Department of Juvenile ÇÒÃÊÒÃÊÒþԹԨ
Observation and Protection
»‚·Õè 1199 ©©ººÑººÑ··Õè 3Õè 1»Ã»Ð¨ÃÓÐ਴ÓÍ×à´¹Í× ¡¹Ã¡Á®¡ÒäÒÁ¤Á- à-´Í× Á¹Õ¹¡Òѹ¤ÂÁÒ»¹‚§º»»§‚ ºÃ»ÐÁÃÒгÁÒ³25265464
การศึกษา และการเรียนรู
เปนสิ่งท่ตี องมคี วบคูกันไป
เพราะเด็กบางคนชอบระบบการศกึ ษา
แตเ ดก็ บางคนชอบวิธกี ารเรยี นรู
• 6 ¤Ó¶ÒÁ ÇÑÂà¡ÉÕ³ ÇÑÂà¡ÉÁ • ÇÔ¶Õ¤¹¡ÃÁ¾Ô¹Ô¨Ï Special
¡Ñº...Ãͧ³Ñ°ÀÑÊÊÃ ÊØ¹·Ã°³ÐÇѲ¹ • ÃÒ¡Òà “ºØ¡...¤¹ÊÓ¤ÑÞ”
• Credit Bank System “¸¹Ò¤ÒÃ˹‹Ç¡Ե”
• ¡ÃÁ¾Ô¹Ô¨Ï ¹Óà·¤â¹âÅÂÕà¾ÔèÁ»ÃÐÊÔ·¸ÔÀÒ¾ • ¨Ò¡ÃØ‹¹ÊÙ‹ÃØ‹¹ ¾Ô¹Ô¨´ŒÇÂÃÑ¡ ¾Ô·Ñ¡É´ŒÇÂã¨
¡ÒþԨÒóҤ´Õ • ¨Ò¡Çѹ·Õè¾Ò¡à¾ÕÂà ÊÙ‹ÇÑÂà¡ÉÕ³·ÕèÀÒ¤ÀÙÁÔ
• ¼ÅÔµÀѳ±ÊÔ¹¤ŒÒÊÇÑÊ´Ô¡ÒÃ
• ¢ŒÍ¤ÇÃÃÙŒà¡ÕèÂǡѺÇÔ¹ÑÂ
• DJOP Centre www.djop.go.th
• ¾.Ã.º. ¢ŒÍÁÙÅ¢‹ÒÇÊÒâͧÃÒª¡ÒÃ
ผ้ปู ฏิบตั ริ าชการ นอกจากจะต้องรู้งานในหน้าที่อย่างทว่ั ถงึ แลว้
ยงั จำ�เปน็ ต้องรดู้ รี ูช้ ่วั ประโยชนแ์ ละไมใ่ ช่ประโยชน์ อย่างกระจา่ งชัดด้วย.
งานราชการซึ่งเป็นงานของแผ่นดิน จึงจะดำ�เนินไปอย่างถูกต้อง
ตรงตามเป้าหมาย และสำ�เรจ็ ประโยชนท์ ี่พึงประสงค์ คอื ยังความดี
ความเจริญให้เกิดแก่ประเทศชาติและประชาชนได้แท้จริงและยั่งยืน.
พระทน่ี ัง่ อมั พรสถาน พระราชวังดสุ ิต
วนั ที่ ๒๙ มนี าคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๑
สนทนาเปดิ เลม่
แมจ้ ะมพี ายทุ ถ่ี าโถม เหมอื นดง่ั โคมลอยเควง้ กลางเวหา
ลมพดั ลอยไปไกลสดุ ลบั ตา ยงั มแี สงบนฟา้ ระยบั ใจ
ฟา้ ยง่ิ มดื โคมยง่ิ สอ่ งสวา่ ง ไมอ่ า้ งวา้ งหากหลายโคมอยใู่ กลใ้ กล้
เปน็ ดงั แสงรงุ่ เชา้ ของวนั ใหม ่ เพยี งรว่ มใจสฟู้ นั ฝา่ อปุ สรรคเอย
สารพินิจ ฉบับสุดท้ายของปีงบประมาณ 2564 ขอเริ่มต้นทักทายคุณผู้อ่านด้วยบทกลอนที่อาจจะดูเชยไปบ้าง
แต่เชื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งกำ�ลังใจให้กับคุณผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย ในท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ที่กำ�ลังทวีความรุนแรงนี้ กองบรรณาธิการขอเป็นตัวแทนของคณะผู้บริหารกรมพินิจฯ ในการส่งความห่วงใยไปยังท่านที่กำ�ลัง
เผชิญกับโรคระบาดนี้ ขอให้ท่านมีกำ�ลังใจ และร่วมมือกันดูแลป้องกันตนเองและเยาวชนของเราอย่างสุดกำ�ลัง หากทุกท่าน
มีวินัย การ์ดไม่ตก เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างแน่นอน !
สำ�หรับไฮไลต์ของฉบับนี้ เราขอนำ�บทสัมภาษณ์ของหญิงเก่งอีกท่านหนึ่งของกรมมาฝาก ในคอลัมน์ “6 คำ�ถาม
วัยเกษียณ วัยเกษม กับ...รองณัฐภัสสร สุนทรฐณะวัฒน์” และพบกับผู้บุกเบิกในเรื่องของวัฒนธรรมองค์กรกรมพินิจฯ
ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากท่านรองฯ ‘โกมล พรมเพ็ง’ ในคอลัมน์ “วิถีคนกรมพินิจ Special” หลายท่านคงผ่านตา
กันมาบ้างกับคลิปสนุกๆ ที่มีการนำ�บุคคลสำ�คัญของกรมหรือผู้ที่โลดแล่นอยู่ในวงการการศึกษามาพูดคุยให้ความรู้แก่เยาวชน
ของเรา ที่มาของคลิปดังกล่าวนี้เป็นอย่างไรอ่านได้ในคอลัมน์ “บุกคน...สำ�คัญ” นวัตกรรมด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา
เพอื่ เดก็ และเยาวชนทกี่ า้ วพลาด ในทกุ เชา้ ...เมอื่ เขา้ ตกึ กระทรวงยตุ ธิ รรมจะไดก้ ลนิ่ หอมๆ ของเบเกอรโี่ ชยมาแตไ่ กล นนั่ เพราะวา่
เรามีรา้ นค้าสวัสดกิ ารของกรมในนามของ Bellinee’s Bake & Brew Grab & Go @DJOP ซึ่งตง้ั อยู่ ณ ชน้ั 1 หนา้ ศนู ย์บรกิ ารร่วม
กระทรวงยุติธรรมที่นี่จะมีเยาวชนของเรายืนต้อนรับพร้อมเสิร์ฟความอร่อยของกาแฟและเบเกอรี่สูตรพิเศษ ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่ง
โอกาสในการฝึกอาชีพของเยาวชน อ่านที่มาของโอกาสนี้ได้ในคอลัมน์ “โครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะเด็กและเยาวชน
เพื่อเตรียมความพร้อมในการประกอบอาชีพ หลักสูตร : กิจการร้านกาแฟเบื้องต้น”
และแนน่ อนคะ่ วา่ เรายงั มเี รอื่ งราวดๆี อกี มากมายภายในฉบบั นี้อาทิกรมพนิ จิ ฯน�ำ เทคโนโลยอี อนไลนเ์ พมิ่ ประสทิ ธภิ าพ
การพจิ ารณาคด,ี Credit Bank ธนาคารหนว่ ยกติ , จากรนุ่ สรู่ นุ่ พนิ จิ ดว้ ยรกั พทิ กั ษด์ ว้ ยใจ, ขอ้ ควรรเู้ กยี่ วกบั วนิ ยั , กฎหมาย...
ง่ายนิดเดียว, “คนพินิจฯ” เราทำ�ความดีด้วยหัวใจ, จากวันที่พากเพียร สู่วัยเกษียณที่ภาคภูมิ, ความรู้เกี่ยวกับ
พระราชบญั ญตั ขิ อ้ มลู ขา่ วสารของราชการ และเรือ่ งปกณิ กะรอทกุ ทา่ นอยูด่ า้ นใน หวงั เปน็ อยา่ งยิง่ วา่ สารพนิ จิ ในมอื ทา่ นนีจ้ ะเปน็
ประโยชนแ์ ละสรา้ งความเพลดิ เพลนิ ใหก้ บั ทา่ นได้ หากทา่ นมขี อ้ เสนอแนะหรอื ต-ิ ชมประการใด สง่ มาบอกเราไดผ้ า่ นแบบตอบรบั
วารสาร และสามารถร่วมส่งบทความมาที่ E-Mail : [email protected] แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าในปีงบประมาณ
พ.ศ. 2565 นะคะ ^^
กองบรรณาธกิ าร
คณะผู้จดั ทำ� สารบัญ
ท่ีปรึกษา DJOP CONTENT
อธิบดีกรมพินจิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน 5 “6 ค�ำ ถาม” วยั เกษียณ วัยเกษม
รองอธิบดีกรมพินจิ และคุม้ ครองเดก็ และเยาวชน (1) กบั ...รองณฐั ภสั สร สุนทรฐณะวฒั น์
รองอธบิ ดีกรมพนิ ิจและคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน (2) 9 วถิ ีคนกรมพนิ จิ ฯ Special
รองอธิบดกี รมพินิจและคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน (3) 14 รายการ “บุก...คนสำ�คญั ”
นวตั กรรมด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา
กองบรรณาธกิ าร เพอื่ เด็กและเยาวชนท่กี า้ วพลาด
18 โครงการส่งเสรมิ และพัฒนาทักษะเด็กและเยาวชน
เลขานกุ ารกรม เพื่อเตรียมความพรอ้ มในการประกอบอาชพี
นางสาวจุรีพร โพธิฆัมพร (หลักสูตร: กจิ การรา้ นกาแฟเบอื้ งต้น)
นางสาวอันธิกา บุญชู 21 กระบวนการยุตธิ รรมเดก็ และเยาวชน
นางอิสรานชุ หนนุ ตะคุ ในยคุ วิถีใหม่ ตอนที่ 2
ว่าที่รอ้ ยตรหี ญงิ อัสศิมา คังชะนัน 24 กรมพินิจฯ “เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่”
นำ�เทคโนโลยีออนไลน์เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ
ฝ่ายภาพและศิลปกรรม การพิจารณาคดี
26 มาตรการพิเศษแทนการด�ำ เนินคดอี าญา
นายอมรชัย ศรเี สอื ลาน ตามมาตรา 86
นางสาวศิรลิ กั ษณ์ ชัยมงคล 28 Credit Bank System “ธนาคารหนว่ ยกิต”
นางสาวชมาพร น้อยเจรญิ 31 จากรนุ่ สูร่ นุ่ พนิ จิ ดว้ ยรกั พิทักษ์ดว้ ยใจ
ตอน “วจิ ยั และพฒั นา” ระบบงานสงั คมสงเคราะห์
เจ้าของ กับกรมพินิจฯ เพอื่ เด็กและเยาวชน
33 ข้อควรรู้เกี่ยวกับวนิ ัย ตอน แนวทางการลงโทษ
กรมพินจิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน กรณี การลว่ งละเมิดหรอื คกุ คามทางเพศ
34 กฎหมาย...ง่ายนิดเดียว
พิมพ์ที่ : 35 “คนพนิ ิจฯ” เราท�ำ ความดีด้วยหวั ใจ
37 รอบรั้วกรมพนิ ิจฯ
บรษิ ทั ทองกมล 999 จ�ำ กดั 42 แวดวง...กรรมการสงเคราะห์
เลขท่ี 111/21 ซ.วดั ประชาระบือธรรม (ซ.สามเสน28) 43 จากวันท่ีพากเพยี ร สวู่ ัยเกษียณท่ีภาคภมู ิ
ถ.พระราม 5 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดสุ ติ กรงุ เทพฯ 53 DJOP Centre ศนู ย์สร้างโอกาสและบรกิ าร
10300 โทร. 08 6395 5323 ด้านอาชพี เดก็ และเยาวชน
54 ผลติ ภัณฑส์ ินคา้ สวัสดิการ
วรรณกรรม บทความ หรือข้อคิดทไ่ี ดป้ รากฏ 55 ความร้เู กยี่ วกับพระราชบัญญตั ขิ อ้ มูลข่าวสาร
ในวารสาร “สารพนิ จิ ” เป็นผลงานของผูเ้ ขียนโดยเฉพาะ ของราชการ ตอน ขอสนิ เชื่อส้โู ควดิ หน่อยครับ
56 ของฝากจากผอู้ ่าน
กองบรรณาธกิ ารไม่จำ�เป็นต้องเห็นดว้ ย 57 ขอเชญิ ชวนส่งบทความ
58 แบบตอบรบั วารสาร “สารพนิ จิ ”
วารสาร : สารพินิจ
ปที ่ี 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดอื นกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
“ความก้าวหนา้ ในการทำ�งานมแี น่นอน
แตต่ อ้ งรอโอกาส...และเวลา
อยากเป็นกำ�ลังใจ...อยา่ ท้อแท้
ความเจริญกา้ วหน้า...มีในอนาคต”
ความตอนหนึ่งในการบรรยายพิเศษในโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ
“เพื่อพัฒนาคณะผู้เยี่ยมสำ�รวจเพื่อการรับรองคุณภาพการบำ�บัดด้านยาเสพติด
ในระบบต้องโทษ” เมื่อวันที่วันที่ 27 สิงหาคม 2563
6 คำ�ถาม วยั เกษียณ วยั เกษม
กับ...รองณฐั ภัสสร สนุ ทรฐณะวัฒน์
สวสั ดผี ูอ้ า่ นทกุ ทา่ นคะ่ กลบั มาพบอกี ครัง้ กบั วารสาร
“สารพินิจ” ฉบับที่ 3 ที่จะมีกำ�หนดเผยแพร่ในช่วงเทศกาล
งานเกษยี ณพอดี ซึง่ ในโอกาสนี้ กองบรรณาธกิ ารไดร้ บั เกยี รติ
อยา่ งสงู จากรองณฐั ภสั สร สนุ ทรฐณะวฒั น์ รองอธบิ ดกี รมพนิ จิ
และคุ้มครองเด็กและเยาวชน มาบอกกล่าว
1. จุดเร่ิมต้นของชีวิต “ข้าราชการกรมพินิจฯ” เล่าเรื่องราวในชีวิตการทำ�งาน
เริ่มทำ�งานที่กรมพินิจฯ เมื่อปี 2531 ในตำ�แหน่ง ราชการตั้งแต่วันแรกที่ได้สร้าง
“พยาบาลวิชาชีพ” ของศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน คุณประโยชน์ให้กับกรมพินิจฯ
หญิงบ้านปรานี จากนั้นได้มีการเปลี่ยนสายงานและเลื่อน จนถึงวัยเกษียณ วัยเกษม
ตำ�แหน่งมาในสายการบริหาร โดยเริ่มงานสายบริหาร มาฝากผูอ้ า่ นคะ่ ถา้ พรอ้ มแลว้
ในตำ�แหน่งหน.ศูนย์ชุมชนบำ�บัด จ.พระนครศรีอยุธยา ไปพบกับ 6 คำ�ถาม
ต่อด้วยการเป็นหน.สถานบำ�บัดแก้ไขฟื้นฟูเด็ก/เยาวชน ทต่ี อ้ งถามและค�ำ ตอบ
ผู้ติดยาเสพติด (บ้านฟ้าใส), หน.ศฝ.บ้านกาญจนาภิเษก, ที่เมื่ออ่านแล้วได้
รักษาการในตำ�แหน่งผอ.ศฝ.บ้านปรานี, ผอ.กองพัฒนา แรงบันดาลใจ
ทรัพยากรบุคคล, ผอ.สพ.จ.ฉะเชิงเทรา, ผอ.สพ.จ.ปทุมธานี, และสรา้ งไฟใหก้ บั
ผอ.ศฝ.บ้านปรานี, ผู้ตรวจราชการกรม, ผอ.ศฝ.เขต 1 ผอู้ า่ นแนน่ อน!!!!
ระยอง และตำ�แหน่งก่อนเกษียณก็เป็นรองอธิบดีกรมพินิจฯ
วารสารกรมพนิ จิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพ่ือเผยแพรข่ ่าวสารในกระบวนการยตุ ธิ รรมเด็กและเยาวชน 5
วารสาร : สารพินิจ
ปีที่ 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดอื นกันยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
2.ผลงานที่สร้างความภาคภูมิใจช้ินส�ำคัญท่ีก่อให้เกิด
การเปล่ียนแปลงต่อกรมพินิจฯ
ปี พ.ศ.2540 ได้มีโอกาสเข้ารับการอบรมที่สหรัฐอเมริกา
เกี่ยวกับเรื่อง “ชุมชนบำ�บัด” ซึ่งเป็นวิธีการบำ�บัดผู้ใช้ยาเสพติด
เปน็ ระยะเวลา 3 เดอื น จากนัน้ ในปเี ดยี วกนั กไ็ ดน้ �ำ ความรูท้ ีไ่ ดร้ บั กลบั มา
เตรียมการสำ�หรับเปิดศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา และเป็นผู้บริหารของหน่วยงานนั้น เพื่อรับเด็ก
และเยาวชนจากกรมพินิจฯ เข้ารับการฝึกอบรมโดยใช้วิธีการชุมชน
บำ�บัด นอกจากนี้ยังเขียน “คู่มือวิธีการชุมชนบำ�บัด” เผยแพร่เพื่อ
ใช้ในกรมพินิจฯ จากนั้นในปี พ.ศ.2542 ได้เตรียมการเปิดสถานบำ�บัด
ยาเสพติดบ้านฟ้าใส ถัดมาในปี พ.ศ. 2543 ได้เตรียมการเปิด ศฝ.บ้าน
กาญจนาภิเษก เพื่อดูแลให้การบำ�บัด แก้ไข เด็กและเยาวชนที่มี
ปัญหายาเสพติดและปัญหาพฤติกรรม
ในปี พ.ศ.2555 ขณะดำ�รงตำ�แหน่ง ผอ.สพ.ปทุมธานี สามารถนำ�องค์กรให้ผ่านการตรวจรับรองคุณภาพสถานบำ�บัด
ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในระบบต้องโทษ (HA) ได้ เป็นสถานพินิจแรกของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานดังกล่าว รวมทั้งยังนำ�พาองค์กรได้รับรางวัลสถานพินิจดีเด่น ประจำ�ปีงบประมาณ 2556
จากนั้นปี พ.ศ.2558 ได้รับตำ�แหน่ง ผอ.ศฝ.บ้านปรานี ได้บริหารจัดการและน�ำ องค์กรให้ผ่านการตรวจรับรองคุณภาพ
สถานบำ�บัดพื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในระบบต้องโทษ (HA) อีกหน่วยงานหนึ่ง ต่อมาในปี พ.ศ.2558 กระทรวง
สาธารณสุขและสถาบันธัญญารักษ์ได้มอบรางวัลธัญญารักษ์อวอร์ดดีเด่น ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจในการปฏิบัติราชการ
นอกจากนี้ยังได้รับเป็นรางวัลประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลผู้มีผลงานดีเด่นด้านการบำ�บัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ
ผู้ติดยาเสพติด โดย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสถาบันธัญญารักษ์ อีกด้วย
รองอธิบดีฯ กล่าวว่า ท่านรับราชการในหน่วยงานที่เป็นปลายทางของปัญหาสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้าน
ยาเสพติดหรือปัญหาพฤติกรรมต่างๆ ของเด็กและเยาวชน ที่มีผลสืบเนื่องมาจากปัญหาสังคมและครอบครัว แม้จะไม่ได้
มีโอกาสไปแก้ปัญหาที่สาเหตุ แต่ตั้งใจเสมอมาว่า “จะทำ�งานในหน้าที่ซึ่งอยู่ตรงปลายเหตุให้เต็มที่ ด้วยการบำ�บัด
แก้ไข เด็กและเยาวชนผู้กระทำ�ผิดกฎหมายให้กลับตนเป็นคนดีของสังคมต่อไป”
6 วารสารกรมพินจิ และค้มุ ครองเดก็ และเยาวชน เพื่อเผยแพรข่ ่าวสารในกระบวนการยุตธิ รรมเด็กและเยาวชน
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปีที่ 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
3. แนวคิด และคติการท�ำงานท่ีปฏิบัติยึดถือมาตลอดการรับราชการ
สิ่งที่ปฏิบัติและยึดถือมาตลอดคือ การปฏิบัติงานด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและเต็มใจ มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานที่
รับผิดชอบเป็นที่ตั้ง ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของหลักเกณฑ์ กฎระเบียบ ข้อบังคับ มติ กฎหมาย นโยบายต่างๆ
และต้องปฏิบัติงานนั้นด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจให้นโยบายเกิดผลสำ�เร็จ ต้องมีปฏิภาณไหวพริบในการปฏิบัติงานหรือ
ในการแก้ไขปัญหา
ถัดมาคือ ต้องมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการปรับปรุงงาน หาแนวทางวิธีการใหม่ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ใน
การปฏิบัติงานถึงแม้จะอยู่ในภาวะขาดแคลน เช่น อัตรากำ�ลัง วัสดุอุปกรณ์ ฯลฯ ก็ตาม รองอธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า
การทำ�งานต้องยึดถือประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการเป็นที่ตั้ง ปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมาย ไม่กระทำ�ความ
ผิดทางวินัย ดูแลใช้ทรัพย์สินของทางราชการอย่างคุ้มค่าและประหยัด
ประการสุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือ ต้องมีความรักและชอบงานในหน้าที่ ที่ต้องปฏิบัติ นั้นคือ การบำ�บัด แก้ไข ฟื้นฟู
เด็กและเยาวชนผู้กระทำ�ผิด ให้เกิดการปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรม เพื่อกลับตัวเป็นคนดี คืนสู่สังคม โดยไม่เป็นภาระ
ของสังคมต่อไป
แต่หากเกิดปัญหาหรืออุปสรรคในการทำ�งาน ต้องใช้การบริหาร ที่สร้างความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจของบุคลากร
ทั้งองค์กร ซึ่งที่ผ่านมา ได้บริหารจัดการให้เกิดความร่วมมือในหมู่เจ้าหน้าที่ โดยสร้างขวัญกำ�ลังใจ เป็นที่ปรึกษา
คอยสนับสนุน ช่วยเหลือ แก้ไข หรือปรับปรุงในปัญหาต่างๆ สำ�หรับการพัฒนางานบริหารนั้น ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์
เพื่อทำ�ให้เจ้าหน้าที่ร่วมใจแก้ไขปัญหาอุปสรรคร่วมกัน และร่วมนำ�พาองค์กรไปสู่เป้าหมาย
วารสารกรมพนิ ิจและคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพอ่ื เผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยุติธรรมเดก็ และเยาวชน 7
วารสาร : สารพนิ จิ
ปีที่ 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดอื นกันยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
4. จากความรับผิดชอบที่มากมาย มีวิธีการ
ดูแลสุขภาพกาย และใจ อย่างไร
รองอธิบดีกล่าวว่า ในส่วนของสุขภาพร่างกาย
ก็ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และทานให้ตรงเวลาในทุกๆ มื้อ
ดื่มนํ้าให้เพียงพอ ออกกำ�ลังกายอย่างสมํ่าเสมอ หลีกเลี่ยง
การนอนดึก ส่วนในด้านสุขภาพทางใจนั้น ก็จะทำ�ให้จิตใจ
ร่าเริงแจ่มใส มองโลกในแง่บวกอยู่เสมอ ต้องหากิจกรรม
ที่ชอบทำ� เพื่อผ่อนคลายความเครียดด้วย นอกจากนี้
สิ่งสำ�คัญคือ ให้เวลากับคนในครอบครัว ความสัมพันธ์ที่ดี
ภายในครอบครัว เป็นแหล่งที่มาอีกแห่งหนึ่งของความสุข
ดังนั้นต้องสร้างความสมดุลให้กับชีวิตส่วนตัวและชีวิต
การทำ�งาน
6. ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปของสังคม
ส่งผลต่อเด็กและเยาวชนในความดูแลหรือไม่
5. ความประทับใจต่อองค์กร และบุคลากร ในปัจจุบันมีสถานการณ์ใหม่ๆ ที่ส่งผลต่อการทำ�งาน
คนกรมพินิจฯ เป็นคนที่ทำ�งานกับเด็กและเยาวชน ในกรมพินิจฯ ให้มีความท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ที่กระทำ�ความผิด ดังนั้นงานจึงมีความซับซ้อนแล้วมีความ ปญั หาการแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ -19 ทีท่ �ำ ใหเ้ กดิ การปรบั ตวั
เสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอด คนกรมพินิจฯ จึงมีความ เป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไม่ให้เข้าสู่
อดทนและเสียสละเป็นอย่างมาก เพราะการทำ�งานกับเด็ก สถานที่ควบคุม ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ละหน่วยงานมีความ
และเยาวชนที่ทำ�ผิดนั้นต้องใช้ความละเอียดอ่อนและ มุ่งมั่นและแข็งขันทำ�ตามมาตรการของกรมอย่างเคร่งครัด
ยงั ตอ้ งควบคมุ สถานการณท์ ีอ่ าจจะเกดิ เหตอุ นั ไมพ่ งึ ประสงค์ แต่อย่างไรก็ตามคนกรมพินิจฯ จะต้องตื่นตัวและเพิ่มความ
จึงต้องปฏิบัติงานด้วยความใส่ใจและปรับประยุกต์ให้ ตระหนักถึงปัญหานี้ เพื่อให้เกิดการป้องกันให้ได้มากที่สุด
เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ต้องใช้ประสบการณ์ และ ทั้งนี้ในอนาคต อาจมีสถานการณ์ใหม่ๆ ที่ส่งผลต่อการทำ�งาน
ทักษะต่างๆ ที่สะสมกันมา โดยการถ่ายทอดต่อกัน เพื่อให้ ของกรมพินิจฯ ได้อีก ดังนั้นจึงอยากฝากให้คนกรมพินิจฯ
คนรุ่นใหม่เกิดการเรียนรู้วิธีการทำ�งานแบบรุ่นพี่ๆ สู่รุ่นน้อง หมัน่ ศกึ ษาการเปลีย่ นแปลงของสถานการณต์ า่ งๆ เพือ่ เตรยี ม
รับมืออย่างมีสติและหาวิธีการป้องกันกับภัยรูปแบบใหม่ๆ
ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นต่อไป
กองบรรณาธกิ าร เชือ่ วา่ หากผูอ้ า่ นได้ อา่ นมาถงึ ค�ำ ถาม
ข้อสุดท้ายจะสามารถเติมพลังไฟในการทำ�งาน เพื่อเตรียมรับ
โอกาสดีๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอนค่ะ
สัมภาษณ์/ เรียบเรียง: นางสาวอันธิกา บุญชู นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ
ภาพประกอบ: ฝ่ายโสตทัศนศึกษา
กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร สำ�นักงานเลขานุการกรม
8 วารสารกรมพนิ ิจและคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพ่อื เผยแพรข่ ่าวสารในกระบวนการยุตธิ รรมเดก็ และเยาวชน
วารสาร : สารพินจิ Department of Juvenile
Observation and Protection
ปที ่ี 19 ฉบบั ที่ 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดอื นกันยายน ปีงบประมาณ 2564
วิถคี นกรมพนิ จิ ฯ
คอลัมน์ ‘วิถีคนกรมพินิจฯ’ ฉบับสุดท้ายของปี
งบประมาณ พ.ศ. 2564 นี้ กองบรรณาธิการขอพาทุกท่าน
ไปพบกับแกนนำ�หรือผู้บุกเบิกในเรื่องของ “วัฒนธรรม
องค์กร” กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งท่าน
ได้เน้นยํ้า กับพวกเราอยู่เสมอ และคงเป็นใครไปไม่ได้
นอกจากท่านรองอธิบดีฯ ‘โกมล พรมเพ็ง’ ไม่รอช้า
เราไปอ่านแนวคิดของท่านในเรื่องนี้กันเลยค่ะ...
ทำ�ไมทา่ นถึงให้ความสำ�คญั กับคำ�วา่ “วัฒนธรรมองค์กร”
คำ�ว่า “วัฒนธรรมองค์กร” เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องมี โดยเฉพาะกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน และจะครบ 70 ปี ในปีหน้านี้ (พ.ศ. 2565) แม้ว่ากรมของเราจะไม่ได้เป็นกรมมาตั้งแต่เริ่ม
แต่เดิมนั้นเราใช้ชื่อว่า ‘สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกลาง’ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ตั้งมาพร้อมกับศาลเยาวชน
และครอบครัวกลาง เจตนารมณ์ของการที่กรมพินิจฯ เกิดขึ้นมานั้น ก็เพื่อที่จะคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน
และดูแลแก้ไขปัญหา ทำ�อย่างไรให้ครอบครัวมีความรัก ความอบอุ่น เด็กและเยาวชนได้รับการเจริญเติบโตจากครอบครัว
ที่มีวุฒิภาวะ และพร้อมที่จะเป็นคนดีในสังคมต่อไป ซึ่งเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนั้น เราก็มักจะ
มองว่าเป็นเด็กกลุ่มที่ไม่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างถูกวิธี หรือขาดปัจจัย แรงหนุน แรงเสริม หรืออาจมีความผิดปกติ
ทางด้านร่างกายและสติปัญญาจึงทำ�ให้เด็กกลุ่มนี้กระทำ�ผิด ซึ่งส่วนหนึ่งเขาอาจเคยเป็นผู้ถูกกระทำ�มาก่อน แล้วจึงไป
กระทำ�กับผู้อื่น
“บคุ ลากรของกรมพินจิ ฯ มคี วามหลากหลายทางดา้ นสหวิชาชีพ เพราะเราต้องดูแลท้ังเร่ืองการใหค้ วามยุตธิ รรม
แก่เด็ก เยาวชน และครอบครัว รวมถึงการแก้ไขฟื้นฟู และดูแลความเป็นอยู่ของเด็กและเยาวชนทุกด้านตลอดเวลา
24 ชั่วโมง อีกส่วนหนึ่งคือดูแลในเรื่องการศึกษา ท้ังสายสามัญและสายอาชีพ พร้อมส่งเสริมทักษะองค์ความรู้ด้านต่างๆ
การคิดการวิเคราะห์ การเรียนรู้การอยู่ในสังคม ซึ่งโดยรวมแล้วเรามีหน้าท่ีเสมือนกระทรวงสาธารณสุข
และกระทรวงศึกษาธิการเลยก็ว่าได้”
และยังทำ�หน้าที่เสมือนกระทรวงแรงงานด้วย
โดยต้องทำ�การฝึกฝนทักษะแรงงานและจัดหางานให้ สิ่งนี้
เป็นอีกหนึ่งกระบวนการในการเตรียมความพร้อมที่จะให้
เขาเป็นผู้ใหญ่ นี่จึงเป็นที่มาของลักษณะงานของเรา
ที่ต้องมีความหลากหลายตามไปด้วย หรือที่เรียกว่า
‘สหวิชาชีพ’ ทั้งพนักงานพินิจ หรือพ่อบ้าน นักจิตวิทยา
นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาล พนักงานคุมประพฤติ
รวมถึงหน่วยบริการและฝ่ายบริหารต่างๆ
วารสารกรมพินิจและคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพ่อื เผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยุติธรรมเดก็ และเยาวชน 9
วารสาร : สารพินจิ
ปที ี่ 19 ฉบบั ที่ 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
นอกจากนี้เรายังมีเครือข่ายที่ช่วยในการ
ส่งต่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชน และมีการพัฒนา
ศกั ยภาพของเครอื ขา่ ยภาคประชาสงั คม โดยเฉพาะ
กรรมการสงเคราะห์ ซึ่งกรมของเรามีกรรมการ
สงเคราะห์อยู่ 3,000 กว่ารายทั่วประเทศ ภารกิจ
ของเรานั้นไม่ได้มีเพียงภารกิจเดียว และไม่ได้
ทำ�งานเพียงลำ�พัง
“เราเปรียบเสมือนพ่อแม่และครูในการท�ำหน้าท่ีดูแลเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ประเด็นน้ีผมมองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะได้ให้โอกาสแก่เด็กและเยาวชนท่ีเข้ามาอยู่ในการดูแลแก้ไขฟื้นฟู
ของเรา ซ่ึงงานน้ีมีความส�ำคัญเป็นอย่างมาก การที่เราสามารถสร้างเด็กหน่ึงคนให้ประสบความส�ำเร็จในอนาคต
ได้ถือเป็นความยิ่งใหญ่ อย่างน้อยเป็นการลดการกระท�ำผิดของเด็กและเยาวชนลง เป็นการสร้างและคืนเด็กดี
สู่สังคมได้อีกทางหน่ึง”
หากถามว่าทำ�ไมเราถึงต้องให้ความสำ�คัญกับวัฒนธรรมองค์กร นั่นเพราะหากพูดถึงสถานพินิจฯ ประชาชนรู้จัก
ถ้าเป็นคนรุ่นก่อนจะรู้จักในนาม “บ้านเมตตา” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเด็กที่ทำ�ผิดในคดีอาญา คนรุ่นเก่าๆ จะมองว่า
สถานพินิจฯ เป็นสิ่งที่น่ากลัวมากไม่น่าเข้าใกล้ ไม่ต่างอะไรจากเรือนจำ� เพราะในอดีตมีเด็กและเยาวชนค่อนข้างมาก
เราจึงเน้นในเรื่องของการควบคุมดูแลในเชิงปริมาณ แต่ในปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนลดลง และภารกิจของเราก็มีมากขึ้น
เราไม่ได้ดูแลเพียงแค่คดีอาญาของเด็กและเยาวชน แต่เรายังดูแลคุ้มครองและแก้ไขปัญหาคดีครอบครัวด้วย รวมถึง
การทำ�งานเชิงรุกหรือเชิงป้องกันในชุมชนและในสังคม
“กรมของเราจึงมีความเป็นมืออาชีพในการ
แก้ไขฟื้นฟูเด็กและเยาวชน ด�ำเนินคดีครอบครัว ดูแล
คดีก�ำกับการปกครองของผู้เยาว์ ผู้ไร้ความสามารถ
และผู้เสมือนไร้ความสามารถด้วย ซ่ึงการท�ำงานเป็นทีมน้ัน
ส�ำคัญมาก ผมอยากจะให้คนของเราคิด วิเคราะห์
และท�ำงานเชิงรุกอย่างเป็นระบบ คือให้รู้ว่าเราท�ำงานน้ี
เพื่ออะไร ผลสัมฤทธ์ิของงานคืออะไร จึงจ�ำเป็นต้อง
มีการบูรณาการการท�ำงานร่วมกันและต้องท�ำงาน
เป็นทีม”
“วัฒนธรรมองค์กรของกรมพินิจฯ เป็นรากฐานท่ีก�ำหนด
ทัศนคติ และพฤติกรรมของบุคลากรในองค์กร เป็นหลักในการ
ด�ำรงชีวิตหรือวิถีชีวิต มีแนวทางในการประพฤติปฏิบัติเป็นแบบแผน
เดียวกัน ช่วยในการขับเคล่ือนกระบวนการท�ำงานของกรมให้มี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่สูงข้ึน”
10 วารสารกรมพินจิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพ่อื เผยแพรข่ า่ วสารในกระบวนการยุตธิ รรมเดก็ และเยาวชน
วารสาร : สารพินจิ
ปที ่ี 19 ฉบับที่ 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกันยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
วัฒนธรรมองค์กรที่กรมพินิจฯ ภายใต้การน�ำ
ของทา่ นอธบิ ดฯี วรรณพงษ์ คชรกั ษ์ ทก่ี ำ� หนดขน้ึ คอื สามคั คี
มีเมตตา มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อเด็กและเยาวชน หรือเรียกว่า
UKED (Unity Kindness Effort Development)
4 ตัวน้ีเป็นสิ่งที่เราพยายามจะส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ของเรามี
U - Unity คือ มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน สามัคคี มุ่งมั่น อดทน และอุทิศตนสร้างสรรค์งานร่วมกัน มีความ
เป็นเอกภาพ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ�โดยไม่สนใจเป้าหมายร่วม มีการทำ�งานเป็นทีมภายใต้ความสามารถพิเศษของแต่ละคน
ต่อมา K - Kindness คือ มีคุณธรรม จริยธรรม ปรารถนาดีให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ รวมทั้งการเอาใจใส่ ดูแล และมีความ
ละเอียดอ่อน สนใจต่อเป้าหมายนั่นคือเด็กและเยาวชน หรืองานที่เราทำ� ให้มองตั้งแต่ประเด็นปัญหาจนถึงการพัฒนา
ไปสุดทาง ว่าจะทำ�อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ E - Effort คือ การตั้งใจทุ่มเทและปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่
ของตนเองด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต รับผิดชอบ และเสียสละเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และสุดท้าย D - Development คือ
การพัฒนา เมื่อกระแสโลกเปลี่ยน เทคโนโลยี สังคม และพฤติกรรมเด็กก็เปลี่ยนตาม ดังนั้นเจ้าหน้าที่เราต้องเปลี่ยนด้วย
เราต้องรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมถึงการเข้าใจถึงปัญหาและสาเหตุของการกระทำ�ความผิดของเด็ก
และเยาวชน เมื่อเราเข้าใจแล้วจะทำ�ให้นำ�มาพัฒนา และสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็ก
ให้เหมาะสม ดังนั้นทุกคนจำ�เป็นต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ และเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ในการพัฒนา
เด็กและเยาวชน ทั้งหมดนี้คือความสำ�คัญของวัฒนธรรมองค์กรที่กรมของเราต้องมี
จากวัฒนธรรมองค์กรของกรมพนิ ิจฯ ทงั้ 4 ขอ้ นี้ ท่านคิดวา่ เรายังขาดอะไรอยู่ ?
ผมคิดว่าเรายังขาดความเป็น Unity และ Development ซึ่งเป็นสิ่งสำ�คัญมาก ส่วน Kindness และ Effort นั้น
ผมมองวา่ ทกุ คนมอี ยูใ่ นตวั อยูแ่ ลว้ สิง่ ทีส่ ะทอ้ นเรือ่ งความเปน็ Unity ไดง้ า่ ยถา้ มองในเชงิ สญั ลกั ษณ์ กค็ อื เรือ่ งของการแตง่ กาย
การตรงตอ่ เวลา การท�ำ งานเปน็ ทมี การแตง่ กายจะท�ำ ใหม้ องเหน็ วา่ เราเปน็ ทมี เดยี วกนั สะทอ้ นใหเ้ หน็ เรือ่ งของการเปน็ เอกลกั ษณ์
เฉพาะของคนกรมพินิจฯ ซึ่งเราอาจจะมีบุคลิกภาพในภาพรวมไม่เหมือนกับกรมอื่น เพราะเราทำ�งานกับเด็กและเยาวชน
เราจึงต้องมีวินัยและมีลักษณะพิเศษโดยเราต้องเป็น
แบบอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชน และบุคลากร
ทกุ คนจะตอ้ งมสี ญั ชาตญาณของพอ่ แมแ่ ละความเปน็ ครู
เป็นที่ตั้ง
“ครูนั้นต้องสอนให้เด็กมีวินัย มีความรับผิดชอบ
ต่อหน้าที่ ให้สนใจขยันหม่ันเพียรต่อการศึกษา
และเชื่อฟัง รู้จักคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ผลงาน
ออกมา ต้องท�ำตนเป็นแบบอย่างที่ดี”
วารสารกรมพนิ จิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพ่ือเผยแพรข่ ่าวสารในกระบวนการยตุ ิธรรมเด็กและเยาวชน 11
วารสาร : สารพนิ จิ
ปีท่ี 19 ฉบับที่ 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกันยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
“ผมอยากให้ทุกคนมีความรู้สึกว่า เรื่องใดที่เป็นองค์รวม
ควรท�ำให้เหมือนกันและพร้อมๆ กัน ไม่ใช่รอให้ผู้ใหญ่ท�ำก่อน
หรือรอให้เด็กท�ำก่อน แล้วก็ต้องมีภาวะการน�ำที่ดีด้วย
เพราะว่าถ้าผู้น�ำไม่ท�ำ เด็กก็จะไม่ท�ำ หรือคนอื่นก็จะกล้าๆ กลัวๆ
ดังน้ันทุกคนต้องร่วมใจกันท�ำตั้งแต่ต้น ช่วยท�ำให้เกิดความเป็น
เอกภาพ และเวลาท�ำงานก็จะได้งานที่มีคุณภาพ มีความเป็นทีม
จะไม่ One Man Show อีกต่อไป และความส�ำเร็จนั้นก็คือ
ความส�ำเร็จขององค์กร ไม่ใช่ความส�ำเร็จของใครคนใดคนหนึ่ง”
อีกส่วนหนึ่งที่จะอยากจะให้พัฒนาคือความเป็นมืออาชีพของเราที่จะรู้กันแค่เฉพาะทางใดทางหนึ่ง เรารู้ลึกรู้จริง
เฉพาะเรื่องงานของตัวเอง เรื่องของคนอื่นไม่รู้ ฉะนั้นนี่คือความผิดพลาดมาก โลกปัจจุบันคุณต้องเรียนรู้ให้มีความเป็น
มืออาชีพ อย่างน้อย 1-3 อย่าง เราต้องรู้ลึก รู้กว้าง รู้พัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของโลก ประเทศ ชุมชน สังคม
มีการเรียนรู้นวัตกรรมและด้านวิชาการใหม่ๆ เพื่อพัฒนางานของเราให้มีคุณภาพ อันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่จำ�เป็น โดยเฉพาะ
ในช่วง New Normal ของสถานการณ์โควิด-19 นี้ เป็นโอกาสที่ดีสำ�หรับผู้ที่มีความกระตือรือร้น ต้องการพัฒนาศักยภาพ
ตนเอง ในการเรียนรู้โดยพัฒนาผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการสื่อสาร ซึ่งเป็นสื่อกลางในการจัดการเพื่อสอดรับ
กับนโยบายของรัฐบาล สมัยนี้เราไม่จำ�เป็นต้องไปนั่งเรียนในห้องเรียน หรือห้องอบรมสัมมนาอีกแล้ว เราสามารถเรียนรู้
ได้ทุกที่ไม่ว่าอยู่ที่ไหน
“การพัฒนานั้นขอให้เรามีวินัยและมีความรับผิดชอบ และก็มุ่งมั่นกับเป้าหมายท่ีเราอยากจะเป็น ที่ส�ำคัญ
อย่ามุ่งแต่สนใจพัฒนาตัวเองโดยไม่สนใจพัฒนาองค์กรโดยส่วนรวม เราต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กัน เพราะถ้าเราไม่
พัฒนาองค์กรไปพร้อมกันภาระปัญหาก็จะตกอยู่กับคนบางคน แต่เราอยากจะให้ทุกคนได้รับการพัฒนาและเดินไปด้วยกัน
อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของการพัฒนารายบุคคล และการพัฒนากลุ่มคนท่ีเขามองว่าเขาด้อยโอกาสในการ
ได้รับการพัฒนา และท่ีส�ำคัญคือต้องมาแลกเปล่ียนความรู้ ประสบการณ์ระหว่างสายงานอาชีพต่างๆ เพราะถ้าไม่
แลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันท้ายที่สุดแล้วจะท�ำให้ไม่มีการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ อย่าลืมว่าสายอาชีพของเรา
ที่อยู่บางแห่งมีแค่คนหรือสองคนเท่านั้น และถ้ามาอยู่ท�ำงานแล้วโอกาสท่ีจะพัฒนาตนเองมีค่อนข้างน้อย การพัฒนาตนเอง
จึงเท่ากับเราพัฒนาองค์กรด้วย”
12 วารสารกรมพนิ ิจและคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพอ่ื เผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยตุ ิธรรมเดก็ และเยาวชน
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปีที่ 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
อนาคตท่านอยากเห็นคนกรมพินิจฯ เปน็ อย่างไร ?
“เดินไปไหนคนส่วนใหญ่จะต้องรู้ว่านี่คือคนกรมพินิจฯ จะท�ำยังไงก็ได้ให้คนของเรามีคาแรกเตอร์ท่ีแตกต่าง
บุคลิกภาพ ความรู้ความสามารถ มีคุณภาพเชิงวิชาการท่ีเป็นท่ียอมรับ และเชื่อถือ น่ีเป็นความคาดหวังท่ีผม
อยากให้เป็น ส่วนเร่ืองคาแรกเตอร์ขององค์กรนั้นไม่ว่าหน่วยงานในส่วนไหนก็ตาม ทั้งสถานพินิจฯ ศูนย์ฝึกและ
อบรมฯ และในส่วนกลาง เวลาไปไหนผมอยากจะให้ทุกคนเห็นแล้วชื่นชม รู้สึกอยากเข้ามาท�ำงาน อยากเข้ามา
ช่วยเหลือ อยากเข้ามาสัมผัสใกล้ชิด และอยากจะเข้ามาท�ำกิจกรรม บ้านนี้เปิดประตูรับบุคคลภายนอกตลอดเวลา
ส�ำหรับผู้ที่อยากจะเข้ามาร่วมพัฒนาและแก้ไขฟื้นฟูเด็กและเยาวชน”
หน่วยงานของเราจะต้องเป็นแบบอย่างในด้านความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ตั้งแต่สวนภายนอก
และห้องทำ�งาน รวมถึงที่อยู่อาศัยที่หลับที่นอนของเด็กและเยาวชนจะต้องสะอาดดูดีและถูกสุขอนามัย คนข้างนอก
เข้าไปเห็นแล้วจะต้องชื่นชมว่าเราสอนเด็ก สอนเจ้าหน้าที่ให้เป็นต้นแบบที่ดีจริงๆ และอย่างน้อยเด็กและเยาวชน
ที่ออกจากบ้านเราเขาก็จะได้มีระเบียบวินัย มีทักษะความรู้พื้นฐาน รวมถึงความสามารถที่จะพัฒนาตนเองได้จนถึง
จบการศึกษา ออกไปเป็นคนดีของครอบครัว ชุมชน และนำ�เอาตัวอย่างสิ่งดีๆ จากบ้านของเราออกไปใช้ในชุมชน
ท้ายที่สุดคือภาพลักษณ์ที่ดีของกรม เมื่อพูดถึงกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ทุกคนต้องรู้ภารกิจทั้งหมด
ใหค้ นสว่ นใหญร่ ูว้ า่ กรมนีท้ �ำ หนา้ ทีอ่ ะไร มภี าระส�ำ คญั ในการชว่ ยเหลอื ดแู ลคนในสงั คมอยา่ งไร และเปน็ ตน้ แบบของการเสยี สละ
เพื่อส่วนรวม ทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมถึงการสร้างสังคมที่ดี สร้างครอบครัวที่ดี
“ถ้าทุกคนทำ�ได้ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและต่อเนื่อง ผมมองว่าไม่เกินสองปีวัฒนธรรมองค์กรของเราก็จะมี
ความโดดเด่นเป็นที่ประจักษ์และเป็นที่ยอมรับ และที่สำ�คัญก็จะทำ�ให้ประชาชนรู้ เข้าใจภารกิจ โดยเดินเข้าไปหา
ประชาชนได้มากที่สุดเท่าที่จะทำ�ได้ เราจะทำ�หน้าที่ในการแก้ไขฟื้นฟูเด็กและเยาวชนให้เป็นทรัพยากรที่สำ�คัญ
ในการพัฒนาประเทศต่อไป นี่คือเป้าหมายหลักที่ผมอยากให้เกิดและอยากให้เป็น”
สัมภาษณ์/เรียบเรียง : นางสาวจุรีพร โพธิฆัมพร นักประชาสัมพันธ์ชำ�นาญการ
ภาพประกอบ : ฝ่ายโสตทัศนศึกษา
กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร สำ�นักงานเลขานุกากรรม
วารสารกรมพนิ จิ และคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน เพอ่ื เผยแพรข่ า่ วสารในกระบวนการยุตธิ รรมเดก็ และเยาวชน 13
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปีที่ 19 ฉบบั ที่ 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดอื นกันยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
รายการ “บุก...คนสำ�คญั ”ObservationandProtection
นวตั กรรมดา้ นเทคโนโลยีทางการศกึ ษาเพ่ือเดก็ และเยาวชนท่กี า้ วพลาด
“หากนำ�เทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการศึกษา แล้วสามารถสร้างแบบอย่างที่ดี
สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาดได้ ก็จะตอบโจทย์การปฏิรูป
การศึกษาที่ไม่ได้เน้นเฉพาะการให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาเท่านั้น แต่เป็นการปฏิรูป
การศึกษาที่ทำ�ให้เด็กและเยาวชนเกิดการเปลี่ยนแปลง และมีชีวิตที่ดีในสังคม ซึ่งสอดคล้องกับ
วิสัยทัศน์ของกรมพินิจฯ ดังคำ�กล่าวที่ว่า พินิจด้วยรัก พิทักษ์ด้วยใจ”
สำ�หรับการจัดการศึกษาในปัจจุบัน กลุ่มพัฒนาระบบงานการศึกษาและฝึกวิชาชีพ กองพัฒนาระบบ
งานยุติธรรมเด็กและเยาวชน ได้นำ�เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษา เพื่อให้เกิดเครื่องมือการสื่อสารที่ส่งผล
ให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยเรียกเครื่องมือดังกล่าวว่า “เทคโนโลยีทางการศึกษา
(Educational Technology หรือ EdTech)” ซึ่งกองบรรณาธิการได้มีโอกาสสัมภาษณ์ข้าราชการรุ่นใหม่ไฟแรง
ของกลุ่มพัฒนาระบบงานการศึกษาฯ ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวของ รายการ “บุก...คนสำ�คัญ” หนึ่งในนวัตกรรม
ที่นำ�เทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการจัดการศึกษา แล้วนวัตกรรมชิ้นนี้คืออะไร ไปหาคำ�ตอบพร้อมกันค่ะ
เทคโนโลยีทางการศึกษาที่กรมพินจิ ฯ นำ�มาใชค้ ืออะไร
คุณศุภฤกษ์ แก้วพลกรัง หรือ เบ๊น นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพปฏิบัติการ
ผู้รับผิดชอบงานเทคโนโลยีทางการศึกษา (EdTech) อธิบายง่ายๆ ให้กองบรรณาธิการฟังว่า
ถ้าในนิยามของกรมพินิจฯ นั้นคือ การนำ�เทคโนโลยีสารสนเทศมาเป็นเครื่องมือในการสนับสนุน
ให้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมและหลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการและความจำ�เป็นของ
เด็กและเยาวชนที่อยู่ในสถานที่ควบคุม เช่น การใช้สื่อสังคมออนไลน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ
สื่อดิจิตอลต่างๆ ในการสนับสนุนการเรียนรู้รูปแบบต่างๆ ให้กับเด็กและเยาวชนได้อย่างทั่วถึง
อย่างในปัจจุบันที่ทางกลุ่มฯ กำ�ลังดำ�เนินการอยู่คือ การนำ�แพลตฟอร์ม
ที่เราเรียกว่า YouTube มาใช้ โดยการสร้างช่องเพื่อการเรียนรู้ที่มีชื่อว่า
DJOP Education ซึ่งได้ผลดีอย่างมากในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพราะด้วยเหตุการณ์การระบาดของโรค
สง่ ผลให้การเรียนการสอนบางอยา่ งหยดุ ชะงกั และมีความจ�ำ เปน็ ตอ้ งจัดการเรยี น
การสอนในรูปแบบออนไลน์ 100% และเนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นของการนำ�
แพลตฟอร์ม YouTube มาใช้ จึงนำ�ช่องทางนี้มาใช้ในการประชาสัมพันธ์
งานของกลุ่มก่อน เช่น การนำ�เสนอโครงการต่างๆที่กลุ่มเคยดำ�เนินการ และ
อยู่ระหว่างการดำ�เนินงาน การนำ�มาใช้ในการแข่งขันทักษะด้านต่างๆ
การรายงานผลหรอื การสรปุ ผลงานทีเ่ คยด�ำ เนนิ การแตส่ ิง่ ทีเ่ ปน็ ไฮไลต์และใหมม่ ากๆ
ของช่องคือ การผลิตรายการเพื่อเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาด นั้นก็คือ
รายการ “บุก...คนสำ�คัญ”
14 วารสารกรมพินิจและคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน เพอื่ เผยแพรข่ ่าวสารในกระบวนการยุตธิ รรมเดก็ และเยาวชน
วารสาร : สารพินจิ Department of Juvenile
Observation and Protection
ปที ี่ 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกันยายน ปงี บประมาณ 2564
รายการ “บุก...คนสำ�คัญ” คอื อะไร
เบ๊นเล่าย้อนให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มของเราได้รับโจทย์ที่สำ�คัญในการดำ�เนินงาน คือ เราจะจัดการศึกษา
โดยมีเทคโนโลยีมาช่วยอำ�นวยความสะดวก และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนเพื่อให้เขาได้มีโอกาสเรียนรู้
สิ่งต่างๆ จากต้นแบบนำ�ไปสู่ความพร้อมในการที่จะทำ�ให้ตนเองเกิดการเปลี่ยนแปลง และพร้อมกลับคืนสู่สังคม
ได้อย่างไร ซึ่งจากโจทย์ตรงนี้ ก็กลายเป็น จุดเริ่มต้นของ รายการ “บุก...คนสำ�คัญ” ที่มีแนวคิดของรายการว่า “เพราะ
ทุกคนคือคนสำ�คัญที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีได้” โดยผมเอง
ทำ�หน้าที่ในเรื่องของการตัดต่อ เรื่องของเทคนิคการนำ�เสนอต่างๆ รวมถึงการถ่ายทำ� ซึ่งปัจจุบันผมก็มีข้าราชการ
มาร่วมทีมเพิ่มอีก 1 คน คือ คุณณิชานันท์ โรจนสิทธางกูร หรือ กิ๊ก นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพปฏิบัติการ
สำ�หรับกิ๊กเอง กิ๊กทำ�หน้าที่ในการค้นหาและติดต่อแขกรับเชิญ ซึ่งถ้าดูจากโจทย์
ที่ได้รับ แขกรับเชิญของเราต้องเป็นคนสำ�คัญที่มีชื่อเสียงในด้านใดด้านหนึ่ง เป็นที่ยอมรับ
ของคนในสังคม หรือทำ�งานเพื่อสังคม มีจุดเด่นในงานของตนเอง ที่สามารถเป็นแบบอย่าง
และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กและเยาวชนได้ นอกจากนี้ก็จะทำ�หน้าที่ในการเป็น
ผู้ประสานงาน ดูแลเรื่องบทสัมภาษณ์ เป็นพิธีกร และในบางครั้งก็เป็นโปรดิวเซอร์ โดย
ปัจจุบันกำ�ลังเริ่มเรียนรู้ในเรื่องของการตัดต่อ และเทคนิคต่างๆที่เกี่ยวกับการตัดต่อ
อย่างตอนที่ 1 และ 2 ของ รายการ “บุก...คนสำ�คัญ” ทางเราได้รับเกียรติจาก
ผู้บริหารกรมพินิจฯ มาเป็นแขกรับเชิญคนสำ�คัญ ที่เราเริ่มต้นการเปิดตัวรายการใหม่
ด้วยท่านผู้บริหาร เพราะเราอยากให้คนที่ชมรายการของเรา ไม่ว่าจะเป็นเด็กและ
เยาวชน หรือเจ้าหน้าที่ได้เข้าใจว่า กรมพินิจฯ ให้ความสำ�คัญกับการศึกษามากๆ
ซึ่งในตอนที่ 1 ของการออกอากาศ เราได้รับเกียรติจาก พ.ต.ท.วรรณพงษ์
คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดย ท่านอธิบดีกล่าวถึง
เรื่องการศึกษาไว้ว่า “การศึกษาและการเรียนรู้ต้องเป็นสิ่งที่ควบคู่กัน เพราะ
เด็กบางคนอาจจะชอบเรียน เรียนได้ดี แต่เด็กบางคนไม่ชอบระบบการศึกษา
แต่ชอบวิธีการเรียนรู้ ซึ่งเขาจะได้ดีในส่วนของเขา และส่วนของเจ้าหน้าที่เอง
ก็ต้องทำ�ความเข้าใจกับเด็กและเยาวชนว่าเด็กเรียนไม่เก่งไม่ได้หมายความว่า
เขาจะไม่เก่ง เขาอาจจะเก่งอย่างอื่นก็ได้ เพราะฉะนั้นเราจึงควรให้ความสำ�คัญที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้
โอกาสของเด็กและเยาวชนทุกคนอยู่ในมือของพวกเราทุกคน เราต้องให้โอกาส ส่วนเขาจะได้โอกาสมากน้อยเพียงใด
ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เรามีหน้าที่ในการเริ่มต้นให้โอกาส” เบ๊น เล่าให้กองบรรณาธิการฟังเพิ่มเติม
วารสารกรมพินิจและคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพือ่ เผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยุตธิ รรมเด็กและเยาวชน 15
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปที ี่ 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
วางรปู แบบรายการ “บุก...คนสำ�คัญ” ในอนาคตไว้อยา่ งไร
อย่างที่ผมบอกครับเนื่องจากเป็นรายการใหม่
ในขณะที่ให้สัมภาษณ์กับกองบรรณาธิการ รายการเพิ่ง
ออกอากาศได้เพียง 4 ตอน ถ้าในเชิงปริมาณพบว่ามีคนดู
มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเริ่มเป็นที่รู้จัก แต่ในเชิงคุณภาพ
ทางกลุ่มได้คุยกันว่าเราต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมหลังจากนี้
และต้องพัฒนาให้มากขึ้น เช่น วิธีการเผยแพร่ จะทำ�ยังไง
ใหเ้ ข้าถงึ เดก็ และเยาวชนมากขึ้นกว่านี้ เนื่องจากขอ้ จำ�กัดคอื
เด็กและเยาวชนจะได้รับชมเมื่อเจ้าหน้าที่เป็นคนเปิดให้
ดังนั้นในอนาคตอาจจะต้องมีการวางแผนให้รัดกุม อาจจะ
ทำ�เป็นตารางการออกอากาศที่สามารถแทรกเข้าไปในชีวิตประจำ�วัน หรือมีการรายงานผล สรุปผล หรือเรื่องของ
แขกรับเชิญ ที่เราอาจจะต้องทำ�การสำ�รวจจากเด็กและเยาวชนมากขึ้นว่า เขาอยากฟังใคร หรือนอกจากแขกรับเชิญ
ที่มีชื่อเสียงแล้ว เราอาจจะต้องเชิญคนสำ�คัญในสายอาชีพต่าง ๆ เช่น นักพากย์เกม (Streamer) ยูทูบเบอร์ (YouTuber)
มาเพื่อแนะแนว และสร้างแรงบันดาลใจในเรื่องอาชีพให้เด็กและเยาวชน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราต้องวางแผนเพิ่มขึ้น
และทำ�งานมากขึ้นในอนาคต
กิ๊กกล่าวเพิ่มเติมว่า เราเห็นได้ชัดว่ามียอดคนดูเพิ่มมากขึ้นเมื่อเรามีแขกรับเชิญเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับ
ประเทศ ซึ่งจะเห็นได้ชัดในตอนที่ 3 ที่ได้ครูลูกกอล์ฟ คณาธิป สุนทรรักษ์ พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง มาร่วมพูดคุยใน
ประเด็นการศึกษา และการเรียนภาษาอังกฤษ หรือในตอนที่ 4 ที่ได้คุณสิงห์ วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นักเขียน นักแสดง
ชื่อดัง มาร่วมตอบคำ�ถามในประเด็นที่เด็กและเยาวชนอยากรู้
โดยกลุ่มเป้าหมายผู้ชมในตอนแรกของเราคือ บุคลากรภายในกรมพินิจฯ และเด็กและเยาวชนในศูนย์ฝึกฯและ
สถานพินิจฯ เท่านั้น แต่พอเรามีแขกรับเชิญที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ กลุ่มผู้ชมจึงขยายออกไป เนื่องจากคนภายนอก
สนใจที่จะรับชมเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก เนื่องจากเนื้อหาที่เราพยายามจะนำ�เสนอมีประโยชน์กับประชาชน
ทั่วไปด้วย แต่เมื่อมีคนภายนอกดูมากขึ้น การทำ�งานก็ต้องมีความละเอียดและเข้มข้นมากขึ้นตามไปด้วย เช่น คำ�ไหน
ที่ต้องหลีกเลี่ยง เพราะเราไม่อยากไปตีตราเด็ก หรือข้อควรระวังในการละเมิดสิทธิที่อาจจะเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน
โดยเราต้องทำ�ความเข้าใจกับแขกรับเชิญเพื่อระวังข้อจำ�กัดเหล่านี้ เราจึงใช้การบันทึกการสัมภาษณ์ และนำ�มาตัดต่อ
อีกครั้ง ก่อนจะเผยแพร่ลงในช่อง YouTube
16 วารสารกรมพนิ ิจและค้มุ ครองเด็กและเยาวชน เพื่อเผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยตุ ิธรรมเดก็ และเยาวชน
วารสาร : สารพินจิ
ปที ี่ 19 ฉบบั ที่ 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดอื นกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
อยากฝากอะไรถึงผทู้ ่ีได้อ่านคอลมั นน์ ี้บ้าง
เบ๊นกล่าวว่า ในอนาคตจะมีการพัฒนาทั้งรายการ และช่องให้มีความหลากหลายมากขึ้น และตอบโจทย์ที่เราได้รับ
ให้มากกว่านี้ ตอนนี้ทางกลุ่มของเราทำ�งานค่อนข้างหนัก เพราะเราคาดหวังให้รายการ หรือช่องที่เราทำ�เป็นประโยชน์ต่อ
เด็กและเยาวชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ของกรมพินิจฯ ทุกท่านด้วย หากมีข้อติชมประการใดสามารถแจ้งได้เลยครับ พวกเรา
ทุกคนยินดีรับฟัง และนำ�คำ�แนะนำ�เหล่านั้นไปปรับปรุงแก้ไขพัฒนาให้งานของเราออกมาดีขึ้นยิ่งไปอีก
ในส่วนของกิ๊กนะคะ กิ๊กฝากทุกท่านติดตามช่อง DJOP Education
ตาม QR Code และรายการ “บุก...คนสำ�คัญ” รวมถึงรายการอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้น
ในอนาคต พวกเราตั้งใจมากๆ ในการดำ�เนินงานชิ้นนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์
ต่อเด็ก เยาวชน เจ้าหน้าที่ และผู้ที่ได้รับชมทุกท่าน ฝากกดไลก์ (Like)
กดแชร์ (Share) และกดซับสไครบ์ (Subscribe) ช่องด้วยนะคะ รับรองว่า
จะเพลิดเพลินไปกับเนื้อหาที่พวกเรากลุ่มการพัฒนาระบบงานศึกษาและ
ฝึกวิชาชีพ กองพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน ได้ตั้งใจทำ�มาเพื่อ
ทุกคนค่ะ ขอฝากด้วยนะคะ
เป็นอย่างไรบ้างค่ะ กับบทสัมภาษณ์ที่กองบรรณาธิการนำ�มาฝากในวารสาร “สารพินิจ” ปีที่ 19 ฉบับที่ 3 นี้
หวังว่า ผู้อ่านทุกท่านจะได้รับความสุข และความสนุกจากเนื้อหาดังกล่าวนะคะ ทั้งนี้ผู้อ่านสามารถติดตาม รายการ
“บุก...คนสำ�คัญ” ได้ในวันอังคาร สัปดาห์ที่ 3 ของทุกเดือน อย่าลืมมาร่วมส่งกำ�ลังใจให้กับทีมงานทุกคนกันนะคะ
สัมภาษณ์/ เรียบเรียง: นางสาวอันธิกา บุญชู นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ
กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร สำ�นักงานเลขานุการกรม
DJOP Education
วารสารกรมพินจิ และคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน เพือ่ เผยแพร่ข่าวสารในกระบวนการยุตธิ รรมเดก็ และเยาวชน 17
วารสาร : สารพินิจ
ปที ่ี 19 ฉบบั ที่ 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดือนกันยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile โครงการสง่ เสริมและพัฒนาทักษะเดก็ และเยาวชน
Observation and Protection
เพือ่ เตรยี มความพร้อมในการประกอบอาชพี
(หลกั สตู ร กิจการรา้ นกาแฟเบอื้ งตน้ )
“การให้โอกาส และ การสร้างอาชีพ” ถือเป็นอีกหนึ่งในภารกิจที่กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ให้ความสำ�คัญเป็นอย่างยิ่ง เป็นไปตามนโยบายฝึก 4 ด้าน ของอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยฝึก
ด้านที่ 4 คือ การฝึกอาชีพ
ศูนย์สร้างโอกาสและบริการด้านอาชีพเด็กและเยาวชน สังกัดสำ�นักงานเลขานุการกรม มีอำ�นาจหน้าที่
ในการเป็นศูนย์กลางการให้บริการจัดหางานให้กับเด็กและเยาวชน โดยให้บริการจัดหางานที่มีความเหมาะสม ทั้งในเรื่อง
ลักษณะงาน อัตราค่าจ้าง สภาพการจ้างงาน สวัสดิการต่างๆ รวมทั้งการให้เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่สอดคล้อง
กับความต้องการของนายจ้าง/สถานประกอบการ อีกทั้งประสานงานด้านเครือข่าย/สถานประกอบการ ในการให้
ความช่วยเหลือส่งต่อด้านการประกอบอาชีพ เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีงานทำ� มีรายได้ที่เหมาะสม เป็นการสร้าง
ความมั่นคงในการดำ�เนินชีวิต ยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนให้ดียิ่งขึ้น สามารถพึ่งพาตนเองได้
และไม่หวนกลับไปกระทำ�ผิดซํ้า ดังนั้น การประสานงานกับภาคีเครือข่าย เพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้ารับการฝึกอบรม
วิชาชีพ รวมถึงการให้บริการจัดหางานที่มีความเหมาะสม ทั้งในเรื่องลักษณะงาน อัตราค่าจ้าง สภาพการจ้างงาน
สวัสดิการต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำ�คัญและจำ�เป็น
Bellinee’s Bake & Brew เป็นธุรกิจในกลุ่มบริษัทซีพีออลล์ ดำ�เนินธุรกิจด้านพรีเมียมคาเฟ่ ร้านจำ�หน่าย
กาแฟ เครื่องดื่ม อาหารและเบเกอรี่ ที่ใช้วัตถุดิบเกรดคุณภาพ รสชาติดีเยี่ยมในราคาที่ย่อมเยา มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้า
ระดับกลางขึ้นไป โดย Bellinee’s Bake & Brew ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบำ�บัดแก้ไขฟื้นฟูเด็กและเยาวชน ร่วมกับ
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยการจัดหลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้นเบื้องต้นสำ�หรับผู้ชงกาแฟแก่เด็ก
และเยาวชนในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกและอบรมฯ ทั่วประเทศ รวมทั้งให้การสนับสนุนการจัดการแข่งขันบาริสต้า
เด็กและเยาวชนกรมพินิจฯ อาทิ อุปกรณ์ วิทยากร เงินรางวัลมาโดยตลอดอีกด้วย
18 วารสารกรมพนิ จิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพือ่ เผยแพร่ข่าวสารในกระบวนการยุตธิ รรมเดก็ และเยาวชน
วารสาร : สารพินิจ
ปีท่ี 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกันยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
ด้วยเหตุนี้ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยศูนย์สร้างโอกาส
และบรกิ ารดา้ นอาชพี เดก็ และเยาวชน และ Bellinee’s Bake & Brew จงึ ไดป้ ระสาน
ความรว่ มมอื กนั ในการบ�ำ บดั แกไ้ ขฟนื้ ฟู สงเคราะห์ และใหโ้ อกาสในการประกอบอาชพี
เด็กและเยาวชนใน โครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะเด็กและเยาวชน
เพือ่ เตรยี มความพรอ้ มในการประกอบอาชพี หลกั สตู ร : กจิ การรา้ นกาแฟเบือ้ งตน้
โดย Bellinee’s Bake & Brew ณ ชั้น 1 หน้าศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม
อาคารกระทรวงยุติธรรมแห่งใหม่ ตลอดจนสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็ก
และเยาวชนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตลอดหลักสูตร สำ�หรับกรมพินิจ
และคุ้มครองเด็กและเยาวชนจะคัดเลือกเด็กและเยาวชนที่มีความพร้อม
ความสามารถเพื่อศึกษาทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และต่อยอดเพื่อการ
ประกอบอาชีพในอนาคต
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการ
ของนายจ้าง/สถานประกอบการ เป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์และเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพเด็กและเยาวชน
และเพื่อเป็นการเสริมปัจจัยเชิงบวก การเห็นคุณค่าในตนเอง เสริมสร้างแรงบันดาลใจจากการฝึกภาคปฏิบัติ
เป็นการสร้างความมั่นใจและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพแก่เด็กและเยาวชน
และเป็นการเตรียมความพร้อมแก่เด็กและเยาวชนในด้านการประกอบอาชีพ
หลังครบกำ�หนดระยะเวลาการฝึกอบรม
ซึง่ โครงการดงั กลา่ ว มรี ายละเอยี ดและสาระสำ�คญั ไดแ้ ก่ เดก็ และเยาวชน
ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเข้ารับการฝึกอบรม (ภาคทฤษฎี) เป็นเวลา 48 ชั่วโมง
และฝึกประสบการณ์ (ภาคปฏิบัติ) เป็นเวลา 600 ชั่วโมง โดยหลักสูตรดังกล่าว
ได้รับการสนับสนุนวิทยากรผู้บรรยายและพี่เลี้ยงที่จะคอยให้คำ�ปรึกษาแนะนำ�
ตลอดหลักสูตรจาก Bellinee’s Bake & Brew จึงมั่นใจได้ว่า เด็กและเยาวชน
จะไดร้ บั ความรูแ้ ละประสบการณจ์ ากหลกั สตู รอยา่ งเตม็ ที่ นอกจากนี้ โครงการนี้
ยงั ไดร้ บั การสนบั สนนุ คา่ ใชจ้ า่ ยส�ำ หรบั เดก็ และเยาวชน ทัง้ ในเรือ่ งคา่ ใชจ้ า่ ยสว่ นตวั
ค่าที่พักระหว่างการฝึกภาคปฏิบัติ ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
จากมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในความดูแลของกรมพินิจ
และคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นจำ�นวนกว่า 200,000 บาท
วารสารกรมพินจิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพ่ือเผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยตุ ิธรรมเด็กและเยาวชน 19
วารสาร : สารพินจิ
ปที ่ี 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดอื นกันยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
เด็กและเยาวชนรุ่นที่ 1/2564 นี้ จะมีระยะเวลาการฝึก
ประสบการณ์ (ภาคปฏิบัติ) ถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2564 ในระหว่างนี้
ศนู ยส์ รา้ งโอกาสและบรกิ ารดา้ นอาชพี เดก็ และเยาวชน และ Bellinee’s
Bake & Brew จะได้ทำ�การทดสอบเด็กและเยาวชนเป็นระยะๆ
เพื่อประเมินผลการฝึกประสบการณ์ (ภาคปฏิบัติ) ของเด็กและเยาวชน
และเพื่อเป็นแนวทางในการดำ�เนินงานสำ�หรับรุ่นที่ 2/2564 ต่อไป
นอกจากนี้ คณะผู้บริหารของ Bellinee’s Bake & Brew ยังแอบกระซิบมาอีกว่า สำ�หรับน้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการ
และมผี ลการฝกึ ประสบการณ์ (ภาคปฏบิ ตั )ิ ดเี ยยี่ มและมคี วามประสงคอ์ ยากสานฝนั ในการท�ำ งานในสายนี้ Bellinee’s Bake & Brew
พร้อมที่จะมอบโอกาสนั้นแก่เด็กและเยาวชนทันที เพราะฉะนั้น ก็เท่ากับว่า เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการนี้มีทางเลือก
ในการประกอบอาชีพมากขึ้น อันจะส่งผลให้เด็กและเยาวชนมีอาชีพที่มั่นคงมีรายได้ที่แน่นอนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
และด�ำ เนนิ ชวี ติ ได้ตามปกติสุข สมดั่งปณิธานของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ที่ว่า “เราจะคืนเด็กดีสู่สังคม”
ร่วมให้โอกาสและสนับสนุนเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ ด้วยการอุดหนุนและลิ้มลองความอร่อย
ของเบเกอรี่อบสดใหม่ทุกวัน และเครื่องดื่มคุณภาพเกรดพรีเมี่ยมได้แล้ววันนี้ ณ ร้าน Bellinee’s Bake & Brew
@DJOP สาขาอาคารกระทรวงยุติธรรม เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ
20 เขียน / เรียบเรียง : นายเอกนรินทร์ ศรีอินทร์ นักสังคมสงเคราะห์ชำ�นาญการ
รักษาการในตำ�แหน่งหัวหน้าศูนย์สร้างโอกาสและ
บริการด้านอาชีพเด็กและเยาวชน
ภาพประกอบ : บริษัท ซีพี ออลล์ จำ�กัด (มหาชน )
นางสาวศิริลักษณ์ ชัยมงคล นักประชาสัมพันธ์
นางสาวชมาพร น้อยเจริญ นักวิชาการโสตทัศนศึกษา
กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร
สำ�นักงานเลขานุการกรม
วารสารกรมพนิ ิจและคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพอ่ื เผยแพรข่ ่าวสารในกระบวนการยตุ ิธรรมเด็กและเยาวชน
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปีท่ี 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปงี บประมาณ 2564
กระบวนการยุติธรรม Department of Juvenile
Observation and Protection
เดก็ และเยาวชนในยุควถิ ีใหม่ ตอนท่ี 2
โดย สถาบันวิจัยและพัฒนา
ในสารพินิจฯ ฉบับนี้ เราจะมาพูดคุยกันต่อถึงหัวข้อต่าง ๆ ที่ได้ถูกกล่าวถึงใน งานประชุมวิชาการระดับชาติ
ว่าด้วยงานยุติธรรมเด็กและเยาวชนในยุควิถีใหม่ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 และ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
โดยสถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเป็นเวทีในการเสริมสร้างองค์ความรู้ในภาวะวิถีใหม่ พร้อมทั้งเป็นเวทีในการแลกเปลี่ยน
องค์ความรู้ระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริหาร และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนของประเทศไทย
ซึ่งในการประชุมวิชาการครั้งนี้ กรมพินิจฯ ได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นตัวแทนขององค์กร
ด้านกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนในระดับนานาชาติหลายท่าน
โดยในสารพินิจฯ ฉบับเดือนเมษายน - มิถุนายน 2564 ได้มีการกล่าวถึง ผลกระทบของการระบาดของโรค
COVID-19 ที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนของประเทศไทย ซึ่งนอกจากจะสร้างปัญหาและอุปสรรคใน
การทำ�งานของเจ้าหน้าที่เนื่องจากมาตรการในการป้องกันโรคระบาดที่จำ�กัดการพบปะพูดคุยและการเดินทางของ
ทั้งเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นจากการระบาดของโรคและมาตรการ
ควบคุมโรคในระดับต่างๆ ยังทำ�ให้สถานการณ์ของครอบครัวและผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงกระทำ�
ความผิดและกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ถูกปล่อยกลับคืนสู่ชุมชนนั้นแย่ลง และนับวันสภาพปัญหาทั้งด้านสุขภาพ ด้าน
เศรษฐกิจ และด้านสังคมจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ดังนั้น เพื่อเป็นการนำ�เสนอแนวทางที่กระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนทั่วโลกใช้ในการแก้ปัญหาดังกล่าว
พร้อมทั้งยกระดับการดูแลแก้ไขบำ�บัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนในภาวะวิถีใหม่ ในสารพินิจฯ ฉบับนี้จึงจะขอท้าวความถึง
หัวข้อที่เหลือที่ถูกกล่าวถึงในการประชุมวิชาการระดับชาติฯ ได้แก่ การจัดการศึกษาและการฝึกวิชาชีพในภาวะวิถีใหม่
และการพัฒนาระบบการดูแลเด็กและเยาวชนที่เป็นธรรมและปราศจากการเลือกปฏิบัติ
การจัดการศึกษาและการแก้ ไขบ�ำบัดฟื้นฟูในภาวะวิถีใหม่
การระบาดของโรคโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อระบบการทำ�งานหลักของกรมฯ ซึ่งรวมไปถึงการจัดการศึกษา
การฝึกอบรมทักษะอาชีพ และการแก้ไขบำ�บัดฟื้นฟูไม่ให้เด็กและเยาวชนหวนกลับไปกระทำ�ผิดซํ้าในภาวะที่บุคคล
ภายนอกไม่สามารถเข้าไปยังสถานที่ควบคุมได้ตามปกติเนื่องจากความเสี่ยงของโรคระบาด ซึ่งในการประชุมวิชาการนี้
ได้มีการกล่าวถึงมาตรการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว 2 ประการ คือ การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการปฏิบัติงาน
และการพัฒนาระบบแก้ไขบำ�บัดฟื้นฟูและสงเคราะห์ช่วยเหลือในชุมชน
หนึ่งในเทคโนโลยีที่ทวีความสำ�คัญขึ้นหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คือ เทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (Video conferencing) ที่เริ่มเข้ามามีบทบาท
ในการทำ�งานมากขึ้นเนื่องจากระบบดังกล่าวสามารถอำ�นวยความสะดวกและทดแทนการมาประชุมซึ่งหน้าได้
อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในปัจจุบันหลายๆ องค์กรที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมในต่างประเทศก็ได้เริ่มศึกษา
หรือเริ่มใช้งานระบบดังกล่าวในการจัดกิจกรรมกลุ่มครอบครัวหรือการฟังคำ�พิพากษากันบ้างแล้ว จึงมีความเป็นไปได้สูงที่
จะเห็นการปรับตัวแบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยในอนาคต นอกจากนี้แนวทางที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการ
จัดการเรียนการสอนและการแก้ไขบำ�บัดฟื้นฟูในปัจจุบันคือ การเรียนการสอนทางไกลที่ให้ครูหรือผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก
จัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนผ่านระบบการประชุมทางไกลต่างๆ ตลอดจนให้เด็กและเยาวชนเข้าร่วมโปรแกรม
แก้ไขบำ�บัดฟื้นฟูทางออนไลน์แทนที่จะต้องเดินทางมายังสถานพินิจฯ หรือศูนย์ฝึกฯ นั่นเอง
วารสารกรมพินจิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพื่อเผยแพร่ข่าวสารในกระบวนการยุติธรรมเดก็ และเยาวชน 21
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปีที่ 19 ฉบบั ที่ 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดอื นกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
ทั้งนี้เมื่อการเข้าสู่สถานที่ควบคุมถือเป็นความเสี่ยง อีกหนึ่งวิธีที่จะแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ
การส่งเสริมการใช้มาตรการแก้ไขบำ�บัดฟื้นฟูในชุมชน โดยมาตรการนี้ได้ถูกผลักดันมาก่อนจะเกิดการระบาดของโรค
โควิด-19 และการทำ�งานที่ตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่า การแยกเด็กและเยาวชนออกมาควบคุมตัวเป็นระยะเวลานานอาจ
สง่ ผลกระทบในทางลบตอ่ พฒั นาการและพฤตกิ รรมของเดก็ และเยาวชน ดงั นัน้ การใหโ้ อกาสเดก็ และเยาวชนทีก่ ระท�ำ ความผดิ
ได้ปรับปรุงพฤติกรรมของตนเองในชุมชนที่ตนเองอาศัยอยู่จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ประกอบกับที่ในสภาวะการระบาด
ของโรคนั้น หลายองค์กรทั่วโลกได้มีการพยายามผลักดันเด็กที่อยู่ในสถานที่ควบคุมออกจากระบบเพื่อลดความแออัด
และความเสี่ยงในการติดเชื้อ ทำ�ให้การแก้ไขบำ�บัดฟื้นฟูในชุมชนทวีความสำ�คัญขึ้นอีก โดยตัวอย่างของการพักการลงโทษ
และการใช้มาตรการในชุมชนที่สำ�คัญคือ การหันเหคดีและการตั้ง ‘ผู้รับผิดชอบ’ เด็กและเยาวชนของศาลเยาวชนและ
ครอบครัวประเทศอาร์เจนตินาที่ได้ถูกกล่าวถึงไปแล้วในสารพินิจฯ ฉบับที่ 2 อย่างไรก็ดี การใช้มาตรการแก้ไขบำ�บัด
ฟื้นฟูในชุมชนนั้น จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการคัดกรองและการประเมินที่ดี มีเครือข่ายในภาคส่วนต่างๆ พร้อมให้ความ
ช่วยเหลือ มีระบบการติดตาม สงเคราะห์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชน ระบบสนับสนุนเครือข่ายและผู้ติดตามพฤติกรรม
ของเด็กและเยาวชนในชุมชนที่มีประสิทธิภาพด้วย
กระบวนการยุติธรรมท่ีเท่าเทียมและเข้าถึงได้ส�ำหรับเด็กและเยาวชน
ปัญหาการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมเป็นอีกหนึ่งในปัญหาสำ�คัญของกระบวนการยุติธรรมเด็กและ
เยาวชนมาอย่างยาวนาน และเป็นหัวข้อหลักของการประชุมโลกว่าด้วยงานยุติธรรมเด็กและเยาวชนที่กำ�ลังจะมาถึง
โดยประเด็นดังกล่าวเกี่ยวพันกับแนวคิดและทฤษฎีเบื้องหลังกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ
การทำ�งานและการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
“...กระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนที่ดีน้ันต้องถูกจัดตั้งขึ้นเป็น
เอกเทศจากของผู้ใหญ่ และเน้นการใหก้ ารศึกษาและการส่งเสริมพฒั นาการ
มากกว่าการลงโทษ แต่สิ่งที่เกิดข้ึนกับหลายประเทศในโลกคือ กระบวนการ
ยุติธรรมของผู้ ใหญ่เพียงถูกน�ำมาปรับให้ ‘ละมุนละม่อม’ ข้ึนเพื่อใช้กับ
เด็กเท่าน้ัน จึงน�ำไปสู่ปัญหาเชิงระบบหลายประการ เช่น การใช้ความ
รุนแรงกับเด็ก และประสิทธิภาพการแก้ไขบ�ำบัดฟื้นฟูที่ต่�ำ...”
Benoit Van Kiersbilck
สมาชิกคณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งประเทศเบลเยี่ยม
การจะสร้างกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนที่เท่าเทียมและเข้าถึงได้นั้น ต้องมีพื้นฐานอยู่บนหลักการ
เบื้องต้น 2 ประการ คือ หลักการมีส่วนร่วมและหลักการไม่เลือกปฏิบัติ โดยหลักการที่ 1 หลักการมีส่วนร่วม
คือ การเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ�ความผิดเข้ามามีบทบาทในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งสำ�หรับ
เด็กและเยาวชนที่กระทำ�ความผิดแล้ว การให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา เช่น
โปรแกรมการแก้ไขบำ�บัดฟื้นฟู แผนการศึกษา แผนในการดำ�เนินชีวิตหลังปล่อยตัว ตลอดจนสภาพความเป็นอยู่ด้านต่างๆ
ภายในสถานที่ควบคุมนั้นถือเป็นเรื่องดี ส่วนผู้เสียหายก็ควรมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึง
เรียกร้องค่าเสียหายหรือคำ�ขอขมาลาโทษจากเด็กหรือเยาวชนได้ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ชุมชนที่เด็กและเยาวชน
อาศัยอยู่ในฐานะที่จะต้องรับเด็กหรือเยาวชนกลับไปในวันที่พ้นโทษก็ควรได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการจัดการพฤติกรรม
ของเยาวชนเช่นเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในวิธีการ การมีส่วนร่วมคือ การนำ�หลักคิดเชิงสมานฉันท์ โดยที่คุณ Angela Vigil
อธิบายไว้ว่า
22 วารสารกรมพินจิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพอื่ เผยแพรข่ า่ วสารในกระบวนการยุติธรรมเดก็ และเยาวชน
วารสาร : สารพินิจ
ปีท่ี 19 ฉบบั ที่ 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
“...หลักการเชิงสมานฉันท์นั้นเหมาะจะน�ำมาใช้ ในเด็กและเยาวชนเน่ืองจากเป็นการ
ช่วยซ่อมแซมความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและเยาวชน ผู้เสียหาย และสมาชิกใน
ชุมชน...และถึงแม้เราไม่สามารถน�ำหลักการดังกล่าวมาปรับใช้กับกระบวนการ
ยุติธรรมได้ทั้งระบบ การส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติงานรับฟังความคิดเห็นของเด็กหรือ
เยาวชนก็ถือเป็นก้าวแรกที่ส�ำคัญย่ิง...”
Angela Vigil ทนายความหุ้นส่วนและผู้อำ�นวยการ
ฝ่ายงานบริการสังคมสำ�นักงานกฎหมาย Baker& McKenzie
หลักการที่สองคือ หลักความเท่าเทียมและการไม่เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะในเรื่องเพศสภาพและเพศวิถีซึ่งตาม
ปกติแล้วเยาวชนชายและหญิงควรจะได้รับการดูแลที่เท่าเทียมและมีความเหมาะสมตามพัฒนาการและความต้องการ
พื้นฐานต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ หนึ่งในกลุ่มประชากรที่ได้รับผลกระทบจากการเลือกปฏิบัติและความไม่เท่าเทียมมากที่สุดคือ
กลุ่มเด็กและเยาวชนข้ามเพศ (LGBTQ) ที่มักจะถูกกีดกันโดยสังคมหรือกระทั่งสมาชิกในครอบครัวของตนเอง และ
มักตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง การกลั่นแกล้งรังแก และการเอารัดเอาเปรียบตั้งแต่อายุยังน้อย การใช้ชีวิตที่เต็มไป
ด้วยความเสี่ยงจึงทำ�ให้เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในอัตราส่วนที่สูงกว่า เมื่อเข้ามาแล้ว หลายๆ
องค์กรก็ไม่ได้มีแนวทางปฏิบัติหรือที่พักอาศัยสำ�หรับเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้เป็นการเฉพาะ ทำ�ให้เกิดปัญหาการคุกคาม
ทางเพศ การละเมิดสิทธิ และการควบคุมดูแลที่ไม่เหมาะสมกับบริบททางเพศของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ ทั้งนี้มีตัวอย่าง
ของแนวทางและนโยบายในการแก้ปัญหาเหล่านี้ ได้แก่ การกำ�หนดเพศของเจ้าหน้าที่ผู้ทำ�การตรวจร่างกาย การแยก
เด็กและเยาวชนข้ามเพศออกไปอยู่ต่างหากเพื่อลดโอกาสที่จะตกเป็นเหยื่อ และการประกาศพันธกิจหรือนโยบายเกี่ยวกับ
ความเท่าเทียมทางเพศ เป็นต้น
“...หากกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนมีความเท่าเทียมและไร้การ
เลือกปฏิบัติโดยแท้จริงแล้ว ประโยชน์น้ันจะเกิดกับเด็กทุกคน ไม่ได้จ�ำกัด
อยู่เพียงแต่ในกลุ่มเด็ก LGBTQ เพียงเท่าน้ัน...”
Currey Cook ที่ปรึกษาอาวุโส
องค์กรให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย Lambda Legal ประเทศสหรัฐอเมริกา
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกับเป้าประสงค์เดิมในบริบทใหม่
ถึงแม้ว่าการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จะส่งผลกระทบต่อการทำ�งานขององค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ทั่วทั้งโลก และกดดันให้องค์กรเหล่านั้นต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถดำ�รงอยู่และคงประสิทธิภาพของการทำ�งานไว้ได้ใน
ภาวะวิถีใหม่ แต่พันธกิจและเป้าประสงค์ของหลากหลายองค์กรก็ยังคงเดิม ซึ่งกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ก็เป็นหนึ่งในองค์กรเหล่านั้น ถึงแม้ว่าบริบทการทำ�งานจะเปลี่ยนแปลงไปมากสักเพียงใด แต่หน้าที่หลักในการดูแล
ปกป้องคุ้มครองสิทธิของเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมทั้งแก้ไขบำ�บัดฟื้นฟูให้เด็กเยาวชนที่ก้าวพลาด
เหลา่ นีก้ ลบั ไปเปน็ ทรพั ยากรในอนาคตทีส่ �ำ คญั ของประเทศชาตนิ ัน้ ยงั คงเดมิ ดงั วสิ ยั ทศั นข์ องกรมพนิ จิ ฯ และเนือ้ หาเกีย่ วกบั
กระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนในยุควิถีใหม่ ที่สถาบันวิจัยและพัฒนาได้ทำ�การรวบรวมมา คงเป็นประโยชน์
ต่อท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อยและในวารสารฉบับถัดไป ทางสถาบันวิจัยฯ จะมีอะไรมาฝากอย่าลืมติดตามกันนะครับ
วารสารกรมพินิจและคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน เพือ่ เผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยุติธรรมเดก็ และเยาวชน 23
วารสาร : สารพนิ จิ
ปีที่ 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกันยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
กรมพินิจฯ ‘เปดิ ประวัตศิ าสตรห์ น้าใหม’่ObservationandProtection
น�ำ เทคโนโลยีออนไลนเ์ พ่มิ ประสทิ ธภิ าพการพจิ ารณาคดี
เม่ือวิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง การท�ำงานและผู้คนต้องปรับตัว เช่นเดียวกับกรมพินิจ
และคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่จ�ำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงการด�ำเนินงาน โดยเฉพาะการน�ำเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร
เข้ามาเพื่อช่วยในการพิจารณาของเยาวชน ซ่ึงเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลที่ให้มีการ Social Distancing
และก่อให้เกิดนิติสัมพันธ์ ในทางกฎหมายได้ต่อไป
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรม โดย กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
จึงได้ร่วมกับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และสำ�นักงานศาลยุติธรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
“การเชื่อมโยงข้อมูลคดีเยาวชนและครอบครัวโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์” โดยได้รับเกียรติจาก นางอโนชา ชีวิตโสภณ
อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และนายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำ�นักงานศาลยุติธรรม
ร่วมลงนามกับ พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่ออำ�นวยความสะดวกในการ
เชื่อมโยงข้อมูลคดีเยาวชนและครอบครัวระหว่างหน่วยงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้เกิดความรวดเร็ว
และถูกต้องยิ่งขึ้น ซึ่งพิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 5 อาคารศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
นางอโนชา ชวี ติ โสภณ อธบิ ดผี ูพ้ พิ ากษาศาลเยาวชนและครอบครวั กลาง
กล่าวถึงการลงนามฯ ครั้งนี้ว่า การนำ�ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้
ในการเชื่อมโยงข้อมูลคดีเยาวชนและครอบครัว เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ
ในการปฏิบัติงานให้เกิดความรวดเร็ว ง่าย ถูกต้อง เสียค่าใช้จ่ายน้อยลง และเป็น
การอ�ำ นวยความสะดวกใหแ้ ตล่ ะหนว่ ยงานสามารถน�ำ ขอ้ มลู คดเี ยาวชนและครอบครวั
ไปดำ�เนินการตามอำ�นาจหน้าที่ ความร่วมมือการเชื่อมโยงข้อมูลคดีเยาวชน
และครอบครัวโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม
หรือ Court Integral Online Service (CIOS) ในการรับ - ส่งรายงานข้อเท็จจริง
พร้อมความเห็นของผู้อำ�นวยการสถานพินิจฯ และเพื่อความปลอดภัย
มีการกำ�หนดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ ในการรับ - ส่งข้อมูลทั้งสองหน่วยงาน
ด้าน นายพงษ์เดช วานิชกิตติกูล เลขาธิการสำ�นักงานศาลยุติธรรม
กล่าวถึงการร่วมมือว่า ปัจจุบันพบว่าการได้มาซึ่งข้อมูลที่ถูกต้องสมบูรณ์และ
ครบถ้วนเป็นสิ่งที่สำ�คัญ โดยเฉพาะในการบริหารงานข้อมูล และโดยเฉพาะ
ข้อเท็จจริงที่จะใช้ในการพิจารณาพิพากษาคดีของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ
ซึ่งมีความจำ�เป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้มาโดยครบถ้วนถูกต้องและรวดเร็วด้วย
ยิ่งในยุคปัจจุบันที่เราประสบสภาวะหรือเรื่องท้าทายในหลายรูปแบบ ทั้งในเรื่อง
ของการพัฒนาอำ�นาจของเทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งในเรื่องสุขอนามัย ซึ่งก่อให้เกิด
ข้อจำ�กัดในการเดินทาง
เราก็จะเห็นการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างมากขึ้น และทำ�ให้พวกเรากลับมาคิดถึงการใช้
เครื่องไม้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีนี้ให้มีประสิทธิภาพได้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สำ�นักงานศาลยุติธรรมมีความยินดีอย่างยิ่ง
ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำ�งานร่วมกับศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโอกาสนี้จะทำ�ให้มีการพัฒนาเพื่อให้การทำ�งานมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลยิ่งๆ ขึ้นไป
และในขณะเดียวกันสำ�นักงานศาลยุติธรรมจะพยายามเขียนข้อมูลทั้งด้านบวกและด้านลบของการใช้เทคโนโลยีนี้
เพื่อที่จะพัฒนาต่อยอดให้กับสถานพินิจฯ ทั่วประเทศให้ได้สมกับนโยบายของท่านประธานศาลฎีกาต่อไป
24
วารสารกรมพินจิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพอ่ื เผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยุตธิ รรมเด็กและเยาวชน
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปีที่ 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดอื นกันยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
ขณะที่ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า ปัจจุบันกระทรวงยุติธรรม
โดย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เล็งเห็นถึงความสำ�คัญของการนำ�เทคโนโลยีมาใช้ในการ
บริการประชาชน โดยให้เจ้าหน้าที่เน้นการปฏิบัติงานเพื่ออำ�นวยความสะดวก รวดเร็ว และสร้างความยุติธรรมให้กับประชาชน
สำ�หรับการลงนามความร่วมมือของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กับ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง
และสำ�นักงานศาลยุติธรรมในครั้งนี้
ถือเป็นก้าวสำ�คัญของกระบวนการยุติธรรมสำ�หรับเด็กและเยาวชน ที่กระทรวงยุติธรรม โดยกรมพินิจ
และคุ้มครองเด็กและเยาวชน จะสามารถนำ�ข้อมูลต่างๆ มาดำ�เนินการในการพิจารณาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาของเด็ก
และเยาวชนได้อย่างมีระบบและมีความครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งจากการทดลองใช้มาระยะหนึ่งนั้น เห็นได้ชัดเจนว่า
สามารถพัฒนางานด้านคดีของเด็กและเยาวชนได้อย่างดียิ่ง ทั้งในเรื่องของการลดการใช้ทรัพยากร การสร้างการรับรู้
และเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำ�งานของเจ้าหน้าที่ในการนำ�เทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้น ทำ�ให้เกิดความแม่นยำ�
รวดเร็ว ตรงต่อเวลา และมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยให้เจ้าหน้าที่มีความสุขในการทำ�งานมากขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้น
ที่ดีที่จะนำ�ไปสู่การขยายผลให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างแพร่หลายครอบคลุมทั่วประเทศในเรื่องของการส่งรายงาน
ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวต่อไป
“นับเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของกระทรวงยุติธรรม และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ท่ี ไ ด ้ มี โ อ ก า ส ป ร ะ ส า น ค วา ม ร ่ ว ม มื อ กั บ ทั้ ง ส อง ห น ่ ว ย งา น ใ น ก า ร พั ฒ น า ก ร ะ บ ว น ก า ร ยุ ติ ธรร ม เ ด็ ก แ ล ะ เ ย า ว ช น
ในโอกาสต่อไป” พ.ต.ท. วรรณพงษ์ กล่าว.
แม้ “ข้อกำ�หนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์” จะเพิ่งมีผลใช้บังคับ
เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา และจะยังมีประกาศในทางปฏิบัติอีกจำ�นวนหนึ่งที่จะออกตามมาในอนาคต แต่ก็นับว่าข้อกำ�หนด
ฉบับนี้เป็นการกำ�หนดหลักเกณฑ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน อันจะเป็นการพัฒนา
และเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่กระบวนการยุติธรรมไทยในแบบไร้พรมแดนต่อไป
เขียน/เรียบเรียง : นางสาวจุรีพร โพธิฆัมพร นักประชาสัมพันธ์ชำ�นาญการ
ภาพถ่าย : นายอมรชัย ศรีเสือลาน นักวิชาการโสตทัศนศึกษา
กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร สำ�นักงานเลขานุการกรม
วารสารกรมพนิ ิจและคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพอ่ื เผยแพร่ข่าวสารในกระบวนการยุติธรรมเดก็ และเยาวชน 25
Department of Juvenile วารสาร : สารพนิ ิจ
Observation and Protection
ปที ี่ 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดือนกันยายน ปงี บประมาณ 2564
มาตรการพเิ ศษแทนการดำ�เนินคดอี าญา ตามมาตรา 86
แห่งพระราชบญั ญัตศิ าลเยาวชนและครอบครวั
และวิธีพจิ ารณาคดเี ยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
โดย กลมุ่ พัฒนาระบบงานคดี
กองพฒั นาระบบงานยตุ ธิ รรมเด็กและเยาวชน
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ได้มีแนวคิดและนโยบายที่จะนำ�มาตรการทางเลือกที่เหมาะสม
ในการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่กระทำ�ผิดมาใช้ ซึ่งกระบวนการยุติธรรมทางเลือกนี้ ได้แก่ มาตรการแบ่งเบาภาระคดี
โดยการหันเหคดี (Diversion) ออกจากกระบวนการยุติธรรม ดังนั้น กระทรวงยุติธรรม โดยกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก
และเยาวชน จึงได้มีนโยบายนำ�เอากระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative Justice) เข้ามาใช้ในกระบวนการ
ยุติธรรมสำ�หรับเด็กและเยาวชน เพื่อให้เป็นกระบวนการยุติธรรมทางเลือกใหม่ แทนมาตรการหรือวิธีการสำ�หรับ
เด็กและเยาวชนกระแสหลักหรือแผนดั้งเดิม ในขณะเดียวกันปัจจุบันแนวคิดการปฏิบัติต่อเด็กและเยาวชนที่กระทำ�ผิด
ของประเทศไทย มีแนวโน้มที่จะดำ�เนินการตามแนวทางกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์มากขึ้น โดยการดำ�เนินงาน
ตามแนวทางของกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ จะมุ่งให้ผู้เสียหายได้รับการรักษาเยียวยาและชดใช้ความเสียหาย
ที่เกิดขึ้น อีกทั้งเปิดโอกาสให้ครอบครัวและชุมชนของผู้กระทำ�ผิดได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขบ�ำ บัดฟื้นฟูด้วย
ดังนั้น กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ในฐานะองค์กรที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแล แก้ไขบำ�บัด
ฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำ�ผิด จึงได้นำ�เอากระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ด้วยวิธีการประชุมกลุ่มครอบครัว
และชุมชนมาใช้ (Family and Community Groups Conferencing) เพื่อเป็นมาตรการทางเลือก ภายใต้มาตรการพิเศษ
แทนการดำ�เนินคดีอาญาตามมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชน
และครอบครัว พ.ศ. 2553 และแก้ไขเพิ่มเติม
26 วารสารกรมพินจิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน เพอ่ื เผยแพรข่ ่าวสารในกระบวนการยตุ ิธรรมเด็กและเยาวชน
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปีท่ี 19 ฉบับที่ 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
ด้วยการน�ำวิธีการประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชนมาใช้ในการจัดท�ำแผนแก้ไขบ�ำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชน
ชุมชนขึ้น ซ่ึงเป็นแนวทางหน่ึงท่ีท�ำให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและเยาวชนเข้าถึงและได้รับความยุติธรรม
อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังเป็นการลดปริมาณคดีเข้าสู่ศาล ลดระยะเวลาและภาระค่าใช้จ่ายทั้งรัฐและประชาชน
ตลอดจนยุติความขัดแย้งและสร้างความสมานฉันท์ปรองดองให้เกิดข้ึนในสังคม
“การนำ�กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์” เข้ามาใช้เพื่อเบี่ยงเบนเด็กและเยาวชนออกจากกระบวนการ
ยุติธรรม โดยคำ�นึงถึงผลประโยชน์สูงสุดที่เด็กและเยาวชนควรได้รับการบำ�บัดแก้ไข ตลอดจนผู้เสียหายได้รับ
การเยียวยา เด็กและเยาวชนสามารถกลับคืนสู่สังคมได้โดยปกติสุขนั้น ผู้แทนชุมชนมีบทบาทสำ�คัญ เนื่องจากสังคมไทย
อยู่กันอย่างเอื้ออาทรถ้อยทีถ้อยอาศัย ดังนั้นผู้แทนชุมชนจึงมีความสนิทสนมกับบุคคลในชุมชน บุคคลในชุมชน
ให้ความเคารพนับถือ ทั้งมีบทบาทหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมีความเข้าใจในตัวเด็กและเยาวชนทำ�ให้
ในการเข้าร่วมจัดทำ�แผนมีการเสนอแนวทางที่ถูกต้อง เหมาะสมแก่เด็กและเยาวชนนั้นๆ ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์
กับตัวเด็กและเยาวชน อีกทั้งเมื่อเด็กและเยาวชนปฏิบัติตามแผนแก้ไขบำ�บัดฟื้นฟูเสร็จต้องกลับคืนสู่สังคม ผู้แทนชุมชน
ที่เด็กและเยาวชนอาศัยอยู่มีส่วนส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนสามารถกลับคืนสู่สังคมและมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ที่เหมาะสม
ช่วยให้เด็กและเยาวชนกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้โดยปกติสุข.
วารสารกรมพนิ จิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน เพือ่ เผยแพรข่ ่าวสารในกระบวนการยุตธิ รรมเด็กและเยาวชน 27
Department of Juvenile วารสาร : สารพินจิ
Observation and Protection
ปีท่ี 19 ฉบับที่ 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดอื นกนั ยายน ปงี บประมาณ 2564
Credit Bank System
เขียนโดย นางสาวณิชานันท์ โรจนสิทธางกูร
นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพปฏิบัติการ
กลุ่มพัฒนาระบบงานการศึกษาและฝึกวิชาชีพ
กองพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน
“ธนาคารหน่วยกิต” หรือ “Credit Bank” อาจไม่ใช่คำ�ที่คุ้นหูนักของคนในวงการการศึกษาของไทย หลายคน
เมื่อฟังครั้งแรกคงนึกถึงธนาคารในรูปแบบปกติที่เป็นสถานที่ในการทำ�ธุรกรรมด้านการเงินหรือสงสัยว่าธนาคาร
มาเกี่ยวข้องกับคำ�ว่า “หน่วยกิต” ซึ่งเป็นคำ�ที่เกี่ยวข้องกับฝั่งการศึกษาได้อย่างไร เมื่ออ่านบทความนี้จบ จะช่วยไขข้อ
ข้องใจให้กับท่านผู้อ่านได้อย่างแน่นอน
ระบบธนาคารหน่วยกิต หรือ Credit Bank System คือ ขั้นตอนการดำ�เนินงานที่เอื้อให้ผู้เรียนนำ�ผลการเรียน
หรือผลการเรียนรู้ที่สะสมไว้มาเทียบโอนกันได้ (สภาการศึกษา, 2563) อธิบายโดยละเอียด คือ เป็นที่เก็บข้อมูลความรู้
ความสามารถของเราไว้ว่าเราเรียนรู้อะไรมาบ้าง มีความสามารถอะไร โดยข้อมูลที่เก็บอยู่ในระบบนี้จะถูกแปลงไว้
ให้เป็น “หน่วยกิต”
แล้วหน่วยกิตที่อยู่ในระบบนี้จะได้มาจากไหนล่ะ แท้จริงแล้วหน่วยกิตเหล่านี้ก็ได้มาจากประสบการณ์ทำ�งาน
การฝึกอาชีพ การฝึกอบรม การเรียนรู้ในโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาทั้งจากโรงเรียนในระบบและนอกระบบอย่าง กศน.
แม้กระทั่งการเรียนรู้ด้วยตนเอง ก็สามารถนำ�มาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตแล้วสะสมไว้สำ�หรับเทียบคุณวุฒิ ตัวอย่าง
เช่น นาย ก อยากเป็นเชฟ แต่ไม่มีเงินมากพอจะเข้าเรียนที่โรงเรียนทำ�อาหารเฉพาะทาง นาย ก จึงเลือกเข้าร่วมอบรม
การทำ�อาหารคาวและเบเกอรี่ที่ศูนย์ฝึกอาชีพซึ่งมีค่าใช้จ่ายถูกกว่า หากไม่มีระบบธนาคารหน่วยกิต นาย ก อาจได้รับ
เพียงเกียรติบัตรหนึ่งใบจากการเข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ แต่หากมีระบบธนาคารหน่วยกิต นาย ก สามารถนำ�เกียรติบัตรนี้
มาแปลงเปน็ หนว่ ยกติ และเกบ็ ไวท้ ีร่ ะบบธนาคารหนว่ ยกติ ได้ และเมือ่ นาย ก อบรมมาหลายทีห่ รอื หลายครัง้ และสะสมหนว่ ยกติ
ในธนาคารหนว่ ยกติ ทกุ ครง้ั นาย ก กจ็ ะสามารถใชข้ อ้ มลู จากธนาคารหนว่ ยกติ ทส่ี ะสมไวน้ ้ี ยน่ื สมคั รงานทส่ี ถานประกอบการตา่ งๆ
เพื่อประกอบอาชีพเป็นเชฟตามที่ตนตั้งใจไว้ได้
28 วารสารกรมพินจิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน เพ่อื เผยแพร่ข่าวสารในกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชน
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปที ่ี 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดอื นกนั ยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
“อาจกล่าวได้ว่า ระบบธนาคารหน่วยกิต เป็นกลยุทธ์หนึ่งของการสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่สามารถ
พัฒนาคุณภาพ และยกระดับการศึกษาของผู้เรียน ประชากรวัยแรงงานของประเทศ (กมล, 2559) ระบบธนาคาร
หน่วยกิตจะเป็นตัวช่วยสำ�คัญในการเชื่อมภาคแรงงานและภาคการศึกษาได้ นอกจากนี้ ระบบธนาคารหน่วยกิต
ยังช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการเปิดโอกาสให้ทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีความก้าวหน้าจากการเรียนรู้
ตามที่เหมาะกับวิถีชีวิตของตนเองแล้วนำ�ผลการเรียนรู้ ทักษะ ประสบการณ์การทำ�งาน การฝึกอบรม การฝึก
อาชีพมาเทียบโอนกันได้”
แม้ระบบธนาคารหน่วยกิตจะเป็นสิ่งใหม่ในวงการการศึกษาของไทย แต่ระบบนี้ถูกใช้ในต่างประเทศมาเป็นระยะ
เวลานาน ตัวอย่างเช่นสาธารณรัฐเกาหลีหรือประเทศเกาหลีใต้นั้น ได้มีการใช้ระบบธนาคารหน่วยกิต ตั้งแต่ พ.ศ. 2541
และได้มีการพัฒนาระบบนี้อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยประเทศเกาหลีใต้มีระบบสะสมหน่วยการเรียนรู้หรือ
ธนาคารหน่วยกิตเป็นการเฉพาะโดยสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งชาติ (สมศักดิ์, 2558) ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ
เช่น เครือรัฐออสเตรเลียก็มีระบบธนาคารหน่วยกิต โดยมีการเปิดโอกาสให้หน่วยงานภายนอกที่ผ่านการรับรอง
จากรัฐทำ�หน้าที่ประเมินและรับรองผลการเทียบโอนความรู้ ทักษะและประสบการณ์ (ศิริพรรณ, 2558) จุดเด่นของระบบ
การสะสมหน่วยการเรียนรู้ของต่างประเทศที่สมควรนำ�ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต ได้แก่
การก�ำ หนดนโยบายใหก้ ารเรยี นรูต้ ลอดชวี ติ เปน็ วาระแหง่ ชาตแิ ละการปลกู ฝงั การเรยี นรูต้ ลอดชวี ติ แกป่ ระชาชนอยา่ งตอ่ เนือ่ ง
(พิณสุดา, 2559) ซึ่งช่วยให้ประชาชนในประเทศตื่นตัวและเล็งเห็นความสำ�คัญของการเรียนรู้ ว่าการเรียนรู้ไม่ได้จบ
อยู่ที่ระดับชั้น แต่เราสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ได้ตลอดชีวิต
จากทีก่ ลา่ วขา้ งตน้ วา่ ในตา่ งประเทศนัน้ มกี ารใชร้ ะบบ
ธนาคารหนว่ ยกติ มาเปน็ ระยะเวลาหนึง่ ในสว่ นประเทศไทยเอง
แม้จะยังไม่มีระบบธนาคารหน่วยกิตที่ใช้ในระดับประเทศ
แต่ได้มีองค์กรที่ริเริ่มการใช้ระบบธนาคารหน่วยกิตเพื่อ
ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong learning) เช่น
สำ�นักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาได้มีการร่างโครงสร้าง
องค์ประกอบ และหลักเกณฑ์ของการเชื่อมโยงผลการเรียนรู้
และการเทียบคุณวุฒิ อีกทั้งมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน
หลายแห่งก็ได้เริ่มเปิดหลักสูตรที่มีความคล้ายคลึงกับการใช้
ระบบธนาคารหน่วยกิต เชน่ มหาวิทยาลัยศลิ ปากร ได้เปิดรับ
นักเรียนมัธยมปลาย, นิสิต-นักศึกษา ศิษย์เก่า หรือบุคคล
ทั่วไปที่สนใจเข้าเรียนในรายวิชาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย ได้เข้ามาเรียนและสะสมหน่วยกิตไว้ ซึ่งวิชาที่เปิดให้เรียนนั้น
มีทั้งรายวิชาในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยรายวิชาที่จะเปิดสอนจะมีความแตกต่างกันออกไป
ในแต่ละภาคเรียน ผู้สมัครสามารถเลือกเรียนแต่ละวิชาได้ด้วยตนเอง โดยสามารถเลือกให้เหมาะสมกับความสามารถ
ความสนใจ และเวลาในการเรียนของตนเองได้อีกด้วย ในอนาคต หากผู้เรียนสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปากรได้
จึงไม่ต้องเรียนซํ้าในรายวิชาดังกล่าว และสามารถโอนหน่วยกิตได้ หรือหากไม่ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปากร หน่วยกิต
ที่สะสมไว้ก็สามารถขอใบรับรองผลการศึกษา และประกาศนียบัตรสำ�เร็จการศึกษาได้ ทั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยจะบันทึก
ผลการเรียนในระบบคลังหน่วยกิตของมหาวิทยาลัยตลอดชีพ ซึ่งในอนาคตมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาหลายแห่ง
อาจมีการเปิดระบบที่คล้ายกันนี้และขยายผลเป็นระบบธนาคารหน่วยกิตเต็มรูปแบบได้ในที่สุด
วารสารกรมพินจิ และค้มุ ครองเด็กและเยาวชน เพื่อเผยแพรข่ า่ วสารในกระบวนการยตุ ิธรรมเดก็ และเยาวชน 29
วารสาร : สารพนิ จิ
ปีท่ี 19 ฉบับที่ 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดอื นกันยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
ระบบธนาคารหน่วยกิตนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้นักเรียนหรือนักศึกษาสามารถเรียนรู้ในสิ่งที่ตนสนใจได้เท่านั้น
แตร่ ะบบนีต้ อบโจทยก์ ารเรยี นรูข้ องคนรุน่ ใหม่ และคนวยั ท�ำ งาน หรอื ผูท้ ีต่ อ้ งการเรยี นรูท้ กั ษะใหมห่ รอื เพิม่ ทกั ษะเฉพาะทางเดมิ
ให้กับตนเองได้อีกด้วย เพราะจุดเด่นของระบบธนาคารหน่วยกิตนี้คือทุกคนสามารถเรียนรู้ตามที่เหมาะกับวิถีชีวิต
ของตนเองได้ บางคนอาจมีรายได้ไม่สูงนักและไม่มีเวลาสำ�หรับการไปนั่งเรียนในห้องเรียน ระบบธนาคารหน่วยกิตนี้
จะเอื้อให้บุคคลเหล่านี้สามารถเรียนสะสมไปได้เรื่อยๆ ในช่วงเวลาที่ว่าง ค่อยๆ สะสมหน่วยกิตและน�ำ มาเทียบคุณวุฒิ
เมื่อสะสมได้ครบตามเกณฑ์ ซึ่งจะทำ�ให้ไม่ว่าใครก็สามารถเพิ่มพูนทักษะและความรู้ เมื่อมีวุฒิการศึกษาที่สามารถนำ�
ไปยื่นทำ�งานหรือเป็นใบเบิกทางในการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ ก็จะส่งผลให้ทุกคนสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้
ในอนาคต กลุม่ พฒั นาระบบงานการศกึ ษาและฝกึ วชิ าชพี มเี ปา้ หมายจะน�ำ ระบบธนาคารหนว่ ยกติ หรอื Credit Bank
System มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมถึงบริบทของสถานพินิจฯ
และศูนย์ฝึกฯ ทั่วประเทศ โดยทางกลุ่มพัฒนาระบบงานการศึกษาและฝึกวิชาชีพได้วางแผนจัดทำ�โปรแกรมที่สามารถ
เก็บสะสมหน่วยกิตความรู้เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนในยุคดิจิทัล และยังได้กำ�หนดสมรรถนะของการเรียนรู้
มาตรฐานแต่ละวิชาหรือกิจกรรม ซึ่งจะส่งผลให้ไม่ว่าเด็กและเยาวชนจะเรียนหนังสือ ฝึกอาชีพ หรือเข้าร่วมกิจกรรม
ต่างๆ ขณะอยู่ในระหว่างควบคุมตัวนั้น สามารถเก็บสะสมสมรรถนะ ทักษะ ความรู้เป็นหน่วยกิตได้ทั้งหมดและสะสม
ไว้ในโปรแกรมระบบธนาคารหน่วยกิต และสามารถนำ�ไปเทียบโอนผลการเรียนรู้ในระบบการศึกษาปกติทั่วไป
หรือสมัครงานได้ต่อไป
ทั้งนี้ หากพูดถึงภาพรวมของระบบธนาคารหน่วยกิตในระดับ
ประเทศนั้น อาจพูดได้ว่ายังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนนักในประเทศไทย
เนื่องจากยังไม่มีหน่วยงานกลางที่สามารถดำ�เนินการเทียบโอนคุณวุฒิ
อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐานที่แน่นอนได้ นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขอื่น
อันเนื่องมาจากความหลากหลายการปฏิบัติของแต่ละหน่วยงาน
หากต้องการให้ระบบนี้เกิดขึ้นจริงและสามารถใช้ได้ในวงกว้าง รัฐบาล
ควรจดั ตัง้ หนว่ ยงานกลางสะสมหนว่ ยการเรยี นรูท้ ีเ่ ปน็ องคก์ รอสิ ระทีป่ ลอด
จากการเมืองที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการและกรอบ
คุณวุฒิแห่งชาติ ซึ่งหากหน่วยงานกลางนี้เกิดขึ้นจริงจะเป็นการเปิด
โอกาสทางการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพียงเด็กและเยาวชนเท่านั้นที่จะ
ได้ประโยชน์แต่จะทำ�ให้คนไทยในทุกช่วงวัยเข้าใจและเข้าสู่การศึกษา
ตลอดชีวิตเพิ่มมากขึ้นเมื่อประชากรส่วนมากในประเทศมีความรู้ และ
มีทักษะอาชีพมากขึ้น ประชากรก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการนำ�
ทักษะความรู้ความสามารถไปใช้ในการประกอบอาชีพที่ต้องการทักษะ
เฉพาะและสามารถมีรายได้สูงขึ้นได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีต่อประเทศไทย
ในระยะยาว
ขอบคุณภาพประกอบจาก : วิดีโอธนาคารหน่วยกิต Credit Bank System.
สำ�นักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. YouTube EducationForFuture
อ้างอิง : พิณสุดา สิริธรังศรี. (2559). ระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารสุทธิปริทัศน์
30 วารสารกรมพนิ ิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพอื่ เผยแพรข่ ่าวสารในกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชน
วารสาร : สารพนิ จิ
ปที ี่ 19 ฉบบั ที่ 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
จากรุน่ สรู่ ุ่น พินิจดว้ ยรกั พทิ ักษ์ด้วยใจ Department of Juvenile
Observation and Protection
ตอน “วิจัยและพฒั นา” ระบบงานสงั คมสงเคราะหก์ ับกรมพนิ ิจฯ เพือ่ เดก็ และเยาวชน
สวัสดีค่ะท่านผู้อ่าน วันนี้เรามาสัมภาษณ์
พร้อมพูดคุยกันถึงการทำ�งานด้านศึกษาค้นคว้า
งานวิจัยต่างประเทศที่เกี่ยวกับกรอบแนวคิด รูปแบบ
และแนวทางการแก้ไข บำ�บัด ฟื้นฟู เด็กและเยาวชน
ตลอดจนการติดตาม สงเคราะห์ ช่วยเหลือเด็กและ
เยาวชนภายหลังการปล่อยตัว กับ New Gen
โดยน้องป๊อป นางสาวศรัณยา ทอนมาตย์
นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ
งานด้านวิจัยและพัฒนา ถือว่าเป็นอีกภารกิจ
ที่สำ�คัญที่จะเข้ามาสนับสนุนงานหลักของกรมพินิจ
และคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งก็คือการดูแล แก้ไข
บำ�บัด ฟื้นฟู เด็กและเยาวชนที่กระทำ�ความผิดและเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมให้ไม่หวนกลับมากระทำ�ผิดซํ้าอีก ตลอดจน
การติดตามสงเคราะห์ ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนภายหลังการปล่อยตัว โดยมีการศึกษาค้นคว้างานวิจัยต่างประเทศ
ที่เกี่ยวกับกรอบแนวคิด รูปแบบและแนวทางการแก้ไข บำ�บัด ฟื้นฟู เด็กและเยาวชน รวมถึงเทคนิค วิธีการ ตลอดจน
โปรแกรมการแก้ไข บำ�บัด ฟื้นฟู ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและเยาวชนเพื่อการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนสามารถ
กลับออกไปเป็นกำ�ลังสำ�คัญให้กับสังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคต
กองพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน มีหน้าที่ตรวจสอบ
พัฒนาและยกระดับมาตรฐานของระบบงานต่างๆ เพื่อสนับสนุนการ
ขับเคลื่อนภารกิจหลักของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนใน
การแก้ไข บำ�บัด ฟื้นฟู เด็กและเยาวชนที่กระทำ�ผิด ซึ่งหนึ่งในระบบงาน
ทีม่ คี วามสำ�คญั อยา่ งมากคือ ระบบงานสังคมสงเคราะห์ เพราะระบบงานนี้
มบี ทบาททัง้ ในการแกไ้ ข บ�ำ บดั ฟืน้ ฟู เดก็ และเยาวชนในระหวา่ งการฝกึ อบรม
การประสานงานกับเครือข่ายภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อจัดสรรทรัพยากร
ในการให้ความช่วยเหลือ ตลอดจนการติดตามสงเคราะห์ช่วยเหลือ
เด็กและเยาวชนภายหลังการปล่อยตัวเป็นระยะเวลา 1 ปี ด้วยเหตุนี้
การพัฒนาระบบงานสังคมสงเคราะห์ให้มีความก้าวหน้า มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ จึงเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่ม
พัฒนาระบบงานสังคมสงเคราะห์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนที่กระทำ�ผิดสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุข
ปัจจุบัน ป๊อบสังกัดกลุ่มพัฒนาระบบงานสังคมสงเคราะห์ กองพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชนค่ะ
แต่ก่อนที่จะมาอยู่ตรงนี้ ป๊อบได้รับโอกาสให้ไปฝึกปฏิบัติงานในหน่วยงานภูมิภาคทั้งหมด 3 แห่งได้แก่ สถานพินิจ
และคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดปทุมธานี ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 1 และเขต 2 โดยป๊อบได้เรียนรู้
เรื่องการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทั้งในบริบทของกลุ่มประสานกิจกรรมชุมชนกลุ่มแก้ไข บำ�บัด ฟื้นฟู และฝึกฝน
การเป็นนักสังคมสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ IRC ด้วยเช่นกันค่ะ
วารสารกรมพนิ จิ และคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน เพอ่ื เผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยตุ ธิ รรมเดก็ และเยาวชน 31
วารสาร : สารพินจิ
ปที ่ี 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดอื นกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
หน้าที่หลักของป๊อบคือการสนับสนุนด้านงานวิชาการ โดย
ปอ๊ บจะไดร้ บั มอบหมายใหศ้ ึกษาคน้ ควา้ งานวจิ ยั ตา่ งประเทศทีเ่ กีย่ วกบั
กรอบแนวคิด รูปแบบและแนวทางการแก้ไข บำ�บัด ฟื้นฟู เด็กและ
เยาวชน ตลอดจนการติดตาม สงเคราะห์ ช่วยเหลือเด็กและเยาวชน
ภายหลังการปล่อยตัว ซึ่งองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าจะถูก
นำ�ไปเสนอต่อผู้บังคับบัญชาหรือบุคลากรท่านอื่นๆ เพื่อประกอบการ
ตัดสินใจเรื่องทิศทางในการพัฒนางานต่อไป
สิ่งที่ป๊อบคาดหวังว่าจะได้รับจากการไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทในครั้งนี้คือ องค์ความรู้ด้านทฤษฎีเกี่ยวกับ
ครอบครัวและเครื่องมือในการบำ�บัดความสัมพันธ์ภายในครอบครัว รวมถึงประสบการณ์การฝึกปฏิบัติงาน
สังคมสงเคราะห์ในต่างประเทศ ป๊อบจะนำ�สิ่งเหล่านี้มาพัฒนาระบบงานสังคมสงเคราะห์ของกรมพินิจฯ โดยเฉพาะ
ด้านครอบครัวของเด็กและเยาวชนที่กระทำ�ผิด เพื่อให้การดำ�เนินงานในด้านนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้ง ป๊อบมี
ความตั้งใจว่าจะนำ�มุมมองและประสบการณ์ใหม่ๆ ของการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ในต่างประเทศ มาแลกเปลี่ยน
เรียนรู้กับพี่ๆ นักสังคมสงเคราะห์ในกรมพินิจฯ เช่นกัน
ขอขอบคุณนางสาวดวงพร อุกฤษณ์ ผู้อำ�นวยการ
กองพัฒนาระบบงานยุติธรรมที่คอยให้คำ�แนะนำ�เกี่ยวกับ
การเลือกสาขาที่ป๊อบจะไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท
ขอบคุณ นางพรทิวา ทองหล่อ นักทรัพยากรบุคคล
ช�ำ นาญการพเิ ศษ ทีใ่ หโ้ อกาสปอ๊ บไดเ้ รยี นรูแ้ ละฝกึ วชิ ากบั พีๆ่
นักสังคมสงเคราะห์ในหน่วยงานภูมิภาค ขอบคุณพี่เลี้ยง
Mentor ทุกท่านๆ ที่ได้ให้ความรู้ ชี้แนะแนวทางใน
การพัฒนาความสามารถและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใน
การปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ได้แก่
นางสาวโสภิดา สังขดิถี ผู้อำ�นวยการสถานพินิจและ
คุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสระบุรี, นางสาวฉัตณฑี
ศิลากุล นักสังคมสงเคราะห์ชำ�นาญการ รักษาการหัวหน้า
กลุ่มพัฒนาระบบงานสังคมสงเคราะห์, นางสาวสายลัดดา ธรรมลังกา นักสังคมสงเคราะห์ชำ�นาญการ, นางสาววรรณกานต์
แพทย์สิทธิ์ นักสังคมสงเคราะห์ชำ�นาญการ, นางสุนทรีย์ อึ้งเกลี้ยง นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ, นางสายรุ้ง ฉาฉํ่า
นักสังคมสงเคราะห์ชำ�นาญการผู้ปฏิบัติหน้าที่ IRC, และ นายอภิชาต ภู่พานิช นักสังคมสงเคราะห์ชำ�นาญการผู้ปฏิบัติ
หน้าที่ IRC ท้ายที่สุดป๊อบต้องขอขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ และเจ้าหน้าที่ทุกคนจากกองพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและ
เยาวชน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดปทุมธานี ตลอดจนศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 1
และ 2 ที่เปิดใจ ต้อนรับและดูแลป๊อบเป็นอย่างดี ขอบคุณมากๆ นะคะสำ�หรับคำ�แนะนำ� ก�ำ ลังใจ และการส่งเสริม
สนับสนุนที่ช่วยทำ�ให้ป๊อบได้มีวันนี้ค่ะ
ครั้งหน้ากองบรรณาธิการจะมี New Gen คนเก่ง พร้อมแนวคิดดีๆ กับเรื่องราวที่น่าสนใจอะไรมาฝากให้ท่าน
ผู้อ่านอย่าลืมติดตามกันนะคะ
เรียบเรียง : ว่าที่ร้อยตรีหญิงอัสศิมา คังชะนัน นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
กลุ่มประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร สำ�นักงานเลขานุการกรม
32 วารสารกรมพนิ จิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพอื่ เผยแพรข่ า่ วสารในกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชน
วารสาร : สารพนิ จิ
ปีท่ี 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
ขอ้ ควรรเู้ ก่ยี วกบั วินยั ตอน แนวทางการลงโทษ กรณี การลว่ งละเมดิ หรือคกุ คามทางเพศ
โดย กองบริหารทรัพยากรบุคคล กลุ่มวินัย
ลูกเมียก็หลับแล้ว
เหงาแบบนี้
ส่งข้อความให้ใครดี
“เจสอ่งแขล้อ้วคควนามสหวยา
หัวหน้าคนสวย
แล้วกัน”
ผมทราบเรื่องที่คุณส่งข้อความทาง Line
หาหัวหน้าของคุณแล้ว การกระทำ�ของคุณเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและไม่สมควร
ทำ�อย่างยิ่ง เพราะทำ�ให้หัวหน้าของคุณเดือดร้อน รำ�คาญ ทั้งยังเป็นการกระทำ�
ที่เป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศด้วย
จากตัวอย่าง พฤติการณ์ดังกล่าว เป็นการกระทำ�ผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานกระทำ�การอันเป็น 33
การล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ตามข้อ 2 (4) ของกฎ ก.พ.ว่าด้วยการกระทำ�อันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคาม
ทางเพศ พ.ศ.2553 ตามมาตรา 83 (8) ประกอบมาตรา 84 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน
พ.ศ.2551
ดังนั้น โทษ ตัดเงินเดือน ร้อยละ 4 เป็นเวลาหนึ่งเดือน
สามารถติดตามกรณีศึกษา เรื่อง แนวทางการลงโทษ กรณี การล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ เพิ่มเติมได้ทาง QR Code
วารสารกรมพินิจและคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน เพอ่ื เผยแพรข่ ่าวสารในกระบวนการยุติธรรมเดก็ และเยาวชน
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปีท่ี 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
34 ขอ้ มลู : กลมุ่ พฒั นาระบบงานคดี กรมพนิ ิจฯ
จัดท�ำ โดย : กลุ่มประชาสมั พนั ธ์และส่ือสารองคก์ ร / เรียบเรยี ง : อันธิกา / ออกแบบ : อมรชัย
วารสารกรมพนิ จิ และคุม้ ครองเด็กและเยาวชน เพอื่ เผยแพรข่ ่าวสารในกระบวนการยุตธิ รรมเด็กและเยาวชน
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปที ่ี 19 ฉบับที่ 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดอื นกันยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
คนพินจิ ฯ เราท�ำ ความดีดว้ ยหวั ใจ
โดย กลุม่ ช่วยอำ�นวยการและเลขานกุ ารผูบ้ รหิ าร
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้ดำ�เนินงานจิตอาสาภายใต้แนวคิด “คนพินิจฯ เราทำ�ความดีด้วยหัวใจ”
โดยมีนางณัฐภัสสร สุนทรฐณะวัฒน์ รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นประธานคณะทำ�งานฯ
ซึ่งการดำ�เนินงานจิตอาสานั้น กรมพินิจฯ ได้ดำ�เนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานตามโครงการ
จิตอาสาของกระทรวงยุติธรรมให้สำ�เร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำ�หนด รวมทั้งเป็นการสนับสนุนการดำ�เนินการตามภารกิจ
จิตอาสาพระราชทานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดชุมพร
ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสถานพินิจฯ จังหวัดชุมพร จัดกิจกรรม “เคลียร์ตู้ให้น้อง” โดยการตั้งจุดรับบริจาค
เสื้อผ้ามือสองที่มีสภาพดี และนำ�ไปส่งต่อให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
และผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล
สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอ่างทอง
เจ้าหน้าที่ของสถานพินิจฯ จังหวัดอ่างทอง สับเปลี่ยน
หมุนเวียน จัดรายการวิทยุ “เปิดบ้านสถานพินิจฯ” ผ่านทาง
สถานีวิทยุเพื่อการศึกษาโรงเรียนสตรีอ่างทอง FM101.75 MHz
ในทุกวันพุธ เวลา 11.00-12.00 น. โดยเนื้อหาของรายการมุ่งเน้น
ในประเด็นเกี่ยวกับการป้องกันการกระทำ�ผิดในเด็กและเยาวชน
การส่งเสริมเลี้ยงดูเด็กและเยาวชนอย่างเหมาะสม และอื่นๆ ตาม
ความเหมาะสม
วารสารกรมพนิ ิจและคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน เพือ่ เผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยตุ ิธรรมเด็กและเยาวชน 35
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปที ่ี 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดอื นกันยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสระบุรี
เยาวชนของสถานพินิจฯ จังหวัดสระบุรี จำ�นวน 20 คน ร่วมทำ�ความสะอาดภายในสถานแรกรับเด็กและเยาวชน
จังหวัดสระบุรี บริเวณตัวอาคาร หอหญิงและหอชาย เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมภายในสถานแรกรับเด็กและเยาวชน
ที่น่าอยู่ เป็นระเบียบเรียบร้อย
สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเชียงราย
ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ เด็กและเยาวชนจิตอาสา ร่วมกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาบริเวณรอบสำ�นักงาน เนื่องใน
วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2564 โดยร่วมทำ�ความ
สะอาดบริเวณรอบสำ�นักงาน ถนนหน้าสถานพินิจฯ และบริเวณอาคารบ้านพักข้าราชการฯ เพื่อให้เกิดความสะอาด
ถูกสุขอนามัย และมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย
สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดตรัง
เจ้าหน้าที่ และเยาวชนร่วมเก็บขยะและทำ�ความสะอาดบริเวณพื้นที่ภายในสถานแรกรับบริเวณฐานพระพุทธรูป
และบริเวณโดยรอบ และกวาดขยะบริเวณทางเข้า-ออก ของ สถานพินิจฯ จังหวัดตรัง ภายใต้โครงการกรมพินิจฯ
“ร้อยดวงใจทำ�ความดีด้วยหัวใจ ถวายองค์ราชัน” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
36 วารสารกรมพนิ จิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพอ่ื เผยแพรข่ า่ วสารในกระบวนการยตุ ิธรรมเดก็ และเยาวชน
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปีที่ 19 ฉบบั ที่ 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดอื นกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
กรมพินิจฯ เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการศึกษาทางไกล และเปิดบ้าน สทก.
วันที่ 14 มิถุนายน 2564 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เข้าร่วม “พิธีลงนาม
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดการศึกษาทางไกล และเปิดบ้าน สทก.” เพื่อร่วมลงนามบันทึกตกลงความร่วมมือ
การจัดการศึกษาทางไกลระหว่างกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กับ สำ�นักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัย (กศน.) โดย นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการกศน. ซึ่งมีนายณัฐพงษ์ รงคะวิรุจน์ชัย ผู้อำ�นวยการสถาบันการศึกษาทางไกล
และนางสาวอารีรัตน์ จงกล เลขานุการกรม กรมพินิจฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน สำ�หรับการลงนามในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมจัด
การศึกษาทางไกลในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง โดยจัดให้มีระบบสะสมและเทียบโอนหน่วยกิต ความรู้
ประสบการณ์ รวมถึงตั้งคณะกรรมการ การเทียบโอนผลการเรียนความรู้ และประสบการณ์ และร่วมจัดทำ�ตารางเทียบโอนให้เป็นปัจจุบัน
ร่วมพัฒนาหลักสูตรการศึกษา สื่อ รูปแบบ กระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการศึกษา ร่วมพัฒนาระบบบริหารจัดการ และ
พัฒนาบุคลากรเพื่อการดำ�เนินงานที่มีคุณภาพมาตรฐานและประสิทธิภาพ และร่วมดำ�เนินการวิจัยพัฒนา และสร้างนวัตกรรม
การจัดการศึกษาทางไกล ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเด็กและเยาวชนในความดูแลของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
โดยได้รับเกียรติจาก ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธี ณ ห้องประชุมราชวัลลภ
ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ ถ.ราชดำ�เนินนอก แขวงดุสิต กรุงเทพฯ
วารสารกรมพนิ ิจและคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน เพ่ือเผยแพรข่ ่าวสารในกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชน 37
วารสาร : สารพินิจ
ปีท่ี 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดอื นกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (C0VID-19)
วันที่ 14 มิถุนายน 2564 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน
“การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (C0VID-19) ของกรมพินิจและคุ้มครอง
เด็กและเยาวชน” เพื่อเน้นยํ้ามาตรการ แนวทางการดำ�เนินงาน และสร้างความเข้าใจในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 (COVID-19) แก่ผู้อำ�นวยการศูนย์ฝึกและอบรมฯ และผู้อำ�นวยการสถานพินิจฯ ทั่วประเทศ โดยมีนายนิยม เติมศรีสุข
รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจฯ รองอธิบดีกรมพินิจฯ ทั้ง 3 ท่าน หัวหน้าส่วนราชการทั้ง
77 จังหวัด ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมชั้น 10 อาคารกระทรวงยุติธรรม ถ.แจ้งวัฒนะ
แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ และผ่านระบบทางไกล Video conference
การประชุมเพ่ือหารือเก่ียวกับกฎหมายล�ำดับรอง ที่ออกตามความตามพระราชบัญญัติการบริหาร
การแก้ไขบ�ำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระท�ำผิด พ.ศ. 2561
วันที่ 17 มิถุนายน 2564 พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นประธาน
“การประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับกฎหมายลำ�ดับรอง ที่ออกตามความตามพระราชบัญญัติการบริหารการแก้ไขบำ�บัดฟื้นฟูเด็กและ
เยาวชนที่กระทำ�ผิด พ.ศ. 2561” โดยมี นายโกมล พรมเพ็ง รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมด้วย ข้าราชการ
และเจ้าหน้าที่กรมพินิจฯ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่างระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ว่าด้วยการอนุญาตให้ติดต่อกับบุคคลภายนอกและการจัดสถานที่ให้เด็กและเยาวชนได้พบและปรึกษากับที่ปรึกษากฎหมายหรือทนายความ
(ตามมาตรา 46 และ มาตรา 47) และเพื่อร่างระเบียบกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข
ในการจัดทำ�แนวทางการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย แนวทางการติดตามภายหลังปล่อย การสงเคราะห์ช่วยเหลือและการติดตาม
เด็กและเยาวชนภายหลังปล่อย (ตามมาตรา 50, มาตรา 57 และ มาตรา 59 ว.2)
โดยให้คำ�แนะนำ� ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกตจากมติที่ประชุม ไปประกอบการพิจารณาในการยกร่างกฎหมายลำ�ดับรองให้มี
ความครบถ้วน ถูกต้อง สมบูรณ์ และนำ�เสนอต่อเพื่อพิจารณาลงนามและนำ�ไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับต่อไป
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้น ณ ชั้น 6 กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
และผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference)
38 วารสารกรมพินจิ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อเผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยุติธรรมเดก็ และเยาวชน
วารสาร : สารพินจิ
ปีที่ 19 ฉบับที่ 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
“Bellinee’s Grab & Go @ DJOP” Department of Juvenile
Observation and Protection
วันที่ 24 มิถุนายน 2564 พ.ต.ท.วรรณพงษ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นประธานในพิธี
“การปฐมนิเทศเด็กและเยาวชนในโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะเด็กและเยาวชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการประกอบ
วิชาชีพ หลักสูตร : กิจการร้านกาแฟเบื้องต้น” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมพินิจฯ กับหน่วยงานคัดสรรและเบลลินี่ บริษัท ซีพี
ออลล์ จำ�กัด (มหาชน) ในการจัดทำ�หลักสูตรเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับโอกาสในการฝึกทักษะวิชาชีพด้านการชงกาแฟ การทำ�เบเกอรี่
และเรียนรู้การทำ�ธุรกิจร้านกาแฟเบื้องต้น และหลังจากจบหลักสูตรแล้ว เยาวชนจะได้รับประสบการณ์และมีวิชาความรู้เป็นเสมือน
อาวุธติดตัวเพื่อใช้ในการประกอบอาชีพได้ต่อไป นอกจากนี้บริษัท ซีพี ออลล์ จำ�กัด (มหาชน) ยังได้ให้การสนับสนุนเปิดร้านเบลลินี่
พรีเมี่ยม คาเฟ่ ภายใต้ชื่อ “Bellinee’s Grab & Go @ DJOP” ณ บริเวณหน้าศูนย์บริการร่วม อาคารกระทรวงยุติธรรม ชั้น 1 ซึ่ง
เปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม เพื่อรองรับเยาวชนเข้าฝึกประสบการณ์การทำ�งานจริงของเยาวชนอีกด้วย โดยเยาวชน
เข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน - 20 ตุลาคม 2564 หรือเป็นระยะเวลา 600 ชั่วโมง
การปฐมนิเทศครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณกวิฐาร์พรณ์ จาตุรนต์ภากร รองผู้จัดการทั่วไปส่วนงานพัฒนาทักษะและมาตรฐาน
สินค้า และคุณศมกานต์ เต็มฤทัยนิตย์ เจ้าหน้าที่พัฒนาทักษะมาตรฐานเบเกอรี่และการบริการหน่วยงานคัดสรรและเบลลินี่ พรีเมี่ยม
คาเฟ่ ร่วมบรรยายให้ความรู้แก่เยาวชน โดยมี นายโกมล พรมเพ็ง รองอธิบดีกรมพินิจฯ เลขานุการกรม ข้าราชการและเจ้าหน้าที่
ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจำ�นวน 5 คน จากศูนย์ฝึกและอบรมฯ บ้านกรุณา, บ้านมุทิตา, บ้านอุเบกขา และผู้ปกครอง
ของเยาวชนร่วมรับฟังการปฐมนิเทศด้วย ณ ห้องประชุม 7-01 ชั้น 7 กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน อาคารกระทรวงยุติธรรม
ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
วารสารกรมพนิ ิจและคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพือ่ เผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยุติธรรมเดก็ และเยาวชน 39
วารสาร : สารพินิจ
ปที ่ี 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดือนกันยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
การประชุมเตรียมความพร้อมการตรวจราชการ ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
วันที่ 28 มิถุนายน 2564 นางณัฐภัสสร สุนทรฐณะวัฒน์ รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเป็นประธาน
“การประชุมเตรียมความพร้อมการตรวจราชการ ประจำ�ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ตามแนวทางและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ
โรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)” โดยมี ขา้ ราชการ และเจา้ หนา้ ทีก่ รมพนิ จิ ฯ ทีม่ สี ว่ นเกีย่ วขอ้ งเขา้ รว่ ม การประชมุ ดงั กลา่ วมวี ตั ถปุ ระสงค์
เพี่อพิจารณากำ�หนดมาตรการยกระดับในการแยกกักตัวเด็กและเยาวชนรับใหม่ของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส
โคโรนา 2019 และการก�ำ กบั ตดิ ตามการด�ำ เนนิ งานตามยทุ ธศาสตรแ์ ละกระบวนงานของกรมพนิ จิ ฯ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพใหไ้ ดต้ ามมาตรฐานเดยี วกนั
ตลอดจนการตรวจราชการแนวทางสถานพนิ จิ สขี าว และมาตรการการเขา้ และออกพืน้ ทีแ่ ตล่ ะจงั หวดั ตามประกาศ ศบค. จงั หวดั ณ หอ้ งประชมุ 6-10
ชั้น 6 กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ
(เชฟนิค) หัวหน้าเชฟร้านอาหารวังหิ่งห้อย เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร ตามแนวทางปรัชญา
เกษ ตรทฤษฎี ใหม่
วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์
อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พร้อมคณะ ได้เดินทาง
ไปยังศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร ตามแนวทางปรัชญาเกษตรทฤษฎีใหม่
ตำ�บลคลองโยง อำ�เภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยมี นายณัฏฐพล
ภวไพบูลย์ (เชฟนิค) หวั หนา้ เชฟรา้ นอาหารวังหิ่งห้อย ร่วมชมศนู ย์เรยี นรู้
ดงั กลา่ วดว้ ย ทัง้ นีเ้ ชฟนคิ ไดเ้ ดนิ ทางไปชมรา้ นกาแฟและพืน้ ทีแ่ ปลงเกษตร
ของศนู ยฝ์ กึ และอบรมฯ บา้ นปรานี เพือ่ น�ำ ไปวเิ คราะหแ์ ละตอ่ ยอดอาชพี ให้
กบั เยาวชน โดยเชฟนคิ เคยรว่ มงานกบั กรมพนิ จิ ฯ ในโครงการสานฝนั ปัน้ เชฟ
และมีแนวคิดในการสานต่อการให้โอกาสเด็กและเยาวชนของกรมพินิจฯ
โดยอธิบดีกรมพินิจฯ ได้มีแนวทางในการปรับปรุงพื้นที่ทั้ง 2 แห่ง
ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ แกเ่ ดก็ และเยาวชนในดา้ นการประกอบอาชพี และ
ใหเ้ ยาวชนไดม้ สี ว่ นรว่ มในการด�ำ เนนิ งาน เพือ่ ใหเ้ ยาวชนเกดิ ความผกู พนั
ความภาคภูมิใจและความยั่งยืนในการประกอบอาชีพในอนาคตต่อไป
โอกาสนี้ผู้อำ�นวยการศูนย์ฝึกและอบรมฯ บ้านมุทิตา, อุเบกขา และ
สิรินธร ตลอดจนผู้ช่วยผู้อำ�นวยการ ข้าราชการเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
และร่วมการประชุมหารือ ณ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชาย
บ้านอุเบกขา ตำ�บลคลองโยง อำ�เภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
40 วารสารกรมพินิจและคมุ้ ครองเด็กและเยาวชน เพือ่ เผยแพรข่ า่ วสารในกระบวนการยตุ ธิ รรมเด็กและเยาวชน
วารสาร : สารพินิจ
ปที ่ี 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกันยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ฯ
วันที่ 5 กรกฎาคม 2564 นายโกมล พรมเพ็ง รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นประธานเปิด
“โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่เพื่อพัฒนากระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชน
ผ่านการประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Video Conference” โดยได้รับงบสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
ซึ่งโครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการทำ�วิจัยให้กับบุคลากรในสังกัดกรมพินิจฯ นำ�ไปสู่การสร้าง
งานวิจัยเพื่อพัฒนากระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนที่มีความสอดคล้องกับภารกิจงานของกรมพินิจฯ ในการนี้รองอธิบดีกรมพินิจฯ
ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “การส่งเสริมงานวิจัยในการพัฒนางานกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและแนวทางการประยุกต์
งานหลักสู่การพัฒนาเป็นงานวิจัย”
สำ�หรับโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-16 กรกฎาคม 2564 ผ่านระบบทางไกล Video Conference
โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมบรรยายตลอดการอบรม อาทิ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิเชียร ปรีชาธรรมวงศ์,
อาจารย์ ดร.สุรีย์ฉาย พลวัน, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เปรมฤดี เพ็ชรกูล และอาจารย์ ดร.นันท์รพัช ไชยอัครพงศ์ ทั้งนี้มีบุคลากรในสังกัด
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเข้าร่วมอบรมทั้งสิ้น 53 คน
การประชุม “คณะกรรมการสวัสดิการกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
วันที่ 8 กรกฎาคม 2564 นางสาวศิริประกาย วรปรีชา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน (1) เป็นประธาน
การประชุม “คณะกรรมการสวัสดิการกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 3/2564” เพื่อพิจารณาโครงการจัดทำ�สวัสดิการ
ภายในส่วนราชการกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ที่ประชุมได้แจ้งเรื่อง “การพ้นวาระผู้แทนสมาชิกสวัสดิการกรมพินิจฯ”
ให้ประธานทราบ
สำ�หรับการประชุมดังกล่าวมี นางณัฐภัสสร สุนทรฐณะวัฒน์ รองอธิบดีกรมพินิจฯ (2) นายโกมล พรมเพ็ง รองอธิบดี
กรมพินิจฯ (3) คณะกรรมการสวัสดิการฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 7-04 ชั้น 7 กรมพินิจและคุ้มครอง
เด็กและเยาวชน อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ และผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference)
วารสารกรมพนิ ิจและคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน เพอ่ื เผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยุตธิ รรมเด็กและเยาวชน 41
Department of Juvenile วารสาร : สารพินิจ
Observation and Protection
ปีท่ี 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกันยายน ปีงบประมาณ 2564
แวดวง...กรรมการสงเคราะห์
โดย...อสิ รานุช หนนุ ตะคุ นักประชาสมั พันธ์
กลมุ่ ประชาสมั พันธ์และสอื่ สารองคก์ ร สำ�นกั งานเลขานุการกรม
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทย กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและ
เยาวชน จึงมีมาตรการป้องกัน เฝ้าระวัง และควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) โดยให้บุคลากรในสังกัด
ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด และด้วยสถานการณ์ดังกล่าว ท่านกรรมการสงเคราะห์ทุกท่าน ได้เมตตา พร้อมทั้งแสดงความห่วงใย
โดยให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการป้องกันและดูแลสุขอนามัยของเด็ก เยาวชน รวมถึงเจ้าหน้าที่
คุณสมเดช พันธุ์ศิริ ประธานกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำ�หรับสถานพินิจฯ จังหวัดนครนายก พร้อมคณะ มอบเครื่อง
ฉีดพ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ จำ�นวน 1 เครื่อง แอลกอฮอล์ จำ�นวน 1 แกลลอน กระดาษทิชชูแอลกอฮอล์ จำ�นวน 5 แพค ให้แก่สถานพินิจ
และคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครนายก
คณะกรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชนสำ�หรับ
สถานพินิจฯ จังหวัดกำ�แพงเพชร มอบหน้ากากอนามัยให้แก่
เด็กและเยาวชน และเจ้าหน้าที่ ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและ
เยาวชนเขต 6
คุณมาลี สุเมตติกุล ประธานกรรมการสงเคราะห์เด็กและ
เยาวชนสำ�หรับสถานพินิจฯ จังหวัดลำ�ปาง ได้เยี่ยมพูดคุยให้กำ�ลังใจ
เด็กและเยาวชนในสถานแรกแรกรับเด็กและเยาวชน ผ่านระบบ
VDO Conference (Application Line) ตามมาตรการป้องกัน
การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19)
พร้อมจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับเด็กและเยาวชน
ดร.ศุภชัย คล่องขยัน กรรมการสงเคราะห์เด็กและเยาวชน
สำ�หรับสถานพินิจฯ จังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหน้ากากอนามัย และ
เจลแอลกอฮอล์ พร้อมสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมฝึก
ทักษะวิชาชีพระยะสั้น “DIY กระเป๋า Shopping” สำ�หรับใช้ใน
ครัวเรือนและนำ�ไปต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับตนเอง
และครอบครัวต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการสงเคราะห์ฯ อีกหลายท่านร่วมบริจาคผ่านบัญชีสวัสดิการกรมพินิจฯ เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือ
เด็กและเยาวชนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในศูนย์ฝึกฯ และสถานพินิจฯ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ขอขอบพระคุณ มา ณ โอกาสนี้
42 วารสารกรมพินิจและค้มุ ครองเดก็ และเยาวชน เพ่ือเผยแพรข่ า่ วสารในกระบวนการยุติธรรมเดก็ และเยาวชน
วารสาร : สารพนิ จิ
ปีที่ 19 ฉบบั ที่ 3 ประจำ�เดอื นกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
จากวนั ที่พากเพยี ร...
สวู่ ยั เกษียณทีภ่ าคภมู ิ
วารสารกรมพนิ จิ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพอ่ื เผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยตุ ธิ รรมเดก็ และเยาวชน 43
วารสาร : สารพินจิ
ปที ่ี 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
นางณฐั ภัสสร สนุ ทรฐณะวฒั น์
รองอธบิ ดีกรมพนิ จิ และคุม้ ครองเด็กและเยาวชน
นายบญุ เลิศ แก้วจนั ทร์ นายชัยนรินท์ จันทร์เอย่ี ม นางฉออ้ น สวยรูป
ผูต้ รวจราชการกรม ผูอ้ �ำ นวยการศนู ย์ฝึกและอบรมเด็ก ผอู้ ำ�นวยการศูนยฝ์ ึกและอบรมเดก็
และเยาวชนเขต 6 และเยาวชนเขต 5
นายพชั รพล สมจร นายมนูญ ทองผดุ นายประเสรฐิ สงขาว
ผ้อู �ำ นวยการสถานพินจิ และคุม้ ครองเดก็ ผูอ้ �ำ นวยการสถานพนิ ิจและคุ้มครองเด็ก ผู้อำ�นวยการสถานพินิจและค้มุ ครองเดก็
และเยาวชนจังหวดั ขอนแกน่ และเยาวชนจงั หวดั ชลบรุ ี และเยาวชนจงั หวดั นครปฐม
44 วารสารกรมพนิ จิ และคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน เพ่ือเผยแพรข่ า่ วสารในกระบวนการยตุ ิธรรมเด็กและเยาวชน
วารสาร : สารพินิจ
ปที ี่ 19 ฉบบั ที่ 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
นายชวาล กาบคำ� นางกรรณิกา วชั รินทร์ นายวรชาติ ปญั ญายงค์
ผู้อำ�นวยการสถานพนิ ิจและคุ้มครองเด็ก ผู้อ�ำ นวยการสถานพินจิ และคมุ้ ครองเดก็ ผ้อู �ำ นวยการสถานพินิจและคุ้มครองเดก็
และเยาวชนจังหวัดนา่ น และเยาวชนจงั หวัดร้อยเอ็ด และเยาวชนจังหวัดสมุทรสาคร
นางสาวสุภาวดี พยอมแยม้ นักวิชาการอนบารงมจแนิ ลตะฝนกึ าวชิ าวชงีพศช์แำ�กน้วาญการพเิ ศษ
พนกั งานคมุ ประพฤติชำ�นาญการพิเศษ สถานพนิ จิ ฯ กรุงเทพมหานคร
สถานพินจิ ฯ กรงุ เทพมหานคร
นักวชิ สาถกาานรพอบินนรจิ ามฯยแจลจังะรหฝญั วึกัดวพิชสราะบืชนีพหคชงรำ�สศน์ราอี ญยกุธายราพิเศษ นางนลนิ ี ผลพานชิ นางรัตนา ลว้ นมณี
พนักงานคุมประพฤติชำ�นาญการพิเศษ นักวิชาการอบรมและฝกึ วชิ าชีพชำ�นาญการพเิ ศษ
สถานพินิจฯ จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานี สถานพินจิ ฯ จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี
วารสารกรมพินจิ และคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน เพอ่ื เผยแพรข่ า่ วสารในกระบวนการยตุ ิธรรมเดก็ และเยาวชน 45
วารสาร : สารพินิจ
ปีที่ 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดอื นกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
นายแพน ผ่องอำ�ไพ นางสาวณัฐวรี ์ เจอื จนั ทึก นายวจิ ติ ร ตรีแกว้
นักวิชาการอบรมและฝกึ วชิ าชพี ช�ำ นาญการ นักจัดการงานทว่ั ไปชำ�นาญการ นกั วชิ าการอบรมและฝกึ วชิ าชีพชำ�นาญการ
ศนู ย์ฝึกและอบรมเดก็ และเยาวชนเขต 2 ศนู ย์ฝกึ และอบรมเดก็ และเยาวชนเขต 3 ศนู ยฝ์ กึ และอบรมเดก็ และเยาวชนเขต 4
นายสงวนสิน รกั นวล นางสริ ริ กั ษ์ โรจน์วณิชยา
นักวิชาการอบรมและฝกึ วิชาชีพช�ำ นาญการ นกั จดั การงานทัว่ ไปช�ำ นาญการ
ศูนย์ฝึกและอบรมเดก็ และเยาวชนเขต 9 ศูนยฝ์ ึกและอบรมเดก็ และเยาวชนเขต 9
นายชาติชาย จงเออ้ื กลาง นายประภสั สร์พงษ์ ใจโพธ์ิ นายนพดล ชัยศร
นักวิชาการอบรมและฝกึ วิชาชพี ชำ�นาญการ นักวชิ าการอบรมและฝกึ วชิ าชีพชำ�นาญการ นกั วิชาการอบรมและฝึกวิชาชพี ช�ำ นาญการ
สถานพินจิ ฯ จังหวัดเชยี งใหม่ สถานพินิจฯ จังหวัดนครราชสมี า สถานพนิ จิ ฯ จังหวดั บุรรี ัมย์
46 วารสารกรมพนิ จิ และคุม้ ครองเดก็ และเยาวชน เพอ่ื เผยแพร่ขา่ วสารในกระบวนการยุตธิ รรมเดก็ และเยาวชน
วารสาร : สารพนิ จิ
ปีท่ี 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกนั ยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
นายมนตรี พะนะลาภ นางสาวสมใจ ก่ออรยิ วงศ์ นายภกั ดี คุ้มรกั ษ์
พนกั งานคุมประพฤตชิ ำ�นาญการ นกั จดั การงานทว่ั ไปชำ�นาญการ พนกั งานคมุ ประพฤติช�ำ นาญการ
สถานพนิ ิจฯ จงั หวดั บรุ ีรัมย์ สถานพนิ ิจฯ จงั หวดั สมุทรสาคร สถานพินิจฯ จังหวัดสุโขทัย
นายปทัศศนิ า เจริญศรเี มือง นายเทพณรงค์ วงศ์สงิ ห์
พนักงานคมุ ประพฤติช�ำ นาญการ พนักงานคมุ ประพฤตชิ ำ�นาญการ
สถานพินจิ ฯ จังหวดั สุรนิ ทร์ สถานพนิ จิ ฯ อบุ ลราชธานี
นางสาวละเมียด เทศแย้ม นายทวศี ักดิ์ พรอ้ มทอง นางอภิรมย์ ย้ิมพวง
เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส พนักงานพนิ ิจ พนักงานประกอบอาหาร
สถานพนิ ิจฯ จงั หวดั ปทมุ ธานี สถานพินจิ ฯ กรุงเทพมหานคร สถานพนิ จิ ฯ กรงุ เทพมหานคร
วารสารกรมพินิจและคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน เพื่อเผยแพร่ข่าวสารในกระบวนการยุตธิ รรมเดก็ และเยาวชน 47
วารสาร : สารพินจิ
ปที ี่ 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดอื นกนั ยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
นายวิชัช อ่อนร�ำ พรรณ นายอร่าม สาตจีนพงษ์ นายสมาน หาญพยัคฆ์
พนกั งานพนิ จิ พนักงานพนิ จิ พนักงานพินิจ
สถานพนิ จิ ฯ กรงุ เทพมหานคร สถานพินจิ ฯ จังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา สถานพินิจฯ จังหวดั นครราชสมี า
นายจงเลิศ ภเู่ สือ นางสาวพัชรนิ ทร์ จนั ทร์สมบัติ
พนักงานพินจิ พนกั งานพนิ จิ
สถานพนิ ิจฯ จงั หวดั นนทบรุ ี สถานพนิ จิ ฯ จงั หวัดนนทบรุ ี
นายปัญญา ยลศิริธรรม นายวทิ ยา แกว้ แจม่ นายอนุรักษ์ วรรณวิจิตร์
พนกั งานพนิ ิจ พนักงานพินิจ พนกั งานพินจิ
สถานพินจิ ฯ จังหวดั สมุทรปราการ สถานพนิ จิ ฯ จงั หวัดชลบรุ ี สถานพินิจฯ จังหวดั ระยอง
48 วารสารกรมพนิ จิ และคุ้มครองเดก็ และเยาวชน เพอื่ เผยแพรข่ า่ วสารในกระบวนการยตุ ธิ รรมเดก็ และเยาวชน
วารสาร : สารพนิ ิจ
ปีที่ 19 ฉบับท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดือนกันยายน ปีงบประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
นายณรงค์ นติ ยพล นางรตั นา สวุ รรณภมู ิ นายศภุ ศกั ด์ิ กุศลพรสร้าง
พนกั งานพินิจ พนกั งานประกอบอาหาร พนักงานพนิ จิ
สถานพินิจฯ จังหวดั ระยอง สถานพินิจฯ จงั หวดั บรุ ีรัมย์ สถานพินิจฯ จงั หวดั บุรรี มั ย์
นางชติ กุศลพรสร้าง นายภคั วฒั น์ สายโสภา
พนักงานพินิจ พนกั งานพนิ จิ
สถานพนิ ิจฯ จงั หวัดบรุ รี ัมย์ สถานพินิจฯ จังหวดั อบุ ลราชธานี
นางศรนี วล โพธาราม นางจันทรพ์ ร นันตเวช นายสภุ าพ จันทรท์ องศรี
พนกั งานสถานท่ี พนกั งานพินิจ พนกั งานพนิ จิ
สถานพนิ ิจฯ จงั หวดั ขอนแก่น สถานพินจิ ฯ จังหวัดร้อยเอ็ด สถานพนิ ิจฯ จังหวดั นครพนม
วารสารกรมพินิจและคมุ้ ครองเดก็ และเยาวชน เพือ่ เผยแพรข่ ่าวสารในกระบวนการยตุ ธิ รรมเดก็ และเยาวชน 49
วารสาร : สารพินิจ
ปที ี่ 19 ฉบบั ท่ี 3 ประจำ�เดือนกรกฎาคม -เดอื นกันยายน ปงี บประมาณ 2564
Department of Juvenile
Observation and Protection
นายโยธิน บุญสาร นายสมคิด กำ�ทอง นายรังสิมนั ต์ บญุ พรหม
พนกั งานพนิ ิจ พนักงานขับรถยนต์ พนกั งานพนิ จิ
สถานพินิจฯ จงั หวดั เชยี งใหม่ สถานพนิ จิ ฯ จงั หวัดล�ำ ปาง สถานพินจิ ฯ จังหวัดพษิ ณโุ ลก
นายสมหวัง วทิ ยาลยั นายอนนท์ บ่อน้อย
พนักงานขับรถยนต์ พนกั งานขับรถยนต์
สถานพนิ ิจฯ จังหวดั กาญจนบุรี สถานพนิ ิจฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช
นางสาวสมจิตต์ ปกุ แก้ว นายสมศักด์ิ กนั ตะนนั ท์ นายนิกรวฒั น์ คเชนทร์
พนักงานพนิ ิจ พนักงานพนิ จิ
พนกั งานพนิ จิ ศนู ยฝ์ ึกและอบรมเดก็ และเยาวชนชายบา้ นกรณุ า ศนู ย์ฝึกและอบรมเดก็ และเยาวชนชายบา้ นมุทติ า
สถานพนิ จิ ฯ จงั หวัดสงขลา
50 วารสารกรมพนิ ิจและคุม้ ครองเด็กและเยาวชน เพื่อเผยแพร่ข่าวสารในกระบวนการยุตธิ รรมเด็กและเยาวชน