๑
Nakaepittayakhom School
๒
คู่ มื อ นั ก เ รี ย น 2 5 6 5 ห น้ า | ก
คำนำ
คมู่ ือนกั เรียนท่ีโรงเรยี นนาแกพิทยาคม จัดทาขน้ึ เพื่อใหน้ ักเรียนไดใ้ ช้ศึกษาและทาความเข้าใจเกย่ี วกับ
ระเบยี บและแนวปฏิบัตติ นตลอดจนข้อมูลต่างๆของโรงเรยี น ซ่ึงเป็นสง่ิ สาคัญและจาเปน็ อยา่ งยิง่ ท่ีนกั เรยี นและ
ผู้ปกครองจะตอ้ งทราบรายละเอยี ดในเร่ืองราวตา่ งๆของโรงเรยี น การเข้าเป็นนักเรียนในสถานศกึ ษา นกั เรยี น
จะตอ้ งปฏบิ ัตโิ ดยเครง่ ครดั สาหรับผปู้ กครองจาเป็นต้องทราบรายละเอียดของระเบยี บดว้ ยเพราะจะไดช้ ว่ ย
ควบคมุ ดแู ลนักเรยี นให้ประพฤติตนตามคู่มือของโรงเรียน
ดงั นั้นโรงเรยี นนาแกพิทยาคมจึงไดจ้ ดั ทาคมู่ ือนกั เรยี นและผูป้ กครองข้นึ เพ่อื ให้นักเรียนและผปู้ กครองได้
ใช้เป็นแนวทางในการศึกษาทาความเข้าใจให้ตรงกนั อันจะเปน็ แนวทางในการปอ้ งกนั ปญั หาทีจ่ ะเกิดข้ึน คู่มือ
นักเรยี นและผปู้ กครองเล่มนี้จะอานวยประโยชนแ์ ก่นักเรียนทจี่ ะเข้าศกึ ษาหรอื กาลงั ศกึ ษาเลา่ เรียนในการปฏบิ ตั ิ
ตนเพอ่ื การอยู่รว่ มกันในสงั คมต่อไป
ระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรียน
โรงเรยี นนาแกพทิ ยาคม
Nakaepittayakhom School
๓
คู่ มื อ นั ก เ รี ย น 2 5 6 5 ห น้ า | ข
สารบญั
เรอ่ื ง หน้า
คำนำ.............................................................................................................................................. ก
สำรบัญ ........................................................................................................................................ ข
ระเบยี บโรงเรียนนำแกพทิ ยำคมว่ำด้วยกำรไว้ทรงผมของนกั เรยี น พ.ศ. 2565................................................ 4
ระเบียบกระทรวงศึกษำธิกำรว่ำด้วยกำรลงโทษนกั เรียนและนกั ศึกษำ พ.ศ. 2548....................... 6
กฎกระทรวง กำหนดควำมประพฤติของนักเรยี นและนกั ศึกษำ พ.ศ. 2548.................................. 7
ระเบียบโรงเรยี นนำแกพิทยำคมวำ่ ด้วยวินัยและพฤติกรรมนกั เรยี น............................................. 8
ประวตั ิโรงเรียนนำแกพิทยำคม..................................................................................................... 9
ข้อมลู ทั่วไปโรงเรียนนำแกพทิ ยำคม.............................................................................................. 10
ระเบยี บในกำรแต่งกำยของนักเรยี น.............................................................................................. 11
กำรตัดคะแนนควำมประพฤติ บทลงโทษ และวธิ แี ก้ไข................................................................. 14
หลกั ปฏิบัติในกำรลงโทษ............................................................................................................... 16
วิธกี ำรแกไ้ ชคะแนนพฤติกรรม....................................................................................................... 17
แนวทำงบันทกึ ควำมดีหรือเกียรติคุณของนกั เรียน........................................................................ 18
แนวทำงปฏบิ ัตติ นของนักเรยี น...................................................................................................... 19
Nakaepittayakhom School
๔
ระเบยี บโรงเรยี นนาแกพทิ ยาคม
ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๕
โดยท่ีเปน็ สมควรกำหนดข้อปฏบิ ตั ิและขอ้ หำ้ มปฏิบตั ิในกำรไว้ทรงผมของนกั เรียน เพอ่ื ให้เกดิ ควำมชดั เจนในกำร
ดำเนนิ งำนของสถำนศึกษำ และอำศยั ตำมควำมระเบียบกระทรวงศกึ ษำธกิ ำรวำ่ ด้วยกำรไว้ผม ของนักเรยี น พ.ศ.๒๕๖๓ ข้อ ๗
ภำยใตข้ อ้ ๔ ใหส้ ถำนศกึ ษำโดยควำมเห็นชอบของคณะกรรมกำรสถำนศกึ ษำ หรอื คณะกรรมกำรบริหำรโรงเรียน
อำศยั อำนำจตำมควำมในมำตรำ ๓๙(๑) แห่งพระรำชบญั ญตั ริ ะเบยี บบริหำรรำชกำร กระทรวงศึกษำธกิ ำร พ.ศ. ๒๕๔๖
และมติทปี่ ระชมุ คณะกรรมกำรบรหิ ำรโรงเรียนนำแกพิทยำคม เมอื่ วันที่ ๑๔ พฤษภำคม พ.ศ.๒๕๖๕ จึงวำงระเบยี บไวด้ งั น้ี
ข้อ ๑ ระเบยี บน้ีเรยี กวำ่ “ระเบียบโรงเรยี นนำแกพิทยำคม วำ่ ด้วยกำรไวท้ รงผมของนักเรยี น พ.ศ.๒๕๖๕
ข้อ ๒ ระเบียบน้ใี หใ้ ชบ้ ังคบั ต้งั แต่วนั ถัดจำกวนั ประกำศเปน็ ต้นไป
ขอ้ ๓ บรรดำระเบยี บ ขอ้ บังคับ ประกำศ และคำสงั่ อน่ื ใดทีข่ ัดหรอื แยง้ กบั ระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบยี บน้ี แทน
๑. กำรตดั ผมและไว้ทรงผมของนกั เรยี นชำย ระดับมธั ยมศกึ ษำตอนตน้ และตอนปลำย
๑.๑ นกั เรียนชำยจะไว้ผมสน้ั หรอื ผมยำวก็ได้ กรณีไว้ผมยำว ด้ำนข้ำง ด้ำนหลังตอ้ งยำวไม่เลยตนี ผม ดำ้ นหน้ำและ
กลำงศรี ษะ ยำวไมเ่ กิน ๕ ซม. ใหเ้ ป็นไปตำมควำมเหมำะสมและมคี วำมเรยี บร้อย
๑.๒ นักเรียนชำยทเ่ี ปน็ นักศึกษำวิชำทหำร ต้องตัดผมตำมระเบยี บของหน่วยบัญชำกำรรักษำดินแดนกองทพั บก
๑.๓ นักเรยี นชำยทุกคนต้องห้ำมปฏบิ ัติตน ดังนี้
๑) ดัดผม หรอื ใชน้ ำ้ มนั ใส่ผม
๒) ย้อมหรอื ฉดี สีผมให้ผิดไปจำกเดมิ
๓) ไวห้ นวดหรอื เครำ ไว้จอนผม
๔) ดดั แปลงใหเ้ ปน็ ทรงอ่ืนตำมสมัยนิยม ตัดแตง่ ทรงผมเป็นรปู ทรงสญั ลักษณ์หรอื เปน็ ลวดลำย
๑.๔ นักเรียนท่มี ีเหตุผลควำมจำเป็นในกำรปฏิบัตติ ำมหลักศำสนำของตนหรือกำรดำเนนิ กิจกรรมของสถำนศกึ ษำ
ให้ผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี นเป็นผู้มีอำนำจพจิ ำรณำอนุญำต
๑.๕ หำกไม่ปฏิบัตติ ำมระเบยี บดังกลำ่ วข้ำงตน้ และผ่ำนกำรเตือนแลว้ ยงั ไมแ่ ก้ไข จะดำเนนิ กำรตำมระเบียบและ
ขั้นตอนของโรงเรียน
๒. กำรตัดผมและไวท้ รงผมของนกั เรียนหญิง ระดับมธั ยมศกึ ษำตอนต้นและตอนปลำย
๒.๑ นักเรียนหญงิ จะไว้ผมส้ันหรือผมยำวก็ได้
๒.๑.๑ นักเรยี นหญิงที่ไว้ผมสั้น ต้องตัดผมตรงยำวเทำ่ กัน ควำมยำวไมเ่ กินระดับปลำยคำง
๒.๑.๒ นักเรียนหญิงท่ีไวผ้ มยำวตอ้ งรวบมัดผมใหเ้ รียบรอ้ ย
๑) กำรรวบมัดผมให้รวบตึงไว้ระดับก่งึ กลำงใบหสู องข้ำงศรี ษะดำ้ นหลัง จนถงึ ระดบั ทำ้ ยทอยโดยรวบตงึ ไม่
ปลอ่ ยผมใหต้ กลงมำระแก้มท้งั สองขำ้ ง ไมใ่ ห้ผมด้ำนหน้ำปดิ บังคิว้
๒) ถำ้ ใชก้ ๊บิ ตดิ ผม อนุญำตให้ใช้สดี ำเทำ่ นั้น
๓) เมอื่ รวบมัดผมแลว้ ปลำยผมยำวไม่เกิน ๑๕ เซนติเมตร วดั จำกขอบปกคอเส้ือด้ำนบน
๔) ผูกผมด้วยยำงยืดสีดำคลุมด้วยริบบิ้นผำ้ สีกรมท่ำ (ม.ตน้ ) ริบบ้ินสขี ำว (ม.ปลำย) ขนำดควำมกว้ำงของ
ริบบนิ้ ผำ้ ไมเ่ กิน ๑ น้ิว
๕) กำรไวท้ รงผมยำวตอ้ งรวบมัดผมให้เรยี บร้อยก่อนเข้ำมำในบริเวณโรงเรยี น และเมือ่ อยู่ในชดุ นักเรยี น
ไมใ่ ห้ปลอ่ ยผม
Nakaepittayakhom School
๕
๒.๒ นักเรียนหญิงทุกคนตอ้ งหำ้ มปฏบิ ัตติ น ดังนี้
๑) ดดั ผม หรอื ใช้นำ้ มันใส่ผม หรอื ซอยผมทป่ี ลำยยำวไม่เทำ่ กัน
๒) ยอ้ มหรอื ฉดี สีผมใหผ้ ิดไปจำกเดมิ
๓) ใส่เคร่ืองประดบั ผม
๔) ดัดแปลงให้เปน็ ทรงอน่ื ตำมสมยั นิยม ตัดแต่งทรงผมเปน็ รปู ทรงสัญลักษณห์ รือ เปน็ ลวดลำย
๒.๓ นักเรยี นท่ีมเี หตุผลควำมจำเปน็ ในกำรปฏิบตั ติ ำมหลกั ศำสนำของตนหรือกำรดำเนินกจิ กรรมของสถำนศกึ ษำให้
ผูอ้ ำนวยกำรโรงเรียนเปน็ ผู้มีอำนำจพิจำรณำอนุญำต
๒.๔ หำกไมป่ ฏบิ ัติตำมระเบียบดังกล่ำวข้ำงต้น และผ่ำนกำรเตอื นแลว้ ยงั ไม่แกไ้ ข จะดำเนินกำรตำมระเบียบและ
ขนั้ ตอนของโรงเรียน
ให้ไว้ ณ วันท่ี ๑๖ พฤษภำคม พ.ศ. ๒๕๖๕
(นำยปรำโมทย์ เทพกลู )
ผู้อำนวยกำรโรงเรยี นนำแกพิทยำคม
Nakaepittayakhom School
๖
ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการว่าดว้ ย การลงโทษนกั เรยี นและนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๘
…………………..………………
อำศัยอำนำจตำมควำมในมำตร ๖ และมำตร ๖๕ แหง่ พระรำชบญั ญตั ิค้มุ ครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ รฐั มนตรวี ่ำกำร
กระทรวงศึกษำธกิ ำร จงึ วำงระเบยี บวำ่ ด้วยกำรลงโทษนกั เรียนและนักศึกษำ ไวด้ งั ต่อไปน้ี
ขอ้ ๑ ระเบยี บนีเ้ รียกวำ่ “ระเบียบกระทรวงศกึ ษำธกิ ำร ว่ำดว้ ยกำรลงโทษนักเรียนและนกั ศกึ ษำ พ.ศ ๒๕๔๘
ข้อ ๒ ระเบยี บน้ีให้ใชต้ ้งั แต่วันประกำศในรำชกิจจำนเุ บกษำเปน็ ตน้ ไป
ข้อ ๓ ใหย้ กเลกิ ระเบยี บกระทรวงศึกษำธกิ ำรวำ่ ด้วยกำรลงโทษนักเรียนหรือนกั ศึกษำ พ.ศ. ๒๕๔๓
ข้อ ๔ ในระเบียบนี้ “ผบู้ ริหำรโรงเรียนหรือสถำนศึกษำ” หมำยควำมว่ำ ครูใหญ่ อำจำรยใ์ หญ่ ผอู้ ำนวยกำร อธกิ ำรบดี
หรอื หัวหน้ำของโรงเรยี นหรือสถำนศกึ ษำหรอื ตำแหนง่ ที่เรียกชื่ออย่ำงอื่นของโรงเรยี นหรือสถำนศึกษำนั้น
“กระทำควำมผดิ ” หมำยควำมวำ่ กำรทีน่ ักเรยี นหรอื นกั ศึกษำประพฤตฝิ ำ่ ฝืนระเบียบขอ้ บังคับของสถำนศึกษำ หรอื ของ
กระทรวงศกึ ษำธิกำร หรอื กฎกระทรวงว่ำดว้ ยควำมประพฤติของนักเรยี นและนักศกึ ษำ
“กำรลงโทษ” หมำยควำมว่ำ กำรลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษำทก่ี ระทำควำมผดิ โดยมี ควำมมุ่งหมำย
เพือ่ กำรอบรมสงั่ สอน
ขอ้ ๕ โทษทีจ่ ะลงโทษแก่นกั เรียนหรือนกั ศกึ ษำที่กระทำควำมผดิ มี ๔ สถำน ดังน้ี
(๑) วำ่ กล่ำวตักเตือน
(๒) ทำทัณฑ์บน
(๓) ตัดคะแนนควำมประพฤติ
(๔) ทำกจิ กรรมเพ่ือใหป้ รบั เปล่ยี นพฤติกรรม
ขอ้ ๖ ห้ำมลงโทษนกั เรียนและนกั ศกึ ษำด้วยวิธรี ุนแรง หรอื แบบกลน่ั แกล้ง หรอื ลงโทษด้วย
ควำมโกรธ หรอื ด้วยควำมพยำบำท โดยคำนึงถึงอำยขุ องนักเรียนนกั ศึกษำ และควำมรำ้ ยแรงของพฤติกำรณ์ประกอบกำรลงโทษ
ดว้ ย กำรลงโทษนกั เรยี นหรือนกั ศกึ ษำใหเ้ ปน็ ไปเพอ่ื เจตนำทจี่ ะแก้นสิ ยั ควำมประพฤตไิ ม่ดีของนกั เรยี นหรอื นักศึกษำใหร้ สู้ ำนกึ ใน
ควำมผิด และกลบั ประพฤติตนในทำงที่ดีต่อไป ให้ผบู้ รหิ ำรโรงเรียนหรือสถำนศึกษำ หรือผู้ทผี่ ู้บรหิ ำรโรงเรียนหรือสถำนศกึ ษำ
มอบหมำยใหเ้ ป็นผทู้ มี่ อี ำนำจในกำรลงโทษนักเรียนนกั ศกึ ษำ
ขอ้ ๗ ว่ำกล่ำวตักเตือน ใช้ในกรณนี กั เรียนนกั ศึกษำกระทำควำมผดิ ไม่ร้ำยแรง
ข้อ ๘ กำรทำทณั ฑ์บนใชใ้ นกรณนี กั เรียนนกั ศกึ ษำท่ีประพฤตติ นไมเ่ หมำะสมกับ สภำพนกั เรยี นนกั ศกึ ษำ ตำม
กฎกระทรวงว่ำด้วยควำมประพฤตินกั เรียนนกั ศึกษำ หรือกรณที ท่ี ำใหเ้ ส่ือมเสยี ชอื่ เสยี งและเกยี รติศกั ดิข์ องสถำนศึกษำหรอื ฝำ่ ฝืน
ระเบยี บของสถำนศึกษำ หรอื ได้รบั โทษว่ำกลำ่ วตกั เตอื นแล้ว แตย่ ังไม่เขด็ หลำบกำรทำทัณฑบ์ นให้ทำเปน็ หนงั สือ และเชญิ บิดำ
มำรดำหรือผปู้ กครองมำบนั ทกึ รับทรำบควำมผดิ และรับรองกำรทำทณั ฑ์บนไว้ด้วย
ขอ้ ๙ กำรตัดคะแนนควำมประพฤติ ให้เปน็ ไปตำมระเบยี บปฏิบัตวิ ่ำด้วยกำรตดั คะแนน ควำมประพฤตนิ ักเรียนและ
นักศกึ ษำของแตล่ ะสถำนศกึ ษำกำหนด และให้ทำบันทกึ ข้อมลู เปน็ หลักฐำน
ข้อ ๑๐ ทำกจิ กรรมเพอ่ื ใหป้ รบั เปลี่ยนพฤตกิ รรม ใช้ในกรณีทน่ี ักเรียนและนกั ศึกษำกระทำควำมผิดที่สมควรตอ้ ง
ปรบั เปล่ยี นพฤตกิ รรม กำรจดั กิจกรรมใหเ้ ป็นไปตำมแนวทำงท่กี ระทรวงศึกษำธิกำรกำหนด
ขอ้ ๑๑ ใหป้ ลดั กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร รกั ษำกำรให้เปน็ ไปตำมระเบียบนีแ้ ละให้มีอำนำจตคี วำมและวนิ จิ ฉัยปญั หำเกี่ยวกับ
กำรปฏบิ ตั ติ ำมระเบยี บน้ี
ประกำศ ณ วันที่ ๑๘ มกรำคม พ.ศ. ๒๕๔๘
อดิศยั โพธำรำมิก
(นำยอดิศัย โพธำรำมกิ )
รฐั มนตรวี ำ่ กำรกระทรวงศึกษำธกิ ำร
Nakaepittayakhom School
๗
กฎกระทรวง
กำหนดควำมประพฤติของนักเรยี นและนักศึกษำ พ.ศ. ๒๕๔๘
…………………..………………
อำศยั อำนำจตำมควำมในมำตร ๖ และมำตร ๖๔ แห่งพระรำชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ อันเป็นกฎหมำยที่มี
บทบัญญตั ิบำงประกำรเกยี่ วกับกำรจำกัดสิทธิและเสรีภำพของบุคคล ซึง่ มำตรำ ๒๙ ประกอบกับมำตรำ ๓๑ มำตรำ ๒๔ มำตรำ
๓๕ มำตรำ ๓๖ มำตรำ ๓๙ มำตรำ ๔๕ และมำตรำ ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอำศัย
อำนำจตำมบทบัญญัติแหง่ กฎหมำย รัฐมนตรวี ่ำกำรกระทรวงศกึ ษำธิกำรออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ นักเรียนและนักศึกษำตอ้ งไมป่ ระพฤติตน ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) หนีเรยี นหรอื ออกนอกสถำนศึกษำโดยไม่ไดร้ บั อนญุ ำตในช่วงเวลำเรียน
(๒) เลน่ กำรพนนั จดั ให้มีกำรเลน่ กำรพนัน หรอื มั่วสมุ ในวงกำรพนนั
(๓) พกพำอำวธุ หรือวตั ถรุ ะเบิด
(๔) ซ้ือ จำหนำ่ ย แลกเปลีย่ น เสพสุรำหรอื เครอื่ งดมื่ ท่ีมแี อลกอฮอล์ สงิ่ มึนเมำ บุหรี่ หรือยำเสพติด
(๕) ลักทรพั ย์ กรรโชกทรพั ย์ ขม่ ขู่ หรือบังคบั ขืนใจเพอื่ เอำทรัพยบ์ คุ คลอ่ืน
(๖) กอ่ เหตุทะเลำะวิวำท ทำร้ำยรำ่ งกำยผู้อน่ื เตรียมกำรหรือกระทำกำรใด ๆ อนั น่ำจะก่อใหเ้ กิดควำมไมส่ งบเรียบร้อย
หรือขดั ต่อศลี ธรรมอนั ดีของประชำชน
(๗) แสดงพฤตกิ รรมทำงชสู้ ำวซง่ึ ไม่เหมำะสมในท่ีสำธำรณะ
(๘) เกีย่ วข้องกับกำรค้ำประเวณี
(๙) ออกนอกสถำนทีพ่ ักเวลำกลำงคืน เพอื่ เทีย่ วเตร่หรอื รวมกลมุ่ อนั เป็นกำรสรำ้ งควำมเดือดรอ้ นให้แก่ตนเองหรอื ผูอ้ ื่น
ขอ้ ๒ ให้โรงเรยี นหรือสถำนศกึ ษำกำหนดระเบยี บวำ่ ด้วยควำมประพฤตขิ องนกั เรยี นและ นักศกึ ษำได้เท่ำทไ่ี มข่ ดั หรือ
แยง้ กบั กฎกระทรวงน้ี
ใหไ้ ว้ ณ วันท่ี ๒๗ ธันวำคม พ.ศ. ๒๕๔๘
จำตรุ นต์ ฉำยแสง
(นำยจำตุรนต์ ฉำยแสง)
รัฐมนตรีวำ่ กำรกระทรวงศกึ ษำธิกำร
Nakaepittayakhom School
๘
ระเบียบโรงเรยี นนาแกพทิ ยาคม
ว่าดว้ ยงานวินัยและพฤติกรรมนกั เรยี น
บทท่วั ไป
ข้อ ๑ ระเบยี บน้ีเรยี กว่ำ ระเบียบโรงเรยี นนำแกพทิ ยำคมว่ำด้วยงำนวนิ ยั และพฤติกรรมนักเรียน
ข้อ ๒ ระเบยี บนใี้ หใ้ ชบ้ งั คับแกน่ ักเรียน โรงเรียนนำแกพทิ ยำคม อำเภอนำแก จงั หวดั นครพนม
ข้อ ๓ ในกรณที ี่โรงเรียนได้กำหนด ระเบยี บปฏบิ ตั ิ ขอ้ บงั คับ ซึ่งมีบทลงโทษเพ่อื ควำมผิด ไวเ้ ป็นกำร
เฉพำะกรณใี ห้ถือตำมกฎระเบียบขอ้ บังคบั นี้
ข้อ ๔ กำรลงโทษนักเรยี นให้ปฏิบัตติ ำมระเบยี บกระทรวงศกึ ษำธิกำร ว่ำดว้ ยกำรลงโทษนกั เรยี น
นกั ศึกษำ พ.ศ. ๒๕๔๘
ขอ้ ๕ ในระเบียบน้ี คำว่ำ
“นักเรียน” หมำยถึง นกั เรยี นปจั จบุ ันของโรงเรยี นนำแกพิทยำคม
“ครทู ี่ปรกึ ษำ” หมำยควำมรวมถงึ ครทู กุ คน ของโรงเรยี นนำแกพิทยำคมทีโ่ รงเรียนแต่งตงั้ ใหเ้ ปน็ ทป่ี รึกษำ
แตล่ ะหอ้ ง
“ผู้อำนวยกำร” หมำยถงึ ผู้ดำรงตำแหนง่ ผ้อู ำนวยกำรโรงเรียนนำแกพทิ ยำคม
“รองผ้อู ำนวยกำรโรงเรียนกลมุ่ บริหำรงำนทั่วไป” หมำยถงึ ผู้ดำรงตำแหน่งรองผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี นกลมุ่
บรหิ ำรงำนท่วั ไป โรงเรียนนำแกพิทยำคม
“คณะกรรมกำรพจิ ำรณำบทลงโทษ” หมำยถงึ คณะกรรมกำรกลุม่ บรหิ ำรงำนทัว่ ไปทไี่ ดร้ ับกำรแต่งต้ัง
“คณะกรรมกำรสถำนศึกษำข้ันพื้นฐำน” หมำยถงึ คณะกรรมกำรสถำนศึกษำข้นั พื้นฐำนโรงเรยี น
นำแกพทิ ยำคม
“ผ้ปู กครอง” หมำยถงึ บดิ ำ มำรดำ ผูอ้ นุบำล ผ้รู ับบุตรบญุ ธรรม และผปู้ กครองตำมประมวลกฎหมำย
แพ่งและพำณิชย์ และใหห้ มำยควำมรวมถึง พอ่ เลี้ยง แม่เลีย้ ง ผ้ปู กครองสวัสดิภำพ นำยจำ้ ง ตลอดจนบุคคลอ่ืน
ซ่งึ รับเดก็ ไวใ้ นควำมอปุ กำระเล้ียงดู หรอื เด็กอำศยั อยู่ด้วย
Nakaepittayakhom School
๙
โรงเรียนนำแกพิทยำคม
อำเภอนำแก จงั หวดั นครพนม
ประวัติโรงเรียนนำแกพิทยำคม
โรงเรยี นนาแกพิทยาคม เดิมชอ่ื โรงเรียนนาแก ได้รบั อนญุ าตให้จัดตั้งข้ึนเมือ่ วนั ท่ี 1 มิถุนายน พ.ศ. 2494
สงั กดั กองโรงเรยี นรัฐบาลสว่ นภมู ิภาคกรมวสิ ามญั ศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร โดยได้รับการบริจาคทด่ี ิน นส.3 ก ทะเบียนเลขที่
2287 เลขท่ีดนิ 276 จาก นายเขียน มีระหงษ์ (ปัจจบุ นั เสยี ชวี ิตแลว้ ) และนางเก มรี ะหงษ์ ภรรยาโดยบรจิ าคให้องคก์ าร
บริหารส่วนจังหวัดนครพนมเพอ่ื ประโยชนข์ องการศึกษาประชาบาลอาเภอนาแก
แรกเริม่ จัดตง้ั โรงเรยี นจดั การเรียนการสอนตามหลักสูตรมธั ยมสามัญตามหลักสูตรวิสามัญ ในระดับชน้ั ม.1 - ม.3
มนี ายสวา่ ง ศิรจิ นั ทร์ รกั ษาการในตาแหนง่ ครูใหญ่ ในปี พ.ศ. 2504 ไดโ้ อนมาสังกดั กองการศกึ ษาพเิ ศษ กรมสามญั ศึกษา
กระทรวงศกึ ษาธิการ จัดการเรียนการสอนในระดบั ประถมศึกษาตอนปลาย (ป.5-ป.7) ปี พ.ศ.2520 ไดเ้ ปล่ยี นช่ือเป็น
โรงเรียนนาแกพทิ ยาคม และโอนมาสงั กัดกองการมัธยมศึกษา กรมสามญั ศึกษา จดั การเรียนการสอนตามหลกั สูตรมัธยมศึกษา
ตอนต้น พทุ ธศักราช 2503 เปดิ สอนช้ัน ม.ศ.1-ม.ศ.3 ปี พ.ศ. 2522 จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรมธั ยมศึกษาตอนต้น
พทุ ธศกั ราช 2521 เปดิ สอนในระดบั ชนั้ ม.1 – ม.3 ในปี พ.ศ. 2527 โรงเรยี นได้เขา้ โครงการปรับปรุงโรงเรยี นมัธยมศกึ ษา
ขนาดเลก็ (ค.ป.ล.) รุน่ ที่ 1 ในปี พ.ศ.2536 โรงเรยี นไดร้ บั อนญุ าตใหเ้ ปิดสอนในระดับชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลายตามหลกั สตู ร
มธั ยมศึกษาตอนปลาย พทุ ธศกั ราช 2524 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2533)
ปัจจบุ นั โรงเรยี นจดั การเรยี นการสอนประเภทสหศกึ ษาในระดับชั้น ม.1 – ม.6
ทีต่ ้ัง
อยรู่ ิมถนนมัธยมจันทร์ (นาแก – สกล) ๕๗ หมทู่ ี่ ๕ บา้ นซง่ ตาบลนาแก อาเภอนาแก จงั หวดั นครพนม
สังกัด
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษานครพนม สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ
กลุ่มโรงเรยี นเครือข่าย นาแก-วังยาง
Nakaepittayakhom School
๑๐
ข้อมูลทั่วไปโรงเรยี นนำแกพทิ ยำคม
วิสยั ทศั น์ (Vision)
“โรงเรียนนาแกพทิ ยาคม เป็นแหล่งพฒั นาความรู้คู่คุณธรรม นาวชิ าการ กา้ วทันเทคโนโลยี เก่งศิลปะ ดนตรี กีฬา
ชุมชนร่วมพฒั นาสรา้ งสรรค์ บรหิ ารแบบร่วมทารว่ มคดิ เสริมสร้างเศรษฐกิจพอเพียง”
พันธกิจ (Mission)
1. พฒั นากระบวนการเรยี นรทู้ ีเ่ นน้ ผเู้ รียนเป็นสาคญั
2. พฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรมของนักเรียน
3. สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรยี น ไดเ้ รียนรเู้ ต็มตามศกั ยภาพ
4. พัฒนาผูเ้ รยี นใหม้ คี ณุ ภาพ ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ
5. ส่งเสริมการใชเ้ ทคโนโลยี เพอื่ พัฒนาการเรยี นรู้
6. สง่ เสรมิ พัฒนาให้ผเู้ รยี น มีความสามารถด้านศิลปะ ดนตรี กฬี า และพฒั นาสู่ความเป็นเลิศ
7. สง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี น ใช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดาเนินชีวิต
8. ส่งเสรมิ ใหโ้ รงเรยี น มีความสมั พันธท์ ดี่ ีกบั ชุมชน
9. บริหารจดั การศกึ ษา โดยยดึ หลักธรรมาภบิ าล
10. สนับสนุนการปฏบิ ัตงิ าน ตามนโยบายของหน่วยงานตน้ สังกดั
เปำ้ ประสงค์ (Goals)
1. ผูส้ อนจัดกระบวนการเรยี นรทู้ ่ีเน้นผู้เรยี นเป็นสาคญั
2. ผู้เรยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
3. ผเู้ รียนไดเ้ รียนรู้เตม็ ตามศักยภาพ
4. ผู้เรยี นมคี ุณภาพ ตามมาตรฐานการศกึ ษาของชาติ
5. ผูส้ อนและผูเ้ รียนใช้เทคโนโลยี ในพัฒนาการเรียนรู้
6. ผู้เรยี นมีความสามารถด้านศิลปะ ดนตรี กฬี า
7. ผเู้ รียน ใชป้ รชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการดาเนินชวี ติ
8. โรงเรยี นมคี วามสัมพนั ธท์ ดี่ ีกับชุมชน
9. โรงเรียนมีการบริหารจัดการศึกษาทย่ี ดึ หลักธรรมาภบิ าล
10. โรงเรยี นมีการปฏิบตั งิ านตามนโยบายของหนว่ ยงานต้นสงั กัด
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของนักเรียน
- มที กั ษะการใชง้ านคอมพวิ เตอร์อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ มีทกั ษะในการใชภ้ าษาและการสือ่ สาร
- มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมทพ่ี งึ ประสงค์ มีวนิ ยั มีความรบั ผิดชอบ ซ่ือสตั ย์ ประหยัด เมตตา และมคี วาม
กตญั ญู
- มสี ุขภาพรา่ งการ สขุ ภาพจิต สขุ นสิ ยั ดี ปลอดจากการใชส้ ารเสพตดิ
- มที กั ษะทางสังคม ทางานเป็นหมู่คณะ ปฏิบัตติ ามกระบวนการกลมุ่ และศรทั ธาต่อการดาเนินชีวติ ในระบอบ
ประชาธปิ ไตย
- สามารดารงชีวติ ได้อย่างมีความสขุ ตามอัตภาพ
Nakaepittayakhom School
๑๑
ระเบียบปฏิบัติในกำรแต่งกำยของนักเรยี น
นักเรียนทุกคนจะต้องปฏบิ ัติเกย่ี วกับการแตง่ กาย ดังตอ่ ไปนี้
๑. ตอ้ งแต่งกายดว้ ยเครอ่ื งแบบท่ีโรงเรยี นกาหนด
๒. หา้ มไว้หนวด เครา เจาะหู หรอื ล้ิน
๓. หา้ มยอ้ มสี ดดั ผม ซอยผม หรอื ไวผ้ มยาวกวา่ ท่ีระเบยี บกาหนด
๔. ห้ามไวเ้ ล็บ แต่งเลบ็ ทาเลบ็
๕. หา้ มทาปาก เขียนคว้ิ แต่งหนา้ ใช้เครอ่ื งสาอาง หรือใชส้ ่งิ แปลกปลอม เพอ่ื การเสรมิ สวย
๖. ห้ามใช้เครอ่ื งประดบั ใด ๆ ยกเวน้ นาฬกิ าขอ้ มือ และใช้สายนาฬิกาทส่ี ภุ าพ
๗. นกั เรียนหญิง ใหใ้ สเ่ สอ้ื ชน้ั ในชนิดคอกระเชา้ สีขาวสวมทับเสอื้ ชั้นในธรรมดาอกี ชน้ั หน่ึง
๘. หา้ ม นกั เรียนชายและนักเรยี นหญิงมัธยมศึกษาตอนปลาย ปล่อยชายเส้อื ออกนอกกางเกง
และกระโปรง
๙. ตอ้ งแต่งกายใหด้ ูสภุ าพ และไม่ควรใช้เครื่องแตง่ กายทีร่ าคาแพงเกนิ ไป
๑๐. หา้ มนกั เรียนปัก ปะ หรอื ตดิ สตก๊ิ เกอร์ ท่สี ว่ นใดส่วนหนึ่งของเครือ่ งแบบ
๑๑. ห้ามสวมเส้ือเครือ่ งแบบของผอู้ ่นื หรือ ใหผ้ ู้อ่นื สวมเคร่อื งแบบของตนเอง
๑๒. หา้ มพบั แขนเสื้อ และ หา้ มปลดกระดุมเสอ้ื เกินกว่า ๑ เมด็
ระเบยี บเครื่องแต่งกำยของนักเรยี น
๑. ทรงผมของนกั เรียน
นกั เรียนชำย
นักเรียนชาย ใหไ้ วผ้ มส้นั หรือรองทรงตามแบบของโรงเรียน
ชั้นมัธยมศกึ ษำตอนตน้
ไวผ้ มสัน้ หรอื ผมยาวกไ็ ด้ กรณไี วผ้ มยาว ด้านข้าง ดา้ นหลังตอ้ งยาวไมเ่ ลยตนี ผม ด้านหน้าและกลางศรี ษะ ยาวไม่เกิน
๕ ซม. ใหเ้ ป็นไปตามความเหมาะสมและมีความเรยี บร้อย
ชัน้ มธั ยมศึกษำตอนปลำย
ไวผ้ มสั้นหรอื ผมยาวกไ็ ด้ กรณีไวผ้ มยาว ดา้ นข้าง ด้านหลังต้องยาวไมเ่ ลยตีนผม ด้านหน้าและกลางศรี ษะ ยาวไม่เกนิ
๕ ซม. ใหเ้ ป็นไปตามความเหมาะสมและมคี วามเรียบรอ้ ย
นกั เรยี นหญงิ
นกั เรียนหญิง ให้ไว้ผมสัน้ หรือไวผ้ มยาวก็ได้ ตามแบบท่ีโรงเรยี นกาหนด
ชนั้ มัธยมศกึ ษำตอนต้น
ผมสนั้ ตอ้ งยาวไมเ่ กินปกเสื้อดา้ นบน และมีความเสมอกนั ตามแนวคอเสอ้ื ไม่ดัด ซอย ยอ้ มสผี ม หรอื ตบแตง่
อย่างใดอยา่ งหน่ึง กรณีไว้ผมยาวใหร้ วบไม่ปล่อยลูกผมและผกู โบสีกรมท่าให้เรยี บร้อยตามแบบของโรงเรยี น
ช้นั มธั ยมศกึ ษำตอนปลำย
ผมส้นั ต้องยาวไมเ่ กินปกเส้อื ด้านลา่ ง มคี วามเสมอกนั ตามแนวคอเสือ้ ไมด่ ัด ซอย ยอ้ มสผี ม หรอื ตกแตง่ อยา่ ง
ใดอย่างหนึ่ง กรณีไว้ผมยาว ใหร้ วบไมป่ ลอ่ ยลกู ผมและผกู โบสีขาวใหเ้ รยี บรอ้ ยตามแบบของโรงเรียน
๒. เส้อื เครอื่ งแบบนักเรยี น
นักเรยี นชำย
๒.๑ เสอ้ื เครื่องแบบนักเรยี นชำยชั้นมธั ยมศกึ ษำตอนต้นและมัธยมศกึ ษำตอนปลำย ใชแ้ บบเดยี วกัน
เมอ่ื สวมแลว้ ต้องเอาชายเส้ือไว้ดา้ นในกางเกง
๑) แบบเชติ้ คอตง้ั ผา้ ขาวเกล้ียงไม่บางเกนิ ไป
๒) ผา่ อกตลอด สาบเสือ้ กว้าง ๔ ซม. ใชก้ ระดมุ ขาวกลมแบน เสน้ ผ่านศนู ย์กลาง ๑ ซม.
๓) แขนเสือ้ ยาวเหนือข้อศอกเมอ่ื งอแขน วดั จากปลายข้อศอกระหว่าง ๖ - ๑๐ ซม.
๔) มีกระเป๋าเส้ือเสมอราวนมเบือ้ งซ้าย ๑ กระเปา๋ ขนาดกวา้ งพอเหมาะกบั ขนาดของเสื้อ
Nakaepittayakhom School
๑๒
๕) ปลายแขนเสอ้ื เป็นรอยพับเข้าขา้ งใน กว้าง ๒.๕ - ๓ ซม. ไมก่ ว้างหรอื แคบเกินไป
๒.๒ เสื้อเคร่อื งแบบนกั เรียนหญงิ ชั้นมัธยมศึกษำตอนตน้
๑) ให้ผ้าขาวเกลยี้ ง ไม่บางเกินไป ตดั เสอื้ เปน็ แบบคอพับในตวั พอให้สวมศรี ษะได้
๒) สาบตลบขา้ งใน ส่วนบนสาบให้ใหญ่พอแบะคอแล้วไม่เห็นตะเข็บเข้าขา้ งใน
๓) มีปกขนาด ๑๐ ซม. ใช้ผา้ สองชน้ั เยบ็ แบบเข้าถ้า
๔) แขนยาวเหนอื ศอก ปลายแขนจบี เล็กน้อย ประกอบดว้ ยสองช้ันกว้าง ๓ ซม.
๕) ความยาวของเส้อื วดั จากขอ้ มอื มาเมื่อย่นื ตรงระยะ ตง้ั แต่ ๑๐ - ๑๕ ซม.
๖) ชายเส้อื ดา้ นลา่ งมรี อยพบั ไม่เกนิ ๓ ซม.
๗) ขนาดเสอ้ื ตงั้ แตใ่ ต้แขนถึงขอบล่าง มีขอบกว้างพอเหมาะกับตวั ไมร่ ดั เอวหรือเขา้ รูป
๘) ริมขอบลา่ งด้านหนา้ ข้างขวา ตดิ กระเป๋า มีขนาดกว้าง ๕ - ๙ ซม. ยาว ๗ - ๑๐ ซม. ตามสว่ น
ขนาดของเสอ้ื ปากกระเปา๋ พับเปน็ รมิ กวา้ ง ไม่เกิน ๒ ซม.
๙) ผกู คอดว้ ยผ้ากรมทา่ ชายสามเหลี่ยม กว้างตงั้ แต่ ๑๐-๑๖ ซม. ยาวตั้งแต่ ๒๕ - ๕๐ ซม. ด้วยเงอื่ นกลาสี
๒.๓ เสอื้ เครือ่ งแบบนกั เรียนหญิง ชั้นมัธยมศึกษำตอนปลำย
๑) แบบคอเสือ้ เชิต้ ผา่ อกตลอด ท่อี กเส้อื ทาเปน็ สาบตลบเขา้ ข้างใน กว้าง ๓ ซม.
๒) มกี ระดมุ กลมแบนสีขาว ๓ เม็ด
๓) แขนยาวเพียงเหนอื ศอก
๔) ต้นแขนและปลายแขน จบี เล็กนอ้ ย ประกอบดว้ ยผา้ สองช้นั กวา้ ง ๓ ซม.
๕) เก็บ หรือ สอดชายเส้ือไว้ในกระโปรง
๓. กำรปกั หรือ ติดเครือ่ งหมำย ทีเ่ สอ้ื เคร่อื งแบบนกั เรยี น
๓.๑ นักเรียนทงั้ ชายและหญงิ ต้องปักอักษรยอ่ ช่อื โรงเรียน (นก.พ.) ขนาด ๑.๕ ซม. ทอ่ี กเส้ือขา้ งขวาเหนอื ราวนม
ด้วยตัวพิมพ์ธรรมดา ตามแบบของโรงเรยี น
๓.๒ นกั เรียนต้องปกั ชือ่ และชื่อ - สกุล แบบตวั พมิ พ์ธรรมดา ขนาด ๑ ซม. ใต้อักษรย่อของโรงเรียน
๓.๓ ตวั อักษรทีป่ ักตอ้ งเป็นแบบตัวพมิ พธ์ รรมดา ห้ามใชต้ วั ประดิษฐ์ โดยใหป้ กั ทบึ หา้ มเดินเส้น
๓.๔ ปักชอ่ื ดว้ ยด้ายหรอื ไหมสนี า้ เงินเขม้ และปกั ลงในตัวเสอ้ื ห้ามปกั ลงผ้าอนื่ แล้วนามาเยบ็
๓.๕ กาหนดใหน้ กั เรยี นชน้ั ม.๑ มจี ุด บนปกคอเส้ือด้านขวา และ ม.๔ มีดาวหน่งึ จุด บนปกคอเสื้อด้านขวา
๔. กำงเกงนกั เรียนชำย
ช้นั มัธยมศึกษำตอนตน้
๔.๑ ตอ้ งเปน็ กางเกงขาสน้ั สีดา ผา้ ไม่มลี วดลาย และเป็นแบบทรงสบาย ชนิดมีกลบี
๔.๒ ยาวเพยี งเหนอื เขา่ วดั จากลกู สะบ้า ระหวา่ ง ๓ - ๕ ซม.
๔.๓ ส่วนกว้างของขากางเกง เม่อื ยืนตรงหา่ งจากขาตงั้ แต่ ๘ - ๑๐ ซม. ตามสว่ นของขา
๔.๔ ปลายขาพบั ชายเขา้ ข้างในกวา้ ง ๕ ซม.
๔.๕ ผ่าตรงส่วนหนา้ ใชก้ ระดุมขนาดย่อม หรอื ซบิ ขดั ซอ่ นไวข้ ้างใน
๔.๖ มกี ระเปา๋ ตามแนวตะเข็บข้างละ ๑ กระเป๋า ไม่มีกระเป๋าหลัง เวลาสวมใหท้ ับชายเสื้อไว้
ชัน้ มัธยมศึกษำตอนปลำย
๔.๑ ตอ้ งเป็นกางเกงขาสนั้ สีดา ผา้ ไมม่ ลี วดลาย และเป็นแบบทรงสบาย ชนิดมกี ลีบ
๔.๒ ยาวเพยี งเหนือเข่า วดั จากลูกสะบา้ ระหว่าง ๓ - ๕ ซม.
๔.๓ สว่ นกว้างของขากางเกง เมื่อยนื ตรงห่างจากขาต้ังแต่ ๘ - ๑๐ ซม. ตามส่วนของขา
๔.๔ ปลายขาพบั ชายเข้าข้างในกวา้ ง ๕ ซม.
๔.๕ ผา่ ตรงส่วนหน้า ใช้กระดมุ ขนาดยอ่ ม หรอื ซบิ ขดั ซอ่ นไวข้ ้างใน
๔.๖ มกี ระเป๋าตามแนวตะเข็บข้างละ ๑ กระเปา๋ ไม่มีกระเป๋าหลัง เวลาสวมให้ทบั ชายเสื้อไว้
๕. กระโปรงนักเรียนหญิง
Nakaepittayakhom School
๑๓
กระโปรงนักเรยี นหญิงท้ังช้ันมธั ยมศึกษาตอนตน้ และมธั ยมศกึ ษาตอนปลายใชแ้ บบเดียวกัน
๕.๑ ผ้าสกี รมท่าเกล้ียง ไมม่ ลี วดลาย
๕.๒ ดา้ นหน้าและดา้ นหลัง พับเปน็ กลีบข้างละ ๓ กลบี หนั กลบั ออกดา้ นนอก
๕.๓ เย็บทบั กลบี ขอบล่างลงมา ระหว่าง ๖ - ๑๐ ซม.
๕.๔ เวน้ ระยะความกว้างตรงกลางระหว่างกลีบทงั้ สองข้างพองาม
๕.๕ กระโปรงยาวเพยี งใตเ้ ข่า วัดจากกลางสะบา้ เมอื่ ยนื ตรงระหว่าง ๗ - ๑๐ ซม
๖. เข็มขัดนักเรยี นนักเรียนชำย
๑) นกั เรียนชำยชน้ั มัธยมศึกษำตอนต้น ให้ใช้เข็มขัดสีดา กวา้ งตงั้ แต่ ๒.๕ - ๔ ซม. ตามส่วนของ
ขนาดตวั นักเรียน หัวทองเหลือง สี่เหล่ยี มผืนผ้าแบบชนิดหวั กลดั มปี ลอกสีน้าตาล ๑ ปลอก กวา้ ง ๑.๕ ซม. สาหรบั สอดปลายเข็ม
ขัด เขม็ ขดั นีใ้ ช้คาดทับกางเกง โดยสอดในหูกางเกงใหเ้ รยี บรอ้ ย
๒) นักเรยี นชำยชัน้ มธั ยมศึกษำตอนปลำย ใหใ้ ช้เขม็ ขดั สีดา กว้างต้ังแต่ ๒.๕ - ๔ ซม. ตามส่วนของขนาด
ตวั นักเรียน หัวทองเหลอื ง สเ่ี หลย่ี มผืนผ้าแบบชนิดหวั กลดั มีปลอกสดี า ๑ ปลอก กว้าง ๑.๕ ซม. สาหรบั สอดปลายเขม็ ขัด เข็มขดั
นใ้ี ชค้ าดทบั กางเกง โดยสอดในหูกางเกงใหเ้ รยี บรอ้ ย
นักเรยี นหญงิ
นกั เรียนหญงิ ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ใหใ้ ชเ้ ข็มขดั หนังสีดากวา้ ง ๒ - ๓ ซม. ตามขนาดตัวของ
นกั เรยี น หวั รปู ส่ีเหล่ยี มผนื ผ้า ชนดิ หวั กลดั มีปลอกหนงั ขนาด ๑.๕ ซม. ใชค้ าดทับกระโปรง
๗. ถุงเทำ้ นักเรยี น
๗.๑ นักเรียนชายใช้ถุงเทา้ ส้ันแบบธรรมดาสีขาว ไม่มลี วดลาย ปลายถุงเทา้ อยเู่ หนอื ตาตมุ่ ๓ - ๔ ซม. ห้ามใช้ถุงเทา้ สั้น
สีอ่นื ๆ หรอื ถงุ เท้าลกู เสอื (ถงุ เท้าลูกเสอื ใช้เฉพาะกิจกรรมลกู เสือ )
๗.๒ นักเรียนหญงิ ใช้ถุงเท้าสั้นแบบธรรมดาสีขาว ไม่มีลวดลาย และ ให้พบั ลง ๒ พบั ประมาณ ๓ - ๔ ซม. เหนือตาตมุ่ ให้
เรยี บร้อย
๘. รองเทำ้ นักเรียน
๑) นกั เรยี นชำยชนั้ มัธยมศึกษำตอนตน้ ใช้รองเท้าหมุ้ สน้ ชนดิ ผกู สีดา และหา้ มเหยยี บสน้ รองเทา้
๒) นกั เรยี นชำยชัน้ มธั ยมศึกษำตอนปลำย ใช้รองเท้าหุม้ สน้ ชนดิ ผูกสดี า และหา้ มเหยียบสน้ รองเทา้
๓) นักเรียนหญงิ ใชร้ องเท้าสีดาแบบหุ้มสน้ หมุ้ ปลายหัวมน ชนดิ มสี ายรัดหลังเทา้ ไมม่ ลี วดลาย
สน้ สูงไมเ่ กิน ๓ ซม.
๙. เคร่ืองแบบชดุ พลศึกษำ
๙.๑ ให้สวมชุดพลศกึ ษาในวนั ทมี่ เี รยี นพลศกึ ษามาโรงเรียนโดยตลอด
๙.๒ ใหใ้ ชช้ ุดพลศึกษา ตามท่โี รงเรยี นจดั ให้ กาหนดใหเ้ ท่านั้น คอื นกั เรียนชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนตน้ สวมเสื้อคอโปโลสีเหลือง
นักเรียนชัน้ มธั ยมศึกษาตอนปลายสวมเส้อื คอโปโลสีแดง ทุกระดับชั้นสวมกางเกงวอรม์ สีดาแถบสีเหลืองของโรงเรยี น
๙.๒ รองเท้า นกั เรียนหญงิ ใช้รองเท้าผา้ ใบ สขี าวล้วน ยกเวน้ นกั เรยี นชายช้ันมธั ยมศึกษาตอนต้น อนุญาตให้สวมรองเท้า
ผา้ ใบนักเรียนสีดา นกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลายอนุญาตให้สวมผ้าใบสีขาวได้
๙.๔ ตอ้ งสวมถุงเทา้ นักเรียนสนั้ สีขาว และรองเทา้ ผ้าใบเม่ือสวมชุดพลศึกษาทกุ คน
๙.๕ ต้องปักช่อื – สกุล ทห่ี นา้ อกด้านขวาของเสอื้ พลศึกษา ด้วยไหมสีขาว ขนาด ๑ ซม. ทุกคน และหา้ มปัก หรอื สกรีน
ข้อความอื่นใดนอกเหนือจากการปักช่ือ – สกลุ ของนักเรียน ลงบนเสอื้ พลศกึ ษา
๑๐. เครอื่ งแบบชุดกิจกรรมพัฒนำผูเ้ รยี น
ให้นักเรยี นสวมชุดกิจกรรมตามกจิ กรรมทน่ี ักเรยี นสังกัดโดยสวมเคร่อื งแบบตามกจิ กรรมใหถ้ ูกต้องตามระเบียบของกิจกรรมนั้นๆ
นกั เรียนชำยชั้นมัธยมศกึ ษำตอนตน้ กจิ กรรมลูกเสอื สามญั ร่นุ ใหญ่
นกั เรยี นหญงิ ชน้ั มัธยมศกึ ษำตอนต้น กจิ กรรมยวุ กาชาด
นักเรียนชำยชั้นมัธยมศึกษำตอนปลำย เลอื กเรยี น กิจกรรมลกู เสือวิสามัญ หรือกิจกรรมนักศกึ ษาวชิ าทหาร รักษาดนิ แดน (รด.)
Nakaepittayakhom School
๑๔
นักเรยี นหญิงช้นั มัธยมศกึ ษำตอนปลำย เลอื กเรยี น กิจกรรมผูบ้ าเพ็ญประโยชน์ หรือกจิ กรรมนักศกึ ษาวชิ าทหาร (รด.)
๑๑. เคร่อื งแบบชุดพ้นื เมอื ง (วนั ศกุ ร์)
๑๑.๑ ให้นกั เรยี นสวมใส่เสือ้ ที่ทางโรงเรยี นแจกให้ นกั เรียนชาย ใส่กับกางเกงนกั เรียน , นกั เรยี นหญงิ ใส่กบั กระโปรงนักเรยี น
๑๒. กำรใช้เครื่องประดบั
หา้ มประดบั หรือตกแตง่ รา่ งกายดว้ ยเคร่อื งประดบั ใดๆ ยกเว้นนาฬกิ าข้อมือท่มี ีสายสุภาพ และนักเรยี นตอ้ งดแู ลรักษาเอง
โรงเรยี นจะไม่รับผิดชอบหากเกิดความเสยี หายหรือสญู หาย ไมว่ า่ กรณใี ดๆ ทง้ั ส้ิน
กำรตัดคะแนนควำมประพฤติ บทลงโทษ และวธิ แี ก้ไข คะแนน หมำยเหตุ
รหสั ประเภทควำมผดิ
ด้ำนท่ี ๑ ด้ำนกำรเรียน ๓๐
๑ ปลอมลายเซน็ ผปู้ กครอง / ครู ๑๐
๓๐
๒ มาโรงเรียนสาย /ไมเ่ ขา้ แถวรว่ มกจิ กรรมหนา้ เสาธง
๓ หลกี เลยี่ ง ไมร่ บั การปฐมนเิ ทศ ปจั ฉิมนิเทศ
๔ ไมเ่ ข้าเรยี นในแต่ละรายวิชา (วชิ าละหรือคาบละ) ๑๐
๑๐
๕ ไมร่ ่วมกิจกรรม โฮมรูม / แนะแนว / ชมุ นมุ / ลูกเสอื
๓๐
ดำ้ นที่ ๒ ดำ้ นกำรแต่งกำย ๓๐
๖ ไม่มารบั การตรวจเคร่อื งแตง่ กาย ทรงผม (ครงั้ ละ)
ผมยาว / หนา้ ม้า / สับ / ซอย/ สกินเฮด ๕๐
(นักเรียนหญงิ ที่ผมยาวให้รวบตงึ มดั ดว้ ยรบิ บิน้ สีขาว หรอื กรมทา่ เท่านั้น) ๑๐
สักลาย / ระเบิดหู /เจาะลิ้น ๑๐
เล็บยาว (น้วิ ละ) ๓๐
ถงุ เทา้ / รองเทา้ ๑๐
กางเกงสน้ั รดั รูป/ กางเกงขาเดฟ
๗ แตง่ กายผดิ ระเบยี บของโรงเรียน เชน่ ปลอ่ ยเสือ้ ออกนอกกางเกง กระโปรง สวมเสื้อคนอน่ื ๑๐
อกั ษรยอ่ นก.พ. ใสช่ ุดพลศกึ ษา ไมต่ รงวันเรยี น ๒๐
๘ สวมใส่เครื่องประดับมาโรงเรียน เช่น แหวน สรอ้ ย ตุม้ หู กาไล บก๊ิ อาย ขนตาปลอม ๓๐
๓๐
๙ นักเรียนหญิงไมส่ วมเสอ้ื ซับใน/ สวมใสซ่ ับในสีฉดู ฉาด ๓๐
๓๐
๑๐ สวมรองเท้าผิดระเบียบ / สวมกางเกงนักเรยี น /กางเกงวอรม์ กระโปรง ผิดระเบียบ ๒๐
๓๐
๑๑ ใสเ่ สอื้ กนั หนาวทไี่ ม่สภุ าพ (เสอ้ื ลายสีฉูดฉาด หรอื มขี ้อความสอ่ ไปในทางไม่สุภาพ) ๓๐
๓๐
๑๒ กางเกงนักเรยี นชายส้ันเลยเขา่ ๖๐
๑๓ นกั เรยี นหญงิ ใส่กระโปรงสน้ั ไม่คลุมเข่า ๕๐
๑๔ ใสป่ ลอกแขน (ขา้ งละ)
๑๕ นกั เรียนมีเจตนาไว้ทรงผมผิดระเบยี บครง้ั ละ
๑๖ แตง่ หนา้ ทาปาก เขียนค้ิว เขียนตา
๑๗ โกรกผม ย้อมผม (ท่ีไมใ่ ช่สดี า)
๑๘ ไม่รบั การตรวจเครือ่ งแตง่ กาย ครงั้ ละ
ด้ำนที่ ๓ ดำ้ นควำมประพฤติ
๒๑ ดืม่ เคร่ืองดม่ื ท่ีมแี อลกอฮอลท์ ุกชนิด / สบู บุหร่ี
Nakaepittayakhom School
๑๕
๒๒ เสพสารเสพตดิ ทกุ ชนดิ หรอื มไี วใ้ นครอบครอง ๕๐
๒๓ ตรวจปัสสาวะพบสารเสพตดิ ๑๐๐
- ใหร้ บั การบาบัดถ้าไม่รบั การบาบัดใหย้ ้ายสถานศึกษา
- ในช่วงกาลงั รบั การบาบัดใหศ้ กึ ษาด้วยตนเองทบ่ี ้าน หรือสถานบาบัดโดยใหผ้ ปู้ กครองติดตอ่
ประสานในการรับใบความรู้ ใบงาน จากครปู ระจารายวชิ า เพือ่ นาไปให้ผรู้ ับการบาบดั จนกว่าจะ
หายเป็นปกตจิ ึงมาเรยี นได้ ถ้าบาบัดแล้วกลับมาเสพอีก ใหย้ า้ ยโรงเรียน
๒๔ ลักขโมย จะโดยเจตนาหรือไม่เจตนา ยกั ยอก กรรโชกทรพั ย์สิน ๖๐
๒๕ ทะเลาะวิวาทกบั เพอ่ื นนกั เรยี นหรือบคุ คลภายนอก ทาใหเ้ สียช่อื เสียง ๑๐๐ อยู่ในดลุ พินจิ ครู
๒๖ ชกั ชวนบคุ คลภายนอกเขา้ มากอ่ การทะเลาะวิวาท ๖๐
๒๗ ยุยงใหเ้ กิดความแตกแยกความสามัคคี หรือตอ่ ตา้ นระเบียบวินยั ของโรงเรียน ๕๐
๒๘ เล่นการพนันทุกชนิด ๕๐
๒๙ ทาลายทรัพย์สินของโรงเรียน ของครู ของนกั เรยี นด้วยกัน และของสาธารณะ ๕๐
๓๐ ทะเลาะวิวาทกบั เพือ่ นในโรงเรียน โดยการชกตอ่ ย อาจเป็นกลมุ่ เป็นพวก ๑๐๐
๓๑ มพี ฤติกรรมช้สู าว หรอื ส่อในทางชสู้ าว หรืออนาจาร ๕๐
๓๒ กลนั่ แกล้งรงั แก บงั คับ ขเู่ ขญ็ หรอื การกระทาอื่นใดทง้ั วาจาหรือการกระทาตอ่ ผู้อน่ื ท่อี ่อนแอกว่า ๕๐
๓๓ แสดงกริ ยิ าวาจาไมส่ ุภาพ /ก้าวร้าว ไม่เหมาะสมตอ่ ครู ๕๐
๓๔ ไมน่ าผูป้ กครองมาประชมุ ตามวัน เวลาท่โี รงเรียนเชญิ โดยเอกสาร หรือทางโทรศพั ท์ คร้งั ละ ๕๐
๓๕ ใช้ส่ือ IT หรอื ส่ืออน่ื ๆ ทาลายชอื่ เสียงโรงเรยี น หรือบคุ คลอนื่ ใหไ้ ด้รบั ความเสียหาย ๑๐๐ ยา้ ย
เชน่ โพสตร์ ูป หรือขอ้ ความท่ีไมเ่ หมาะสม สถานศึกษา
หรอื อยู่ใน
ดลุ พินิจครู
ดำ้ นท่ี ๔ ดำ้ นกำรจรำจร
๓๖ ขบั รถจักรยานยนต์สง่ เสยี งดัง สรา้ งความราคาญในโรงเรยี น ๕๐
๓๗ ขับรถจกั รยานยนต์เข้ามาในโรงเรยี นวันเรยี นปกติ ไม่สวมหมวกนิรภยั / และซ้อน 3 ๕๐
๓๘ ไม่ปฏบิ ัตติ ามกฎจราจร หรอื นารถยนตม์ าโรงเรียน(โดยไมไ่ ดร้ ับอนญุ าต) ๕๐
ดำ้ นที่ ๕ ดำ้ นกำรดูแลรักษำควำมสะอำด
๓๙ ท้ิงขยะสรา้ งความสกปรก ไม่ทาความสะอาด บรเิ วณ ทัง้ ในหอ้ งเรยี น นอกหอ้ งเรยี น ๒๐
๔๐ ขีดเขียนขอ้ ความใด ๆ ในหอ้ งนา้ หรือฝาผนัง โต๊ะ เก้าอสี้ มบัตสิ าธารณะโดยไม่ได้รับอนญุ าต ๕๐
๔๑ ขดี เขียนข้อความใด ๆ ลงบนเสือ้ และกางเกงของตนเองหรอื ของเพื่อน ๒๐
ด้ำนที่ ๖ ดำ้ นเบ็ดเตลด็ อนื่ ๆ
๔๓ พกพาอาวุธ มดี ปืน วตั ถุระเบิด สนบั มอื จุดประทดั นาลูกกระสุนปืนมา ๑๐๐
๔๔ เข้าร่วมกิจกรรมกฬี าภายใน (กีฬาสี) ไม่ถึง ๘๐% ๕๐
๔๕ ไมเ่ ข้าร่วมกจิ กรรมสาคัญทีโ่ รงเรยี นจดั ขึ้น ๕๐
๔๖ โพสต์ภาพไม่เหมาะสม หรือใชค้ าหยาบคายในสอ่ื ออนไลน์ ๑๐๐
๔๗ โรงเรยี นเชญิ ผปู้ กครองมาพบ แต่ไม่มาพบตามกาหนด ๕๐
๔๘ มสี ือ่ ลามกไว้ในครอบครอง เชน่ ซีดี ภาพ คลิปลามก ๕๐
๔๙ ใช้โทรศพั ท์ขณะเรียนโดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต เปิดเพลง หรอื มีเสยี งโทรศัพทด์ งั ๓๐
๕๐ จอดรถจกั รยานยนต์ไวน้ อกโรงเรยี น ตามบา้ น ร้านคา้ ฯลฯ เนอื่ งจากมาสาย หรอื เจตนาหนี ๕๐ เชญิ ผปู้ กครอง
เรยี น ไมน่ าเขา้ มาจอดไว้ในโรงจอดรถของโรงเรียน
๕๑ ออกนอกบรเิ วณโรงเรียนโดยไม่ขออนุญาต หรอื ออกไปซ้ือของท่ีรา้ นค้านอกโรงเรียน ๒๐
Nakaepittayakhom School
๑๖
๕๒ เปิดไฟ เปิดนา้ เปิดพัดลมทงิ้ ไว้ ไมป่ ดิ ไมร่ กั ษาสมบัตสิ ว่ นรวม (รับผดิ ชอบทัง้ หอ้ ง) ๓๐
๕๓ ฝา่ ฝืนกฎระเบียบขอ้ บงั คบั ของโรงเรียน เช่น สง่ เสยี งดงั รบกวนเพ่ือนเรียน ไมท่ าความเคารพครู ๓๐
๕๔ ซือ้ อาหาร และเครือ่ งด่ืม หรือเขา้ ใชบ้ รกิ ารในโรงอาหารในคาบเรยี นท่ี 1 ๓๐
๕๕ นาอาหาร ขนม ของขบเคีย้ ว ขึน้ ไปรบั ประทานบนอาคารเรียน ๓๐
หมำยเหตุ ความผดิ อนื่ ใดท่ไี มไ่ ดร้ ะบุไว้ในเอกสารน้ใี หอ้ ยู่ในดลุ ยพินิจของครู และลงโทษตดั คะแนนตามความเหมาะสม หรือเปรียบเทียบ
ความผดิ ใน ๖ ดา้ น
หลกั ปฏิบัติในการลงโทษนักเรยี น
๑. ควำมผิดครง้ั แรกในกรณีโทษสถำนเบำ ว่ำกล่ำวตักเตือน อบรมสงั่ สอน และชี้แนวทำงปฏบิ ตั ิทีถ่ กู ต้อง และบนั ทึกไว้
เปน็ หลกั ฐำน
๒. กรณีนกั เรียนกระทำควำมผิดถกู ตัดคะแนน ๔๐ คะแนน แสดงถงึ กำรไม่ปรบั ปรุงตนเองใหด้ ีขน้ึ ไม่เคำรพเช่ือฟงั ครู
ตอ้ งเชญิ ผู้ปกครองมำพบ กับทำงโรงเรยี น และทำทัณฑบ์ น
๒. กรณีนกั เรยี นกระทำควำมผดิ ในเร่อื งเดยี วกัน จำนวนหลำยคน แต่กำรลงโทษ จะแตกต่ำงกนั ออกไปตำมควำมผดิ ของ
นกั เรยี นท่กี ระทำผิดแต่ละคน ตลอดจนควำมหนกั เบำ ของพฤติกรรมดว้ ย
๔. กำรลงโทษนกั เรียน
๔.๑ ว่ำกลำ่ วตกั เตอื น ให้ครูทุกคนลงโทษนกั เรยี นได้
๔.๒ กำรตัดคะแนนพฤติกรรมใหค้ รูทุกคน สำมำรถตดั คะแนนพฤติกรรม ไดต้ ำม
หลักเกณฑ์ว่ำดว้ ยกำรตดั คะแนนควำมประพฤติ
๔.๓ เชิญผ้ปู กครองมำรบั ทรำบและทำทณั ฑบ์ น ให้เปน็ อำนำจรองผอู้ ำนวยกำรกลมุ่ บริหำรท่ัวไป
๔.๔ ตดั คะแนนควำมประพฤติ และบนั ทกึ ขอ้ มูลใหค้ ณะกรรมกำรกลุ่มบรหิ ำรทั่วไปเสนอควำมเหน็ ต่อ
ผู้อำนวยกำรโรงเรยี น
๔.๕ ทำกจิ กรรมเพอ่ื ปรับเปลย่ี นพฤตกิ รรม และปรบั ปรุงตนเอง ให้คณะกรรมกำรพิจำรณำบทลงโทษ กลมุ่ บรหิ ำร
ท่ัวไปเสนอควำมเห็นตอ่ ผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี น
๕. ในกรณีควำมผดิ รำ้ ยแรง ให้ดำเนินกำรดังน้ี
๕.๑ คณะกรรมกำรพจิ ำรณำบทลงโทษ พจิ ำรณำโทษตำมระเบียบของโรงเรียน เสนอผอู้ ำนวยกำรโรงเรยี น
๕.๒ นักเรยี นทป่ี ระพฤติฝ่ำฝืนผดิ ระเบียบขอ้ บังคับของโรงเรยี น จะถูกพิจำรณำลงโทษตำมระเบียบของ
โรงเรียนไชยบุรีวทิ ยำคม ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ดงั ตอ่ ไปนี้
๑. วำ่ กลำ่ วตักเตือน
๒. ทำทัณฑ์บน
๓. ตัดคะแนนควำมประพฤติ
๔. ทำกิจกรรมเพือ่ ปรับเปล่ียนพฤติกรรม
๕.๓ ปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมภำยในหรอื นอกโรงเรยี น ตำมควำมเหมำะสมของควำมผดิ
(กรณีถกู ตัดคะแนนควำมประพฤติเกนิ ๑๐๐ คะแนน หรอื มีพฤตกิ รรมเสี่ยงในเร่ืองยำเสพติด/ ชู้สำว/กำรพนัน/อนื่ ๆ)
Nakaepittayakhom School
๑๗
วิธกี ารแกไ้ ขคะแนนพฤติกรรม
คะแนนติดลบ วธิ ปี ฏบิ ตั ิ หมายเหตุ
คะแนนพฤติกรรมลบ ๓๐ คะแนน ตักเตือน คร้งั ท่ี ๑ จติ อำสำ
คะแนนพฤตกิ รรมลบ ๔๐ คะแนน ตกั เตือน คร้ังท่ี ๒ จิตอำสำ
คะแนนพฤติกรรมลบ ๕๐ คะแนน เชญิ ผปู้ กครองมำพบ / ทำทัณฑ์บน / รำยงำนกลมุ่ บริหำรท่ัวไป จิตอำสำ
คะแนนพฤตกิ รรมลบ ๕๕ คะแนน แกไ้ ขพฤติกรรมในโรงเรียน จติ อำสำ
คะแนนพฤตกิ รรมลบ ๑๐๐ คะแนน แจ้งผูป้ กครองมำรบั ทรำบรว่ มแก้ไขพฤติกรรม ปรบั เปล่ียน
พฤติกรรม
คะแนนพฤตกิ รรมตดิ ลบมำกกวำ่ แจ้งผ้ปู กครองมำรับทรำบปรับเปลยี่ นพฤตกิ รรมหรือย้ำยสถำนศกึ ษำ
๑๐๐ คะแนน
ผ้มู ีคะแนนพฤติกรรมติดลบและไม่ โรงเรียนไมร่ ับรองควำมประพฤติหรอื ไมร่ ับรองคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
แกค้ ะแนนตำมทีโ่ รงเรียนกำหนด ในกำรจบหลักสูตร
หมายเหตุ กจิ กรรมจติ อำสำ คอื กำรบำเพญ็ ประโยชน์เพอ่ื สว่ นรวมหรอื สำธำรณะ เช่น ทำควำมสะอำดพน้ื ที่
กวำดใบไม้ รดนำ้ ตน้ ไม้ ขดั หอ้ งน้ำ ชว่ ยงำนครตู ำมทเ่ี หมำะสมครบตำมกำหนดเวลำ
๑. จิตอำสำ (ใหค้ ะแนนไดไ้ ม่เกนิ ครัง้ ละ ๑๐ คะแนน /๑ ชว่ั โมง / ครู)
๒. ครูท่ัวไป (ครูทุกคนในโรงเรียน) แกไ้ ขให้นักเรยี นได้ คร้งั ละ ๕ คะแนน
๓. ครูท่ีปรกึ ษำ แก้ไขใหน้ ักเรียนได้ ครัง้ ละ ๑๐ คะแนน
๔. หวั หน้ำงำนระเบยี บวนิ ัย และควำมประพฤตินกั เรยี น หัวหน้ำระดับ แกไ้ ขใหน้ กั เรยี นได้
ครงั้ ละ ๒๐ คะแนน
๕. รองผ้อู ำนวยกำรกลมุ่ บรหิ ำรทว่ั ไป แกไ้ ขให้นกั เรยี นได้ ครั้งละ ๓๐ คะแนน
Nakaepittayakhom School
๑๘
แนวทำงกำรบนั ทึกควำมดีหรอื เกยี รติคณุ ของนักเรยี นโรงเรยี นนำแกพิทยำคม
ท่ี รายการ คะแนน หมายเหตุ
๑ ตัวแทนโรงเรียนแข่งขนั ระดับประเทศ ๑๐๐ เกียรตบิ ัตร
๒ ตัวแทนโรงเรยี นแขง่ ขนั ระดับเขตพื้นที่กำรศึกษำแข่งขนั ระดบั ภำค ๘๐ เกยี รตบิ ัตร
๓ ตวั แทนโรงเรยี นแขง่ ขันระดับจังหวัด ๖๐ เกียรติบัตร
๔ เปน็ คณะกรรมกำรสภำนกั เรียน (ปฏบิ ตั ิหน้ำที่ตลอดปีกำรศกึ ษำ) ๕๐ เกียรติบัตร
๕ เป็นสำรวัตรนกั เรยี น (ปฏบิ ัติหน้ำท่ีตลอดปกี ำรศึกษำ) ๕๐ คำสัง่
๖ ได้รับรำงวลั ดเี ดน่ ในกจิ กรรมตำ่ งๆ ๖๐ เกียรติบตั ร
๗ เปน็ ตวั แทนของโรงเรียนดำ้ นควำมสำมำรถ วงโยทวำทิต นำฏศิลป์ ๑๐๐ คำส่ัง
วงดนตรไี ทย วงโปงลำง วงดนตรีลูกท่งุ /สำกล ผดู้ ำเนนิ กจิ กรรมหนำ้ เสำธง/
พธิ กี รวทิ ยชุ มุ ชน (ปฏิบตั ิหนำ้ ที่ตลอดปกี ำรศกึ ษำ)
๘ เปน็ ตัวแทนโรงเรียนเข้ำแขง่ ขนั ทักษะ หรือเขำ้ คำ่ ยอบรมนอกโรงเรยี นโดย ๕๐ เกียรตบิ ตั ร
หน่วยงำนอ่ืนเป็นผ้จู ัด
๙ เขำ้ ร่วมกิจกรรมอบรมท่ีโรงเรยี นจัดขึ้น ๕๐ ผูร้ ับผิดชอบโครงกำร
๑๐ มีควำมมุ่งมั่นในกำรกระทำควำมดี อยู่เสมอโดยครูท่ีปรกึ ษำเป็นผู้รับรอง ๒๐ เอกสำรรับรอง
รบั รองเป็นลำยลักษณ์อักษร (คะแนนควำมดี)
๑๑ ใชเ้ กยี รตบิ ัตรแข่งขันระดบั กลุ่มสำระกำรเรยี นรูต้ ำ่ ง ๆ ภำยในโรงเรียน ๒๐ เกยี รติบตั ร
หมำยเหตุ ๑. นักเรียนทกุ คนจะมคี ะแนนควำมดีคนละ ๑๐๐ คะแนนตอ่ ภำคเรยี น
๒. นักเรยี นทม่ี คี ะแนนตดิ ลบและไมแ่ กไ้ ข โรงเรียนไม่รับรองควำมประพฤติและกำรจบหลกั สตู ร
๓. เกยี รตบิ ตั รใชเ้ พม่ิ คะแนนควำมดี เฉพำะในแตล่ ะภำคเรยี น ( เกยี รตบิ ตั รให้ครทู ีจ่ ัดงำนหรือพำไป
แข่งขนั ตอ้ งเซน็ รับรองกอ่ นนำมำเพิ่มคะแนน)
๔. เกียรติบัตรไมส่ ำมำรถนำมำหกั ลำ้ งคะแนนทรงผม, มำสำยไมเ่ ข้ำแถวได้
๕. นกั เรียนท่ีดมี ีจติ อำสำชว่ ยเหลอื กิจกรรมโรงเรยี นอยำ่ งเสมอตน้ เสมอปลำยโรงเรียนจะพจิ ำรณำรบั
ทุนกำรศึกษำ หรือกองทุนก้ยู มื นกั เรยี นเปน็ กรณีพเิ ศษ
Nakaepittayakhom School
๑๙
แนวกำรปฏิบัตติ นของนักเรียน
โรงเรยี นนาแกพิทยาคมไดก้ าหนดแนวปฏบิ ัตแิ ละระเบียบข้อบงั คับสาหรับโรงเรยี นขน้ึ เพอื่ เป็นแนวทางในการปฏิบัตติ นของ
นกั เรยี นระหว่างที่ศึกษาอย่ใู นโรงเรยี นอนั จะกอ่ ใหเ้ กดิ ผลดีแก่นักเรยี นและยงั ทาให้ผปู้ กครอง เกดิ ความเขา้ ใจมากย่งิ ขึ้น ดังต่อไปน้ี
กำรปฏิบัตติ นขณะอยภู่ ำยในบรเิ วณโรงเรยี น
๑. มาโรงเรยี นทันเวลา (กอ่ นเวลา ๐๗.๕๐ น.) และเม่อื มาถงึ โรงเรียน นักเรียนต้องอยใู่ นความรับผดิ ชอบ ตามคาสง่ั ระเบยี บ
ขอ้ บังคับของโรงเรยี น
๒. เมือ่ มีสัญญาณการทาความสะอาดในบริเวณท่ีรบั ผดิ ชอบและเตรยี มตวั เขา้ แถวด้วยความเรยี บร้อย
๓. นักเรียนคนใดทม่ี ภี ารกิจตามทไี่ ด้รบั มอบหมายจากทางโรงเรยี นหรือครใู ห้ปฏบิ ตั ิให้เรียบรอ้ ย
๔. แตง่ กายดว้ ยเครอ่ื งแบบนักเรยี นหรอื เครื่องแบบตามทโี่ รงเรยี นกาหนด ให้ถกู ต้อง และเรียบร้อยตลอดเวลาทอี่ ยใู่ นโรงเรียน
ทากจิ กรรมนอกโรงเรยี นการเดินทาง ไป-กลับจากโรงเรยี น
๕. กรณีทม่ี าสาย ให้พบครเู วรประจาวนั หรอื ครฝู า่ ยปกครอง เพื่อลงช่ือแจ้งเหตขุ องการมาสายและรับการอบรมตักเตือนตาม
ความเหมาะสม
๖. ไม่ออกนอกบริเวณโรงเรยี นก่อนเวลาโรงเรยี นเลิกโดยไมไ่ ดร้ บั อนญุ าตและไมอ่ ย่ใู นบริเวณโรงเรยี น
โดยมามคี รกู ากับดูแลเกนิ เวลาทโ่ี รงเรยี นกาหนด (๑๖.๐๐ น.)
๗. ไมน่ าบุคคลภายนอกเข้ามาในบริเวณโรงเรยี นโดยไมไ่ ด้รบั อนญุ าตจากทางโรงเรยี นหากต้องการพบ
ญาตหิ รอื บุคคลภายนอกต้องแจง้ ให้ผบู้ ริหารหรือครใู นชว่ งช้นั ทราบ และใหม้ าพบกันบรเิ วณท่ีโรงเรยี นกาหนด (ห้องบริหารงาน
ทั่วไป สานกั งานงานกจิ การนกั เรียน)
๘. เมือ่ มีความจาเป็นต้องหยุดโรงเรยี นใหส้ ่งใบลาหรอื ใหผ้ ู้ปกครองโทรศัพทม์ าแจ้งใหค้ รูประจารายวชิ าหรือครทู ป่ี รกึ ษาให้
ทราบล่วงหนา้ และต้องส่งใบลาในวันแรกที่มาโรงเรียน
๙. ถา้ ผู้ปกครองและนักเรียนย้ายทอี่ ยู่ ต้องแจ้งใหโ้ รงเรยี นทราบภายใน ๗ วนั โดยถา่ ยเอกสาร สาเนาทะเบียนบ้านมาแสดง
๑๐. ประพฤตติ นให้เรียบรอ้ ยใหเ้ หมาะสมกับสภาพและวัยของนกั เรยี นปฏิบัติตนในโอวาทเคารพเชื่อฟังคาสั่งสอนของครูและ
ปฏบิ ัตติ นเหมาะสมกับเพศ และวยั ตามกรอบประเพณวี ัฒนธรรมอนั ดีงามของไทย มีความสภุ าพอ่อนโยนต่อบคุ คลทว่ั ไป มวี ินยั ใน
ตนเอง ให้ความเคารพออ่ นน้อมตอ่ ครู – อาจารย์ ปฏิบัตติ นอย่างสุภาพและสารวม หากเขา้ พบครพู รอ้ มกนั หลายคน ต้องเขา้ แถว
ตามลาดับ กอ่ น – หลัง ไม่ควรยนื รุมลอ้ ม ครู – อาจารย์
๑๑. ปฏิบัตติ อ่ เพศตรงข้ามให้เหมาะสมกบั สภาพของนกั เรียนท่ีดี
๑๒. นักเรียนต้องรักษาช่ือเสียงของโรงเรยี นและไมก่ ระทาการใดๆ ทเ่ี ปน็ การทาลายช่ือเสยี งของโรงเรียน
๑๓. เดนิ แถวเข้าเรยี นเข้าหอ้ งประชุมหรอื เปลยี่ นห้องเรียนอยา่ งมีระเบียบและทันเวลา
๑๔.ชว่ ยกนั รกั ษาความสะอาดในบรเิ วณโรงเรยี นอาคารเรยี นไม่ขีดเขียนตามอาคาร
๑๕. นักเรียนต้องรักสถาบันและพวกพอ้ งเดียวอย่างมีเหตผุ ล มีความสามคั คีในหมู่คณะ
๑๖. นกั เรยี นตอ้ งเข้ารว่ มกจิ กรรมที่โรงเรยี นจดั ขน้ึ ทุกครงั้ อย่างพรอ้ มเพรยี งกันมคี วามสงบสารวมมมี ารยาท ในการ เขา้ ห้อง
ประชมุ หรือรว่ มกจิ กรรม
๑๗. ไมน่ าอาหารและเครอ่ื งดมื่ เขา้ ไปรบั ประทานในห้องเรียนและมีมารยาทในการรบั ประทานอาหารไม่ยืนหรือเดิน
รับประทานอาหาร และไม่ถอื แก้วน้าด่มื ในโรงอาหารออกมานอกโรงอาหาร
๑๘. ไมถ่ ือเอาสง่ิ ของของคนอ่นื มาเป็นของตนเองไมล่ อ้ เลียนข่มขกู่ ้าวร้าวหรอื ทาร้ายร่างกายนกั เรียนหรอื บคุ คลอนื่
๑๙. นกั เรยี นตอ้ งไมเ่ สพสิง่ เสพตดิ และของมนึ เมาทกุ ชนิดและห้ามมีไวใ้ นครอบครอง
๒๐. ห้ามเลน่ การพนันทุกประเภทและหา้ มนาอปุ กรณ์การพนนั ทุกชนดิ เข้ามาในโรงเรียน
๒๑. ไมค่ รอบครองอาวธุ หรอื สิ่งประดษิ ฐ์อ่นื ใดทอี่ าจกอ่ ให้เกดิ อันตรายหรือความเสียหายแกบ่ ุคคลหรือสถานทีเ่ ข้ามาในบริเวณ
โรงเรียน เชน่ ปนื วัตถรุ ะเบดิ มดี ฯลฯ
๒๒. หากนกั เรียนนาอุปกรณ์ส่ือสาร เชน่ โทรศัพท์เคล่อื นท่มี าโรงเรยี นต้องดูแลรกั ษาเอง และไม่อนญุ าตให้ชาร์ตแบตเตอรีโ่ ดย
ใชก้ ระแสไฟของโรงเรยี น
๒๓. ต้องชว่ ยกันรักษาทรพั ย์สนิ ของทางราชการ อันเปน็ ของส่วนรวม
Nakaepittayakhom School
๒๐
๒๔. ต้องชว่ ยกันประหยัดการใชน้ ้า และกระแสไฟฟ้าของโรงเรยี น เม่อื นกั เรียนเขา้ ไปใชห้ ้องส่วนรวม เชน่ หอประชุม หอ้ งโสตทัศน
ศึกษา หอ้ งปฏิบตั กิ าร ใชป้ ิดไฟฟ้า และพดั ลมทกุ ครั้ง หากพบเหน็ วา่ ห้องเรียนใดเปดิ ไฟฟา้ ท้งิ ไว้ หรอื เปดิ ก๊อกนา้ ทง้ิ ไว้ ใหช้ ่วยกันปิด
๒. กำรปฏบิ ตั ิตนเม่ืออยใู่ นอำคำรเรยี น
๑. ไม่วิ่งเล่น ไมเ่ ล่นกฬี าต่างๆ เชน่ ตะกร้อ ฟตุ บอล ฯลฯ ในหอ้ งเรยี นหรอื อาคารเรยี น
๒. เมื่อนกั เรียนพกั ผ่อนหรือทางานในห้องเรียนหรือบนอาคารเรียนจะตอ้ งชว่ ยกนั รักษาความสะอาดและ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผูอ้ นื่
๓. ในระหว่างเวลาเรียนนักเรียนตอ้ งอยใู่ นหอ้ งเรียนหรือหอ้ งทีจ่ ัดไว้ให้สาหรับนกั เรยี นในชัว่ โมงเรยี นเท่านั้น
๔. ไม่ปนี หรอื นง่ั บนราวระเบียงขอบหน้าต่างเพราะอาจเกดิ อุบตั ิเหตซุ ่งึ เปน็ อันตรายกบั นกั เรยี น
๕. การขนึ้ ลงบนั ไดใหเ้ ดินตามลกู ศร และไม่สง่ เสียงดงั
๓. กำรปฏิบตั ิตนเมื่ออยใู่ นหอ้ งเรียน
๑. เข้าเรยี นใหต้ รงเวลาทุกชั่วโมงเรียน ตามตารางที่กาหนด
๒. เมื่อเข้าหอ้ งเรยี น ก่อนเรยี นวชิ าใดๆ ใหน้ กั เรยี นจะตอ้ งนาโทรศัพท์เคลอื่ นท่ีมาวางไว้ท่ีโตะ๊ ครู หรือท่ที ี่เตรยี มไวใ้ ห้เท่านั้น
ไม่อนุญาตให้นักเรียนใชโ้ ทรศพั ทใ์ นห้องเรียน ยกเว้น ครผู ู้สอนอนุญาตใหน้ ามาใชใ้ นกจิ กรรมการเรยี นการสอน เม่ือหมดชว่ั โมง
การเรยี นการสอน ให้นกั เรียนรบั โทรศพั ท์คนื อย่างเปน็ ระเบยี บ
๓. ทาความเคารพครผู สู้ อน หรอื วิทยากร ก่อนและหลงั จากสน้ิ สุดการเรยี นการสอน โดย ใหห้ วั หนา้ ห้องเป็นผู้บอกทาความ
เคารพ ดงั นี้
- เมื่อหัวหนา้ บอก “นักเรียน” ทุกคนต้องหยุดทางานและนั่งตวั ตรง หัวหน้าบอก “ทำควำมเคำรพ” นักเรียนตอ้ งน่ังตวั
ตรง และกราบลงบนโตะ๊ แล้วกลา่ วคาวา่ “สวัสดคี รบั หรือ สวัสดคี ่ะ”
- เมื่อครูออกจากหอ้ งเรียนใหห้ วั หน้าห้องบอกและปฏบิ ตั เิ หมอื นกบั ในกรณี ครูเข้าชั้นเรียน แตใ่ ห้กล่าวคาว่า “ขอบคณุ ครบั
หรือ ขอบคณุ คะ่ ” แทน
๔. ขออนุญาตผ้สู อนหรอื วทิ ยากรกอ่ นที่จะกระทาการใดๆ หรือมีขอ้ สงสัยในบทเรยี นท่ีเปน็ การขัดจังหวะการเรยี นการสอน
ใหย้ กมือข้ึน และกลา่ วคาว่า “ขออนุญำตครบั ” หรือ “ขออนญุ าตคะ่ ”
๕. เมือ่ ครู กระทาการสิง่ ใดสงิ่ หน่งึ ให้ เช่น เกบ็ สงิ่ ของให้ หรืออบรมตกั เตอื น ควร ไหว้ แลว้ กลา่ วคาว่า “ขอบคุณครบั หรอื
ขอบคณุ คะ่ ” และเม่อื ทำผิดตอ้ งกล่ำวคำวำ่ “ขอโทษครบั ” หรอื “ขอโทษค่ะ” ทุกครง้ั
๖. กรณีทมี่ ีผตู้ รวจเยย่ี มหรือผู้ทคี่ วรเคารพเข้ามาในหอ้ งเรียนให้หัวหน้าบอกนักเรียนในชัน้ เรียนทาความเคารพทุกคร้ัง
๗. การออกจากห้องเรยี นจะตอ้ งได้รับอนุญาตจากครูที่กาลังสอนทุกครง้ั
๘. ต้งั ใจเรียน ไมน่ าวชิ าอื่นข้ึนมาอ่าน หรือทาในขณะเรียนวชิ าใด วิชาหน่ึง
๙. ไมล่ ุก ย้ายทนี่ ัง่ พูดคุย หรือทาเสยี งดงั ใหเ้ สียบรรยากาศของห้องเรียน และสมาธขิ องครู และนักเรียนคนอื่น
๑๐. ดูแลความสะอาดเรียบรอ้ ยของห้องเรยี น ไม่ทง้ิ เศษกระดาษหรอื สงิ่ สกปรกบนพ้ืนห้องเรยี น
๑๑. รกั ษาทรพั ยอ์ ปุ กรณต์ า่ งๆภายในห้องเรยี น
๑๒. ไมร่ บั ประทานอาหารหรือเคร่อื งดมื่ ในห้องเรียน
๑๓. รกั ษาความสงบเรยี บร้อยในขณะทม่ี กี ารเรยี นการสอนตั้งใจเรยี นสมา่ เสมอไม่เลน่ ในห้อง เรียน
๑๔. ลบกระดานใหส้ ะอาดเรยี บรอ้ ยหลงั สิ้นสุดการเรยี นการสอนในแต่ละวิชา และเตรยี มหนงั สอื หรอื เอกสารต่างๆของรายวชิ าต่อไป
๔. กำรปฏิบตั ติ นเมือ่ อย่นู อกห้องเรียน
๑. ในขณะทมี่ ีชัว่ โมงเรียน นักเรยี นต้องอยูใ่ นห้องเรียน จะออกมานอกหอ้ งเรียนไมไ่ ด้ ยกเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากครูทร่ี บั ผิดชอบ
๒. ถ้ามคี วามจาเป็นต้องออกนอกห้องเรยี น ใหอ้ นญุ าตครทู รี่ บั ผดิ ชอบทุกคร้งั หากไมม่ คี รอู ย่ใู นหอ้ งเรียนต้องแจง้ ใหห้ ัวหนา้ ห้อง
ทราบกอ่ นทุกครั้ง
๓. ก่อนเข้าเรียนในคาบแรก ท้งั ภาคเช้าและภาคบา่ ย ควรทากิจธรุ ะให้เรียบร้อย ไมค่ วรขออนุญาตออกนอกห้องเรียนในคาบแรก
๕. กำรทำควำมเคำรพในโอกำสตำ่ งๆ พึงปฏบิ ัติดงั นี้
๑. เม่อื อยใู่ นบริเวณโรงเรยี นพบผ้ใู หญผ่ ่านมา ใหท้ าความเคารพด้วยไหว้
๒. เมื่อพบครูใหท้ าความเคารพดว้ ยการไหว้ ถ้านกั เรยี นแตง่ ชดุ ลกู เสือ ยุวกาชาด และผบู้ าเพ็ญประโยชน์ ให้ทาวนั ทยหัตถ์
Nakaepittayakhom School
๒๑
๓. เม่ือเดินพูดกบั ครใู ห้เดนิ ตามหลังห้ามเดินนาหน้าและไมค่ วรแซง ต้องเดินก้มหนา้ พองามแล้วเดินผ่านไป
ตามลกั ษณะมารยาทไทยทดี่ ีงาม
๔. เม่อื เดินสวนกับครู ให้เดินห่างพอสมควร นักเรยี นชายยืนตรง หญงิ หยดุ ยกมือไหว้ ถา้ ถือกระเปา๋ หรอื สงิ่ ของไมส่ ะดวกในการ
ไหวใ้ ห้ยนื ตรงกม้ ศีรษะเลก็ นอ้ ย
๕. เมื่อลงบันไดสวนทางกบั ครู ใหห้ ยุดยนื อยู่กับท่ี ให้ครผู ่านไปกอ่ นแล้วคอ่ ยเดนิ ต่อไป
๖. เมือ่ ข่ีจกั รยานผ่านหรอื สวนทางกบั ครู ทั้งชายและหญงิ ใหก้ ม้ ศีรษะ ไม่ตอ้ งหยดุ รถ
๗. เมือ่ พบครูนอกบรเิ วณโรงเรยี นให้ทาความเคารพดว้ ยการไหว้ ถ้าถอื กระเป๋าหรือสง่ิ ของไม่สะดวกในการไหว้ใหย้ นื ตรงก้ม
ศรี ษะเลก็ นอ้ ยพรอ้ มกล่าวคาวา่ “สวัสดีครับ” ”สวสั ดคี ะ่ ”
๘. การแสดงความขอบคณุ ใหน้ กั เรยี นกลา่ วคา “ขอบคณุ ” หรอื ขอบพระคณุ ” อยา่ งสภุ าพต่อผทู้ ี่ทาประโยชนใ์ หท้ กุ ครง้ั
และฝึกหดั ให้เปน็ นิสยั
๙. ในกรณที นี่ ักเรยี นตอ่ ไปนไ้ี ม่ตอ้ งทาความเคารพครู
- ขณะอย่ใู นแถว
- ขณะกาลงั รับประทานอาหาร
- ขณะรว่ มชมุ นุมในพิธีท่ีมปี ระชาชนมารว่ มพธิ ี
๖. กำรปฏบิ ตั ติ นเมอื่ ไมม่ ีชวั่ โมงเรียน
๑. หากนักเรียนไมม่ ชี ั่วโมงเรยี นหรอื ว่างจากการเรียน ควรหากจิ กรรมยามวา่ งที่เป็นประโยชน์ และสรา้ งสรรค์
๒. หากนกั เรยี นมกี ิจกรรมการเลน่ ตา่ งๆ ควรเล่นด้วยความระมัดระวัง และไมค่ วรเล่นใกล้บรเิ วณอาคารเรยี น
ขณะทีม่ กี ารเรียนการสอน ไม่ควรตะโกนโหวกเหวก โวยวาย อันเป็นการรบกวนสมาธิของผเู้ รยี น และเป็นการขาดมารยาท
ไมเ่ กรงใจครทู กี่ าลังสอน
๗. กำรปฏบิ ัตติ นทวั่ ไป
๑. ไม่กระทาการใดๆ อนั จะนาความเสื่อมเสียมาสูช่ ่ือเสยี งของโรงเรยี นและหม่คู ณะ
๒. ช่วยกนั เพิม่ พนู ชอ่ื เสียง ศรัทธา และความเล่อื มใสใหเ้ กิดขึน้ แก่โรงเรยี นและหมคู่ ณะ
๓. เล่ือมใสศาสนาท่ตี นนบั ถอื มเี มตาตากรณุ า เสยี สละ เออ้ื เฟือ้ เผอื่ แผ่ ต่อผู้อื่นตามสมควร
๔. มคี วามอดทน ตง้ั ใจศึกษาเลา่ เรยี น และความความพยายามอย่างเต็มความสามารถท้ังอยทู่ ีโ่ รงเรียนและทีบ่ า้ น
๕. เป็นผเู้ คารพระเบยี บ ข้อบงั คบั กฎหมาย และกติกาของสงั คม อยู่ในธรรมเนยี มประเพณที ี่ดงี าม กล้าพดู กล้าตัดสนิ ใจ
กลา้ ทาในสิ่งทีค่ วร รูจ้ ักใช้สทิ ธิหน้าท่ีของตนอยูท่ ุกขณะ
๖. ยึดถอื คณุ ธรรม ความกตญั ญูกตเวที ความสามัคคี ความซ่ือสัตย์สุจริต ความอุตสาหะ วิรยิ ะ ขยนั ประหยดั อดทน
มีวินยั ในตนเอง
๗. รักษาคาพูด
๘. มาเรียนอย่างสม่าเสมอ เมอ่ื หยุดเรยี นต้องปฏิบัตใิ ห้ถกู ตอ้ งตามระเบยี บการลา
๙. พงึ ลดความขดั แยง้ ดว้ ยการข่มใจ มีเหตผุ ล ปรกึ ษาผูใ้ หญ่ ครู – อาจารย์
๑๐. รกั ษาทรพั ย์สินของทางราชการไมใ่ หส้ ูญหาย แตกหัก และให้มีการใชอ้ ย่างคุ้มราคา
๑๑. ใช้เวลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ต่อการศึกษาเล่าเรียน เพมิ่ ประสบการณ์ ความรู้ ความชานาญ เสรมิ สรา้ งคณุ ภาพตัวเอง
ดว้ ยการออกกาลังกาย เสริมสร้างความสัมพนั ธอ์ ันดี
๑๒. เข้าในบทบาท สิทธิ หนา้ ท่ี และความรบั ผิดชอบของตนเองในแต่ละสถานการณ์ โอกาสและสถานท่ี
๑๓. เมือ่ เลิกเรยี นให้รีบกลับบา้ น เวน้ แต่จะมีกิจกรรมท่มี ีครู ควบคุมดูแล
๑๔. หลกี เลยี่ ง ไม่มว่ั สมุ อบายมุข และสิง่ เสพติด
๘. กำรปฏิบัตติ นตอ่ เพอื่ นกั เรียน
๑. สามัคคกี ลมเกลียว ไมแ่ บ่งพรรค แบ่งพวก
๒. ชว่ ยเหลอื เอ้ือเฟ้ือ เผ่ือแผ่ ใหค้ วามเมตตาตามสมควร
๓. คบหาสมาคมในฐานะเพอื่ นนักเรียนด้วยกัน ยกย่องให้เกียรติเพื่อนนักเรียนด้วยกันทุกคน
๔. พูดและแสดงกิรยิ าสุภาพตอ่ เพอ่ื นนักเรียนดว้ ยกัน และบุคคลอ่นื
Nakaepittayakhom School
๒๒
๙. กำรชว่ ยกันรักษำทรพั ยส์ ินส่วนตวั
๑. ไม่ทิง้ ของมคี ่าไว้ในหอ้ งเรยี น นาติดตวั ไปเสมอ
๒. ไมน่ าทรพั ยส์ นิ ตดิ ตัวมามาก ควรฝากไวก้ บั ครทู ปี่ รึกษา
๓. ชั่วโมงทเ่ี รียนพลศึกษา ควรฝากของมคี า่ ไว้กับครผู ู้สอนทกุ ครงั้
๔. ถา้ ทรพั ย์สนิ สูญหายใหร้ ีบแจง้ ฝา่ ยปกครองทันที
๕. ถ้านักเรยี นนา หรือสวมใส่เคร่ืองประดบั ทไี่ ม่เหมาะสมกบั สภาพการเปน็ นักเรียน จะถูกรบิ และใหผ้ ปู้ กครองมารบั คืนภายหลัง
๑๐. กำรปฏบิ ัติในกำรรับประทำนอำหำรกลำงวนั
๑. ใหร้ ับประทานอาหารภายในบรเิ วณโรงอาหารของโรงเรียนเท่าน้นั ไมอ่ นญุ าตให้นักเรยี นนาอาหาร และเคร่ืองดม่ื ออกมา
รับประทานนอกบรเิ วณโรงอาหาร
๒. ห้ามนาอาหาร เครอ่ื งดื่มและของขบเคีย้ วทกุ ชนิด มารับประทานบนอาคารเรยี น หรอื หอ้ งเรยี นโดยเด็ดขาด
๓. ใหร้ ับประทานอาหารด้วยอาการสารวม ระมัดระวัง ไม่ให้หกเรี่ยราด
๔. ห้ามเดินในขณะ ดมื่ นา้ รบั ประทานอาหาร หรอื ของคบเคี้ยวทกุ ชนิด
๕. การซื้ออาหาร ต้องเขา้ แถวตามลาดับกอ่ น – หลงั
๖. ห้ามซ้อื อาหารก่อนเวลา ๑๑.๓๐ น.
๗. ไม่อนญุ าตใหน้ กั เรยี นออกไปรบั ประทานอาหารนอกบรเิ วณโรงเรียน
๑๑. กำรปฏบิ ัตติ นในกำรเข้ำแถวเคำรพธงชำติ
ในการเข้าแถวเคารพธงชาตทิ ี่หนา้ เสาธงมีข้อปฏบิ ัติดังน้ี
๑. เมื่อไดย้ ินสัญญาณเข้าแถว เวลา ๐๗.๕๐ น. เพลงมาร์ชโรงเรยี นขนึ้ นักเรียนทกุ คนตอ้ งรบี เข้าแถวท่ีหน้าเสาธง เพือ่ ทา
กิจกรรมหนา้ เสาธง
๒. เม่อื นกั เรียนทุกคนเข้าแถวและจดั แถวอย่างเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ยแล้ว เรมิ่ พธิ ีการหน้าเสาธงตามลาดบั ดังน้ี
- ร้องเพลงชาติ
- สวดมนต์ไหว้พระ ตามแบบสวดมนตไ์ หว้พระ
- กล่าวคาปฏิญาณตน
- ยืนสงบนง่ิ ๑ นาที
- ร้องเพลงมาร์ชโรงเรียน
- นักเรียนทุกคนทากจิ กรรมน้องไหว้พ่ี – พ่ีรับไหว้นอ้ ง
- ครูเวรประจาวัน / ตัวแทนนกั เรียน กลา่ วให้โอวาท อบรม พูด แจ้งขา่ วสาร นักเรียนหนา้ เสาธง
- ครทู ีป่ รกึ ษาตรวจความเรยี บร้อยของเคร่อื งตา่ งกายนักเรียนกอ่ นข้ึนชัน้ เรยี น และตรวจเช็คนกั เรยี นท่ไี ม่มาโรงเรยี น
๓. เมื่อกจิ กรรมหนา้ เสาธงเสรจ็ เรยี บรอ้ ย นกั เรียนทกุ คนแยกยา้ ยข้ึนชน้ั เรยี นเป็นแถวอยา่ งเปน็ ระเบยี บ และสารวม
๑๒. กำรมำโรงเรยี นสำย
๑. เมอ่ื นกั เรียนมาโรงเรียนสายเกินเวลาท่กี าหนด คือ ๐๗.๕๐ น. หรอื ไม่ได้เขา้ แถวทากจิ กรรมหน้าเสาธง โดยไม่มีเหตผุ ลอนั
สมควร นกั เรียนจะตอ้ งถูกลงโทษโดยหักคะแนนพฤตกิ รรม ๕ คะแนน และบนั ทกึ ไว้ หากนกั เรยี นมีความจาเป็น หรือผู้ปกครองมี
กิจธรุ ะตอ้ งใชน้ ักเรยี น ให้นักเรยี นทาหนังสอื รับรองจากผปู้ กครองและนาไปแสดงต่อครเู วรดว้ ย (หากนักเรยี นมาสายและไม่เข้าแถว
ติดต่อกัน ๓ วนั โรงเรยี นจะทาหนังสอื รายงานความประพฤตใิ หผ้ ปู้ กครองรับทราบ)
๒. ในกรณี สุดวสิ ัย เชน่ ฝนตกหนกั รถโดยสารหรอื พาหนะอ่นื ใดเสยี ระหว่างทาง และเป็นเหตุใหน้ ักเรียนมาโรงเรยี นสาย
ให้รายงานต่อครเู วร หรือฝ่ายปกครอง
๑๓. กำรลำหยุด
นกั เรยี นท่ปี ว่ ยหรือมีกิจธรุ ะจาเป็นทตี่ ้องหยุดการเรยี น จะต้องดาเนินการ ดังน้ี
๑. เขียนจดหมายลาหยุดการเรียนตามรูปแบบการเขยี นจดหมายลา โดยบอกสาเหตกุ ารณ์ลาและจานวนวนั ลา
๒. ใบลาหยุดการเรยี นจะตอ้ งมลี ายมอื ชอ่ื ผู้ปกครองเป็นผู้รับรองการลาหยดุ เรยี น และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ปกครอง
๓. ส่งใบลาหยุดการเรียนท่หี วั หนา้ ชั้น หรอื ครูทีป่ รึกษาภายในวันท่ลี าหยดุ โดยผ่านเพื่อนนักเรียนทีใ่ กล้เคียงไปให้
Nakaepittayakhom School
๒๓
๔. นกั เรียนหรอื ผปู้ กครองจะต้องเป็นคนเขียนใบลาหยุดด้วยตนเอง หา้ มให้ผู้อ่นื เขียนใบลาหยุดให้เด็ดขาด
๑๔. กำรขำดเรียน
นักเรยี นทข่ี าดเรยี นโดยไม่ทราบสาเหตุติดต่อกันเกิน ๓ วัน โรงเรียนจะสง่ ใบแจง้ เตือนไปยังผู้ปกครอง ครงั้ ท่ี ๑
หากยงั ไม่ได้รบั การติดต่อภายใน ๓ วัน โรงเรียนจะสง่ ใบเตือนครง้ั ท่ี ๒ และเรียนเชิญผูป้ กครองมาพบท่โี รงเรียน
ถ้าภายใน ๕ วัน หากยังไม่ไดร้ บั การติดต่อจะสง่ ใบแจง้ เตือนครง้ั ที่ ๓ และหากหลงั จากนั้น โรงเรยี นไมไ่ ดร้ บั การติดตอ่ โรงเรียน
อาจคดั ชือ่ นักเรยี นออกจากการเป็นนักเรยี นได้โรงเรยี นจะแจ้งการขาดเป็นรายวชิ าของนักเรียนทม่ี เี วลาเรียนสะสมนอ้ ยกว่า
ร้อยละ ๘๐ ซ่งึ ไม่มสี ทิ ธส์ิ อบกลางภาค หรอื ปลายภาค หากไม่แก้ไข ให้ผู้ปกครองทราบเพื่อจะได้กวดขันนักเรียนต่อไป
๑๕. กำรออกนอกบรเิ วณ โรงเรียน
นักเรียนทมี่ คี วามจาเปน็ ต้องออกนอกบรเิ วณโรงเรยี น จะต้องปฏบิ ตั ิตามเงือ่ นไขต่อไปน้ี
๑. ขอแบบฟอรม์ ใบขออนุญาตออกนอกบรเิ วณโรงเรียน ทห่ี ้องปกครอง
๒. กรอกขอ้ ความในแบบฟอร์มใหเ้ รียบร้อย และกรอกขอ้ มลู ลงในสมดุ ขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน
๓. นักเรียนต้องแจง้ ขออนญุ าตครปู ระจารายวิชา (หากมชี ่ัวโมงเรียน) ครทู ป่ี รกึ ษา และครูเวรประจาวันตามข้ันตอนให้
เรียบรอ้ ยก่อนออกนอกบรเิ วณโรงเรยี นทุกครง้ั
๔. ไมอ่ นุญาตให้นกั เรียนออกนอกบรเิ วณโรเรียนกอ่ นได้รับการอนุญาต
๕. ในกรณที ีจ่ ะออกนอกบริเวณโรงเรยี นเพราะปว่ ย ต้องไดร้ บั คายนิ ยอมจากครูงานอนามัยดว้ ย
๖. ในกรณที ่จี ะออกไปทาธรุ ะกับผู้ปกครอง หรือทาธรุ ะสว่ นตัวกบั ทางบา้ น ต้องให้ผู้ปกครองมาขอรับตวั ที่หอ้ งปกครอง หรอื มี
หนังสอื รบั รองจากผู้ปกครองมาแสดง เพือ่ ขออนุญาตดว้ ย
๑๖. กำรใชร้ ถสว่ นตวั และรถ รบั - สง่
๑. หากนกั เรยี นใชร้ ถจักรยานหรอื รถจกั รยานยนตเ์ ป็นพาหนะมาโรงเรียน ให้จอดรถทห่ี นา้ ประตแู ละทาความเคารพ ครเู วร
ประจาวันทปี่ ระจาอยหู่ นา้ ประตู จึงค่อยจงู รถผ่านครเู วร และขับขต่ี ่อไป
๒. จอดรถในท่ีจอดรถที่โรงเรียนกาหนดให้ (หลังอาคาร ๓) พรอ้ มล็อคกุญแจเพอื่ ป้องกันการสญุ หาย
๓. ไม่อนุญาตให้นักเรียนนารถออกจากทจ่ี อดรถ หลังขึน้ เรียนแล้ว (เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๖.๐๐ น.) และไมอ่ นญุ าตใหน้ ักเรียนใช้
รถทกุ ประเภทขบั ขี่ ภายในบริเวณโรงเรยี น – นอกโรงเรยี น
๔. ถ้ามรี ถ รับ – ส่ง ให้สง่ บริเวณท่โี รงเรียนหนา้ โรงเรยี น ยกเว้นในวันที่ฝนตกอนุญาตให้เขา้ มาสง่ นักเรยี นหน้าอาคารเรียนได้
แต่ตอ้ งขับข่ดี ว้ ยความระมดั ระวัง
๕. ผ้ทู ี่ขบั ขจ่ี กั รยานยนต์ ต้องสวมหมวกนริ ภยั เทา่ น้นั
๑๗. กำรใช้โทรศัพท์
๑. อนญุ าตให้นักเรยี นนาโทรศัพทเ์ คลอื่ นทม่ี าโรงเรยี นได้ แตต่ อ้ งใชอ้ ย่างเหมาะสม เมื่อมชี ั่วโมงเรียนนักเรยี นต้องปิดเคร่อื งหรอื
เสียงทกุ ครงั้
๒. การใช้โทรศพั ทใ์ นห้องเรียน ตอ้ งได้รบั อนุญาตจากครูผสู้ อนในกรณที ต่ี อ้ งใชใ้ นการสืบคน้ เพอ่ื การเรียนการสอนเทา่ นนั้
๓. ไม่อนญุ าตให้นักเรียนใช้กระแสไฟฟ้าของโรงเรยี นเตมิ พลังงานแบตเตอร์รโ่ี ทรศัพทเ์ คลื่อนทไ่ี ม่ว่ากรณใี ดๆ
๔. หากครูผู้สอน หรอื ครูงานปกครองพบเห็นนักเรยี นใชโ้ ทรศัพท์เคลือ่ นท่ีอยา่ งไมเ่ หมาะสม หรือใช้โดยไมไ่ ด้รบั อนญุ าต จะทา
การบันทกึ หกั คะแนนความประพฤติ ๕ คะแนน หรอื ตามความเหมาะสม
๑๘. กำรรักษำสง่ิ แวดลอ้ ม และควำมสะอำด
๑. ไมค่ วรบว้ นถม่ นา้ ลายลงภายในบริเวณโรงเรยี น อาคารเรยี น หรือหอ้ งเรยี น (ควรบว้ นใส่กระดาษแล้วนาไปทงิ้ ถังขยะหรอื
ในทีท่ ี่เหมาะสม
๒. ไมข่ ว้างปา หรอื ทิง้ เศษกระดาษ หรือสง่ิ ของออกนอกห้องเรียน หรอื ทิง้ ลงบนหอ้ งเรยี น
๓. ไม่ขีดเขยี นข้อความ รูปภาพ บนฝาผนัง ประตู หนา้ ตา่ ง โตะ๊ เรียน ห้องน้า และท่ีอนื่ ๆ
๔. ไม่ดงึ เด็ด ต้นไม้ กิ่งไม้ ในบริเวณโรงเรียน และในท่สี าธารณะทวั่ ๆ ไป
๕. รักษาความสะอาดของอาคารเรียน บรเิ วณโรงเรยี น และทรัพยส์ นิ ตา่ งๆ ของหอ้ งเรยี น และโรงเรียนใหอ้ ย่ใู นสภาพดแี ละ
เรยี บร้อยอยูเ่ สมอ
Nakaepittayakhom School
๒๔
๖. ทาความสะอาดห้องเรยี น ห้องปฏบิ ตั กิ าร ตามวัน-เวลาทร่ี บั ผดิ ชอบ
๗. ดแู ล รักษา ตน้ ไม้ และความสะอาด บรเิ วณเขตพ้ืนที่รบั ผิดชอบของตนเอง
๘. ไมเ่ คลอ่ื นยา้ ย โต๊ะ เก้าอ้ี ครุภัณฑ์ออกนอกชัน้ เรียนโดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต
๙. ต้องรบั ผดิ ชอบ ชดใช้ค่าเสียหายในกรณีทที่ าสิ่งของทางราชการเสยี หายโดยประมาท
๑๙. การติดตามควบคมุ ดูแล
โรงเรยี นไดด้ ำเนนิ กำรสำรวจข้อมลู นักเรยี นทกุ ๑๕ วนั กรณนี กั เรยี น มำสำย หนเี รียน หำกพบนักเรียนท่กี ระทำผดิ
ทำงโรงเรยี นจะแจ้งใหผ้ ู้ปกครองทรำบเปน็ ลำยลักษณ์อกั ษรหรอื ทำงโทรศพั ท์
โรงเรียนมีมำตรกำรในกำรตรวจ ทรงผม เล็บ กำรแต่งกำย แต่งหนำ้ และอื่นๆ เดือนละ ๑ ครง้ั
ประกำศ ณ วันที่ ๑๖ พฤษภำคม พ.ศ. ๒๕๖๕
(นำยปรำโมทย์ เทพกลู )
ผ้อู ำนวยกำรโรงเรยี นนำแกพทิ ยำคม
Nakaepittayakhom School
25
Nakaepittayakhom School