รายงานการศึกษารายกรณี (Case Study) นายสุทธิภัทร นิราชภัย รหัสนักศึกษา 62111576029 ชั้นปีที่4 ห้อง 1 สาขาวิชา วิทยาศาสตร์ทั่วไป ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2565 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ แบบรายงานผลการศึกษารายกรณี
ชื่อนักเรียน เด็กหญิง วาสิตา จันทร์ปลั่ง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2/1 ครูประจ าชั้นชื่อ นางสาวสุมาลี ด ารงไชย 1. สภาพปัญหา / ความเป็นเลิศ ของนักเรียน ดังนั้นแล้วการศึกษามีความส าคัญต่อชีวิตมนุษย์อย่างยิ่ง มีส่วนช่วยพัฒนาคนให้มีความรู้ ความสามารถ เสริมสร้างสติปัญญา เป็นแนวทางในการเลี้ยงชีพที่สุจริต และเป็นพลเมืองที่มี ประสิทธิภาพของประเทศชาติ ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน การศึกษาคือการสร้างคน ให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะพื้นฐานที่จ าเป็น มีลักษณะนิสัยจิตใจที่ดีงาม มีความพร้อมที่จะต่อสู้ เพื่อตนเองและสังคม มีความพร้อมที่จะประกอบการงานอาชีพได้ อีกทั้งการศึกษาช่วยให้คนเจริญงอก งาม ทั้งทางปัญญา จิตใจ ร่างกาย และสังคม ดังนั้นการศึกษาจึงเป็นความจ าเป็นของชีวิตอีกประการ หนึ่ง นอกเหนือจากความจ าเป็นด้านที่อยู่อาศัยอาหารเครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค เป็นปัจจัยที่ส าคัญที่ มีกระแสความเปลี่ยนแปลงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้วิถีชีวิตต้อง เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย (พนม พงษ์ไพบูลย์. 2557: 133) ในปัจจุบันต้องสนับสนุนให้ทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างน้อย 12 ปี จึงจะเพียงพอกับ ความต้องการ และความจ าเป็นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น (แถม ชอบฝึก. 2526: 128) การจะ พัฒนาประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรือง และมีความมั่นคงนั้น คุณภาพของคนในประเทศมีผลต่อ ความส าเร็จอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคุณภาพของเด็กเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุด การที่จะจัดการศึกษาให้ บรรลุเป้าหมายข้างต้นนั้นขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่างๆ หลายประการด้วยกัน ซึ่งตัวผู้เรียนเป็นปัจจัย ส าคัญมากถ้านักเรียนไม่ให้ความร่วมมือในการเรียน ก็จะท าให้กิจกรรมการเรียนการสอนต้องหยุดชะงัก ลง ท าให้การเรียนการสอนไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ นักเรียนก็จะไม่ประสบผลส าเร็จในการเรียน เท่าที่ควร (เยาวภา กันทรวชิยากุล. 2530: 1) ซึ่งโรงเรียนมัธยมศึกษาเป็นสถาบันที่ก าลังประสบปัญหา เกี่ยวกับพฤติกรรมการขาดเรียนของนักเรียน เช่น ไม่ตั้งใจเรียน คุยหรือเล่นในขณะที่ครูสอน ไม่ท างาน ส่ง เป็นต้น พฤติกรรมเหล่านี้นับว่าเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ซึ่งล้วนแต่เป็นภัยเงียบที่นักเรียน อาจจะไม่รู้ตัวว่าก าลังท าพฤติกรรมไม่เหมาะสม อันจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตในสังคมของนักเรียนได้ การจัดการเรียนการสอน และการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 นักเรียนมี บุคลิกภาพที่ดูค่อนข้างก้าวร้าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเข้าสังคมหลายอย่าง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อ การมาเรียนในบางครั้ง จ านวน 1 คน เป็นนักเรียนหญิง ดังนั้นครูจึงสนใจที่จะแก้ไขปัญหา เรื่อง พฤติกรรมความก้าวร้าวของนักเรียนเป็นรายกรณี เพราะการศึกษารายกรณีจะท าให้ครูที่ปรึกษามี โอกาสศึกษารายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับตัวนักเรียนและผู้ที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน เพื่อทราบสาเหตุที่ แท้จริงกับกับตัวนักเรียน อันจะเป็นแนวทางในการลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม 2. จุดประสงค์ในการศึกษา
1) เพื่อให้ทราบถึงสภาพปัญหา และสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับนักเรียน 2) เพื่อให้เข้าใจถึงปัญหาและศึกษาวิธีแก้ไขเกี่ยวกับปัญหาของนักเรียนอย่างถูกต้องเหมาะสม 3) เพื่อจะช่วยเหลือเด็กนักเรียนในเรื่องการเรียนและปรับพฤติกรรมของนักเรียนให้เข้ากับเพื่อน ร่วมห้องเรียน และสังคมภายนอกให้ดียิ่งขึ้น 3. สภาพทั่วไปเกี่ยวกับนักเรียน 3.1 ประวัติส่วนตัวและครอบครัว ชื่อ ด.ญ.วาสิตา จันทร์ปลั่ง ชื่อเล่น มะนาว เกิด วันที่ 12 เดือน กรกฎาคม พ.ศ 2551 ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 27/3 หมู่ 10 ซอย 4 ต าบล เขาทอง อ าเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ รหัสไปรษณีย์ 60130 โทรศัพท์มือถือ 0809597569 บิดา ชื่อ นายประสิทธิ์ จันทร์ปลั่ง อาชีพ รับจ้างทั่วไป รายได้ต่อเดือน 7,000 บาท มารดา ชื่อ นางวันวิสาข์ จันทร์ปลั่ง อาชีพ ค้าขาย รายได้ต่อเดือน ไม่แน่นอน นักเรียนมีพี่น้องร่วมบิดามารดา 1 คน (รวมทั้งนักเรียนด้วย) คน เพศ อายุ ประกอบอาชีพ การศึกษา หมายเหตุ 1 หญิง 14 นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3.2 ประวัติการศึกษาและผลการศึกษา ปีการศึกษา ระดับ โรงเรียน เกรด 2554-2556 อนุบาล 1-3 โรงเรียนเขาทอง - 2557-2562 ป.1-6 โรงเรียนเขาทอง - 2563-2564 ม.1 โรงเรียนเขาทองพิทยาคม 4.00 3.3 ประวัติสุขภาพ อายุ14 ปี น ้าหนัก 56 ส่วนสูง 161 กรุ๊ปเลือด B
3.4 สภาพครอบครัวและฐานะทางเศรษฐกิจ จากการสังเกต และสัมภาษณ์ รวมถึงการเยี่ยมบ้าน ท าให้เห็นถึงลักษณะของสภาพครอบครัว ของเด็กหญิงวาสิตา จันทร์ปลั่ง ซึ่งบิดาได้ท างานรับจ้างทั่วไปรายได้ 7,000 บาทต่อเดือน และมารดา ประกอบอาชีพแม่ค้า รายได้ต่อเดือนประมาณ ไม่แน่นอน เด็กหญิงวาสิตา จันทร์ปลั่ง ไม่มีพี่น้องร่วม สายเลือดเป็นลูกคนเดียว แต่ก็มีญาติพี่น้องเป็นสมาชิกในครอบครัวค่อนข้างมาก จ านวนสมาชิกภายใน บ้านมีทั้งหมด 3 คน ฐานะครอบครัวพอกินพอใช้กัน 3.5 ทัศนคติของบุคคลรอบข้างที่มีต่อนักเรียน - ครูที่ปรึกษา ด้านการเรียน ตั้งใจเรียน ใฝ่เรียนรู้ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ เอา ใจใส่ต่อการเรียน และมีส่วนร่วมในการท ากิจกรรมการเรียนรู้เป็นอย่างดี ด้านพฤติกรรมและลักษณะนิสัย มีความเป็นผู้น า มีความกล้าแสดงออก มีความรับผิดชอบ มีน ้าใจต่อเพื่อน และครู มีพฤติกรรม ที่สมวัย พูดจาตรงไปตรงมา เป็นที่ยอมรับของทุกคนและเพื่อนครู ด้านสุขภาพร่างกาย มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มีพัฒนาการทางด้านร่างกายที่สมวัย ด้านสังคมและการอยู่ร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียน เข้ากันกับเพื่อนร่วมชั้นได้ดี มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีความเป็นผู้น าและเป็นที่พึ่งพาของเพื่อนๆ ได้เป็นอย่างดี สิ่งที่อยากให้ปรับปรุง ไม่มีเรื่องปรับปรุง - ครูท่านอื่น ๆ ด้านการเรียน ตั้งใจเรียนดี ส่งงานตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบในการเรียน ด้านพฤติกรรมและลักษณะนิสัย เป็นเด็กที่กล้าแสดงออก พูดจาตรงไปตรงมา ค่อนข้างโผงผาง ด้านสุขภาพร่างกาย ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง สุขภาพดีสมวัย ด้านสังคมและการอยู่ร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียน เข้ากับเพื่อนได้ดี เป็นที่รักของเพื่อนๆในชั้นเรียน สิ่งที่อยากให้นักเรียนปรับปรุง ไม่มีเรื่องปรับปรุง
-เพื่อนนักเรียน ด้านการเรียน เพื่อนเรียนดี ส่งงานตรงต่อเวลาเสมอ ด้านพฤติกรรมและลักษณะนิสัย กล้าแสดงออก พูดจาตรงไปตรงมา บางครั้งพูดจาแรงกับเพื่อน ด้านสุขภาพร่างกาย สุขภาพแข็งแรง ร่างกายอุดมสมบูรณ์ ด้านสังคมและการอยู่ร่วมกับเพื่อนในชั้นเรียน เป็นที่รักของเพื่อนๆในห้องเรียน ถึงแม้บางครั้งจะพูดไม่ดีกับเพื่อน แต่เป็นไม่บ่อย สิ่งที่อยากให้เพื่อนปรับปรุง ควรปรับปรุงการพูด ไม่ควรใช้ค าพูดที่รุนแรงที่ดูเป็นการไม่ถนอมน ้าใจเพื่อนด้วยกัน และไม่ควร เอาแต่ใจในบางครั้ง 3.6 บุคลิกภาพทั่วไปของนักเรียน - ลักษณะทางร่างกาย (รูปร่าง หน้าตา การแต่งกาย กิริยาวาจา) รูปร่างน่าตาน่ารัก บุคลิกภาพดี แต่งกายเรียบร้อย กิริยาวาจาดี - ลักษณะทางอารมณ์ (การแสดงออกทางอารมณ์ สดชื่น ร่าเริง หรือเงียบขรึม) เป็นคนที่กล้าแสดงออก มีบางครั้งที่พูดจาโผงผาง แสดงนิสัยเอาแต่ใจ - ลักษณะทางสติปัญญา (ความสามารถในการเรียน ความสามารถพิเศษ ความถนัดและความ สนใจ) เป็นเด็กเรียนดี ท างานส่งตรงเวลาเสมอ -ลักษณะทางสังคม (การปรับตัวเข้ากับเพื่อน ครู และ คนอื่นๆ ทักษะสังคมในห้องเรียนและ โรงเรียน) - เพื่อน เข้ากับเพื่อนๆในชั้นเรียนได้ดีแต่มีบางครั้งที่พูดจาโผงผาง ใช้ค าพูดที่อาจแสดงถึง ความรุนแรง แสดงนิสัยเอาแต่ใจกับเพื่อนในชั้นเรียน - ครู บางครั้งพูดจากับคุณครูไม่มีหางเสียง จนดูเป็นเด็กที่ไม่มีมารยาท แต่ไม่ได้แสดงนิสัย แบบนี้บ่อย เพราะส่วนมากจะแสดงนิสัยน่ารัก 3.7 พฤติกรรมที่ควรปรับปรุง / ส่งเสริม (เรียงล าดับจากมากไปน้อย) 1. ควรปรับปรุงการพูด ไม่ควรใช้ค าพูดที่รุนแรงที่ดูเป็นการไม่ถนอมน ้าใจเพื่อนด้วยกัน และไม่ควรเอาแต่ใจในบางครั้ง 2. ควรส่งเสริมนักเรียนด้านการเรียน เพราะเป็นเด็กที่เรียนดี ท างานส่งตรงเวลาเสมอ 3. .ควรรักษานิสัยความเป็นคนที่กล้าแสดงออก กิริยาวาจาดีไว้
4. การรวบรวมข้อมูลได้รวบรวมข้อมูลจากวิธีการต่อไปนี้ 1. ได้ท าการขอข้อมูลประวัติ สภาพทั่วไปเกี่ยวกับนักเรียน ประวัติส่วนตัวและครอบครัว ประวัติ การศึกษาและผลการศึกษา ประวัติสุขภาพ สภาพครอบครัวและฐานะทางเศรษฐกิจ ของ เด็กหญิงวาสิตา จันทร์ปลั่ง โดยใช้ข้อมูลที่คุณครูพี่เลี้ยงมี 2. สอบถาม ทัศนคติของบุคคลรอบข้างที่มีต่อนักเรียน จากคุณครูที่ปรึกษา คุณครูท่านอื่นๆ และ เพื่อนนักเรียนของเด็กหญิงวาสิตา จันทร์ปลั่ง 5. ข้อมูลที่น่าสนใจของกรณีศึกษา หลังจากได้ศึกษานักเรียนด้วยวิธีต่าง ๆ แล้ว ได้ข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้ 1. Case Study ของ เด็กหญิงวาสิตา จันทร์ปลั่ง เป็น Case Study ที่สามารถส่งเสริมพฤติกรรม ที่มีลักษณ์เชิงบวกในตัวบุคคลให้พัฒนางอกงามยิ่งขึ้น และเป็น Case Study ที่ป้องกันมิให้เกิดพฤติกรรม ในเชิงลบเกิดขึ้นในตัวบุคคลได้ 2. เด็กหญิงวาสิตา จันทร์ปลั่ง มีปัญหาด้านการพูดบางครั้ง เพราะชอบใช้ค าพูดที่รุนแรงที่ท าให้ดู เป็นการไม่ถนอมน ้าใจเพื่อนในชั้นเรียน และควรเอาแต่ใจในบางครั้ง 3. เด็กหญิงวาสิตา จันทร์ปลั่ง เป็นที่รักของเพื่อนๆในห้องเรียน ถึงแม้บางครั้งจะพูดไม่ดีกับ เพื่อน แต่เป็นไม่บ่อย เป็นเด็กที่เรียนดี ท างานส่งตรงเวลาเสมอ 6. แนวทางการแก้ปัญหา/ส่งเสริม 1. แนะน าให้ใช้ค าพูดที่ดูไม่รุนแรง และดูเป็นการถนอมน ้าใจเพื่อนในชั้นเรียนมากขึ้น 2. บอกประโยชน์ของการพูดแต่สิ่งดีๆ ใช้ค าพูดดีกับๆคนรอบข้าง เช่น จากเดิมที่ เด็กหญิงวาสิ ตา จันทร์ปลั่ง เป็นที่รักของเพื่อนในห้องอยู่แล้ว ก็จะมีเพื่อนที่รักและสนิทใจขึ้นมากกว่าเดิม 3. สนับสนุนทางด้านการเรียนเพราะเด็กหญิงวาสิตา จันทร์ปลั่งเป็นเด็กที่เรียนดี ท างานส่งตรง เวลาเสมอ 7. แนวคิดทฤษฎีและการอ้างอิงทางวิชาการ การอบรมสั่งสอนเรื่องมารยาทควรได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เยาว์วัย นอกจากบ้านจะเป็นแหล่ง ถ่ายทอดกิริยามารยาทให้กับเด็กแล้ว โรงเรียนก็เป็นสถาบันที่ส าคัญอีกแห่งหนึ่งที่ฝึกสอนให้เด็กมีความ ประพฤติและกิริยามารยาทที่ดี มีกฎข้อบังคับและระเบียบวินัยให้นักเรียนปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของ โรงเรียนหรือกฎเกณฑ์ของโรงเรียนด้วยการแสดงกิริยาวาจาที่สุภาพเรียบร้อย ยิ้มแย้มแจ่มใส รู้จัก ควบคุมอารมณ์ แสดงว่านักเรียนมีกิริยามารยาทที่ดี (แถม ชอบฝึก. 2526 : 69) ผู้ที่มีมารยาทที่ดีนั้น คือ ผู้ที่ปรับปรุงตนให้เหมาะสมกับเวลาและสถานที่ หรือกาลเทศะเป็นส าคัญ ฉะนั้นผู้มีมารยาทก็คือ ประพฤติปฏิบัติตนในขอบเขตของวัฒนธรรมไทยเป็นผู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ ในสมัยก่อนเด็กไทยจะได้รับ การฝึกฝนเรื่องกิริยามารยาทมาจากครอบครัวจากโรงเรียนตั้งแต่อายุยังน้อยไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบทใด จะ
เป็นนั่ง เดิน ยืน รับประทานอาหาร หรือนอน จะมีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมบุคลิกลักษณะของตนให้เป็นผู้ที่ มีเสน่ห์ เป็นที่ชื่นชมนิยมหรือนับถือจากผู้ที่พบเห็น ส่งเสริมให้ผู้ปฏิบัติมีสุขภาพดี เพราะท่วงท่าเป็น มารยาทอันดีงามท าให้ร่างกายมีความสมดุลไม่เป็นสาเหตุของโรคภัยในภายหลัง เพื่อสังคมส่วนรวมมี ความสงบสุขไม่ท าให้ผู้อื่นเดือดร้อน (ผอบ โปษะกฤษณะ.2530 : 2) มารยาทไทยหมายถึง กิริยาวาจาที่ คนไทยเห็นว่าเรียบร้อย ถูกลักษณะนิสัยของคนไทยที่เป็นคนอ่อนโยน มีความสงบเสงี่ยมทั้งกาย วาจา เป็นการควบคุมกาย วาจา ให้อยู่ในกรอบที่สังคมยอมรับและต้องการ ดั้งนั้นผู้ที่ไม่มีมารยาทจึงเป็นผู้ที่ ถูกสังคมต าหนิติเตียนได้ มารยาทเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าผู้นั้นมีลักษณะนิสัย มีความเป็นมาหรือได้รับ การศึกษาในด้านนี้มาหรือไม่ ค ากล่าวของชาวโบราณ ซึ่งได้ยินได้ฟังกันโดยทั่วไปว่า "ส าเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล" จะเป็นสิ่งที่บอกความหมายของมารยาทไทยได้เป็นอย่างดี (สมจินตนา ภักดิ์ศรีวงศ์, คุณหญิง. 2528 : 27) พฤติกรรมก้าวร้าว (Aggressive Behavior) นั้น มีผู้ให้ความหมายต่าง ๆ กัน ดังเช่น ฟรอยด์ กล่าวว่า พฤติกรรมก้าวร้าวเป็นสัญชาตญาณของความตาย หรือเป็นแรงขับชนิดปฐมภูมิ หรือติดตัวมา แต่ก าเนิด พฤติกรรมก้าวร้าวเป็นสัญชาตญาณของการท าลายสู่ภายนอก เมื่อบุคคลสะสมความก้าวร้าว ไว้ เขาก็จะพยายามหาทางแสดงความก้าวร้าวในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การแสดงท่าทีที่ไม่เป็นมิตรกับผู้อื่น การข่มเหง รังแก ต่อต้าน และไม่ให้ความร่วมมือในการท ากิจกรรมด่าง ๆ หรืออาจแสดงออกในรูปของ การท าลายหรือท าร้ายตนเอง นอกจากนี้แบนดูรา (ธ ารง ทัศนาญซลี. 2528 : 10 ; อ้างอิงมาจาก Bandura. 1963) มีความเห็นว่าพฤติกรรมก้าวร้าวของมนุษย์ เกิดจากการเรียนรู้ การสังเกต การ เลียนแบบ พฤติกรรมผู้อื่นและส่วนหนึ่งเกิดจากการเสริมแรง ยิ่งพฤติกรรมก้าวร้าวนั้นได้รับการเสริมแรง มากเท่าใดก็มีแนวโน้มจะเกิดพฤติกรรมนั้นซ ้ามากขึ้น แต่สก๊อต (ธ ารง ทัตนาญชลี. 2528 : 10 ; อ้างอิง มาจาก Scott. 1958) เชื่อว่าพฤติกรรมก้าวร้าวจะเกิดขึ้นต่อเมื่อมีการกระตุ้นจากสถานการณ์ภายนอก ส่วนทางจิตเวชถือว่าเป็นเรื่องของสัญชาตญาณ (Instinct) ที่มีมาแต่แรกเกิด แต่มนุษย์ควรจะพัฒนา พฤติกรรมก้าวร้าวนี้ให้เป็นไปในรูปแบบที่สังคมยอมรับ หรือในทางที่เสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าของ สังคม หากเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติใช้สัญชาตญาณความก้าวร้าวออกไปในรูปแบบของการท าลาย แทนการสร้างสรรค์อาจจะส่งผลเสียต่อประเทศชาติได้ (ธ ารง ทัศนาญชลี. 2528 : 9) 8. การศึกษารายกรณีครั้งนี้มีประโยชน์ต่อการประกอบวิชาครูของนักศึกษาคือ 1.ช่วยให้ได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับตัวนักเรียนอย่างกว้างขวางท าให้รู้จักและเข้าใจธรรมชาติ ของมนุษย์อย่างแท้จริง 2.ช่วยให้เข้าใจถึงสาเหตุและเงื่อนไขต่างๆที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่ดี ท าให้เห็นหนทางในการ ส่งเสริมหรือแก้ปัญหา 3.ช่วยให้ครูมีความรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือในการประเมินนักเรียน
ภาคผนวก
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา