ศาสนาต่างๆ ในโลก
เป็นศาสนาอเทวนิยมที่มีอายุกว่า 2,500 ปี มีผู้นับถือเป็นอันดับ 4 ของโลก ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใน ทวีปวี เอเชีย โดยมีพ มี ระพุทธเจ้า ศากยมุนีเป็นศาสดา มีพ มี ระธรรมที่พระองค์ต ค์ รัสรู้ชอบด้วย พระองค์เอง และตรัสสอนไว้เป็นหลักคำ สอนสำ คัญ มีพ มี ระ สงฆ์(ฆ์ ภิกษุ ภิกษุณี) สาวกผู้ตัดสินใจออกบวชเพื่อศึกษาปฏิบัติตน ตามคำ สั่งสอน ธรรม-วินั วินั ย ของพระบรมศาสดา เพื่อบรรลุสู่จุด หมายคือพระนิพพาน และสร้างสังฆะ เป็นชุมชนเพื่อสืบทอดคำ สอนของพระบรมศาสดา รวมเรีย รี กว่า พระรัตนตรัย1 นอกจากนี้ ในพระพุทธศาสนา ยังประกอบคำ สอนสำ หรับการดำ รงชีวิต วิ ที่ดี งาม สำ หรับผู้ที่ยังไม่ออกบวช (คฤหัสถ์ - อุบาสก และอุบาสิกา) ซึ่งหากรวมประเภทบุคคลที่ที่นับถือและศึกษาปฏิบัติตนตามคำ สั่งสอนของพระบรมศาสดา แล้วจะจำ แนกได้เป็น 4 ประเภท คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา หรือ รื ที่เรีย รี กว่า พุทธบริษั ริษั ท 4 ศาสนาพุทธ
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาอเทวนิยม ปฏิเสธการมีอยู่ของพระเป็น เจ้าหรือ รื พระผู้สร้าง และเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ ว่าทุกคน สามารถพัฒนาจิตใจ ไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้ ด้วย ความเพียรของตน กล่าวคือ ศาสนาพุทธ สอนให้มนุษย์บันดาล ชีวิต วิ ของตนเอง ด้วยผลแห่งการกระทำ ของตน ตาม กฎแห่ง กรรม มิได้มาจากการอ้อนวอนขอจากพระเป็นเจ้าและสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์นอกกาย[1] คือ ให้พึ่งตนเอง[2] เพื่อพาตัวเองออก จากกอง ทุกข์[ข์3] มีจุดมุ่งหมายคือการสอนให้มนุษย์หลุดพ้น จากความทุกข์ทั้งปวงในโลกด้วยวิธี วิธี การสร้าง ปัญญา ในการ อยู่กับความทุกข์อย่างรู้เท่าทันตามความเป็นจริง ริ วัตถุประสงค์ สูงสุดของศาสนาคือการหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงและ วัฏจักรการเวีย วี นว่ายตายเกิด เช่นเดียวกับที่พระศาสดาทรงหลุด พ้นได้ด้วยกำ ลังสติปัญญาและความเพียรของพระองค์เอง ใน ฐานะที่พระองค์ก็ทรงเป็นมนุษย์ มิใช่เทพเจ้าหรือ รื ทูตของ พระเจ้าองค์ใด
เป็นศาสนาประเภทเอกเทวนิยมแบบอับราฮัม ที่มีพื้นฐานมา จากชีวิต วิ และการสอนของพระเยซูต ซู ามที่ปรากฏในพระวรสาร ในสารบบ (canonical gospel) และงานเขียนพันธสัญญา ใหม่อื่ม่ อื่ น ๆ [2] ผู้นับถือศาสนาคริส ริ ต์เรีย รี กว่าคริส ริ ต์ศาสนิกชน หรือ รื คริส ริ ตชนพระเยซูเป็นพระบุตรพระเป็นเจ้า และเป็นพระ เจ้าผู้มาบังเกิดเป็นมนุษย์แ ย์ ละเป็นพระผู้ไถ่ เพื่อมนุษย์ซึ่งเป็น คนบาป คริส ริ ตชนจึงเรีย รี กพระเยซูว่า "พระคริส ริ ต์"ต์ หรือ รื "พระ เมสสิยาห์"ห์[3] ศาสนาคริส ริ ต์ปัจจุบันแบ่งเป็นสามนิกายใหญ่ คือ โรมันคาทอลิก ออร์ทอดอกซ์ และโปรเตสแตนต์ ซึ่งยัง แบ่งนิกายย่อยได้อีกหลายนิกาย เขตอัครบิดรโรมันคาทอลิก และออร์ทอดอกซ์แยกออกจากกันในช่วงศาสนเภทตะวันออกตะวันตก (East–West Schism) ใน ค.ศ. 1054 และนิกาย โปรเตสแตนต์เกิดขึ้นหลังการปฏิรูปศาสนาในคริส ริ ต์ศตวรรษที่ 16 ซึ่งแยกตัวออกจากคริส ริ ตจักรโรมันคาทอลิก[4] ศาสนาคริส ริ ต์
พระเยซูคือพระเมสสิยาห์ที่พยากรณ์ไว้ในคัมภีร์ฮีบรูซึ่งในศาสนา คริส ริ ต์เรีย รี กว่า "พันธสัญญาเดิม" พื้นฐานเทววิท วิ ยาศาสนาคริส ริ ต์ นั้นแสดงออกมาในหลักข้อเชื่อสากล (ecumenical creed) ที่มี มาตั้งแต่ศต่าสนาคริส ริ ต์ยุคแรก และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ในบรรดาคริส ริ ต์ศาสนิกชน การประกาศข่าวประเสริฐ ริ นี้มีอยู่ว่า พระเยซูทรงรับพระทรมาน สิ้นพระชนม์ บนไม้กางเขนและถูกฝัง พระศพไว้ ก่อนจะคืนพระชนม์เ ม์ พื่อให้ชีวิต วิ นิรันดร์แก่ผู้ที่เชื่อใน พระองค์และวางใจว่าพระองค์เป็นผู้ไถ่บาป[10] พระเยซูเสด็จขึ้นสู่ สวรรค์ ที่ซึ่งพระองค์ทรงควบคุมและปกครองรวมกับพระเจ้าพระ บิดา พระเยซูจะทรงเสด็จกลับมาพิพากษามนุษย์ทุกคน ทั้งคน เป็นและคนตาย และให้ชีวิต วิ นิรันดร์แก่ผู้ที่เชื่อและวางใจใน พระองค์[ค์11] พระองค์ทรงถูกมองว่าเป็นแบบอย่างของชีวิต วิ อันดี งาม และทรงเป็นทั้งผู้เผยพระวจนะเหนือผู้เผยพระวจนะและ เป็นพระเจ้าลงมารับสภาพมนุษย์[ย์12] ช่วงต้นคริส ริ ต์ศตวรรษที่ 21 ศาสนาคริส ริ ต์มีศาสนิกชนประมาณ 2.4 พันล้านคนทั่วโลก[13][14] คิดเป็นประมาณ 33% หรือ รื หนึ่ง ในสี่ถึงหนึ่งในสามของประชากรโลก และเป็นศาสนาที่มีผู้นับถือ มากที่สุดในโลก[15][16] ทั้งยังเป็นศาสนาประจำ ชาติในหลาย ประเทศ
ศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาเอกเทวนิยมและศาสนาอับราฮัม บัญญัติไว้ใน คัมภีร์อัลกุรอาน คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของอิสลามซึ่งสาวกถือว่าเป็น พระวจนะคำ ต่อคำ ของพระเป็นเจ้า (อัลลอฮฺ)ฮฺและสำ หรับสาวก ส่วนใหญ่ เป็นคำ สอนและตัวอย่างเชิงบรรทัดฐาน (เรีย รี กว่า สุ นัต และประกอบด้วยหะดีษ) ของมุฮัมมัด (ประมาณ 570–8 มิถุนายน 632) เป็นศาสดา (นบี)บี องค์สุดท้ายของพระเป็นเจ้า สาวกของศาสนาอิสลาม เรีย รี กว่า มุสลิม มุสลิมเชื่อว่า พระเจ้าเป็นหนึ่งและหาที่เปรีย รี บไม่ได้ และจุด ประสงค์ของการดำ รงอยู่ คือ เพื่อรักและรับใช้พระเป็นเจ้า[1] มุสลิมยังเชื่อว่า ศาสนาอิสลามเป็นบรรพศรัทธาฉบับสมบูรณ์ และเป็นสากลที่สุดซึ่งได้ประจักษ์มาหลายครั้งก่อนหน้านั้น ผ่าน ศาสดาซึ่งรวมอาดัม โนอาห์ อับราฮัม โมเสส และพระ เยซู[ซู 2]พวกเขายึดมั่นว่า สารและวิว วิ รณ์ถู ณ์ ถู กแปลผิดหรือ รื เปลี่ยนแปลงบางส่วนตามกาล[3] แต่มองว่าอัลกุรอานภาษา อาหรับเป็นทั้งวิว วิ รณ์สุดท้ายและไม่เปลี่ยนแปลงของพระเป็น เจ้า[4] มโนทัศน์และหลักศาสนามีเสาหลักทั้งห้าของอิสลาม ซึ่ง เป็นมโนทัศน์พื้นฐานและการปฏิบัติตนนมัสการที่ต้องปฏิบัติ ตาม และกฎหมายอิสลามที่ตามมา ซึ่งครอบคลุมแทบทุกมุม ของชีวิต วิ และสังคม โดยกำ หนดแนวทางในหัวเรื่อ รื่ งหลายหลาก ตั้งแต่การธนาคารไปจนถึงสวัสดิการ ชีวิต วิ ครอบครัวและสิ่ง แวดล้อม
มุสลิมส่วนใหญ่เป็นนิกายซุนนีย์ คิดเป็น 75–90% ของมุสลิม ทั้ง ทั้ หมด[7] นิกายใหญ่ที่สุดอันดับสอง คือ ชีอะฮ์ คิดเป็น 10–20%[8] ประเทศมุสลิมใหญ่ที่สุด คือ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีชาวมุสลิม 12.7% ของโลก ตามมาด้วยปากีสถาน (11.0%) อินเดีย (10.9%) และบังกลาเทศ (9.2%)[9][10] นอกจากนี้ ยังพบชุมชนขนาดใหญ่ในจีน รัสเซียและยุโรปบาง ส่วน ด้วยสาวกกว่า 1,500 ล้านคน หรือ รื 22% ของประชากร โลก[11][12] อิสลามจึงเป็นศาสนาใหญ่ที่สุดอันดับสองและ ศาสนาหลักที่เติบโตเร็วที่สุดในโลกศาสนาหนึ่ง
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เป็นศาสนาหนึ่งในกลุ่มศาสนาอินเดีย และเป็นธรรมะหรือ รื แนวทางการใช้ชีวิต วิ ของผู้คน[note 1] ที่เป็นที่นับถืออย่างแพร่ หลายในอนุทวีปวี อินเดียและบางส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะบนเกาะบาหลี เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นศาสนาที่ เก่าแก่ที่สุดในโลก[note 2] ศาสนิกชนและนักวิช วิ าการบางกลุ่ม เรีย รี กศาสนาฮินดูว่าเป็น "สนาตนธรรม" หรือ รื หนทางนิรันดร์ชั่ว ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ[4][5] นักวิช วิ าการมักมองศาสนา ฮินดูว่าเป็นการผสมผสานของ[note 3] หรือ รื สังเคราะห์มา จาก[6][note 4] วัฒนธรรม จารีต รี และประเพณีอันหลากหลาย ในอนุทวีปวี อินเดีย[7][note 5] ที่มีรากฐานหลากหลาย[8][note 6] และไม่มีศาสดาหรือ รื ผู้ริเ ริ ริ่ม ริ่ ตั้งศาสนา[9] แต่ผู้เผยแผ่คำ ภีร์ พระเวท ยุคแรกเริ่ม ริ่ คือ ฤๅษีวยาส ท่านเปรีย รี บเสมือนเป็นศาสดา คนหนึ่ง[10] "การสังเคราะห์ศาสนาฮินดู" (Hindu synthesis) นี้เริ่ม ริ่ มีขึ้นระหว่างราว 500 ปีก่อนคริส ริ ตกาล ถึง คริส ริ ต์ศักราช 300[11] ภายหลังการสิ้นสุดลงของยุคพระเวท (1500 ถึง 500 ก่อนคริส ริ ตกาล),[11][12] และเจริญ ริ รุ่งเรือ รื งใน อินเดียสมัยกลางไปพร้อมกับการเสื่อมของศาสนาพุทธในอนุ ทวีปวี อินเดีย[13]
ถึงแม้ว่าศาสนาฮินดูจะเต็มไปด้วยปรัชญาหลายแขนง แต่ก็ สามารถเชื่อมโยงถึงกันผ่านแนวคิดที่มีร่วมกัน, พิธีกรรมที่ คล้ายคลึงกัน, จักรวาลวิท วิ ยาฮินดู, คัมภีร์ฮินดู และ สถานที่ แสวงบุญ ส่วนคัมภีร์ของศาสนาฮินดูนั้นจำ แนกออกเป็น ศรุติ (จากการฟัง) และ สมรติ (จากการจำ ) คัมภีร์เหล่านี้มีทั้ง ปรัชญาฮินดู, ประมวลเรื่อ รื่ งปรัมปราฮินดู, พระเวท, โยคะ, พิธีกรรม, อาคม และการสร้างโบสถ์พราหมณ์ เป็นต้น[14] คัมภีร์เล่มสำ คัญได้แก่ พระเวท, อุปนิษัท, ภควัทคีตา, รามายณะ และ อาคม[15][16] ที่มา ผู้ประพันธ์ และความจริง ริ นิรันดร์ใน คัมภีร์เหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำ คัญ แต่ศาสนาฮินดูก็มีแนวคิดหลัก สำ คัญที่สนับสนุนการตั้งคำ ถามต่อที่มาและเนื้อความของคัมภีร์ เพื่อให้เข้าใจสัจธรรมต่าง ๆ ได้อย่างลึกซึ้ง และสร้างประเพณี หรือ รื แนวคิดต่อยอดในอนาคตสาระสำ คัญในศาสนาฮินดูคือ "ปุ รุษารถะ" ทั้งสี่ อันเป็นจุดมุ่งหมายอันสมควรในชีวิต วิ ของมุนษย์ ได้แก่ ธรรมะ (หน้าที่/จริย ริ ธรรม), อรรถะ (การเจริญ ริ เติบโต/ หน้าที่การงาน), กามะ (ประสงค์/แรงจูงใจ) และ โมกษะ (การ หลุดพ้น/การเป็นอิสระจากการเวีย วี นว่ายตายเกิด)[18][19] นอกจากนี้ แนวคิดสำ คัญอื่น ๆ ที่พบในศาสนาฮินดูยังรวมถึง กรรม (การกระทำ /ผลของการกระทำ ), สังสารวัฏ (วงจรเวีย วี น ว่ายตายเกิด) และ การปฏิบัติโติ ยคะ (หนทางสู่โมกษะ) ที่มีอยู่ หลากหลายปรัชญา[16][20] การปฏิบัติในศาสนาฮินดู มีทั้ง ปูชา(การบูชา), การสวดมนต์และร้องเพลงสวด, ชปะ, การ ปฏิบัติสมาธิ, สังสการ (พิธีกรรมเปลี่ยนผ่าน), เทศกาลประจำ ปี และการออกเดินทางแสวงบุญตามโอกาส
ศาสนิกชนบางส่วนละทิ้งชีวิต วิ ทางโลกและการยึดติดกับวัตถุ เพื่ออกสู่สัสู่ สั นยาสะ (ถือพรต/ออกบวช) เพื่อเข้าสู่โมกษะ[21] ศาสนาฮินดูยังเน้นย้ำ ถึงหน้าที่ตลอดกาล เช่น ความกตัญญู ซื่อสัตย์, ไม่ทำ ร้ายสัตว์และผู้คน (อหิงสา), การใจเย็น, ความ อดทนอดกลั้น, การข่มใจตนเอง และความเมตตา[web 1] [22] นิกายในศาสนาฮินดูห ดู ลักมี 4 นิกาย คือ ลัทธิไวษณพ, ลัทธิไศวะ, ลัทธิศักติ และลัทธิสมารตะ[23] ศาสนาฮินดูถือเป็นศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดในโลกเป็น อันดับที่ 3 มีศาสนิกชนซึ่งเรีย รี กว่า ชาวฮินดู อยู่ราว 1.15 พัน ล้านคน หรือ รื 15-16% ของประชากรโลก[web 2][24] ศาสนาฮินดูมีผู้นับถือมากที่สุดในอินเดีย, เนปาล และ มอริเ ริ ชียส นอกจากนี้ยังเป็นศาสนาหลักในจังหวัดบาหลี อินโดนีเซียเช่นกัน[25]ชุมชนฮินดูขนาดใหญ่ยังพบได้ใน แคริบ ริ เบียน, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อเมริก ริ าเหนือ, ยุโรป, แอฟริก ริ าและประเทศอื่น ๆ
จัดทำ โดย ดนัยณัฐ อยู่สมบูรณ์ 6 ธวัชชัย นกดำ 7 นิธิพัฒน์ วงษ์วิจารณ์ 8 ปุณณภพ สีสัน 9 อนุทธัต สุธาไทยารักษ์ 12