135
ใบความรู้ หน่วยที่ 4
วชิ า งานเครื่องมือกลเบ้ืองตน้ สอนคร้ังที่ 9-13
ชื่อหน่วย การปฏิบตั ิงานพ้ืนฐานดว้ ยเครื่องกลึง ชว่ั โมงรวม 5 ชว่ั โมง
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม บอกชนิดของเคร่ืองกลึงได้
เคร่ืองกลงึ (Lathe)
เคร่ืองกลึง (Lathe) เป็ นเครื่องจกั รกลชนิดหน่ึงท่ีมีความสาคญั ในแปรรูปโลหะ มีหลกั การ
ทางานคือมอเตอร์จะส่งกาลงั มายงั แกนเพลาหวั เคร่ือง ซ่ึงมีหวั จบั จบั ชิ้นงานหมุนตดั ผา่ นมีดกลึง ทา
ให้เฉือนเศษโลหะออกมา เคร่ืองกลึงสามารถทางานไดห้ ลายอย่าง เช่น กลึงปอก กลึงปาดหน้า
กลึงข้ึนรูป กลึงเกลียว กลึงเรียว เจาะรู ต๊าปเกลียว และผลิตชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลต่าง ๆ สาหรับ
งานผลิตและงานซ่อม เป็นตน้
รูปที่ 4.1 เครื่องกลึงยนั ศนู ย์
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
136
รูปที่ 4.2 แบบชิ้นงานกลึง
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
1. ชนิดของเครื่องกลึง
1.1 เคร่ืองกลึงยนั ศนู ย์ (Engine Lathe) เป็นเคร่ืองกลึงที่มีความเร็วรอบสูง ใชก้ ลึงงานได้
หลายขนาดท่ีมีเส้นผา่ นศูนยก์ ลางไมใ่ หญ่เกินไป และกลึงงานไดห้ ลายลกั ษณะ นิยมใชใ้ นโรงงาน
ทว่ั ๆ ไป
รูปท่ี 4.3 เครื่องกลึงยนั ศูนย์ (Engine Lathe)
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
137
1.2 เคร่ืองกลึงเทอร์เรท (Turret Lathe) เป็นเครื่องกลึงท่ีดดั แปลงมาจากเคร่ืองกลึง
ธรรมดา เพือ่ เพ่มิ ประสิทธิภาพใหท้ างานไดด้ ีมากข้ึน และสามารถทางานใหเ้ สร็จในขบวนการทางาน
ในคร้ังเดียวต้งั แต่เร่ิมตน้ จนจบข้นั ตอนสุดทา้ ย โดยมีหวั จบั คมตดั หลายชนิด เช่น จบั มีดกลึงปากหนา้
มีดกลึงปอกมีดกลึงเกลียว จบั ดอกเจาะยนั ศูนย์ เป็นตน้ ทาใหก้ ารกลึงงานท่ีมีรูปทรงเดียวกนั ได้
จานวนมาก ๆ รวดเร็ว ช่วยลดเวลาในการผลิต
เคร่ืองกลึงเทอร์เรท (Turret Lathe) เป็นเครื่องกลึง เครื่องกลึงเทอร์เรท แบง่ ออกได้ 2
ลกั ษณะ คือ เคร่ืองกลึงเทอร์เรทแนวต้งั และเคร่ืองกลึงเทอร์เรทแนวนอน
1. เคร่ืองกลึงเทอร์เรทแนวต้งั (Vertical Turret Lathe) เป็ นเครื่องกลึงเทอร์เรทที่
เคล่ือนท่ีในแนวต้งั มีลกั ษณะคลา้ ยๆ เคร่ืองควา้ นแนวต้งั ใชส้ าหรับการแปรรูปชิ้นงานที่มี
ขนาดใหญ่
รูปที่ 4.4 เครื่องกลึงเทอร์เรทแนวต้งั
ทมี่ า (สถาบนั ไทย – เยอรมนั , 2549: 3)
138
2. เคร่ืองกลึงเทอร์เรทแนวนอน (Horizontal Turret Lathe) แบ่งออกไดต้ ามลกั ษณะ
ของการเคล่ือนที่ของหวั เทอเรทได้ 2 แบบ คือ
1. เคร่ืองกลึงเทอร์เรทแบบแรม (Ram Type Turret Lathe) เป็นเครื่องกลึงเทอร์เรท
มีเทอร์เรทเป็ นหวั หกเหลี่ยมหมุนไดร้ อบ วางอยู่บนแรม การเคลื่อนท่ีแรมจะเคล่ือนที่บนรางเล่ือนของ
แซดเดิล (Saddle) หวั หกเหลี่ยม แรม
รูปท่ี 4.5 เครื่องกลึงเทอร์เรทแบบ Ram Type Turret
ทมี่ า (สถาบนั ไทย – เยอรมนั , 2549: 3)
139
2. เครื่องกลึงเทอร์เรทแบบแซดเดิล (Saddle Type Turret) เป็ นเคร่ืองกลึงเทอร์เรท
ท่ีมีหวั หกเหลี่ยมซ่ึงหมุนไดร้ อบตวั วางอยบู่ นแซดเดิลโดยตรง
หวั หกเหล่ียม แซดเดิล
รูปที่ 4.6 เคร่ืองกลึงเทอร์เรทแบบแซดเดิล (Saddle Type Turret)
ทม่ี า (สถาบนั ไทย – เยอรมนั , 2549: 4)
140
1.3 เคร่ืองกลึงต้งั (Vertical Lathe)
เป็นเครื่องกลึงที่ใชใ้ นงานกลึงปอก งานควา้ นชิ้นงานท่ีมีขนาดใหญ่ เช่น เส้ือสูบ
เป็ นตน้
รูปท่ี 4.7 เครื่องกลึงต้งั (Vertical Lathe)
ทม่ี า (สถาบนั ไทย – เยอรมนั , 2549: 4)
141
1.4 เคร่ืองกลึงหนา้ จาน (Facing Lathe)
เป็นเคร่ืองกลึงที่ใชใ้ นการปาดหนา้ ชิ้นงานท่ีมีขนาดใหญ่ เช่น ลอ้ รถไฟ เป็นตน้
รูปที่ 4.8 เครื่องกลึงหนา้ จาน
ทม่ี า (พชิ ยั จนั ทะสอน, 2550: 152)
1.5 เคร่ืองกลึงท่ีควบคุมดว้ ยคอมพวิ เตอร์ (Computer Numerical Control Lathe)
เป็นเคร่ืองกลึงท่ีทางานดว้ ยการควบคุมดว้ ยคอมพิวเตอร์ โดยการเขียนโปรแกรมมาควบคุมการ
ทางาน ตามแบบงานที่ตอ้ งการ เหมาะสาหรับงานผลิตจานวนหลายชิ้นที่มีขนาดและรูปร่างแบบ
เดียวกนั ซ่ึงปัจจุบนั ใชม้ ากในงานอุตสาหกรรม แตม่ ีราคาแพง
รูปท่ี 4.9 เครื่องกลึงที่ควบคุมดว้ ยคอมพิวเตอร์
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
142
ใบความรู้ หน่วยที่ 4
วชิ า งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้ สอนคร้ังที่ 9-13
ชื่อหน่วย การปฏิบตั ิงานพ้นื ฐานดว้ ยเคร่ืองกลึง ชวั่ โมงรวม 5 ชวั่ โมง
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม บอกส่วนประกอบท่ีสาคญั ของเคร่ืองกลึงได้
ส่วนประกอบและหน้าทข่ี องเคร่ืองกลงึ ยนั ศูนย์
ฐานเครื่อง
รูปที่ 4.10 ส่วนประกอบตา่ งๆ ของเคร่ืองกลึงยนั ศนู ย์
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
1. ฐานเคร่ือง (Base) เป็ นส่วนที่อยลู่ ่างสุดของเครื่อง จะอยกู่ บั พ้ืนโรงงานโดยมีฐานรอง
เคร่ืองรองรับอยเู่ พื่อสะดวกในการปรับระดบั ทาหน้าที่รองรับน้าหนกั ท้งั หมดของเคร่ืองเคร่ือง
ขนาดใหญ่ทาดว้ ยเหล็กหล่อจะทาใหเ้ คร่ืองมน่ั คงไม่ส่ันสะเทือน ถา้ เป็ นเคร่ืองขนาดเล็กอาจจะทา
ดว้ ยเหล็กเหนียว
143
2. แท่นเคร่ือง (Bed Ways) เป็ นส่วนท่ียดึ ติดอยบู่ นฐานเครื่อง ทาดว้ ยเหล็กหล่อ ทาหนา้ ที่
รองรับชุดหวั เคร่ือง ชุดทา้ ยแท่น และชุดแท่นเล่ือน ที่สันบนแท่นเคร่ืองจะมีลกั ษณะเป็ นรูปตวั วี
ควา่ เพอื่ ใชเ้ ป็นรางเล่ือนใหช้ ุดแทน่ เล่ือน และชุดทา้ ยแท่นเล่ือนไปมา
รูปที่ 4.11 แท่นเคร่ือง
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
3. ชุดหวั เคร่ือง (Head Stock) อยตู่ รงดา้ นซา้ ยของเคร่ือง ภายในประกอบดว้ ย
ชุดเฟื องทดใชส้ าหรับเปล่ียนความเร็วรอบ และเปล่ียนอตั ราป้ อนกลึง เพ่ือส่งกาลงั ไปยงั
แกนเพลาและชุดขบั เคลื่อนต่างๆ เพอ่ื กลึงอตั โนมตั ิ และกลึงเกลียว
รูปที่ 4.12 หวั เครื่องกลึงที่ส่งกาลงั ดว้ ยสายพาน
ทมี่ า (พิชยั จนั ทะสอน, 2550: 166)
144
รูปที่ 4.13 หวั เครื่องกลึงท่ีส่งกาลงั ดว้ ยดว้ ยชุดเฟื อง
ทม่ี า (อานวย ซ่ือตรง, 2556: 141)
4. แกนเพลาเครื่องกลึง (Spindle) มีลกั ษณะเป็นเพลากลม ภายในเป็นรูกลวงเป็นเรียว
มาตรฐานมอส เพื่อใชป้ ระกอบกบั ยนั ศูนยเ์ พอื่ ใชก้ ลึงยนั ศนู ยห์ วั เคร่ืองและศนู ยท์ า้ ยแท่น แกนเพลา
เคร่ืองกลึงใชป้ ระกอบกบั หวั จบั แบบต่างๆ เช่น สามจบั และสี่จบั การจบั ยดึ มีหลายวธิ ีดงั น้ี คือ การ
จบั ยดึ ดว้ ยเกลียว (Thread) การจบั ยดึ ดว้ ยเรียว (Taper Key) การจบั ยดึ ดว้ ยลูกเบ้ียว (Cam-Lock)
และการจบั ยดึ ดว้ ยเกลียวร้อยยดึ (Bolted)
รูปที่ 4.14 การจบั ยดึ ดว้ ยเกลียว
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
145
รูปท่ี 4.15 การจบั ยดึ ดว้ ยเรียว
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
รูปที่ 4.16 การจบั ยดึ ดว้ ยลูกเบ้ียว
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
146
รูปท่ี 4.17 การจบั ยดึ เกลียวร้อยยดึ
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
5. ชุดทา้ ยแท่น (Tail Stock) อยูต่ อนทา้ ยของแท่นเครื่อง สามารถเคล่ือนที่ไปมาไดบ้ น
แท่นเคร่ือง ชุดท้ายแท่นประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนบนและส่วนล่าง เพื่อไวใ้ ช้สาหรับ
ปรับเย้อื งศูนยเ์ พอื่ กลึงเรียว
5.1 ส่วนล่างของทา้ ยแท่น จะวางอย่บู นแท่นเล่ือน จะมีตวั จบั ยึดให้อย่กู บั ท่ีเวลาใช้
งานเพื่อป้ องกนั ทา้ ยแท่นเคล่ือนที่ ช่วงหลงั จะมีขีดสเกลไวใ้ ห้ดูเวลาปรับเย้ืองศูนยเ์ วลากลึงเรียว
แต่ไม่ละเอียดพอในการปฏิบตั ิงานจริงจะตอ้ งใชน้ าฬิกาวดั ช่วย
5.2 ส่วนบนของทา้ ยแท่น ประกอบดว้ ยแกนเพลา สามารถเคลื่อนที่เขา้ ออกไดด้ ว้ ย
แขนหมุน เพื่อใชป้ ้ อนยนั ศูนยเ์ พื่อยนั ศูนยง์ าน หรือป้ อนดอกสว่านเจาะงาน ท่ีแกนเพลาจะมีขีด
บอกระยะภายในแกนเพลาจะเป็ นรูเรี ยวมาตรฐานมอส เพ่ือใช้จับยึดยนั ศูนย์ จับยึด
หวั จบั ดอกสวา่ น หรือดอกสวา่ นกา้ นเรียว
147
แขนลอ็ ค
ตาแหน่ง
แขนหมุนป้ อน
แกนเพลา
เกลียวปรับเย้อื งศูนย์
ทา้ ย
รูปที่ 4.18 ชุดทา้ ยแทน่
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
6. ชุดแท่นเลอื่ น (Carriage) อยบู่ นแท่นเคร่ือง สามารถเคลื่อนท่ีซา้ ยขวาบนแท่นเครื่อง
เพ่ือใช้ในการกลึงปอกงาน สามารถเคล่ือนที่ได้ด้วยมือและอัตโนมัติ ประกอบด้วย
ส่วนประกอบที่สาคญั 2 ส่วน คือ
6.1 แคร่คร่อมหรืออานม้า (Saddle) เป็นส่วนที่วางอยบู่ นสันตวั วคี วา่ บนแท่นเลื่อน
เพื่อบงั คบั การเคลื่อนที่ซา้ ยขวา จะมีรูปร่างเหมือนอกั ษรตวั H บนอานมา้ จะมีแท่นตดั ขวางวางอยู่
6.2 กล่องเฟื อง (Apron) เป็นส่วนท่ีอยดู่ า้ นหนา้ ของแท่นเลื่อนจะยดึ ติดอยกู่ บั อานมา้
บนกล่องเฟื อง จะมีแขนหมุนกลึงปอก คนั โยกกลึงอตั โนมตั ิ คนั โยกสาหรับกลึงเกลียว
148
อานมา้
กล่องเฟื อง
รูปที่ 4.19 ชุดแท่นเลื่อน
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
7. แท่นตดั ขวาง (Cross Slide) จะวางอยบู่ นอานมา้ สามารถเคล่ือนท่ีไปในแนวขวางบน
อานมา้ เพื่อใชก้ ลึงปาดหนา้ ดว้ ยการป้ อนดว้ ยมือหรือป้ อนดว้ ยอตั โนมตั ิ
แท่นตดั ขวาง
รูปท่ี 4.20 แทน่ ตดั ขวาง
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
8. Compound Rest เป็นชิ้นส่วนที่ยดึ อยบู่ นแท่นตดั ขวางสามารถต้งั องศาเพอื่ กลึง
เป็นมุมเรียวตา่ งๆ ได้ ส่วนบนจะมีแท่นเล่ือนบน (Compound Slide หรือ Top Slide) ติดต้งั อยู่
149
แท่นเล่ือนบน
องศาต้งั มุมกลึงเรียว
รูปท่ี 4.21 Compound Rest
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
9. ป้ อมมดี (Tool Post) ยดึ ติดอยบู่ น Compound Rest เป็นตวั จบั ยดึ ดา้ มมีดหรือจบั ยดึ
มีดกลึงโดยตรงในกรณีใชม้ ีดกลึงแบบไม่ตอ้ งใช้ดา้ มมีดจบั ยึด คือมีดกลึงมีขนาดต้งั แต่ 3/8 นิ้ว ข้ึนไป
ปัจจุบนั นิยมใชป้ ้ อมมีดแบบเทอร์เรท สามารถจบั มีดกลึงไดท้ ้งั 4 ดา้ น สามารถเปล่ียนมีดกลึงไดเ้ ร็ว
รูปท่ี 4.22 ป้ อมมีดจบั มีด 4 ดา้ น
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
150
รูปท่ี 4.23 ป้ อมมีดแบบเทอร์เรท
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
10. มอเตอร์ (Motor) เป็นตวั ส่งกาลงั ท่ีส่งกาลงั ไปยงั ชุดเฟื องทดเพ่ือใชส้ ่งกาลงั ไป
ตาแหน่งต่างๆ มีท้งั ใชไ้ ฟฟ้ ากระแสสลบั 220 โวลตแ์ ละ 380 โวลต์
รูปที่ 4.24 มอเตอร์ส่งกาลงั
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
151
11. ชุดเฟื องทดส่ งกาลังขับเคล่ือน เป็ นชุดที่ส่งกาลงั ไปยงั ชุดขบั เคลื่อนเพื่อกลึง
อตั โนมตั ิหรือเพอื่ กลึงเกลียว
รูปที่ 4.25 ชุดเฟื องทดส่งกาลงั
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
12. แขนโยกปรับความเร็ว เป็ นอุปกรณ์ท่ีใชโ้ ยกเปลี่ยนชุดเฟื องเพื่อเพิ่มความสะดวก
และรวดเร็วในการเปล่ียนความเร็วรอบ ความเร็วในการป้ อนกลึงงาน ทาใหส้ ามารถทางานไดเ้ ร็วข้ึน
แขนโยกปรับชุดเฟื อง
เพลาเกลียวนา
เพลาป้ อน
อตั โนมตั ิ
ชุดเฟื อง
รูปที่ 4.26 แขนโยกเปลี่ยนความเร็ว
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
152
13. แขนโยกกลงึ อตั โนมตั ิ เป็นแขนโยกสาหรับสับในการกลึงปอกอตั โนมตั ิ
และกลึงเกลียว แขนโยกกลึงอตั โนมตั ิ
แขนโยกกลึงเกลียว
รูปท่ี 4.27 แขนโยกกลึงอตั โนมตั ิและแขนโยกกลึงเกลียว
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
14. ขีดสเกลสาหรับป้ อนกลึง ใชใ้ นการป้ อนกลึงเพื่อทาให้สะดวกในการกลึง ทา
ให้กลึงขนาดไดแ้ ม่นยา มีการบอกเป็ นมิลลิเมตร หรือบอกเป็ นนิ้ว แลว้ แต่บริษทั ผูผ้ ลิตจะ
ผลิตมาปัจจุบนั นิยมใชเ้ ป็นมิลลิเมตร
สเกล
รูปท่ี 4.28 ขีดสเกลป้ อนกลึง
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
153
ใบความรู้ หน่วยที่ 4
วชิ า งานเครื่องมือกลเบ้ืองตน้ สอนคร้ังท่ี 9-13
ช่ือหน่วย การปฏิบตั ิงานพ้ืนฐานดว้ ยเครื่องกลีง ชวั่ โมงรวม 5 ชว่ั โมง
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม บอกเคร่ืองมือและอุปกรณ์ที่ใชก้ บั เคร่ืองกลึงได้
อปุ กรณ์ทใ่ี ช้งานกบั เคร่ืองกลงึ และหน้าทกี่ ารใช้งาน
อุปกรณ์ของเคร่ืองกลึงยนั ศูนยม์ ีหลายอยา่ ง แต่ละอยา่ งทาหนา้ ที่แตกต่างกนั ข้ึนอยู่
กบั การใชซ้ ่ึงมีรายละเอียดดงั น้ี
1. หวั จบั เครื่องกลึง (Chuck) หวั จบั เครื่องกลึงมี 2 ชนิด คือ หวั จบั ชนิด 3 จบั ฟัน
พร้อม (A Three-Jaw Universal Geared Scroll Chuck) และหวั จบั ชนิด 4 จบั ฟันอิสระ (A Four-Jaw
Independent Chuck) หวั จบั ท้งั 2 ชนิดทาหนา้ ที่ในการจบั ชิ้นงานกลึง ซ่ึงหวั จบั ชนิด 3 จบั ฟันพร้อม
สามารถจบั ชิ้นงานไดร้ วดเร็ว เช่น จบั ชิ้นงานกลม ชิ้นงาน 6 เหลี่ยม และชิ้นงาน 3 เหลี่ยมดา้ นเทา่
เป็นตน้ ส่วนหวั จบั ชนิด 4 จบั ฟันอิสระสามารถจบั ชิ้นงานไดท้ ุกรูปแบบ ดงั รูป
รูปที่ 4.29 หวั จบั 3 จบั ฟันพร้อม
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
154
รูปที่ 4.30 หวั จบั 4 จบั ฟันอิสระ
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
รูปที่ 4.31 การทางานของ 3 จบั ฟันพร้อม
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
155
รูปที่ 4.32 การทางานของ 4 จบั ฟันอิสระ
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
2. กนั สะทา้ นของเคร่ืองกลึง (The Steady Rest) เป็นอุปกรณ์ของเครื่องกลึงที่ทา
หนา้ ท่ีช่วยประคองชิ้นงานยาว ๆ ขณะทาการกลึงไมใ่ หเ้ กิดการหนีศูนย์ ดงั รูป
รูปที่ 4.33 กนั สะทา้ น
ทม่ี า (อานวย ซ่ือตรง, 2556: 169)
156
รูปที่ 4.34 กนั สะทา้ นกบั การใชง้ าน
ทมี่ า (อานวย ซื่อตรง, 2556: 158)
3. จานพาเครื่องกลึง (Lathe Faceplates) เป็นอุปกรณ์ท่ีใชจ้ บั ชิ้นงานกลึง ทาหนา้ ท่ี
เป็นตวั จบั ห่วงพาเพ่ือพาชิ้นงานหมุน บางคร้ังยงั สามารถใชจ้ บั ชิ้นงานแบน ๆ ไดอ้ ีกดว้ ย ดงั รูป
รูปที่ 4.35 จานพาของเครื่องกลึง (Lathe Faceplates)
ทมี่ า (อานวย ซื่อตรง, 2556: 143)
157
4. ห่วงพาเครื่องกลึง (Lathe Dogs) เป็นอุปกรณ์ท่ีใชจ้ บั ชิ้นงานเพอื่ กลึงโดยวธิ ียนั
ศนู ยใ์ ชค้ ู่กบั จานพาและศูนยข์ องเคร่ืองกลึง ดงั รูป
รูปที่ 4.36 ห่วงพาเครื่องกลึง (Lathe Dogs)
ทม่ี า (ประเวช ยอดยงิ่ , 2556: 118)
5. ศูนยเ์ ครื่องกลึง (Lathe Centers) เป็นอุปกรณ์ที่ทาหนา้ ที่ในการประคองชิ้นงาน
กลึงท่ีมีความยาว ศนู ยข์ องเคร่ืองกลึงมี 2 ชนิด คือ ศนู ยต์ าย (A Revolving Deal Center) และ
ศูนยเ์ ป็น (A Heavy – Duty Ball Center) ดงั รูป
รูปท่ี 4.37 ศูนยต์ ายของเครื่องกลึง (A Revolving Deal Center)
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
158
รูปท่ี 4.38 ศูนยเ์ ป็นของเครื่องกลึง (A Heavy-Duty Ball Center)
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
6. ดา้ มจบั มีดกลึง เป็นเครื่องมือที่ใชใ้ นการจบั มีดกลึงก่อนที่จะประกอบเขา้ กบั
ป้ อมมีด
รูปท่ี 4.39 ดา้ มจบั มีดกลึง
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
7. ตวั พมิ พล์ าย (Knurling) เป็ นอุปกรณ์ของเครื่องกลึงท่ีใชท้ าหนา้ ที่ในการพมิ พ์
ลายชิ้นงานใหเ้ ป็นรูปลายต่าง ๆ ดงั รูป
159
รูปท่ี 4.40 ดอกพมิ พล์ ายตา่ ง ๆ
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
รูปท่ี 4.41 ดอกพิมพล์ ายพร้อมดา้ มจบั
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
รูปที่ 4.42 ลูกกลิ้งพิมพล์ ายชนิดต่าง ๆ
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
160
ใบความรู้ หน่วยท่ี 4
วชิ า งานเครื่องมือกลเบ้ืองตน้ สอนคร้ังที่ 9-13
ชื่อหน่วย การปฏิบตั ิงานพ้ืนฐานดว้ ยเคร่ืองกลึง ชว่ั โมงรวม 5 ชวั่ โมง
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม อธิบายข้นั ตอนการทางานของเครื่องกลึงได้
ลกั ษณะของงานกลึงพ้นื ฐาน
รูปที่ 4.43 การต้งั มีดกลึงปอกงาน
161
ทม่ี า (อานวย ซื่อตรง, 2556: 150)
การกลึงปาดหนา้
1. จบั มีดกลึงปาดหนา้ ใหไ้ ดศ้ ูนยก์ ลางงานโดยการตรวจสอบกบั ศูนยท์ า้ ย
2. จบั ชิ้นงานใหแ้ น่นบนเคร่ืองกลึง กรณีจบั ดว้ ยสามจบั ฟันพร้อมจบั ไดเ้ ลย ถา้ จบั ดว้ ย
หวั จบั สี่จบั ฟันอิสระจะตอ้ งตรวจสอบงานใหไ้ ดศ้ ูนย์ แต่ถา้ กรณีกลึงระหวา่ งศนู ยห์ วั และศูนยท์ า้ ย
จะตอ้ งตรวจสอบศูนยท์ ้งั สองใหไ้ ดศ้ นู ยก์ ่อน
3. ต้งั ความเร็วรอบให้เหมาะสม
4. กลึงปาดหนา้ อาจจะป้ อนกลึงดว้ ยมือหรือป้ อนกลึงอตั โนมตั ิจนผวิ หนา้ เรียบ พร้อม
ทาการลบคมชิ้นงาน
5. ถอดชิ้นงานออกมาร่างแบบความยาวงานดว้ ยเวอร์เนียร์ไฮเกจบนโตะ๊ ระดบั ตามแบบงาน
6. นาชิ้นงานจบั บนเคร่ืองกลึงอีกคร้ัง แลว้ กลึงปาดหนา้ ใหไ้ ดค้ วามยาวตามที่ร่างแบบ
ไวแ้ ละควรจะตรวจสอบความยาวอีกคร้ังดว้ ยเวอร์เนียร์คาลิเปอร์ เพราะการร่างแบบอาจผดิ พลาด
ได้ หรือมีความละเอียดไมพ่ อ
รูปท่ี 4.44 การต้งั มีดกลึงใหไ้ ดศ้ นู ยด์ ว้ ยศนู ยท์ า้ ยแทน่
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
162
รูปที่ 4.45 การกลึงปาดหนา้ ชิ้นงาน
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
รูปที่ 4.46 การกลึงปาดหนา้ ชิ้นงานที่ยนั ศูนยท์ า้ ยดว้ ยศนู ยผ์ า่
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
163
รูปท่ี 4.47 แขนหมุนแท่นตดั ขวางใชส้ าหรับป้ อนกลึงปาดหนา้ ชิ้นงาน
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
การกลึงปอก
1. นาชิ้นงานที่กลึงปาดหนา้ แลว้ นามายดึ บนเคร่ืองกลึง
2. ต้งั ความเร็วรอบใหถ้ ูกตอ้ ง
3. ทาการกลึงชิ้นงาน อาจจะกลึงปอกดว้ ยมือหรืออตั โนมตั ิ การกลึงดว้ ยอตั โนมตั ิจะมี
ผวิ เรียบดีกวา่ เพราะอตั ราการป้ อนงานจะสม่าเสมอดีกวา่ ในการกลึงปอกจะมีการป้ อนลึก จะป้ อน
ลึกมากนอ้ ยข้ึนอยูก่ บั ปัจจยั หลายอยา่ ง เช่น วสั ดุงาน วสั ดุมีดกลึง การกลึงหยาบ กลึงละเอียด การ
กลึงหยาบจะกินไดม้ ากกวา่ การกลึงละเอียดเพราะถา้ ป้ อนกินลึกมากผวิ งานจะไม่เรียบ กลึงปอกเสร็จ
ทุกคร้ังจะตอ้ งกลึงลบคม
รูปที่ 4.48 การต้งั มีดกลึงปอกงาน
ทม่ี า (อานวย ซื่อตรง, 2556: 150)
รูปที่ 4.49 การต้งั มีดกลึงปอกงานท่ีตอ้ งการป้ อนกินลึกมาก ๆ
ทมี่ า (นายศุภชยั ชิณศรี)
164
รูปที่ 4.50 การกลึงปอก
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
รูปที่ 4.51 การกลึงลบมุม 45 องศา
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
165
การกลงึ ขนึ้ รูป
การกลึงข้ึนรูป คือ การกลึงชิ้นงานเป็นรูปทรงตา่ งๆ ตามตอ้ งการโดยการลบั มีดกลึงเป็ น
รูปทรงน้ันๆ เช่น การกลึงบ่าฉาก การกลึงร่องสามเหล่ียม การกลึงตกร่องโค้ง ฯลฯ ซ่ึงมี
ข้นั ตอนดงั น้ี
1. จบั ยดึ ชิ้นงานที่กลึงปาดหนา้ กลึงปอกและร่างแบบมาเรียบร้อยแลว้
2. ต้งั ความเร็วรอบของชิ้นงาน โดยปกติจะต้งั ความเร็วรอบประมาณ 1/2 หรือ 2/3 เท่า
ของการกลึงปอก
3. จบั ยดึ มีดกลึงรูปแบบต่างๆ ท่ีตอ้ งการกลึง โดยต้งั มีดใหอ้ ยศู่ นู ยก์ ลางงาน
4. เล่ือนตาแหน่งมีดกลึงใหต้ รงตาแหน่งท่ีร่างแบบไว้
5. ป้ อนมีดกินลึกบนชิ้นงานจนไดค้ วามลึกท่ีตอ้ งการ
รูปท่ี 4.52 การกลึงปาดหนา้
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
รูปท่ี 4.53 การกลึงปอก
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
166
รูปที่ 4.54 การกลึงข้ึนรูปลกั ษณะต่าง ๆ
ทม่ี า (นายศุภชยั ชิณศรี)
167
ใบความรู้ หน่วยที่ 5
วชิ า งานเครื่องมือกลเบ้ืองตน้ สอนคร้ังท่ี 14-18
ช่ือหน่วย การปฏิบตั ิงานพ้นื ฐานดว้ ยเคร่ืองกลึง ชวั่ โมงรวม 5 ชว่ั โมง
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม สามารถคานวณความเร็วรอบในงานกลึง
ความเร็วรอบ
ความเร็วรอบ (Speed) หมายถึง ความเร็วรอบของชิ้นงานหรือความเร็วรอบของ
เครื่องมือตดั ท่ีหมุนไดใ้ นเวลา 1 นาที มีหน่วยวดั เป็นรอบตอ่ นาที (Revolution Per Minute : RPM)
ตวั อยา่ งเช่น
ตอ้ งการกลึงงานที่ทาจากเหล็กเหนี่ยว ขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลาง 20 มิลลิเมตร เมื่อทาการ
คานวณความเร็วรอบแลว้ จะใชค้ วามเร็วรอบไมก่ ิน 500 รอบต่อนาที ดงั น้นั ช่างจะตอ้ งต้งั ความเร็ว
รอบในการกลึงงานชิ้นน้ีที่ความเร็วรอบไม่เกิน 500 รอบต่อนาที แตถ่ า้ ต้งั ความเร็วรอบไมถ่ ูกตอ้ ง
เช่น ต้งั เร็วจนเกินไป คมมีดตดั จะสึกหรออยา่ งรวดเร็ว ตอ้ งเสียเวลาลบั มีดตดั ใหม่ สิ้นเปลืองมีดตดั
หรือถา้ ต้งั ความเร็วรอบชา้ เกินไป จะเสียเวลาในการป้ อนกินงานมาก ทาใหง้ านเสร็จชา้ ไดช้ ิ้นงาน
นอ้ ยกวา่ ความเป็ นจริง
สูตร
ความเร็วรอบ (n) ความเร็วตดั (v) x1,000
3.1416 x ความโตชนิ้ งาน (D)
ความเร็วรอบ (n) มีหนว่ ยเป็น รอบ ตอ่ นาที
ความเร็วตดั (v) มีหนว่ ยเป็นเมตรตอ่ นาที
ความโต (D) มีหนว่ ยเป็น มิลลเิ มตร
หมายเหตุ สูตรน้ีใชก้ บั ระบบเมตริก
สูตร
168
ความเร็วรอบ (RPM) ความเร็วตดั (C S) x 320
ความโตชนิ้ งาน (D)
ความเร็วรอบ (RPM)
ความเร็วตดั (C S) มีหนว่ ยเป็น รอบ ตอ่ นาที
ความโต (D)
มีหน่วยเป็น ฟตุ ตอ่ นาที
มีหนว่ ยเป็น นิ้ว
หมายเหตุ สูตรน้ีใชก้ บั ระบบองั กฤษ
ความเร็วตดั
ความเร็วตดั (Cutting Speed) หมายถึง ความเร็วท่ีคมมีดตดั ตดั หรือปาดผวิ โลหะออก
เมื่อชิ้นงานหมุนไปครอบ 1 รอบ ซ่ึงมีดตดั จะตอ้ งปาดผวิ โลหะออกเป็ นเส้นยาวเท่ากบั เส้นรอบวง
ของชิ้นงานพอดี หน่วยวดั ความเร็วตดั คิดเป็นเมตรต่อนาที
ตวั อยา่ งเช่น
ชิ้นงานทาจากเหลก็ เหนี่ยว ท่ีมีขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลาง 2 มิลลิเมตร ดงั น้นั เส้นรอบวง
ของชิ้นงานจะเทา่ กบั (d) 3.14 x 20 62.80 มม. หรือ 0.0628 เมตร และถา้ ชิ้นงานหมุน
ดว้ ยความเร็วรอบ 500 รอบต่อนาที ดงั น้นั ความเร็วตดั จะเท่ากนั 0.0628 x 500 = 31.40 เมตรต่อ
นาที
ความเร็วตดั น้ีนกั วชิ าการไดท้ าการกาหนดค่ามาตรฐาน สาหรับการคานวณความเร็วรอบแต่
ละเครื่องจกั รกลไวแ้ ลว้
ขอ้ พิจารณาในการเลือกความเร็วตดั จากเครื่องกลึง
1. วสั ดุชิ้นงานที่มีความเขง็ จะใชค้ ่าความเร็วจดั ต่ากวา่ ชิ้นงานท่ีออ่ น
2. วสั ดุมีดตดั เช่น มีดกลึง ดอกสวา่ น มีดกดั ถา้ ทาจากเหล็กรอบสูง (HSS) 0ใช้
ความเร็วตดั ต่ากวา่ มีดตดั ท่ีทาจากโลหะแขง็
3. ขนาดหนา้ ตดั หรือความหนาของเศษโลหะ ถา้ กลึงหรือตดั ชิ้นงานทีละนอ้ ยหรือ
ป้ อนกินไมล่ ึกเกินไป จะใชค้ วามเร็วตดั ไดส้ ูงกวา่ การป้ อนกินงานคร้ังละมาก ๆ
4. การหล่อเยน็ ถา้ ชิ้นงานมีการหล่อเยน็ ที่เหมาะสมกบั วสั ดุชิ้นงาน จะใชค้ วามเร็วตดั
ไดส้ ูงกวา่ การกลึงงานท่ีไมม่ ีการหล่อเยน็
169
5. ชนิดและขนาดของเคร่ืองจกั รกล ถา้ เป็นเครื่องจกั รกลท่ีมีขนาดใหญ่และเครื่อง
ใหมก่ วา่ จะสามารถใชก้ ลึงงานไดม้ ากกวา่ เร็วกวา่ และใชค้ วามเร็วตดั ไดม้ ากกวา่
อตั ราป้ อน (Feed)
การป้ อนตดั หมายถึง ระยะทางการเดินป้ อนมีดไปตามความยาวของชิ้นงาน ในแต่ละ
รอบของการป้ อนตดั อาจพิจารณาความหนาของเศษตดั การป้ อนตดั 0.2 มิลลิเมตร มีดกลึงจะ
เคลื่อนท่ีป้ อนตดั งานเป็ นระยะทาง 0.2 มิลลิเมตร ตามความยาวของงานหมุนไป 1 รอบ ถา้ ชิ้นงาน
หมุน 10 รอบ ระยะทางของมีดจะเคล่ือนที่เป็นระยะทางเทา่ กบั 10 x 0.2 = 2 มิลลิเมตร
การป้ อนตดั มี 2 ลกั ษณะคือ การป้ อนตดั หยาบ และป้ อนตดั ละเอียด
การป้ อนตดั หยาบ ใชใ้ นการป้ อนตดั เม่ือกลึงงานระยะแรกที่ยงั เหลือขนาดอีกมาก สามารถ
ป้ อนกลึงหยาบเพอ่ื กลึงงานไดร้ วดเร็ว
การป้ อนตดั ละเอียด ใชใ้ นการป้ อนตดั ละเอียด เม่ือกลึงงานท่ีไดข้ นาดใกลเ้ คียงท่ีตอ้ งการ
การป้ อนละเอียดจะทาใหผ้ วิ ที่ไดจ้ ากการกลึงมีผวิ ท่ีเรียบมากกวา่ การกลึงหยาบ
ความลึกในการป้ อนมีด (Depth of cut)
ความลึกท่ีเกิดข้ึนจากการป้ อนตดั มีดลึกเขา้ ไปในงานจะทาใหเ้ ศษโลหะไหลออกมา เช่น
ชิ้นงานเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 20 มิลลิเมตร ถา้ กลึงงานแลว้ งานจะถูกลดขนาด 4 มิลลิเมตร งานจะเหลือ
เส้นผา่ ศูนยก์ ลาง 16 มิลลิเมตร
การป้ อนกินลึกและมีดแต่ละคร้ัง จะข้ึนอยกู่ บั ความละเอียดและความแขง็ ของวสั ดุเป็น
สาคญั การใชอ้ ตั ราป้ อนสามารถเลือกใหส้ ูงได้ ถา้ กาลงั ของเครื่องดีพอ ความเขง็ ของวสั ดุงานนอ้ ย ก็
สามารถป้ อนไดม้ าก ถา้ หากป้ อนชิ้นงานใหล้ ึกแลว้ จอ้ งลดอตั ราป้ อนกินใหน้ อ้ ยลง ส่ิงท่ีสาคญั ซ่ึง
จะตอ้ งพจิ ารณาความเร็วตดั ท่ีใชใ้ หถ้ ูกตอ้ งที่สุด ความลึกและอตั ราป้ อนเหมาะสมท่ีสุดเพ่ือ
ประหยดั เวลาในการทางาน
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งการใชค้ วามเร็วตดั กบั อตั ราป้ อน
- ถา้ อตั ราป้ อน (Feed) มาก ความเร็วรอบในการกลึงจะตอ้ งลดลงเมื่อการป้ อน
มีดมีความลึกคงที่
170
- ถา้ ความเร็วรอบในการกลึงมากอตั ราป้ อน (Feed) จะตอ้ งลดลงเม่ือการป้ อน
มีดมีความลึกคงท่ี
- ถา้ ความลึกของมีดป้ อนกลึงมากข้ึน ความเร็วรอบจะตอ้ งลดลงเม่ืออตั ราป้ อน
คงท่ี
การคานวณความเร็วตดั และความเร็วรอบ
ความเร็วตดั (V) dn เมตร / นาที
ความเร็วรอบ (n) 1,000
v ความเร็วตดั (เมตร/นาที )
n ความเร็วรอบของชนิ้ งา นหรือของมี ด (รอบ / นาท)ี
d เสน้ ผา่ นศนู ย์กลางของชนิ้ งาน (มม.)
คา่ คงที่ 3.14
v x 1,000 รอบ / นาที
d
ตวั อยา่ ง ตอ้ งการกลึงชิ้นงานท่ีทาจากเหล็กเหนียว (St. 40) มีเส้นผา่ นศูนยก์ ลาง 30 มิลลิเมตร
โดยใชค้ วามเร็วตดั จากการเปิ ดตาราง 25 เมตร/นาที จงคานวณหาความเร็วรอบที่จะใชใ้ นการกลึง
งานน้ี
วธิ ีคานวณ
ความเร็วรอบ (n) v x 1,000 รอบ / นาที
d
ความเร็วรอบ (n) 25 x 1,000 265.39 รอบ / นาที
3.14 x 30
ดงั น้นั ความเร็วรอบในการกลึงงานคร้ังน้ีไมเ่ กิน 265 รอบ/นาที เช่น ถา้ เคร่ืองกลึงมีข้นั
ความเร็วรอบ 150, 200, 250, 300,500 ฯลฯ รอบ/นาที ดงั น้นั จะใชค้ วามเร็วรอบข้นั 250 รอบ/นาที
171
การใชต้ ารางความเร็วจากตาราง Logarithm
กลึงชิ้นงานทองเหลือง ขนาดชิ้นงาน 80 มิลลิเมตร ความเร็วตดั 60 เมตร/นาที เวลา
ที่ป้ อน 0.1 นาที ใหห้ าความเร็วรอบที่เหมาะสม และอตั ราป้ อน
วธิ ีหา ลากเส้นตรงจุดขนาดชิ้นงาน 80 มิลลิเมตร เส้นซา้ ยสุดตาราง ลากเส้นใหข้ นาน
กบั เส้นความเร็วตดั ลากเส้นความเร็วตดั 60 เมตร/นาที ใหข้ นาดกบั เส้นขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง
เส้นขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง และส้นความเร็วตดั ไปชนกบั เส้นความเร็วรอบ ซ่ึงจะลาก
เป็นมุม 450 จากตารางอา่ นค่าไดค้ วามเร็ว 250 รอบ/นาที ลากเส้นเวลา 0.1 นาที ตรงเส้นใน
แนวด่ิง ขนานกบั เส้นความเร็วตดั ไปชนกบั เส้นความเร็วรอบ 250 มิลลิเมตร ลากเส้นข้ึนไปหาเส้น
อตั ราป้ อน
ตวั อยา่ ง
ชิ้นงานทรงกระบอก นาดเส้นผา่ ศนู ยก์ ลาง 80 มิลลิเมตร ความเร็วตดั 60 เมตร/นาที ให้
หาความเร็วรอบ
ขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลาง d = 80 มิลลิเมตร
ความเร็วตดั v = 60 ม/นาที
สูตร n = 1,000v
πd
1,000 x 60
=
22
7 x80
n = 238.6
เลือกใชค้ วามเร็วรอบท่ีใกลเ้ คียงท่ีสุด 250 รอบ/นาที
.
172
แผน่ ชาร์ทแสดงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งความเร็วตดั / ความเร็วรอบ / เวลาทางาน
173
ตารางท่ี 4.1 คา่ ความเร็วตดั งานกลึงและอตั ราป้ อนกลึง
174
ตารางที่ 4.2 ค่าความเร็วตดั งานกลึงและอตั ราป้ อนกลึง เมตร/นาที
วสั ดุงาน มีดกลึง H.S.S มีดเลบ็
เหล็ก St 40 กลึงหยาบ กลึงละเอียด กลึงหยาบ กลึงละเอียด
เหล็ก St 70
เหลก็ St 100 25 35 140 160
เหลก็ หล่อ
ทองเหลือง 17 22 100 125
อะลูมิเนียม
พลาสติก 12 17 80 105
23 30 90 125
65 90 275 380
300 600 800 1,200
1,200 1,600
ตารางท่ี 4.3 คา่ ความเร็วตดั งานกลึงเกลียว เมตร/นาที
วสั ดุงาน ความเร็วรอบ ม. / นาที ช่วงกลึง มม.
เหลก็ St 40 เหลก็ เครื่องมือ เหลก็ รอบสูง 0.5-1.5
เหลก็ St 70 0.5-1.5
เหลก็ St 100 10 15 0.5-1.5
เหลก็ หล่อ 0.5-1.5
เหล็กเหนียวหล่อ 9 13 0.5-1.5
ทองเหลือง 0.5-1.5
ทองแดงหล่อ 8 12 0.5-1.5
บรอนซ์ 0.5-1.5
โลหะเบา 8 10 0.5-1.5
ยางแขง็ และพลาสติก 0.5-1.5
7 11
15 25
15 25
15 25
- 25-45
- 10-30
175
ใบความรู้ หน่วยท่ี 4
วชิ า งานเคร่ืองมือกลเบ้ืองตน้ สอนคร้ังท่ี 9-13
ช่ือหน่วย การปฏิบตั ิงานพ้ืนฐานดว้ ยเครื่องกลึง ชวั่ โมงรวม 5 ชว่ั โมง
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม บอกการบารุงรักษาเคร่ืองกลึงได้
การบารุงรักษาเคร่ืองกลึง
เครื่องกลึงเป็นเครื่องจกั รที่ทางานไดห้ ลายอยา่ ง มีราคาแพง ตอ้ งดูแลรักษาใหม้ ีอายกุ ารใชง้ าน
ยาวนาน ดงั น้นั ตอ้ งรู้จกั วธิ ีการบารุงรักษาดงั ต่อไปน้ี
1. ตรวจดูความพร้อมของเครื่องกลึง จุดเคล่ือนท่ีตา่ ง ๆ
2. ตรวจสอบระดบั น้ามนั หล่อล่ืน เช่น ชุดแทน่ เครื่อง เกียร์บอ็ ค และชุดหวั เครื่อง
3. ตอ้ งหยอดน้ามนั บริเวณชุดแท่นเล่ือน และชุดเคล่ือนที่ต่าง ๆ
4. ตอ้ งหยดุ เครื่องก่อนทาการเปลี่ยนความเร็วรอบทุกคร้ัง ป้ องกนั เฟื องแตก
5. ตอ้ งหยดุ เครื่องทนั ทีเม่ือพบวา่ มีการชารุดของชิ้นส่วนส่วนเคร่ืองกลึง
6. ทาความสะอาดเคร่ืองดว้ ยแปรงปัดเศษโลหะ และชโลมน้ามนั หลงั เลิกใชง้ านทุกคร้ัง
176
ใบความรู้ หน่วยท่ี 4
วชิ า งานเครื่องมือกลเบ้ืองตน้ สอนคร้ังที่ 9-13
ช่ือหน่วย การปฏิบตั ิงานพ้นื ฐานดว้ ยเคร่ืองกลึง ชวั่ โมงรวม 5 ชวั่ โมง
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม บอกความปลอดภยั ในการใชเ้ คร่ืองกลึงได้
ความปลอดภยั ในการใช้เคร่ืองกลงึ
ผใู้ ชเ้ ครื่องกลึงตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจในการใชเ้ คร่ือง มีความระมดั ระวงั อุบตั ิเหตุอนั เกิด
จากตวั เครื่องจกั รและตวั ผปู้ ฏิบตั ิงาน รวมท้งั เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใชร้ ่วมกบั เครื่องกลึง ดงั น้นั
ผใู้ ชเ้ คร่ืองควรรู้จดั หลกั ความปลอดภยั ดงั น้ี
1. ถา้ ยงั ไมเ่ ขา้ ใจการใชเ้ คร่ืองใหศ้ ึกษาหรือถามผมู้ ีประสบการณ์ก่อน
2. ควรตรวจสอบสภาพของเครื่องวา่ พร้อมใชง้ านหรือไม่
3. แตง่ กายใหร้ ัดกมุ และไมส่ วมเคร่ืองประดบั ต่าง ๆ ขณะทางาน
4. การสวมแวน่ ตานิรภยั ช่วยป้ องกนั ไมใ่ หเ้ ศษโลหะกระเด็นเขา้ ตา
5. ถา้ ร่างกายอ่อนเพลียหรือไมส่ บาย งดการปฏิบตั ิงานกลึง
6. ไม่ควรใชเ้ คร่ืองกลึงสองคนในเวลาเดียวกนั ถา้ บงั เอิญอีกคนไปโยกสวทิ ซ์เคร่ือง
7. ก่อนเปิ ดสวทิ ซ์เครื่องตอ้ งมน่ั ใจวา่ หวั จบั แน่น ชิ้นงานแน่น และนาประแจท่ีขนั หวั จบั
ออกจากเคร่ืองทุกคร้ัง
8. ไมเ่ ล่นกนั ขณะปฏิบตั ิงาน
9. ไมว่ ดั ขนาดงานหรือเขี่ยเศษโลหะขณะเครื่องทางาน
10. ควรใชแ้ ปรงปัดเศษโลหะ และเขี่ยเศษโลหะดว้ ยตะขอเก่ียวเมื่อหยดุ เครื่อง
177
แบบประเมินผลสมั ฤทธ์ิการเรียนรู้
เรื่อง เครื่องกลึง
ช่ือ – สกุล _________________________________ระดบั ช้นั ____________เลขท่ี____________
ใหน้ กั ศึกษาทาเครื่องหมาย (X) ทบั ตวั อกั ษรหนา้ คาตอบที่ถูกที่สุด
1. เครื่องกลึงชนิดใดแตกต่างจากขอ้ อ่ืน
ก. เครื่องกลึงเทอเรทแนวนอน
ข. เคร่ืองกลึงเทอเรทแบบแรม
ค. เคร่ืองกลึงเทอเรทแนวต้งั
ง. เคร่ืองกลึงเทอเรทแบบแซดเดิล
2. ขอ้ ใดกล่าวเก่ียวกบั “ชุดทา้ ยแท่น” ถูกตอ้ ง
ก. ส่วนบนของทา้ ยแท่นวางอยบู่ นแทน่ เลื่อน
ข. ส่วนล่างของทา้ ยแท่นประกอบดว้ ยแกนเพลา
ค. ส่วนล่างของทา้ ยแทน่ เลื่อนเขา้ ออกไดข้ ณะใชง้ าน
ง. ส่วนบนของทา้ ยแท่นใชป้ ้ อนยนั ศูนยเ์ พื่อยนั ศนู ยง์ าน
3. แทน่ ตดั ขวางวางอยบู่ นชิ้นส่วนใด
ก. อานมา้
ข. Apron
ค. ป้ อมมีด
ง. Compound Rest
4. ชิ้นส่วนใดทาหนา้ ท่ีเดินกลึงปอก
ก. แท่นเลื่อนบน
ข. ชุดแท่นเลื่อน
ค. แทน่ เลื่อนขวาง
ง. ป้ อมมีด
178
5. อุปกรณ์ที่ใชป้ ้ องกนั การโก่งงอของชิ้นงานขนาดยาว
ก. ยนั ศูนย์
ข. หนา้ จาน
ค. กนั สะทา้ น
ง. หวั จบั แม่เหลก็
6. งานท่ีไดจ้ ากการกลึงปอกโดยอตั โนมตั ิ คือ
ก. มีผวิ เรียบดีกวา่
ข. มีผวิ หยาบกวา่
ค. ไม่ตอ้ งกลึงลบคม
ง. ป้ อนกินลึกมากกวา่
7. การกลึงข้ึนรูป ทาไดโ้ ดย
ก. ทาก่อนการกลึงปอก
ข. ทาก่อนการกลึงปาดหนา้
ค. ต้งั ความเร็วต่ากวา่ การกลึงปอก
ง. ทาหลงั การกลึงปาดหนา้ ก่อนการกลึงปอก
8. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ส่วนประกอบของเคร่ืองกลึง
ก. สะพานแทน่ เครื่อง
ข. ชุดทา้ ยแทน่
ค. ชุดแทน่ เลื่อน
ง. โตะ๊ ระดบั
9. หวั จบั แบบใดท่ีสามารถจบั งานไดท้ ุกรูปแบบ
ก. หวั จบั ดอกสวา่ น
ข. ส่ีจบั ฟันพร้อม
ค. สามจบั ฟันพร้อม
ง. ส่ีจบั ฟันอิสระ
179
10. การกลึงเกลียวมีลกั ษณะอยา่ งไร
ก. ไม่แตกตา่ งจากการกลึงข้ึนรูปทวั่ ไป
ข. ต้งั ความเร็วรอบเท่ากบั การกลึงปอก
ค. กลึงงานใหเ้ สร็จแลว้ จึงตรวจสอบเกลียว
ง. มีดกลึงเคลื่อนท่ีสมั พนั ธ์กบั การหมุนของงาน
11. รูภายในเครื่องกลึงมีลกั ษณะอยา่ งไร
ก. รูทรงกระบอก
ข. รูทรงกระบอกเรียว
ค. รูมีเกลียวใน
ง. รูมีล่ิมภายใน
12. ชุดทา้ ยแท่นแบง่ ออกเป็ น 2 ส่วนเพื่อวตั ถุประสงคใ์ ด
ก. เพ่ือใชป้ รับกลึงเรียว
ข. เพือ่ ใชป้ รับกลึงเกลียว
ค. ใชป้ รับเพื่อควา้ นรู
ง. ใชป้ รับเพ่อื เจาะรูเรียว
13. รูในแกนเพลาชุดทา้ ยแท่นมีไวเ้ พอื่ ประโยชน์อะไร
ก. จบั สวา่ นกา้ นตรง
ข. จบั ยดึ มีดกลึง
ค. จบั ยดึ มีดควา้ น
ง. จบั ยดึ สวา่ นกา้ นเรียว
14. กลึงงานโต 35 มิลลิเมตร โดยใชค้ วามเร็วตดั 24 เมตร/นาที จงหาความเร็วรอบ
ก. 180 รอบ/นาที
ข. 195 รอบ/นาที
ค. 218 รอบ/นาที
ง. 222 รอบ/นาที
180
15. การกลึงปาดหนา้ จะป้ อนท่ีส่วนใดของเครื่องกลึง
ก. แท่นเครื่อง
ข. แท่นเล่ือน
ค. แทน่ ตดั ขวาง
ง. อานมา้
16. ในการกลึงระหวา่ งศูนยจ์ ะใชร้ ่วมกบั อุปกรณ์ใด
ก. สามจบั ฟันพร้อม
ข. ส่ีจบั ฟันอิสระ
ค. จานพา
ง. หนา้ จาน
17. ห่วงพานามาใชก้ รณีใด
ก. การกลึงเรียวใน
ข. การเจาะรู
ค. การควา้ นรู
ง. การกลึงระหวา่ งศนู ย์
18. เคร่ืองกลึงท่ีเป็นพ้ืนฐานสาคญั ของการเรียน คือ
ก. เคร่ืองกลึงยนั ศูนย์
ข. เครื่องกลึงเทอเรทแนวต้งั
ค. เคร่ืองกลึงเทอเรทแนวนอน
ง. เคร่ืองกลึงท่ีควบคุมโดยคอมพวิ เตอร์
19. Top Slide คือชิ้นส่วนของอุปกรณ์ใด
ก. แท่นตดั ขวาง
ข. Compound Rest
ค. ป้ อมมีด
ง. อานมา้
181
20. การบารุงรักษาเคร่ืองกลึงที่ถูกตอ้ ง คือขอ้ ใด
ก. เปลี่ยนถ่ายน้ามนั เครื่องทุกเดือน
ข. ไม่ตอ้ งหยอดน้ามนั หล่อล่ืนก่อนการใชง้ าน
ค. หลงั ใชง้ านเล่ือนชุดแท่นเล่ือยใหใ้ กลช้ ุดศนู ยท์ า้ ยแทน่
ง. เปลี่ยนความเร็วรอบในขณะกลึงงานใหฟ้ ันเฟื องขบเตม็ ฟัน
182
ใบเฉลย
1. ค 2. ง 3. ก 4. ข 5. ค 6. ก 7. ค 8. ง 9. ง 10. ง
11. ข 12. ก 13. ง 14. ค 15. ค 16. ค 17. ง 18. ก 19. ข 20. ค