รำรำรำรำรำรำวววงงงมมมาาาตตตรรรฐฐฐาาานนน
รำ วงมาตรฐาน เป็นการแสดงที่มีวิวัฒนาการมาจาก “ รำ โทน “ โดยมีโทนเป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะลักษณะการรำ และร้องเป็นไปตามความถนัด ไม่มีแบบแผนกำ หนดไว้คงเป็นการรำ และร้องง่าย ๆ เช่น เพลงช่อมาลี เพลงยวนยาเหลเพลงหล่อจิงนะดารา เพลงตามองตา เพลงใกล้เข้าไปอีกนิดฯลฯ ด้วยเหตุที่การรำ ชนิดนี้มีโทนเป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ จึงเรียกการแสดงชุดนี้ว่า “ รำ โทน “
ต่อมาเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๘๗ ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงตระหนักถึงความสำ คัญของ การละเล่นรื่นเริงประจำ ชาติและเห็นว่าคนไทยนิยมเล่นรำ โทนกันอย่างแพร่หลาย ถ้าปรับปรุงการเล่นรำ โทนให้เป็นระเบียบทั้งเพลงร้องลีลาท่ารำ และการแต่งกายจำ ทำ ให้การเล่นรำ โทนเป็นที่น่านิยมมากยิ่งขึ้น จึงได้มอบหมายให้กรมศิลปากรปรับปรุงรำ โทนเสียใหม่ให้เป็นมาตรฐาน มีการแต่งเนื้อร้อง ทำ นองเพลงและ นำ ท่ารำ จากแม่บทมากำ หนดเป็นท่ารำ เฉพาะแต่ละเพลงอย่างเป็นแบบแผน
รำ วงมาตรฐาน ประกอบด้วยเพลงทั้งหมด ๑๐ เพลง กรมศิลปากรแต่งเนื้อร้องจำ นวน ๔ เพลงคือ เพลงงามแสงเดือน เพลงชาวไทยเพลงรำ ซิมารำ เพลงคืนเดือนหงาย ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม แต่งเนื้อร้องเพิ่มอีก ๖ เพลงคือเพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ เพลงดอกไม้ของชาติเพลงดวงจันทร์ขวัญฟ้า เพลงหญิงไทยใจงาม เพลงบูชานักรบ เพลงยอดชายใจหาญ ส่วนทำ นองเพลงทั้ง ๑๐ เพลง กรมศิลปากรและกรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้แต่ง “ท่ารำ เพลงรำ วงมาตรฐานประดิษฐ์ท่ารำ โดย นางลมุลยมะคุปต์ นางมัลลีคงประภัศร์ และนางศุภลักษณ์ ภัทรนาวิก ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญการสอนนาฏศิลป์ไทยวิทยาลัยนาฏศิลป เมื่อได้ปรับปรุงการเล่นรำ โทนให้เป็นแบบแผนแล้ว จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น ““รำ วงมาตรฐาน” โดยมีการแต่งทำ นองและเนื้อร้องขึ้นใหม่ ใช้วงปี่พาทย์บรรเลงประกอบการแสดง
กกาารรแแต่ต่ ต่งต่งกกาายย เครื่องแต่งกายของรำ วงมาตรฐาน ประกอบด้วย ๔ แบบดังนี้ 1. แแบบบบชชาาววบ้บ้ บ้ า บ้ านน 2. แแบบบบรัรัชชกกาาลลที่ ที่ 5 3. แแบบบบสสาากกลลนินิยยมม 4. แแบบบบรราาตตรีรีสสโโมมสสรร
กกาารรแแต่ต่ ต่งต่งกกาายย 1.แบบชาวบ้บ้ บ้ า บ้ าน ชาย นุ่งผ้าโจงกระเบน สวมเสื้อคอพวงมาลัย เอวคาดผ้าห้อยชายด้านหน้า หญิง นุ่งโจงกระเบน ห่มผ้าสไบอัดจีบ ปล่อยผม ประดับดอกไม้ที่ผมด้านซ้าย คาดเข็มขัด ใส่เครื่องประดับ
กกาารรแแต่ต่ ต่งต่งกกาายย 2.แบบรัรั รัชรั กาลที่ที่ ที่5ที่ ชาย นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อราชปะแตน ใส่ถุงเท้า รองเท้า หญิง นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อลูกไม้ สไบพาดบ่าผูกเป็นโบ ทิ้งชายไว้ข้างลำ ตัวด้านซ้าย ใส่เครื่องประดับมุก
กกาารรแแต่ต่ ต่งต่งกกาายย 3.แบบสากลนินิ นิ ยนิ ยม ชาย นุ่งกางเกง สวมสูท ผูกเน็กไท หญิง นุ่งกระโปรงป้ายข้าง ยาวกรอมเท้า ใส่เสื้อคอกลม แขนกระบอก
กกาารรแแต่ต่ ต่งต่งกกาายย 4.แบบราตรีรี รีสรีโมสร ชาย นุ่งกางเกง สวมเสื้อพระราชทาน ผ้าคาดเอวห้อยชายด้านหน้า หญิง นุ่งกระโปรงยาวจีบหน้านาง ใส่เสื้อจับเดรป ชายผ้าห้อยจากบ่าลงไป ทางด้านหลังเปิดไหล่ขวา ศีรษะทำ ผมเกล้า
คำ ร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร) ทำ นอง อาจารย์มนตรี ตราโมท เนื้อเพลง งามแสงเดือนมาเยือนส่องหล้า งามใบหน้าเมื่ออยู่วงรำ (ซ้ำ ) เราเล่นเพื่อสนุก เปลื้องทุกข์วายระกา ขอให้เล่นฟ้อนรำ เพื่อสามัคคีเอย เเพพลลงงงงาามมแแสสงงเเดืดื ดื อ ดื อนน ความหมาย ยามที่แสงจันทร์ส่องมายังโลกทาให้โลกนี้ดูสวยงาม ผู้คนที่มาเล่นรำ วงยามที่แสงจันทร์ส่อง ก็มีความ งดงามด้วย การรำ วงนี้เพื่อให้มีความสนุกสนาน มีความสามัคคีกัน และละทิ้งความทุกข์ให้หมดสิ้นไป
คำ ร้อง จมื่นมานิตย์นเรศ (นายเฉลิม เศวตนันท์) หัวหน้ากองการสังคีต กรมศิลปากร (ประพันธ์ในนามกรมศิลปากร) ทำ นอง อาจารย์มนตรี ตราโมท เนื้อเพลง ชาวไทยเจ้าเอ๋ย ขออย่าละเลยในการทาหน้าที่ การที่เราได้เล่นสนุก เปลื้องทุกข์สบายอย่างนี้ เพราะชาติเราได้เสรี มีเอกราชสมบูรณ์ เราจึงควรช่วยชูชาติ ให้เก่งกาจเจิดจารูญ เพื่อความสุขเพิ่มพูน ของชาวไทยเราเอย เเพพลลงงชชาาววไไททยย ความหมาย หน้าน้ที่ที่ ที่ ชที่ าวไทยพึงพึมีต่มีอต่ ประเทศชาตินั้ติน นั้ เป็น ป็ สิ่ง สิ่ ที่ทุ ที่ กทุคนควรกระทำ อย่าย่ ได้ลด้ะเลยไปเสียสี ในการที่เ ที่ ราได้มด้าเล่นล่รำ วงกันกัอย่าย่ง สนุกนุสนาน ปราศจากทุกทุข์โข์ ศกทั้ง ทั้ปวงนี้ก็ นี้ เ ก็ พราะว่าว่ ประเทศไทยเรามีเมีอกราช ประชาชนมีเมีสรีใรีนการคิดคิจะทาสิ่ง สิ่ ใดๆ ดังดันั้น นั้ เรา จึงจึควรช่วช่ยกันกัเชิดชิชูชชูาติไติทยให้เห้จริญริรุ่งรุ่ เรือรืงต่อต่ ไป เพื่อ พื่ ความสุขสุยิ่ง ยิ่ ๆ ขึ้น ขึ้ ของไทยเราตลอดไป