The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานวิจัยชั้นเรียน วิชาสุขศึกษา รหัสวิชา พ21101 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ศรัณย์ ไชยทองศรี, 2022-07-07 09:29:58

งานวิจัยชั้นเรียน วิชาสุขศึกษา รหัสวิชา พ21101 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

งานวิจัยชั้นเรียน วิชาสุขศึกษา รหัสวิชา พ21101 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

วิจัยในชน้ั เรยี น
กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 1 (วิชาสขุ ศึกษา) พ21101

ปีการศึกษา 2565

โดย
นายศรัณย์ ไชยทองศรี

ตาแหนง่ ครู คศ.1

โรงเรียนนาแกพทิ ยาคม
สานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษานครพนม

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

งานวิจยั ชัน้ เรียน วิชาสุขศึกษา รหัสวชิ า พ21101 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
โดย นายศรณั ย์ ไชยทองศรี ครู คศ.1 กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา
เรอื่ ง ปญั หาภาวะโรคอ้วนในเดก็ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 โรงเรยี นนาแกพิทยาคม
___________________________________________________________________________

สภาพของปัญหา

การบรโิ ภคอาหารมื้อหลกั ของคนเราจาเปน็ ตอ้ งบริโภคใหค้ รบท้งั 3 มื้อ และสมดลุ กัน
ระหว่างอาหารทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะวัยเด็กทต่ี อ้ งการพลังงานและสารอาหารในการเจรญิ เติบโต อาหารว่างและ
ขนมจึงเขา้ มามบี ทบาทสาคญั เป็นสว่ นเสริมให้เด็กไดร้ ับสารอาหารท่ีมีคุณค่าทจี่ าเป็นต่อร่างกาย อย่างไรกต็ าม
ปจั จุบันอาหารวา่ งและขนมสว่ นใหญม่ กั มีแปง้ น้าตาล และไขมนั เป็นส่วนประกอบหลัก ซึง่ ให้เพยี งพลังงาน แต่
มีสารอาหารอ่นื ทีจ่ าเป็นค่อนข้างนอ้ ย จึงอาจส่งผลตอ่ ภาวะโภชนาการและการเจริญเตบิ โตของเดก็ ได้

วัตถปุ ระสงคใ์ นการวิจยั

เพื่อแกป้ ัญหาภาวะโรคอ้วนในเดก็ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรยี นนาแกพิทยาคม

จากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ชงั่ นา้ หนัก และวัดสว่ นสงู ทาใหร้ ถู้ งึ เดก็ ท่มี ภี าวะโรค
อ้วน 2 คน คือ ด.ช ณัทภาพ ศรบี ุญเรอื ง และ ด.ช.รชต ยางธิสาร ชั้น ม.1 ทม่ี ีภาวะโรคอ้วน
คือน้านกั มากเกนิ มาตรฐานทก่ี าหนด จากปัญหาเหลา่ น้จี ึงทาให้เด็กนักเรยี นมัธยมศีกษาปีท่ี 1 มภี าวะโรคอว้ น
ผวู้ จิ ยั จงึ นาเดก็ ท้งั 2 คนนมี้ าทาการลดไขมนั ส่วนทีเ่ กนิ ออก เพื่อใหม้ รี า่ งกายทส่ี มส่วน โดยการให้เด็กทั้ง 2 คน
น้ี ออกกาลงั กาย ด้วยการว่ิง กระโดดตบ ซิทอพั ในชว่ งเวลาพักกอ่ นกลับบา้ นทุกวัน เปน็ เวลา 1 เดือน ปรากฏ
ว่าน้าหนักท้ัง 2 จาก 70 กิโลกรมั ลดเหลือ 67 กโิ ลกรัม และอีกคนจาก 73 กโิ ลกรัม ลดเหลอื 70 กโิ ลกรัม
ซึ่งจากการนาเดก็ ท้ัง2 คนน้มี าทาการออกกาลงั กาย ภายในเดือนเดียว สามารถลดนา้ หนักไดถ้ ึงคนละ 3
กิโลกรัม และถา้ สามารถทาได้เปน็ ประจาตอ่ เน่อื ง ปัญหาภาวะโรคอ้วนของเด็กทั้ง 2 คนน้กี ็จะหายไป และ
กลบั มาเปน็ เด็กท่มี นี ้าหนกั ตัวสมสว่ น และสุขภาพแข็งแรงเหมือนคนปกติได้

ประโยชน์ทีจ่ ะไดร้ บั

1.ไดท้ ราบปัญหาของเด็กนักเรียนที่มีภาวะโรคอ้วนระดบั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 โรงเรียนนาแกพิทยาคม
2.นาปัญหานีม้ าใช้แก้ไข และพฒั นาเดก็ ทีม่ ีภาวะโรคอ้วน ให้มรี ูปร่างสมส่วนต่อไป และมสี ขุ ภาพกาย และใจที่
สมบรู ณต์ ่อไปในวนั ขา้ งหนา้

วธิ ีการดาเนินการวิจัย

ในการวจิ ยั คร้ังนี้ผูว้ ิจยั ได้ดาเนินการนาผลจากการทดสอบสมรรถภาพทางกาย และการชั่ง
น้าหนักสว่ นสูง มาใช้ทาวิจัยในครง้ั น้ี

กลุม่ ประชากร
กลุม่ ประชากรทีใ่ ช้ในการวจิ ยั ครัง้ น้ี เปน็ เดก็ นกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 จานวน 2 คน

ทผี่ ลจากการทดสอบสมรรถภาพทางกายในปี 2565 นี้ ผลสรุปวา่ มีภาวะโรคอว้ น และควรที่จะนามาเพ่อื
แกป้ ัญหาในการออกกาลังกายตามกาหนดเวลา 1 เดือน

เคร่อื งมือทีใ่ ช้ในการวจิ ยั
1.การว่งิ 30 เมตรไปกลบั วันละ 10 รอบ
2.กระโดดตบ วันละ 100 คร้ัง
3. ซิทอัพวันละ 10 -20 ครั้ง

การเกบ็ ข้อมลู
ในการเก็บขอ้ มูล วจิ ัยคร้งั นี้ ผู้วิจยั ได้ใชเ้ วลาช่วงพักกลางวนั ของวนั จันทร์ถงึ วนั ศุกร์ เป็น

ระยะเวลา 1 เดือนคนทีม่ ภี าวะอ้วน คือผทู้ ี่มไี ขมันทไ่ี มด่ ตี อ่ สขุ ภาพในอัตราส่วนทส่ี งู ในรา่ งกาย วิธกี ารวดั ภาวะ
โรคอว้ นโดยมากจะคานวณจากนา้ หนกั และสว่ นสูง ท่ีเรยี กวา่ "ดัชนีมวลกายหรือ body mass index (BMI)"
คา่ BMI คืออัตราส่วนระหว่างนอกจากน้คี า่ BMI ยงั แสดงถงึ ภาวะอว้ นหรอื ภาวะนา้ หนกั เกนิ ไดแ้ มย่ ากว่าการ
ประเมินจากน้าหนักอย่างเดียว แนวทางการประเมนิ คา่ BMI ในผู้ท่มี อี ายุมากกว่าหรือเท่ากบั 20 ปี มีดงั น้ี

<18.5 ผอม (underweight)
18.5-24.9 สมสว่ น (healthy)
25-29.9 น้าหนกั เกนิ (overweight)
>30 ภาวะอว้ น (obese)

แผนภูมิแสดงการวัดคา่ BMI จากนา้ หนักและส่วนสูงในผทู้ อ่ี ายมุ ากกวา่ หรอื เทา่ กับ 20 ปี

เมอื่ เปรยี บเทยี บกับผู้ท่ีรปู รา่ งสมสว่ นแล้ว ผู้ทีน่ ้าหนกั เกนิ หรือภาวะอว้ นมีความเสีย่ งต่อการ
เปน็ โรคต่าง ๆ มากขึ้น ไดแ้ ก่ โรคเบาหวาน, โรคความดนั โลหติ สงู ,โรคหัวใจหลอดเลอื ด, โรคหลอดเลือดสมอง
และโรคมะเร็ง นอกจากนีย้ งั ทาใหอ้ ายุขัยสนั้ ลงด้วย

สรปุ ผลและข้อเสนอแนะ

“จากการศกึ ษาพบวา่ กลุม่ เปา้ หมายการวิจยั คอื เด็กนักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 มีพฤติกรรม
ทางโภชนาการที่นา่ เปน็ หว่ ง คอื นิยมบริโภคขนมซองทมี่ ีแปง้ และไขมนั ปริมาณมาก โดยบริโภคเฉล่ียวันละ 3-4
คร้งั สว่ นเครื่องดื่มทีน่ ิยมบรโิ ภคมากท่ีสดุ คือ น้าอดั ลม โดยเฉล่ยี เดก็ ได้รับพลงั งานจากขนมและอาหารว่าง
ประมาณ 495 กิโลแคลอรี หรอื เทียบเท่าร้อยละ 30 ของพลังงานที่ต้องการตอ่ วนั ซงึ่ มากกวา่ ปรมิ าณ
มาตรฐานท่รี าชวิทยาลยั กมุ ารแพทยแ์ ห่งประเทศไทยกาหนดไว้ ซ่ึงจะสง่ ผลให้ร่างกายเปลย่ี นพลังงานสว่ นเกิน
นเ้ี ป็นไขมันได”้

ดงั น้นั การมีภาวะโภชนาการที่ดีและถูกต้อง นอกจากผ้ปู กครองจะตอ้ งมคี วามรู้ ความเข้าใจ
ในเร่อื งน้ีดแี ลว้ กมุ ารแพทยห์ รือนกั โภชนาการเองก็จะตอ้ งมีการรณรงค์ใหค้ วามรู้และใหค้ าแนะนาเกย่ี วกบั การ
เลอื กชนดิ และปรมิ าณอาหารว่างและขนมอยา่ งถูกตอ้ ง นอกจากน้ีกค็ วรเน้นเร่อื งอาหารหลักทีร่ บั ประทาน การ
ปรับกิจวตั รประจาวันและการออกกาลังกายใหเ้ หมาะสมควบค่กู ันไปดว้ ย เพอ่ื ให้เด็กมีภาวะโภชนาการที่ดี
หลกี เล่ียงโรคอ้วนหรอื ภาวะผอมซงึ่ สง่ ผลต่อการเจริญเติบโตและพฒั นาการต่อไปน่ันเอง


Click to View FlipBook Version