ห ลั ก สู ต ร ก า ร ฝึ ก อ บ ร ม
ก า ร แ ป ร รู ป ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ จ า ก
มะม่วง
สาขาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
ห ลั ก สู ต ร ก า ร ฝึ ก อ บ ร ม
"การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะม่วง"
ส า ข า สั ง ค ม ศึ ก ษ า
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
มะม่วงถือเป็นผลไม้พื้นเมืองของไทย มีการปลูกอย่าง
แพร่หลาย อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน มีสายพันธุ์ที่หลาก
หลายให้ได้เลือกรับประทาน เป็นผลไม้ที่รับประทานได้อร่อย
ถูกปาก ทั้งผลอ่อน ผลดิบ และผลสุก มะม่วงเป็นผลไม้ที่ให้
ผลผลิตมากเฉพาะฤดูกาล ช่วงอายุผลค่อนข้างสั้น เมื่อเก็บ
ผลแล้ว 3-5 วันก็จะสุก และการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพ
ภายในผลมะม่วงเอง ทำให้เราไม่สามารถเก็บรักษาผลมะม่วง
สดไว้รับประทานได้นาน
การแปรรูป จึงเป็น คำตอบ และมีบทบาทสำคัญในการ
ลดความสูญเสีย ช่วยรักษามะม่วงที่มีค่าไว้รับประทานได้
ตลอดทั้งปีโดยยังคงคุณค่าและรสชาติที่อร่อยไว้ได้ อีกทั้งยัง
เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับมะม่วงอีกด้วย เพราะการแปรรูป
มะม่วงทำให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่หลายหลาย ตรงตามความ
ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น การแปรรูปมะม่วงเป็น
ผลิตภัณฑ์ต่างๆ สามารถทำได้ทั้งมะม่วงดิบ และมะม่วงสุก
เช่น มะม่วงดิบ มักนำมาแปรรูปเป็น มะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงดอง
ส่วนมะม่วงสุก มักนำมาแปรรูปเป็นมะม่วงกวน ข้าวเกรียบ
มะม่วง แยมมะม่วง ไอศกรีมมะม่วง เป็นต้น
สารบัญ หน้า
เรื่อง 1
3
หลักสูตรการฝึกอบรม 3
เนื้อหาการฝึกอบรม 4
5
ที่มาและการแปรรูปของมะม่วง 6
พันธุ์มะม่วงที่นิยมใช้ในการแปรรูป 7
วิธีทำมะม่วงกวน 8
วิธีทำข้าวเกรียบมะม่วง 9
วิธีทำแยมมะม่วง 11
วิธีทำไอศกรีมมะม่วง 12
แบบทดสอบ 13
เฉลยแบบทดสอบ
ประวัติวิทยากร
บรรณานุกรม
1
"กหารลแักปรสรููตปผรลกิตาภัรณฝึฑ์กจาอกบมระมม่วง"
สาขาสังคมศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสัมคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
วัตถุประสงค์โครงการ
1. ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการแปรรูปมะม่วง
2. ผู้เข้าร่วมอบรมมีทักษะการแปรรูปมะม่วงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวันได้
3. ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้ไปต่อยอดในการพัฒนา
อาชีพและเพิ่มรายได้ได้
ระยะเวลาของหลักสูตร
ผู้เข้าร่วมการฝึกอบรม จะต้องเข้าอบรม
- ภาคทฤษฎี จำนวน 2 ชั่วโมง
-ภาคปฏิบัติ จำนวน 5 ชั่วโมง
รวมทั้งสิ้น จำนวน 7 ชั่วโมง
เวลา (ชั่วโมง)
หัวข้อ
ภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ
1.ความรู้เรื่องมะม่วงและการเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ 2
2.การฝึกปฏิบัติการทำมะม่วงแปรรูป
5
3.การวัดและประเมินผล ร้อยละ 20 ร้อยละ 80
รวม 7
2
คุณสมบัติผู้เข้าอบรม
1. ประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจเกี่ยวกับการแปรรูปมะม่วง
2. ประชาชนที่ต้องการนำความรู้ไปต่อยอดเป็นอาชีพเพื่ อสร้างรายได้
เนื้อหาวิชา
ประกอบด้วยวิชาหลัก ดังนี้
1. ความรู้เกี่ยวกับมะม่วงและการแปรรูปมะม่วง
วัตถุประสงค์ เพื่ อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ และวัสดุ
อุ ป ก ร ณ์ ที่ ใ ช้ใ น ก า ร แ ป ร รู ป ม ะ ม่ว ง
คำอธิบายรายวิชา ศึกษาประโยชน์และวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการแปรรูปมะม่วง
2. การฝึกปฏิบัติการทำมะม่วงแปรรูป
วัตถุประสงค์ เพื่ อให้ผู้เข้าอบรมได้ลงมือปฏิบัติจริง
คำอธิบายรายวิชา ศึกษาวิธีการแปรรูปมะม่วงอย่างถูกต้อง เพื่ อนำไปใช้ในชีวิต
ประจำวันและนำไปต่อยอดในการพัฒนาอาชีพ เพิ่มรายได้
3. การวัดและประเมินผล
3.1 แบบทดสอบก่อนและหลังฝึกอบรม
3.2 ประเมินความรู้ ความสามารถและศักยภาพในการปฏิบัติงานของผู้เข้ารับ
ก า ร ฝึ ก อ บ ร ม
ผู้จัดทำหลักสูตร
นายนัฐวุฒิ สันทาลุนัย นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
ลงชื่อ ............................................ ผู้ขออนุมัติหลักสูตร
(นายนัฐวุฒิ สันทาลุนัย)
ลงชื่อ ............................................ ผู้อนุมัติหลักสูตร
(อาจารย์ภัทระ อินทรกำแหง)
อาจารย์ประจำสาขาวิชาสังคมศึกษา
3 เนื้อหาการฝึกอบรม
มะม่วง
Mango
มะม่วง (MANGO) ถิ่นกำเนิดในอินเดีย เพราะการที่
ภูมิภาคนั้นมีความหลากหลายทางพันธุกรรมและร่องรอย
ฟอสซิลที่หลากหลาย นับย้อนไปได้ถึง 25-30 ล้านปีก่อน
มะม่วงมีความแตกต่างประมาณ 49 สายพันธุ์กระจายอยู่ตาม
ประเทศในเขตร้อนตั้งแต่อินเดียไปจนถึงฟิลิปปินส์ จากนั้นจึง
แพร่หลายไปทั่วโลก เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ต้นเป็นทรงพุ่ม
ทึบ ผลมีลักษณะรูปทรงรี ผิวเปลือกบาง ผลอ่อนมีสีเขียว มี
รสชาติเปรี้ยว มียางสีขาว ผลสุกมีสีเหลือง เนื้อสุกมีสีเหลือง
มีเนื้อแน่นนุ่มฉ่ำน้ำ มีรสชาติหวานฉ่ำ มีกลิ่นหอม มีเมล็ดใหญ่
แข็งแบนรียาว สีขาวนวล อยู่ข้างในเนื้อ มีการปลูกในหลาย
ประเทศที่มีอากาศร้อน มะม่วงเป็นผลไม้พื้นบ้านของไทย เป็น
ที่นิยมปลูกกันมาก มีการปลูกหลากหลายสายพันธุ์ มีคุณ
ประโยชน์และมีสรรพคุณ ทางยาหลายอย่าง นำมาเป็นผลไม้ใช้
รับประทาน ใช้ประกอบอาหาร ใช้ทำเครื่องดื่มต่างๆได้
การแปรรูปมะม่วง
การแปรรูปมะม่วง คือการนำมะม่วงไปทำการแปรรูปเพื่อ
ยืดอายุการเก็บรักษา และเพิ่มรายได้นอกเหนือจากการขายผล
สดเพียงอย่างเดียว เพราะการแปรรูปนั้นจะทำให้ได้มาซึ่ง
ผลิตภัณฑ์รูปแบบต่างๆ หลากหลายคุณสมบัติ ซึ่งอาจตรง
ความต้องการของผู้บริโภคเป็นวงกว้างขึ้น
4
พันธุ์มะม่วงที่นิยมใช้ในการแปรรูป
มะม่วงแต่ละพันธุ์มีลักษณะแตกต่างกัน ซึ่งก็เหมาะสมกับการบริโภค
ในรูปแบบต่างๆ กัน โดยพันธุ์ที่นิยมใช้ในการแปรรูป มีดังนี้
มะม่วงแก้ว
มะม่วงแก้วเป็นมะม่วงพื้นบ้านทางภาคกลางและภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ นิยมนำไปแปรรูปมากที่สุด มีลักษณะต้นทรงพุ่มสวยงาม ใบ
ค่อนข้างใหญ่เขียวเข้ม ทนต่อสภาพแวดล้อม ผลดกมีขนาดเล็กจนถึง
ขนาดปานกลาง ผลดิบมีเปลือกสีเขียวเข้มและรสชาติเปรี้ยว เมื่อผลสุก
จะมีผิวสีเขียวปนเหลืองรสออกหวานอมเปรี้ยว มักนำไปทำมะม่วงกวน
มะม่วงแผ่น และมะม่วงดอง นอกจากนั้นยังมีหลายสายพันธุ์ ทั้งแก้วดำ
แก้วแดง แก้วขาว แก้วเขียว และแก้วจุก
มะม่วงสามฤดู
มะม่วงสามฤดูเป็นมะม่วงพื้นบ้านทางภาคเหนือ มักใช้ประกอบ
อาหาร ผลกลมรีคล้ายพันธุ์อกร่องเขียว โดยผลดิบมีรสชาติเปรี้ยวจัด
แต่เมื่อสุกแล้วมีรสหวาน กลิ่นหอม มักนำไปแปรรูปเป็นมะม่วงในน้ำ
เชื่อมและน้ำมะม่วงอีกด้วย
มะม่วงตลับนาค
มะม่วงตลับนาคมีผลลักษณะกลม เติบโตในที่แล้งได้ดี มักใช้ใน
การดอง แช่อิ่ม หรือบางครั้งใช้ในการทำน้ำมะม่วง และมะม่วงแห้ง
หวาน
มะม่วงพิมเสน
มะม่วงพิมเสนนิยมปลูกในภาคกลาง เช่น จังหวัดสิงห์บุรี โดยมี
เปลือกหนา เนื้อมากและละเอียด มีสีแดงเข้ม มักใช้แปรรูปเป็นมะม่วง
อบแห้งหวาน มะม่วงกวน หรือมะม่วงแผ่น
5
มะม่วงกวน
วัตถุดิบ 1.มะม่วงสุก 2.เกลือ1 ช้อนชา
วิธีทำ
1. นำมะม่วงสุกมาล้างให้สะอาด ผ่าครึ่งมะม่วง
แล้วใช้ช้อนขูดเอาเนื้อมะม่วงออกมา ใส่เนื้อมะม่วง
ลงในเครื่องปั่ น จากนั้น ปั่ นให้ละเอียด
2. ต้มมะม่วงที่ปั่ นละเอียดแล้ว เปิดไฟ
กลางค่อนอ่อน ใช้ไม้พายคนเนื้อมะม่วงไป
เรื่อย ๆ ห้ามหยุด เป็นเวลา 30-40 นาที เวลา
คนให้ก้นถึงก้นหม้อ เพื่อไม่ให้ก้นหม้อไหม้
พอเนื้อมะม่วงเริ่มเดือดจนปุด เนียนข้นจน
ติดไม้พายแล้ว ให้ยกลง พักทิ้งไว้ให้เย็น
3. เตรียมถาดขนาดใหญ่ รองด้วยกระดาษ
ฟอยล์หรือพลาสติก จากนั้นตักมะม่วงกวนใส่
ถาด เกลี่ยเป็นชั้นบาง ๆ ไม่หนามาก โดยจะตัก
จนเต็มถาดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ หรือจะ
หยอดเป็นแผ่นกลมบาง ๆ ก็ได้ตามชอบ
4. นำไปตากแดด 1-2 วัน พอแห้งจนเป็น
สีคล้ายน้ำผึ้ง ให้ใช้มีดหั่นตามขนาดที่ต้องการ
แล้วนำม้วนเป็นชิ้น ๆ เป็นอันเสร็จ ในกรณีที่
ไม่มีแดด หรือ ไม่สะดวกตากแดด ให้ใช้เตาอบ
หรือตู้อบลมร้อน อบมะม่วงกวน ที่อุณหภูมิ
80 องศา เป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง
วัตถุดิบ ข้าวเกรียบมะม่วง 6
1. มะม่วงสุก
2. แป้งมัน
3. เกลือ
วิธีทำ
1.นำมะม่วงสุกมาล้างน้ำทำความสะอาด
แล้วนำมาเช็ดให้แห้ง ปอกเปลือกปาดเอาแต่เนื้อ
และนำไปปั่ นให้ละเอียด
2.นำมะม่วงไปกวนให้สุก ใส่เกลือ ชิมรสให้เค็ม
นิดหน่อย เพื่อให้เนื้อของข้าวเกรียบมีรสชาติ
ไม่หวานเพียงอย่างเดียว เพราะจะทำให้ข้าวเกรียบ
ไม่อร่อย
3.เตรียมแป้งมันใส่กะละมัง ตักเนื้อมะม่วง
ที่กวนไว้ใส่ลงในแป้งแล้วนวดให้เข้ากันให้เป็น
ก้อน อย่าให้เหลวมา
4.นำแป้งที่นวดไว้มาปั้ นเป็นก้อน ห่อด้วย
พลาสติกแล้วเอาไปนึ่งในลังถึงให้สุก แป้งที่สุก
จะมีลักษณะเป็นแป้งใสๆ จากนั้นพักแป้งให้เย็น
และนำเข้าตู้เย็น แช่ไว้เป็นเวลา 1 คืน
5.นำแป้งที่เข้าตู้เย็นไว้มาหั่นเป็น
แผ่นบางๆ ตากแดดให้แห้ง แล้วนำ
มาทอดให้เหลืองกรอบ
7 แยมมะม่วง
วัตถุดิบ 1.มะม่วงน้ำดอกไม้สุก 4 ลูก (น้ำหนักประมาณ 1.5 กก.)
2.น้ำตาลทราย 350 กรัม
3.เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
4.น้ำมะนาว 1 + 1/2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ปอกและหั่นมะม่วง เอาเนื้อมะม่วงใส่
ลงในกระทะที่เราจะใช้กวน ใส่น้ำตาลทราย
เกลือป่น และน้ำมะนาวตามลงไป
2. คนด้วยพายไม้ให้พอเข้ากัน แล้วตั้งพัก
ไว้ 10 นาที ให้น้ำตาลละลาย จากนั้น ยกกระทะ
ขึ้นตั้งไฟ โดยใช้ไฟกลาง ระหว่างนั้นก็คนเบา ๆ
เป็นระยะ
3. เมื่อกระทะเดือด ให้บดมะม่วง
ที่อยู่ในกระทะ จนมะม่วงเละมากน้อย
ตามต้องการ
4. เปิดไฟเตา และกวนแยมมะม่วงต่อ
ประมาณ10 นาที ชิมรส เติมน้ำตาลหรือน้ำ
มะนาวตามต้องการ กวนต่อจนกว่าแยมจะไม่
เหลวจนไหลได้ และปิดไฟเตาได้เลย
5. บรรจุแยมใส่ภาชนะ โดยก่อนตักแยม
ใส่ ให้เอาภาชนะไปนึ่งบนน้ำเดือดจัดประมาณ
15 นาที แล้วคว่ำบนตะแกรงไว้ขนขวดแห้ง
สนิท จะเก็บแยมได้นานขึ้น
8
วัตถุดิบ ไอศกรีมมะม่วง
1.เนื้อมะม่วงปั่ น 400 กรัม
2.เจลาติน 1 ช้อนชา
3.วิปปิ้ งครีม 250 กรัม
4.ไอซิ่ง 50 กรัม
5.นมข้นหวาน 30 กรัม
6.สีผสมอาหารสีเหลือง (ใส่หรือไม่ก็ได้)
7. เนื้อมะม่วงสุก
วิธีทำ
1. ผสมเจลาตินกับน้ำคนให้เข้ากันแล้วพักไว้
10 นาที จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟประมาณ
10-20 วินาที แล้วนำไปผสมกับเนื้อมะม่วงปั่ น
2. ตีวิปปิ้ งครีมกับน้ำตาลไอซิ่งจนตั้งยอดอ่อน
เติมนมข้นหวานลงไป ตีจนเข้ากัน แล้วเทเนื้อ
มะม่วงปั่ นที่ผสมเจลาตินไว้แล้ว ลงไปตีผสมด้วย
ตีจนเข้ากันแล้วใส่เนื้อมะม่วงลงไปตะล่อมจนเข้า
กัน
3. เทใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ จะใส่เนื้อมะม่วงลงไป
อีกก็ได้ จากนั้นแช่ไอศกรีมในช่องแช่แข็งประมาณ
10 ชั่วโมง หลังจากที่เซตตัว ตักออกมาหั่นเป็น
ชิ้นเล็ก ๆ อย่าให้ไอศกรีมละลาย นำมาปั่ นจน
ละเอียดขึ้น และนำไปแช่ช่องฟรีซอีก 5-8 ชั่วโมง
หรือจนไอศกรีมเซตตัวแข็งขึ้น ทำแบบนี้อีกสัก
1-2 รอบ หรือจนเกล็ดน้ำแข็งเล็กลงและเนื้อ
ไอศกรีมเนียนขึ้น
9 แบบทดสอบ
1.มะม่วงมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศใด 6.ในการทำมะม่วงกวน เหตุใดต้องกวนมะ
ก. ไทย ม่วงเรื่อยๆ ห้ามหยุด
ข. อินเดีย
ค. ฟิลิปปินส์ ก. เพื่อให้มะม่วงสุกอย่างทั่วถึง
ง. มาเลเซีย ข. เพื่อไม่ให้มะม่วงเดือดมากเกินไป
ค. เพื่อไม่ให้ก้นหม้อไหม้
2.ฤดูกาลใดที่มะม่วงออกผลมากที่สุด ง. เพื่อให้มะม่วงมีสีเหลืองน่ารับประทาน
ก. ฤดูฝน
ข. ฤดูหนาว 7.หากต้องการให้ไอศกรีมมะม่วงมีเนื้อเนียน
ค. ฤดูร้อน ควรทำอย่างไร
ง. ออกผลตลอดทั้งปี
ก. ปั่ นเนื้อมะม่วงให้ละเอียด
3.การแปรรูปมะม่วงมีประโยชน์อย่างไร ข. ใส่วิปครีมเยอะ ๆ
ก. เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ค. ตีวิปครีมและเนื้อมะม่วงให้เข้ากัน
ข. เพื่อเพิ่มรายได้ ง. นำไอศกรีมที่แข็งแล้วมาปั่ นใหม่ 2-3
ค. เพื่อตอบสนองความต้องการของ รอบ
ผู้บริโภค 8.ในการทำแยมมะม่วง เพราะเหตุใดจึง
ง. ถูกทุกข้อ ต้องนึ่งภาชนะก่อนบรรจุ
ก. ทำให้แยมเก็บได้นานขึ้น
4.มะม่วงพันธุ์ใดนิยมนำมาแปรรูปมาก ข. ไม่ทำให้แยมติดภาชนะ
ที่สุด ค. ทำให้แยมมีรสชาติดีขึ้น
ง. ทำให้แยมมีความข้นขึ้น
ก. มะม่วงแก้ว
ข. มะม่วงสามฤดู 9.การทำข้าวเกรียบมะม่วง ควรใช้มะม่วง
ค. มะม่วงตลับนาค แบบใด
ง. ถูกทุกข้อ
ก. มะม่วงดิบ
5.ในการทำมะม่วงกวน หากไม่สะดวกนำไป ข. มะม่วงสุก
ตากแดด ควรอบมะม่วงที่อุณภูมิเท่าไหร่ และ ค. มะม่วงกึ่งดิบกึ่งสุก
ใช้เวลานานแค่ไหน ง. มะม่วงแบบใดก็ได้
ก. 70 องศา 3-4 ชั่วโมง 10.มะม่วงแก้วเป็นมะม่วงพื้นบ้านของภาคใด
ข. 70 องศา 5-6 ชั่วโมง ก. ภาคเหนือและภาคกลาง
ค. 80 องศา 3-4 ชั่วโมง ข. ภาคใต้และภาคเหนือ
ง. 80 องศา 5-6 ชั่วโมง ค. ภาคตะวันออกและภาคใต้
ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง
10
เฉลย
แบบทดสอบ
11 เฉลยแบบทดสอบ
1.มะม่วงมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศใด 6.ในการทำมะม่วงกวน เหตุใดต้องกวนมะ
ก. ไทย ม่วงเรื่อยๆ ห้ามหยุด
ข. อินเดีย
ค. ฟิลิปปินส์ ก. เพื่อให้มะม่วงสุกอย่างทั่วถึง
ง. มาเลเซีย ข. เพื่อไม่ให้มะม่วงเดือดมากเกินไป
ค. เพื่อไม่ให้ก้นหม้อไหม้
2.ฤดูกาลใดที่มะม่วงออกผลมากที่สุด ง. เพื่อให้มะม่วงมีสีเหลืองน่ารับประทาน
ก. ฤดูฝน
ข. ฤดูหนาว 7.หากต้องการให้ไอศกรีมมะม่วงมีเนื้อเนียน
ค. ฤดูร้อน ควรทำอย่างไร
ง. ออกผลตลอดทั้งปี
ก. ปั่ นเนื้อมะม่วงให้ละเอียด
3.การแปรรูปมะม่วงมีประโยชน์อย่างไร ข. ใส่วิปครีมเยอะ ๆ
ก. เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ค. ตีวิปครีมและเนื้อมะม่วงให้เข้ากัน
ข. เพื่อเพิ่มรายได้ ง. นำไอศกรีมที่แข็งแล้วมาปั่ นใหม่ 2-3
ค. เพื่อตอบสนองความต้องการของ รอบ
ผู้บริโภค 8.ในการทำแยมมะม่วง เพราะเหตุใดจึง
ง. ถูกทุกข้อ ต้องนึ่งภาชนะก่อนบรรจุ
ก. ทำให้แยมเก็บได้นานขึ้น
4.มะม่วงพันธุ์ใดนิยมนำมาแปรรูปมาก ข. ไม่ทำให้แยมติดภาชนะ
ที่สุด ค. ทำให้แยมมีรสชาติดีขึ้น
ง. ทำให้แยมมีความข้นขึ้น
ก. มะม่วงแก้ว
ข. มะม่วงสามฤดู 9.การทำข้าวเกรียบมะม่วง ควรใช้มะม่วง
ค. มะม่วงตลับนาค แบบใด
ง. ถูกทุกข้อ
ก. มะม่วงดิบ
5.ในการทำมะม่วงกวน หากไม่สะดวกนำไป ข. มะม่วงสุก
ตากแดด ควรอบมะม่วงที่อุณภูมิเท่าไหร่ และ ค. มะม่วงกึ่งดิบกึ่งสุก
ใช้เวลานานแค่ไหน ง. มะม่วงแบบใดก็ได้
ก. 70 องศา 3-4 ชั่วโมง 10.มะม่วงแก้วเป็นมะม่วงพื้นบ้านของภาคใด
ข. 70 องศา 5-6 ชั่วโมง ก. ภาคเหนือและภาคกลาง
ค. 80 องศา 3-4 ชั่วโมง ข. ภาคใต้และภาคเหนือ
ง. 80 องศา 5-6 ชั่วโมง ค. ภาคตะวันออกและภาคใต้
ง. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง
12
ประวัติวิทยากร
นายนัฐวุฒิ สันทาลุนัย
นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตร์มหาบัณฑิต
สาขาสังคมศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
Nattawut Santhalunai
boymini07
[email protected]
082-0039601
13
บรรณานุกรม
ประวัติมะม่วง. สืบค้นเมื่อ 27 สิงหาคม 2565:
จาก https://noomnim456.wordpress.com/ประวัติมะม่วง/
การแปรรูปมะม่วง. สืบค้นเมื่อ 27 สิงหาคม 2565:
จาก https://www.arda.or.th/datas/file/1473755018.pdf
มะม่วงกวน. สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2565:
จาก https://www.sgethai.com/article/วิธีทำมะม่วงกวน/
ข้าวเกรียบมะม่วง. สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2565:
จาก https://food.trueid.net/detail/eK4GLRwX62W3 และ
https://www.tkvariety.com/วิธีทำข้าวเกรียบมะม่วง/
แยมมะม่วง. สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2565:
จาก https://www.pim.in.th/snack/1125-mango-jam
ไอศรีมมะม่วง. สืบค้นเมื่อ 28 สิงหาคม 2565:
จาก https://cooking.kapook.com/view193080.html