นิทานก่อนนอน เสนอ นาย อดิศักดิ์ ทองสุข จัดทำ โดย เด็กชาย ภูมรินทร์ สวัสดี เด็กชาย อณุกูล หาญกันทร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 รายงานเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของ วิชาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนไตรเขตประชาสามัคคี รัชมังคลาภิเษก สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาน่าน
คำ นำ นิทานก่อนนอนสั้น ๆ เป็นหมวดที่รวบรวมนิทานขนาดสั้นจำ นวน 10 เรื่อง ที่มีเนื้อหาอ่อนโยนหรือไม่ โลดโผนจนเกินไป เพื่อให้เด็ก ๆ ที่ได้ฟังรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งน่าจะช่วยให้หลับสบายและไม่ฝันร้ายเพราะนิทาน นิทานก่อนนอนสั้น ๆ ทั้ง 10 เรื่องในหมวดนี้ เป็นนิทานที่ผม (นำ บุญ นามเป็นบุญ) ในฐานะผู้แต่ง คัดสรร นิทานที่ตัวเองชอบมากที่สุดมารวมไว้ผมหวังว่านิทานทั้ง 10 เรื่องจะสร้างช่วงเวลาดี ๆ ให้แก่เด็ก ๆ ทุก ๆ คน
1.นิ ท า น เ รื่ อ ง ว ง ด อ ก ไ ม้ ป ร ะ ดั บ เ มื อ ง 2.นิ ท า น เ รื่ อ ง แ ผ น ร้ า ย ข อ ง เ ศ ร ษฐี เ จ้ า เ ล่ ห์ 3.นิ ท า น อี ส ป ห นู น้ อ ย ห ม ว ก แ ด ง 4 นิ ท า น อี ส ป เ รื่ อ ง ห ม า ป่ า กั บ ลู ก แ ก ะ 5.นิ ท า น อี ส ป สุ นั ข จิ้ ง จ อ ก กั บ พ ว ง อ งุ่ น 6.นิ ท า น อี ส ป ล า โ ง่ กั บ สิ ง โ ต 7.นิ ท า น อี ส ป เ รื่ อ ง ก ร ะ ต่ า ย กั บ เ ต่ า ส า ร บั ญ ห น้ า 1234567
ชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นลูกชาวประมงที่กลัวทะเลมาก เพราะตอนเด็ก ๆ เขาเคยออกทะเลกับพ่อแล้ว บังเอิญตกน้ำ จนเกือบเชีวิต เขาจึงฝังใจกลัวทะเลเป็นที่สุด วันหนึ่ง เขาพบหญิงสาวมานอนสลบอยู่ที่ชายหาดใกล้ ๆ บ้านของเขา ชายหนุ่มรีบอุ้มหญิงสาวไปปฐมพยาบาลที่บ้าน เมื่อ หญิงสาวรู้สึกตัว เธอก็รีบขอบคุณชายหนุ่ม แล้วบอกความจริงว่าเธอคือนางเงือกที่โดนคลื่นใต้น้ำ ซัดมาจนเกยตื้น เธอยังรู้สึก ไม่สบายมาก จึงขอรบกวนชายหนุ่มอีกสักพัก ชายหนุ่มแปลกใจแต่ยินดีช่วยเงือกสาว และเมื่อทั้งคู่ได้อยู่ใกล้ ๆ ชิดกันต่อมาอีกราว 1 สัปดาห์ ทั้งคู่ก็เริ่มรู้สึกว่า ดอกไม้ที่ชื่อ ว่าความรักได้เบิ่งบานขึ้นในใจของพวกเขาทั้งสอง จนกระทั่งวันหนึ่ง พ่อของนางเงือกซึ่งเป็นเจ้าสมุทรไปแปลงกายเป็นมนุษย์แล้วมาตามหาลูกสาวถึงที่บ้านของชายหนุ่ม เมื่อ เจ้าสมุทรทราบว่าชายหนุ่มช่วยลูกสาวไว้ และทราบจากลูกสาวว่าทั้งคู่มีใจให้กัน เจ้าสมุทรจึงประทานพรให้ชายหนุ่มสามารถ หายใจในน้ำ ได้เหมือนเงือกและชาวสมุทรทั้งหลาย ทั้งนี้เพื่อให้ชายหนุ่มแวะไปเยี่ยมเงือกสาวได้ตามใจปรารถนา แต่อนิจจา ชายหนุ่มเป็นคนกลัวทะเล เมื่อเงือกสาวกับเจ้าสมุทรกลับไปแล้ว เขาจึงกลุ้มใจและคิดถึงเงือกสาวจนกินไม่ได้นอไม่ จนกระทั่งวันหนึ่ง ชายหนุ่มก็ตัดสินใจทำ สิ่งที่เขาไม่เคยกล้าทำ นั่นคือ การใช้ความพยายามเพื่อไปพบหญิงสาว ชายหนุ่มเริ่มจากพยายามฝึกร่างกายให้แข็งแรงด้วยการวิ่งที่ริมหาดทุกวัน จากนั้น เขาก็พยายามฝึกฝนการว่ายน้ำ ในบ่อน้ำ จืด ใกล้บ้าน จนเขาว่ายน้ำ ได้คล่องแคล่วมากขึ้นเรื่อย ๆ และท้ายสุด เขาก็พยายามเอาชนะความกลัวทะเล ด้วยการก้าวเดินลงไปในทะเล จากตื้นไปลึกและลองว่ายน้ำ โต้กระแสคลื่นที่ ทำ ให้เขากลัวจนตัวสั่น ชายหนุ่มพยายาม พยายาม แล้วก็พยายาม เขาฝึกฝนทุกวัน จนร่างกายแข็งแกร่งขึ้น ว่ายน้ำ ได้คล่องมากขึ้น และเอาชนะ ความกลัวได้มากขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่ง ความพยายามของเขาก็ทำ ให้เขาพร้อมในการออกเดินทางไปหาเงือกสาว ในที่สุด ชายหนุ่มก็ใช้พยายามพาตัวเขาไปพบกับเงือกสาวที่เขารักได้สำ เร็จ และแล้ว นิทานก็จบลงอย่างมีความสุข นิทานเรื่อง วงดอกไม้ประดับเมือง 1
นิทานเรื่อง แผนร้ายของเศรษฐีเจ้าเล่ห์ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งมีทะเลสาบอยู่ที่ใจกลางหมู่บ้าน ทะเลสาบแห่งนี้มีความสำ คัญต่อทุก ๆ คนในหมู่บ้าน มาก เพราะมันเป็นแหล่งน้ำ จืดแหล่งเดียวที่ชาวบ้านอาศัยดื่มกินและใช้ในการเพาะปลูกต่าง ๆ วันหนึ่ง มีเศรษฐีจากต่างถิ่นเดินทางเข้ามาในหมู่บ้าน เศรษฐีผู้นี้เป็นคนเจ้าเล่ห์แสนกลเมื่อเศรษฐีสำ รวจหมู่บ้านโดยรอบแล้ว เขาก็เกิดความคิดขึ้น มาว่า หากเขาซื้อที่ดินรอบ ๆ ทะเลสาบเอาไว้ทั้งหมด เขาก็จะสามารถเก็บเงินค่าผ่านทางเมื่อชาวบ้านต้องการเข้าไปใช้ประโยชน์จากทะเลสาบได้ ซึ่งมันจะทำ ให้เขาได้กำ ไรอย่างมากมายมหาศาล เมื่อเศรษฐีเห็นช่องทางทำ เงินดังกล่าวแล้ว เศรษฐีจึงแกล้งเข้าไปตีสนิทกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่รอบ ๆ ทะเลสาบ จากนั้น เขาก็แสดงตนเป็นคนใจดี โดยเสนอตัวขอส่งเสียลูก ๆ ของชาวบ้านให้ได้ไปเรียนหนังสือในเมืองใหญ่ ทั้งยังมอบเงินทองให้ชาวบ้านใช้พาพ่อแม่ที่ป่วยไข้ไปรักษาตัวที่เมือง อื่นเศรษฐียอมทุ่มเงินมากมายเพื่อทำ ให้ชาวบ้านเชื่อว่าเขาเป็นคนดีมีน้ำ ใจซึ่งแผนการทั้งหมดนี้ เศรษฐีทำ ขึ้นโดยหวังจะขอซื้อที่ดินจากชาวบ้านที่ อยู่รอบทะเลสาบนั่นเอง เศรษฐีเจ้าเล่ห์ใช้เวลาสร้างภาพหลอกชาวบ้านอยู่นานสามเดือน ในที่สุด เศรษฐีก็สามารถซื้อที่ดินรอบทะเลสาบเอาไว้ได้จนหมด ครั้นเมื่อเศรษฐีได้เป็นเจ้าของที่ดินรอบทะเลสาบแล้ว เศรษฐีก็เผยธาตุแท้ของตัวเองออกมา โดยเขาทำ การล้อมรั้วรอบที่ดินของเขา (ซึ่งก็คือการ ล้อมรั้วรอบทะเลสาบ) แล้วปักป้ายเก็บเงินสำ หรับคนที่ต้องการผ่านเข้าไปนำ น้ำ จากทะเลสาบมาใช้ เมื่อชาวบ้านได้เห็นการกระทำ ของเศรษฐี ชาวบ้านจึงพากันมาขอร้องให้เศรษฐีเห็นใจคนยากจนอย่างพวกเขา แต่เศรษฐีกลับไม่สงสารชาว บ้านเลย เพราะสิ่งเดียวที่เศรษฐีให้ความสำ คัญก็คือผลกำ ไรที่เขาจะได้จากการลงทุนในครั้งนี้ คืนวันนั้น ในขณะที่ชาวบ้านต่างทุกข์ทรมานที่ไม่มีน้ำ ดื่มน้ำ ใช้เศรษฐีกลับนอนกระดิกเท้าฝันหวานว่าอีกไม่นานชาวบ้านทั้งหลายก็คงต้องยอมมา จ่ายเงินเพื่อขอผ่านทางเข้ามาตักน้ำ จากทะเลสาบไปใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เศรษฐีคิดถึงเงินทองที่จะไหลมาเทมาแล้วก็เผลอหลับไปอย่างมีความ สุขส่วนชาวบ้านก็ได้แต่นั่งจับกลุ่มคุยกันเพราะต่างคนต่างก็มองไม่เห็นหนทางที่พวกเขาจะหาน้ำ มาดื่มมาใช้ได้เหมือนดังแต่เก่าก่อน เช้าวันรุ่งขึ้น เศรษฐีตื่นนอนอย่างอารมณ์ดี แล้วค่อย ๆ เดินไปที่ด่านเก็บเงินของเขาพลางนึกภาพว่าวันนี้ชาวบ้านทุกคนคงพากันมาจ่ายเงินเพื่อขอ เข้ามาดื่มน้ำ ในทะเลสาบ เศรษฐีดีใจจนลืมสังเกตถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้น จวบจนเมื่อเวลาผ่านไปพักใหญ่ ๆ เศรษฐีจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่า วัน นี้…หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านดูเงียบเชียบอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เศรษฐีพยายามเงี่ยหูฟังเสียงของชาวบ้าน แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่ได้ยินเสียงใด ๆ เลย เศรษฐีแปลกใจมาก เขาจึงเดินออกจากบ้าน แล้ว พยายามมองหาชาวบ้านทั้งหลาย อนิจจา…เศรษฐีผู้น่าสงสารไม่รู้เลยว่า ตลอดทั้งคืนที่ตัวเขานอนฝันหวานอยู่นั้นชาวบ้านที่ต้องลำ บาก (เพราะความเห็นแก่ตัวของเศรษฐี) ได้ ปรึกษาหารือกันจนได้ข้อสรุปว่า ในเมื่อหมู่บ้านของพวกเขาไม่มีทั้งน้ำ ดื่มน้ำ ใช้และแล้งซึ่งน้ำ ใจของเพื่อนมนุษย์หมู่บ้านแห่งนี้จึงไม่ใช่ที่ที่พวกเขา ควรจะอยู่อาศัยต่อไปอีกด้วยเหตุนี้เอง ชาวบ้านทั้งหมดจึงตัดสินใจเก็บข้าวของแล้วอพยพออกจากหมู่บ้าน 2
นิทาน หนูน้อยหมวกแดง กาลครั้งหนึ่ง ณ หมู่บ้านที่แสนอบอุ่น มีเด็กหญิงหน้าตาน่ารักนั่งเล่นดูคุณแม่ทำ อาหารอยู่ในครัว เพื่อนบ้านทุกคนต่างพากันเรียกเธอว่า "หนูน้อยหมวกแดง" ตามสีของหมวกที่เธอใส่เป็นประจำ และวันนี้เธอ ก็ได้รับคำ สั่งจากคุณแม่ ให้นำ อาหารและขนมไปเยี่ยมคุณยายซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านข้าง ๆ "เอาตะกร้านี้ไปส่งให้ถึงมือคุณยายนะจ๊ะ แล้วก็รีบไปรีบกลับ อย่าไปเที่ยวเล่น เถลไถลที่ไหนไกล อย่าพูดคุยกับ คนแปลกหน้าด้วยล่ะ เข้าใจไหม ?" คุณแม่คนสวยกำ ชับด้วยความเป็นห่วง ลูกสาวตัวน้อยก็ตอบรับและสัญญา แล้วออกจากบ้านไปอย่างร่าเริง ระหว่างทางไปบ้านคุณยาย บังเอิญมีหมาป่าเจ้าเล่ห์เดินมาพบกับหนูน้อยหมวกแดง จึงเข้าไปทักทายหวัง จับเด็กหญิงทำ เป็นอาหารมื้อเย็น "สวัสดีจ้ะสาวน้อย มาทำ อะไรในป่าตรงนี้คนเดียวเหรอจ๊ะ ?" "หนูกำ ลังไปเยี่ยมคุณยายที่หมู่บ้านใกล้ ๆ นี้เองค่ะ" หนูน้อยหมวกแดงตอบอย่างเป็นมิตร แต่กลับทำ ให้เจ้า หมาป่าคิดอุบายหลอกล่อ หวังจับคุณยายของเธอมาเป็นเหยื่อด้วยอีกคน "แต่ว่าสาวน้อย.. เอาตะกร้าเล็ก ๆ ไปแค่นี้ คุณยายเสียใจแย่เลย ฉันว่าเราไปเก็บดอกไม้สวย ๆ มาเป็นของ ขวัญเพิ่มกันเถอะ" หมาป่าชักชวนให้หนูน้อยหมวกแดงออกนอกเส้นทาง มันจะได้รีบตรงไปจับคุณยายกินก่อน แล้วดักรอหนูน้อยหมวกแดงที่บ้านนั้นเลย โชคไม่ดีที่หนูน้อยหมวกแดงหลงเชื่อคำ ชวน แล้วหันไปเก็บดอกไม้ และเดินเล่นอย่างเพลิดเพลินจนลืมทั้งเวลา ทั้งคำ ตักเตือนของคุณแม่ไปหมดสิ้น กระทั่งเจ้าหมาป่าเดินทางไปถึงหมู่บ้านข้าง ๆ แล้วจับตัวคุณยายซ่อนเอาไว้ ในตู้ ก่อนนำ เสื้อผ้ามาใส่ เพื่อปลอมตัวเป็นคุณยายนอนป่วยอยู่บนเตียง รอให้หนูน้อยหมวกแดงมาถึงแล้วจับกิน ทั้งยายทั้งหลานพร้อมกันทีเดียว เมื่อหนูน้อยหมวกแดงรู้ตัวว่าทำ ผิดคำ สั่งคุณแม่ ก็รีบวิ่งไปหาคุณยายที่บ้าน ทันที แต่กลับพบว่าคุณยายของเธอนั้นมีท่าทางและหน้าตาแปลกประหลาดไปจากเดิม 3
นิทานอีสป เรื่องหมาป่ากับลูกแกะ กาลครั้งหนึ่ง ณ ป่าอันกว้างใหญ่ มีลูกแกะขนปุยตัวน้อยเดินเล่นอย่างเพลิดเพลิน จนมาเจอเข้ากับลำ ธารแห่งหนึ่ง มันจึงแวะดื่ม น้ำ ด้วยความกระหายพร้อมพูดออกมาว่า "วันนี้อากาศดีจังเลย ข้าคิดว่าจะวิ่งเล่นต่ออีกสักหน่อย กลับบ้านช้าแค่นิดเดียว คุณแม่แกะคง ไม่ว่าอะไรหรอกเนอะ" คิดได้ดังนั้น เจ้าลูกแกะก็หัวเราะอย่างร่าเริง แล้วก้มกินน้ำ ต่อไปจะได้มีแรงเล่นเต็มที่ แต่บังเอิญมีหมาป่าตัวหนึ่งเดินมายังลำ ธาร แห่งเดียวกันพอดี และโชคร้ายที่นั่นคือหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ นิสัยไม่ดี แถมยังหิวโซอีกซะด้วย เมื่อมันมองเห็นลูกแกะก็คิดจับมาเป็นอาหาร พร้อมคิดอุบายหลอกล่อทันที "นี่ เจ้าแกะน้อย รู้รึเปล่าว่าเจ้ากำ ลังทำ อะไรผิดอยู่ ?" หมาป่าพูดขู่ขึ้นมาเสียงดังลั่น จนลูกแกะตัวสั่นเพราะหวาดกลัว "ขาทำ อะไรผิดงั้นหรือท่านหมาป่า ? ข้าแค่กินน้ำ อยู่ตรงนี้เท่านั้น" ลูกแกะเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ "กินน้ำ นั่นแหละคือความผิดของเจ้า เพราะเจ้าทำ ให้น้ำ มันขุ่นข้นไปหมด ข้าดื่มเข้าไปไม่ได้ เจ้าต้องถูกข้าลงโทษ" หมาป่าตอบ กลับอย่างหัวเสีย "แต่ว่าท่านหมาป่า.. ข้ากินน้ำ อยู่ปลายลำ ธาร ส่วนตัวท่านนั้นอยู่ต้นลำ ธาร กระแสน้ำ ก็พัดมาทางนี้ ข้าจะทำ ให้น้ำ ขุ่นข้นได้ อย่างไรเล่า" ลูกแกะยังคงเถียงสุดตัวจนหมาป่าเริ่มโมโหยิ่งขึ้น และออกอุบายอื่นอีก "เจ้าจะไม่รับผิดเรื่องนี้ก็ได้ แต่ข้ารู้นะว่าเมื่อปีกลาย เจ้าได้พูดว่าร้ายข้าลับหลัง ทำ ให้ข้าเสียชื่อเสียง และสัตว์ตัวอื่นก็พาลจะเกลียดข้ากัน ไปหมด เจ้าต้องถูกลงโทษ !" หมาป่าสร้างเรื่องโกหกคำ โตเป็นครั้งที่สอง ทำ เอาเจ้าลูกแกะงุนงงเข้าไปอี "แต่ว่าท่านหมาป่า.. ตอนนั้นข้ายังไม่เกิดมาบนโลกเลยด้วยซ้ำ ข้าจะไปพูดว่าร้ายท่านได้ยังไงกันเล่า" ลูกแกะตอบตามความ สัตย"งั้นก็ต้องเป็นพี่น้องของเจ้าสักคนหนึ่งนั่นแหละ มาให้ข้ากินเป็นการลงโทษซะดี ๆ" หมาป่าเริ่มทนไม่ไหว ทำ ไมเจ้าลูกแกะตัวนี้ถึงได้ ดื้อดึง เถียงคำ ไม่ตกฟากแบบนี้ "แต่ว่าท่านหมาป่า.. ข้าสาบานว่าข้าเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้อง" ลูกแกะตอบเสียงอ่อน "โอ๊ย ! ไม่งั้นก็เป็นพ่อแม่ของเจ้านั่นแหละที่พูดไม่ดีถึงข้า ยังไงข้าก็ต้องกินเจ้าเป็นการลงโทษ" หมาป่าตอบอย่างเกรี้ยวกราด แล้ว ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาลูกแกะตัวน้อย 4
นิทานอีสป สุนัขจิ้งจอกกับพวงองุ่น กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ป่าผืนใหญ่ที่เหล่าสัตว์ได้อาศัยพักพิงเกิดความแห้งแล้งกันดาร มีแหล่งน้ำ และอาหารไม่เพียงพอต่อ การประทังชีวิต เจ้าสุนัขจิ้งจอกที่อาศัยอยู่ที่แห่งนี้มาเนิ่นนาน จึงตัดสินใจออกเดินทางด้วยหวังใจว่าจะเจอกับแหล่งหากินอันอุดม สมบูรณ์ มันเริ่มเดินรอนแรมอยู่หลายวัน ไม่ได้กินแม้กระทั่งน้ำ สักหยดจนเริ่มหมดแรง "เอายังไงล่ะเรา เดินมาไกลขนาดนี้แล้วยังไม่ เจออะไร ควรตัดใจแล้วกลับไปที่เดิมดีไหมนะ" สุนัขจิ้งจอกผู้หิวโหยบ่นกับตัวเอง "ไหน ๆ ก็มาแล้ว เดินต่อไปอีกหน่อยก็แล้วกันนะ" มันจึงรุดหน้าเดินต่อไปอย่างอ่อนแรง เดินมาได้สักพักไม่ทันเหนื่อยนัก เจ้าสุนัขจิ้งจอกก็เหลือบไปเห็นองุ่นพวงโตแดงฉ่ำ น่ากิน "นี่ไง ! โชคดีแล้วเรา เจอองุ่นพวงใหญ่ขนาด นี้ ถ้าได้ลิ้มลองคงหวานฉ่ำ และอิ่มท้องหลายวันแน่ ๆ" สุนัขจิ้งจอกไม่รอช้ารีบกระโดดคว้าองุ่นในทันใด "ฮึบ ! อีกนิดเดียว... ฮึบ !" เจ้าสุนัขส่งเสียงให้กำ ลังใจตัวเองอย่างฮึกเหิม แต่ทำ อย่างไรก็ยังกระโดดไม่ถึงพวงองุ่นสักที "ลองกระโดดจากหินก้อนนั้นดู น่าจะทุ่นแรงและเอื้อมถึงองุ่นพวงนี้ง่ายขึ้นอยู่นะ" ว่าแล้วสุนัขจิ้งจอกจึงเดินไปยังก้อนหินนั้น พร้อม กระโดดขึ้นจนสุดแรง "ฮึบ ! โธ่ อีกเพียงเอื้อมก็จะได้ลิ้มรสองุ่นแล้ว" สุนัขจิ้งจอกบ่นอย่างท้อใจ แล้วพยายามขึ้นไปบนก้อนหินเพื่อ กระโดดอีกครั้ง "ฮึบ !" สุดท้ายมันก็พลาด ไม่อาจคว้าองุ่นมากินได้ "อันที่จริงองุ่นพวงนี้ก็ไม่เห็นจะน่ากินสักเท่าไรนัก ถ้าเรากัดเข้าไป อาจเปรี้ยวจี๊ดจนกินไม่ไหวเลยก็ได้" สุนัขจิ้งจอกแสร้งบ่นแล้วเดินทางต่อด้วยความหิวโซ พร้อมหลอกตัวเองในใจเรื่อยไปว่า "ฉันมี ความอดทนและความพยายามนะ แต่องุ่นพวงนั้นคเปรี้ยวเกินที่ฉันจะกินได้"นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อคิดจะทำ สิ่งใดก็ควรทำ ให้สุดกำ ลังที่มี อย่ายอมแพ้แม้ว่าสิ่งนั้นต้องใช้เวลานานเพียงใดก็ตาม เพราะสุดท้ายแล้วความพยายามจะ นำ มาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีกว่าเสมอ ดังนั้นเด็ก ๆ จึงไม่ควรทำ ตามสุนัขจิ้งจอกผู้มัวโทษสิ่งอื่นรอบตัว แต่กลับลืมนึกไปว่าตนเองนั่นแหละที่ไม่ พยายามมากพอ 5
นิทานอีสป ลาโง่กับสิงโต กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสิงโตเจ้าป่าอยู่ตัวหนึ่ง มันมักจะออกล่าเหยื่อเพียงลำ พัง และทุกครั้งก่อนออกล่าก็ต้องส่งเสียงร้องคำ รามลั่นป่า ตามสัญชาตญาณทุกครั้งไป ในช่วงแรกก็มีสัตว์ให้สิงโตได้กินอย่างอิ่มหนำ สำ ราญ แทบจะไม่ต้องออกแรงวิ่งตามให้เหนื่อยสักนิด แต่ช่วงหลังมานี้ เหล่าสัตว์ที่ตกเป็นเหยื่อทั้งหลายเริ่มรู้ว่า ก่อนออกล่าเจ้าป่าจะชอบส่งเสียงคำ รามดังก้อง แม้มองไม่เห็นตัวของมัน แต่ก็พอเดาได้ว่าเสียงนั้นมาจาก ทิศทางใดกันแน่ "เสียงสิงโตร้องคำ รามอีกแล้ว น่าจะดังมาจากภูเขาลูกนั้นแน่เลย" เสียงกวางหนุ่มหันไปบอกเจ้าหมูป่าที่กำ ลังแทะผลไม้อย่างเอร็ดอร่อย หมูป่าหัน ขวับขึ้นมาด้วยท่าทางตกใจ "ถ้าอย่างนั้นเรารีบวิ่งหลบไปอีกฝั่งแม่น้ำ กันดีกว่า !" หมูป่าเอ่ยชวนเจ้ากวาง แล้วทั้งคู่ก็วิ่งออกไปพร้อมตะโกนบอกสัตว์ อื่นให้หนีไปทางแม่น้ำ กัน "สิงโตมาแล้ว มันกำ ลังจะมาล่าเหยื่อแล้ว รีบวิ่งไปอีกฝั่งของแม่น้ำ กันพวกเรา !" เสียงหมูป่าและกวางหนุ่มร้องเตือนด้วยความตื่นกลัว เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเหล่าสัตว์เล็กสัตว์น้อยเลยไหวตัวทัน พากันวิ่งหนีออกไปอีกทาง ทำ ให้สิงโตเจ้าป่าต้องตามไปสุดฝีเท้า กว่าจะได้กินเหยื่อแต่ละครั้งก็ เหนื่อยจนแทบหมดแรง "เห็นทีจะวิ่งไล่เจ้าสัตว์ป่าพวกนี้ไม่ไหวแล้วเรา คงต้องหาแผนการใหม่ซะแล้ว" สิงโตบ่นกับตัวเองขณะกินเหยื่อที่อุตส่าห์ออกล่าอย่างยากลำ บาก อยู่มาวันหนึ่ง สิงโตรู้ว่ามีลาโง่ผู้ชอบโอ้อวดอยู่อีกฟากของป่า ทำ ให้มันคิดแผนใหม่ได้ จึงออกเดินทางไปชวนให้เจ้าลาตัวนั้นมาเป็นเพื่อนล่าเหยื่อด้วย กัน "เจ้าลาหนุ่มผู้ปราดเปรื่อง ตอนนี้ข้ากำ ลังหาเพื่อนมาล่าเหยื่อด้วยกัน เจ้าสนใจอยากมาเป็นคู่หูรู้ใจกับข้าหรือไม่" สิงโตกล่าวกับลาด้วยนัยน์ตามี เลศนัย ได้ยินอย่างนั้นเจ้าลาก็ยิ่งดีใจ ไม่คิดว่าจะมีสิงโตผู้น่าเกรงขามมาขอเป็นเพื่อน "ท่านเจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่มาชวนข้าด้วยตัวเองอย่างนี้ มีหรือที่จะ ปฏิเสธได้ ถ้าอย่างนั้นเราไปล่าเหยื่อด้วยกันเถิด สิงโตเพื่อนรัก" เจ้าลาโง่กล่าวด้วยความซื่อไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วสิงโตไม่ได้มองว่ามันเป็นเพื่อนสักนิด แถมยังยินยอมตามเจ้าป่าไปแบบไม่มีข้อแม้ เมื่อเวลาออกล่าเหยื่อมาถึง สิงโตใช้กลอุบายให้ลาซ่อนตัวในพุ่มไม้แล้วก็เปล่งเสียงออกมาแบบดังที่สุด "เจ้าซ่อนตัวในพุ่มไม้นี่นะลาเพื่อนรัก พอข้า เดินไปถึงฝั่งตรงข้ามเจ้าก็ร้องคำ รามเสียงอันน่าเกรงขามมาได้" สิงโตพูดพร้อมวิ่งออกไปอีกทาง "เราจะไม่ทำ ให้เจ้าผิดหวังเลย สิงโตเพื่อนรักเอ๋ย" จากนั้นลาโง่ก็คำ รามออกมาสุดกำ ลัง พอสัตว์อื่นได้ยินเสียงประหลาดของมันเลยตกใจ แล้วพากัน วิ่งหนีไปฝั่งที่สิงโตดักเอาไว้อีกทาง 6
กระต่ายกับเต่า วันหนึ่ง กระต่ายป่าหัวเราะเต่าว่าขาสั้นและเดินเชื่องช้า เมื่อเต่าได้ยินจึงท้าทายกลับไปว่า "ถึงเจ้าจะวิ่งเร็ว แต่ข้าคิดว่าถ้าเรา ลองมาแข่งกัน ข้าจะต้องเอาชนะเจ้าได้แน่" แต่กระต่ายป่ากลับมั่นใจว่าเต่าไม่มีทางเอาชนะมันได้แน่นอน มันจึงตอบตกลง โดยให้สุนัข จิ้งจอกมาเป็นผู้ตัดสิน เมื่อถึงวันแข่งขัน กระต่ายป่ากับเต่าก็มาวิ่งแข่งกัน เต่าค่อย ๆ เดินอย่างเชื่องช้า แต่สม่ำ เสมอและไม่หยุดพัก ส่วน กระต่ายป่าวิ่งนำ เต่าไปมาก ก็ชะล่าใจคิดว่าถ้างีบหลับสักครู่เต่าก็คงยังตามไม่ทัน จนเวลาผ่านไปกระต่ายป่าสะดุ้งตื่น มองซ้าย มองขวาไม่ เห็นเต่า จึงรีบวิ่งอย่างสุดแรงแต่ก็ช้าไปเสียแล้ว เต่าได้มาถึงเส้นชัยก่อนและกำ ลังนอนพักผ่อนอย่างสบาย 7