๆ
ในอดตี ทถ่ี ูกหลอ่ หลอมมาจากความเช่อื ของแต่ละคน และการรบั ทัศนคติของผู้อนื่ มาเปน็ ของตน

2.2.6 กรอบแนวคิดการบรหิ ารจัดการพื้นทเ่ี กษตรกรรมโดยใชแ้ ผนท่ี Agri-Map (Zoning by Agri-
Map)

กรอบแนวคิดที่มุ่งเน้นการวางแผนภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยกำหนดยุทธศาสตร์ท่ีสำคัญ คือ
เพิม่ ประสิทธภิ าพการผลิต ลดตน้ ทนุ และเพิม่ ขีดความสามารถในการแข่งขันดว้ ยการยกระดับมาตรฐานสินค้า
เกษตรสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการผลิตสินค้าให้มีความสมดุลระหว่าง
อปุ สงคแ์ ละอุปทาน ซ่ึงเกิดจากการผสานของแนวคดิ Zoning และหว่ งโซ่คณุ ค่า (Value Chain) ดังน้ี

1) แนวคิด Zoning = Area + Commodity + Human Resource
แ น ว คิ ด Zoning = Area + Commodity + Human Resource มี ส า ร ะ ส ำ คั ญ คื อ

การขับเคลื่อนนโยบายการบริหารจัดการพ้ืนท่ีเกษตรกรรม (Zoning) ในพ้ืนท่ีหนึ่งให้ประสบความสำเร็จต้อง
อาศัยความพร้อมของปัจจัยหลัก 3 ด้านในการขับเคลื่อน ประกอบด้วย การบริหารจัดการพ้ืนท่ีและทรัพยากร
ท่ีเหมาะสม ผลิตสินค้าได้ตรงตามความต้องการของตลาด รวมทั้งการมีบุคลากรด้านการเกษตรทั้งเกษตรกร
และเจ้าหน้าท่ีท่ีทำหน้าที่บริหารจัดการการผลิตทางการเกษตรตลอดห่วงโซ่คุณค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่
อย่างไรก็ตาม พบว่า ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัจจัยท้ัง 3 ด้านท่ีเกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ น้ัน มีความแตกต่างกัน
โดยในบางพ้ืนที่มีความพร้อมสำหรับการพัฒนา เช่น พ้ืนท่ีมีความเหมาะสมและโครงสร้างพื้นฐานเอื้ออำนวย
สินคา้ หลักในพื้นท่ีมีราคาดี มีตลาดรองรับ มีบุคลากรทั้ง Smart Farmer และ Smart Officer ท่ีมีความพร้อม
ในการบริหารจัดการการผลิตทางการเกษตรตลอดห่วงโซ่คุณค่าของสินค้าเกษตรต่างๆ ในพื้นที่น้ัน เป็นต้น
แต่ในบางพื้นที่อยู่ในเขตยังขาดความพร้อมในบางเร่ือง หรือมีปัญหาท่ีต้องเร่งแก้ไขก่อน การพัฒนาในแต่ละ
พื้นที่จึงไม่สามารถใช้รูปแบบ วิธีการเหมือนกันได้ หน่วยงานในพ้ืนท่ีและคณะกรรมการระดับจังหวัดจะต้อง
กำหนดมาตรการ โครงการและกิจกรรมในการพัฒนาท่ีเหมาะสมและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย พ้ืนท่ีและ
สินค้าโดยคำนึงถึงข้อมูลข้อเท็จจริงจากปัจจัยทั้ง 3 ด้านท่ีดำเนินการสำรวจ รวบรวม ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ
ทเ่ี กยี่ วขอ้ งมาแลว้ เปน็ สำคัญ

12

สำหรับชนิดของข้อมูลท่ีเป็นองค์ประกอบสำคัญในปัจจัยหลักท้ัง 3 ด้าน ได้ประมวลไว้เป็นตัวอย่าง
ซึ่งหน่วยงานทั้งในส่วนกลางและจังหวัดจำเป็นต้องทราบเพ่ือนำมาพิ จารณากำหนดแนวทางการพัฒนาหรือ
ตดั สินใจในการแนะนำและส่งเสริมแกเ่ กษตรกรอยา่ งเหมาะสม พจิ ารณาได้จากภาพท่ี 2.1

ภาพท่ี 2.1 ขอ้ มลู และปัจจยั ทค่ี วรพจิ ารณาในกรอบแนวคดิ
Zoning = Area + Commodity + Human Resource

การให้ได้มาของข้อมูลท่ีสำคัญดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอความร่วมมือให้หน่วยงาน
ในและนอกสังกัดกระทรวง โดยเฉพาะหน่วยงานในระดับจังหวัดดำเนินการสำรวจ รวบรวม ตรวจสอบข้อมูล
ต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องจากในพื้นที่มาเป็นระยะ ซ่ึงการบริหารจัดการข้อมูลดังกล่าวมีความสำคัญและส่งผลต่อ
ความสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบาย Zoning เป็นอย่างมาก ซ่ึงข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ เป็นปัจจัย
ในการพิจารณากำหนดมาตรการ โครงการ กิจกรรม เพ่ือพัฒนาการเกษตรให้ตรงตามศักยภาพและเหมาะสม
กับพ้ืนท่ี ให้บรรลุเป้าหมายของการพัฒนาตามกรอบแนวคิด Zoning = Area + Commodity + Human
Resource ซ่ึงต้องมีการบูรณาการนโยบายต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการพิจารณาความเช่ือมโยงของกรณี
ที่พบจากข้อมูล/ข้อเท็จจริงพ้ืนท่ีและข้อมูลจากส่วนกลาง ท้ังด้านพื้นท่ีและทรัพยากร (Area & Resource)
ด้านสินค้า (Commodity) และด้านทรัพยากรบุคลากร (Human Resource: Smart Farmer & Smart
Officer) โดยจับคู่กรณีต่างๆ แล้วกำหนด โครงการ/กิจกรรม แนวทางการตอบสนองต่อกรณี รวมทั้งช่วงเวลา
ในการดำเนินการทเ่ี หมาะสม

ตัวอย่างการขับเคลื่อนนโยบายตามกรอบแนวคิด Zoning = Area + Commodity + Human
Resource (ภาพที่ 2.1) กล่าวคือ การบริหารจัดการพ้ืนท่ีเกษตรกรรม (Zoning) เป็นการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ของประเทศให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องอาศัยปัจจัยหลักทั้ง 3 ด้าน ทั้งด้านพ้ืนท่ีและ
ทรัพยากร (Area & Resource) ด้านสินค้า (Commodity) และด้านคน (Human Resource: Smart
Farmer & Smart Officer) ร่วมกนั ขับเคล่ือนนโยบายดังกล่าวใหป้ ระสบความสำเร็จ โดยดำเนนิ การขับเคล่อื น
บูรณาการนโยบายต่าง ๆ ประกอบด้วย โครงการ One ID Card for Smart Farmer เพื่อตรวจสอบสิทธิของ

13

เกษตรกรและบริการ E-Services ด้านต่างๆ ของกระทรวง การสำรวจ คัดกรองเกษตรกรและแบ่งเกษตรกร
ออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย Smart Farmer ต้นแบบ Existing Smart Farmer และ Developing Smart
Farmer ว่าในพ้ืนที่มีแต่ละกลุ่มเท่าไร และนโยบาย Zoning เป็นเครื่องมือท่ีสำคัญในการพิจารณา
ความเหมาะสมของการผลิตสินค้าเกษตรชนิดต่างๆ ในพ้ืนท่ี รวมทั้งนโย บาย Commodity เพื่อเป็น
ข้อพิจารณาในการกำหนดปริมาณการผลิตสินค้าเกษตรชนิดต่างๆ ในพนื้ ที่เช่นกนั หลังจากนน้ั นำขอ้ มูลทัง้ หมด
นำเสนอในรูปแบบแผนท่ีเจ้าหน้าท่ีของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพ้ืนท่ีไปดำเนินการและเมื่อนำข้อมูล
เกษ ต รกร แ ต่ ล ะราย ล งแ ผ น ท่ี ก็ท ราบ ได้ ว่ าเกษ ต รก รแ ต่ ล ะราย ล งแ ผ น ที่ ก็ ท ร าบ ได้ ว่ าเกษ ต ร กรที่ ยั งเป็ น
Developing Smart Farmer เน่ืองจากสาเหตุใด เช่น ปลูกพืชในพ้ืนที่ไม่เหมาะสม มีกระบวนการผลิตที่ไม่ดี
ทำให้สามารถกำหนดโครงการและกิจกรรมเพื่อพัฒนาและส่งเสริมเกษตรกรรายนั้นๆได้ตรงตามความต้องการ
รวมทั้งการดำเนินงานและการติดต่อประสานงานของ Smart Officer ที่มีความรู้ความเช่ียวชาญในพ้ืนท่ีและ
องค์ความรู้ทางด้านการเกษตรสาขาต่างๆ ของกรมเป็นผู้ให้คำแนะนำ และประสานงานกับทุกภาคส่วนท่ี
เกี่ยวข้องภายในพื้นท่ีทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการ
ช่วยเหลือ ให้คำปรึกษากับเกษตรกรในพื้นท่ี รวมทั้งการเรียนรู้และถ่ายทอดบทเรียนซึ่งกันและกันระหว่าง
Smart Farmer ต้นแบบกับเกษตรกรรายอ่ืนๆ ซ่ึงจะนำไปสู่การพัฒนาเกษตรกรพ้ืนที่ และสินค้าได้อย่าง
เหมาะสม และสามารถบริหารจัดการการผลติ ทางการเกษตรตลอดห่วงโซ่คุณค่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้
การตลาดเป็นตัวช้ีนำในการส่งเสริมการผลิต ซ่ึงตั้งเป้าหมายว่าผลิตออกมาแล้วต้องขายได้ในราคาท่ีเกษตรกร
อยูไ่ ด้

2) แนวคิดหว่ งโซค่ ุณคา่ (Value Chain) การผลติ สนิ ค้าเกษตร
ห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) การผลิตสินค้าเกษตร เป็นอีกหลักการหน่ึงที่ทุกภาคส่วน ทั้ง

หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และเกษตรกรในพื้นที่ควรทำความเขา้ ใจใหต้ รงกัน เน่อื งจากภายใต้ห่วงโซ่คุณค่าการ
ผลิตสินค้าเกษตร มีกระบวนการและข้ันตอนรวมท้ังผู้ท่ีเก่ียวข้องอยู่เป็นจำนวนมาก และการพัฒนาการผลิต
สิ น ค้ า เก ษ ต ร ใ ห้ มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ แ ล ะ มี ป ร ะ สิ ท ธิ ผ ล ต่ อ ท รั พ ย า ก ร ใ ห้ ม า ก ที่ สุ ด ต้ อ ง มี ก า ร ด ำ เนิ น ก า ร
อย่างสอดคลอ้ งกนั ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายนำ้ พิจารณาไดจ้ ากภาพท่ี 2.2

14

ภาพที่ 2.2 กรอบแนวคิดหว่ งโซ่คณุ ค่า (Value Chain) การผลิตสนิ ค้าเกษตร

จากภาพท่ี 2.2 กรอบแนวคิดห่วงโซ่คณุ ค่า (Value Chain) การผลิตสนิ ค้าเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร
และพลังงาน โดยทั่วไปทิศทางของสินค้าเกษตรจะเคล่ือนจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ โดย ต้นน้ำ เป็นด้านการผลิต
จากการจัดหาปัจจัยการผลิตเพ่ือทำการผลิต การปลูกเลี้ยงจนได้ผลผลิตออกมาส่งต่อไปที่ กลางน้ำ เป็นส่วน
ของการแปรรูปซ่ึงต้องจัดหาวัตถุดิบ ตามความต้องการป้อนสู่กระบวนการแปรรูปให้เป็นสินค้าแต่ละชนิด
เพือ่ เข้าสู่กลไก ปลายนำ้ ซง่ึ เป็นกระบวนการด้านการตลาดสผู่ ู้บริโภคท้ังในและตา่ งประเทศ

สำหรับทิศทางของผลตอบแทนเป็นในทิศทางตรงข้าม กล่าวคือ ผู้บริโภคเป็นต้นทางของผลตอบแทน
ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่คณุ ค่าการผลิตสินค้าเกษตรชนิดน้ันๆ โดยจ่ายผลตอบแทนให้กับพ่อค้า/นักธุรกิจที่
เป็นผู้นำเสนอสินค้าและบริการที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค โดยพ่อค้า/นักธุรกิจจะเลือกซ้ือสินค้าท่ีมี
คุณภาพ/มาตรฐานจากแหล่งแปรรูปซึ่งอยู่กลางน้ำ ตามปริมาณท่ีผู้บริโภคต้องการซ่ึงเป็นไปตามกลไกตลาด
ซึ่งหากมีปริมาณเพ่ิมมากข้ึนแหล่งแปรรูปก็จะซ้ือผลผลิตทางการเกษตรซ่ึงเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปมากขึ้น
ส่งผลให้เกษตรกรสามารถขายผลผลติ ทางการเกษตรได้เพ่ิมขนึ้

ท้ังน้ี ปัจจัยสำคัญในการบริหารจัดการให้ห่วงโซ่คุณค่าการผลิตสินค้าเกษตรแต่ละชนิดให้มี
ประสิทธิภาพ คือ การสร้างสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานของสินค้าเกษตรแต่ละชนิดในตลาดตั้งแต่ต้นน้ำ
ถึงปลายน้ำ ในสภาพปัจจุบันประเทศไทยยังประสบปัญหาการผลิตที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ในสินค้าเกษตรหลายๆ ชนิด ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่สร้างความสูญเสียโอกาสในการพัฒนาต่างๆ ส่งผลต่อ
ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมตามมาในหลายกรณี
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซ่ึงเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการขับเคลื่อนการผลิตสินค้าเกษตรส่ วนต้นน้ำ
เป็นหลักและสนับสนุนการขับเคลื่อนส่วนกลางน้ำและปลายน้ำให้กับหน่วยงานต่างๆ ต้องทำความเข้าใจโจทย์
สำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการทัง้ ในส่วนตน้ นำ้ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยในเบอื้ งตน้ สามารถสรปุ ได้จากภาพที่ 2.3

15

โจทย์สำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

มีข้อมูลเชิงพ้ืนท่ี ทั้งปัจจัยการผลิต เกษตรกรท่ี รู้ข้อมลู ความต้องการผลผลติ เกษตรแตล่ ะชนดิ ทใี่ ช้ มีช่องทางหรือวิธีการท่ีจะรู้ข้อมูลปริมาณและ
ชดั เจน เพยี งพอหรือไม่ เป็นวัตถดุ บิ ของหน่อยธุรกจิ /โรงงานแปรรูปท้ังในเชิง คุณภาพสินค้า ข้อมูลแนวโน้มความต้องการสินค้าที่
ปรมิ าณและคุณภาพหรือไม่ มีอยู่ในตลาดหรอื ไม่ อย่างไร
มี ข้ อ มู ล ก า ร ผ ลิ ต แ ล ะ ผ ล ผ ลิ ต ทั้ ง ป ริ ม า ณ แ ล ะ
คณุ ภาพสนิ คา้ การเกษตรทชี่ ดั เจนเพยี งพอหรอื ไม่ ศักยภาพของสหกรณ์/วสิ าหกิจ/กลมุ่ เกษตรกรใน มีชอ่ งทางหรอื วธิ ีการทจี่ ะร้ขู อ้ มลู ความต้องการ
การแปรรปู สินค้าและการสร้างมูลค่าเพม่ิ เปน็ อย่างไร สินค้าท่ีผลิตจากผลผลิตทางการเกษตรท้ังเชงิ
มีช่องทางและข้อมูลข่าวสาร องค์ความรู้เพื่อ ปริมาณและคุณภาพหรอื ไม่ อยา่ งไร
สนับสนนุ การผลิตทีม่ ีประสทิ ธภิ าพเพยี งพอหรอื ไม่ มีการสรา้ งเครอื ข่ายความร่วมมอื กับหน่วยงาน
ภาครฐั เอกชน สถาบนั การศึกษาในดา้ นข้อมลู / มกี ารสร้างเครอื ข่ายความร่วมมอื กบั หนว่ ยงาน
มีแนวทางการบริหารจัดการและส่งเสริมการผลิต เทคโนโลย/ี แนวโนม้ ความต้องการผลผลิตทาง ภาครฐั เอกชน สถาบนั การศกึ ษาในดา้ นขอ้ มูล/
ใหเ้ กิดประสิทธิภาพสงู สุดอย่างไร การเกษตรเพอ่ื แปรรูปท่ีเพยี งพอหรือไม่ ความตอ้ งการผ้โู ภค/ตลาดทั้งในและต่างประเทศ ที่
เพยี งพอหรอื ไม่
ฯลฯ ฯลฯ
ฯลฯ

ภาพที่ 2.3 โจทยส์ ำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการเพิ่มประสิทธภิ าพบริหารจดั การ
ห่วงโซ่คณุ คา่ การผลิตสนิ คา้ เกษตร

สำหรับการจัดการโซ่อุปทานเป็นกระบวนการในการบูรณาการเกี่ยวกับการจัดการความสัมพันธ์
(Relationship) ร ะ ห ว่ า งคู่ ค้ า (Supplier) แ ล ะ ลู ก ค้ า ตั้ งแ ต่ ต้ น น้ ำซ่ึ งเป็ น แ ห ล่ งก ำ เนิ ด วั ต ถุ ดิ บ
(Origin Upstream) จนสินค้าน้ันได้มีการเคลื่อนย้ายจัดเก็บและส่งออกในแต่ละช่วงของโซ่อุปทานจนสินค้าได้
ส่งมอบไปถึงผู้รับคนสุดท้าย (Customer Down Stream) ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลท้ังในเชิง
ตน้ ทุนและระยะเวลาในการสง่ มอบ (ธนติ โสรัตน์, 2550)

องค์ประกอบของความหมายของการจัดการโซ่อุปทาน ได้แก่ 1) การจัดการความสัมพันธ์
(Relationship Management) เป็นการจดั การปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวบริษัท (Firm) กับคู่ค้าที่เป็น Source of
supplier และลูกค้าที่เป็น End Customer โดยประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการจัดการโซ่อุปทาน
อยู่ท่ีการจดั ความสมดุลในการพ่ึงพาระหว่างหน่วยงานธุรกจิ ในโซ่อปุ ทานในส่วนที่เก่ียวข้องอุปสงค์และอุปทาน
การจัดการความสัมพันธ์ท่ีมีประสิทธิภาพจะต้องพัฒนาไป สู่วัฒนธรรมขององค์กรกับองค์กรมากกว่าการสร้าง
ความสัมพันธ์ในลักษณะที่เป็นบุคคลท่ีเป็น Personal Relationship การจัดความสัมพันธ์ไม่ใช่แค่เป็น "Good
Customer" แต่ต้องพัฒนาไปสู่ระดับท่ีเป็น "Good Partnership" ที่มีความยุติธรรมทางธุรกิจต่อกันรวมถึง
การไว้วางใจและเชื่อถือต่อกัน 2) การจัดการความร่วมมือ (Chain Collaborate Management) ระหว่าง
องค์กรหรือระหว่างหน่วยงานต่างบริษัท (Firm) เพ่ือให้เกิดการประสานภารกิจ (Co-Ordination)
ในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับ การไหลล่ืนของข้อมูลข่าวสารในโซ่อุป ทานเป็นไปอย่างมีป ระสิ ทธิภ าพ
โดยกิจกรรมการจัดการโลจิสติกส์ ซึ่งประสบความล้มเหลว ปัจจัยสำคัญเกิดจากการขาดประสิทธิภาพ
ของการประสานประโยชน์และความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรม ทางโลจิสติกส์ร่วมกันในการกระจายสินค้า
และส่งมอบสินค้า ระหว่างองค์กรต่างๆ ภายในโซ่อุปทานในลักษณ ะท่ีเป็นบูรณ าการทางธุรกิจ

16

(Business Integration) ซึ่งผลกระทบจากการขาดประสิทธิภาพหน่วยงานใดหรือองค์กรใดในโซ่อุปทานจะ
ส่งผลต่อต้นทุนรวมและส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของทุกธุรกิจในโซ่อุปทาน 3) การจัดการ
ความน่าเชอื่ ถือ (Reliability Value Management) การเพิ่มระดับของความเชือ่ ถอื เช่ือมั่น ท่ีมตี ่อการส่งมอบ
สินค้าท่ีตรงต่อเวลา ไปสู่ความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือท่ีจะเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการ
ความไหลล่ืนของสินค้าในโซ่อุปทาน ภายใต้เงื่อนไขของข้อจำกัดของสถานท่ีต่อเงื่อนไขของเวลา (Place and
Time Utility) จำเป็นที่ต่างฝ่ายต้องมีการปฏิบัติการอย่างเป็น Best Practice จนนำไปสู่การเช่ือม่ันที่เป็น
Reliability Value ซึ่งเป็นปัจจัยในการลดต้นทุน สินค้าคงคลังส่วนเกิน หรือเรียกว่า Buffer Inventory
4) การรวมพลังทางธุรกิจ (Business Synergy) ความร่วมมือทางธุรกิจในกลุ่มของ Supplier ในโซ่อุปทาน
ทั้งที่มาจากกลุ่มอุตสาหกรรมสนับสนุนท่ีเป็น Support Industries เช่น ผู้ผลิตกล่อง ผู้ผลิตสลาก
ผู้ผลิตวัตถุดิบ วัสดุ – อุปกรณ์ท่ีใช้การผลิต บรรจุ ผสม และประกอบรวมตลอดไปจนถึงธุรกิจ ให้บริการ
โลจิสติกส์ โดยบริษัทจะต้องมียุทธศาสตร์ในการจัดการความสมดุลของความสัมพันธ์ของคู่ค้า (Suppliers
Relationship Management: SRM) กับความสัมพันธ์ ของคู่ค้าท่ีเป็นลูกค้า (Customer Relationship
Management : CRM) ท้ังระบบการสื่อสารการประสานผลประโยชน์ท่ีเป็น Win - Win Advantage และการ
ใชย้ ุทธศาสตรร์ ว่ มกัน ภายใตล้ ูกค้าคนสุดทา้ ยเดยี วกนั

ห่วงโซ่อปุ ทานมีความแตกตา่ งของโลจิสติกส์ คือ โลจสิ ติกส์เปน็ กระบวนการทเ่ี น้นกิจกรรมเกีย่ วกับ
การเคลอื่ นยา้ ย การจัดเกบ็ การกระจายสินคา้ และบริการ การวางแผนการผลิตและการส่งมอบสินค้าจากผูผ้ ลิต
ไปยังผบู้ รโิ ภค ในขณะท่ีโซ่อุปทานเป็นกจิ กรรมท่ีเก่ียวข้องกับการจัดการปฏิสัมพันธ์ของกระบวนการต่างๆ ของ
หน่วยงานต่างๆ ท้ังภายในองค์กรและระหว่างองค์กรต่างๆ ให้มีความสอดคล้องสอดประสานใน
การทำงานร่วมกันให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ต่อการส่งมอบสินค้าภายใต้ต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้
โดยความแตกต่างที่ชัดเจนนั้นเห็นได้จาก โลจิสติกส์เน้นพันธกิจเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการ
รวมทงั้ ข้อมลู ข่าวสาร สว่ นโซ่อปุ ทานเนน้ บทบาทเกี่ยวกับความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่างองคก์ รเพือ่ ให้
โซ่อุปทานมีความบูรณาการโดยกิจกรรมของโลจิสติกส์ ดำเนินอยู่ภายในโซ่อุปทาน ดังนั้นโลจิสติกส์และ
โซอ่ ุปทาน จึงเป็นกจิ กรรมท่ีดลี ักษณะเปน็ บรู ณาการยากที่จะแยกแยะได้

บทที่ 3
สภาพท่ัวไปของจงั หวดั

3.1 จงั หวดั นครสวรรค
3.1.1 ดานกายภาพ
1) ขนาดและท่ีต้ัง ตั้งอยูภาคเหนือตอนลางของประเทศ ตั้งอยูละติจูดท่ี 15.5-16.7 องศาเหนือ และ

ลองจิจูดท่ี 99.7-100.4 องศาตะวันออก พื้นที่อยูสูงจากระดับนํ้าทะเล 30 เมตร พ้ืนท่ีของจังหวัด 9,597.677
ตารางกิโลเมตร หรือ 5,998,548 ไร มากเปน3 อนั ดับ 9 ของภาคเหนอื
ทศิ เหนอื ติดตอกับ อําเภอปางศิลาทอง ขาณุวรลักษบุรี และบึงสามัคคี จังหวัดกําแพงเพชร อําเภอบึง

นาราง โพทะเล บางมลู นาก และดงเจรญิ จงั หวัดพจิ ติ ร
ทศิ ตะวนั ออก ติดตอกับ อําเภอชนแดน บึงสามพัน และวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ: อําเภอโคกเจริญ

และหนองมวง จังหวัดลพบรุ ี
ทศิ ใต< ติดตอกับ อําเภออินทร:บุรี จังหวัดสิงห:บุรี อําเภอบ<านหมี่ จังหวัดลพบุรี อําเภอสรรพยา

มโนรมย: และเมืองชยั นาท จงั หวดั ชยั นาท
ทิศตะวนั ตก ติดตอกับ อําเภอเมืองอุทัยธานี ทัพทัน สวางอารมณ: ลานสัก และบ<านไร จังหวัดอุทัยธานี

อาํ เภออุม< ผาง จังหวดั ตาก

ภาพที่ 3.1 แผนทีจ่ ังหวัดนครสวรรค

ทม่ี า: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

2) ลักษณะภูมิประเทศ สวนใหญเป3นที่ราบลุมเหมาะแกการเกษตร เป3นที่ราบ 3 ใน 4 ของพ้ืนที่
จังหวัด มีแมน้ํา 4 สาย แมนํ้าป@ง วัง ยม นาน มารวมเป3นแมน้ําเจ<าพระยา ทิศตะวันตกของจังหวัด มีภูเขา
สลับซับซ<อนและเป3นปBาทึบ เขตอําเภอลาดยาว แมวงก: แมเป@น และชุมตาบง สวนด<านตะวันออกของจังหวัด
อาํ เภอหนองบวั และไพศาลี เป3นพน้ื ทร่ี าบลาดเทตดิ ตอกบั เทอื กเขาเพชรบรู ณ:

สภาพพื้นที่สวนใหญของจังหวัด เป3นที่ราบคอนข<างเรียบแคบบริเวณที่ราบลุมแมน้ํา โดยเฉพาะ
ตอนกลางของจงั หวดั อาํ เภอเมือง บรรพตพสิ ยั ชมุ แสง ทาตะโก โกรกพระ เก<าเลี้ยว และพยุหะคีรี สภาพพื้นที่

18

ทางทิศตะวันตก (เขตอําเภอลาดยาว แมวงก: แมเป@น และชุมตาบง) และทิศตะวันออก (เขตอําเภอหนองบัว
ไพศาลี ตากฟGา และตาคลี) มีลักษณะเป3นแบบลอนลูกคล่ืน ยกตัวขึ้นจากตอนกลางของจังหวัด สูงจาก
ระดับนาํ้ ทะเลปานกลาง 20-100 เมตร

3) ลักษณะภูมิอากาศ มีลักษณะร<อนช้ืน มีชวงฤดูฝนและฤดูแล<งที่ชัดเจน ฤดูฝนได<อิทธิพลจากมรสุม
ตะวันตกเฉียงใต<อยูในชวงพฤษภาคม-ตุลาคม และมีฝนตกชุกชวงกันยายน-ตุลาคม สวนฤดูหนาวได<รับอิทธิพล
จากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ชวงตุลาคม-กุมภาพันธ: และอากาศหนาวเย็นชวงธันวาคม-มกราคม สภาพ
ภูมิอากาศ สมั พันธก: ับปรมิ าณน้าํ ฝนในแตละปL เน่ืองจากสภาพพื้นท่ที ม่ี ีลักษณะคลา< ยท<องกระทะหรอื ผีเส้ือ

4) การคมนาคม และการขนส,ง เส<นทางคมนาคมติดตอทางถนนระหวางจังหวัดตาง ๆ มีเส<นทาง
รถไฟ ผาน 15 สถานี ในอําเภอตาคลี เมืองนครสวรรค: และชุมแสง ทางอากาศไมมีสนามบินพาณิชย:
มสี นามบนิ ของกองบิน 4 อาํ เภอตาคลี และสนามบนิ เกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ:

5) ทรพั ยากรธรรมชาติ
1. ทรัพยากรดิน พื้นท่ีสวนใหญของจังหวัดนครสวรรค: เป3นแองตรงกลาง ยกตัวสูงขึ้นไปทางทิศ

ตะวันตกและทิศตะวันออก ดินที่เกิดขึ้นจากวัตถุต<นกําเนิดในลักษณะหรือสภาพพ้ืนที่ประเภทตางๆ ซึ่งแบงออก
ได<เป3น 8 ประเภท คือ ท่ีราบนํ้าทวมถึง (Flood Plain) เป3นพ้ืนท่ีสวนใหญทางตอนกลางของจังหวัด ความอุดม
สมบูรณข: องดินปานกลาง สวนใหญใช<ประโยชนใ: นการทํานาและปลูกไม<ผลตาง ๆ ในบริเวณสันริมนํ้า ลานตะพัก
ลํานํ้ากลางเกากลางใหม (Semi Recent Terrace) เป3นพื้นที่ตอนเหนือของบรรพตพิสัย และทาตะโก ทางทิศ
ตะวันออกของหนองบัว และบริเวณตอนกลางของลาดยาว พ้ืนที่บริเวณนี้ใช<ประโยชน:ในการทํานาในท่ีลุมและ
ปลูกพืชไรบนที่ดอน ลานตะพักลําน้ําระดับตํ่า (Low Terrace) ปaจจุบันใช<ประโยชน:ในการทํานา
ซ่ึงบางบริเวณเปล่ียนสภาพมาจากปBาแดง และบางสวนท่ียังคงเป3นสภาพปBาแดงท่ีเส่ือมโทรมอยู พบในเขต
หนองบวั และไพศาลี ลานตะพักน้าํ ระดบั สงู (High Terrace) สวนใหญอยูในเขตหนองบัวและไพศาลี การระบาย
น้ําดี ความอุดมสมบูรณ:ต่ํา ปaจจุบันใช<ปลูกพืชไรเป3นปBาเสื่อมโทรมและที่รกร<างวางเปลา เนินตะกอนรูปพัด
ตดิ ตอกัน (Coalescing Fans) เปน3 พนื้ ที่ตะวันตกของลาดยาว มีเทือกเขาสูง ลําห<วย เป3นดินรวนเหนียวปนทราย
ปนกรวด ระบายนํ้าดี ความอุดมสมบูรณ:คอนข<างตํ่า ใช<ปลูกพืชไร และเป3นพ้ืนท่ีปBา ลานตะพักปูนมาร:ล (Mid
Terrace) อยูทิศตะวันออกเฉียงใต<ของจังหวัดเขตตาคลี และตากฟGา เป3นดินเหนียว ดินรวนเหนียว ดินรวน
ดินเหนียวปนกรวด ระบายนํ้าดี ความอุดมสมบูรณ:สูง ใช<ปลูกพืชไร พื้นท่ีผิวท่ีเหลือค<างจากการกัดกรอน
(Dissected Erosion Surface) ลักษณะเนื้อดินเป3นดินเหนียว ดินรวนเหนียว ดินรวน ดินเหนียวปนกรวดหิน
ระบายนํ้าดี ความอุดมสมบูรณ:ปานกลางถึงสูง ใช<ปลูกพืชไร ดินภูเขา (Mountain) ลาดชันมากกวา 35% ทาง
ตะวันตกของจังหวัดติดกับอุทัยธานีและตาก เนื้อดินเป3นดินรวน และดินเหนียว ระบายนํ้าได<ดี บางสวนยังเป3น
ปBาไม< บางสวนถูกบุกรกุ ทาํ ลายใช<เพาะปลูกพืชไร

2. ทรัพยากรป0าไม จังหวัดนครสวรรค: ปL พ.ศ. 2561 มีพ้ืนที่ปBาไม<จากการแปลตีความจาก
ภาพถายจากดาวเทียม Landsat-5 เป3นเน้ือที่ 579,011.37 ไร คิดเป3นร<อยละ 9.73 ของพื้นที่จังหวัด ซ่ึงได<รับ
การคุม< ครองตามพระราชบัญญัตปิ Bาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 จํานวน 6 ปาB เนื้อท่รี วม 1,319,293.25 ไร

19

6) ขอมลู ดานการเกษตร
1. ครัวเรอื นเกษตรกร ประชาชนมีอาชีพเกษตรกรรมเปน3 หลัก อตั ราเฉลี่ยร<อยละ 28.74 ของจํานวน
ครวั เรอื นท้งั หมดของจงั หวัด
2. การใชท่ีดิน จังหวัดนครสวรรค: การใช<พื้นที่ทําการเกษตร สวนใหญเป3นที่นา รองลงมาเป3นพืชไร
และพืชยืนต<น/ไม<ผล โดยมีลักษณะการถือครองเนื้อที่ถือครองทําการเกษตรเป3นเนื้อที่ของตนเอง 2,108,526
ไร คิดเป3นร<อยละ 53.64 และเป3นเนื้อท่ีของผ<ูอ่ืน 1,822,342 ไร คิดเป3นร<อยละ 46.36
3. แหล,งนํ้าชลประทาน มีพื้นที่ชลประทานครอบคลุมพ้ืนท่ี 1,133,240 ไร คิดเป3นร<อยละ 18.98
ของจังหวัด เป3นโครงการขนาดใหญ 3 โครงการ โครงการชลประทานขนาดกลาง 17 โครงการ อยูระหวาง
กอสร<างระบบสงน้ํา 2 โครงการ คาดวาจะเพิ่มพ้ืนท่ีชลประทานอีก 80,000 ไร โครงการขนาดเล็ก 188
โครงการ
4. สินคาเกษตรทสี่ าํ คัญ ได<แก ขา< วนาปL ออ< ยโรงงาน ข<าวโพดเลี้ยงสัตว: และมันสําปะหลังโรงงาน
ขาวนาป7 มีพื้นท่ีปลูกข<าวทุกอําเภอ ลําดับต<นๆ ได<แก บรรพตพิสัย ทาตะโก หนองบัว ลาดยาว และ
ชุมแสง มีข<าวพันธุ:ท่ีทางราชการสงเสริม อาทิ พันธุ:ชัยนาท 1 กข.31 กข.41 และขาวดอกมะลิ 105 เป3นหลัก
ผลผลติ เฉลย่ี อยใู นเกณฑ:ดี ทง้ั น้ี ขึ้นอยูกับปaจจยั สภาพแวดลอ< ม เชน ฝนแลง< นา้ํ ทวม และศัตรพู ืช
ออยโรงงาน สวนใหญปลูกพื้นที่ตาคลี ตากฟGา พยุหะคีรี และแมเป@น มีพื้นที่ปลูกลําดับต<นๆ
ของประเทศ มีโรงงานแปรรูป/โรงงานนํ้าตาลที่ใหญท่ีสุดระดับประเทศ และมีการบูรณาการภาคราชการและ
เอกชน เร่ืองใช<พันธ:ุดี พันธ:ุขอนแกน 3 ซ่ึงเป3นพันธุ:ของทางราชการพันธ:ุ และแอลเค 92-11 เป3นพันธ:ุสงเสริม
ของสาํ นักงานคณะกรรมการออ< ยและนํ้าตาลทราย ผลผลติ เฉลย่ี ตอไรและเปอร:เซน็ ตค: วามหวานอยูในเกณฑ:ท่ีดี
ขาวโพดเล้ียงสัตว นิยมปลูกพันธุ:ลูกผสมเอกชน 888 999 339 และ 7979 ซ่ึงไมสามารถเก็บเมล็ด
พนั ธ:ไุ วใ< ชเ< องได< สวนใหญปลกู ชวงเมษายน-พฤษภาคม ในพื้นที่ตากฟาG พยหุ ะคีรี ลาดยาว แมวงก: และแมเป@น
มันสําปะหลงั โรงงาน มีพ้นื ท่ีเพาะปลูกมนั สาํ ปะหลังเป3นอันดับ 2 ของภาคเหนือ รองจากกําแพงเพชร
นิยมพันธุ:ระยอง 11 ระยอง 5 ระยอง 7 ห<วยบง 60 ห<วยบง 80 และเกษตรศาสตร: 50 ซ่ึงเป3นพันธ:ุท่ีทาง
ราชการสงเสริมและเหมาะสมที่ใช<ปลูกในพ้ืนที่นครสวรรค: ผลผลิตเฉล่ียอยูในเกณฑ:ดี สวนใหญปลูกในพื้นท่ี
แมวงก: ไพศาลี ลาดยาว หนองบัว ชุมตาบง และแมเปน@

ตารางท่ี 3.1 สนิ คาเกษตรที่สาํ คญั จงั หวัดนครสวรรค

ชนิดพืช พน้ื ท่ปี ลกู (ไร,) ผลผลิตรวม (ตนั ) ผลผลิตเฉลยี่ ต,อไร, (กก.)
578
ข<าวนาปL 2,379,164 1,374,870 10,000
967
อ<อยโรงงาน 797,747 7,977,470 3,091

ข<าวโพดเลยี้ งสตั ว: 284,995 198,688

มนั สําปะหลังโรงงาน 392,283 1,212,547

ท่ีมา: สํานักงานเศรษฐกิจการเกษตร

20

3.1.2 ดานเศรษฐกิจ
1) โครงสรางทางเศรษฐกิจของจังหวัด จากข<อมูลผลิตภัณฑ:จังหวัด ณ ราคาประจําปL (Gross

Provincial Product at Current Market Prices) ของสาํ นักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแหงชาติ
นครสวรรค ปL 2561 มีมูลคาผลิตภัณฑ:มวลรวมของจังหวัด (Gross Provincial Product : GPP)

ณ ราคาประจําปL เทากับ 116,147 ล<านบาท เศรษฐกิจหลักของจังหวัดมาจากนอกภาคการเกษตร โดยมูลคา
ผลิตภณั ฑ:มวลรวมนอกภาคการเกษตร 79,764 ล<านบาท (ร<อยละ 68.7) และภาคการเกษตร 36,382 ล<านบาท
(ร<อยละ 31.3) โครงสร<างเศรษฐกิจของจังหวัด 5 อันดับแรก ได<แก สาขาเกษตรกรรม ปBาไม< และประมง
มีมลู คา 36,382 ล<านบาท (ร<อยละ 31.3) รองลงมาคือ สาขาการผลิตอุตสาหกรรม 19,961 ล<านบาท (ร<อยละ
17.2) สาขาการขายสง ขายปลกี ฯ 17,326 ล<านบาท (ร<อยละ 14.9) สาขาการศึกษา 8,500 ล<านบาท (ร<อยละ
7.3) และสาขากจิ กรรมทางการเงนิ และประกันภัย 7,474 ลา< นบาท (รอ< ยละ 6.4) ตามลาํ ดบั

2) โครงสรางการผลิตสินคาเกษตรของจังหวัด พิจารณาจากมูลคาผลิตภัณฑ:จังหวัด จากภาคเกษตร
5 สาขา ประกอบด<วย สาขาพืช สาขาปศุสัตว: สาขาประมง สาขาปBาไม< และสาขาบริการทางการเกษตร
จากข<อมูลการประมาณการเบอ้ื งต<นของสาํ นกั งานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 12

นครสวรรค ปL 2560 มีมลู คาผลติ ภัณฑ:มวลรวมภาคเกษตร 11,596 ล<านบาท โครงสร<างการผลิตหลัก
มาจากสาขาพืช มีมูลคา 8,059 ล<านบาท (ร<อยละ 69.5) รองลงมาคือ สาขาปศุสัตว: 1,352 ล<านบาท
(ร<อยละ 11.7) สาขาบริการทางการเกษตร 1,344 ล<านบาท (ร<อยละ 11.6) สาขาประมง 815 ล<านบาท
(ร<อยละ 7.0) และสาขาปาB ไม< 26 ลา< นบาท (รอ< ยละ 0.2) ตามลําดับ

GPP AGRICULTURE SECTOR (YEAR 2017) NAKHON SAWAN

(Millon Baht) LIVESTOCK SECTOR,
1,351.90, 11.7%

CROPS SECTOR, FISHERY SECTOR,
8,059.45, 69.5% 814.80, 70%

AGRICULTURAL
SERVICES SECTOR,

1,343.53, 11.6%
FORESTRY SECTOR,

26.19, 0.2%

ภาพท่ี 3.2 โครงสรางการผลติ สนิ คาเกษตรจังหวดั นครสวรรค

ทีม่ า : ประมาณการเบือ้ งต<นของสาํ นักงานเศรษฐกจิ การเกษตรท่ี 12

3) ตลาดสินคาเกษตรที่สําคัญของจังหวัดนครสวรรค มี 3 สินค<าได<แก ข<าว มีผ<ูประกอบการโรงสี
จํานวน 69 แหง กระจายในพื้นท่ีลาดยาว บรรพตพิสัย ไพศาลี ชุมแสง พยุหะคีรี เมือง โกรกพระ หนองบัว
ตาคลี ทาตะโก และตากฟGา กําลังการผลิตรวม 18,391 ตันตอวัน ทาข<าว 24 แหง ขายสง 5 แหง และสงออก
ตางประเทศ 6 แหง มันสําปะหลังโรงงาน มีผู<ประกอบการลานมันจํานวน 15 แหง ในพื้นที่ไพศาลี ลาดยาว

21

แมเป@น และแมวงก: และข<าวโพดเล้ียงสัตว: มีผ<ูประกอบการพอค<าท<องถ่ินจํานวน 24 แหง ในพื้นที่ลาดยาว
พยุหะคีรี ตาคลี ไพศาลี และชุมแสง สวนผป<ู ระกอบการสงออกมีเพยี ง 1 แหงในพนื้ ทเี่ ก<าเลย้ี ว

ตารางท่ี 3.2 ตลาดสินคาเกษตรท่ีสําคญั ของจงั หวดั นครสวรรค

สนิ คา ประเภทผูประกอบการ จาํ นวน กําลังการผลติ ความจุสถานทเ่ี ก็บ
ขา< ว 1 โรงสี ผปู ระกอบการ (ตัน/24.ชม) ขาว (ตนั )
678,900
69 18,391 -
-
ทาข<าว 24 - -
-
ขายสง 5 - -
-
จาํ หนายตางประเทศ 6 - -

มันสําปะหลังโรงงาน 2 ลานมนั 15 -

ข<าวโพดเลยี้ งสตั ว: 5 โรงงานอาหารสัตว: --

ผ<ูค<าทอ< งถิ่น 24 -

ผสู< งออก 1-

หมายเหตุ : แหลงข<อมลู 1 กรมการคา< ภายใน 2 สมาคมแปงG 5 โรงงานอาหารสตั ว:

3.1.3 ดานสังคม การผลิตสินค<าเกษตรตามวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชุมชน ที่เป3นเอกลักษณ:
และมีสิ่งบงช้ีทางภูมิศาสตร: (Geographical Indications หรือ GI) เป3นทรัพย:สินทางปaญญาประเภทหน่ึง
ชุมชนได<อาศัยลักษณะเฉพาะที่มีอยูในแหลงภูมิศาสตร: เชน สภาพดินฟGาอากาศ หรือวัตถุดิบเฉพาะในพื้นที่
มาใช<ในการผลติ สนิ ค<าในท<องถน่ิ ของตนขึน้ มา ท่ีมคี ณุ ลักษณะพิเศษทีม่ าจากพน้ื ที่ สินคา< เดน/สนิ คา< GI ได<แก

1) เครอ่ื งปwaนดนิ เผาบ<านมอญ ทะเบยี นเลขที่ สช 61100114 ทข่ี น้ึ ทะเบยี นส่ิงบงช้ีทางภมู ศิ าสตร: (GI) แลว<
2) นา้ํ ตาลสดเกยไชย อยูในขนั้ ตอนจัดทาํ คาํ ขอขน้ึ ทะเบยี นสง่ิ บงชี้ทางภูมิศาสตร: (GI)
3) ข<าวหอมใบเตยนครสวรรค: อยูในข้นั ตอนจัดทําคําขอขน้ึ ทะเบยี นส่งิ บงชีท้ างภูมศิ าสตร: (GI)
3.1.4 ดานส่ิงแวดลอม การผลิตสินค<าเกษตร ท่ีเป3นมิตรกับส่ิงแวดล<อม ที่ผานการรับรองมาตรฐานสินค<า
เกษตรอนิ ทรีย: และเกษตรปลอดภยั ของจังหวัดรายละเอียดดังนี้
1) พ้ืนท่ีการทําเกษตรอินทรีย: รวม 1,248.25 ไร เกษตรกร 60 ราย ได<รับการรับรองแล<ว 55 ราย
1,143.25 ไร

ชนดิ สนิ คา จาํ นวนราย/แปลง จาํ นวนไร,
1) ข<าว 1.1 รายเดย่ี ว - รับรองแล<ว 11 236.50
4 210
- ระยะปรับเปลย่ี น 5/5 105
1.2 รายกลมุ - เตรยี มความพร<อม 13/13 221
27/27 475.75
- T1 (ปรบั เปลี่ยน)
- T2 (ปรับเปล่ยี น) 2 แปลง 2.5
2) พืช (แปลง) ปรบั เปล่ยี น 30 แปลง 200.655
รบั รองแลว<
ที่มา : สาํ นกั งานเกษตรและสหกรณ:จังหวัด

22

2) การรับรอง GAP ด<านพืช และด<านข<าว เกษตรกรรวม 438 ราย408 แปลง พ้ืนท่ี 5,992.981 ไร

ด<านประมง เกษตรกร 24 ราย พื้นท่ี 834.922 ไร และด<านปศุสัตว: จาํ นวน 273 ฟารม:

ชนดิ สนิ คา จํานวนราย/แปลง จํานวนไร,

1) พืช (แปลง) ปรบั เปลยี่ น 83/56 304.38

รบั รองแลว< 18/13 76.551

2) ขา< ว (GAP Grain) 115/122 1,791

ขา< ว (GAP Seed) 191/182 2,767.70

ขา< ว (GAP กข43) 31/35 1,053.35

3) ประมง 24 834.922

4) ปศสุ ัตว: 273

ทีม่ า : สาํ นกั งานเกษตรและสหกรณจ: งั หวดั

3.1.5 แผนพัฒนาการเกษตรระดับพื้นที่จังหวัดนครสวรรค ตามยุทธศาสตร:การพัฒนาจังหวัด
นครสวรรค: ปL พ.ศ. 2562

เปUาหมายการพัฒนา “นครสวรรค:คนธรรมดี สังคมพอเพียง ชุมทางขนสงทางราง อุตสาหกรรมฐาน
ชีวภาพ ส่ิงแวดล<อมยั่งยืน”

ประเด็นการพัฒนาของจังหวัด
ประเดน็ ที่ 1 สรางการเตบิ โตทางเศรษฐกจิ ดวยแนวทางการพัฒนาเมืองสวรรค
1.1 เป3นศนู ยก: ลางดา< นการดูแลสุขภาพ (Health and Medical Hub)
1.2 จัดการศึกษาและฝ|กอบรมเพ่ือความก<าวหนา< ในอนาคต (Education and Training for

the future)
1.3 ยกระดบั เกษตรสูเกษตรอินทรีย: (Agriculture and Organic Paradise)
1.4 วางระบบขนสงและศูนย:กลางการกระจายสินค<า (Vehicles and Logistics Center)
1.5 ประสบการณ:ทองเทีย่ วเมืองแหงความสขุ ( Experience Tourism)
1.6 พัฒนาเมอื งแหงดิจติ อลเพื่อการพาณชิ ย: (New Digital Commerce )
ประเดน็ ที่ 2 พฒั นาศกั ยภาพทนุ มนษุ ยและสรางสังคมพอเพียง
2.1 ด<านพฒั นาสขุ ภาวะ
2.2 ด<านพฒั นาคณุ ภาพชีวิตและครอบครวั
2.3 ด<านสรา< งสังคมการเรียนรูแ< ละวถิ พี อเพียง
2.4 ดา< นสร<างความมัน่ คงปลอดภัย
ประเดน็ ท่ี 3 บริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอมอย,างยัง่ ยนื
3.1 อนุรักษ: และฟนw• ฟูทรพั ยากรธรรมชาติใหม< ีความอุดมสมบรู ณ:
3.2 จัดการคุณภาพส่งิ แวดลอ< มอยางมปี ระสทิ ธภิ าพและเหมาะสม
3.3 อนรุ กั ษ:พลงั งานและพัฒนาการใชพ< ลังงานทดแทน

23

3.4 พฒั นาระบบปGองกันและบรรเทาสาธารณภัยใหม< ีประสทิ ธภิ าพ
ประเดน็ ที่ 4 เสริมสรางธรรมาภิบาลเพอื่ การพฒั นาทย่ี ั่งยืน
4.1 เสรมิ สรา< งระบบธรรมาภิบาลทด่ี ี
4.2 พฒั นานวัตกรรมภาครัฐ
4.3 สงเสรมิ ระบบธรรมาภิบาลทด่ี ีอยางย่ังยืน
3.2 จังหวดั กาํ แพงเพชร
3.2.1 ดานกายภาพ
1) ขนาดและท่ีต้ัง กําแพงเพชรมีพ้ืนท่ี 8,607.5 ตารางกิโลเมตร (5,379,681 ไร) เป3นพื้นท่ีการเกษตร
4,913.7 ตารางกิโลเมตร (3,071,075 ไร) ปBาไม< 1,990.5 ตารางกิโลเมตร (1,244,060 ไร) พ้ืนที่นอก
การเกษตร 1,703.3 ตารางกิโลเมตร (1,064,546 ไร) ต้ังอยูในเขตภาคเหนือตอนลาง อยูหางจากกรุงเทพ 358
กิโลเมตร
ทศิ เหนอื ตดิ ตอกับอาํ เภอวังเจ<า จงั หวดั ตาก และอําเภอคีรีมาศ จังหวดั สโุ ขทยั
ทิศใต< ติดตอกับอําเภอบรรพตพสิ ยั จงั หวัดนครสวรรค:
ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอกับอําเภอบางระกาํ จงั หวัดพิษณโุ ลก และโพทะเล วชริ บารมี

จังหวดั พิจติ ร
ทศิ ตะวนั ตก ติดตอกับอาํ เภออ<ุมผาง จงั หวดั ตาก

ภาพที่ 3.3 แผนทจ่ี ังหวัดกาํ แพงเพชร

ทีม่ า: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

2) ลักษณะภูมิประเทศ มีแมน้ําป@งไหลผานตอนกลางของจังหวัดจากเหนือจรดใต< ระยะทาง 104
กิโลเมตร มีพ้ืนท่ีทํานาร<อยละ 31.43 ของพ้ืนท่ีทั้งหมด อยูในพ้ืนท่ีราบด<านตะวันออกของจังหวัด ได<แก
เมืองลานกระบือ ไทรงาม ทรายทองวัฒนา คลองขลุง บึงสามัคคี พรานกระตาย และขาณุวรลักษบุรี พื้นท่ีทําไร
ร<อยละ 28.01 อยใู นพื้นทีด่ า< นตะวันตกของแมนํ้าป@ง ไดแ< ก คลองลาน ปางศิลาทอง โกสัมพีนคร พรานกระตาย

24

ขาณุวรลักษบุรี และเมือง ลักษณะพื้นที่ของจังหวัด ด<านตะวันตกเป3นภูเขาสูงลาดลงมาทางด<านตะวันออก
ลักษณะดินเป3นดนิ ปนทรายเหมาะแกการทาํ นาและปลกู พชื ไร

3) ลักษณะภูมิอากาศ ได<รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต< จากอาวเบงกอลและอาวไทย พัดผาน
ในพฤษภาคม-ตุลาคม มีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดผานในพฤศจิกายนถึงมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปL
27.3 องศาเซลเซียส สูงสุดเฉลี่ย 33.4 องศาเซลเซียส ต่ําสุดเฉล่ีย 22.5 องศาเซลเซียส อากาศร<อนอบอ<าว
คือ เดือนเมษายน หนาวที่สุดคือเดือนธันวาคม สําหรับปริมาณนํ้าฝนเฉลี่ยตอปL 1,301.5 มิลลิเมตร และ
มีฝนตกเฉลยี่ 123 วนั ชวงท่มี ีฝนตกอยรู ะหวางพฤษภาคม-ตุลาคม

4) การคมนาคม และการขนส,ง สะดวกเพยี งทางเดียวคอื ทางรถยนต: ไมมีทางรถไฟหรอื สนามบิน
5) ทรัพยากรธรรมชาติ
1. ทรัพยากรดิน แบงเป3น 3 ลักษณะ ได<แก 1) ด<านตะวันตกซ่ึงมีสภาพภูมิประเทศเป3นภูเขา เนื้อดิน
คอนข<างหยาบ หน<าดินบาง การเพาะปลูกทําได<ไมดี และมีความลาดชัน เป3นดินที่สลายตัวอยูกับที่ไมได< ถูกพัด
พามาจากที่อ่ืน สลายตัวมาจากหินบริเวณน้ัน 2) ลักษณะดินในบริเวณท่ีราบ เป3นดินตะกอนเกาถูกนํ้าพัดพามา
ระบายนํ้าเลวถึงดี ในบริเวณที่เป3นดินเกาเน้ือดินมีความละเอียด มีดินเหนียวมาก การระบายน้ําทําได<ไมดี
บางบรเิ วณที่มีเนื้อดินปนทรายมีการระบายนํ้าได<ดี 3) บริเวณท่ีเป3นดินคอนข<างใหม เป3นดินเหนียวจากแมนํ้าป@ง
อยูทางตอนใต<ของจังหวัด บริเวณขาณุวรลักษบุรีและคลองขลุง โดยแบงตามลักษณะกลุมดินได< 4 กลุม ได<แก
กลุมดนิ นาครอบคลุมพ้นื ท่ีร<อยละ 30 กลุมดินไร ครอบคลุมพ้ืนที่ร<อยละ 30 กลุมดินต้ืน ครอบคลุมพ้ืนที่ ร<อยละ
20 และกลมุ ดินภเู ขาครอบคลุมพื้นทร่ี อ< ยละ 20
2. ทรัพยากรป0าไม เป3นปBาไม<ประเภทผลัดใบ แบบปBาเบญจพรรณ มีไม<ประเภทไม<กวาว ไม<มะคาโมง
จากภาพถายจากดาวเทียม พ.ศ. 2534 วาพ้ืนที่ปBาไม< 2,146.70 ตารางกิโลเมตร (1,341,718 ไร) ปaจจุบัน
จังหวัดกําหนดให<เป3นปBาสงวนแหงชาติ จํานวน 9 ปBา อุทยานแหงชาติ 3 แหง และเขตรักษาพันธ:ุสัตว:ปBา
1 แหง
3. แหล,งน้ําธรรมชาติ มีแมนํ้าป@งไหลผานกลางจังหวัด ความยาว 117 กิโลเมตร คือ ฝ‚aงซ<าย หรือ
ฝง‚a ตะวันออกของแมนา้ํ ป@ง และฝaง‚ ขวา หรือฝa‚งตะวันตกของแมน้าํ ป@ง
6) ขอมลู ดานการเกษตร
1. ครัวเรือนเกษตรกร ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป3นอาชีพหลัก มีครัวเรือนเกษตรกร
109,428 ครวั เรอื นจากครัวเรอื นท้งั หมด 263,518 ครวั เรอื น (รอ< ยละ 41.53 ของครัวเรือนทั้งจังหวัด)
2. การใชท่ีดิน ปL 2560 มีเนื้อที่ทางการเกษตร 3,072,336 ไร เป3นพ้ืนที่นา 1,448,868 ไร
(ร<อยละ 47.16) พื้นท่ีพืชไร 1,320,200ไร (ร<อยละ 42.97) สวนที่เหลืออีก 303,268 ไร (ร<อยละ 9.87)
เป3นพื้นท่ีทางการเกษตรประเภทไม<ผลไม<ยืนต<น สวนผัก ไม<ดอก ไม<ประดับ การเกษตรอ่ืน ๆ และการประมง
เลยี้ งสัตว:
3. แหล,งน้ําชลประทาน พ้ืนที่ชลประทาน ขนาดกลาง 11 โครงการ พื้นท่ี 1,522,220 ไร อาทิ
โครงการทอทองแดง โครงการวังบวั โครงการวงั ยาง เป3นต<น

25

4. สินคาเกษตรท่สี าํ คญั ได<แก ข<าว ออ< ยโรงงาน มันสําปะหลงั โรงงาน ข<าวโพดเล้ยี งสัตว: ยางพารา
ปาลม: น้ํามนั
ตารางท่ี 3.3 สินคาเกษตรที่สาํ คัญจังหวดั กาํ แพงเพชร

ชนิดพชื พนื้ ท่ีปลกู (ไร,) ปรมิ าณผลผลติ (ตัน)

ขา< วนาปL 1,170,154 703,964
มนั สําปะหลังโรงงาน 619,978 2,064,527
อ<อยโรงงาน 675,529 7,059,278
ขา< วโพดเลย้ี งสัตว: 89,106 70,562
ยางพารา 18,574
ปาลม: น้าํ มนั 6,689 3,083
6,676

ท่มี า: สาํ นกั งานเศรษฐกจิ การเกษตร

3.2.2 ดานเศรษฐกจิ
1) โครงสรางทางเศรษฐกิจของจังหวัด จากข<อมูลผลิตภัณฑ:จังหวัด ณ ราคาประจําปL ของสํานักงาน

สภาพัฒนาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหงชาติ
กําแพงเพชร ปL 2561 มีมูลคาผลิตภัณฑ:มวลรวมของจังหวัด ณ ราคาประจําปL เทากับ 117,705

ล<านบาท เศรษฐกิจหลักของจังหวัดมาจากนอกภาคการเกษตร โดยมูลคาผลิตภัณฑ:มวลรวมนอกภาค
การเกษตร 91,314 ล<านบาท (ร<อยละ 77.6) และภาคการเกษตร 26,391 ล<านบาท (ร<อยละ 22.4) และเมื่อ
พจิ ารณาตามโครงสรา< งเศรษฐกิจของจังหวัด 5 อันดับแรก ได<แก คือ สาขาการผลิตอุตสาหกรรม 31,186 ล<าน
บาท (ร<อยละ 26.5) รองลงมาสาขาเกษตรกรรม ปBาไม< และประมง มีมูลคา 26,391 ล<านบาท (ร<อยละ 22.4)
สาขาการทาํ เหมืองแรและเหมืองหิน 21,974 ล<านบาท (ร<อยละ 18.7) สาขาการขายสง การขายปลีก 14,579
ล<านบาท (ร<อยละ 12.4) และสาขาการศึกษา 6,365 ล<านบาท (รอ< ยละ 5.4) ตามลําดบั

2) โครงสรางการผลติ สินคาเกษตรของจังหวัด พิจารณาจากมูลคาผลิตภัณฑ:จังหวัด จากภาคเกษตร
5 สาขา ประกอบด<วย สาขาพืช สาขาปศุสัตว: สาขาประมง สาขาปBาไม< และสาขาบริการทางการเกษตร
จากขอ< มลู การประมาณการเบื้องต<นของสํานกั งานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 12

กําแพงเพชร ปL 2560 มีมูลคาผลิตภัณฑ:มวลรวมภาคเกษตร 8,884 ล<านบาท โครงสร<างการผลิตหลัก
มาจากสาขาพืช มีมูลคา 7,155 ล<านบาท (ร<อยละ 80.5) รองลงมาคือ สาขาบริการทางการเกษตร 995
ล<านบาท (ร<อยละ 11.2) สาขาปศุสัตว: 560 ล<านบาท (ร<อยละ 6.3) สาขาประมง 125 ล<านบาท (ร<อยละ 1.4)
และสาขาปาB ไม< 48 ล<านบาท (รอ< ยละ 0.5) ตามลาํ ดับ

26

GPP AGRICULTURE SECTOR (YEAR 2017) KAMPHAENGPHET

(Millon Baht) LIVESTOCK SECTOR,
559.85, 6.3%
CROPS SECTOR,
7,155.15, 80.5% FISHERY SECTOR,
125.39, 1.1%

AGRICULTURAL
SERVICES SECTOR,

994.99, 11.2%

FORESTRY SECTOR,
48.40, 0.5%

ภาพท่ี 3.4 โครงสรางการผลติ สนิ คาเกษตรจังหวดั กําแพงเพชร

ท่ีมา : ประมาณการเบ้อื งต<นของสาํ นักงานเศรษฐกจิ การเกษตรที่ 12

3) ตลาดสินคาเกษตรท่ีสําคัญของจังหวัดกําแพงเพชร มี 3 สินค<าได<แก สินค<าข<าว มีผู<ประกอบการ
โรงสีจํานวน 36 แหง กระจายในพ้ืนท่ีเมือง ขาณุวรลักษบุรี ลานกระบือ บึงสามัคคี พรานกระตาย ไทรงาม
และคลองขลุง กําลังการผลิตรวม 12,718 ตนั ตอวนั ทาขา< ว 65 แหง ขายสง 7 แหง และสงออกตางประเทศ 7
แหง สินค<ามันสําปะหลังโรงงาน มีผู<ประกอบการโรงแปGงมันสําปะหลัง จํานวน 9 แหง ในพ้ืนท่ีพรานกระตาย
ขาณุวรลักษบุรี คลองขลุง และโกสัมพีนคร และผ<ูประกอบการลานมันจํานวน 49 แหง ในพื้นท่ีเมือง
โกสัมพนี คร ขาณวุ รลักษบรุ ี พรานกระตาย คลองขลงุ คลองลาน และปางศิลาทอง และสินค<าข<าวโพดเลี้ยงสัตว:
มีผ<ปู ระกอบการพอค<าทอ< งถิน่ 18 แหง ในพ้นื ทเี่ มอื ง ขาณวุ รลกั ษบุรี ปางศลิ าทอง คลองลาน และบงึ สามคั คี

ตารางท่ี 3.4 ตลาดสนิ คาเกษตรทีส่ าํ คญั ของจังหวดั กาํ แพงเพชร

สนิ คา ประเภทผปู ระกอบการ จํานวน กําลงั การผลติ ความจสุ ถานที่เก็บขาว
ขา< ว 1 โรงสี ผปู ระกอบการ (ตัน/24.ชม) (ตนั )

36 12,718 580,500
-
ทาข<าว 65 - -
-
ขายสง 7 - -

จําหนายตางประเทศ 7 - -
มนั สาํ ปะหลงั โรงงาน 2 ลานมนั 49 - -
-
ขา< วโพดเลยี้ งสัตว: 3 โรงแปGงมนั สาํ ปะหลงั 9 -
โรงงานอาหารสัตว: -

ผู<คา< ทอ< งถ่นิ 18 -

ผู<สงออก --

หมายเหตุ : แหลงขอ< มลู 1 กรมการค<าภายใน 2 สมาคมแปงG 3 โรงงานอาหารสตั ว:

27

3.2.3 ดานสังคม การผลิตสินค<าเกษตรตามวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชุมชนที่เป3นเอกลักษณ: และ

มีส่ิงบงช้ีทางภูมิศาสตร: (Geographical Indications หรือ GI) เป3นทรัพย:สินทางปaญญาประเภทหนึ่ง ชุมชน

ได<อาศัยลักษณะเฉพาะที่มีอยูในแหลงภูมิศาสตร:ตามธรรมชาติ อาทิ สภาพดินฟGาอากาศ หรือวัตถุดิบเฉพาะ

ในพ้ืนท่ี มาใช<ประโยชน:ในการผลิตสินค<าในท<องถ่ินของตนข้ึนมา ทําให<ได<ผลิตภัณฑ:ที่มีคุณลักษณะพิเศษที่มา

จากพ้ืนที่ สินค<าเดน/สินค<า GI ได<แก กล<วยไข มีอัตลักษณ:เดน คือ ลําตันไมมีไข ใบเล็กและบาง ก<านผลสั้น

เปลือกบาง ผลออนสีเขียว เม่ือสุกเหลืองสดใส และมีจุดดําเล็กๆ เมื่อสุกเน้ือกล<วยมีสีครีมอมเหลืองเข<ม

กล่ินหอม เนอ้ื แนนละเอียด มีความหวานไมตํา่ กวา 24 องศาบริกซ:

3.2.4 ดานส่ิงแวดลอม การผลิตสินค<าเกษตร ที่เป3นมิตรกับสิ่งแวดล<อม ท่ีผานการรับรองมาตรฐานสินค<า

เกษตรอินทรยี : และเกษตรปลอดภยั ของจงั หวัดรายละเอยี ดดงั นี้

1) พ้นื ที่การทําเกษตรอินทรีย: รวม 3,244.66 ไร เกษตรกร 279 ราย/แปลง ได<รับการรับรองแล<ว 641.03 ไร

เกษตรกร 62 ราย/แปลง

ชนิดสนิ คา จํานวนราย/แปลง จาํ นวนไร,

1) ข<าว T1 (เตรียมความพรอ< ม) 35 ราย 694 ไร

ขา< ว T2 (ปรบั เปล่ียน)1.1 ราย 1 กลุม 7 ราย 133.5 ไร

รบั รองแล<ว 3 กลมุ 33 ราย 568.0 ไร

2) พืช (แปลง) --

ปรับเปลี่ยน 204 ราย 1,776.14 ไร

รบั รองแลว< 29 73.03 ไร

รวมทั้งส้นิ 4 กลุม, 279 ราย 233 แปลง 3,244.66 ไร,

ทมี่ า : สาํ นกั งานเกษตรและสหกรณ:จงั หวดั

2) การรับรอง GAP ด<านพืช และด<านข<าว เกษตรกรรวม 933 ราย/แปลง พื้นที่ 7,506 ไร ด<านประมง

เกษตรกร 65 ราย ดา< นปศุสตั ว: จาํ นวน 189 ฟารม:

ชนดิ สนิ คา จํานวนราย/แปลง จํานวนไร,

1) พชื (แปลง) 184 แปลง 988

2) ขา< ว GAP Seed(ราย) 555 แปลง 6,518

3) ประมง 5 แปลง -

ประมง Safety level 60 แปลง -

4) ปศุสตั ว: 189 แปลง

รวมท้งั ส้นิ 993 7,506

ทมี่ า : สํานกั งานเกษตรและสหกรณจ: ังหวัด

3.2.5 แผนพัฒนาการเกษตรระดับพ้ืนที่ จังหวัดกําแพงเพชร ตามแผนพัฒนาจังหวัดกําแพงเพชร

พ.ศ. 2561-2564 ดงั นี้

เปUาหมายการพัฒนา “แหลงผลิต แปรรูปสินค<าเกษตรปลอดภัย ฐานผลิตพืชพลังงานทดแทน และ

เมอื งทองเท่ียวมรดกโลก” จงั หวดั ได<กาํ หนดเปGาหมายและตวั ชีว้ ดั ของการพฒั นาไว< ดงั นี้

1. ยกระดับการผลิตสินคา< เกษตรให<เป3นเกษตรปลอดภัย

28

2. รายได<จากการจาํ หนายสินค<าเกษตรแปรรูปเพ่ิมขึ้น
3. จํานวนแปลง/ ฟารม: ทีผ่ านการรับรองมาตรฐานเกษตรปลอดภัย (GAP) เพ่มิ ขน้ึ
4. สัดสวนปรมิ าณพืชพลงั งานตอสินค<าเกษตรทงั้ หมดเพมิ่ ข้นึ
5. รายได<จากการทองเที่ยวเพ่ิมข้ึน และจํานวนนักทองเท่ียวที่เข<ามาเท่ียวแหลงมรดกโลกและแหลง
ทองเทยี่ วทมี่ ศี ักยภาพเพิ่มขึ้น
6. ประชาชนมีระดับคุณภาพชีวิตสูงข้ึน มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย:สิน และมีการบริหาร
จัดการสิ่งแวดล<อมอยางย่งั ยนื
ประเดน็ การพฒั นา
1. พฒั นาหวงโซคณุ คาสนิ คา< เกษตรปลอดภัย และสงเสริมการผลติ พชื พลงั งานทดแทนอยาง
มีประสิทธิภาพ
2. พฒั นาและสงเสรมิ แหลงทองเที่ยวมรดกโลกและแหลงทองเทีย่ วทม่ี ีศกั ยภาพ
3. พัฒนาคุณภาพชวี ติ ความม่นั คงทางสังคม และสิ่งแวดล<อมอยางยงั่ ยนื

3.3 จงั หวดั พิจิตร
3.3.1 ดานกายภาพ
1) ขนาดและท่ีต้ัง ต้ังอยูระหวางเส<นรุ<งที่ 15 องศา 50 ลิปดา กับ 16 องศา และเส<นแวงท่ี 99 องศา

กับ 150 องศา 45 ลปิ ดาตะวันออก มเี นือ้ ท่ี 4,531.013 ตารางกโิ ลเมตร (2,831,883 ไร)
ทศิ เหนือ ติดตอกบั อําเภอบางระกํา และบางกระทมุ จังหวัดพษิ ณุโลก
ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอกบั อาํ เภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ:
ทศิ ใต< ตดิ ตอกับอาํ เภอชุมแสงและหนองบวั จงั หวัดนครสวรรค:
ทิศตะวนั ตก ติดตอกบั อําเภอไทรงามจงั หวดั กาํ แพงเพชรและอําเภอบรรพตพิสยั จงั หวดั นครสวรรค:

ภาพที่ 3.5 แผนทจี่ งั หวดั พิจติ ร

ทม่ี า : กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

2) ลักษณะภูมิประเทศ เป3นพ้ืนที่ราบลุมแองกระทะ เอ้ืออํานวยตอการเกษตร ทิศตะวันออกเป3นท่ีลาด
เชิงเขา ทิศตะวันตกเป3นพื้นท่ีลุมต่ํากวากําแพงเพชร 20 เมตร มีแมน้ํา 3 สาย ที่ไหลจากทิศเหนือลงสูทิศใต<

29

คือ แมน้ํายม แมนํ้านาน และแมนํ้าพิจิตร สภาพพื้นที่เป3นท่ีราบลุมแมน้ํา ดินดีมีความอุดมสมบูรณ:ปานกลางถึง
สงู สดุ เน่อื งจากตะกอนทีน่ ํ้าพดั มาทับถมเหมาะแกการทํานา และปลูกพืชหมุนเวียน พ้ืนที่สวนใหญถูกบุกเบิกเพ่ือ
ใช<ประโยชน:ทางการเกษตร จึงมีพ้ืนที่ปBาเหลือน<อยมาก ทําให<เกิดปaญหานํ้าทวมเป3นประจําในชวงที่นํ้าเหนือ
ไหลหลาก สามารถแบงเปน3 3 พืน้ ที่ ดังน้ี

พืน้ ท่ที างทศิ ตะวนั ออกของแมน้ํานานเป3นท่ีราบแบบลูกฟูก มีความลาดเทจากทิศตะวันออกไปทางทิศ
ตะวันตก โดยบริเวณที่ติดแมน้ํานานมีพ้ืนท่ีคอนข<างต่ํา สวนพ้ืนที่ท่ีอยูหางจากแมน้ํานานออกไปทางทิศ
ตะวันออก มีลักษณะคอนข<างสูงมีลําคลองธรรมชาติที่เกิดจากเทือกเขาเพชรบูรณ:หลายสายและไหลลงสูแมน้ํา
นานในที่สุด ไดแ< ก บางสวนของเมือง สากเหล็ก ทรายพนู ทบั คล<อ ตะพานหิน บางมูลนาก และดงเจริญ

พ้ืนที่ราบลุมระหวางแมนํ้านานและแมน้ํายม มีลักษณะเป3นลูกฟูก ลาดเทจากทิศเหนือ ในเขตเมือง
และสามงาม ลาดตํ่าลงไปทางทิศใต<ในเขตโพธ์ิประทับช<าง ตะพานหิน โพทะเล และบางมูลนาก และมีแมนํ้าพิจิตร
(แมนํา้ นานเดิม) ไหลผานระหวางแมนํ้าทั้งสอง

พ้ืนที่ทางทิศตะวันตกของแมน้ํายม มีลักษณะลาดเทจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก พ้ืนที่ที่ติด
แมนํ้ายมเป3นพื้นท่ีลุมตํ่านํ้าทวมถึง ฤดูน้ําหลากน้ําจากแมน้ํายมเออล<นตลิ่งทวมพ้ืนท่ีลุมต่ําอยูเสมอ พื้นที่สวนนี้
ประกอบด<วยพน้ื ทเี่ ขตวชิรบารมี สามงาม โพธ์ิประทับช<าง บึงนาราง และโพทะเล

3) ลักษณะภูมิอากาศ อากาศคอนข<างร<อนจัดในฤดูร<อน และเย็นสบายในฤดูหนาวจากอิทธิพล
ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต< อุณหภูมิสูงสุด 38.1 องศาเซลเซียส และ
อณุ หภูมติ ่าํ สุด 12.2 องศาเซลเซยี ส ฝนตกทั้งสิ้น 120 วนั ปรมิ าณน้าํ ฝนท่ีวดั ได< 1,233.3 มิลลิเมตร

4) การคมนาคม การขนสง, มกี ารคมนาคมติดตอกับจังหวัดตางๆ ได<ทางรถยนตแ: ละทางรถไฟ
5) ทรพั ยากรธรรมชาติ
1. ทรัพยากรดิน จากข<อมูลภูมิสารสนเทศ (GIS) กลุมดินบนพื้นที่ราบต่ํา มีเน้ือที่ร<อยละ 80.6 และ
ดนิ บนพ้ืนท่ดี อน มีเนอ้ื ทรี่ <อยละ 18.8 นอกจากนี้เป3นพ้ืนท่ีท่ีไมสามารถหรือไมเหมาะสมท่ีพัฒนาเพ่ือการเกษตร
ชลประทาน 4 ลักษณะดังนี้ 1) ท่ีราบลุมแมน้ํา เกิดจากการทับถมของตะกอนจากลําน้ํานานและแมนํ้ายม
2) เนนิ ตะกอนรูปพดั เกิดจากกระแสน้าํ พดั เอาตะกอนมาด<วยเม่ือไหลผานที่ราบความเร็วการไหลก็ลดลง ทําให<
ตะกอน พบด<านตะวันออกของจังหวัด ความสมบูรณ:ปานกลางถึงตํ่า เหมาะปลูกพืชไรและผลไม<
3) พ้ืนที่เหลือค<างจากการกัดกรอน มีความลาดชันร<อยละ 2-8 เป3นดินที่เกิดจากหินเป3นแอนดีไวท:
หินควอทไซด: และหินดาน ระบายนํ้าดี 4) ภูเขา มีลักษณะเป3นภูเขาโดดของหินแอนดีไซท: มีความลาดชัน
รอ< ยละ 35 พืน้ ทไ่ี มเหมาะแกการเกษตร
2. ทรัพยากรป0า จากข<อมูลสถิติการปBาไม<ของประเทศไทย พ.ศ.2544 มีพ้ืนท่ีปBาไม<จํานวน 8,312 ไร
(ร<อยละ 0.29) กรมปาB ไม<ประกาศให<มีพ้นื ทปี่ Bาสงวนแหงชาติในจังหวัด 3,910 ไร
3. แหล,งนํ้าธรรมชาติ มีแมนํ้าสายหลัก 3 สาย ได<แก แมน้ํานาน แมนํ้านานชวงที่ไหลผานจังหวัด
พิจิตร มีความยาว 97 กิโลเมตร ปริมาณนํ้าไหลสูงสุด 1,040 ลูกบาศก:เมตรตอวินาที พื้นที่ในลุมนํ้า 2,602
ตารางกโิ ลเมตร หรือ 1,626,250 ไร แมนํ้ายม ชวงที่ไหลผานจังหวัดพิจิตร มีความยาว 124 กิโลเมตร มีปริมาณ
น้ําไหลสูงสุด 900 ลูกบาศก:เมตรตอวินาที พื้นท่ีในลุมนํ้า 2,046 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,276,750 ไร

30

แมนํ้าพิจิตร เดิมเป3นแมน้ํานาน เมื่อมีการขุดลอกคลองแยกสายทําให<ต้ืนเขิน โดยอยูก่ึงกลางระหวางแมน้ํานาน
กับแมน้ํายม มีความยาว 127 กิโลเมตร ไหลผานอําเภอเมืองพิจิตร โพธ์ิประทับช<าง ตะพานหิน แล<วไปบรรจบ
กับแมน้ํายมท่ีบ<านบางคลาน อําเภอโพทะเล แมนํ้าสายน้ีต้ืนเขินมากและมีฝายกั้นน้ําเป3นชวง ๆ เพ่ือใช<ในสวน
ผลไม<

6) ขอมูลดานการเกษตร
1. ครัวเรือนเกษตรกร ประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป3นอาชีพหลัก ร<อยละ 37.46
ของจํานวนครัวเรอื งท้ังหมดของจังหวดั
2. การใชท่ีดิน มีเนื้อที่ทางการเกษตร 1,873,660 ไร แบงเป3น พื้นที่นา 1,573,880 ไร (ร<อยละ
84.00) พ้ืนท่ีพืชไร 152,331 ไร (ร<อยละ 8.13) สวนท่ีเหลืออีก 147,449 ไร (ร<อยละ 7.87) เป3นพื้นที่
การเกษตร ไม<ผลไม<ยนื ตน< ไมด< อกไมป< ระดบั พืชผัก และการเกษตรอ่ืน ๆ
3. แหล,งน้ําชลประทาน จังหวัดพิจิตรได<รับประโยชน:จากโครงการชลประทาน 1,435,523.29 ไร
(รอ< ยละ 50.69) เปน3 โครงการชลประทานขนาดใหญ 3 โครงการ โครงการชลประทานขนาดกลาง 13 โครงการ
โครงการสงนา้ํ ด<วยไฟฟาG โครงการชลประทานขนาดเล็กและโครงการเกีย่ วกบั แหลงน้ําอ่ืนๆ 659 โครงการ
4. สินคาเกษตรที่สําคัญ ได<แก ข<าวนาปL ข<าวนาปรัง ข<าวโพดเล้ียงสัตว: มะนาว มะมวง และ ส<มโอ
(ตารางที่ 3.5)
ตารางที่ 3.5 สนิ คาเกษตรท่ีสาํ คญั จังหวัดพจิ ิตร

ชนดิ พชื จาํ นวนเกษตรกร (ราย) พนื้ ท่ีทาํ การเกษตร (ไร,) ผลผลิตรวม (ตนั )

ข<าวนาปL 68,161 1,736,096 1,166,657

ข<าวนาปรงั 27,276 610,902 436,184

ข<าวโพดเลย้ี งสตั ว: 3,267 49,077 47,605

มะนาว 1,898 7,477 26,170

มะมวง 3,818 25,352 373,797

สม< โอ 883 13,672 30,763

ทมี่ า : สาํ นักงานเกษตรและสหกรณ:จงั หวัดพิจติ ร

3.3.2 ดานเศรษฐกิจ

1) โครงสรางทางเศรษฐกิจของจังหวัด จากข<อมูลผลิตภัณฑ:จังหวัด ณ ราคาประจําปL ของสํานักงาน

สภาพัฒนาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหงชาติ

พิจิตร ปL 2561 มีมูลคาผลิตภัณฑ:มวลรวมของจังหวัด ณ ราคาประจําปL เทากับ 48,347 ล<านบาท

เศรษฐกิจหลกั ของจงั หวัดมาจากนอกภาคการเกษตร โดยมูลคาผลิตภัณฑ:มวลรวมนอกภาคการเกษตร 28,813

ล<านบาท (ร<อยละ 59.6) ภาคการเกษตร 19,534 ล<านบาท (ร<อยละ 40.4) และตามโครงสร<างเศรษฐกิจของ

จังหวัด 5 อันดับแรก ได<แก สาขาเกษตรกรรม ปBาไม< และประมง มีมูลคา 19,534 ล<านบาท (ร<อยละ 40.4)

รองลงมาคือ สาขาการขายสง ขายปลีกฯ 7,823 ล<านบาท (ร<อยละ 16.2) สาขาการผลิตอุตสาหกรรม 3,880

31

ล<านบาท (ร<อยละ 8.0) สาขาการศึกษา 3,198 ล<านบาท (ร<อยละ 6.6) และสาขากิจกรรมทางการเงิน และ
ประกันภยั 3,188 ลา< นบาท (ร<อยละ 6.6) ตามลําดบั

2) โครงสรางการผลิตสินคาเกษตรของจังหวดั พิจารณาจากมูลคาผลิตภัณฑ:จังหวัด จากภาคเกษตร
5 สาขา ประกอบด<วย สาขาพืช สาขาปศุสัตว: สาขาประมง สาขาปBาไม< และสาขาบริการทางการเกษตร
จากข<อมลู การประมาณการเบอื้ งตน< ของสํานักงานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 12

พจิ ติ ร ปL 2560 มีมูลคาผลติ ภณั ฑ:มวลรวมภาคเกษตร 6,366 ล<านบาท โครงสร<างการผลิตหลักมาจาก
สาขาพืช มีมูลคา 4,579 ล<านบาท (ร<อยละ 71.9) รองลงมาคือ สาขาบริการทางการเกษตร 743 ล<านบาท
(รอ< ยละ 11.7) สาขาปศสุ ัตว: 695 ล<านบาท (รอ< ยละ 10.9) สาขาประมง 336 ลา< นบาท (ร<อยละ 5.3) และสาขา
ปBาไม< 14 ล<านบาท (รอ< ยละ 0.2) ตามลาํ ดับ

GPP AGRICULTURE SECTOR (YEAR 2017) PHICHIT

(Millon Baht) LIVESTOCK SECTOR,
694.67, 10.9%
CROPS SECTOR,
4,578.91, 71.9% FISHERY SECTOR,
336.02, 5.3%

AGRICULTURAL
SERVICES SECTOR,

742.79, 11.7%

FORESTRY SECTOR,
13.96, 0.2%

ภาพที่ 3.6 โครงสรางการผลิตสนิ คาเกษตรจงั หวัดพิจติ ร

ทม่ี า : ประมาณการเบ้ืองต<นของสาํ นกั งานเศรษฐกิจการเกษตรท่ี 12

3) ตลาดสนิ คาเกษตรทีส่ ําคญั ของจังหวดั พจิ ติ ร ตลาดสนิ ค<าเกษตรท่ีสําคัญของจังหวัดคือ สินค<าข<าว
มีผ<ูประกอบการโรงสี จํานวน 58 แหง กระจายในพื้นท่ี 11 อําเภอ ได<แก เมือง โพธ์ิประทับช<าง โพทะเล
บางมูลนาก ดงเจริญ ตะพานหิน วชิรบารมี สามงาม สากเหล็ก ทับคล<อ และวังทรายพูน กําลังการผลิตรวม
13,835 ตนั ตอวนั ทาขา< ว 55 แหง ขายสง 12 แหง และผป<ู ระกอบการสงออกตางประเทศ 3 แหง

ตารางท่ี 3.6 ตลาดสินคาเกษตรทสี่ าํ คญั ของจังหวดั พิจติ ร

สินคา ประเภทผูประกอบการ จํานวน กําลงั การผลติ ความจสุ ถานที่เก็บขาว
ขา< ว 1 โรงสี ผปู ระกอบการ (ตนั /24.ชม) (ตัน)

58 13,835 ไมมขี <อมลู
- -
ทาขา< ว 55 - -
- -
ขายสง 12

จําหนายตางประเทศ 3
หมายเหตุ : แหลงข<อมลู 1 กรมการคา< ภายใน

32

3.3.3 ดานสงั คม

การผลิตสินค<าเกษตรตามวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชุมชน ที่เป3นเอกลักษณ: และมีสิ่งบงช้ี

ทางภูมิศาสตร: เป3นทรัพย:สินทางปaญญาประเภทหน่ึง ชุมชนได<อาศัยลักษณะเฉพาะที่มีอยูในแหลงภูมิศาสตร:

ตามธรรมชาติ เชน สภาพดินฟGาอากาศ หรือวัตถุดิบเฉพาะในพื้นที่ มาใช<ประโยชน:ในการผลิตสินค<าในท<องถิ่น

ของตนขน้ึ มา ทําใหไ< ด<ผลิตภณั ฑท: ม่ี คี ุณลกั ษณะพเิ ศษทีม่ าจากพน้ื ท่ี สนิ ค<าเดน/สินค<า GI ไดแ< ก

1) สม< โอทาขอยพิจติ ร ลกั ษณะพิเศษ คอื มรี สหวานอมเปรย้ี ว มกี ล่ินหอมเฉพาะตัว เนื้อก<ุงสีชมพูออน ฉ่ําน้ํา

เมล็ดเล็ก หรือเมล็ดลีบ บางผลไมมีเมล็ด ขึน้ ทะเบียนสิ่งบงช้ีทางภูมิศาสตร: (GI) แล<ว

2) ข<าวขาวกอเดียวพิจิตร ลักษณะพิเศษ คือ คุณภาพเมล็ดดี มีท<องไขน<อย เมล็ดยาว รูปรางเรียว คุณภาพ

การสีดีมาก สามารถทําเป3นข<าวสาร 100 เปอร:เซ็นต: ได<คุณภาพการหุงต<มและรับประทาน มีความเหนียวนุม

สามารถนาํ เขา< อุตสาหกรรมผลติ ภัณฑ:เส<นไดเ< ปน3 อยางดี ขึ้นทะเบียนส่งิ บงชีท้ างภูมศิ าสตร: (GI) แล<ว

3.3.4 ดานสิ่งแวดลอม การผลิตสินค<าเกษตร ท่ีเปน3 มติ รกับสง่ิ แวดลอ< ม ท่ผี านการรบั รองมาตรฐานสนิ คา<

เกษตรอนิ ทรยี : และเกษตรปลอดภยั ของจงั หวัดรายละเอยี ดดงั น้ี

1) พ้ืนท่ีการทําเกษตรอินทรีย: รวม 2,383.5 ไร เกษตรกร 202 ราย/แปลง ได<รับการรับรองแล<ว 165 ไร

เกษตรกร 10 ราย/แปลง

ชนดิ สนิ คา จํานวนราย/แปลง จาํ นวนไร,

1) ข<าว T1 (เตรยี มความพร<อม) 83 ราย 829 ไร

ข<าว T2 (ปรบั เปลย่ี น) 109 ราย 1,389.50 ไร

รับรองแลว< 10 ราย 165 ไร

ที่มา : สํานกั งานเกษตรและสหกรณ:จังหวัด

2) การรับรอง GAP ด<านพืช และด<านข<าว เกษตรกรรวม 732 ราย/ แปลง พื้นท่ี 7,491.74 ไร ด<านประมง

เกษตรกร 101 ราย พ้ืนที่ 386 ไร และด<านปศสุ ัตว: จํานวน 74 ราย/ ฟาร:ม

ชนิดสนิ คา จาํ นวนราย/แปลง จาํ นวนไร,

1) พชื (แปลง) 552 ราย/แปลง 4,991.74

2) ขา< ว (GAP Seed) 7 กลมุ /180 ราย 2,500

3) ประมง 101 ราย 386

4) ปศสุ ตั ว: 74 ราย 74 ฟาร:ม

ทม่ี า : สํานักงานเกษตรและสหกรณจ: งั หวดั

3.3.5 แผนพัฒนาการเกษตรระดับพ้ืนท่ี จังหวัดพิจิตร ตามแผนยุทธศาสตร:การพัฒนาจังหวัดพิจิตร
4 ปL (พ.ศ.2561–2564) ฉบบั ทบทวน ประจาํ ปLงบประมาณ พ.ศ.2562 ดังน้ี

วสิ ยั ทศั น (Vision) “เมอื งเกษตรดี เมอื งสิง่ แวดลอ< มดี เมืองสังคมและคณุ ภาพชวี ติ ดี พรอ< มสูสากล”
พันธกจิ (Mission)

1. เสริมสร<างความสมดุลทางเศรษฐกิจของจังหวัดให<เติบโตอยางมั่นคงจากฐานของชุมชน
การพึ่งตนเองในจงั หวัดและการเชื่อมโยงกับระดับภาค และการพัฒนาประเทศ

33

2. พัฒนาระบบการบริหารจัดการการผลิตสินค<าเกษตรให<มีคุณภาพ มาตรฐานในระดับ
การสงออกและการรองรับความมั่นคงทางอาหาร เสริมสร<างความเข<มแข็งขององค:กรภาคการเกษตร และ
เกษตรกรให<มศี ักยภาพการแขงขนั และพ่ึงตนเองได<

3. บริหารจัดการน้ํา ดิน และอนุรักษ:ส่ิงแวดล<อมให<เกิดความสมดุลกับการใช<ประโยชน:
ในการพัฒนาจังหวัดการรักษาระบบนิเวศ และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ ให<มีความอุดมสมบูรณ:อยางย่ังยืน
รองรบั การพฒั นาเป3นเมอื งเกษตรคณุ ภาพ

4. เสริมสร<างสังคมคุณภาพ สังคมแหงการเรียนร<ู และการพัฒนาหมูบ<านให<มีความสันติสุข
ประชาชนมีคุณภาพชีวติ ที่ดี ตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

5. พัฒนาขีดความสามารถขององค:กรภาครัฐ องค:กรภาคเอกชน องค:กรภาคประชาชน
ให<มีศักยภาพในการรองรับการขับเคลอื่ นยทุ ธศาสตร:ของจงั หวัดและการพฒั นาของประเทศ

ประเดน็ การพัฒนาและแนวทางการพฒั นา
ประเดน็ ที่ 1 การบริหารจดั การนาํ้ ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ< มอยางสมดุล
1. พัฒนาแหลงนํ้าหลัก (บึงสีไฟ แมนํ้ายม นานและพิจิตร) ให<มีความอุดมสมบูรณ:ของระบบ

นเิ วศน:เกิดคุณคาสงู สดุ ตอการพฒั นาจังหวดั อยางเปน3 ระบบ
2. ปฏิรูประบบการบริหารจัดการดิน นํ้า และทรัพยากรแบบบูรณาการตลอดหวงโซของ

ธรรมชาติ เพือ่ รองรับการเกษตร และการพัฒนาทเ่ี ป3นมติ รกับส่ิงแวดล<อมอยางยัง่ ยนื
ประเด็นท่ี 2 การพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานการเกษตร และฐานชมุ ชนทเ่ี ขม< แข็ง
1. ยกระดบั ศักยภาพการแขงขันของผลผลติ หลักทางการเกษตร สร<างแบรนด:สินค<าการเกษตร

สูสากลด<วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเกษตรมาตรฐานปลอดภยั
2. สร<างงาน อาชีพรายได<แกชุมชน ประชาชนจากฐานการเกษตร ภูมิปaญญาและปรับเปลี่ยน

วิถชี วี ิตดว< ยหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงเพ่ือการพง่ึ ตนเองทางรายได<อยางย่งั ยืน
3. สร<างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก สงเสริมผ<ูประกอบการรายใหม

สนบั สนุนการพฒั นาผลิตภัณฑจ: งั หวัดให<มคี ณุ ภาพทแ่ี ขงขนั ได<
4. พฒั นาการทองเที่ยวเชงิ นิเวศน: เชงิ เกษตร เชงิ สขุ ภาพ และศาสนา วัฒนธรรม
5.พัฒนาระบบการคมนาคม โลจิสติกส: ทางรางและโครงสร<างพ้ืนฐานรองรับการเช่ือมโยง

ในพื้นที่กับจงั หวดั และความเปน3 เมือง
ประเด็นที่ 3 การเสริมสรา< งสังคมคุณภาพ สนั ตสิ ขุ อยางยั่งยืน
1. พัฒนาศักยภาพคนตามชวงวัย และการปฏิรูประบบการศึกษาทุกระดับเพื่อสร<างสังคมที่มี

คณุ ภาพ
2. เสริมสร<างความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย:สิน และความสงบเรียบร<อย

ดว< ยกลไกชุมชน หมบู <าน และการบูรณาการภาครัฐแบบเข<มขน<

34

ประเด็นท่ี 4 การพฒั นาขีดความสามารถทางการบรหิ ารและบรกิ ารสูสากล
1. พัฒนาบริการภาครัฐ ลดความเหล่ือมล้ําทางสังคม เพ่ิมประสิทธิภาพปฏิบัติการเชิงรุก

ของภารกจิ แหงรัฐท่ัวทกุ พ้ืนท่ี
2. พัฒนาคุณภาพบริการ บุคลากรภาครัฐและปรับระบบการบริหารราชการแผนดินมี

ประสิทธิภาพที่มีธรรมาภบิ าล
3. สงเสริมบทบาทและใชโ< อกาสในประชาคมอาเซียน

3.4 จังหวดั เพชรบูรณ
3.4.1 ดานกายภาพ
1) ขนาดและที่ตั้ง ตั้งอยูบนเส<นรุ<งที่ 16 องศาเหนือ กับเส<นแวงที่ 101 องศาตะวันออก มีพ้ืนที่

12,668.416 ตารางกิโลเมตร (7,917,760 ไร) สวนที่กว<างท่ีสุดกว<าง 55 กิโลเมตร สวนท่ียาวที่สุดยาว 296
กโิ ลเมตร และสงู จากระดบั นา้ํ ทะเล 114 เมตร โดยอยหู างจากกรุงเทพมหานคร 349 กโิ ลเมตร

ทิศเหนือ ตดิ ตอกับ จงั หวัดเลย
ทศิ ใต< ตดิ ตอกับ จังหวดั ลพบรุ ี
ทศิ ตะวันออก ติดตอกับ จังหวัดขอนแกน และชยั ภูมิ
ทศิ ตะวันตก ติดตอกับ จังหวัดพิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค:

ภาพท่ี 3.7 แผนทจี่ ังหวัดเพชรบรู ณ

ทม่ี า: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

2) ลักษณะภูมิประเทศ จังหวัดเพชรบูรณ:มีลักษณะภูมิประเทศเป3นเทือกเขารูปเกือกม<ารอบพ้ืนท่ี
ด<านเหนือของจังหวัด และมีแนวขนานกันไปท้ังสองข<างทั้งทิศตะวันออกและทิศตะวันตก พื้นท่ีราบสวนใหญเป3น
พื้นท่ีที่อยูตอนกลาง และอําเภอด<านใต<ของจังหวัดเป3นพื้นที่ลาดชัน โดยจากเหนือถึงใต<มีพ้ืนท่ีปBาไม<รวม
3,953,455 ไร (รอ< ยละ 45.78) มแี มนํา้ ปBาสักเป3นแมนํ้าสายสําคัญท่ีสุดของจังหวัด ท่ีไหลผานตอนกลางของจังหวัด

35

จากทิศเหนือไปทิศใต<ยาว 350 กิโลเมตร ซ่ึงต<นนํ้าเกิดจากภูเขาผาลาในจังหวัดเลย มีห<วยลําธารหลายสายเกิดจาก
ภเู ขาเพชรบรู ณ: แมนาํ้ ปBาสกั ไหนผานหลมเกา หลมสัก เมืองเพชรบรู ณ: หนองไผ บึงสามพัน วเิ ชยี รบุรี และศรีเทพ

3) ลกั ษณะภูมอิ ากาศ พ้ืนทข่ี องจังหวดั มภี เู ขาล<อมรอบจงึ ทําให<อากาศร<อนจัดในฤดูร<อน และหนาวจัด
ในฤดูหนาว โดยเฉพาะพื้นท่ีอําเภอนํ้าหนาว เขาค<อ และหลมเกาจะมีอากาศหนาวท่ีสุด พ้ืนที่ภูเขาจะมีอากาศ
เย็นตลอดปL ในฤดูร<อนและฤดูฝนอุณหภูมิสูงสุด 36.8 องศาเซลเซียส และตํ่าสุด 18.1 องศาเซลเซียส
ฤดูร<อน เร่ิมต้ังแตมีนาคมถึงเมษายน ฤดูฝน เริ่มต่ังแตพฤษภาคมถึงตุลาคม ฤดูหนาว เริ่มตั้งแตพฤศจิกายนถึง
กุมภาพันธ: อุณหภูมิ สูงสุด 37.2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ําสุด 20.4 องศาเซลเซียส ฝนตกท้ังส้ิน 124 วัน
ปรมิ าณนาํ้ ฝนวัดได< 1,376.2 มิลลิเมตร

4) การคมนาคม และการขนส,ง มีเส<นทางคมนาคมทางรถยนต:เป3นหลัก ยังไมมีเส<นทางคมนาคมรถไฟ
เส<นทางหลักคือทางหลวงหมายเลข 2121 สายสระบุรี-หลมสัก และเส<นทางหลวงหมายเลข 12
ซึ่งเป3นทางหลวงและเป3นเส<นทางคมนาคมแนวพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic
Corridor) เช่ือมโยงประเทศพมา-ไทย-ลาว-เวียดนาม ตามโครงการพัฒนาความรวมมือทางเศรษฐกิจใน
อนภุ ูมิภาคลุมนา้ํ โขงหรอื GMS (Greater Mekong Sub region : GMS) ซึ่งสร<างโอกาสในการพัฒนาและได<รับ
ประโยชน:จากการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่ือมตอกับเมืองศูนย:กลางในกลุมจังหวัด (พิษณุโลก) ทั้งด<านการค<า
การลงทุน และการทองเที่ยว ในลักษณะ Supply และ/หรือ Value Chain โดยเช่ือมกับแนวพ้ืนที่เศรษฐกิจ
เหนือ-ใต< (North-South Economic Corridor) ไปยังจีน-พมา/ลาว-ไทย ระยะทาง 1,280 กิโลเมตร
ผานส่ีแยกอินโดจีนในพ้ืนท่ีจังหวัดพิษณุโลก การคมนาคมทางอากาศ มีสนามบิน แตปaจจุบันสนามบินไมได<ทํา
การเปด@ ใชเ< ชิงพาณิชย:

5) ทรัพยากรธรรมชาติ
1. ทรพั ยากรดิน
ลักษณะดินในจังหวัดเพชรบูรณ:มีความหลากหลายมากถึง 30 กลุมดิน ซ่ึงเหมาะกับการปลูกพืช
ท่ีแตกตางกันไป แบงตามลักษณะพื้นท่ี 4 ประเภท ได<แก 1) กลุมดินภูเขา (Sc) ใช<ประโยชน:ในการปลูกไม<ผล
ครอบคลุมพ้ืนที่ประมาณ ร<อยละ 40 2) กลุมดินไร/ดินดอน ใช<ประโยชน:ในการทําพืชไรและไม<ผล ครอบคลุม
พ้ืนที่ รอ< ยละ 30 3) กลมุ ดินนาหรือดินลุม ใช<ประโยชน:ในการทํานา เรียงลําดับตั้งแต ดินเหนียวจัด ดินเหนียว
ดินรวนเหนียวปนทราย ดินรวนปนทราย ดินทราย ดินทรายปนกรวด ครอบคลุมพ้ืนท่ี ร<อยละ 20 และ
4) กลมุ ดินตน้ื ใชป< ระโยชนใ: นการทาํ พืชไรและผลไม< ครอบคลุมพืน้ ท่ี ร<อยละ 10
2. ทรพั ยากรป0า ปBาไม<ของจังหวัดเพชรบูรณ:เป3นปBาดงดิบ ปBาเต็งรัง ปBาสน และปBาเบญจพรรณ มีพ้ืนที่
ปBาไมจ< ํานวน 3,953,455 ไร หรอื คดิ เปน3 ร<อยละ 32.13 ของพ้นื ท่ที ั้งหมด
3. ทรัพยากรนํ้า มีลักษณะภูมิประเทศเป3นแองกระทะ มีห<วย คลอง บึง กระจัดกระจายอยูทั่วไป
ในพนื้ ทแ่ี ละแมนํ้าท่ีสาํ คัญเพยี งสายเดียว คอื แมน้าํ ปBาสัก มีต<นกําเนดิ จากเขาผาลาจังหวัดเลย ไหลผานหลมเกา
หลมสัก เมอื งเพชรบูรณ: หนองไผ บึงสามพัน วเิ ชยี รบรุ ี และศรีเทพ คิดเป3นระยะทาง 350 กิโลเมตร เดิมแมนํ้า
ปBาสักมีความอุดมสมบูรณ:มาก เพราะมีนํ้าใช<ในการเกษตรได<ตลอดท้ังปL แตในปaจจุบันมีสภาพตื้นเขิน มีนํ้า
เฉพาะในฤดฝู น สวนในฤดูแล<งนํ้าจะแห<งขาดเป3นตอน ๆ ไมเพยี งพอแกการเพาะปลกู

36

6) ขอมูลดานการเกษตร
1. ครัวเรือนเกษตรกร ประชาชนในพ้นื ที่จงั หวดั เพชรบรู ณ: ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป3นอาชีพหลัก
อตั ราเฉลย่ี ร<อยละ 30.51 ของจํานวนครวั เรอื งทั้งหมดของจังหวัด
2. การใชท่ีดิน มีเน้ือท่ีใช<ประโยชน:ทางการเกษตรท้ังหมด 3,282,023 ไร แบงออกเป3นนาข<าว
1,262,752 ไร (ร<อยละ 38.47) พืชไร 1,646,862 ไร (ร<อยละ 50.18) สวนไม<ผล-ไม<ยืนต<น 141,733 ไร
(ร<อยละ 4.32) สวนผัก-ไม<ดอก-ไม<ประดับ 44,720 ไร (ร<อยละ 1.36) ที่เหลืออีก 185,956 ไร เป3นเนื้อท่ี
ใชป< ระโยชน:ทางการเกษตรอ่ืน ๆ (รอ< ยละ 5.67)
3. แหล,งนํา้ ชลประทาน มีโครงการชลประทานขนาดกลาง รวมทงั้ สน้ิ 13 โครงการ ปริมาณความจุน้ํา
รวม 180.93 ลา< นลูกบาศก:เมตร มพี ื้นทีไ่ ด<รบั ผลประโยชน: 118,974 ไร
4. สนิ คาเกษตรทีส่ ําคัญ ได<แก ข<าวนาปL ขา< วโพดเลย้ี งสตั ว: ออ< ยโรงงาน และมันสาํ ปะหลังโรงงาน
ขาวนาป7 มีพื้นที่เพาะปลูกข<าวทุกอําเภอ ลําดับต<น ๆ ได<แก เมือง หนองไผ และวิเชียรบุรี ตามลําดับ
ขา< วพันธ:ุทที่ างราชการสงเสริม เชน พันธุ:ลมื ผัว กข.15 และขาวดอกมะลิ 105 เปน3 หลกั พ้ืนท่ีปลูกข<าวอยูในเขต
อาศัยนํ้าฝนและเขตชลประทาน ผลผลิตเฉลี่ยอยูในเกณฑ:ดี ท้ังนี้ ข้ึนอยูกับปaจจัยสภาพแวดล<อม เชน ฝนแล<ง

นํา้ ทวม และศัตรพู ืช
ขาวโพดเลี้ยงสัตว เป3นพืชเศรษฐกิจท่ีสําคัญ และจัดอยูในกลุมพืชที่ผลิตเพ่ือใช<ภายในประเทศและ

มีบทบาทสําคัญยิ่งตอภาคปศุสัตว: โดยผลผลิตร<อยละ 95 ใช<เป3นวัตถุดิบหลักในการผลิตอาหารสัตว: และ
ใช<เล้ียงสัตว:ภายในประเทศ โดยอาํ เภอทีม่ กี ารเพาะปลกู มาก ไดแ< ก หนองไผ หลมเกา และเมอื ง ตามลําดับ

ออยโรงงาน จัดได<วาเป3นพืชเศรษฐกิจที่สําคัญของจังหวัดเพชรบูรณ: โดยมีเนื้อท่ีเพาะปลูก
อยูในลําดับ 10 ของประเทศ และเป3นท่ีต้ังของโรงงานนํ้าตาลถึง 2 แหง อยูในพื้นท่ีอําเภอศรีเทพ และ
บึงสามพัน เกษตรกรในพื้นท่ีเร่ิมเก็บเก่ียวอ<อยโรงงานต้ังแตเดือนธันวาคม-มีนาคม แหลงเพาะปลูกท่ีสําคัญอยู
ในอําเภอวเิ ชียรบุรี ศรเี ทพ และบงึ สามพัน ตามลําดับ

มันสําปะหลังโรงงาน นับได<วาเป3นพืชเศรษฐกิจท่ีสําคัญอีกชนิดหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ: เกษตรกร
ในพ้ืนท่ีนิยมใช<พันธุ:ท่ีใช<เพาะปลูก ได<แก ระยอง 11 ระยอง 5 ระยอง 7 ห<วยบง 60 ห<วยบง 80 และ
เกษตรศาสตร: 50 ซึ่งเป3นพันธ:ุที่ทางราชการสงเสริมและเหมาะสมที่จะใช<ปลูกในเขตพื้นท่ีจังหวัด
ผลผลิตเฉล่ียอยูในเกณฑ:ดี เม่ือเปรียบเทียบกับจังหวัดใกล<เคียง อําเภอที่มีการเพาะปลูกมาก ได<แก อําเภอ
วิเชยี รบุรี ชนแดน และหนองไผ ตามลําดบั
ตารางท่ี 3.7 สนิ คาเกษตรทสี่ าํ คญั จังหวดั เพชรบรู ณ

ชนดิ พืช เน้ือทีเ่ พาะปลูก (ไร,) ผลผลิต (ตัน) ผลผลิตเฉล่ยี ตอ, ไร, (กก.)
582,685 543
ขา< วนาปL 1,072,306 638,205 766
5,319,849 11,890
ขา< วโพดเลยี้ งสตั ว: 833,574 672,883 3,465

ออ< ยโรงงาน 447,422

มนั สําปะหลงั โรงงาน 194,740

ทม่ี า: สํานักงานเศรษฐกจิ การเกษตร


Click to View FlipBook Version