The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานช่างสิบหมู่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yean49yean, 2023-09-09 07:05:33

งานช่างสิบหมู่

งานช่างสิบหมู่

งานศิลปกรรม งานช่า ช่ ง นางสาว นันท์น ท์ ภัส ภั ภูว ภู ะสุริ สุ นริทร์ ม.๖/๕ เลขที่ ๖ สิบหมู่ จัด จั ทำ โดย


คำ นำ รายงานเล่มนี้จั นี้ ด จั ทำ ขึ้น ขึ้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของวิชาวิทยาการคำ นวณ และวิชาศิลปะชั้น ชั้ มัธ มั ยมศึก ศึ ษาปีที่6 เพื่อให้ไห้ ด้ศึ ด้ ก ศึ ษาหาความรู้ ในเรื่องช่าง 10 หมู่ และได้ศึ ด้ ก ศึ ษาอย่างเข้า ข้ใจเพื่อเป็นประโยชน์กั น์ บ กั การเรียนผู้จั ผู้ ด จั ทำ หวัง วั ว่า รายงานเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์กั น์ บ กั ผู้อ่ ผู้ อ่ าน ที่กำ ลัง ลั หาข้อ ข้ มูลเรื่องนี้อ นี้ ยู่ หากมีข้อ ข้ แนะนำ หรือข้อ ข้ ผิดพลาด ประการใดผู้จั ผู้ ด จั ทำ ขอน้อ น้ มรับ รั ไว้แ ว้ ละขออภัย ภั มา ณ ที่นี้ด้ นี้ ว ด้ ย ผู้จั ผู้ ด จั ทำ นางสาว นัน นั ท์น ท์ ภัส ภั ภูวะสุรินทร์ วัน วั ที่ 8 กัน กั ยายน พ.ศ 2566


สารบัญ เรื่อง ช่างเขียน ช่างแกะ ช่างสลัก ลั ช่างกลึง ลึ ช่างหล่อ ช่างปั้น ช่างหุ่น ช่างรัก รั ช่างบุ ช่างปูน หน้า น้ 2 6 8 10 12 14 16 18 20 22


เป็นงานเขียนประเภทเขียนแบบ การออกแบบและ การกำ หนดโครงร่าง ก่อนทำ การก่อสร้า ร้ ง แสดงถึง ถึ หลัก ลั วิชาการการเขียนแบบแผนก่อสร้า ร้ งเกี่ยวกับ กั พระพุทธ ศาสนา โดยมีถาวรวัต วั ถุกฎเกณฑ์ มาตรฐานที่เป็น ระเบียบ 8 ประการ 1.มาตราส่วน 2.ผัง ผั สถานที่ 3.ผัง ผั พื้น พื้ 4.รูปตั้ง ตั้ ด้า ด้ นขื่อ 5.รูปตั้ง ตั้ ด้า ด้ นแป 6.รูปโครงผ่าตัด ตั 7.สัญ สั ญาณและรายการ 8.ขยายแบบเท่าจริง และ ตรวจการก่อสร้า ร้ ง ช่า ช่ งเขียนลัก ลั ษณะโดยทั่วไปของงานเขียนมี 2 รูปแบบ คือ การเขียนแบบในการร่างหรือว่างแปลนการ ก่อสร้า ร้ ง และงานจิตกรรม การวาดลวดลายต่าง ๆ โดยงานของช่างเขียนทั้ง ทั้ สองอย่างนี้ สามารถออกแบ่งได้เ ด้ป็น 2 ทางได้แ ด้ ก่ ทางพุทธศิลป์ กับ กั ทางศิลปกรรมไทย ลัก ลั ษณะของงานช่างเขียน ทางพุทธศิลป์ Drawing and Painting 2


เป็นการสร้า ร้ งสรรค์ผ ค์ ลงานขึ้น ขึ้ มาจากจิตนาการ โดยมีพื้น พื้ ฐานมาจากธรรมชาติของสิ่งแวดล้อ ล้ ม ทั้ง ทั้ คน สัต สั ว์ สิ่งของ ศาสนา ขนบธรรมเนียม เป็นงานที่มีความละเอียดและประณีต จึง จึ ต้อ ต้ งใช้ ความชำ นาญและละเอียดรอบคอบในการจำ องค์ปค์ ระกอบของสิ่งต่างๆ ก่อนลงมือปฏิบัติ บั ติ ช่า ช่ งเขียนทางศิลปกรรมไทย ขั้น ขั้ ตอนการฝึกฝนการเป็นช่างเขียนทางศิลปกรรมไทย 1. ลาย การฝึกเขียนที่เรียกว่า “การกระทบเส้น ส้” คือ ขีดเส้น ส้ ประยาวๆ ต่อเนื่องกัน กั ไปทั้ง ทั้ เส้น ส้ โครง เส้น ส้ ตรง เส้น ส้ ก้น ก้ หอย ฝึกการเขียนเส้น ส้ หนัก นั ที่เรียกว่า “คดให้ว ห้ ง ตรงให้ไห้ ด้เ ด้ ส้น ส้”และเมื่อ สามารถฝึกการกระทบเส้น ส้ และ การคดให้ว ห้ งตรงเส้น ส้ ได้อ ด้ ย่างชำ นาญการแล้ว ล้ ช่างเขียนจึง จึ สามารถสร้า ร้ งสรรค์ผ ค์ ลงานที่เรียกว่า “ลายไทย” ได้อ ด้ ย่าง สมบูรณ์ 2. ภาพไทย งานเขียนภาพไทยของช่างเขียน ที่ช่างเขียน ทุกคนจะต้อ ต้ งเรียนรู้แ รู้ ละจดจำ องค์ปค์ ระกอบของภาย ไทยต่างๆ จนเกิดความชำ นาญ และความเข้า ข้ใจ ใน การนำ ไปใช้ว ช้ าดเป็นประกอบ ในชิ้น ชิ้ งานต่างๆ โดยมีตามลำ ดับ ดั ขั้น ขั้ ตอนการเรียนรูป และจำ จดที่เรียกกัน กั ว่า “กระหนก นารี กระบี่ คชะ” Drawing and Painting 3


เป็นลายที่มีแบบฉบับ บั อยู่แล้ว ล้ โดยเริ่มฝึกเขียนส่วนประกอบ ต่างๆ ของลายกระหนกก่อน การเขียนส่วนใหญ่มัก มั จะให้ ความรู้สึ รู้ ก สึ อ่อนไหว คล้า ล้ ยเปลวไฟ ทุกลายกระหนกล้ว ล้ นต้อ ต้ ง ฝึกให้เ ห้ กิดความชำ นาญจนชินมือ สามารถเขียนได้ทุ ด้ ทุ กทิศทาง ไม่ว่ากระหนกจะหัน หั ไปทางทิศใด ช่า ช่ งเขียนหมวดกระหนก หมวดนารี การฝึกเขียนภาพนารีไม่ได้เ ด้ จาะจงลัก ลั ษณะเฉพาะของผู้ห ผู้ ญิง อย่างเดียว แต่หมายถึง ถึ ภาพมนุษย์ ภาพเทวดา ภาพนางฟ้า เมื่อเขียนภาพนางชำ นาญแล้ว ล้ จึง จึ เป็นภาพของไพร่พลและชาว บ้า บ้ น ซึ่งเรียกว่า ภาพกาก หรือภาพบุคคลที่ไม่ได้มี ด้ มี ความสำ คัญ คั มากต่อภาพรวมของภาพ การวาดทุกสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น อสูรและยัก ยั ษ์ การวาดชนิดนี้ ต้อ ต้ งเริ่มจากการวาดมนุษย์ค ย์ รึ่งลิงก่อน หากวาดมนุษย์ค ย์ รึ่งลิง ได้ชำ ด้ ชำ นาญ ลำ ดับ ดั ต่อไปคือ “การจดจำ ” การแต่งกายของลิง และยัก ยั ษ์ ซึ่งจะมีลัก ลั ษณะที่แตกต่างกัน กั ออกไป หมวดกระบี่ หมวดคชะ คชะแปลว่า “ช้า ช้ ง” เหตุผลที่ต้อ ต้ งแยกช้า ช้ งเป็นอีกหนึ่งหมวด ของการวาดนั้น นั้ เพราะว่า ช้า ช้ งเป็นสัต สั ว์คู่ ว์คู่ บ้า บ้ นคู่เมือง ยัง ยั เป็นสัต สั ว์ คู่บารของพระมหากษัต ษั ริย์ที่ ย์ ที่ คนไทยให้ค ห้ วามสำ คัญ คั มาโดย ตลอด ช้า ช้ งเป็นสัต สั ว์ที่ ว์ ที่ เขียนยากมีลายละเอียดและลัก ลั ษณะ เฉพาะตัว ตั Drawing and Painting 4


หมายถึง ถึ งานเขียนสีผสมน้ำ รัก รั เป็นงานศิลปะที่ทำ เทียม งานเขียนสีระบายน้ำ กาว แต่เขียนลงบนพื้น พื้ ไม้สี ม้ สี ดำ ตัด ตั เส้น ส้ สีทอง แล้ว ล้ ระบายสีตกแต่งให้ส ห้ วยงามโดยใช้สี ช้ สีฝุ่นผสมน้ำ กาว มัก มั นิยมเขียนตกแต่งฝาตู้ใตู้ ส่หนัง นั สือ หีบพระธรรม ฉากไม้ ลับ ลั แล ตกแต่งคัม คั ภีร์ใร์ บลาน ช่า ช่ งเขียนงานเขียนระบายสีกำ มะลอ Drawing and Painting 5 งานเขียนระบายสีน้ำ กาว เป็นงานเขียนระบายสีรูปภาพต่างๆโดยใช้สี ช้ สีฝุ่นผสมกับ กั น้ำ กาวหรือกาวยางไม้บ ม้ างชนิด เพื่อให้สี ห้ สี จับ จั ติดพื้น พื้ ที่วาดให้อ ห้ ยู่ได้น ด้ าน ในระยะหลัง ลั มัก มั เรียกกัน กั ว่า "ภาพเขียนสีฝุ่น" สีที่ได้ม ด้ าจากธรรมชาติ ได้แ ด้ ก่ สีดินขาว ดินเหลือง ดินแดง สีครามได้จ ด้ ากต้น ต้ คราม สีเขียวได้ จากสนิมทองแดงทองเหลือง สีแดงแสดได้จ ด้ ากตะกั่ว เป็นต้น ต้ กาวที่ใช้คื ช้ คื อยางต้น ต้ มะขวิด งานเขียนลายรดน้ำ เริ่มจากการเขียนลวดลายด้ว ด้ ย “น้ำ ยาหรดาล” ลงเป็นราย ละเอียดภาพ โดยการถมลงไปตรงพื้น พื้ ในส่วนที่ไม่ต้อ ต้ งการให้ ทองคำ เปลวติด แล้ว ล้ นำ ไป “ลงรัก รั ” คือ การเช็ดรัก รั ด้ว ด้ ยยางรัก รั ที่เคี่ยวด้ว ด้ ยการตั้ง ตั้ ไฟ เพื่อขับ ขั น้ำ ออกจากยางรัก รั จนหมดแล้ว ล้ เรียกขั้น ขั้ ตอนนี้ว่า “รัก รั เช็ด” จากนั้น นั้ ปิดทองคำ เปลวลงไปบนชิ้น ชิ้ งาน กวดทองคำ เปลวให้แ ห้ น่นจนทั่ว แล้ว ล้ ล้า ล้ งเอาน้ำ ยาหรดาลที่ เขียนและถมพื้น พื้ ไว้อ ว้ อก คงเหลือเป็นทองคำ เปลวที่อยู่บนพื้น พื้ รัก รั ซึ่งติดเป็นลวดลายหรือภาพต่าง ๆ ตามที่เขียนไว้ โดยทั่วไปจะ เรียกงานประณีตศิลป์นี้ ป์ นี้ ว่า “งานเขียนน้ำ ยาหรดาลลงรัก รั ปิดทองรดน้ำ ” หรือเรียกสั้น สั้ ๆ ว่า“ลายรดน้ำ ”


ช่า ช่ งแกะ Carving ช่างที่อยู่ในหมู่นี้ ได้แ ด้ ก่ ช่างแกะตรา ช่างแกะลาย และช่างแกะภาพ ปัจจุบัน บั เรียกว่า "แกะสลัก ลั " เริ่มต้น ต้ จากการแกะขุดหรือการแร่เส้น ส้ โดยใช้สิ่ ช้ สิ่ วขนาดเล็ก ขุดเดินเส้น ส้ บนแผ่นไม้เ ม้ รียบๆ การเดินเส้น ส้ ตรงจะระวัง วัให้เ ห้ ส้น ส้ เรียงกัน กั อย่างขนานไปตลอดความยาว จากนั้น นั้ เดินเส้น ส้ โค้ง ค้ ทั้ง ทั้ โค้ง ค้ มากโค้ง ค้ น้อ น้ ย จนถึง ถึ วงกัน กั หอยซึ่งต้อ ต้ งใช้มื ช้ มื อซ้า ซ้ ยคอยหัน หั แผ่นไม้ส่ ม้ส่ งโดยสม่ำ เสมอ เมื่อพ้น พ้ จากการฝึกแกะแร่เป็น เส้น ส้ ต่างๆ แล้ว ล้ จึง จึได้เ ด้ ริ่มฝึกแกะดวงตรา หรือแร่โลหะจำ พวก เงิน ทอง และนาก เป็นต้น ต้ วิธีการเริ่มต้น ต้ การเป็นช่างแกะ แกะดวงตรา ช่างแกะ คือ การช่างเกี่ยวกับ กั การแกะสิ่งต่างๆ ผู้ที่ ผู้ ที่ จะต้อ ต้ งฝึกฝนการ แกะโลหะ เช่น แกะเงิน แกะทอง รวมถึง ถึ การแกะ "คร่ำ " ต่างๆ จะต้อ ต้ งแกะได้ทั้ ด้ ทั้ ง ทั้ งานที่มีลวดลายละเอียดประณีต เช่น การแกะตราพระราชลัญ ลั จกร ตราประจำ ตำ แหน่ง ตราประจำ รัช รั กาล ตรากฎหมาย ตราสามดวง จนถึง ถึ งาน ขนาดใหญ่อย่างการแกะสลัก ลั ไม้ห ม้ น้า น้ บัน บั โบสถ์วิ ถ์วิ หาร การ แกะลวดลายบนบานประตู บานหน้า น้ ต่างลวดลายตกแต่งตู้ และ การแกะโขนเรือพระที่นั่งต่าง ๆ เป็นต้น ต้ ตราพระราชลัญ ลั จกร รัช รั กาลที่ 7 6


ช่า ช่ งแกะ Carving คือ การตกแต่งโลหะเป็นลวดลายด้ว ด้ ยการฝังเงินและทอง ฝังเงินเรียกว่า คร่ำ เงิน ฝังทอง เรียกว่า คร่ำ ทอง การแกะคร่ำ จะใช้เ ช้ ครื่องมือปลายแหลมแกะโลหะที่จะนำ มาคร่ำ ให้เ ห้ นื้อ นื้ โลหะ ฟู แล้ว ล้ฝังเส้น ส้ เงินหรือทองลงไป แล้ว ล้ ย้ำ ให้แ ห้ น่น แต่งผิวให้เ ห้ รียบ จะได้ล ด้ วดลายคร่ำ ตามชนิดของโลหะที่คร่ำ คือ เงินหรือทอง เช่น การทำ เครื่องประดับ ดั เครื่องถม เครื่องลงยาราชาวดีต้อ ต้ ง ตกแต่งส่วนละเอียดด้ว ด้ ยการแกะแร่ ทำ ให้ล ห้ วดลายแวววาว พระราชลัญ ลั จกร รัช รั กาลที่ 7 คร่ำ อากาศกิน การแกะส่วนที่เป็นพื้น พื้ จะต้อ ต้ งให้ลึ ห้ ก ลึ เท่ากัน กั ทุกส่วน แต่ถ้า ถ้ เป็นลายใหญ่และอยู่บนที่สูง ควรตอกให้ลึ ห้ ก ลึ เพื่อให้เ ห้ กิดช่องไฟลายจะต้อ ต้ ง โปร่งขึ้น ขึ้ หากมองไกลๆ จะเกิดความพอดี ภาพลวงตาเหล่านี้ ช่างไทยเรียกว่า อากาศกิน เช่น รูปที่ 1 พระศรีรัต รั นเจดีย์ วัด วั พระศรีรัต รั นศาสดาราม ในมุมมองปกติ รูปที่ 2 พระศรีรัต รั นเจดีย์ เมื่อมองมุมป้อมเตี้ย ตี้ กว่า รูปที่ 1 รูปที่ 2 7


ช่างสลัก ลั หรือช่างฉลัก ลั มีหน้า น้ ที่ประดับ ดั สถานที่สลัก ลั เสลาให้ส ห้ วยงาม น่าดูสมกับ กั เป็นที่ประทับ ทั ของพระมหากษัต ษั ริย์ จึง จึ ต้อ ต้ งใช้ค ช้ วามประณีตบรรจงแบ่งเป็น 2 อย่างคือ ช่างสลัก ลั กระดาษ และช่างสลัก ลั ของอ่อนที่เรียกว่า "เครื่องสด" ช่า ช่ งสลักลั Engraving ช่างสลัก ลั กระดาษ การสลัก ลั หรือ "ฉลัก ลั " กระดาษนั้น นั้ ก็คือ การฉลุให้เ ห้ป็นช่องโปร่ง เช่นเดียวกับ กั การแทงหยวก หรือสลัก ลั หยวก ต่างกัน กั ตรงที่การใช้เ ช้ ครื่องมือสลัก ลั กระดาษนั้น นั้ จะต้อ ต้ งตอกลายด้ว ด้ ยสิ่วเหล็ก และตัว ตั "ตุ๊ด ตุ๊ ตู่" กระดาษที่ใช้เ ช้ป็นกระดาษทองย่น หรือ เรียกว่า "กระดาษทองน้ำ ตะโก" ซึ่งลายที่สลัก ลั บนกระดาษ จะใช้ปช้ ระดับ ดั สิ่งก่อสร้า ร้ งชั่วคราว เช่น พลับ ลั พลา พระเมรุ โดยใช้ ลายที่ติดต่อกัน กั เข่น ลายขอบ ลายฝักก้า ก้ มปู ลายดอกจอก หรือลายประจำ ยาม ช่างสลัก ลั ของอ่อน ช่างสลัก ลั ของอ่อน หรือช่างเครื่องสด นิยมสลัก ลั เผือก มัน มั ฟักทองหรือมะละกอ เผือก มัน มั ฟักทอง มะละกอ 8


ช่า ช่ งสลักลั Engraving การแทงหยวก จัด จั เป็นงานฝีมือช่างประเภทหนึ่งในช่างสิบหมู่ ในประเภทช่างสลัก ลั ของอ่อน สำ หรับ รั ใช้เ ช้ป็นเครื่องประกอบใน ประเพณีต่าง ๆ เช่น การเผาศพ ซึ่งจะมีการจำ ลองเขา พระสุเมรุแล้ว ล้ ตกแต่งด้ว ด้ ยรูปสัต สั ว์ต่ ว์ ต่ าง ๆ เขาพระสุเมรุจะตั้ง ตั้ อยู่ ตรงกลางร้า ร้ นม้า ม้ ซึ่งทำ จากไม้แ ม้ ล้ว ล้ หุ้ม หุ้ ด้ว ด้ ยหยวกกล้ว ล้ ยแกะสลัก ลั อีกทีหนึ่ง ช่างที่จะทำ การสลัก ลั หยวกหรือการแทงหยวกนั้น นั้ จะ ต้อ ต้ งได้รั ด้ บ รั การฝึกหัด หั จนมีความชำ นาญมาก เพราะในการแทง หยวกนั้น นั้ จะไม่มีการร่างแบบล่วงหน้า น้ แต่จะลงมือสลัก ลั บน หยวกโดยตรง และจะต้อ ต้ งสลัก ลั ให้ไห้ ด้รู ด้ รู ปแบบที่ต้อ ต้ งการในครั้ง รั้ เดียว และที่สำ คัญ คั อย่างยิ่งคือ การแทงหยวกเป็นงานที่ต้อ ต้ งทำ แข่งกับ กั เวลา เนื่องจากหยวกเป็นของสดที่ไม่สามารถเก็บไว้ไว้ ด้ นานเหมือนอย่างส่วนประกอบอื่น ดัง ดั นั้น นั้ ช่างจึง จึ จำ เป็นต้อ ต้ งรอ จนกระทั่งใกล้เ ล้ วลาที่จะประกอบพิธี จึง จึ จะเริ่มตัด ตั ต้น ต้ กล้ว ล้ ยและ ลงมือแทงหยวกให้เ ห้ สร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ห ห้ ยวกที่นำ มา ประกอบในงานมีความสดใหม่ไม่เหี่ยวเฉา การแทงหยวก 9


ช่า ช่ งกลึง ลึ Turning 10งานกลึง ลึ เป็นศิลปะการสลัก ลั เสลาเกลาแต่ง ที่ต้อ ต้ งใช้ค ช้ วาม ประณีต ซึ่งมีทั้ง ทั้ งานกลึง ลึประเภทไม้ และงานกลึง ลึ งาช้า ช้ งโดย ใช้เ ช้ ครื่องมือที่แตกต่างกัน กั แต่เครื่องมือกลึง ลึ จะต้อ ต้ งคมกริบ อยู่ตลอดเวลา เครื่องกลึง ลึ เป็นสิ่งที่ช่างกลึง ลึ จะต้อ ต้ งจัด จั ทำ เอง ถ้า ถ้ จะกลึง ลึ สิ่งของใหญ่ๆจะใช้เ ช้ ครื่องกลึง ลึ ชนิด "กงหมุน" แต่ถ้า ถ้ กลึง ลึ สิ่งของขนาดย่อมและไม่ประณีตจะใช้เ ช้ ครื่องกลึง ลึ ที่เรียกว่า "คานดีด" ช่างกลึง ลึ เป็นช่างฝีมือประเภทหนึ่ง ในจำ พวกช่างสิบหมู่งานช่างของช่างประเภทนี้ คือ การสร้า ร้ งทำ สิ่งของบางสิ่งจากวัส วั ดุธรรมชาติ โดยวิธีการกลึง ลึ เป็นรูปทรงต่างๆมีรูปลัก ลั ษณ์ ที่ประกอบด้ว ด้ ยศิลปลัก ลั ษณะ เป็นงานสร้า ร้ ง ทำ เครื่องอุปโภค และ เครื่องสำ หรับ รั ประดับ ดั ตกแต่งซึ่งโดยมากเป็น ลัก ลั ษณะทรงกลม ทรงกระบอก หรือรูปทรงกรวย กลม จัด จั เป็นงาน ประณีตศิลปะอีกประเภทหนึ่ง งานกลึง ลึ คานดีด


ช่า ช่ งกลึง ลึ Turning รูปแบบการกลึง ลึ ของไทย 2. การกลึง ลึ ทั้ง ทั้ ภายนอกภายใน เช่น การกลึง ลึ ตลับ ลั กลึง ลึโกศ กลึง ลึ เชี่ยน กลึง ลึ ขลุ่ยที่ทำ ด้ว ด้ ยไม้จ ม้ ริง หรืองาช้า ช้ ง กะโหลก ซอด้ว ด้ ง เป็นต้น ต้ เสาเม็ดทรงมัณ มั ฑ์ 111. การกลึง ลึ ที่เอาแต่ลัก ลั ษณะรูปร่างภายนอก เช่น เสาเม็ดทรงมัณ มั ฑ์ห ฑ์ รือหัว หั เสากลมอื่นๆ ตลอดจนตัว ตั หมากรุก ด้า ด้ มมีด ด้า ด้ มและยอดพัด พั ยศแสดงสมณศัก ศั ดิ์ ลูกบิดซอด้ว ด้ ง ซออู้ ลูกข่าง ดุมเกวียน เป็นต้น ต้ กลึง ลึโกศ


ช่า ช่ งหล่อล่ Casting งานหล่อ หมายถึง ถึ การสร้า ร้ งงานประติมากรรม หรือ รูปปฎิมากรรม ให้มี ห้ มี ขึ้น ขึ้ ด้ว ด้ ยการ หลอมโลหะ ให้ล ห้ ะลายเป็นของเหลว แล้ว ล้ เทกรอกเข้า ข้ไปในแม่พิมพ์ที่ พ์ ที่ได้จั ด้ ด จั ทำ ขึ้น ขึ้ บัง บั คับ คั ให้ โลหะเหลวขัง ขั อยู่ในนั้น นั้ เมื่อโลหะคลายความร้อ ร้ น และคืนตัว ตั แข็งดัง ดั เดิม ก็จะเป็นรูปทรง ตามแม่พิมพ์นั้ พ์ นั้ น นั้ บัง บั คับ คั ให้เ ห้ป็นไป พอแกะ หรือ ทำ ลายแม่พิมพ์อ พ์ อกหมด ก็จะได้รู ด้ รู ปโลหะ หล่อ ตามรูปต้น ต้ แบบ หรือ รูปหุ่นที่ได้ทำ ด้ ทำ ขึ้น ขึ้ เป็นแบบก่อนที่จะถ่ายถอนทำ แม่พิมพ์ หรือ ทำ แม่พิมพ์ขึ้ พ์ ขึ้ น ขึ้ หุ้ม หุ้ หุ่นนั้น นั้ เป็นช่างสร้า ร้ งศิลปกรรมประเภทวิจิตรศิลปงานของช่างหล่อ เป็นงานที่เกี่ยวเนื่องกัน กั กับ กั งานปั้น ช่างหล่อจำ นวนไม่น้อ น้ ยมัก มั เป็นผู้ที่ ผู้ ที่ มีความสามารถในการปั้นอยู่ด้ว ด้ ย หรือไม่ก็เป็นทั้ง ทั้ ช่าง ปั้นและช่างหล่ออยู่ในคน เดียวกัน กั ทั้ง ทั้ นี้เนื่องด้ว ด้ ยงานปั้นที่เป็น ประติมากรรมแบบไทยประเพณี เป็นต้น ต้ ว่า พระพุทธปฏิมากร เทวปฏิมากร รูปฉลองพระองค์ พระมหากษัต ษั ริย์ ฯลฯ เมื่อจะ ทำ เป็นรูปอย่างโลหะหล่อ ก็จะต้อ ต้ งจัด จั การปั้นหุ่นรูปนั้น นั้ ๆ ขึ้น ขึ้ เสียก่อน ด้ว ด้ ยขี้ผึ้ ขี้ ผึ้ ง แล้ว ล้ จึง จึ ทำ การเปลี่ยนสภาพรูปหุ่นนั้น นั้ แปรไป เป็นรูปโลหะหล่อ ซึ่งกระบวนการแต่ละขึ้น ขึ้ ตอนของงาน ประเภท นี้ ย่อมมีความสัม สั พัน พั ธ์แ ธ์ ก่กัน กั และกัน กั ทุกขั้น ขั้ ตอน ดัง ดั นี้ ช่างหล่อจึง จึ มัก มั เป็นช่างปั้นอยู่ในตัว ตั เป็นขนบนิยมเช่นนี้ม นี้ าแต่ โบราณ การหล่อโลหะ 12


ช่า ช่ งหล่อล่ Casting งานของช่างหล่อจะเกี่ยวข้อ ข้ งกับ กั การหล่อโลหะ เช่น การหล่อกลองมโหระทึก ทึ หล่อพระพุทธรูป ขนาดใหญ่ๆ เช่น พระศรีศากยมุนีสมัย มั สุโขทัย ทั หล่อกระถางธูป เชิงเทียน กระโถน ระฆัง ฆั ฯลฯ งานของช่างหล่อ การหล่อกลอง มโหระทึก ทึ รูปหล่อโลหะ รัช รั กาลที่ ๕ การหล่อพระพุทธรูปโลหะนี้ เรียกตามภาษาสากลว่า "ไล่ขี้ผึ้ ขี้ ผึ้ ง" ซึ่งเป็นวิธีที่ทำ ให้ขี้ ห้ ขี้ ผึ้ ขี้ ผึ้ ง ซึ่งเป็นหุ่นละลายไหลออกจนเกิดที่ว่างขึ้น ขึ้ ในแม่พิมพ์ แล้ว ล้ เททองซึ่งหลอมละลายดีแล้ว ล้ เข้า ข้ แทนที่ ก็จะได้รู ด้ รู ปหล่อโลหะสัม สั ฤทธิ์ หารหล่อพระพุทธรูป 13


ช่า ช่ งปั้น ปั้ Molding and Sculpting ช่างปั้นนับ นั เป็นงานช่างที่สำ คัญ คั เพราะเป็นงาน ที่เกี่ยวข้อ ข้ งกับ กั การปั้นพระพุทธรูป พระพุทธรูปหล่อ ที่เป็นพุทธลัก ลั ษณะ การปั้นนั้น นั้ อาจใช้ดิ ช้ ดิ นเหนียวอย่าง เดียว หรือปั้นด้ว ด้ ยดินแล้ว ล้ ติดกระดาษทับ ทั เพื่อรัก รั ษา เนื้อ นื้ ดิน หรือปั้นด้ว ด้ ยกระดาษ โดยมีลวดลายตาข่าย เป็นโครงอยู่ภายใน ช่างปั้น หมายถึง ถึ บุคคลที่มีฝีมือและความสามารถในการ นำ วัส วั ดุต่างๆ เช่น ดิน ปูน ขึ้ผึ้ ขึ้ ผึ้ ง อย่างใดอย่างหนึ่ง มาประกอบเข้า ข้ ด้ว ด้ ยกัน กั ในรูปทรงที่มีความงามและ มีคุณค่าในทางศิลปกรรม รูปแบบการปั่นอย่างไทย ที่เป็นอุดมคตินิยม 14


ช่า ช่ งปั้น ปั้ Molding and Sculpting การปั้นดิน 1. งานปั้นดินดิบ งานปั้นประเภทนี้ใช้ดิ ช้ ดิ นเหนียว ที่นำ มาจากแหล่งดินใน ธรรมชาติทั่วไป หากต้อ ต้ งการให้มี ห้ มี ความแข็งแรง และ คงทนอยู่ได้น ด้ านๆ จึง จึ นำ เอาวัส วั ดุบางอย่างผสมร่วมเข้า ข้ กับ กั เนื้อ นื้ ดิน เพื่อเสริมให้ดิ ห้ ดิ นมีโครงสร้า ร้ งแข็งแรงขึ้น ขึ้ เป็นพิเศษ ได้แ ด้ ก่ กระดาษฟาง กระดาษข่อย และตัว ตัไพ่จีน เป็นต้น ต้ เช่น รูปปั้นหัว หั วัว วั รูปปั้นหัว หั กวาง สำ หรับ รั แขวนประดับ ดั ฝาผนัง นั รูปปั้นฤาษีต่างๆ รูปปั้นนางกวัก วั ตุ๊ก ตุ๊ ตาชาววัง วั 2. งานปั้นดินเผา เป็นงานปั้นประเภทใช้ดิ ช้ ดิ นเหนียว ซึ่งนำ มาจากแหล่งดินใน ธรรมชาติทั่วไป เช่นเดียวกับ กั ดินที่ใช้ใช้ นงานปั้นดินดิบ แต่ เนื้อ นื้ ดินที่จะใช้ใช้ นงานปั้นดินเผา ต้อ ต้ งใช้ท ช้ รายแม่น้ำ ที่ผ่าน การร่อนเอาแต่ทรายละเอียดผสม ร่วมกับ กั เนื้อ นื้ ดินแล้ว ล้ นวด ดินกับ กั ทรายให้เ ห้ ข้า ข้ เป็นเนื้อ นื้ เดียวกัน กั และทำ ให้เ ห้ นื้อ นื้ ดินแน่น อนึ่ง การที่ใช้ท ช้ รายผสม ร่วมกับ กั ดินเหนียวเช่นนี้ ก็เพื่อช่วย มิให้เ ห้ นื้อ นื้ ดินแตกร้า ร้ ว เมื่อแห้ง ห้ สนิท และ นำ เข้า ข้ เผาไฟให้สุ ห้ สุ ก เช่น พระพุทธพิมพ์ พระพุทธปฎิมากรรม 15


ช่า ช่ งหุ่น หุ่ Model Building ช่างหุ่น เป็นช่างในด้า ด้ นการสร้า ร้ งรูปต่างๆ ที่ประกอบ ไปด้ว ด้ ยศิลปลัก ลั ษณะนานาชนิด ที่ เป็นลัก ลั ษณะรูปจำ ลอง แทนสิ่งที่เป็นจริงกับ กั ได้ทำ ด้ ทำ สิ่งที่ใช้เ ช้ป็นหุ่นโครงร่าง ของสิ่งที่จะ ทำ การตกแต่งรูปทรงให้ส ห้ มบูรณ์ และสวยงาม งานของช่างหุ่น ที่เป็นมาโดยขนบนิยม ในการศิลปกรรมแบบไทยประเพณี อาจจำ แนก ลัก ลั ษณะของ งานช่างหุ่นได้เ ด้ป็น 3 ลัก ลั ษณะงานด้ว ด้ ยกัน กั คือ งานของช่างหุ่น 1. ช่างหุ่นต่ออย่าง ช่างหุ่นจำ พวกนี้ ทำ การช่างในลัก ลั ษณะการสร้า ร้ ง รูปลัก ลั ษณ์ ด้ว ด้ ยการนำ เอาวัต วั ถุ เช่น ไม้ม ม้ าต่อกัน กั ปรุงให้ เป็น รูปขึ้น ขึ้ มีรูปลัก ลั ษณะ และ อัต อั ราส่วนที่ย่อลงมาอย่าง แน่นอน จากส่วนจริง ที่จะสร้า ร้ งทำ เป็นของใหญ่ๆ ต่อไป หรือ ทำ เป็นหุ่นที่มีส่วนสัด สั กะขึ้น ขึ้ ไว้ โดยประมาณที่จะนำ ไป ไขส่วน หรือ ขยายส่วนเพื่อสร้า ร้ งทำ เป็นของจริงได้โด้ ดยไม่ เกิดการผิดพลาด เช่น ต่ออย่างพระมหาธาตุเจดีย์ พระ สถูปเจดีย์ ต่ออย่างพระอุโบสถ พระวิหาร พระมณฑป ต่อ อย่างบุษบก หุ่นที่ต่อเป็นอย่างสิ่งต่างๆ นี้อ นี้ าจทำ ด้ว ด้ ยดิน เหนียวปั้น ทำ ขึ้น ขึ้ เป็นหุ่น แล้ว ล้ เผาไฟให้สุ ห้ สุ กทำ เป็นแบบ สำ หรับ รั ทำ จริง ก็มีหุ่นดินปั้นเผาไฟเหล่านี้ บางชิ้น ชิ้ ยัง ยั มีให้ เห็นได้ใด้ นพิพิธภัณ ภั ฑสถานหลายแห่ง 16


ช่า ช่ งหุ่น หุ่ Model Building 2. ช่างหุ่นรูป ช่างหุ่นรูป คือ การต่อหุ่นเครื่องอุปโภคชนิดต่างๆ สำ หรับ รั นำ ไปตกแต่ง หรือ ประดับ ดั ด้ว ด้ ยวัส วั ดุ ต่างๆ ให้ส ห้ วยงาม มีคุณค่าต่อไป ในลัก ลั ษณะงานประณีตศิลป ปกติใช้วั ช้ ส วั ดุ ประเภทหวาย ไม้ร ม้ ะกำ ไม้อุ ม้ อุ โลก ไม้ส ม้ มพง ไม้ไม้ ผ่ เป็นต้น ต้ นำ มาผูก ขด หรือ ต่อกัน กั ขึ้น ขึ้ เป็นรูปโกลน โดยอาศัย ศั กาวบ้า บ้ ง ไม้ก ม้ ลัด ลั บ้า บ้ ง ผนึก หรือ เสียบตรึง รึให้วั ห้ ส วั ดุที่จะคุมกัน กั ขึ้น ขึ้ เป็น รูปทรงมั่นคงอยู่ได้ งานหุ่นรูปโกลน ที่ทำ ขึ้น ขึ้ โดยวิธีหุ่นรูปนี้ เช่น หุ่นพานแว่นฟ้า หุ่นตะลุ่ม หุ่นเตียน หุ่นกะบะ 3. ช่างผูกหุ่น ช่างผูกหุ่น คือ ช่างหุ่นประเภทที่ทำ หน้า น้ ที่สร้า ร้ งสรรค์หุ่ ค์หุ่ น ต่างๆ ที่มีขนาดย่อม และขนาดใหญ่ ด้ว ด้ ยการใช้ไช้ ม้ไม้ ผ่ หวาย นำ มาผ่า จัก จั เกรียกออกเป็นชิ้น ชิ้ ๆ แล้ว ล้ คุมกัน กั ขึ้น ขึ้ เป็นโครงร่าง ด้ว ด้ ยวิธีผูกมัด มั ขัด ขั กัน กั ทำ ให้เ ห้ป็นโครงรูปดัง ดั ที่ต้อ ต้ งการแล้ว ล้ จึง จึใช้ลำ ช้ ลำ แพนบ้า บ้ ง กระดาษบ้า บ้ ง ผ้า ผ้ บ้า บ้ ง โครงรูปที่ได้ผู ด้ ผู กขึ้น ขึ้ เป็นหุ่นนั้น นั้ ให้เ ห้ป็นรูปทรงสมบูรณ์ ตามต้อ ต้ งการ การงานของช่างผูกหุ่นนี้ ที่เป็นงานโดย ขนบนิยมแต่กาลก่อนมี 2 ประเภท คือ 1. งานผูกหุ่นรูปภาพ 2. งานผูกหุ่นเขาจำ ลอง หุ่นพานแว่นฟ้า 17


ช่า ช่ งรัก รั Lacquering ในงานศิลปะไทยจะถือว่ามีความสำ เร็จสมบูรณ์ไณ์ ด้ จะต้อ ต้ งมีช่างรัก รั แทรกอยู่ หลายอย่าง ดัง ดั นั้น นั้ ช่างที่อยู่กระบวนช่างรัก รั ได้แ ด้ ก่ ช่างผสมรัก รั ลงรัก รั พื้น พื้ ช่างปีดทอง ช่างประดับ ดั กระจก และช่างมุก ในการทำ ลวดลายประดับ ดั มุก รัก รั เป็นยางไม้ที่ ม้ ที่ได้จ ด้ ากต้น ต้ รัก รั ตามธรรมชาติ มีกรรมวิธีเจาะต้น ต้ ไม้ใม้ ห้เ ห้ป็นแผล เพื่อให้ย ห้ างไม้ ไหลออกมาเอง ซึ่งกว่าจะได้ปด้ ริมาณพอควรก็ต้อ ต้ งเก็บนานนับ นั สิบวัน วั รัก รั ที่นำ มาใช้ง ช้ าน แบ่งได้เ ด้ป็น 3 ชนิด คือ รัก รั ที่นำ มาใช้ง ช้ าน 1. รัก รั รองพื้น พื้ รัก รั รองพื้น พื้ ได้แ ด้ ก่ ยางรัก รั ที่กรองแล้ว ล้ ใช้แ ช้ ปรงทาลงพื้น พื้ เพื่อให้จั ห้ บ จั พื้น พื้ แน่นเป็นครั้ง รั้ แรก 2. รัก รั สมุก รัก รั สมุก ได้แ ด้ ก่ การผสมรัก รั กับ กั ถ่านใบตองหรือ หรือผงดินที่บดละเอียด ซึ่งในการทำ "รัก รั ตีลาย" ก็ต้อ ต้ งใช้รั ช้ ก รั สมุกตีลายที่แกะไว้ใว้ นแผ่นหินอ่อน 18


ช่า ช่ งรัก รั Lacquering 3. รัก รั น้ำ เกลี้ย ลี้ ง รัก รั น้ำ เกลี้ย ลี้ ง เป็นรัก รั แห้ง ห้ เร็ว มีส่วนผสมของ น้ำ มัน มั สน ใช้ท ช้ าทับ ทั บนรัก รั สมุกที่ขัด ขั เรียบเกลี้ย ลี้ ง ซึ่งช่วยให้พื้ ห้ พื้ น พื้ รัก รั ดูคล้า ล้ ยเคลือบเงางามมากขึ้น ขึ้ หลัง ลั จากที่เตรียมพื้น พื้ รัก รั แล้ว ล้ ช่างเขียนจะใช้ก ช้ ระดาษปรุลายโรยด้ว ด้ ยแป้งในถุงลูกประคบ จนทั่ว แล้ว ล้ เขียนลายด้ว ด้ ยน้ำ ยาหรดาล จากนั้น นั้ จึง จึใช้รั ช้ ก รั ผสมน้ำ มัน มั ยางเช็ดบางๆ แล้ว ล้ปิด ทองให้ทั่ ห้ ทั่ วแผ่น จากนั้น นั้ ใช้น้ำ ช้ น้ำ ราดรด ให้น้ำ ห้ น้ำ ยาหรดาลพองตัว ตั ละลายออก ก็จะทำ ให้ตั ห้ ว ตั กนก ลายกลายเป็นทอง และพื้น พื้ ลายก็จะกลายเป็นสีดำ คือ สีของพื้น พื้ รัก รั นั่นเอง การใช้น้ำ ช้ น้ำ ราดรด เมื่อปิดทองแล้ว ล้ จึง จึ เรียกว่า ลายรดน้ำ 19


ช่า ช่ งบุ Metel Beating คำ ว่า "บุ" เป็นการตีแผ่ให้แ ห้ บนออกซึ่งอาจเป็นแผ่นแบนธรรมดา หรือเป็นรูปร่างต่างๆ ดัง ดั นั้น นั้ ช่างบุจึง จึ เป็นงานที่ต้อ ต้ งใช้ฝีช้ ฝี มือและความชำ นาญแม่นยำ ที่เกี่ยวข้อ ข้ งกับ กั งานโลหะ เช่น ทองแดง นาก เงิน และทองคำ นอกจากนี้ช่ นี้ ช่ างบุยัง ยั ต้อ ต้ งมีความรู้ใรู้ นเรื่องของการผสม โลหะอีกด้ว ด้ ย เพราะการบุโลหะแต่ละชนิดมีวิธีการที่แตกต่างกัน กั อุปกรณ์ที่ ณ์ ที่ จำ เป็นของช่างบุ คือ ทั่งเหล็กและค้อ ค้ นเหล็ก ซึ่งมีหลายขนาดและมีรูปร่างต่างกัน กั เช่น หากเริ่มต้น ต้ ตีบุเพื่อแผ่โลหะออก ก็จะต้อ ต้ งใช้ค้ ช้ อ ค้ นใหญ่ที่มีน้ำ หนัก นั มาก หลัง ลั จากนั้น นั้ จะต้อ ต้ งบุด้ว ด้ ยค้อ ค้ นขนาดย่อมลงมา หรือค้อ ค้ นที่มีลัก ลั ษณะเฉพาะหากต้อ ต้ งการให้เ ห้ กิด กระพุ้ง พุ้ พองออกก็จะต้อ ต้ งตีไล่อย่างเบามือแต่ให้ สม่ำ เสมอกัน กั และเมื่อต้อ ต้ งการตีเป็นรูปร่างก็ต้อ ต้ งใช้ขั ช้ น ขั บรรจุภายใน เพื่อตีด้า ด้ นนอกให้เ ห้ป็นรูปก่อนที่จะดุนลายให้ขึ้ ห้ ขึ้ น ขึ้ เป็น รูปต่อไป อุปกรณ์ ทั่งเหล็ก 20


ช่า ช่ งบุ Metel Beating 1. การบุหุ้ม หุ้ หุ่นอย่างผิวเรียบ เป็นการนำ โลหะตีแผ่เป็นแผ่นบางๆตามขนาด ที่ต้อ ต้ งการแล้ว ล้ จึง จึ นำ มาหุ้ม หุ้ ปิดทับ ทั กับ กั หุ่น นิยมบุลง บนสิ่งก่อสร้า ร้ งประเภทก่ออิฐถือปูนเป็นปูชยียสถาน ต่างๆ เช่น สถูป เจดีย์ พระปรางค์ นอกจากนี้ ยัง ยั ทำ เป็นพระพุทธรูปต่างๆอีกด้ว ด้ ย งานบุโลหะ อย่างผิวเรียบนี้ส นี้ มัย มั โบราณเรียกว่า "งานบุแผ่นทอง จัง จัโก หรือบุทองปะสี" งานบุโลหะแบ่งออกเป็น 2 ลัก ลั ษณะ คือ 2 งานบุหุ้ม หุ้ หุ่นอย่างผิวเป็นลวดลาย เป็นการทำ แผ่น โลหะผิวเรียบให้เ ห้ กิดเป็นลวดลายนูนขึ้น ขึ้ โดยใช้ล ช้ วดลายจากแม่พิมพ์หิ พ์ หิ น เป็นการตกแต่งผิวภายนอกของศิลปภัณ ภั ฑ์ใฑ์ ห้มี ห้ มี ความประณีตสวยงาม ตัว ตั อย่างผลงานของช่างบุในอดีต งานบุประดับ ดั สถาปัตยกรรม เช่น บุพระสถูปเจดีย์ บุพระพุทธปรางค์ บุหัว หั เสา งานบุประดับ ดั ราชภัณ ภั ฑ์ เช่น ฐานพระเบญจา พระแท่นราชบัล บั ลัง ลั ก์ บุษบก งานบุประดับ ดั ประติมากรรม เช่น บุพระพุทธรูป บุพระพิมพ์ บุปลาตะเพียนทองเงิน 21


ช่า ช่ งปูน Plastering งานปูน หรือมีชื่อเรียกเป็นคำ เก่าอีกอย่างหนึ่งว่า "สทายปูน" จัด จั เป็นงานช่างเก่าแก่ เห็นได้จ ด้ ากซากโบราณสถานประเภทเจติยสถาน ชนิดเครื่องก่ออิฐถือปูน ทำ ลวดบัง บั ประกอบส่วนต่างๆ อย่างประณีตแสดงฝีมือและความสามารถช่างปูนชั้น ชั้ สูง แต่หลัก ลั ฐาน ความเป็นมาของช่างปูนรุ่นเก่าๆนั้น นั้ ไม่มีหลัก ลั ฐานอื่นแสดงให้ท ห้ ราบได้ว่ ด้ว่ าช่างพวกใดเป็นผู้ สร้า ร้ ง นอกจากรูปแบบที่แสดงฝีไม้ล ม้ ายมือฝากไว้เ ว้ ท่านั้น นั้ ช่างปูน เป็นช่างประเภทหนึ่งในจำ พวกช่างสิบหมู่ งานของ ช่างปูน เป็นงานสร้า ร้ งอาคารสถานชนิดเครื่องก่อ ประเภท เจติยสถานและศาสนสถานต่างๆ เช่น พระสถูปเจดีย์ พระพุทธปรางค์เ ค์ จดีย์ พระอุโบสถ พระวิหาร ฐานชุกชี ซุ้ม ซุ้ คูหา พระมหาปราสาท พระราชมณเฑียร แท่นฐาน เกยราชยาน ประตู เครื่องยอดต่างๆ ใบเสมา กำ แพงและป้อมปราการ ช่างปูน งานปูน 22


ช่า ช่ งปูน Plastering งานของช่างปูนจะเป็นงานที่มีทั้ง ทั้ การซ่อมและการสร้า ร้ ง รวมทั้ง ทั้ การสร้า ร้ ง ศาสนสถานด้ว ด้ ย ช่างปูนแบ่งได้เ ด้ป็น 3 พวกใหญ่ ๆ เพราะใช้ฝีช้ ฝี มือแตกต่างกัน กั ไป หมู่ปูนก่อ เป็นพวกที่ไม่ต้อ ต้ งประณีตมากนัก นั เพียงแต่นำ อิฐมาเรียงกัน กั ให้ไห้ ด้ร ด้ ะดับ ดั และ ประสานแผ่นอิฐด้ว ด้ ยปูน 1. หมู่ปูนก่อ หมู่ปูนฉาบ จะมีความประณีตขึ้น ขึ้ เล็กน้อ น้ ย เพราะเป็นพวกตกแต่งอิฐที่ก่อไว้ใว้ ห้เ ห้ รียบงาม 2. หมู่ปูนฉาบ หมู่ปูนปั้น มีความประณีตมากเป็นพิเศษ เพราะจะทำ ให้ง ห้ ดงามเป็นศิลปะ ซึ่งลวดลายปูนปั้น ที่ตกแต่งโบราณสถานจะขูดจะแต่ง ต้อ ต้ งทำ ตั้ง ตั้ แต่ ปูนยัง ยัไม่แข็งตัว ตั เพราะหากปูนเข้า ข้ปั้นแล้ว ล้ จะไม่ สามารถแก้ไก้ ขได้ 3. หมู่ปูนปั้น 23


บรรณานุกรม https://www.bareo-isyss.com/service/art-culture/ช่า ช่ งสิบ สิ หมู่-มู่ ช่า ช่ งเขีย ขี น/ https://www.sacit.or.th/uploads/items/attachments/b19aa25ff58940d9 74234b48391b9549/_a44e513d99260c89b6fc62169011a568.pdf https://so04.tci-thaijo.org/index.php/NAJUAArch/article/download/45133/37349/104553 https://www.blockdit.com/posts/603878ee03367518a6eb7f18 https://www.blockdit.com/posts/6031a3526017130bfda2e384 https://datasipmu.finearts.go.th/portfolio/1132 http://202.44.68.33/node/71731 https://www.blockdit.com/posts/602f35e459bc650bd0e4ceb1


โรงเรียนซางตาครู้ส รู้ คอนแวนท์ 146 ซอย กุฎีจีน แขวงวัด วั กัล กั ยา เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 [email protected] 02-465-0954 ต่อ 0 02-890-0977-78


Click to View FlipBook Version