The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เป็นe-bookที่บอกความหมายของการเพาะเนื้อเยื่อวิธีการและการเพาะเนื้อเยื่อพืชชนิดต่างๆ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sby_34645, 2022-09-01 10:16:11

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

เป็นe-bookที่บอกความหมายของการเพาะเนื้อเยื่อวิธีการและการเพาะเนื้อเยื่อพืชชนิดต่างๆ

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ผู้จัดทำ

นาย ศิวกร สุบัวเขียว ม.6/7 เลขที่14
นาย​ทวิ​วา​นัฐ​ธรรม​ขัน​ม.6/7 เลขที่31

เสนอ

ครู กายทิพย์ แจ่มจันทร์
โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน ภาคเรียน

ที่ 1 ปีการศึกษา2565

คำนำ

ปัจจุบันมีการนำเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ
พืชมาใช้ประโยชน์เพื่ อผลิต ขยายพันธุ์พืชในเชิง
การค้าและอุ ตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ
ในกลุ่มไม้ดอก ไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้
เบญจมาศ หน้าวัว เป็นต้น แต่ก็ยังอยู่ในวง
จำกัด ด้วยปัจจัยหลายประการเช่น ต้นทุนสูง
ต้องใช้ความรู้และทักษะเฉพาะด้าน การปฏิบัติ
ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อนและเป็นวิทยาศาสตร์
มากเกินไป เป็นต้น เพื่ อแก้ปัญหาที่เป็นข้อจำกัด
ดังกล่าวกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้นำร่อง
ขยายผลเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อเพื่ อ
พัฒนา การเกษตรกรสู่เกษตรอุ ตสาหกรรม และ
เพื่ อเปิดโอกาสให้ ผู้สนใจทุกภาคส่วนที่
เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ ได้ง่ายขึ้น

สารบัญ 1
2
ความหมายของการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ
ประเภทของการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อพืช 3

รูปแบบของการเจริญเติบโตและการพัฒนาของ 4
เนื้ อเยื่ อพืชที่นามาเพาะเลี้ยง
ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อพืช 5
วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อพืช 7
การปลูกพืชแบบเกษตร อุตสาหกรรมโดยใช้
พืชพันธุ์ดี จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 8
การเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อกล้วย 11
เพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อหน่อไม้ฝรั่ง 14
การเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ ออ้อยเพื่ อผลิตอ้อยปลอดโรค 17
การเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อพืชในเชิงพาณิชย์ 18
บรรณานกกรม

ความหมายของการเพาะ
เลี้ยงเนื้อเยื่อ

การเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อ หมายถึง
การนำเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช ไม่ว่า
จะเป็นอวัยวะเนื้ อเยื่ อเซลล์ หรือเซลล์ไม่มี

ผนัง มาเลี้ยงในอาหารเลี้ยงในสภาพ
ปลอดเชื้อจุลิทรีย์ และอยู่ในสภาพควบคุม

อุณหภูมิ แสงและความชื้นเพื่ อให้เซลล์
พืชที่นำมาเพาะเลี้ยงนั้น ปราศจากเชื้อ
ที่มารบกวนและทำลายการเจริญเติบโต

ของพืช

1

ประเภทของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

พืชประกอบไปด้วยอวัยวะต่างๆ มากมาย ซึ่งแต่ละอวัยวะก็ประกอบด้วยเนื้อเยื่อ
หลายชนิด คานูณ กาญจนภูมิ (2542, หน้า 7) แบ่งการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชออก
เป็ น 6 ชนิด ดังนี้

1. การเพาะเลี้ยงพืชทั้งต้น (Culture of intact plants) คือ การน าเอาเมล็ด
ไปเพาะใน หลอดทดลองจนกลายเป็นต้นกล้าและพืชสมบูรณ์ต่อไป เช่น การ
เพาะเมล็ดกล้วยไม้
2. การเพาะเลี้ยงเอ็มบริโอ (Embryo culture) คือ การเพาะเลี้ยงเอ็มบริโอไม่
ว่าแก่หรืออ่อน หลังจากที่แยกเอาเปลือกหุ้มเมล็ดออกไปแล้ว
3. การเพาะเลี้ยงอวัยวะและการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเจริญ (Organ culture
and meristem culture) คือ การเพาะเลี้ยงส่วนต่างๆ ของอวัยวะพืชที่แยก
ออกมา เช่น ปลายยอด ปลายราก ข้อ ปล้อง ใบ ดอก ผล เป็นต้น เป็นวิธีที่ท
าได้ง่ายและรวดเร็ว
4. การเพาะเลี้ยงแคลลัส (Callus culture) คือ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่เกิด
ใหม่จากการ เพาะเลี้ยงส่วนต่างๆ ของพืช
5. การเพาะเลี้ยงเซลล์แขวนลอย (Cell suspension culture) คือ การเพาะ
เลี้ยงเซลล์เดี่ยว (Single cell) หรือกลุ่มเซลล์ (Aggregate cells) ในอาหาร
เหลวที่มีการเขย่าตลอดเวลา
6. การเพาะเลี้ยงโปรโตพลาสต์ (Protoplast culture) คือ การเพาะเลี้ยง
เซลล์ที่ปราศจาก ผนังเซลล์ (Cell wall)

2

รูปแบบของการเจริญเติบโต
และการพัฒนาของเนื้อเยื่อ

พืชที่นามาเพาะเลี้ยง


1. เกิดแคลลัส (Callus formation) แคลลัส คือ กลุ่มเซลล์พาเรน

ไคมา (Parenchyma) ที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างไป เป็นราก
หรือลาต้น อาจจะอยู่กันหลวมๆ
2. เกิดออร์แกโนเจนเนซิส (Organogenesis) ออร์แกโนเจนเนซิส
เกิดขึ้นจากกลุ่มเซลล์พาเรนไคมามีการแบ่งตัวในอัตราสูง ซึ่งจะเจริญ
ต่อไปเป็นจุดกำเนิดของยอดหรือราก ซึ่งเป็นอิสระไม่ขึ้นต่อกันขึ้นอยู่
กับเนื้อเยื่อหรือเซลล์นั้นได้รับสิ่ง กระตุ้นให้เจริญเป็นส่วนใด
3. เกิดเอ็มบริโอเจนนีซิส (Embryogenesis) เกิดเอ็มบริโอเจนนี
ซิสกลายเป็นเอ็มบริออยด์ (Embryoid) เอ็มบริออยด์มีพัฒนาการ
เหมือนเอ็มบริโอแต่ต่างกันตรงจุดก าเนิด คือ เอ็มบริโอได้จากการ
ที่ละอองเรณู (Pollen grain) เข้า ผสมกับโอวูล (Ovule) ได้เป็นไซ
โกต (Zygote) แล้วเจริญเป็นเอ็มบริโอ หลังจากนั้นเอ็มบริโอจะมี
การ พัฒนาเป็นขั้นตอนต่างๆ

3

4

ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช

1. คัดเลือกพันธุ์ดี


2. ผลิตแม่พันธุ์พืชต้นกำเนิดปลอดโรค ที่
ผ่านการตรวจสอบความปลอดโรค

3. ขยายและเพิ่มปริมาณต้นพืช ในห้องปฏิบัติ
การ

4. ชักนำรากเป็นต้นที่สมบูรณ์

5. อนุบาลต้นอ่อนพืชในสภาพ 6. ขยาย
โรงเรือน เพิ่ม

กระจายพันธุ์พืช ปริมาณต้น
พืชในโรง

เรือน/
แปลงแม่

พันธุ

วิธีการเพาะเลี้ยง
เนื้อเยื่อพืช


1. คัดเลือกชิ้นส่วนพืช ส่วนของพืชแทบทุกส่วนไม่ว่าจะเป็น

ส่วนของลำต้น ตา ดอก ราก แม้กระทั่ง โปรโตพลาส สามารถ
นำมาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และพัฒนาให้เกิดเป็นต้นพืชได้ทั้งนี้
ขึ้นอยู่กับชนิดพืช และวัตถุประสงค์ที่ทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

2. การทำความสะอาด ชิ้นส่วนที่นำมาทำ
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อควรเป็นชิ้นส่วนที่สะอาด ปราศจาก
เชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ดังนั้น จึงต้องนำมาฆ่าเชื้อด้วยวิธีการฟอก
ฆ่าเชื้ อแล้วล้างด้วยน้ำนึ่ งที่ผ่านการฆ่าเชื้ อแล้ว

3. การตัดเนื้อเยื่อ ชิ้นส่วนพืชที่ทำการฆ่าเชื้อแล้วนำเข้าตู้
ปลอดเชื้อ ตัดเป็นชิ้นเล็กๆวางลงบนอาหาร
สังเคราะห์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว

4. การบ่มเลี้ยงเนื้อเยื่อ นำขวดอาหารที่มี ชิ้นส่วนพืช
วางบนชั้น ที่มีแสงสว่าง 2,000 - 4,000 ลักซ์ วันละ
12 - 16 ชั่วโมง ในห้องที่ควบคุมอุณหภูมิ25 - 28 องศา
เซลเซียส จนกระทั่งชิ้นส่วนของพืชมีการพัฒนาเป็นต้น
ที่สมบูรณ

5

5. การตัดแบ่งและเลี้ยงอาหาร ตัดแบ่งชิ้นส่วนพืช และเปลี่ยนอาหารเพื่อเพิ่ม
ปริมาณของต้นพืชทุก 1 - 2เดือน ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช และระยะก ารเจริญ

เติบโต ทำการเปลี่ยนอาหารจนกระทั่งพืชเจริญเติบโตเป็นต้น ที่สมบูรณ์

6. การย้ายปลูกในสภาพธรรมชาติ นำต้นพืช ที่มี
ยอดและราก ที่สมบูรณ์ออกจากขวดล้างวุ้นที่ติดกับ
รากออกให้หมด ด้วยน้ำสะอาดและผึ่งลมให้แห้ง แช่

น้ำยาป้ องกันกำจัดเชื้อรานำไปปลูกในวัสดุที่โปร่ง
สะอาดระบายน้ำได้ดีภายใต้นำไปวางไว้ในที่ร่มและ
พรางแสง 60 เปอร์เซ็นต์ประมาณ 4 สัปดาห์หรือจน

กระทั่งต้นพืช ตั้งตัวได้

6

การปลูกพืชแบบเกษตร
อุตสาหกรรมโดยใช้พืชพันธุ์ดี จาก

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

ที่มาและความสำคัญ
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชที่มีประสิทธิภาพ โดย

การนำชิ้นส่วนของพืช ที่มีชีวิต เช่น ตายอด ตาข้าง ใบ ก้านใบ อับ
ละอองเกสร ลำต้น ฯลฯ มาเพาะเลี้ยงในสูตรอาหารสังเคราะห์ ที่มีสาร
อาหารและวิตามินต่างๆ ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชแต่ละ
ชนิดซึ่งข้อดีของการเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อพืชที่โดดเด่น คือสามารถผลิต
ขยายต้นพืชได้ในปริมาณมาก พืชที่ได้จะมีพันธุกรรมเหมือนต้นแม่พันธุ์
ทุกประการนอกจากนี้ยังมีข้อดีในด้าน การค้า เนื่องจากสามารถ ได้ต้นที่
สม่ำเสมอ ซึ่งการผลิตพืชเศรษฐกิจเชิงอุตสาหกรรมจะเป็นประโยชน์มาก

ในการวางแผนการผลิตให้สามารถเก็บผลผลิตได้พร้อมกัน ซึ่งพืช
เศรษฐกิจสำคัญที่กรมส่งเสริมการเกษตร ดำเนินการผลิตเพื่อส่งเสริม
เกษตรกรและเห็นผลเป็นรูปธรรม ได้แก่กล้วย หน่อไม้ฝรั่ง และอ้อย

เป็ นต้น

7

กล้วย

กล้วย เป็นผลไม้คู่กับวิถีชีวิตไทยมาช้านาน นอกจากเป็นผลไม้ที่รับ
ประทานกันเป็นประจำแล้ว ส่วนอื่น ๆของกล้วยทั้งใบ ก้านใบ ช่อดอกและ
ลำต้น ก็ยังนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย ปัจจุบันความต้องการ ผลผลิต
กล้วยยิ่งเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีการส่งออกกล้วยหอมและกล้วยไข่ ไปจำ
หน ่ายต่างประเทศ ปีละกว่า 35,000 ตัน ทำรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 350 ล้าน

บาท โดยกล้วยหอมมีตลาดสำคัญคือ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ส่วน
กล้วยไข่มีตลาดสำคัญคือ จีน ฮ่องกง และเวียดนาม ในปี2557 มีพื้นที่ให้
ผลผลิตเฉพาะ กล้วยเศรษฐกิจ คือ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม และกล้วยไข่

รวมแล้วประมาณ 1 ล้านไร่






โดยปกติเกษตรกรจะปลูกกล้วยโดยใช้หน่อ แต่เป็นวิธีการที่ต้องใช้เวลานานใน

การขยายพันธุ์ ได้หน่อน้อยต้องใช้ต้นแม่พันธุ์จำนวนมากต้นที่ปลูกเติบโตไม่

สม่ำเสมอและไม่สามารถเก็บผลผลิตได้พร้อมกัน ในปัจจุบันความต้องการ

ผลผลิตกล้วยมีมากขึ้น ทั้งตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก โดยเฉพาะ

ตลาดส่งออก ต้องผลิตให้ได้ปริมาณสม่ำเสมอตามที่ผู้ซื้อต้องการ จึงต้องใช้

ต้นพันธุ์ที่เจริญเติบโตสม่ำเสมอ สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ได้ปริมาณมากๆ

ในเวลาเดียวกัน จึงจำเป็นต้องใช้ต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อ ซึ่งมีการ

เติบโตสม่ำเสมอ และเก็บผลผลิตได้พร้อมกัน ต้นพันธุ์กล้วยจากการเพาะเลี้ยง

เนื้อเยื่อ ยังเป็นต้นพันธุ์ที่สะอาด ปราศจากโรคและแมลงเหมาะกับสถานการณ์

ปัจจุบันที่สภาพภูมิอากาศแปรปรวน ทำให้โรคและแมลงศัตรูพืชระบาดรุนแรง

ขึ้น นอกจากนั้น ต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อยังเป็นต้นพันธุ์ ที่มีลักษณะ

เหมือนต้นแม่ทุกประการอีกด้วย 8

ภาพการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วย

1 คัดเลือกหน่อใบแคบจากต้นแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดีตรงตามพันธุ์ต้น
สมบูรณ์ แข็งแรง ปราศจากโรคและแมลง เป็นหน่อใบแคบ อายุ3-4 เดือน
2,3,4 ตัดแต่งหน่อกล้วยลอกกาบด้านนอกออก

ตัดแต่งจนเหลือขนาดเล็ก ปาดส่วนโคนให้
เหลือส่วนของจุดเจริญ

5, 6 และ 7 เตรียมน้ำยาฟอกสำหรับฟอกโดย
ฟอกฆ่าเชื้อในสารละลายคลอรอกซ์2ครั้ง ครั้งที่
1 ใช้สารละลายคลอรอกซ์ 30 เปอร์เซ็นต์นาน

30 นาที ครั้งที่ 2 ใช้สารละลายคลอรอกซ์15
เปอร์เซ็นต์นาน 30 นาที ล้างด้วยน้ำกลั่นที่นึ่ง
ฆ่าเชื้อแล้ว 3 ครั้ง ครั้งละ 3-5 นาทีเพื่อล้างสาร

เคมี ออกให้หมด

9

8 นำมาตัดแต่งชิ้นพืชให้มีขนาดเล็กประมาณ 3 -5 มิลลิเมตร ในตู้
ปลอดเชื้ อ

9 นำไปเลี้ยงในห้อง
บ่มสภาพห้องที่

ควบคุมที่อุณหภูมิ25
± 2องศาเซลเซียส

ความเข้มแสง
3,000 ลักซ์ ให้แสง 16 ชั่วโมงต่อวัน เปลี่ยนอาหารใหม่ ทุก 1 เดือน
เตรียมแม พ่ ันธุ์เริ่มต้น โดยชักนำยอดเลี้ยงในสูตรอาหาร MS + BA

อัตรา 5 มิลลิกรัมต่อลิตร (อัตราขยาย 1 เท่าต่อชิ้นต่อเดือน)




10 นำยอดอ่อนมาชักนำยอดเพิ่มปริมาณ โดยตัดปลายส่วนยอดทิ้งลอก
กาบ แล้วผ่าครึ่งเป็น 2 ซีกเปลี่ยนอาหารใหม่

11 นำยอดมาตัดขยายเพิ่มปริมาณ โดยตัดแบ่งเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ทุก 1
เดือน (อัตราขยาย 3 เท่าต่อชิ้นต่อเดือน)

12 ชักนำให้เกิดราก โดยตัดแต่งยอดเลี้ยงในอาหาร MS ที่เติมสาร
ควบคุม การเจริญเติบโต NAA อัตรา 0.1 มิลลิกรัมต่อลิตร

13, 14 และ 15 นำต้นอ่อนที่ชักนำให้เกิดรากพัฒนาเป็นต้นอ่อนที่

สมบูรณ์ล้างวุ้นออก และแช่ยาป้ องกันเชื้อรา และนำออกปลูกในโรงเรือนที่

มีสภาพแวดล้อม เหมาะสม 10

หน่อไม้ฝรั่ง

หน่อไม้ฝรั่ง เป็นพืชผักส่งออกที่สำคัญ ผลผลิตร้อยละ 20 ส่งไปจำหน่ายยัง
ต่างประเทศ ทำรายได้ ไม่ต่ำกว่าปีละ 200 ล้านบาท มีผู้รับซื้อสำคัญ คือ

ไต้หวัน ญี่ปุ่น และประเทศตะวันออกกลาง มีผู้ส่งออก รายใหญ่ได้แก่บริษัท
ธานียาม่าสยาม จำกัด บริษัทสวิฟท์จำกัดและบริษัทกำแพงแสน คอมเมอร์เชี่

ยลจำกัด เนื่องจากเป็นพืชส่งออก คุณภาพผลผลิตเป็นปัจจัยสำคัญในการ
กำหนดรายได้ของเกษตรกร เพราะบริษัท ผู้ส่งออกกำหนดราคารับซื้อตาม

เกรดของผลผลิตโดยผลผลิตเกรดเอจะมีราคาสูงถึง100-120 บาทต่อ
กิโลกรัม ขณะที่ผลิตเกรดบีราคา 70 บาทต่อกิโลกรัม เกรดซี40 บาทต่อ
กิโลกรัม และเกรดแซด หรือตกเกรดราคา 15 บาทต่อกิโลกรัม หน่อไม้ฝรั่ง
สามารถปลูกโดยใช้เมล็ดพันธุ์หรือใช้ต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อซึ่ ง
การเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อ เป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่พืชทุกต้นที่ผลิตได้จะมี
พันธุกรรมเหมือนกับต้นแม่พันธุ์ดีที่คัดเลือกมาผลิต และเมื่อนำไปปลูกใน
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของต้นหน่อไม้ฝรั่ง จะทำให้
ผลผลิต ที่เก็บได้ในแต่ละวันหรือแต่ละช่วงเวลามีมาตรฐานใกล้เคียงกัน ซึ่ง
ทำให้เกษตรกรบรรลุเป้ าหมายที่สำคัญคือ ได้หน่อไม้ฝรั่งคุณภาพดีจำนวน
มากอยู่เสมอ เกษตรกรที่ทำให้การปลูกหน่อไม้ฝรั่งจากต้นเนื้อเยื่อเป็นที่รู้จัก

และยอมรับอย่างกว้างขวาง คือ นายโสภณ อารยธรรม ชาวอำเภอ
ดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรีโดยนายโสภณ ได้รับต้นพันธุ์หน่อไม้ฝรั่งจาก

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของกรมส่งเสริมการเกษตรไปทดลองปลูก เมื่อ
ประมาณ ปีพ.ศ.2542จำนวนประมาณ 5,000ต้น นายโสภณยืนยันว่า ต้น
พันธุ์หน่อไม้ฝรั่งจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ให้ผลผลิตสูง และได้คุณภาพดี
กว่าต้นพันธุ์จากการเพาะเมล็ด นายอนันทพงษ์สาลีดำ เกษตรกรผู้ปลูก หน่อ
ไม้ฝรั่ง ที่ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ใช้
ต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อ และยืนยันว่าให้ผลผลิตและคุณภาพดี

กว่าการปลูกด้วยต้นจากการเพาะเมล็ด

11

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหน่อไม้ฝรั่ง

1 คัดเลือกหน่อที่มีลักษณะดีตรงตามพันธุ์และให้ผลผลิตสูง
2 นำหน่อมาตัดเป็นท่อน ล้างในแอลกอฮอล์70เปอร์เซ็นต์3ครั้งๆละ
1-2 นาที ฟอกฆ่าเชื้อ 2 ครั้ง ในสารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรด์
ความเข้มข้น 15 เปอร์เซ็นต์และ 10 เปอร์เซ็นต์นาน 20 นาที
3 ตัดแต่งแยกชิ้นส่วนตายอด และตาข้าง ภายในตู้ปลอดเชื้อ

4 ตัดแต่งตาจากหน่อ 1 ชิ้นต่อ 1 ตา
5 เพาะเลี้ยงบนอาหารแข็งสูตร MS + KIN 0.1 mg/l NAA
0.05 mg/l และน้ำตาล 30 mg/l เพื่อชักนำยอด
6 ตาเจริญเป็นต้นหน่อไม้ฝรั่ง

12

7 เพิ่มปริมาณในอาหารสูตร
MS + KIN 0.01 mg/l และ
NAA 0.05 mg/l และน้ำตาล
30 mg/l
8 และ 9 นำมาต้นที่ได้มาตัดแต่ง และแบ่งกอ เพื่อ
ชักนำรากและพัฒนาเป็นต้นอ่อน ที่สมบูรณ์ในสูตร
อาหาร MS + NAA 0.35 mg/l และน้ำตาล 60 g/l
10 และ 11 นำมาล้างอาหารวุ้นออก แล้วอนุบาลใน
โรงเรือนที่มีการควบคุม สภาพแวดล้อมให้เหมาะสม
ต่อการเจริญเติบโต
12 ปลูกและอนุบาลต้นหน่อไม้ฝรั่งที่อนุบาลในโรง
เรือนที่มีการควบคุม สภาพแวดล้อมให้เหมาะสม
ต่อการเจริญเติบโต

13

อ้อย

อ้อย เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย ในปี2557/2558 มีพื้นที่
ปลูกเกือบ 11 ล้านไร่ ผลผลิตรวมประมาณ 102ล้านตัน ในปี2558 มีการ
ส่งออกน้ำตาลทรายประมาณ 7ล้านตัน เป็นอันดับสอง รองจากประเทศ

บราซิล อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายจึงมีแนวโน้ มขยายตัวสูงขึ้น
ทำให้เกษตรกร ขยายพื้นที่การปลูกอ้อย ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบาย
ปรับเปลี่ยนพื้นที่ ทำให้เกษตรกรมีความต้องการ พันธุ์อ้อยเพิ่มมากขึ้น
การปลูกอ้อยโดยทั่วไปนิยมการปลูกแบบวางลำ ทำให้ง่ายต่อการแพร่
ระบาดของโรคและแมลงศัตรูอ้อย ที่ติดไปกับท่อนพันธุ์ได้แก่ โรคใบขาว
อ้อย โรคกอตะไคร้โรคราน้ำค้าง โรคใบลวก โรคเน่าแดง โรคแส้ดำ โรค

เหี่ยวของอ้อย หนอนกอลายจุดเล็ก หนอนกอสีชมพูหนอนกอสีขาว
หนอนกอลายจุดใหญ่ เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ งสีชมพูปลวกและไรแมงมุม ซึ่ง
โรคที่สร้างความเสียหายมากที่สุดทำให้ผลผลิตลดลง30-40เปอร์เซ็นต์ คือ
โรคใบขาวอ้อย เนื่องจากเป็นเชื้อที่แฝงอยู ่ในท่อลำเลียงอาหาร ทำให้ไม ่
สามารถกำจัดเชื้อด้วย สารเคมีได้ดังนั้น การนำเทคโนโลยีด้านการเพาะ
เลี้ยงเนื้อเยื่อมาผลิตขยายอ้อยจะช่วยให้ได้ต้นพันธุ์ที่ปลอดโรค เนื่องจาก
ขั้นตอนการผลิต มีการกำจัดเชื้อด้วยความร้อน สารเคมีและตัดเอาเฉพาะ
ส่วนของเนื้อเยื่อเจริญ ปลายยอดขนาด 0.2 มิลลิเมตร ใต้กล้องสเตอริโอ
ซึ่งเป็นส่วนที่ปลอดโรคมากที่สุดมาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ แล้วนำไป
ตรวจหาเชื้อสาเหตุโรคพืชด้วยวิธีทางชีวโมเลกุล(nested PCR)ก่อนนำไป

ขยายเพิ่มปริมาณให้ได้ ตามจำนวนที่ต้องการ จากนั้นนำต้นอ้อยจาการ
เพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อไปปลูกลงแปลง

14

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่ออ้อยเพื่อผลิตอ้อยปลอดโรค

1 และ 2 คัดอ้อยจากแปลงแม่

พันธุ์ที่เจริญเติบโตสมบูรณ์แข็ง

แรงไม่แสดงอาการ โรคใบขาว

นำมาตัดส่วนของโคนออก

ความยาวประมาณ 50

เซนติเมตร 3 กำจัดเชื้อด้วยการแช่น้ำ

ร้อน 2 ครัง

4 เตรียมต้นพันธุ์ด้วยการชำ
ข้อตาอ้อย

5 ฟอกฆ่าเชื้อที่พื้นผิวด้วย
แอลกอฮอล์และโซเดียมไฮ
เปอร์คลอไรด์

6 ตัดเอาส่วนเนื้อเยื่อเจริญ
ปลายยอด ขนาด 0.2
มิลลิเมตร มาเพาะเลี้ยง

7 ชักนำให้เกิดยอดในอาหารสูตร MS + GA ที่อุณหภูมิ25
องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3-4 เดือน
8 และ 9 ตรวจสอบหาเชื้อโรคใบขาวอ้อยด้วยวิธีทางชีวโมเลกุล

15

10 นำมาขยายเพิ่มปริมาณในอาหารสูตร MS + BA + น้ำตาล ที่
อุณหภูมิ25 องศาเซลเซียส
11 ชักนำให้เกิดรากในอาหารสูตร MS + NAA + น้ำตาล ที่อุณหภูมิ25
องศาเซลเซียส เป็นเวลา 45 วัน
12 ย้ายปลูกในสภาพโรงเรือนอนุบาล

13 ปลูกลงแปลงเพื่อจัดทำแปลงพันธุ์หลักอายุ45 วัน
14 แปลงพันธุ์หลัก อายุ6 เดือน
15 แปลงพันธุ์หลักพร้อมเก็บเกี่ยว

16

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชในเชิงพาณิชย์

เกิดจากการนำความรู้ด้านการเพาะเลี้ยงเนื้ อเยื่ อมาประยุกต์เข้ากับธุรกิจ
เชิงพาณิชย์และเป็น อาชีพทางเลือก ที่สามารถสร้างความั่นคงและรายได้
ให้กับเกษตรกรเป็ นอย่างดี

ธุรกิจด้านเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แบ่งออกได้ดังนี้
1. ผู้ที่ทำงานกับผู้ประกอบการธุรกิจด้านเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
2. ผู้ประกอบการธุรกิจด้านเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
3. ผู้ประกอบการตลาดสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม เช่น CP DOLE
4. ผู้ประกอบการธุรกิจโรงเรือนเพาะชำ
5. เกษตรกรผู้ปลูกพืชเชิงการค้า เช่น กล้วย หน่อไม้ฝรั่ง อ้อย
พืชที่ควรดำเนิ นการในเชิงการค้า

17

ประโยชน์ของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

1.เพื่อการผลิตต้นพันธุ์พืชปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็ว
2. เพื่อการผลิตพืชที่ปราศจากโรค
3. เพื่อการปรับปรุงพันธุ์พืช
4. เพื่อการผลิตพืชพันธุ์ต้านทาน
5. เพื่อการผลิตพืชพันธุ์ทนทาน
6. เพื่อการผลิตยาหรือสารเคมีจากพืช
7. เพื่อการเก็บรักษาพันธุ์พืชมิให้สูญพันธุ์

18

บรรณานุกรม

กรมส่งเสริมการเกษตร. 2546. การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกับการขยายพันธุ์พืช. กรุงเทพฯ :
โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย จำกัด. _______________. 2556.

องค์ความรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สู่การเป็น smart officer การขยายพันธุ์พืช.
กรุงเทพฯ. ทะนุพงศ์กุสุมา ณ อยุธยา. 2557. “ปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ทำเงิน สร้างรายได้ที่

หล่มสัก เพชรบูรณ์”. เทคโนโลยีชาวบ้าน. แหล่ง
ที่มาwww.technologychaoban.com/news_detial.php?tnid=1219. 21 มีนาคม 2559. ว
รนัธ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา และวรรณา สนั่นพานิชกุล. 2556. “หน่อไม้ฝรั่งไทยกระจายไกล

ทั่วโลกด้วยวิธีการเพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อ”.เทคโนโลยีชาวบ้าน. แหล่งที่มา :
www.technologychaoban.com/news_detial.php?tnid=413. 21มีนาคม 2559.
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2557. “สารสนเทศเศรษฐกิจการเกษตรรายสินค้า
ปี2557”. เอกสารสถิติการเกษตร เลขที่ 401. แหล่งที่มา : www.oae.go.th. 22 มีนาคม
2559. สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล. 2556. “สรุปสถานการณ์พื้นที่ปลูกอ้อย ปี

การผลิต 2557/58” รายงานพื้นที่ปลูก อ้อยปีการผลิต 2555/56. แหล่งที่มา :
http://www.ocsb.go.th/upload/journal/fileupload/923-9810.pdf. 21 มีนาคม 2559.

Pearson Education. “Basic Plant Structure” แหล่งที่มา :
http://www.schenectady.k12.ny.us/putman/biology/data/plants/basic.html. 21
มีนาคม 2559. TNAU Agritech Portal. 2557. “Bio Technology”. Tissue Culture An
Introduction. แหล่งที่มา : http://agritech.tnau.ac.in/bio-tech/biotech_tc_notes.html.

เอกสารอ้างอิง คานูณ กาญจนภูมิ. (2542). การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช. กรุงเทพฯ:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธัญญา ทะพิงค์แก. (2554). หลักการขยายพันธุ์พืช. เชียงใหม่:
คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. Butt, S. J., Varis, S., Nasir,

A., Sheraz, S., Shahid, A. and Ali, Q. (2015). Micro propagation in advanced
vegetable production : a review. Advancements in Life Sciences. 2(2): 48-57.
Taji, A.M., Dodd, W.A. and Williums, R.R. (1997). Plant tissue culture practice.

3rd ed. Armidale: University of New England Printery.

19


Click to View FlipBook Version