บีกเกอร์ เป็นอุปกรณ์พื้นฐานใน
ห้องปฏิบัติการเคมีใช้สำหรับเตรียม
สารละลาย ต้มสารละลาย ตกตะกอน
ผสมสารหรือให้สารทำปฏิกิริยากัน
บีกเกอร์
(Beaker)
วิธีการใช้งานบีกเกอร์
1. เลือกขนาดของบีกเกอร์ให้
เหมาะสมกับงาน โดยคำนึงถึงปริมาณ
ของเหลวที่บรรจุ
2. จับแท่งแก้วแตะกับปากบีกเกอร์
3. เอียงบีกเกอร์ให้ของเหลวไหล
ตามแท่งแก้วลงสู่ภาชนะที่รองรับ
บีกเกอร์
(Beaker)
ประโยชน์ของบีกเกอร์
1. ใช้สำหรับต้มสารละลายที่มี
ปริมาณมากๆ
2. ใช้สำหรับเตรียมสารละลาย
ต่างๆ
3. ใช้สำหรับตกตะกอนและใช้
ระเหยของเหลวที่มีฤทธิ์เป็นกรดน้อย
บีกเกอร์
(Beaker)
ข้อควรระวัง
ไม่ใช้บีกเกอร์ทุกขนาดทดลอง
ปฏิกิริยาระหว่างสารโดยเด็ดขาด
บีกเกอร์
(Beaker)
หลอดหยดสาร
(Dropper)
หลอดหยดสาร ใช้สำหรับหยด
สารละลายทีละน้อยๆ ซึ่งสามารถใช้ใน
การเตรียมสารละลาย เพื่อปรับ
ปริมาตรสารให้ได้ตามที่ต้องการ หรือ
ใช้ในการหยดสารเพื่อให้ทำปฏิกิริยา
กันอีกด้วย
หลอดหยดสาร
(Dropper)
ข้อควรระวังในการใช้หลอดหยดสาร
คือ อย่าให้ปลายของหลอดหยด
กระทบหรือแตะกับอุปกรณ์หรือสิ่ง
รอบข้างอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง
ท
เนื่องจาก จะ ำ ให้มีการปนเปื้อน
ของเข้าไปภายในหลอดหยดสารได้
หลอดหยดสาร
(Dropper))
เครื่องชั่งสปริง
(Spring balance)
เครื่องชั่งสปริง
คือ เครื่องมือที่ใช้ในการวัดขนาดของแรง
ที่กระทำต่อวัตถุ
ในการวัดปริมาณของแรงที่กระทำต่อวัตถุ
จะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า เครื่องชั่งสปริง
(Spring Balance) ที่ปลายข้างหนึ่งจะถูกดึง
ให้ยืดขยายออก ตามกฎของฮุคที่ว่า “การยืด
ขยายของวัตถุเป็นสัดส่วนโดยตรงกับแรงที่ยืด
ขยายมันออก”
เครื่องชั่งสปริง
(Spring balance)
การใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัด
ขนาดของแรง
การใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดขนาด
ของแรง โดยการยึดปลายสปริงด้านหนึ่ง
อยู่กับที่ หรือจับไว้ให้แน่น แล้วผูกปลาย
อีกข้างหนึ่งให้ถูกแรงดึงยืดขยายออกไป
แล้วทำการอ่านค่าขนาดของแรงจาก
ขีดสเกล
เครื่องชั่งสปริง
(Spring balance)
แท่งแก้วคนสาร
(Stirring rod)
แท่งแก้วคนสาร
ใช้สำหรับคนสารละลายให้ผสมเป็น
เนื้อเดียวกัน นอกจากนี้ยังใช้ช่วยในการ
เทสารละลายไปยังพาชนะอื่น
โดยเทสารละลายให้ไหลไปตามแท่ง
แก้วคน วิธีนี้จะทำให้สามารถควบคุมทิศ
ทางการไหลของสารละลายได้ดีขึ้น
แท่งแก้วคนสาร
(Stirring rod)
กระบอกตวง
(Cylinder)
กระบอกตวง เป็นอุปกรณ์ใช้สำหรับ
วัดปริมาตรของเหลว หรือใช้ตวง
สารละลาย ให้มีปริมาตรตามที่ต้องการ
กระบอกตวงมีทั้งแบบทำด้วยแก้ว
และทำด้วยพลาสติก มีหลายขนาดให้
เลือกใช้ โดยมีตั้งแต่ 5 ml.ไปจนถึง 2 L.
กระบอกตวง
(Cylinder)
วิธีการใช้งานกระบอกตวง
1. เทสารละลายจากขวดบรรจุสารเคมีลง
ในบีกเกอร์
ควรเทของเหลวให้มีปริมาตรมากกว่าที่
ต้องการใช้เล็กน้อยลง ไม่ควรเทส่วนที่เหลือ
กลับคืน ภาชนะเดิม
ห้ามวางสารเคมีทิ้งไว้โดยไม่ปิดฝา และ
ก่อนปิดต้องแน่ใจว่าฝาไม่สลับกับขวดอื่น
กระบอกตวง
(Cylinder)
2. เทสารละลายจากบีกเกอร์ลงไป
ในกระบอกตวงจนส่วนโค้งเว้าต่ำสุดอยู่
ต่ำกว่าขีดบอกปริมาตร
3. ใช้ปิเปตหรือหลอดหยดช่วยใน
การปรับปริมาตรให้ส่วนโค้งเว้าต่ำสุด
ข อ งสารละลาย อยู่ตรงกับขีดบอก
ปริมาตร
กระบอกตวง
(Cylinder)
4. อ่านปริมาตรของของเหลวใน
กระบอกตวง ทำได้โดยการยกกระบอก
ตวงให้ตั้งตรงและให้ส่วน โค้งเว้าต่ำสุด
อยู่ระดับสายตาและอ่านค่าปริมาตร
ณ จุดต่ำสุดของส่วนโค้งเว้า
5. การเทสารทำได้โดยเอียงกระบอก
ตวงให้แตะกับปากภาชนะที่รองรับ
กระบอกตวง
(Cylinder)
ข้อควรระวัง
ในการอ่านปริมาตร ควรที่จะให้
ระดับสายตาอยู่ในแนวเดียวกันกับส่วน
โค้งเว้าต่ำสุดเสมอ
กระบอกตวง
(Cylinder)
แว่นขยาย
(Magnifying glass)
แว่นขยาย เป็นอุปกรณ์ที่ทำจาก
เลนส์นูน ที่ช่วยขยายขนาดของวัตถุ ให้มี
ขนาดใหญ่ขึ้น ให้ส่องดูวัตถุขนาดเล็กที่
ตามองเห็นไม่ชัด ให้เกิดความชัดเจน
มากขึ้น
แว่นขยาย
(Magnifying glass)
ในการใช้ต้องให้ระยะวัตถุอยู่ห่าง
จากแว่นขยายน้อยกว่าระยะความยาว
โฟกัสของแว่นขยาย ลักษณะภาพที่ได้
เป็นภาพเสมือนหัวตั้งเหมือนวัตถุ เกิด
ภาพด้านเดียวกับวัตถุ
จึงใช้แว่นขยายส่องดูวัตถุที่ต้องการ
ความชัดเจน
แว่นขยาย
(Magnifying glass)
ขวดวัดปริมาตร
(Volumetric flask)
ขวดวัดปริมาตร เป็นขวดแก้วคอยาว
มีขีดแสดงปริมาตรกำกับอยู่รอบคอขวด
เพียงขีดเดียว และมีจุกปิดด้านบน
เพื่อให้เมื่อเขย่าสารแล้ว สารนั้นเกิดการ
ละลายผสมกันได้อย่างทั่วถึง
ขวดวัดปริมาตร
(Volumetric flask)
ขวดวัดปริมาตร ใช้สำหรับเตรียม
สารละลายที่ต้องการความเข้มข้น
แน่นอน เช่น สารละลายตัวอย่าง,
สารละลายมาตรฐาน แล้วทำให้
สารละลายที่ได้มีความเข้มข้นน้อยกว่า
สารละลายเดิม
ขวดวัดปริมาตร
(Volumetric flask)
กระดาษกรอง
(Filter paper)
กระดาษกรอง คือ กระดาษที่มี
คุณสมบัติที่คัดเลือกอนุภาค หรือ
สิ่งเจือปนออกจากสารละลาย หรือ
อากาศโดยการวางแบบตั้งฉากกับทิศ
ทางการไหลของสารละลายที่ต้องการจะ
กรองซึ่งมีขนาดของช่องว่างแตกต่างกัน
ไปหลายขนาดด้วยกัน การเลือกใช้ขึ้นอยู่
กับลักษณะงานแต่ละชนิด
กระดาษกรอง
(Filter paper)
คุณสมบัติที่สำคัญของกระดาษกรอง
ประกอบด้วย ความคงทนเมื่อเปียก
ขนาดของช่องว่าง ความสามารถในการ
กรองอนุภ า ค อัตราการไหลของสารที่
ต้องการกรอง ประสิทธิภาพและความ
จำกัดกับลักษณะงานแต่ละชนิด
กระดาษกรอง
(Filter paper)
แม่เหล็ก
(Magnet)
แม่เหล็ก คือ สารที่สามารถดูดหรือ
ผลักกันเองได้ และสามารถดูดสาร
แม่เหล็กได้โดยการเหนี่ยวนำ แม่เหล็ก
โดยทั่วไปจะหมายถึง แม่เหล็กธรรมชาติ
ที่สามารถดูดเหล็กและนิเกิลได้
แท่งแม่เหล็กจะมี 2 ขั้ว คือ ขั้วเหนือ
(North Po le “N”) และขั้วใต้ (South
Pole “S”)
แม่เหล็ก
(Magnet)
ขวดรูปชมพู่
(Erlenmeyer flask)
ขวดรูปชมพู่ เป็นขวดทดลองใน
ห้องปฏิบัติการ ทำด้วยแก้ว มีลักษณะ
ก้น แบ น ตั วท รงก รวย และค อ
ทรงกระบอก เเละมีขีดบอกปริมาตร
สามารถดูปริมาณของเหลวได้ชัดเจน
ความแคบของขวดทำให้สามารถเขย่า
สารได้ ลดการระเหยของตัวละลายได้
ขวดรูปชมพู่
(Erlenmeyer flask)
ขวดรูปชมพู่
มีสเกลบอกปริมาตร มีหลายขนาด
ด้วยกันแต่ที่นิยมใช้ในห้องปฏิบัติการเคมี
มีขนาดความจุ 250 – 500 ml.
นิยมใช้ในการไทรเทรทสารละลาย
ขวดรูปชมพู่
(Erlenmeyer flask)
หลอดทดลอง
(Test tube)
หลอดทดลอง ใช้สำหรับทดสอบ
ปฏิกิริยาเคมีระหว่างสารต่างๆในปริมาณ
น้อยๆ
มีลักษณะเป็นหลอดแก้ว มีทั้งชนิดที่
มีปาก และไม่มีปาก แบบที่ทนไฟและไม่
ทนไฟ
หลอดทดลอง
(Test tube)
การใช้งานของหลอดทดลอง
1. หลอดทดลองมีหลากหลายชนิด
และหลายขนาด ชนิดที่มีปากและไม่มี
ปาก ชนิดธรรมดาและชนิดทนไฟ ขนาด
2
ของหลอดทดลองระบุได้ แบบคือ
ความยาวกับเส้นผ่าศูนย์กลางริมนอก
หรือขนาดความจุเป็นลิตร
หลอดทดลอง
(Test tube)
2. หลอดทดลองส่วนมากใช้สำหรับ
ทดลองปฏิกิริยาเคมีระหว่าง สารต่างๆที่
เป็นสารละลาย ใช้ต้มของเหลวที่มี
ปริมาณน้อยๆ
หลอดทดลอง
(Test tube)
3. หลอดทดลองแบบทนไฟจะมี
ขนาดใหญ่และหนากว่าหลอดธรรมดา
ใช้สำหรับเผาสารต่างๆด้วย เปลวไฟ
โดยตรงในอุณหภูมิที่สูง หลอดชนิดนี้ไม่
ควรใช้สำหรับทดลองปฏิกิริยาเคมี
ระหว่างสารเหมือนหลอดธรรมดา
หลอดทดลอง
(Test tube)
ประโยชน์
– ใช้ใส่สารและทำปฏิกิริยาเคมีของสาร
ต่าง ๆ
หลอดทดลอง
(Test tube)
กรวยกรอง
(Funnel)
กรวยกรอง เป็นอุปกรณ์ที่ใช้คู่กับ
กระดาษกรอง ( Filter Paper) ในการ
แยกของแข็งออกจากของเหลวและ
มักจะใช้สำหรับสวมบิวเรทเมื่อจะเท
สารละลายลงในบิวเรต
กรวยกรอง
(Funnel)
มีทั้งแบบก้านสั้นและก้านยาว กรวย
ก้านยาวจะกรองได้เร็วกว่ากรวยก้านสั้น
ขนาดของกรวยกรองจะใหญ่หรือว่าเล็ก
ขึ้นอยู่กับความยาวของเส้นผ่าศูนย์กลาง
กับลักษณะงานแต่ละชนิด
กรวยกรอง
(Funnel)
กระดาษลิตมัส
(Litmus paper)
กระดาษลิตมัส
เป็นกระดาษที่ใช้ทดสอบสมบัติความ
เป็นกรด-เบสของของเหลว กระดาษ
ลิตมัสมีสองสีคือสีแดงหรือสีชมพู และสี
น้ำเงินหรือสีฟ้า
กระดาษลิตมัส
(Litmus paper)
วิธีการใช้กระดาษลิตมัส
คือการสัมผัสของเหลวลงบนกระดาษ ถ้า
หากของเหลวมีสภาพเป็นกรด (pH < 4.5)
กระดาษจะเปลี่ยนจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง และ
ในทางกลับกันถ้าของเหลวมีสภาพเป็นเบส
(pH > 8.3) กระดาษจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสี
น้ำเงิน ถ้าหากเป็นกลาง (4.5 ≤ pH ≤ 8.3)
กระดาษทั้งสองจะไม่เปลี่ยนสี
กระดาษลิตมัส
กรวยกรอง
(Funnel)
(Litmus paper)
กล้องจุลทรรศน์
(Microscope)
กล้องจุลทรรศน์
เป็นอุปกรณ์สำหรับมองดูวัตถุที่มี
ขนาดเล็กเกินกว่ามองเห็นด้วยตาเปล่า
กรวยกรอง
กล้องจุลทรรศน์
(Funnel)
(Microscope)
การใช้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง
(Lightmicroscope) มีวิธีใช้ดังนี้
1 . วางกล้องให้ฐานอยู่บนพื้นรองรับที่
เรียบสม่ำเสมอ
2. หมุนเลนส์ใกล้วัตถุ (objective lens)
อันที่มีกำลังขยายต่ำสุดมาอยู่ตรงกับลำกล้อง
3. ปรับกระจกเงาใต้แท่นวางวัตถุให้แสง
สะท้อนเข้าลำกล้องเต็มที่
กรวยกรอง ลทรรศน์
กล้องจุ
(Funnel)
(Microscope)
4. นำสไลด์ที่จะศึกษาวางบนแท่นวาง
วัตถุ ให้วัตถุอยู่ตรงกลางบริเวณที่แสงผ่าน
แล้วมองด้านข้างตามแนวระดับแท่นวาง
วัตถุ ค่อย ๆ หมุนปุ่มปรับภาพหยาบ
(coarse adjustment knob) ให้ลำกล้อง
เลื่อนมาอยู่ใกล้วัตถุที่จะศึกษามากที่สุด
โดยระวังอย่าให้เลนส์ใกล้วัตถุสัมผัสกับ
์
กระจกปิดสไลด
กรวยกรอง
กล้องจุลทรรศน์
(Funnel)
(Microscope)
5. มองผ่านเลนส์ใกล้ตา (eyepiece)
ล งตามลำกล้อง พร้อมกับหมุนปุ่มปรับภาพ
หยาบขึ้นช้า ๆ จนมองเห็นวัตถุที่จะศึกษา
ค่อนข้างชัดเจน แล้วจึงเปลี่ยนมาหมุนปรับ
ปุ่มภาพละเอียด (fine adjustment knob)
เพื่อปรับภาพให้คมชัด อาจเลื่อนสไลด์ไปมา
ช้าง ๆเพื่อให้สิ่งที่ต้องการศึกษามาอยู่กลาง
แนวลำกล้อง
กรวยกรอง
กล้องจุลทรรศน์
(Funnel)
(Microscope)