2.จะตอ้ งแกไ้ ขดา้ นเคมี กายภาพ และชีวภาพของดิน ดว้ ย
วิธีการที่เหมาะสม
กายภาพ เคมีภาพ
ความอมุ้ น้า พลงั การปลดปลอ่ ยธาตอุ าหาร
อณุ หภมู ิดิน
ความถ่ายเทอากาศ วสั ดอุ ินทรยี ์
ความรว่ นซยุ พืชปรบั สภาพดิน(Cleaning
พลงั ดิน Crops)
ไถพรวน ชีวภาพ ป๋ ยุ หมกั
ไถกลบั บนลงลา่ ง ปลกู หมนุ เวียน ・
การทางานของส่ิงมีชีวิต ปลกู ซ้าต่อเนื่อง
ไถผสมชน้ั ดิน เล็กๆ และจลุ นิ ทรยี ใ์ นดิน
ปรบั การระบายน้า ปลกู ป๋ ยุ พืชสด
หญา้ คลมุ ดิน
3. คานึงถึงการใชอ้ ินทรยี ว์ ตั ถทุ ่ีเหมาะสม
3. คานึงถึงการใชอ้ ินทรยี ว์ ตั ถทุ ่ีเหมาะสม
3.ประยกุ ตว์ ิธีการไถพรวนหรอื วิธีการปลกู
4. ควรเลอื กเครื่องจกั รกลทางการเกษตรและใหใ้ ช้
นอ้ ยท่ีสดุ เท่าที่จาเป็ น
ป๋ ยุ เคมี
ไถดว้ ยเครอื่ งโรตารี่
จดั ระบบพ้ืนฐาน เกษตรธรรมชาติ
เกษตรเคมี
ระยะแรกของการทาเกษตรธรรมชาติ เนอื่ งจากสว่ นใหญ่ศกั ยภาพของ
ดนิ ในการที่จะทาใหพ้ ืชเจริญเตบิ โตยงั ไมด่ พี อ จึงควรใชป้ ๋ ยุ หมกั ให้
เหมาะกบั ดินที่เพาะปลกู นน้ั เพ่ือทาใหร้ ากพืชเจรญิ งอกงามไดด้ ี
นอกจากนี้ ควรปลกู พืชตา่ งตระกลู เชน่ พืชตระกลู ถวั่ และพืชตระกลู
ขา้ ว ควบคดู่ ว้ ย โดยไมค่ วรปลอ่ ยใหว้ ่างหรอื หยดุ เวน้ การเพาะปลกู
เท่าท่ีจะทาได้
จากการปลกู ดว้ ยวิธีเกษตรธรรมชาติอยา่ งต่อเน่ือง จะทาใหด้ ิน
สามารถแสดงศกั ยภาพ และทาใหช้ นดิ และจานวนของสงิ่ มชี วี ิตในดนิ
มหี ลากหลาย ยงั ทาใหร้ ากของพืชงอกงามและแผข่ ยายไดด้ ี สง่ ผล
ใหป้ ลกู งา่ ยขน้ึ และถา้ หากปลกู พืชชนดิ เดยี วกนั ซา้ พื้นที่ก็จะทาใหด้ นิ
ปรบั ตวั เขา้ กบั พืชชนดิ นนั้ ทาใหก้ ารเจริญเตบิ โตดยี ่ิงขน้ึ
ป๋ ยุ หมกั
ประสิทธิภาพของป๋ ยุ หมกั ท่ีแทจ้ รงิ คือ
ไม่ทาใหด้ ินแหง้ ทาใหด้ ินอ่นุ และไมท่ าให้
ดินแข็ง กลา่ วคือ จะดดู ซบั น้า และความ
รอ้ น เพ่ือไมใ่ หด้ ินแข็งตวั
(5 พฤษภาคม 2492)
จรงิ ๆ แลว้ ไมใ่ สป่ ๋ ยุ หมกั จะงาม
ดีกว่า แต่ดินท่ีจบั ตวั แข็งง่ายอยา่ ง
ดินแดงนนั้ จะตอ้ งใสป่ ๋ ยุ หมกั เพื่อ
ป้ องกนั ไม่ใหด้ ินแข็ง แลว้ อีกไมน่ าน
จะค่อยๆ กลายเป็ นดินที่ไม่จบั ตวั
แข็ง เมื่อเป็ นเช่นนนั้ แลว้ ป๋ ยุ หมกั ก็
หมดความจาเป็ น
(1 พฤษภาคม 2496)
เน่ืองจากดินกค็ ือป๋ ยุ ฉะนนั้ สงิ่ ท่ีทาให้
เกดิ อปุ สรรกบั ดินลว้ นแต่เป็ นสงิ่ ไมค่ วร
ป๋ ยุ หมกั กเ็ ป็ นอปุ สรรคกบั ดินดว้ ยจึงไม่
ควรใช้
แลว้ ทาไมจึงใชป้ ๋ ยุ หมกั เพราะถา้
ดินจบั ตวั แข็งแลว้ รากจะแผ่ขยายไมด่ ี จึง
ใชป้ ๋ ยุ หมกั เพื่อไม่ใหด้ ินจบั ตวั แข็ง
(26 สิงหาคม 2496)
การแผข่ ยายของราก
ทาใหร้ ากงอกไดด้ ี
ส่งิ สาคญั ท่ีสดุ ท่ีจะทาใหพ้ ืชทกุ ชนิด
เจรญิ เติบโต อยทู่ ่ีปลายราก คือทาให้
รากขนอ่อนงอกงามไดด้ ี ดงั นน้ั จึงตอ้ ง
ไมท่ าใหด้ ินแข็ง
(1 กรกฎาคม 2492)
ในเชิงอดุ มคติแลว้ พืชท่ีมีรากต้ืนใหผ้ สมป๋ ยุ
หมกั จากหญา้ และใบไมใ้ นดินก็พอ แต่ถา้ เป็ นพืช
รากลกึ ใหใ้ ชป้ ๋ ยุ หมกั จากใบไมใ้ สล่ งกน้ หลมุ ลึก
ประมาณ 1 เมตรในแปลงนน้ั จะทาใหด้ ินอ่นุ
แต่ความหนานน้ั ใหป้ รบั ใหเ้ หมาะสมกบั ชนิด
พืชซ่ึงความลกึ ของรากจะแตกต่างกนั
(15 มกราคม 2494)
รากของเผือกในโซนท่ีใชป้ ๋ ยุ หมกั รากของเผือกในแปลงที่ใชป้ ๋ ยุ หมกั
จากใบไมแ้ หง้ ซ่ึงหมกั จนยอ่ ยสลาย จากใบไมแ้ หง้ ที่หมกั จนยอ่ ยสลาย
แลว้ ใสท่ ่ีหนา้ ดิน (เขตเปรยี บเทียบ) แลว้ ใสใ่ นชน้ั ดินลึก
การปรบั ปรงุ ทาง
กายภาพใหด้ ีข้ึน
ดิน
การเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพ ・จลุ ินทรยี ์
การเปลี่ยนแปลงของศกั ยภาพในการผลติ ของพืช
เทคนิคในการปรบั ปรงุ ดิน
1 2 3 4 5
ใชป้ ๋ ุยหมกั พฒั นา เปลย่ี นวสั ดุ ใชเ้ ศษพชื ที่ ปลกู พืช
จากมลู สตั ว์ คณุ ภาพป๋ ุย ทาป๋ ุยหมกั เหลอื จากการ ตอ่ เนอ่ื งโดย
จากมลู สตั ว์ เก็บเก่ยี วและ ไมป่ ลอ่ ยให้
หมกั เป็ นวสั ดจุ าก
หญา้ ทีข่ นึ้ ดนิ วา่ ง
พืช เทา่ นนั้
เปล่ยี นวสั ดทุ าป๋ ยุ หมกั จาก
มลู สตั วเ์ ป็ นวสั ดจุ ากพืช
ใชเ้ ศษพืชท่ีเหลอื จากการเกบ็ เก่ยี วและหญา้ ที่ข้ึนเท่านน้ั
ใชเ้ ศษพืชท่ีเหลอื จากการเกบ็ เก่ยี วและหญา้ ที่ข้ึนเท่านน้ั
เน่ืองจากขา้ พเจา้ สอนหลกั การพ้ืนฐาน จึงไม่ไดส้ อน
วิธีการปลกู และระยะห่างในการปลกู เรื่องดงั กลา่ วใหม้ ี
ความเหมาะสมก็พอ เน่ืองจากดินฟ้ าอากาศแตกต่าง
กนั จึงควรปลกู ใหเ้ หมาะสมกบั สภาพนนั้ …
(17 ตลุ าคม 2496)
สวสั ดี