The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

12. ภาคผนวก ข คู่มือ - E-book -POTATO

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Supphanat Phisaiphan, 2020-10-29 11:31:26

POTATO

12. ภาคผนวก ข คู่มือ - E-book -POTATO

ค่มู ือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ใ น ก า ร ต ร ว จ ป ล่ อ ย สิน ค ้า ป ร ะ เ ภ ท มัน ฝ ร ่ัง

ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์

คานา

กรมศลุ กากร เปน็ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังที่มีหน้าทีห่ ลกั คือ จัดเกบ็ ค่าภาษีอากรจาก
สนิ ค้าท่ีมีการนาเข้าและสง่ ออก มงุ่ เน้นการจดั เก็บค่าภาษอี ากรท่ีเป็นธรรมและโปร่งใส ซ่งึ การจดั เกบ็ ภาษี การ
ตรวจปล่อยสินคา้ ขาเข้าน้ัน เจ้าหน้าทศ่ี ลุ กากรจะต้องมีความรแู้ ละข้อมลู ทคี่ รบถ้วนในการตรวจสอบสนิ ค้า เช่น
การจาแนกและตรวจสอบประเภทพิกัดของสินค้าต่างๆ เป็นตน้ โดยเฉพาะอย่างย่ิง สินค้าบางประเภทท่ีมี
ผลกระทบตอ่ เศรษฐกจิ เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมภายในประเทศทม่ี ักจะมีอตั ราอากรสูง โดยเฉพาะสนิ ค้า
เกษตรท่ีหากมีมีปริมาณการนาเข้าเป็นจานวนมาก ซ่ึงหน่ึงในสินคา้ เกษตรท่ีมีอัตราอากรสูงได้แก่ สินค้า
ประเภทมันฝร่ัง ดังนั้น เจ้าหนา้ ทีศ่ ุลกากรจงึ จาเปน็ ต้องมคี วามรู้ ขอ้ มูล และแนวทางการตรวจสอบสินคา้ ท่ี
ครบถ้วนถูกต้อง เพอ่ื ให้สามารถตรวจสอบสินค้าประเภทดังกล่าวได้อย่างถูกตอ้ ง ใชร้ ะยะเวลาในการตรวจ
ปลอ่ ยสนิ ค้าได้อย่างรวดเรว็ และสามารถจดั เก็บค่าภาษอี ากรได้อย่างถกู ต้องครบถ้วน

ด้วยเหตุน้ี ข้าพเจ้าจงึ มีความสนใจและมีแนวความคิดในการเพ่ิมประสิทธิภาพการตรวจสอบสินค้า
ขาเข้าประเภทมนั ฝร่ัง โดยจดั ทาคู่มือในรูปแบบของหนังสืออิเล็กทรอนกิ ส์ (E-book) เพ่อื เพิม่ พูนความรู้และ
ความเข้าใจในตัวสินค้าดังกลา่ วให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากร เพ่ือให้การจัดเก็บอากรได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน
อกี ทง้ั จะเปน็ การช่วยลดระยะเวลาในการปฏบิ ัติงาน และหวงั เป็นอย่างยงิ่ ว่า “คู่มือ” ฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์
ตอ่ เจา้ หน้าที่ และมคี วามยนิ ดีในการรบั ข้อคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะอันเป็นประโยชน์ เพือ่ นามาแก้ไขปรับปรุง
คูม่ อื ดังกลา่ ว ใหม้ ีความถูกตอ้ ง สมบูรณ์ และสอดคล้องกบั สถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงต่อไป

นางสาวศุภณัฏฐ์ พิสยั พนั ธ์
ผูจ้ ดั ทา

พฤศจกิ ายน 2563

ส า ร บั ญ

ข้อกฎหมายทเี่ ก่ียวข้อง หนา้
1. พระราชบัญญัตศิ ุลกากร พ.ศ. 2560
2. พระราชบญั ญัติการส่งออกไปนอกและการนาเขา้ มาในราชอาณาจักรซ่ึงสนิ คา้ พ.ศ. ๒๕๒๒ 1
3. พระราชบญั ญัติกกั พชื พ.ศ. 2507 2
4. พระราชบญั ญัติอาหาร พ.ศ. 2522 2
5. พระราชกาหนดพิกดั อัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 2
6. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การนาเข้าสนิ ค้าประเภทมันฝร่ัง 3
8
ความรทู้ ว่ั ไปเก่ยี วกบั พืชประเภทมันฝรง่ั และมันเทศ 10

ข้นั ตอนการนาเขา้ สินคา้ พืชเกษตรมันฝรง่ั ของผู้ประกอบการ 13

ข้ันตอนการตรวจสอบสินค้าพืชเกษตรมันฝรงั่ 14

ค่มู ือเพื่อเพิ่มประสิทธิ ภาพ

ใ น ก า ร ต ร ว จ ป ล่ อ ย สิ น ค้า ป ร ะ เ ภ ท มัน ฝ ร่ัง

ตามประกาศกระทรวงพาณิ ชย์

ข้อกฎหมายทเี่ ก่ยี วข้อง

1. พระราชบญั ญตั ิศลุ กากร พ.ศ. 2560
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญตั นิ ้ี
“อากร” หมายความว่า อากรศุลกากรท่ีจัดเก็บกับของท่ีนาเข้ามาในหรือส่งออกไปนอก

ราชอาณาจักรตามพระราชบญั ญัตินีแ้ ละกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรหรือกฎหมายอ่นื ทกี่ าหนดให้เป็น
อากรศลุ กากร

“ผู้นาของเขา้ ” ให้หมายความรวมถงึ เจ้าของ ผู้ครอบครอง หรอื ผ้มู สี ่วนได้เสียในของใด ๆ นบั แต่
เวลาท่ีนาของนั้นเข้ามาในราชอาณาจักรจนถงึ เวลาท่ีพนักงานศลุ กากรได้ส่งมอบให้ไปโดยถกู ต้องพ้นจาก
อารักขาของพนักงานศุลกากร

“พนักงานศุลกากร” หมายความวา่
(๑) บุคคลซึ่งรับราชการในกรมศุลกากรและไดร้ ับการแต่งตั้งจากอธิบดีให้ปฏิบัติหน้าท่ี

ของตนตามปกตหิ รือให้ปฏิบัตหิ นา้ ทเี่ ฉพาะการ
(๒) เจ้าหน้าท่ที หารเรอื นายอาเภอ หรอื ปลัดอาเภอ ซึ่งไดร้ บั การแต่งต้งั เปน็ พิเศษจากอธบิ ดี

ใหก้ ระทาการแทนกรมศลุ กากร
(๓) เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐอื่นซ่ึงรัฐมนตรีแต่งต้ังให้กระทาการเป็นพนักงาน

ศลุ กากร
มาตรา ๑3 การนาของเขา้ มาในหรือสง่ ออกไปนอกราชอาณาจักร ให้เรยี กเก็บอากรจากผู้นาของ

เข้าหรอื ผสู้ ง่ ของออกตามพระราชบัญญตั นิ ี้และตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร
ความรับผดิ ในอันจะต้องเสียอากรสาหรับของที่นาเข้ามาในหรือสง่ ออกไปนอกราชอาณาจักร

เกิดข้ึนในเวลาที่นาของเขา้ สาเรจ็ หรอื สง่ ของออกสาเรจ็ ตามมาตรา ๕๐
ผู้นาของเขา้ หรือผู้สง่ ของออกมีหนา้ ทเี่ สียอากรเมอื่ ได้ยื่นใบขนสินค้าต่อพนักงานศลุ กากรและ

พนักงานศุลกากรไดร้ บั และออกเลขทีใ่ บขนสนิ คา้ แลว้
มาตรา 14 การคานวณอากรสาหรบั ของทน่ี าเข้ามาในราชอาณาจักร ให้คานวณตามสภาพ

แหง่ ของ ราคาศุลกากร และพิกัดอตั ราศลุ กากร ท่ีเปน็ อยูใ่ นเวลาท่ีนาของเข้าสาเรจ็ เว้นแตก่ รณี ดงั ต่อไปน้ี
(๑) กรณีของทีเ่ ก็บไว้ในคลังสินคา้ ทัณฑ์บน ใหค้ านวณอากรตามสภาพแหง่ ของ ราคาศุลกากร

และพิกัดศุลกากร ท่ีเป็นอยใู่ นเวลาท่นี าเขา้ สาเร็จ แต่อัตราศลุ กากรให้ถือตามอัตราศุลกากรท่ีใช้อยู่ในเวลา
ซ่งึ ได้ปล่อยของเชน่ ว่าน้ันออกไปจากคลงั สินค้าทัณฑบ์ น ทั้งนี้ ไมว่ า่ จะปล่อยของออกไปในสภาพเดิมทีน่ าเข้า
มาหรือในสภาพอ่ืน

(๒) กรณีของที่เก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนสญู หายหรือถกู ทาลาย ใหค้ านวณอากรตามสภาพ
แหง่ ของ ราคาศลุ กากร และพิกัดอัตราศลุ กากร ทเ่ี ป็นอยูใ่ นเวลาทีน่ าของเข้าเก็บในคลงั สนิ ค้าทณั ฑบ์ นนน้ั

(๓) กรณขี องท่ีนาเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นของเพอ่ื การผา่ นแดนหรือเพือ่ การถ่ายลาและตอ่ มา
มีการขอเปล่ียนการผา่ นพิธกี ารศุลกากรเป็นของนาเขา้ ภายในระยะเวลาที่กาหนดไวใ้ นมาตรา ๑๐๒ วรรคสอง

1

ให้คานวณอากรตามสภาพแห่งของ ราคาศุลกากร และพิกัดอตั ราศลุ กากร ท่เี ปน็ อยูใ่ นเวลาทน่ี าของน้ันเขา้ มา
ในราชอาณาจักร

มาตรา ๑๗ การกาหนดราคาศุลกากรในกรณนี าของเข้าจะต้องรวมค่าประกันภัย ค่าขนส่งของ
คา่ ขนของลง ค่าขนของขึน้ และค่าจดั การต่าง ๆ ทเ่ี ก่ยี วเนือ่ งกับการขนสง่ ของทีน่ าเข้ามายังด่านศลุ กากร

ในกรณีที่ไม่มมี ูลคา่ ของรายการค่าประกันภัยหรือคา่ ขนสง่ ของ หรอื ไมม่ ีค่าขนของลง ค่าขนของ
ขึ้น หรือค่าจัดการต่าง ๆ ตามท่ีกาหนดในวรรคหนึ่ง การกาหนดมูลค่าของรายการดังกล่าวให้เป็นไปตามที่
อธบิ ดีประกาศกาหนด

2. พระราชบญั ญตั กิ ารสง่ ออกไปนอกและการนาเขา้ มาในราชอาณาจกั รซึ่งสินคา้ พ.ศ. ๒๕๒๒
มาตรา 4 “นาเขา้ ” หมายความวา่ นาหรือส่งเขา้ มาในราชอาณาจักรซงึ่ สนิ คา้
มาตรา ๕ ในกรณีทีจ่ าเป็นหรือสมควรเพ่อื ความมัน่ คงทางเศรษฐกิจ สาธารณประโยชน์ การสาธารณสุข

ความม่ันคงของประเทศ ความสงบเรียบร้อยหรอื ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรอื เพ่ือประโยชน์อืน่ ใดของรัฐ
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยอนุมตั ขิ องคณะรัฐมนตรมี ีอานาจประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาในเรื่อง
หนึ่งเรือ่ งใด ดังตอ่ ไปน้ี

(๑) กาหนดสนิ ค้าใดใหเ้ ปน็ สนิ ค้าท่ตี อ้ งหา้ มในการส่งออกหรอื ในการนาเขา้
(๒) กาหนดสนิ ค้าใดให้เป็นสินคา้ ท่ีต้องขออนญุ าตในการส่งออกหรือในการนาเข้า
(๓) กาหนดประเภท ชนิด คุณภาพ มาตรฐาน จานวน ปริมาตร ขนาด นา้ หนัก ราคา ชอ่ื ท่ใี ช้
ในทางการคา้ ตรา เครือ่ งหมายการค้า ถิ่นกาเนดิ สาหรบั สนิ ค้าที่ส่งออกหรอื นาเข้า ตลอดจนกาหนดประเทศท่ี
สง่ ไปหรอื ประเทศท่ีส่งมาซง่ึ สนิ คา้ ดงั กล่าว
(๔) กาหนดประเภทและชนิดของสนิ ค้าที่จะต้องเสยี คา่ ธรรมเนียมพิเศษในการส่งออกหรือ
ในการนาเข้า
(๕) กาหนดให้สินค้าใดทส่ี ่งออกหรอื นาเข้าเป็นสนิ ค้าที่ต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกาเนิด
สนิ ค้า หนังสอื รบั รองคุณภาพสนิ ค้า หรอื หนังสือรับรองอ่ืนใดตามความตกลงหรือประเพณีทางการคา้ ระหว่าง
ประเทศ
(๖) กาหนดมาตรการอ่นื ใดเพ่ือประโยชน์ในการจัดระเบียบในการส่งออกหรอื การนาเข้า
ตามพระราชบัญญัติน้ี
การแก้ไขเพมิ่ เตมิ หรือยกเลิกประกาศตามมาตรานี้ ใหน้ าความในวรรคหนงึ่ มาใชบ้ ังคับ
โดยอนุโลม
3. พระราชบญั ญัติกกั พชื พ.ศ. 2507
มาตรา 8 บคุ คลใดนาเข้าหรือนาผ่านซึง่ สิ่งต้องหา้ มต้องไดร้ บั อนุญาตจากอธิบดี และตอ้ งปฏบิ ัติ
ดงั ต่อไปน้ี
(2) การนาเข้าหรือนาผา่ นเพอ่ื การค้า หรือกิจการอื่นตามที่อธิบดปี ระกาศหรอื กาหนดโดย
คาแนะนาของคณะกรรมการ จะตอ้ งมีใบรับรองสุขอนามยั ของพืชกากับมาด้วย และตอ้ งผา่ นการวิเคราะห์
ความเสี่ยงศัตรูพืชและต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอ่ื นไขที่อธิบดีกาหนดโดยคาแนะนาของ
คณะกรรมการโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
4. พระราชบญั ญัติอาหาร พ.ศ. 2522
มาตรา 15 หามมใิ หผใู ดนาเขาซึ่งอาหารเพ่ือจาหนาย เวนแตจะไดรับใบอนุญาตจากผูอนุญาต
การขออนญุ าตและการอนญุ าตใหเปนไปตามหลักเกณฑวิธกี ารและเง่ือนไขที่กาหนดในกฎกระทรวง

2

มาตรา 31 ผูรับอนุญาตตามมาตรา 14 หรือมาตรา 15 ผูใดจะผลิตหรือนาเขาซ่ึงอาหาร
ควบคุมเฉพาะจะตองนาอาหารนน้ั มาขอขึ้นทะเบียนตารับอาหารตอผอู นุญาตเสยี กอน และเม่ือไดรับใบสาคัญ
การข้นึ ทะเบยี นตารบั อาหารแลวจงึ จะผลติ หรือนาเขาได

การขอข้ึนทะเบยี นและการออกใบสาคญั การขนึ้ ทะเบียนตารับอาหาร ใหเปนไปตามหลกั เกณฑ
วธิ กี ารและเง่ือนไขทก่ี าหนดในกฎกระทรวง

5. พระราชกาหนดพิกดั อตั ราศุลกากร พ.ศ. 2530
มาตรา 4 ของที่นาเข้ามาหรือพาเขา้ มาในหรือส่งหรือพาออกไปนอกราชอาณาจกั รนั้น ให้เรียก

เก็บและเสียอากรตามที่กาหนดไวใ้ นพกิ ัดอตั ราศุลกากรท้ายพระราชกาหนดน้ี หรือตามที่รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการคลงั ประกาศกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะรฐั มนตรีตามทบี่ ัญญตั ิไว้ในพระราชกาหนดนี้

มาตรา 12 เพื่อประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศหรือเพื่อความผาสกุ ของปร ะชาชนหรือ
เพ่ือความมน่ั คงของประเทศ รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงการคลังโดยความเหน็ ชอบของคณะรัฐมนตรี มอี านาจ
ประกาศลดอัตราอากรสาหรับของใดๆ จากอัตราทกี่ าหนดไวใ้ นพกิ ดั อัตราศุลกากร หรือ ยกเว้นอากรสาหรับ
ของใดๆ หรอื เรียกเกบ็ อากรพิเศษเพมิ่ ขึน้ สาหรบั ของใดๆ ไม่เกินร้อยละหา้ สิบของอัตราอากรทกี่ าหนดไว้ในพกิ ัด
อัตราศลุ กากรสาหรบั ของน้ัน ทั้งน้ี โดยจะกาหนดหลกั เกณฑ์และเงอ่ื นไขใดๆ ไว้ด้วยกไ็ ด้

การประกาศ การยกเลิกหรือเปล่ียน แปลงประกาศในวร รคหนึ่ง ให้ปร ะกาศใน ราชกิจ
จานุเบกษา

มาตรา 15 อธิบดีกรมศุลกากรมีอานาจตีความในพกิ ัดอัตราศุลกากรท้ายพระราชกาหนดน้ี
โดยวิธอี อกประกาศแจง้ พกิ ัดอัตราศุลกากร

การตคี วามตามวรรคหนึ่ง มใิ หม้ ผี ลยอ้ นหลงั
การตีความใหถ้ ือตามหลกั เกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากรในภาค 1 ท้ายพระราชกาหนดนี้
ประกอบกับคาอธบิ ายพิกัดศุลกากรระบบฮารโ์ มไนซ์ของคณะมนตรีความร่วมมือทางศุลกากรท่ีจัดต้ังขึ้น
ตามอนสุ ัญญาว่าดว้ ยการจัดต้ังคณะมนตรคี วามรว่ มมือทางศลุ กากร ซงึ่ ทาเมือ่ วนั ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2493
และประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสญั ญาดังกล่าวแล้วเม่ือวันท่ี 4 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2515

ภาค 1 หลกั เกณฑ์การตคี วามพิกดั อัตราศุลกากร
การจาแนกประเภทของของ ในพิกดั อตั ราศลุ กากรน้ีใหถ้ ือหลักเกณฑด์ งั ต่อไปน้ี

หลกั เกณฑ์ข้อ 1
ชอื่ ของหมวด ตอน และตอนยอ่ ย ได้กาหนดขึ้นเพือ่ ให้สะดวกแกก่ ารอา้ งองิ เท่านั้น ตาม
วัตถปุ ระสงค์ของกฎหมาย การจาแนกประเภทใหจ้ าแนกตามความของประเภทน้ันๆ ตามหมายเหตขุ องหมวด
หรอื ของตอนที่เกี่ยวข้องและตามขอ้ กาหนดดังต่อไปนี้ หากว่าประเภทหรือหมายเหตดุ งั กลา่ ว ไม่ไดร้ ะบุไวเ้ ป็น
อยา่ งอนื่

หลกั เกณฑข์ ้อ 2
(ก) ประเภทที่ระบถุ ึงของใด ใหห้ มายรวมถึงของนั้นท่ยี ังไม่ครบสมบูรณ์หรือยังไม่สาเร็จ
หากวา่ ในขณะนาเขา้ มีลักษณะอนั เปน็ สาระสาคัญของของท่ีครบสมบูรณห์ รอื สาเร็จแล้ว และให้หมายรวมถึง
ของทค่ี รบสมบูรณ์หรือสาเร็จแล้ว (หรอื ทีจ่ าแนกเข้าประเภทของที่ครบสมบูรณ์หรือสาเรจ็ แล้วตามนัยแห่ง
หลักเกณฑน์ ี้) ทนี่ าเขา้ มาโดยถอดแยกออกจากกันหรือยงั ไมไ่ ดป้ ระกอบเขา้ ดว้ ยกัน

3

ของตามวรรคแรก จะนาเขา้ มาต่างวาระก็ได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลกั เกณฑ์ที่อธิบดีกรม
ศุลกากรกาหนด

(ข) ประเภททร่ี ะบุถึงวัตถหุ รอื สารใด ให้หมายรวมถึงของผสมหรือของรวมทีม่ ีวัตถุหรือ
สารนั้นรวมอยู่กับวัตถุหรือสารอ่ืน ความท่ีระบุถึงของที่ทาด้วยวัตถุหรือสารใดให้หมายรวมถึงของท่ี
ประกอบดว้ ยวัตถหุ รือสารน้ันล้วนๆ หรือเพียงบางส่วน การจาแนกประเภทของของที่ประกอบด้วยวัตถุหรือ
สารมากกวา่ หน่ึงชนิดข้ึนไป ใหจ้ าแนกตามหลกั เกณฑ์ขอ้ 3

หลักเกณฑข์ ้อ 3
ของท่ีอาจจาแนกประเภทไดต้ ั้งแต่สองประเภทขึน้ ไปตามหลักเกณฑ์ข้อ 2 (ข) หรือตาม
เหตุผลอื่นใดก็ตาม ใหจ้ าแนกประเภทโดยถอื หลักเกณฑ์ดังตอ่ ไปนี้
(ก) ถ้าประเภทหนึ่งระบลุ ักษณะของของไว้โดยเฉพาะและประเภทอื่นระบไุ วอ้ ย่างกวา้ งๆ
ใหจ้ ัดของนน้ั เขา้ ประเภทที่ระบไุ วโ้ ดยเฉพาะ อยา่ งไรก็ตามเมอ่ื มีประเภทต้ังแตส่ องประเภทขึ้นไปตา่ งก็ระบุถึง
วัตถุหรอื สารส่วนหนึ่งสว่ นใดที่มอี ยู่ในของผสมหรือในของรวม หรือระบุถึงของบางชนดิ ในของทีจ่ ัดทาข้ึนเป็น
ชุดเพ่ือการขายปลีก ให้ถอื ว่าประเภทเหลา่ น้นั ระบุโดยเฉพาะถึงของดงั กล่าวเทา่ เทยี มกนั ถึงแม้วา่ ประเภทใด
ในประเภทต่างๆ เหล่านนั้ ระบุถงึ ลักษณะของของไดส้ มบรู ณ์หรือตรงกวา่ กต็ าม
(ข) ของผสม ของรวม ทีป่ ระกอบด้วยวัตถุตา่ งชนดิ กนั หรือทาขึ้นจากองค์ประกอบตา่ งกัน
และของที่จัดทาข้ึนเปน็ ชุดเพอ่ื การขายปลีก ซึ่งไมอ่ าจจาแนกประเภทตามหลักเกณฑ์ข้อ 3 (ก) ได้ ให้จาแนก
ประเภทโดยถือเสมือนวา่ ของน้ันประกอบด้วยวตั ถหุ รือองคป์ ระกอบที่แสดงลักษณะอันเป็นสาระสาคัญของ
ของนนั้ เท่าทจี่ ะใช้หลกั น้ไี ด้

(ค) เม่ือของใดไม่อาจจาแนกประเภทตามหลักเกณฑ์ขอ้ 3 (ก) หรอื 3 (ข) ได้ ให้จาแนก
เข้าประเภททีล่ าดบั ไว้หลังสดุ ในบรรดาประเภทท่อี าจจาแนกเขา้ ได้โดยเท่าเทยี มกัน

หลักเกณฑ์ขอ้ 4

ของซึ่งไม่อาจจาแนกประเภทตามหลกั เกณฑ์ข้างต้นได้ ให้จาแนกเขา้ ประเภทเดียวกนั กับ
ของซึง่ ใกล้เคียงกับของน้นั มากทส่ี ดุ

หลกั เกณฑข์ อ้ 5

นอกจากขอ้ กาหนดขา้ งต้นแล้ว หลักเกณฑ์ตอ่ ไปนีใ้ หใ้ ช้กบั ของทร่ี ะบไุ ว้
(ก) กระเป๋ากล้องถา่ ยรปู หีบเคร่ืองดนตรี กระเป๋าปืน กล่องอุปกรณ์เขียนแบบ กล่อง
สรอ้ ยคอและภาชนะบรรจุทค่ี ล้ายกัน ที่ทารูปทรงหรือขนาดเป็นพิเศษเพอ่ื บรรจุของหรอื ชดุ ของของโดยเฉพาะ
ใช้ได้คงทนและนาเข้ามาด้วยกันกับของที่มีเจตนาใช้ร่วมกันให้จาแนกตามประเภทของของที่บรรจุ ถ้าตามปกติ
เป็นชนิดที่ตอ้ งขายพรอ้ มกัน อย่างไรก็ตามหลกั เกณฑ์นไี้ ม่ให้ใช้กบั ภาชนะบรรจุท่ีเห็นได้วา่ มลี ักษณะอันเป็น
สาระสาคญั ในตัวเอง
(ข) ภายใต้บังคบั ของหลกั เกณฑ์ขอ้ 5 (ก) ข้างต้น วัตถแุ ละภาชนะสาหรับใช้ในการบรรจุ
ที่บรรจขุ องเข้ามา ให้จาแนกเข้าประเภทเดียวกนั กับของน้ัน ถา้ วัตถแุ ละภาชนะน้ันเป็นชนิดที่ตามปกติใช้
สาหรับบรรจุของดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ไมใ่ ห้ใชข้ อ้ กาหนดน้ีเม่อื เหน็ ได้ชัดว่าวตั ถุและภาชนะสาหรับใช้ในการ
บรรจุนั้นเหมาะสาหรับใช้ซ้าไดอ้ กี

4

หลักเกณฑ์ขอ้ 6 ตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย การจาแนกประเภทของของเข้าใน
ประเภทยอ่ ยของประเภทใดประเภทหน่งึ ให้เป็นไปตามความของประเภทยอ่ ยทีเ่ กยี่ วขอ้ งและตามหลักเกณฑ์
ขา้ งตน้ โดยอนโุ ลม โดยพิจารณาเปรียบเทยี บในระหว่างประเภทยอ่ ยที่อยู่ในระดับเดียวกนั ตามวตั ถุประสงค์
ของหลกั เกณฑน์ ใี้ หใ้ ชห้ มายเหตขุ องหมวดและของตอนที่เกยี่ วข้องด้วย เว้นแต่จะมขี ้อความระบไุ วเ้ ปน็ อยา่ งอื่น

ภาค 2 พกิ ดั อัตราอากรขาเขา้

หมวด 2
ผลิตภัณฑ์จากพืช

หมายเหตุ

1. ในหมวดนคี้ าวา่ "เพลเลต" หมายถึง ผลติ ภัณฑท์ ีท่ าให้เกาะหรือติดรวมกันโดยการอดั โดยตรง หรือโดย
การเตมิ สารยดึ (ไบน์เดอร์) ในอัตราส่วนไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 3 โดยน้าหนกั

ตอนที่ 7
พืชผกั รวมทงั้ รากและหวั บางชนดิ ที่บริโภคได้

หมายเหตุ
1. ตอนน้ไี ม่คลุมถงึ ผลติ ภัณฑ์จากพชื ท่ใี ชเ้ ปน็ อาหารสัตว์ตามประเภทที่ 12.14
2. ตามประเภทที่ 07.09 07.10 07.11 และ 07.12 คาวา่ "พืชผัก" ให้รวมถึงเห็ดชนดิ มัชรมู เห็ด

ชนดิ ทรัฟเฟลิ ผลมะกอก เคเปอร์ แฟง ฟักทอง มะเขือ ขา้ วโพดหวาน (ซีเมย์พันธแ์ุ ซกคาราตา) พริกในตระกูล
แคปซกิ ัมหรอื ตระกูลพเิ มนตา ตน้ เทียนขา้ วเปลอื ก ผกั ชีฝร่ัง เชอร์วิล ทาร์รากอน เครส และสวีทมารจ์ อแรม
(มาจอรานาฮอร์เทนซสิ หรือโอรกิ านัมมาจอรานา) ที่บรโิ ภคได้

3. ประเภทท่ี 07.12 คลุมถงึ พชื ผกั ทงั้ หมดตามประเภทที่ 07.01 ถงึ 07.11 ที่แห้ง นอกจาก
(ก) พืชผักตระกูลถัว่ แหง้ และเอาเปลอื กออก (ประเภทที่ 07.13)
(ข) ขา้ วโพดหวานในลักษณะทร่ี ะบุไว้ ตามประเภทท่ี 11.02 ถึง 11.04
(ค) แปง้ แปง้ หยาบ ผง เกลด็ เมด็ และเพลเลต ท่ที าจากมนั ฝรั่ง (ประเภทที่ 11.05)
(ง) แป้ง แป้งหยาบ และผง ทาจากพืชผักตระกูลถั่วท่ีแหง้ ตามประเภทที่ 07.13 (ประเภทที่

11.06)
4. อย่างไรก็ตาม ตอนน้ีไม่รวมถึงพริกในตระกูลแคปซิกัมหรือตระกูลพิเมนตาท่ีแห้งหรือบดหรือป่น

(ประเภทที่ 09.04)

ประเภท ประเภทยอ่ ย รายการ
07.01 มนั ฝร่งั สดหรอื แชเ่ ยน็
0701.10.00 - ใชส้ าหรับการเพาะปลกู
0701.90 - อ่นื ๆ
0701.90.10 - - ชิปปงิ โปเตโต
0701.90.90 - - อื่น ๆ

5

EXPLANATORY NOTES (EN 2017)

CHAPTER 7 EDIBLE VEGETABLES AND CERTAIN ROOTS AND TUBERS

Chapter Notes

1.-This Chapter does not cover forage products of heading 12.14.

2.-In headings 07.09, 07.10, 07.11 and 07.12 the word "vegetables" includes
edible mushrooms, truffles, olives, capers, marrows, pumpkins, aubergines, sweet corn (Zea
mays var. saccharata), fruits of the genus Capsicum or of the genus Pimenta, fennel, parsley,
chervil, tarragon, cress and sweet marjoram (Majorana hortensis or Origanum majorana).

3.-Heading 07.12 covers all dried vegetables of the kinds falling in headings
07.01 to 07.11, other than:

(a) dried leguminous vegetables, shelled (heading 07.13);

(b) sweet corn in the forms specified in headings 11.02 to 11.04;

11.05); (c) flour, meal, powder, flakes, granules and pellets of potatoes (heading

(d) flour, meal and powder of the dried leguminous vegetables of heading
07.13 (heading 11.06).

4.-However, dried or crushed or ground fruits of the genus Capsicum or of the
genus Pimenta are excluded from this Chapter (heading 09.04).

GENERAL

This Chapter covers vegetables, including the products listed in Note 2 to the
Chapter, whether fresh, chilled, frozen (uncooked or cooked by steaming or boiling in water),
provisionally preserved or dried (including dehydrated, evaporated or freeze-dried). It should
be noted that some of these products when dried and powdered are sometimes used as
flavouring materials but nevertheless remain classified in heading 07.12.

The term "chilled" means that the temperature of a product has been reduced,
generally to around 0 oC, without the product being frozen. However, some products, such
as potatoes, may be considered to be chilled when their temperature has been reduced to
and maintained at + 10 oC.

The expression "frozen" means that the product has been cooled to below the
product's freezing point until it is frozen throughout.

Unless the context otherwise requires, vegetables of this Chapter may be whole,
sliced, chopped, shredded, pulped, grated, peeled or shelled.

6

The Chapter also includes certain tubers and roots with a high starch or inulin
content, fresh, chilled, frozen or dried, whether or not sliced or in the form of pellets.

Vegetables not presented in a state covered by any heading of this Chapter are classified in
Chapter 11 or Section IV. For example, flour, meal and powder of dried leguminous
vegetables and flour, meal, powder, flakes granules and pellets of potatoes are classified in
Chapter 11, and vegetables prepared or preserved by any process not provided for in this
Chapter fall in Chapter 20.

However, it should be noted that homogenisation, by itself, does not qualify a
product of this Chapter for classification as a preparation of Chapter 20.

It should also be noted that vegetables of this Chapter remain classified here even if put up
in airtight containers (e.g., onion flour in cans). In most cases, however, products put up in
these packings have been prepared or preserved otherwise than as provided for in the
headings of this Chapter, and are therefore excluded (Chapter 20).

Similarly, products of this Chapter remain classified here (e.g., fresh or chilled
vegetables) when subjected to packaging by means of a Modified Atmospheric Packaging
(MAP) process. In a MAP process the atmosphere surrounding the product is altered or
controlled (e.g., by removing or reducing the oxygen content and replacing it with or
increasing the nitrogen or carbon dioxide content).

Fresh or dried vegetables fall in this Chapter whether intended for use as food,
for sowing or for planting (e.g., potatoes, onions, shallots, garlic, leguminous vegetables).
However, the Chapter does not cover seedling vegetables in a condition for replanting
(heading 06.02).

In addition to the exclusions mentioned above and in the Chapter Notes, this
Chapter does not include:

(a) Chicory plants or chicory roots (heading 06.01 or 12.12).

(b) Certain vegetable products used as raw materials in the food industries
e.g., cereals (Chapter 10) and sugar beet and sugar cane (heading 12.12).

(c) Flour, meal and powder of roots or tubers of heading 07.14 (heading

11.06).

(d) Certain plants and parts of plants, although sometimes used for
culinary purposes e.g., basil, borage, hyssop, all species of mint, rosemary, rue, sage and
dried roots of burdock (Arctium lappa) (heading 12.11).

(e) Edible seaweeds and other algae (heading 12.12).

(f) Swedes, mangolds, fodder roots, hay, lucerne (alfalfa), clover, sainfoin,
forage kale, lupines, vetches and similar forage products (heading 12.14).

7

(g) Beet or carrot tops (heading 23.08).

07.01 Potatoes, fresh or chilled (+).
0701.10 Seed
0701.90 Other

This heading covers fresh or chilled potatoes of all kinds (other than sweet
potatoes of heading 07.14). The heading includes, inter alia, seed potatoes intended for
sowing and new potatoes.

Subheading Explanatory Note.

Subheading 0701.10

For the purposes of subheading 0701.10, the expression “seed” covers only
potatoes which are regarded by the competent national authorities as intended for sowing.

6. ประกาศกระทรวงพาณิชย์ทเ่ี กี่ยวข้องกับการนาเข้าสินค้าประเภทมันฝรง่ั

6.1 ประกาศกระทรวงพาณิชย์วา่ ด้วยการนาสนิ ค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบบั ท่ี 49)
พ.ศ. 2530 ลงวันท่ี 27 มนี าคม 2530

ข้อ 4. ใหห้ วั มันฝรั่งเป็นสนิ ค้าทต่ี อ้ งขออนุญาตในการนาเขา้ มาในราชอาณาจกั ร
ข้อ 5. จะอนุญาตให้นาหัวมันฝรงั่ เข้ามาในราชอาณาจักรไดเ้ ฉพาะเพื่อใช้ทาพันธ์ุในปริมาณที่
เหมาะสมเทา่ น้ัน โดยให้องคก์ รคลังสินค้า กระทรวงพาณชิ ย์ เป็นผนู้ าเขา้ แต่เพยี งผู้เดียว
ข้อ 6. ความในข้อ 4 ไม่ใช้บังคับแก่กรณีท่ีเป็นการนาติดตัวเข้ามาเพ่ือใช้เฉพาะตัว หรือ
ยานพาหนะนาเขา้ มาเพอ่ื ใช้ในยานพาหนะนั้น หรอื นาเขา้ มาเพือ่ เปน็ ตวั อยา่ งเท่าท่ีจาเปน็

6.2 ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรือ่ ง การแก้ไขพิกัดอตั ราศุลกากรของสนิ ค้าท่ีมมี าตรการนาเขา้
ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นไปตามพระราชกาหนดพิกัดอตั ราศุลกากร(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2555
พ.ศ. 2556

ข้อ 4 ให้พกิ ัดอัตราศุลกากรของสนิ ค้าทมี่ ีมาตรการนาเข้าตามประกาศกระทรวงพาณิชย์บาง
ฉบับเปน็ ไปตามพิกัดอัตราศลุ กากรตามบญั ชีแนบท้ายประกาศน้ี

รหสั พกิ ดั ศลุ กากรและรหสั สถติ ิสนิ ค้า

(1) 0701.10.00.000 – ใชส้ าหรับการเพาะปลูก
(2) 0701.90.10.000 -- ชปิ ปิงโปเตโต
(3) 0701.90.90.001 -- ท่ไี ม่ใช้สาหรบั การเพาะปลูก ทง้ั หวั (สาหรับบรโิ ภค)
(4) 0701.90.90.002 -- ทีไ่ มใ่ ช้สาหรบั การเพาะปลูก ปอกเปลอื กหั่นเป็นชน้ิ
(5) 0701.90.90.090 -- ที่ไมใ่ ชส้ าหรบั การเพาะปลกู อนื่ ๆ

ระเบียบและหลกั เกณฑก์ ารนาเข้า ตอ้ งขออนุญาตนาเขา้ โดยจะอนุญาตให้นาเขา้ ในกรณดี ังน้ี
1. ต้องขออนุญาตนาเข้า โดยจะอนุญาตให้นาเข้ามาได้ในกรณีท่ีเกิดการขาดแคลน

ภายในประเทศ
2. นาเข้าจากประเทศสมาชิก WTO หรือภาคแี กตต์ 1947 : เฉพาะสินค้าที่มีถ่ินกาเนิด

และสง่ มาจากประเทศสมาชกิ WTO หรอื ภาคีแกตต์ 1947 ต้องมีหนังสอื รบั รองแสดงการได้รบั สิทธชิ าระภาษี

8

ตามพนั ธกรณีตามความตกลงการเกษตร WTO และไม่ต้องขออนญุ าตนาเข้าหรือชาระค่าธรรมเนียมพิเศษใน
การนาเขา้ (ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการนาสินคา้ เขา้ มาในราชอาณาจกั ร (ฉบับท่ี 111) พ.ศ.
2539 ลงวันที่ 26 มกราคม 2539 ประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าดว้ ยการนาสินค้าเข้ามาในราชอาณาจกั ร
(ฉบบั ที่ 117) พ.ศ. 2539 ลงวันท่ี 12 พฤศจิกายน 2539)

3. นาเข้าภายใตค้ วามตกลงไทย - ออสเตรเลยี : เฉพาะสนิ คา้ ที่มถี ิน่ กาเนิดและสง่ ตรงมา
จากออสเตรเลีย ตามความตกลงการค้าเสรี ไทย - ออสเตรเลีย (TAFTA) ต้องมหี นงั สอื รับรองถิ่นกาเนดิ สนิ ค้า
โดยไมต่ ้องขออนุญาตนาเข้า ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนยี มพิเศษในการนาเข้า ไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรการเพื่อ
ประโยชนใ์ นการจัดระเบียบนาเข้า และไมม่ ีการกาหนดปรมิ าณ การนาเข้า (ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์
เร่ือง การนาสินค้าเข้ามาในราชอาณาจกั รตามความตกลงการค้าเสรไี ทย - ออสเตรเลีย พ.ศ. 2547 ลงวนั ที่
22 ธนั วาคม 2547)

4. นาเข้าภายใต้ความตกลงไทย - นิวซีแลนด์ : เฉพาะสนิ คา้ ท่ีมีถิ่นกาเนิดและส่งตรงมา
จากนิวซีแลนด์ ตามความตกลงห้นุ ส่วนเศรษฐกจิ ที่ใกล้ชิดกันยิง่ ขนึ้ ไทย - นิวซแี ลนด์ (TNZCEP) ต้องมหี นงั สือ
รบั รองถน่ิ กาเนดิ สนิ ค้า โดยไม่ต้องขออนุญาตนาเข้า ไม่ต้องเสียคา่ ธรรมเนยี มพิเศษในการนาเข้า ไมต่ อ้ งปฏิบัติ
ตามมาตรการเพื่อประโยชนใ์ นการจัดระเบียบนาเข้า และไมม่ ีการกาหนดปริมาณการนาเข้า (ตามประกาศ
กระทรวงพาณิชย์ เร่ือง การนาสนิ คา้ เข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงหุน้ ส่วนทางเศรษฐ กิจทใี่ กล้ชิดกัน
ยิง่ ข้ึนไทย - นวิ ซแี ลนด์ พ.ศ. 2548 ลงวนั ที่ 27 มถิ ุนายน 2548)

5. นาเขา้ ภายใต้ความตกลงอาเซยี น - จีน : เฉพาะสินคา้ ที่มีถ่นิ กาเนิดและสง่ ตรงมาจาก
ประเทศสมาชกิ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน ตามความตกลง
วา่ ดว้ ยความร่วมมอื ทางเศรษฐกิจระหวา่ งประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติ แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และสาธารณรัฐประชาชนจนี (ASEAN - China FTA) ต้องมหี นงั สือรับรองถ่ินกาเนดิ สินค้าทีอ่ อกโดยรัฐบาล
หรือหนว่ ยงานทไี่ ด้รบั มอบหมายจากรฐั บาลของประเทศซึ่งสง่ ออกสินค้านัน้ และหนังสือรับรองแสดงการได้รับ
สิทธใิ นการยกเวน้ ภาษที ัง้ หมดหรอื บางส่วน และไม่ต้องขออนุญาตนาเข้า (ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เร่ือง
การนาสนิ ค้าเข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงว่าดว้ ยความรว่ มมอื ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศสมาชิก
สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจี น พ.ศ. 2548 ลงวันท่ี 2
พฤศจกิ ายน 2548)

6. นาเข้าภายใต้ความตกลงไทย - ญี่ปุ่น : เฉพาะสินค้าท่ีมถี ิ่นกาเนดิ และส่งตรงมาจาก
ญปี่ ุ่น ท่ีนาเข้ามาตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น สาหรับความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ
(JTEPA) ตอ้ งมีหนังสือรับรองถ่ินกาเนดิ สนิ ค้าที่ออกโดยรัฐบาลหรือหน่วยงานอื่นทไ่ี ด้รับมอบหมายจากรฐั บาล
ของประเทศญีป่ ุ่น และหนงั สือรบั รองแสดงการได้รับสิทธใิ นการยกเวน้ ภาษีทั้งหมดหรอื บางส่วน ไดร้ ับยกเว้น
การปฏิบัติตามมาตรการอื่นท่ีมิใช่มาตรการทางภาษี (ตามประกาศกระทรวงพาณิ ชย์ เรอ่ื ง การนาสินค้า
ที่ประเทศไทยมพี ันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลกเข้ามาในราชอาณาจกั รตาม
ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปนุ่ สาหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2550 ลงวนั ที่
31 ตุลาคม 2550)

7. นาเข้าภายใต้ความตกลงอาเซยี น - ญี่ปุ่น : เฉพาะสินค้าท่ีมีถ่นิ กาเนิดและส่งตรงมา
จากประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และญ่ีปุ่น ภายใต้ความตกลงว่าด้วย
ความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมความตกลงต่างๆ ระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติ
แห่งเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้และญ่ีปนุ่ (AJCEP) ต้องมีหนังสือรบั รองถ่ินกาเนิดสินคา้ (Form AJ) ทอี่ อกโดย
รัฐบาลหรือหน่วยงานอน่ื ที่ได้รับหมายจากรัฐบาลของประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชยี ตะวันออก
เฉียงใตห้ รือรัฐบาลญ่ีปุ่น และหนังสอื รบั รองแสดงการได้รบั สิทธิในการยกเวน้ ภาษีทัง้ หมดหรือบางสว่ น ได้รับ

9

ยกเว้นการปฏบิ ัตติ ามมาตรการอืน่ ท่มี ใิ ช่มาตรการทางภาษี (ตามประกาศกระทรวงพาณชิ ย์ เรอื่ ง การนาสินค้า
ท่ีประเทศไทย มีพัน ธกร ณีตา มความตกลงการ เกษตรภ าย ใต้องค์กา ร กา รค้า โลกเข้ า มา ใน ร า ชอา ณา จักร
ตามความตกลงว่าดว้ ยความเป็นหนุ้ ส่วนทางเศรษฐกจิ ทค่ี รอบคลุมความตกลงต่างๆ ระหว่างประเทศสมาชิก
สมาคมประชาชาติแห่งเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้และญ่ีป่นุ พ.ศ. 2552 ลงวนั ที่ 29 พฤษภาคม 2552)

8. นาเขา้ ภายใต้ความตกลงอาเซียน - เกาหลี : เฉพาะสินค้าทม่ี ีถ่นิ กาเนิดและส่งตรงมา
จากประเทศสมาชกิ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐเ กาหลี ตามความตกลง
ว่าด้วยความรว่ มมือทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมดา้ นต่างๆ ระหวา่ งรัฐบาลประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติ
แห่งเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้และสาธารณรัฐเกาหลี ต้องมีหนังสือรับรองถิน่ กาเนิดสินค้าแบบฟอร์ม เอเค
(Form AK) และหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีท้ังหมดหรือบางส่วน ได้รับยกเว้น
การปฏบิ ัตติ ามมาตรการอ่ืนที่มิใช่มาตรการทางภาษี (ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนาสินค้าที่
ประเทศไทยมีพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลกเข้ามาในราชอาณาจักรตาม
ความตกลงวา่ ดว้ ยการค้าสินค้าภายใต้กรอบความตกลงวา่ ดว้ ยความรว่ มมือทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมด้าน
ต่าง ๆ ระหวา่ งรฐั บาลประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้และสาธารณรัฐเกาหลี
พ.ศ. 2553 ลงวนั ที่ 22 มนี าคม 2553)

9. นาเข้าภายใต้ความตกลงอาเซียน : เฉพาะสินค้าท่ีผลิตและส่งมาจากประเทศภาคี
อาเซียน ตอ้ งมีหนังสือรับรอง ถ่ินกาเนิดสินค้าแบบฟอร์ม ดี (Form D) ท่ีออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือ
หน่วยงานท่มี ีอานาจออกหนังสือรับรองดังกลา่ วของประเทศท่ีส่งออก หนังสือรับรอง แสดงการได้รับสิทธิ
ใน การ ยกเว้น ภา ษีทั้งหมดหรือบางส่วน ใบรับรองหรือเอกสารหลักฐานอ่ืนใดซึ่ง แสดงว่าสินค้านั้น
มคี วามปลอดภัยตอ่ ชีวิตหรือสุขภาพมนุษย์ สัตว์ หรือพืช และใบรบั รองว่าเป็นพืชที่ไมไ่ ดต้ ดั ตอ่ สารพันธกุ รรม
หรอื เอกสารหลักฐานอื่นใดซงึ่ แสดงการรบั รองวา่ เป็นพืชที่ไม่ไดร้ ับการตดั ต่อสารพันธุกรรม ไดร้ ับยกเว้นไม่ตอ้ ง
ปฏิบัติตามมาตรการอื่น ท่ีมิใช่มาตรการทางภาษี (ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เร่ือง การนามันฝรั่ง
หอมหวั ใหญ่ กระเทียม ลาไยแหง้ พริกไทย และเมลด็ พันธห์ุ อมหัวใหญ่ เข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลง
เขตการค้าเสรีอาเซียน พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2553)และประกาศกระทรวงพาณชิ ย์ เรื่อง การนา
มันฝร่ัง หอมหัวใหญ่ กระเทียม ลาไยแห้ง พริกไทย และเมลด็ พันธ์ุหอมหัวใหญ่เข้ามาในราชอาณาจักร
ตามความตกลงเขตการค้าเสรอี าเซียน (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2558 ลงวนั ที่ 9 เมษายน 2558

10. การรายงานการนาเข้า : ผู้ได้รบั หนังสอื รับรองต้องรายงานการนาเขา้ ต่อกรมการค้า
ต่างประเทศภายใน 20-30 วนั (ดูเงอ่ื นไขตามระเบียบของแต่ละความตกลงฯ) ตามแบบท่ีกาหนด นบั แต่วันที่
นาสินคา้ เข้าแตล่ ะครั้ง พร้อมสาเนาใบขนสินคา้ ขาเขา้ ที่เจา้ หนา้ ที่ศลุ กากรสลกั รายการถูกตอ้ ง

ความร้ทู ัว่ ไปเกี่ยวกับพชื ประเภทมันฝรั่ง และมันเทศ

1. มนั ฝรัง่ (Potato)

มันฝรั่ง มชี ื่อสามญั คือ Potato และช่ือทางวิทยาศาสตร์ คือ Solanum tuberosum เป็นพืชล้มลุก
พืชท่มี ีหัวใตด้ นิ ขนาดเลก็ ตระกลู เดียวกบั พริก มะเขือ มะเขือเทศ ยาสบู ฯลฯ มีทรงพ่มุ หัวมลี ักษณะทรงกลมรี
มีตาอยู่รอบๆหัว จะเกบ็ สะสมอาหาร แล้วขยายตัวออกเปน็ หัวอย่ใู ตด้ นิ มขี นาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ตามสายพนั ธุ์
มีเปลือกบางเรียบ มีสนี า้ ตาล หรือสมี ่วง มเี นื้อข้างในสีเหลอื ง สีส้ม สีขาวนวล ตามสายพันธ์ุ มีเนอื้ แน่นฉ่าน้า
มีรสชาติกรอบมนั ต้นหน่งึ จะมีอยู่หลายหวั มถี ิ่นกาเนดิ ในทวีปอเมรกิ า และนยิ มปลูกกันมากในหลายประเทศ
ทัว่ โลก เปน็ อาหารหลกั ของหลายประเทศทว่ั โลก

10

ลกั ษณะทางพนั ธศุ าสตรข์ องมันฝรั่ง
หัว มันฝรั่ง เกิดจากส่วนของลาต้น ทาหน้าที่สะสมอาหารและขยายพนั ธุ์ ซ่ึงจะเร่ิมสร้างหัวหลังปลูก
ไปแล้ว ๑-๓ สัปดาห์ โดยเฉลย่ี จะให้ผลผลิตระหว่าง ๖ - ๑ หัวต่อต้น ขน้ึ อยู่กับสภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสม
และความอดุ มสมบูรณ์ของดนิ
ราก ต้นทเ่ี จรญิ จากเมล็ดจรงิ จะมรี ะบบรากแก้วบอบบาง และรากแตกแขนง ส่วนต้นเจริญมาจากหัว
จะมแี ตร่ ากแขนงท่ีงอกงามจาโคนของแต่ละหนอ่ และจากข้อของลาตน้ ที่อย่ใู ต้ดนิ
ลาต้น ตน้ ท่เี จรญิ มาจากเมล็ดจรงิ จะมีลาต้นหลักเพยี งตน้ เดยี ว สว่ นตวั ทเี่ จริญจากหัวจะมีหลายลาต้น
หลกั ส่วนลาตน้ แขนงจะแตกกิ่งออกมาจากลาต้น ลาตน้ มันฝร่ัง จะมีลักษณะตง้ั ตรง สงู ระหว่าง ๕๐ - ๑๐๐
เซนตเิ มตร เมอ่ื ตัดตามขวางจะมลี ักษณะกลมจนถงึ เหลย่ี ม สขี องลาตน้ โดยท่ัวไปมีสีเขยี วแตอ่ าจมีสีนา้ ตาลแดง
หรือมว่ ง ทง้ั นข้ี ้นึ อย่กู บั สายพันธ์ุ
ไหล เกิดจากสว่ นตาของลาต้นท่ีอยู่ใต้ดิน เจริญออกไปดา้ นข้าง สว่ นปลายของไหลจะเจริญเป็นหัว
แต่ถา้ ไหลโผล่พ้นดนิ ขึ้นมากจ็ ะเจริญเป็นลาต้นมีใบปกติ
หวั เป็นส่วนของไหลหรือลาต้นใตด้ ินทเ่ี ปล่ียนแปลงไปทาหน้า ท่สี ะสมอาหาร หัว มนั ฝรั่ง จะมีตา
ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นขอ้ ของลาต้น ซึ่งตานจ้ี ะเจรญิ เป็นหน่อ และงอกเป็นลาต้นต่อไป ลักษณะหัวของ มันฝรั่ง
จะมีต้ังแตร่ ูปรา่ งกลมถึงกลมรี และรปู รา่ งยาว มีผิวสีขาว เหลอื ง ส้มแดง หรือสีม่วง หากกลบดนิ ไมด่ ปี ล่อยให้
ผวิ ทห่ี ัว มันฝรงั่ ถูกแสงแดดระยะหน่ึง หัวจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว เนือ้ ในของหัว มันฝร่ัง จะมสี ขี าว เหลือง แดง
และสมี ว่ ง แล้วแต่สายพนั ธุ์ นอกจากนีท้ ี่หัว มนั ฝรั่ง ยังมีในสภาพดินที่ชน้ื
หน่อ เจรญิ ออกจากตาของหัวมยั ฝรงั่ หลงั จากปลกู จะออกรากและ เจริญไปเปน็ ลาตน้ ตอ่ ไป
ใบ มีลกั ษณะเป็นใบประกอบ ประกอบด้วยเสน้ กลางใบ กับ ใบยอ่ ยหลายคู่ กบั หนึง่ ใบยอด
ดอก เป็นดอกช่อ แต่ละกา้ นดอกจะแบ่งย่อยออกเป็น ๒ ก้อน ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ มีเกสรตวั ผู้
๕ อนั เกสรตัวเมีย ๑ อนั กลีบดอกมี ๕ กลบี สีของดอกมที ้งั สีขาว น้าเงนิ แดง และมว่ ง
ผลและเมล็ด ผลมีลักษณะกลม คล้ายมะเขอื เทศ มีสเี ขียวบางพันธ์อุ าจ มีสีขาวเป็นจุดหรือเป็นแถบ
จานวนเมลด็ ในผลหนึ่งอาจมมี ากกว่า ๒๐๐ เมล็ด

ภาพตัวอย่าง พืชเกษตรประเภทมันฝรัง่

11

2. มันเทศ (Sweet Potato)
มชี อ่ื สามัญ คือ Sweet potato และชอื่ ทางวิทยาศาสตร์ คือ Ipomoea batatas เป็นพืชล้มลกุ ทม่ี หี ัว
ใตด้ ิน มันมี ๒ ชนิดด้วยกัน คือ ชนิดหวานและไมห่ วาน ชนดิ หวาน เรียกวา่ สวีทโพเตโต (sweet potato) คือ
มนั เทศนั่นเอง ส่วนชนดิ ไม่หวานเรียกว่า ไอรชิ โพเตโต (Irish potato) เราเรียกวา่ มนั ฝรั่ง
ลกั ษณะทางพนั ธุศาสตรข์ องมันเทศ
ราก มนั เทศมีระบบรากแบบรากฝอย ซึ่งเกิดจากข้อของลาต้นท่ีใชป้ ลกู หรือเกิดจากลาต้นท่ีทอดไป
ตามพ้ืนดิน รากมันเทศจะเป็นท่สี ะสมอาหารและใชร้ บั ประทานได้
ใบ เปน็ แบบใบเด่ยี ว เกดิ สลับกันบนขอ้ ของลาต้น มขี นาดและรปู ร่างตา่ งกัน ความแตกต่างของใบน้นั
มใิ ชเ่ กดิ จากพันธเ์ุ ท่านน้ั แมแ้ ต่ในต้นเดียวกันกอ็ าจมรี ปู รา่ งแตกตา่ งกันได้ บางใบมขี อบใบเรยี บ บางใบมใี บเป็นแฉก
และบางใบมรี ูปร่างคลา้ ยหวั ใจ เป็นตน้ ใบมีขนเล็กนอ้ ยและมักจะมีสีม่วงอยู่ตามเสน้ ใบ กา้ นใบอาจจะยาวหรือ
สัน้ ทงั้ น้ีข้นึ อยู่กบั พนั ธน์ุ ัน้ ๆ
ดอก มันเทศที่ปลูกในเขตอบอุ่นมักไมอ่ อกดอก ส่วนการปลูกในเขตรอ้ นจะออกดอก แต่มักไมต่ ิดเมล็ด
ดอกเกิดตามมุมของใบ มีกา้ นช่อดอก (peduncle) แขง็ แรง ซง่ึ มักจะยาวกว่าก้านใบ ดอกมีกลีบเลย้ี ง (sepal)
๕ กลบี ซึ่งโดยปกติจะแยกเป็น อสิ ระซ่ึงกันและกัน หรืออาจเช่ือมติดกันท่ีโคนกลบี ดอก ( petal) มี ๕ กลีบ
กลีบดอกเหล่าน้ันจะเชอ่ื มติดกันเป็นรปู กรวย (corolla tube) มีลักษณะคล้ายดอกผกั บุ้ง กลบี ดอกมีสชี มพู
ปนม่วง มีเกสรตวั ผู้ (stamen) ๕ อนั และแยกเป็นอิสระซึ่งกนั และกัน ก้านชูอบั เกสรตวั ผเู้ รียกว่า ก้านอับเกสร
มีความยาวไม่เท่ากัน และเชอ่ื มตดิ อยู่กับฐานของกลบี ดอก รังไข่ มี ๒ ส่วน บางดอกอาจจะมี ๔ ส่วน แตล่ ะสว่ น
จะมไี ข่ ๑ หรอื ๒ ที่รบั ละอองเกสรตัวผู้ (stigma) มี ๒ แฉกอย่ทู ่กี ้าน (style) เช่ือมตดิ กับรงั ไข่
ผล มีเปลือกแข็งหมุ้ มีลกั ษณะเป็นแคปซูล(capsule) ภายในเปลือกแข็งมีเมลด็ เล็กสีดาคอ่ นข้างแบน
ดา้ นหนงึ่ ของเมลด็ เรียบ ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นเหลี่ยม ทางด้านเรยี บจะเห็นรอยทีเ่ มล็ดติดกบั ผนังรงั ไข่เรียกว่า
ไฮลัม (hilum) และมีรเู ล็กๆ เรยี กว่า ไมโครไพล์ (micropyle) เปลือกของเมล็ดคอ่ นข้างหนา และน้าซึมผ่านได้
ยาก
หวั มันเทศลงหัวในระดับความลึกไมเ่ กิน ๙ นิ้ว หัวมันเทศเกิดจากการขยายตวั ของราก ซ่ึงเน้ือเย่ือ
ภายในรากท่ีเรียกวา่ พาเรนไคมา (parenchyma) เปน็ สว่ นท่ีสะสมแปง้ รากที่ขยายตวั เป็นหวั ข้นึ มาอาจเกิด
จากรากของลาต้นทใ่ี ชป้ ลูก หรอื จากรากท่ีเกดิ จากข้อของลาต้นที่เลอ้ื ยไปตามดินก็ได้ ดงั น้ันมนั เทศต้นหน่ึงๆ
อาจมีหวั มากกว่า ๕๐ หัว ลักษณะหัวส่วนมากมรี ูปร่างทรงกระบอก ดา้ นหัวทา้ ยเรียวตรงกลางปอ่ งออก สผี ิว
ของหัวและสีของเน้ืออาจจะเป็นสีแดง เหลือง ขาว หรือสีนวล แตกตา่ งกนั ไปตามพันธุ์ ผิวอาจจะเรียบหรือ
ขรุขระและมกั จะมีรากแขนงเกิดในร่องของหัว หัวมนั เทศนอกจากจะให้อาหารจาพวกแปง้ แลว้ ยังอุดมสมบรู ณ์
ไปด้วยวติ ามิน เอ (โดยเฉพาะหัวท่ีมีสเี หลือง) วติ ามนิ บี และ ซี อกี ดว้ ย

ภาพตัวอย่าง พืชเกษตรประเภทมนั เทศ

12

ข้ันตอนการนาเขา้ สินค้าพชื เกษตรมนั ฝร่งั ของผู้ประกอบการ
แผนภูมขิ ้นั ตอนการนาเข้ามันฝร่งั

13

ขนั้ ตอนการตรวจสอบสินคา้ พชื เกษตรมันฝร่งั

1. ตรวจสอบข้อมูลใบขนสนิ ค้าและเอกสารประกอบการปฏบิ ัตพิ ิธีการ

เม่ือเจ้า หน้าท่ีศุลกา กรได้รับมอบหมายให้ตร วจป ล่อยใบขน สิน ค้า พืชเกษ ตร มัน ฝร่ัง
ใหเ้ จา้ หนา้ ทีศ่ ุลกากรตรวจสอบขอ้ มูลท่ีสาแดงในใบขนสนิ ค้าขาเข้าและเอกสารประกอบการตรวจปล่อยสินค้า
ให้ครบถ้วนถกู ต้องตามประมวลระเบียบปฏิบัติ ข้อ 3 01 05 03 วธิ ีการตรวจปล่อยของขาเขา้ ออกไปจาก
อารักขาศลุ กากร และ ข้อ ๓ 0๑ ๐๕ 04 การตรวจสอบพิกัด ราคา และของ ก่อนการตรวจปล่อยทาง
ศุลกากร โดยมจี ดุ สาคญั ท่ตี ้องตรวจสอบ ดังน้ี

1.1 การตรวจสอบพกิ ดั อัตราศุลกากร
สินคา้ เกษตรมนั ฝรง่ั มพี ิกัดอัตราอากรทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ได้แก่

ประเภทพิกดั รายการ อัตราอากร
มันฝรง่ั สดหรือแชเ่ ย็น
0701.10.00 - ใช้สาหรบั การเพาะปลูก 125 % (นอกโควต้า WTO)
0701.90 - อื่นๆ
0701.90.10 - - ชิปปิงโปเตโต 125 % (นอกโควตา้ WTO)
0701.90.90 - - อ่ืน ๆ 125 % (นอกโควตา้ WTO)

ประเภทพิกดั รายการ อัตราอากร

0714.20 - มนั เทศ 30%
0714.20.10 - - แช่เย็นจนแข็ง 40%

0714.20.90 - - อืน่ ๆ

เจ้าหน้าท่ีผูต้ รวจปล่อยตอ้ งตรวจสอบรายละเอียดสินค้าและพิกัดอัตราอากรของสินค้าที่สาแดง
ในใบขนสนิ ค้าและเอกสารประกอบการปฏิบตั ิพิธีการศุลกากร ว่า สาแดงพกิ ัดอัตราอากรถูกต้องหรอื ไม่
หากพบเหตุสงสัยในพิกัดอัตราอัตราศุลกากรท่ีผนู้ าของเข้าแสดง พนักงานศุลกากรสามารถเรียกเอกสาร เช่น

รายละเอียดของสินค้า (Specification) หนังสือรับรอง (Certificate) หนังสือรับรองผลกา รตรวจสอบ
(Certificate of Analysis) แคตตาล็อกของสินค้า (Catalogue) หรือคาชี้แจงเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณา
ตามประมวลระเบยี บปฏิบัตขิ อ้ ๓ 0๑ ๐๕ 04 (2) และต้องตรวจสอบบริษัททน่ี าเข้าวา่ ไดร้ ับสิทธิในการนาเข้า

สนิ ค้าภายในโควตาหรอื ไม่ โดยตรวจสอบจากประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรอ่ื ง ผลการจัดสรรปริมาณ
มนั ฝรงั่ ทจ่ี ะออกหนงั สอื รบั รองแสดงการไดร้ บั สทิ ธชิ าระภาษใี นโควตาตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตร
ภายใตอ้ งคก์ ารการค้าโลก (WTO) ซึง่ หากบริษัทท่ีนาเข้าไม่ได้รับสทิ ธิในการนาเข้าสินค้าภายในโควตาตามท่ี

กรมการคา้ ตา่ งประเทศกาหนดจะต้องชาระในอตั รา 125%

1.2 การตรวจสอบราคาสนิ ค้า
เจา้ หน้าที่ผู้ตรวจปล่อยต้องตรวจสอบราคาทีส่ าแดงในใบขนสินคา้ และเอกสารประกอบการ

ปฏิบตั ิพิธีการ อาทิ บัญชีราคาสินค้า (Invoice) ใบตราส่งสนิ ค้า (Bill of lading) บญั ชีราคาค่าขนส่งสินค้า
(Freight Invoice) ใบเสรจ็ ชาระค่าประกนั ภัยขนสง่ (Insurance) ว่ามกี ารสาแดงราคาสินคา้ ค่าขนส่งและค่า

14

ประกันภัยการขนส่งสินค้า (Incoterm CIF) หรือไม่ และหากเจ้าหนา้ ทีม่ ีความสงสัยในความจริง หรือความ
ถูกต้องของรายการสินค้า หรอื เอกสารท่แี สดง ผู้นาของเข้า มีหน้าทพี่ ิสูจน์ข้อเท็จจริง หรอื ความถกู ต้องของ
ข้อความหรือเอกสารใด ๆ โดยใหต้ รวจสอบตามประมวลระเบียบปฏบิ ตั ิขอ้ ๓ 0๑ ๐๕ 04 (3)

1.3 การตรวจสอบสินคา้ ท่ีตอ้ งมีการดาเนินการตามกฎหมายอนื่ ที่เกยี่ วข้อง
มันฝร่ังเป็นสนิ คา้ เกษตรทใ่ี ช้ในการบริโภค ดังน้ัน จงึ เป็นของตอ้ งจากดั ที่ต้องมกี ารขออนญุ าต

ก่อนการนาเข้าตามกฎหมาย 2 ฉบบั ไดแ้ ก่ พระราชบัญญตั ิอาหาร พ.ศ. 2522 และ พระราชบัญญตั ิกักพืช
พ.ศ. 2507 ซึง่ ผูน้ าของเข้าต้องปฏบิ ัติตามระเบียบเงือ่ นไขทีก่ าหนดโดยพระราชบญั ญตั ิดังกลา่ วให้ครบถว้ น
และตอ้ งขออนญุ าตหน่วยงานเจา้ ของใบอนุญาตและมเี อกสาร ดงั นี้

1) สานักงานอาหารและยา : ใบอนุญาตนาหรอื สั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจกั รและใบรับ
แจง้ การนาเขา้ ผลติ ภณั ฑ์สุขภาพ (License per Invoice)

2) กรมวิชาการเกษตร : ใบรับรองซึ่งออกโดยหนว่ ยงานรัฐของประเทศผู้ส่งออกท่ีแสดงว่า
สินคา้ นนั้ มคี วามปลอดภยั ตอ่ ชีวติ สขุ ภาพมนุษย์ สตั วห์ รอื พืช และใบรบั รองว่าสินค้านาเข้าเป็นพชื ที่ไม่ไดต้ ัดต่อ
พันธกุ รรม และใบแจ้งการนาเขา้ ส่งิ ตอ้ งห้าม สงิ่ กากดั และสิ่งไมต่ ้องห้าม ตามพระราชบัญญัตกิ ักพืช พ.ศ.
๒๕๐๗ และท่แี กไ้ ขเพมิ่ เติม (แบบ พ.ก. 5)

เมือ่ ผ้นู าของเข้าไดร้ ับอนุญาตแลว้ จะต้องบันทึกขอ้ มลู เลขทีใ่ บอนญุ าต ลงในใบขนสนิ คา้ ขาเข้า
และทาการติดต่อหน่วยงานเจ้าของใบอนุญาตเพ่ือให้รบั อนญุ าตในการตรวจปล่อยสินค้า เจ้าหน้าที่ศุลกากร
ผ้ตู รวจปล่อยจะตอ้ งสอบข้อมูลใบอนุญาตที่สาแดงในระบบและตรวจสอบว่าใบขนสินค้าฉบับดงั กลา่ วไดร้ ับ
อนญุ าตจากหน่วยงานเจ้าของใบอนุญาตแล้วหรือไม่ ตามประมวลระเบยี บปฏิบัติข้อ ๓ 0๑ ๐๑ 10

ภาพตัวอยา่ ง ใบอนุญาตนาหรอื สั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจกั ร

15

ภาพตัวอยา่ ง ใบแจง้ การนาเขา้ สิ่งตอ้ งห้าม สิง่ กากดั และสิ่งไม่ต้องหา้ ม ตามพระราชบญั ญตั กิ กั พชื พ.ศ.
๒๕๐๗ และที่แกไ้ ขเพมิ่ เตมิ (แบบ พ.ก. 5)

16

ภาพตัวอยา่ ง ใบขนสินค้าขาเขา้ สินคา้ เกษตรมนั ฝรงั่

จากตัวอย่างใบขนสินคา้ ขาเข้าข้างตน้ ผู้นาของเข้าสาแดงสินค้า 1 รายการ เป็น มันฝร่ัง
(FRESH POTATO) ประเภทพิกัด 0701.90.90 ราคา 227,906.47 บาท ใช้สทิ ธิพิเศษการนาเขา้ สินค้า
นอกโควตา WTO ชาระในอัตราอากร ร้อยละ 125 น้า หนัก 24,000.00 กิโลกรัม จา นวน 2,400
CARTONS นาเข้าจากประเทศจีน และสาแดงเลขที่ใบอนญุ าตนาหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจกั ร เลขที่
6300002498165 ใบแจ้งการนาเข้าส่ิงต้องห้าม ส่ิงกากดั และสิ่งไม่ต้องห้าม ตามพระราชบัญญัติกักพืช
พ.ศ. ๒๕๐๗ และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (แบบ พ.ก. 5) เลขท่ี พ.ก.5BM15042/2563 และหนังสือรับรองแสดง
การได้รับสิทธิ WTO สาหรบั ภาษนี อกโควตา เลขที่ พณ0308706307905

17

หนังสอื รับรองแสดงการไดร้ บั สทิ ธิ WTO สาหรบั ภาษีนอกโควตา

จะเหน็ ได้วา่ ผนู้ าของเขา้ รายนมี้ กี ารสาแดงข้อมูลในใบขนสินค้าแบง่ เปน็ สาระสาคญั ดงั นี้
1) พิกัดอตั ราศลุ กากร มีการสาแดงชนดิ สินคา้ และพกิ ัดอตั ราอากรถูกต้องและสอดคล้องกัน
2) ราคาศลุ กากร มกี ารสาแดงราคาสินคา้ โดยมีการชาระราคาสินค้าทก่ี ิโลกรัมละ 9.5 บาท

เปน็ เงิน 227,906.47 บาท
3) การดาเนนิ การตามกฎหมายอ่นื ทเี่ กี่ยวข้อง มีการสาแดงขอ้ มูลใบอนญุ าตและใบรับรอง

ที่ต้องมีการขออนุญาตกอ่ นการนาเขา้ ตามกฎหมายทเ่ี ก่ยี วข้องอน่ื ๆ ครบถว้ น
2. การตรวจสอบสนิ ค้าทางกายภาพ
การตรวจสอบสินค้าทางกายภาพ เจา้ หน้าที่ผตู้ รวจปล่อยจะตอ้ งให้ความสาคัญกับลักษณะและ

ปริมาณของสินคา้ ที่ตรวจสอบว่ามีความถูกต้องตรงกันกับข้อมลู ที่สาแดงในใบขนสนิ ค้าขาเข้าและเอกสาร
ประกอบการผา่ นพธิ กี ารศลุ กากรหรือไม่ โดยมีประเดน็ หลกั ท่ตี ้องตรวจสอบ ดังน้ี

2.1. ชนิดของสินค้า

18

ภาพตวั อย่างสินคา้ มันฝรั่ง (POTATO) ภาพตัวอย่างสนิ ค้ามนั เทศ (SWEET POTATO)

การตรวจสอบทางกายภาพสนิ ค้าเกษตรมันฝร่ัง ข้อสังเกตทต่ี ้องพึงระวงั คือ มนั ฝรงั่ และมนั เทศ
มีลักษณะทางพันธุศาสตรท์ ่ีคลา้ ยคลงึ กนั แต่มีอตั ราอากรแตกต่างกัน โดย มันฝรั่งมีอัตราอากรร้อยละ 152
ส่วนมันเทศมีอตั ราอากรเพยี งรอ้ ยละ 30 หรือ 40 จงึ เป็นเหตุใหผ้ ู้นาของเข้าบางรายใช้ช่องวา่ งของอัตราอากร
เพือ่ หลกี เลยี่ งคา่ ภาษอี ากร ดงั นน้ั เจ้าหน้าทผี่ ตู้ รวจปลอ่ ยจึงจาเปน็ ต้องมีความเขา้ ใจในลักษณะของสินคา้ ซ่ึงมี
ข้อแตกต่างดังนี้

๑) มันฝร่ัง หัวมีลกั ษณะมตี ัง้ แต่รปู ร่างกลมถึงกลมรี มีตาอยู่รอบๆหัว มีเปลือกบางเรียบ มีสี
น้าตาล หรือสมี ว่ ง มีเนอ้ื ข้างในสีเหลือง สีสม้ สีขาวนวล ตามสายพันธ์ุ ส่วนเนอ้ื ในของหัว มันฝร่งั จะมีสีขาว
เหลือง แดง และสีม่วง แลว้ แตส่ ายพันธุ์เชน่ กัน

2) มันเทศ ลักษณะหัวส่วนมากมีรูปร่างทรงกระบอก ด้านหัวท้ายเรียวตรงกลางปอ่ งออก
สผี ิวของหัวและสีของเนื้ออาจจะเปน็ สีแดง เหลือง ขาว หรือสีนวล แตกต่างกันไปตามพันธุ์ ผิวอาจจะเรียบหรือ
ขรุขระและมกั จะมีรากแขนงเกดิ ในร่องของหัว ทางดา้ นเรียบจะเห็นรอยท่ีเมลด็ ติดกับผนงั รงั ไข่เรียกว่า ไฮลัม
(hilum) และมรี ูเลก็ ๆ เรยี กวา่ ไมโครไพล์ (micropyle)

19

2.2 ปริมาณของสินคา้
ปริมาณของสินค้ามีผลต่อการคานวณคา่ ภาษีอากร โดยเฉพาะอย่างสินค้าเกษตรเน่ืองจาก

การซ้อื ขายสนิ ค้าเกษตรจะใช้น้าหนกั เปน็ หนว่ ยงานการซ้อื ขาย ดังน้ัน เจ้าหน้าทผ่ี ูต้ รวจปล่อยจะต้องตรวจสอบ
ปริมาณและน้าหนกั ของสินค้าใหถ้ กู ต้องครบถว้ น

ภาพตวั อยา่ งหีบห่อสนิ คา้ มันฝรั่ง

จากภาพกรณตี ัวอยา่ งสนิ ค้าข้างต้น จะเหน็ ได้ว่า ผู้นาของเขา้ สาแดงน้าหนักของสินค้าเป็น
24,000.00 กิโลกรมั และจานวนหีบห่อเป็น 2,400 หบี หอ่ และเม่ือเปิดตรวจตูส้ ินค้าพบวา่ สนิ ค้ามลี ักษณะ
บรรจุเป็นกล่องดงั ภาพ จึงอาจอนุมานได้ว่า หนึง่ หีบห่อมีน้าหนกั ประมาณ 10 กิโลกรัม ดังน้ัน แนวทาง
การตรวจสอบปรมิ าณของสินค้า คือ ชงั่ นา้ หนกั หีบหอ่ ว่ามีน้าหนักเท่ากับ 10 กโิ ลกรมั หรือไม่ แล้วจงึ คานวณ
ปริมาณหบี ห่อของทั้งตสู้ นิ ค้า

อย่างไรก็ดีการตรวจสอบปรมิ าณของสินค้าเกษตรทนี่ าเข้าโดยตคู้ อนเทนเนอร์ นั้น การคานวณ
หีบหอ่ ทงั้ ตสู้ นิ ค้ามขี อ้ จากดั เนอ่ื งจากต้องใชเ้ วลาและคนงานในการขนหบี ห่อมาตรวจนับ จงึ ควรใช้การตรวจสอบ
ดว้ ยเครือ่ งเอกซเรย์เป็นหลัก ทั้งน้ีเพราะ เคร่ืองเอกซเรย์มีตราชั่งน้าหนกั ท่ีสามารถชัง่ นา้ หนักรถบรรทกุ พรอ้ ม
ต้สู ินคา้ ได้ อกี ทง้ั ยังสามารถตรวจสอบไดว้ า่ ตู้สินค้าดังกล่าวมีสินค้าอื่นปะปนเข้ามาหรือไม่

20

ภาพตัวอยา่ งตสู้ ินคา้ มันฝรั่ง (POTATO) ท่ที าการตรวจสอบด้วยเครือ่ งเอกซเรย์

ตารางน้าหนกั รถบรรทกุ และตคู้ อนเทนเนอร์1

ขนาดของรถบรรทุกและขนาดตู้สินคา้ น้าหนกั โดยประมาณ
หัวรถบรรทกุ เทรลเลอร์ 8,500.00 กโิ ลกรมั
หางรถบรรทกุ (ขนาด 2 เพลา) 7,500.00 กิโลกรมั
หางรถบรรทกุ (ขนาด 3 เพลา) 8,500.00 กิโลกรมั
ตคู้ อนเทนเนอร์ ขนาด 20 ฟุต 2,200.00 กิโลกรมั
ตู้คอนเทนเนอร์ ขนาด 40 ฟตุ 3,900.00 กิโลกรมั
ตู้คอนเทนเนอร์แบบตู้เย็น ขนาด 20 ฟุต 2,600 - 3,190.00 กโิ ลกรมั
ตู้คอนเทนเนอร์แบบตู้เยน็ ขนาด 40 ฟตุ 4,270 - 4,760.00 กโิ ลกรัม

จากภาพตัวอย่างตูส้ ินค้ามันฝรั่งท่ที าการตรวจสอบด้วยเคร่อื งเอกซเรย์ จะเหน็ ได้ว่าสนิ ค้า
ภายในตู้นนั้ เป็นสินคา้ ทีม่ ีรูปทรงแบบเดยี วกันทั้งตู้สินค้าจึงเชื่อได้ว่ามสี ินคา้ เพียงชนิดเดียว ซง่ึ มีรูปร่างเป็น
กล่องเรียงกันเป็นช้ัน และมีน้าหนักของรถบรรทุกพร้อมตู้คอนเทนเนอรท์ ่ีมสี ินค้าภายใน คือ 46,380.00
กโิ ลกรัม ดังน้ัน หากจะคานวณน้าหนักของสินคา้ ภายในตู้สินคา้ จะมีสูตรการคานวณ ดังนี้

น้าหนักของรถบรรทกุ พรอ้ มตูค้ อนเทนเนอรท์ ่มี สี ินคา้ – (นา้ หนกั หวั รถบรรทกุ + น้าหนักหางรถบรรทกุ +
น้าหนักตู้คอนเทนเนอร์) = น้าหนกั ของสินคา้ ภายในตู้สนิ คา้

1 http://nimwiki.blogspot.com/2009/02/1988_17.html

21

ดงั น้ัน หากจะคานวณหาน้าหนักของสินค้าภายในตู้สินคา้ ของใบขนสินค้าตัวอย่างข้างต้น

จะสามารถคานวณน้าหนกั ของสนิ คา้ ภายในตู้สนิ ค้าได้ ดงั น้ี

นา้ หนักของรถบรรทุกพรอ้ มตคู้ อนเทนเนอร์ทม่ี ีสินค้า = 46,380.00 กโิ ลกรัม

น้าหนักหัวรถบรรทกุ = 8,500.00 กิโลกรมั

นา้ หนกั หางรถบรรทุก (จากภาพเปน็ แบบ 3 เพลา) = 8,500.00 กิโลกรัม

นา้ หนกั ของตูค้ อนเทนเนอร์ (จากภาพเปน็ แบบต้เู ยน็ 40 ฟุต) = 4,270.00 - 4,760.00

กิโลกรัม

นาข้อมูลนา้ หนกั ทัง้ หมดมาแทนค่าในสูตรจะได้ ดังน้ี

46,380.00 – (8,500.00 + 8,500.00 + 4,500.00) = 24,880.00

จะเห็นได้วา่ เมอ่ื แทนค่าในสูตรแล้วนา้ หนักของสนิ ค้าโดยประมาณทค่ี านวณจากสูตรมนี า้ หนกั

ไมเ่ กนิ จาก GROSS WEIGHT ท่สี าแดงในใบขนสนิ คา้
เมอื่ ดาเนินการตามข้ันตอนการตรวจสอบสินค้าเกษตรมันฝรง่ั โดยตรวจสอบข้อมูลทสี่ าแดงในใบขนสนิ ค้า

และตรวจสอบทางกายภาพของสินคา้ ครบถ้วนถูกต้องแล้วไมพ่ บความผิดกส็ ามารถดาเนนิ การตรวจปล่อย

ใบขนสนิ คา้ ได้

22

บรรณานกุ รม

กรมศลุ กากร พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ จาก http://www.customs.go.th/ (วันท่ี
ค้นขอ้ มูล: 1 ตุลาคม 2563)

กรมศุลกากร ประมวลระเบยี บปฏบิ ตั ศิ ลุ กากร พ.ศ. 2560 [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ จาก
http://intranet.customs.net (วนั ที่คน้ ขอ้ มลู : 1 ตุลาคม 2563)

ประกาศกระทรวงพาณิชย์วา่ ดว้ ยการสง่ ออกไปนอกและการนาเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2530,
กรมการคา้ ระหวา่ งประเทศ [ออนไลน]์ . เข้าถงึ ไดจ้ าก : http://www.dft.go.th/. สืบคน้ เมอ่ื วันที่ 15
กนั ยายน 2563

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรอ่ื ง การแกไ้ ขพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้าทมี่ มี าตรการนาเข้าตามประกาศ
กระทรวงพาณิชยใ์ ห้เป็นไปตามพระราชกาหนดพิกัดอัตราศุลกากร(ฉบบั ที่ 5) พ.ศ.2555 พ.ศ.
2556 [ออนไลน์] http://www.dft.go.th/th-th/Detail-Law/ArticleId/2648/-5-2555-2556
(วันที่คน้ ข้อมูล : 15 กันยายน 2563)

ประกาศกระทรวงพาณชิ ย์ วา่ ดว้ ยการนาสินค้าเขา้ มาในราชอาณาจักร (ฉบับท่ี 49) พ.ศ. 2530 ลงวนั ท่ี 27
มีนาคม พ.ศ. 2530 [ออนไลน์] http://www.dft.go.th/th-th/Detail-Law/ArticleId/2224 /-
49-2530-27-2530 (วันทค่ี น้ ข้อมูล : 15 กันยายน 2563)

น้าหนักรถบรรทุกและตูค้ อนเทนเนอร์ [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ จาก:
http://nimwiki.blogspot.com/2009/02/1988_17.html (วนั ท่ีค้นขอ้ มลู : 30 กันยายน
2563)

มนั เทศ [ออนไลน]์ . http://oknation.nationtv.tv/blog/print.php?id=274925 (วันท่คี ้นข้อมูล : 25
กนั ยายน 2563)

มนั ฝร่ัง [ออนไลน์]. https://www.thai-thaifood.com/th/มันฝร่ัง/ (วนั ทคี่ น้ ขอ้ มลู : 25 กันยายน 2563)

สถติ ิการนาเขา้ มันฝรงั่ . [ระบบออนไลน]์ . เขา้ ถึงจาก http://intranet.customs.net (วันทค่ี ้นข้อมูล : 30
กนั ยายน 2563)


Click to View FlipBook Version