The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทความเรื่อง การทำนายสถานการณ์น้ำล่วงหน้า เขาทำกันอย่างไร <br><br>โดย รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์<br>คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chula Engineering, 2024-05-02 00:43:09

การทำนายสถานการณ์น้ำล่วงหน้า เขาทำกันอย่างไร

บทความเรื่อง การทำนายสถานการณ์น้ำล่วงหน้า เขาทำกันอย่างไร <br><br>โดย รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์<br>คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การทํานายสถานการณน้ําลวงหนา เขาทํากันอยางไร โดย รศ.ดร. สุจริต คูณธนกุลวงศ คณะวิศวกรรมศาสตรจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย 1) บทนํา สถานการณน้ําปจจุบันมีความแปรปรวนทั้งในชวงระยะสั้น และระยะยาวจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ ทําใหเกิดภาวะน้ําทวม น้ําแลง สลับกันไป ที่มีความถี่ และความรุนแรงมากขึ้น ทําใหความสนใจใน การติดตามดูการทํานายสภาพอากาศมีมากขึ้น มีคําถามวา งานวิจัยจะชวยในการเพิ่มความถูกตองในการ ทํานาย และจําลองสภาพลวงหนาในหลายภาพไดเพื่อชวยในการตัดสินใจ และเตรียมตัว รับมือกับ ภัยแลง และภัยน้ําทวม โดยเฉพาะในระยะยาวมากขึ้นไดดียิ่งขึ้นไดไหม นอกจากการใชคาทํานายอุณหภูมิและฝนระยะ สั้น 3 ชั่วโมง 3 วัน 10 วันที่ใชอยู และมีการปรับปรุงใหถูกตองมากขึ้นมาตลอด ในการตอบคําถามดังกลาว ไดเชิญคณะวิจัยและผูแทนหนวยงานตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการบริหาร จัดการน้ําและภูมิอากาศนําเสนอการติดตามการเปลี่ยนแปลง สภาพอากาศ แนวโนมของสภาพน้ําทา และ ทางออกของการจัดการปญหาดวยวิทยาศาสตร วิจัย และนวัตกรรม มานําเสนอผลการคาดการณ และ ทางออกของการจัดการปญหาดวยวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรมในการบริหารจัดการน้ํา โดยมีเปาหมาย ลด ความเสี่ยง ลดความเสียหาย ยั่งยืนแบบยืดหยุน รวมทั้งสรางการรับรูและเขาใจแกหนวยงานที่เกี่ยวของ และ ประชาชนในการปรับพฤติกรรมเพื่อเตรียมความพรอมรับมือกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและ สถานการณน้ําใน ของป 67 – 68 เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 67 ที่ผานมา โดย สํานักงานการวิจัยแหงชาติ (วช.) บทความนี้อธิบายแนวทางการทํานายสภาพฝน และน้ํา และสรุปผลจากการจัดเสวนาดังกลาวโดยสังเขป เพื่อ เปนขอมูลและความรูประกอบการวางแผนและจัดการน้ําของผูเกี่ยวของไดตอไป 2) แนวทางการทํานาย การทํานายสภาพอากาศลวงหนา ในปจจุบันมีการวิจัยพัฒนาเทคนิคและระบบตางๆกันทั่วโลกและแบง การคาดการณตามชวงเวลา (ตามรูปที่ 1) คือ ก) การทํานายสภาพอากาศในระยะยาว (เชนจากแบบจําลอง สภาพภูมิอากาศโลกระยะยาว (GCM) เนนการวิเคราะหเชิงคณิตศาสตรจากปฏิกริยาของน้ําและฟาภายใต สมมติฐานของการปลอยกาซเรือนกระจกแบบตางๆ (RCP 4.5, 6.0, 8.5) จะไดขอมูลสภาพอุตุนิยมรายกริด (หลายขนาด) ในระยะยาวลวงหนากวา 50 ป (เปนรายเดือน วัน) ข) การทํานายแนวโนมรายฤดู ใช แบบจําลองสมุทรศาสตร(เชนของ JAMSTEC, ECMWF ฯลฯ) ทํานายสภาพอากาศรายวัน และสรุปเปนราย เดือน รายฤดู โดยมีคาเริ่มตนจากขอมูลวัดจริง และสมมติฐานตางๆ (ensembles) เพื่อใหเห็นสภาพอากาศ (อุณหภูมิน้ําทะเล ปริมาณฝน) ลวงหนา 3, 6 เดือนลวงหนา ซึ่งจะใชคาอุณหภูมิมหาสมุทรมาประมาณคา ENSO, IOD ฯลฯ ไดดวย ค) การทํานายสภาพอากาศรายฤดู/ป โดยใชปเทียบ เนื่องจากขอจํากัดของ


แบบจําลองทางคณิตศาสตรที่ใชงานในระดับโลกและภูมิภาคขนาดใหญ การทํานายมาระดับประเทศจะมีความ หยาบเนื่องจากขนาดของกริดที่ใช และระยะเวลาทํานายเปนรายเดือน ถาตองการใหมีรายละเอียดเชิงพื้นที และเวลา มีการใชเทคนิคเทียบปหาเหตุการณเทียบเคียง โดยใชคาพารามิเตอร (เชน ENSO, IOD ฯลฯ) ซึ่ง อาจมีทางเลือกมากกวา 1 เหตุการณ (เชนเปนลาลินยาแบบสมดุลย แบบออนหรือแบบแรงได) และใชคา ปริมาณฝน อุณหภูมิ ในปเทียบเคียงในอดีตที่มีคาพารามิเตอรใกลเคียง มาทํานายเหตุการณฝนดูไดง) การ ทํานายสภาพอากาศจากแบบจําลองสภาพอากาศ (ระยะ 3 ถึง 6 เดือน) ซึ่งนําแบบจําลองสภาพอากาศของ ตางประเทศที่มีมาปรับใชคาเริ่มตนจากขอมูลวัดจริงของไทยพรอมเทคนิคการยอสวนเขาชวย เพื่อใหไดตัวเลข สภาพอากาศลวงหนา3 ถึง 6 เดือน ใหใกลสภาพฝนของไทยมากขึ้น ผลจากการทํานายอุณหภูมิและฝน (รายวัน รายสัปดาห รายเดือน) แบบมีทางเลือกดังกลาว เมื่อมาใช ใสในแบบจําลองน้ําทา สามารถจําลองสภาพน้ําทาของลําน้ํา ในลุมน้ํา และโครงขายน้ําที่ตองการ ไดคาปริมาณ น้ําทา ณ สถานีที่ตองการวา จะเกิดภาวะน้ํามาก ปานกลาง นอย ไดบนทางเลือกแบบตางๆ เพื่อประกอบการ กําหนดแนวทางการจัดการน้ํา มาตราการรับมือของหนวยงานรัฐ และการเตรียมปรับตัวของชุมชน บน ทางเลือกตางๆ (ทั้งแบบนอย ปานกลาง และมาก) ตอได รูปที่ 1 ลักษณะการทํานายสภาพอากาศในอนาคต ตามชวงเวลาตางๆ (กนกศรี ศรินนภากร, 2567) 3) ตัวอยางผลที่ไดในการทํานายฝนและน้ําทาในป 2567/68 ก) ผลการทํานายสภาพอากาศระยะยาว (5 ปลวงหนา) ผลจากการทํานายสภาพอากาศในอนาคตของไทย ที่มาจากแบบจําลองสภาพอากาศของโลกจากป 2024-2030 เปนดังรูปที่ 2 (ภาพบนในเงื่อนไข RCP 4.5 (กาซเรือนกระจกเพิ่มแบบนอย) และ 8.5 (ภาพลาง


ในเงื่อนไขกาซเรือนกระจกเพิ่มแบบมาก) ซึ่งจะเห็นการแกวงตัวของสภาพฝนมาก (สีเขียว) ในป 2025, 2027, 2030 และฝนนอย (สีน้ําตาล) ในป2024 2026 2028 2029 ของแตละภาคไดโดยประมาณ รูปที่ 2 ผลการคาดการณจากแบบจําลองสภาพภูมิอากาศ ชวงป 2024-2030 (RCP4.5&8.5) (ชลัมภ อุนอารีย, 2567) ข) ผลการทํานายสภาพอากาศรายฤดูจากแบบจําลองสมุทรศาสตร ในการทํานายอุณหภูมิของน้ําทะเล และปริมาณฝนลวงหนา จากแบบจําลองสมุทรศาสตร (ที่เปดเผยจะ เปนรายเดือนและหกเดือนลวงหนา และเมื่อนําคาอุณหภูมิทะเลณ.จุดที่กําหนดคา ENSO ก็สามารถทํานาย สภาพ ENSO (ลาลินยา เอลลิโน) ลวงหนารายฤดู ไดตามรูปที่ 3 (ซึ่งแสดงผลจากหลายแบบจําลองเปรียบเทียบ กัน ซึ่งอาจจะอธิบายเปน คา ENSO แบบนอย ปานกลาง มาก เปนทางเลือกได) รูปที่ 3 การประมาณรายฤดูจากแบบจําลองสมุทรศาสตร(ชลัมภ อุนอารีย, 2567)


ผลการจําลองของ JAMSTECS (2024) ปรากฎการณ El-nino กําลังออนกําลังลงและจะเปลี่ยนไปเปน สภาวะลานินาประมาณเดือนกันยายน ปรากฎการณ positive iod ยังคงสภาพเดิมตอไปจนถึงเดือนสิงหาคม - ปริมาณฝนสะสมเดือนพฤษภาคมบริเวณประเทศไทย เกือบทั่วทุกภาคมีฝนอยูในเกณฑสูงกวาคาเฉลี่ยปกติ เล็กนอย เวนแตภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนต่ํากวาคาเฉลี่ยปกติเล็กนอย - ปริมาณฝนสะสมเดือนมิถุนายนบริเวณประเทศไทย เกือบทั่วทุกภาคมีฝนอยูในเกณฑสูงกวาคาเฉลี่ยปกติ เล็กนอย เวนแตภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนต่ํากวาคาเฉลี่ยปกติเล็กนอย - ปริมาณฝนสะสมเดือนกรกฎาคมบริเวณประเทศไทย เกือบทั่วทุกภาคมีฝนสูงกวาเกณฑเฉลี่ยปกติเล็กนอย เวนแตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนต่ํากวาเกณฑเฉลี่ยปกติเล็กนอย - ปริมาณฝนสะสมเดือนมิถุนายน-สิงหาคมบริเวณประเทศไทย เกือบทั่วทุกภาคของประเทศมีฝนสูงกวา เกณฑเฉลี่ยปกติเล็กนอย (ทํานายณ วันที่ 1 เมย 67, ดังรูปที่ 4) รูปที่ 4 ผลการจําลองสภาพอากาศ และอุณหภูมิมหาสมุทร (ในชวงเดือน มิย-สค 67) (JAMSTEC, 2024) ค) ผลการคาดการณฝนรายฤดู รายป จากคา ENSO (โดยใชปเทียบ) การคาดการณคา ENSO ในปนี้ มีแนวโนมจะเปลี่ยนจากสภาพเอลลิโน (ฝนนอย) มาเปนสภาพลาลิน ยา (ฝนมาก) ประมาณกลางปนี้ เราอาจสมมติเหตุการณการเกิดเปนสามกรณีคือ ลาลินยาแบบแรง ปานกลาง ปรกติ ได(ดังรูปที่ 5) จะไดปเทียบเคียง เปนป 2516/2553 (กรณีลาลินยาแบบแรง) ป 2526 (กรณีลาลินยา แบบออน) และ ป 2535 (กรณีลาลินยอแบบปรกติ) (ดังรูปที 5)


รูปที่ 5 การเทียบเคียงปและทางเลือกของลาลินยาที่จะเกิด (แรง ออน สมดุล) (กนกศรี ศรินนภากร, 2567) ถาเราประมาณฝนลวงหนา รายฤดู โดยเทียบเคียงคา ENSO ในป 2567 เปนแบบลาลินยาแบบแรง ผล จากการวิเคราะหดัชนี ONI PDO และ DMI คาดการณวา สถานการณฝนป2567 จะคลายคลึงกับป2516 โดยที่ฝนคาดการณชวงเดือน ม.ค. – มิ.ย.2567 จะมีคาตํ่ากวาคาเฉลี่ย แตมีโอกาสเกิดพายุฤดูรอนได ฝน คาดการณชวงเดือน ก.ค. – ธ.ค.2567 จะมีปริมาณฝนใกลเคียงกับคาปกติโดยวิธีเดียวกัน การประมาณการ การกระจายของฝนรายเดือนในป 2567 และ 2568 โดยใชปเทียบ 2516 และ 2517 จะเปนดังรูปที่ 6 และ 7 โดยแสดงคาผลตางจากคาเฉลี่ย (สีเขียวแปลวา ฝนมากกวาคาเฉลี่ย สีน้ําตาลแปลวา ฝนนอยกวาคาเฉลี่ย) ของแตละเดือนของป 67 และ 68 ซึ่งจากภาพเห็นแนวโนมฝนจะนอยกวาคาเฉลี่ยในเดือน เมษายน มิถุนายน ตุลาคม 67 และเดือน พฤษภาคม มิถุนายน กรกฏาคม กันยายน 68


รูปที่ 6 การกระจายของฝนรายเดือนในป 2567 (โดยใชขอมูลปเทียบ 2516) (กนกศรี ศรินนภากร, 2567) รูปที่ 7 การกระจายของฝนรายเดือนในป 2568 (โดยใชขอมูลปเทียบ 2517) (กนกศรี ศรินนภากร, 2567) ง) ผลการทํานายฝนลวงหนารายฤดูจากแบบจําลองสภาพอากาศ การประเมินผลการคาดการณฝนหกเดือนลวงหนาของ 8 แบบจําลองคือ CCSM4, CFsv2, CMC1, CMC2, GFDL, GFDL_FLOR, NASA และ NMME ซึ่งเปนแบบจําลองที่ทางกรมอุตุนิยมวิทยาใชเปน องคประกอบในการผลิตผลการคาดการณของกรมอุตุนิยมวิทยา ไดเริ่มคาดการณตั้งแตเดือน ม.ค. 2563 -


พ.ย. 2564 พบวา ผลการคาดการณฝนหกเดือนลวงหนาในชวงหนาฝน เดือน พ.ค. - ต.ค. ที่ใช initial time เดือน เม.ย. มีคาใกลเคียงและมีความสัมพันธกับคาตรวจวัดสูงที่สุด ความคลาดเคลื่อนนอยที่สุด สวน initial times เดือนมิ.ย. ถึง ก.ย. มีความสามารถในการคาดการณปริมาณฝนในระยะ 6 เดือนไดดี การประเมินผล การคาดการณในระยะ 6 เดือน โดยเฉลี่ยสถานีทั้งหมด พบวาสวนใหญผลการคาดการณคอนขางจะมี ความสัมพันธกับขอมูลตรวจวัดโดยมึคาไปในทิศทางเดียวกัน แตความคลาดเคลื่อนยังสูง (ยังตองการการวิจัย พัฒนาปรับปรุงตอ) นอกจากนี้ ยังพบวา โดยทั่วไปแบบจําลอง CMC1 และ NMME ใหผลคาดการณที่มี ความสัมพันธสูงกับขอมูลตรวจวัด ความคลาดเคลื่อนต่ํากวาแบบจําลองอื่น ๆ โดยสรุปเราใชคาจาก แบบจําลองนี้ในชวง 3-6 เดือนลวงหนา และความถูกตองก็ลดลงตามระยะเวลาทํานายลวงหนา (ซึ่งตองการ วิจัยพัฒนาตอในอนาคต) จ) ผลการทํานายน้ําทาเขาเขื่อนหลักและในลําน้ําหลัก ผลจากการทํานายฝนที่ไดสี่กรณีคือ ใชป 2516 เทียบลาลินยาแบบแรง ป 2526 เทียบลาลินยาแบบ ออน และป 2535 เทียบลาลินยาแบบปรกติ และใชแบบจําลองฝน CFC2 ทํานายชวงเดีอน มีค-สค 67 (ตามที่ อธิบายในหัวขอ 3 ขอ ค และรูปที่ 8) สามารถนําขอมูลฝนไปจําลองสภาพน้ําทาไหลเขาเขื่อนหลัก (ภูมิพล สิริ กิตต แควน้ํา ปาสัก และน้ําทาในลําน้ําหลัก ในที่นี้จําลองในพี้นที่ภาคกลาง (ใตเขื่อนภูมิพล และสิริกิตตและ ลําน้ําแมน้ําเจาพระยา) ณ ตนฤดูฝน (1 พฤษภาคม 67) และ หมดฤดูฝน (1 พฤศจิกายน 67) ได แบบจําลองปริมาณน้ําทาในป 2567-2568 มีความเปนไปได 4 กรณีคือ กรณีที่ 1 หากชวงฤดูฝนของ ป 2567 มีการพัฒนาเขาสูสภาวะลานีญารุนแรง จะทําใหปริมาณน้ํา สูงถึง 14,000 ลาน ลบ.ม. กรณีที่ 2 หาก ชวงฤดูฝนของป 2567 มีการพัฒนาเขาสูสภาวะลานีญาออน จะทําใหปริมาณน้ํามีประมาณ 6,000 – 8,000 ลาน ลบ.ม. และกรณีที่ 3 หากในชวงฤดูฝนของป 2567 สภาวะลานีญาอยูในระดับปกติและในป 2568 ปริมาณน้ําจะอยูที่ระดับประมาณ 6,000 ลาน ลบ.ม. และกรณีที่ 4 ใชฝนพยากรณจากแบบจําลองสภาพ อากาศ (ตามหัวขอ ง) ระหวาง 1 มี.ค. -31 ส.ค. (6เดือน)) เฉพาะในสวนน้ําทาเขาเขื่อนหลัก (ดังรูปที่ 9) รูปที่ 8 ขอมูลฝนที่ใชในการประเมินน้ําทาใน 4 กรณีตางๆ (จุติเทพ วงษเพชร, 2567)


รูปที่ 9 ปริมาณน้ําเก็บกักที่เขื่อนหลัก ณ วันที่ 1 พย 2567 (สิ้นฤดูฝน) ใน 4 กรณี (จุติเทพ วงษเพชร, 2567) ผลการคาดการณปริมาณน้ําทาตามธรรมชาติ ที่สถานี C. 2 นครสวรรค (ดังรูปที่ 10) สรุปไดวา กรณีศึกษาที่ 1 มีปริมาณน้ําทาตามธรรมชาติที่ผานสถานี C. 2 เทากับ 13,428 ลาน ลบ.ม. เฉลี่ย 9,683 ลาน ลบ.ม. กรณีศึกษาที่ 2 มีปริมาณน้ําทาตามธรรมชาติที่ผานสถานี C. 2 เทากับ 10,008 ลาน ลบ.ม. กรณีศึกษาที่ 3 มีปริมาณน้ําทาตามธรรมชาติที่ผานสถานี C. 2 เทากับ 7,763 ลาน ลบ.ม. รูปที 10 การประมาณรูปแบบน้ําทา สี่กรณีณ สถานี C2 (นครสวรรค) ในป 2567 (จุติเทพ วงษเพชร, 2567)


ฉ) แนวทางการจัดการ รูปที่ 10 การจัดสรรน้ําเพื่อกิจกรรมตางๆ ในพี้นที่ภาคกลาง สําหรับปเพาะปลูก 2566/67 (ธเนศ สมบูรณ, 2567) กรมชลประทานไดนําขอมูลจากการพยากรณเหลานี้มาพิจารณารวมกับปริมาณน้ําจริงในอางเก็บ น้ํา ชวงเดือนพฤษภาคมกอนเขาจะเขาฤดูฝนตามการคาดการณ ปริมาณน้ํากักเก็บที่เพียงพอตอการ อุปโภค บริโภค และสิ่งแวดลอมในประเทศคือ ประมาณ 4,000 ลาน ลบ.ม. ซึ่งหากกักเก็บน้ําไดมากกวาจะเปนน้ําสวน ที่นําสงเพื่อการเกษตร (ตามรูปที่ 10) แตในสวนนอกเขตชลประทานตองมีการเตรียมตัวเพื่อลดผลกระทบเมื่อ ฝนทิ้งชวง เชน การเพิ่มแหลงกักเก็บน้ํา การใชเทคโนโลยีในการใหน้ํา การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใหน้ําพืช การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูก ช) แนวทางการปรับตัวสําหรับชุมชน ในระดับแปลง เกษตรกรจําเปนตองติดตาม ใชขอมูลทํานาย ทั้งฝน และน้ําทา ประกอบการวางแผนใช น้ําและเพาะปลูกใหเหมาะสมกับสภาพน้ํา ไมวาจะเปนการใชขอมูลจากแอฟที่มี การปรับรูปแบบการใหน้ํา (เชน สปงเกอร หรือน้ําหยด) และการปรับรูปแบบการเพาะปลูกจัดทําปฏิทินปลูก การเลือกพืชที่ปลูก พื้นที่ที่ ปลูก และระยะเวลาที่ปลูกใหเหมาะกับสภาพฝนและน้ํา (ตนทุน) สําหรับพื้นที่ตนเอง โดยอาจใชขอมูลฝนแบบ เฉลี่ย (แตก็เผื่อทางออก กรณีฝนมาแบบมาก และแบบนอย ไวดวย) เนื่องจากแตละพี้นที่มีความแตกตางกันได (ดังรูปที่ 11)


รูปที่ 11 การวางแผนการใชน้ํา การปลูกพืช โดยใชขอมูล และ แอฟ ที่มีประกอบ (ไชยาพงศ เทพประสิทธิ์ , 2567) ซ) ทางออกระยะยาว ในระยะยาว เนื่องจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ ที่รุนแรง ผันผวน และมาประจํามากขึ้น จําเปนตองคํานึงทบทวน การเตรียมปรับปรุงโครงสรางพี้นฐานที่มี (แบบโครงสราง) การกําหนดมาตราการ เสริม (ใมใชโครงสราง) และจัดระบบการจัดการใหยืดหยุน (ระบบธรรมาภิบาล: พัฒนาคน ระบบเตือนภัย ฯลฯ) ของแตละลุมน้ํา ลุมน้ํายอย ปรับตัวได ทั้งกรณีฝนนอย ปานกลาง มาก จากคาทํานายที่ไดสรุปไดดังนี้ เปาหมาย ใหทวมหรือ แลง ในที่ที่กําหนด เพื่อลดภัย/ความเสียหาย รักษาชีวิต มี อาชีพ ฟนฟูกลับอยางรวดเร็ว มาตราการโครงสราง ปรับระดับความปลอดภัย เพิ่มขึ้น ตลอดแนวลําน้ํา (เชน เพิ่ม 1.1 เทา) ตนน้ํา มาตราการสีเขียว (ชวยเก็บกักน้ํา) กลางน้ํา (รูปแบบการใชที่ดิน และ แหลงเก็บกักน้ําสํารอง) ปลายน้ํา (เนนการระบาย พรอมแกมลิง) (แผนพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน) มาตราการไมใชโครงสราง ปรับระบบการเตรียมภัย แบบ (อากาศ)สุดขั้ว เพื่อมีพื้นที่รับน้ํา เก็บกักน้ํา จัดระบบเกษตรแบบวางแผนตามสภาพภูมิอากาศ แบบมีระบบประกัน (แผนพัฒนามาตรการเตรียมการ)


มาตราการการจัดการ จัดระบบอพยพแบบรักษา/อาชีพ ใหหมดทวม หมดแลง และฟนฟูอยางเร็ว พัฒนาความสามารถของคนและองคกร การเตือนภัยแบบแมนยํา (แผนการจัดการดําเนินการ ที่ยืดหยุน) 4) บทสรุป บทความนี้ไดอธิบายการทํานายสภาพอากาศจากระยะยาว มาถึง รายฤดู รวมประมาณน้ําทาเขาเขื่อน และลําน้ํา ในการจัดการน้ําในภาคปฏิบัติ ยังควรหาขอมูลทํานายระยะสั้นที่มีการพัฒนาความถูกตองดีขึ้น (ราย 3 วัน ราย 10 วัน) เพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังควรติดตามสภาพอากาศในระยะสั้น (ทุกสองเดือน คา MJO ที่มีผล ตอลักษณะพายุ แนวความกดอากาศต่ํา) ประกอบเพื่อดูอิทธิพลระยะสั้นดวย ภาวะไมแนนอนของสภาพภูมิอากาศ สงผลตอรูปแบบและมาตราการในการจัดการน้ํา จากแนวโนม สภาพภูมิอากาศในปจจุบัน มีความจําเปนตองมองหลายกรณี และวางแผนเผื่อรองรับระยะยาวมากขึ้น การ วางแผนตองปรับใชแนวคิด บริหารความเสี่ยง และบูรณการ(เชิงมาตรการ) ไปพรอมๆกับการวางแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่ การวางแผนตองบูรณการวางแผนเกษตร เมือง การใชที่ดิน น้ํา ที่ตอบสนองตอการพัฒนา และลดภัย พิบัติ ความเสี่ยง พัฒนาระบบการจัดการใหทันสมัย เปนระบบ และบูรณการ, พัฒนาระบบการจัดการเชิงรุก (กอน ระหวาง หลังเหตุการณ), ศึกษาวิจัย พัฒนาแนวคิด ทางเลือก (การพัฒนา อนุรักษ ลดภัย) และเครื่องมือ ที่พึงมี การวางแผนพัฒนาในยุคตอไป ตองการระบบนวัตกรรม ที่บูรณการ กระบวนการ ขอมูล และความรู เพื่อการแกไขปญหา และเตรียมพรอมใหทัน จากขอมูลวัดจริง เพื่อทําใหการแกไขปญหามีความยั่งยืนมากขึ้น และติดตาม แกไขไดทันกาล (สุจริต, 2566) การบริหารจัดการน้ําในระดับพี้นที่ ควรใหชุมชมเขามารับรู เขาใจ ใหสามารถใชขอมูลการทํานายที่มีไป ใชในพื้นที่ตนเอง เพื่อการวางแผนการใชน้ําและการปลูกใหเหมาะสมยิ่งขึ้น (อาจผานแอปพลิเคชันหรือจาก อปทในพื้นที่ โดยเฉพาะในพี้นที่เกษตรน้ําฝน ที่มีน้ําตนทุนไมมาก 5) กิตติกรรมประกาศ ผูเขียนตองขอบคุณ วิทยากรทุกทานที่เขารวมในการแถลงขาวสถานการณน้ําเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 67 จัดโดยสํานักงานการวิจัยแหงชาติ เพื่อเผยแพรขอมูลและความรู บทความนี้สรุปผลหลักจากการแถลงขาวใน วันดังกลาว 6) เอกสารอางอิง [1] ดร. กนกศรี ศรินนภากร การคาดการณและแนวโนมฝน ของประเทศไทย พศ 2567-2568 ดร. ชลัมภ อุนอารีย สภาพอากาศและแนวโนม ป 2567-68


ดร. จุติเทพ วงษเพชร สภาพน้ําทาบนสมมติฐานตางๆ คุณธเนศ สมบูรณ แนวทางการจัดการน้ํา ในสภาพลานีญา และเอลนิโญ ผศ.ดร. ไชยาพงศ เทพประสิทธิ์ แนวทางการปรับตัว รศ.ดร. สุจริต คูณธนกุลวงศ ผลกระทบและทางออก (เอกสารจากงานแถลงขาว เรื่อง แนวโนมสถานการณน้ํา 67 - 68 และมาตรการปรับตัว จัดโดย สํานักงานการวิจัยแหงชาติ เมื่อวันอังคาร ที่ 12 มีนาคม 2567 เวลา 10.00 – 12.00 น. ณ ศูนย สารสนเทศกลางดานวิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม ชั้น 1 อาคาร วช. 8 ดูเอกสารนําเสนอไดจาก http://project-wre.eng.chula.ac.th/watercu_th/?q=node/46) [2] สุจริต คูณธนกุลวงศ ขอเสนอเชิงนโยบายการปรับปรุงการบริหารจัดการน้ํา ดวยวิทยาศาสตร เทคโนโลยีและวัตกรรม ISBN (e-book) 978-616-608-751-2 ธันวาคม 2566 (Online Resource https://sip-water.com/) [3] JAMSTEC, Seasonal Predictions issued on 1 Apr 2024 Seasonal Mean Report, http://www.jamstec.go.jp/aplinfo/sintexf/e/seasonal/outlook.tml


Click to View FlipBook Version